โครงกำร ผกั สวนครู สำนกั งำนกศน.จงั หวดั พงั งำ องคค์ วำมรชู้ ดุ : ผกั กนิ หวั เรยี นรกู้ ำรปลกู :มนั เทศ ใบ ลดน้ำตำล หวั ลดไขมนั ในเลอื ด มนั เทศ Sweet potato โดย สำนกั งำนกำรศกึ ษำนอกระบบและ กำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั จงั หวดั พงั งำ
มันเทศ มนั เทศ (Sweet potato) ชอื่ วทิ ยาศาสตร์: Ipomoea batatas สายพันธุท์ เ่ี หนือกวา่ : สกลุ อิโปโมเอยี ชนั้ : สปีชีส์ ลักษณะทวั่ ไป : มัน จะมอี ยู่ดว้ ยกนั 2 ชนดิ คอื ชนดิ หวาน และชนิดไมห่ วาน โดยชนดิ หวานเราจะเรยี กว่า “มันเทศ” (Sweet potato) สว่ นชนดิ ไมห่ วานเราจะเรยี กวา่ “มันฝร่งั ” (Irish potato)
ประโยชนข์ องมนั เทศ 1.เนือ้ สีเหลือง หรือสีส้ม มีสารเบตา้ แคโรทนี เมอ่ื รบั ประทานเขา้ ไป จะยอ่ ยสลายกลายเปน็ วติ ามินเอมีส่วนสาคัญช่วยบารุงสายตา ช่วยการมองเหน็ ตอนกลางคนื และลดความเสอื่ มของลกู ตาได้ 2. เนื้อสีม่วง มสี ารแอนโทไซยานนิ สูง จัดเป็นสารอาหารทม่ี ี คุณสมบัตเิ ป็นสารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ ชว่ ยชะลอความเสอ่ื มของเซลล์ มีวติ ามนิ ซีมากจึงมีส่วนชว่ ยในการชะลอวัย ช่วยบารงุ ผิวพรรณให้มี สขุ ภาพดี และช่วยให้ผวิ พรรณเปลง่ ปลงั่ สดใส มไี ฟเบอร์ หรอื เส้นใย อาหารมาก ดังน้ันเม่อื รบั ประทานเขา้ ไปจะทาให้รสู้ ึกอ่ิมเรว็ และอ่มิ ได้นาน จงึ ถอื เปน็ อาหารทเี่ หมาะสาหรับผตู้ อ้ งการควบคุมนา้ หนกั หรอื ผทู้ ่ีตอ้ งการลดน้าหนกั 3. ดา้ นอตุ สาหกรรมไดม้ ีการนามาใชป้ ระโยชน์ในการทาแปง้ เสน้ กว๋ ยเตย๋ี ว กาว ขนมขบเค้ียว อาหารบรรจกุ ระปอ๋ ง เหล้า แอลกอฮอล์ กาว และส่วนผสมที่ใส่ในอาหารเดก็ 4. มนั เทศมีสว่ นชว่ ยในการกระตนุ้ ภูมิคมุ้ กนั ในรา่ งกาย ช่วย ระบายท้อง ปอ้ งกันอาการทอ้ งผกู ลดระดับน้าตาล ชว่ ยขับพษิ บารุงผิว ช่วยในการชะลอวัย และช่วยรกั ษาโรคตาทที่ าให้มอง ไมเ่ ห็นในทมี่ ืด
คุณค่าทางโภชนาการของมันเทศ โปรตนี 1.5 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 26 กรมั แคลเซียม 25 มลิ ลกิ รัม ไธมามนี 0.7 มิลลิกรัม ไนอาซนี 0.4 มิลลิกรัม ธาตุเหลก็ 1 มลิ ลิกรัม เสน้ ใย 1 กรมั ไซโบฟลาวนิ 0.04 มิลลกิ รัม
การเลอื กพ้ืนท่ีและการเตรียมดนิ ปลกู มนั เทศ 1.ถ้าเป็ นท่ีนาควรเลือกที่สงู และระบายนา้ ได้ดี 2.ถ้าเป็ นไปได้ไมค่ วรปลกู มนั เทศมากอ่ น หากมีความจาเป็ นต้อง ปลกู ซา้ ทีเ่ ดมิ ต้องทาการกาจดั แมลงในดินกอ่ น 3.สาหรับทด่ี อนและทร่ี าบทวั่ ๆ ไปนนั้ สว่ นใหญ่จะปลกู ได้เฉพาะ ฤดฝู น สว่ นท่ีอยใู่ นเขตการชลประทานสามารถจะปลกู มนั เทศได้ ตลอดปี 4.การเตรียมดินควรไถให้ลกึ ประมาณ 25-30 เซนติเมตร 5.ตากดนิ ไว้ 7-10 วนั และพรวนดนิ 1-2 ครัง้ เพื่อกาจดั วชั พืช และทาให้ดนิ มสี ภาพร่วนซยุ แล้วจงึ ปรับระดบั เนอื ้ ท่ีปลกู ให้เรียบ สมา่ เสมอกนั ควรใสป่ ๋ ยุ คอก หรือป๋ ยุ หมกั จากนนั้ จึงพรวนดิน เพ่ือให้คลกุ เคล้าเข้ากนั 6.เมื่อเตรียมดินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยกร่องหา่ งกนั 75-100 ซม. ยกร่องรูปสามเหลีย่ มขนึ ้ มา และทาการปลกู บนสนั ร่องนนั้ ๆ
การเตรยี มพันธุป์ ลูก การใช้ลาต้นหรอื เถาปลกู สว่ นใหญ่ใช้ลาตน้ ท่ีแก่หลงั จากเกบ็ เก่ยี วแลว้ โดยตดั เถาใหย้ าวประมาณ 25-30 เซนติเมตร หรอื มขี อ้ ประมาณ 6-8 ขอ้ การใช้เถาน้ีนิยมใช้ส่วนยอดมากกว่าส่วนอน่ื ๆ เพราะเจรญิ เตบิ โตและออกรากรวดเรว็ และไม่เปน็ ทีอ่ าศัยของ แมลงปกี แขง็ ทจ่ี ะทาใหห้ วั มนั เทศอาจมไี ข่/ตัวออ่ นแมลงอาศัย อยไู่ ด้
วิธกี ารปลูก ปลกู ทามมุ ประมาณ 45 องศากบั พน้ื ดิน โดยใช้จอบสับบน สันรอ่ ง วางเถาบนรอยสับ ทามมุ ประมาณ 45 องศา ให้สว่ น ปลายโผลเ่ หนือดนิ 3-4 ใบ การใหน้ า้ : ถา้ ปลูกฤดฝู น การให้น้าเป็นสิง่ ที่ไมจ่ าเป็นแต่ ต้องระวังเร่ืองการระบายนา้ โดยอยา่ ให้นา้ ท่วม และขงั อยู่ ถ้า หากปลูกในฤดแู ล้ง การใหน้ ้าเปน็ สิ่งทจี่ าเปน็ ระยะแรก 10-15 วันต่อครง้ั และระยะหลัง 20-30 วันต่อครง้ั โดยทาการปล่อย ให้นา้ ไหลเอ่อเข้าตามร่องในแปลงปลูก โดยใหร้ ะดบั นา้ สูง 2 ใน 3 ของร่อง ปลอ่ ยน้าทิ้งไวใ้ นร่องสกั 1 คนื รบี ระบายออกทิ้งเสีย
การพรวนดนิ และกาจัดวัชพชื โดยเฉพาะการกาจัดวัชพืช จะตอ้ งกระทาโดยเรว็ ทส่ี ุดเทา่ ที่ จะทาได้ ถ้าหากเน้ือท่ปี ลูกมีขนาดเล็ก หลังจากกาจัดวชั พืช แล้วควรพูนโคนด้วย ถ้าหากเนอ้ื ทม่ี ขี นาดใหญ่ก็สามารถ กระทาไดโ้ ดยไถผ่านระหว่างแถว การกระทาเช่นนี้จะทาได้ หลงั จากปลกู แลว้ 1 เดือน การใสป่ ยุ๋ : ควรใสป่ ุ๋ยคอก หรอื ปุ๋ยหมกั ลงในแปลงหลงั ไถ ตากดนิ ไวแ้ ละพรวนหรือคราดกลบ การตัดแตง่ และกลบเถามันเทศ เมอ่ื มันเทศเจรญิ เติบโต (อายุ 2 ถึง 2 เดือนคร่ึง หลังปลูก) มันจะทอดยอดออกไปนอกแปลง ทาให้ข้อตดิ กับดนิ เกิดราก หย่งั ลงดนิ และเกิดหวั ได้ ทาใหห้ ัวทเี่ กดิ จากส่วนทีเ่ กดิ จาก ส่วนท่ีฝั่งดินอยกู่ อ่ นแลว้ เจรญิ เติบโตไมเ่ ตม็ ที่ ควรมกี ารตอน หรือตดั ออกบ้าง แล้วตลบเถาทที่ อดยอดออกไปนน้ั ไวบ้ นหลงั แปลง
การดูแลรักษามนั เทศ การใหน้ า้ แม้วา่ มนั เทศจะเป็นพชื ที่ปลูกง่ายและทนแล้งไดด้ ี แตถ่ ้ามนั เทศขาดน้าจนเถาเหย่ี วเฉาแล้ว จะมีผลทาใหห้ วั ไม่สมบูรณ์ ดงั น้ัน ควรให้น้าให้ชืน้ อยู่เสมอ นอกจากในฤดูฝน การใหน้ ้าแกม่ นั เทศจะไม่จาเปน็ ในระยะกอ่ นการเกบ็ เกยี่ วประมาณ 3-4 สปั ดาห์ ควรงดการใหน้ ้า ทัง้ นก้ี ารเก็บเก่ยี วจะสะดวกในสภาพดนิ แห้ง การใหป้ ยุ๋ ปยุ๋ ท่ีใชก้ บั มนั เทศควรมสี ัดสว่ นของไนโตรเจน : ฟอสฟอรัส : โปรแตสเซยี ม = 1.5:1:2-2.5 เช่นปยุ๋ สตู ร 10-10-20 ในอัตราประมาณ 50-100 กิโลกรัมตอ่ ไร่ นอกจากน้คี วรใชป้ ุ๋ยยูเรีย และแอมโมเนียมไนเตรด รว่ มด้วยในอัตรา 10-15 กิโลกรัมตอ่ ไร่ ปุ๋ยสตู รนี้ควรแบ่งใส่เป็นปยุ๋ รองพน้ื กอ่ นปลกู ครงึ่ หนึ่ง และอกี ครึง่ หนึ่งใส่ข้างแถวเม่ือมนั อายไุ ด้ 30 วนั หลังจากปลูก แลว้ พรวนดนิ กลบ ปุย๋ ไนโตรเจน กค็ วรแบง่ ใส่ 2 ครง้ั เช่นกนั คือ ใส่แบบโรยข้าง แถวเม่อื มันอายุ 14 วันและ 30 วนั ในดนิ ทรายควรใชป้ ๋ยุ มากกว่าใน ดนิ เหนียว หากดนิ มไี นโตรเจนมากเกินไป มนั เทศจะเจรญิ ทางใบ มากและจะทาให้หัวเล็กผอม ความสาคญั ของธาตุโปแตสเซียมกค็ ือ จะทาใหม้ นั มหี ัวสั้นอ้วน ธาตุโบรอม (B) มีความสาคัญต่อมนั เทศ เช่นกัน คอื ในหวั มนั เทศท่ขี าดธาตโุ บรอนนั้น ตรงกลางหัวจะมรี อย แตกและเกดิ สีดา การพรวนดนิ กาจดั วัชพืช ในระยะแรกทีเ่ ถามันเร่มิ เจรญิ เติบโต ควรปฏิบตั ิบอ่ ยๆ การพรวนดนิ เพื่อกาจัดวัชพืชนั้น ควรพรวนดินกลบเถามนั ดว้ ย เพือ่ ให้เถามนั ลงหัวไดด้ ี และเม่ือเถา มันเรม่ิ ลงหัวแลว้ ก็ควรหยดุ การพรวนดนิ เพราะจะทาให้หวั มนั ไดร้ ับความกระทบกระเทือน
การเก็บเก่ยี ว เม่อื มันเทศลงหัวหรอื ครบอายุการเกบ็ เก่ียวแล้ว ต้องรบี เก็บ เกี่ยวทนั ที หากทิ้งไวใ้ นแปลงนานๆ จะถูกแมลงในดินเข้า ทาลายเสยี หายได้ การท่ีจะทราบว่าหัวมนั เทศพอทจี่ ะเก็บเกย่ี ว ไดห้ รอื ไมน่ น้ั ข้ึนอยกู่ บั ปจั จยั ดงั น้ี 1.โดยดูจากดินบรเิ วณโคนตน้ จะแตกแยกอกเปน็ รอ่ ง 2.สมุ่ ขุดข้นึ มาดูประมาณ 2-3 ตน้ และใชม้ ดี ตัดหัวมันเทศดู ถา้ แก่จะมียางไหลซึมออกมาตรงบริเวณรอยตัด และจะแหง้ ไป อย่างรวดเรว็ 3.อายกุ ารเก็บเก่ียวแต่ละพนั ธุ์ ปกตจิ ะสามารถเก็บเกีย่ วไดใ้ น อายุประมาณ 90-150 วันหลังปลกู วธิ กี ารเกบ็ เก่ยี ว เคร่ืองมอื ทีใ่ ชเ้ กบ็ เกี่ยว (ขุด) ได้ผลดนี น้ั กค็ ือ จอบ เสียม โดย ระวังอยา่ ให้หัวมนั เทศเป็นแผล แตกหรอื ชา้ ไดเ้ พราะจะทาให้ ราคาตก และเก็บไว้ไดไ้ มน่ าน ก่อนเก็บเกีย่ ว (ขุด) ควรตัดเถา และใบมนั เทศออกไปกอ่ นเพือ่ ให้สะดวกในการเกบ็ เกี่ยว และ เปอรเ์ ซน็ ตก์ ารสูญเสยี ก็จะลดลง
ใบ ลดน้ำตำล หวั ชว่ ยลดไขมนั ในเลอื ด อ้างอิง https://sites.google.com/site/mild 56141010117/khing ภาพประกอบจากอินเทอรเ์ น็ต
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: