Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอิเนทอร์เน็ต

บทที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอิเนทอร์เน็ต

Published by sakdimad, 2023-07-18 03:09:03

Description: บทที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอิเนทอร์เน็ต

Search

Read the Text Version

หน่วยท่ี 1 ความรูพ้ ื้นฐานเกี่ยวกบั อนิ เทอรเ์ นต็ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใช้อินเทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ สปั ดาหท์ ่ี 1 ใบเตรยี มการสอน รหัสวชิ า MTH 1015 เวลา 1-4 คาบ หน่วยท่ี 1 ความรูพ้ ้นื ฐานเก่ียวกบั อนิ เทอรเ์ นต็ เครื่องมืออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยในการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ จรยิ ธรรมใน การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ บทเรียน เรอื่ ง ความรู้พ้นื ฐานเก่ียวกบั อินเทอรเ์ นต็ จดุ ประสงค์การสอน 1.1 ทราบความรู้พ้นื ฐานเกย่ี วกบั อนิ เทอร์เนต็ 1.1.1 บอกความหมายของอนิ เทอร์เน็ต 1.1.2 บอกประวตั ิความเป็นมาของอนิ เทอรเ์ น็ต 1.1.3 บอกอินเทอรเ์ น็ตในประเทศไทย 1.1.4 อธบิ ายการเช่ือมต่ออินเทอรเ์ น็ตในประเทศไทย 1.1.5 อธิบายองคป์ ระกอบพื้นฐานในการเชอ่ื มต่อเขา้ สรู่ ะบบ อนิ เทอรเ์ น็ต 1.1.6 อธบิ าย หลกั การทางานของอนิ เทอร์เน็ต 1.1.7 อธบิ ายการบริการบนเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ความรู้พืน้ ฐานเกย่ี วกบั อินเทอรเ์ นต็ โลกแหง่ การสื่อสารในปัจจบุ นั นน้ั ไมไ่ ด้มขี อบเขตจากัดเหมือนเช่นอดีตท่ีผ่านมาซึ่ง ถกู กาหนดดว้ ยลักษณะภูมิประเทศและอาณาเขตของแต่ละประเทศการส่ือสารในศตวรรษ นีเ้ ปน็ การสื่อสารด้วยระบบคลื่นที่โยงใยไปได้ท่ัวทุกมุมโลกด้วยเครื่องมือรวมท้ังระบบต่าง ๆ อย่างมากมายน่าพิศวงเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือท่ีเราเรียกว่า Web Technology อาศัยดาวเทียมเป็นส่ือกลางในการติดต่อส่ือสารไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ใดท่ีเกิดข้ึนในทุก แห่งของโลกเราสามารถล่วงรู้ได้โดยใช้เวลาไม่นานในความหายของคล่ืนเทคโนโลยีน้ีจะ หมายความรวมถงึ การติดต่อสื่อสารท่ีเป็นเทคโนโลยเี ครือข่ายระบบเปิดเช่ือมโยงกัน ได้ทุก ระบบเหมือนใยแมงมุมโดยไม่ จากัดจานวนของผู้ใช้ และข้อมูลในทุก ๆ ด้าน ได้แก่ระบบ เครือข่ายของ 1

หน่วยท่ี 1 ความร้พู นื้ ฐานเกย่ี วกบั อินเทอร์เน็ต เคร่อื งมอื อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.1 ความหมายของอนิ เทอรเ์ นต็ อินเตอรเ์ นต็ (Internet) นัน้ ยอ่ มาจากคา “Inter Connection network” หรือ เรยี กอีกอยา่ งหน่ึงวา่ ไซเบอร์สเปซ (Cyberspace) ซ่ึงหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ทเ่ี ช่ือมโยงเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ทวั่ โลกเข้าไวด้ ว้ ยกัน เพ่ือให้เกิดการ สือ่ สาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลรว่ มกัน โดยอาศยั ตัวเชื่อมเครือขา่ ยภายใต้มาตรฐาน การเชือ่ มโยงเดยี วกัน นัน่ กค็ ือ TCP/IP Protocol ซงึ่ เป็นขอ้ กาหนดวิธกี ารติดต่อสอ่ื สาร ระหว่างคอมพวิ เตอรใ์ นระบบเครือข่าย ซึง่ โปรโตคอลนจ้ี ะชว่ ยให้คอมพิวเตอรท์ ี่มี ฮารด์ แวรท์ ่ีแตกต่างกันสามารถติดต่อถงึ กันได้ การท่มี รี ะบบอินเตอร์เน็ต ทาให้สามารถเคลอื่ นย้ายข่าวสารข้อมูลจากท่ีหนึ่งไปยัง อกี ทหี่ น่งึ ได้ โดยไมจ่ ากดั ระยะทาง ส่งข้อมูลไดห้ ลายรูปแบบ ท้ังข้อความตัวหนังสือ ภาพ และ เสียง โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนับเป็น อภิระบบเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่มาก มีเคร่ืองคอมพิวเตอร์หลายล้านเคร่ืองทั่วโลกเชื่อมต่อกับ ระบบ ทาให้คนในโลกทุกชาติทุกภาษาสามารถติดต่อส่ือสารกันได้ โดยไม่ต้องเดินทางไป โลกทง้ั โลกเปรียบเสมอื นเปน็ บา้ นหน่ึงที่ทุกคนในบา้ นสามารถพูดคยุ กนั ไดต้ ลอด 24 ช่ัวโมง ประหยัดเวลา คา่ ใชจ้ ่าย แต่เกดิ ประโยชนต์ ่อสงั คมโลกปจั จบุ นั มาก 1.2 ประวัตคิ วามเปน็ มาของอินเตอร์เน็ต ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ประเทศรัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สาเร็จ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาจึงได้รับรู้ว่า เทคโนโลยีช้ันสูงของประเทศยังล้าหลัง กว่าของรสั เซยี ซ่งึ ส่งผลให้เกดิ การตน่ื ตวั ทจ่ี ะพัฒนาเทคโนโลยชี ้ันสูง รฐั บาลสหรฐั อเมริกา โดยกระทรวงกลาโหม จึงก่อต้ังหน่วยงานวิจัยช้ันสูงที่ช่ือว่า Advanced Research Projects Agency หรอื ที่ร้จู ักกันในนามของ ARPA ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ARPA ได้ให้ทุนแก่มหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา เพ่ือ การทาวิจัยในหัวข้อเร่ือง เครือข่ายการทางานร่วมกันของคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลา (Cooperative network of Time-Shared Computers) หลังจากนั้นอีก ๓ ปี กระทรวงกลาโหมก็ได้สนับสนุนโครงการวิจัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ท่ีช่ือว่า ARPANET จนกระท่ังในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการ ARPANET ได้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของ มหาวทิ ยาลัย ๔ แห่ง เขา้ ด้วยกนั ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เครือข่าย ARPANET ขยายใหญ่ขึ้น และสามารถเชื่อมโยง คอมพวิ เตอรข์ องมหาวิทยาลยั ต่างๆ ไดถ้ งึ ๒๓ เคร่ือง จากการศึกษาเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จนถึงระยะเวลาน้ัน ผู้พัฒนาเครือข่าย หลายคน เร่ิมเห็นปัญหาของการเช่ือมโยงระบบคอมพิวเตอร์ท่ีมีหลากหลายชนิด และ หลากหลายผลิตภัณฑ์ จึงทาให้เกิดปัญหายุ่งยากในการเช่ือมโยง แนวความคิดท่ีจะสร้าง 2

หน่วยท่ี 1 ความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกบั อนิ เทอร์เนต็ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ระบบเปิดจึงเกิดข้ึน กล่าวคือ กาหนดมาตรฐานกลางที่ผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อสามารถจะ เชอ่ื มโยงเขา้ ส่มู าตรฐานน้ไี ด้ แนวคดิ ในการเช่ือมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกัน และเช่อื มโยงในลักษณะวงกวา้ ง เป็น สง่ิ ท่เี ป็นไปได้ ดังนัน้ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ผู้พฒั นาเครอื ข่ายจึงสร้างโปรโตคอลใหม่ และให้ ช่อื วา่ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) และให้ชอ่ื เครอื ข่ายท่เี ช่ือมโยงโดยใช้โปรโตคอลนว้ี า่ อนิ เทอรเ์ น็ต หลงั จากนนั้ โครงการ ARPANET ได้นาโปรโตคอล TCP/IP ไปใช้ การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ดาเนินการต่อมา ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการสนับสนุน และหันกลับไปทาวิจัย และ พัฒนาเอง เครือข่ายนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนามาตรฐานต่างๆ เข้ามาใช้ ประกอบรว่ มกนั อยา่ งต่อเนอ่ื ง จนในทีส่ ุดไดก้ ลายเป็นมาตรฐานการส่ือสารที่ช่ือว่า TCP/IP และใชช้ ื่อเครือขา่ ยว่า อนิ เทอรเ์ นต็ (Internet) ต่อมาการบริหาร และดาเนินงานเครือข่าย ได้รับการสนับสนุน จากมูลนิธิ การศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือท่ีใช้ช่ือย่อว่า NSF (National Science Foundation) มกี ารตัง้ คณะกรรมการเข้ามาบรหิ ารเครือขา่ ยกลาง ท่เี ปดิ โอกาสให้ผู้อ่ืนเข้า มาเชื่อมโยง และได้ดาเนินการ จนอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท่ียิ่งใหญ่ ของโลก 1.3 อนิ เทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย สาหรับในประเทศไทย เริ่มเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ต้ังแต่กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทาการเช่ือมโยง เพ่ือส่งอิเล็กทรอนิกส์เมล์กับ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทาให้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เมล์เช่ือมต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็นคร้ัง แรก ตอ่ มาในวันท่ี ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เช่าสายวงจร เชอ่ื มต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็นคร้ังแรก ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ก็ได้มีโครงการท่ีจะเช่ือมโยง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่าง มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นลาดับ จนทาให้มีสถาบันออนไลน์ กับอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มแรก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ มหาวิทยาลับธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศนู ยเ์ ทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละคอมพวิ เตอร์แห่งชาติ การพัฒนาเครือข่ายจึงเป็นไปตามกระแส การเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสากล มาตรฐานการเช่ือมโยงเป็นแบบโพรโทคอล TCP/IP ตามมาตรฐานน้ี มีการกาหนด 3

หน่วยท่ี 1 ความรู้พ้ืนฐานเก่ยี วกับอนิ เทอรเ์ นต็ เคร่อื งมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ หมายเลขแอดเดรส ให้แก่เครือข่าย และเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีการสร้างเป็นลาดับชั้น เพ่อื ให้การเชื่อมโยงเครอื ข่ายเปน็ ระบบ แอดเดรสนจ้ี ึงมชี ่ือว่า ไอพีแอดเดรส (IP address) ไอพแี อดเดรสทกุ ตวั จะตอ้ งไดร้ บั การลงทะเบยี น เพ่ือจะได้มหี มายเลขไม่ซ้ากันทั่ว โลก การกาหนดแอดเดรสจะเป็นการกาหนดหมายเลข ให้แกเ่ ครอื ข่าย การสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะมีโปรโตคอล (Protocol) ซ่ึงเป็นระเบียบ วิธีการสื่อสารที่เป็นมาตรฐานของการเชื่อมต่อกาหนดไว้ โปรโตคอลท่ีเป็นมาตรฐาน สาหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คือ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ทกุ เครื่องที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะต้องมี หมายเลขประจาเครื่อง ท่ีเรียกว่า IP Address เพื่อเอาไว้อ้างอิงหรือติดต่อกับเคร่ือง คอมพิวเตอร์อ่ืนๆ ในเครือข่าย ซึ่ง IP ในที่นี้ก็คือ Internet Protocol ตัวเดียวกับใน TCP/IP นั่นเอง IP address ถูกจัดเป็นตัวเลขชุดหนึ่งขนาด 32 บิต ใน 1 ชุดนี้จะมีตัวเลข ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิตเท่าๆ กัน เวลาเขียนก็แปลงให้เป็นเลขฐานสิบก่อน เพื่อความง่ายแล้วเขียนโดยคั่นแต่ละส่วนด้วยจุด (.) ดังนั้นในตัวเลขแต่ละส่วนนี้จึงมีค่าได้ ไมเ่ กนิ 256 คอื ต้งั แต่ 0 จนถึง 255 เท่านั้น เช่น IP address ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของ สถาบันราชภัฎสวนดุสิต คือ 203.183.233.6 ซึ่ง IP Address ชุดน้ีจะใช้เป็นท่ีอยู่เพื่อ ตดิ ตอ่ กบั เครื่องพวิ เตอร์อนื่ ๆ ในเครอื ข่าย ผใู้ ช้เครอื ข่ายย่อยในเครือข่ายทเ่ี ชือ่ มต่อกับอนิ เทอรเ์ นต็ จะเปน็ สมาชกิ ของ อนิ เทอร์เน็ต โดยปริยาย เพราะเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของตน สามารถเช่อื มโยงกับเคร่ืองอนื่ ๆ ได้ทั่วโลก ผใู้ ช้งานอย่ทู ่ีบ้าน สามารถใชค้ อมพวิ เตอร์จากบา้ น ต่อผา่ นโมเด็ม มาท่เี ครื่อง หลกั หลังจากนัน้ กจ็ ะเชื่อมโยงเข้าสู่เครือขา่ ยต่างๆ ได้ นสิ ิตนักศึกษาซึง่ อยู่ทบ่ี ้าน จะ สามารถติดต่อกบั อาจารย์ผสู้ อนในมหาวทิ ยาลยั หรือตดิ ต่อกับเพื่อนๆ ได้ ท้งั ใน มหาวิทยาลัย และตา่ งมหาวทิ ยาลัย หรือในต่างประเทศ อนิ เทอร์เนต็ จงึ เป็นเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ มีอัตราการขยายตวั อยา่ งรวดเรว็ จน คาดกนั ว่า ในอนาคต เครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตจะเชื่อมโยงคนทั้งโลกเขา้ ด้วยกนั เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ในประเทศไทย สามารถเช่ือมโยงได้ทุกมหาวิทยาลยั โดยมี การเช่อื มโยงเข้าสู่อนิ เทอร์เน็ต ทีเ่ ชื่อมโยงกันในประเทศ ซ่ึงจดั การโดยหน่วยบรกิ าร อินเทอรเ์ น็ต หรอื ทีเ่ รียกว่า ISP (Internet Service Provider) หน่วยบรกิ าร ISP จะมสี าย เช่อื มโยงไปยงั ต่างประเทศเขา้ สูอ่ ินเทอร์เน็ต ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยไดเ้ ชอ่ื มโยงกนั โดยมแี กนกลาง คือ ศนู ย์เทคโนโลยอี ิเล็กทรอนกิ ส์และคอมพวิ เตอร์แห่ง ชาติ และให้ช่ือเครือขา่ ยนวี้ ่า เครอื ข่ายไทยสาร (THAISARN - THAI Social / Scientific, Academic and Research 4

หนว่ ยที่ 1 ความรู้พืน้ ฐานเกีย่ วกบั อนิ เทอร์เน็ต เครอื่ งมอื อุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ Network) การเช่ือมโยงภายในประเทศ ทาให้ทุกเครือขา่ ยย่อย สามารถเชื่อมโยงเป็น อนิ เทอรเ์ นต็ สากลได้ ปีพ.ศ. 2537 เครือข่ายไทยสารเติบโตข้ึนเรื่อย ๆ และมีหน่วยงานต่าง ๆ ของ ราชการเข้ามาเช่ือมต่อในเครือข่ายมากขึ้นเร่ือย ๆ และต่อมาทางหน่วยงานเอกชนมีความ ต้องการใช้บริการมากขึ้นการส่ือสารแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชนเปิด ให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่บริษัทต่างๆ หรือบุคคลท่ัวไปที่สนใจ โดยเรียกบริษัทเอกชนที่ ใหบ้ ริการทางอนิ เตอรเ์ นต็ เชงิ พาณิชย์ว่า ISP (Internet Service Provider) ในความเป็นจริง ไม่มีใครเป็นเจ้าของ internet และไม่มีใครมีสิทธิขาดแต่เพียงผู้ เดียว ในการกาหนดมาตรฐานใหม่ต่าง ๆ ผู้ตัดสินว่าสิ่งไหนดี มาตรฐานไหนจะได้รับการ ยอมรับ คือ ผู้ใช้ ที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ท่ีได้ทดลองใช้มาตรฐานเหล่าน้ัน และจะใช้ ต่อไปหรือไม่เท่าน้ัน ส่วนมาตรฐานเดิมท่ีเป็นพ้ืนฐานของระบบ เช่น TCP/IP หรือ Domain name กจ็ ะต้องยึดตามน้ันต่อไป เพราะ Internet เป็นระบบกระจายฐานข้อมูล การจะเปลีย่ นแปลงระบบพื้นฐาน จงึ ไมใ่ ชเ่ รื่องงา่ ย 1.4 การเชื่อมต่ออนิ เทอร์เน็ตในไทย ผู้ใช้ในประเทศไทยยุค เร่ิมแรกจนถึงปัจจุบันใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายเป็น สาคัญ (Fixed Line Access) โดยเริม่ ตง้ั แต่ผา่ นสายโทรศพั ท์พน้ ฐานพัฒนาเรื่อยมาจนเป็น ใยแก้วนาแสงในปัจจุบัน Business Model บริการอินเทอร์เน็ต ในอดีตประชาชนเข้าถึง โครงข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการใช้คอมพิวเตอร์ต่อผ่านโทรศัพท์บ้าน โดยใช้โมเด็มเป็น อุปกรณ์โทรเรียกเข้าศูนย์ผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider: ISP) หรือที่เรียกกันท่ัวไปว่า Dial Up และคิด ค่าบริการเป็นช่ัวโมง การใช้โมเด็ม โทรเรียกเข้า ศูนย์บริการผ่านสายโทรศัพท์พ้ืนฐานด้ังเดิม จะมีอัตราการส่งข้อมูลที่ 28.8 kbps (28.8 กิโลบิตต่อวินาที) ซ่ึงสาเหตุที่ทาความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้เพียง 28 kbps นั้น เนื่องจากว่าสายโทรศัพท์พ้ืนฐานตามบ้านเดิมเป็นโครงข่ายที่ทาจากลวดทองแดง ซ่ึงจาก คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical Property) ของ ลวดทองแดงน้ัน สามารถอนุญาตให้ สัญญาณทางไฟฟา้ ท่ีมีความถไ่ี มเ่ กิน 28 กิโลเฮริ ์ซ หรือ28 กิโลบิตต่อวินาที เท่านั้นผ่านไป ได้แต่ในช่วงปลายศตวรรษท่ี20 เทคโนโลยีโมเด็มได้ถูกพัฒนาความเร็วข้อมูลเพิ่มเป็นสอง เท่าด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล (Data Compression) สามารถส่งความเร็วได้สูงถึง 56 kbps และความหวังของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต หลายฝ่ายดูเหมือนจะจบลงด้วยข้อมูลจากัด อัตราการรับสูงเท่าน้ันอยู่หลายปี อันเน่ืองจากข้อจากัดของโครงข่ายสายทองแดงเดิมที่มี อยทู่ ั่วโลก การเติบโตของอินเทอร์เน็ต หลักจากการเปล่ียนมาใช้ ทีซีพี/ไอพี มีจานวนโฮสต์ ในอนิ เทอรเ์ น็ตมียอดพุ่งขึ้นไปกว่า 1,000,000 โฮสต์ในแต่ละวันจะมีโฮสต์ใหม่เป็นจานวน 5

หนว่ ยที่ 1 ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกบั อินเทอรเ์ นต็ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใช้อนิ เทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ มากเพ่ิมขึ้นเข้าสู่ระบบและมีผู้ใช้รายใหม่เกิดข้ึนอย่างต่อเนื่องจานวนโฮสต์เพ่ิมขึ้นอย่างไม่ หยุดย้ังอัตราการเติบโตนี้มีปัจจัยหนุนอยู่หลายประการ แต่อาจจะจาแนกเฉพาะปัจจัย สาคญั ได้ 5 ประการคือ 1.การผนวกโปรโตคอลทีซพี ี/ไอพบี นยูนกิ ซ์ปี พ.ศ. 2526 2.ราคาของไมโครโปรเซสเซอร์ท่ีถกู ลงนับต้งั แต่ราวปี พ.ศ. 2526 3. เสน้ ใยแก้วนาแสงมรี าคาถูกลงตงั้ แตร่ าวปี พ.ศ. 2527 4. กาเนิดของเอ็มเอสเอฟเนต็ และการสร้างเครือขา่ ยส่วนภูมิภาค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 5. การใช้ระบบชอื่ โดเมนเนมตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ในปัจจุบันมีการรวมตัวกันของกลุ่มเครือข่ายท่ัวโลกที่มีบริการข่าวสารและ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ใช้ชื่อว่า เดอะแมตริกซ์ (The Matrix) หลายคนมักสับสนว่า อินเทอรเ์ นต็ และเดอะแมตริกซค์ ือ กลุ่มเครือข่ายกลุ่มเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วอินเทอร์เน็ต เพียงเครือข่ายหนึ่งในเดอะเมตริกซ์เท่าน้ัน หากแต่อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายเติบโต รวดเรว็ ทสี่ ุดในเดอะแมตรกิ ซ์ อนิ เทอรเ์ นต็ (Internet) ก่อให้เกดิ การเปลีย่ นแปลง ดังน้ี Digitization คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บและเรียกข้อมูลใดก็ตามท่ีสามารถ แปลงให้อยู่ในรูปแบบ ดิจิตอลขึ้นมาใช้ได้โดยไม่จาเป็นต้องใช้คนคอยจัดการ ดังนั้นจึงทา ให้เข้าถึงข้อมมุลได้มากขึ้น เช่น ถ้าบริษัทมี วิดีโอที่ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆท่ีเก็บไหว้ วิดีโอ เหลา่ น้สี ามารถแปลให้อย่ใู นรปู ดจิ ติ อลและจัดเกบ็ บนเซิรฟ์ เวอร์ วิดโี อกลางได้เมื่อพนักงาน ของบรษิ ัทซึง่ อยทู่ บี่ ริษทั โฆษณาแห่งหน่ึงเกิดอยากดแู คมเปญโฆษณาในช่วง 2 ปีท่ีผ่านมาก็ ไม่จาเป็นต้องโทรศัพท์เข้าไปที่ศูนย์จัดเก็บเพื่อขอเทปวิดีโออีกต่อไปเขาสามารถเข้าถึง เซิรฟ์ เวอร์วิดีโอ ได้ทันที ที่ผา่ นทางอนิ ทราเน็ตและเลน่ วิดโี อบน PC ในบริษัทโฆษณานั้นได้ เลย Globalization อินเตอร์เน็ตทาให้บริษัทมีโครงสร้างพ้ืนฐานสาหรับนาเสนอการ เข้าถึงข้อมลู แกค่ คู่ ้าหรอื พนกั งาน โดยไมต่ ้องคานงึ ถงึ คนเหลา่ นั้นอยู่ท่ใี ดซ่ึงต่างจากในอดีต ทพ่ี นกั งานจาเปน็ ต้องอยใู่ กล้ ๆขอ้ มลู เพอื่ จะสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูลได้โดยง่าย Mobility เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทาให้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะ อยู่ท่ีไหนก็ตาม ทุกวันน้ีคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เหมือน ๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือท่ี ทางาน ไมม่ ่จากดั ในการเข้าถึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ท่ีสานักงานสาหรับพนักงานที่ต้องเดินทาง เพื่อไปให้บริการลูกค้าอีกต่อไป การเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลาจะเพิ่มความสามารถ ในการตอบสนองความตอ้ งการของลูกค้าไดด้ ีย่งิ ขน้ึ Workgroups เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกันและการ ทางานร่วมกันระหว่างพนักงาน ปัจจุบันนี้ข้อมูลโครงการและการสนทนาโต้ตอบในแบบ ทนั ทสี ามารถจดั ขึ้นไดโ้ ดยไมต่ ้องคานึงว่าสมาชิกในทีมจะอาศัยอยู่ท่ีไหนกันบ้าง 6

หน่วยท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเกี่ยวกับอนิ เทอร์เน็ต เคร่อื งมืออปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เนต็ จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ Immediacy สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นเวลาเท่าไรหรือแม้แต่ตอน กลางคนื โดยการเขา้ ถงึ เว็บไซต์หรือเอก็ ซต์ รา้ เนต็ ของคู่คา้ หรอื อินทราเนต็ ของบริษทั 1.5 องค์ประกอบพื้นฐานในการเชอ่ื มตอ่ เข้าสรู่ ะบบอินเทอรเ์ นต็ องคป์ ระกอบพนื้ ฐานในการเชื่อมต่อเข้าสูร่ ะบบอินเทอรเ์ น็ต มดี งั นี้ 1) เคร่อื งคอมพิวเตอร์ 2) โมเดม็ (modem) เปน็ อุปกรณ์สาหรบั แปลงสญั ญาณแอนะล็อกเป็นดิจิทัล และ แปลงสัญญาณดิจิทัลเปน็ แอนะลอ็ ก โมเด็มมี 2 ประเภท คือ แบบติดต้ังภายในเคร่ือง คิมพวิ เตอร์ (internal modem) และแบบติดตัง้ ภายนอกเครือ่ งคอมพิวเตอร์ (external modem) ใชเ้ ชอื่ มต่อระหว่างคอมพวิ เตอรเ์ ข้ากับสายโทรศัพท์ 3)คูส่ ายโทรศัพท์ 1 หมายเลข หรืออุปกรณ์เช่ืมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายต่างๆ เช่น บลูททู (bluetooth) ยูเอสบีไวรเ์ ลส (USB wireless) แอรก์ าร์ด (aircard) 4) ช่ือบัญชีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (account) จากองค์กรหรือบริษัทผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP) โดนมีค่าใช้จ่ายคิดบริการหลากหลาย รูปแบบ เช่น รายเดอื น รายปี หรอื คดิ ตามปรมิ าณการดาวนโ์ หลดขอ้ มลู 5)ซอฟต์แวร์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรียกว่าโปรแกรมเบราว์เซอร์ เช่น อนิ เทอรเ์ น็ตเอกซ์พลอเรอร์ (Internet Explorer : IE)โมซลิ าไฟร์ฟอกซ์ (Mozilla Firefox) กเู กลิ โครม (Google Chrome) 1.6 หลกั การทางานของอนิ เทอรเ์ นต็ การทางานของอินเทอร์เน็ตนั้นจะประกอบดว้ ยสว่ นต่างๆ ที่เกยี่ วข้องกันดังนี้ TCP/IP : ภาษาส่อื สาร การที่เครื่องคอมพวิ เตอร์ทถ่ี ูกเชอื่ มโยงกนั ไวใ้ นระบบจะสามารถตดิ ต่อส่อื สารกนั ได้ น้ันจาต้องมีภาษาสื่อสาร(ท่ีเรียกว่า โพรโทคอล (Protocol)) เช่นเดียวกับคนเราท่ีต้องมี ภาษาพดู เพ่ือให้ส่ือสารเข้าใจกันได้ ภาษาสื่อสารในคอมพิวเตอร์ มีอยู่มากมายแตกต่างกัน ตามระบบที่ใช้ ซ่ึงเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องท่ีอยู่ในระบบจะต้องใช้ภาษาสื่อสาร เดียวกันจึงจะติดตอ่ ส่อื สารกันได้ ในระบบอินเทอร์เน็ตจะใช้ภาษาสื่อสารมาตรฐานที่ชื่อว่า TCP/IP(อ่านว่า ทีซีพีไอพี ซ่ึงย่อมาจากคาว่า Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นภาษาหลักดังน้ัน หากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใดไม่ว่าจะ เป็นเคร่ือง PC, MAC,หรือเครื่องระดับมินิ,จนไปถึงเมนเฟรม หากมี TCP,IP น้ีอยู่ก็จะ สามารถเชอื่ มโยงเข้าสู่อนิ เทอร์เน็ตได้ 7

หน่วยที่ 1 ความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับอนิ เทอรเ์ น็ต เคร่ืองมืออุปกรณค์ อมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เนต็ จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตัวอย่างของโพรโทคอลที่ใช้ในอนิ เทอรเ์ น็ต ไดแ้ ก่ HTTP (Hypertext Transfer Protocol) ทใ่ี ช้ในการสง่ หน้าเว็บเพจ FTP (File Trensfer Protocol) ที่ใชใ้ นการสง่ ไฟล์ เป็นต้น IP Address : หมายเลขประจาเครื่องเคร่ืองคอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองที่อยู่ใน ระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องมีหมายเลขประจาเคร่ืองที่ไม่ซ้ากันเลยเรียกว่า IP Address หรือ Internet Address เพื่อใช้เป็นตัวช้ีเฉพาะให้กับระบบเมื่อมีการติดต่อสื่อสาร ภาษา ส่ือสารTCP/IP จะใช้หมายเลข IP Address ของเคร่ืองต้นทางและปลายทางนี้ในการ กากับข้อมูลท่ีถูก ส่งผ่านเข้าไปในระบบเพ่ือให้สามารถส่งไปยังที่หมายเลขได้อย่างถูกต้อง ดังน้ัน ถ้าเปรียบเครื่องแต่ละเคร่ือง เป็นบ้านแต่ละหลังIP Address ก็คือบ้านเลขที่ของ บ้านแต่ละหลังน่ันเอง IP Address จะประกอบด้วยข้อมูล จานวน 32 บิตโดยแยก ออกเป็น 4 ส่วนๆ ละ 8 บิต โดยแต่ละส่วนจะค่ันกันด้วยเครื่องหมายจุด เช่น 207.68.156.54 เปน็ ต้น โดเมนเนม ( Domain name system :DNS) : ตง้ั ชอื่ แทนหมายเลข เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตมเี คร่ืองตา่ งๆ เขา้ ร่วมในระบบมากขึ้น การใช้ IP Address ในการอา้ งถึงเครื่องคอมพวิ เตอร์ ของแตล่ ะองค์กรเร่ิมกระทาได้ยากขึ้น เน่อื งจาก IP Address เป็นตัวเลขที่ยากแกก่ ารจดจาและอาจสบั สนจาผิดได้ แนวทาง แก้ปัญหาคือการตง้ั ช่ือหรือตวั อักษรขึ้นมาแทนที่ IP address ซึ่งสะดวกในการจดจา มากกวา่ เช่น IP address คอื 203.183.233.6 แทนที่ดว้ ยชอ่ื dusit.ac.th ผใู้ ช้งาน สามารถ จดจาช่อื dusit.ac.th ไดง้ า่ ยกวา่ การจาตัวเลข ดงั น้ันระบบอนิ เทอรเ์ น็ตจึง อนุญาตให้เครื่อง แตล่ ะเครอ่ื งในระบบสามารถตัง้ ชอ่ื ข้นึ มาแทนได้ เพื่อใหผ้ ู้ท่ีต้องการ ตดิ ต่อดว้ ยเรยี กใช้ไดส้ ะดวกข้ึน ช่ือเหล่าน้ีเรียกวา่ ชอื่ โดเมน (Domain Name) ชื่อโดเมนจะต้องเขยี นอย่ใู นรูปแบบของระบบชื่อโดเมน (Domain Name System หรอื DNS) โดยช่ือโดเมนจะแบ่งออกเป็นระดบั ชั้น โดยอาจจะเป็น 2 ระดบั หรอื 3 ระดบั ก็ได้โดยแตล่ ะระดบั จะคน่ั กนั ด้วยเครือ่ งหมายจุดเชน่ เดยี วกบั IP Address ประเภทของ Domain Name แบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท 1. โดเมน 2 ระดับ ชอ่ื โดเมน . ประเภทของโดเมน 2. โดเมน 3 ระดบั ช่อื โดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ โดเมนเนม (Domain Name) หมายถึง ชอ่ื เรียกของเว็บไซต์ เกิดจากการจด ทะเบยี นโดเมนเนม เปน็ การลงทะเบยี นช่ือใหก้ ับเว็บไซตใ์ นโลกอินเตอรเ์ น็ต โดเมนเนมที่ ขอจดทะเบยี นจะไม่ซา้ กนั ในโลกอินเตอรเ์ น็ต และการต้งั จะเกี่ยวข้องกับเนื้อหา สนิ คา้ และ บรกิ าร ทเี่ ป็นข้อมลู เกี่ยวกับภายในเวบ็ ไซต์ โดยใชค้ าท่ีจาได้ง่าย เชน่ sanook.com และ yahoo.com เป็นต้น ซึง่ ประเภทของโดเมนเนม แบง่ ตามลักษะของชอ่ื ออกเป็น 2 ประเภท คอื 8

หน่วยที่ 1 ความรูพ้ นื้ ฐานเกยี่ วกบั อินเทอร์เนต็ เคร่อื งมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ โดเมนเนม 2 ระดับ และโดเมนเนม 3 ระดบั โดยขอยกตัวอยา่ ง ดังน้ี โดเมนเนม 2 ระดับ เช่น http://www.sanook.com หรอื http://www.hunsa.com โดยท่ี www คือ ประเภทการใหบ้ ริการแบบ World Wide Web ส่วนที่ 1 sanook หรือ hunsa เปน็ ช่ือ หรอื อกั ษรย่อของบรษิ ัท หรือหนว่ ยงาน เจา้ ของเวบ็ ไซต์ ส่วนท่ี 2 .com เป็นอักษรย่อของประเภทองค์กร ซ่งึ ที่พบบ่อยมดี ังนี้ .com เป็นบรษิ ัทหรอื องค์กรพาณิชย์ เชน่ บริษทั โซนี่ (www.sony.com) .edu เป็นสถาบนั การศึกษา เช่น มหาวิทยาลยั ฮารว์ ารด์ (www.harvard.edu) .gov เปน็ องค์กรของรัฐบาล เชน่ องค์การนาซ่า (www.nasa.gov) .mil เป็นองค์กรทางทหาร เช่น กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา (www.af.mil) .net เปน็ องค์กรที่ทาหน้าท่เี ป็นเกตเวย์หรือจดุ เชื่อมตอ่ เครือขา่ ย หรือใหบ้ ริการ ดา้ นอนิ เทอร์เน็ต(www.mci.net) .org เป็นองค์กรทไี่ ม่เข้าขา่ ยองคก์ รท้ังหมดท่ีได้กลา่ วถึง .biz เปน็ บรษิ ทั หรอื องค์กรทางธรุ กจิ .info ใชใ้ นโอกาสโฆษณาสนิ ค้า หรือเหตกุ ารณ์สาคญั โดเมนทีไ่ ด้รับความนยิ มกนั ท่ัวโลก ทถี่ อื วา่ เปน็ โดเมนสากล มดี งั น้ี คือ .com ยอ่ มาจาก commercial สาหรบั ธรุ กิจ .edu ย่อมาจาก education สาหรบั การศึกษา .int ยอ่ มาจาก International Organization สาหรบั องค์กรนานาชาติ .org ยอ่ มาจาก Organization สาหรับหนว่ ยงานที่ไม่แสวงหากาไร โดเมนเนม 3 ระดบั เช่น http://www.spa.ac.th หรือ http://www.school.net.th www คือประเภทการให้บริการแบบ World Wide Web สว่ นท่ี 1 spa,school เปน็ ชือ่ หรือชื่อย่อขององค์กร เช่นspa คอื ชือ่ ย่อของ โรงเรยี น สภาราชินี จงั หวดั ตรัง สว่ นที่ 2 .ac , .go , .net คายอ่ ในสว่ นที่ 2 หลังเครื่องหมายจดุ เปน็ ประเภทของ องค์กร ส่วนท่ี 3 .th คาย่อในสว่ นท่ี 3 หลงั เคร่อื งหมายจดุ เปน็ ทตี่ ง้ั ขององค์กรนั่น ตวั ยอ่ สว่ นที่ 2ท่ีพบบ่อยคือ .co หมายถงึ บรษิ ัทหรือองค์กรพาณชิ ย์ .ac หมายถึง สถาบันการศึกษา .go หมายถึง องคก์ รของรฐั บาล .or คอื องค์กรเอกชนทีไ่ ม่แสวงผลกาไร 9

หนว่ ยท่ี 1 ความรู้พนื้ ฐานเก่ยี วกับอินเทอรเ์ น็ต เครอ่ื งมอื อุปกรณค์ อมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ .net หมายถึง องค์กรทีใ่ ห้บริการเครือข่าย ตวั ย่อส่วนท่ี 3 คอื อกั ษรยอ่ ของประเทศตา่ ง ๆ ท่ีองค์กรน้ันตง้ั อยู่ เช่น .th คือ ประเทศไทย .cn คอื ประเทศจนี .uk คอื ประเทศอังกฤษ .jp คือ ประเทศญปี่ นุ่ การขอจดทะเบียนโดเมน การขอจดทะเบียนโดเมนต้องเข้าไปจะทะเบยี นกับหนว่ ยงานที่รบั ผดิ ชอบ ช่อื โดเมนท่ีขอจดนั้นไมส่ ามารถซ้ากบั ชอื่ ที่มอี ยู่เดิม เราสามารถตรวจสอบได้วา่ มชี ื่อโดเมน น้ันๆ หรอื ยงั ได้จากหนว่ ยงานท่ีเราจะเข้าไปจดทะเบียน การขอจดทะเบยี นโดเมน มี 2 วธิ ี ด้วยกัน คอื 1. การขอจดะเบยี นให้เปน็ โดเมนสากล (.com .edu .int .org .net ) ต้องขอจด ทะเบยี นกับ www.networksolution.com ซง่ึ เดมิ คอื www.internic.net 2. การขอทดทะเบยี นที่ลงทา้ ยด้วย .th (Thailand)ตอ้ งจดทะเบยี นกบั www.thnic.net เวิลดไ์ วดเ์ ว็บ (World Wide Web) เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web หรือ WWW ) เป็นบริการข้อมูล ขา่ วสารในแบบส่ือผสมหรือมัลติมีเดีย (Multimedia) กล่าวคือ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูล ท่ีมีท้ังข้อความ,ภาพ,และเสียงประกอบกันแทนที่จะมีเพียงตัวอักษรละลานตาเพียงอย่าง เดียว จึงสามารถเรียกความสนใจจากผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ปัจจุบัน ทาให้ข้อมูลประเภทนี้สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวในแบบของภาพยนตร์และ แสดงเสียงได้คุณภาพสงู เลยทเี ดียวข้อมูลนี้จะถูกแบ่งเป็นหน้าๆ แต่ละหน้าจะถูกเขียนด้วย ภาษาทางคอมพิวเตอร์ท่ีพัฒนาขึ้นใหม่เรียกว่าภาษา HTML (HyperText MarkupLanguage) ซึ่งสามารถเช่ือมโยงถึงกันได้โดยไม่จาเป็นต้องอยู่ท่ีเดียวกัน ดังนั้ข้อ มลู จากทกุ มมุ โลกจงึ ถกู โยงใยไปมาถงึ กนั ได้ราวกับใยแมงมุม จึงเรียกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ หรือ เครือข่ายใยแมงมุมภาษา HTML ย่อมาจากคาว่า Hypertext Markup Language หมายถึง ภาษาทใ่ี ช้สาหรบั สร้างเวบ็ เพจ โดยจะได้รับการแปลหรือการแสดงผลโดยเว็บ เบ ราเซอร์ซึ่งสามารถแสดงได้ท้ังข้อความ ภาพ และเสียง และภาพเคล่ือนไหว การสร้างเวบ เพจด้วยภาษา HTML ใช้โปรแกรมประมวลผลคาทั่วไป เช่น Wordpad Notepad และ MS-word เป็นต้น โดยปกติจะนิยมใช้โปรแกรมNotepad ซ่ึงมาพร้อมกับปฏิบัติการ วินโดวส์ ทาให้ใช้งานและแก้ไขงานสะดวก รูปแบบโครงสร้างภาษา HTML ประกอบด้วย ส่วนเริ่มต้นของคาสั่ง เรียก Tag เปิด และส่วนจบของคาสั่ง เรียก Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเคร่ืองหมาย Slash ( / ) ซึง่ ภาษา HTML จึงมีโครงสร้างที่ง่าย เหมาะสาหรับผู้เร่ิมต้น สรา้ งเวบเพจ และใชง้ านรว่ มกบั โปรแกรมการสร้างเวบ็ เพจอื่นๆ เพื่อทาให้เว็บเพจสวยงาม และมปี ระสทิ ธิภาพมากยิ่งขึน้ 10

หน่วยที่ 1 ความรพู้ ืน้ ฐานเก่ยี วกับอนิ เทอร์เนต็ เคร่อื งมืออุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ เวิลดไ์ วด์เวบ็ (WWW) ประกอบดว้ ย เวบ็ ไซต์ (Web Site) เป็นท่ที ใ่ี ชใ้ นการจัดเก็บเวบ็ เพจแต่ละองคก์ รท่จี ะนาเสนอขอ้ มูลของตนในรูปแบบ ของเว็บนี้มักจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง และมักใช้ชื่อองค์กรเป็นชื่อเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ที่ สนใจสามารถจดจาไดง้ า่ ย โฮมเพจ (Home Page) เว็บเพจหน้าแรกสุดของข้อมูลแต่ละเรื่องซึ่งก็เปรียบเทียบเสมือนห น้าปกของ หนังสือ น่ันเองสว่ นของโฮมเพจนี้จะเป็นส่วนที่บอกให้ทราบว่าข้อมูลน้ีเป็นข้อมูลเรื่องใด พร้อมกับ มีเมนูในการเลือกไปยังหวั ขอ้ ต่างๆในเร่ืองน้นั ๆ ด้วย เวบ็ เพจ (Web Page) เอกสารข้อมูลในแต่ละหน้าซึ่งถูกเขียนข้ึนด้วยภาษา HTML ข้อมูลท่ีแสดงในเว็บ เพจ แต่ละหน้าน้ีอาจประกอบด้วย ข้อความ,ภาพ,และเสียง จึงเป็นข้อมูลแบบสื่อผสมหรือ มลั ติมีเดยี เวบ็ เบราวเ์ ซอร์ (Web Browser) เว็บเพจแตล่ ะหนา้ เปน็ เอกสารข้อมูลทถ่ี กู เขียนข้ึนดว้ ยภาษา HTML ดงั น้ัน การที่ เคร่อื งของเราจะอ่านและ แสดงผลบนเว็บเพจเหล่านี้ได้จะต้องมีโปรแกรมพิเศษสาหรับทา หน้าท่ีนี้โดยเฉพาะโปรแกรมเหล่านี้เรียกว่าเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ซึ่งมีอยู่ มากมายในปัจจุบัน แต่ที่รู้จักกันดีเห็นจะได้แก่ Internet Explorer ของบริษัท ไมโครซอฟท,์ Google Chrome ของ Google,และ Firefox ของ Mozilla เป็นตน้ Web Hosting(เว็บโฮสติ้ง) คือ การบริการให้เช่าพื้นที่ในการนาเว็บไซต์มาฝาก เพ่อื ให้เวบ็ ไซต์คุณสามารถออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ โดยเป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ คอื ผใู้ ช้บรกิ ารไมต่ ้องยงุ่ ยากกับระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ เพราะทางผู้ให้บริการ Web Hosting จะเตรยี มการทกุ อยา่ งไว้ให้เรยี บร้อย แต่คุณตอ้ งทาการ จดโดเมน ก่อนแล้วจึงมาเช่า Web Hosting เพือ่ เกบ็ เว็บไซต์ Link คือ ส่วนของเว็บเพจที่เราสามารถคลิกเพ่ือเปิดเว็บเพจหรือเว็บไซต์ใหม่ ข้ึนมาแทนท่ีเว็บไซต์หน้าปัจจุบันได้ โดยสามารถเป็นได้ท้ังตัวอักษร ข้อความ หรือแม้แต่ รูปภาพ HTTP ชื่อโปรโตคอลซึ่งเป็นข้อกาหนดในการส่งข้อมูลของเวิลด์ไวด็เว็บ โดยเรา จะเห็นว่าต้องพิมพ์คาว่า “http://”นาหน้าช่ือ URL เมื่อจะเปิดเว็บเสมอ เพื่อบอกให้ บราวเซอร์ร้องขอบริการเว็บจากเว็บเซิร์ฟเวอร์นั่นเอง (แต่ปัจจุบันบราวเซอร์จะแทรกให้ โดยอัตโนมัตถิ งึ แมจ้ ะพมิ พ์แต่ URL อย่างเดยี ว) 11

หน่วยท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกบั อนิ เทอรเ์ น็ต เครอ่ื งมืออปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใช้อินเทอร์เนต็ จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ เวบ็ มาสเตอร์ (Webmaster) หมายถงึ ชอ่ื เรียกผู้ดูแลเวบ็ ไซต์ ดาวน์โหลด (Download) หมายถึง การคัดลอกข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่ายที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต(Server Computer) ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ เก็บข้อมูล อัพโหลด (Upload) หมายถึง การคัดลอกข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีเก็บ ข้อมลู อย่ไู ปยงั เครอื่ งคอมพิวเตอร์แม่ขา่ ยท่ีใหบ้ ริการอินเตอร์เน็ต(Server Computer) เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) หมายถึง เคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีเป็นแม่ข่ายทา หน้าทเ่ี กบ็ เว็บไซต์ และให้บริการเกีย่ วกบั เวบ็ ตามทเี่ ว็บบราวเซอร์รอ้ งขอข้อมูลมา 1.7 บริการบนเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต (Internet Service) บริการบนอินเทอรเ์ น็ต หมายถึง ส่ิงท่ีเราสามารถกระทาไดเ้ มอื่ เราเชือ่ มต่อกับ อนิ เทอรเ์ น็ต ซงึ่ มีมากมายหลายอย่าง เช่น 1. E-mail หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นบริการในระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ท่ีสาคัญท่ีมีผู้นิยมใช้บริการกันมาก สามารถส่งตัวอักษร ข้อความ แฟ้มข้อมูล ภาพ เสียง ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังผู้รับอาจจะเป็นคนเดียว หรือกลุ่มคน โดยทั้งที่ผู้ส่งและผู้รับ เป็นผู้ใช้ที่อยู่ ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เดียวกัน ช่วยให้ สามารถติดต่อสื่อสาร ระหว่างกันได้ทั่วโลกมีความสะดวก รวดเร็วและสามารถส่ือสารถึง กันไดต้ ลอดเวลา โดยไม่ต้องคานึงถงึ วา่ ผรู้ บั จะอยู่ท่ีไหน จะใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์อยู่หรือไม่ เพราะไปรษณีย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์จะเก็บข้อความเหล่านัน้ ไว้ 2 . การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล (Upload, Download, FTP) การโอนย้าย แฟ้มขอ้ มลู เป็นการเปล่ียนไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเคร่ืองเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการใน การโอนยา้ ยแฟ้มขอ้ มลู เรียกว่า FTP Server กับเครื่องไคลเอนต์ที่ใช้บริการที่เรียกว่า FTP Client แบ่งเปน็ 2 ลักษณะ คอื การดาวนโ์ หลด และ การอปั โหลด 2.1 การดาวนโ์ หลด ( Download ) คอื การโอนยา้ ยแฟม้ ข้อมลู จาก เคร่ืองเซิร์ฟเวอร์ในระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตมาบันทึกไวใ้ นคอมพวิ เตอร์ 2.2 การอปั โหลด ( Upload ) คอื การโอนยา้ ยแฟ้มข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ ไปบันทกึ ไว้ทีเ่ ครื่องเซิรฟ์ เวอร์ที่ใหบ้ รกิ ารผา่ นโปรแกรมสาหรบั อปั โหลด 3. การเผยแพร่สารสนเทศ มีหลายรูปแบบ ได้แก่ การจัดทาเว็บเพจฝากไว้ใน เว็บไซต์ กระดานข้อความกระดานข่าว (Web Board) บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีการ ให้บริการในลักษณะของกระดานข่าว โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ จานวนหลายพันกลุ่ม เรียกว่าเป็น กลุ่มข่าว หรือ Newsgroup ทุกๆ วันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านระบบดังกล่าว โดยแบ่งแยกออกตามกลุ่มที่สนใจ เช่น กลุ่มผู้สนใจ ศิลปะ กลุ่มผู้สนใจเพลงร็อค ฯลฯ 12

หนว่ ยที่ 1 ความรูพ้ ้นื ฐานเกีย่ วกบั อนิ เทอร์เนต็ เครือ่ งมอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตจรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ บล็อก หรอื เวบ็ ลอก(blog or weblog) เปน็ การฝากข้อเขียนที่มีลักษณะคล้ายสมุดบันทึก ส่วนบคุ คล เรอ่ื งราวท่ีข้นึ นั้นไมจ่ าเป็นตอ้ งเปน็ ประจาวนั เท่านนั้ แต่เปน็ เรือ่ งอะไรกไ็ ด้ 4. ห้องสนทนา (chat Room) การสนทนาแบบออนไลน์ (Chat) ผู้ใช้บริการ สามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คนอ่ืน ๆ ในอินเตอร์เน็ตได้ในเวลาเดียวกัน (โดยการพิมพ์เข้าไป ทางคยี บ์ อรด์ ) เสมอื นกับการคุยกัน แต่ผ่านเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของท้ังสองที่ ซึ่งก็สนุกและ รวดเร็ว บริการสนทนาแบบออนไลน์นี้เรียกว่า Talk เน่ืองจากใช้โปรแกรมท่ีช่ือว่า Talk ติดต่อกันหรือจะคุยกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ คนในลักษณะของการ Chat (ช่ือเต็มๆ ว่า Internet Relay Chat หรือ IRC ก็ได้) การสนทนาผ่านเครือข่ายออนไลน์ ท่ีได้รับความ นิยมในปัจจุบันมีหลายโปรแกรมเช่น โปรแกรม Windows Messenger (MSN), Yahoo Messenger 5. World Wide Web (www) หรือเครือข่ายใยแมงมุม เป็นบริการหนึ่งที่อยู่ บนอินเทอร์เน็ต ที่มีลักษณะของการแสดงผลในรูปแบบ กราฟิกสวยงาม เต็มไปด้วยสีสัน เพียบพร้อมท้ังภาพและเสียงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิง เทคโนโลยีด้านมัลติมีเดีย ทาให้ เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ทวคี วามมหศั จรรยใ์ ห้กับ การศึกษาในโลกไร้พรมแดน เหตุท่ีเรียกว่า ใยแมงมุม ก็ด้วยความสามารถในการ เชื่อมโยงข้อมูล จากตาแหน่งหนึ่งไปยังอีกตาแหน่ง หน่ึงได้ ด้วยการคลิกเมาส์ที่จุดเช่ือมโยง เพียงครั้งเดียว ทาให้สามารถผูกเรื่องราวท่ี เกี่ยวข้องกันจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ัวทุกมุมโลก เข้าด้วยกันได้สะดวกต่อการศึกษา คน้ คว้า 6. เครือข่ายสังคมหรือชุมชนเว็บ (social network or web community) รูปแบบของห้องสนทนาถูกพัฒนาต่อมา เป็นการใช้งานเพื่อให้กลุ่มคนที่มีความสนใจด้าน เดยี วกนั มาติดต่อสอ่ื สารกนั และมกี ารเรียกชื่อการติดต่อส่ือสารผ่านเครือข่ายในลักษณะนี้ ว่า เครือข่ายสังคม (Social network) หรือ ชุมชนเว็บ (web community) ตัวอย่าง เว็บไซต์ทีบ่ รกิ ารประเภทนไ้ี ด้แก่ 6.1 ทวติ เตอร์ (Twitter) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จาพวกไม โครบล็อก โดยผู้ใชส้ ามารถสง่ ข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ว่าตัวเองกาลังทาอะไรอยู่ ทวิตเตอรก์ ่อตง้ั โดยบริษทั Obvious Corp เมือ่ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2006 ท่ีซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมรกิ า ขอ้ ความอพั เดตท่สี ่งเข้าไปยังทวิตเตอร์จะแสดงอยู่บนเว็บเพจของผู้ใช้คนน้ัน บนเว็บไซต์และผู้ใช้คนอื่นสามารถเลือกรับข้อความเหล่านี้ทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ อีเมล์ หรือโปรแกรมเฉพาะอย่าง TweetDesk เป็นต้น โดยการรับข่าวสารข้อความจากผู้อ่ืน เรียกว่า “Following” และสาหรับผู้อ่ืนท่ีมาติดตามข่าวสารของเราถูกเรียกว่า “Follower” สาหรับการสื่อสารหรือผู้คุย สนทนากันผ่านทางทวิตเตอร์น้ันสามารถทาได้ โดยการเรียกช่ือ เช่น ต้องการกบั ผใู้ ชท้ วิตเตอรท์ ่ใี ช้ช่ือในระบบว่า “Smith” สามารถทาได้ โดยการพิมพ์ @Smith แลว้ ตามด้วยขอ้ ความท่ตี ้องการ เช่น “@Smith สวัสดีครับ” 13

หนว่ ยท่ี 1 ความรู้พนื้ ฐานเกยี่ วกับอนิ เทอรเ์ น็ต เครือ่ งมอื อปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 6.2 6.2 Facebook เป็นบริการเครือข่ายสังคมและเว็บไซต์เปิดใช้งาน เมื่อปี ค.ศ. 2004 ก่อต้ังโดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ใช้สามารถสร้างข้อมูลส่วนตัว เพิ่ม รายชื่อผ้ใู ชอ้ ่นื ในฐานะเพ่ือน และแลกเปล่ียนข้อความ รวมถึงได้รับแจ้งโดยทันทีเมื่อมีการ ปรับปรุงข้อมูลส่วนตัว นอกจากน้ันผู้ใช้ยังสามารถร่วมกลุ่มความสนใจส่วนตัว จัดระบบ ตามสถานที่ทางาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรืออ่ืนๆ Facebook อนุญาตให้ใครก็ได้เข้า สมัครลงทะเบยี นกบั Facebook โดยตอ้ งมีอายมุ ากกว่า 13 ปขี ึ้นไป ขอ้ ดีของ Social Network 1. สร้างความสัมพันธ์ท่ีดจี ากเพอ่ื นสู่เพือ่ น มโี อกาสได้พบเพ่ือนเก่า หรือเพ่ือนใหม่ ทมี่ ีความสนใจในสิง่ ทค่ี ลา้ ยกนั แลกเปลย่ี นข้อมลู ความรู้ในสง่ิ ที่สนใจร่วมกนั ได้ 2. เป็นตัวกลางในการเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้ง คาถามในเรื่องต่างๆ เพ่ือให้บุคคลอ่ืนที่สนใจหรือมีคาตอบได้ช่วยกันตอบ กลายเป็น คลังขอ้ มลู ความรขู้ นาดยอ่ มได้เลยทีเดียว 3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อกับคนอ่ืน สะดวกและรวดเร็วไม่ว่าผู้ใช้งานจะ อยทู่ ี่ใดบนโลกนี้ 4. เป็นส่ือในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพ่ือให้ผอู้ น่ื ได้เขา้ มารับชมและแสดงความคดิ เห็น 5. ใชเ้ ปน็ ส่ือในการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ หรือบรกิ ารลูกคา้ สาหรบั บริษัทและ องค์กรตา่ งๆ ช่วยสรา้ งความเชือ่ มัน่ ให้ลกู ค้า 6. คลายเครียดไดส้ าหรบั ผใู้ ช้ที่ตอ้ งการหาเพอ่ื นคยุ เลน่ สนกุ ๆ ข้อเสียของ Social Network 1.เวบ็ ไซต์ใหบ้ ริการบางแหง่ อาจจะเปิดเผยข้อมลู ส่วนตวั มากเกินไป หาก ผู้ใช้บริการไมร่ ะมดั ระวังในการกรอกข้อมลู อาจถกู ผู้ไม่หวงั ดนี ามาใชใ้ นทางเสยี หาย หรอื ละเมิดสทิ ธสิ ว่ นบุคคลได้ 2. Social Network เป็นสงั คมออนไลน์ท่กี วา้ ง ย่อมมีบุคคลทไี่ ม่หวงั ดีแฝงตวั อยู่ ดงั นัน้ หากผ้ใู ชร้ ู้เทา่ ไมถ่ ึงการณ์หรอื ขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงผ่านอนิ เทอรเ์ น็ต หรอื การนดั เจอกันเพ่ือจดุ ประสงค์ร้าย ดงั ที่เปน็ ขา่ วผา่ นๆมา 3. แมว้ า่ Social Network Service จะเปน็ สื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพ ตา่ งๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเหน็ แต่ก็เปน็ ชอ่ งทางในการถกู ละเมิด ลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรอื ถูกแอบอา้ งด้วยเช่นกัน 4. จะทาให้เสียเวลาถา้ ผู้ใชใ้ ช้อย่างไร้ประโยชน์ 14

หนว่ ยท่ี 1 ความรพู้ น้ื ฐานเก่ยี วกับอินเทอรเ์ นต็ เครื่องมอื อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เนต็ จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ บทสรปุ อินเตอร์เน็ต (Internet) ย่อมาจากคาว่า “Inter Connection network” หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ท่ีเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ท่วั โลกเขา้ ไว้ดว้ ยกนั เพอื่ ใหเ้ กดิ การสือ่ สาร และการแลกเปล่ียนข้อมูลร่วมกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ประเทศรัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สาเร็จ กระทรวงกลาโหมของ สหรัฐอเมริกาจึงได้รับรู้ว่า เทคโนโลยีช้ันสูงของประเทศยังล้าหลังกว่าของรัสเซีย ซึ่งส่งผล ให้เกิดการตื่นตัว ท่ีจะพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยกระทรวงกลาโหม จงึ กอ่ ต้งั หนว่ ยงานวิจยั ชั้นสงู ทีช่ ่ือวา่ Advanced Research Projects Agency หรือท่ีรู้จัก กันในนามของ ARPA ได้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ๔ แห่ง เข้าด้วยกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เครือข่าย ARPANET ขยายใหญ่ข้ึน และสามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของ มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ถึง ๒๓ เครื่อง ผู้พัฒนาเครือข่ายหลายคน เร่ิมเห็นปัญหาของการ เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหลากหลายชนิด และหลากหลายผลิตภัณฑ์ จึงทาให้เกิด ปัญหายุง่ ยากในการเชอื่ มโยง แนวความคิดทจ่ี ะสรา้ งระบบเปิดจึงเกิดข้ึน กล่าวคือ กาหนด มาตรฐานกลางที่ผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อสามารถจะเช่ือมโยงเข้าสู่มาตรฐานน้ีได้ โดยอาศัย ตัวเช่ือมเครือข่ายภายใต้มาตรฐานการเช่ือมโยงเดียวกัน นั่นก็คือ TCP/IP Protocol ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทาการเช่ือมโยง เพื่อส่งอิเล็กทรอนิกส์เมล์ กับประเทศออสเตรเลีย ซ่ึงทาให้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เมล์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็น คร้ังแรก การทางานของอินเทอร์เน็ตนั้นจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ TCP/IP HTTP (Hypertext Transfer Protocol) ที่ใช้ในการส่งหน้าเว็บเพจ FTP (File Trensfer Protocol) ท่ีใช้ในการส่งไฟล์ IP Address : หมายเลขประจาเครื่องเคร่ืองคอมพิวเตอร์ แต่ละเคร่ืองที่อยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องมีหมายเลขประจาเคร่ืองที่ไม่ซ้ากันเลย เรียกว่า IP Address: ภาษาสื่อสาร โดเมนเนม ( Domain name system :DNS) : ตั้ง ช่ือแทนหมายเลข ซึ่งจะมี 2 ประเภท 1) โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของ โดเมน และ 2) โดเมน 3 ระดับ ช่ือโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เวิลดไ์ วด์เวบ็ (World Wide Web หรอื WWW ) เปน็ บรกิ ารขอ้ มูลข่าวสารในแบบส่ือผสม หรือมัลติมีเดีย (Multimedia) กล่าวคือ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลท่ีมีท้ังข้อความ,ภาพ ,และเสยี งประกอบกนั แทนท่ีจะมีเพียงตัวอักษรละลานตาเพียงอย่างเดียว จึงสามารถเรียก ความสนใจจากผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีเวิลด์ไวด์เว็บ (WWW) ประกอบด้วย เว็บไซต์ (Web Site)โฮมเพจ (Home Page) เว็บเพจ (Web Page)เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) Web Hosting(เว็บโฮสติ้ง) Link , http เว็บมาสเตอร์ (Webmaster) ดาวน์โหลด (Download) อัพโหลด (Upload) เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)g gคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ี เป็นแม่ข่ายทาหน้าท่ีเก็บเว็บไซต์ และให้บริการเกี่ยวกับเว็บตามท่ีเว็บบราวเซอร์ร้องขอ ข้อมูลมา บริการบนอินเทอร์เน็ตคือ สิ่งที่เราสามารถกระทาได้เมื่อเราเชื่อมต่อกับ 15

หน่วยที่ 1 ความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับอินเทอรเ์ น็ต เคร่อื งมืออุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ อินเทอร์เน็ต ซึ่งมีมากมายหลายอย่าง เช่น Email การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล (Upload, Download, FTP)การเผยแพร่สารสนเทศ ห้องสนทนา (chat Room) World Wide Web (www)เครอื ข่ายสงั คมหรอื ชุมชนเว็บ (social network or web community) วิธีการสอนและกิจกรรม 1. ผสู้ อนบรรยายเนื้อหา 2. นักศึกษารว่ มอภิปราย 3. ผ้สู อนต้ังคาถามใหผ้ ู้เรียนมีสว่ นรว่ มในการเรยี น 4. นักศึกษาสรุปลักษณะสาคัญของความรพู้ ้ืนฐานอินเทอรเ์ น็ต 5. นักศกึ ษาทาแบบฝึกหดั 6. นักศกึ ษาคน้ ควา้ เพิ่มเติมจากอนิ เทอร์เน็ต สือ่ การสอน 1. ประกอบและเอกสารประกอบการสอน 2. โสตทัศนวสั ดุ Power Point Presentation 3. สื่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพว่ ง งานทมี่ อบหมาย 1.คน้ ควา้ เพ่มิ เตมิ ในเรื่องความรพู้ ้นื ฐานเก่ียวกับอินเทอร์เน็ต 2.ทาแบบฝึกหดั ที่ 1 การวัดผล 1. พจิ ารณาการเขา้ ชนั้ เรียนตามเวลากาหนด 2. มสี ว่ นรว่ มกิจกรรมการเรยี น 3. ตรวจแบบฝึกหดั การซักถาม-ตอบ 4. สอบกลางภาค 16

หน่วยท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเกยี่ วกับอินเทอรเ์ นต็ เคร่ืองมืออุปกรณค์ อมพิวเตอร์ และความปลอดภยั ในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ แบบฝึกหดั เร่ืองความร้พู ืน้ ฐานเก่ยี วกับอินเทอรเ์ น็ต อภิปรายและตอบคาถามในหัวข้อดงั ต่อไปน้ี 1. อนิ เทอร์เนต็ หมายถึงอะไรจงอธิบาย 2. อินเทอร์เนต็ เกิดข้นึ หรอื พัฒนามาจากเครอื ข่ายใด 3. กาเนดิ อนิ เทอร์เนต็ คร้งั แรกทีห่ น่วยงานใด 4. ประเทศไทยเริม่ ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ครงั้ แรกที่หน่วยงานใด 5. อธบิ ายการเช่อื มต่ออินเทอรเ์ น็ตในประเทศไทยวา่ เป็นอย่างไรบ้าง 6. อธิบายองค์ประกอบพนื้ ฐานในการเชอื่ มตอ่ เขา้ สรู่ ะบบอินเทอร์เน็ต 7. อธิบายหลกั การทางานของอินเทอรเ์ นต็ ประกอบอะไรบ้าง 8. ยกตวั อยา่ งการบรกิ ารบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตพรอ้ มอธิบายมาให้มากทีส่ ดุ 9. จงบอกข้อดแี ละข้อเสียในการใชง้ าน Social Network 17


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook