๒๕๖๐การส่อื สารข้อมลู บนเครือขา่ ย คอมพวิ เตอร์ NVC Computer 11/7/2560
การส่ือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ นายทรงพล แหลมประโคน S – METรายงานนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารทางเทคนิคศกึ ษา ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2554 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ
คานา รายงานนีเ้ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทางเทคนคิ ศกึ ษา เรื่อง การส่ือสารข้อมลู และเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ซงึ่ ประกอบด้วยเนือ้ หาตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี ้องค์ประกอบของการส่ือสารการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ชนดิ สญั ญาณข้อมลู ทิศทางการสง่ ข้อมูล ตวั กลางการสื่อสาร หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาเลือกสื่อนาข้อมลู มาตรฐานเครือขา่ ยไร้สาย เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ โครงสร้างเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ประเภทเคร่ืองคอมพิวเตอร์ภายในเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ชนิดของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ทรงพล แหลมประโคน
สารบัญ หน้า เร่ือง 1 2องค์ประกอบของการส่ือสาร 2การใช้เทคโนโลยีการส่ือสาร 3ชนิดสญั ญาณข้อมลู 4ทศิ ทางการสง่ ข้อมลู 7ตวั กลางการส่ือสาร 7มาตรฐานเครือขา่ ยไร้สาย 8เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ 11โครงสร้างเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ 14ประเภทเคร่ืองคอมพิวเตอร์ภายในเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ 16ชนดิ ของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์กรณีศกึ ษา
การส่ือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ การส่ือสารข้อมูล (Data communication) หมายถงึ การสง่ ข้อมลู หรือขา่ วสาร จากผ้สู ง่ ต้นทางไปยงัผ้รู ับปลายทางที่อยหู่ า่ งไกล โดยผา่ นช่องทางการส่ือสารเพ่ือเป็นสื่อกลางในการสง่ ข้อมลู ซงึ่ อาจจะเป็นแบบใช้สายหรือไมใ่ ช้สายก็ได้ สว่ นข้อมลู หรือขา่ วสารนนั้ อาจจะเป็ นข้อความ เสียง ภาพเคล่ือนไหว หรือข้อมลู ที่เป็นมลั ตมิ ีเดียก็ได้ ดงั นนั้ การส่ือสารข้อมลู จงึ เป็นสว่ นหนงึ่ ของการส่ือสารโทรคมนาคม โดยเน้นการสง่ ผา่ นข้อมลู โดยใช้ระบบคอมพวิ เตอร์และเครือขา่ ยเป็ นหลกั (สมุ น อยสู่ นิ . 2527 : 8) เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ หมายถงึ การนาคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ มาเช่ือมตอ่ ถึงกนั โดยใช้สายเคเบลิ ้ เป็ นสื่อกลางในการแลกเปล่ียนชดุ ข้อมลู ชดุ คาสงั่ และขา่ วสารตา่ ง ๆ ระหวา่ งคอมพิวเตอร์ กบั คอมพิวเตอร์และระหวา่ งคอมพิวเตอร์กบั อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ การท่ีระบบเครือขา่ ยมีบทบาทและความสาคญั เพิ่มขนึ ้ เพราะไมโครคอมพวิ เตอร์ได้รับการใช้งานอยา่ งแพร่หลาย จงึ เกิดความต้องการท่ีจะเชื่อมตอ่ คอมพวิ เตอร์เหลา่ นนั้ ถึงกบั เพื่อเพมิ่ ขีดความสามารถของระบบให้สงู ขนึ ้ เพ่มิ การใช้งานด้านตา่ ง ๆ และลดต้นทนุ ระบบโดยรวมลง มีการแบง่ ใช้งานอปุ กรณ์และข้อมลู ตา่ ง ๆตลอดจนสามารถทางานร่วมกนั ได้ ส่งิ สาคญั ท่ีทาให้ระบบข้อมลู มีขีดความสามารถเพ่ิมขนึ ้ คือ การโอนย้ายข้อมลู ระหวา่ งกนั และการเช่ือมตอ่ หรือการส่ือสาร การโอนย้ายข้อมลู หมายถึงการนาข้อมลู มาแบง่ กนั ใช้งาน หรือการนาข้อมลู ไปใช้ประมวลผลในลกั ษณะแบง่ กนั ใช้ทรัพยากร เชน่ แบง่ กนั ใช้ซีพียู แบง่ กนั ใช้ฮาร์ดดสิ ก์ แบง่ กันใช้โปรแกรม และแบง่กนั ใช้อปุ กรณ์อื่น ๆ ที่มีราคาแพงหรือไมส่ ามารถจดั หาให้ทกุ คนได้ การเชื่อมตอ่ คอมพิวเตอร์เป็นเครือขา่ ย จงึ เป็นการเพ่ิมประสทิ ธิภาพการใช้งานให้กว้างขวางและมากขนึ ้ จากเดมิ (จตชุ ยั แพงจนั ทร์. 2547 : 6)องค์ประกอบของการส่ือสาร ปี 1960 แบบจาลอง SMCR ของเบอร์โล ( Berlo) ได้ให้ความสาคญั กบั สิ่งตา่ ง ๆ คือ 1. ผ้สู ง่ สาร (Source) ต้องเป็ นผ้ทู ี่มีความสามารถเข้ารหสั (Encode) เนือ้ หาขา่ วสารได้มีความรู้อยา่ งดีในข้อมลู ท่ีจะสง่ สามารถปรับระดบั ให้เหมาะสมสอดคล้องกบั ผ้รู ับ 2. ขา่ วสาร (Message) คอื เนือ้ หา สญั ลกั ษณ์ และวธิ ีการสง่ 3. ชอ่ งทางการส่ือสาร(Channel) ให้ผ้รู ับได้ด้วยประสาทสมั ผสั ทงั้ 5 4. ผ้รู ับสาร (Receiver) ผ้ทู ี่มีความมารถในการถอดรหสั ( Decode) สารท่ีรับมาได้อยา่ งถกู ต้อง
แบบจาลอง SMCR ของเบอร์โล จะให้ความสาคญั ในปัจจยั ตา่ ง ๆ ที่มีผลทาให้การสื่อสารประสบผลสาเร็จได้แก่ ทกั ษะในการส่ือสาร ทศั นคติ ระดบั ความรู้ ระบบสงั คมและวฒั นธรรม ซงึ่ ผ้รู ับละผ้สู ง่ ต้องมีตรงกนัเสมอ (ศภุ รัศม์ิ ฐิติกลุ เจริญ. 2540)การใช้เทคโนโลยีในการส่ือสาร เทคโนโลยี เป็ นการนาเอาแนวความคดิ หลกั การ เทคนิค ความรู้ ระเบยี บวิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิตทางวทิ ยาศาสตร์ทงั้ ในด้านสิง่ ประดษิ ฐ์และวธิ ีปฏิบตั มิ าประยกุ ต์ใช้ในระบบงานเพื่อชว่ ยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทางานให้ดยี ง่ิ ขนึ ้ และเพ่ือเพิม่ ประสิทธิภาพและประสทิ ธิผลของงานให้มีมากย่ิงขนึ ้ การส่ือสาร หมายถึง การนาส่ือหรือข้อความของฝ่ ายหนง่ึ สง่ ให้อีกฝ่ ายหนง่ึ ประกอบด้วยผ้สู ง่ ขา่ วสารหรือแหลง่ กาเนิดข่าวสาร ชอ่ งทางการสง่ ข้อมลู ซงึ่ เป็นส่ือกลางหรือตวั กลางอาจเป็นสายสญั ญาณ และหนว่ ยรับข้อมลู หรือผ้รู ับสาร ดงั นนั้ เทคโนโลยีในการส่ือสาร คือ การเอาแนวคิด หลกั การ เทคนิค ระเบยี บวธิ ี กระบวนการ ผา่ นชอ่ งทางการสง่ ข้อมลู ซง่ึ ทาให้ผ้รู ับ ได้รับและเข้าถึงข้อมลู ได้เร็วขนึ ้ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารที่พบเห็น เชน่ E-mail,Voice Mail, Video Conferencing เป็นต้นชนิดของสัญญาณข้อมูล ชนิดของสญั ญาณแบง่ ได้เป็ น 2 ชนิดคอื 1.Analog signalเป็นสญั ญาณตอ่ เนื่อง ลกั ษณะของคลื่นไซน์ sine wave ตวั อยา่ งการสง่ ข้อมลู ท่ีเป็น analog คอื การสง่ ข้อมลู ผา่ นระบบโทรศพั ท์ Hertz คอื หนว่ ยวดั ความถี่ของสญั ญาณ โดยนบั ความถ่ีท่ีเกิดขนึ ้ ใน 1 วนิ าที เชน่ 1 วินาทีมีการเปลี่ยนแปลงของระดบั สญั ญาณ 60 รอบแสดงวา่ มีความถ่ี 60 Hz 2.Digital สญั ญาณไมต่ อ่ เนื่อง ข้อมลู ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเลขฐาน 2 จะถกู แทนด้วยสญั ญาณ digital คือเป็ น 0 และ 1 โดยการแทนข้อมลู สญั ญาณแบบ Unipolar จะแทน 0 ด้วยสญั ญาณไฟฟ้ าที่เป็นกลาง และ 1 ด้วยสญั ญาณไฟฟ้ าที่เป็นบวก Bit rate เป็นอตั ราความเร็วในการสง่ ข้อมลู โดยนบั จานวน bit ที่สง่ ได้ในชว่ ง 1 วนิ าที เชน่ สง่ข้อมลู ได้ 14,400 bps (bit per seconds)ทศิ ทางการส่งข้อมูล ทศิ ทางการสง่ ข้อมลู สามารถจาแนกทิศทางการสง่ ข้อมลู ได้ 3 รูปแบบ ดงั นี ้(ศรีไพร ศกั ดพิ์ งศากลุ และเจษฎาพร ยทุ ธวบิ ลู ย์ชยั . 2549 : 100-101)
1. การส่งข้อมูลแบบทศิ ทางเดียว (Simplex transmission) เป็นการส่ือสารข้อมลู ท่ีมีผ้สู ง่ ข้อมลู ทาหน้าท่ีสง่ ข้อมลู แตเ่ พียงอยา่ งเดยี ว และผ้รู ับข้อมลู ก็ทาหน้าที่รับข้อมลู แตเ่ พียงอยา่ งเดียวเชน่ กนั การสง่ ข้อมลู ในลกั ษณะนีเ้ชน่ การสง่ ข้อมลู ของสถานีโทรทศั น์ 2. การส่งข้อมูลแบบสองทศิ ทางสลับกัน (Half-duplex transmission) เป็นการสื่อสารข้อมลู ที่มีการแลกเปล่ียนข้อมลู ทงั้ ผ้รู ับและผ้สู ง่ โดยแตล่ ะฝ่ ายสามารถเป็นทงั้ ผ้รู ับและผ้สู ง่ ข้อมลู ได้ แตจ่ ะต้องสลบั กนั ทาหน้าที่จะเป็นผ้สู ง่ และผ้รู ับข้อมลู พร้อมกนั ทงั้ สองฝ่ ายไมไ่ ด้ เชน่ การสื่อสารโดยวิทยุ 3. การส่งข้อมูลแบบสองทศิ ทางพร้อมกัน (Full-duplex transmission) เป็นการสื่อสารข้อมลู ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมลู ของทงั้ ผ้สู ง่ และผ้รู ับข้อมลู โดยทงั้ สองฝ่ ายสามารถเป็นทงั้ ผ้สู ง่ ข้อมลู และผ้รู ับข้อมลู ได้ในเวลาเดยี วกนั และสามารถสง่ ข้อมลู ได้พร้อม กนั เชน่ การส่ือสารโดยใช้สายโทรศพั ท์ตัวอย่างทศิ ทางการไหลของข้อมูลตัวกลางการส่ือสาร สื่อกลางหรือตวั กลางในการนาส่งขอ้ มูล เป็นส่ือหรือช่องทางที่ใชใ้ นการนาขอ้ มูลจากตน้ ทางไปยงัปลายทาง สื่อกลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ (จตุชยั แพงจนั ทร์. 2547: 10-11)สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็ น 2 ชนิดใหญ่ ๆ ไดแ้ ก่ 1. ส่ือกลางประเภทมีสาย 2. สื่อกลางประเภทไร้สาย 1.1สายคู่บิดเกลยี ว (twisted pair) ประกอบดว้ ยเส้นลวดทองแดงท่ีหุม้ ดว้ ยฉนวนพลาสติก 2 เส้นพนั บิดเป็นเกลียว เพ่อื ลดการรบกวนจากคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้ าจากคูส่ ายขา้ งเคียงภายในเคเบิลเดียวกนัหรือจากภายนอก เนื่องจากสายคูบ่ ิดเกลียวน้ียอมใหส้ ญั ญาณไฟฟ้ าความถี่สูงผา่ นได้ สาหรับอตั ราการส่งขอ้ มูลผา่ นสายคูบ่ ิดเกลียวจะข้ึนอยกู่ บั ความหนาของสาย คือ สายทองแดงที่มีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางกวา้ ง จะสามารถส่งสญั ญาณไฟฟ้ ากาลงั แรงได้ ทาใหส้ ามารถส่งขอ้ มูลดว้ ยอตั ราส่งสูง โดยทว่ั ไปแลว้ สาหรับการส่งขอ้ มลู แบบดิจิทลัสัญญาณท่ีส่งเป็นลกั ษณะคลื่นส่ีเหล่ียม สายคู่บิดเกลียวสามารถใชส้ ่งขอ้ มลู ไดถ้ ึงร้อยเมกะบิตตอ่ วนิ าที ในระยะทางไมเ่ กินร้อยเมตร เนื่องจากสายคู่บิดเกลียว มีราคาไมแ่ พงมาก ใชส้ ่งขอ้ มลู ไดด้ ี จึงมีการใชง้ านอยา่ งกวา้ งขวางตวั อยา่ งเช่น (ก) สายคู่บิดเกลยี วชนิดหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair : STP) เป็ นสายคูบ่ ิด
เกลียวท่ีหุม้ ดว้ ยลวดถกั ช้นั นอกที่หนาอีกช้นั เพอื่ ป้ องกนั การรบกวนของคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้ า (ข) สายคู่บิดเกลยี วชนิดไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP) เป็ นสายคู่บิดเกลียวมีฉนวนช้นั นอกที่บางอีกช้นั ทาใหส้ ะดวกในการโคง้ งอแตส่ ามารถป้ องกนั การรบกวนของคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้ าไดน้ อ้ ยกวา่ ชนิดแรก แตก่ ม็ ีราคาต่ากวา่ จึงนิยมใชใ้ นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย ตวั อยา่ งของสายสายคู่บิดเกลียวชนิดไมห่ ุม้ ฉนวนที่เห็นในชีวิตประจาวนั คือ สายโทรศพั ทท์ ี่ใชอ้ ยใู่ นบา้ น 1.2 สายโคแอกเชียล (coaxial) เป็ นตวั กลางเช่ือมโยงท่ีมีลกั ษณะเช่นเดียวกบั สายที่ตอ่จากเสาอากาศ สายโคแอกเชียลท่ีใชท้ วั่ ไปมี 2 ชนิด คือ 50 โอห์มซ่ึงใชส้ ่งขอ้ มลู แบบดิจิทลั และชนิด 75 โอห์มซ่ึงใชส้ ่งขอ้ มลู สญั ญาณแอนะล็อก สายประกอบดว้ ยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลกั หน่ึงเส้นท่ีหุม้ ดว้ ยฉนวนช้นั หน่ึงเพื่อป้ องกนั กระแสไฟรั่ว จากน้นั จะหุม้ ดว้ ยตวั นาซ่ึงทาจากลวดทองแดงถกั เป็ นเปี ยเพ่ือป้ องกนั การรบกวนของคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าและสัญญาณรบกวนอ่ืนๆ ก่อนจะหุม้ ช้นั นอกสุดดว้ ยฉนวนพลาสติก ลวดทองแดงที่ถกั เป็ นเปี ยน้ีเองเป็นส่วนหน่ึงท่ีทาใหส้ ายแบบน้ีมีช่วงความถี่สญั ญาณไฟฟ้ าสามารถผา่ นไดส้ ูงมาก และนิยมใชเ้ ป็นช่องส่ือสารสัญญาณแอนะล็อกเชื่องโยงผา่ นใตท้ ะเลและใตด้ ิน 1.3 เส้นใยนาแสง (fiber optic) มีแกนกลางของสายซ่ึงประกอบดว้ ยเส้นใยแกว้ หรือพลาสติกขนาดเลก็ หลายๆ เส้นอยรู่ วมกนั เส้นใยแตล่ ะเส้นมีขนาดเลด็ เท่าเส้นผมและภายในกลวง และเส้นใยเหล่าน้นั ไดร้ ับการห่อหุม้ ดว้ ยเส้นใยอีกชนิดหน่ึงก่อนจะหุ้มช้นั นอกสุดดว้ ยฉนวน การส่งขอ้ มลู ผา่ นทางส่ือกลางชนิดน้ีจะแตกต่างจากชนิดอื่นๆ ซ่ึงใชส้ ัญญาณไฟฟ้ าในการส่ง แตก่ ารทางานของสื่อกลางชนิดน้ีจะใชเ้ ลเซอร์วง่ิผา่ นช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้นและอาศยั หลกั การหกั เหของแสงโดยใชใ้ ยแกว้ ช้นั นอกเป็นกระจกสะทอ้ นแสงการใหแ้ สงเคล่ือนท่ีไปในท่อแกว้ สามารถส่งขอ้ มูลดว้ ยอตั ราความหนาแน่นของสัญญาณขอ้ มูลสูงมากและไมม่ ีการก่อกวนของคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้ า ปัจจุบนั ถา้ ใชเ้ ส้นใยนาแสงกบั ระบบอีเทอร์เน็ตจะใชไ้ ดด้ ว้ ยความเร็วหลายร้อยเมกะบิต และเนื่องจากความสามรถในการส่งขอ้ มลู ดว้ ยอตั ราความหนาแน่นสูง ทาใหส้ ามารถส่งขอ้ มลู ท้งั ตวั อกั ษร เสียงภาพกราฟิ ก หรือวดี ิทศั นไ์ ดใ้ นเวลาเดียวกนั อีกท้งั ยงั มีความปลอดภยั ในการส่งสูง แต่อยา่ งไรกม็ ีขอ้ เสียเนื่องจากการบิดงอสายสัญญาณจะทาใหเ้ ส้นใยหกั จึงไมส่ ามารถใชส้ ่ือกลางน้ีในการเดินทางตามมุมตึกได้ เส้นใยนาแสงมีลกั ษณะพิเศษที่ใชส้ าหรับเช่ือมโยงแบบจุดไปจุด จึงเหมาะท่ีจะใชก้ บั การเชื่อมโยงระหวา่ งอาคารกบั อาคารหรือระหวา่ งเมืองกบั เมือง เส้นใยนาแสงจึงถูกนาไปใชเ้ ป็นสายแกนหลกั 2.1 สัญญาณไมโครเวฟ (Microwave) เป็นส่ือกลางในการสื่อสารท่ีมีความเร็วสงู สง่ข้อมลู โดยอาศยั สญั ญาณไมโครเวฟซงึ่ เป็นสญั ญาณคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้ าไปในอากาศพร้อมกบั ข้อมลู ท่ีต้องการสง่และจะต้องมีสถานีที่ทาหน้าที่สง่ และรับข้อมลู และเน่ืองจากสญั ญาณไมโครเวฟจะเดนิ ทางเป็ นเส้นตรงไมส่ ามารถ
เลีย้ วหรือโค้งตามขอบโลกท่ีมีความโค้งได้ จงึ ต้องมีการตงั้ สถานีรับ-สง่ ข้อมลู เป็นระยะๆ และสง่ ข้อมลู ตอ่ กนั เป็นทอดๆ ระหวา่ งสถานีตอ่ สถานีจนกวา่ จะถงึ สถานีปลายทาง และแตล่ ะสถานีจะตงั้ อย่ใู นที่สงู เชน่ ดาดฟ้ าตกึ สงู หรือยอดดอยเพ่ือหลีกเล่ียงการชนหากมีส่ิงกีดขวางเน่ืองจากแนวการเดนิ ทางที่เป็นเส้นตรงของสญั ญาณดงั ท่ีกล่าวมาแล้ว การสง่ ข้อมลู ด้วยสื่อกลางชนดิ นีเ้หมาะกบั การสง่ ข้อมลู ในพืน้ ท่ีหา่ งไกลมากๆ และทรุ กนั ดาร 2.2 ดาวเทยี ม (satilite) ไดร้ ับการพฒั นาข้ึนมาเพื่อหลีกเล่ียงขอ้ จากดั ของสถานีรับ-ส่งไมโครเวฟบนผวิ โลก วตั ถุประสงคใ์ นการสร้างดาวเทียมเพื่อเป็นสถานีรับ-ส่งสญั ญาณไมโครเวฟบนอวกาศและทวนสญั ญาณในแนวโคจรของโลก ในการส่งสญั ญาณดาวเทียมจะตอ้ งมีสถานีภาคพ้ืนดินคอยทาหนา้ ท่ีรับและส่งสัญญาณข้ึนไปบนดาวเทียมท่ีโคจรอยสู่ ูงจากพ้นื โลก 22,300 ไมล์ โดยดาวเทียมเหล่าน้นั จะเคล่ือนที่ดว้ ยความเร็วที่เท่ากบั การหมุนของโลก จึงเสมือนกบั ดาวเทียมน้นั อยนู่ ่ิงอยกู่ บั ที่ขณะที่โลกหมุนรอบตวั เอง ทาใหก้ ารส่งสัญญาณไมโครเวฟจากสถานีหน่ึงข้ึนไปบนดาวเทียมและการกระจายสญั ญาณจากดาวเทียมลงมายงั สถานีตามจุดตา่ งๆ บนผวิ โลกเป็ นไปอยา่ งแมน่ ยา ดาวเทียมสามารถโคจรอยไู่ ดโ้ ดยอาศยั พลงั งานที่ไดม้ าจากการเปล่ียนพลงั งานแสงอาทิตยดว้ ยแผงโซลาร์ (solar panel)มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย (Wireless Networking Protocols) ดว้ ยความเจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็วของเทคโนโลยเี ครือข่ายไร้สายไดส้ ่งผลใหอ้ ุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่นพดี ีเอ โทรศพั ทม์ ือถือ ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีความตอ้ งการมาตรฐานเพ่ือการส่ือสารไร้สายในทีน้ีกล่าวถึงการสื่อสารไร้สายดงั น้ี (ศรีไพร ศกั ด์ิรุ่งพงศากลุ และ เจษฎาพร ยทุ ธนวบิ ลู ยช์ ยั . 2549 : 106-108) บลูทธู (Bluetooth) บลูทธเป็ นช่ือท่ีเรียกสาหรับมาตรฐานเรือข่ายแบบ 802.15 บลูทธู เป้ นเทคโนโลยไี ร้สายที่ใชก้ ารส่งขอ้ มูลทางคลื่นวทิ ยุ (Universal Radio Interface) เริ่มใชใ้ นปี ค.ศ. 1998 สาหรับการเชื่อมโยงส่ือสารไร้สายในแถบความถี่ 2.45 GHz ซ่ึงเป็นอุปการณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ที่ถือเคล่ือนยา้ ยได้ สามารถติดต่อเช่ือมโยงส่ือสารแบบไร้สายระหวา่ งกนั ในช่วงระยะห่างส้นั ๆ ได้ ไว-ไฟ (Wi-Fi) ไว-ไฟ ยอ่ มาจากคาวา่ Wireless Fidelity คือมาตรฐานที่รับรองวา่ อุปกาณ์ไวร์เลว(Wireless LAN) สามารถทางานร่วมกนั ได้ และสนบั สนุนมาตรฐาน IEEE802.11b ไว-ไฟ เป็นเทคโนโลยอี ินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงท่ีนิยมใชท้ ี่สุดในโลก ใชส้ ญั ญาณวทิ ยใุ นการรับส่งขอ้ มูลความเร็วสูงผา่ นเครือข่ายไร้สายจากบริเวณท่ีมีการติดต้งั Access Point ไปยงั อุปกรณ์ท่ีใชเ้ ช่ือมต่อ เช่นโทรศพั ทม์ ือถือ พดี ีเอ และโนตบุคเป็ นตน้ ไว- แมกซ์ (Wi-MAX) เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหมล่ า่ สดุ ท่ีคาดหมายกนั วา่ จะถกู นามาใช้งานที่ประเทศไทยอยา่ งเป็นทางการ ในอนาคตอนั ใกล้นี ้(ตอนนีม้ ีแอบทดสอบ WiMAX กนั หลายที่ในตา่ งจงั หวดั แล้วเชน่ ที่เชียงใหม่) ซง่ึ เป็นเทคโนโลยีบรอดแบนดไ์ ร้สายความเร็วสงู รุ่นใหมต่ วั นี ้ได้รับการพฒั นาขนึ ้ มาบนมาตรฐานที่เรียกเป็ นทางการวา่ IEEE 802.16
ซงึ่ ตอ่ มาก็ได้พฒั นามาตรฐาน IEEE 802.16a (เหมือนกบั มาตรฐานสากลตวั แรก แตม่ ี a ตอ่ ท้าย) ขนึ ้โดยได้อนมุ ตั โิ ดย IEEE มาเม่ือเดือนมกราคม 2004 ซงึ่ IEEE ที่วา่ ก็คอื สถาบนั วิศวกรรมไฟฟ้ าและอิเลก็ ทรอนิกส์หรือช่ือเตม็ ๆก็คอื Institute of Electrical and Electronics Engineers โดยเจ้าระบบ WiMAX นีม้ ีซง่ึ มีรัศมีทาการไกลสงู สดุ ที่ 30 ไมล์ หรือเป็ นระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร (คนละ่ โลกกบั WiFi ท่ีเรารู้จกั กนั เลยทีเดยี ว) ซง่ึ นน่ั หมายความวา่ WiMAX สามารถให้บริการครอบคลมุ พืน้ ท่ีกว้างกวา่ ระบบโครงขา่ ยโทรศพั ท์เคลื่อนที่ระบบ 3G (ซงึ่ ก็เป็นระบบมือถือในอนาคตของประเทศไทยเราอีกนนั้ แหละ เพียงแตต่ อนนีเ้ราใช้2.5G กนั อย่)ู มากถึง 10 เทา่ ยิง่ กวา่ นนั้ ก็ยงั มีอตั ราความเร็วในการสง่ ผา่ นข้อมลู สงู สดุ ถงึ 75 เมกะบติ ตอ่ วินาที(Mbps) ซงึ่ เร็วกวา่ 3G ถงึ 30 เทา่ ทีเดยี ว และแนน่ อนว่าเร็วกวา่ ระบบ WiFi ด้วยเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ คือ ระบบการสื่อสารระหว่างคอมพวิ เตอร์จานวนตงั้ แตส่ องเครื่องขนึ ้ ไปการที่ระบบเครือขา่ ยมีบทบาทสาคญั มากขนึ ้ ในปัจจบุ นั เพราะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์อยา่ งแพร่หลาย จงึ เกิดความต้องการที่จะเชื่อมตอ่ คอมพวิ เตอร์เหลา่ นนั้ ถึงกนั เพื่อเพมิ่ ความสามารถของระบบให้สงู ขนึ ้ และลดต้นทนุ ของระบบโดยรวมลง การโอนย้ายข้อมลู ระหวา่ งกนั ในเครือขา่ ย ทาให้ระบบมีขีดความสามารถเพ่มิ มากขนึ ้ การแบง่ การใช้ทรัพยากร เชน่ หนว่ ยประมวลผล, หนว่ ยความจา, หนว่ ยจดั เก็บข้อมลู , โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆท่ีมีราคาแพงและไมส่ ามารถจดั หามาให้ทกุ คนได้ เชน่ เครื่องพมิ พ์ เครื่องกราดภาพ (scanner) ทาให้ลดต้นทนุ ของระบบลงได้ องค์ประกอบพนื้ ฐานของเครือข่าย การท่ีคอมพิวเตอร์จะเช่ือมตอ่ กนั เป็ นเครือขา่ ยได้ ต้องมีองค์ประกอบพืน้ ฐานดงั ตอ่ ไปนี ้ - คอมพวิ เตอร์ อยา่ งน้อย 2 เคร่ือง - เนต็ เวิร์คการ์ด หรือ NIC (Network Interface Card) เป็นการ์ดท่ีเสียบเข้ากบั ชอ่ งเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ซงึ่ เป็นจดุ เช่ือมตอ่ ระหวา่ งคอมพวิ เตอร์และเครือข่าย - สื่อกลางและอปุ กรณ์สาหรับการรับสง่ ข้อมลู เชน่ สายสญั ญาณ สายสญั ญาณท่ีเป็นที่นยิ มในเครือขา่ ย เชน่ สายโคแอ็กเชียล สายคเู่ กลียวบดิ และสายใยแก้วนาแสง เป็นต้น สว่ นอปุ กรณ์เครือข่าย เชน่ ฮบัสวติ ซ์ เราท์เตอร์ เกตเวย์ เป็ นต้น - โปรโตคอล (Protocol) โปรโตคอลเป็นภาษาท่ีคอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกนั ผา่ นเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ท่ีสามารถส่ือสารกนั ได้นนั้ จาเป็นท่ีต้องใช้ “ภาษา” หรือโปรโตคอลเดยี วกนั เชน่ OSI, TCP/IP, IPX/SPX เป็นต้น - ระบบปฏิบตั กิ ารเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) ระบบปฏิบตั กิ ารเครือขา่ ยจะเป็ นตวั ที่คอยจดั การเก่ียวกบั การใช้งานเครือขา่ ยของผ้ใู ช้แตล่ ะคน หรือเป็นตวั จดั การและควบคมุ การใช้ทรัพยากรตา่ งๆ ของเครือขา่ ย ระบบปฏิบตั กิ ารเครือขา่ ยท่ีเป็นที่นิยม เชน่ Windows Server 2003, Novell NetWare, Sun
Solaris และ Red Hat Linux เป็นต้นโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Topology) การนาเครื่องคอมพวิ เตอร์มาเช่ือมตอ่ กนั เพื่อประโยชน์ของการส่ือสารนนั้ สามารถกระทาได้หลายรูปแบบซงึ่ แตล่ ะแบบก็มีจดุ เดน่ ตา่ งกนั ไป โดยทว่ั ไปแล้วโครงสร้างของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์สามารถจาแนกตามลกั ษณะการเชื่อมตอ่ ได้ดงั นี ้ 1. เครือข่ายแบบบัส (Bus Network) เป็นเครือขา่ ยที่เช่ือมตอ่ คอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ด้วยสายเคเบลิ ้ ยาวตอ่ เน่ืองไปเรื่อย ๆโดยมีตวั เช่ือมตอ่ คอมพวิ เตอร์ และอปุ กรณ์เข้ากบั สายเคเบลิ ้ ในการสง่ ข้อมลู จะมีคอมพวิ เตอร์เพียงตวั เดียวเทา่ นนั้ ท่ีสามารถสง่ ข้อมลู ได้ในชว่ งเวลาหนงึ่ ๆ การจดั สง่ ข้อมลู วธิ ีนีม้ ีวธิ ีการที่จะไมใ่ ห้ทกุ สถานี สง่ ข้อมลูพร้อมกนั เพราะจะทาให้ข้อมลู ชนกนั การตดิ ตงั้ เครือขา่ ยแบบนีท้ าได้ไมย่ าก เพราะคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์แตล่ ะชนิดถกู เช่ือมตอ่ ด้วยสายเคเบลิ ้ เพียงเส้นเดียว โดยสว่ นใหญ่เครือขา่ ยแบบบสั มกั จะใช้ในเครือขา่ ยขนาดเลก็ ซงึ่ อยใู่ นองค์กรที่มีเครื่อง คอมพิวเตอร์ใช้ไมม่ ากนกั ข้อดี ประหยดั สายสญั ญาณ เครื่องหนงึ่ เสียก็ไมก่ ระทบกบั เครือขา่ ย ข้อเสีย อาจเกิดการชนกนั ของ ข้อมลู ได้ ต้องมีการสง่ ใหม่ ถ้าสายหลกั เสีย เครือขา่ ยลม่ 2. เครือข่ายแบบดาว (Star Network) เป็นเครือขา่ ยที่เชื่อมตอ่ คอมพิวเตอร์ เข้ากบั อปุ กรณ์ท่ีเป็นจดุ ศนู ย์กลางของเครือขา่ ย โดยการนาสถานีตา่ ง ๆ มาตอ่ ร่วมกนั กบั หน่วยสลบั สายกลาง การตดิ ตอ่ สื่อสารระหวา่ งสถานีจะกระทาได้ด้วยการตดิ ตอ่ ผ่านทางวงจรของ หนว่ ยสลบั สายกลางการทางานของหนว่ ยสลบั สายกลางจงึ เป็ นศนู ย์กลาง ของการตดิ ตอ่ วงจรเชื่อมโยงระหวา่ งสถานีตา่ ง ๆ ที่ต้องการตดิ ตอ่ กนั
ข้อดี ตดิ ตงั้ และดแู ลง่าย ถ้าเคร่ืองลกู ข่ายเสียก็ตรวจสอบได้งา่ ย เคร่ืองอ่ืนยงั ตดิ ตอ่ กนั ได้ข้อเสีย ถ้าฮบั เสีย เครือขา่ ยลม่ ใช้สญั ญาณมากกวา่ แบบอื่น 3. เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Network) เป็นเครือขา่ ยที่เชื่อมตอ่ เคร่ือง คอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบลิ ้ เพียงเส้นเดยี วในลกั ษณะวงแหวนการรับสง่ ข้อมลู ในเครือข่ายวงแหวนจะใช้ทิศทางเดยี วเทา่ นนั้ เม่ือคอมพิวเตอร์เคร่ืองหนงึ่ สง่ ข้อมลู จะสง่ ไปยงั คอมพวิ เตอร์เคร่ืองถดั ไปถ้าข้อมลู ที่รับมาไมต่ รงตามที่เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ต้นทางระบุ จะสง่ ผา่ นไปยงัเครื่องคอมพิวเตอร์เคร่ืองถดั ไปซงึ่ จะเป็นขนั้ ตอนอยา่ งนีไ้ ป เรื่อย ๆ จนกวา่ จะถงึ เครื่องคอมพวิ เตอร์ที่อยู่ปลายทางที่ถกู ระบตุ ามท่ีอย่จู ากเคร่ืองต้นทาง ข้อดี สง่ ข้อมลู ไปยงั ผ้รู ับหลายเคร่ือง ๆ พร้อมกนั ได้ ไมเ่ กิดการชนกนั ของข้อมลู ข้อเสีย ถ้าเครื่องใดมีปัญหา เครือขา่ ยลม่ การตดิ ตงั้ ทาได้ยาก และใช้สายสญั ญาณมากกวา่ แบบบสั 4. เครือข่ายแบบตาข่าย (Mesh Network) โครงสร้างแบบเมชมีการทางานโดยเครื่องคอมพวิ เตอร์แตล่ ะเคร่ืองจะต้องมีชอ่ ง สง่ สญั ญาณจานวนมากเพื่อท่ีจะเช่ือมตอ่ กบั เครื่องคอมพวิ เตอร์เคร่ืองอ่ืนๆ ทกุ เคร่ือง โครงสร้างนีเ้คร่ืองคอมพิวเตอร์แตล่ ะเครื่องจะสง่ข้อมลู ได้อสิ ระไมต่ ้องรอ การสง่ ข้อมลู ระหวา่ งเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เคร่ืองอ่ืนๆ ทาให้การสง่ ข้อมลู มีความรวดเร็ว แต่คา่ ใช้จา่ ยสายเคเบลิ ้ ก็สงู ด้วยเชน่ กนั ข้อดี – การส่ือสารข้อมลู เร็ว เพราะคอมพวิ เตอร์แตล่ ะคสู่ ามารถส่ือสารกนั ได้โดยไมต่ ้องรอ เส้นทางการเช่ือมตอ่ ใดๆ ขาด ไมม่ ีผลตอ่ การส่ือสารของเคร่ืองอื่นๆ ข้อเสีย – สิน้ เปลืองคา่ ใช้จา่ ย จากจานวนสายสญั ญาณและชอ่ งตอ่ สาย ตามจานวนเคร่ืองในระบบ
5. เครือข่ายแบบผสม (Hybrid Network) เป็นเครือขา่ ยที่ผสมผสานโครงสร้าง เครือขา่ ยแบบตา่ ง ๆ เข้าด้วยกนั เป็นเครือขา่ ยขนาดใหญ่เพียงเครือขา่ ยเดียว เชน่ การเช่ือม ตอ่ เครือขา่ ยแบบวงแหวน แบบดาว และแบบบสั เข้าเป็นเครือข่ายเดยี วการประยกุ ต์ใช้ การเช่ือมตอ่ คอมพวิ เตอร์เครือขา่ ยขนาดเล็ก ท่ีมีจานวนเคร่ืองจากดั หรืออยใู่ นบริเวณไมก่ ว้าง มกั เลือกใช้โทโพโลยีอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ขนึ ้ กบั วตั ถปุ ระสงค์ อปุ กรณ์ที่มี และสภาพพืน้ ท่ี เชน่ การตอ่ ภายในห้อง อาจจะใช้แบบดาว การตอ่ ระหวา่ งหลายๆ อาคาร อาจเป็นแบบบสั แตเ่ มื่อมีการขยายขนาดเครือข่ายให้ใหญ่ขนึ ้ อาจจะเป็นการตอ่ หลายๆ เครือขา่ ยเข้าด้วยกนั ลกั ษณะของโทโพโลยีโดยรวม คือการเช่ือมตอ่ หลายๆ โทโพโลยีเข้าด้วยกนัประเภทเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ในเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ 1.เซริ ์ฟเวอร์ เป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่ให้บริการตา่ ง ๆ โดยเครือขา่ ยตา่ ง ๆ สามารถมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์กี่เครื่องก็ได้ตามต้องการชนิดของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เซริ ์ฟเวอร์ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ (File Server) เป็นเซริ ์ฟเวอร์ท่ีทาหน้าท่ีในการจดั เก็บไฟล์ จะเสมือนฮาร์ดดสิ ก์รวมศนู ย์ (Centerized disk storage)เสมือนวา่ ผ้ใู ช้งานทกุ คนมีท่ีเก็บข้อมลู อยทู่ ่ีเดยี ว เพราะควบคมุ -บริหารง่าย การสารองข้อมลู โดยการ Restore งา่ ยพรินต์เซิร์ฟเวอร์ Print Server หนงึ่ เหตผุ ลที่จะต้องมี Print Server ก็คือ เพ่ือแบง่ ให้พรินเตอร์ราคาแพงบางรุ่นท่ีออกแบบมาใช้สาหรับการทางานมาก ๆ เชน่ HP Laser 5000 พิมพ์ได้ถึง 10 – 24 แผน่ ตอ่ นาที พรินเตอร์สาหรับประเภทนี ้ความสามารถในการทางานที่จะสงู
แอพพลเิ คชันเซริ ์ฟเวอร์ (Application Server) Application Server คือ เซิร์ฟเวอร์ท่ีรันโปรแกรมประยกุ ต์ได้ โดยการทางานสอดคล้องกบั ไคลเอน็ ต์ เชน่Mail Server ( รัน MS Exchange Server ) Proxy Server (รัน Proxy Server) หรือ Web Server (รัน WebServer Program เชน่ Xitami , Apache’ )อินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ (Internet Server) ปัจจบุ นั อินเตอร์เน็ตนนั้ มีผลกระทบกบั เครือขา่ ยในปัจจบุ นั เป็นอยา่ งมาก อินเตอร์เน็ตเป็นเครือขา่ ยท่ีมีขนาดใหญ่มากและมีผ้ใู ช้งานมากที่สดุ ในโลก เทคโนโลยีท่ีทาให้อินเตอร์เน็ตเป็นท่ีนิยมก็คอื เวบ็ และอีเมล เพราะทงั้ สองแอพพลิเคชนั ทาให้ผ้ใู ช้สามารถแลกเปล่ียนข้อมลู และสื่อสารกนั ได้งา่ ยและมีรวดเร็ว เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) คือ เซิร์ฟเวอร์ท่ีให้บริการข้อมลู ในรูปแบบ HTML (Hyper textMarkup Language) เมลเซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) คอื เซริ ์ฟเวอร์ที่ให้บริการรับ – สง่ จดั เก็บ และจดั การเกี่ยวกบั อีเมลของผ้ใู ช้2. เวริ ์กสเตช่ัน (Workstation) เป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทวั่ ๆ ไปท่ีสามารถทาการประมวลผลข้อมลู ตา่ ง ๆ ได้3. ไคลเอนต์ (Client) เป็นเครื่องคอมพวิ เตอร์ท่ีมีการเรียกใช้ข้อมลู จากเซริ ์ฟเวอร์4. เทอร์มนิ ัล (Terminal) เป็นอปุ กรณ์ที่ประกอบไปด้วยจอภาพ แป้ นพิมพ์ และอื่น ๆ เทอร์มนิ ลั ไมส่ ารถประมวลผลข้อมลู ได้ด้วยตวั เองแตใ่ ช้การสื่อสารข้อมลู กบั เซิร์ฟเวอร์เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลพร้อมทงั้ แสดงผลท่ีจอเทอร์มินอลรูปแบบการประมวลผลข้อมูลในเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ (Computing Architecture) การประมวลผลข้อมูลท่ีส่วนกลาง (Centrallized Processing) เป็นการประมวลผลข้อมลู ท่ีเซริ ์ฟเวอร์ เครื่องลกู ขา่ ยคอมพวิ เตอร์จะเป็ นเทอร์มินลั ไมส่ ามารถประมวลผลได้เอง การประมวลผลแบบนี ้ เซริ ์ฟเวอร์จะต้องเป็นเคร่ืองท่ีประมวลผลได้ เซริ ์ฟเวอร์ต้องเป็นเครื่องท่ีมีความเร็วสงู สามารถประมวลผลข้อมลู ได้เป็นจานวนมาก การประมวลผลข้ อมูลแบบไคลเอนต์ /เซิร์ ฟเวอร์ เป็ นรูปแบบหน่ึงของเครือข่ายแบบ server-based โดยจะมีคอมพวิ เตอร์หลกั เคร่ืองหน่ึงเป็ นเซิร์ฟเวอร์ ซ่ึงจะไมไ่ ดท้ าหนา้ ที่ประมวลผลท้งั หมดใหเ้ ครื่องลูกข่าย หรือไคลเอนต์ (client) เซิร์ฟเวอร์ทาหนา้ ท่ีเสมือนเป็ นที่เกบ็ ขอ้ มูลระยะไกล (remote disk) และประมวลผลบางอยา่ งใหก้ บั ไคลเอนตเ์ ท่าน้นั เช่น ประมวลผล
คาส่งั ในการดึงขอ้ มลู จากเซิร์ฟเวอร์ฐานขอ้ มูล (database server) เป็ นตน้ชนิดของเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ สามารถจาแนกตามระยะทางของการเช่ือมตอ่ ระหวา่ งการส่ือสารได้เป็น 4ประเภทดงั นี ้ 1. แพน (PAN) หรือเครือข่ายส่วนบุคคล เป็นเครือข่ายสาหรับการแลกเปล่ียนสารสนเทศและบริการตลอดจนการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกนั 2. ระบบแวน (wide area networks : WAN) ระบบเครือขา่ ยบริเวณกว้างที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ท่ีอยู่หา่ ง ไกลกนั ข้ามจงั หวดั หรือประเทศ ดงั นนั้ จงึ ต้องใช้ระบบส่ือสารโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพสงู ในระดบั ประเทศ เชน่ ขององค์การ โทรศพั ท์แหง่ ประเทศไทย สาหรับตวั กลางอาจเป็ นคสู่ ายโทรศพั ท์ธรรมดา สายเชา่วงจรไมโครเวฟ เส้นใยแก้วนาแสง สายเคเบลิ แบบโคแอกเชียล หรือใช้ระบบ ดาวเทียมก็ได้ โดยพืน้ ฐานแล้ว ระบบเครือข่ายบริเวณกว้างเป็นระบบเครือขา่ ยสื่อสาร ที่สามารถใช้สง่ สญั ญาณ เสียง ภาพ และข้อมลู ข้ามอาณาบริเวณไกล ๆ ได้ 2. ระบบแมน (14etropolitan area network : MAN) ระบบเครือขา่ ยบริเวณมหานครเป็นระบบ ท่ี เชื่อม โยงคอมพิวเตอร์ซง่ึ อาจตงั้ อยหู่ ่างไกลกนั ในชว่ ง 5 ถงึ 50 กิโลเมตร ปกตมิ กั ใช้สาหรับส่ือสาร ข้อมลู เสียง และภาพ ผา่ นสาย โคแอกเชียลหรือเส้นใยแก้วนาแสง ผ้ใู ช้ระบบแมนมกั เป็นบริษทั ขนาด ใหญ่ท่ีจาเป็น จะต้องตดิ ตอ่ ส่ือสารข้อมลู ผา่ น ระบบ คอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วสงู มาก โดยท่ีการ ส่ือสารนนั้ จากดั ภายในบริเวณเมือง หรือมหานคร 4. ระบบแลน (local area networks : LAN) เป็นระบบเครือขา่ ยเฉพาะบริเวณท่ีเช่ือมโยง คอมพวิ เตอร์ท่ีตดิ ตงั้ ภายในตวั อาคารหลงั เดยี ว หรือท่ีอยใู่ นละแวกเดียวกนั การเช่ือมโยงมกั ใช้ตวั กลางส่ือสารของตวั เอง เป็นระบบท่ีเจ้าของ ควบคมุ การปฏิบตั งิ านได้อยา่ งสมบรู ณ์แบบด้วย
ในระบบเครือขา่ ยทงั้ สามระบบนีร้ ะบบ LAN ได้รับความนิยมใช้กนั มากท่ีสดุ ทงั้ ในภาครัฐและเอกชนเพราะเทคโนโลยีระบบ LAN มีราคาไมส่ งู มากอีกทงั้ คอมพวิ เตอร์ท่ีตอ่ กบั ระบบเครือขา่ ยนีก้ ็เป็นไมโครคอมพวิ เตอร์ ซง่ึ มีราคาถกู ละหนว่ ยงานตา่ ง ๆ มีใช้อยแู่ ล้วหลายเครื่อง การลงทนุ ซือ้ อปุ กรณ์สาหรับเครือขา่ ย LAN มาตดิ ตงั้ จงึกระทาได้งา่ ยท่ีสาคญั คือระบบ LAN หลายระบบสามารถเช่ือมตอ่ กบั คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ทงั้ มนิ คิ อมพวิ เตอร์และระดบั เมนเฟรมได้ แตแ่ ท้ที่จริงแล้วระบบ LAN ก็คอื เครือขา่ ยขนาดเล็กใช้เชื่อมโยงเครื่องคอมพวิ เตอร์ภายในบริเวณสานกั งานท่ีอยอู่ าคารเดยี วกนั หรือบริเวณเดียวกันเทา่ นนั้กรณีศึกษาท่ี 2 : การใช้ RFID ในห่วงโซ่อุปทานของยา ในอตุ สาหกรรมยาของโลกก็มีปัญหาตา่ งๆ ไมต่ า่ งจากอตุ สาหกรรมอื่นๆ จากสถิตพิ บวา่ ในโซอ่ ปุ ทานของเวชภณั ฑ์ระหวา่ งประเทศนนั้ อาจมียาปลอมมากถงึ 7% ในแตล่ ะปี ตลาดยาต้องมีคา่ ใช้ จา่ ยสงู ถงึ สองพนั ล้านดอลลา่ ร์สาหรับยาที่ลนั สต็อกและยาที่เก็บไว้จนหมดอายุ อีกทงั้ ยงั มีคา่ ใช้จา่ ยในการเรียกยาคืน ปัญหาดงั กลา่ วสง่ ผลกระทบตอ่ ผ้ผู ลิตเวชภณั ฑ์ ผ้บู ริโภค ผ้ขู นสง่ ตลอดจนผ้คู ้าปลีก ดงั นนั้ จงึ ทาให้อตุ สาหกรรมยาคดิ ที่จะนาเทคโนโลยี RFID มาชว่ ยอานวยความสะดวกและเพมิ่ ความแมน่ ยาในการตรวจสอบข้อมลู และประวตั ขิ องยาที่ผลติ และจาหนา่ ย เพื่อเป็นการชว่ ยลดต้นทนุ และเพ่ิมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของยา เหตผุ ลท่ีอตุ สาหกรรมยานา RFID มาใช้พอสรุปได้ดงั นี ้ • ทาให้เหน็ ของในสตอ็ กได้ทงั้ หมด รวมทงั้ เพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการทางานRFID สามารถตรวจจบั ยาได้ทกุ ภาชนะบรรจไุ ม่วา่ จะอย่ตู รงไหนของหว่ งโซอ่ ปุ ทาน ทาให้งา่ ยและรวดเร็วในการจดั สง่ ลดงานที่ต้องใช้มือทา เพื่อความแมน่ ยาในการตรวจสอบการขนสง่ และจดั จ่าย รวมทงั้ เพิ่มโอกาสที่ร้านจาหนา่ ยยาจะมีสินค้าอย่างเพียงพอ • สามารถควบคุมการสูญหายและปกป้ องช่ือเสียงของย่ีห้อความสามารถในการตรวจสอบที่มาท่ีไปและจานวนสนิ ค้าได้ทกุ จดุ ในโซ่อปุ ทานมีประโยชน์ในการลดการสญู หายของสต็อก RFID สามารถตรวจสอบได้วา่ สนิ ค้าถกู สง่ ออกมาจากโรงงานใด ผ้ผู ลิตคือใครและราคาเดมิ เทา่ ไร และสามารถปกป้ องกนั การนาสินค้าออกจาหนา่ ยในชอ่ งทางจาหนา่ ยที่ไมไ่ ด้รับอนญุ าต • ความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ยา การเรียกยาคืน และข้อกาหนดต่างๆ
RFID สามารถใช้ตรวจสอบยาปลอม รวมทงั้ ลอ็ ตของยาและวนั หมดอายขุ องแตล่ ะล็อต ซง่ึ เป็นประโยชน์ตอ่ การบริหารเร่ืองการหมดอายขุ องยา อีกทงั้ สามารถเก็บข้อมลู สายการผลิตของยาแตล่ ะลอ็ ตของยาตามกฎหมายอีกด้วย การมีข้อมลู ประวตั กิ ารผลิต ทาให้ RFID ชว่ ยลดระยะเวลาในการค้นหาสินค้าท่ีต้องเรียกคืนได้เป็นอยา่ งมากคาถาม 1. ทา่ นคดิ วา่ RIFD มีข้อได้เปรียบกวา่ บาร์โค้ดอยา่ งไรบ้าง ตอบ = สามารถตรวจสอบยาตา่ งๆ ได้อยา่ งรวดเร็วและงา่ ยกวา่ บาร์โค้ดเน่ืองจากการใช้ RIFD นนั้สามารถระบลุ กั ษณะของวตั ถดุ ้วยคล่ืนความถี่วทิ ยโุ ดยการสแกนผา่ นรูปทรงของวตั ถไุ ด้เลย แตใ่ นสว่ นของบาร์โค้ดนนั้ ต้องนาที่สแกนไปสแกนให้ตรงกบั ตาแหนง่ ที่ติดตงั้ ฉลากบาร์โค้ดจงึ จะสามารถสแกนข้อมลู ของยาได้ดงั นนั้ การใช้บาร์โค้ดจงึ ทาให้เป็ นการเสียเวลามากกวา่ 2. จงยกตวั อยา่ งการนาเทคโนโลยี RFID ไปประยกุ ตใ์ ช้ในธุรกิจตา่ งๆ มา 3 ตวั อยา่ ง ตอบ = 1. ร้านรองเท้า 2. ร้านเครื่องเขียน 3. ห้างสรรพสนิ ค้า 4. Access Control / Personal Identification หรือการเข้าออกอาคารแทนการใช้บตั รแมเ่ หล็กรูดแบบเดมิ เนื่องจากบตั รแมเ่ หล็กรูดมากๆ ก็จะเสื่อม แตบ่ ตั รแบบ RFID เป็นเพียงการแตะหรือแสดงผา่ นหน้าเครื่องอา่ นเทา่ นนั้ อีกทงั้ ยงั สามารถตรวจสอบเวลาเข้า – ออกงานของพนกั งานได้อีกด้วย นอกจากนีจ้ งึ ใช้เป็นบตั รเข้า-ออกตามอาคาร และบตั รโดยสารของรถไฟฟ้ าใต้ดนิ 5. ใช้กบั รถบรรทกุ ต้คู อนเทนเนอร์ เพื่อชว่ ยจดั การระบบขนสง่ ของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขนึ ้ พร้อมตรวจสอบได้ว่าเมื่อเอาชพิ ไปติดกบั สินค้าเพื่อเข้าสรู่ ะบบขนสง่ ข้อมลู ทงั้ หมดจะเข้าสรู่ ะบบคอมพิวเตอร์พร้อมตรวจสอบวา่ เร่ิมสง่ สนิ ค้าเม่ือใด สง่ ท่ีไหน อย่างไร ถ้าหากสินค้าถกู สง่ ไปผิดที่หมาย ระบบก็สามารถตรวจสอบความผิดพลาดได้ทนั ที ซงึ่ จะเข้ามาเป็นตวั เสริมให้ระบบขนสง่ รวดเร็วและปลอดภยั ย่งิ ขนึ ้ 6. ในอนาคตกระทรวงวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีมีนโยบายที่จะพฒั นาทะเบยี นรถอจั ฉริยะที่ติดตงั้เทคโนโลยี RFID โดยเป็นความร่วมมือระหวา่ งเนคเทค ซอฟตแ์ วร์ปาร์ค ศนู ย์เทคโนโลยีโลหะและวสั ดแุ หง่ ชาติ(เอม็ เทค) และบริษทั ไอแดนทไิ ฟ ร่วมกนั พฒั นาต้นแบบชิพตดิ เคร่ืองยนตเ์ พื่อใช้กบั ระบบทางดว่ นแบบใหม่ ที่สามารถคานวณราคาร่วมคา่ บริการทางดว่ น โดยใช้บตั รเงินสดติดชปิ RFID โดยไมต่ ้องตอ่ จอดรถตอ่ ควิ เสียคา่ ทางดว่ นเหมือนเคย 7. ระบบรักษาความปลอดภยั และติดตามสมั ภาระ ในอตุ สาหกรรมการบนิ ใช้ RFID ฝังไปกบั บตั รโดยสาร (Boarding Pass) จะทาให้ระบบการตรวจเอกสารสาหรับการเดินทางโดยเคร่ืองบนิ สามารถทาได้อยา่ ง
รวดเร็วและถกู ต้อง 8. ระบบหนงั สือเดนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-passport) ซง่ึ ทางสหรัฐอเมริกากาลงั กาหนดมาตรฐานการเข้าออกประเทศ เพื่อป้ องกนั ผ้กู อ่ การร้าย รวมถึง e-citizen ด้วย 9.การบริหารระบบคลงั สินค้า (Inventory Management) โดยใช้ RFID ทาให้สามารถบริหารสต๊อกด้วยระบบ Just in time (JIT) ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ย่งิ ไปกวา่ นนั้ ระบบ RFID ยงั ชว่ ยลดความเสี่ยงด้านต้นทนุ ในการบริหารสินค้าคงคลงั ทาให้ไมต่ ้องสต๊อกของมากเกินความจาเป็น เงินทนุ ไมจ่ ม และไมต่ ้องมีภาระรับผดิ ชอบจากปัญหาของเสียจากการเก็บสินค้านานเกินไป 3. ทา่ นคดิ วา่ ข้อจากดั ของการนา RFID ไปใช้ในงานธรุ กิจมีอะไรบ้าง ตอบ = การตดิ ตงั้ ระบบคอ่ นข้างมีราคาแพงอาจไมค่ ้มุ ทนุ นะถ้าหากวา่ ธุรกิจมีขนาดไมใ่ หญ่ และ การดแู ลระบบอาจเป็นเรื่องท่ีต้องใช้ความชานาญเป็นพเิ ศษ ซงึ่ อาจจะต้องจ้างผ้ตู รวจสอบระบบเพิ่มตา่ งหากทาให้เป็นการเพมิ่ ภาระต้นทนุ ให้กบั ธรุ กิจ
บรรณานุกรมจตชุ ยั แพงจนั ทร์. (2547). เจาะระบบเน็ตเวิร์ค ฉบับสมบูรณ์. พิมพ์ครัง้ ที่ 2. นนทบรุ ี : ไอดซี ีฯวรินทร์ เมฆประดษิ ฐ์สิน. (2547). คัมภรี ์ระบบเครือข่ายฉบับอาจารย์วรินทร์เล่ม 1. กรุงเทพ ฯ : ซีเอ็ดยเู คชน่ัศรีไพร ศกั ดร์ิ ุ่งพงศากลุ และเจษฎาพร ยทุ ธนวิบลู ย์ชยั . (2549). ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการ ความรู้. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 6. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเู คชน่ั .สลั ยทุ ธ์ สวา่ งวรรณ. (2542). Computer Networks. กรุงเทพฯ : เพียร์สนั เอ็ดดเู คชนั่ อินโดไชนา่ .อนนั ต์ ผลเพ่ิม. (2547). Wireless LAN Implementation Demo and Workshop. กรุงเทพ ฯ : สานกั บริการตอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์บางเขน
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: