Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พืชมงคล

Description: พืชมงคล

Search

Read the Text Version

ประวตั พิ ระราชพิธพี ชื มงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวัญ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คอื พระราชพิธีพชื มงคล อนั เป็นพิธสี งฆ์ อยา่ งหนึง่ ซ่ึงจะประกอบพระราช พิธีวนั แรกในพระอุโบสถวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม พระราชพิธจี รดพระนังคลั แรกนาขวัญ อันเป็นพธิ ีพราหมณ์ อยา่ งหนง่ึ ซง่ึ จะประกอบพระราชพิธใี นวนั รุ่งขน้ึ ณ มณฑลพธิ สี นามหลวง พระราชพิธจี รดพระนงั คัลแรกนาขวญั เปน็ พระราชพิธที ีม่ ีมาแตโ่ บราณ ตัง้ แต่ครัง้ กรงุ สโุ ขทยั เป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสโุ ขทยั นนั้ พระมหากษัตรยิ ไ์ มไ่ ด้ลงมอื ไถนาเอง เป็นแตเ่ พยี งเสด็จไปเป็นองค์ ประธานในพระราชพิธเี ทา่ น้นั คร้ังถงึ สมยั กรงุ ศรีอยุธยา พระมหากษัตรยิ ์ ไมไ่ ดเ้ สด็จไปเป็นองค์ ประธาน เหมือนกับสมยั กรุงสโุ ขทยั และจะทรงจาศีลเงียบ ๓ วนั แต่จะ มอบอาญาสิทธิ์ให้ เจา้ พระยาจันทกุมาร เปน็ ผู้แทนพระองค์ โดยทรงทา เหมือนอย่างออกอานาจจากกษัตรยิ ์ ซึ่งวิธนี ี้ได้ใช้ตลอดมาถงึ ปลายสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มกี ารประกอบพระราชพธิ นี ี้ มาตั้งแตส่ มัยรชั กาลที่ ๑ แตผ่ ทู้ าการแรกนาเปล่ยี นเป็นเจา้ พระยาพล เทพ คูก่ นั กบั การยนื ชงิ ช้า แต่พอถึงรชั กาลท่ี ๓ ให้ถอื วา่ ผู้ใดยนื ชงิ ชา้ ผู้ นัน้ เปน็ ผู้แรกนา ในสมัยรชั กาลที่ ๔ ได้ทรงโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมให้ จดั มพี ธิ สี งฆเ์ พิ่มขนึ้ ในพระราชพิธตี า่ งๆ ทุกพิธี ดงั น้ัน พระราชพธิ พี ชื มงคล จงึ ไดเ้ ริม่ มขี นึ้ แต่บดั น้นั มา โดยไดจ้ ัดรวมกับพระ ราชพิธจี รดพระนังคลั แรกนาขวัญ และมชี ือ่ เรยี กรวมกนั วา่ พระราชพิธพี ชื มงคลจรดพระนงั คัลแรกนาขวญั ความมุง่ หมายอันเป็นมลู เหตใุ หเ้ กดิ มีพระราชพิธีน้ีข้ึน พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ไดพ้ ระราชทานพระ บรมราชาธบิ ายไว้ในพระราชนพิ นธ์เร่ือง พระราชพธิ สี บิ สองเดือน ว่า \"การแรกนาทต่ี ้องเปน็ ธุระของผซู้ ึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดนิ เปน็ ธรรม เนียมนิยม มมี าแต่โบราณ เช่น ในเมอื งจนี สพี่ ันปลี ่วงมาแล้ว พระเจ้า แผ่นดนิ กล็ งทรงไถนาเองเปน็ คราวแรก พระมเหสี เลย้ี งตวั ไหม ส่วน จดหมายเร่อื งราวอนั ใดในประเทศสยามนี้ ทมี่ ีปรากฏอยูใ่ นการแรกนานี้ ก็มอี ย่เู สมอเปน็ นิตย์ ไม่มีเวลาว่างเวน้ ดว้ ยการซ่งึ ผู้นน้ั เป็นใหญ่ใน แผ่นดนิ ลงมือทาเองเชน่ น้ี ก็เพ่อื จะใหเ้ ป็นตัวอยา่ งแกร่ าษฎรชกั นาใหม้ ี ใจหมนั่ ในการทีจ่ ะทานา เพราะเปน็ ส่ิงสาคัญ ทีจ่ ะได้อาศัยเลย้ี งชีวิตท่วั หน้า เปน็ ต้นเหตขุ องความตง้ั ม่นั และความเจริญไพบูลย์ แห่งพระนครทั้งปวง แตก่ ารซงึ่ มพี ธิ เี จือปนต่างๆ ไม่เปน็ แตล่ ง มือไถนาเป็นตัวอย่าง เหมือนอย่างชาวนาทงั้ ปวงลงมอื ไถนาของตนตามปกติ ก็ด้วยความหวาด หว่ันตอ่ อนั ตราย คือ น้าฝนนา้ ท่ามากไปนอ้ ยไป ด้วงเพล้ียและสัตว์ต่างๆ จะบังเกิดเปน็ เหตอุ ันตราย ไม่ใหไ้ ดป้ ระโยชน์เต็มภาคภมู ิ และมคี วาม

ปรารถนาท่ีจะให้ได้ประโยชนเ์ ต็มภาคภูมเิ ปน็ กาลงั จงึ ต้องหาทางที่จะแก้ไขและหาทางทจี่ ะอดุ หนุนและทจี่ ะเสยี่ งทายให้รู้ ลว่ งหน้า จะได้เป็นที่มนั่ อกมน่ั ใจโดยอาศัยคาอธิษฐานเอาความสตั ย์เปน็ ทต่ี ้งั บา้ ง ทาการซง่ึ ไม่มโี ทษ นบั ว่าเปน็ การสวสั ดมิ งคลตามซึง่ มาในพระพทุ ธศาสนาบา้ ง บชู าเซน่ สรวงตามทมี่ าทางไสยศาสตรบ์ ้าง ให้เปน็ การชว่ ยแรงและเป็นท่ีมั่นใจ ตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไมม่ ีท่สี น้ิ สุด\" ดังน้นั จะเหน็ ไดว้ า่ ความมงุ่ หมายของพิธีแรกนาอยทู่ ่ีจะทาใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งแกร่ าษฎรเพื่อชักนาใหม้ คี วามมัน่ ใจในการทานา แมจ้ ะเป็นความจาเป็นสาหรบั บา้ นเมอื งในสมยั โบราณอย่างไร ถงึ ปัจจบุ ันน้ีคงเป็นอยอู่ ย่างนน้ั เพราะการเกษตรซ่งึ มกี ารทานา เป็นหลักนน้ั เป็นสง่ิ สาคญั แกช่ ีวติ ความเปน็ อย่แู ละการเศรษฐกิจของประเทศทกุ สมยั ส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทาใหเ้ ปน็ ตวั อย่างตามท่ที รงจาแนกไว้ ๓ อย่าง โดย ๒ อยา่ งแรกทวี่ า่ \"อาศยั คาอธษิ ฐาน เอาความสัตย์เปน็ ทต่ี งั้ บา้ ง ทาการซึ่ง ไมม่ ีโทษนบั ว่าเป็นการสวัสดมิ งคลตามซงึ่ มาในพระพุทธศาสนาบ้าง ” นน้ั ทรงหมายถงึ พิธีพืชมงคลอนั เป็นพธิ สี งฆ์ทกี่ ระทา ณ วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม ส่วนอีกอยา่ งหนงึ่ ท่ีวา่ \"บูชาเซ่นสรวงตามท่ีมาทางไสย ศาสตรบ์ า้ ง” นน้ั ทรงหมายถึง พิธจี รดพระนังคัล แรกนาขวญั อนั เปน็ พธิ พี ราหมณ์ พระราชพธิ ีพืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั เปน็ พิธกี ารเพื่อความเปน็ สริ ิมงคลและบารุงขวญั เกษตรกร กาหนดจดั ขนึ้ ในเดอื นหกของทกุ ปี ซง่ึ ระยะน้ีเป็นระยะเหมาะสมท่ีจะเริม่ ตน้ การทานาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไมไ่ ด้ กาหนดวนั ท่แี น่นอนไวเ้ หมือนกบั วนั ในพระราชพิธอี นื่ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหกหรอื เดอื นพฤษภาคมที่มฤี กษย์ ามที่ เหมาะสมตอ้ งตามประเพณีกใ็ หจ้ ดั ขึ้นในวันน้ัน การจัดงานพระราชพธิ พี ืชมงคลจรดพระนงั คัลแรกนาขวญั ได้กระทาเตม็ รูปบูรพประเพณี คร้งั สุดทา้ ยในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ เวน้ ไปจนกระท่ังในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ คณะรัฐมนตรไี ดม้ มี ติ ให้ฟนื้ ฟูพระราชประเพณนี ข้ี นึ้ ใหม่ และไดก้ ระทาตดิ ตอ่ กนั มาทกุ ปี จนถึงปัจจบุ นั ด้วยเห็นว่าเปน็ การรกั ษาพระราชประเพณอี นั ดงี าม มผี ลในการบารุงขวญั และจิตใจของคนไทย พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ ๙ ทรงมพี ระราชกระแส ให้ปรบั ปรุงพิธกี ารบางอยา่ งให้ เหมาะสมกบั ยคุ สมัยและเสดจ็ พระราชดาเนนิ มาเปน็ องค์ประธานในพร ะราชพิธีน้ที กุ ปีสบื มามิได้ขาด เม่ือไดม้ กี ารฟื้นฟพู ระราชประเพณจี รดพระนังคัล แรกนาขวัญ ข้ึนมาในระยะแรกน้ัน พระยาแรกนา ได้แก่ อธบิ ดีกรมการข้าวโดยตาแหน่ง สาหรับเทพที ้ังส่ี พจิ ารณาคดั เลือก จากภรยิ าขา้ ราชการชน้ั ผ้ใู หญ่ใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายหลงั พระยาแรกนา ไดแ้ ก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตาแหน่ง ส่วนผ้ทู ี่มาทาหน้าทเี่ ปน็ เทพคี ู่หาบทอง และค่หู าบเงิน น้ัน ได้ทาการพจิ ารณาคัดเลือกจากขา้ ราชการหญงิ โสดในสงั กดั กระทรวงเกษตร และสหกรณท์ มี่ ีตาแหนง่ ตัง้ แต่ขา้ ราชการพล เรอื นสามญั ชน้ั โทขึ้นไป

พระราชพธิ ีพืชมงคล เป็นพธิ ที าขวญั พืชพันธ์ุธัญญาหารที่ พระมหากษตั รยิ ท์ รงอธิษฐานเพือ่ ความอดุ มสมบูรณ์ของพชื พันธุธ์ ัญญาหารแห่งราชอาณาจกั รไทย ขา้ วนนั้ ถือวา่ เป็นอาหารหลักของประชาชนในภาษาบาลีเรียกวา่ ปพุ พัณณะ หรอื บพุ พณั ณะ หรือ บุพพณั ณชาติ ส่วนพชื อ่นื ๆ ทีเ่ ป็นอาหารเรยี กวา่ อปรณั ณ หรอื อปรัณชาติ หมายถึง พืชจาพวกถัว่ งา เปน็ ตน้ ถ้าเรยี กควบทัง้ สองอย่างก็เรยี กวา่ บุพพัณณปรัณณชาติ ทห่ี มายถึงพืชทเ่ี ป็นอาหารทกุ ชนิด บพุ พณั ณปรัณณชาติทีน่ าเขา้ พระราชพธิ ีพืชมงคลนัน้ เปน็ ข้าวเปลือก มีทง้ั ขา้ วเจ้า และขา้ วเหนียว นอกจากนีม้ เี มล็ดพชื ตา่ งๆ รวม ๔๐ อย่าง แต่ละอยา่ งบรรจุถงุ ผ้าขาว กับเผือกมนั ต่างๆ พนั ธุพ์ ชื เหลา่ น้ีเป็นของปลกู งอกไดท้ ้งั ส้นิ นอกจากนีย้ ังมี ข้าวเปลอื กที่หว่าน ในพิธีแรกนาบรรจุกระเช้าทองคหู่ นึ่งและเงนิ คูห่ นงึ่ เปน็ ขา้ วพนั ธด์ุ ีที่โปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ใหป้ ลกู ใน โครงการส่วนพระองค์สวนจติ รลดารโหฐาน และพระราชทานมาเข้าพระราชพธิ พี ืชมงคล พนั ธุ์ข้าวพระราชทานนี้ จะใช้หว่าน ในพระราชพิธแี รกนาส่วนหนง่ึ อีกส่วนหน่งึ ทเี่ หลอื ทางการ จะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจา่ ยแก่ชาวนาและประชาชนในจงั หวัด ต่างๆ ใหเ้ ปน็ ม่งิ ขวญั และเป็นสริ ิมงคลแก่พืชผลท่ีจะเพาะปลูกในปนี ้ี อนึ่ง นับตงั้ แต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชมุ ปรึกษาลงมติใหว้ ันพระราชพธิ พี ชื มงคลนเ้ี ป็น วัน เกษตรกร ประจาปี อีกด้วย ทงั้ นเี้ พ่ือใหผ้ ้มู อี าชพี ทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสาคญั ของการเกษตร และร่วมมือกัน ประกอบพระราชพิธพี ชื มงคลจรดพระนงั คัลแรกนาขวญั เพ่ือเป็นสริ ิมงคลแก่อาชพี ของตน ทงั้ ยังก่อให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ เศรษฐกจิ ของประเทศชาติ จงึ ไดจ้ ัดงาน วนั เกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพธิ พี ชื มงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวัญตลอดมา ทง้ั นี้ ในปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๓ ประเทศไทยและนานาประเทศท่ัวโลกต้องเผชิญกับสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติด เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (Covid-19) ซ่ึงมีมาตรการและขอ้ ปฏบิ ัติทางสาธารณสขุ หลายประการเพอ่ื ปอู งกันการแพร่กระจาย ของโรค ดงั นนั้ กระทรวงเกษตรและสหกรณจ์ ึงขอพระราชทานพระบรมราชวนิ จิ ฉยั งดการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระ นงั คัลแรกนาขวัญในปีน้ีจากเดมิ ท่ีสานักพระราชวังได้กาหนดใหป้ ระกอบพระราชพิธใี นวนั อาทติ ย์ท่ี ๑๐ และวันจันทร์ท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตประกอบพธิ ี ปลกุ เสกเมล็ดพนั ธ์ุขา้ วพระราชทานและพืชพันธต์ุ ่าง ๆ ในวันอาทติ ย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โดยนาพนั ธข์ุ า้ วทรงปลูกพระราชทานในฤดูทานาปี ๒๕๖๒ และพันธพ์ุ ืชต่าง ๆ มา เข้าประกอบพิธี พรอ้ มทั้งพิธีหวา่ นหว่านขา้ วในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวนั จันทรท์ ี่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เพือ่ ความเป็นสริ ิมงคลและสร้างขวญั กาลังใจแก่เกษตรกรทกุ สาขาทัว่ ประเทศ

พระราชพิธพี ชื มงคล  ประกาศพระราชพธิ ีพชื มงคล ประกาศพระราชพธิ ีพืชมงคลนั้น เปน็ คาถาภาษาบาลีพระราชนพิ นธ์ ในรชั กาลท่ี ๔ อา่ นทานองสรภัญญะ จบแล้วดาเนนิ ความภาษาไทยเปน็ คารอ้ ยแก้ว เนื้อความเปน็ คาอธิษฐาน ๔ ข้อดังนี้ ขอ้ ๑ เป็นคานมัสการสรรเสริญพระคณุ พระพุทธเจา้ ว่าทรงดบั ทุกข์ได้ มีพระหฤทยั คงที่ ทรงปลกู ธรรมใหง้ อกงามจารญู แก่ บรรดาสาวกพทุ ธเวไนยสืบๆ มา แม้วา่ โลกจะเร่าร้อนดว้ ยเพลงิ กิเลส พระสทั ธรรมอันมีผลเป็นอมตะก็ยงั งอกงามได้ดว้ ยเดชะพระ บารมขี องพระองค์ บัดน้เี ราท้งั หลายบูชาพระพุทธเจา้ พระองค์น้นั กับพระธรรมและพระสงฆ์ แล้วจะปลกู พืช คอื บญุ ในพระ รตั นตรยั อันเป็นเนื้อนาบุญอยา่ งดี พชื คือบญุ น้ี เมล็ดผลเป็นญาณความร้อู นั เป็นเครือ่ งถ่ายถอนทกุ ข์ในโลก สามารถสง่ ผลใหไ้ ดท้ ั้ง ในปัจจบุ นั และในกาลภายหนา้ สบื ๆ ไป ตามกาลอันควรจะใหผ้ ลเปน็ อปุ การะนานาประการ ขอใหพ้ ชื คือบญุ ทเ่ี ราหวา่ นแลว้ จง ใหผ้ ลตามความปรารถนา อน่ึงขอใหข้ า้ วกลา้ และบรรดาพืชผลที่หว่านท่ีเพาะปลกู ลงในท่ีนนั้ ๆ ทว่ั ราชอาณาเขต จงงอกงาม จารญู ตามเวลา อยา่ เสียหายโดยประการใดๆ ข้อ ๒ ยกพระคาถาท่ีพระพทุ ธเจา้ ตรัสแสดงการทานาของพระองคแ์ กพ่ ราหมณช์ าวนาผูห้ นง่ึ วา่ \"ศรทั ธา-ความเชื่อเป็นพชื พนั ธขุ์ ้าวปลูกของเรา ตบะ-ความเพียร เผาบาป เปน็ เมลด็ ฝน ปญั ญา-ความรอบรเู้ ป็นแอกและไถ หริ ิ-ความละอายใจ เป็นงอนไถ ใจเป็นเชือกชัก สติ-ความระลกึ ได้ เป็นผาลและปฎัก เราจะระวงั กายระวังวาจาและสารวมระวงั ในอาหาร ทาความซือ่ สตั ยใ์ หเ้ ปน็ ท่อไขน้า มีโสรัจจะ-ความสงบเสงย่ี มเป็นท่ปี ลดไถ มวี ริ ยิ ะ-ความเพยี รเปน็ แรงงานชักแอกไถ เปน็ พาหนะนาไปสู่ที่อนั เกษมจาก เครื่องผกู พันทีไ่ ปไมก่ ลับ ทไ่ี ปแล้วไม่เศร้าโศก การไถของเราเช่นนี้ มผี ลเป็นอมตะ มริ ้ตู าย บุคคลมาประกอบการไถเชน่ ว่าน้ีแล้ว ย่อมพน้ จากทุกข์สนิ้ ทุกประการ” ดงั นี้ มายกข้ึนเปน็ คาอธิษฐานวา่ ทีพ่ ระพทุ ธเจา้ ตรสั นี้ เปน็ ความสัตยจ์ รงิ ดว้ ยอานาจแห่งความ สัตย์นี้ ขอให้ข้าวกลา้ และพชื ผลทีห่ ว่านทเ่ี พาะปลกู จงงอกงามทว่ั ภูมิมณฑลอนั เป็นราชอาณาเขต ขอ้ ๓ ยกพระคาถาอนั เป็นภาษิตของพระเตมียโ์ พธสิ ัตว์ ความว่า \"บุคคลผู้ไมป่ ระทุษรา้ ยมิตร โคย่อมจารูญพนู เกดิ แกเ่ ขา พชื ท่ีหว่านในนาของเขาย่อมงอกงามจาเริญ เขาย่อมไดร้ บั บรโิ ภคผลแห่งพชื พันธุ์ทห่ี วา่ นแลว้ ” และวา่ \"บคุ คลผไู้ มป่ ระทุษรา้ ย มิตรอนั ศัตรหู มู่อมิตรไม่อาจยา่ ยีไดด้ จุ ไม้ไทรมีรากและยา่ นอนั งอกงามพายุไมอ่ าจพัดพานใหล้ ม้ ไปได้ฉนั นัน้ ” มาตง้ั เป็น สตั ยาธิษฐานว่าดว้ ยอานาจสัจวาจาน้ี ขอให้ขา้ วกล้าและพืชผลที่หว่านเพาะปลกู ในภูมมิ ณฑลท่วั ราชอาณาเขต จงงอกงามไพบลู ย์ ขอ้ ๔ อ้างพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดนิ ซึ่งทรงพระเมตตากรณุ าแก่ประชาราษฎร ตงั้ พระราชหฤทัยจะบารงุ ให้อยูเ่ ยน็ เป็นสขุ ทวั่ หนา้ เปน็ ความสัตยจ์ รงิ ดว้ ยอานาจความสตั ย์นี้ ขอใหข้ ้าวกล้าและพืชผลงอกงามบริบูรณท์ ่ัวราชอาณาเขต ต่อจากน้ัน เปน็ การกลา่ วถึงพระพทุ ธรูปศักดิส์ ทิ ธ์ทิ เี่ รยี กว่า “พระคณั ธาราษฎร์” ทม่ี พี ทุ ธานภุ าพบนั ดาลใหฝ้ นตก อนั เป็น พระพทุ ธรูปท่ีสาคัญในพระราชพิธนี ี้ แสดงตานานโดยลาดับจนรัชกาลท่ี ๑ ไดท้ อดพระเนตร และไดโ้ ปรดใหห้ ล่อขนึ้ ใหมส่ าหรับ

ตงั้ ในพระราชพิธี และตอ่ นน้ั ไปว่าด้วยการพระราชกศุ ลที่ทรงบาเพ็ญในพระราชพิธีน้นั ทรงพระราชอทุ ศิ แก่ เทพยดาทั้งปวง แลว้ อธษิ ฐานเพือ่ ให้ขา้ วปลาอาหารอุดมสมบรู ณ์ และฝนตกตามฤดูกาล พระสงฆจ์ ะสวดตอ่ ทา้ ยการสวดมนต์ในพระราชพิธีพชื มงคล สว่ นพระราชพิธีจรดพระนังคลั แรกนาขวญั (วันไถหว่าน) เปน็ พธิ พี ราหมณน์ ั้นจะไดป้ ระกอบพิธีบรเิ วณมณฑลพิธสี นามหลวง โดยได้ต้งั โรงพธิ ปี ระดิษฐานเทวรปู สาคัญ อาทิ พระอศิ วร พระพรหม พระนารายณ์ พระอุมาภควดี พระมหาวิฆเนศวร์ พระ ลักษมี พระพลเทพ และพระโคอุศุภราช ซง่ึ ในตอนค่าพระมหาราชครูจะทาพิธีบวงสรวงเพือ่ ความสวัสดแี ก่พชื ผลดว้ ย พธิ ปี ลุกเสกเมลด็ พนั ธขุ์ า้ วพระราชทาน  การประกอบพธิ ี พระราชพธิ ีพชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั จัดขน้ึ เป็นงานเฉพาะเพ่อื สรา้ งความเป็นสริ ิมงคลแกก่ ารผลิตพชื พนั ธ์ุ ธัญญาหารของประเทศไทย มงุ่ หมายบารุงขวัญให้กาลงั ใจแกเ่ กษตรกรของชาติ เม่ือย่างเขา้ สู่ตน้ ฤดูกาลเพาะปลกู ทุกปี นับต้ังแต่ โบราณจวบจนปัจจบุ นั พระราชพธิ ีพืชมงคลจรดพระนังคลั แรกนาขวญั เป็นพระราชพิธี ๒ พธิ รี วมกนั คอื พระราชพธิ พี ืชมงคลอัน เป็นพิธสี งฆ์ ประกอบพระราชพิธวี นั แรกในพระอุโบสถวัดพระศรรี ัตนศาสดาราม และพระราชพธิ ีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พธิ ี ไถหวา่ น) อนั เป็นพิธพี ราหมณ์ ซ่ึงจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพธิ สี นามหลวง เน่อื งจากในปพี ุทธศักราช ๒๕๖๓ ประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกตอ้ งเผชญิ กบั สถานการณก์ าร แพรร่ ะบาดของ โรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซ่งึ มีมาตรการและขอ้ ปฏิบัตทิ างสาธารณสุขหลายประการเพอื่ ปอู งกนั การ แพรก่ ระจายของโรค ดงั นน้ั กระทรวงเกษตรและสหกรณจ์ งึ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบ \"พธิ ปี ลุกเสกเมล็ด พนั ธุ์ข้าวพระราชทานและพชื พันธต์ุ า่ ง ๆ\" ณ พระอุโบสถวดั พระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวงั ในวันอาทติ ยท์ ี่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โดยนาพันธ์ขุ า้ วทรงปลูกพระราชทานในฤดูทานาปี ๒๕๖๒ และพันธ์พุ ชื ตา่ ง ๆ มาเขา้ ประกอบพิธี พรอ้ มทงั้ \"พิธหี ว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา\" ในวันจนั ทรท์ ี่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เพื่อความเปน็ สริ ิมงคลและ สรา้ งขวญั กาลงั ใจแก่เกษตรกรทกุ สาขา ทั่วประเทศ ในการนี้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั ทรงพระกรุณาโปรดอาราธนาใหส้ มเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก เสด็จไปทรงเป็นประธานในการประกอบพิธีปลกุ เสกเมลด็ พนั ธุ์ขา้ วพระราชทานและ พชื พนั ธุต์ ่าง ๆ พรอ้ มท้ังพระมหาราชครพู ธิ ีศรีวิสทุ ธคิ ุณ เปน็ ประธานฝุายพราหมณ์ ณ พระอุโบสถ วดั พระศรีรัตนศาสดาราม ใน พระบรมมหาราชวัง ในวันอาทิตยท์ ี่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โดยพระราชทาน พระบรมราชานุญาตใหอ้ ัญเชญิ พระคันธารราษฎร์ ใหญ่ (ประทบั น่งั ) และพระคันธารราษฎรจ์ ีน (ประทบั น่ัง) ทปี่ ระดิษฐาน ณ หอพระคันธารราษฎร์ วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ไป ประดษิ ฐานเป็นพระพทุ ธรูปประธานในพธิ ี ปลุกเสกเมลด็ พันธุข์ ้าวพระราชทานและพชื พนั ธ์ุตา่ ง ๆ พรอ้ มท้งั ทรงกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ พลเอก สุรยทุ ธ์ จลุ านนท์ ประธานองคมนตรี ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ปี ระธานฝุายฆราวาสในพธิ ีปลกุ เสกเมล็ดพนั ธขุ์ า้ วพระราชทาน และพืชพันธ์ตุ า่ ง ๆ ณ พระอุโบสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันอาทติ ยท์ ่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. และปฏิบัตหิ นา้ ท่ีประธานในพิธหี วา่ นขา้ วในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจนั ทรท์ ่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยมปี ลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปน็ ผูห้ วา่ นข้าว เพอ่ื เปน็ เมล็ดพันธุ์สาหรับการประกอบพระราชพธิ พี ืช มงคลจรดพระนงั คัลแรกนาขวญั ในปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔

พระยาแรกนา  นายอนนั ต์ สวุ รรณรัตน์ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถานทท่ี างาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขท่ี ๓ ถนนราชดาเนนิ นอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ เทพีคหู่ าบทอง/เทพีค่หู าบเงิน เทพคี ่หู าบทอง เทพคี ่หู าบเงิน

พระโคแรกนา  พระโค ในทางศาสนาพรามหณ์ หมายถึง เทวดาผูท้ าหน้าทีเ่ ปน็ พาหนะของพระอศิ วรซ่ึงเปรยี บไดก้ บั การใช้ แรงงานและความเขม้ แข็ง และเปน็ สัตวเ์ ลีย้ งท่ีพระกฤษณะและพระพลเทพดแู ลซึง่ เปรียบไดก้ ับความอุดมสมบูรณ์ ดงั นนั้ ในการประกอบพระราชพธิ จี รดพระนงั คัลแรกนาขวัญ จงึ ไดก้ าหนดใหใ้ ช้พระโคเพศผู้เข้ารว่ มพระราชพิธเี สมอมา ตัง้ แต่รัชกาลที่ ๑ เพื่อเป็นตัวแทนของความเขม้ แขง็ และความอดุ มสมบรู ณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณไ์ ด้มอบหมายใหก้ รมปศสุ ตั วเ์ ป็นหนว่ ยงานดาเนินการคดั เลอื กโคเพื่อเป็นพระโคตาม หลักเกณฑ์ กลา่ วคอื จะต้องเป็นโคทมี่ ีลกั ษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มคี วามสงู ไมน่ ้อยกว่า ๑๕๐ เซนตเิ มตร ความยาวลาตัวไมน่ ้อยกวา่ ๑๒๐ เซนติเมตร ความสมบรู ณร์ อบอกไม่น้อยกวา่ ๑๘๐ เซนตเิ มตร โคทง้ั คู่จะต้องมีสเี ดยี วกัน ผวิ สวย ขนเป็นมนั กริ ิยามารยาทเรียบร้อย ฝกึ ง่าย สอนงา่ ยไม่ดรุ ้าย เขาลกั ษณะโคง้ สวยงามเทา่ กัน ตาแจม่ ใส หูไม่มีตาหนิ หางยาวสวยงามดี มขี วญั หน้า ขวัญทัดดอกไมซ้ า้ ยขวา และขวัญหลัง ถกู ตอ้ ง มีขาและกบี ข้อเท้าแขง็ แรง มองดู ด้านขา้ งลาตัวจะเปน็ สี่เหลี่ยม ในปี ๒๕๖๓ กรมปศุสัตว์ ไดท้ าการคัดเลอื กพระโคแรกนาขวัญ จานวน ๒ คู่ คอื พระโคแรกนาขวัญ ๑ คู่ ได้แก่ พระโคพอ พระโคเพยี ง พระโคสารอง ๑ คู่ ไดแ้ ก่ พระโคเพิม่ พระโคพลู

พระโคแรกนาขวัญ พระโคพอ มีความสงู ๑๖๕ เซนตเิ มตร ความยาวลาตัว ๒๒๓ เซนตเิ มตร ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๑๓ เซนตเิ มตร อายุ ๘ ปี พระโคเพยี ง มคี วามสูง ๑๖๙ เซนติเมตร ความยาวลาตัว ๒๓๘ เซนตเิ มตร ความสมบรู ณ์ รอบอก ๒๐๕ เซนติเมตร อายุ ๘ ปี นายสมชาย ดาทะมิส บรจิ าคทรัพยซ์ ื้อพระโคพอ แล้วมอบใหก้ รมปศุสตั ว์ นาน้อมเกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ใชเ้ ปน็ พระโคแรกนาขวัญ ประจาปพี ุทธศักราช ๒๕๖๓ นายอาคม วัฒนากลู บริจาคทรพั ยซ์ อ้ื พระโคเพียง แล้วมอบใหก้ รมปศุสัตว์ นานอ้ มเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระ ปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ใช้เปน็ พระโคแรกนาขวัญ ประจาปพี ุทธศักราช ๒๕๖๓ พระโคสารอง พระโคเพม่ิ มีความสูง ๑๕๙ เซนตเิ มตร ความยาวลาตวั ๒๓๐ เซนตเิ มตร ความสมบรู ณ์ รอบอก ๒๐๑ เซนตเิ มตร อายุ ๑๐ ปี พระโคพูล มคี วามสงู ๑๕๗ เซนติเมตร ความยาวลาตวั ๒๓๘ เซนติเมตร ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๕ เซนติเมตร อายุ ๑๐ ปี นายทฤษดี ชาวสวนเจริญ อดีตอธบิ ดีกรมปศุสัตวบ์ รจิ าคทรพั ยซ์ ้ือพระโคเพม่ิ แล้วมอบให้ กรมปศุสัตว์ นานอ้ มเกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ใชเ้ ป็นพระโคสารองประจาปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ นายวิจารณ์ ภุกพิบลู ย์ มอบพระโคพูลใหก้ รมปศุสตั ว์ นาน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ย เดช ใชเ้ ป็นพระโคสารองประจาปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ พระโคแรกนาขวญั และพระโคสารอง ประจาปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๓ เป็นโคพันธุ์ขาวลาพนู มีสผี ิวขาวอมชมพู ขนสขี าว สะอาด ท้ังลาตัวไมม่ จี ุดด่างดา หรอื สีอ่ืนบนลาตวั เขามสี ีขาว ลาตัวเป็นลาเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโคง้ สวยงาม ดวงตา แจ่มใสสนี า้ ตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมกู ขาว กีบสขี าว ขนหางเปน็ พวงสขี าวยาว ลาตัวชว่ งขาหลังและกีบมีความสมบรู ณ์ แข็งแรง เวลายนื และเดนิ สง่า

ประวัตโิ คขาวลาพนู โคขาวลาพนู เป็นโคพ้ืนเมืองสาหรับใช้งานดัง้ เดิม ทีพ่ บกนั มากในอาเภอตา่ งๆ ของจงั หวัดลาพนู และเชียงใหม่ และ แพรก่ ระจายไปยังอาเภอตา่ งๆ ของจังหวดั ลาปาง พะเยา และเชยี งราย ทีอ่ ยใู่ กลก้ บั จงั หวัดลาพนู และเชียงใหม่ มีลกั ษณะท่ีโดด เด่นคือมีรูปรา่ งสูงใหญ่ สูงโปรง่ ลาตัวมีสีขาวตลอด พู่หางขาว หนงั สชี มพสู ม้ จมูกสชี มพสู ้ม เนอ้ื เขาเนื้อกีบสนี ้าตาลสม้ จาก ลักษณะเดน่ เปน็ สง่าดงั กล่าว จึงไดถ้ กู คดั เลอื กใหเ้ ป็นพระโคในพระราชพิธีจรดพระนงั คลั แรกนาขวัญ ความเปน็ มาของโคขาว ลาพูนนน้ั ยังไม่มผี ู้ใดศึกษาไวอ้ ย่างจรงิ จงั และยังไม่ทราบแน่นอนถึงถนิ่ กาเนิดทแ่ี ทจ้ ริง อย่ทู ใ่ี ดและมมี าแลว้ ตงั้ แตเ่ มื่อใด ทีเ่ ริม่ รจู้ ักกนั นน้ั มีความเปน็ มาจากการท่ีภาควิชาสัตวบาล มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ได้รเิ ริม่ เล้ยี งฝูงโคขาว ต้ังแต่ พ.ศ.๒๕๒๑ แทนฝูงโค เนอื้ ลูกผสมพันธุต์ ่างประเทศ เพ่อื หาทางศกึ ษาชนี้ าให้มีการอนุรักษแ์ ละปรับปรงุ พนั ธุ์ โคขาวลาพูนเปน็ โคพนื้ เมืองทเ่ี กดิ จากฝมี อื และผลงานของชาวบา้ นในจังหวดั ลาพูน มีการพฒั นาสายพันธมุ์ านานกว่า ๑๐๐ ปี เล้ยี งกันแพร่หลายในจังหวัดลาพนู และเชียงใหม่ แล้วแพร่กระจายไปยังจงั หวดั ลาปาง พะเยา เชียงราย เกดิ ข้ึนมาได้ อยา่ งไรไมม่ ีหลักฐานแนช่ ดั บางท่านเลา่ ว่า เกิดจากการกลายพันธุข์ องโคพื้นเมอื งในสมยั พระนางจามเทวี ผคู้ รองนครหรภิ ุญไชย พระองค์แรก เมอ่ื ๑ ,๓๔๐ กว่าปมี าแลว้ และเป็นสัตว์คบู่ ารมีของชนชน้ั ปกครอง ในสมัยนนั้ ใชล้ ากเกวียน แต่หรภิ ุญไชยก็ล่ม สลายตงั้ แต่คร้งั เมือ่ พอ่ ขนุ เมง็ รายมหาราชยดึ ครอง อีกทงั้ เปน็ เมืองรา้ ง สมยั พมา่ ครองเมือง ช่วงกรุงศรีอยุธยาแตกครงั้ ที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ ในตาราฝร่ังบางเลม่ กลา่ วว่า ต้นตระกูลของโคพน้ื เมืองในภาคพื้นเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ นา่ จะเป็นโคยโุ รปท่ีไม่มหี นอก ซึ่งต่อมาถกู ผสมขา้ มโดยโคอนิ เดยี ที่มหี นอก เพราะโคในภูมิภาคนสี้ ว่ นใหญม่ ีลกั ษณะของท้งั โคยโุ รปและโคอินเดียรวมกัน คือมี เหนยี งคอสนั้ หนา้ ผากแบน และหูเล็กแบบโคยโุ รป มหี นอกแบบโคอนิ เดยี โคขาวลาพูนมีลกั ษณะเฉพาะตวั คือ มีสีขาวปลอดทัง้ ตวั ซึง่ แตกต่างจากโคสขี าวพันธุ์อืน่ ๆ ทป่ี าก จมูก ขอบตา กีบ เขา และพูห่ างสดี า แตโ่ คขาวลาพูนจะเปน็ สขี าวทัง้ หมด และไม่ใช่โคเผอื กเพราะตาดาไมเ่ ป็นสชี มพู เนอื่ งจากมลี าตัวสขี าวจึงทาให้ ทนความรอ้ นจากแสงแดดได้ดีเป็นพเิ ศษ โคขาวลาพนู นบั เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมและสงั คมเกษตรกรรมของบรรพบรุ ษุ ชาว ล้านนา ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สญู พันธไุ์ ปโดยรู้เท่าไมถ่ งึ การณ์ ตามคตขิ องศาสนาพราหมณ์ ตามตานานกล่าวว่าโค อุสภุ ราชเผอื กผู้มีนามว่าพระนนทิ ถือกันวา่ เป็นเทพเจ้า แหง่ สตั วจ์ ตั บุ าท พระนนทิ จะแปลงรปู เปน็ โคใหพ้ ระ อศิ วรทรง ซง่ึ ความเชื่อนค้ี นอินเดียจงึ ไม่ทานเนอ้ื โค จึงมี โคเยอะมากในประเทศอินเดีย ไทยเรารับความเช่ือของ พราหมณม์ า ดงั นนั้ ในการประกอบพระราชพธิ จี รดพระ นงั คลั แรกนาขวญั เร่มิ ตง้ั แตร่ ัชกาลท่ี ๑ ราชวงศจ์ กั รี ได้ กาหนดใหม้ พี ระโคเพศผู้เข้ารว่ มในพระราชพธิ นี ้ี

คนั ไถ คนั ไถทใ่ี ชใ้ นพระราชพธิ พี ืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวญั นอ้ มเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มสรา้ งถวาย พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพอื่ ใช้ ในพระราชพธิ ดี ังกล่าวตลอดมานั้น สร้างเมอื่ ปี พ.ศ.๒๕๓๙ โดยกลุม่ เกษตรกรผู้เลีย้ งโคนมหนองโพ อาเภอ โพธาราม จังหวัดราชบรุ ี เปน็ คนั ไถทีท่ าจากไม้สมอ ซงึ่ ชุดคนั ไถประกอบดว้ ย ๑. คันไถ ขนาดความสงู วัดจากพน้ื ถงึ เศียรนาค ๒.๒๖ เมตร และ ความยาวจากเศยี รนาคถึงปลายไถ ๖.๕๙ เมตร ทาสแี ดงชาดตลอดคัน ไถ ทหี่ วั คันไถทาเปน็ เศยี รพญานาคลงลักปดิ ทอง ลวดลายประดบั คัน ไถเป็นลายกระจังตาอ้อยลงลักปิดทองตลอดคนั ปลายไถหุม้ ผา้ ขาวขลบิ ทองสาหรับมอื จบั ๒. แอกเทียมพระโค ยาว ๑.๔๕ เมตร ตรงกลางแอกประดบั ด้วยรูปครฑุ ยดุ นาคหลอ่ ด้วยทองเหลืองลงลักปิดทองอยู่บนฐาน บวั ปลายแอกทัง้ สองดา้ นแกะสลักเป็นรูปเศียรพญานาคลงลกั ปดิ ทอง ลวดลายประดับเป็นลายกระจงั ตาอ้อยลงลกั ปดิ ทองตลอด คัน ท่ีปลายแอกแตล่ ะด้านมีลูกแอกทง้ั สองด้านสาหรับเทียมพระโคพร้อมเชือกกระทาม ๓. ฐานรอง เปน็ ทสี่ าหรบั ตั้งรองรับคนั ไถพร้อมแอก ทาด้วยไม้ เน้ือแข็งทาด้วยสีแดงชาด มลี วดลายประดับเปน็ ลายกระจงั ตาอ้อย ลงลกั ปดิ ทอง ทั้งดา้ นหวั ไถและปลายไถ ๔. ธงสามชาย เป็นธงประดบั คันไถติดตัง้ อยู่บนเศยี รนาค ทา ด้วยกระดาษและผา้ สักหลาด เขียนลวดลายลงลักปดิ ทองประดับ ดว้ ยกระจกแวว มีพสู่ ขี าวประดับด้านบนเป็นเครอ่ื งสูงชนดิ หนงึ่ เพื่อ ประดับพระเกียรติ ธงสามชายมีลกั ษณะเป็นรูปสามเหลีย่ ม ฐานยาว ๔๑ เซนตเิ มตร สงู ๕๐ เซนตเิ มตร และเสาธงยาว ๗๒ เซนติเมตร

สัตยาธิษฐาน การเสีย่ งทาย การตัง้ สตั ยาธิษฐานหยบิ ผ้านุ่งแตง่ กาย (การเส่ยี งทายผ้าน่งุ ) \"ผ้านุ่งแตง่ กาย” ผ้านุ่งซงึ่ พระยาแรกนาต้ังสตั ยาธษิ ฐานหยบิ นน้ั เปน็ ผา้ ลาย มีดว้ ยกนั ๓ ผนื คอื หกคบื หา้ คบื และสีค่ บื ผา้ นงุ่ นีจ้ ะวาง เรยี งบนโตกมผี ้าคลมุ เพอื่ ใหพ้ ระยา แรกนาขวัญหยิบ ถ้าหยบิ ได้ผืนใด กจ็ ะมีคาทานายไปตามกันคือ ถา้ หยบิ ผา้ ได้ ๔ คบื พยากรณ์ว่า นา้ จะมากสักหนอ่ ย นาในที่ดอน จะได้ผลบรบิ รู ณด์ ี นาในที่ล่มุ อาจจะเสยี หายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ถ้าหยบิ ไดผ้ ้า ๕ คืบ พยากรณ์ว่า น้าในปนี จ้ี ะมปี รมิ าณพอดี ข้าว กล้าในนาจะไดผ้ ลบรบิ รู ณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบรู ณ์ดี ถา้ หยิบไดผ้ า้ ๖ คืบ พยากรณ์วา่ นา้ จะน้อย นาในที่ลมุ่ จะได้ผล บริบรู ณ์ดี แต่นาในทด่ี อน จะเสยี หายบา้ ง ไดผ้ ลไม่เต็มท่ี การเสี่ยงทายของกิน ๗ สง่ิ ของกิน ๗ ส่งิ ทต่ี ้งั เลีย้ งพระโคนน้ั มี ข้าวเปลือก ขา้ วโพด ถ่วั เขยี ว งา เหล้า น้า และหญ้า ถา้ พระโคกนิ ส่งิ ใดก็จะมคี าทานาย ไปตามน้ันคอื ถ้าพระโคกนิ ขา้ ว หรอื ข้าวโพด พยากรณ์วา่ ธญั ญาหาร ผลาหาร จะบริบรู ณ์ดี ถา้ พระโคกิน ถั่ว หรอื งา พยากรณว์ ่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ถ้าพระโคกนิ นา้ หรอื หญา้ พยากรณ์ว่า นา้ ทา่ จะ บรบิ รู ณ์พอสมควร ธญั ญาหาร ผลาหาร ภกั ษาหาร มังสา หารจะอดุ มสมบรู ณถ์ า้ พระโคกนิ เหล้า พยากรณ์ วา่ การคมนาคมจะสะดวกขน้ึ การค้าขาย กับ ตา่ งประเทศดขี นึ้ ทาให้เศรษฐกิจร่งุ เรอื ง

พนั ธขุ์ ้าว บัญชรี ายชือ่ พันธข์ุ า้ วและน้าหนัก ฤดูนาปี ๒๕๖๒ โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองคส์ วนจิตรลดา ท่ีนาเขา้ ใน พธิ ปี ลุกเสกเมลด็ พันธข์ุ า้ วพระราชทานและพืชพันธุต์ า่ ง ๆ สาหรบั ปี ๒๕๖๓ น้ี กรมการข้าวไดด้ าเนินการขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตนาพันธ์ขุ า้ วทงั้ หมด ๕ พนั ธ์ุ รวมนา้ หนัก เมล็ดพนั ธขุ์ ้าวทั้งส้ิน ๑,๔๕๘ กิโลกรมั จัดสง่ ให้สานักเมลด็ พันธข์ุ า้ วกรมการขา้ ว จดั เป็น “พนั ธขุ์ ้าวทรงปลูกพระราชทาน ” และ บรรจใุ นซองพลาสตกิ แจกจา่ ยเพอื่ เป็นม่ิงขวญั และสิริมงคลในการประกอบอาชพี การเกษตรตามประเพณนี ยิ ม เพ่ือใหเ้ ป็นไปตาม พระราชประสงคส์ บื ไป ข้าวนาสวน ลาดับ พนั ธุ์ข้าว นา้ หนัก (กโิ ลกรัม) ๑ ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ๕๑๔ ๒ ปทมุ ธานี ๑ ๒๐๐ ๓ กข ๗๙ ๔๘๙ ๔ กข ๔๓ ๒๐๐ ๕ กข ๖ ๕๕ รวม ๑,๔๕๘

กาหนดการและรายละเอยี ดพธิ ี พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว ทรงพระกรณุ าโปรดอาราธนาใหส้ มเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อมั พร อมพฺ โร) สมเด็จ พระสังฆราช สกลมหาสังฆ ปรณิ ายก เสด็จไปทรงเป็นประธาน ในการประกอบพธิ ีปลุกเสกเมล็ดพนั ธุ์ขา้ วพระราชทาน เพ่อื เป็นเมล็ดพนั ธุ์สาหรับเพาะปลกู ณ พระอโุ บสถวัดพระศรรี ตั นศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง วันอาทติ ย์ ท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ........................................ กาหนดการ วนั อาทติ ย์ ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๕๕ น. (เวลาโดยประมาณ) o สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมั พร อมฺพโร) สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทับรถยนตพ์ ระ ประเทียบจากวัดราชบพิธสถิตมหาสมี ารามไปยังพระบรมมหาราชวัง เวลา ๑๗.๐๐ น. (เวลาโดยประมาณ) o รถยนตพ์ ระประเทยี บ เทียบท่ปี ระตูเกยหลงั วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม o เสดจ็ เข้าพระอุโบสถ o ทรงจุดธปู เทียนเครอ่ื งนมสั การแก้วบชู าพระพุทธมหามณีรัตนปฏมิ ากร o ทรงกราบราบ o ประทบั พระเกา้ อ้ี o เจา้ หนา้ ท่แี ผนกศุภรตั อาราธนาศีล o ผูร้ ว่ มพิธีรับศีล (ประธานสงฆ์ ถวายศีล จบ) o พลเอก สรุ ยุทธ จลุ านนท์ ประธานองคมนตรี ประธานฝุายฆราวาส ไปยังโตะ๊ บวงสรวง o จุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูปทโ่ี ต๊ะเคร่ืองบวงสรวงสังเวย แลว้ โปรยดอกไม้ทเี่ คร่อื งบวงสรวงสังเวย (ขณะนี้ ชาวพนกั งานลั่นฆอ้ งชยั ประโคมสงั ข์ แตร ดุริยางค์) o ไหว้ o นั่งเกา้ อท้ี ีเ่ ดิม o พระมหาราชครพู ธิ ีศรวี สิ ทุ ธิคณุ ฯ ประธานพระครูพราหมณ์ ประกอบพิธบี วงสรวงเทพยดาปลุกเสกเมลด็ พันธ์ุ ขา้ วพระราชทาน ซ่งึ จะใช้เปน็ เมลด็ พนั ธุ์สาหรบั เพาะปลูกในปี ๒๕๖๔ o พระมหาราชครพู ิธีศรีวิสุทธิคณุ ฯ ประธานพระครูพราหมณ์ อา่ นโองการบวงสรวง จบแล้ว (ขณะนี้ ชาวพนักงานล่นั ฆ้องชัย ประโคมสงั ข์ แตร ดุรยิ างค์) o ประธานฝาุ ยฆราวาส โปรยข้าวตอก ดอกไม้ ทโ่ี ต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย (ขณะน้ี ชาวพนกั งานลนั่ ฆอ้ งชัย ประโคมสังข์ แตร ดรุ ิยางค์) o เจา้ หนา้ ทแ่ี ผนกศุภรตั อาราธนาพระปรติ ร

o o พระสงฆ์เปรยี ญธรรม ๙ ประโยค จากวดั ต่าง ๆ ๑๐ รปู เจรญิ พระพทุ ธมนต์ (คาถาพชื มงคล) จบ o สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสดจ็ ไปทรง ประพรมน้าพระพุทธมนต์ และเทพมนตร์ โปรยขา้ วตอกดอกไมท้ เี่ มล็ดพันธพุ์ ืช (ขณะนี้ พระสงฆเ์ จริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานล่นั ฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดรุ ิยางค์) o ประธานฝาุ ยฆราวาส ถวายมาลัยแด่พระพทุ ธคนั ธารราษฎร์ ๒ องค์ อธษิ ฐานขอความอดุ มสมบรู ณ์ของพชื ผล แหง่ ราชอาณาจกั รไทย o ประธานฝุายฆราวาส ถวายจตุปจั จยั ไทยธรรมแดพ่ ระสงฆ์ o ทรงหล่ังทักษโิ ณทก (พระสงฆถ์ วายอนโุ มทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ) o สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (อมั พร อมพฺ โร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายกเสด็จไปทรงกราบท่ี หนา้ เครื่องนมัสการ o เสด็จกลบั การแต่งกาย แตง่ เคร่อื งแบบปกตขิ าว

พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ พลเอก สรุ ยุทธ์ จลุ านนท์ ประธานองคมนตรเี สด็จไปทรงเปน็ ประธาน เปน็ ประธานไปในพธิ หี วา่ นเมล็ดพนั ธข์ุ า้ วในแปลงนาสาธติ สวนจิตรลดา และใหน้ ายอนนั ต์ สวุ รรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปน็ ผหู้ ว่านเมล็ดพนั ธข์ุ ้าว ณ บรเิ วณแปลงนาสาธิต สวนจติ รลดา วันจันทร์ ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ........................................ กาหนดการ วนั จนั ทร์ ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๑๕ น. (เวลาโดยประมาณ) o พลเอก สุรยุทธ์ จลุ านนท์ ประธานองคมนตรี เดินทางโดยรถยนตห์ ลวงออกจากบา้ นเลขท่ี ๘๐ หมู่ ๗ ซอย เดอะรอยลั กอลฟ์ ตาบลศรี ษะจระเข้น้อย ก่งิ อาเภอบางเสาธง จังหวดั สมุทรปราการ เวลา ๑๐.๐๐ น. (เวลาโดยประมาณ) o ประธานองคมนตรี เดินทางถงึ บรเิ วณแปลงนาสาธติ สวนจิตรลดา (รถยนต์หลวง เทยี บทางขวา) o นายอนนั ต์ สวุ รรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรอ้ มดว้ ยเทพีคหู่ าบทอง - เงนิ รอรับประธาน องคมนตรี o ประธานองคมนตรี เข้าปะราพธิ ี นงั่ เก้าอี้ ณ ท่ีจัดไว้ o ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมดว้ ยเทพคี หู่ าบทอง – เงนิ ทาความเคารพประธานองคมนตรี แล้ว ออกไปประกอบพิธหี ว่านเมลด็ พนั ธ์ขุ ้าวในแปลงนาสาธิต สวนจติ รลดา เพ่อื เปน็ เมลด็ พนั ธุข์ ้าวสาหรับประกอบ พระราชพธิ พี ชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวัญ ประจาปี ๒๕๖๓ o เสร็จแล้ว ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรอ้ มดว้ ยเทพีคหู่ าบทอง – เงนิ ทาความเคารพประธาน องคมนตรี แลว้ รอสง่ ประธานองคมนตรี เดนิ ทางกลบั o ประธานองคมนตรี ออกจากประราพธิ ี ไปยงั รถยนตห์ ลวง (รถยนตห์ ลวง เทียบทางซ้าย) o ประธานองคมนตรี ขน้ึ รถยนตห์ ลวง เดินทางกลับบา้ นเลขท่ี ๘๐ หมู่ ๗ ซอยเดอะรอยัลกอลฟ์ ตาบลศีรษะ จระเขน้ ้อย กิ่งอาเภอบางเสาธง จงั หวดั สมุทรปราการ การแต่งกาย แต่งเครื่องแบบปกติขาว

ประมวลภาพกจิ กรรม ปี พ.ศ. ๒๕๖๒



บรรณานกุ รม วันพชื มงคล. สบื ค้น 8 พฤษภาคม 2563 จาก https://www.moac.go.th/royal_ploughing-history


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook