Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กลุ่มที่ 5 การบัญชีของกิจการให้บริการ

กลุ่มที่ 5 การบัญชีของกิจการให้บริการ

Published by a0649573203, 2022-08-10 06:15:40

Description: กลุ่มที่ 5 การบัญชีของกิจการให้บริการ

Search

Read the Text Version

การบัญชีของกิจการให้บริการ สาระสำคัญ การบัญชีของกิจการให้บริการ ถือเป็นพื้นฐาน สาระการเรียนรู้ ของการเรียนวิชาการบัญชี โดยเริ่มจากรายการค้า โดยอาศัยสมการบัญชี จากนั้นนำผลการวิเคาระห์ ไปบันทึกบัญชีตามกระบวนการจนถึงของการ ดำเนินงานของกิจการในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี สมรรถนะย่อย 1. หลักการบันทึกรายการค้าในสมุดบันทึกรายการ ขั้นต้น 1. การบันทึกรายการค้าในสมุดบันทึกรายการขั้นต้น 2. การผ่านรายการไปยังยังบัญชีแยกประเภท 3. งบทดลองของกิจการให้บริการ 1.แสดงความรู้เกี่ยวกับการบัญชีของ กิจการให้บริการ 2.ปฎิบัติงานเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี และ จัดทำงบทดลองของกิจการให้บริการ จุดประสงค์การเรียรรู้ 1. บอกความหมายของกิจการให้บริการได้ 2. อธิบายและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการให้บริการ

แบบทดสอบก่อนเรียน 1.รอบระยะเวลาบัญชี หมายถึงอะไร ก.รายการแรกขอการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ข.ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ต้องแสดงผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน ของกิจการ ค.เป็นการบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปต่อจากรายการเปิดบัญชี ง.เป็นการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปในวันสิ้นงวด จ.เป็นระยะเวลาที่จะต้องทำการปิดบัญชี 2.ข้อใดเรียงลำดับหมวดหมู่บัญชีได้ถูกต้อง ก.สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ ค่าใช้จ่าย รายได้ ข.สินทรัพย์ ส่วนของเจ้าของ หนี้สิน ค่าใช้จ่าย รายได้ ค.สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ ค่าใช้จ่าย ง.สินทรัพย์ รายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ จ.ค่าใช้จ่าย รายได้ ส่วนของเจ้าของ หนี้สิน สินทรัพย์ 3.ขั้นตอนการจัดทำงบทดลองมีกี่ขั้นตอน ก.2ขั้นตอน ข.4ขั้นตอน ค.6ขั้นตอน ง.8ขั้นตอน จ.10ขั้นตอน

แบบทดสอบก่อนเรียน 4.การกำหนดเลขที่บัญชีเรียกอีกอย่างนึงว่า ก.การจัดทำบัญชี ข.ผังบัญชี ค.การจัดหมวดหมู่ ง.การจำแนก จ.การอ้างอิง 5.งบทดลองข้อใดถูกต้อง ก. Liabilities ข. Current Assets ค. Accounting Equation ง. statement of financial position จ. Trial Balance

หลักการบันทึกรายการค้าในสมุด บันทึกรายการขั้นต้น การบันทึกรายการค้าในสมุดบัญชีเป็นการ ด้านเครดิต (Credit) บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นทุกรายการที่ผ่าน การวิเคราะห์รายการค้ามาแล้ว นำมาบันทึก จะใช้ตัวย่อว่า Cr. คือ ด้านขวาของ บัญชีทางดด้านเดบิตและเครดิต ด้วยจำนวน สมการบัญชี ดังนั้นด้านเครดิตจึง เงินที่เท่ากัน เป็นด้านที่ใช้บันทึกรายการบัญชีที่ ทำให้ด้านขวาของสมการบัญชีเพิ่ ม ด้านเดบิต (Debit) ขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้าย ของสมการบัญชีลดลง คือ การลด จะใช้ตัวย่อว่าDr.คือด้านซ้ายของสมการ ลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของ บัญชี หนี้สิน และการเพิ่มขึ้นของส่วนของ ดังนั้นด้านเดบิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึก เจ้าของ รายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้ายของสมการ บัญชีเพิ่ มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำให้ด้าน ขวาของสมการบัญชีลดลง คือการเพิ่ มขึ้นของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สินและการลดลงของ ส่วนของเจ้าของ

การบันทึกรายการค้าในสมุดบันทึก รายการขั้นต้น ผังบัญชี การบันทึกรายการเปิดบัญชี (Chart ofaccount) ในสมุดรายวันทั่วไป (Opening Entries) ผังที่แสดงรายชื่อแยกประเภททุกบัญชี ของกิจการ โดยจัดเรียงตามลำดับหมวด รายการเปิดบัญชี (Opening Entry) หมู่บัญชี อันได้แก่ หมวดบัญชีสินทรัพย์ หมายถึง รายการแรกของการบันทึก หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย บัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งอาจจะ พร้อมทั้งกำหนดเลขที่บัญชีของแต่ละ เกิดจากมีการลงทุนครั้งแรก หรือเมื่อมี บัญชีด้วยเพื่ อความสะดวกในการค้นหา การ เริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ บัญชีต่างๆ การกำหนดเลขที่บัญชีหรือ “ผังบัญชี” ซึ่งจะกำหนดอย่างมี ระบบตามมาตรฐานโดยทั่วไปแล้ว เลขที่บัญชีจะถูกกำหนดตาม หมวดบัญชี ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ หมวดที่ 1 หมวดสินทรัพย์ รหัสบัญชีคือ 1 หมวดที่ 2 หมวดหนี้สิน รหัสบัญชีคือ 2 หมวดที่ 3 หมวดส่วนของเจ้าของ รหัสบัญชีคือ 3 หมวดที่ 4 หมวดรายได้ รหัสบัญชีคือ 4 หมวดที่ 5 หมวดค่าใช้จ่าย รหัสบัญชีคือ 5

การลงทุนครั้งแรกมี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 การนำเงินสดมาลงทุนเพียงอย่างเดียว นายณัฐวุฒิเปิดกิจการเครื่องเขียน โดยเริ่มกิจการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 25x1 และนำเงินสดมาลงทุนในกิจการจำนวน 10,000 บาท ทุน-นายณัฐวุฒิ เพิ่ม บันทึกด้านเครดิตนำไปบันทึกในสมุดรายวันดังนี้   พ.ศ.25x1 เลขที่ เดบิต เครดิต เดือน วันที่ รายการ บัญชี บาท สต. บาท สต. ม.ค 1 เงินสด   10,000  -               ทุน-นายณัฐวุฒิ      10,000   -        นายณัฐวุฒินำเงินสดมาลงทุน         

การลงทุนครั้งแรกมี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 2 การนำเงินสด และสินทรัพย์อื่นมาลงทุน นายณัฐนนท์ เปิดกิจการรายเสริมสวย \"นนท์บิวตี้\" เมื่อวันที่ 1 มกราคม 25x1 โดย นำเงินสด 40,000 บาท เงินฝากธนาคาร 100,000 บาท อุปกรณ์ 40,000 บาท มา ลงทุน การบันทึกบัญชีดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป พ.ศ.25x1 รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต เดือน วันที่ บัญชี บาท สต. บาท สต. ม.ค 1 เงินสด   40000  -        เงินฝากธนาคาร   100000   -         อุปกรณ์   40000   -                ทุนนาย-ณัฐนนท์      180000   -  นายณัฐนนท์ นำเงินสดและสินทรัพย์     อื่นมาลงทุนมาลงทุน        

การลงทุนครั้งแรกมี 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 3 การนำเงินสด สินทรัพย์อื่น และหนี้สินมาลงทุน นางสาวณัฐกานต์ เปิดร้านสปา ในวันที่ 1 มกราคม 25x1 ได้นำเงินสดจำนวน 60,000 บาท เงินฝากธนาคาร 40,000 บาท อุปกรณ์ 70,000 บาท อาคาร 300,000 บาท และเจ้าหนี้การค้า 20,000 บาท มาลงทุน การบันทึกบัญชีดังนี้ พ.ศ.25x1 รายการ สมุดรายวันทั่วไป เดบิต เครดิต เดือน วันที่ เลขที่ บาท สต. บาท สต. ม.ค 1 เงินสด 60000  -    บัญชี 40000   -       70000   -           เงินฝากธนาคาร 300000  -          อุปกรณ์    20000   -       1180000   -      อาคาร              เจ้าหนี้ - นางสาวณัฐกานต์              ทุน - นางสาวณัฐกานต์ นางสาวณัฐกานต์ นำเงินสดและ       สินทรัพย์อื่นและ             หนี้สินมาลงทุนมาลงทุน      

เริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ (งวดบัญชีใหม่) การบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปเหมือนกรณีการลงทุนครั้งแรก คือต้องบันทึก ในสมุดรายวัน ทั่วไปแบบรวม (Compound Journal Entry) โดยเขียนเงินสด สินทรัพย์อื่นให้หมดก่อน แล้วจึงเขียนหนี้สินให้ หมด (ถ้ามี) ตามด้วยทุนเป็นลำดับ สุดท้ายและเขียนคำอธิบายรายการว่าบันทึกสินทรัพย์ หนี้สินและทุนที่มีอยู่ ณ วันเปิดบัญชี การบันทึกรายการเปิดบัญชี เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่นี้ อาจจะใช้สมุด รายวันทั่วไปและบัญชี แยกประเภทเล่มเดิม เพื่ อบันทึกรายการต่อไป หรือจะใช้ สมุดเล่มใหม่ก็ได้ แล้วแต่กิจการ รอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ต้องแสดงผลการดำเนิน งานและฐานะทาง การเงินของกิจการ เช่น 3 เอือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ก็ได้ ขึ้นอยู่กับกิจการแต่ละแห่ง

ตัวอย่าง   สมุดรายวันทั่วไป   พ.ศ.25x1 รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต. บาท   เงินสด ม.ค. 1             40,000  -     เงินฝากธนาคาร                 -   อุปกรณ์ 60,000 อาคาร                 -    50,000           เจ้าหนี้การค้า                    400,000 -             ทุน-นนท์ทก                   - 60,000                 - 490,000    บันทึกการลงทุนของนายนนท์ทก         เงินสด   5                -              รายได้ค่าบริการ 3,000   รับเงินค่าซ่อมโทรทัศน์                   -   3,000                      

ตัวอย่าง สมุดรายวันทั่วไป พ.ศ.25x1 รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต บาท เดือน วันที่ บัญชี บาท สต. สต.   ม.ค. 8 อุปกรณ์             12,000  -             12,000                   - เจ้าหนี้-ร้านนนท์นะ           ซื้ออุปกรณ์ในการซ่อมเป็นเงินเชื่อ     11 ค่าเช่า              -    12,000                             12,000 - เงินสด     จ่ายค่าเช่าอาคาร           15 ลูกหนี้-นายวิรักษ์              -    35,000                             35,000 - รายได้ค่าบริการ           ซ่อมพัดลมให้นายวิรักษ์ยังไม่ได้รับเงิน     20 เงินสด              -    35,000                             35,000 - ลูกหนี้-นายวิรักษ์       รับชำระหนี้จากนายวิรักษ์      

ตัวอย่าง สมุดรายวันทั่วไป พ.ศ.25x1 เลขที่ เดบิต เครดิต รายการ บาท สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.   25 เจ้าหนี้-ร้านนนท์นะ              -    12,000                             - เงินสด 12,000       จ่ายชำระหนี้ให้ร้านนนท์นะ           28 เงินสด            -      80,000                           - เงินกู้-ธนาคาร 80,000     กู้เงินจากธนาคาร           29 ถอนใช้ส่วนตัว              -    14,000                             - เงินสด 14,000             นายนนท์ทกถอนใช้ส่วนตัว   31 เงินเดือน              -    28,000                             - เงินสด 28,000     จ่ายเงินเดือนคนงาน        

การบันทึกรายการที่เกิดขึ้นระหว่าง งวดบัญชี เป็นการบันทึกรายการค้าลงในสมุด รายวันทั่วไปต่อจากรายการเปิดบัญชี การบันทึกรายการค้าระหว่างงวด บัญชีจะบันทึกเรียงตามลำดับ เหตุการณ์วันที่ที่เกิดขึ้น

การผ่านรายการไปยังบัญชีแยก ประเภท บัญชีแยกประเภท (Ledger) หมายถึง บัญชีที่รวบรวมรายการค้าไว้เป็น หมวดหมู่หรือประเภทหลังจากการบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว เช่น บัญชีประเภทสินทรัพย์ บัญชีประเภทหนี้สินและบัญชีประเภทส่วนของเจ้าของ และในบัญชีหนึ่งๆ ยังแยกออกเป็นบัญชีย่อยๆ เช่น บัญชีประเภทสินทรัพย์ แยกออกเป็น บัญชีเงินสด บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีลูกหนี้ บัญชีประเภท หนี้สิน แยกออกเป็น บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีเงินกู้ยืมระยะสั้น บัญชีเงินกู้ยืมระยะ ยาว และบัญชีประเภทส่วนของเจ้าของ แยกออกเป็น บัญชีทุน บัญชีถอนใช้ ส่วนตัว บัญชีรายได้ และบัญชีค่าใช้จ่าย เมื่อวิเคราะห์รายการค้าและบันทึก รายการในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ให้นำรายการจากสมุดรายวันทั่วไป ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท

การผ่านรายการไปยังบัญชีแยก ประเภท การผ่านรายการแบ่งเป็น 4 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 การนำสินทรัพย์มาลงทุนเพียงชนิดเดียวและการผ่านรายการ ระหว่างเดือน การผ่านรายการจะใช้ชื่อบัญชีตรงข้ามที่บันทึกในสมุดราย วันทั่วไป กรณีที่ 2 การนำสินทรัพย์หลายชนิดมาลงทุน การผ่านรายการจะใช้ชื่อบัญชีตรงข้ามที่บันทึกในสมุดราย วันทั่วไป หรือเขียนว่า “สมุดรายวันทั่วไป” ก็ได้ กรณีที่ 3 การนำสินทรัพย์และหนี้สินมาลงทุน การผ่านรายการจะเขียนว่า “สมุดรายวันทั่วไป” เพราะในสมุดรายวันทั่วไปมีทั้งสินทรัพย์และหนี้สิน ทำให้ไม่สามารถแยกจำนวนเงินได้ กรณีที่ 4 เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ การผ่านรายการจะเขียนว่า “ยอดยกมา” ด้านเดียวกับยอด คงเหลือของบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป การผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไปไปบัญชีแยกประเภทจะทำทันที เมื่อ บันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป หรือ ผ่านทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือนก็ได้ ทั้งนี้ แล้วแต่ความมากน้อยของรายการในกิจการ

ข้อแตกต่างของการผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท 1. การผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทของวันเปิดบัญชี (วันที่ 1) แบ่งเป็น 4 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 การนำสินทรัพย์มาลงทุนเพียงชนิดเดียว การผ่านรายการจะใช้ ชื่อบัญชีตรงข้ามที่บันทึก ในสมุดรายวันทั่วไป กรณีที่ 2 การนำสินทรัพย์หลายชนิดมาลงทุน การผ่านรายการจะใช้ชื่อ บัญชีตรงข้ามที่บันทึกในสมุดรายวันทั่วไป หรือเขียนว่า “สมุดรายวันทั่วไป” ก็ได้ กรณีที่ 3 การนำสินทรัพย์และหนี้สินมาลงทุน การผ่านรายการจะเขียนว่า “สมุดรายวันทั่วไป” เพราะในสมุดรายวันทั่วไปมีทั้งสินทรัพย์และหนี้สิน ทำให้ไม่สามารถ แยกจำนวนเงินได้ กรณีที่ 4 เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ การผ่านรายการจะเขียนว่า “ยอดยกมา” ด้านเดียวกับยอดคงเหลือของบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป 2. การผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไปไปบัญชีแยกประเภท สำหรับรายการค้าที่เกิด ขึ้นระหว่างเดือน การผ่านรายการจะใช้ชื่อบัญชีตรงข้ามที่บันทึกในสมุดรายวันทั่วไป

งบทดลองของกิจการให้บริการ การหายอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภทด้วย ดินสอ (Pencil Footing) การหายอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภทด้วยดินสอ 1.รวมยอดจำนวนเงินในช่องเดบิต 2.รวมยอดจำนวนเงินในช่องเครดิต 3.หาผลต่างระหว่างจำนวนเงินในช่องเดบิตและเครดิตใส่ไว้ ช่องที่มียอดคงเหลือมากกว่า ขั้นตอนการจัดทำงบทดลอง 1.เขียนหัวงบทดลอง 2.เขียนชื่อบัญชีแยกประเภททุกบัญชีที่มียอด คงเหลือ ลงในช่องชื่อบัญชี โดยเรียงลำดับตามเลขที่บัญชี 3.เขียนจำนวนเงินในงบทดลอง หากบัญชีแยก ประเภทที่มียอดคงเหลือเดบิตให้เขียนจำนวนเงินไว้ด้านเดบิต บัญชีแยกประเภทที่มียอดคงเหลือเครดิตให้เขียนจำนวนเงิน ไว้ด้านเครดิต 4.รวมยอดในช่องจำนวนเงินเดบิตและช่อง จำนวนเงินเครดิต ถ้ายอดรวมด้านเดบิตและยอดรวมด้าน เครดิต มียอดดุลเท่ากัน จะเรียกว่า งบทดลองลงตัว (ln Balance)

ร้านนนท์ธนนท์ งบทดลอง วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 ชื่อบัญชี เลขที่ เดบิต เครดิต เงินสด บัญชี บาท สต. บาท สต. ลูกหนี้           254,000  -     วัสดุสำนักงาน             50,000  -     อุปกรณ์สำนักงาน             10,000  -     เครื่องตกแต่ง             54,000  -     อาคาร           100,000  -     เจ้าหนี้           600,000  -     เงินกู้                60,000 -  ทุน-นนท์ธนนท์              200,000  - ถอนใช้ส่วนตัว              500,000  - รายได้ค่าบริการ               7,000 -      ค่าเช่า              400,000 -  ค่าโทรศัพท์             20,000  -     ค่าน้ำค่าไฟ               5,000  -     เงินเดือน             20,000  -                   40,000  -             1,160,000  -       1,160,000 - 

การหาข้อผิดพลาดเมื่องบทดลองไม่ลงตัว หลังจากที่จัดทำงบทดลองหากงบทดลองไม่ ลงตัว กล่าวคือยอดรวมช่องเดบิตและเครดิต ไม่เท่ากันจะต้องดำเนินการตรวจสอบ ตามขั้นตอนได้ดังนี้ 1.ถ้าผลต่างของยอดรวมเดบิตและยอดรวมเครดิตหารด้วย 9 ลงตัว แสดงว่า มีการเขียนจำนวนเงินกลับกัน 2.ตรวจสอบการยกยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทที่นำมาลงในงบ ทดลองว่าลงในจำนวนเงินที่ถูกต้องและลงถูกด้านของงบทดลอง 3.ตรวจสอบการหายอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภท 4.ตรวจสอบการผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไปไปยัง บัญชีแยกประเภท

ข้อผิดพลาดที่ไม่แสดงให้เห็นจากการทำ งบทดลอง ในการจัดทำงบทดลองตามปกติแล้ว จะต้องลงตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าง บทดลองนั้นถูกต้องทุกประการ ทั้งนี้ อาจมีข้อผิดพลาดที่ไม่แสดงให้เห็น จากการทำงบทดลองขึ้น ดังนี้ 1.ไม่บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้น เช่น จ่ายค่าเช่าไปแล้วแต่ลืมบันทึก บัญชี ยอดรวมของงบทดลองจะลงตัว แต่บัญชีเงินสดและค่าเช่า จะแสดงจำนวนเงินไม่ถูกต้อง 2.บันทึกบัญชีผิด เช่น ลูกค้านำเงินสดมาชำระแต่กิจการบันทึก เป็นเงินฝากธนาคารยอดรวมงบทดลองจะลงตัว แต่บัญชีเงินสด และบัญชีเงินฝากธนาคาร จะแสดงจำนวนเงินกลับกัน 3.บันทึกจำนวนเงินผิด เช่น ลูกค้านำเงินสดมาชำระ 5,000 บาท แต่บันทึกบัญชีเป็น 500 บาท ยอดรวมของงบทดลองจะลงตัว แต่บัญชีเงินสดและลูกหนี้ จะแสดงจำนวนเงินไม่ถูกต้อง 4.บันทึกรายการผิดที่ชดเชยกันเอง เช่น บันทึกสินทรัพย์เกินไป และบันทึกเจ้าหนี้เกินไปรายการทั้ง 2 รายการชดเชยกันได้เพราะ ทำให้ยอดรวมของงบทดลองเกินทั้ง 2 ด้าน

แบบทดสอบหลังเรียน 1.การบันทึกรายการเปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปในการลงทุนครั้งแรกมีกี่กรณี ก.3 กรณี ข.4 กรณี ค.5 กรณี ง.6กรณี จ.7กรณี 2.การเปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปกรณีสุดท้ายในการลงทุนครั้งแรกคืออะไร ก.การนำเงินสดมาลงทุนเพี ยงอย่างเดียว ข.การนำเงินสดและสินทรัพย์อื่นมาลงทุน ค.นำสินทรัพย์อื่นมาลงทุนเพี ยงครั้งเดียว ง.การนำเงินสด สินทรัพย์อื่นและหนี้สินมาลงทุน จ.นำเงินสดและหนี้สินมาลงทุน 3.Ledger คืออะไร ก.งบทดลอง ข.งวดบัญชีใหม่ ค.สมุดรายวันทั่วไปแบบรวม ง.บัญชีแยกประเภท จ.งบแสดงฐานะการเงิน

แบบทดสอบหลังเรียน 4.การผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทที่นำสินทรัพย์หลายชนิดมาลงทุนอยู่ ในกรณีใด ก.กรณีที่6 ข.กรณีที่5 ค.กรณีที่4 ง.กรณีที่3 จ.กรณีที่2 5.ยอดรวมด้านเดบิตและยอดรวมด้านเครดิตมียอดดุลเท่ากันจะเรียกว่า อะไร ก.งบแสดงฐานะการเงิน ข.งบทดลอง ค.บัญชีแยกประเภท ง.กระดาษทำการ จ.สมุดรายวันทั่วไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook