1. แนวทางการเรียนรแู ละการประเมนิ ความเช่อื มั่นตาม EPA ระดบั ที่ 1: สงั เกตการปฏิบตั ิงาน และสามารถอธบิ ายถงึ วัตถุประสงคแ ละข้นั ตอนของงานหรือกิจกรรมได อยางถกู ตองเหมาะสม ระดบั ที่ 2: สามารถปฏบิ ัติงานหรอื กจิ กรรมไดเ บ้ืองตนภายใตก ารควบคุมดูแลของอาจารยอ ยา งใกลชิด ระดับที่ 3: สามารถปฏบิ ัติงานหรือกจิ กรรมไดด ว ยตนเอง ภายใตก ารดูแลของอาจารย ระดับท่ี 4: สามารถปฏิบัติงานหรือกิจกรรมไดดว ยตนเองโดยไมต องมกี ารกำกับดูแลของอาจารย แต สามารถขอความชว ยเหลือจากอาจารยไดเมอ่ื จำเปน ระดับที่ 5: สามารถปฏบิ ัติงานหรือกจิ กรรมไดด ว ยตนเองไดอยา งม่นั ใจ และสามารถควบคุมการปฏิบตั งิ าน ของผมู ปี ระสบการณน อยกวาได 2. เนื้อหาการเรียนรูและการประเมนิ 2.1 การประเมนิ ภาวะสุขภาพตามหลักอาชวี เวชศาสตร 1. หัวขอกจิ กรรมวชิ าชพี ที่ การประเมนิ ภาวะสขุ ภาพตามหลกั อาชีวเวชศาสตร เชอ่ื มัน่ ได 2.1 บงชี้ตำแหนงงาน (job title) หนาที่ (duty) ที่ตองการความปลอดภัยสูง 2. ลกั ษณะเฉพาะ หรือมีความเสี่ยงตอสุขภาพ ที่จำเปนตองไดรับการประเมินภาวะสุขภาพกอน เริ่มปฏิบัติงานตามแนวปฏิบัติของสถาบันดานอาชีวเวชศาสตรที่ไดรับการ ยอมรับจากองคกรวชิ าชีพ 2.2 สามารถระบุภาวะสุขภาพ (medical condition) ที่จำเปนตองไดรับการ ประเมนิ กอนกลับเขาทำงานได 2.3 สามารถซักประวัติ และตรวจรางกายคนทำงานไดอยางถูกตองครอบคลมุ ทั้งปจจัยจากงาน/อาชีพ และปจจัยกำหนดสุขภาพและการเจ็บปวย (health determinants) 2.4 สามารถประเมิน risk, capacity และ tolerance ไดอยางถูกตองตาม หลกั การในการประเมิน return to work โดยอา งองิ ตามแนวทางการประเมิน ตามหลกั สากลที่เปน ที่ยอมรับ 2.5 สามารถเลือกใชเครื่องมือประเมิน functional capacity evaluation (FCE) ที่เหมาะสม หรือปรึกษาสหสาขาเพื่อรวมประเมิน FCE ไดอยาง เหมาะสม 2.6 สามารถรวบรวมขอมลู สงั เคราะห อภปิ ราย เพอื่ ประเมนิ ภาวะสขุ ภาพตาม หลักอาชีวเวชศาสตร และใหค วามเหน็ เกย่ี วกับสุขภาพในหนงั สือรบั รองสุขภาพ หรอื ใบรบั รองแพทยไ ด 47
3. บริบท 2.7 สามารถอธิบาย สื่อสาร แกค นทำงานและนายจาง ถงึ สุขภาพที่มีหรืออาจมี ผลกับลักษณะงานท่มี ีความเสยี่ ง รวมถงึ ผลการประเมินภาวะสขุ ภาพใน 4. สมรรถนะหลักทใี่ ช ประเด็น ขอหา ม (restriction) และขอจำกดั (limitation) ของงานได 5. ความรู ทักษะ เจตคติ 2.8 สามารถใหคำแนะนำสถานประกอบกิจการในการจดั ทำเอกสาร พฤติกรรม และประสบการณที่ (documents) แนวปฏบิ ัติของฝายบุคคล เรอ่ื ง medical assessment for จำเปนเพือ่ ใหเ ชือ่ มัน่ ได fitness for work & return to work 3.1. การจดั และใหบริการอาชวี เวชกรรมทโ่ี รงพยาบาล (occupational medicine service) OPD/IPD 3.2. การใชอ งคความรอู าชีวเวชศาสตรในการใหบรกิ ารอาชวี อนามัย ณ สถาน ประกอบกิจการ (enterprise setting) 4.1 worker and people care, medical knowledge and skills, interpersonal and communication skills, professionalism 5.1 ความรู - occupational health and safety management, occupational health service in workplace, occupational medicine service, physical and psychological demand, potential risk of high physical and psychological demand job, law and regulations, principle of medical fitness for work and return to work assessment, nature of diseases, treatment and prognosis of acute and chronic diseases, medical guideline of fitness for work and return to work (international) 5.2 ทกั ษะ - ทักษะการซกั ประวตั ิอาชพี ตำแหนงงาน และลกั ษณะงาน/กิจกรรม (task) และประวตั สิ ุขภาพ การตรวจรางกาย การใช evidence-based medicine การวิเคราะหความสมั พนั ธของขอมูลทางการแพทยกบั ความเสี่ยงจากงาน การสอ่ื สารกบั คนทำงานและนายจาง 5.3 เจตคตแิ ละพฤติกรรม - professionalism 5.4 ประสบการณ - จัดประสบการณใ หผปู ระกอบวิชาชพี เวชกรรมสามารถเขา รว มไดตงั้ แตต นจน จบกระบวนการประเมิน fit for work อยางนอย 2 กลุมอาชีพ/job title/duty (ตารางท่ี 2) 48
- จัดประสบการณใ หผูประกอบวิชาชพี เวชกรรมสามารถเขารว มไดต ั้งแตต นจน จบการประเมิน return to work อยางนอย 2 กลมุ โรคหรือภาวะสุขภาพ (ตารางท่ี 3) โดยใชแนวทางการประเมินตามหลักสากลหรอื ราชวิทยาลยั ท่ี เกีย่ วขอ ง - จัดประสบการณใหผปู ระกอบวิชาชีพเวชกรรมไดจดั ทำ เอกสารแนวปฏิบตั ิ fitness for work and return to work สำหรบั สถานประกอบกจิ การ 6. แหลงสารสนเทศการ 6.1 สงั เกตการปฏิบตั งิ าน ประเมนิ ผลเพ่ือประเมนิ 6.2 รายงานการประเมินภาวะสขุ ภาพเพื่อความเหมาะสมกบั งาน หรอื กอน ความกา วหนา และเพอื่ การ กลับเขาทำงานภายหลงั การ บาดเจ็บ/เจ็บปวย การใหความเห็น FCE ที่จำเปน ตดั สินใจใหค วามเชื่อมั่นรวบยอด 6.3 ความสมบรู ณของการบันทกึ เวชระเบียนตามหลักอาชีวเวชศาสตร 6.4 หนังสือใหความเห็นภาวะสุขภาพหรือใบรับรองแพทยตามหลั ก อาชวี เวชศาสตร 7. ความเชือ่ ม่ันในการกำหนด 7.1 fit for work ระดับการกำกับดแู ลวาถึงระยะใด ประเมินเม่ือจบช้ันปท ี่ 1 – ความเชอ่ื มั่นระดับท่ี 1 ของการฝก อบรม ประเมนิ เม่ือจบชั้นปที่ 2 – ความเชอ่ื มั่นระดับที่ 2 (5 รายจากกลมุ อาชพี /job title/duty ทแี่ ตกตา งกัน) ประเมินเม่ือจบขน้ั ปท่ี 3 – ความเช่ือมน่ั ระดับท่ี 3,4 (5 รายจากกลมุ อาชีพ/job title/duty ทแี่ ตกตา งกนั สำหรับระดับที่ 3 และ 5 รายจากกลุมอาชพี /job title/duty ท่ีแตกตางกนั สำหรับระดบั ท่ี 4) 7.2 return to work ประเมนิ เม่ือจบขน้ั ปที่ 1 – ความเชือ่ มนั่ ระดบั ที่ 1 ประเมินเม่อื จบขัน้ ปท่ี 2 – ความเช่อื มนั่ ระดบั ท่ี 2 (2 รายจากกลมุ โรคหรือ ภาวะสขุ ภาพทแ่ี ตกตางกนั ) ประเมนิ เมอื่ จบช้นั ปท่ี 3 – ความเชอ่ื มั่นระดบั ที่ 3,4 (2 รายจากกลมุ โรคหรือ ภาวะสุขภาพทแี่ ตกตางกนั สำหรับระดบั ท่ี 3 และ 2 รายจากกลุมโรคหรือภาวะ สขุ ภาพท่ีแตกตา งกนั สำหรับระดบั ที่ 4) 49
2.2 การสรา งเสรมิ สขุ ภาพแกคนทำงาน 1. หัวขอ กจิ กรรมวิชาชพี ที่ การสรางเสรมิ สุขภาพแกคนทำงาน เชอ่ื มัน่ ได 2. ลกั ษณะเฉพาะ 2.1 การวเิ คราะหข อ มูลสุขภาพ เชน ผลการตรวจสขุ ภาพประจำปห รือผล สุขภาพอืน่ ๆ เพอ่ื พฒั นาโปรแกรมหรอื กจิ กรรมสรา งเสริมสุขภาพ ใหเ หมาะสม 3. บริบท กบั อาชพี หรอื หนาที่ 4. สมรรถนะหลักทีใ่ ช 2.2 การสรา ง คดั เลือกรปู แบบ และพฒั นาโปรแกรมหรอื กจิ กรรมการสรา งเสรมิ 5. ความรู ทกั ษะ เจตคติ สุขภาพ พฤติกรรม และประสบการณท ี่ 2.3 การจดั และบริหารกจิ กรรมสรางเสรมิ สุขภาพ จำเปน เพอ่ื ใหเ ชอื่ ม่ันได 2.4 การประเมินผลโปรแกรมหรอื กิจกรรมสรา งเสริมสุขภาพ 3.1. การใหบ รกิ ารอาชีวอนามยั ที่สถานประกอบกิจการ 6. แหลง สารสนเทศการ 4.1 worker and people care, medical knowledge and skills, ประเมนิ ผลเพ่ือประเมนิ interpersonal and communication skills, professionalism, system- based practice 5.1 ความรู - theory of occupational health and safety management, behavioral theory, stage of change model, organization culture, qualities of instruments, evaluation instruments at worksite for health promotion, clinical preventive medicine, tools for health promotion, i.e., Ottawa Charter, quality of work life assessment 5.2 ทกั ษะ - need assessment การประมวลผลขอมูลสุขภาพขนาดใหญ การวิเคราะห ขอมูลเชิงวิทยาการระบาด การสื่อสาร การจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย การบริหารจดั การโครงการ (project management) 5.3 เจตคติและพฤตกิ รรม - professionalism 5.4 ประสบการณ - จัดประสบการณใ หผูประกอบวิชาชพี เวชกรรมสามารถจัดโปรแกรมหรอื กจิ กรรมสรา งเสรมิ สุขภาพแกคนทำงานได 6.1 สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน 6.2 ความครบถวนสมบรู ณข องรายงานประเมนิ โปรแกรมหรอื กจิ กรรมการสราง เสรมิ สุขภาพ 50
ความกาวหนา และเพอื่ การ 6.3 ประเมนิ โดย HR personnel, occupational safety, and health personnel ตดั สนิ ใจใหค วามเชือ่ ม่นั รวบยอด 7. ความเชอ่ื มัน่ ในการกำหนด 7.1 ประเมินเม่ือจบช้ันปท่ี 1 – ความเชอ่ื ม่ันระดบั ที่ 1 ระดบั การกำกบั ดแู ลวา ถึงระยะใด (1 โปรแกรมหรือกจิ กรรมสรางเสริมสุขภาพ) ของการฝก อบรม 7.2 ประเมนิ เมือ่ จบช้ันปที่ 2 – ความเชอื่ มัน่ ระดบั ที่ 2 (1 โปรแกรมหรอื กจิ กรรมสรา งเสริมสขุ ภาพ) 7.3 ประเมนิ เมอื่ จบช้ันปท่ี 3 – ความเชื่อมนั่ ระดับท่ี 3, 4 (1 โปรแกรมหรอื กจิ กรรมสรา งเสริมสขุ ภาพ) 2.3 การเฝา ระวังทางการแพทย การเฝา ระวังทางการแพทย 1. หัวขอ กจิ กรรมวชิ าชพี ท่ี 2.1 เขาใจและสามารถระบุสงิ่ คุกคามสุขภาพตอ สขุ ภาพ (occupational health เชอื่ มั่นได hazard) ประเมินการรับสัมผัสสิ่งคุกคามสุขภาพตอคนทำงาน (occupational 2. ลกั ษณะเฉพาะ exposure) ระบุอันตรายและผลกระทบตอสุขภาพจากการสัมผัสสิ่งคุกคาม รวมท้งั สามารถประเมนิ ความเส่ยี งตอ สุขภาพได 2.2 ออกแบบการเฝา ระวังทางการแพทยไ ด โดยเลือกใชเครอ่ื งมือในการคดั กรอง (screening) การเฝาระวงั (surveillance) ไดอ ยา งถกู ตอ งและเหมาะสม 2.3 วางแผนการใหบริการการเฝาระวังทางการแพทยและสุขภาพแกค นทำงาน ทง้ั ในบริบทท่ีโรงพยาบาลและที่สถานประกอบกจิ การ 2.4 เขียนรายงานการเดินสำรวจประกอบการที่ครบถวนสมบูรณ ตั้งแต กระบวนการระบุสิ่งคุกคามสุขภาพ การประเมินการรับสัมผัส การระบุผูสัมผัส (significant exposed person) การประเมินความเสี่ยงตอ สุขภาพ ตลอดจนถึง การตรวจสขุ ภาพหรือการตรวจรางกายทจ่ี ำเปน ตอ การเฝา ระวงั ทางการแพทย 2.5 สามารถซกั ประวัติตำแหนงงาน (job title) และกิจกรรมท่ีปฏิบตั ิ (job task) และตรวจรางกายคนทำงานไดอยางถูกตองครอบคลุมทั้งปจจัยจากงาน และ ปจ จยั กำหนดสขุ ภาพและการเจ็บปวย โดยใชแนวทางขององคกรที่เปนที่ยอมรบั 2.6 แปลผลและวิเคราะหขอมูลจากการเฝาระวังทางการแพทย ทั้งรายบุคคล และรายกลุม หรือ similar exposure group (SEG) รายงานผล และติดตาม กระบวนการเฝาระวงั ทางการแพทยอ ยางตอเน่ืองและเปน ระบบจากขอ มูลท่ีมี 2.7 สามารถใหคำแนะนำสถานประกอบกิจการในการจัดทำเอกสาร (documents) แนวปฏบิ ัติของฝา ยบคุ คล เรื่อง medical surveillance 51
3. บริบท 2.8 สามารถใหค ำแนะนำดานการจดั การทรัพยากรบุคคลไดจากผลการเฝาระวัง ทางการแพทย เชน การสงตัวไปตรวจวินิจฉัยหรอื รกั ษาเพิ่มเตมิ การปรับเปลี่ยน 4. สมรรถนะหลักที่ใช หนางาน หรือ medical removal รวมถึงคำแนะนำดานการปองกันโรคแก คนทำงาน เชน การเลือกใชอุปกรณคุมครองความปลอดภัยสวนบุคคลท่ถี กู ตอง 5. ความรู ทักษะ เจตคติ การสรา งเสริมภูมิคมุ กันโรคดวยวคั ซนี พฤติกรรม และประสบการณท ่ี จำเปน เพื่อใหเชอื่ มั่นได 3.1. การจัดและใหบรกิ ารอาชวี เวชกรรมท่โี รงพยาบาล (hospital setting) 3.2. การใหบ รกิ ารอาชีวอนามัยที่สถานประกอบกิจการ (enterprise setting) 4.1 worker and people care, medical knowledges and skills, interpersonal and communication skills, professionalism, system- based practice 5.1 ความรู - occupational health and safety management, occupational health service in workplace, occupational medicine service hazard identification, walk through survey, occupational exposure assessment, occupational exposure limit, health risk assessment, biological monitoring, health screening, common medical surveillance program, post-exposure surveillance, standard and regulations related to medical surveillance or medical examination 5.2 ทักษะ - ทักษะการซกั ประวัติงาน หนา ที่ กิจกรรมในงาน สง่ิ คกุ คามตอสุขภาพ ตรวจ รางกาย การวเิ คราะหข อมลู ทางการแพทย evidence-based medicine การ เดินสำรวจสถานประกอบกิจการ การประเมินการรับสมั ผสั การประเมนิ ความ เส่ยี งตอสุขภาพ การอานผลการประเมินการสัมผัสทางสขุ ศาสตรอตุ สาหกรรม (industrial hygiene assessment) การสื่อสาร การจดั การอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย 5.3 เจตคติและพฤติกรรม - professionalism 5.4 ประสบการณ - จัดประสบการณใหผูป ระกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถเขารว มไดต ั้งแตตนจน จบกระบวนการเฝาระวงั ทางการแพทย (medical surveillance) ในทุกลกั ษณะ สิ่งคุกคามจากการทำงาน (ตารางที่ 4) ในชวงระยะเวลาฝกอบรม 3 ป ท้ัง periodic และ post-exposure โดยใหใ ชต ามมาตรฐานสากล อาทิ US OSHA 52
- จดั กิจกรรมเดินสำรวจสถานประกอบกจิ การใหไดอ ยา งนอย 10 ครั้ง ในชว ง ระยะเวลาฝกอบรม 3 ป - จัดประสบการณใหผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถใหคำแนะนำสถาน ประกอบกิจการในการจัดทำเอกสาร (documents) แนวปฏิบัติของฝายบุคคล เร่ือง medical surveillance 6. แหลงสารสนเทศการ 6.1 สังเกตการปฏบิ ัตงิ าน ประเมินผลเพอ่ื ประเมิน 6.2 ความครบถวนสมบรู ณของรายงานการเดินสำรวจสถานประกอบกิจการ ความกาวหนาและเพอ่ื การ 6.3 ความครบถว นสมบูรณข องแนวทางการเฝาระวงั ทางการแพทยแ ละการ ตดั สินใจใหค วามเช่อื มั่นรวบยอด รายงานผลการเฝาระวังทางการแพทยทง้ั รายบุคคลและรายกลมุ 6.4 feedback from OHD และ HR ของสถานประกอบกจิ การ 7. ความเช่อื ม่ันในการกำหนด 7.1 ประเมนิ เมื่อจบชนั้ ปที่ 1 – ความเช่อื มน่ั ระดับที่ 1 ระดับการกำกบั ดูแลวาถงึ ระยะใด 7.2 ประเมนิ เม่อื จบชน้ั ปท ี่ 2 – ความเชอื่ มัน่ ระดับที่ 2 ของการฝกอบรม 7.3 ประเมินเม่อื จบชน้ั ปท่ี 3 – ความเชอ่ื มน่ั ระดับที่ 3, 4 2.4 การวนิ ิจฉัยและการจัดการโรคและ/หรอื การเจบ็ ปวยจากการทำงาน 1.หัวขอกิจกรรมวิชาชีพท่ี การวนิ ิจฉัยและการจัดการโรคและ/หรือการเจบ็ ปวยจากการทำงาน เช่ือม่ันได 2.1 สามารถซักประวัตกิ ารทำงาน/job title/ job task และตรวจรา งกาย 2. ลกั ษณะเฉพาะ คนทำงานไดอ ยา งถกู ตอ งครอบคลุมท้งั ปจ จยั จากงาน และปจจยั กำหนดสุขภาพ และการเจบ็ ปวย 2.2 สามารถระบุสิง่ คุกคามสุขภาพจากงาน ระบกุ ารรบั สมั ผัส ระบผุ ลกระทบ ทางสขุ ภาพท่ีเก่ยี วขอ งได 2.3 สามารถเลอื กใชก ารตรวจทางหอ งปฏิบัติการหรือการตรวจพเิ ศษตา ง ๆ ทจ่ี ะ ชวยยืนยันการวินิจฉัยหรือวินิจฉัยแยกโรคที่ไมเนื่องจากงานออกไปไดอยาง ถกู ตองและเหมาะสม 2.4 สามารถตัดสินใจสงปรึกษาสหสาขาวิชาชีพเพือ่ ชวยวินิจฉัยหรอื จัดการได อยา งถูกตองเหมาะสม 2.5 สามารถวินิจฉัยโรคจากการทำงานและใหความเห็นเพื่อประโยชนแก คนทำงานในการขอรับเงนิ ทดแทนหรอื ทางกฎหมาย 2.6 สามารถบริหารจัดการ case ตามหลัก patient care process และตาม บรบิ ทการบริการอาชวี อนามัย เชน return to work 53
1.หัวขอกจิ กรรมวชิ าชพี ที่ การวินิจฉยั และการจัดการโรคและ/หรอื การเจ็บปวยจากการทำงาน เชอ่ื มน่ั ได 2.7 สามารถอธิบาย สื่อสาร แกคนทำงาน นายจาง และประชาชนผูไดรับ 3. บริบท ผลกระทบถึงประเด็นสขุ ภาพหรือโรคจากทำงานได 1. การใหบ รกิ ารอาชีวเวชกรรมท่ีโรงพยาบาล (hospital setting) OPD/IPD 4. สมรรถนะหลักที่ใช 2. การสนับสนนุ การจัดบริการอาชีวอนามยั ของสถานประกอบกจิ การ (enterprise setting) 5. ความรู ทกั ษะ เจตคติ worker and people care, medical knowledges and skills, interpersonal พฤตกิ รรม และประสบการณที่ and communication skills, professionalism, system-based practice จำเปนเพือ่ ใหเชอื่ ม่นั ได 5.1 ความรู - effects of work on health, internal medicine, orthopedics, psychiatry, otolaryngology, ophthalmology, medical rehabilitation, reproductive health, occupational toxicology, occupational diseases, occupational epidemiology, industrial hygiene, environmental diseases, law and regulations 5.2 ทกั ษะ - ทักษะการซักประวัติการทำงาน/job title/ job task การตรวจรางกาย การวิเคราะหขอมูลทางการแพทย การสื่อสารกับคนทำงานและนายจาง ทกั ษะ evidence-based medicine 5.3 เจตคตแิ ละพฤตกิ รรม - professionalism - empathy 5.4 ประสบการณ - จัดประสบการณใหผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถเขารวมกระบวนการ วินิจฉัยโรคและ/หรือการเจ็บปวย จากการทำงานไดตามโรคหรือการเจ็บปวย จากการทำงานที่ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรปองกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร ตองวินิจฉัยและจัดการได (ตารางที่ 5) อยางนอย 100 ราย ในชวงระยะเวลาฝก อบรม 3 ป - จัดประสบการณใ หสามารถแยกโรคจากการทำงาน/โรคทเี่ ก่ยี วเนื่องจากการ ทำงานกบั โรคท่ีไมเกิดจากการทำงาน/โรคท่ีไมเกี่ยวเน่อื งจากการทำงานในผูปว ย ทาง internal medicine, orthopedics, psychiatry, ophthalmology, otolaryngology ได 54
1.หวั ขอ กิจกรรมวชิ าชพี ที่ การวินจิ ฉัยและการจัดการโรคและ/หรือการเจบ็ ปวยจากการทำงาน เชื่อมน่ั ได - จดั ประสบการณก ารเรียนรใู หผ ูประกอบวชิ าชพี เวชกรรมเขียนรายงานการ วนิ ิจฉัยโรคและ/หรอื การเจ็บปวย จากการทำงาน (case report) ได - จดั ประสบการณก ารวินจิ ฉยั โรคจากการทำงานพน้ื ฐาน และการสง ตอเพื่อการ ดแู ลรักษาพยาบาลเพม่ิ เตมิ 6. แหลง สารสนเทศการ 6.1 สังเกตการปฏิบัติงาน ประเมินผลเพ่อื ประเมนิ 6.2 รายงานการวนิ จิ ฉยั โรคและ/หรอื การเจ็บปว ย จากการทำงาน ความกา วหนาและเพ่อื การ 6.3 ความสมบรู ณของการบนั ทกึ เวชระเบียนแบบอาชีวเวชศาสตรแ ละครอบคลุม ตัดสินใจใหความเชอื่ มั่นรวบยอด patient care process 7. ความเชื่อมัน่ ในการกำหนด 7.1 ประเมนิ เมอื่ จบชน้ั ปท่ี 1 – ความเชอ่ื มั่นระดับที่ 1 ระดบั การกำกบั ดูแลวาถึงระยะใด 7.2 ประเมนิ เม่อื จบชั้นปที่ 2 – ความเชือ่ มนั่ ระดับที่ 2 ของการฝก อบรม 7.3 ประเมินเมือ่ จบชัน้ ปที่ 3 – ความเชอ่ื มั่นระดับท่ี 3, 4 2.5 การสอบสวนทางระบาดวทิ ยาของโรคและ/หรอื การบาดเจบ็ จากการทำงานหรือโรคติดตอ ในท่ีทำงาน 1. หวั ขอ กิจกรรมวชิ าชพี ที่ การสอบสวนทางระบาดวทิ ยาของโรคและ/หรือการบาดเจ็บจากการทำงาน เชอื่ ม่นั ได หรอื โรคติดตอ ท่รี ะบาดในท่ีทำงาน 2. ลักษณะเฉพาะ 2.1 สามารถยืนยันถึงการระบาดของโรคและ/หรือการบาดเจ็บจากการทำงาน หรอื โรคติดตอในที่ทำงานได 2.2 สามารถวิเคราะห และสังเคราะหเลือกใชรูปแบบการศึกษาทางวิทยาการ ระบาดในการสอบสวนฯ ไดอ ยางถูกตองเหมาะสม 2.3 สามารถซักประวัติ และตรวจรางกายคนทำงานหรือผูไดรับผลกระทบ ไดอยางถูกตอ งครอบคลมุ 2.4 สามารถเลือกใชเครื่องมือ หรือพัฒนาเครื่องมือในการคัดกรองผูไดรับ ผลกระทบจากโรคและ/หรือการบาดเจ็บ จากการทำงานหรือโรคติดตอในท่ี ทำงานได 2.5 สามารถวิเคราะหสาเหตุการระบาดหรือการเกิดโรค ปจจัยสนับสนุนการ ระบาดหรือการเกดิ โรค จากขอ มูลทไี่ ดรบั 2.6 สามารถใหคำแนะนำในการปองกันการระบาดของโรคและ/หรือการ บาดเจ็บ จากการทำงานหรือโรคติดตอในที่ทำงานได เชน การใหวัคซีน การ ปรับเปลี่ยนหนางาน medical removal การเลือกอุปกรณคุมครองความ ปลอดภยั สว นบุคคลทถ่ี ูกตอ ง 55
1. หวั ขอกจิ กรรมวชิ าชีพที่ การสอบสวนทางระบาดวิทยาของโรคและ/หรอื การบาดเจบ็ จากการทำงาน เชือ่ มั่นได หรอื โรคตดิ ตอ ท่ีระบาดในท่ีทำงาน 2.7 สามารถอธิบาย สื่อสาร แกคนทำงาน นายจาง และประชาชนผูไดรับ 3. บริบท ผลกระทบถงึ ประเดน็ สขุ ภาพหรอื โรคจากการทำงานได 4. สมรรถนะหลักท่ีใช 2.8 สามารถเขยี นรายงานการสอบสวนเชงิ ระบาดวิทยาภาคสนามได 5. ความรู ทักษะ เจตคติ พฤติกรรม และประสบการณท ่ี 3.1. การใหบ รกิ ารอาชวี เวชกรรมท่ีโรงพยาบาล (hospital setting) จำเปนเพอื่ ใหเ ช่ือม่ันได 3.2. การใหบริการอาชวี อนามัยที่สถานประกอบกิจการ (enterprise setting) 3.3. หนว ยงานราชการดานการปองกันและควบคมุ โรค 6. แหลงสารสนเทศการ ประเมนิ ผลเพอ่ื ประเมนิ 4.1 worker and people care, medical knowledges and skills, ความกา วหนา และเพือ่ การ interpersonal and communication skills, Learning and Improvement, ตัดสนิ ใจใหค วามเช่ือม่ันรวบยอด professionalism, system-based practice, field epidemiology, 5.1 ความรู - occupational epidemiology, field epidemiology, disease surveillance and investigation, the occurrence of disease, diagnostic and screening test, study designs, principle of prevention 5.2 ทกั ษะ - ทักษะการซกั ประวตั กิ ารทำงาน/ job title/ job task ประวตั ิสขุ ภาพของเพอ่ื น รวมงานหรือชุมชน ตรวจรางกาย การวิเคราะหขอมูลทางการแพทย field epidemiology การส่ือสารกบั คนทำงานและนายจาง 5.3 เจตคตแิ ละพฤตกิ รรม - professionalism - empathy 5.4 ประสบการณ - จัดประสบการณใหผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถเขารวมกระบวนการ สอบสวนทางระบาดวิทยาของโรคและ/หรือการบาดเจ็บจากการทำงาน หรือ โรคติดตอในที่ทำงานไดอยาง โดยแบงเปน 2 ลักษณะ ไดแก การสอบสวนโรค จากการทำงาน และการสอบสวนการระบาดของโรคตดิ ตอในทีท่ ำงาน 6.1 สังเกตการปฏิบตั งิ าน 6.2 รายงานการสอบสวนทางระบาดวิทยาของโรคและ/หรือการบาดเจ็บจาก การทำงาน หรอื โรคติดตอในที่ทำงาน 6.3 แนวทางการควบคมุ โรคจากการทำงาน 56
1. หัวขอ กิจกรรมวิชาชพี ที่ การสอบสวนทางระบาดวิทยาของโรคและ/หรอื การบาดเจบ็ จากการทำงาน เช่ือมน่ั ได หรือโรคตดิ ตอทีร่ ะบาดในทีท่ ำงาน 7. ความเชอื่ ม่ันในการกำหนด 7.1 ประเมนิ เม่อื จบชนั้ ปท ี่ 1 – ความเชอื่ มน่ั ระดบั ที่ 1 ระดบั การกำกบั ดแู ลวา ถงึ ระยะใด 7.2 ประเมินเมอ่ื จบชนั้ ปท่ี 2 – ความเช่อื ม่ันระดบั ที่ 2 ของการฝกอบรม 7.3 ประเมินเมอ่ื จบชั้นปท ่ี 3 – ความเชอ่ื ม่นั ระดับท่ี 3, 4 3. Milestones ของแตละ EPA ตามชัน้ ป ระดับความเช่อื มั่นตามชน้ั ป EPA ขอ ท่ี ช้ันปท ี่ 1 ชนั้ ปท ี่ 2 ชนั้ ปท ่ี 3 EPA 1 การประเมนิ ภาวะสขุ ภาพตามหลักอาชวี เวชศาสตร 1 2 3, 4 EPA 2 การสรา งเสรมิ สุขภาพแกคนทำงาน 1 2 3, 4 EPA 3 การเฝาระวังทางการแพทย EPA 4 การวินิจฉัยและการจดั การโรคและ/หรือการเจบ็ ปวยจากการทำงาน 1 2 3, 4 EPA 5 การสอบสวนทางระบาดวิทยาของโรคและ/หรือการบาดเจ็บจาก 1 2 3, 4 การทำงานหรอื โรคตดิ ตอในที่ทำงาน 1 2 3, 4 หมายเหตุ แพทยประจำบานสามารถทำ EPA ใหไดส ูงกวา เกณฑข ัน้ ตำ่ ในแตละชน้ั ป ทัง้ จำนวนและระดับความ เชอ่ื ม่ัน 57
ตารางที่ 1 ความสัมพันธระหวางกิจกรรมวิชาชีพทเ่ี ช่ือม่นั ไดและสมรรถนะหลกั ดาน สมรรถนะหลัก การประเมินภาวะ ส ุ ข ภ า พ ต า ม ห ลั ก อาชีวเวชศาสตร การดแู ลรักษาคนทำงาน ความรู ความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการนำไปใช แกปญ หาสขุ ภาพของคนทำงาน การเรยี นรจู ากการปฏิบตั ิ และการพัฒนาตนเอง ทักษะปฏิสมั พันธ และการสื่อสาร ความเปนมอื อาชพี การปฏิบตั ิงานใหเ ขากับระบบ
นตา งๆ กิจกรรมวชิ าชีพทเี่ ชื่อม่ันได การสรางเสริม การเฝา ระวงั ทาง การวินจิ ฉัยและการ การสอบสวนทาง สขุ ภาพแก การแพทย จัดการโรคและ/หรือ ระบาดวิทยาของโรค คนทำงาน การเจบ็ ปวยจากการ และ/หรอื การ ทำงาน บาดเจ็บ จากการ ทำงานหรือโรคติดตอ ในท่ีทำงาน 58
ตารางท่ี 2 กลุมอาชพี ท่มี ีความเสีย่ งและจำเปนตองไดรบั การประเมนิ fit for work (EPA 1) กลมุ อาชพี 1. ผูปฏบิ ัตงิ านในสถานประกอบกิจการอตุ สาหกรรม 2. ผปู ฏบิ ตั ิงานในท่อี ับอากาศ 3. ผปู ฏบิ ัตงิ านบนที่สูง 4. ผปู ฏิบัตงิ านปรุงอาหาร 5. ผูปฏิบตั ิงานขบั รถเพอ่ื การพาณิชย 6. ผปู ฏบิ ัตงิ านกบั หนากากชนิดแนบแนน 7. ผูปฏิบัติงานผจญเพลิงหรือกูภัย ตารางท่ี 3 กลุมโรคหรอื ภาวะทางสขุ ภาพท่ีตองไดร ับการประเมิน return to work (EPA 1) กลมุ โรคหรอื ภาวะทางสขุ ภาพ 1. โรคทางระบบโครงรางและกระดกู บรเิ วณสันหลัง 2. โรคทางระบบโครงรางและกระดูกของรยางคส วนบน 3. โรคทางระบบโครงรางและกระดกู ของรยางคส ว นลา ง 4. โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด 5. โรคทางระบบทางเดนิ หายใจ 6. โรคทางระบบประสาท 7. โรคทางระบบรมู าตซิ มั่ และขอ 8. โรคทางระบบทางเดนิ อาหาร 9. โรคทางระบบทางเดินปส สาวะ 10. Working during pregnancy 11. โรคมะเร็งและโรคทางระบบเลอื ด 12. โรคทางจิตเวช 13. กลุมอาการ Fibromyalgia และ chronic fatigue syndrome 59
ตารางท่ี 4 ลักษณะสิง่ คุกคามจากการทำงานทม่ี ีความจำเปน ทีค่ นทำงานตองไดรบั การเฝาระวังทางการแพทย (EPA 3) กลมุ ส่ิงคุกคาม 1. Physical hazards 2. Chemical hazards 3. Biological hazards 4. Psychosocial hazards 5. Ergonomics hazards ตารางที่ 5 โรคหรอื การเจบ็ ปวยจากการทำงานท่ผี ูมีความรูความชำนาญในการประกอบวชิ าชพี เวชกรรม สาขา เวชศาสตรปอ งกนั แขนงอาชวี เวชศาสตร ตองวินจิ ฉัยและจัดการได (EPA 4, 5) กลมุ โรคหรอื ภาวะทางสขุ ภาพ 1. โรคจากส่ิงคกุ คามทางกายภาพ 2. โรคทางระบบกระดูกโครงรา งและกลามเนื้อ 3. โรคทางระบบผวิ หนงั 4. โรคทางระบบทางเดินหายใจ 5. โรคพษิ จากการสัมผสั สารเคมี 60
Search