Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 4.ทักษะเพลงไทย 5

4.ทักษะเพลงไทย 5

Published by ticha.kum, 2019-08-27 10:44:24

Description: 4.ทักษะเพลงไทย 5

Search

Read the Text Version

คาํ นํา โรงเรียนราชประชานุเคราะห ๓๑ จังหวัดเชียงใหม สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ไดนําหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ไปใชเปนกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และ จดั การเรียนการสอนเพ่ือพฒั นานักเรยี น ทกั ษะภาษาและการส่ือสาร ทักษะการชว ยเหลือตนเองและสุขอนามยั ทกั ษะ สงั คมและการดํารงชีวิต ทักษะวชิ าการ และทักษะอาชีพ ใหนักเรียนสามารถพ่ึงพาตนเอง อยกู ับครอบครัวและสังคม ไดอ ยางมคี วามสขุ เปาหมายการพัฒนานักเรียน ซึ่งกําหนดสมรรถนะท่ีสําคัญของนักเรียนไว ๕ ขอ คือ ความสามารถในการ สื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชวี ิตและความสามารถ ในการใชเทคโนโลยี ดังนั้น หลักทักษะเพลงไทย 5 เปน แนวทางใหนักเรยี นไดเลือกเรียนตามความสามารถและความ ถนัดของตนเอง การฝกทักษะแกนกั เรียนท่ีดอยโอกาสทางการศึกษา เปนกระบวนการการหน่งึ ในการเตรียมความพรอมใน การประกอบอาชีพใหแกนักเรียน ซึ่งนอกจากนักเรียนจะไดรบั ทกั ษะทางดานดนตรแี ลว นกั เรียนยังไดรับการฝกทกั ษะ ทางสังคมควบคูไปดวย หากนักเรียนไดร ับการฝกทักษะจนสามารถประกอบอาชีพเองได ก็จะทาํ ใหเ ขาสามารถเลี้ยงดู ตนเองและครอบครวั ได หลักสูตรทักษะเพลงไทย 5 เลม นี้ เปนหลักสูตรมงุ เนนกระบวนการพัฒนาความสามารถ ความถนดั และการ ฝกปฏิบัติ เพ่ือเปดโอกาสใหนักเรียนไดเลือกเรียน ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง เปนพื้นฐานใหนักเรียน นําไปศกึ ษาตอ หรอื ประกอบอาชีพในอนาคตไดตามศกั ยภาพ

รหัสวชิ า ศ 33228 คําอธิบายรายวชิ า เวลาเรียน 80 ชัว่ โมง รายวิชา ทกั ษะเพลงไทย 5 2.0 หนว ยกิต ศกึ ษา เปรยี บเทยี บ จาํ แนก วเิ คราะห วพิ ากษว จิ ารณ การขับรอ ง การขับรองเดยี่ ว การขับรองหมู หลักการขับรอ งเพลง และเทคนคิ การขับรอ งเพลงไทย โดยใชทักษะกระบวนการคดิ ทกั ษะกระบวนการแกปญ หา ทกั ษะกระบวนการใชช ีวิต ทกั ษะกระบวนการสอื่ สาร และทกั ษะกระบวนการใชเทคโนโลยี เพื่อใหม ีความรูค วาม เขา ใจ กลา คิด กลาแสดงออกทางดนตรอี ยางสรา งสรรค เห็นคุณคา ซ่ือสัตยสุจริต มวี ินยั ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพยี ง มงุ มน่ั ในการทาํ งาน รักชาติ ศาสน กษัตรยิ  รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ และสามารถประยุกตใชใ นชีวิตประจาํ วัน ผลการเรยี นรู 1. รแู ละเขาใจเก่ียวกบั การขบั รอ ง 2. รแู ละเขา ใจเกี่ยวกบั หลักการขับรอ งเพลงไทย 3. รูและเขา ใจเกี่ยวกบั เทคนิคการขับรอ งเพลงไทย 4. รแู ละเขา ใจเกีย่ วกบั ประเภทของวงดนตรไี ทย

ผงั มโนทัศน วิชา ทกั ษะเพลงไทย 5 ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 การขบั รอ ง หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 หลักการขบั รองเพลงไทย จํานวน 20 ชั่วโมง จาํ นวน 20 ช่ัวโมง รายวชิ า ทักษะเพลงไทย 5 ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 6 จํานวน 80 ชว่ั โมง หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 เทคนคิ การขบั รองเพลงไทย หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 ประเภทวงดนตรไี ทย จํานวน 20 ชั่วโมง จาํ นวน 20 ช่ัวโมง

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ รายวชิ า ทักษะเพลงไทย 5 ความรู คณุ ธรรม 1. แสดงความรเู ก่ียวกับทักษะเพลงไทย 1. ความมรี ะเบียบ วนิ ยั กิจนิสยั ที่ดีในการเรยี นทาง 2. แสดงความรู ความเขา ใจ จิตกรรม 3. แสดงความรู ความเขาใจในการปฏิบัติการ 2. ความรบั ผิดชอบ 3. ความสนใจใฝร ู และปฏิบตั งิ านคาํ นึงถงึ ความ ท า ง เพ ล ง ไ ท ย ไ ด ต า ม ห ลั ก ก า ร แ ล ะ ปลอดภัย กระบวนการ 4. ความมีมนษุ ยส ัมพันธ 4. เลือกใชเ ครอื่ งคนตรี ใหเหมาะสมกับงาน 5. ความซื่อสตั ย 6. ความสะอาด 7. ประณีต และรอบคอบ พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู คิ มุ กนั 1. เรียนรูทจี่ ะแบง ปน เวลาในการ 1.สามารถใชความรู เร่อื งทกั ษะเพลงไทย 1. มกี ารวางแผนในการ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ในฝกซอมอยางเหมาะสม มาใชไดอ ยา งสมเหตผุ ล 2. ดําเนินกิจกรรม ตามลําดบั ขั้นตอน 2. เรยี นรทู ่ีจะใชวสั ดุ อุปกรณ 2. นําความรูเร่อื งทักษะเพลงไทยทไี่ ดเรยี น 3. มีทักษะในการคิด การ แกปญ หา และการตดั สนิ ใจ และทรพั ยากรท่ีมใี นทองถิน่ อยาง ไปประยุกตใ ชในการดาํ เนินชวี ิตประจาํ วนั 4. มคี วามเขาใจในการ เลอื กใชเคร่อื งดนตรี คมุ คา และประหยดั โดยการใชว สั ดุ 3.การนาํ ความรูเรื่องทกั ษะเพลงไทยมาใช อุปกรณท มี่ ีใหเกิดประโยชน ในชีวิตประจาํ วนั 3.รจู กั ประเมินความรูค วามสามารถ ของตนเองและเพ่อื นในกลมุ 4.เรียนรูจะแบงภาระหนาท่แี ละ แกปญหาตามความสามารถของ ตนเองและเพอื่ นในกลมุ

วัตถุ สงั คม สง่ิ แวดลอ ม วฒั นธรรม 1. รหู ลกั การใชทรัพยากร 1.รูและเขาใจความ 1.ไมท ําลายสิ่งแวดลอม 1. รูหลักการใช และเคร่อื งดนตรอี ยา งรู แตกตา งระหวางบุคคลอยู คุณคาคุมคา รวมกับคนอื่นไดอ ยา งมี ใชท รัพยากรธรรมชาติ เคร่ืองดนตรอี ยา ง 2. รจู กั การใชเ ครือ่ งดนตรี ความสุข ตามหลักการท่ีถูกตอง อยางเปน มิตร รูคณุ คมุ คา 2. รูจ กั กฎ ระเบยี บ กติกา หนา ที่ในการอยู รว มกับคนอืน่ 3.ยอมรบั ความคดิ เห็น และเคารพในการตัดสนิ ใจ ของผอู ่นื 4. รจู ักมารยาทใน สงั คมและการแบง ปน

โครงสรา งหลักสตู ร รายวิชา ทกั ษะเพลงไทย 5 ความสาํ คญั การฝกทักษะทางดานทักษะเพลงไทยแกนักเรียนท่ีดอยโอกาสทางการศึกษา เปน กระบวนการการหนึ่งในการเตรียมความพรอ มในการพัฒนาความสามารถ และประกอบอาชีพใหแกนักเรียน ซึ่งนอกจากนักเรียนจะไดรับทักษะทางดานทักษะเพลงไทย แลวนักเรียนยังไดรับการฝก ทกั ษะทางสังคมควบคู ไปดวย หากนกั เรยี นไดรับการฝกทักษะทางดา นเพลงไทย จนสามารถประกอบอาชีพเองได ก็จะทําใหสามารถ เลีย้ งดตู นเองและครอบครวั ได การฝกทักษะเพลงไทย 5 ถือเปนงานที่ใชเคร่ืองมือ วัสดุอุปกรณ ตองศึกษาข้ันตอนการ ทํางาน เคร่ืองมือ อุปกรณ การบํารุงรักษาวัสดุ อุปกรณท่ีปฏิบัติ ข้ันตอนการทํางาน และฝกปฏิบัติงาน ทางดานดนตรี จนเกิดความชํานาญ สราง ผลิตงานท่ีมีคุณภาพ สวยงามและคงทน ซ่ึงนักเรียนสามารถจัด แสดงผลงาน เพอื่ สรางรายไดใ หกบั ตนเองและครอบครัว จุดมงุ หมาย 1. เพื่อใหนักเรียนมีความรู ความเขาใจ เกยี่ วกบั การขับรอง 2. เพอื่ ใหน ักเรียนมีความรู ความเขาใจ หลักการขับรองเพลงไทย 3. เพือ่ ใหน กั เรยี นรแู ละเขาใจเก่ยี วกบั เทคนคิ การขับรอ งเพลงไทย 4. เพอื่ ใหนักเรียนรูและเขา ใจเกี่ยวกบั ประเภทของวงดนตรไี ทย ผลการเรยี นรู 1. รแู ละเขา ใจเกย่ี วกบั การขับรอง 2. รูและเขาใจเกี่ยวกับหลักการขับรอ งเพลงไทย 3 .รูแ ละเขา ใจเก่ยี วกับเทคนิคการขบั รองเพลงไทย 4. รูและเขา ใจเก่ยี วกับประเภทของวงดนตรไี ทย เนอ้ื หาของหลักสตู ร ประกอบดว ยเนื้อ 4 เรือ่ ง ดงั นี้ 1. การขับรอง 2. หลักการขับรอ งเพลงไทย 3. เทคนิคการขับรองเพลงไทย 4. ประเภทวงดนตรีไทย เวลาเรยี น ใชเ วลาเรียนทั้งหมด 80 ช่วั โมง ภาคทฤษฎี จาํ นวน 20 ชว่ั โมง ภาคปฏิบตั ิ จํานวน 60 ชว่ั โมง

แหลง การเรยี นรแู ละสอ่ื ประกอบการเรียน 1. ใบความรู 2. หอ งสบื คนขอ มลู อินเตอรเนตโรงเรียน 3. วสั ดอุ ุปกรณใ นการปฏิบตั ิงาน 4. สอ่ื วดี ที ศั น การวัดผลประเมินผลการเรียน 1. การประเมนิ ความรูภาคทฤษฎีระหวางเรยี นและจบหลกั สูตร 2. การประเมินผลระหวางเรยี นจากการปฏบิ ตั งิ านไดถ ูกตองตามหลกั การ ขั้นตอน ความสาํ เร็จ ของการปฏิบตั ิและจบหลักสตู ร ประโยชนทคี่ าดวาจะไดร บั 1. นกั เรยี นรแู ละเขา ใจเกยี่ วกบั การขับรอง 2. นกั เรียนรูและเขาใจเก่ียวกบั หลกั การขับรองเพลงไทย 3. นักเรียนรูและเขา ใจเก่ยี วกับเทคนิคการขบั รองเพลงไทย 4. นกั เรยี นรูและเขา ใจเก่ียวกบั ประเภทของวงดนตรไี ทย โครงสรางเนือ้ หาของหลกั สูตร ประกอบดวยเน้ือหา 4 เรอ่ื ง ดงั นี้ เรือ่ งท่ี 1 การขับรอง จาํ นวน 20 ชวั่ โมง 1. การขบั รอ งเพลงเด่ยี ว 2. การขับรองเพลงหมู เรือ่ งท่ี 2 หลักการขบั รอ งเพลงไทย จาํ นวน 20 ชว่ั โมง 1. การขับรอ งอิสระ 2. การขับรองประกอบดนตรี 3. การขับรองประกอบการแสดง 4. การขบั รอ งหมู เรอ่ื งท่ี 3 เทคนิคการขับรอ งเพลงไทย จํานวน 20 ชวั่ โมง 1. การใชเ สียงพิเศษ 2. การแสดงออกถึงอารมณในการขบั รอ ง 3. การแสดงออกทางบุคลิกภาพ เรื่องที่ ประเภทวงคนตรี จาํ นวน 20 ชั่วโมง ๑. วงปพ าทย ๒. วงเครอื่ งสายไทย ๓. วงมโหรี

แผนการจัดกจิ กรรมหลกั สูตร รายวิชาทกั ษะเพลงไทย 5 จาํ นวน 80 ช่วั โมง จุดประสงค เพือ่ ใหน กั เรยี นสามารถปฏิบตั งิ านทกั ษะเพลงไทย และสรางสรรคผ ลงานทางดานดนตรีได ที่ ผลการเรยี นรู เน้อื หา กจิ กรรม สอ่ื การ การวดั และ จาํ นวน การเรยี นรู เรียนรู ประเมนิ ผล ชั่วโมง 1 1.รูและเขาใจเกย่ี วกับ 1.การขบั รอ งเพลง เปน 1. นักเรียนศกึ ษา 1.วิดที ัศน การขับรอ ง กจิ กรรมสรา งสรรคทาง ลกั ษณะ และ การขบั รอง 1.ประเมนิ 20 ดนตรีวธิ ีหนึง่ ที่ทําใหเกิด ขั้นตอนการขบั รอง เพลง จากผลการ ความสนกุ สนาน เดย่ี วและการขบั ปฏบิ ัติ เพลดิ เพลนิ แกผูรอ งและ รอ งหมู 2.แบบ ผฟู ง ซึง่ การขับรองอาจจะ แบง ออกเปน 2 ประเภท 2.ครูอธบิ าย ประเมินการ คอื การขบั รอ งเด่ยี วและ เพิม่ เตมิ การขับรองหมู ขับรอ ง 3.นักเรยี นปฏบิ ัติ 2.การขับรองเด่ียว ตามข้ันตอน หมายถึง การรองเพลงโดย บคุ คลเพยี งคนเดียว อาจมี 4.ครูใหค ําแนะนํา ดนตรีประกอบหรอื ไมมกี ็ นักเรียน ได 3.การขับรอ งหมู หมายถงึ การรองเพลงโดย บุคคลตงั้ แต 2 คนข้ึนไป อาจมดี นตรีประกอบ หรือไมมีกไ็ ด ซ่งึ การขับ รอ งแบบหมนู ้ีอาจจะรอง แบบเปนทาํ นองเดียวกนั หรอื รองแบบประสานเสียง กันก็ได

ท่ี ผลการเรียนรู เนอื้ หา กจิ กรรม สือ่ การ การวดั และ จํานวน การเรยี นรู เรียนรู ประเมินผล ชว่ั โมง 1.ใบความรู 1.ประเมนิ 20 2 รแู ละเขาใจ การขบั รอ งเปน การสรางสรรค 1. นักเรยี น หลกั การขบั จากผลการ เกีย่ วกับ ทางดนตรวี ิธีหน่ึง ซ่งึ ใชว ิธีเปลง ศกึ ษาหลกั การขับ รอ งเพลง ปฏบิ ัติ หลกั การขับรอง เสียงออกมาใหเ ปน เพลงตาง ๆ รองเพลงไทย ไทย 2.แบบ เพลงไทย โดยอาศยั องคประกอบทางดนตรี ประเมนิ การ เพ่อื ทาํ ใหเ พลงท่รี องมคี วาม 2.ครูอธิบาย 2. วิดีทศั น ขับรอง ไพเราะข้ึน เพ่ิมเติม หลกั การขบั รอ งเพลง 1. ประเภทของการขบั รอ ง 3.นักเรยี นฝก ไทย แบงออกเปน 4 ประเภท ไดแก ปฏิบัตติ ามข้นั ตอน 1. การขับรอ งอิสระ คือ การขับรองท่ัวไป โดยไมมีดนตรี 4.ครูให ประกอบผขู บั รองสามารถขบั รอ ง คําแนะนาํ กบั ตามท่ีตนเองถนัดหรอื ตองการ นกั เรยี น โดยไมค ํานงึ ถึงระดับเสยี งของ เคร่อื งดนตรี 2. การขับรองประกอบ ดนตรี คือ การขบั รอ งใหเ ขากบั การบรรเลงเคร่ืองดนตรี โดย คํานึงถงึ ทาํ นอง จงั หวะ และ รปู แบบของเพลง 3. การขับรอง ประกอบการแสดง คือ การขับ รอ งเพ่ือบรรยายเนื้อเร่อื งหรอื เนื้อ เพลงประกอบการแสดงตา ง ๆ 4. การขับรองหมู คอื การขบั รอ งพรอมกันตง้ั แต 2 คน ขนึ้ ไป แบงเปน 2 ลักษณะ คอื การขบั รองทาํ นองเดียวกนั และ การรอ งประสานเสยี ง 2. การขบั รอ งเพลงไทย การ ขับรองเพลงไทย ควรเร่มิ จาก ทา ทางการรอง เน่ืองจากเพลง ไทยมีลักษณะเฉพาะ ผูขับรอ งจะ น่ังรอ งเปน สวนใหญแ ละมยี นื รอ ง บา งตามโอกาส ซึง่ ผูขับรอ งควร จะแสดงทาทางใหเ หมาะสม ดงั นี้ 1. ทานัง่ ผูขับรองสวน

ใหญจะนั่งราบกบั พืน้ เวที เชน เดียวกับนักดนตรีซึง่ จะตอง นั่งพบั เพียบใหเ รียบรอย สาํ รวม กิริยา นั่งตวั ตรงไมกระดกุ กระดิก หรือเคล่ือนไหวมากเกนิ ไป ขณะ รอ งใหห ันหนาไปทางผชู มเสมอ 2. ทา ยืน ในบางโอกาส ผขู ับรอ งอาจจะไดย นื รอ ง ซึ่งผูข ับ รอ งควรยนื รอง ซึง่ ผขู ับรอ งควร ยนื อยางสาํ รวมกิรยิ าทา ทาง และ ระวงั การเคลือ่ นไหวมือ เทา และ ลาํ ตัว การขบั รอ งเพลงไทย มี หลกั การปฏบิ ัติ ดงั นี้ 1. รองใหม รี ะดบั เสียง สอดคลอ งกบั เสยี งดนตรี 2. หายใจเขา -ออก ให สอดคลองกับชวงจงั หวะ ทาํ นอง และเนื้อเพลง 3. ออกเสียงพยญั ชนะ สระ คําควบกลาํ้ ตามอกั ขรวธิ ี 4. รอ งใหถ กู ตองตาม วรรคตอนของเน้ือเพลง เพราะ หากรองไมถูกวรรคตอน อาจทาํ ใหความหมายคลาดเคล่ือนได 5. เนอ่ื งจากเพลงไทยมี การเอือ้ น ใหระมัดระวังในเร่ือง การออกเสยี งควรเอ้ือนใหม ี น้าํ เสยี งสมํา่ เสมอตามจงั หวะและ ทํานองเพลง

ที่ ผลการเรยี นรู เน้อื หา กจิ กรรม ส่ือการ การวัดและ จาํ นวน การเรยี นรู เรยี นรู ประเมนิ ผล ช่วั โมง 1.ใบความรู 1.ประเมิน 20 3 รูและเขา ใจ 1.การใชเ สยี งพเิ ศษ 1. นักเรยี น เทคนิคการ จากผลการ ศกึ ษาเทคนิคขบั ขับรอ งเพลง ปฏบิ ัติ เก่ียวกบั เทคนิค -เสียงพเิ ศษที่ใชในการขับรอ งเปน รอ งเพลงไทย ไทย 2.แบบ การขบั รอง เทคนิคทนี่ ักรอ งในสมยั โบราณ 2. วดิ ีทศั น ประเมนิ การ เพลงไทย นิยมใชกันมากและนกั รอ งทกุ ๆ 2.ครูอธิบาย เทคนคิ การ ขับรอ ง คนจะพยายามฝกฝนเสยี งตาง ๆ เพิ่มเติม ขับรองเพลง ไทย เหลาน้ี เพ่อื ใหการขับรองเพลงได 3.นักเรยี นฝก ไพเราะยิ่งขนึ้ แตก ารใชเสยี งพเิ ศษ ปฏิบตั ติ ามเทคนิค นี้ไมใชจะทําไดท ุกคน นกั รองท่ี การขบั รอ งเพลง ไมไดฝก ฝนไมส ามารถจะทาํ ได ไทย เพราะเปนสงิ่ ทย่ี ากพอสมควร 4.ครูให คําแนะนํากับ 2.การแสดงออกถึงอารมณใ น นกั เรยี น การขบั รอง -การขับรอ งเพลงไทยใหไ ดค วาม ไพเราะซาบซ้งึ เกิดจากผูขบั รอง ใสอ ารมณแ ละความรูสึกในบท เพลง การใสอารมณในการขบั รอ งเปนเร่ืองทค่ี อ นขา งยาก ผูข ับ รองท่ีจะรอ งเพลงใหไดอารมณน นั้ 3.การแสดงออกทางบคุ ลกิ ภาพ -บุคลกิ ภาพของนกั เรียนและนัก ดนตรีมคี วามสาํ คญั มาก ผบู รรเลง และผูข ับรองจะอยูในอาการที่ สงบเสงย่ี ม เรียนรอ ย นมุ นวล ออ นโยน ไมกระดาง ลกั ษณะของผูท ่ีจะฝกขับรอ ง เพลง ผูท่ีจะสามารถขับรอ งเพลงให ไพเราะไดนนั้ ตอ งมีคณุ สมบตั ิ

เฉพาะตวั หลายประการซงึ่ โดยทว่ั ไปแลว ผูท่มี ีความสามารถ ในการฝกหัดขับรอ งเพลง ควรมี ลกั ษณะ ดังนี้ 1. มีความสุขพลานามยั สมบรูณ 2. บคุ ลิกภาพท่ดี ี 3. มเี สียงกงั วานแจม ใส 4. ออกเสยี งใหถ ูกตอ งตาม อกั ขระวธิ ี 5. เปนผรู จู งั หวะ 6. เปนผชู อบการแสดง 7. เปน ผทู ี่มีความจําอยูในเกณฑ ดี 8. เปน ผมู ีสมองปราดเปรอ่ื ง รูปแบบการขับรอง 1. การขบั รองเดยี ว คอื การขบั รอ งเพลงเดยี ว จะมดี นตรี ประกอบหรอื ไมมกี ไ็ ด ผทู ี่ สามารถทําการขับรอ งเดี่ยวได จะตอ งมีความสามารถในการขับ รองเปนอยางมาก 2. การขับรองหมู คอื การขับ รอ งเพลงตง้ั แต ๒ คนขน้ึ ไป จะมี ดนตรีหรอื ไมม กี ็ได การขับรอ งหมู สามารถแบง ไดเปน ๒ ลักษณะ คอื 2.1 การขับรอ งหมแู บบธรรมดา 2.2การขบั รองหมแู บบประสาน เสียง

ท่ี ผลการเรยี นรู เนือ้ หา กจิ กรรม สอ่ื การ การวัดและ จาํ นวน 4 รแู ละเขาใจ การเรียนรู เรยี นรู ประเมินผล ชั่วโมง 1.หนงั สือ เกี่ยวกับ วงดนตรีไทย ในปจ จุบนั ได 1. นักเรียน เรยี น 1.ประเมนิ 20 ประเภทของวง จัดรูปแบบการบรรเลง มคี วาม ศึกษาประเภทของ 2.ใบความรู จากการ ดนตรีไทย เปน ระเบยี บแบบแผน มี วงดนตรีไทย ตรวจใบงาน มาตรฐานถกู ตอ งตามหลักการ ประสมวง มกี ารพัฒนารูปแบบ 2.ครูอธบิ าย การบรรเลงเปน ระยะ ซงึ่ แบง ได เพิม่ เตมิ เปน ๓ ประเภท คือ 3.นกั เรียนทาํ ใบ ๑.๑ วงปพ าทย งานตามทค่ี รู วงปพ าทย หมายถึง วง กําหนด ดนตรที ่ีเกดิ จากการประสมวงกนั 4.ครูและนกั เรยี น ระหวางเคร่ืองดนตรปี ระเภท รว มกันสรปุ เคร่ืองเปา และเคร่ืองดนตรี เกี่ยวกบั ประเภท ประเภทเครอ่ื งตีเปน หลกั แบง ออกเปน ๓ ขนาด ดงั น้ี ของวงดนตรไี ทย วงปพ าทยเ ครือ่ งหา ๑.) วงปพาทยเคร่ืองหา วงดนตรี ประเภทนี้มีการประสมวงมา ตั้งแตสมัยสโุ ขทัยเปนราชธานี ประกอบดว ย ปใน ระนาดเอก ฆองวงใหญ ตะโพน กลองทัด และฉิ่ง วงปพ าทยเครอื่ งคู ๒.) วงปพ าทยเ ครอื่ งคู วงดนตรี ประเภทนเ้ี กดิ การประสมวงครงั้ แรกในสมยั รัชกาล พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา เจาอยูหวั ประกอบดว ย ปใน ปนอก ระนาดเอก ระนาดทุม ฆอ งวงใหญ ฆองวงเล็ก ตะโพน กลองทัด ฉ่ิง ฉาบ เล็ก ฉาบใหญ กรบั และ โหมง วงปพ าทยเครอ่ื งใหญ ๓.) วงปพาทยเครือ่ งใหญ วง

ดนตรปี ระเภทนีเ้ กิดการประสม วงคร้ังแรกในสมยั รชั กาล พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยูห วั ประกอบดว ย ปใ น ปนอก ระนาดเอก ระนาดทมุ ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทมุ เหลก็ ฆองวงใหญ ฆอ งวงเลก็ ตะโพน กลองทดั ฉ่ิง ฉาบ เลก็ ฉาบใหญ กรับ และ โหมง ๑.๒ วงเครอื่ งสายไทย วงเครอ่ื งสายไทยเปน วง ดนตรีทีป่ ระกอบดว ยเคร่ืองดนตรี ประเภททีม่ ีสายเปนหลัก สวน เครอ่ื งดนตรชี นิดอน่ื ๆทปี่ ระสมใน วงเครือ่ งสาย นยิ มใชเ ครอ่ื ง ดนตรีที่มีระดบั เสยี งทม่ี คี วาม กลมกลืนสอดคลองกบั เครอ่ื ง ดนตรีอื่นๆในวง แบง ออกเปน ๒ ชนิด ดังน้ี วงเคร่ืองสายเครอ่ื งเด่ยี ว ๑.) วงเครือ่ งสายเคร่อื งเด่ียวหรอื วงเครอ่ื งสายวงเล็ก เคร่ือง ดนตรีประกอบดวยซอดวง ๑ คัน ซออู ๑ คัน จะเข ๑ ตวั ขลยุ เพียงออ ๑ เลา โทน-ราํ มะนา ๑ สํารบั ฉิ่ง ๑ คู และฉาบเล็ก ๑ คู วงเครอ่ื งสายเครื่องคู ๒.) วงเครือ่ งสายเครื่องคู เครอื่ ง ดนตรีประกอบดวย ซอดว ง ๒ คัน ซออู ๒ คนั จะเข ๒ ตวั ขลยุ เพยี งออ ๑ เลา ขลุยหลบี ๑ เลา โทน-ราํ มะนา ๑ สาํ รบั ฉ่ิง ๑ คู ฉาบเลก็ ๑ คู กรบั ๑ คู และโหมง ๑ ใบ

๑.๓ วงมโหรี วงมโหรีเปน วงท่มี ีเครือ่ ง ดนตรปี ระสมวงครบทุกกลมุ คอื เครือ่ งดดี สี ตี และเปา ลกั ษณะเดน ของวง ดนตรีประเภทน้ี คอื ความ กลมกลืนของระบบเสยี งทใ่ี ช เคร่อื งดนตรีประเภทเครอ่ื งตีท่ถี กู ยอ สดั สว น สาํ หรบั ฆองวงท่ี ประสมในวงดนตรปี ระเภทนเ้ี รียก อกี ช่อื หนงึ่ วาฆอ งมโหรี การ ปรบั ลดขนาดเครอื่ งดนตรี ประเภทเครือ่ งตีเพราะตองการให ระบบเสียงมคี วามดงั ที่เขากันได กบั เครอ่ื งดนตรีประเภท เครื่องสาย วงมโหรมี ีการ ประสมวงและถอื เปน แบบแผนมา ตง้ั แตสมยั รชั กาลพระบาทสมเด็จ พระจอมเกลาเจา อยหู วั จําแนก ออกเปน ๓ ขนาด ดงั นี้ วงมโหรเี ครอื่ งเดี่ยว ๑.) วงมโหรีเครื่องเด่ียว เครอื่ ง ดนตรีประกอบดวย ซอสามสาย ๑ คนั ขลุยเพยี งออ ๑ เลา ระนาดเอก ๑ รางฆอ งวงใหญ ๑ วง จะเข ๑ ตัว ซอดว ง ๑ คัน ซออู ๑ คัน โทน-รํามะนา ๑ สํารับ ฉงิ่ ๑ คู วงมโหรีเครอื่ งคู ๒.) วงมโหรเี ครื่องคู เครอ่ื ง ดนตรปี ระกอบดว ยซอสามสาย ๑ คนั ซอสามสายหลีบ ๑ คนั ขลุย เพยี งออ ๑ เลา ขลุยหลีบ ๑ เลา ระนาดเอก ๑ ราง ระนาดทมุ ๑ ราง ฆอ งวงใหญ

๑ วง ฆองวงเล็ก ๑ วง จะเข ๒ ตวั ซอดวง ๒ คัน ซออู ๒ คัน โทน-รํามะนา๑สํารบั ฉิง่ ๑ คู ฉาบเล็ก๑คู กรบั ๑คู โหมง๑ ใบ วงมโหรเี ครื่องใหญ ๓.) วงมโหรีเครอื่ งใหญ เครือ่ ง ดนตรปี ระกอบดวยซอสามสาย ๑ คนั ซอสามสายหลบี ๑ คัน ขลุย เพยี งออ ๑ เลา ขลุยหลีบ ๑ เลา ระนาดเอกมโหรี ๑ ราง ระนาดทุมมโหรี ๑ ราง ระนาด เอกเหล็กมโหรี ๑ ราง ระนาด ทมุ เหลก็ มโหรี ๑ ราง ฆอ งวง ใหญ ๑ วง ฆองวงเลก็ ๑ วง จะเข ๒ ตวั ซอดวง ๒ คนั ซอ อู ๒ คัน โทน-รํามะนา ๑ สํารบั ฉ่งิ ๑ คู ฉาบเลก็ ๑ คู กรับ ๑ คู โหมง ๑ ใบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook