Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สค11003พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

สค11003พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

Published by สายยนต์ ขาวสะอาด, 2019-03-21 05:08:17

Description: สค11003พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

Search

Read the Text Version

เอกสารสรปุ เน้ือหาทต่ี อ งรู รายวิชา การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม ระดับประถมศึกษา รหัสวิชา สค11003 หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาํ นักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั สํานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ หามจาํ หนาย หนังสือเรยี นนี้จดั พมิ พดวยเงินงบประมาณแผน ดินเพ่อื การศกึ ษาตลอดชวี ิตสาํ หรับประชาชน ลขิ สทิ ธิเ์ ปนของสาํ นกั งาน กศน.สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร



2 สารบญั หนา คํานํา คาํ แนะนําการใชเอกสารสรปุ เนอื้ หาทตี่ อ งรู บทท่ี 1 การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 1 ความหมายของการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ความสาํ คัญของการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม หลักการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม ประโยชนทไี่ ดร บั จากการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม บทท่ี 2 ความหมาย ความสาํ คญั และประโยชนของขอ มลู 6 ความหมายของขอ มลู ลกั ษณะขอ มูลท่ดี ีและความสําคัญของขอมลู ประโยชนข องขอ มลู การนาํ ขอ มลู ไปใชในชีวิตประจําวัน ความสมั พันธของขอมลู บทที่ 3 วธิ ีการจดั เกบ็ วิเคราะหข อ มูลอยา งงา ย และการเผยแพรข อ มลู 10 วิธกี ารจดั เกบ็ ขอมลู และรวบรวมขอมูล การวเิ คราะหขอมูล ตนเอง ชมุ ชน สังคม การนาํ ขอ มูลไปใชใ นการจดั ทาํ แผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม วิธีการเผยแพรข อ มลู บทที่ 4 การมีสวนรว มในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม 21 วิธีการมีสวนรวมในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชนสงั คม กิจกรรมของการมสี วนรว มในการวางพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม เทคนิคในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คมโดยการมสี ว นรวมของประชาชน

3 สารบัญ (ตอ ) หนา บทท่ี 5 การวางแผนไปประยกุ ตใชในชีวิตประจําวนั 26 แนวทางการพฒั นาชมุ ชน สังคมไปประยกุ ตใ ชกบั ตนเอง ชมุ ชนและสงั คม ประโยชนทไี่ ดจากการวางแผน วธิ กี ารนําผลทีไ่ ดจากการวางแผนไปประยกุ ตใชในชีวิตประจําวัน กจิ กรรมทา ยเลม 29 บรรณานกุ รม 31 คณะผูจดั ทาํ 33

4 คําแนะนาํ การใชเ อกสารสรปุ เน้อื หาทต่ี องรู หนงั สือสรุปเนือ้ หา รายวชิ าการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ระดับประถมศึกษา เปนการสรปุ เนอ้ื หาหนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคมรายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค 11003 ระดับประถมศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) เพื่อใหผูเรียน กศน. ทําความเขาใจและเรียนรู ในสาระสาํ คัญ ของเนอ้ื หารายวิชาสําคญั ๆ ไดสะดวกและสามารถเขา ถงึ แกนของเน้ือหาไดด ขี ้นึ ในการศกึ ษาหนังสือสรปุ เนอื้ หารายวชิ าการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม เลมนี้ ผูเรยี นควรปฏิบัติดงั น้ี 1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค11003 ระดับประถมศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) ใหเขาใจกอน 2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของหนังสือสรุปเน้ือหารายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ใหเขาใจอยางชัดเจน ทีละบท จนครบ 5 บท และทํากิจกรรมทายเลมตาม ทก่ี ําหนด ถายังไมมั่นใจวาปฏิบัติตามกิจกรรมไดอยางเหมาะสม ควรยอนกลับไปทําความเขาใจ เนอ้ื หานน้ั อกี คร้ัง 3. หากตองการศึกษารายละเอียดเน้ือหารายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม เพิ่มเติมผูเรียน สามารถศึกษาหาความรูเพิ่มเติมจากตํารา หนงั สือเรียนท่ีมีอยตู ามหองสมุดหรือราน จําหนา ยหนงั สอื เรยี น หรือครูผสู อน

1 บทที่ 1 การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม เนอ้ื หาประกอบดว ย 1. ความหมายของการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม 2. ความสําคัญของการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 3. หลกั การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 4. ประโยชนทีไ่ ดรับจากการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 1. ความหมายของการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 1.1 ความหมายของการพฒั นาตนเอง การพัฒนาตนเอง หมายถงึ การปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงส่งิ ท่ีตนเองเปน อยู มอี ยูใหดี ขึ้นและกา วหนาไปกวา เดมิ การพัฒนาตนเองตองคิดใหรอบดานวา เดิมตัวตนของเราเปนอยางไร ท้ังสุขภาพ กายและสุขภาพใจ เมื่อปรับปรุงตนเองแลวจะสามารถมีชีวิตท่ีเปนไปตามความต้ังใจท่ีหวังไว หรือไม ความเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นทําใหตัวเรามีจิตใจเบิกบาน มีอารมณแจมใสข้ึนกวาเดิม หรือไมนอกจากนี้ยังเปนความสามารถคิดหาเหตุผลมารองรับใหเกิดความกาวหนาทาง สติปญ ญาของตนเองได เมื่อพ่งึ พาสติปญญาตนเองได กย็ อมมีโอกาสใหผูอ่ืนพ่ึงพาสติปญญาตัว เราไดเ ชน กัน 1.2 ความหมายของการพฒั นาชุมชน การพัฒนาชุมชน หมายถึง การกระทําที่มุงปรับปรุง และสงเสริมใหกลุมคนท่ีอยู รวมกันมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มีความเปนอยูท่ีดีข้ึน สุขภาพแข็งแรง มีอาชีพที่ม่ันคง มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน โดยอาศัยความรวมมือจากบุคคลภายในชุมชน และหนว ยงานองคก ารตา ง ๆ ทั้งภายในและภายนอกชมุ ชน 1.3 ความหมายของการพฒั นาสงั คม การพัฒนาสังคม หมายถงึ กระบวนการเปลย่ี นแปลงในทางที่ดีในดานเศรษฐกิจ การเมอื ง สงั คม การปกครอง และวฒั นธรรม เพอ่ื ใหประชาชนในสังคมมีความเปนอยูที่ดีข้ึน ทั้งดานท่ีอยูอาศัย อาหาร สุขภาพอนามัย การศึกษา การมีงานทําและมีรายไดเพียงพอสําหรับ

2 การครองชีพประชาชนในสังคมไดรับความเสมอภาค ความยุติธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยประชาชนตองมสี วนรว มในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทุกขั้นตอนอยา งมีระบบ 2. ความสําคญั ของการพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม ความสําคัญของการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม เปนพื้นฐานในการเตรียมตนเองในดาน ตาง ๆเชน รา งกาย สตปิ ญ ญา จติ ใจอารมณ และสังคม ใหมีความพรอมในการดํารงชีวิตใหอยู ในชุมชน สงั คมไดอ ยางม่ันใจมีความสุขและเปนกําลังสําคัญเพ่ือชวยใหชุมชมแข็งแกรงและสราง สงั คมท่ีเปน สขุ 3. หลักการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม เปนการพัฒนาโดยยึดหลักการมีสวนรวม ประกอบดวย การรวมคิด การรวมตัดสินใจ การรวมปฏิบัติ รวมติดตามและประเมินผล และรวมรับ ผลประโยชน รวมท้ังการประสานความรวมมือ การประชาสัมพันธ การใหความรูทั้งทางตรง และทางออม 4. ประโยชนท ไี่ ดร บั จากการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 1. ตนเองมีการเปลี่ยนแปลง มีสวนรวมในกิจกรรมของชุมชน สังคม ประสบผลสําเร็จ ในการดาํ เนนิ ชวี ิต และสามารถอยูในสงั คมไดอ ยางมีความสุข 2. ชมุ ชน สงั คม ไดรับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีข้ึน ประชาชนในชุมชน สังคม มีคุณภาพชีวิตท่ีดี มีการเสียสละ และมีระเบียบวินัย ทําใหชุมชน สังคมเกิดความ ปลอดภัย มีความเขม แขง็ และย่ังยืนตอไป โดยมีตวั อยางประโยชนท ่ไี ดรับจากการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ตอไปได

3 ตวั อยา ง ประโยชนที่ไดร ับจากการพัฒนาตนเอง ไดแ ก าพการตนู ผหู ญิง 25 ป แจงความรอยเวร ความซื่อสตั ยต อตนเองและผูอ่นื ท่ีโรงพักวา เกบ็ กระเปา สตางคไ ดม ีคาํ พูด ทงั้ ตอ หนา และลับหลงั เปนตัวอยางที่ดี ในสังคม “ดิฉนั พบกระเปา สตางคห ลนอยูท่ี ความเออื้ เฟอ เผือ่ แผ รจู ักการให การแบง ปน ตามโอกาสอันควรโดยไม หวงั สิง่ ตอบแทน ภาพการต นู ชาย 30 ป สงถงุ ขาวสารใหหญงิ ชรา จงั หวัด ไดข าวสารมาฝากคุณยายครับ”

4 รกั ของสวนรวม เมื่อพบความเสียหาย ในทีส่ าธารณะ รีบแจงผูร ับผดิ ชอบดว น เพ่อื ลดการสญู เสียทรพั ยากร ภาพการตนู นกั ศกึ ษาสาว 22 ป ทกั ทายเพการตรงตอเวลา เปน การสรา งนิสัยทีด่ ี ใหเ กิดขนึ้ ในสงั คม นบั วา เปนแบบอยางที่ดี ท่ีควรปฏิบตั ิตาม

5 ตัวอยาง ประโยชนทไี่ ดรับจากการพัฒนาชมุ ชน สังคม การประสานความรวมมือ การประชาสมั พนั ธ

6 บทท่ี 2 ความหมาย ความสําคญั และประโยชนข องขอมูล เนื้อหาประกอบดวย 1. ความหมายของขอ มูล 2. ลกั ษณะขอ มลู ทด่ี แี ละความสําคญั ของขอ มูล 3. ประโยชนของขอมลู 4. การนําขอมลู ไปใชในชีวติ ประจําวนั 5. ความสัมพนั ธของขอมูล 1. ความหมายของขอมูล ขอ มูล คือ ขอเท็จจริงหรอื สภาพเปนจริงทีป่ รากฏในรูปตวั อกั ษร สัญลกั ษณ ตัวเลข ภาพ เสยี ง คําบอกเลา จากผูรู สถานการณที่เกิดข้นึ รวมท้ังการบนั ทกึ และการถายทอดผานสือ่ ตา ง ๆ ทงั้ เอกสาร บคุ คล วิทยุ โทรทัศน และอนิ เทอรเนต็ เปนตน 2. ลกั ษณะขอ มูลที่ดแี ละความสําคญั ของขอ มลู ลักษณะของขอมลู ทด่ี ีตองเปน ขอ มูลที่มีความถกู ตองและเชอ่ื ถอื ได ตรงตามความ ตองการของผูใชขอมูลและควรเปนขอมูลท่ีเปนปจ จบุ ัน และมคี วามทนั สมยั 2.1 ขอมูลท่ีดีตองมลี กั ษณะตอ ไปน้ี 2.1.1 ถกู ตอ งและเชื่อถือได กลาวคือตองมีความ ม่นั ใจวา การรวบรวมขอ มูลมีความถูกตองและเช่ือถือได โดยตองมีการตรวจสอบอยางละเอียด ซึ่งขอมูลอาจ ตองแปลงใหอยูในรูปแบบที่เคร่ืองคอมพิวเตอร เขา ใจไดอ ยา งถกู ตอ ง บางครั้งขอมูลผิดพลาดเพราะ ใชโปรแกรมหรอื สตู รคาํ นวณผิดพลาดจึงตองกําหนด วธิ ีการรวบรวมผลดว ยความละเอียดรอบคอบ

7 2.1.2 ตรงตามความตอ งการของผใู ช กลาวคอื เมอ่ื จะเก็บขอมลู ใหเลือกเกบ็ ขอ มลู เฉพาะที่ผใู ช ตองการเทา น้ัน ตองไมเกบ็ ขอ มลู อื่น ๆ ท่ไี มตรง กับการใชง าน แตใหม่ันใจวา ขอมลู ที่ตอ งการ เก็บน้ัน เก็บไดอ ยางครบถวนและสมบูรณ ภาพการต นู ภาพเดิม 2.1.3 มคี วามทันสมัย กลาวคอื เปน ขอมูลท่เี ปน จะใชต ัวเลขนีต้ ้งั แตเ ดือนท่ีแลว” ปจจบุ ัน และมีความทนั สมยั เพอ่ื ใหผ ใู ชขอมลู นําไปใชไดทันเวลา 2.2 ความสาํ คญั ของขอ มูล ซ่งึ ขอมูลดานตาง ๆ มคี วามสําคัญตอประชาชนมากมายมหาศาลท้ังการใชใน ชวี ติ ประจาํ วันและดา นการปฏบิ ัตงิ าน ดังตอ ไปน้ี - ดา นภมู ศิ าสตร เชน บริบทของชมุ ชน ลักษณะของชมุ ชน และลักษณะภมู ิอากาศ เปน ตน - ดานประวัตศิ าสตร เชน ความเปนมาของชุมชนนนั้ ๆ เปนตน - ดานการเมือง การปกครอง เชน การมีสวนรวมในกิจกรรมทางการเมืองของชุมชน และการใชสิทธิ์เลอื กตั้งตา ง ๆ เปนตน

8 - ดา นศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เชน ความเชื่อ ศาสนาของคนในชุมชน วันสําคัญ ทางศาสนา และพธิ กี รรมของชุมชน (การบวช การขึน้ บานใหม)เปน ตน - ดานหนาที่พลเมืองเชน ความจงรักภักดีตอสถานบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ความสามัคคี การมีสวนรวมแสดงความคิดเห็น ความรับผิดชอบตอหนาที่ การเคารพกฎ และระเบยี บชุมชน เปนตน - ดา นทรัพยากร สง่ิ แวดลอ ม เชน ปา ไม แหลงน้ํา และการคมนาคม เปน ตน - ดา นสาธารณสขุ เชน การดแู ลสุขภาพเบื้องตน และการปอ งกนั โรคตา งๆ เปนตน - ดานการศึกษา เชน ระดับการศึกษาของคนในชุมชน สถานศึกษาในระบบและนอก ระบบเปน ตน 3. ประโยชนข องขอ มูล ขอมลู ตา ง ๆ ที่อยรู อบตัวเรา เราสามารถรับรูและนาํ ขอ มลู เหลา นัน้ มาใชป ระโยชนใน ชีวิต ประจําวนั ไดมากมายท้ังทางตรงและทางออ ม ดังนี้ - ดา นภูมิศาสตร เปน การศกึ ษา เรยี นรูเ ก่ียวกบั บรบิ ทของชมุ ชน ลักษณะของชุมชน ลักษณะภูมอิ ากาศ เพอ่ื ใหเปน ขอมลู พนื้ ฐานในการพฒั นาหรอื ประกอบอาชพี - ดา นประวตั ศิ าสตร เปนการศกึ ษาเรียนรูความเปนมาของชุมชนน้ัน ๆ เพ่อื อนรุ ักษส บื สาน หรือนําไปปรบั ปรงุ ประยกุ ตใชใหเ หมาะสมกบั สภาพปจ จุบนั - ดานการเมอื ง การปกครอง เปนการศกึ ษา เรียนรูการมสี ว นรว มในกิจกรรมทาง การเมอื งของชมุ ชน ประเทศและศกึ ษาเรียนรกู ารใชส ิทธเ์ิ ลือกตัง้ อยางถกู ตอง - ดานศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เปน การศึกษาเรยี นรูและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรม ประเพณใี หถกู ตอ งในชมุ ชนนน้ั ๆ - ดา นหนาทพี่ ลเมอื ง เปนการศกึ ษาเรยี นรูและปฏบิ ตั ิดวยความจงรักภักดีตอ สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ความสามคั คี การมสี วนรว มแสดงความคิดเหน็ ความรบั ผิดชอบ ตอ หนา ที่ การเคารพกฎ ระเบียบชุมชน ท่จี ะสง ใหช ุมชน สังคม อยอู ยา งสงบสุข - ดา นทรพั ยากร ส่ิงแวดลอม เปน การศึกษาเรยี นรูทรพั ยากรปาไม แหลง นํ้า การคมนาคม เพอ่ื นําไปใชไ ดอ ยา งเหมาะสม - ดานสาธารณสขุ เปน การศึกษาเรียนรูก ารดแู ลสุขภาพเบ้ืองตน เรียนรูโรคภัยตาง ๆ เพ่ือเปนการปองกันความสูญเสียของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม สามารถดาํ รงตนอยอู ยาง ปลอดภัย

9 - ดานการศกึ ษา เปน การศึกษาเรยี นรอู ยา งตอเนือ่ ง หรือเปน องคความรูท่ีทนั สมัย ถกู ตอ ง และทันตอเหตุการณ เพ่อื การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมใหม ีความเจริญตอ ไป 4. การนาํ ขอมูลไปใชในชวี ติ ประจําวัน 4.1 รขู อดี ขอดอ ยของขอมูลของชุมชนในดา นตาง ๆ คอื ดา นภมู ศิ าสตร ประวตั ิศาสตร การเมอื ง ส่ิงแวดลอมสาธารณสุข การศกึ ษาวัฒนธรรม ประเพณี หนา ท่ีพลเมอื ง ทรพั ยากร และศาสนา 4.2 วางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ท่เี กดิ การศกึ ษาเรียนรูขอ มลู ดานตาง ๆ 4.3 แนวทาง วธิ ีการในการปฏิบัตริ ว มกันโดยมีเปาหมายใหค วามสําเร็จ 4.4 นาํ ไปประยุกตใชใ นชีวิตประจาํ วันท่เี หมาะสมกบั ตนเอง ชุมชม สงั คม 5. ความสมั พนั ธของขอ มูล ความสัมพันธของขอมูลดานภูมิศาสตร ประวัติศาสตร การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีหนาท่ีพลเมือง ทรัพยากร สิ่งแวดลอมสาธารณสุข และการศึกษาในการนําไปใชนั้น จงึ ตองเชอื่ มโยงบรู ณาการขอ มลู ดงั กลาวใหส มั พันธก ันเพื่อการนําไปพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ใหไดต ามเปาหมาย และประสบความสาํ เร็จได

10 บทท่ี 3 วธิ กี ารจดั เกบ็ วเิ คราะหขอมลู อยา งงา ย และการเผยแพรข อ มลู เนอ้ื หา ประกอบดว ย 1.วิธกี ารจดั เกบ็ ขอ มูลและรวบรวมขอ มูล 2.การวเิ คราะหขอ มลู ตนเอง ชมุ ชน สังคม 3. การนาํ ขอ มลู ไปใชในการจดั ทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 4. วิธีการเผยแพรขอ มูล 1. วิธกี ารจดั เก็บขอ มูลและรวบรวมขอ มูล การจัดเก็บขอมูล คือ การเก็บรักษาขอมูลเพ่ือการบริหารโดยการเก็บไวในรูปแบบ ตางๆ เชน การทําดวยมือ ซ่ึงเปนแฟมเอกสาร หรือดวยคอมพิวเตอรในรูปของแฟมขอมูล เปนตน โดยมีวธิ กี ารรวบรวมขอ มูล ไดแก การสังเกต การสัมภาษณ การสํารวจ การสอบถาม และการรวบรวมขอ มลู ท่ีผอู นื่ รวบรวมไวแลว ตวั อยา ง การเก็บรวบรวมขอมลู โดยการสงั เกต ภาพการต ูนผชู ายอว นใสแ วน กันแดด มองไปที่ ถาตอ งการรูว า พระอาทติ ยต กโดยเฉลยี่ แลว ดวงอาทติ ยซ ึ่งเกือบจะลบั ขอบฟา ตรงกับชวงเวลาใด ก็สังเกตชวงเวลา พระอาทิตยต กในแตล ะวัน ภาพชายคนเดิมไมใ สแ วน (ครง่ึ ตัว) แลวจดเวลาทพี่ ระอาทิตยต กไวทุกวนั กําลงั จดขอมูลในสมดุ ตอ เนือ่ งกนั ไปเปนสัปดาหหรอื เปนเดอื นกไ็ ด

11 จากนั้นนาํ ขอ มลู เวลาที่บันทึกไวแตละ คร้งั มารวมกนั ไดต ัวเลขเทา ใดก็นาํ มา หารดวยจาํ นวนครั้งทจ่ี ดบันทึกเวลา ก็จะ ไดวาพระอาทิตยตกโดย“คาเฉล่ีย”เฉลี่ย แลว ตรงกบั เวลาใด 8.05 +18.07+18.09+18.10+18.13+1 การเก็บรวบรวมขอ มูลโดยการสงั เกต แมวาจะดูเหมอื นงา ยและสะดวก แตถา ใหไ ด ขอ มูลท่ีชดั เจนและคลาดเคล่อื นนอ ยทสี่ ุด ตอ งเฝาดูดวยความเอาใจใสโดยการสังเกตและรับรู ดว ยตา หู และการสัมผัส วธิ ีการเกบ็ ขอ มลู โดยการสังเกต จึงจาํ เปนตองมขี อกาํ หนดตาง ๆ ดังนี้ กาํ หนดจดุ มุงหมายทแ่ี นนอนและชัดเจนวา ตองการรเู รอื่ งใด วางแผนอยา งเปนระบบ กาํ หนดกรอบการสงั เกตและระยะเวลาใหช ัดเจน บันทกึ เหตุการณและเรอื่ งราวท่ตี รงตามความตองการ สามารถทดสอบเพอื่ ความถูกตองและนา เชอ่ื ถือได การเกบ็ รวบรวมขอมลู โดยการสงั เกต แบง ออกเปน ขั้นตาง ๆ ทส่ี าํ คญั 4 ขน้ั คือ 1. ขน้ั เตรียมการสงั เกต : เลอื กพื้นท่ี เตรยี มวสั ดุอุปกรณส ําหรบั เก็บขอมลู ทัง้ ภาพและเสยี ง กาํ หนดวนั เวลา สถานท่ีและนดั หมายผทู จ่ี ะไปทําการสังเกต 2. ขนั้ การสงั เกต : แนะนําตนเองและทาํ ความรูจ กั กบั หวั หนากลมุ ผทู ่ีจะไปศกึ ษา ซ่ึงเรียกกันวา กลมุ ประชากรศกึ ษา สรางสัมพันธท่ีดีภายในกลมุ สังเกตและเก็บขอ มลู ตามประเดน็ หรอื กรอบที่กาํ หนดไว 3. ขั้นการบนั ทกึ ขอมูล : เขยี นบรรยายรายละเอยี ดใหไดมากทส่ี ุด

12 4. ข้นั เสรจ็ ส้นิ การสังเกต : กลาวขอบคณุ ผใู หค วามรว มมอื ซึง่ ใหขอ มูลท่เี ปน ประโยชน  ตวั อยาง การเก็บรวบรวมขอ มลู โดยการสมั ภาษณ กาพการต นู หญิงสาวหนุ สวยนั่งอยูทโี่ ตะ ฝงหน่ึง ถือดนิ สอ มอื ซายแตะ กระดาษบนโตะ กาํ ลังมองการสมั ภาษณ เปนการเกบ็ รวบรวมขอมลู ท่ีผูสมั ภาษณและ ผใู หส ัมภาษณไดเผชญิ หนา กัน โดยมีการพูดคุยซักถามกนั ตอ หนา แตต อ งไมลมื วาการพูดคยุ กันตองมจี ุดมงุ หมายที่ชัดเจ ขณะพดู คยุ ผเู ก็บขอ มูลหรอื ผสู ัมภาษณ จะใชเ ครอ่ื งมอื เพอื่ เกบ็ ขอ มลู ซ่งึ ก็ คอื แบบสมั ภาษณ ความหมายของแบบสมั ภาษณ แบบสัมภาษณ หมายถึง เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอมูล ซ่ึงในแบบสัมภาษณจะ มีขอคําถามท่ีผูเก็บรวบรวมขอมูลหรือผูสัมภาษณใชเปนแนวทางในการซักถามและพูดคุยกับผูให สมั ภาษณ ดังนน้ั การสมั ภาษณต อ งมีคนถามและคนตอบ คนถามใชแบบสัมภาษณท่ี เขียนคําถามไว แลว ขณะสัมภาษณอาจถามและตอบกันแบบปากเปลา คนตอบเลาใหฟง สวนคนถามก็จดไว เปนหลักฐานกันลืม หรืออาจใชการบันทึกเสียงดวยวิธีการตาง ๆ ท่ีทําไดโดยมีการขออนุญาต บนั ทึกเสียงแลวเขยี นสรปุ อีกคร้งั หนง่ึ หลงั การซักถามพดู คุยจบลง การเกบ็ ขอ มลู โดยการสัมภาษณจําแนกไดต ามความเหมาะสมกบั งานทต่ี องการศกึ ษา ดงั นี้ กาํ ลังจดขอ ความ สัมภาษณเปนรายบคุ คล ผถู ูกเลือกถอื วา งบนกระดาษ สวนหญิงสงู วัยใสแ วนรปู รา งอว เปน กลมุ ตัวอยางทเี่ ปนตัวแทนของประชาที่จะ ศกึ ษาหรอื เรียกใหงายวาเปน ตัวแทน ของเร่อื งทีต่ อ งการรู

13 สัมภาษณผ รู ูท่ใี หขอ มูลหลกั หรอื ขอมูลสาํ คัญ 50ป แตงกายภมู ฐิ านทนี่ ั่งอยใู นหอ งทํางานท่ี ซ่งึ คนอน่ื ไมรู เปนบคุ คลทแี่ ตกตา งจากคนอืน่ ช้ันหนงั สมคี วามรอบรูขอ มลู ตาง ๆ ในตอ งการ เพราะเปน สมั ภาษณ ท่เี จาะลึกไดแ ก การเรอ่ื งที่ผู สมั ภาษณปราชญช าวบา น นักวชิ าการ นกั ธุรกิจ ผูนาํ ทองถ่นิ ฯลฯ สัมภาษณเ ปนกลมุ เพ่อื หาขอมูลจากกลุม ทั้งหญิงและชาย 8 คน ชาวบา นคนหนึง่ กาํ ลัง บุคคลทใ่ี หข อมลู เกย่ี วกับเรื่องทตี่ องการ พดู ชายคนเดมิ กมหนา จดบนั ทกึ ศึกษา วธิ ีการแบบนอ้ี าจเรียกวา ซกั ถาม หรือสนทนากลุม ทกุ คนออกความเห็น และซกั ถามไดอ ยางเสรี ข้นั ตอนเตรียมการเกบ็ ขอมลู โดยการสัมภาษณ 1. เตรยี มตัวผสู มั ภาษณ นัดประชมุ ชีแ้ จงให เขา ใจแบบสมั ภาษณแ ละทีส่ ําคัญตองเขาใจ ทงั้ ดา นภาษา วฒั นธรรมและประเพณีของ ทอ งถิ่น รวมถงึ ผใู หส มั ภาษณแ ละสถานท่ี ทําการสัมภาษณ

14 2. ทําหนังสือขอความรว มมือ กําหนดวัน เวลาและสถานที่ ซ่ึงจัดเตรยี มไวเพ่อื การ สัมภาษณแ ละอยา ลืมตรวจสอบใหแ นช ดั วา ติดตอประสานงานครบถว นแลว 3. เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณท ี่ตองใชในการสมั ภาษณ พรอมใชงาน เชน ดินสอ ปากกา กระดาษ เปน ตน 4. ขั้นสงแบบสมั ภาษณใ หผูใหขอ มูล ไดท ําความเขา ใจและเตรียมตวั ใหพ รอ ม กอ นการสัมภาษณ

15 5. ข้ันการสมั ภาษณ ชี้แจงวตั ถปุ ระสงคใ นการเก็บขอ มูล บ อ ก ค ว า ม สํ า คั ญ ข อ ง ตั ว ผู ใ ห สั ม ภ า ษ ณ เพอื่ กระตนุ ใหไดขอมลู ท่ีเปน จรงิ บอกประโยชนจ ากการเกบ็ ขอมูลและ ผลกระทบที่จะเกดิ ข้นึ เพอื่ จะไดขอ มลู ทถ่ี กู ตองและครบถวน พยายามใหผ ใู หส มั ภาษณบ อกขอ มลู มากทสี่ ุดโดยใชภาษาสุภาพ ไมถามนาํ แตพ ยายามใหไดคาํ ตอบตามประเด็น ที่ตองการ ขัน้ บันทึกผลการสมั ภาษณ ขณะสัมภาษณอาจบันทกึ ไดไมครบถวน จงึ ตอ งทบทวนผลการสมั ภาษณอ กี ครั้ง หลกั ปฏิบัตใิ นการทบทวนผลการสัมภาษณ มดี งั น้ี  ควรบันทึกผลทนั ทรี ะหวา งการสัมภาษณ หรอื หลงั จากสัมภาษณ ผา นไปไดไมนาน เพราะจะไดไมหลงลืม หรอื ไดขอ มูลท่ีคลาดเคลื่อนไปจากความเปน จริง  ควรบนั ทึกผลตามจรงิ เทา นนั้ และตองไมเ พิ่มความคิดเห็นของ ผูสมั ภาษณเ ขา ไป

16  ขนั้ สนิ้ สุดการสัมภาษณ ดูความถกู ตอ งของขอ มลู ขอบคุณผใู หส มั ภาษณท ช่ี วยใหขอมลู ท่ีเปนประโยชน ตวั อยาง การเก็บรวบรวมขอมูลโดยการสาํ รวจ การสาํ รวจเปน การออกไปเกบ็ ขอ มูลจาก สถานท่จี รงิ เชน ถา ตองการรขู อ มลู เกี่ยวกับ แมลงท่ีทาํ ลายตนขา วในนา ก็ตองสํารวจทีละพ้ืนที่ แลว นําขอมู ไปทลี ะพ้ืนท่ี แลวนาํ ขอ มูลท่ีไดมาปรับปรงุ วิธีการกําจดั แมลงที่ทําลายตน ขาว ขณะสาํ รวจกต็ อ งบนั ทกึ ขอมูลไวใ หช ัดเจน เพราะขอมูลทีไ่ ดม าจากนาขา วแตละแปลง ตองรวบรวมไวเพ่ือวเิ คราะหวิธใี นการกําจดั และทําลายแมลงทีเ่ ปนศตั รตู นขา ว

17 ตวั อยา ง การเก็บขอ มูลโดยการสอบถาม การเก็บรวบรวมขอมูลโดยการสอบถาม เปนการเก็บขอมูลจากประชากร หรือกลุม ตวั อยางทีศ่ กึ ษาโดยใชแ บบสอบถาม ซึง่ หมายความวา เรามีแบบสอบถามใหคนที่เราตองการรู ขอมลู ตอบกลบั มา การเก็บขอ มูลอยางนี้ ทําได 4 วธิ ี ดงั นี้  สงแบบสอบถามทางไปรษณีย และกําหนดระยะเวลาสงแบบสอบถาม ท่ีตอบแลว กลบั คนื ใชว ิธีน้ีถา ผูต อบ อยหู างไกล คน หาหรือติดตามไมส ะดวก  สงแบบสอบถามใหกับมอื ผตู อบ และ กาํ หนดวธิ ีการรวบรวมเพื่อสง คนื หรอื ใหเ วลาผตู อบแลว สงคนื ทางไปรษณีย  ฝากผนู ําทอ งถนิ่ ไปแจกจา ยใหถงึ มอื ผูตอบแบบสอบถามแลวรวบรวมสง คนื หรอื ใหเ วลาผตู อบแลว สงคืนทางไปรษณยี 

18  ขอความรวมมือเจาหนา ทใี่ นพื้นที่ แจกแบบสอบถามและรวบรวมสงกลบั คนื หรือหนว ยงานเจาของแบบสอบถาม ไปเก็บแบบสอบถามจากเจาหนาท่ีในพ้ืนท่ี ซึ่งรวบรวมไวแ ลว  ตัวอยาง การรวบรวมขอ มลู ทผ่ี อู ่นื รวบรวมไวแ ลว การเก็บรวบรวมขอมูลท่ีผูอื่นรวบรวมไวแลว เปนการรวบรวมขอมูลที่เสียคาใชจาย นอย เพราะคนอื่นลงทุนท้ังสมอง เวลาและเงินแลว เชน อยากรูขอมูลเก่ียวกับสมุนไพรก็หา ขอมูล โดยการอานหนงั สือทีเ่ กย่ี วกับสมนุ ไพรท่ีมีผูเขียนไวห รอื รวบรวมไวแ ลว นอกจากนี้ยังหา อา นไดจ ากวารสาร นิตยสารและแหลงขอมูลท่ีมีผูนิยมใชคนหาขอมูลมากท่ีสุด คือ การคนหา จากอินเทอรเนต็ เพราะสะดวก รวดเรว็ มีขอมลู ทห่ี ลากหลายและเสียคาใชจ า ยไมมาก ขอ ควรระวงั : ขอ มลู จากอนิ เทอรเนต็ อาจมผี ิดพลาดบา งควรตรวจสอบกับ แหลงขอมูลอืน่ ๆ ดวย

19 2. การวิเคราะหขอ มูลตนเอง ชุมชน สังคม ความหมายของการวิเคราะห “การวิเคราะห” หมายถึง เปนการศึกษา คนควา แยกแยะเพื่อหาสวนยอยของ เหตุการณเร่ืองราวหรือเน้ือหาตางๆ ดวยความละเอียดและรอบคอบในเร่ืองตาง ๆท่ีเกิดข้ึนอยาง ละเอียดรอบครอบอยางมีเหตุผลหาจุดเดน จุดดอยใหตรงตามความตองการที่จะนําผลการ วิเคราะหไปใช โดยขึ้นกับลักษณะของขอมูลและตองอาศัยสถิติตาง ๆ เพ่ือการจัดหมวดหมู ขอมลู และการแปลความหมายของผลการวิเคราะห “การวิเคราะหขอมูล” หมายถึง การจัดการขอมูลดวยวิธีตาง ๆ เชน การคํานวณ การนาํ เสนอขอ มลู เปนตน เพือ่ ใหไ ดผ ลลัพธตามวัตถุประสงคท จ่ี ะนําไปใชใหตรงตามความเปน จรงิ ตรงตามความตอ งการ จากน้นั จึงจะนําไปใชได หลกั เกณฑในการเลือกหวั ขอ เพ่ือการวเิ คราะหขอมลู ดังนี้ 1. ความสําคัญของปญ หา ปญ หาบางเรือ่ งทเ่ี กิดข้ึนอาจเปน ขอมูลสว นนอ ยเทานั้น ไมไดมีความสําคัญมากพอทจ่ี ะ นํามาวเิ คราะห 2. ความเปนไปได ขอมลู บางเร่ืองท่เี กบ็ รวบรวมมาไดอ าจเปน แคความคิดท่ีเลื่อนลอย จะคิดหาหนทาง อยา งไรกเ็ ปนไปไมไ ด 3. ความนาสนใจและทันตอเหตุการณ ขอ มูลบางเรอ่ื งไมไดเปนทส่ี นใจของผูคนท่วั ไป อาจนาสนใจเฉพาะสาํ หรับคนบางกลุม นอกจากนีข้ อ มลู บางเร่ืองกไ็ มค วรเลือกมาวเิ คราะห เพราะชา เกนิ ไปและไมท นั ใชง านแลว 4. ความนาสนใจของผูวเิ คราะห ผูท จ่ี ะทาํ การวิเคราะหอาจไมส นใจขอมูลบางเร่ืองที่เก็บรวบรวมมา เปนธรรมดาทีว่ าใคร กต็ ามไมสนใจเรือ่ งใด ยอ มไมคอ ยมีความรลู กึ ซึ้งในเร่ืองนัน้ จึงไมนาจะเลอื กหวั ขอ นั้น ๆ มาวเิ คราะห 5. ความสามารถที่จะทาํ ใหบ รรลผุ ล ขอ มูลทีเ่ ก็บรวบรวมมา อาจเปน เรอ่ื งท่ีวิเคราะหอ อกมาแลว มองไมเ ห็นความสําเร็จ ซง่ึ คาดวาจะเกิดขึ้น อาจเปนปญหาหรอื เปนเร่อื งท่ียากเกินกวาจะแกไขใหสําเรจ็ ได

20 3. การนาํ ขอมูลไปใชในการจัดทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม การนําขอมูลไปใชซ่ึงไดจากการวิเคราะหเพ่ือวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม โดยการวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชนและสังคม จําเปนตองใชขอมูลจากการวิเคราะห มาชวยใน การจดั ลาํ ดับความจําเปนวา เรื่องใดควรเลอื กมาพัฒนากอนและเร่ืองใดควรรอไวพัฒนาภายหลัง ได รวมทั้งตองดคู วามเปนไปไดท ่ีจะพฒั นา แผนพฒั นาตนเองกาํ หนดไดจากเหตแุ ละผล ในการพัฒนา มีการกําหนดเปาหมายที่จะพัฒนา และมองภาพในอนาคตวาจะไดรับความสําเร็จได อยา งไร หลงั จากน้ันจงึ คดิ หาวธิ กี ารพัฒนารวมไป ถึ งป จจั ยหรื อส่ิ งต าง ๆท่ี ช ว ยให ปร ะส บ ความสําเร็จ ซ่ึงผลจากการนาํ แผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม ท่ปี ระสบผลความสําเรจ็ และทีม่ ปี ญหา อุปสรรคจะตองนําไปสูการเผยแพรท้ังในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม ใหไดรับการ ปรับปรุงและพัฒนาตอ ไป 4. วิธีการเผยแพรขอ มูล การเผยแพรขอ มลู ดานตาง ๆ แบงออกเปน 2 ประเภท 1. การเผยแพรข อ มลู ภายในชมุ ชน เผยแพรขอมูลเร่ืองราวจากการพัฒนาตนเอง ไปสูครอบครัว ชุมชน และสังคม โดยพบปะพูดคุย การนําเสนองาน การประชุม การแลกเปลี่ยนเรียนรู และการศึกษาดูงานรวมกัน เปนตน 2. การเผยแพรขอ มลู ภายนอกชมุ ชน เผยแพรขอมลู ผานสอื่ ตาง ๆ เชน เอกสารส่ิงพมิ พ วทิ ยุ โทรทัศน อินเตอรเ นต็ และสอ่ื มวลชนตาง ๆ เปน ตน

21 บทท่ี 4 การมสี วนรวมในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม เน้อื หาประกอบดว ย 1.วธิ ีการมสี ว นรว มในการวางแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 2. กิจกรรมของการมีสว นรว มในการวางแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 3.เทคนิคในการวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คมโดยการมสี ว นรวมของประชาชน 1. วิธีการมีสว นรว มในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม การมีสว นรว ม หมายถงึ การที่บคุ คลหรือกลุมเขา มามสี วนรวมเกย่ี วของ รวมมือ รวมรับผดิ ชอบในกิจกรรมการพัฒนาที่เปน ประโยชนตอ ชมุ ชน สงั คม ดังนี้ 1.1 การรวมคิด หมายถึง การมีสวนรวมในการประชุม ปรกึ ษาหารือ ในการ วางโครงการ การดําเนินงาน การตดิ ตามผล การตรวจสอบ การดแู ลรกั ษา เพอื่ ใหก ิจกรรม โครงการสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงค 1.2 การรว มตัดสนิ ใจ หมายถงึ เม่ือการประชุมแลว ตอมาจะตอ งเลือกตดั สินใจกิจกรรม หรอื แนวทางท่ีเห็นวาดีที่สดุ หรอื เหมาะสมทีส่ ดุ 1.3 การรว มปฏิบัติ หมายถึง การเขา รวมการดําเนินงานตามแผนงานโครงการ เชน รวมออกแรง รวมบรจิ าคทรัพย รวมปฏบิ ัติ รวมพัฒนาชมุ ชน เปนตน 1.4 รวมตดิ ตามและประเมินผล หมายถงึ การมีสว นรว มในการตรวจเยย่ี มดแู ลรกั ษา ผลประโยชนท่ีเกิดข้ึน จากแผนงานโครงการ 1.5 รวมรบั ผลประโยชน หมายถงึ การชน่ื ชมยินดแี ละใหก าํ ลงั ใจกบั ผลสาํ เร็จของการ ดาํ เนินงานรว มกนั

22 2. กจิ กรรมของการมสี วนรวมในการวางแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการวางแผนพฒั นาตนเองสชู มุ ชน และสงั คม ลองนึกดูวา ทานเคยคิดวางแผนพัฒนาตนเองอยางไรแลวเลาใหเพื่อนสนิทฟง หลังจากเลาไปแลวยอนกลับมาตอบตัวทานเองวา เร่ิมทําตามแผนหรือยังและดําเนินการตาม แผนไปเพยี งใด กจิ กรรมนีช้ ว ยกระตุนใหม กี ารพฒั นาตนเองอยูเสมอ ไมล า หลงั สามารถกาวไป ขา งหนา อยางม่นั คงและตอเนื่องตลอดเวลา ควรมองภาพอนาคตไดวา การวางแผนพฒั นาตนเอง จะเปนรากฐานท่ดี ีทจ่ี ะ นําไปสูก ารวางแผนพฒั นาชมุ ชนและการวางแผนพฒั นาสังคมในทสี่ ุด กจิ กรรมท่ี 2 กจิ กรรมการมสี ว นรว มวเิ คราะหแ ละวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม ชวนเพอื่ น 2 คน มารวมพูดคุยและทบทวนเรื่องการใชขอมูลจากการวิเคราะห เพ่ือวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชนและสังคม วาตองทําอยางไรบาง ไดขอสรุปรวมกันแลว เลือกผูแทน 1 คน พูดสรุปใหฟงอีกครั้ง สวนอีก 2 คน ถามีแนวคิดเพิ่มเติมขอใหพูดไดอยาง อสิ ระ กิจกรรมน้ีชวยใหทุกคนในกลุมไดฝกคิด ฝกการมีสวนรวม รูจักการแสดงออก และใจกวา ง ยอมรบั ความคิดเหน็ ของสมาชิกในกลุม กจิ กรรมที่ 3 กจิ กรรมแบง ปน ประสบการณ รวมกลุมเพ่ือน 6 คน เลือกเพ่ือนคนหน่ึงเปนตัวแทนกลุมท่ีจะเปนผูกําหนดแผน พัฒนาตนเอง ตัดสินใจวาจะเลือกพัฒนาเร่ืองใดกอน คาดวาจะมีปญหาอะไรเกิดขึ้นบาง และควรทําอยางไรใหประสบผลสําเร็จ เม่ือชวยกันคิดจนไดผลสรุป ใหเลือกผูที่จะสรุปเร่ืองราว เลา ใหสมาชิกในกลุมฟง หากขาดตกบกพรอ งตรงไหนใหเ พื่อนในกลุมชวยเพมิ่ เตมิ กิจกรรมน้ี ชว ยใหส มาชิกกลุมไดฝก คดิ อยางเปนระบบ รูจักแบงปน ประสบการณใ หแ กก ัน ฝกความกลาคดิ กลาแสดงออก และการยอมรบั เหตุและผลของสมาชิก ในกลมุ

23 กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมทบทวนแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ใชเวลาเพื่อคิดดูวา ตัวทานเองมีสวนรวมผลักดันแผนพัฒนาตนเอง ชุมชนและ สังคมใหเปนท่ียอมรับภายในชุมชนและสังคมของทานเพียงใด จากนั้นรวมกลุมเพื่อน 6 คน ชวยกันคิดทบทวนวา ในชุมชนท่ีทานอาศัยอยูนั้น ผูคนใหความรวมมือในการผลักดันใหเกิด การพฒั นาเรอื่ งใดในชมุ ชนบา ง ขออาสาสมัครภายในกลมุ 1 คน เลา เรือ่ งราวท่ีสรุปไดภายในกลุม อกี คร้งั หน่ึง กจิ กรรมที่ 5 กิจกรรมการมสี ว นรว ม รว มคดิ สกู ารพึ่งพาตนเอง ชวนเพ่ือนมาพูดคุยเก่ียวกับหลักการพัฒนาชุมชนในเรื่องความคิดริเร่ิม เร่ืองการมีสวนรวมของประชาชนและเร่ืองการพ่ึงพาตนเอง พยายามพูดขยายความใหได รายละเอยี ดตามทเี่ ขา ใจมากท่ีสดุ เรอ่ื งบางเรอื่ งถา เขา ใจสภาพทเี่ ปนอยูอยางถองแท อาจอธิบายรายละเอียดตาง ๆ ไดเ องตามความเขาใจและถาตองการรูเ พมิ่ เติมก็อาจพดู คุยแลกเปล่ยี นประสบการณกับผูสูงอายุ ในทอ งถนิ่ ทม่ี ีประสบการณก ารมสี ว นรวมในการพัฒนาทองถ่นิ และชมุ ชนในดานตา ง ๆ หรืออาจ พูดคุยกบั เจา หนา ท่ซี ึ่งทําหนา ท่ีพัฒนาชุมชนกจ็ ะไดรายละเอยี ดตา ง ๆ เพิม่ เตมิ เปนอยา งดี กิจกรรมท่ี 6 กิจกรรมทบทวนหลกั การสรา งการมสี วนรวม นาํ สูคนท่ีมคี ณุ ภาพ ชวนเพ่ือน 3 คน มารวมกลุมเพื่อทบทวนเร่ืองหลักการสรางการมีสวนรวม ของประชาชนในพื้นที่ เม่ือชวยกันสรุปแลว หาอาสาสมัครเปนผูแทนเพื่อเลาเรื่องราวใหเพื่อน กลุมอ่นื ฟง กิจกรรมนเี้ ปน การฝก การมีสวนรว มของสมาชกิ กลุม รวมกันทบทวน รวมกันทํา ความเขา ใจ รว มกนั อธบิ ายใหแ กก นั และรวมกนั สรปุ ยอ เมื่อทุกคนไดฝกการทํางานรวมกัน แตละคนจะไดรับโอกาสในการพัฒนา ความคิด ความมีเหตุมีผล พรอมท่ีจะรับรูขอมูลตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอตนเอง ชุมชน และสังคม ไดรับการพัฒนาใหคิดดีและมีจิตใจดี เปนคนที่มีคุณภาพ ซ่ึงคุณลักษณะเหลาน้ีเปนรากฐานของ สงั คมประชาธิปไตยและเปน กลไกสําคัญในการพฒั นาประเทศชาติ

24 3.เทคนคิ ในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม โดยการมีสวนรว มของประชาชน แผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คมจะเปน ท่ียอมรบั ไดถาทุกคนมีสวนรวมผลักดันใหเกิดขึ้น ซึ่งคาํ วา “การมีสวนรวม” เปนคําทย่ี ิ่งใหญทจี่ ะชว ยใหเร่ืองยากกลายเปนเร่ืองงาย ประโยชนของ แผนพฒั นาตนเอง มดี ังนี้ 1. รูขอดีและขอบกพรองของตนเองหรอื รูจดุ เดน จดุ ดอยของตนเอง 2. แผนพฒั นาตนเองเกิดขึ้นจากความตองการและความพรอมของตนเอง 3. มแี นวทางปฏบิ ตั ิทชี่ ัดเจน 4. มีเปาหมายในการพัฒนาตนเอง 5. มีการพัฒนาตนเองอยางเปนระบบ เมอื่ ผคู นยอมรบั และเขา ใจถึงประโยชนข องแผนพฒั นาตนเองกจ็ ะนําไปสกู ารผลกั ดันให มกี ารใชแ ผนเหลาน้ี และนาํ ไปสกู ารจัดทําแผนพัฒนาชมุ ชนซึ่งแผนพฒั นาชุมชนมักเนนท่ีการ สรา งรายไดใหกบั ชมุ ชน การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของผคู น หากมีแนวทางการพฒั นาและแกไ ข ปญหาทเี่ กดิ ขึ้นในชมุ ชน โดยผานกระบวนการคิด การตดั สินใจโดยชุมชนเอง ตา งคนตางรว มกนั คนหา และรวมกันเรียนรู โดยมกี ารสํารวจและวิเคราะหข อ มลู ภายในชมุ ชน จัดทําแนวทาง พฒั นาชุมชนใหสอดคลอ งกับความพรอมของชมุ ชนอยา งชดั เจนกจ็ ะเกดิ ประโยชนตอ ชมุ ชนและ สงั คมไดในท่ีสดุ ซ่ึงประโยชนดงั กลา วนน้ั สวนหนึ่งเปนผลมาจากการใชเ ทคนิคการมีสวนรวม นั่นเอง เทคนิคการวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมโดยการมีสว นรวม แบง เปน 5 ระดบั คือ 1. การใหขอ มูลขา วสาร เปน การเปดโอกาสใหประชาชนเขามามสี วนรว ม 2. การรบั ฟง ความคิดเห็น โดยการสํารวจความคิดเห็น การรับฟงความคิดเห็น จากการจัดเวทสี าธารณะ และการแสดงความคิดเหน็ ผา นเวบ็ ไซต เปน ตน 3. ความเกี่ยวของ โดยเปดโอกาสใหประชาชนรวมปฏิบัติงานชุมชน รว มเสนอแนะแนวทางเพือ่ การตดั สินใจ 4. ความรวมมือ โดยเปดโอกาสใหประชาชนไดมีความรวมมือเปนผูแทนหรือ เปนกรรมการในคณะกรรมการของชมุ ชน

25 5. การเสรมิ อํานาจใหประชาชน โดยใหประชาชนเปน ผตู ดั สินใจ เชน ใหมีการ ลงประชามติเรื่องท่ีเปน ประเด็นสาธารณะตา ง ๆ ในชมุ ชน รวมทั้งเรื่องโครงการกองทุนหมูบาน ท่ใี หอ ํานาจประชาชนในพื้นท่ีเปนผตู ดั สินใจท้ังหมด

26 บทท่ี 5 การวางแผนไปประยุกตใชในชีวิตประจาํ วัน เนอ้ื หาประกอบดวย 1. แนวทางการพฒั นาชุมชน สงั คมไปประยกุ ตใชกับตนเอง ชุมชน และสงั คม 2. ประโยชนทไี่ ดจ ากการวางแผน 3. วธิ กี ารนําผลที่ไดจ ากการวางแผนไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจาํ วนั 1. แนวทางการพฒั นาชุมชน สงั คมไปประยกุ ตใชกับตนเอง ชุมชน และสังคม โดยใชแนวคดิ พื้นฐานของการพฒั นาชุมชน สงั คม เปนสง่ิ สําคัญท่ีจะนําไปใช มดี งั นี้ 1.1 การมีสว นรว มของประชาชนเปนหัวใจของการพฒั นาชุมชน สังคม โดยยึดหลักของ การมสี ว นรวมใหประชาชนมสี ว นรวมในการคดิ ตดั สินใจ วางแผน การปฏิบัติการ รวมบํารุงรักษา ตดิ ตามประเมินผลและรวมรับผลประโยชน 1.2 การชวยเหลอื ตนเอง เปน แนวทางในการพฒั นาท่ียึดเปนหลักการสําคัญประการหนึ่ง คอื ตอ งพฒั นาใหประชาชนพ่ึงตนเองไดมากขึ้น โดยมีชุมชน สังคม ใหการชวยเหลือสนับสนุน ในสวนท่ีเกนิ ขีดความสามารถของประชาชน ตามโอกาสที่เหมาะสม 1.3 ความคิดริเร่ิมของประชาชน สงเสริมใหประชาชนยึดหลักการความคิดริเร่ิมใชวิถี แหงประชาธิปไตย กระตุนใหประชาชนเกิดความคิด และแสดงออกซ่ึงความคิดเห็นอันเปน ประโยชนตอชมุ ชน สงั คม 1.4 ความตองการของชุมชน สงเสริมใหประชาชน ชุมชน สังคม รวมคิด และ ตัดสนิ ใจบนพ้ืนฐานความตองการของชมุ ชน สังคม เพือ่ ใหเ กิดความคิดจะชวยกันทํางานและดูแล รกั ษาตอไป 1.5 การศึกษาและเรียนรูตลอดชีวิต เปนกระบวนการใหการศึกษาและเรียนรูแก ประชาชน เพอื่ นําไปสูก ารพฒั นาคนในการดาํ รงชวี ิตในชุมชน สังคม อยางตอ เนอ่ื ง โดยสรุปจากแนวคิดพื้นฐานของการพัฒนาชุมชน สังคม สามารถนําไปประยุกต ในการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ใหม ีประสิทธภิ าพได

27 2. ประโยชนท่ีไดจากการวางแผน ประโยชนห รือขอดขี องการวางแผน มีดงั น้ี 2.1 สามารถบอกใหทราบถึงขอ ดี จุดเดน จดุ ดอย ปญหาและโอกาสท่เี กิด ขึ้นกบั ตนเอง ชมุ ชน สงั คม 2.2 สามารถปรบั ปรุง แกไขกระบวนการตัดสินใจภายในครอบครัว ชุมชน สังคม ให ดขี น้ึ 2.3 สามารถชีใ้ หเ หน็ ทศิ ทางในการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ในอนาคตได 2.4 สามารถชว ยใหแตล ะบุคคลหรือสังคม ชมุ ชน ปรับเขา ไดก ับส่ิงแวดลอมที่ เปลีย่ นแปลง 2.5 สามารถชวยผูน าํ ใหม คี วามม่ันใจในการพัฒนาประชาชนในชมุ ชนตนเองให อยอู ยางปลอดภยั และมคี วามสขุ กลา วโดยสรปุ การวางแผนมีประโยชนอยางยิ่งตอตนเอง ชุมชน สังคม เพราะเปนส่ิงท่ี บอกใหเห็นถึงทิศทางการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมในอนาคต เพ่ือใหทุกฝายทราบรวมกัน และเปนเครื่องมือท่ีใชเปนแนวทางในการประสานงานในชุมชนและระหวางชุมชน ชวยให ประชาชนสามารถปรบั ตัวเขา กับสภาพแวดลอมของชุมชน และสังคมที่เปล่ียนไปได ตลอดจน ชวยใหผูนํา มีแนวคดิ กวา งและไกล การวางแผนท่ีดีเปนส่ิงสําคัญท่ีจะชี้ถึงการบรรลุเปาหมาย อยา งคมุ คาตอ การลงทุน และมีประสิทธิภาพ นําไปสูการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให ดีข้นึ 3.วิธกี ารนาํ ผลที่ไดจ ากการวางแผนไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจําวนั แผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม เปนแผนที่คนใดคนหนงึ่ หรอื กลุมคนหลายคนกาํ หนด ข้นึ มา เพอื่ เปนแนวทางปฏิบัตใิ นการเสริมสรางและเพิ่มพูนลักษณะทีจ่ าํ เปน ใหเ กิด ประสทิ ธภิ าพและเพม่ิ คุณภาพ จนไปสูจุดหมายทีต่ อ งการสงผลใหเ กิดการเปลี่ยนแปลง ดงั นี้ 3.1 การนาํ ผลจากการวเิ คราะหขอมลู ชมุ ชนไปใชในชวี ิตประจําวันไดในดานตาง ๆ กอ ใหเกดิ การเปลยี่ นแปลง ไดแ ก - การมฐี านขอ มลู ชมุ ชน - การรูจ กั วเิ คราะหตนเอง - มกี ารจัดทาํ แผนชุมชน

28 3.2 การนาํ ผลจากการมสี วนรว มของชุมชนไปใชในชีวติ ประจาํ วันไดใ นดา นตา ง ๆ กอใหเ กิดการเปลีย่ นแปลง ไดแก - การมีสวนรว มในชุมชน สังคมมากขึ้น - มีทักษะการอนรุ กั ษท รพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม - มีการพฒั นาอาชีพและรูจ กั การตลาดเบ้อื งตน - รจู กั รใู ช รรู ักษา ทรพั ยากรหมบู า นท่ถี ูกวธิ ี 3.3 การนาํ ผลจากการวางแผนการบริหารจดั การไปใชในชีวิตประจําวันไดในดา นตาง ๆ กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงไดแ ก - มีการบริหารจัดการในตนเอง ชุมชน สงั คมทเี่ หมาะสม - ลดปญหาการขดั แยง ในครอบครวั ชมุ ชน สงั คม - สามารถตรวจสอบการทํางานของตนเอง ชุมชน สงั คมได โดยสรุป วิธกี ารนําผลทีไ่ ดจากการวางแผนไปประยกุ ตใ ชใ นชีวิตประจาํ วัน สงผลใหเ กดิ การเปล่ยี นแปลงตอตนเอง ชมุ ชน สงั คม ในทางท่ดี ีและเหมาะสม

29 กจิ กรรมทา ยเลม คําช้แี จง จงตอบคําถาม ตอไปนี้ 1. ใหนักศึกษายกตัวอยา งประโยชนทไี่ ดรับจากการพฒั นาตนเอง ชุมชน และสงั คม ประโยชนจ ากการพัฒนาตนเอง ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ประโยชนจ ากการพัฒนาชุมชน และสงั คม ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... 2. ใหนักศกึ ษาอธิบายประโยชนข องขอมลู การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคมในดานตาง ๆ ดานภมู ศิ าสตร ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ดา นประวัตศิ าสตร ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ดา นศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ดานหนา ทพี่ ลเมอื ง ......................................................................................................................................... .........................................................................................................................................

30 ดานทรัพยากรส่งิ แวดลอ ม ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... 3. ใหน ักศกึ ษาเลอื กวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอมูลในการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม ( อยางนอ ย 3 วธิ ี ) 1) ..................................................................................................................................... 2) ..................................................................................................................................... 3) ..................................................................................................................................... 4) ..................................................................................................................................... 5) ..................................................................................................................................... 4. ใหนักศกึ ษายกตวั อยา งการมีสว นรวมในการจดั กิจกรรมของชุมชนตนเอง (อยา งนอย 3 วิธี ) 1) ..................................................................................................................................... 2) ..................................................................................................................................... 3) ..................................................................................................................................... 4) ..................................................................................................................................... 5) ..................................................................................................................................... 5. ใหนกั ศึกษาอธบิ ายถึงวิธกี ารพัฒนาตนเองท่ีนํามาประยุกตใชใ นชวี ิตประจาํ วนั ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... ......................................................................................................................................... .........................................................................................................................................

31 บรรณานกุ รม การพฒั นาตนเองของครสู คู วามเปน เลศิ . http://202.143.146.195/km/index.php?option=com_ Content & task = view & id = 983& Itemid = 57. คนเมอ่ื 2 มีนาคม 2553. การมีสว นรว มของประชาชน.www.moph.go.th/opdc/data. คน เมื่อ 2 มนี าคม 2553. การวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม. www.nonthaburi.go.th/Strategy/KPI_tem51_6M/2.1.doc. คนเมอื่ 2 มีนาคม 2553. เทคนคิ การวิเคราะหขอ มลู . http://xdhool.ofec.go.th/noonkuschool/multimedia/rabobsarasontes. Php. คนเมอื่ 5 มีนาคม 2553. ประชาชนกบั การมสี ว นรว มในการพฒั นาสงั คม.http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/soc2/so31-2- 4.htm. คนเม่ือ5 มีนาคม 2553. ระดบั การมสี วนรว มของประชาชน.www.portal.in.th/clinictech/news/384/. คน เม่ือ 5 มนี าคม 2553. วิธกี ารเกบ็ ขอมูล.www.moac.go.th/bulider/gsilkkm/images/05Analysis.doc. คนเมอ่ื 12 มีนาคม 2553. วิธีการเก็บรวบรวมขอมูล.http://webwerv.kmit.. Ac.th/&7065545/unit%201%20- %203.html. คนเม่ือ12 มีนาคม 2553. วธิ ีการจดั เกบ็ ขอมลู .http ://202.129.1.133/createweb/00000//00000-504.html. คน เมื่อ 12 มนี าคม 2553. สํานักงานสง เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั . ผงั การออกขอ สอบ สาระ การพัฒนาสงั คม หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2554. หลักการพฒั นาชมุ ชน. www.nesdf.go.th/Portals/0/news/plan/p4/m3_8.doc. คนเมอ่ื 12 มีนาคม 2553. หลักเกณฑก ารเลอื กหวั ขอ ในการวเิ คราะห.www.moac.go.th/builder/qsilkkm/images/04 Collect.doc.คนเมอ่ื 12 มนี าคม 2553.

32 สาํ นักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั . หนังสอื เรียนสาระการ พฒั นาสงั คม รายวิชา การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ระดบั ประถมศึกษา (ฉบับปรบั ปรงุ 2554). กรุงเทพฯ : สาํ นกั งาน กศน. กลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน, 2555. (เอกสารอัด สําเนา)

33 คณะผูจัดทาํ ทีป่ รกึ ษา เลขาธกิ าร กศน. นายสรุ พงษ จาํ จด รองเลขาธกิ าร กศน. นายประเสริฐ หอมดี ผอู ํานวยการกลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบ นางตรีนุช สขุ สเุ ดช และการศกึ ษาตามอัธยาศยั ผูอํานวยการ สถาบนั กศน.ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ นายวเิ ชียรโชติ โสอบุ ล ผูสรปุ เนอ้ื หา ขาราชการบํานาญ สถาบัน กศน. นางคมขํา แกวนวม ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ศกึ ษานเิ ทศกเชย่ี วชาญ สาํ นกั งาน กศน.จงั หวดั สรุ ินทร นางสาวสุภาพร ลาภจติ ร ครู กศน.ตาํ บล อําเภอกแู กว จงั หวัดอุดรธานี นางจารุวรรณ โยธะบุรี ผตู รวจและบรรณาธกิ าร ครชู าํ นาญการพเิ ศษ สถาบัน กศน. นางลัดดา คัมภีระ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครชู าํ นาญการพเิ ศษ สถาบัน กศน. นางสาวฉนั ทลักษณ ศรผี า ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ผอู อกแบบปก กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบ นายศภุ โชค ศรีรัตนศิลป และการศกึ ษาตามอัธยาศยั

34