บทที่ 15 การจัดการอาหารของครอบครัวประมวลเน้ือหาคําอธิบาย - คณุ คาทางโภชนาการ - การจดั รายการอาหาร - การเลือกซ้ืออาหาร - การเตรยี มอาหาร - การปรงุ อาหาร - การเสริ ฟ อาหาร - การทําความสะอาดและจัดเก็บอาหารเอกสารอางองิศรีสมร คงพนั ธ.ุ 2541. ในบาน-ในเรือน. กรุงเทพฯ: แสงแดด.Oppenheim, Irene. 1979. Management of the Modern Home. 2nd ed. New York: Macmillan Publishing.Paolucci, Beatrice; Faiola, Theodora and Thompson, Patricia. 1973. Personal Prespectives: a Guide to Decision Making. New York: McGraw-Hill.กจิ กรรมการเรยี นการสอน1. บรรยาย บรรยายเพื่อนําเขาสูบทเรียน และอธิบายในรายละเอียดเพื่อปูพ้ืนฐาน และเขาใจใน ขอบขาย แนวคิด และวิธีการคน ควาดวยตนเอง2. อภิปราย วิเคราะหและสรปุ ขอมลู 2.1 ใหนักศึกษาเสนอประเด็นท่ีเห็นวา ควรจะอภิปรายในกระบวนการจัดอาหาร และ จดั ลําดับความสาํ คญั ของประเด็น โดยการตกลงของผเู รียน แลว ใหนกั ศกึ ษากลับไป ศึกษาและหาขอมูลเพิม่ เติมแลว นํามาอภปิ ราย และสรุปรว มกนั กับผสู อน 2.2 ใหนักศึกษาวิเคราะหถึงการบริโภคอาหารจานดวน (fast food) วาเหมาะสม และ สนองความตองการของรา งกายอยางไร
สือ่ การสอน1. เอกสารคาํ สอนกระบวนวชิ าการจดั การบา นเรือน บทท่ี 152. แผนใสลําดับหัวขอ คําบรรยายสน้ั ๆ ของเน้อื หาในบทที่ 153. ภาพตัวอยางของกระบวนการจดั อาหารแบบตา ง ๆ โดยโปรแกรม presentationรายละเอยี ดเนื้อหา อาหารเปนหน่งึ ในปจ จยั สที่ ี่สําคัญของมนษุ ย อาหารเม่อื บริโภคเขาไปและหลังจากยอยแลว จะไปหลอ เล้ียงอวยั วะตางๆของรา งกาย ดังนั้นคุณภาพของอาหารจงึ เปน สิ่งสําคญั อาหารนอกจากสนองความตอ งการทางดานรา งกายของมนุษยแลว อาหารยังสนองความตองการทางดา นจิตใจ สงั คม และวฒั นธรรม เราใชอาหารเปนสัญลักษณในพิธีกรรมทางศาสนา หรอื ใชอาหารเปน สญั ลักษณประจําชาติ เชน พซิ ซา เปนอาหารจากประเทศอติ าลีอาหารประเภทขาวหรอื เครื่องเทศเปนอาหารจากเอเชีย นอกจากน้ีในการเลือกหรือจัดการอาหารยังข้ึนอยกู ับครอบครวั ประเพณี และวัฒนธรรมในทองถ่นิ นัน้ ๆดว ยเชน กัน ในปจจุบันทามกลางกระแสวัฒนธรรมท่ีหลั่งไหลไปในทิศทางเดียวกันจะสงผลกระทบตอการจัดการอาหาร จากส่ิงแวดลอมท่ีเปลี่ยนแปลงไปสงผลใหการจัดการอาหารแตกตางไปจากเดิม ในอดีตการปรุงอาหารในครอบครัวเปนเร่ืองใหญตองมีกระบวนการตา งๆมากมาย เชน การซอ้ื การเตรียม และการปรุง แตในปจจุบันเม่ือแมบานมีเวลาจํากัดอาหารสําเร็จรูปในรูปแบบตา งๆจงึ เปนทนี่ ิยม เน่อื งจากสะดวก งาย และรวดเร็ว นอกจากนี้คานยิ มในการบรโิ ภคอาหารประเภทจานดวนไดร บั ความนิยม จงึ ทาํ ใหก ารบริโภคอาหารของครอบครัวไทยเปล่ียนแปลงไป อยางไรก็ตามในความตองการอาหารของมนุษยจะมีความตอ งการ ดังนี้ ภาพที่ 1 ภาพพซิ ซา อาหารสาํ หรบั คนรุนใหมท่นี ิยมในปจจุบัน
1. ความตอ งการทางกาย (Physical Needs) รางกายท่ีมีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคภัยไขเจ็บอยูท่ีการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ในการดแู ลรักษาสุขภาพนอกเหนือจากการออกกําลังกายและการพักผอนแลวการบริโภคอาหารก็มคี วามสําคญั หากบริโภคในสิ่งที่ชอบหรอื กนิ ในสง่ิ ท่พี อใจบางครงั้ อาจทาํใหขาดคุณประโยชนของอาหาร นอกจากน้ีการบริโภคโดยไมคํานึงถึงชนิดและปริมาณของอาหารอาจกอ ใหเกิดปญหาของสขุ ภาพไดเ ชน กัน ดงั นัน้ เมื่ออาหารมีความสาํ คัญตอสุขภาพและรางกายของมนุษยแลว จึงควรใหความสําคัญกับอาหารท่ีบริโภความีความจําเปนและเหมาะสมกบั รา งกายอยางไร คาํ วา “อาหาร” หมายถึง สิ่งท่ีบริโภคเขาไปแลวทําใหอิ่ม ซึ่งอาจมีท้ังคุณประโยชนและโทษ สว นคาํ วา “โภชนาการ” หมายถงึ อาหารท่ีบริโภคเขาไปแลวรางกายสามารถนําไปเผาผลาญเพ่ือใชเปนประโยชนในการเสริมสรางความเจริญเติบโต ซอมแซมสวนท่ีสึกหรอและทําใหรางกายแข็งแรงมีภูมิตานทานโรค (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973:101.) ดงั นนั้ คําวา “อาหารและโภชนาการ” จงึ เปนสง่ิ คกู นั เราจะบริโภคอาหารใหอ่ิมเพียงอยางเดียวไมได ตองคํานึงวาอาหารท่ีบริโภคเขาไปน้ันมีคุณประโยชนตอรางกายอยางใดอาหารจงึ มคี วามสาํ คัญตอความตองการทางกายของมนุษย 2. ความตอ งการทางดานจติ วทิ ยา (Psychological Needs) ความตองการของอาหารทางดานจติ วิทยาจะมีผลทางดานจติ ใจ มีผูคนไมนอยที่ใชอาหารเปนเครอ่ื งบง บอกถึงฐานะ ความเปนอยู และสถานภาพของตนเอง การรับประทานอาหารในภัตตาคารที่หรูหรา ราคาแพง มีการตอนรับท่ีดีจะทําใหม่ันใจในความสะอาดหรือเพื่อแสดงฐานะของตนเอง ปจจุบันวัยรุนนิยมเขารานอาหารฟาสตฟูดเพื่อแสดงวาตนเองทันสมยั หรอื มีรสนยิ มและเปนที่ยอมรับจากสังคมทาํ ใหเ กิดความภาคภูมิใจในตนเอง ความตองการของอาหารทางดานจติ วทิ ยาจึงเปนเรือ่ งของจติ ใจในแตละบุคคล 3. ความตอ งการทางสังคม (Social Needs) ในงานเลี้ยงสังสรรคหรือโอกาสพิเศษตางๆจะใชอาหารเปนสวนประกอบ โดยอาหารท่ีจัดจะเปน สวนหนงึ่ ท่ีทําใหคนไดเ ขา มารวมกนั ในวงสังคม ไดพดู คุย พบปะ และรับประทานอาหารรว มกนั หรือในบางครั้งการปรงุ อาหารรวมกนั กถ็ อื เปน การอยูในสงั คมรวมกนั ได
4. ความตองการทางดานจติ วญิ ญาณ (Spiritual Needs) ศาสนาบางศาสนาจะมีขอกําหนดหรือขอหามเกี่ยวกับการบริโภคอาหารบางอยางตามแตเ หตุผลและความเชื่อที่มีมาแตโบราณกาล ศาสนาบางศาสนา เชน ศาสนาอิสลามจะหามบริโภคเน้ือหมู หรือศาสนาฮินดูจะหามบริโภคเนื้อวัว เปนตน อาหารหลายอยางเก่ียวของกับพิธีกรรมทางศาสนา โดยใชประสบการณทางดานจิตวิญญาณเปนศูนยกลางความเชื่อถือ ความเคารพสักการะหรือแมแตประเพณีบางประเพณีที่ใหความสําคัญกับอาหาร เชน ประเพณีไหวเจา หรอื ไหวพ ระจนั ทร เปนตน (Paolucci, Faiola and Thompson,1973: 106.) ภาพท่ี 2 ภาพวัฒนธรรมการบรโิ ภคอาหาร ในภาพเปนอาหารของประเทศอินโดนเิ ซีย นอกจากความตองการตา งๆทก่ี ลาวมา อาหารยังเปนส่ิงท่ีเชื่อมโยงวัฒนธรรมตางๆเขา หากัน เชน ชาวตะวนั ตกนิยมรับประทานอาหารไทย ในขณะที่คนในภูมิภาคเอเชียนิยมรบั ประทานอาหารแบบตะวนั ตก เปน ตน ส่งิ ทมี่ อี ทิ ธิพลตอ การบริโภคอาหาร นอกจากปจ จัยพืน้ ฐานของความตอ งการในการบรโิ ภคอาหารแลว ส่งิ ท่มี อี ทิ ธพิ ลตอการบรโิ ภคอาหารนบั เปน ปจจยั ทีส่ ําคัญท่ีควรศกึ ษาเนือ่ งจากในปจจุบันเกิดการเปล่ยี นแปลงการถา ยทอดวฒั นธรรม ส่งิ ที่มีอทิ ธิพลตอ การบริโภคอาหารมีดงั นี้
1. สภาพของสังคมในปจจบุ ัน ในปจจุบันประชากรไดเพิม่ ข้ึนอยา งรวดเรว็ ทําใหอ าหารจากธรรมชาตลิ ดลง สง ผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค ในอดีตประชากรที่อาศัยในชนบทสามารถอาศัยอาหารจากแหลงธรรมชาติไมวาจะเปนปาไม แหลงนํ้า หรือพื้นดิน แตเมื่อมีประชากรเพ่ิมมากขึ้นแหลงอาหารตางๆจึงลดลง ครอบครัวตองซ้ือหาอาหารจากแหลงตางๆ ทําใหครอบครัวที่มีรายไดนอยไมสามารถซื้อหาอาหารได ทําใหเกิดปญหาภาวะการขาดแคลนอาหารขึ้น 2. การพัฒนาของเทคโนโลยี เม่ือความเจริญทางเทคโนโลยีเขามามีบทบาทตอทุกส่ิง กระบวนการผลิตอาหารตา งๆจงึ เกดิ การพัฒนาขึน้ ในการผลิตอาหารจะใชเ ทคโนโลยีใหมๆทําใหผลิตภัณฑอาหารมีรูปแบบตางๆนารับประทานย่ิงข้ึน เชน การถนอมอาหาร การแปรรูปอาหาร หรือการปรุงอาหาร ส่งิ เหลา นี้ทําใหเ กดิ ความตอ งการตอ ผูบริโภคมากข้นึ 3. การพฒั นาทางการสื่อสาร การสื่อสารเปนสวนหน่ึงของการพัฒนาจากเทคโนโลยี ในปจจุบันการสื่อสารสามารถสอ่ื สารถงึ กนั ทว่ั โลกทาํ ใหผ บู ริโภคหนั มาบรโิ ภคอาหารตามการโฆษณามากขึ้น 4. การถายทอดทางวฒั นธรรม เมือ่ การส่อื สารสามารถสือ่ ถงึ กนั ไดท่ัวโลก จึงกอใหเกิดการถายทอดทางวัฒนธรรมในปจ จบุ นั ครอบครัวไทยรับเอาวัฒนธรรมการบริโภคอาหารจากตางชาติมาเปนวัฒนธรรมการบริโภคของตนเองอยางกลมกลืน ไมวา จะเปน พซิ ซา แฮมเบอรเกอร หรอื อาหารญีปุน ซึ่งสิง่ เหลา นี้ไดกลายเปนสวนหนง่ึ ของพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของครอบครัวไทยในปจจุบันจนกลายเปน คา นิยมที่ไดรบั ความนิยมและขาดไมไ ดอยางในเชนปจจุบนั ดังน้ันจะเห็นวาในปจ จบุ ันอาหารจากตางประเทศไดม กี ารขยายสาขาบรกิ ารอยางมากมายทวั่ ประเทศ ถึงแมวาจะมีราคาแพงแตกไ็ ดร ับความนิยม 5. การเปลีย่ นแปลงของครอบครัว ในอดีตครอบครวั ไทยเปนครอบครัวใหญทอ่ี ยรู วมกันของญาติพี่นอง แตในปจจุบันเมื่อสังคมเปล่ียนแปลงครอบครัวจึงหดตัว การบริโภคอาหารจึงตองเรงรีบ เรงดวน หางายประหยัดเวลาและแรงงาน ดังนน้ั อาหารสาํ เร็จรูปหรอื อาหารปรุงสําเร็จจึงเปนท่ีตองการของการบรโิ ภคในปจจุบนั
6. เพศ และวยั ของสมาชกิ ในครอบครัว หากในครอบครัวมสี มาชิกท่ีมอี ายุหรือเพศตางกนั การจัดการอาหารในครอบครัวจะแตกตางกัน เด็กวัยรุนจะบริโภคอาหารที่ตางจากผูสูงอายุเพราะวัยรุนเปนวัยที่ตองการอาหารทใ่ี หพ ลังงาน ในขณะที่ผูสูงอายุตองการอาหารเพื่อบํารุงสุขภาพ เพศและวัยจึงเปนปจจยั หนึ่งในการบริโภคอาหารของครบครัว 7. ขอ มูลขา วสารดา นอาหาร ขอ มูลขาวสารดา นอาหารเปนสิง่ สําคญั ครอบครัวควรรูขอมูลขาวสารในเรื่องตางๆของอาหารเพ่ือนํามาประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการเลือกซ้ืออาหารของครอบครัวขอมูลขาวสารที่นาสนใจ ไดแก การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงจะชวยในการยอยไดดีการบริโภคอาหารสุขภาพตางๆ เชน อาหารท่ีมีสวนผสมของสมุนไพร หรืออาหารชีวจิต เปนตน 8. สุขภาพ ในปจจบุ ันผูคนสนใจในสุขภาพมากขนึ้ ทําใหเกิดการเลือกในการบริโภคอาหารท่ีมีคุณภาพมากขึ้น การบริโภคอาหารจากธรรมชาติ อาหารเสนใย จากพืช ผัก ผลไม และถ่ัวตางๆ จงึ เปนทน่ี ิยมเนือ่ งจากบาํ รงุ รกั ษาสขุ ภาพและรางกายใหแ ข็งแรง 9. บุคลิกลักษณะ บุคลิกลักษณะของมนุษยเปนสิ่งสําคัญ ไมวาเพศหญิงหรือชายตางก็ตองการใหมีบุคลิกภาพดี การรับประทานอาหารใหถูกตองตามหลักโภชนาการจึงเปนส่ิงสําคัญกับบุคลิกภาพ หากรับประทานอาหารมากเกินไปรางกายใชอาหารเหลานั้นไมหมดก็จะเก็บสะสมไวตามบริเวณตางๆของรางกาย เชน รอบเอว ตนแขน ตนขา ทําใหอวนและมีบุคลิกภาพไมดี ดังน้ันในการบริโภคอาหาร ควรบริโภคใหเพียงพอกับความตองการของรางกาย ลดอาหารประเภทแปง ไขมัน และนาํ้ ตาล หันมาออกกาํ ลงั กายจะทาํ ใหม บี คุ ลิกภาพท่ดี ีและแข็งแรงขนึ้ (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 109.) จากปจจัยตางๆท่ีกลา วมาเปนรปู แบบของการบริโภคอาหารของครอบครวั ในปจ จบุ นัซ่ึงอาจเปลี่ยนแปลงไดหากมปี จ จัยใหมๆเกิดข้ึนในอนาคต การจัดการอาหาร (Food Management) การจดั การอาหารคอื กระบวนการที่เก่ยี วของกบั ข้ันตอนตางๆของการบริโภคอาหารทมี่ ผี ลตอผบู ริโภค
การจดั การอาหารจะมีผเู ก่ยี วขอ งอยหู ลายประเภทตามลกั ษณะของงาน แมบานจะเปนผูจดั การอาหารใหก บั ครอบครัว แมบ านจะตอ งคํานงึ ถงึ การบรโิ ภคอาหารท่ีเปนประโยชนตอ สมาชิก ควรจดั เตรียมอาหารอยางมีคุณคาประหยัดเวลาและ แรงงาน พรอมทั้งวางแผนการเตรียมอาหารในแตละม้ือใหเปนที่ตองการของสมาชิกในครอบครัว เชฟ (Chef) ในรานอาหารจะมหี นาทีจ่ ัดเตรียมอาหารสาํ หรบั จําหนา ย การวางแผนการซ้ือ การจัดอาหารใหนา รบั ประทาน การรักษาความสะอาด และการคิดคนอาหารแบบใหมๆ หรือนักโภชนาการในโรงพยาบาลจะตองดแู ลอาหารใหเหมาะสมกบั ผูปวยในโรงพยาบาล เปน ตน ดังน้ันในการกระบวนการจดั การอาหารจงึ ตอ งข้นึ อยูกบั วตั ถปุ ระสงคข องเปาหมายท่เี กี่ยวของน้ันๆ พรอมท้งั ตองตอบสนองความตอ งการพื้นฐานของมนุษยด วยเชน กัน ขอ ควรคํานงึ ในการวางแผนการจัดการอาหาร ในการวางแผนการจัดอาหารโดยท่วั ไปจะคํานึงถึงสง่ิ ตอไปน้ี1. คุณคาทางโภชนาการ ในการบรโิ ภคอาหารรางกายตอ งไดพ ลงั งานและสารอาหารครบหมเู พื่อทาํ ใหรา งกายแข็งแรง สารอาหารเหลานี้จะแบง ตามหนา ทีท่ ม่ี ีตอรา งกาย และสวนประกอบทางเคมี ไดแกคารโบไฮเดรต ไขมัน โปรตนี เกลือแร และวิตามนิ คารโ บไฮเดรต คารโบไฮเดรตเปนสารอาหารทีใ่ หพลงั งานมีอยูในอาหารจําพวกแปง เชน ขาว ขนมปง หรือนํ้าตาล คารโบไฮเดรตเปนแหลงพลังงานที่สําคัญของชีวิต เราควรบริโภคอาหารประเภทคารโบไฮเดรตในปรมิ าณท่พี อเหมาะ คอื ประมาณรอ ยละ 55-56 ของพลงั งานท่ีไดรับท้งั หมด เม่ือรา งกายบรโิ ภคคารโบไฮเดรตเขา ไปรางกายจะเปลย่ี นคารโบไฮเดรตเปนกลูโคสกลโู คสจะถกู เก็บไวในเลอื ด และไกลโคเจนจะสะสมไวในตบั และกลามเนื้อ กลูโคสและไกลโคเจนจะสลบั กันทาํ งาน การยอยคารโบไฮเดรตจะชวยรักษาสมดุลของกลูโคสในเลือดและไกลโคเจนในตับ นอกจากนคี้ ารโบไฮเดรตในรูปของใยอาหาร ซึ่งพบในผักและผลไมทุกชนิดจะชวยปองกันมะเรง็ ในลําไสใ หญ เน่อื งจากใยอาหารจะเพ่ิมน้ําหนักใหอุจจาระเรงกากอาหารผานระบบการยอยเร็วขนึ้ คารโบไฮเดรตในรปู ของนา้ํ ตาล ไดแ ก กลโู คสซึง่ ใชไ ดท นั ที แตถาเปนน้ําตาลชนิดอ่ืนเชน ซโู ครส รางกายจะตอ งเปลย่ี นเปนกลโู คสกอนแลวจึงจะดดู ซึมไปใช
คารโ บไฮเดรตในรปู ของแปง ไดจ ากขาวและขนมปง จะดูดซมึ ชา กวา นํ้าตาล รางกายจงึ เปลี่ยนแปลงแปงเปนไกลโคเจนและเก็บไวใชเปนพลังงานตอไป (Paolucci, Faiola andThompson, 1973: 120.) ไขมัน ไขมันเปน อาหารทใี่ หพลังงานสงู สดุ ในปริมาณนํ้าหนักเทาๆกนั ไขมันใหพลังงานสูงกวาคารโ บไฮเดรต หรือโปรตีนถึง 2 เทา ไขมันชวยในการควบคุมระบบการเผาผลาญของรา งกาย กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ แนะนําวา คนไทยควรไดร ับไขมันจากอาหารไมเ กินรอยละ 30 ของพลังงานที่ไดรับทั้งหมด แตในประเทศทางตะวันตกท่ีมีอากาศหนาวอาจตองการไขมันเพ่ิมขน้ึ การบริโภคไขมันมากเกินไปไมว า ชนิดใดอาจเปนอันตรายตอ สุขภาพ แตถ า ในอาหารทไี่ มม ไี ขมันอยเู ลยรา งกายจะไมไดรับสารอาหารสําคัญๆ ไขมันจากปลาที่มีมันมาก นํ้ามันปลา น้ํามันพืช และผลิตภัณฑนมที่มีไขมันครบถวนจะใหวิตามินเอ ดี อี และเค ซ่ึงเปนวติ ามนิ ทล่ี ะลายในไขมนั และยงั ชว ยใหร างกายดดู ซมึ วิตามินเหลานีไดดว ย รางกายตองการไขมันประมาณวันละ 25 กรัม เพ่ือใชในการดูดซึมวิตามินชนิดที่ละลายในไขมนั และเบตาแคโรทีน (ซ่ึงพบในผักใบเขียว และผัก ผลไมที่มีสีสมเหลือง) โดยรางกายจะเปลี่ยนเบตาแคโรทีนใหเปน วติ ามนิ เอได อาหารประเภทนมท่แี ยกเอาไขมันออก เชน นมสดขาดมันเนย โยเกิรต ทม่ี ีไขมันตา่ํ จะสญู เสยี วิตามินเอสว นใหญไ ป ชนดิ ของไขมนั ไขมันและนํ้ามันประกอบดวยกรดไขมันชนิดตางๆมากมาย ซ่ึงมีผลตอรางกายแบงเปน 2 ชนิดไดแ ก กรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไมอ มิ่ ตัว กรดไขมันไมอิ่มตัวยังแยกเปนกรดไขมันไมอ ิ่มตวั ตาํ แหนงเดยี วและกรดไขมันไมอิ่มตัวหลายตําแหนง นอกจากน้ียังมีกรดไขมนั ชนดิ ทรานส ซ่งึ เกิดไดในกระบวนการแปรรูปอาหารหรืออาจเกิดขึน้ เองตามธรรมชาติในเนือ้ สัตว เชน เนอื้ วัว และผลติ ภัณฑนม กรดไขมันอ่มิ ตัว พบมากในเนย เนยแขง็ นาํ้ มันหมู น้ํามนั ปาลม น้าํ มันมะพราว และผลติ ภณั ฑเ นอื้ สตั วตดิ มนั
กรดไขมันไมอ ิ่มตัวตําแหนงเดียว พบในน้ํามนั มะกอก ถั่ว และเมลด็ พืช กรดไขมนั ไมอ่มิ ตวั หลายตาํ แหนง พบในนํา้ มนั พืช น้าํ มนั ปลา และปลาทม่ี ีไขมันมากอาหารเหลานีม้ กี รดไขมนั จาํ เปน ซง่ึ มี 2 ตระกูลคอื โอเมกา -3 และโอเมกา -6 กรดไขมันชนิดทรานส พบในผลิตภัณฑท่ีทําจากนํ้ามันพืชท่ีผานกระบวนการเติมไฮโดรเจน เชน มารการีน และไขมันที่ใชทําอาหาร เชน ขนมปงกรอบ เคก และมันทอดรวมทัง้ ไขมนั ทมี่ ีอยูตามธรรมชาตใิ นเนอื้ สตั วต างๆ เชน เนือ้ วัว เน้ือแกะ วิธีการลดไขมนั อมิ่ ตวั น้นั ควรใชน ํ้ามนั พืชปรุงอาหารแทนนํ้ามนั หมูควรงดหรือบรโิ ภคเนยใหนอ ยลง หรือใชม ารก ารีนท่ีทาํ จากกรดไขมันไมอ ม่ิ ตัวแทน ควรใชนมพรองมันเนย หรือนมขาดมันเนยแทนนมทมี่ ไี ขมนั ครบสวน บางวันอาจบริโภคปลาหรอื ถั่วเมล็ดแหง เพ่ือใหไดโปรตนี ทดแทนอาหารท่มี ีไขมนั จากสตั ว หากบรโิ ภคเน้อื สตั วค วรเลอื กทไ่ี มต ิดมันหรอื แลเอามนั ออกกอนแลว นาํ ไปปรุงอาหารวธิ ีประกอบอาหารจะมีผลตอปริมาณไขมันท่ีบริโภค ควรใชวิธีตม ยาง หรือน่ึง จะดีกวาผัดหรือทอดซ่ึงตองใชน้ํามัน เลือกใชนํ้ามันพืช เชน น้ํามันถั่วเหลือง หรือน้ํามันจากเมล็ดทานตะวนั ในการปรงุ อาหาร ในการเลือกซ้ือควรดูฉลากใหรอบคอบเพราะผูผลิตบางรายจะระบุปริมาณของกรดไขมันอ่ิมตัวและกรดไขมันไมอ่ิมตัวไวในผลิตภัณฑอาหารดวย(Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 122.) โปรตนี โปรตนี เปน สารอาหารท่มี คี วามจําเปน ตอการเจรญิ เติบโตและการซอ มแซมสว นตา งๆท่สี กึ หรอของรา งกาย ต้ังแตกลามเน้ือ กระดูก ไปจนถึงเสนผมและเล็บ โปรตีนยังชวยผลิตเอนไซมท ใ่ี ชยอยอาหาร ชวยสรา งภมู ิคุมกันโรค รวมท้ังฮอรโมนชนิดตางๆซึ่งชวยใหรางกายทํางานไดอ ยา งเต็มที่ แตก ารบริโภคโปรตนี มากเกินไปอาจเกดิ ผลเสยี ได เน่อื งจากรางกายไมสามารถเก็บสะสมโปรตีนไวใชในภายหลัง การไดรับโปรตีนเกินความตองการจะมีผลใหสูญเสียแคลเซยี มจากกระดกู มากขนึ้ ซง่ึ อาจเสี่ยงตอการเปน โรคกระดกู พรนุ ไดงา ย อาหารทเี่ ปนแหลงโปรตนี สาํ คัญ ไดแ ก เน้ือหมู เน้ือวัว เน้ือเปด เน้ือไก ปลา นมและถั่วเมล็ดแหง โดยเฉลี่ยแลวเด็กโตต้ังแต 6 ขวบจนถึงผูใหญและผูสูงอายุ ควรไดรับโปรตีนประมาณ วนั ละ 50 กรัม เปนโปรตีนจากเนือ้ สัตวและพืชในสัดสวนรอ ยละ 60 ตอ 40
ชาวตะวนั ตกสวนใหญจ ะนิยมบรโิ ภคโปรตนี มากกวา ทร่ี างกายตองการ คอื ประมาณวันละ 100 กรัม(Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 120.) ในประเทศไทยจากการสาํ รวจของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข เม่ือป พ.ศ. 2538 พบวาคนไทยบริโภคโปรตีนโดยเฉลยี่ วันละ 58 กรมั แรธ าตุ นอกจากสารอาหารตางๆที่กลาวมา แรธาตุจัดเปนสารอาหารที่สําคัญอีกประเภทหนึ่งทจ่ี าํ เปนตอรางกายเพราะแรธาตจุ ะชวยในการดํารงชีวิต แรธาตุที่สําคัญตอชีวิตมนุษยจะมีมากมายซง่ึ ในแตล ะชนดิ จะมคี ณุ สมบัติทีแ่ ตกตา งกันออกไปตามปรมิ าณแรธ าตทุ มี่ อี ยใู นอาหารนน้ั ๆ สารอาหารหลายชนดิ จะมผี ลตอ การดดู ซมึ ของรา งกาย เชน วิตามินดี จําเปนตอการดูดซึมแคลเซียม อาหารทม่ี วี ติ ามินซีจะชวยใหร า งกายดดู ซมึ เหล็กได โดยเฉพาะเหล็กท่ีมีอยูในพืช นอกจากน้ียังมีสวนประกอบอื่นๆ เชน สารแทนนิน ซ่ึงพบในใบชา หากรางกายรับสารอาหารทม่ี แี รธ าตุนอ ยรางกายจะดงึ เอาแรธ าตจุ ากสว นทสี่ ะสมไวในกลามเน้ือ หรอื กระดกูแตถ า ไดร บั แรธาตุจากอาหารมากเกนิ ไปกจ็ ะถกู ขับออกมา แรธาตทุ สี่ ําคัญที่รา งกายตองการ ไดแก แคลเซียม (Clacium) แคลเซียมมอี ยูใ นอาหารหลายประเภท เชน นม ปลา ถ่ัวเมล็ดแหง และผักใบเขียวเขม แคลเซียมเปน สวนประกอบสาํ คญั ของกระดกู และฟน ซึ่งมีแคลเซยี มอยปู ระมาณรอยละ99 ของแคลเซยี มท้งั หมดในรางกาย สวนท่เี หลอื อีกรอ ยละ 1 กม็ บี ทบาทสําคัญตอโครงสรางและการทําหนาทข่ี องเซลลในรา งกาย แคลเซยี มยังชวยใหเ ลือดแขง็ ตวั ไดด ีอีกดวย ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ฟอสฟอรัส หรอื ฟอสเฟส เปนสวนประกอบสําคัญของเน้ือเยื่อเซลลพืช และสัตวทุกชนิด ประมาณ 4 ใน 5 สว นของฟอสฟอรัสในรางกายพบไดในกระดูกและฟน รางกายตองไดร บั ฟอสฟอรสั เพือ่ ใชใ นการปลอยพลังงานในเซลล การดูดซึมและนําพาสารอาหารหลายชนิด ตลอดจนการควบคมุ การทํางานของโปรตนี
แมกนเี ซยี ม (Magnesium) แมกนีเซยี ม เปนสวนประกอบของกระดูกและฟน ชวยสงสัญญาณประสาทและยังจาํ เปนตอการหดตวั ของกลามเน้อื แมกนีเซียมมีอยูในอาหารหลากหลาย ไดแก ธัญพืช ถั่วเมลด็ แหง และผักใบเขยี ว คลอไรด (Chloride) คลอไรด จะทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากับโพแทสเซียมและโซเดยี ม เพ่ือรักษาความสมดุลของเหลวในรางกาย ของเหลวในรางกายท่ีมีคลอไรดมากท่ีสุดไดแก นํ้าไขสันหลังและน้ํายอยในกระเพาะอาหาร อาหารท่เี ปนแหลง สําคัญของคลอไรดคอื เกลอื แกง หรือโซเดียมคลอไรด โซเดียม (Sodium) โซเดยี ม เปนสว นประกอบสาํ คญั ของของเหลวทุกชนิดในรางกาย ทําหนาท่ีควบคุมปริมาณนํ้าท้ังหมดในรางกาย โซเดียมเปนแรธาตุท่ีทํางานรวมกับโพแทสเซียม เพ่ือรักษาความสมดุลของของเหลวในรางกาย และชวยควบคุมการทํางานของระบบประสาทและกลามเน้ือ โซเดียมจากอาหารสวนใหญอยูในรูปของเกลือท่ีใชปรุงรสอาหาร หรือในรูปของโซเดยี มไนไทรตที่ใชถนอมอาหารจําพวก แฮม เบคอน ไสกรอก และแหนม โซเดียมยังเปนสว นประกบสําคัญของผงชูรส (โมโนโซเดียมกลตู าเมต) การขาดโซเดียมพบไดนอยมากเพราะเกลือมีอยูในอาหารมากมาย เราอาจเสียโซเดียมไปกับเหงือ่ ไดมากๆหากออกกําลงั กายหนักๆ โพแทสเซยี ม (Postassium) โพแทสเซียม จะทํางานกับโซเดียมในการรักษาความสมดุลของของเหลวในเซลลและเนอื้ เย่อื ชว ยควบคุมความดันโลหติ และทาํ ใหห ัวใจเตน เปน ปกติ โพแทสเซียม มีมากในอาหารจากพืช เชน ถ่ัวเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ถ่ัวเมล็ดแหงธัญพชื เต็มเมล็ด ผลไมแ หง มะเขือเทศ มันฝร่งั และผลไมส ดโดยเฉพาะกลวยและสม ธาตเุ หลก็ (Iron) ธาตุเหลก็ เปน สว นประกอบท่สี ําคญั ของฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ซ่ึงเปนสารในเม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบินทําหนาท่ีนําออกซิเจนไปตามกระแสเลือด เพ่ือเลี้ยงสวนตางๆท่ัวรางกาย ถารางกายขาดธาตุเหล็กจะผลิตฮีโมโกลบินไมได และจะมีอาการแสดงออกคือ
หายใจเหนอ่ื ยหอบ เน่อื งจากหวั ใจบีบตัวเร็วและปอดพยายามนําออกซเิ จนเขา สูร า งกายมากข้ึน ธาตุเหล็กยังเปนสวนประกอบของเอนไซมหลายชนิด เอนไซมเหลานี้จะชวยเปลี่ยนเบตาแคโรทีนใหเ ปน วิตามนิ เอ เบตาแคโรทนี เปน สารที่พบในพชื ทม่ี สี เี หลอื ง สสี ม หรือสเี ขียวเขม เชน แครอท ฟก ทอง พริก ผกั ตําลงึ ฯลฯ เอนไซมท่มี ีองคป ระกอบของธาตุเหล็กบางชนิดยังจําเปนสําหรับการสังเคราะหสารพันธุกรรม DNA และ RNA ตลอดจนการนาํ ไปใชใ นการผลิตคอลลาเจน(Collagen) ซงึ่ จะทาํใหเหงอื กฟน และกระดูกแข็งแรง ผหู ญงิ ตง้ั แตว ัยเรม่ิ มีประจําเดือนจนถึงวยั หมดประจําเดือนตองการธาตุเหล็กมากเปน 2 เทาของผูชาย หากไดรับธาตุเหล็กจากอาหารไมเพียงพอกับความตองการติดตอกนั เปน เวลานานแลวจะทําใหเปนโรคโลหิตจาง อาหารท่ีอุดมดวยธาตุเหลก็ ไดแก เครื่องในสัตว โดยเฉพาะตับ ไต และ เลือด สังกะสี (Zine) สังกะสี เปนสว นประกอบของเนื้อเยอ่ื และเอนไซมหลายชนิดในรางกาย นอกจากนี้สังกะสียังจําเปน ตอ การรักษาและสรางสารพนั ธกุ รรมดเี อน็ เอและอารเ อ็นเอ สงั กะสียงั จาํ เปนตอการเจริญเติบโตของรางกายและมีบทบาทสําคัญอยางย่ิงตอการพัฒนารังไข และลูกอณั ฑะ ถาขาดสังกะสีตั้งแตเด็กหรือวัยรุนจะทําใหการเจริญเติบโตและการพัฒนาทางเพศบกพรอง นอกจากน้รี า งกายยังตองการสังกะสีเพ่ือชวยใหระบบภูมิคุมกันทํางานไดอยางมีประสทิ ธิภาพ อาหารทม่ี ีธาตุสงั กะสีมากท่ีสดุ คอื อาหารทะเลโดยเฉพาะหอยนางรม เนื้อสัตว เปดไก ไข และนม รวมทง้ั ธัญพชื รางกายจะดูดซึมสังกะสีในโปรตีนจากสัตวไดดีกวา เน่ืองจากสังกะสใี นธญั พืชสวนใหญจ ะอยูท่ีเยือ่ หุมเมลด็ ซง่ึ มักถกู ขัดสหี ลุดไป ไอโอดีน (Iodine) นอกจากอาหารทะเลไมวา จะเปนกุง หอย ปู ปลา เปนแหลง ทม่ี ไี อโอดีนมากทีส่ ดุ แลวผกั ผลไม และธญั พืช กเ็ ปน อาหารที่ใหไอโอดนี ดวยเชนกนั แตจะขนึ้ อยูกับระดบั ของไอโอดนีในดนิ ทีใ่ ชปลกู ไอโอดีน เปนแรธาตทุ ่ีตอมไทรอยดจาํ เปน ตองใชใ นการเผาผลาญ รวมท้ังพัฒนาการทางรา งกายและสติปญญา ถา รางกายไดรับไอโอดนี ไมเพยี งพออาจทาํ ใหตอมไทรอยดโตขึ้น
หรือเปนโรคคอพอก ซ่ึงมักเกิดกับผูหญิงในวัยเจริญพันธุ แตถารางกายไดรับไอโอดีนมากเกนิ ไป อาจทําใหเ กิดปญ หาตอ มไทรอยดทํางานมากกวา ปกติ มีอาการหวั ใจเตนเร็ว น้ําหนักตัวลด หวิ บอ ย ออนเพลยี เหงือ่ ออกมาก อาการแสดงตอ มไทรอยดท าํ งานนอยกวา ปกติ นอกจากนีย้ งั มีแรธาตทุ จ่ี าํ เปน กบั ชวี ติ มนุษยอีกมากมาย แตก็อยูในอาหารประเภทเดียวกัน ซ่งึ หากบรโิ ภคอาหารทก่ี ลาวมาขางตน ก็จะไดร บั คณุ ประโยชนเ ชนกัน วติ ามิน (Vitamin) วิตามนิ เปนแรธ าตสุ าํ คัญทร่ี างกายจะขาดเสียไมไ ด วิตามินแบงเปน ชนดิ ที่ละลายในน้ํามัน และวิตามินท่ีละลายในน้ํา วิตามินที่ละลายในนํ้ามัน ไดแก วิตามิน เอ ดี อี เคสามารถสะสมอยูในรางกาย แตถาไดรับมากเกินไปอาจเปนอันตรายตอสุขภาพ วิตามินที่ละลายในน้ํา ไดแก วิตามินบี 8 และวิตามินซี ถาไดรับมากเกินไปรางกายจะขับออกทางปสสาวะจึงไมส ะสมอยูในรา งกาย วิตามินเอ วติ ามนิ เอชวยใหเ ซลลแ บงตวั และเจรญิ เติบโตไดตามปกติ บํารุงเย่ือทางเดินหายใจทางเดินอาหาร และทางเดินปส สาวะ ชวยรักษาสายตาใหมองเห็น วิตามินเอพบมากในอาหารจากสัตว เชน นม ไข โดยเฉพาะตับ วิตามินเอยังอยูในรปู ของเบตา เคโรทีนซึ่งไดจากผักและผลไมท่ีมีสีเหลืองสม เชน แครอท ฟกทอง มะละกอสุกรวมท้งั ผักใบเขยี ว สวนวติ ามนิ ที่ไดจากเบตาแคโรทีนหรือสารจําพวกเคโรทีนอย พบมากในแครอท มะมวงสุก ฟกทอง มะเขอื เทศ และผกั ใบเขียว เชน ตําลึง คะนา และบล็อคโคลี ผักและผลไมถ า มีสจี ดั หรือเขมขึ้นแสดงวา มสี ารเบตาแคโรทีนสงู วิตามนิ ดี วิตามนิ ดเี ปนวติ ามนิ ที่ผิวหนังสามารถสังเคราะหไดจากรังสีอัตราไวโอเลตท่ีมีอยูในแสงแดด รางกายตอ งการวิตามนิ ดใี นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรสั ฟนและกระดูกจะแขง็ แรงไดต อ งอาศยั วติ ามินดี อาหารท่ีอุดมดว ยวิตามินดี ไดแ ก ไขและปลาทมี่ ีไขมนั มาก เชน ปลาซารดี และปลาทูนา
วิตามนิ อี วติ ามนิ อีเปน สารตานออคซเิ ดช่ันท่ปี อ งกนั การเกดิ ปฏิกริ ยิ าออคซิเดซ่ันของกรดไขมนัไมอ ม่ิ ตัว อาหารทีม่ ีวติ ามนิ อสี งู ไดแก นาํ้ มนั พืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช จมูกขาวสาลี และขา วกลอ ง วติ ามนิ บี วติ ามินบีมอี ยู 8 ชนิด หรือเรียกรวมวา วิตามินบีรวม วิตามินบีทุกชนิดยกเวนบี 12เปนวิตามินท่ีละลายในนํ้า รางกายจึงไมสามารถเก็บสะสมไวได ถาไดรับมากเกินความตองการจะถกู ขบั ออกทางปส สาวะ วิตามนิ ซี วติ ามินซมี ีหนา ทีส่ รา งสารคอลลาเจน ซึง่ เปนโปรตนี ทท่ี ําให เสนผม เหงือก ฟน และกระดูกสมบูรณแ ข็งแรง ท้ังยังรักษาบาดแผลและแผลไฟลวก ถาขาดวิตามินซีรางกายอาจออนเพลยี เบอื่ อาหาร ติดเชือ้ ไดง าย เปน แผลแลว หากยาก หรือกระดกู ออ นแรง วิตามนิ ซเี ปนวติ ามนิ ที่ถกู ทาํ ลายไดง า ยเมื่อสัมผสั อากาศหรือถกู แสงหรอื ผา นความรอ น อาหารท่ีอดุ มดวยวิตามินซี ไดแก ผลไมสดและผักสดโดยเฉพาะผลไมท่ีมีรสเปร้ียว เชน ฝรั่ง สม มะขามปอมมะนาว โฟเลต โฟเลตเปนสารประกอบที่ไดมาจากกรดโฟลิก รางกายตองการโฟเลตเพื่อใชในการแบงตัวของเซลล เพ่อื ใชสรางสารพนั ธุกรรม DNA และ RNA และสงั เคราะหโปรตนี โฟเลตยงัจาํ เปนตอระบบสบื พันธุ ระบบประสาท และการสรางเม็ดเลือดแดง ผูใหญทั่วไปควรไดรับโฟเลตประมาณวันละ 200 ไมโครกรัม และสําหรับสตรีท่ีเตรียมตัวตั้งครรภควรไดรับสารโฟเลตเสริมวันละ 400 ไมโครกรัม ในชวง 3 เดือนกอนตัง้ ครรภ โฟเลตพบในตับ ถั่วเมลด็ แหง ดอกกุยชาย ตําลึง และกะหลํ่าดอก โฟเลตท่ีมีอยูในอาหารหลายชนิดน้ันรางกายจะดูดซึมไปไดประมาณคร่ึงหนึ่งเทานั้น แตจะดูดซึมโฟเลตท่ีอาหารเสรมิ ไดด กี วา เชน นม (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 126.) จากท่ีกลาวมาจึงสรุปไดวา หากตองการใหรางกายไดพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอควรบรโิ ภคอาหารใหค รบ 5 หมู แตกม็ คี าํ ถามตออกี วา หากบริโภคอาหารครบ 5 หมูแลวจะเปนโรคหรือไม ซึ่งคงตอบไดวาโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารมีท้ัง 2 ประการ คือ
การบริโภคอาหารนอยเกินไปคือทุพโภชนาการ หรือการบริโภคอาหารมากเกินไปคือโรคโภชนาการเกิน ดงั น้ันกระทรวงสาธารณสุขโดย กองโภชนาการ กรมอนามัย จึงไดรวบรวมขอมูลจากนักวิชาการตางๆสรุปเปนขอแนะนําในการบริโภคอาหาร เพ่ือสุขภาพท่ีดีของคนไทยหรือโภชนบญั ญตั ิ (รุจริ า สมั มะสตุ , 2545: 122) โภชนบัญญตั ิ 9 ประการ ไดแ ก 1. บริโภคอาหารใหครบ 5 หมู โดยบริโภคใหหลากหลาย และหม่ันควบคุมดูแล น้ําหนกั อยูเสมอ 2. บรโิ ภคขา วเปนอาหารหลกั และสลับกับอาหารประเภทแปง บา งเปน บางมื้อ และ ขาวทบี่ รโิ ภคควรเปนขาวไมขัดสี เชน ขาวกลอง ขาวซอมมือ เพราะมีเสนใยสูง และยงั มีสารอาหารหลายชนดิ อาทิ วติ ามินบี 1 บี 2 3. กนิ พชื ผกั ใหมากและกนิ ผลไมเ ปนประจาํ ผักและผลไมม ีเสน ใยชว ยใหถ า ยคลอง ไมอวน ลดระดับไขมันในเสนเลือด อาหารท่ีมีเสนใยสูงไดแก ขาวกลอง ฝร่ัง มะมว ง มะขาม ผักสด ผลไมต า งๆ นอกจากนีย้ งั ไดว ิตามิน และแรธาตอุ กี ดว ย 4. บริโภคปลาหรือเน้ือสัตวที่ไมติดมัน ไข และถ่ัวเมล็ดแหงเปนประจํา เนื่องจาก เนอื้ สตั วม กั มยี าปฏิชีวนะตกคา งอยูม ากทาํ ใหภูมิคุมกนั ออนแอได และเน้ือสัตว ท่ตี ดิ มนั ยังเปนไขมันอ่มิ ตัวเปน อันตรายตอ รางกายได 5. ดืม่ นมใหเหมาะสมตามวัย และควรตรวจดูแหลง ผลติ ใหแ นใจ 6. บริโภคอาหารท่ีมไี ขมันแตพอควร งดไขมันจากสตั ว และหลกี เลย่ี งการใชไขมันท่ี ผานกระบวนการที่ใชความรอนสูง เพราะกรดไขมันจะเปล่ียนรูปเปนไขมันที่ รางกายไมใช เชน การใชนํ้ามันในการทอดไมควรใชไฟแรงจนควันขึ้น นอกจากนี้หากบรโิ ภคอาหารทม่ี ไี ขมนั สูงนอกจากจะทําใหอวนแลวยังเพ่ิมอัตรา เส่ียงตอการเปนโรคเบาหวาน และความดนั โลหิตสงู ไดอ กี ดว ย 7. หลกี เล่ยี งการบรโิ ภคอาหารรสจดั เชน เค็มจัด หรือหวานจดั การบรโิ ภคอาหารท่ี มีรสจัดตา งๆจะสรา งพฤตกิ รรมการบรโิ ภคทีไ่ มด ี และนาํ ไปสูการเปน โรคตางๆได งาย 8. บริโภคอาหารที่สะอาดและปราศจากสารปนเปอน ควรบริโภคอาหารจาก ธรรมชาติ เพราะรางกายตอ งการสารอาหารท่บี ริสุทธิแ์ ละปราศจากสารปรุงแตง อาหารสงั เคราะหต างๆ เชน อาหารท่ผี า นการฟอกสี หรอื ขดั ใหขาว เชน แปงหรือ ขาวจะขาดเสนใยและวติ ามิน เปน ตน
9. ไมควรดืม่ เครือ่ งดม่ื ทม่ี แี อลกอฮอลเพราะแอลกอฮอลจะกระตุนหัวใจใหทํางาน มากข้ึนทําใหหลอดเลือดขยายการไหลเวียนของโลหติ แรงขึน้ และกดสมอง ทาํ ให สมองสวนควบคุมการทาํ งานขาดประสทิ ธิภาพในการทาํ งาน โภชนบัญญัติท้ัง 9 ประการนี้จะทําใหผูปฏิบัติมีสุขภาพท่ีดี นอกจากนี้ยังมีขอควรคาํ นึงในการบรโิ ภคอาหารวา “ควรกินพอ กนิ ดี และกินหลากหลาย” กินพอ คือ กินอาหารใหค รบทกุ หมู มากนอ ยตามความพอดีของรางกาย เพศและวัย กินดี คอื กนิ อาหารท่ดี ีมปี ระโยชนตอรางกาย กินหลากหลาย คอื กนิ อาหารหา หมสู บั เปลีย่ นหมนุ กันใหค รบ นอกจากน้ีควรคํานงึ ถึงคุณคา ของการบรโิ ภคอาหาร จากขอมลู ในนิตยสารใกลหมอเรือ่ ง กนิ เพือ่ สุขภาพ ไดแสดงตารางเปรยี บเทยี บคณุ คาอาหารไทยและคณุ คา อาหารจานดว นเพือ่ แสดงถงึ คณุ คา ของอาหารเพือ่ ใหผูบรโิ ภคไดพจิ ารณาถึงประโยชนแ ละสารอาหารที่ไดรับเพือ่ เปน ขอ มูลในการตัดสนิ ใจการบรโิ ภคอาหารอยา งมีคณุ คา คณุ คา อาหารไทย (กรัมตอ ถว ย)อาหาร พลงั งาน โปรตีน ไขมนั คารโบไฮเดรต โคเลสเตอรอล Kcal. 30กว ยเตยี๋ วลกู ชนิ้ 266 17 5 38 47 152กว ยเตยี๋ วเปด 312 19 11 36 37 43กว ยจั๊บ 362 21 19 39ขาวมนั ไก 607 22 32 59ขา วราดแกงไก 451 30 10 60ตารางท่ี 1 ตารางคุณคาอาหารไทย
คุณคา อาหารจานดว น (กรัมตอชิน้ )อาหาร พลังงาน โปรตีน ไขมนั คารโ บไฮเดรต โคเลสเตอรอล Kcal. 83พซิ ซา 560 30 18 68 70 80แฮมเบอรเ กอร 550 27 35 40 52 83แซนดวิช 500 18 30 40 64โดนัท 270 3 10 30ไกย า ง 260 20 14 7ไกท อด 128 18 6 1ตารางที่ 2 ตารางคณุ คา อาหารจานดว น จากท่ีกลาวมาคงทําใหทราบวา อาหารที่ดีจะทําใหสุขภาพดี ดังนั้นผูจัดอาหารในครอบครวั จึงควรใหความสําคญั กับสารอาหารตางๆท่ีกลาวมา เพื่อใหสมาชิกของครอบครัวไดม ีสุขภาพทีด่ แี ละแขง็ แรงทง้ั ในปจจบุ ันและอนาคต (รจุ ริ า สมั มะสุต, 2545: 123)2. การจัดรายการอาหาร เมอื่ ทราบถึงคุณคาของสารอาหารตางๆ ขนั้ ตอนตอไปคอื การจัดรายการอาหารท่ีจะบริโภคในแตละวนั การจัดรายการอาหารในแตละวันควรระบุไวลวงหนาอยางชัดเจน อาจจัดไวลวงหนาเปนรายสัปดาห เพ่ือสะดวกในการจัดซ้ือ ประหยัดเวลา แรงงาน และไดรบั ประทานอาหารครบหมู ดงั รายละเอียดดงั ตอไปนี้ การจดั รายการอาหารของครอบครัว 1. คาํ นึงถงึ สมาชิกของครอบครัว เชน เพศ วัย และกิจกรรมของสมาชิก เพศชาย จะบริโภคมากกวาเพศหญิง วัยรุนจะตองการอาหารมากกวาผูสูงอายุ หรือ สมาชกิ ท่ีทํางานใชแรงงานจะตอ งการอาหารที่อ่ิมทนและนาน 2. กาํ หนดรายการอาหาร โดยคํานึงถึงคุณคาทางโภชนาการและรายการอาหารที่ จัด วามีคุณคาตอมอื้ ตอ วันอยา งไร มีรสชาตทิ ี่แตกตา งกันอยา งไร เชน กรอบ นุม แกง หรอื ผัด และเหมาะสมกับจํานวนของสมาชิกอยางไร สมาชิกชอบอยางไร เพอื่ ปองกนั การเหลือทง้ิ หรือสมาชิกไมชอบ 3. คาํ นงึ ถึงงบประมาณในการจัด โดยการควบคุมการจาย เชน วางแผนการจาย การซื้อของในฤดกู าลหรือซ้อื ของที่จําเปนเกบ็ ไวแ ละนํามาใชในครง้ั ตอไป
4. จดรายการอาหารท่ีจะทําใหแตละวันใหชัดเจน เพ่ือหาผูชวยหรือผูรับผิดชอบ หรือคาํ นงึ ถึงชนิดของอาหารวาชนิดใดเหมาะสมกับมื้อใด เพ่ือจะไดกําหนดไว ล ว ง ห น า ร ว ม ท้ั ง ก า ร เ ต รี ย ม อ า ห า ร ใ ห เ ห ม า ะ ส ม กั บ เ ว ล า ด ว ย เ ช น กั น (Oppenheim, 1979: 178.) ภาพท่ี 3 ภาพการจัดอาหารควรคาํ นึงถงึ คุณคา ของสารอาหารในแตล ะมอื้3. การเลอื กซือ้ อาหาร เม่ือจัดรายการอาหารเสรจ็ เรยี บรอยแลว แมบ านหรือผูท ี่รับผิดชอบในการจัดอาหารสําหรับครอบครัวจะมีหนาที่ในการซื้ออาหาร ในการซ้ืออาหารตองมีการวางแผนอยางรอบคอบเพ่ือจะไดประหยัดทรัพยากรของครอบครัวในดานตางๆ อาทิ เวลา แรงงาน และงบประมาณ ในการวางแผนการเลือกซ้ืออาหารควรคํานึงถึงองคประกอบท่ีสําคัญตางๆดังตอไปน้ี1. คุณสมบตั ขิ องผซู ือ้ อาหารสําหรบั ครอบครัว ผซู อื้ อาหารของครอบครัวควรเปนผทู ชี่ างสังเกต จดจําและละเอยี ดรอบคอบ เชน จําไดว าสมาชกิ คนใดชอบอาหารประเภทใด หรือไมชอบอะไร เพื่อจะไดจัดหาอาหารท่ีชอบมารับประทานหรือประกอบอาหาร เพราะจะไดไมเหลือท้ิงทําใหส้ินเปลือง นอกจากนี้ผูซื้ออาหารควรมีความรอบคอบในการเลือกซ้ือ มีความละเอียดถ่ีถวน กอนซ้ือควรจดบันทึกรายการอาหารเพ่ืองายตอการซื้อ และยังสะดวกประหยัดท้ังเงิน เวลา แรงงาน และงบประมาณดานอาหารของครอบครัว นอกจากน้ีผูซ้ืออาหารของครอบครัวยังตองหมั่นศึกษาและสนใจในอาหารใหมๆอยูเ สมอเพื่อใหสมาชกิ ของครอบครัวไดบ ริโภคอาหารที่ดีและมีประโยชน
2. ความตอ งการในการซือ้ ความตองการในการซือ้ จะเก่ียวขอ งกบั ระยะเวลาในการซือ้ การซ้ือบอยมากหรอื นอ ยเพียงใด เชน ซือ้ หนง่ึ ครงั้ ในหน่ึงสัปดาหหรือซื้อทุกวัน ซ้ืออาหารสําเร็จรูปหรือซื้ออาหารสดหรือซื้อจากแหลงตางๆ เชน ตลาด รานใกลบานรานสะดวกซื้อ ซูเปอรมารเก็ต หรืออ่ืนๆนอกจากนีใ้ นการซ้ือควรคํานงึ ถงึ คณุ ภาพของสินคาวามีความเหมาะสมกับสินคาท่ีตองการเชนไร3. การเลือกซ้ือ ในการเลอื กซอื้ มีองคป ระกอบดังน้ี 1. จดรายการจา ยในการเลือกซื้อ ควรจดรายการอาหารและปริมาณในการซื้อ โดย ข้ึนอยกู ับจาํ นวนมอ้ื ทต่ี องทําและควรคาํ นึงถึงปริมาณของอาหารที่มีสํารองและ ทเ่ี ก็บอาหาร หากซอ้ื มาปริมาณมากแลว ขาดทเ่ี กบ็ ท่เี หมาะสมอาจทําใหอาหาร เสื่อมคุณภาพได ในการซ้ืออาหารควรมีความรูเกี่ยวกับอาหารชนิดน้ันๆ เชน อาหารท่ีปรงุ สาํ เร็จจะมรี าคาสูงกวา อาหารสดท่ีปรุงเอง หรืออาหารบางชนิดจะ มีราคาแพงในบางฤดู นอกจากนี้การจดบันทึกรายจายจะชวยทําใหประหยัด งบประมาณสําหรับการซ้อื ได 2. การซ้อื ในปรมิ าณทต่ี อ งการ การซอ้ื สนิ คาในบางครัง้ หากซ้อื ในปริมาณที่นอยจะ มรี าคาแพง แตหากซื้อมากจะไดราคาท่ีถูกกวา แตผูซ้ือควรพิจารณาถึงความ จาํ เปนวา จะใชในปริมาณทมี่ ากหรือนอยเพยี งใดเพอ่ื จะไดซ ื้อไดอยางเหมาะสม 3. ความสะดวกสบาย ความสะดวกสบายอาจข้นึ อยูกับอาหารท่ีซื้อ เชน ซื้ออาหาร สําเร็จรูปแทนการปรุงอาหารดวยตนเอง หรือความสะดวกของแหลงท่ีซื้อ เชน ซูเปอรมารเ กต็ ซึ่งมีความสะดวกสบายในการซอ้ื บริการดี สะอาด ปลอดภัยและ ถกู สุขลักษณะ 4. ฤดกู าลและเทศกาล การเลอื กซอ้ื อาหารในฤดกู าลจะไดสินคา ราคาถกู กวาสินคา นอกฤดูกาล ดังน้ันจึงควรมีการศึกษาวาฤดูกาลใดมีผลผลิตเชนใด เพ่ือจะได วางแผนการจดั อาหารใหเหมาะสมกับผลิตผลในฤดูกาลน้ัน สวนเทศกาลจะมี ผลตอการซื้อสนิ คาเชน กัน หากมเี ทศกาลจะทําใหส นิ คา มีราคาสูง เชน เทศกาล กนิ เจจะทาํ ใหผ กั มรี าคาสงู ข้นึ กวาปกติ หรือเทศกาลตรุษจนี อาหารสดและผลไม จะมีราคาทส่ี ูงขน้ึ
5. การเลือกตลาด ในการซอ้ื สินคา ควรเลือกตลาดใหเหมาะสมกบั การซ้ือ เชน หาก ซ้ือของอาทิตยล ะครง้ั ควรซือ้ ปรมิ าณที่มาก การเลือกตลาดควรเปนตลาดสดที่ ขายสงเพราะจะไดร าคาถกู กวา ตลาดสดที่ขายปลกี 6. ชว งเวลาในการซือ้ ควรเลอื กชวงเวลาทีม่ คี นซอ้ื นอยเพอ่ื จะไดมเี วลาในการเลือก ซื้อสินคาไดมากกวาชวงเวลาที่มีคนมาก เพราะชวงเวลาที่มีคนมากจะแยงกัน จบั จา ย 7. ลําดบั ขั้นตอนในการซ้ือ ควรพจิ ารณาถงึ การซือ้ วาควรซื้อสินคาชนิดใดกอนหรือ หลัง เพ่ือปองกันการวางทับกันเพราะอาจทําใหของช้ําหรือแตกหักได นอกจากนีย้ ังปองกนั การเปอนของสินคา เชน การซ้ืออาหารสดกอนอาหารแหง (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 152.) การเลือกซื้อและการเก็บรักษาอาหาร ในการเลือกซ้ือและการเก็บรักษาอาหารประเภทตางๆจะมีขอควรพจิ ารณาดังนี้ การเลือกซอื้ และการเก็บรกั ษาอาหารประเภทสัตวบ ก สัตวบกจะแบงออกเปน 2 ประเภท คือ สัตวไมมีปก และสัตวมีปก จากหนังสือในบาน-ในเรือน และอาหารกับสขุ ภาพ ไดใหข อมลู ในการพิจารณาการเลือกซ้ืออาหารประเภทสตั วบ กและสัตวน า้ํ ดังนี้ การเลือกซ้ืออาหารประเภทเนื้อสัตวบ กทไ่ี มม ปี ก เนือ้ หมู ภาพที่ 4 ภาพเนือ้ หมใู นแตละสว น เน้อื หมมู คี ุณคาทางอาหารสงู โดยเฉพาะเนื้อแดงจะมวี ติ ามนิ บี 1 เน้ือหมูแตละสวนจะเหมาะกบั การปรงุ อาหารชนิดตา งๆไมเ หมอื นกัน ซึง่ แบง ไดด งั น้ี
เนอื้ สันใน เปนเนื้อท่ีมีความนุมมากท่ีสุด เหมาะสําหรับการอบ หรือ ยาง เนือ้ สะโพก เปนเนอ้ื ทม่ี คี วามนุมปานกลาง เหมาะสําหรับการผัด หรือ ทอด เน้อื สนั นอก เปนเนอ้ื ทมี่ ีความนุม เหมาะสําหรับการทําอาหารที่ตองห่ัน เปนช้ินใหญๆ เนอื้ หมูสามชั้นเปน เนือ้ ทม่ี ชี ั้นเนอื้ สลบั กบั มนั หมู เหมาะสาํ หรบั การทาํ หมู กรอบ หรือหมูสบั การเลอื กซ้อื เลอื กเนือ้ หมูทมี่ ีสชี มพู มนั สีขาว หนงั เกล้ียงและขาว ถาเปน หมแู ชเ ยน็คางคืนเน้อื จะมสี ีซดี สว นหมสู ามชั้นควรเลอื กท่ีมีมนั บาง มเี นื้อหลายชั้น หนงั บาง ไมมพี ังผืดระหวา งชั้น และหนังหมสู ะอาด การเก็บเน้ือหมู ควรนําเนื้อหมูที่ซื้อมาแตละคร้ังลางใหสะอาด หั่นเปนชิ้นตามลักษณะของการปรงุ อาหารแลวใสถงุ พลาสตกิ แยกเปนพวกๆใสก ลอ งพลาสตกิ ปดฝา แชชองแชแ ขง็ เมอ่ื จะนาํ มาปรุงอาหารจึงนาํ ออกจากชอ งแชแ ขง็ เนอื้ หมสู ามารถนาํ มาปรุงอาหารไดหลายชนิด แตตองเลือกซ้ือเนื้อหมูใหเหมาะสมกับอาหารชนดิ น้นั ๆ เนอ้ื วัว เปน เนอ้ื สตั วท่มี ีราคาแพงและจะมีราคาท่ีแตกตางกันของเน้ือในแตละสวน เน้ือวัวแตละสว นจะเหมาะกับการปรุงอาหารชนิดตางๆไมเหมือนกนั ซึ่งแบง ไดดงั นี้ เน้อื สันในและเนื้อซี่โครง เปน เน้อื ที่มีความนุมมากที่สุด เหมาะสําหรับ การทอด ยาง หรอื อบ เน้อื สะโพก เรียกอีกอยางหน่ึงวาเน้ือลูกมะพราวเปนเนื้อสวนที่ติดกับ คอ มคี วามนมุ ปานกลางเหมาะสําหรับการตม ทําสตู ทอด หรือผัด เนือ้ สขี า ง เนอื้ หนาทอง เน้อื อก เน้ือนอ ง เปนเน้ือท่ีมีความนุมนอย ทสี่ ุด เหมาะสาํ หรบั นาํ มาตนุ เคี่ยว หรือตมเปอ ย
การเลือกซ้ือ เลือกเน้ือท่ีมีสีแดงมันมีสีเหลือง ถาเนื้อไมสดจะมีสีเขียวคล้ํา เนื้อควายแตกตา งจากเนือ้ ววั สงั เกตดูจากมันของเน้ือควายจะมสี ขี าวและเนอื้ จะหยาบมากกวา เม่ือซอ้ื เนอื้ มาแตละคร้งั จะตอ งเก็บไวใ นตเู ยน็ ดังนนั้ ควรลางเนือ้ ใหสะอาดแลพังผืดออกหรอื เลาะเน้อื ออกจากกระดูก แลว หน่ั เปนช้ินตามลกั ษณะการปรุงอาหารเก็บไวในกลองพลาสติกปด ฝาเกบ็ ไวใ นชอ งแชแขง็ เมอ่ื ตองการนํามาประกอบอาหารน้ําที่ละลายไมควรทิ้งควรนาํ ไปปรุงอาหารดวยเพอ่ื เปนการรกั ษาคณุ คาของอาหารไว การเลือกซ้ือสตั วบ กที่มปี ก ไก ภาพท่ี 5 ภาพเนื้อไกใ นสว นตางๆ เนื้อไกมีคุณคาอาหารเทากับเน้ือสัตวชนิดอ่ืนๆและเปนเน้ือสัตวท่ีไดรับความนิยมมากชนิดหน่ึง เพราะนอกจากเปนแหลงโปรตีน เกลือแร และวิตามินแลว ยังมีปริมาณของไขมันตํา่ อกี ดว ย การเลอื กซอ้ื นอกจากดคู วามสดแลว ควรพิจารณาวาเปนไกแกหรือไกออน เพราะจะเหมาะกบั การปรุงอาหารแตละชนดิ ซง่ึ ไมเ หมอื นกัน ขอสงั เกตวาเปนไกอ อนหรอื ไกแ กไกแก ปลายเล็บมน หนังใตอุงเทา จะหนาและแข็ง เดอื ยจะยาวไกออ น เลบ็ แหลม หนังใตอ งุ เทาบาง เดือยสั้น ถาเปน ไกส าวจะไมมี เดือย ไกท ่สี มบูรณเนื้ออกจะหนาและนมุ ไกท่ีขายในปจจุบันไดตัดแยกเปนสวนตางๆ เชน เน้ืออก เนื้อนอง ปกไก เครื่องในเพ่ือความสะดวกในการปรงุ อาหาร
อกไกหรือสนั ในไก เลอื กซื้อเน้อื ท่มี สี ชี มพู เนอื้ ใส เนือ้ จะออ นนุมสามารถ นาํ มาปรุงอาหารไดหลายชนิด เชน ผัด ทอด และอืน่ ๆ ปกไก ควรเลือกซื้อปกขนาดกลาง มีหนังบางใส เหมาะสําหรับ อาหารประเภทตม ตนุ นอ งไก คอื สว นขาถึงสะโพก จะมีความเหนยี วมากกวาอกไก เหมาะ สําหรับนํามายาง หากนองไกนิ่มมีหนังซีด มีน้ําเลือดแดง คลาํ้ ซมึ ออกมา แสดงวา นองไกไมสด กระดกู (โครงไก) ใชตมทําเปน นาํ้ ซุป ใสผดั เปน นาํ้ ตุนและอื่นๆจะชวยให อาหารมีรสชาติดีขึน้ การเกบ็ นําเน้ือไกสวนตางๆลางใหสะอาดแยกเคร่ืองในตางๆออก ใสกลองปดฝานําเขาแชใ นชอ งแชแ ขง็ การหุงตม เน้ือไกแตละสวนเหมาะกับอาหารแตละชนิด การทําใหเน้ือไกนุมและหวานมีวธิ กี ารดงั นี้ ใชน า้ํ มะนาวราดใหท ั่วเน้อื ไกหมกั ท้ิงไวป ระมาณ 30 นาที เปด เปดเปน เนื้อสตั วท่ีสวนใหญจะขายท้งั ตวั ไมตัดแยกออกเปนสวนๆ เนอ้ื เปดมีอยหู ลายชนดิ ซ่ึงแตละชนดิ เหมาะสําหรับการทาํ อาหารทแ่ี ตกตา งกันตามความเหมาะสม การเลือกซื้อ เลือกเปดที่อวนและสังเกตดูวาเปนเปดแกหรือเปดออน สังเกตจากปากและเทา ถา ปากและเทา เปน สีเหลืองแสดงวา เปนเปด ออน แตถ า เปนเปด แกเ ทาจะมีสีดําเนอ้ื จะเหนยี วและมกี ลน่ิ สาบมาก การเลือกซื้อและการเกบ็ รกั ษาอาหารประเภทสัตวน า้ํ
กุง ภาพที่ 6 ภาพกุงแชใ นนาํ้ แขง็ เพ่อื ความสด กุง ในปจจบุ ันมีทงั้ กงุ เลี้ยงและกุงโตตามธรรมชาติ กงุ เปนอาหารท่มี ีราคาแพงกงุ มอี ยูหลายชนดิ ทั้งกงุ น้ําจดื และกงุ ทะเล เชน กงุ ชแี ฮ เปลอื กใสสีขาว หางสีชมพู ขาเปนสีชมพู และมีเน้ือสีชมพู ออน กงุ ตะเข็บ เปลือกสดี าํ ออกเทา เนือ้ สขี าว กุงกามกราม เปน กุงที่มขี นาดใหญมีอยู 2 ชนดิ คอื กงุ เปลอื กสีนํ้าเงินเน้ือ จะนุม สวนกุงเปลือกสีเทาปนนํ้าเงินหรือชมพูเน้ือจะแข็ง เมื่อนาํ ไปยา งหรืออบ กุง มังกร เปลอื กสเี ทามคี วามแขง็ มาก เนื้อสีขาว ตวั หน่ึงจะมีน้ําหนัก ตัวประมาณ 400-500 กรมั ขน้ึ ไป กงุ กุลาดํา มีเปลือกสีนํ้าเงิน เน้ือแข็งเม่ือสุกและจะเปนสีชมพูถาตม นาน การเลือกซือ้ เลือกกุงที่มีหัวติดแนนกับตัวไมหลุดงาย เนื้อแข็ง ตาใส เปลอื กใส ตัวโต การเก็บรักษา กุงสามารถเก็บไวรับประทานไดทั้งสัปดาหและทําอาหารไดอยางรวดเรว็ การเกบ็ รกั ษาสามารถเกบ็ ไดทงั้ เปลือกและแชเ ยน็ หรือแกะเปลือกน่ึงหรือรวนพอสุกเกบ็ ไดโดยไมต อ งแชเย็น
หอย หอยมที ้ังหอยนํา้ จดื และหอยน้ําเคม็ หอยน้ําจืด เชน หอยขม หอยโขง หอยนํ้าเค็มเชน หอยแมลงภู หอยแครง หอยลาย หอยนางรม และหอยอื่นๆ หอยมีส่ิงสกปรกอยูมากโดยเฉพาะหอยแมลงภู ฉะนัน้ กอนรับประทานตอ งลางใหส ะอาด การเลือกซือ้ เลือกหอยทหี่ บุ ปากแนน เมอื่ วางไวจ ะอา และหุบอยางรวดเร็วหากถูกสมั ผัส ไมมกี ล่นิ เหม็น หอยท่ีแกะเปลือกแลว ตอ งมสี สี ดใสและน้ําทแ่ี ชตอ งไมมีเมอื กและกลิ่นเหม็น การเก็บรกั ษา หอยสวนใหญเม่ือซื้อมาแลว ไมนิยมเก็บจะนาํ มาปรุงอาหารจนหมดฉะน้ันหากซื้อหอยมาแลว ใชไ มห มดควรทาํ ใหส กุ แลว แกะเนอื้ หอยใสตูเย็น ปู ปมู หี ลายชนิดทง้ั ปนู ํ้าจืดและปทู ะเล ปนู ํ้าจืด เชน ปูนา ซ่ึงมักทําเปนปูดองมีคุณคาทางโภชนาการต่ํา ปูทะเล เชน ปูแสม ปูมา และปูทะเล ปูมีนํ้าอยูมากและนํ้าจะระเหยไปเม่อื ถกู จับขน้ึ มาทาํ ใหม ีนํ้าหนกั ลดลง เนื้อปูมีคุณคาทางอาหารใกลเคียงกับเนื้อสัตวชนิดอื่น แตมีธาตุไอโอดีนนอยกวาอาหารทะเลชนดิ อื่น การเลอื กซ้ือ เลอื กซือ้ ปทู ่ียงั ไมต ายโดยเฉพาะปูทะเล ดูน้ําหนักและความแนนโดยการกดดตู รงสวนอกถาเนื้อแนนกดไมบุม แสดงวา เปนปูใหม และควรเลือกซ้ือปูตัวผูเพราะจะมีเนอื้ มากกวาปูตวั เมยี ซง่ึ มขี อ สังเกตดังน้ีปตู ัวเมยี ฝาปดหนา อกใหญจะมีรูปรางคลายกลีบดอกไม ใชนิ้วดีด กระดองจะมเี สยี งแนนทบึปตู ัวผู จะมีกามใหญฝ าปดหนา อกเรยี วเล็กมีรปู คลายใบพายปมู า ควรเลือกปูท่ีมีกระดองสีเทาออน มีจุดขาว เม่ือสุกแลว กระดองจะเปนสชี มพู การนําปูมาประกอบอาหาร บางชนิดก็ใชท้ังตัวโดยแกะฝาปดอกและกระดองออกสบั เปน ช้ินใหญ และบางชนดิ กใ็ ชแตเน้อื วธิ แี กะเนื้อปใู หหงายตัวปคู อ ยๆใชมือทง้ั สองดนั ตรงสวนทองทเ่ี ปนฝา กอ นที่จะเอาเนื้อออกตอ งลา งปูและกระดองใหสะอาดเสียกอน
ปลาหมกึ ปลาหมกึ ทน่ี ยิ มรบั ประทานมีอยู 2 ชนิด คือปลาหมึกกลวยและปลาหมกึ กระดอง ซ่ึงมีลักษณะดังนี้ ปลาหมึกกลวย ตัวกลม มีเยื่อหุมตัวออกสีน้ําตาล โดยเฉพาะสวน ดานขางท่เี ปน ปก จะมีสีเขม กอ นนํามาปรุงอาหารตองลาง ปลาหมึกใหสะอาดโดยลอกเย่ือขาวบางและดึงหัวพรอม กระดองสขี าวทีอ่ ยขู างในออก ลา งนา้ํ โดยใชน ํา้ ไหลผานเอา ถุงหมึกและลูกตาออก ลา งอกี ครงั้ ใหสะอาด ปลาหมกึ กระดอง ลักษณะตัวแบนใหญสีขาว เอากระดอง เย่ือหุม ถุง หมึกและลกู ตาออก ลา งใหสะอาด การเลือกซือ้ ควรเลอื กซือ้ ปลาหมกึ ขนาดกลางโดยเลือกใหเ หมาะสาํ หรับ อาหารแตละชนดิ ปลาหมกึ ทง้ั 2 ชนดิ จะนาํ มาปรุงอาหารชนดิ ตางๆไดหลายชนิด ทง้ั ทอดและยาง ควรบง้ั ตวั ปลากอนทกุ ครงั้ เพอ่ื ใหเ ครอื่ งปรุงซมึ เขาในเนอ้ื เพราะเนอ้ื ปลาหมึกจะแนน ถาไมบ ง้ั กอ นเครอ่ื งปรุงจะไมซ มึ เขา ในเน้อื ปลา ภาพที่ 7 ภาพปลาน้ําจดื ปลาทับทิม และปลานลิ อาหารซ่ึงอุดมดว ยโปรตีน
ปลาเปนอาหารทมี่ รี าคาปานกลางและราคาถกู มีทั้งปลานํ้าจืดและปลาทะเล ปลาแตล ะชนดิ จะมปี รมิ าณไขมนั ทแ่ี ตกตางกัน ดงั น้ันรสชาติจึงแตกตา งกนั ดว ย ปลาท่ไี มม ีหรือมไี ขมนั นอยหรือมไี ขมนั ตาํ่ กวา 2 เปอรเ ซ็นต เนื้อปลาจะ มีสีขาว เชน ปลากระพง ปลาจะละเม็ด ปลาสําลี ปลา เน้ือออ น ปลากราย ปลาที่มีไขมนั ปานกลาง หรือมีไขมันต้ังแต 2-5 เปอรเซ็นต เชน ปลา อินทรี ปลาตะเพยี น ปลาดกุ ปลาหมอไทย ปลาทีม่ ีไขมนั สงู หรือมีไขมันมากกวา 5 เปอรเซ็นต สวนมากเน้ือจะมีสี เหลือง ชมพู หรือเทาออน เชน ปลาเทโพ ปลาสวาย ปลา ไหลทะเล ปลามีโปรตีนใกลเคยี งกับเนอื้ สตั วชนดิ อ่ืนๆ แตเนื้อปลาเปนโปรตีนท่ียอยงายและมีกรดอะมิโนทีจ่ ําเปนตอ รา งกายมไี ขมันทยี่ อยงา ยเชนเดียวกับกรดไขมันที่ไมอิ่มตัว ปลาจะมีวิตามินสูงโดยเฉพาะวิตามินเอและวิตามินดีซึ่งอยูในน้ํามัน ในเน้ือปลามีวิตามินบี 2 และวติ ามนิ บี 6 ดังนนั้ ปลาจึงเหมาะกับผสู งู อายุ เด็ก และผูปวยโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจเหมาะทีจ่ ะไดร ับสารอาหารจากปลามากกวาเน้อื สตั วอื่นๆ การเลอื กซื้อ - สังเกตดูตาตอ งใส - เกล็ดและหนังไมข ุน - เนอ้ื แนน เมื่อกดดูไมบุมตามรอยนิว้ มอื - เนอ้ื ไมแ ข็งท่ือ - ไมมีกล่นิ เหม็นเนา - เหงอื กมีสสี ดใส การเก็บรกั ษา ควรทาํ ความสะอาดปลากอนนําไปเก็บ ตองขอดเกล็ดออกใหหมดถาไมมีเกล็ดใหขูดเมือกออก ดึงเหงือกและควักไสออก ลางใหสะอาดหั่นเปนชิ้นใสกลองพลาสติกปด ฝานําไปแชใ นชอ งแชแ ขง็ การเลือกซ้อื อาหารประเภทผกั และผลไม การเลอื กซอื้ ผกั และผลไมจะพิจารณาจากสี ขนาด รูปราง ความออ นแก และเลอื กซื้อตามฤดกู าล
ภาพท่ี 8 ภาพผักประเภทใบควรเลอื กที่มีความสด การเลอื กซื้อผกั ท่เี ปนหวั มีดงั นี้ - เผือก มัน เลอื กท่ีมนี ้ําหนกั มากเน้ือแนนผวิ เรยี บ - ผักกาดหัว เลอื กหวั ออนๆผวิ เรียบไมงอ ผวิ ใสขาวไมม ีรอยตําหนิ - กะหล่าํ ปลี เลือกหัวแนน ๆและมนี ้าํ หนักมาก มสี เี ขียวมากกวาสขี าว - หอมใหญ เลอื กหัวแนนๆ เปลอื กแขง็ ไมน ม่ิ หรอื เละ การเลือกซอื้ ผกั ที่เปน ฝก ถั่วฝกยาว ถั่วแขก ถ่ัวพู ถ่ัวลันเตา เลือกฝกออนๆ สีเขียว แนน ไมพอง อวนและมีเมล็ดเล็กๆขางในไมคดงอ การเลอื กซื้อผกั ทเ่ี ปนใบ ผักกาดหอม ผักกาดขาว ผักบุง ฯลฯ เลอื กท่มี ีสีเขยี วสด ไมเหีย่ ว ไมมีรอยช้ํา ตนใหญอวบใบแนน ติดกับโคน การเลอื กซื้อผกั ทเี่ ปน ผล - มะเขอื เปาะ เลอื กทขี่ ั้วตดิ แนน สด มนี ้ําหนักมาก ไมเ ห่ยี ว - แตงกวา แตงรา น ลูกทม่ี นี ้ําหนัก สเี ขยี วออน ลกู ยาว ผิวนวล ไมม รี อยชํา้ - มะนาวเลอื กผวิ บางเรียบ ไมเ ห่ียว - ฟก ทอง ผลหนัก แนน เน้ือเหลอื งอมเขียว ผวิ เปลอื กแข็งขรขุ ระ การเลอื กซ้อื ผลไม ควรเลอื กซ้ือโดยมนี ํ้าหนกั มากกวาจํานวน และควรซื้อผลไมในฤดกู าลจะไดราคาทถี่ กู กวา ผวิ ของผลไมตองสดไมชํ้าหรือเนา ผิวเรียบไมมีรอยบุบหรือถลอก
การเลือกซื้อผลไมจะตองดูลักษณะเฉพาะของผลไมนั้นๆควบคูกันดวย (ศรีสมร คงพันธุ,2541: 21.) การเลอื กซือ้ และการเกบ็ รกั ษาอาหารสาํ เร็จรูป อาหารสําเร็จรูปคือ อาหารที่ปรุงสําเร็จและพรอมท่ีจะรับประทาน หรืออุนกอนรบั ประทาน ประเภทของอาหารสาํ เรจ็ รปู แบงไดดังน้ี - อาหารแชแข็ง อาหารแชแข็งคืออาหารที่ตองผานกรรมวิธีในการทําใหสุก แลว นาํ มาอุนกอนรับประทาน เชน ซาลาเปา ขนมจีบ - อาหารถุงรวมถึงอาหารปน โต - อาหารตามรา นอาหารตางๆและรวมถงึ อาหารจานดวน - อาหารกระปอง - เคร่ืองดมื่ - เครื่องปรงุ รสตา งๆ เชน ซอี ว้ิ ซอส น้ําปลา - ขนมตางๆ การเลือกซ้อื และการเก็บรกั ษาอาหารสาํ เรจ็ รปู อาหารกระปอ ง (Food canner) คือ อาหารทไ่ี ดผา นกรรมวิธีทําใหสุกโดยความรอนและบรรจุลงในกระปอง โดยดูดอากาศในกระปอ งออก ภาพท่ี 9 ภาพอาหารกระปอง อาหารกระปอ งทด่ี ีกระปองตอ งเรียบไมบบุ วิธกี ารเลอื กซ้ืออาหารกระปอง
อาหารกระปองท่ีดีควรมีลักษณะภายนอกเปนโลหะมันวาว (ยกเวนกระปองที่ใชเคลือบสีแทนฉลาก) ลักษณะกระปองคงรูปไมบวม บุบเบ้ียว มีสนิมที่ผิวนอกของกระปองหรอื รว่ั การบวมของกระปอ ง อาจมสี าเหตุมาจาก - การมีเชอ้ื จลุ นิ ทรียป ระเภททส่ี รา งแกส เม่ือปริมาณแกสมากข้ึนก็จะดันกระปอง ใหม ีลกั ษณะบวม - จากปฏิกิริยาทางเคมขี องอาหารกับภาชนะที่บรรจุ เกิดแกสไฮโดรเจนขึ้นจึงดัน กระปอ งใหบ วม - บรรจอุ าหารแนน จนเกนิ ไป การบบุ เบี้ยวของกระปอง อาจมสี าเหตุมาจาก - การบรรจแุ ละการเคลอื่ นยา ยกระปองในระหวา งการผลติ - เกดิ การบบุ ในระหวา งการบรรจลุ งหีบ สนมิ ทผี่ วิ นอกของกระปอ ง อาจมสี าเหตุมาจาก - การทาํ ใหก ระปองเย็นเรว็ ลงมากเกินไป ภายหลงั จากการใหความรอนสูงในการ ฆาเชื้อจุลินทรีย การเก็บรักษาอาหารกระปอง ควรเก็บไวในหองที่มีความชื้นสูง เพ่ือปองกันการสญู เสียคุณสมบัตภิ ายใน อาหารแชแขง็ (Frozen food) ปจจบุ ันมีผลิตภัณฑอาหารแชแข็งใหเลือกมากมายตามตูแชแข็งในซูเปอรมารเก็ตทงั้ ประเภททพ่ี รอ มบริโภคและที่พรอมปรุง ส่ิงสําคัญคืออาหารแชแข็งเหลานั้นตองระบุวันท่ีหมดอายุใหเ ห็นชัดเจนบนฉลาก หลังจากวันทหี่ มดอายุตามกําหนดแลว อาหารแชแ ขง็ จะหมดคุณภาพ อาหารแชแข็งประเภทเนื้อวัว เนื้อหมู ปลา และเปดไก แทบจะไมมีการสูญเสียคุณคาทางโภชนาการเลย เนื่องจากโปรตนี วิตามินเอ วติ ามินดี ธาตเุ หล็ก และธาตุสังกะสีท่ีอยูใ นอาหารไมไ ดรับผลกระทบจากการแชแ ข็ง วิธีการเกบ็ รกั ษาอาหารแชแ ขง็ - เกบ็ ที่อณุ หภมู ิ –18 องศาเซลเซียส
- ควรเกบ็ อาหารแชแขง็ ในชอ งแชแ ข็งใหอยูชดิ กันมากที่สดุ เพราะจะทาํ ใหการเกบ็ มปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน - ไมควรนําอาหารแชแขง็ ทล่ี ะลายแลว กลับไปแชใหม ประโยชนของการแชแ ขง็ อาหาร - ยังคงรักษาสารอาหารสว นใหญไวได - อาหารยังคงมีสี เนอ้ื อาหาร และรสชาติตามธรรมชาติ ขอควรระวัง - ผกั แชแ ข็งอาจจะสญู เสยี วิตามินบางอยา งเมอื่ นาํ ไปลวก - อาหารที่มีนํ้าอยูมากอาจสูญเสียความแนนของเนื้ออาหารเมื่อนํามาละลาย นํ้าแข็ง - เวลารับประทาน ควรสังเกตดวยวาหมดอายุหรือไม มิเชนน้ันอาจเปนอันตราย ตอสขุ ภาพได (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 163.) อาหารจากรา นอาหาร เปนอาหารท่สี งั่ รบั ประทานตามรานอาหารควรทําสกุ ใหมๆ และยกมารับประทานไดทนั ทีโดยไมต อ งรอนาน ในการเลอื กรา นอาหารจะพจิ ารณาดังนี้ - รา นอาหาร ดจู ากความสะอาดของราน พนื้ เกาอี้ และอปุ กรณเ ครอื่ งใชทีส่ ําคัญ - ผูทําอาหาร ควรแตงตัวสะอาด มีผาคลุมผมและผากันเปอนไมเปนโรคตางๆ เชน วณั โรคหรอื โรคผวิ หนัง - อาหาร อาหารและภาชนะอุปกรณตองสะอาด ผักตองลางกอนนํามาปรุงและ ภาชนะท่ีใสอ าหารตองสะอาดไมมีคราบมันหรือคราบอาหารเกาเหลืออยู ชอน และสอ มตอ งสะอาด เม่อื ออกไปรบั ประทานอาหารนอกบา นไมวา ในรา นอาหารไทย อาหารจีน หรอื อาหารตา งประเทศควรเลือกรายการอาหารที่เปนประโยชนตอสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก เชน ของทอดและเนนอาหารท่มี ีผกั เปน สว นประกอบหลัก
อาหารถุง มวี ิธีการเลอื กรานเหมือนกับการรบั ประทานอาหารตามรา นอาหาร แตทคี่ วรใหความสนใจเพ่ิมเติมคือ - ถุงพลาสติกที่ใสอาหาร ถาเปนอาหารรอนควรใสในถุงพลาสติกที่เปนถุงท่ีใส อาหารรอนโดยเฉพาะ - ดลู ักษณะของอาหารตอ งไมทํามานานจนเกินไปและดูสะอาด - กอนทจี่ ะรบั ประทานตองอนุ ทกุ คร้งั4. การเตรยี มอาหาร เมอ่ื กาํ หนดรายการอาหารเรียบรอ ยแลว ขัน้ ตอนตอ ไปคือการเตรียมอาหาร อาหารทดี่ ียอมมคี วามสวยงาม นารับประทาน มรี สชาตอิ รอย มีคุณคา ทางโภชนาการ ประหยดั และสะอาดถกู อนามยั ในการเตรียมอาหารจะคาํ นงึ ถงึ องคประกอบใหญๆ ดังนี้ 1. การดึงดดู สายตา กอนที่จะรับประทานอาหารสิ่งแรกท่ีเลือกคือ สีสันของอาหารหรือการตกแตงใหสวยงาม ดึงดดู ใจ มกี ารจดั ภาชนะใหดูสวยงามและไมตกแตงมากหรอื รกรงุ รงั จนเกินจะทาํ ใหขาดจดุ สนใจได 2. รสชาติของอาหาร แตละบุคคลจะมีรสนิยมท่ีตางกัน บางคนอาจชอบรสเค็มหรือบางคนอาจชอบรสหวาน การปรงุ อาหารเพอ่ื ตามใจปากของทกุ คนน้นั เปนเรอื่ งยาก ดังน้ันรสชาติของอาหารควรเปน รสชาตทิ กี่ ลางๆและกลมกลอมเพอื่ เหมาะกบั ทุกคน 3. ความตองการทางโภชนาการ ผูจัดการอาหารควรเลือกรายการอาหารท่ีมีคุณคาครบหลักโภชนาการในแตละวันและเหมาะสมกบั เพศ และวยั ของสมาชกิ ดวยเชนกัน 4. ตาํ ราอาหาร การเลอื กสูตรอาหารเพอื่ ใหส มาชิกในครอบครัวไดบริโภคอาหารที่หลากหลาย สูตรอาหารอาจนํามาจากตาํ ราอาหารซง่ึ มอี ยูม ากมาย ตําราอาหารหมายถึงรายละเอียดของวิธีทําอาหารและการปรุงอาหารอยางถูกวิธี ซึง่ สามารถปรับใหเหมาะสมกับจํานวนของสมาชิกในครอบครวั ได
5. อปุ กรณ เครอื่ งมือ เครื่องใช ครอบครัวควรมีอุปกรณ เคร่ืองมือ หรือเคร่ืองใชท่ีชวยทุนแรงหรือแบงเบาภาระในการทําอาหาร ในการทําอาหารแตละครั้งควรสํารวจดูวาตอ งใชเ คร่อื งมอื หรือเครือ่ งใชใดบางเชน ทัพพี กระทะ ชอน ฯลฯ เพอื่ จะไดเ ตรยี มไวลวงหนา และสะดวกในการใชง าน 6. ความสะอาดและความเปน ระเบยี บเรียบรอ ย ความสะอาดของผูทําอาหารเปนสิ่งสําคัญ ควรมีผากันเปอนและเส้ือผาที่สะอาดเรียบรอยไมรุงรังเพราะจะทําใหติดไฟไดงาย (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973:140.)5. การปรุงอาหาร ในการปรงุ อาหารควรมกี ารวางแผนหรือเตรียมการใหเหมาะสมกับเวลาในการปรุงและอณุ หภูมิในการเสิรฟ อยา งเหมาะสม ซึ่งมีขน้ั ตอนทส่ี าํ คัญดงั น้ี ภาพที่ 10 ภาพการปรงุ อาหาร ในการปรงุ ควรจดั เตรยี มเครอื่ งปรงุ และอปุ กรณใหครบเพื่อสะดวกตอการใช 1. การรวบรวมเคร่ืองปรุง และอปุ กรณทต่ี องการ ในการปรุงอาหาร ควรจัดเตรียมเครือ่ งปรงุ และอุปกรณใ นการทําอาหารทุกอยางกอ นปรงุ เพอื่ สะดวกตอการใช 2. ขั้นตอนการปรุง
ผูปรุงตองทราบถึงขน้ั ตอนและกระบวนการปรุง โดยตองรวู า อะไรใสกอนใสหลัง เชนผัดผักควรใสหมูกอ นผกั เพอื่ ใหห มสู ุกและผกั ยงั คงคณุ คาอาหาร 3. การเช่อื มตองานเขา ดว ยกัน ในการปรุงอาหารผูปรุงควรทราบถึงเวลาในการปรุง หากอาหารบางประเภทใชเวลานาน เชน การอบ หรือน่ึง ผปู รุงอาจใชเวลาที่วางจากการรอทํางานสวนอ่ืนไปดวย เชนการจัดโตะอาหาร หรือเตรียมจาน หรือในการปรุงอาหารอาหารบางประเภทสามารถเตรียมการลว งหนาไดจะทําใหประหยดั เวลาในการปรุงอาหาร 4. การแบง งาน ในการปรงุ อาหารของครอบครัวควรใหสมาชิกไดมีสวนรวม โดยการแบงงานกันทําเพื่อชวยประหยัดเวลา แรงงาน และยังเพ่ิมความสนุกสนาน สรางความสัมพันธอันดีของครอบครัว แตก็ตองขน้ึ อยกู ับภาระหนา ทข่ี องบุคคลในครอบครัว ความสนใจ และระยะเวลาในการปรงุ ดว ย (Paolucci, Faiola and Thompson, 1973: 145.)6. การเสริ ฟ อาหาร เมอ่ื ปรงุ อาหารเสรจ็ แลวข้ันตอไปคอื การเสิรฟ ในการเสิรฟอาหารบางอยา งควรเสิรฟหลังจากที่ปรุงเสร็จใหมๆ ดงั นนั้ จึงควรปรุงอาหารทต่ี องใชเวลามากทส่ี ดุ กอ น นอกจากนค้ี วรเขยี นตารางเวลาในการปรุงอาหารแตละชนดิ รวมไปถงึ การเช่ือมงานเขา ดว ยกนั ในการเสิรฟควรหาวิธีท่ใี ชเวลาและแรงงานนอย เชน การใชถ าดในการใสอ าหารหรือจาน นอกจากน้ีเพ่ือประหยดั เวลาในการลางอาจเสิรฟอาหารจานเดียวแทนอาหารเปนชุด หรือใชแกวพลาสติกแทนแกว เพอ่ื ความสะดวกในการเกบ็ และลาง7. การทําความสะอาดและจัดเกบ็ อาหาร หลังจากรบั ประทานอาหารเสร็จ ควรมีการเก็บลางหรือทําความสะอาดภาชนะและบริเวณเตรียม ควรขอความรว มมือจากสมาชิกชวยกันเก็บลา งและทําความสะอาด เพ่ือเปนการฝก ระเบยี บวนิ ยั และความรับผิดชอบ ในการลางควรใชกระดาษทิชชูกวาดเศษอาหารออกจากจานและลางดว ยนาํ้ สะอาดกอนหนึ่งคร้ังจึงลางดวยนํ้ายาลางจาน ควํ่าภาชนะใหแหงเมื่อแหงแลวควรเช็ดแลวเก็บเขาตูใหเรียบรอยโดยเก็บรวมกันตามแตละประเภท เพื่อความเปนระเบียบ เรียบรอ ย และใชไ ดอ ยางสะดวก เชน ครกกับสากควรอยูดวยกัน หมอ และกระทะควรอยดู วยกนั สว นมีดควรแยกเกบ็ และมีที่เก็บอยา งมดิ ชดิ ปลอดภยั และควรมถี งั ขยะเตรยี มไวในครวั เสมอ
จะเหน็ วาจากกระบวนการจดั การอาหารทกี่ ลา วมาทั้งหมดนั้นไมใชเร่ืองยาก ดังนั้นหากตอ งการใหสมาชิกในครอบครัวไดอยูดี กินดี และมีสุขภาพแข็งแรงจึงควรมีการจัดการอาหารสําหรับครอบครัวท่ีดีเพ่ือใหเหมาะสมกับคําวา คุณจะเปนเหมือนอยางที่คุณรับประทาน
Search
Read the Text Version
- 1 - 35
Pages: