Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงงาน คู่มือการดูเเลรักษาต้นไม้ขุดล้อมหลังการขาย(ร้านสารภีพันไม้)

โครงงาน คู่มือการดูเเลรักษาต้นไม้ขุดล้อมหลังการขาย(ร้านสารภีพันไม้)

Published by toptaploveparing, 2021-11-09 16:26:23

Description: โครงงาน คู่มือการดูเเลรักษาต้นไม้ขุดล้อมหลังการขาย(ร้านสารภีพันไม้)

Search

Read the Text Version

รายงานโครงงานวชิ าชีพภูมทิ ศั น์ เรื่อง คมู่ ือการดแู ลรักษาตน้ ไมข้ ดุ ล้อมหลังการขาย (ร้านสารภพี นั ไม้) โดย นาย ปฏภิ าณ รักษาศีล รหัส 6119101307 สาขาเทคโนโลยีภูมิทศั น์ คณะสนถาปตั กรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ ปีการศึกษา 2564

อนุมัตโิ ครงงาน ชื่อโครงงาน ค่มู ือการดแู ลรกั ษาต้นไม้ขุดล้อมหลังการขาย (รา้ นสารภีพนั ไม)้ ชือ่ ผเู้ ขยี น นาย ปฏิภาณ รกั ษาศลี สาขาวชิ า เทคโนโลยีภูมิทศั น์ คณะมหาวทิ ยาลยั คณะสถาปตั ยกรรมศาสตรแ์ ละการออกแบบสิ่งแวดลอ้ ม ปกี ารศกึ ษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1/2564 ชื่ออาจารยท์ ่ีปรึกษา ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย ลงนาม ..................................................

ช่ือโครงงาน คู่มอื การดแู ลรกั ษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลงั การขาย (ร้านสารภพี นั ไม)้ ช่ือผเู้ ขยี น นาย ปฏิภาณ รักษาศลี สาขาวิชา เทคโนโลยภี มู ิทัศน์ ปีการศกึ ษา 1/2564 บทคัดย่อ คำเนอื่ งด้วยปจั จุบนั ไม้ขุดล้อมถือเป็นองคป์ ระกอบหลักในการจัดสวนตามหลกั สากล ทาํ ให้ไม้ขุดลอ้ ม เปน็ ท่ตี ้องการ ของบ้านจัดสรร โรงแรม รสี อร์ท สนามกอลฟ์ บรษิ ัท หรอื แม้แตบ่ า้ นพัก รวมไปถงึ แขวง การทาง สถานที่ ราชการ และมหาวทิ ยาลัยตา่ งๆ ซึง่ การขุดลอ้ มตน้ ไม้น้ันมขี นั้ ตอนที่ยาก และมี หลากหลายวิธกี ารเพราะไม้แตล่ ะชนดิ มลี ักษณะ นสิ ัยทแ่ี ตกต่างกนั และปัญหาทม่ี ักจะพบบ่อยก็คือ ตน้ ไม้ ขุดลอ้ มป่วย หรอื ตาย สาเหตุอาจจะมาจาก ผู้ขดุ ลอ้ มขาดความรวู้ ิธีการ หรอื ลูกคา้ ทีไ่ ดซ้ ้อื ต้นไม้ขดุ ลอ้ ม ไปนน้ั ไม่รู้วิธีการดูแลรกั ษา และเป็นสาเหตใุ หต้ น้ ไม้ ป่วย หรอื ตายได้ เสียท้ังเวลาเสียค่าใชจ้ า่ ยในการยก ออก และยงั เสยี ทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดยเปล่าประโยชน์ ดงั น้นั ผจู้ ดั ทําจงึ อยากศึกษา วธิ กี ารดูแลรักษาไม้ ขุดลอ้ ม และวธิ ีการขุดลอ้ ม หรอื ปัญหาท่ีพบบอ่ ยในต้นไม้ขดุ ลอ้ ม,เพื่อจดั ทาํ คู่มอื การดแู ลรกั ษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลังการขาย ให้แก่ร้าน กรณศี กึ ษาร้านสารภพี ันไม้ เพื่อให้ ลกู คา้ ทไ่ี ดซ้ อ้ื ไม้ขดุ ล้อมไปนนั้ หรอื ผคู้ นท่ี ให้ความสนใจในเรอื่ งไม้ขุดล้อมนนั้ ได้ศึกษา และนาํ ไปปรบั ใช้เพอื่ ให้เกดิ ประโยชนใ์ ห้แก่ตน้ ไม้ขุดล้อม การจดั ทาํ คู่มอื ทางผจู้ ัดทาํ ไดข้ อประวตั ิลูกคา้ ที่เคยซ้ือตน้ ไม้ขดุ ล้อมไป จาํ นวน 5 คน และได้ทาํ แบบสอบถาม รายละเอยี ดเก่ียวกับ ปญั หา หรอื สิ่งท่อี ยากทราบ หลังที่ได้ซอื้ ตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มจาก รา้ นสารภี พนั ไมไ้ ป และนําเอาปญั หาหรอื สงิ่ ท่ีลกู คา้ อยากทราบ มาสรุปเป็นหัวขอ้ ว่า ปัญหาไหนทีล่ ูกคา้ เจอบอ่ ย ทส่ี ดุ และปญั หาไหนท่ลี ูกคา้ อยากให้มใี นคมู่ ือ จากน้ันนาํ เอาปญั หาที่สรุปได้ไปสอบถามทางร้านสารภีพัน ไม้ เพือ่ หาแนวทางวธิ กี ารเทคนคิ ในการดแู ลรกั ษาต้นไม้ขดุ ลอ้ มของทางร้าน เพื่อนาํ ไปสรา้ งกราฟฟิกให้ผู้ท่ี อา่ นค่มู อื นน้ั ไดเ้ ข้าใจงา่ ยขึน้ เพราะคนเราจะสามารถจําภาพไดก้ วา่ ตวั หนงั สือ ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ Wharton School of Business ทอี่ อกมารบั รองว่าการนำเสนอข้อมลู สินคา้ หรอื บรกิ ารด้วยการเลา่ เรือ่ งด้วยภาพประกอบจะชว่ ยโน้มน้าวลกู ค้าได้ดีมากข้นึ ถงึ 67% เลยทีเดียว เนือ่ งจากภาษาภาพจะชว่ ย การเรอื่ งการรับรู้ของผชู้ มไดม้ ากกว่า สมองของเราจะจดจำจากการอา่ นได้เพียง 20% จดจำจากการได้ยิน เพยี ง 10% แต่กลบั กนั สิ่งที่เราได้เห็น สมองของเราจดจำได้ดกี ว่า 80% ประโยชน์ของค่มู ือการดูแลรักษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลังการขาย อาจจะชว่ ยกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในเรอ่ื งนี้ หรอื ลูกค้าทางร้านสารภีพนั ไม้ ใหเ้ ข้าใจวิธกี าร เทคนคิ จากทางรา้ นแบบ งา่ ยเพราะมกี ราฟฟกิ ทจี่ ะชว่ ย อธบิ ายและเขา้ ใจงา่ ย สามารถนําไปปรับใช้ เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์ เพอื่ ไมใ่ ห้ตน้ ไม้ขุดลอ้ ม ปว่ ย หรอื ตาย ลดปัญหา สญู เสียทรัพยากรเปลา่ ประโยชน์ วิธกี ารต่างๆในคมู่ อื จะเปน็ เทคนคิ แบบง่ายท่ที างรา้ นใช้และ ได้ผลจริง. สำคัญ : (Wharton School of Business),(กราฟฟกิ ),(กรณศี ึกษา),(ภาษาภาพ)

กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงาน ค่มู ือการดูแลรกั ษาตน้ ไมข้ ุดลอ้ มหลงั การขาย (ร้านสารภพี นั ไม)้ สำเรจ็ ลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี เนื่องจาก ความกรุณาอย่างดยี ่ิงของท่าน ผศ.บรรจง สมบรู ณช์ ัย อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาโครงการ ท่ีใหก้ าร สนับสนุนการจัดทำโครงการและไดแ้ นะนำความคิดในการจัดทำรูปเล่มเอกสารโครงงาน และช้ินงานค่มู ือ ในครง้ั นี้ รวมทง้ั ใหค้ ำปรกึ ษาในการดำเนนิ งานจนประสบผลสำเรจ็ ลลุ ว่ งตามวัตถปุ ระสงค์ จึงขอกราบ ขอบพระคณุ เปน็ อย่างสงู มา ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคณุ ทีมงานจากรา้ นสารภพี นั ไม้ ทใี่ หข้ ้อมลู และให้ความร่วมมอื เป็นอยา่ งดยี ่ิงที่ อนเุ คราะห์สถานทแี่ ละ สนบั สนุนโครงงานชนิ้ น้ี ตลอดระยะเวลาดำเนนิ การทำโครงงาน นาย ปฏิภาณ รกั ษาศีล

บทที่ 1 บทนำ 1.1 ทีม่ าและความสำคัญของโครงงาน เมือ่ คร้งั อดตี กาลประเทศไทยมพี น้ื ท่ีปา่ ไม้จำนวนมาก และสามารถสง่ ออกทรัพยากรป่าไม้เป็นสงิ่ คา้ สำคญั แต่ในอดีตเรา ขาดผูม้ ีความรแู้ ละผู้เชี่ยวชาญดา้ นการบริหารจัดการทรพั ยากรปา่ ไม้ทำใหพ้ ้ืนทป่ี า่ หมดไปอยา่ งรวดเร็ว และจำนวนประชากรท่ีเพ่มิ ขึ้น ความต้องการพนื้ ที่ในการทำกนิ ก็เพิม่ มากข้นึ ทำให้ ผนื ป่าถกู ทำลาย โดยไมม่ กี ารปลกู ทดแทน ส่งผลใหพ้ ันธุ์ไมย้ นื ตน้ และไมป้ ่าหลายชนิดอยูใ่ นสภาวะใกลส้ ญู พันธ์ุ ปจั จบุ ันไม้ขดุ ล้อมถอื เปน็ องค์ประกอบหลักในการจดั สวนตามหลักสากล ทำใหไ้ ม้ขดุ ล้อมเป็นท่ีต้องการ ของบ้านจดั สรร โรงแรม รสี อรท์ สนามกอลฟ์ บริษทั หรือแมแ้ ตบ่ ้านพัก รวมไปถงึ แขวงการทาง สถานท่ี ราชการ และมหาวทิ ยาลัยตา่ งๆ คณุ ภาพของต้นไม้ทจี่ ะนำมาปลูกในการจดั สวนมีความสำคัญมาก โดยควรมีความสมบูรณ์แข็งแรง และฟ้ืนตวั ได้เรว็ รูปทรงสวยงามและมคี ณุ ลกั ษณะตา่ งๆ ตามทตี่ ้องการ เชน่ เจรญิ เติบโตรวดเรว็ และไมโ่ ค่นล้มง่ายเมอ่ื มี ลมปะทะ แตใ่ นปจั จบุ นั พบวา่ ต้นไม้ที่ มีจำหน่ายโดยทวั่ ไป นนั้ สว่ นใหญย่ ัง ขาดคณุ สมบตั ทิ ีส่ ำคญั ดังกล่าว ดังน้ันหลังการปลูกตน้ ไมแ้ ลว้ อาจจะถกู โค่นท้ิงไป เนือ่ งจากคณุ สมบัติไมต่ รงตามวตั ถปุ ระสงคท์ ตี่ ้องการ ทำให้เกดิ ความสูญ เสียทางเศรษฐกจิ แรงงานและ เวลา ดงั น้นั สงิ่ ท่ีสำคัญทีส่ ุดก็คือการขดุ ล้อมที่ถกู วิธี การลงปลกู ทีถ่ กู วิธี การดแู ลในระยะส้ัน-ระยะยาว อยา่ งถูกวธิ ี เนื่องด้วยตัวผ้จู ัดทำได้มโี อกาสไปช่วยรนุ่ พ่ใี นดา้ นการขุดล้อมไม้ ซ่งึ การขดุ ล้อมต้นไม้นั้นมขี น้ั ตอนที่ยาก และ มีหลากหลายวิธีการ เพราะไมแ้ ต่ละชนิดมีลกั ษณะนสิ ยั ท่ีแตกต่างกัน เชน่ ชนดิ ต้นปาล์ม ชนดิ ไมเ้ นอ้ื แข็ง ชนดิ ไมเ้ นือ้ อ่อน เป็นตน้ ดังนัน้ ในเรือ่ งของอปุ นสิ ัย จึงต้องศึกษาให้ละเอยี ดรอบคอบ ในชว่ งลงปลกู ใหล้ กู ค้า ผ้จู ัดทำไดเ้ ข้าไปมสี ่วนรว่ มในครั้งนน้ั และจากหลงั การปลูกไปในระยะเวลา3เดือน ผลปรากฏวา่ ตน้ ไม้ ที่ไดท้ ำการลงปลูกไปนน้ั ตาย จงึ ทำให้ลูกคา้ และผขู้ ายไม้ลอ้ ม เสียเวลาเสยี คา่ ใช้จ่ายในการยกออก และยังเสยี ทรพั ยากรธรรมชาติ ดังนั้นผจู้ ดั ทำจึงอยากศกึ ษา วธิ กี ารดูแลรักษาไม้ขุดลอ้ ม,วิธีการตดั แต่งกงิ่ ,วิธีการขดุ ลอ้ ม,วิธกี าร เคลือ่ นยา้ ย,เพอ่ื จัดทำคู่มอื การดูแลรักษาต้นไมข้ ุดลอ้ มหลงั การขาย กรณีศึกษารา้ นสารภพี นั ไม้ ให้แก่ ลูกค้าที่ได้ซ้อื ไม้ขดุ ลอ้ มไปนน้ั และ ผคู้ นที่ใหค้ วามสนใจในเร่อื งไมข้ ดุ ล้อมนัน้ ได้ศึกษา วธิ กี ารดูแลรักษา วิธกี ารตดั แต่งก่งิ การลงปลกู การเคล่ือนยา้ ย ฯลฯ เปน็ คู่มอื เพอ่ื แนะนำแนวทางโดยสอดแทรกเนอ้ื หาทาง วิชาการ เพื่อใหล้ กู ค้าและผูค้ นที่สนใจในเรอื่ งน้ี ได้เข้าใจถึงวธิ ี การขดุ ลอ้ มไมแ้ ละวิธกี ารดูแลรกั ษาทีเ่ ขา้ ใจ ง่าย และถกู วธิ ี นำไปปรับใชเ้ พื่อไมใ่ หเ้ สียทรพั ยากรธรรมชาตไิ ปมากกวา่ น้ี

1.2 ขอบเขตการศึกษาคน้ คว้า การศึกษาครัง้ น้ีมงุ่ ศึกษาเร่อื ง การดแู ลรกั ษาไม้ขุดลอ้ ม,วิธีการขดุ ลอ้ ม,วิธีการเคล่อื นย้าย การตัดแต่งกิ่ง,โรคทพ่ี บบ่อยสำหรับไม้ขดุ ล้อม หรอื ปัญหาสำหรับลกู คา้ ทซี่ ือ้ ไมข้ ุดลอ้ มไปมี ขอบเขตของการวิจัยดงั นี้ (ด้านประชากร) คอื กลุม่ คนท่ไี ด้ซ้ือไมข้ ุดลอ้ มของร้านสารภพี ันไม้ ไป จำนวน 5 คนเราจะไป สอบถามข้อมูลประเด็นปญั หาหลังการซ้อื ความต้องการ หรอื ปัญหาอนื่ ๆ ทเ่ี กีย่ วกบั ไมข้ ดุ ล้อม เพื่อนำเอาข้อมลู มาทำคู่มือหลังการขายให้แก่ ลกู ค้าทซ่ี อ้ื ไม้ขดุ ล้อมของ รา้ นสารภพี ันไม้ ไป หรอื ผ้คู นทใี่ หค้ วามสนใจเกีย่ วกับเรื่องน้ี (ดา้ นเนอื้ หาของคมู่ ือดูแลรักษาไมล้ อ้ มหลังการขาย) จะเปน็ เนือ้ หาเบื้องต้นของไมข้ ุดล้อมเชน่ การขดุ ล้อม,การดแู ลรกั ษาไมข้ ุดลอ้ ม ประเดน็ ท่จี ะไปสอบถาม เมอื่ ไดม้ าแลว้ จะถกู เรยี บเรยี งไว้ เปน็ หัวข้อสำคัญในคมู่ ือ จะอธิบายดว้ ยกราฟิกท่เี ขา้ ใจง่าย 1.3 วัตถปุ ระสงค์ 1.3.1 เพื่อใหค้ วามรแู้ ก่ ผซู้ ือ้ ไม้ลอ้ มไปดแู ล เพ่อื ให้ต้นไมเ้ จริญเตบิ โตได้ดีไมเ่ กิดความเสยี หาย 1.3.2 เพื่อให้ความรูค้ วามเขา้ ใจ แก่ผู้คนทส่ี นใจในเร่ืองไม้ขดุ รอบไดเ้ ข้าใจงา่ ย ถึงหลงั การ 1.3.3 ส่งเสรมิ การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 1.3.4 สง่ เสรมิ ธรุ ะกจิ ไม้ลอ้ ม 1.4 ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ 1.4.1 คูม่ ือทแ่ี นะนำแนวทางการดูแลไมข้ ุดลอ้ มและวิธีการขุดล้อม อยา่ งถกู วธิ ีและเขา้ ใจง่าย 1.4.2 สามารถนำเอาความรู้ในดา้ นนีไ้ ปตอ่ ยอด และปรบั ใช้ ในการประกอบวิชาชีพในอนาคต 1.4.3 ได้รู้ วิธีการ ขุดลอ้ มตน้ ไม้การดูแล และองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของไมข้ ุดลอ้ ม 1.4.4 ไดเ้ ผยแพร่ ขอ้ มูลการดูแลไม้ขดุ ลอ้ ม และวธิ ีการขุดลอ้ มไม้ ใหผ้ ้คู นทั่วไปเข้าใจไดง้ า่ ย และสามารถนำเอาความร้ใู นดา้ นนไ้ี ป ปรบั ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ หรือช่วยไมข้ ดุ ลอ้ ม ที่มีอาการผดิ ปกติ ให้รอดมากทีส่ ดุ เพ่อื ลดปัญหาสูญเสียทรพั ยากรธรรมชาติ

บทท่ี 2 การทบทวนวรรณกรรม ในการจดั ทำโครงงารเร่ือง คู่มือดูแลรกั ษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลงั การขาย ผจู้ ัดทำได้ศกึ ษาเอกสารท่ีเกีย่ วขอ้ ง ดงั ต่อไปนี้ องค์ความรู้ทีเ่ กย่ี วขอ้ งประกอบดว้ ย - ความหมายของไมข้ ดุ ล้อม - เครอื่ งมอื สำหรบั การขดุ ล้อม-ปลูก - การขุดลอ้ มและการตัดแต่งราก - การเคลอ่ื นยา้ ยตน้ ไม้ - ประโยชน์ของการขดุ ลอ้ มย้ายปลูกตน้ ไม้ - การดแู ลรักษาต้นไม้ - โรคและแมลงศตั รตู ้นไมใ้ นเขตเมือง และการขาดธาตอุ าหาร 2.1 ความหมายของไม้ขดุ ล้อม การขุดลอ้ มยา้ ยปลูกต้นไม้ หมายถึงการดำเนนิ การยา้ ยตน้ ไม้จากท่ีเดมิ ไปยังที่แห่งใหม่ โดยทต่ี น้ ไม้ น้นั ยงั คงมี ชวี ติ อยู่ เปน็ การปรับเปลยี่ นที่ต้งั ของตน้ ไม้จากท่ีเคยเจรญิ เตบิ โตเดิม ไปยังสถานท่แี หง่ ใหม่ด้วย วิธี การขุด การตดั ราก มีการห่อหุ้มราก การตัดแต่งใบ กงิ่ ตามความจำเปน็ เพ่ือใหต้ น้ ไมน้ ั้นเจริญงอกงาม ตอ่ ไป ตน้ ไม้ขนาดใหญ่ต้องอาศัยระยะเวลาในการเจริญเตบิ โตสะสมเน้ือไม้สรา้ งรปู เพอื่ แสดงออกถึง ลกั ษณะของตน้ ไมใ้ หญ่ ซ่งึ มคี วามแตกตา่ งไปจากกลา้ ไม้ นอกจากน้ลี ักษณะการเจริญเติบโตโดยเฉพาะ ระบบราก การแตกกิง่ กา้ น และใบออ่ นทที่ ำให้ตน้ ไมใ้ หญ่ฟนื้ ตัวจากการกระทบกระเทือนในการขดุ ตดั และย้ายปลูกไดม้ ากกว่าอายุนอ้ ย ซ่งึ เป็นข้อจำกดั ทส่ี ำคญั การขุดล้อมยา้ ยปลูกตน้ ไมใ้ หญ่ จงึ ตอ้ งทำด้วย ความระมดั ระวังเปน็ พิเศษต้องใชเ้ ทคนคิ และความชำนาญโดยเฉพาะ (พรโชคชัย, 2563) 2.2 เคร่อื งมอื สำหรบั การขุดล้อม-ปลกู เคร่ืองมอื ในการขดุ ลอ้ ม-ปลูกตน้ ไม้ ขนึ้ อย่กู บั ขนาดและชนิดของตน้ ไม้ สถานทดี่ ำเนินการและ รูปแบบของงาน แต่ปกติทั่วไปเครอ่ื งมือท่ีจำเป็นประกอบด้วย (1.) กรรไกรตดั กงิ่ ใชส้ ำหรับตดั ก่ิงและรากที่มขี นาดเล็กกวา่ 1น้ิว สว่ นในงานทต่ี อ้ งตัดแตง่ กิ่งไม้เล็กหรอื การตัดเถาวัลย์ ในระดับสงู สามารถใช้กรรไกรที่มีด้ามจับยาว มเี ชอื กชักแทนการใชบ้ นั ไดปีนขึ้นไปตัด (2.) เลื่อยตัดกงิ่ ไมส้ ด ใชส้ ำหรบั ตดั แตง่ กงิ่ และรากทม่ี ขี นาดโตเกิน 1นิ้ว ซงึ่ กรรไกรไมส้ ามารถตดั ได้ อาจใช้แบบดา้ มจับ หรือคนั ธนู ในบางครงั้ หากเป็นต้นไม้ท่มี ีขนาดของกงิ่ และรากใหญ่มากๆ อาจใชเ้ ลอื่ ยยนต์หรอื ขวาน (3.) เคร่ืองมือขดุ -ตัด ประกอบด้วย จอบ พลว่ั ตักดิน ป้งุ กี๋ ขวาน มดี อีเตอร์ ชะแลง ไมน่ ยิ มขดุ ด้วยรถตกั ดนิ เน่อื งจาก ระบบรากจะฉกี ขาด และตมุ้ ดินจะได้รบั ความกระทบกระเทือนมากเกนิ ไป (4.) อุปกรณห์ อ่ ตุ้มดิน

ใชก้ ระสอบป่าน ใยสังเคราะหพ์ รางแสง กระสอบปุย๋ ผ้ามุ้ง พลาสตกิ เชอื กป่าน เชือกฟาง เข็มเยบ็ กระสอบปา่ นและขยุ มะพรา้ ว (5.) อปุ กรณแ์ ต่งรกั ษาแผล ในการตัดราก ตดั กง่ิ ควรจะทาแผลรอยตดั ดว้ ยสีน้ำมนั ปูนขาว หรอื ยาป้องกนั เช้ือรา (6.) อปุ กรณใ์ นการปลกู ทรายหยาบ ปยุ๋ คอก วัสดุคลุมโคนตน้ ไม้ เช่น ขุยมะพร้าว ใบไมผ้ ฟุ างข้าว และปนู ขาว หรอื Rocxphosphate (วรรณโพธ,์ิ 2556) 2.3 การขุดล้อมและการตดั แต่งราก ในการขดุ ลอ้ มตน้ ไม้นน้ั สามารถทำได้ 5 วิธี (1.) Bare root (รากเปลอื ย) การขุดตน้ ไม้แบบรากเปลือยนัน้ มกั จะขุดในช่วง ฤดูฝนหรอื ฤดใู บไมผ้ ลิ และจะมกี ารล้างดินออก จากระบบราก โดยตน้ ไม้จะถูกนำไป อนุบาลในทท่ี ีค่ วบคลมุ ความชืน้ และอุณหภูมใิ ห้เหมือนในช่วงฤดู หนาวและนำไปปลกู ในชว่ งฤดูใบไมผ้ ลิ เนอื่ งจากการขุดล้อมตน้ ไม้ในลักษณะน้ีระบบรากจะถูกทำลายไป มากระหวา่ งขั้นตอนของการขดุ ลอ้ ม ทำใหม้ ีโอกาสหยดุ ชะงักการเจรญิ เติบโตได้มาก ดังนน้ั จงึ ต้องมีการ ดแู ลระบบรากใหไ้ ด้รบั ความช้ืนพรางแสงและกนั ลมใหแ้ ก่ ตน้ ไม้ตลอดเวลาก่อนทจ่ี ะนำไปปลูก ต้นไมท้ ่ขี ุด ล้อมแบบรากเปลอื ยนีม้ ีราคาไมค่ อ่ ยแพงนกั แตว่ ธิ กี ารนไ้ี ม่ค่อยเหมาะสมท่ีจะใชเ้ นื่องจากมอี ตั ราการตายสงู (2.) Packaged (หอ่ ราก) เป็นการขุดลอ้ มต้นไม้แบบรากเปลือยแตม่ ีการหอ่ รากดว้ ย วัสดทุ ชี่ ื้น เช่น พีทมอส หรือขุยมะพร้าว แลว้ จงึ นำลงปลกู ในชว่ งต้นฤดใู บไมผ้ ลิ ต้องดแู ลใหว้ ัสดุปลกู ช้นื เยน็ และอยใู่ นรม่ ตลอดเวลาจนกระทงั่ นำไปปลกู สว่ นการดแู ลรกั ษานัน้ เหมอื นตน้ ไม้ทีข่ ดุ ลอ้ มแบบรากเปลอื ย คอื ระบบรากตอ้ งไดร้ ับความชนื้ มี พรางแสง และกันลมใหแ้ กต่ น้ ไม้ตลอดเวลา (3.) Field-potted (เปน็ การขุดล้อมต้นไม้จากปา่ ) เป็นการขุดลอ้ มตน้ ไม้จากป่าโดยทด่ี ินจากป่ายงั คงติดอยู่ทร่ี ากอยู่ และใชด้ ินนัน้ เปน็ วสั ดปุ ลูกใน ภาชนะปลกู ต้นไม้เหลา่ นมี้ ักขายและลงปลกู ในชว่ งฤดูใบไม้ผลิ เนือ่ งจากคุณภาพดนิ ไม่ค่อยเหมาะสมกับ การเจริญเตบิ โตของตน้ ไมน้ ัก ดงั นั้นจงึ ต้องมีความระมดั ระวังใหร้ ากได้รบั ความกระทบกระเทือนน้อยทส่ี ุด ระหวา่ งการขุดและการปลูก (4.) Balled and Burlapped เป็นการขุดล้อมที่ขุดเอาดนิ บริเวณรอบๆ รากมาดว้ ย แลว้ ห่อตุ้มดนิ น้นั ด้วยกระสอบป่าน เชือก หรือเข่งไม้ไผ่ การทต่ี ้มุ ดนิ แตก ได้รับการเสียหาย อาจจะทำให้ตน้ ไม้นน้ั มีโอกาสตายมาก ดินมนี ำ้ หนักมาก ทำให้เคลอ่ื นยา้ ยและปลกู ได้ยากถ้าไมม่ เี ครอื่ งมอื ชว่ ย ดงั น้ันต้นไมท้ ี่ขดุ ล้อมด้วยวธิ ีนี้จะมรี าคา แพง และ ถา้ มีการดำเนินการและการปลูกอย่างถูกวิธคี ณุ ภาพของ ต้นไมก้ ็จะมคี ณุ ภาพ

(5.) Tree Spade ในการขดุ ล้อมต้นไม้ใหญ่บางครงั้ จะใช้เคร่ืองจักรในการขุดล้อมโดยขุดทัง้ ดนิ ตน้ ไม้และรากบางสว่ น ตน้ ไม้และตุ้มรากจะอยใู่ นเครอ่ื งจักรจนกระทงั่ นำไปปลูกในหลุมทีข่ ดุ เตรยี มไว้ หรอื ใสต่ มุ่ รากไวใ้ นเขง่ ไม้ไผ่ แล้วหอ่ ดว้ ยกระสอบ โดยขนาดของตมุ่ รากจะมีขนาดเฉพาะซึ่งข้ึนกบั ชนิดของพชื ต้นไม้ทท่ี ำการขดุ ลอ้ ม โดยวธิ นี ี้ น้ันจะมีโอกาสรอดชีวิตมากหรอื น้อยขนึ้ อยู่กบั ประสบการณแ์ ละความชำนาญของผทู้ ่ีขดุ ล้อม (วรรณโพธ,์ิ 2556) 2.4 การเคล่อื นย้ายตน้ ไม้ แบง่ กลมุ่ คนออกเปน็ 2 กลมุ่ (ขน้ึ อย่กู ับขนาดต้นไม)้ แบง่ หนา้ ทกี่ ารทำงานเปน็ กลุ่มเพอ่ื จะได้ ผลัดเปลี่ยนกันพักบา้ งและงานจะไดด้ ำเนนิ ไปอย่างต่อเน่ือง เรมิ่ ตดั แต่งกง่ิ ใหแ้ ล้วเสรจ็ เสียก่อนเพื่อลด นำ้ หนกั ของเรือนยอดทอ่ี าจทำให้ต้นไมโ้ คน่ ลม้ ในขณะทขี่ ดุ ให้เก็บกงิ่ และทำความสะอาดรอบโคนต้นให้ เรยี บรอ้ ย เพือ่ ความสะดวกและปลอดภยั เริม่ ขุดและตดั ราก อาจจะเป็นตุม้ กลมหรอื สเี่ หล่ยี มขน้ึ อย่กู บั ความเหมาะสม ยกต้นไมข้ น้ึ เม่ือขุดตดั แตง่ ราก ทาแผลกนั เช้ือราแลว้ เสรจ็ ทำการหอ่ หุ้มดนิ และอดั ขุยมะพร้าวในตุ้ม ดินพรอ้ มการเย็บหรอื ผูกรดั ด้วยการถักเชอื กใหแ้ นน่ หนา แขง็ แรง ล้มตน้ ไมเ้ อนราบลงบนพ้ืนดิน (อาจค้ำยนั เพื่อป้องกนั ก่ิงด้านล่างหักฉกี ) ย้ายตำแหนง่ ของสลิงหรือโซ่ ไปยงั ตำแหน่งระหวา่ งเรอื นยอดกบั ตุม้ ดิน ประมาณนำ้ หนกั กึ่งกลางลำต้น การยกขนึ้ บรรทุกเพอื่ การขนส่ง ควรระมัดระวงั เปน็ พเิ ศษ ห้ามบคุ คลผู้ไม่เกย่ี วขอ้ งเข้าใกลเ้ พอื่ ป้องกันอบุ ัติเหตุทอี่ าจเกิดขึน้ จากสลิงหรอื โซข่ าด (พรโชคชยั , 2563) 2.5 ประโยชนข์ องการขุดล้อมย้ายปลกู ตน้ ไม้ เพอื่ การอนุรักษพ์ ันธกุ รรมพืชในการศกึ ษาวจิ ยั และการอนรุ ักษไ์ ม้บางชนดิ ทม่ี ถี ่ินกำเนดิ เฉพาะไม่ กว้างขวาง ตน้ ไม้ทข่ี ยายพันธุ์ยาก การขดุ ลอ้ มและการย้ายปลกู เป็นวธิ ีการหนง่ึ ที่ช่วยใหต้ ้นไม้ชนิดน้นั ๆไป ปลกู เพ่ือขยายพนั ธใ์ุ หเ้ พิ่มมากขึ้นได้ เช่น ต้นจนั ทน์ กะพอ้ กุหลาบแดง หรือ พันธไุ์ มท้ ่มี ีคุณคา่ หายาก เพื่อการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ บางครงั้ มีความจำเปน็ ต้องใชพ้ นื้ ที่บริเวณที่ตน้ ไม้ขึ้นอยอู่ ยา่ งหลีกเล่ียง ไมไ่ ดห้ ากไม่มีการขุดล้อมต้นไม้น้นั ออกจากพนื้ ที่ กจ็ ะมเี พยี งหนทางเดยี วท่ีจะจัดการกบั ต้นไม้นั้นได้ คือ ตดั ทำลายเพ่อื ใหเ้ กิดทวี่ า่ ง ซ่งึ สามารถพบเห็นไดใ้ นการกอ่ สร้างทั่วไป ไม่วา่ จะเป็นการขยายเสน้ ทาง คมนาคม การสร้างอาคารตา่ งๆ เพือ่ ความงดงามและรม่ เงาเพอื่ ตกแต่งภมู ิทัศน์ สถานทีแ่ ละสงิ่ กอ่ สรา้ งไม่วา่ จะเปน็ สวน สาธรณะ สถานที่ราชการ อาคาร โรงงาน หรอื ถนนหนทาง จงึ มีความสวยงามในเวลาอนั รวดเรว็ (วรรณโพธ,ิ์ 2556)

2.6 การดแู ลรกั ษาตน้ ไม้ การใหน้ ้ำ รปู แบบของการให้นำ้ ตน้ ไมจ้ ะแตกตา่ งกนั ไป ดังนี้ (การให้น้ำไมพ้ มุ่ ) แบ่งไดเ้ ปน็ 2 วิธคี ือ 1.การใหน้ ้ำเฉพาะจุด เหมาะสำหรับ ไมพ้ ุ่มทปี่ ลกู เปน็ ต้นเดย่ี ว หรอื ปลูกในจำนวนนอ้ ย 2.การใหน้ ้ำโดยใชว้ ธิ ีปลอ่ ยท่วม เหมาะสำหรับไม้พุ่มท่ีปลกู เป็นกลุ่มในแปลง เพราะ สะดวกในการให้ (การให้นำ้ ไม้ยืนตน้ ) แบ่งได้เปน็ 2 วธิ ี 1.การใหน้ ้ำทางรากหรอื การรดนำ้ วธิ นี ้นี อกจาก รากต้นไมจ้ ะได้รบั น้ำแลว้ ในขณะใหย้ งั สามารถใหป้ ุ๋ยไปพรอ้ มกันได้ 2.การใหน้ ำ้ แบบท่วมโคนตน้ คือ การ สรา้ งแอง่ รับนำ้ ทีโ่ คนตน้ เพ่ือเป็นทเ่ี กบ็ กกั น้ำใหซ้ ึมลงในดนิ เปน็ วิธที ป่ี ระหยัดน้ำ เพราะน้ำจะไมไ่ หลออก นอกแอง่ นำ้ เหมอื นแบบปล่อยทว่ ม (ช่วงเวลาการให้น้ำ) ท่ีเหมาะสมทส่ี ุด คอื ช่วงเชา้ และไมค่ วรใหน้ ำ้ ชว่ ง กลางวนั ท่แี ดดร้อนจดั เพราะอาจจะเกดิ อนั ตรายต่อพชื ได้ (การใหน้ ้ำหญา้ และไมค้ ลมุ ดิน) 1.ใช้หัวฝักบัว ฝอยละเอยี ด หรอื ท่อเจาะรูตามแนวยาว เพื่อลดแรงกระแทกของน้ำ 2.สำหรับพืน้ ท่ที ม่ี ปี ญั หาการจราจร ตดิ ขัด ควรให้นำ้ สง่ ตาม ท่อ เชน่ ระบบสปริงเกอร์ หรอื ระบบนำ้ หยด การใส่ปุ๋ย การใส่ปุย๋ ในไม้พุ่มและไม้ยนื ตน้ สว่ นใหญแ่ ลว้ ปุย๋ ที่นยิ มใช้ มี 2 ประเภทคอื ป๋ยุ อนิ ทรีย์ และป๋ยุ เคมี (การใหป้ ยุ๋ ไมพ้ ุม่ ) ถา้ เป็นปุ๋ยอินทรยี ใ์ หใ้ ส่บริเวณ โคนต้น โดยคลุกเคลา้ ปุ๋ยลงในดนิ แต่สำหรบั ปุ๋ยเคมีนน้ั หลงั ใสค่ วรรดน้ำเพอื่ ให้ปยุ๋ อย่ใู นรูปทพี่ ชื สามารถนำไปใชไ้ ดน้ อกจากน้นั ยงั เป็นการลดความ ร้อนทเี่ กดิ จากปยุ๋ เคมีด้วย สำหรบั อตั ราปุย๋ เคมที ่ีใหจ้ ะเป็น 0.12 kg/ต้น/ปี โดยแบง่ ใส่ ครงั้ คือ ตน้ ฤดฝู นและปลายฤดฝู น สว่ นอัตราการใส่ ปุ๋ยอนิ ทรีย์ จะเปน็ 2.3 kg/ต้น/ปี (การใหป้ ุย๋ ไมย้ นื ต้น) ควรเจาะหลุมบริเวณรอบทรงพุ่มแลว้ จงึ หยอดปยุ๋ เพื่อใหต้ ้นไมส้ ามารถนำปยุ๋ ไปใช้ได้ สะดวก โดยความลกึ ของหลุม ประมาณ 30-50 เซนติเมตร และความกวา้ งของปากหลุมจะประมาณ 3 นิว้ สำหรับ ปยุ๋ อินทรียห์ ลงั จากใส่ลงหลมุ แลว้ ให้กลบปากหลมุ ด้วยดินท่ีเจาะขนึ้ มา แตถ่ า้ เป็นปุย๋ เคมี ใหน้ ำมาผสมคลกุ เคลา้ กับดนิ เดิมทเ่ี จาะขึน้ มา แลว้ ใสก่ ลบั ลงไปในหลุมหลังจากน้ันจึงใหน้ ำ้ อัตราปุย๋ เคมที ี่ ใหใ้ นไม้ยนื ตน้ คือ 3 kg/ต้น/ปี (ควรใสใ่ นชว่ งฝนดูฝน) สำหรบั อตั ราการใสป่ ยุ๋ อนิ ทรีย์คอื 31 kg/ต้น/ปี *ทมี่ า:(จากมตทิ ่ีประชมุ คณะกรรมการพิจารณาการใช้ ปยุ๋ และสารปอ้ งกนั กำจดั ศัตรพู ชื พ.ศ.2544) การตดั แตง่ ตน้ ไม้ หมายถึง การตดั เอาส่วนของตน้ ไมอ้ อกโดยมี วตั ถปุ ระสงค์ทชี่ ัดเจน เนือ่ งจาก ตน้ ไม้ ท่ปี ลูกอยู่นัน้ ไม่วา่ จะเป็นการปลกู เพอื่ ความสวยงามหรือการปลกู เพือ่ ตอ้ งการผลผลติ ก็ต้องการการตัด แตง่ เชน่ เดียวกัน การปล่อยปละละเลยไมส่ นใจ ตอ่ ต้นไม้ โดยเฉพาะต้นไม้ท่ีมขี นาดใหญ่ เช่น คูน ปีบ ประดู่ มะม่วง ขนนุ ถ้าขาดการตัดแตง่ เป็นเวลาหลายปี จะทำให้ตน้ มีขนาดใหญ่เกนิ ไป ซง่ึ นอกจากจะทำ ใหเ้ กดิ ปญั หากบั ส่งิ ก่อสรา้ งได้แล้ว ยังทำให้ตน้ ไม้ขาดความแขง็ แรงดว้ ย ดงั น้นั การตัดแต่งตน้ ไมอ้ ย่าง ถกู ตอ้ งและเหมาะสม จงึ มคี วามจำเป็นต่อสขุ ภาพ ความแขง็ แรง รปู ทรง และ ขนาดทเี่ หมาะสมของตน้ ไม้ เกือบทกุ ชนดิ วิธีการตัดแต่งต้นไม้ 1.การตัดสางโปรง่ เป็นการตัดกิง่ หลักๆ ออกจากลำต้นใหญท่ ้ังกิ่ง เหมาะสำหรับตน้ ไม้ทมี่ ที รงพมุ่ แนน่ จนแสงสว่างเข้าไม่ถึง เม่อื ตดั แล้วทรงพมุ่ จะดูโปร่งขึ้นทันที การตดั ดว้ ย วิธีน้ีต้องระวงั เพราะกง่ิ หลักที่จะตดั ออกนน้ั มกั จะมขี นาดใหญแ่ ละมนี ำ้ หนกั มาก ตอ้ งมวี ิธีการตัดทถี่ กู ต้อง จึงจะไม่เกดิ อนั ตรายตอ่ ต้นไม้และผตู้ ัด

รูปท่ี1. แสดงการตดั ก่งิ ต้นไมส้ างโปร่ง ทม่ี า : (คงจงั หวัด, 2547) 2.การตดั ใหเ้ ต้ยี คอื แทนทจ่ี ะตัดก่งิ หลักออกทั้งกง่ิ เหมอื นวิธีท่ี 1 ก็ตัดเพยี งแค่กิ่ง รองๆ ลงไปอยใู่ กล้ ปลายกิง่ สว่ นกง่ิ หลักยังคงเกบ็ ไว้ วธิ นี ท้ี รงพมุ่ จะไมโ่ ปรง่ มาก หลังจากตัดได้ไมน่ านกจ็ ะมีกงิ่ เล็กๆ แตก ออกมาจากตาขา้ งของกงิ่ หลกั แล้วทรงพมุ่ กจ็ ะหนาแนน่ ขนึ้ รูปท่2ี . แสดงการตดั ก่งิ ต้นไม้ใหเ้ ตย้ี ทม่ี า : (คงจงั หวัด, 2547) 3.การตดั เล็ม เป็นการตัดแต่งแบบหน่ึงทไ่ี มจ่ ำเปน็ ตอ้ งคดิ ถึงการตดั กงิ่ แบบวธิ ีที่ 1 และ 2 เพราะเป็น การตัดแตง่ เฉพาะทีผ่ ิวของทรงพมุ่ ซ่งึ ประกอบดว้ ยใบและตายอดมากมายและจะไดร้ ูปทรงตา่ งๆตาม ต้องการ รปู ที่3. แสดงการตัดกิ่งตน้ ไมแ้ บบเล็ม ทีม่ า : (คงจังหวดั , 2547)

เทคนิคทคี่ วรทราบในการตัดแตง่ ต้นไม้ 1.กอ่ นทจ่ี ะตดั แตง่ กิง่ ต่างๆ ออกน้นั ควรทราบลักษณะของต้นไมก้ ่อนว่าเป็นไม้ท่ีตดั แต่งไดม้ ากน้อย เพยี งใด เชน่ ในกรณี ของตน้ ไม้ตระกูลปาลม์ ทมี่ ลี ำต้นเดย่ี วเจรญิ ขน้ึ ไปในอากาศและมพี มุ่ ใบอยู่ข้างบน ตอ้ งระวังในการตดั แตง่ เนือ่ งจากตน้ ไม้พวกนี้มจี ุดเจริญอยทู่ ปี่ ลายยอดลำต้นเท่าน้นั การตดั ท่ปี ลายยอด เพอ่ื ให้ต้น เต้ยี งลงมาจงึ ไมส่ ามารถกระทำได้ เพราะจะทำให้ตน้ ไมต้ ายทนั ที การตัดแตง่ ทที่ ำไดจ้ งึ เปน็ เพยี ง การตดั เฉพาะใบทีแ่ หง้ ตายหรอื หักคาตน้ ออกเท่าน้ัน 2.ตอ้ งจินตนาการหรอื นึกถงึ ลักษณะของตน้ ไม้นน้ั ๆกอ่ นทำการตัด วา่ หลงั จากตัดแลว้ จะใหร้ ูปทรง อย่างไร เพราะถ้าไมไ่ ด้คดิ ไว้กอ่ นอาจจะตัดแต่งก่งิ ออกมากเกนิ ไปจนทำใหล้ ักษณะทรงพมุ่ เสียได้ 3.กง่ิ ท่คี วรตัดออก คือกงิ่ ที่มลี กั ษณะดงั นี้ 3.1 ก่งิ ทเ่ี จริญอยเู่ ฉพาะภายในทรงพุม่ หรอื เรียกวา่ กิ่งกระโดง กิ่งเหลา่ นจ้ี ะแย่งอาหารจากตน้ ไม้เพียง อยา่ งเดยี ว จะไมใ่ หผ้ ลผลติ เลย 3.2 ก่งิ ทม่ี รี ูปรา่ งหงกิ งอผดิ ธรรมชาติ 3.3 ก่งิ ทีง่ อไปเสียดสีกับกิง่ อ่ืน ซึง่ ทำใหเ้ กดิ บาดแผลท่ีรอยเสียดสีน้ันสดุ ทา้ ยโรคและแมลงก็จะเขา้ ไป ทำลายได้ 3.4 กง่ิ ที่แหง้ ตาย ซ่ึงเปลือกจะมลี ักษณะลอ่ น และไมม่ ีใบตดิ อยู่เลย 3.5 กิง่ ที่เป็นโรค ซงึ่ มลี กั ษณะเป็นสีดำทงั้ ก่ิงหรอื มเี สน้ ใยเปน็ ปยุ สีขาวตามผิวกิ่ง 3.6ก่ิงท่มี ีกาฝากเกาะอยู่ เพราะกาฝากจะดูดน้ำเล้ยี งจากก่งิ ที่มันเกาะอยูจ่ นทำให้ก่ิงตายได้ 1.ยอดค่ทู ีเ่ ปน็ งา่ ม 2.กิ่งท่ีแทงขนานและชดิ กบั ก่งิ อ่นื 3.กง่ิ ทแี่ ทงออกมาเป็นมุมแหลม 4.กิง่ ท่ีแทงตัดกับกิง่ อนื่ 5.กิง่ กระโดง รปู ท่ี4. แสดงก่งิ ทคี่ วรตัดออก ท่ีมา : (คงจังหวัด, 2547)

2.7 โรคและแมลงศตั รูตน้ ไมใ้ นเขตเมือง และการขาดธาตอุ าหาร การรู้จกั ตน้ ไม้ใหญ่ สาเหตคุ วามผิดปกตขิ องต้นไม้ จากสภาพแวดลอ้ ม และการแกไ้ ข ตอ้ งรู้จักตน้ ไม้ และสิ่งแวดล้อมต้นไม้ขนึ้ อยูเ่ ชน่ สภาพดิน การไดร้ บั นำ้ การให้ปุ๋ย เปน็ ตน้ ตอ้ งเป็นนกั สงั เกตลกั ษณะ ตน้ ไม้ท่ี สังเกตลักษณะของตน้ ไมโ้ ดยรวมว่าผิดไปจากเดิมทีเ่ คยเห็น หรือไมอ่ ยา่ งไร เชน่ สใี บเปลยี่ นไป หรือไม่ขนาดใบผดิ จากปกตหิ รือไมใ่ บแกใ่ บออ่ นมปี ริมาณอยา่ งไรมใี บแหง้ แห้งตายมากหรือไม่อยา่ งไรใบมี คราบสกปรก หรอื ปา่ ว (การตรวจอาการผดิ ปกตขิ องตน้ ไม้) 1.ขาดน้ำ พบใบแห้ง ที่ยอด หรือท้งั ตน้ ควรตรวจวดั ความชนื้ ของดนิ ตรวจดูสภาพดนิ 2.น้ำมาก ใบหงอยใบเหย่ี ว โดยเฉพาะบริเวณยอด ทรงพมุ่ ตรวจดสู ภาพดิน ความช้นื ดนิ 3.รากเนา่ หากพบใบเหยี่ ว ใบโดยเฉพาะบริเวณยอด ความชน้ื ในดินมาก รากมกี ลิ่นเหมน็ (เชื้อรา) 4.เช้ือราขึ้นท่ีใบ ใบมคี ราบสกปรก เช่น ขาว ดำ ใบแหง้ ใบไหม้ ใบมขี ยุ สกปรก เกดิ จากโรคเชื้อรา แบคทีเรีย โรคแคงเคอร์ ใบหนา ใบเป็นจดุ สเี หลอื ง นำ้ ตาลไหม้ 5.รทู ีล่ ำตน้ แมลงเจาะต้น พบรอ่ งรอย แตก ตามเปลือก หรือ น้ำยางไหล ขยุ ไมก้ องตามพ้นื ดนิ ลำต้นเน่า เปน็ โพรง อาจเกดิ จากเชอ้ื รา นำ้ ขัง แมลงเจาะกินท่ีเปลอื กทำใหใ้ สเ้ น่า 6.ลำต้นเปน็ รูคล้ายรเู ข็มใบเหลือท้งั ต้น มอดขี้ขยุ มอดรเู ข็ม และเนื้อไม้ (แมลงศัตรู) (ตวั อยา่ งอาการผดิ ปกตทิ ีพ่ บได้ท่ีใบ) 1.ใบแห้ง ใบไหม้ 2.ใบเหยี่ ว ใบลู่ลง 3.ใบแตกนอ้ ย ปลายยอดแหง้ 4.ใบเปลี่ยน สดี ่างใบเลก็ แคบกวา่ ปกติ 5.ใบแห่วงเปน็ รู ใบขาด 6.ใบสกปรก สีดำ ใบเป็นสสี นิม ใบกงึ่ แห้งกงึ่ สดมจี ุดหรือขอบใบสนี ้ำตาล 7.ใบม้วนติดกนั มเี ส้นใยพนั (ตัวการทีท่ ำใหต้ ้นไมป้ ว่ ย และตายไดห้ ากไม่ไดร้ ับการแก้ไขได้ทนั การณ)์ กล่มุ สาเหตุที่เกิดจากสิ่งไมม่ ีชีวิต การขาดธาตุอาหาร การไดร้ ับพษิ จาการเคมี สภาพส่ิงแวดลอ้ มไม่ เหมาะสม เชน่ ดินเหนยี วจัดจนน้ำไมร่ ะบาย ดนิ เคม็ ดินเปรี้ยวจัด ถูกแดดเผาและอากาศเป็นพิษ เป็นต้น มีผลกระทบทางสรีรวทิ ยาทำให้ต้นไม้เจรญิ ผดิ ปกติ เม่อื ทำการแก้ไขปญั หาตรงสาเหตกุ จ็ ะทำใหพ้ ืชเจรญิ ตามปกติ กลุ่มสาเหตุที่เกิดจากส่งิ มชี ีวติ ขนาดเล็ก ไดแ้ ก่จลุ นิ ทรีย์ ทำให้เกดิ ความผดิ ปกตทิ างสรรี วทิ ยาของต้นพชื ทำลายเนอื้ เยือ่ พชื และสามารถถา่ ยทอดหรอื ระบาดไปยงั ตน้ อืน่ ได้อย่างรวดเรว็ กลุ่มสาเหตทุ ี่เกิดจากสิง่ มชี ีวิตขนาดใหญ่ ไดแ้ ก่ แมลงศัตรูพืชชนดิ ตา่ งๆ เชน่ ปลวก ดว้ งหนวดยาว ผเี สือ้ กนิ เปลือกลำต้น เพลี้ยดูดน้ำเลีย้ งพชื (ธาตอุ าหารของต้นไม)้ 1.ธาตอุ าหารลัก ประกอบด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซีย่ เป็นธาตอุ าหารหลก็ ทีจ่ ำเป็นตอ่ การ เจรญิ เติบโต 2.ธาตุอาหารรอง ประกอบดว้ ย แคลเซี่ยม แมกนเิ ซีย่ ม ซัลเฟอร์ 3.ธาตอุ าหารเสรมิ ประกอบด้วย โบรอน ทองแดง เหล็กโบลิบดิน่ัม แมงกานีส สังกะสี อะลูมนิ ั่ม (อาการขาดธาตุอาหารหลกั ) 1.ไนโตรเจน พืชจะแสดงอาการ ใบเหลอื ง ตน้ เหลือง ไมม่ กี ารแตกกิ่งแตกตา นานเขา้ ใบจะร่วง ต้นจะลบี เล็ก การเจริญเตบิ โตช้า 2.ฟอสฟอรัส ใบล่างจะมีสีเหลือง สมี ว่ ง สีแดงปะปน ขนาดใบก็จะเล็กกว่าปกติ ส่วนใบทีม่ ีสเี ขยี วกจ็ ะรว่ งก่อนกำหนด การออกดอกจะชา้ และมนี ้อยไม่สมบูรณห์ รือไมอ่ อกดอก พชื จะต้น

เล็กแคระ ลำต้นหรือเถาจะบิดเปน็ เกลยี ว ไมแ่ ขง็ แรงและ ลม้ ง่าย 3.โพแทสเซียม ขอบใบลา่ งของพชื จะมีสี เหลอื ง แล้วกลายเปน็ สนี ำ้ ตาล จนเห่ียวแหง้ รว่ งลงจากต้น พืชจะโตช้า ผลผลิตมคี ุณภาพตำ่ (อาการขาดธาตอุ าหารรอง) 1.แคลเซี่ยม ขอบใบม้วนและขาดเป็นร้วิ มสี นี ำ้ ตาลหรอื แหง้ ขาวหรือเปน็ จดุ ตามขอบใบ ยอดออ่ นค่อยๆ ตาย ส่วนของใบอ่อนกจ็ ะบิดเบย้ี ว ผลผลติ เสยี หาย เชน่ แตกเปน็ รอยฉีก ใบและลำต้นฉกี ขาดการ เจริญเตบิ โต ทางยอด ปลายราก หรอื ระบบรากจะช้า จงึ ทำใหร้ ากมีนอ้ ย 2.แมกนเี ซ่ยี ม ใบลา่ งของพชื มีสเี หลืองแมว้ า่ เส้นใบยงั มีสเี ขยี วอยู่ นานเข้าจะเปลย่ี นเปน็ สีขาว หรือสี นำ้ ตาล หรือจุดสีขาวกระจายอยู่ทว่ั ไป ใบจะเปราะหกั ง่าย และคอ่ ยๆตาย 3.ซลั เฟอร์ (กำมะถัน) จะส่งผลกระทบตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื โดยตรงเพราะธาตนุ ้ีมี ส่วนสำคญั ในการ เพิ่มปริมาณน้ำมันในพชื โดยเฉพาะพชื น้ำมนั อาการคลา้ ยกับการขาดธาตไุ นโตรเจร แต่จะเกดิ กบั ใบและ ยอดดอกมาก แตไ่ ม่ติดผล ตัวอย่างการแก้ไขปญั หาตน้ ไม้โทรมจากสภาพแวดลอ้ ม (ดนิ และธาตอุ าหาร) สภาพตน้ กัลปพฤกษท์ ่ี สมเด็จพระเทพฯทรงปลกู ณ จังหวดั ตาก ความชืน้ สูง รดน้ำมากเกนิ ไป ดินค่อนข้างแน่นทำใหต้ ้นท้งิ ใบนาน กวา่ ปกติ กิง่ เริ่มแห้งตาย แกไ้ ขโดยตัดแตง่ ก่งิ ตายออกใส่ยากำจัด โรครากเน่า ปรับปรุงดิน และควบคลุมความช้ืนทำแตกใบออ่ นใน เวลาต่อมา รปู ท่ี5. แสดงลกั ษณะต้นไม้ใหน้ ำ้ มากเกินไป ทม่ี า : (ศักดช์ิ วู งษ์, 2558) โรคราสนมิ ราน้ำคา้ ง ราดดำ แกไ้ ขดว้ ยดังนี้ 1.สารเคมซี าพรอล (ไตรโฟรนี ) 2.ฟงั ก์กัสเคลยี ร์ ผงจุนสี 3.สารชวี ภาพกำจดั เช้อื รา 4.ตอ้ งกำจดั เพลยื้ ดูดน้ำเลย้ี งด้วย รูปที่6. แสดงลักษณะตน้ ลีลาวดี โรคราสนมิ ราน้ำคา้ ง ราดำ ทมี่ า : (ศกั ดิช์ วู งษ์, 2558)

รปู ท่ี7. แสดงการกำจดั รงั ปลวกขึน้ ตน้ นราธิวาส การรกั ษาต้นไมท้ ี่พบแมลงศัตรทู ำลาย ทมี่ า : (ศกั ดิช์ วู งษ์, 2558) มีความรู้ประเภทของแมลงศตั รู และ จดุ อ่อนของมนั วธิ กี ล เชน่ การเก็บหรอื จับแมลงมาทำลายโดยตรง หรือทำลาย แหลง่ อาศัย วิธีเคมี การใช้สารเคมีกำจัด วิธีใช้ชีววิธี หรอื แมลงศัตรธู รรมชาติ ทำลายแมลงศตั รูพืช สารเคมีควบคมุ กำจัดแมลงศตั รู 1.อารีฟอส40 2.เซนโธไนท์ 3.สตาร์เกลิ จี รูปที8่ . ลักษณะตน้ ไม้รากเน่า รูปท่9ี . ลักษณะตน้ ไม้รากเน่า รูปที่10. ลกั ษณะต้นไมร้ ากเนา่ ที่มา : (ศกั ดิช์ ูวงษ์, 2558) ทมี่ า : (ศักด์ชิ วู งษ์, 2558) ทมี่ า : (ศักดช์ิ วู งษ์, 2558) เช้อื สามารถเข้าทำลายรากฝอย รากแขนง และตามโคนต้น สังเกตเหน็ ได้วา่ อาการใบจะมสี ีเหลอื งซดี ถงึ เหลือง โดยเริม่ ที่เสน้ กลางใบกอ่ น ลุกลามไปเรื่อยๆจากโคนใบไปถึงยอด ใบจะเขียวมว้ นงอ เมอ่ื โดนแดด จดั ๆในตอนกลางวนั หรอื ใบเห่ยี วคล้ายขาดนำ้ ใบจะร่วงก่งิ แหง้ ตาย ผลมีสเี หลืองร่วงหล่นง่าย เม่อื ขดุ ดทู ่ี รากจะพบวา่ รากฝอยเน่า ถอดปลอก รากแขนงหรือรากขนาดโตเร่าเปื่อยยุ่ย และลกุ ลามไปทั่ว ใบแหง้ ผล ร่วง ถ้าเปน็ มากอาจจะถงึ ตายได้ ในเวลารวดเร็ว นอกจากน้นั ยงั มี สาเหตุอ่ืนๆ อกี ที่ทำใหร้ ากเน่า เช่น น้ำ ทว่ มขงั การใชส้ ารเคมผี ดิ และ พิษจากปุย๋ เคมเี ป็นต้น สารเคมีทใ่ี ชร้ ักษาโรครากเน่า สารจุลนิ ทรียช์ วี ภาพ ไตรโคเดอมาร์ สารเมตาแลคซลิ (ศกั ดิช์ ูวงษ,์ 2558)

บทที่ 3 วิธกี ารศกึ ษาโครงงาน การศึกษาโครงงานประกอบด้วยส่วนสำคญั ดังนี้ 3.1 ขอบเขตของการศึกษาโครงงาน 3.1.1 เชิงประชากร ประชากรท่ใี ช้ในการวิจัย จะเป็นลกู คา้ ของรา้ นต้นไม้ สารภีพันไม้ ทไี่ ดเ้ คยซอ้ื ต้นไมข้ ดุ ล้อมไปนน้ั จำนวน 7 คน เพอื่ หาประเด็นหลักและความต้องการหลกั การขาย เพ่อื นำประเดน็ ตา่ งๆมาทำข้อมลู คมู่ ือดูแลรกั ษาไม้ลอ้ มหลักการขาย 3.1.2 เชงิ พืน้ ท่ี จะเปน็ การลงพ้ืนท่สี ำรวจสอบถาม ปัญหาของไมข้ ดุ ล้อม หลักทลี่ กู ค้าได้ซอ้ื ไป 3.1.3 เชิงเนอื้ หา 1) กรอบแนวคดิ รูปท1ี่ 1. แสดงกรอบแนวคดิ โครงงาน อธบิ ายกรอบแนวคดิ : ปัญหาไมข้ ดุ ล้อมลม้ ตาย หรือไมข้ ุดลอ้ มป่วยนน้ั มหี ลายปจั จยั แต่ ปจั จัยหลกั ที่ทำให้ไมข้ ดุ ล้อมตาย หรอื ป่วยนน้ั ส่วนมากจะมาจาก ผขู้ ุดล้อมไม้ขาดความรู้หรอื ความดแู ลเอาใจใส่ หรอื ผซู้ อ้ื ตน้ ไม้ขุดล้อมไปนน้ั ขาดความรใู้ นการดูแลรักษาจงึ อาจจะทำให้ ตน้ ไมป้ ว่ ย หรือตาย ได้ ดังน้ันจงึ มกี ระบวนการแก้ไขปัญหา คอื การทำคู่มือหลงั การขายใหแ้ ก่ ลูกค้า ท่จี ะมเี นอ้ื หาในความร้ใู นเรื่องการดแู ลรักษาไม้ล้อม วธิ กี ารขดุ ลอ้ ม หรอื ประเดน็ ปญั หา หลกั ๆของลกู คา้ ทไ่ี ดท้ ำการสอบถาม เพื่อนำไปหาขอ้ มูลวิธกี ารต่างๆ เนอ้ื หาของคมู่ อื จะอธบิ าย ดว้ ยรูปภาพกราฟฟกิ ประกอบ เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจได้ง่าย จากนน้ั ขอ้ มลู หรอื กระบวนการแก้ไข จะ ยอ้ นกลับ เพ่ือใหผ้ ู้คนที่ได้อ่านหรือไดศ้ กึ ษา นำเอาองค์ความรู้ในคมู่ อื ไปแก้ปญั หา หรือนำไปปรับ ใช้เพ่ือให้ต้นไมข้ ดุ ล้อมนนั้ รอดมากที่สุด และตน้ ไมเ้ จริญเติบโตต่อไป เพ่อื ไมใ่ ห้เกิดขอ้ เสยี

เนือ้ หา/ประเดน็ การศกึ ษา เน้ือหาในการศกึ ษาน้ัน จะศึกษาในเรอื่ งองค์ความรู้ ของต้นไม้ขดุ ลอ้ ม เชน่ การขดุ ลอ้ ม ตน้ ไม้ การเคลอื่ นย้าย วิธกี ารดูแล เป็นตน้ หรอื ปจั จัยตา่ งๆทที่ ำให้ ไมข้ ดุ ลอ้ มตาย หรอื ป่วยและ ศึกษาประเดน็ หลักที่ได้ทำการสอบถาม ลกู ค้าทีไ่ ด้ซอื้ ตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ ม ร้าน สารภพี นั ไม้ ไป จำนวน 7คน และจะนำเอาประเด็นทีล่ ูกค้าได้ ตอบกลบั มา ศกึ ษาและนำเอาเนือ้ หา ย่อให้เขา้ ใจ เพื่อจะนำเอาไปสรา้ งกราฟิกและนำเอาไปเปน็ เนอื้ หาใน คมู่ อื ดแู ลรักษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลงั การขาย 3.2 ขัน้ ตอนวธิ ีดำเนินการศกึ ษาโครงงาน แบง่ เป็น 5 ข้ันตอนดงั ต่อไปนี้ 3.2.1 ขัน้ ตอนท่1ี (คดิ หัวข้อ และ ค้นควา้ หาข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้อง) 1) คิดหวั ขอ้ โครงงานเพ่อื นำเสนอ อาจารย์ทีป่ รึกษา 2) ศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมลู ตา่ งๆหรืองานวิจัยทเ่ี ก่ียวข้องกบั การดแู ลตน้ ไม,้ การทำไม้ขดุ ลอ้ ม หรอื ปัจจัยทท่ี ำใหต้ น้ ไม้ปว่ ย หรอื ตาย 3) สรุปข้อมลู เก่ียวกับการขุดลอ้ มต้นไม้ และการดูแลต้นไม้ เพอ่ื นำเอาข้อมลู ไปทำคูม่ ือ 3.2.2 ขนั้ ตอนที่2 (ศกึ ษาการจดั ทำคมู่ ือ) 1) ศึกษาแนวทางการจดั ทำค่มู ือ และ กราฟกิ เพ่ือนำไปปรบั ใชใ้ นการทำคมู่ อื 3.2.3 ขั้นตอนท3่ี (เกบ็ ขอ้ มูล) 1) เก็บขอ้ มลู จากลูกค้าร้านสารภพี นั ไม้ ท่ีเคยซ้ือต้นไมข้ ดุ ล้อมไปนน้ั จำนวน 7 คน. 2) เก็บข้อมลู ปัญหาทีต่ น้ ไมป้ ว่ ย ตาย ท่พี บเหน็ บอ่ ยที่สดุ และวธิ แี ก้ปญั หาจาก ประสบการณ์ เจา้ ของร้านต้นไม้สารภีพันไม้ 3.2.4 ขน้ั ตอนท่ี4 (สรุปผล) 1) นำข้อมลู ที่สรปุ ขน้ั ตอนท1ี่ มารวม 2) สรุปข้อมูลหรือประเด็นทไ่ี ดท้ ำการ สอบถามลูกคา้ รา้ น สารภพี ันไม้ และเจา้ ของร้าน 3.2.5 ข้นั ตอนท5่ี (จดั ทำคมู่ อื ดแู ลรกั ษาต้นไมข้ ดุ ลอ้ มหลงั การขาย) 1) นำขอ้ มลู ในขน้ั ตอนท่ี4 นำมาเป็นเน้อื หาในคมู่ อื และสรุปออกแบบกราฟกิ ที่เขา้ ใจง่าย 3.2.6 ข้นั ตอนท6่ี (การเผยแพร)่ 1) นำคูม่ อื ไปให้แก่ทางรา้ นสารภีพันไม้ เพอื่ เปน็ คมู่ ือหลังการขายใหแ้ กล่ ูกค้าในอนาคต 2) นำค่มู ือไปใหแ้ ก่ทางลกู คา้ ร้านสารภพี ันไม้ ทไ่ี ด้ทำการสอบถามจำนวน 5 คน 3) นำคมู่ อื ไปเผยแพร่ ทางชอ่ งทางอนิ เตอรเ์ น็ต 3.3 วัสดอุ ปุ กรณ์ เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ (ภาคสนาม หอ้ งปฏบิ ัติการ สำนักงานฯ) 3.3.1 วัสดุอุปกรณ์ เครอ่ื งมือทใี่ ช้ และ โปรแกรมทีใ่ ชใ้ นการปฏบิ ัตกิ าร 1) เคร่ืองคอมพิวเตอรพ์ ร้อมตอ่ อินเตอรเ์ นต็ 2) โปรแกรม photoshop 3) โปรแกรม indesign 4) โปรแกรม microsoft word 5) กระดาษในการทำคมู่ อื และปริ้นเตอรใ์ นการปรนิ้ คมู่ อื

บทที่ 4 ผลการศึกษาและการอภิปรายผล การศึกษาโครงงานวิชาชีพภูมิทัศน์เรอ่ื ง การขดุ ลอ้ มต้นไมแ้ ละการดแู ลรกั ษาต้นไมข้ ุดลอ้ ม เพอ่ื จดั ทำ คู่มอื การดแู ลรกั ษาต้นไม้ขุดล้อมหลงั การขาย (ร้านสารภีพันไม)้ ตามสมมตุ ฐิ านทวี่ า่ เพื่อลดปัญหา ของตน้ ไมข้ ุดลอ้ มป่วย หรือ ตาย ในหลงั การขายใหแ้ กล่ กู ค้าของร้าน(สารภีพันไม)้ และผู้คนทสี่ นใจในเรือ่ ง การขุดลอ้ มไม้ เพอ่ื นำข้อมลู ไปดแู ลรักษาต้นไม้ขุดล้อมทบี่ า้ นของลกู คา้ ไดอ้ ย่างถูกวิธี และยังสามารถชว่ ย ใหท้ รพั ยากรธรรมชาติไม่สูญเสียเปลา่ มีรายละเอยี ด ดงั นี้ 3.1 ผลการศึกษา - ข้อมลู ทางรา้ น เกี่ยวกบั ตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ ม,(ตน้ ทาง) – (ระหว่าง) - (ปลายทาง) และ ปัญหาท่ีพบบ่อย - รายละเอียดในการสัมภาษณ์ลูกคา้ และประเดน็ หลักในการสมั ภาษณล์ กู คา้ - ศกึ ษาปญั หาเก่ียวกับต้นไมข้ ุดลอ้ มทลี่ กู คา้ เจอและ ขอ้ มูลท่อี ยากใหม้ ใี นคมู่ ือ - ข้นั ตอนการจัดทำคมู่ อื การดแู ลรักษาไมข้ ดุ ลอ้ มหลงั การขาย 3.1.1.ขอ้ มลู พนื้ ฐานของรา้ นตัวอย่างในการศึกษาโครงงานและกลุ่มลกู คา้ ตวั อยา่ ง ร้านตัวอยา่ งในการศกึ ษาโครงงาน ช่ือรา้ น ”สารภีพันไม”้ ต้ังอยู่ท่ี ตำบล ยางเนิง้ อำเภอสารภี จงั หวัด เชยี งใหม่ 50140 เจา้ ของรา้ นชอื่ นาย ศิวะ รปู แบบกิจการ เปน็ ธรุ กิจขายตน้ ไม้ขุดล้อม และ ออกแบบจัดสวน รา้ นเปดิ มาเป็นเวลา 15 ปี จากท่ีไดส้ มั ภาษณ์กบั ทางร้าน เกยี่ วกับต้นไมข้ ุดลอ้ ม เเหล่งท่ีมาของตน้ ไมข้ ุดล้อมของร้าน การนำตน้ ไมข้ ุดล้อมมาทางร้าน แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื 1.ประเภทรบั ซอ้ื ตามทเ่ี ขาปลกู หรือเลีย้ งในพืน้ ทวี่ ่างเปลา่ สว่ นมาก กจ็ ะเปน็ พวกชนดิ ปาล์ม หรอื อนิ ทนลิ เสลา ตะแบก เสม็ดแดง เปน็ ต้น ตัวอยา่ งเชน่ ปลกู ต้นกล้า (โดยมากเพาะจากเมลด็ ) ในช่วงปลายฤดรู อ้ น ในราวเดอื นพฤษภาคม และพอ ฝนเร่มิ ตน้ ไมก้ จ็ ะ \"พงุ่ \" คือเตบิ โตข้นึ อยา่ งรวดเร็ว อาจกล่าวไดว้ ่าไมท้ ีป่ ลูกในพืน้ ท่ี 1 ไร่ จำนวน 1,600 ต้น (ซง่ึ ปลูกในระยะห่าง 1 เมตรต่อต้น) เม่ือผ่านไป 1 ปี ต้นไม้เหล่าน้ี ซ่ึงมขี นาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 1 นว้ิ (วัดจากโคนขึน้ มา 30 เซนตเิ มตร) ก็จะมรี าคาประมาณ 35,000 บาท (บางรายไดถ้ ึง 50,000 บาท) การขุดล้อมประเภทน้ี ส่วน มากจะไมพ่ บปญั หาทีต่ น้ ไม้ตาย เพราะมอี ายนุ ้อย และมีขนาดท่เี ลก็ สามารถ ขุดลอ้ มไดง้ ่าย งา่ ยตอ่ การเคลื่อนยา้ ย และ ดแู ล 2.ประเภทขดุ ลอ้ มไม้ตามพ้ืนท่ี สว่ นมากทางรา้ นจะนำต้นไมม้ าจากทาง ภาคอสี าน จังหวดั อบุ ลราชธานี จนถึง จังหวดั ร้อยเอ็ด สว่ นมากจะเป็นตน้ ไมใ้ นพืน้ ที่ทุ่งนา หรอื ตามพื้นท่ตี า่ งๆ ตน้ ไมเ้ หล่าน้ีจะมีขนาดที่ ใหญ่ และ มีความสวยงามและโดนเด่น อายุของต้นไมบ้ างตน้ ก็เกิน 100ปี ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้องอาศยั ระยะเวลาในการเจริญเติบโต สะสมเนื้อไม้ สร้างรูปรา่ ง เพื่อแสดงออกถงึ ลกั ษณะของตน้ ไม้ใหญ่ ซ่ึงมี ความแตกต่างไป จากกลา้ ไม้ ต้นไม้ใหญม่ ีรูปทรงที่ถาวร ก่งิ กา้ นใบ และการ ออกดอกผล ลว้ นแล้วแต่เปน็

ลักษณะเฉพาะของตน้ ไม้ การขุดล้อมประเภทนี้ ต้องใช้ความชาํ นาญ เป็นพเิ ศษ เพราะตน้ ไม้มขี นาดท่ใี หญ่ อายเุ ยอะ สว่ นมากจะพบปญั หา ตุม้ ราก ดนิ แตก เพราะบางพืน้ ท่ี เปน็ ดนิ รว่ นปนทรายเยอะเกินไป (รูปที่11.ขุดลอ้ มตามพน้ื ที่) (รูปท1ี่ 2.ขุดล้อมตามพืน้ ท่ี) (รปู ท่ี13.ขดุ ล้อมตามพื้นท่)ี ฤดูกาลในการขดุ ล้อมของทางร้าน 1.(ชนิดต้นไมไ้ มผ่ ลดั ใบ) ต้นไมซ้ ง่ึ ไม่ผลดั ใบ จะมกี าร เจรญิ เติบโตเกือบทงั้ ปี การทง้ิ ใบและการแตกใบอ่อน เป็นไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง และปกติ จึงสามารถท าการขุดล้อมและยา้ ยปลูกไดต้ ลอดปี แต่ในฤดูกาลที่ เหมาะสมที่สุด คือ ฤดูฝน ชว่ งเดอื นพฤษภาคมเปน็ ตน้ ไป แตม่ ขี อ้ ระวงั คอื การขดุ ลอ้ มในขณะที่ดนิ เปยี ก ชุม่ ในฤดูฝน ตมุ้ ดนิ มโี อกาสแตกง่ายกว่าฤดูร้อน 2.(ชนดิ ของไม้ผลัดใบ) ตน้ ไมผ้ ลดั ใบจะหยุดการเจริญเตบิ โต ในฤดแู ลง้ ฤดูกาลทเ่ี หมาะสมทส่ี ุด คือ ชว่ งเวลาที่ตน้ ไม้มีใบแก่จัดเต็มต้น ก่อนผลัดใบ เนื่องจากในขณะนั้นตน้ ไม้ได้มีการสะสมอาหารไวใ้ นส่วน ตา่ งๆ อย่างเต็มที่ สามารถแตกก่ิงใบได้ดีหลังขดุ ล้อมยา้ ยปลูก เดือนท่ที าการขุดลอ้ ม คือ ตง้ั แต่เดือน กันยายนไปจนถึงเดอื นธนั วาคม หรอื กอ่ นเวลาทใ่ี บแก่จะรว่ งหมด ข้อหา้ มสำหรับไม้ผลัดใบ คือ หา้ มทาํ การขุดล้อมขณะที่ต้นไมเ้ ร่มิ ผลิต ใบออ่ น เพราะในขณะนั้นตน้ ไม้จะอ่อนแอมาก อาหารท่มี ีไดถ้ ูกนาํ ไปใช้ ในการผลิตใบออ่ น ต้นไมม้ โี อกาสตายมากกว่าชว่ งอื่น หลงั จากที่ไดข้ ดุ ลอ้ มตน้ ไม้ และ เคลอื่ นย้ายมายังรา้ น ทำตมุ้ ไมใ้ ชแ้ สลนหนาๆสีดำ เย็บเป็นผา้ ถงุ ให้รัศมมี ากกว่ารศั มขี องตุ้มดิน 1/3 อัดขยุ มะพรา้ วใหเ้ ตม็ แล้ว ก็เย็บปากตุม้ ใหแ้ นน่ จากนนั้ รดนำ้ ทผ่ี สมนำ้ ยาเรง่ ราก ตามฉลาก ใหเ้ ปยี กชมุ่ รดนำ้ วนั ละ 2รอบ เช้า-เย็น การให้ปยุ๋ = ในระยะแรกของการแตกใบอ่อน ตอ้ งงดการให้ปุย๋ เคมีโดยเด็ดขาด เนือ่ งจากจะเปน็ อันตราย ตอ่ ต้นไม้ ควรฉีดพน่ เฉพาะฮอร์โมนเรง่ การแตกรากและใบ พร้อมๆ กบั ยาปอ้ งกันเชื้อราและยาฆ่าแมลง เทา่ น้ัน จะใหป้ ยุ๋ เคมีได้เมื่อต้นไมท้ ี่ปลกู มีใบแกเ่ ตม็ ตน้ คือ ชว่ งเวลา2-3 เดอื น กบั ยาป้องกนั เชอื้ ราและยา ฆ่าแมลงเทา่ นน้ั หลังการปลกู ไปแลว้ การให้นำ้ = การใหน้ ำ้ ต้นไม้ขนาดใหญ่ ความจาํ เปน็ มากที่สุดไมว่ า่ จะเปน็ การอนุบาลไมท้ ่ีขุดลอ้ มในเรอื น เพาะชำ ในแปลงอนบุ าลหรอื ย้ายปลูกในพ้นื ที่จรงิ วธิ กี ารใหน้ ำ้ ท่ดี ีทีส่ ุดคอื การให้น้ำเหนือเรือนยอด จะโดยการตดิ ตั้ง Sprinkler แบบพ่นหมอกหรือหวั พ่นนำ้ ขนาดเล็ก(2-3 เมตร) 1 หวั /ต้น การใหน้ ำ้ มาก หรอื น้อยบอ่ ยเพยี งใด ขึ้นอยู่กับชนิดของต้นไม้ ความช้ืนในอากาศแตโ่ ดยปกติวันละ 2-5 ครงั้ กเ็ พยี งพอ สง่ิ หน่ึงท่ีต้องระวงั คือ นำ้ จะตอ้ งไมท่ ่วมขงั โคนตน้ ต้นไมบ้ างชนดิ เมือ่ ขุดล้อมแลว้ มกั จะตายเพราะการคาย นำ้ มากอาจจะตายท้ังตน้ หรือตายเฉพาะสว่ นยอด

การปอ้ งกนั และกาํ จดั แมลงศตั รตู ้นไมข้ ุดลอ้ ม การป้องกนั กาํ จดั แมลงศัตรูเปน็ ส่งิ จาํ เป็นอย่างยิง่ ที่จะตอ้ ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไมท้ ป่ี ลกู ใหม่เกดิ ความ เสียหายหรือตาย ตน้ ไมใ้ หญม่ ีปัญหาแมลงศตั รทู ่ีสําคัญและสามารถทําอนั ตรายตน้ ไม้จนถึงตาย แมลงชนิด ทกี่ ัดกนิ ลาํ ต้นและกง่ิ และแมลงชนดิ ทก่ี ดั กินราก เชน่ ดว้ งหนวดยาวเจาะต้นประดู่ ด้วงกัดกินกิง่ ขนนุ ปลวก หนอนผเี สอื้ กลางคืนเจาะเปลือก หนอนผเี ส้อื เจาะลาํ ตน้ แมลงเหลา่ นีม้ อี นั ตรายมาก เพราะ ทําใหต้ ้นไมต้ าย ได้ในเวลาไมน่ าน การกดั กินของแมลงดงั กล่าวนจ้ี ะทําให้เกดิ แผลท่ีลําตน้ และก่ิง และทำ ให้ เชือ้ โรคเข้าทาํ ลายตน้ ไมร้ ่วมดว้ ยอีกทางหน่งึ ทําให้ ต้นไม้ท่ถี กู ทําลายดงั กล่าวมีอาการทรดุ โทรมลงไป เรอ่ื ยๆและตายในทส่ี ดุ อปุ กรณท์ ี่ใช้ในการกําจดั โรคและแมลงศตั รตู น้ ไมข้ นาดใหญ่ เช่น สารกาํ จดั แมลง เช่น อารีฟอส 40 สารป้องกนั กำจัดโรคพืช เช่น พารากอน นำ้ สะอาด (ใช้ผสมกบั สารเคมีกําจดั แมลงชนิด เขม้ ขน้ ตามอตั ราส่วน) ใชส้ นี ำ้ ตาลเขม้ ผสมกบั พารากอนซ่ึงเป็นสชี มพูทาปิดรอยแผลเพอื่ ให้สกี ลมกลืนกับสี ของเปลือกไม การกาํ จัดแมลงศตั รไู ม้ขดุ ล้อม ปลวกกินไม้สด ปลวก เปน็ ปัญหามากกับต้นไมห้ ลายชนิด โดยเฉพาะต้นไมใ้ หญ่ท่ีปลกู ในท่ีแห้งแล้ง เพราะปลวกจ าเป็นต้องเสาะแสวงหาอาหารและน้ำ ในชว่ ง ฤดแู ลง้ การทาํ ลายของปลวกทําให้ตน้ ไมท้ รุดโทรม ออ่ นแอ และทําใหล้ ําต้น หรือหักโคน่ ลงได้ง่ายเวลามลี มพดั แรง 1. ปลวกกินเนอื้ ไม้ พบได้ทงั้ ชนดิ ที่สร้างรังอย่ใู ตพ้ ้ืนดิน ชนิดทสี่ ร้าง รัง ขนาดเล็กอยู่บนดนิ หรือบนต้นไม้ ซ่ึงจดั เปน็ ปลวกใต้ดนิ และบางชนิด อาศยั และกินภายในเน้ือไมท้ ง้ั แห้งและสด (รูปท่ี14.ปลวกกินไมส้ ด) ทเ่ี รียกวา่ ปลวกไมแ้ หง้ หรือปลวก ไมส้ ด 2. ปลวกเพาะเลีย้ งเช้อื รา กินอาหารไดท้ ้งั เนือ้ ไม้ เศษไม้ และเชื้อรา ที่เพาะเลี้ยงไว้ภายในรงั พบทง้ั รังท่ีมี ขนาดเลก็ อยูใ่ ต้ดิน และรังขนาดกลาง จนถงึ ใหญบ่ นดนิ 3. ปลวกกนิ ดนิ และอินทรียวตั ถุ เป็นปลวกทีก่ นิ เฉพาะดนิ และ อนิ ทรยี วตั ถุ และสร้างรังขนาดเลก็ อยู่บน พืน้ ดนิ 4. ปลวกกินไลเคน ส่วนใหญส่ ร้างรงั บนดินตามโคนต้นไม้ วธิ ีกำจดั ปลวกทขี่ ้ึนตน้ ไมใ้ หญแ่ ละไมค้ ํายัน 1. ผสมสารเคมกี ําจดั แมลงสารกาํ จดั แมลง “คลอไพรฟิ อสฟอส 40” ในปริมาณ 30 – 40 ซซี .ี ในถังพน่ ยา ทบ่ี รรจนุ ำ้ ในปรมิ าณ 15 ลติ ร แล้วใช้ ไมค้ นและเขย่าถงั ใหส้ ารเคมีจัดแมลงกับนำ้ ผสมกนั 2. ใชส้ วา่ นมอื เจาะดนิ รอบโคนตน้ ไม้ท่มี รี ังปลวกลึกลงไปในดนิ ประมาณ 30-50 ซม. รอบโคนตน้ ไม้ ระยะห่างแต่ละจดุ ประมาณ 20 -30 ซม. เพอื่ อดั สารเคมีกาํ จัดปลวกลงสูด่ นิ 3. อดั สารเคมกี าํ จัดแมลงลงรทู ่เี จาะให้ครบทุกรู 4. ฉีดสารเคมีกําจดั ปลวกโดยใช้เข็มฉดี ยาเข้าสรู่ ังปลวกที่ขนึ้ บนตน้ ไม้โดยใช้สวา่ นเจาะไปทีร่ ังปลวกให้ลึก ถึงดินปลวกช้ันในแลว้ ฉีดสารเคมี กําจดั แมลงลงไปท่รี สู ว่านเจาะใหซ้ มึ เปยี กทวั่ รังปลวก

(รูปท่ี15การใชส้ วา่ นเจาะท่ีรังปลวก.) (รปู ที่16.สารเคมีกําจดั ปลวก) (รูปที่17.การอดั สารเคมี) การลงปลกู ใหล้ กู ค้า ขดุ หลุมลงตุม้ ไม้ มคี วามลกึ ประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของตุ้มไม้ (ความกวา้ งกะใหเ้ หมาะสม โดยพิจารณา จากขนาดความกวา้ งของตมุ้ โดยทั่วไปจะกว้างกว่าตุ้มดา้ นละประมาณ 15-30 cm เพ่ือไวก้ ลบดนิ ) จากนนั้ เอาหนา้ ดนิ หรือปยุ๋ หมักใส่กน้ หลมุ พอประมาณ แล้วยกตน้ ไม้และตุ้มลง โดยใหต้ ้มุ อยสู่ ูงกว่าระดบั ดิน เดิม 1 ส่วน หลงั จากนัน้ ให้สุมหรอื ตกั ดินใสใ่ หค้ ลุมต้มุ ส่วนท่ีพ้นดนิ เทคนคิ ทค่ี วรทำคอื อย่าฝังตุ้มรากจนมิด เพราะจะทำใหนำ้ ท่วมขังรากเน่าและขาดออกซเิ จน สาเหตไุ ม้ล้อมที่ตายหลงั จากลงปลูกส่วนใหญ่ ก็เพราะน้ำ ทว่ มขังรากเนา่ และขาดออกซเิ จน เพราะคนปลูกส่วนใหญค่ ิดว่าการขุดหลุมลึกๆแลว้ ฝังต้มุ ให้ลกึ ๆจะทำให้ ต้นไมไ้ ม่โค่นลม้ ซึง่ ถ้าทำเช่นนนั้ นอกจากรากแขนงและรากฝอยจะไมเ่ ดิน(โต)แล้ว ยังมโี อกาสท่รี ากจะเน่า ไม่ มอี อกซิเจนและตายในที่สดุ หลังการขายตน้ ไม้ ทางรา้ นจะดูแลรับประกันต้นไม้ ที่ทางรา้ นลงปลกู 3 เดอื น ถ้าลกู ค้า ซอ้ื ตน้ ไม้ไปปลกู เอง ทางรา้ นจะไม่ รับประกัน ปญั หาทพ่ี บบอ่ ย ลูกค้าบางทา่ นทีไ่ ด้ ซ้อื ต้นไม้ขดุ ลอ้ มไป ดแู ลไมเ่ ปน็ ไม่มคี วามรู้ในการดูแลต้นไม้ รดนำ้ มากไป , รดนำ้ นอ้ ยไป ไม่ดแู ลเพราะ ยงั อยใู่ นระยะเวลาของประกนั ทางร้านจงึ ต้องสมุ่ ตรวจในบางครง้ั วา่ ดแู ลตามทีไ่ ดบ้ อกไปหรอื เปลา่ รดนำ้ มากไป หรอื นอ้ ยไป อาจจะเป็นเพราะเจา้ ของบา้ น ไมไ่ ด้อยอู่ าศัยเอง ซือ้ ไว้ และให้แม่บา้ นดูแล แมบ่ า้ นหรือคนดแู ล ขาดความรแู้ ละความเข้าใจเกีย่ วกับต้นไม้จงึ ทำให้เกดิ ปญั หา ตา่ งๆ เปน็ ต้น 3.1.2.รายละเอียดในการสัมภาษณล์ กู คา้ และประเด็นหลักในการสัมภาษณ์ลูกค้า เนือ่ งจาก สถานการณ์ โควิด ในปจั จบุ ันนี้ แพรก่ ระจายเปน็ อยากมากจงึ ทำให้ การสัมภาษณ์ลูกคา้ เป็นการ สมั ภาษณ์ผ่านทางโทรศพั ท์ และผู้จดั ทำไดข้ ออนุญาตทางลกู ค้าบนั ทกึ เสยี งเพอ่ื จะนำมาถอดเป็นขอ้ ความและ นำไปวิเคราะห์ ความต้องการ หรอื ปญั หา ของลกู ค้าหลังทไี่ ด้ซ้อื ต้นไม้ขดุ ลอ้ มไป เพ่ือจะไดน้ ำขอ้ มูลเหล่าน้ีมา จัดทำ คมู่ อื การดแู ลรกั ษาตน้ ไม้ขดุ ล้อมหลังการขาย(ร้านสารภีพันไม)้ ผจู้ ัดทำได้ทำการตดิ ต่อไปยงั ลูกคา้ ท่ี เคยซือ้ ตน้ ไมข้ ดุ ล้อมจากร้าน สารภพี นั ไม้ จำนวน 5 คน. ประกอบด้วย

ลูกคา้ รายท1่ี ชอ่ื นาง.ยพุ นิ กอบแก้ว อายุ 39 ปี ประกอบอาชพี ข้าราชการ เปน็ บา้ นสว่ นตวั 2ช้นั ตง้ั อยู่ ที่ ตำบลยางเนิง้ อำเภอสารภี จงั หวัดเชียงใหม่ 50140 ไดซ้ อ้ื ตน้ จกิ นำ้ จากร้านสารภพี ันไม้ จำนวน 2 ตน้ (วนั ท่ี 8 ธนั วาคม 2563) ลกู ค้ารายท2ี่ ชอ่ื นาย.พิทักษ์ กอบแก้ว อายุ 41 ปี ประกอบอาชพี ข้าราชการ เป็นบา้ นสว่ นตวั 2ชนั้ ต้งั อยู่ท่ี ตำบลชา้ งเผอื ก อำเภอเมอื งเชยี งใหม่ จงั หวดั เชียงใหม่ 50140 ได้ซื้อ ต้นปาลม์ อินทผาลัม จากร้านสารภีพันไม้ จำนวน 8 ตน้ (วันที่ 20 สงิ หาคม 2563) ลกู คา้ รายท3่ี ชอ่ื นาง.เพ็ญศรี ติบ๊ จ้ะ อายุ 34 ปี ประกอบอาชพี ธุรกจิ ส่วนตัว เปน็ บ้านสว่ นตวั 2ชนั้ ตง้ั อยทู่ ี่ ตำบลแม่สา อำเภอแมร่ ิม จงั หวดั เชียงใหม่ 50180 ไดซ้ ้อื ตน้ จกิ นำ้ กนั เกรา จากรา้ นสารภพี ันไม้ จำนวน2ต้น วนั ที่ (วนั ที่ 10 ตลุ าคม 2563) ลูกคา้ รายท4่ี ชือ่ นาย.บรรเทา ดีมีศรี อายุ 37 ปี ประกอบอาชพี ธุรกจิ สว่ นตัว เปน็ บา้ นในโครงการ2 ชน้ั ตง้ั อยู่ที่ ตำบลยางเน้ิง อำเภอสารภี จงั หวัดเชียงใหม่ 50140 ไดซ้ ื้อ ตน้ กนั เกรา แจง จากรา้ นสารภีพนั ไม้ จำนวน 3 ตน้ (วันที่ 16 ธนั วาคม 2563) ลกู คา้ รายที่5 ช่อื นาย.ปรชี า ณ สวุ รรณ อายุ 31 ปี ประกอบอาชพี ธรุ กจิ ส่วนตัว เปน็ บ้านส่วนตวั 2ช้ัน ตั้งอยู่ท่ี ซอยร่วมชยั ตำบลแมเ่ หยี ะ อำเภอเมืองเชยี งใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 ไดซ้ ือ้ ตน้ ชมุ แสง จากรา้ นสารภีพนั ไม้ จำนวน 1 ตน้ (วันที่ 22 มกราคม 2563) ลูกค้าคนท1ี่ .ชือ่ นาง.ยพุ ิน กอบแก้ว ไดซ้ ื้อ ตน้ จิกน้ำ จากร้านสารภีพนั ไมจ้ ำนวน 2 ต้น (วนั ท่ี 8 ธนั วาคม 2563) รายละเอยี ดในการสัมภาษณล์ กู คา้ (ถอดเปน็ ข้อความ) 1.คุณมคี วามประทับใจ หลังจากทคี่ ณุ ไดซ้ อ้ื ตน้ ไม้ขดุ ล้อมมาอยา่ งไรบ้าง? = มคี วามประทับใจ เพราะสามารถมพี น้ื ทนี่ งั่ เลน่ กับครอบครัวได้ บรรยากาศดรี ่มรนื่ 2.คณุ มปี ญั หาเก่ยี วกบั การดแู ลต้นไมข้ ดุ ล้อมของคุณหรือไม่? = ไมม่ ี 3.คุณเคยดแู ลตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มของคณุ ด้วยการใส่ปุ๋ย หรอื สารกําจัดโรคแมลงหรือไม?่ =ไมเ่ คย 4.ต้นไม้ขุดลอ้ มของคุณมปี ญั หาอะไรหรอื ไม่? = ไมม่ ี 5.คณุ มคี วามคดิ เห็นอย่างไรใน การจัดทํา คมู่ อื หลงั การขายไม้ขุดลอ้ ม? = ดนี ะคะ่ เพราะเหมอื นให้ความร้หู ลังการขาย แก่ผทู้ รี่ บั ไปดแู ลต่อ 6.คุณมี ประเด็นปญั หา หรอื ส่ิงทค่ี ุณอยากทราบเกย่ี วกับตน้ ไม้ขุดลอ้ ม หรือไม่? = วิธีการใสป่ ยุ๋ ว่าต้องใชป่ ยุ๋ อะไรขนาดเท่าไหร่ หรือวิธเี ร่งรากใหต้ น้ ไม้เติบโต ประมาณนค้ี ะ่

7.คุณอยากใหค้ มู่ ือ การดูแลรกั ษาตน้ ไมข้ ุดล้อมหลังการขายมีประเด็น หรอื เน้ือหาอะไรบา้ ง? = วิธีการใส่ปยุ๋ วธิ ีการเรง่ ราก หรอื วธิ ีดูแลใหต้ ้นไมเ้ จรญิ เติบโต ลูกค้ารายที่2 ช่ือนาย.บรรเทา ดีมีศรี ได้ซ้อื ตน้ ปาล์มอินทผาลมั จากรา้ นสารภพี นั ไม้ จำนวน 8 ตน้ (วนั ท่ี 20 สิงหาคม 2563) รายละเอยี ดในการสมั ภาษณล์ ูกคา้ (ถอดเปน็ ขอ้ ความ) 1.คุณมคี วามประทับใจ หลงั จากทคี่ ณุ ได้ซือ้ ต้นไมข้ ุดล้อมมาอยา่ งไรบ้าง? = มคี วามประทับใจมาก จากพน้ื ที่โลง่ ไมม่ ตี ้นไม้ สามารถ มีตน้ ไม้ใหร้ ม่ เงา แบบไมต่ ้องปลกู เองจนมันโต 2.คณุ มีปญั หาเก่ยี วกบั การดูแลต้นไม้ขดุ ล้อมของคณุ หรอื ไม?่ = เป็นวธิ กี ารให้ป๋ยุ ต้นไมล้ อ้ มตอ้ งใชป้ ุ๋ยชนิดใด ในการดแู ลและปรมิ าณเทา่ ไหร่ ของ แตล่ ะชนิด 3.คุณเคยดูแลตน้ ไมข้ ุดล้อมของคุณ ด้วยการใส่ปยุ๋ หรือสารกาํ จัดโรคแมลงหรือไม่? = ไมม่ คี รบั 4.ตน้ ไม้ขดุ ล้อมของคณุ มปี ัญหาอะไรหรอื ไม?่ = ไมม่ ีครับ 5.คุณมีความคดิ เหน็ อย่างไรใน การจัดทํา คมู่ ือหลงั การขายไม้ขดุ ลอ้ ม? = มีประโยชน์ต่อคนทีไ่ ม่รู้เก่ยี วกบั การดูแลต้นไมข้ ุดลอ้ ม 6.คุณมี ประเดน็ ปัญหา หรอื สิง่ ทค่ี ุณอยากทราบเก่ียวกับตน้ ไม้ขดุ ล้อม หรือไม่? = ยังไม่มคี รบั 7.คุณอยากใหค้ ูม่ อื การดูแลรกั ษาต้นไม้ขุดลอ้ มหลงั การขายมีประเด็น หรือเน้อื หาอะไรบ้าง? = เนือ้ หาท่วั ไป เก่ยี วกบั การดแู ลตน้ ไมข้ ุดลอ้ ม ของแต่ละชนิดพนั ธ์ุไม้ ลกู ค้ารายท3ี่ ชือ่ นาง.เพญ็ ศรี ต๊บิ จะ้ ได้ซอื้ ต้นจิกน้ำและ กนั เกรา จากร้านสารภพี นั ไม้ จำนวน 2 ตน้ (วันท่ี 10 ตุลาคม 2563) รายละเอยี ดในการสมั ภาษณล์ ูกคา้ (ถอดเปน็ ข้อความ) 1.คุณมคี วามประทับใจ หลังจากท่ีคณุ ได้ซื้อต้นไม้ขุดล้อมมาอยา่ งไรบา้ ง? = มีความประทับใจมาก เพราะว่าทำใหบ้ ้านรม่ ร่นื สวยงาม 2.คณุ มปี ญั หาเกยี่ วกบั การดูแลตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มของคณุ หรือไม่? = ปญั หาที่พบบอ่ ย เป็นเรอ่ื งของการตัดแตง่ กิง่ ตน้ ไมโ้ ตขน้ึ ทำให้บรเิ วณบ้านดูมดื ไมด่ ูโปรง่ เหมอื นตอน ลงใหม่ แต่ไมร่ วู้ ิธกี ารตดั ก่ิงท่ถี ูกตอ้ ง กลวั ตน้ ไม้ตาย

3.คุณเคยดูแลตน้ ไม้ขดุ ล้อมของคุณ ด้วยการใส่ปุ๋ย หรือสารกาํ จัดโรคแมลงหรอื ไม่? = ไม่เคย 4.ตน้ ไม้ขุดลอ้ มของคุณมปี ญั หาอะไรหรือไม?่ = ไมม่ ปี ญั หาอะไร 5.คณุ มีความคดิ เหน็ อยา่ งไรใน การจัดทํา คมู่ ือหลังการขายไมข้ ุดลอ้ ม? = ดี เพราะเวลาที่ซื้อมาก็ไมร่ วู้ ธิ ีการดูแลมนั จรงิ ๆ ถา้ มีการทำคมู่ อื หลงั การขายดว้ ยจะมีประโยชน์ สำหรับ คนท่ีไม่ทราบ 6.คุณมี ประเดน็ ปญั หา หรอื สง่ิ ทค่ี ุณอยากทราบเกี่ยวกบั ตน้ ไม้ขดุ ลอ้ ม หรือไม่? = อยากทราบวิธีการตดั กิ่งต้นไม้ ให้สวยงามและไมต่ าย 7.คุณอยากใหค้ ู่มอื การดแู ลรักษาตน้ ไม้ขุดล้อมหลังการขายมปี ระเดน็ หรือเนือ้ หาอะไรบ้าง? = เน้อื หาเบื้องตน้ ของการดูแลต้นไมท้ ่เี ขา้ ใจง่าย ลกู ค้ารายท4่ี ชื่อนาย.บรรเทา ดีมศี รี ได้ซอื้ ตน้ กนั เกรา และ แจง จากร้านสารภีพันไม้ จำนวน3 ตน้ (วนั ท่ี 16 ธันวาคม 2563) รายละเอียดในการสัมภาษณล์ ูกคา้ (ถอดเปน็ ข้อความ) 1.คณุ มคี วามประทบั ใจ หลงั จากทีค่ ุณได้ซ้ือต้นไม้ขดุ ลอ้ มมาอยา่ งไรบ้าง? = มีความทบั ใจ ทาํ ให้บรเิ วณบ้านสวย 2.คณุ มปี ญั หาเกย่ี วกับการดูแลต้นไมข้ ดุ ลอ้ มของคณุ หรือไม่? = อยากทราบวา่ เราจะดูเเลมันยังไงให้เจริญเตบิ โตไดแ้ บบสมบูรณ์ เพราะว่าเท่าที่ รเู้ หมือนวา่ ตน้ ไม้ขดุ ล้อมมันไมม่ ีรากแกว้ ดแู ลยาก 3.คณุ เคยดูแลตน้ ไมข้ ุดลอ้ มของคณุ ดว้ ยการใส่ปุ๋ย หรือสารกาํ จดั โรคแมลงหรือไม่? = ไม่เคยครับ 4.ต้นไมข้ ุดลอ้ มของคณุ มปี ญั หาอะไรหรือไม?่ = ไมม่ ีครับ 5.คณุ มคี วามคดิ เหน็ อย่างไรใน การจดั ทาํ คมู่ อื หลงั การขายไมข้ ุดล้อม? =ดเี ลยจะเหมาะ สาํ หรบั คนทย่ี งั ไม่ทราบ 6.คุณมี ประเดน็ ปญั หา หรอื สิ่งท่คี ณุ อยากทราบเกยี่ วกับตน้ ไม้ขดุ ล้อม หรอื ไม่? = ดแู ลยงั ไงให้ถูกวิธี เชน่ เรอ่ื งปุ๋ยขนาดเท่าไหร่ ต้องใชแ้ บบไหน อะไรยงั ไงเป็นต้น 7.คุณอยากใหค้ มู่ อื การดูแลรักษาต้นไม้ขดุ ล้อมหลังการขายมปี ระเด็น หรือเนื้อหาอะไรบ้าง? = ข้อมูลของต้นไม้ขดุ ลอ้ มทวั่ ไป ดูยังไงว่าต้นไม้เราปกติ หรือ ผิดปกติ วธิ แี ก้

ลูกค้ารายท5่ี นาย.ปรชี า ณ สุวรรณ ได้ซ้อื ต้นชุมแสง จากรา้ นสารภพี นั ไม้ จำนวน 1 ตน้ (วันที่ 22 มกราคม 2563) รายละเอยี ดในการสัมภาษณล์ กู ค้า (ถอดเปน็ ข้อความ) 1.คุณมคี วามประทบั ใจ หลงั จากทค่ี ุณได้ซ้ือต้นไมข้ ุดล้อมมาอย่างไรบา้ ง? = สวยงามเวลาคนมาทีบ่ ้านชอบมาเดินชม และให้ความสนใจ 2.คุณมีปญั หาเกี่ยวกบั การดแู ลต้นไม้ขุดล้อมของคณุ หรอื ไม่? = ไมม่ ี 3.คณุ เคยดแู ลตน้ ไม้ขดุ ลอ้ มของคุณ ดว้ ยการใสป่ ุย๋ หรือสารกาํ จดั โรคแมลงหรือไม่? = ไมเ่ คยครบั ไมเ่ คยทำไมเ่ ป็น 4.ต้นไมข้ ดุ ลอ้ มของคุณมีปัญหาอะไรหรือไม?่ = ไมม่ ีครบั 5.คุณมีความคดิ เห็นอยา่ งไรใน การจดั ทํา คมู่ ือหลงั การขายไมข้ ดุ ล้อม? = เพือ่ เป็นการศกึ ษาให้ความรคู้ นอืน่ สำหรบั คนทไ่ี ม่ทราบ 6.คุณมี ประเดน็ ปญั หา หรอื สง่ิ ทคี่ ุณอยากทราบเกีย่ วกบั ตน้ ไมข้ ดุ ล้อม หรือไม่? = ข้อมลู ท่วั ไปครบั และ การตัดแต่งตัดไมใ้ หส้ วย 7.คุณอยากใหค้ มู่ ือ การดูแลรกั ษาตน้ ไมข้ ดุ ลอ้ มหลังการขายมีประเดน็ หรือเนือ้ หาอะไรบา้ ง? = วธิ กี ารทท่ี ำให้ไม้ขดุ ล้อมไมต่ าย 3.1.3 ศึกษา ขอ้ มูลปญั หาต้นไม้ขุดลอ้ มที่ ลกู ค้าเจอ และ ข้อมลู ทีอ่ ยากใหม้ ีในคูม่ ือ จากรา้ นสารภีพันไม้ ปญั หาหลกั ๆทลี่ ูกคา้ ส่วนมาก อยากจะให้มีในคมู่ ือ หรือ สง่ิ ที่ลกู คา้ อยากทราบเกี่ยวกบั ตน้ ไม้ขดุ ล้อม ประกอบ ดว้ ย 1.การให้น้ำตน้ ไมข้ ดุ ล้อมและการใหป้ ุย๋ ต้นไมข้ ุดล้อม 2.วิธกี ารตัดแต่งกง่ิ ตน้ ไม้ 3.การคำ้ ยนั ตน้ ไม้ขดุ ล้อม 4.การกำจดั ปลวกตดิ ลำต้น 5.วธิ ีการขุดลอ้ ม ผจู้ ัดทำจงึ ไปสอบถามขอ้ มูลวิธีการต่างๆ ทลี่ กู คา้ เจอ จากร้านสารภีพันไม้ และนำเอาข้อมลู เหล่านนั้ มาทำเปน็ คู่มือหลงั การขายใหแ้ กร่ ้าน สารภีพันไม้ต่อไป (รูปที่18.สอบถามขอ้ มูลเทคนคิ จากทางรา้ นสารภพี ันไม)้

1.การใหน้ ำ้ ต้นไม้ขุดลอ้ มและการให้ปยุ๋ ต้นไมข้ ุดลอ้ ม : วิธีการใหน้ ํา้ ,ใหป้ ๋ยุ ต้นไมข้ ุดล้อม ทางรา้ นได้ แนะนำ การรดนำ้ ต้นไมใ้ นช่วงเช้าจะอยู่ใน เวลา 06.00 น. – 08.00 น. เวลานเ้ี ป็นชว่ งเวลาท่ีดีทสี่ ดุ สำหรับ การรดนำ้ ต้นไม้ เพราะ ในช่วงเช้าพืชและตน้ ไม้พรอ้ มที่ จะรับน้ำเขา้ ไปเพ่ือนำไปใชใ้ นช่วง เวลา ตลอดวัน ไม่แนะนำให้รดน้ำเวลา กลางวัน เน่ืองจาก อากาศและ พนื้ ดินมคี วามรอ้ นมากขึน้ การรดนำ้ อาจ เกิด ไอน้ำระอุขน้ึ มาจงึ อาจ เป็นการทำใหพ้ ชื บางชนดิ เสยี หาย อาจจะทำใหร้ ากเนา่ เพราะดนิ กำลงั รอ้ น พอเจอนำ้ จะกลายเป็นไอร้อน และ วธิ ีการใหน้ ํ้าท่ดี ีทสี่ ดุ คอื การให้น้าํ เหนอื เรอื นยอด หรอื บริเวณทรง พ่มุ เพอ่ื ทตี่ น้ ไม้จะ ไดร้ ับนํ้าเต็มที่ ไมแ่ นะนำใหร้ ดนำ้ ตรงบรเิ วณ โคนตน้ อยา่ งเดียวเพราะต้นไม้ จะ ได้รับนํ้าไม่เต็มทเี่ เละอาจจะทํา ให้นํ้าท่วมขังบรเิ วณโคนต้นได้ เป็นเหตุทที่ าํ ใหร้ ากเนา่ รูปภาพกราฟฟิกทไ่ี ด้ออกแบบเพอื่ จะลงในคมู่ อื เพอื่ ใหเ้ ข้าใจงา่ ย (รูปท1่ี 9. แสดงกราฟฟิกวิธีการรดนำ้ เวลาทีเ่ หมาะกับการรดน้ำ ผดิ -ถกู ) 2.การตัดแต่งกงิ่ หลักในการตดั แตง่ กิง่ การตดั แต่งกิ่งต้องใหใ้ บไดร้ บั แสงโดยทั่วถงึ เพื่อใหต้ น ไมม้ ี ประสทิ ธภิ าพการสงั เคราะหแ์ สงเตม็ ทีว่ ธิ ีการของร้านจะมีการตดั แบบ 2 วธิ ี 1. เปา้ หมายเพอื่ เปดิ แสงให้ สามารถสอ่ งผา่ น ทะลเุ รอื นยอดถา่ ยเทอากาศได้ดโี ครงสรา้ งหลกั ของทรงพมุ่ ยงั คง อยู่ไมค่ วรตัดแต่งทรง พุ่มออกเกิน 1ใน 4 ของทรงพมุ่ ทั้งหมด รปู ภาพกราฟฟกิ ที่ไดอ้ อกแบบเพ่อื จะลงในคมู่ ือเพือ่ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย (รูปที่20. แสดงวธิ ีการตดั กิ่งไม้แบบใหส้ วยงามและถกู ตอ้ ง ผดิ -ถกู ) ตดั แต่งกงิ่ ดา้ นลา่ งของทรงพ่มุ เพ่ือเพิม่ ทัศน วิสยั ภายหลงั การตดั แตง่ สดั สว่ นของทรงพุ่ม :ความสูง ต้นไมค้ วรประมาณ 2 :3 (รูปที่21. แสดงวิธกี ารตดั ก่ิงไมแ้ บบให้สวยงามและถูกต้อง ผิด-ถกู )

3.การ กําจดั วัชพืช รอบโคนตน้ ไม้ ดึงออกด้วยมอื เปลา่ อยา่ งถูกต้อง ควรรดนำ้ ให้ดนิ เปียกชมุ่ ซะก่อน หรอื รอหลงั จากฝนหยุดตกแล้วค่อยถอนออก เพราะในขณะทด่ี ินชมุ่ นำ้ ดนิ จะคลายตัวทำให้ถอนหญ้าออก ทัง้ รากไดง้ า่ ยกว่าดินแห้ง ซงึ่ มโี อกาสทจี่ ะทำใหร้ ากขาดงา่ ยมาก สูตรเกลอื ใช้ความเคม็ ฆ่าวัชพืช โดยการ ตม้ นำ้ เปล่า 2 ถว้ ยตวง เกลือ 1 ถ้วยตวง ให้เดอื ดและผสมเข้ากนั จากนนั้ นำมาเทราดลงไปบนหญา้ หรอื วัชพชื โดยตรง วชั พชื ก็จะเหย่ี ว แห้ง และตายไปเอง รปู ภาพกราฟฟกิ ท่ไี ดอ้ อกแบบเพ่อื จะลงในคู่มือเพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย (รปู ท่2ี 2. แสดงวิธีการเด็ดหญ้าด้วยมอื แบบถูกวิธี ผดิ -ถกู ) (รปู ที่23. แสดงวิธกี ารตม้ นำ้ กบั เกลือกำจดั วัชพืชรอบโคนตน้ ) 4.การ คํ้ายนั ตน้ ไม้ ทางร้านใช4้ วธิ ีนี้ 1.การคำ้ ยันแบบ 2 หลัก เหมาะกับไม้ตน้ ทม่ี เี สน้ ผา่ ศูนยก์ ลางลำตน้ 2 – 3 นว้ิ โดยปกั ไม้ค้ำสงู จากพ้นื 80 เซนติเมตร หา่ งกนั 60 เซนตเิ มตร ใช้เวลาค้ำยนั 2 ปี 2.การค้ำยนั แบบคอก เหมาะกบั ไม้ต้นทม่ี ีเส้นผา่ ศูนยก์ ลางลำต้น 4 – 8 นว้ิ โดยปกั ไม้ค้ำสูงจากพื้น 80 เซนติเมตร และหา่ งกนั 1 เมตร ควรใชเ้ ชือกพันอีกครง้ั เพอ่ื ความแข็งแรง ใชเ้ วลาค้ำยนั 2 – 3 ปี 3.การคำ้ ยันแบบกระโจม ตอ้ งใช้ พืน้ ทกี่ วา้ งเหมาะกับไมต้ ้นทีม่ ีเส้นผ่าศูนย์กลาง ลำต้น 8 – 12 นว้ิ ใช้ไม้ ค้ำยาว 3 เมตร โดยปกั ไมค้ ้ำเอยี งทำมุม 45 องศากับลำตน้ และทำมุม 90 องศากับไมห้ มุดทกุ ดา้ น ให้ด้าน ปลายไม้ค้ำสูง 1/3 ของความสงู ของต้น ใช้เวลาคำ้ ยนั 5 ปี 4.การยดึ ดว้ ยสายเคเบลิ ยึดต้นไมส้ ูงๆ ไว้ดว้ ยลวดเคเบลิ 3 เสน้ โดยใชส้ ายยางพันรอบลำต้น ปอ้ งกัน ไม่ใหเ้ ปลือกไมเ้ สียหาย แลว้ โยงลวดไว้กับสายยาง จากนน้ั ตอกหลักไม้ 3 หลกั ลงดนิ รอบๆ ต้นไม้นนั้ และ ยึดปลายอกี ด้านหนึ่ง รูปภาพกราฟฟิกท่ีไดอ้ อกแบบเพอื่ จะลงในคมู่ อื เพอ่ื ให้เข้าใจงา่ ย (รูปท่ี24. แสดงรูปแบบการค้ำยนั ตน้ ไม้ แบบถูกวธิ ี)

5.วิธีกำจดั -ป้องกันปลวก ปลูกแลว้ ใหส้ งั เกตุโคนต้นไม้เปลอื กไม้เปน็ ระยะว่ามรี อ่ งรอยของ ปลวก หรอื ไม่ ถ้ามี ใช้ สารสะเดาผสม น้ำราด โคนตน้ ไมท้ กุ 3-5 วนั และพรวนดนิ โคนตน้ ไม้อยา่ งสม่ำเสมอ เพ่อื ใหพ้ ้นื ดนิ รอบตน้ ไมม้ ีการเปล่ยี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา ปลวกจะไดไ้ ม่เขา้ มาเพราะปลวกเปน็ แมลงท่ชี อบ ท่อี บั ชื้น มดื เงยี บสงบ ต้นไมช้ นิดใดบา้ งทีป่ ลวกชอบกิน ส่วนใหญ่เป็นพวกไมเ้ นื้อออ่ นหรือไมเ้ น้อื แข็งปาน กลาง ตระกลู ปาลม์ ที่ ปลวกมกั ชอบพิเศษ โดยเฉพาะลำตน้ จะถกู กัดกนิ ไดง้ ่าย เช่น ปาลม์ นำ้ มนั ปบี แค นา ทองกวาว ทองหลาง รปู ภาพกราฟฟกิ ทไี่ ด้ออกแบบเพื่อจะลงในคูม่ ือเพือ่ ใหเ้ ข้าใจงา่ ย (รูปท่ี25. แสดงวธิ ีกำจดั -ปอ้ งกนั ปลวก) (รูปท่2ี 6.แสดงพชื ที่ปลวกมกั ชอบเป็นพเิ ศษ) 6.วิธกี ารขุดลอ้ ม อปุ กรณ์ ในการขดุ ลอ้ มตน้ ไม้ จอบ กรรไกรเเตง่ กง่ิ เสียมขดุ ชนิดพิเศษ มดี เเละขวาน กระสอบป่าน เชอื กปอ เขม็ เยบ็ กระสอบ 1.เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางโคนตน้ ต่อระยะห่างจากขอบโคนตน้ ถึง ขอบ ตุ้มดินเป็น 2:1, 1:1 หรอื 2:3 คำนวณรัศมีของตุ้ม แลว้ ก็ทำการขุดใหไ้ ด้ขนาด หากลอ้ มเตอื นใหเ้ หลือรากข้าง ใว้สัก 3-4 ราก เพื่อให้ตน้ ไม้หาอาหาร หรอื ว่าหาก ลอ้ มสดกต็ ดั ไดเ้ ลย ใชแ้ สลนหนาๆสีดำ เย็บเปน็ ผ้าถงุ ให้ รศั มมี ากกวา่ รัศมขี องตุ้มดิน 1/3 อดั ขยุ มะพรา้ วให้เต็ม แล้วกเ็ ยบ็ ปาก ตมุ้ ใหแ้ นน่ รดน้ำท่ีผสมนำ้ ยาเร่งราก ตามฉลาก ให้เปยี กชุ่ม หากลอ้ มเตอื นให้ดแู ลรดน้ำ อย่าใหต้ มุ้ แห้ง จนกวา่ จะแทงยอดใหม่แล้วค่อยทำการตัด รา่ งและยกไปดูแลต่อ การเคลือ่ นย้ายต้นไมข้ ุดล้อมน้ันเป็นสิ่งท่สี ําคญั เเละจําเป็นมาก อย่าให้บริเวณตุ้มดิน เเตกหกั เพราะอาจจะทําใหต้ น้ ไม้ท่ีเราขดุ ลอ้ มมานนั้ เสยี หายหรือตายได้ ตุม้ เปน็ หวั ใจหลักของไม้ขดุ ลอ้ ม วธิ ีการ อนุบาล ต้นไม้ขดุ ล้อม กอ่ นจําหน่าย ทางร้าน จะมกี ารใส่ฮอรโ์ มนเรง่ ราก จนรากเดินพรอ้ มแตกใบ ใหม่ เราก็หยุดใช้ ดแู ลรดนำ้ วันละ 1 ครั้ง ให้ช่มุ ทว่ั บริเวณราก นอกจากน้ี กจ็ ะมกี ารใสป่ ุย๋ เดือนละ 1 ครั้ง เป็นสูตรเสมอ 15-15-15 เพอ่ื บำรุงตน้ ใบ ทางร้านเเนะนําใชต้ วั ตรากระต่าย เพราะ เปน็ ป๋ยุ ที่ บำรงุ ต้น ใบ ดอกเเละป้องกนั แมลงและเช้ือโรค เราก็จะดูแลใหส้ มบูรณอ์ ยตู่ ลอดเวลาจนกว่าจะมีลกู ค้ามาซ้อื

รปู ภาพกราฟฟกิ ที่ไดอ้ อกแบบเพื่อจะลงในคมู่ อื เพ่ือใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย (รูปที2่ 7.แสดงอปุ กรณ์ในการขุดลอ้ ม) (รปู ที่28.แสดงการกําหนด ระยะตุ้มไม้ขดุ ลอ้ ม ผิด-ถกู ) (รูปท่ี29.แสดงการขุดแบบสด กบั ขดุ เตอื น ผิด-ถกู ) (รปู ท่ี30.แสดง ใชแ้ สลนหนาเยบ็ และอัดขยุ มะพร้าวให้เต็ม รดนำ้ ท่ีผสมนำ้ ยาเร่งราก)

(รูปท่ี31 แสดงภาพ ล้อมเตอื น ผดิ -ถกู ) (รูปท่ี31 แสดงภาพ เคลอ่ื นยา้ ยต้นไมข้ ุดล้อม ผิด-ถกู ) (รูปท่ี32 แสดงภาพ เรง่ ราก ใบ และ ปยุ๋ ) (รูปที่33 แสดง วิธีการเรง่ ราก ใบ , วิธีการใสป่ ุย๋ , รดนำ้

3.2 การอภิปรายผล จากการทำโครงงาน เรอ่ื งคูม่ ือการดูแลรักษาต้นไม้ขุดล้อมหลงั การขาย การทส่ี ามารถสรา้ งคมู่ อื การ ดูแลรักษาตน้ ไมข้ ุดลอ้ มหลังการขาย มเี นอื้ หาสำคญั ทง้ั การดแู ล และการขุดล้อม ทมี่ ีกราฟฟกิ ทีเ่ ข้าใจง่าย และไม่น่าเบอื่ สามารถให้ลกู คา้ ที่ซอื้ ตน้ ไม้ขดุ ล้อมไปได้ใชป้ ระโยชน์ หรือผ้ทู ่สี นใจในเรอื่ งนี้ เพอื่ ลดปัญหา ของตน้ ไม้ขดุ ล้อมปว่ ย, หรอื ตายหลังการขาย ผจู้ ัดทำจงึ เลอื กที่จะทำคูม่ อื ที่มีเนือ้ หาสาระตา่ งๆ โดยใช้ความรู้ในดา้ นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ รวมถงึ ข้อมลู วิธีการ เทคนิคต่างๆของทางร้าน สารภีพันไม้ นำมาประยุกต์ ในการออกแบบเน้อื หาคู่มือ เพ่อื ให้ เขา้ ใจไดถ้ ึงเนื้อหาได้ดขี นึ้ เมอ่ื พจิ ารณา รายละเอยี ดเปน็ หลายด้าน พบว่าดา้ นประโยชน์ท่ีไดร้ บั ด้านการ ประยุกต์ และนำไปใชไ้ ดจ้ รงิ ด้านเนือ้ หา และดา้ นการออกแบบคมู่ อื และกราฟฟกิ อยใู่ นระดบั กลาง-ถึง มาก ทงั้ นีอ้ าจจะเป็น เพราะว่าคู่มอื มีเน้อื หาท่ีเข้าใจงา่ ย มคี วามนา่ สนใจ เนือ้ หาไม่ยาวจนเกนิ ไป สร้าง กราฟฟกิ ใหผ้ ทู้ อี่ า่ นคูม่ อื น้ันได้เขา้ ใจง่ายข้นึ เพราะคนเราจะสามารถจาํ ภาพได้กวา่ ตัวหนังสือ ซึง่ สอดคลอ้ ง กบั งานวจิ ยั ของ Wharton School of Business ทอี่ อกมารับรองว่าการนำเสนอขอ้ มูลสินค้าหรือบรกิ าร ด้วยการเล่าเรื่องดว้ ยภาพประกอบจะชว่ ยโน้มนา้ วลูกคา้ ได้ดีมากขน้ึ ถึง 67% เลยทีเดยี ว เน่อื งจากภาษา ภาพจะชว่ ยการเรอ่ื งการรบั รขู้ องผู้ชมได้มากกว่า สมองของเราจะจดจำจากการอ่านไดเ้ พยี ง 20% จดจำ จากการไดย้ นิ เพียง 10% แต่กลบั กันสิง่ ท่เี ราได้เห็น สมองของเราจดจำไดด้ กี วา่ 80% 1.ควรมีหัวข้อเรื่องราวทจี่ ะสอื่ สารเพียงหวั ข้อเดยี ว สง่ิ แรกทตี่ อ้ งคำนึงในการสรา้ งสรรค์ คือเรอ่ื งราว หัวข้อหลักทีจ่ ะใชใ้ นการสอ่ื สาร เนอื่ งจาก Infographic เป็นการสือ่ สารขอ้ มลู ต่างๆ ควรพยายามบอกเลา่ ขอ้ มลู เพียงเร่ืองเดยี วหรอื ตอบคำถามเดยี ว จะทำใหง้ านชดั เจนกว่าการเลา่ ขอ้ มูลหลายเร่อื งในเวลา เดยี วกนั 2.ออกแบบให้เข้าใจงา่ ย ตง้ั แต่เริ่มการออกแบบขอ้ มูลของเรา เราต้องแน่ใจวา่ ขอ้ มลู เหล่านนั้ ท่ี จดั เตรยี มและยอ่ ยข้อมลู เรียบรอ้ ยแล้ว ไมอ่ ดั แนน่ มากจนเกินไป หากเปน็ ข้อมลู ทดี่ ูซับซอ้ นควรสรปุ จดั การ ขอ้ มลู ให้เข้าใจง่ายขนึ้ ไม่ทำให้ผชู้ มรูส้ กึ ยงุ่ ยาก แล้วจงึ ออกแบบสรา้ งสรรค์ใหข้ ้อมลู ทเ่ี หลา่ นัน้ เลา่ เร่ืองผา่ น ภาพประกอบแทนท่ีจะอธบิ ายดว้ ยข้อความเพยี งอย่างเดียว 3.ข้อมลู เป็นสงิ่ สำคญั ยง่ิ การสรา้ งสรรค์ Infographic ต้องคำนงึ ถงึ ขอ้ มูลทเ่ี ก่ียวกับหวั ข้อท่ีเราเลือกไว้ เป็นสำคัญ การออกแบบภาพประกอบต่างๆ ต้องไม่ทำเกินขอบเขตของหัวข้อที่กำหนดไว้ เนอื่ งจากหาก ออกแบบเกนิ ขอบเขตนนั้ จะเป็นการทำลายข้อมูลทีจ่ ำเป็น 4.ใหภ้ าพและกราฟิกเป็นพระเอกในการเลา่ เรอื่ งInfographic ที่มีประสทิ ธภิ าพนั้นควรสามารถเลา่ เร่อื งราวด้วยภาพประกอบได้โดยพ่ึงพาอาศยั ตวั หนงั สอื ให้น้อย 5.ใช้สใี หด้ งึ ดูดความสนใจก็สำคญั การใชส้ เี ป็นสง่ิ จำเปน็ ในการทำงานออกแบบควรเลือกใช้สที กี่ ระตุ้น ดึงดูดความสนใจผู้ชม ควรศึกษาเรอ่ื งทฤษฎีการใช้สีไวใ้ ห้ดดี ว้ ย ใช้สีใหถ้ ูกต้องเหมาะสมกับหัวขอ้ ของเรา ว่าเราจะออกแบบหวั ขอ้ นัน้ ใหใ้ ครชม

6.ใช้คำพดู ที่กระชบั คำต่างๆท่ใี ชใ้ นการนำเสนอ จำเป็นตอ้ งสรปุ ข้อความใหส้ น้ั กระชบั ตรงกบั จุดหมายท่ี ต้องการนำเสนอ อาจใชข้ อ้ ความสั้นๆ มาใช้รว่ มกบั ภาพแทนท่จี ะใช้ข้อความเตม็ ๆ อาจจะลองให้คนรอบ ขา้ งลองอ่านดูว่าอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ จากผลสรุปความพึงพอใจของลูกค้าและผ้ทู ี่ได้อ่านค่มู อื พบว่า ดา้ นเน้อื หามคี วามพึงพอใจในภาพรวม อย่ใู นระดบั มาก เมอื่ พิจารณารายข้อพบวา่ มีความพึงพอใจในระดับมากทุกข้อตามลำดับได้แก่ เนอื้ หาท่ีไม่ ยาวเกนิ ไปเขา้ ใจง่าย และยังสามารถ สแกนคิวอาโคด้ ผา่ นโทรศพั ท์อ่านไดท้ ุกท่แี ละสะดวก ด้านกราฟฟิกที่ แสดงในคมู่ ือ มีความพึงพอใจระดับกลาง มกี ารใชภ้ าษาภาพท่ีเขา้ ใจง่าย จากการดำเนนิ งานโครงงานค่มู อื การดูแลรักษาต้นไมข้ ดุ ล้อมหลงั การขาย ทำให้ทราบว่าวิธีการดแู ล รักษาต้นไม้ขุดลอ้ ม และวิธกี ารขุดล้อมเป็นอยา่ งไร,โรคที่พบบ่อยที่สุดของต้นไมข้ ดุ ล้อม,ปัญหาส่วนมาก ของต้นไม้ขุดลอ้ ม ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากโครงงาน ทำใหร้ ู้เทคนคิ วธิ กี ารทสี่ ามารถใชไ้ ดผ้ ลจริงเพอ่ื ใหต้ น้ ไม้ ขุดลอ้ มไม่ป่วย,หรือตาย เพ่อื ไม่ให้เกิดความสญู เสียทรัพยากรธรรมชาติไปแบบเปล่าประโยชน์

บทท่ี 5 สรุปผลการศกึ ษา การศกึ ษาโครงงานวิชาชีพภมู ทิ ัศน์ สามารถสรปุ เปน็ ประเด็น ดังนี้ 4.1 สรุปผลการศกึ ษา ศกึ ษา วธิ ีการดูแลรักษาไมข้ ุดล้อม,วิธกี ารตดั แตง่ กงิ่ ,วธิ ีการขุดลอ้ ม,วธิ กี ารเคลอ่ื นย้าย,เพ่ือจดั ทำ คู่มือการดแู ลรกั ษาตน้ ไมข้ ดุ ล้อมหลงั การขาย กรณีศึกษารา้ นสารภพี นั ไม้ ใหแ้ กล่ ูกคา้ ทไี่ ดซ้ อื้ ไมข้ ุดล้อมไป นัน้ และ ผู้คนทใ่ี ห้ความสนใจในเรื่องไมข้ ดุ ล้อมนน้ั ไดศ้ ึกษา วิธีการดูแลรกั ษา วิธีการตดั แตง่ กง่ิ การลง ปลูก การเคลื่อนย้าย ฯลฯ เปน็ คูม่ ือเพอื่ แนะนำแนวทางโดยสอดแทรกเนอื้ หาทางวิชาการ เพ่อื ใหล้ ูกคา้ และผู้คนทีส่ นใจในเร่ืองนี้ ได้เข้าใจถงึ วธิ ี การขดุ ล้อมไม้และวธิ ีการดแู ลรกั ษาท่ีเข้าใจง่าย และถกู วธิ ี นำไป ปรบั ใช้เพือ่ ไม่ให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปมากกว่าน้ี และ สรุปผลการศกึ ษาได้ดังน้ีขอ้ มลู ของทางรา้ น สารภพี ันไม้ และกลุม่ ตวั อยา่ งลกู ค้า รา้ นตัวอย่างในการศึกษาโครงงาน ชอื่ ร้าน ”สารภีพนั ไม”้ ต้งั อยู่ที่ ตำบล ยางเน้ิง อำเภอสารภี จังหวดั เชยี งใหม่ 50140 เจา้ ของร้านชอื่ นาย ศิวะ รปู แบบกจิ การ เปน็ ธุรกิจขายตน้ ไมข้ ดุ ล้อม และออกแบบจัดสวน รา้ นเปดิ มาเปน็ เวลา 15 ปี จากท่ไี ดส้ มั ภาษณ์กบั ทางรา้ น เกีย่ วกับตน้ ไม้ขุดล้อม กลุ่มตัวอย่างลกู ค้า ของรา้ นสารภีพันไม้จำนวน5คนจากแบบสอบถามและสมั ภาษณ มคี วามดูเกยี่ วกับการดูแลตน้ ไม้น้อย และสว่ นมากก็มปี ญั หาหลังท่ีได้ซอ้ื ต้นไมข้ ดุ ลอ้ มมา จากน้ันกน็ ำ ปญั หาเล่าน้ไี ปสบื คน้ หาข้อมลู วิธกี ารและ เทคนคิ ตา่ งๆของทางร้าน สารภีพันไม้ นำมาประยกุ ต์ ในการ ออกแบบเนื้อหาค่มู ือ เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจไดถ้ งึ เนื้อหาไดด้ ีข้ึน เม่ือพิจารณา รายละเอยี ดเปน็ หลายด้าน พบว่า ด้านประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ ด้านการประยกุ ต์ และนำไปใช้ไดจ้ ริง ด้านเนอ้ื หา และดา้ นการออกแบบคู่มอื และ กราฟฟกิ อย่ใู นระดับ กลาง-ถงึ มาก ท้งั นีอ้ าจจะเปน็ เพราะวา่ คู่มือมเี นอื้ หาทเี่ ข้าใจงา่ ย มคี วามน่าสนใจ เนอ้ื หาไมย่ าวจนเกนิ ไป สรา้ งกราฟฟิกให้ผทู้ ่อี า่ นคมู่ ือนนั้ ได้เข้าใจง่ายขนึ้ 4.2 ขอ้ เสนอแนะ (1.) รูปแบบในการจัดสือ่ ในการนำเสนอทำได้หลากหลายรปู แบบ ซ่งึ จะเพิ่มความโดดเดน่ ใหก้ ับชนิ้ งาน (2.) ควรมกี ารจดั ทำเนือ้ หาของโครงงานให้หลากหลายและใหค้ รบมากกว่านี้ (3.) ควรมกี ลมุ่ ลูกคา้ ท่ีจะสอบถามมากกว่านี้ (4.) ควรมีหวั ขอ้ ทจี่ ะสอบถามหรอื สัมภาษณล์ กู ค้า เกยี่ วกับ การทำคมู่ อื การกว่าน้ี 4.3.3 ข้อเสนอแนะในการศกึ ษาตอ่ ไป (1.) ควรพัฒนาฝกึ การใชโ้ ปรแกรมในการออกแบบคมู่ ือใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากขึน้ กวา่ น้ี (2.) ควรมกี ารเกบ็ ข้อมูลจากผูเ้ ชี่ยวชาญท่านอ่ืนบา้ ง (3.) ศกึ ษาวิธีการจดั ทำคมู่ ือใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากกวา่ น้ี

บรรณานุกรม ประเภทหนงั สอื ทองพลู วรรณโพธ.ิ์ 2560.กระบวนการขดุ ลอ้ มตน้ ไม้ใหญ่.นาคา อนิ เตอรม์ ีเดยี , บจก. เอ้อื มพร วสี มหมาย 2549.การขุดล้อม การปลูกและการคำ้ ยนั ตน้ ไมฯ้ . H.N.Group ประเภทเวปไซด์ http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcemen t3882.htm.ดร.โสภณ พรโชคชยั .9 ตุลาคม 2564 https://www.nanagarden.com/ วิสาหกจิ ชุมชนไมเ้ ศรษฐกจิ ดินเกษตรอุดมทรพั ย์ .9ตุลาคม 2564 https://www.baanlaesuan.com/218808/plant-scoop/president-tree/สำนกั งานบา้ นและสวน. 9ตลุ าคม 2564 http://xn--22cr5aq4bd9exb3b6izbfd.com/product-category/digging/ขุนดง...พันธ์ุ.14ตลุ าคม 2564 http://www.th-arbor.com/blog/tree-ball-and-burlap-2/.นพพร นนทภา.14ตลุ าคม2564 http://www.xn--e3cpm6ag3aug9si2cfd.com/article/12/จกั พนั ธ์ พฒั นากร.14ตลุ าคม2564 https://www.technologychaoban.com/flower-and-decorating-plants/article_23427/สรุ เดช สดคมขำ/14ตุลาคม2564 https://www.technologychaoban.com/what-news/article_179705/กนก อินทร์ชยั /14ตุลาคม 2564 https://finance.tu.ac.th/images/regulation/pornpan/A141161_16.pdf มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร/์ 14ตลุ าคม 2564 https://www.dailynews.co.th/it/195627/เดลนิ วิ ส์/14ตลุ าคม 2564 http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=1698/สำนกั บรกิ ารวิชาการ มหาวทิ ยาลัยบรู พา/14ตุลาคม2564 https://chotipat1975.wixsite.com/chotipatgarden/single-post/2016/10/12/โชตพิ ฒั น์/14 ตลุ าคม2564 http://utilitygroupthailand.com/บรษิ ทั ยทู ิลิต้ี กรปุ๊ จำกดั /14ตลุ าคม2564 https://kukr2.lib.ku.ac.th/kukr_es/kukr/search_detail/result/292660/เออ้ื มพร วีสมหมาย/14 ตลุ าคม 2564