Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสะท้อนความคิด (Reflective thinking)

การสะท้อนความคิด (Reflective thinking)

Description: การสะท้อนความคิด (Reflective thinking)

Search

Read the Text Version

การสะท้อนความคดิ (Reflective thinking) ความคิดจะมีประสิทธิภาพได้น้ัน เร่ิมจากการเข้าใจตนเอง เราต้องเข้าใจตนเองในแต่ละสถานการณ์อย่างกระจ่าง เสมือนกับเรา กาลังพูดคุย มองตัวเองในทุกๆมุม วิเคราะห์ วิพากษ์ตนเอง เพ่ือการเรียนรู้ชีวิตของตนเอง และดาเนิน ชวี ติ ตนเองไปในทางท่ีดยี ง่ิ ๆข้ึนไป การตรวจสอบตนเองในรปู แบบน้ี เรียกว่า การสะทอ้ นคดิ การสะท้อนคิด หรือ การสะท้อนความคิดตนเอง (Reflective thinking) คือกระบวนการวิเคราะห์สถานการณ์ของ ตนเองและพัฒนาตนเองให้ดีข้ึน การสะท้อนความคิดตนเองจะให้ความสาคัญที่กระบวนตระหนักรู้ใน 3 หัวข้อด้วยกัน คือความรู้ ประสบการณ์ และความเช่ือของตวั เราเอง การสะท้อนความคิดตนเองถกู นาเสนอในหลายโมเดล แต่ไม่ว่าจะเป็นโมเดลไหน ข้อดีคือ โมเดลต่างๆ เหล่านั้น ช่วยให้ เราเข้าใจความคิดของเราเอง วิธีการเรียนรู้และการรับรู้ส่ิงต่างๆ บนโลกใบน้ี ระหว่างท่ีเราทาการสะท้อนความคิด ตวั เองนนั้ เราจะเขา้ ใจสง่ิ ตา่ งๆ ไดล้ กึ ซงึ้ ขึ้น เชอื่ มโยงความรู้เก่า และความรู้ใหม่ ท้ังในแง่ของรูปธรรมและนามธรรม ได้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น เมื่อรู้เยอะขึ้นจึงสามารถท่ีจะนาส่ิงเหล่าน้ันไปทาการประยุกต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน การทางาน และการดารงชีวิต อย่างไรกด็ ีรปู แบบการสะทอ้ นความคดิ ตนเอง มักถกู มองว่า เร่ิมตน้ ด้วยการคิดลบ ซึ่งความจริงท่ีการพัฒนาต้องเร่ิมจาก การประเมินส่ิงท่ีเป็นปัญหา ตรวจสอบประเมินสถานการณ์ที่เก่ียวข้อง เพ่ือหากลยุทธ์หรือวิธีการท่ีเหมาะสม จึงทาให้ ประเดน็ เรอื่ งการคดิ ลบตกไปเนอื่ งจาก จากเป้าหมายและกระบวนการของรูปแบบการสะท้อนความคิดตนเองมีลักษณะ ของการยอมรบั ความจริงมากกวา่ และการยอมรับความจริงที่แม้ไม่สมบูรณ์นักในทุกสถานการณ์ ก็ไม่ใช่เรียกว่าการคิด ลบ “การพฒั นาตอ้ งเร่ิมจากการยอมรับและเข้าใจว่ามี บางสิ่งท่ีเราอยากทาให้ดีข้ึน การเข้าใจเช่นนี้คือการเข้าใจความเป็น จรงิ และกล้าหาญเผชญิ กบั มนั ไม่ใชก่ ารคดิ ลบ” โมเดลการสะทอ้ นความคดิ ตนเองไดถ้ ูกคดิ คน้ ออกมาในหลายรูปแบบ ตามการใช้งานหรือวัตถุประสงค์ เช่น การจัดการ เรยี นการสอน (Boud’striangular representation)}, Johns’ Model of Structured Reflection และ The Atkins and Murphy model การสมั ภาษณง์ าน (The Carl Framework of Reflection) และ การพฒั นาศักยภาพ ( Gibbs reflective cycle) เป็นต้น แบบจำลองกำรสะท้อนทำงำนอย่ำงไร? กระบวนการคิดเชิงไตร่ตรองเกี่ยวข้องกับการคิดอย่างมีสติอย่างใกล้ชิด การมีสติตระหนักรู้ทาให้สามารถวิเคราะห์สิ่งท่ี กาลงั ทาอยู่, สง่ิ ที่เคยทามากอ่ นหนา้ น้ี, สงิ่ ที่ได้รับประสบการณ์และสง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าโมเดลการสะทอ้ นความคิดตนเองมีหลายรูปแบบ แต่ละรปู แบบก็มีวิธีการต่างกัน อย่างไรก็ดี ส่ิงท่ี เป็นลกั ษณะหลักๆที่มีอยู่ในทุกโมเดลคอื การสะท้อนความคิดตนเองนาไปสู่การเรียนรู้ (Reflection leads to learning) กล่าวอีกนัยหน่ึงการคิดไตร่ตรองจะ เปลย่ี นความคดิ ของแตล่ ะคนและมมุ มองของพวกเขาเกีย่ วกบั การเขา้ ใจสถานการณ์ต่างๆ

การสะท้อนความคิดตนเองเป็นกระบวนการแบบแอคทีฟและต่อเนื่อง (Reflection is active and Dynamic) ท้ังนี้ เพราะกระบวนการเช่อื มโยงท้งั จากประสบการณ์ในอดีต การกระทาในปัจจบุ นั และการวางแผนการสาหรบั อนาคต การสะท้อนความคิดตนเองมีลักษณะเป็นวัฏจักร (Reflection is cyclic in nature) ผลลัพธ์ของการสะท้อนความคิด ของตนเองในแต่ละรอบจะทาให้ได้ความคดิ ใหม่ทีด่ ีๆ เพ่อื นาไปสู่การพัฒนาในขนั้ ถดั ไป การสะท้อนความคิดตนเองอาศัยการมองในหลายมิติ (Reflection involves looking at issues in a variety of ways) การวเิ คราะห์ในแต่ละประเด็นต้องอาศัยหลายๆ มุมมอง ยิ่งสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้มากเท่าไหร่ ก็จะย่ิงทา ใหส้ ามารถตรวจสอบค่านิยม มมุ มองและสมมตฐิ านไดอ้ ยา่ งใกลช้ ดิ ประโยชนข์ องกำรสะทอ้ นควำมคดิ ตนเอง แบบจาลองของการสะทอ้ นความคดิ ตนเอง ช่วยใหแ้ ตล่ ะบุคคลเข้าถงึ คุณคา่ ของแต่ละประสบการณ์ของพวกเขาได้อย่าง ลึกซึง้ ช่วยพัฒนาการแสดงออกและพฤติกรรม นอกจากนี้ยงั มปี ระโยชนอ์ ่นื ๆดงั นี้ นอกจากน้ปี ระโยชน์เฉพาะของการคิดเชงิ ไตร่ตรองมดี งั นี:้ ปรบั ปรงุ อภิปญั ญาของแตล่ ะบุคคล – หรือความสามารถในการไตร่ตรองกระบวนการรับร้ขู องตนเอง เพม่ิ ประสิทธภิ าพการตรวจสอบและการจัดการประสิทธิภาพ เพม่ิ แรงจงู ใจในตนเอง ช่วยเพมิ่ การม่งุ เน้นไปทเ่ี ป้าหมายการเรียนรู้ ชว่ ยใหแ้ ต่ละคนระบุอปุ สรรคในกระบวนการเรยี นรแู้ ละกาหนดเปา้ หมายที่เป็นจริง ชว่ ยให้แตล่ ะบคุ คลสามารถพจิ ารณาวิธีต่างๆในการบรรลเุ ป้าหมาย ช่วยระบชุ อ่ งว่างในทกั ษะความรแู้ ละส่ิงทตี่ ้องพฒั นา ช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถปรับความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ท่ีไม่คาดคิดและซับซ้อนได้อย่าง เหมาะสม Posted on กรกฎาคม 26, 2021 by Dr.Huang Posted in Critical Thinking, การคดิ วิพากษ์Tagged Critical thinking, Reflective thinking model, การคดิ เชิง วิพากษ์ critical thinking, การสะทอ้ นคดิ บทความ Model of Reflection เขยี นโดย Kate Brush นางสาวรชั ฌา สรอ้ ยสวสั ดิ์ เลขที่ 12 หมู่ 2


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook