คมู่ ือการจดั การเรียนการสอนและมาตรการป้องกัน ในสถานการณโ์ รคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๓๓ จังหวดั ลพบรุ ี สังกัดสานกั บริหารงานการศกึ ษาพิเศษ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
ก คำนำ โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) มีการระบาดในวงกวา้ ง โดย เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2563 องค์การอนามัยโลก ได้ประเมินสถานการณ์และประกาศใหโ้ รคCOVID-19 เป็น ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) โดย แนะนาํ ใหท้ กุ ประเทศเร่งรดั การเฝา้ ระวังและป้องกนั ความเส่ยี งจากเชื้อCOVID-19 และกระทรวงศึกษาธกิ าร ได้ วางแนวทางการจดั การเรยี นการสอนภายใตส้ ถานการณว์ ิกฤตของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา2019 หรอื โรคโควิด19 (COVID-19) ม่งุ เน้นการประสานความร่วมมืออยา่ งบรู ณาการและเขม้ แขง็ กบั ทกุ ภาคสว่ นรวมถงึ การใชก้ ลไกความ ร่วมมอื ของผ้ปู กครองและชมุ ชนในการดแู ลนกั เรียน นกั ศึกษา โดยคาํ นึงถึงความปลอดภัยสงู สดุ ภายใตส้ ถานการณ์ วกิ ฤติที่เกิดขนึ้ ควบค่กู บั การสร้างความตระหนักให้เกิดความรอบรดู้ า้ นสุขภาพแก่นกั เรยี น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๓ จงั หวดั ลพบรุ ี ตระหนกั ถึงความสาํ คญั เบือ้ งต้น จึงได้จดั ทาํ ค่มู อื การการ จัดการเรยี นการสอนและมาตรการป้องกันในสถานการณ์โรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา2019 หรือโรคโควดิ 19 ประจําปี การศกึ ษา 2564 เพ่ือเป็นการป้องกันและควบคมุ ไม่ให้เกดิ การระบาดของโรคในสถานศกึ ษา โดยมุ่งหวังใหค้ ู่มือ ฉบับน้ี เป็น “เครื่องมือ” สาํ หรับสถานศกึ ษา และบุคลากร ตลอดจนผูเ้ กยี่ วข้องสามารถนําไปใชต้ ามสถานการณฯ์ ภายใตค้ วามร่วมมอื จากทุกฝา่ ยทเี่ ก่ียวข้องเพอื่ ปอ้ งกนั การแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19 ใหเ้ กดิ ประโยชนสงู สุดตอ่ ไป นายประเวศ ทัง่ จนั ทร์แดง ผูอ้ าํ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๓๓ จังหวัดลพบุรี คูมอื การปฏบิ ตั สิ ําหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
ข สารบัญ คมู อื การปฏบิ ตั ิสาํ หรบั สถานศึกษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
14 กานไม ทาความสะอาด ไมควรเช็ดดวยกระดาษทชิ ชู 4. ผูรับการตรวจวดั ควรอยูในบรเิ วณจุดตรวจวดั อยางนอย 5 นาที กอนการวดั ไมควรออกกาลังกายหรอื อาบนา้ กอนถูกวัดอณุ หภูมเิ ปนเวลาอยางนอย 30 นาที การถือเครอ่ื งวดั 5. อุณหภูมหิ นาผากเปนเวลานาน มีผลใหอุณหภมู ิภายในของเคร่ืองวดั สูงขนึ้ และจะสงผลการวัดอุณหภูมิรางกาย ผิดพลาด อุณหภมู ิรางกายขน้ึ อยูกับการเผาผลาญพลงั งานของแตละคน เสื้อผาทีส่ วมใสขณะทาการวัดอุณหภมู ิ แวดลอม กจิ กรรมทที่ า ผูท่มี ีประวตั ิไขหรอื วดั อุณหภูมิกายได ตัง้ แต 37.5 องศาเซลเซยี สขน้ึ ไป รวมกับอาการทางเดินหายใจ อยางใดอยางหนึง่ (มีน้ามูก เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนื่อยหอบ ไมไดกลน่ิ ไมรรู ส)และมีประวัติสมั ผัสใกลชดิ กบั ผูปวยยืนยันในชวง 14 วนั กอน มอี าการ ถือวา เปนผูสัมผัสความเสย่ี งหรอื เปนกลุมเส่ียง ตองรบี แจงเจาหนาที่สาธารณสุขดาเนินการตอไป ขนั้ ตอนการซักประวตั ิและสงั เกตอาการเสย่ี ง โดยสอบถามเกย่ี วกบั ประวัตกิ ารสมั ผสั ในพื้นท่ีเสี่ยง พื้นที่ที่มีผูปวยตดิ เชื้อ หรือพนื้ ทีท่ มี่ ีคนจานวนมาก และ สังเกต อาการเสีย่ งตอการติดเชื้อหรืออาการทางเดินหายใจ เชน ไอ มนี า้ มกู เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนื่อยหอบ ไมไดกลิ่น ไมรรู ส โดยมีวิธีปฏบิ ัติ ดงั น้ี 1. จัดตง้ั จดุ คดั กรองบริเวณทางเขาของสถานศกึ ษา พิจารณากาหนดจดุ คัดกรองตามความเหมาะสม กับจานวน นกั เรียน โดยยึดหลัก Social distancing 2. วัดอุณหภูมิตามคาแนะนาของเคร่ืองวดั อุณหภูมติ ามผลิตภณั ฑนั้น พรอมอานคาผลท่ีได อุณหภูมมิ ากกวา 37.5 องศาเซลเซียล ถือวา มไี ข 3. ใหผูรับการตรวจคดั กรองลางมอื ดวยสบูและน้า หรือใชเจลแอลกอฮอลทาความสะอาดมือ 4. ตรวจสอบการสวมหนากาก (Check mask) ของบุคคลทกุ คนท่ีเขามาในสถานศึกษา 5.สอบถามและซกั ประวตั ิการสัมผัสในพืน้ ท่ีเสี่ยง และบันทึกผลลงในแบบบันทึกการตรวจคัดกรองสขุ ภาพสาหรับ นกั เรียน บุคลากร หรือผูมาติดตอในสถานศึกษา (ภาคผนวก) กรณี วัดอุณหภูมิรางกายได ไมเกิน 37.5 องศาเซลเซียส และไมมีอาการทางเดินหายใจ อาทิ ไอ มีน้ามกู เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหน่ือยหอบ ไมไดกล่ิน ไมรรู ส ไมมีประวัตสิ ัมผัสใกลชดิ กับผูปวยยนื ยัน ในชวง 14 วนั กอนมีอาการ ถือวา ผาน การคัดกรอง จะติดสัญลักษณหรอื สติ๊กเกอร ใหเขาเรยี นหรือปฏิบตั ิงานไดตามปกติ กรณี วดั อุณหภูมริ างกาย ตงั้ แต 37.5 องศาเซลเซียสข้นึ ไป หรือ มีไข รวมกบั อาการทางเดินหายใจ อยางใดอยาง หนึ่ง อาทิ ไอ มนี า้ มูก เจ็บคอ หายใจลาบาก เหน่ือยหอบ ไมไดกลน่ิ ไมรรู ส ใหปฏิบตั ิ ดงั นี้ - แยกนักเรยี นไปไวท่ีหองแยกซึง่ จดั เตรยี มไว - บนั ทกึ รายชือ่ และอาการปวย - ประเมนิ ความเส่ยี ง - แจงผูปกครอง คมู อื การปฏิบตั ิสาหรับสถานศึกษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19
23 - ควรทาความสะอาดและฆาเชอื้ ท่วั ท้งั บริเวณกอน – หลงั ใชงานทุกคร้ัง และเนนบริเวณท่ีมี การสัมผัสหรือใช งานรวมกนั บอย ๆ เชน ลูกบิดประตู รีโมทคอนโทรล ปุมกดลฟิ ท ซึ่งเปนพื้นผวิ ขนาดเลก็ โดยนาผาสาหรับเช็ดทาความ สะอาดชุบน้ายาฟอกขาวที่เตรียมไวตามขอ 2 หรือใชแอลกอฮอล 70% หรือ ไฮโดรเจนเปอรออกไซด 0.5% เช็ดทาความ สะอาดและฆาเชอ้ื - สาหรบั พืน้ ใชไมถูพื้นชุบดวยนา้ ยาฆาเช้ือท่ีเตรียมไวตามขอ 2 เริ่มถพู ืน้ จากมมุ หน่ึงไปยงั อีกมุมหน่งึ ไมซ้ารอย เดิม โดยเร่ิมจากบรเิ วณท่สี กปรกนอยไปมาก - การทาความสะอาดหองนา้ หองสวม ดวยน้ายาทาความสะอาดทั่วไป พนื้ หองสวมใหฆาเชอื้ โดยราดน้ายาฟอก ขาวท่เี ตรยี มไวตามขอ 2 ทงิ้ ไวอยางนอย 10 นาที เชด็ เนนบรเิ วณทีร่ องนั่งโถสวม ฝา ปดโถสวม ทก่ี ดชกั โครก สายชาระ ราวจบั ลกู บิดหรอื กลอนประตู ท่แี ขวนกระดาษชาระ อางลางมอื ขันน้า กอกนา้ ทว่ี างสบู ผนัง ซอกประตู ดวยผาชบุ น้ายา ฟอกขาวที่เตรียมไวตามขอ 2 หรอื ใชแอลกอฮอล 70% หรือ ไฮโดรเจนเปอรออกไซด 0.5% - หลงั ทาความสะอาด ควรซักผาเช็ดทาความสะอาดและไมถูพื้น ดวยนา้ ผสมผงซักฟอกหรือ นา้ ยาฆาเช้อื แลวซักดวยนา้ สะอาดอกี คร้งั และนาไปผงึ่ แดดใหแหง - ถอดถุงมือแลว ลางมือดวยสบูและน้า ควรชาระลางรางกายและเปลี่ยนเสื้อผาโดยเร็วหรอื รบี กลับบาน อาบน้าให สะอาดทนั ที - บรรจภุ ัณฑใสน้ายาทาความสะอาด ควรคดั แยกออกจากขยะทวั่ ไป และทิ้งในถงั ขยะอันตราย สวนขยะอน่ื ๆ เชน หนากากอนามัย ถุงมือ รวบรวมและทิง้ ขยะลงในถุงพลาสตกิ ถงุ ขยะ ซอนสองชนั้ มัดปากถงุ ใหแนนและนาไปท้ิงทนั ที โดยท้งิ รวมกบั ขยะท่ัวไป 5. ขอควรระวงั - สารท่ีใชฆาเชือ้ สวนใหญเปนชนดิ สารฟอกขาว อาจกอใหเกิดการระคายเคอื งผิวหนงั เน้อื เย่ือ - ไมควรผสมน้ายาฟอกขาวกับสารทาความสะอาดอื่นที่มีสวนผสมของแอมโมเนยี - หลกี เลย่ี งการใชสเปรยฉีดพนเพอื่ ฆาเชือ้ เนือ่ งจากอาจทาใหเกดิ การแพรกระจายของเช้ือโรค - ไมควรนาถงุ มือไปใชในการทากจิ กรรมประเภทอ่นื ๆ ใชเฉพาะการทาความสะอาดเทาน้ัน เพื่อปองกนั การแพร กระจายของเช้ือ - หลีกเล่ยี งการใชมือสมั ผสั บรเิ วณใบหนา ตา จมูก และปาก ขณะสวมถุงมอื และระหวางการทาความสะอาด คมู ือการปฏบิ ัติสาหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
24 แนวปฏิบตั ิด้านอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม สถานศกึ ษาเปนสถานทท่ี ี่มคี นอยูรวมกันจานวนมาก ทั้งนกั เรียน ครู ผูปกครอง บุคลากร ผูมาตดิ ตอ และผู ประกอบการรานคา กรณีทน่ี ักเรียนตองทากิจกรรมรวมกับเพ่ือน ทาใหมีโอกาสใกลชดิ กันมาก ทาใหเกิด ความเส่ียงตอการ แพรกระจายของเช้ือโรคไดงาย จึงมีแนวปฏิบตั ิการจัดอาคารสถานท่ี ดงั นี้ 1. หอ้ งเรยี น หอ้ งเรยี นรวม เชน่ ห้องคอมพวิ เตอร์หอ้ งดนตรี 1) จัดโตะ เกาอี้ หรือที่นงั่ ใหมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร ควรคานงึ ถงึ สภาพบริบท และขนาดพ้ืนท่ี และจดั ทาสัญลักษณแสดงจดุ ตาแหนงชัดเจน กรณหี องเรยี นไมเพียงพอ ในการจดั เวนระยะหางระหวาง บคุ คลควรจัดใหมีการสลับวันเรียนแตละช้ันเรยี น การแบงจานวนนักเรยี น หรือ การใชพื้นทใี่ ชสอยบรเิ วณสถานศึกษา ตามความเหมาะสม ทั้งนี้อาจพิจารณาวิธปี ฏิบตั อิ น่ื ตามบริบทความเหมาะสม โดยยดึ หลัก Social distancing 2) จดั ใหมีการเหล่ือมเวลาเรียน การเรยี นกลุมยอย หรือวธิ ีปฏิบัตทิ ่ีเหมาะสมตามบรบิ ทสถานการณ และเนนให นักเรียนสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยขณะเรยี นตลอดเวลา 3) จดั ใหมีการระบายอากาศทดี่ ี ใหอากาศถายเท เชน เปดประตู หนาตาง กรณีใชเครอื่ งปรับอากาศ กาหนด เวลาเปด – ปดเคร่อื งปรบั อากาศ ควรเปดประตู หนาตางใหระบายอากาศ และทาความสะอาด อยางสม่าเสมอ 4) จัดใหมเี จลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรับนกั เรยี นและครู ใชประจาทกุ หองเรยี นอยางเพยี งพอ 5) ใหมกี ารทาความสะอาดโตะ เกาอี้ อปุ กรณ และจุดสมั ผัสเสีย่ ง เชน ลูกบิดประตู เครื่องเลน ของใชรวมทุกวัน อยางนอยวนั ละ 2 คร้งั เชากอนเรียนและพกั เทย่ี ง หรือกรณีมกี ารยายหองเรียน ตองทาความสะอาดโตะ เกาอ้ี กอนและ หลังใชงานทุกครงั้ 2. ห้องสมดุ 1) จดั โตะ เกาอี้ หรือที่นั่ง ใหมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร และจดั ทาสัญลกั ษณ แสดงจุด ตาแหนงชัดเจน 2) จัดใหมกี ารระบายอากาศทด่ี ี ใหอากาศถายเท เชน เปดประตู หนาตาง กรณใี ชเครื่องปรบั อากาศ กาหนดเวลาเปด - ปดเครือ่ งปรบั อากาศ ควรเปดประตู หนาตาง ใหระบายอากาศ และทาความสะอาดอยางสม่าเสมอ 3) จัดใหมเี จลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรับครู บรรณารักษ นกั เรียน และผูใชบริการบรเิ วณทางเขาดาน หนา และ ภายในหองสมดุ อยางเพียงพอ 4) ใหมีการทาความสะอาดโตะ เกาอี้ อุปกรณ และ จดุ สัมผัสเสย่ี ง เชน ลกู บิดประตู ชั้นวางหนังสือทุกวนั ๆ ละ 2 ครง้ั อาทิ เชากอนใหบรกิ าร พักเที่ยง 5) การจากดั จานวนคนจากัดเวลาในการเขาใชบริการ หองสมุด และใหนกั เรยี นและผูใชบรกิ ารทุกคนสวมหนากากผา หรือหนากากอนามยั ขณะใชบรกิ ารหองสมดุ ตลอดเวลา คมู ือการปฏบิ ัตสิ าหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควิด 19
25 3. ห้องประชมุ หอประชุม 1) จดั ใหมกี ารคัดกรองตรวจวดั อุณหภมู ริ างกายกอนเขาหองประชุม หอประชุม หากพบผูมอี าการไข ไอ มีน้า เจบ็ คอ หายใจลาบาก เหนอื่ ยหอบ ไมไดกลนิ่ ไมรรู ส แจงงดรวมประชมุ และแนะนาใหไปพบแพทยทันที 2) จดั โตะ เกาอ้ี หรือท่ีน่ัง ใหมกี ารเวนระยะหางระหวางบุคคล 1 - 2 เมตร และจัดทาสญั ลักษณ แสดงจุดตา แหนงชดั เจน 3) ผูเขาประชมุ ทุกคนสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยขณะประชุมตลอดเวลา 4) จดั ใหมเี จลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรับผูเขาประชมุ บริเวณทางเขาภายในอาคาร หอประชมุ บริเวณทางเขาดานหนาและดานในของหองประชุม อยางเพียงพอและทัว่ ถึง 5) งดหรือหลกี เลี่ยงการใหบริการอาหารและเครอ่ื งดมื่ ภายในหองประชุม 6) ใหมกี ารทาความสะอาดโตะ เกาอี้ อปุ กรณ และจดุ สมั ผสั เสย่ี งรวม เชน ลูกบิดประตู รโี มท อุปกรณสอื่ กอนและหลงั ใชหองประชุมทุกครั้ง 7) จดั ใหมกี ารระบายอากาศท่ดี ี ใหอากาศถายเท เชน เปดประตู หนาตาง กอนและหลงั ใชหองประชุมทกุ ครงั้ ควรใชเครื่องปรับอากาศ กาหนดเวลาเปด - ปดเคร่ืองปรับอากาศ ควรเปดประตู หนาตางใหระบายอากาศ และ ทาความสะอาดอยางสมา่ เสมอ 4. โรงยิม สนามกีฬา 1) จดั พน้ื ทีท่ ากจิ กรรมและเลนกีฬา ลดความแออัด อาจจดั ใหเลนกีฬาเปนรอบหรอื ใหมีการเวนระยะหาง ระหวางบคุ คล อยางนอย 1 - 2 เมตร 2) จดั ใหมีเจลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรับนักกีฬาและผูมาใชบริการบริเวณทางเขาและบริเวณ ดานในอาคารอยางเพียงพอและทวั่ ถึง 3) ทาความสะอาดอุปกรณและเครอ่ื งเลนแตละชนดิ กอนหรอื หลังเลนทุกวนั อยางนอยวนั ละ 1 คร้ัง 4) จัดใหมีการระบายอากาศ ใหอากาศถายเท เชน เปดประตู หนาตาง เปดพดั ลม 5) จากดั จานวนคน จานวนเวลาในการเลนกฬี าหรอื กิจกรรมภายในอาคารโรงยิมหรือสนามกีฬา 6) หลีกเลย่ี งการจัดกจิ กรรมหรือเลนกฬี าประเภทแขงขันเปนทมี หรือมกี ารปะทะกันอยางรนุ แรง เชน วอลเลยบอล ฟตุ บอล ฟุตซอล บาสเกตบอล เปนตน คมู ือการปฏบิ ตั ิสาหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
26 5. สถานท่ีแปรงฟนั สถานศึกษาสงเสริมใหมกี จิ กรรมแปรงฟนหลังอาหารกลางวนั อยางถกู ตองเหมาะสมตามสถานการณ และบรบิ ทพ้ืนท่ี หลกี เล่ยี งการรวมกลุม ควรจดั เวนระยะหางระหวางบุคคลในการแปรงฟน และใหมอี ุปกรณ การแปรงฟนสวนบุคคล ดงั น้ี 5.1 การจัดเตรยี มวัสดอุ ุปกรณการแปรงฟน แปรงสีฟน 1) นักเรยี นทุกคนมีแปรงสีฟนเปนของตนเอง หามใชแปรงสีฟนและยาสฟี นรวมกัน 2) ทาสญั ลกั ษณหรือเขยี นช่ือบนแปรงสีฟนของแตละคน เพือ่ ใหรวู าเปนแปรงสีฟนของใคร ปองกันการหยบิ ของผูอื่น ไปใช 3) ควรเปล่ยี นแปรงสีฟนใหนักเรียน ทุก 3 เดือน เมื่อแปรงสีฟนเส่ือมคุณภาพ โดยสงั เกต ดังน้ี - บรเิ วณหวั แปรงสีฟนมีคราบสกปรกติดคางลางไดยาก - ขนแปรงสีฟนบานแสดงวาขนแปรงเสือ่ มคุณภาพใชแปรงฟนไดไมสะอาดและ อาจกระแทกเหงอื กใหเปนแผลได ยาสฟี น ใหนกั เรียนทุกคนมยี าสฟี นเปนของตนเอง และเลือกใชยาสีฟนผสมฟลูออไรดซึ่งมี ปรมิ าณฟลูออไรด 1,000- 1,500 ppm. (มลิ ลิกรัม/ลติ ร) เพือ่ ปองกนั ฟนผุ แกวน้า จัดใหนกั เรียนทุกคนมแี กวนา้ สวนตัวเปนของตนเอง จานวน 2 ใบ ผาเชด็ หนาสวนตัว สาหรับใชเชด็ ทาความสะอาดบรเิ วณใบหนา ควรซกั และเปล่ยี นใหมทุกวนั 5.2 การเกบ็ อปุ กรณแปรงสีฟน 1) เกบ็ แปรงสีฟนในบริเวณท่ีมอี ากาศถายเทไดสะดวก ไมอบั ชืน้ และปลอดจากแมลง 2) จดั ทาทเ่ี ก็บแปรงสฟี น แกวนา้ โดยเกบ็ ของนกั เรียนแตละคนแยกจากกัน ไมปะปนกนั เวนท่ีใหมีระยะหางเพียง พอทจ่ี ะไมใหแปรงสีฟนสัมผสั กนั เพื่อปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19 และ ควรวางหวั ของแปรงสฟี นตัง้ ข้นึ เพื่อปอง กนั ไมใหนา้ ที่คางตามดามแปรงสีฟน หยดลงใสหัวแปรงสฟี น 5.3 การจดั กิจกรรมแปรงฟนหลงั อาหารกลางวัน ครูประจาชน้ั ดูแลและจัดใหมกี ิจกรรมการแปรงฟัน ฟนในหองเรยี นใหนักเรียนทุกคนแปรงฟน หลังอาหารกลางวนั ทกุ วันอยางสม่าเสมอ โดยหลีกเลย่ี งการรวมกลุม และ เวนระยะหางในการแปรงฟน โดย 1) ใหนักเรยี นแปรงฟนในหองเรยี น โดยน่ังทโี่ ตะเรยี น เพ่ือปองกันการแพรกระจายของน้าลาย ละอองน้า หรือเชื้อโรค สูผูอ่นื กรณหี องเรยี นแออดั ใหเหล่ือมเวลาในการแปรงฟน 2) กอนการแปรงฟนทกุ คร้ัง ใหลางมือดวยสบูและน้าเสมอ เปนเวลาอยางนอย 20 วนิ าที หรอื เจลแอลกอฮอลทีม่ ี ความเขมขน 70% หลีกเลี่ยงการรวมกลมุ และเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร 3) ครูประจาชั้นเทน้าใหนกั เรยี นใสแกวน้าใบท่ี 1 ประมาณ 1/3 แกว (ประมาณ 15 ml.) 4) นกั เรยี นน่งั ท่ีโตะเรยี น แปรงฟนดวยยาสฟี นผสมฟลูออไรดครอบคลุมทกุ ซท่ี กุ ดาน นานอยางนอย 2 นาที เม่ือ แปรงฟนเสร็จแลว ใหบวนยาสีฟนและน้าสะอาดลงในแกวน้าใบที่ 2 เช็ดปากใหเรยี บรอย 5) นักเรยี นทุกคนนานา้ ทใี่ ชแลว จากแกวใบท่ี 2 เทรวมใสภาชนะที่เตรียมไว และใหครปู ระจาชนั้ นาไปเทท้ิงในที่ ระบายน้าของสถานศกึ ษา หามเทลงพน้ื ดนิ 6) นกั เรียนนาแปรงสีฟนและแกวน้าไปลางทาความสะอาด และนากลบั มาเกบ็ ใหเรียบรอย หลกี เลย่ี งการรวมกลุม และ เวนระยะหางระหวางบคุ คล อยางนอย 1 - 2 เมตร 7) มีการตรวจความสะอาดฟนหลังการแปรงฟน ดวยตนเองทุกวัน โดยอาจมีกระจกของตัวเอง ในการ ตรวจดคู วาม สะอาด เสรมิ ดวยกิจกรรม การยอมสีฟน อยางนอยภาคเรียนละ 2 ครง้ั คมู ือการปฏบิ ัติสาหรบั สถานศึกษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19
27 6. สนามเด็กเล่น 1) ใหมีการทาความสะอาดเครอื่ งเลนและอุปกรณการเลนทุกวัน อยางนอยวนั ละ 2 ครงั้ ทาความสะอาด ดวย นา้ ยาทาความสะอาดตามคาแนะนาของผลติ ภัณฑ 2) จดั เครื่องเลน อุปกรณการเลน และนักเรยี น ใหมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร และ กากบั ดูแลใหเด็กสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยตลอดเวลาการเลน 3) จากัดจานวนคนจากัดเวลาการเลนในสนามเดก็ เลน โดยอยูในความควบคมุ ดแู ลของครใู นชวงเวลา พักเทยี่ ง และหลงั เลิกเรยี น 4) ใหลางมือดวยสบูและน้าหรอื เจลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือกอนและหลังการเลนทุกคร้ัง 7. ห้องสว้ ม 1) จัดเตรยี มอุปกรณทาความสะอาดอยางเพียงพอ ไดแก น้ายาทาความสะอาดหรือนา้ ยาฟอกขาว อปุ กรณการตวง ถุงขยะ ถังนา้ ไมถูพื้น คบี ดามยาวสาหรบั เก็บขยะ ผาเช็ดทาความสะอาด และอุปกรณปองกนั อันตรายสวนบุคคลท่ี เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน เชน ถุงมือ หนากากผา เส้อื ผาท่ีจะนา้ มาเปลยี่ นหลงั ทาความสะอาด 2) การทาความสะอาดหองนา้ หองสวม อยางนอยวนั ละ 2 ครงั้ ดวยน้ายาทาความสะอาดทวั่ ไป พ้นื หองสวม ใหฆาเชื้อโดยใชผลติ ภัณฑฆาเชือ้ ท่ีมีสวนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรท (รจู กั กันในชื่อ “นา้ ยาฟอกขาว”) โดยนามาผสมกบั น้าเพอื่ ใหไดความเขมขน 0.1% หรือ 1000 สวนในลานสวน หรือ ผลติ ภัณฑฆาเชื้อที่มีสวนผสมของไฮโดรเจนเปอรออกไซด โดยนามาผสมกบั นา้ เพ่ือใหไดความเขมขน 0.5% หรือ 5000 สวนใน ลานสวน ราดน้ายาฆาเชื้อ ท้ิงไวอยางนอย 10 นาที เนนเช็ดบรเิ วณทร่ี องนงั่ โถสวม ฝาปดโถสวม ทก่ี ดชกั โครก สายชาระ ราวจับ ลูกบดิ หรอื กลอนประตู ทีแ่ ขวนกระดาษชาระ อางลางมือ ขันน้า กอกนา้ ทว่ี างสบู ผนงั ซอกประตู ดวยผาชุบนา้ ยา ฟอกขาว หรือใชแอลกอฮอล 70% หรอื ไฮโดรเจนเปอรออกไซด 0.5% 3) หลังทาความสะอาด ควรซกั ผาเช็ดทาความสะอาดและไมถพู ้นื ดวยนา้ ผสมผงซักฟอกหรือนา้ ยาฆาเชอ้ื แลวซกั ดวยนา้ สะอาดอกี คร้งั และนาไปผ่ึงแดดใหแหง 8. ห้องพักครู 1) จัดโตะ เกาอ้ี หรือท่ีนงั่ ใหมกี ารเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร ควรคานงึ ถึงสภาพหองและ ขนาดพ้นื ท่ี และจดั ทาสัญลกั ษณแสดงจุดตาแหนงชัดเจน โดยถอื ปฏิบตั ิตามหลกั Social distancing อยางเครงครดั 2) ใหครูสวมหนากากผาหรือหนากากอนามยั ตลอดเวลาทอี่ ยูในสถานศกึ ษา 3) จัดใหมีการระบายอากาศทีด่ ี ใหอากาศถายเท เชน เปดประตู หนาตาง กรณีใชเคร่ืองปรับอากาศ กาหนดเวลาเปด – ปดเครื่องปรบั อากาศ ควรเปดประตู หนาตางใหระบายอากาศ และทาความสะอาดอยางสม่าเสมอ คูมือการปฏิบตั ิสาหรบั สถานศึกษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควดิ 19
28 4) ใหมีการทาความสะอาดโตะ เกาอ้ี อุปกรณ และจุดสัมผัสเส่ียง เชน ลกู บดิ ประตู โทรศพั ท อุปกรณคอมพิวเตอร เปนตน เปนประจาทุกวัน อยางนอยวนั ละ 2 คร้งั 5) จัดเตรียมเจลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรบั ครูและผูมาตดิ ตอบรเิ วณทางเขาดาน หนาประตู และภายในหองอยางเพียงพอและทว่ั ถึง 9. หอ้ งพยาบาล 1) จดั หาครหู รอื เจาหนาท่ี เพอ่ื ดแู ลนักเรยี น ในกรณีท่มี ีนักเรยี นปวยมานอนพักรอผูปกครองมารบั 2) จดั ใหมีพืน้ ที่หรอื หองแยกอยางชัดเจน ระหวางนกั เรยี นปวยจากอาการไขหวดั กับนักเรียนปวย จากสาเหตอุ ่ืน ๆ เพ่อื ปองกันการแพรกระจายเชอ้ื โรค 3) ทาความสะอาดเตียงและอปุ กรณของใชทกุ วนั 4) จดั เตรียมเจลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือ บรเิ วณทางเขาหนาประตแู ละภายในหองพยาบาล อยางเพยี งพอ 10. โรงอาหาร การจดั บริการภายในโรงอาหาร การนงั่ กนิ อาหารรวมกันของผูใชบรกิ าร รวมถึงอาหาร ภาชนะ อุปกรณ ตกู ดนา้ ด่มื ระบบกรองนา้ และผูสัมผัสอาหาร อาจเปนแหลงแพรกระจายเช้ือโรค จึงควรมกี ารดูแลเพอ่ื ลดและ ปองกันการแพรกระจายเชื้อ โรค ดังน้ี 1) โรงอาหาร โรงครวั กาหนดมาตรการการปฏบิ ัติใหสถานทส่ี ะอาด ถูกสุขลกั ษณะ ดังนี้ (1) จัดใหมอี างลางมือพรอมสบู สาหรับใหบริการแกผูเขามาใชบรกิ ารโรงอาหาร บรเิ วณกอนทางเขาโรงอาหาร (2) ทุกคนท่ีจะเขามาในโรงอาหาร ตองสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัย (3) จัดใหมกี ารเวนระยะหางระหวางบคุ คล อยางนอย 1 - 2 เมตร ในพื้นทีต่ าง ๆ เชน ทน่ี ง่ั กินอาหาร จดุ รับ อาหาร จุดซ้อื อาหาร จุดรอกดน้าด่มื จดุ ปฏิบตั ิงานรวมกนั ของผูสัมผสั อาหาร (4) จัดเหลือ่ มชวงเวลาซอื้ และกินอาหาร เพอ่ื ลดความแออดั พื้นทีภ่ ายในโรงอาหาร (5) ทาความสะอาดสถานท่ีปรงุ ประกอบอาหาร พืน้ ทต่ี ั้งตูกดน้าดืม่ และพืน้ ทีบ่ ริเวณ ที่นง่ั กินอาหารใหสะอาด ดวยนา้ ยาทาความสะอาดหรือผงซักฟอก และจัดใหมกี ารฆาเช้ือดวย โซเดยี มไฮโปคลอไรท (นา้ ยาฟอกขาว) ทมี่ คี วามเขมขน 1,000 สวนในลานสวน (ใชโซเดียมไฮโปคลอไรท 6% อัตราสวน 1 ชอนโตะตอนา้ 1 ลิตร) (6) ทาความสะอาดโตะและที่น่ังใหสะอาด สาหรับน่ังกนิ อาหาร ดวยนา้ ยาทาความสะอาด หรอื จดั ใหมีการ ฆาเช้อื ดวยแอลกอฮอล 70% โดยหยดแอลกอฮอลลงบนผาสะอาดพอหมาด ๆ เชด็ ไปในทิศทางเดยี วกนั หลงั จากผใู ชบรกิ ารทกุ ครง้ั คมู อื การปฏิบตั สิ าหรบั สถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19
29 (7) ทาความสะอาดภาชนะ อุปกรณ และเคร่อื งใชใหสะอาด ดวยน้ายาลางจาน และใหมี การฆาเชอ้ื ดวยการ แชในน้ารอน 80 องศาเซลเซยี ส เปนเวลา 30 วินาที หรือแชดวยโซเดยี มไฮโปคลอไรท (นา้ ยาฟอกขาว) ทมี่ ีความเขมขน 100 สวนในลานสวน (ใชโซเดียมไฮโปคลอไรท 6% อตั ราสวน คร่ึงชอนชาตอน้า 1 ลติ ร) 1 นาที แลวลางน้าใหสะอาด และอบหรือ ผง่ึ ใหแหง กอนนาไปใชใสอาหาร (8) ทาความสะอาดตูกดนา้ ด่ืม ภายในตูถังน้าเยน็ อยางนอยเดือนละ 1 ครงั้ เช็ดภายนอกตู และกอกนา้ ดืม่ ให สะอาดทกุ วัน และฆาเช้ือดวยการแชโซเดยี มไฮโปคลอไรท (น้ายาฟอกขาว) ที่มีความเขมขน 100 สวนในลานสวน เปนเวลา 30 นาที ทุกคร้ังกอนบรรจนุ ้าใหม กรณีท่มี ี เครอ่ื งกรองน้า ควรทาความสะอาดดวยการลางยอน (Backwash) ทกุ สัปดาห และ เปล่ยี นไสกรอง ตามระยะเวลากาหนดของผลติ ภัณฑ และตรวจเชค็ ความชารุดเสียหายของระบบไฟฟาท่ีใช สายดิน ตรวจเช็ค ไฟฟารว่ั ตามจดุ ตาง ๆ โดยเฉพาะบรเิ วณกอกนา้ ท่ถี ือเปนจดุ เสี่ยง เพือ่ ปองกนั ไฟฟาดดู ขณะใชงาน (9) จัดบริการอาหาร เนนปองกันการปนเปอนของเช้ือโรค เชน อาหารปรุงสาเร็จสุกใหมทกุ ครัง้ การปกปด อาหารปรุงสาเร็จ การใชภาชนะท่ีเหมาะสมกับประเภทอาหาร และจัดใหมภี าชนะอปุ กรณ สาหรบั การกนิ อาหารอยางเพียง พอเปนรายบคุ คล เชน จาน ถาดหลุม ชอน สอม แกวน้า เปนตน (10) ประชาสัมพนั ธใหความรูภายในโรงอาหาร เชน การสวมหนากากทถี่ ูกวธิ ี ขนั้ ตอน การลางมือทถี่ ูกตอง การ เวนระยะหางระหวางบคุ คล การเลอื กอาหารปรุงสุกใหมสะอาด เปนตน (11) กรณมี ีการใชบริการรานอาหารจากภายนอก จัดสงอาหารใหกบั สถานศกึ ษา ควรใหครู หรือผรู ับผดิ ชอบ ตรวจประเมนิ ระบบสุขาภิบาลอาหารของรานอาหาร โดยกาหนดขอตกลง การจดั สงอาหารปรงุ สุกพรอมกิน ภายใน 2 ช่วั โมง หลังปรงุ เสร็จ และมีการปกปดอาหาร เพื่อปองกัน การปนเปอนส่งิ สกปรกลงในอาหาร (12) พิจารณาทางเลือกใหผูปกครองสามารถเตรยี มอาหารกลางวัน (Lunch box) ใหนักเรียน มารับประทาน เอง เพ่ือปองกนั เชือ้ และลดการแพรกระจายเช้ือ คมู อื การปฏิบัติสาหรับสถานศึกษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
30 2) ผูสมั ผสั อาหาร ตองดแู ลสุขลกั ษณะสวนบคุ คล มกี ารปองกนั ตนเองและปองกันการแพรกระจาย เช้อื โรค ดงั นี้ (1) กรณีมีอาการปวย ไข ไอ มนี ้ามกู เจ็บคอ หายใจลาบาก เหนื่อยหอบ ไมไดกลิน่ ไมรรู ส ใหหยดุ ปฏบิ ัติงานและ แนะนาใหไปพบแพทยทันที (2) ดูแลสุขอนามยั สวนบุคคล มีการปองกันตนเอง แตงกายใหสะอาด สวมใสผากนั เปอน และ อุปกรณปองกนั การ ปนเปอนสูอาหาร ในขณะปฏบิ ัติงาน (3) รักษาความสะอาดของมือ ดวยการลางมือบอย ๆ ดวยสบูและนา้ กอนปฏบิ ตั งิ าน และ ขณะเตรียมอาหาร ประกอบอาหาร และจาหนายอาหาร รวมถึงหลังจากการจับเหรียญหรือธนบัตร หรือสมั ผสั ส่งิ สกปรก อาจใชเจลแอลกอฮอลทา ความสะอาดมือรวมดวย หลีกเลีย่ งการใชมือสมั ผสั ใบหนา ตา ปาก จมกู โดยไมจาเปน (4) สวมใสหนากากผาหรอื หนากากอนามัย ตลอดเวลาขณะปฏิบัตงิ าน (5) มีพฤติกรรมขณะปฏิบตั ิงานปองกนั การปนเปอนของเช้ือโรค เชน ใชอุปกรณในการ ปรงุ ประกอบอาหาร เชน เขยี ง มีด การหยิบจบั อาหาร แยกระหวางอาหารสุก อาหารประเภท เนื้อสัตวสด ผัก และ ผลไม และไมเตรยี มปรงุ ประกอบอาหาร บนพื้นโดยตรง (6) จัดเมนูอาหารท่จี าหนาย โดยเนนอาหารปรงุ สกุ ดวยความรอน โดยเฉพาะเนอื้ สัตว ปรุงใหส้ ุกดวยความ รอนไมนอยกวา 70 องศาเซลเซยี ส หลีกเลยี่ งการจาหนายอาหารบูดเสียงาย เชน อาหารประเภทกะทิ และอาหารท่ไี มผานความรอน เชน ซชู ิ เปนตน (7) อาหารปรุงสาเรจ็ จดั เก็บในภาชนะสะอาด มกี ารปกปดอาหารจดั เก็บสงู จากพน้ื ไมนอยกวา 60 เซนตเิ มตร กรณีอาหารปรงุ สาเรจ็ รอการจาหนาย ใหนามาอนุ ทกุ 2 ชัว่ โมง (8) การใชภาชนะบรรจอุ าหารแบบใชคร้ังเดยี วทิง้ ตองสะอาดมคี ุณภาพเหมาะสมกบั การบรรจุอาหารปรงุ สาเรจ็ และไมควรใชโฟมบรรจุอาหาร (9) ระหวางการปฏบิ ตั ิงาน ใหมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร (10) ควรพจิ ารณาใหมรี ะบบชาระเงินออนไลนสาหรบั ผูบริโภค ผทู ่ีเขามาใชบริการโรงอาหาร ตองปองกันตนเอง และปองกนั การแพรกระจายเชื้อโรค ดังน้ี (1) ลางมือบอย ๆ ดวยสบูและน้า หรือใชเจลแอลกอฮอลทาความสะอาดมือทกุ ครั้ง กอนเขาไปในโรงอาหาร กอน กนิ อาหาร ภายหลงั ซื้ออาหารหลังจากจบั เหรยี ญหรอื ธนบัตร หลงั จาก สัมผัสสิ่งสกปรกหรือหลังออกจากหองสวม (2) ทุกคนตองสวมหนากากผาหรอื หนากากอนามัยตลอดเวลาที่อยูในโรงอาหารหรือเขาไปในสถานทจี่ าหนาย อาหาร (3) เลือกซื้ออาหารปรงุ สาเร็จสกุ ใหม หลกี เลีย่ งการกนิ อาหารประเภทเนื้อสตั ว เครื่องในสัตว ท่ีปรงุ ไมสกุ และ ตรวจสอบคุณภาพของอาหารทนั ที เชน สภาพอาหาร กลิ่น ความสะอาดและ ความเหมาะสมของภาชนะบรรจุ มกี ารปกปดอาหาร มดิ ชดิ ไมเลอะเทอะ ไมฉกี ขาด เปนตน (4) ใหมกี ารเวนระยะหางระหวางบคุ คล อยางนอย 1 - 2 เมตร ในการซื้ออาหาร ขณะรออาหาร น่งั กินอาหาร ขณะรอกดนา้ ด่ืม (5) พิจารณาเลอื กใชระบบการชาระเงินแบบออนไลน คมู อื การปฏบิ ัติสาหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
31 11. หอพักนักเรียน 1) มีการตรวจคัดกรองวดั อณุ หภมู ิรางกายของนกั เรียนทุกคนกอนเขาหอพกั และสังเกตอาการเสีย่ ง หากพบผูมีอาการเส่ยี ง ตองรบี แจงครหู รอื ผูดแู ลหอพกั และแจงประสานเจาหนาท่สี าธารณสขุ ดาเนินการตอไป 2) จดั ใหมีจุดบรกิ ารลางมือพรอมสบูและน้า หรือเจลแอลกอฮอลสาหรับทาความสะอาดมือไวบรกิ าร ใน บรเิ วณตาง ๆ อยางเพยี งพอ เชน บรเิ วณทางเขาออกอาคาร หนาลิฟท หองน่ังเลนสวนกลางเปนตน 3) ใหมกี ารทาความสะอาดในพื้นทตี่ างๆ โดยเนนจดุ ที่มผี ูสัมผัสรวมกันเปนประจา อยางนอย วันละ 2 ครง้ั และอาจเพ่มิ ความถีม่ ากขึน้ หากมผี ูใชงานจานวนมาก ดวยนา้ ยาทาความสะอาดและอาจฆาเช้ือ ดวยแอลกอฮอล 70% หรอื โซเดียมไฮโปคลอไรท (น้ายาฟอกขาว) 0.1% ในพ้ืนท่ี ดังนี้ - บรเิ วณพ้ืนท่ีสวนกลาง พ้ืนผวิ สมั ผสั อุปกรณ เครื่องใช เชน เคานเตอร ราวบันได ท่ีจบั ประตู ปุมกด ลิฟท จุดประชาสมั พันธ โตะ ท่นี ั่ง ส่ิงอานวยความสะดวกตาง ๆ เชน เคร่ืองซกั ผาหยอดเหรียญ ตนู า้ ดมื่ หยอดเหรยี ญ ตูจาหนายสนิ คาอัตโนมัติ ตเู คร่อื งดม่ื หยอดเหรยี ญ โดยเนนจุดทีม่ ีผูสัมผัสรวม เชน ปมุ กดรายการ ฝาชองรับสนิ คา - หองสวมสวนกลาง เนนบรเิ วณจุดเสย่ี ง ไดแก กลอนหรอื ลูกบิดประตู กอกนา้ อางลางมือ ท่ีรองนั่งโถ สวมทก่ี ดโถสวมหรอื โถปสสาวะ สายฉดี นา้ ชาระ และพน้ื หองสวม 4) ควรกาหนดมาตรการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1-2 เมตร และลดความแออัด ใน บริเวณพ้นื ท่ตี าง ๆ เชน การจัดระยะหางของเตียงนอน ช้ันวางของใชสวนตวั จากดั จานวนคนในการใชลิฟท จัดทา สญั ลักษณแสดงจุดตาแหนงชดั เจนที่มกี ารรอ เปนตน 5)จัดใหมีการระบายอากาศทเี่ หมาะสมใหอากาศถายเทเชนเปดประตูหนาตางกรณีใชเคร่ืองปรบั อากาศ ควรตรวจสอบประสิทธภิ าพของเครื่องปรบั อากาศใหอยูในสภาพดีกาหนดเวลาเปด-ปดเคร่อื งปรับอากาศ และเปดประตู หนาตาง ใหระบายอากาศ และตองทาความสะอาดอยางสมา่ เสมอ 6) กาหนดแนวทางปฏิบัติสาหรบั ผูพักในหอพกั เชน - ใหผูท่ีพักในหอพกั ประเมินตนเองกอน หากพบวา มีไข ไอ จาม มนี ้ามูก หรือเหนื่อยหอบ หรือมี อุณหภูมิรางกาย 37.5 องศาเซลเซียส ขึน้ ไป หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ ใหรายงานหวั หนา เพื่อเขาสูระบบการ ดแู ลของโรงพยาบาลตอไป - มกี ารดูแลตนเอง โดยการสวมหนากากผาหรอื หนากากอนามยั เวนระยะหางระหวางบุคคล 1 - 2 เมตร หลีกเลี่ยงการพูดคยุ ในระยะใกลชิด และไมใชส่ิงของเครื่องใชสวนตัวรวมกับผูอ่ืน เชน ผาเช็ดตัว ชอน สอม จาน ชาม แกวนา้ เปนตน ลางมือดวยสบูและนา้ หรือเจลแอลกอฮอล อยางสม่าเสมอ เชน ทุกครัง้ กอนและหลังรบั ประทาน อาหาร หลงั การทาความสะอาดหองพกั หลังการใชสวม เปนตน หลีกเล่ยี งการสมั ผสั ใบหนา ตา ปาก จมูก โดยไมจาเปน ดแู ลสขุ ภาพ ใหแขง็ แรง และดูแลรักษาสุขอนามัยสวนบคุ คล - ดูแลภายในหองพกั ใหสะอาด และทาความสะอาดบรเิ วณท่ตี องสัมผสั บอย เชน ลูกบดิ หรือ กลอน ประตโู ตะ เกาอ้ี ควรเปดประตู หนาตางหองพัก เปนประจาทุกวัน เพื่อระบายอากาศ หากมี การใชเครอ่ื งปรับอากาศ ใหมี การทาความสะอาดอยางสม่าเสมอ รวมท้ัง คดั แยกขยะรวบรวม ใสถุงขยะมัดปากถงุ ใหแนน และนาไปท้ิงตามเง่ือนไขที่ หอพักกาหนด กอนนาไปกาจดั อยางถกู ตอง 7) ภาชนะบรรจุน้าด่มื เชน ถังน้า เหยือกนา้ คูลเลอร ตองสะอาด มีฝาปด ควรมีทางเทรนิ หรือกอกน้า ไมควรใชการจวงตกั โดยตรง และตองลางทาความสะอาดดวยน้ายาลางภาชนะภายในและภายนอกทุกวนั คมู ือการปฏิบตั สิ าหรับสถานศึกษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19
32 8) มีมาตรการกากบั ดแู ลพนกั งานอนื่ ทเ่ี กี่ยวของ เชน แมบาน พนักงานทาความสะอาด หากพบวา มไี ข ไอ มี น้ามกู เจบ็ คอ เหนื่อยหอบ ใหหยุดงานและแนะนาใหพบแพทย ใหสวมหนากากผาหรือหนากากอนามยั ตลอดเวลาท่อี ยูใน อาคาร ลางมือดวยสบูและน้าหรอื เจลแอลกอฮอลบอย ๆ และ เวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร หาก รบั ผดิ ชอบดานการทาความสะอาด ใหสวมถงุ มือ ผากนั เปอน รองเทาพื้นยางหุมแขง ใชท่คี ีบดามยาวเกบ็ ขยะใสถงุ มัดปากถุงให มิดชิด นาไปรวบรวมไวท่ีพักขยะ เมื่อเสร็จส้ินการปฏบิ ตั งิ าน ใหลางมือใหสะอาด เม่ือปฏิบตั งิ านเสร็จในแตละวัน หากเปนไปได ควรอาบน้าและเปลี่ยนเส้อื ผาทนั ที 9) หากมบี รกิ ารอื่น ๆ ภายในหอพัก เชน รานอาหาร รานเคร่ืองด่ืม สถานท่รี ับประทานอาหาร รานเสรมิ สวย หรอื และกิจการอน่ื ๆ ใหปฏบิ ตั ติ ามแนวทางปฏิบตั ิในดานน้นั ๆ 10) มกี ารสื่อสารประชาสัมพนั ธขาวสารความรโู รคโควิด19เก่ียวกับอาการของโรค คาแนะนา การปฏบิ ตั ิตน เพ่อื ลดการเสี่ยงตอโรค เชน เสยี งตามสาย ตดิ ปายประชาสมั พนั ธตามจดุ ตาง ๆ ไลนกลมุ หอพัก 11) กากับดแู ลตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตนใหเปนสุขนสิ ยั กจิ วัตร โดยจดั ใหมจี ติ อาสาควบคมุ ดแู ลทุกวัน 12) หากพบผูปวยยืนยันหรอื มีขอมูลบงชวี้ า หอพกั อาจเปนจุดแพรเชอ้ื ได ใหผูรบั ผดิ ชอบรวมมือกับ เจาพนักงานควบคุมโรคติดตอในการดาเนินการตาง ๆ เชน การสอบสวนโรค การทาความสะอาดพน้ื ทต่ี าง ๆ เปนตน 13) มาตรการอ่นื ๆ นอกจากน้ี ใหเปนไปตามระเบียบของหอพกั และใหมีลกั ษณะเพ่ือปองกันการแพรเชื้อ และสามารถติดตามสอบสวนโรคไดเชน กิจกรรมการรวมตวั สงั สรรค การกาหนดใหบุคคลภายนอกเขาพัก หรือผูมาติดตออื่น ๆ มีการลงทะเบยี น เพอื่ การตดิ ตาม ตรวจสอบกรณพี บผปู วยทเี่ กย่ี วของกับหอพัก 12. ห้องนอนเดก็ เลก็ 1) ทาความสะอาดเคร่อื งนอน เปล่ียนผาปทู ่ีนอน ปลอกหมอน และผากันเปอนทกุ วัน รวมถึง ทาความสะอาด อปุ กรณของใช ของเลน ตเู ก็บของสวนบคุ คล และจดุ สมั ผสั เสี่ยง เปนประจาทกุ วนั 2) จัดใหมีพื้นท่สี าหรบั การเรียนรูของเดก็ รายบคุ คล เชน เรยี นบนเส่ือ ใชสัญลักษณแทนขอบเขต รวมถึงการจัด ที่นอนสาหรบั เด็ก ตองเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร 3) มีและใชของใชสวนตัว เนนไมใชของใชรวมกนั เชน ผากันเปอน ผาเชด็ หนา ผาเชด็ ตวั แกวน้า 4) จดั ใหมเี จลแอลกอฮอลใชทาความสะอาดมือสาหรับครแู ละนักเรียนบรเิ วณทางเขาและภายในหองอยางเพยี ง พอ 5) มีการระบายอากาศที่ดีอากาศถายเทสะดวก เชน เปดประตู หนาตาง กรณีใชเคร่อื งปรับอากาศ กาหนดเวลา เปด – ปดเครือ่ งปรบั อากาศ และเปดประตู หนาตาง ใหระบายอากาศ และตองทาความสะอาด อยางสม่าเสมอ 6) จัดอปุ กรณการสงเสริมพัฒนาการเด็กอยางเพียงพอ คนละ 1 ชดุ 7) อตั ราสวนของครูหรือผูดแู ลเด็กหรือพเี่ ลยี้ งตอเด็กเลก็ 1:5 - 8 ในการดูแลเด็กตลอดทงั้ วนั คมู ือการปฏิบัตสิ าหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19
33 13. การเข้าแถวเคารพธงชาติ 1) การจดั พน้ื ท่ีเขาแถว ใหมีการเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร กรณมี พี ้ืนท่ีจากดั ไมเพียงพอ อาจพิจารณาสลับชน้ั เรยี นมาเขาแถวบริเวณหนาเสาธง หรือจัดใหมกี ารเขาแถวบรเิ วณที่มีพื้นทีก่ วางขวาง เชน หนาหองเรยี น ลานเอนกประสงค ลานสนามกีฬา โรงยมิ หอประชมุ เปนตน 2) ครแู ละนักเรียนทกุ คนตองสวมหนากากผาหรอื หนากากอนามัย ตลอดเวลาการเขาแถวเคารพธงชาติ 3) ลดระยะเวลาการจดั กิจกรรมหนาเสาธง กรณมี กี ารส่ือสารประชาสัมพันธ ควรใชชองทางอืน่ ๆ เชน เสียงตามสาย ผานออนไลน Line Facebook E-mail แจงในหองเรียน เปนตน 4) ทาความสะอาดอปุ กรณของใชหรือจดุ สัมผัสเสยี่ ง ภายหลังการใชงานทกุ ครัง้ เชน เชือกทใ่ี ชชักธงชาติ ไมโครโฟน เปนตน มาตรการป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 กรณีเกิดการระบาด กรณเี กดิ การระบาดในสถานศกึ ษา นยิ าม เหตกุ ารณการระบาด หมายถึง เมือ่ พบผปู วยยืนยนั อยางนอย 1 ราย ท่คี ิดวาอาจมกี าร แพรกระจายเช้อื ในสถานศึกษานยิ าม 1) ผูปวยท่เี ขาเกณฑตองสอบสวน (PUI = Patient Under Investigation) หมายถงึ ผูทมี่ ปี ระวตั ไิ ข หรือ วัดอุณหภูมิกายไดตัง้ แต 37.5 องศาเซลเซยี ส ขึ้นไป รวมกบั อาการทางเดนิ หายใจอยางใดอยางหนึ่ง (ไอ น้ามูก เจ็บคอ หายใจเร็วหรือหายใจเหนื่อยหรือหายใจลาบาก) และมีประวตั ิสมั ผสั ใกลชิดกับผูปวยยนื ยนั ในชวง 14 วันกอนมีอาการ 2) ผูปวยยืนยนั หมายถึง ผูที่มผี ลตรวจทางหองปฏบิ ัติการ พบวา ติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 3) ผูสัมผัสที่มคี วามเสย่ี งตอการติดเชอ้ื สงู (High risk contact) หมายถึง ผูสมั ผัสใกลชดิ ตามลักษณะ ขอใดขอหนึง่ ดังนี้ - ผูทเี่ รยี นรวมหอง ผูที่นอนรวมหอง หรือเพื่อนสนทิ ท่คี ลุกคลีกนั - ผูสมั ผัสใกลชิดหรือมีการพูดคุยกับผูปวยในระยะ 1 เมตร นานกวา 5 นาที หรอื ถกู ไอ จาม รดจากผูปวย โดยไมมีการปองกัน เชน ไมสวมหนากากอนามัย - ผูที่อยูในบริเวณทป่ี ด ไมมีการถายเทอากาศ เชน ในรถปรบั อากาศ ในหองปรับอากาศ รวมกบั ผู ปวยและอยูหางจากผูปวยไมเกิน 1 เมตร นานกวา 15 นาที โดยไมมกี ารปองกัน 4) ผูสมั ผัสท่มี คี วามเสีย่ งตอการติดเชื้อต่า (Low risk contact) หมายถงึ ผูทท่ี ากิจกรรมอืน่ ๆ รวมกบั ผูปวยแตไมเขาเกณฑความเสยี่ ง 5) ผูไมไดสัมผัส หมายถึง ผูที่อยูในสถานศกึ ษาแตไมมกี ิจกรรมหรอื พบผูปวยในชวง 14 วัน กอนปวย 6) ผูที่มีภาวะเสยี่ งตอการปวยรนุ แรง (Underlying condition) หมายถงึ ผูทม่ี ภี มู ติ านทานต่า หรอื มโี รค ประจาตวั หรือผูสูงอายุ คมู อื การปฏบิ ัติสาหรบั สถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19
Search
Read the Text Version
- 1 - 45
Pages: