Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พันธุศาสตร์(1)

พันธุศาสตร์(1)

Published by ลัทธพรรณ วรรณกาล, 2022-10-04 07:27:46

Description: พันธุศาสตร์(1)

Search

Read the Text Version

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ DNA ในสงิ่ มชี วี ติ  สิ่งมีชีวติ จะมี DNA ที่มีลักษณะแตกต่างกนั จาํ แนกได้เปน็ o DNA ใน Prokaryote o DNA ใน Eukaryote Prokaryote ขนาดประมาณ 4.5 Megabase (1 ชดุ ) ขนาดประมาณ 100 Kilobase (หลายชุด)  DNA ของแบคทีเรยี มีลักษณะเป็นวง พบยีนต้านทานต่อยาปฏิชวี นะและผลติสารพิษ  ประกอบด้วย 2 ชุด o Chromosomal DNA o Plasmid Eukaryote พบในนวิ เคลียส เป็น DNA รวมกับ Histone protein พบนอกนิวเคลียส เป็น DNA ท่ีไม่พบโปรตนี  Intracnuclear DNA  Extracnuclear DNA 50

Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ บทบาทของ DNA ในมนษุ ย์ บทบาทของ DNA ในมนษุ ย์  DNA ในมนษุ ย์ มีความยาวรวมทัง้ ส้ิน 3 Gigabase (เปน็ สารท่ียาวทส่ี ดุ ในรา่ งกาย)  DNA ในเซลล์ทกุ ๆ เซลลใ์ นคน ๆ เดยี วกนั จะมีลักษณะเหมอื นกันทง้ั หมด  DNA จะมหี น้าทใี นการเปน็ ตน้ แบบในกรสร้างโปรตีน o โปรตีนในมนษุ ย์มหี ลายชนิดมากมาย o โปรตนี เปน็ ตวั ทีทาํ ใหส้ ิ่งมีชีวิตมลี ักษณะการแสดงออกท่ีไม่เหมอื นกัน (Expression) o โดย DNA ของเซลลจ์ ะมรี หัสในการสร้างโปรตีนทกุ ชนิดได้ o แต่เน่ืองจาก DNA มีขนาดใหญ่ ทําให้ไม่สามารถออกจากนิวเคลียสได้ จึงจําเป็นต้องสร้าง mRNA (Messenger RNA) เพ่ือนําข้อมูลเหล่านี้ผ่านออกจากนิวเคลียส ไปสร้างเป็นโปรตีน ชนดิ ใดชนิดหน่ึงนอกนิวเคลียสต่อไป o เซลลท์ กุ ๆ เซลลจ์ ะมี DNA (ยืน) เหมือนกนั ทงั้ หมด o ยนี แต่ละยืน จะสามารถผา่ น Transcription และ Translation ไดเ้ พยี งโปรตีนชนดิ เดยี ว  ONE Gene -- ONE mRNA -- ONE Protein - - ONE Expression o แตใ่ นแต่ละเซลล์จะมกี ารสรา้ ง mRNA ของโปรตนี ไมเ่ หมอื นกัน เช่น  Insulin จะสร้างได้เฉพาะ B-cell of islets of Langerhans เท่าน้ัน ทั้ง ๆ ที่ เซลลท์ ุกเซลลจ์ ะมี DNA ของ Insulin 51

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ Central Dogma 52

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ DNA replication o เป็นกระบวนการสังเคราะห์ตัวเองของ DNA o เกิดภายใน Nucleus , Mitochondria , Chloroplast o 53

5

Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ 54

Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ Transcription : การถอดรหัสทางพนั ธกุ รรม  เปน็ กระบวนการสังเคราะห์ mRNA จาก DNA เพอื่ นําออกนอก Nucleus เพอื่ ไปสงั เคราะห์ Protein  เกดิ ที่ Nucleus, Mitochondria , Chloroplast  โดย DNA 1 ยีนจะสังเคราะห์ได้ 1 mRNA ไม่ได้สงั เคราะห์ทง้ั หมดของสาย DNA Ex.1 จงหาลาํ ดบั เบสของ mRNA จาก DNA แม่แบบทก่ี ําหนดให้ 5’ ACGGTGTTCAAATGCCAAAGTTTACCTGGTACCACTTT 3’ 5’ CGAGGCTAGGTTCACAATTGATCCCTTAGTGACCTAAG 3’ Ex.2 จงหาลาํ ดับเบสของ DNA แม่แบบ จาก mRNA ท่ีกาํ หนดให้ 5’ GCCGUAUUGCCAAUUGGCAGGCCUUAACCGCAUUGC 3’ 5’ UGCUUGCACGUUGGCCACAUUGCUUAAAGGCCAACC 3’ 55

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ Translation : การแปลรหัสทางพนั ธกุ รรม  เป็นกระบวนการแปลรหสั ของ mRNA เปน็ Protein  เกิดที่ free ribosome , rER , Mitochondria , Chloroplast ขน้ั ตอนของกระบวนการ Translation 1.เริม่ อ่าน mRNA ต้นแบบ โดยอ่านจากด้าน 5’ ไป 3’ 2.อ่านครงั้ ละ 3 รหสั เรียกวา่ codon Startcodon = AUG Stopcodon = UAA, UAG ,UGA 3.tRNA จะจับกบั codon โดยมเี บสตรงข้ามกบั codon เรียก Anticodon 4.มี Ribosome เป็นตัวทําหน้าที่สรา้ งพันธะเปปไทด์และรองรบั mRNA และ tRNA 56

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ กําหนดให้ DNA แมแ่ บบ มลี าํ ดบั เบสดงั ตอ่ ไปน้ี จงแสดงการสงั เคราะหโ์ พลเิ ปปไทด์ 3’GGCAATGCCCATGGTTGCCGTTAGCATGGCAACTACGGCATAGGTTGCA5’ DNA Coding strand Template strand Transcription : ถอดรหสั พนั ธกุ รรม Codon mRNA Translation : แปลรหสั พนั ธกุ รรม Anticodon tRNA Polypeptide 57

Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ Mutation o Mutation เป็นกระบวนการเปล่ยี นของหม่เู บสบนสาย DNA o เกดิ หลงั จากการ Transcription o โปรตีนอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปดว้ ย o Mutation มี 2 ระดบั ระดับยนี และ ระดับโครโมโซม Gene Mutation o กลไกทท่ี ําให้เกดิ Mutation o การแทนทห่ี มเู่ บสเดิมด้วยหมูเ่ บสใหม่ (Base pairs substitution) o การแทรกของหมู่เบสเพิม่ เข้าไป (Base pairs insertion) o การหายไปของหมู่เบส (Base pairs deletion) ตัวอยา่ งเชน่ Wild type 5’ AUG UUA AAA GAC UGA 3’ 58

Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ ผลของ Mutation กบั โปรตนี ทผี่ ลติ ได้ 1.Silent mutation โปรตีนยงั เหมือนเดมิ 2.Missence mutation ลําดบั กรดอะมิโนในสายโปรตนี เปบย่ี นแปลง 3.Non-sensemutation โปรตนี มสี ายสน้ั ลง ตัวอย่างเชน่ Wild type Met – Cys – Val – Gly – Gln – Lys – Asn - Gln 59

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ จงบอกกลไกทที่ าํ ใหเ้ กดิ mutation และชนดิ ของ mutation wild type 5’ AUGCGUAAGCGGCAAAUAACGGCGUGA… 3’ mutation 1 5’ AUGCGAUAAGCGGCAAAUAACGGCGUGA… 3’ กลไก.................................................................................ชนิด................................................................................... mutation 2 5’ AUGCGAAGCGGCAAAUAACGGCGUGA… 3’ กลไก.................................................................................ชนิด................................................................................... mutation 3 5’ AUGCGAAAGGGGCAAAUAACGGCGUGA…3’ กลไก.................................................................................ชนิด................................................................................... mutation 4 5’ AUGCGUAACGGCAAAUAACGGCGUGA…3’ กลไก.................................................................................ชนิด................................................................................... mutation 5 5’ AUGCGUAGCGGCAAAAUAACGGCGUGA…3’ กลไก.................................................................................ชนิด................................................................................... 60

Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ ตวั อยา่ งของ Gene Mutation o Sickle cell anemia o โรคโลหิตจางที่พบในแอฟริกา o เม็ดเลือดแดงรูปเคยี ว ถูกทําลายง่าย ขนสง่ แก๊สออกซิเจนไม่ได้ o เกิดความผิดปกติของกรดอะมโิ นในโมเลกุลของ B-Globin chain  เปน็ Missence mutation ของกรดอะมโิ นตวั ท่ี 6 จาก Glutamic เปน็ Valine  เกดิ บนโครโมโซมค่ทู ี่ 11 o โรคน้พี บคกู่ บั โรคมาลาเรยี ชนิด Plasmodium falciparum ความสําคญั ของ Mutation เป็นปจั จยั หนึง่ ที่ทําให้ส่งิ มีชวี ติ มลี ักษณะใหม่ ๆ ขึ้นมา ทาํ ใหเ้ กิดทั้งลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ และไม่พึงประสงค์ ทําใหเ้ กดิ สิง่ มชี ีวิตหลายลกั ษณะ และทาํ ให้เกิดอลั ลลี ขึน้ (เดิมมี 1 กลายเป็น 2 ) ซึ่งทาํ ให้เป็นปัจจัยหนงึ่ ท่ีทําให้เกิดววิ ัฒนาการ ปจั จยั ทกี่ ระตนุ้ ใหเ้ กดิ Mutation Radiation รังสีต่าง ๆ เชน่ Gamma, Beta , X-Ray UV สารเคมี Colcicine ยับยั้งการสร้าง spindle fiber (Mitotic error) สารก่อมะเรง็ มะเร็งตบั เกดิ จากอลั ฟลาทอกซนิ ในเช้ือรา มะเรง็ ปอด เกดิ จาก Tar และ Benzpyrene Mutation แบง่ เปน็ 2 ลกั ษณะ Mutation ในเซลลร์ า่ งกาย ………………………………….………………….. Mutation ในเซลล์สืบพนั ธุ์ ................................................................. 61

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ Quiz Genetics and idea of inheritanceIntroduction 1. ข้อใดอธบิ ายผู้ทม่ี คี ารโิ อไทป์ (Karyotype) ดงั ภาพ (Ent’ ตลุ า 42) 1. เพศหญงิ และมีลกั ษณะกลุ่มอาการดาวน์ 2. เพศชาย และมีลกั ษณะกลุ่มอาการดาวน์ 3. เพศหญงิ และมลี ักษณะกลมุ่ อาการเทอร์เนอร์ 4. เพศชาย และมีลกั ษณะกล่มุ อาการเทอร์เนอร์ 2. เซลล์รา่ งกายของบคุ คลท่แี สดงกลมุ่ อาการดาวน์ (Down syndrome) มคี วามผดิ ปกติอยา่ งไรบ้าง (A-net’ 49) ก. มีจํานวนโครโมโซม 47 แท่ง ข. โครโมโซมคทู่ ี่ 21 มี 3 แท่ง ค. โครโมโซม X มี 3 แทง่ ง. เกดิ non-disjunction ของโครโมโซมคู่ท่ี 21 ในกระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพันธ์ุ 1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ก ข และ ง 4. ก ค และ ง 3. โรคทางพนั ธกุ รรมใดต่อไปนี้ มีสาเหตมุ าจากความผิดปกตขิ องจํานวนโครโมโซม (มข. 2552) 1. ฮีโมฟีเลีย : เลอื ดไหลไมห่ ยดุ 2. คริดชู าต์ : มีเสยี งร้องคล้ายแมว 3. เอคอนโรพลาเซีย : เต้ียแคระแขนขาสั้น 4. กลา้ มเนื้อพิการแบบดูเชนน์ : กลา้ มเนอ้ื แขนขาอ่อนแรง 4. โรคพันธกุ รรมใดต่อไปนีเ้ ป็นได้ทงั้ ผูช้ ายและผ้หู ญงิ มีจํานวนโครโมโซมมากกวา่ คนปกติ อาการปากแหว่งเพดานโหว่ และหหู นวก (มข. 2552) 1. กลุ่มอาการพาทัวซินโดรม 2. กล่มุ อาการเทอรเ์ นอร์ซินโดรม 3. กลุ่มอาการเอก็ ซว์ ายวายซินโดรม 4. กลมุ่ อาการไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม 62

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ 5. DNA ท่ีสกัดจากไซโทพลาสซึมของเซลล์กล้ามเนื้อของเด็กชายคนหน่ึงมีลําดับเบสเหมือนกับบุคคลใดมากท่ีสุด (Ent’ ตลุ า 41) 1. 1, 2, 6 2. 3, 4, 7 3. 1, 2, 4, 6 4. 1, 2, 3, 4 7. ถา้ มนี อนดิสจงั ชนั (non-disjunction) เกิดข้ึนกับโฮโมกสั โครโมโซม 1 คู่ ระหวา่ งกระบวนการสร้างอสจุ ใิ นช่วง ไมโอซิส 1 อสุจิทเี่ กิดขึ้นจะมจี าํ นวนโครโมโซมเปน็ เท่าใดบา้ ง (A-net 2551) 1. 2n 2. n และ 2n 3. n+1 และ n-1 4. n+1,n-1 และ n 8. ในการสร้างเซลล์สืบพันธข์ุ องเพศหญงิ ถา้ เกดิ ผดิ ปกติโดยโครโมโซม X ไม่แยกจากกนั ใจไมโอซิสท่ี 1 เมื่อเสรจ็ สนิ้ การแบง่ ไมโอซสิ เซลลส์ ืบพันธ์ุ 4 เซลล์ มโี ครโมโซม X ในลักษณะขอ้ ใด (Ent’ มนี า 48) 1. 2. 3. 4. 9. ถ้าการสร้างเซลล์สบื พันธ์ของแม่ผดิ ปกติ โดยโครโมโซม X ไม่แยกออกจากกนั จะมกี าสทาํ ให้เกิดลูกท่ีผิดปกตแิ บบ ใด (Ent’ มนี า 47) 1. XO 2. XYY 3. XXY 4. XO และ XXY 10. ลักษณะในขอ้ ใดจัดเปน็ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่มีความแปรผันตอ่ เน่อื ง (Ent’ มีนา 47) ก. สผี วิ ข. สีตา ค. สีขนกระตา่ ย 1. ก 2. ก และ ข 3. ข และ ค 4. ก,ข และ ค 63

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 11. ลักษณะทางพันธุกรรมในข้อใดถูกควบคุมด้วยยีนบนออโตโซม (Ent’ มนี า 48) ก. หมู่เลอื ด AB ข. โรคทาลัสซเี มยี ค. โรคตาบอสสี ง. ผมหยิก 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ข, ค และ ง 4. ก,ข และ ง 12. ลกั ษณะพนั ธุกรรมของคนในข้อใด ทมี่ ยี นี ควบคมุ บนออโตโซม (autosome) (A-net’ 49) 1. โรคธาลสั ซีเมีย 2. ภาวะพรอ่ งเอนโซมก์ ลูโคส-6-ฟอสเฟต ดไี ฮโดรจีเนส 3. ตาบอสสี 4. โรคฮโี มฟีเลีย (โรคเลอื ดไหลไม่หยดุ ) 13. พนั ธุกรรมในข้อใดไมเ่ กีย่ วข้องกับโครโมโซมเพศ (มข. 2550) 1. หน่ึงโลคัสมีสองอัลลลี ที่เหมือนกัน 2. สองโลคัสมสี องอัลลีลทีแ่ ตกตา่ งกนั 3. หน่งึ โลคัสมสี องอลั ลลี ท่ีแตกต่างกนั 4. สองโลคัสมีสองอลั ลีลทีเ่ หมือนกนั 15. เชอื้ รา Neurospora มจี ีน A และ B ทําให้สามารถสรา้ งทรปิ โตเฟนไดจ้ ากสารต้งั ต้น ดงั น้ี สารตง้ั ตน้ จนี A กรดแอนทรานิลิก จีน B อินโดลทรกิ โตเฟน เช้อื ราอีกชนิดหน่งึ ไม่สามารถสร้างทริปโตเฟนจากสารตง้ั ตน้ ไดเ้ อง นอกจากจะใสก่ รดแอนทรานลิ กิ ลงในจานเพาะเลย้ี ง ด้วย เช้ือราน้จี ะมจี ีโนไทปแ์ บบใด (Ent’ 36) 1. AA bb 2. aa BB 3. aa bb 4. Aa Bb 16. ในเซลลข์ องส่ิงมีชวี ิตทมี่ ีโครโมโซมเพยี ง 1 คู่ ภาพในขอ้ ใดแสดงจีโนไทปแ์ บบฮอโมไซโกต (Ent’ ตลุ า 45) กขคง 1. ข้อ ก 2. ขอ้ ข 3. ข้อ ก และ ข 3. ขอ้ ค และ ง 64

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 17. เพราะเหตใุ ดโรคโลหิตจางชนดิ sickle cell anemia และไข้มาลาเรยี ยงั คงระบาดรว่ มกนั ในบางที่ของอฟั ริกา (Ent’ ตุลา 41) 1. มี homozygous genotype สาํ หรับยีนเดน่ ทค่ี วบคมุ โรคโลหิตจาง 2. มี homozygous genotype สําหรบั ยนี ดอ้ ยทตี่ อ่ ต้านไข้มาลาเรีย 3. มี homozygous genotype สาํ หรับยนี ดอ้ ยทตี่ ่อตา้ นไข้มาลาเรยี 4. มี homozygous genotype สาํ หรบั ยนี ทคี่ วบคุมโรคโลหติ จาง 65

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ 1 Law of Mendel : Law of segregation 18. ขอ้ ใดไม่ใช่ปจั จยั ทท่ี ําใหก้ ารผสมพันธ์ถุ ่วั ลนั เตาของเมนเดลประสบความสําเร็จ (PAT-2 กรกฎาคม 2552) 1. ถว่ั ลันเตามีหลายลกั ษณะในพนั ธเ์ุ ดียวกนั และสามารถแยกแยะลกั ษณะออกไดช้ ดั เจน 2. ลักษณะของถว่ั ลนั เตาท้ัง 7 ประการทีเ่ มนเดลศกึ ษา อยูบ่ นโครโมโซมแท่งเดียวกัน 3. ดอกถวั่ ลันเตาเป็นดอกสมบูรณเ์ พศ ผสมพนั ธใุ์ นดอกเดียวกัน 4. ถัว่ ลันเตาเป็นพืชอายุส้นั ปลกู งา่ ย โตเรว็ 19. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้องตามกฎการถ่ายทอดลักษณะพนั ธุกรรมตามหลักของเมนเดล (Ent’ ตลุ า 44) 1. หน่วยพนั ธุกรรมทีอ่ ยู่เปน็ คูท่ ําหนา้ ที่ควบคุมลกั ษณะทางพันธุกรรม 2. หน่วยพนั ธุกรรมที่อยู่ด้วยกันเปน็ คู่ จะถูกถา่ ยทอดไปยังไซโกตพรอ้ มกัน 3. เซลลส์ บื พันธ์แุ ตล่ ะเซลลจ์ ะได้รบั หนว่ ยพันธุกรรมเพียงหนึ่งต่อหน่งึ ลกั ษณะทางพันธุกรรม 4. การเข้าชุดกนั ของหนว่ ยพนั ธกุ รรมแต่ละลกั ษณะทางพันธุกรรมเปน็ ไปอยา่ งอิสระ 20. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั กฎแหง่ การแยกของเมนเดล (PAT-2 กรกฎาคม 2552) 1. เกิดจากการแยกของอัลลลี ที่เปน็ คกู่ ันในระยะไมโอซสิ II 2. ยนี แตล่ ะคทู่ แ่ี ยกออกจากกันมารวมกลุม่ กันในเซลล์สืบพนั ธุ์ 3. ยนี 2 คูท่ มี่ ีความอิสระในการรวมกัน จะอยู่บนโครโมโซมตา่ งค่กู ัน 4. เซลล์สบื พนั ธุ์แตล่ ะเซลลจ์ ะได้รับโครโมโซม 1 แท่งจากฮอมอโลกสั โครโมโซมแต่ละคู่ 21. กฎของเมนเดลกวา่ ดว้ ยการแยก (Law of segregation) สองคลอ้ งกับพฤติกรรมของโครโมโซมในระยะใด ของการแบง่ เซลล์ (Ent’ 36) (PAT-2 ตุลาคม 2552) 1. prophase I 2. metaphase I 2. anaphase I 4. anaphase II 22. สามีภรรยาคู่หนึ่ง วางแผนที่จะมีบตุ ร 3 คน เปน็ ชาย 2 คน หญิง 1 คน โอกาสท่ีสามีภรรยาคนู่ ้จี ะได้ตาม ตอ้ งการเป็นเทา่ ใด (Ent’ 38) 1. 1/8 2. 2/8 3. 3/8 4. 6/8 23. เมอื่ ผสมพนั ธรุ์ ะหว่างพืชท่ีมจี ีโนไทป์เปน็ ฮอมอไซกัสทั้งคู่ ลูกผสมร่นุ ที่ 1 จะมจี โี นไทป์เป็นอย่างไร (Ent’ ตุลา 43) 1. ฮอมอไซกสั 2. เฮเทอโรไซกัส 3. ฮอโมไซกัสหรอื เฮเทอโรไซกัส 3. ฮอโมไซกสั และเฮเทอโรไซกัส 24. ลักษณะใบสเี ขยี ว สีขาว และดา่ งของพชื ชนดิ หนงึ่ ถกู ควบคมุ ดว้ ยยนี ในไซโทพลาสซมึ เมอ่ื ทาํ การผสมพันธุ์ ระหวา่ งพ่อใบสเี ขยี วและแมท่ ่มี ีใบสีขาว ลกู ท่ีเกดิ ข้ึนจะมีลกั ษณะอยา่ งไร (Ent’ ตุลา 43) 1. เหมือนพ่อหรือแมท่ ี่มีลกั ษณะเด่น 2. มีลกั ษณะกึง่ กลางระหวา่ งพ่อและแม่ 3. เหมือนแม่ทกุ ประการ 4. เหมือนพ่อทุกประการ 66

Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 25. หนูขนสีดําผสมกับหนูขนสีขาว ได้หนูขนสีดําทุกตัว เมื่อนําหนูในรุ่นนี้ไปผสมกับหนูขนสีขาว ได้หนูรุ่นหลาน 40 ตวั ในจํานวนนคี้ วรมีหนูขนสีดาํ ประมาณก่ตี ัว (Ent’ 39) 1. 10 ตวั 2. 20 ตวั 2. 30 ตวั 4. 40 ตวั 26. ในการผสมตวั เองของถว่ั ลนั เตาลกั ษณะเมลด็ เรียบ ปรากฏได้ลูกมเี มลด็ ย่นเกิดขึ้นด้วย จงคาํ นวณหาจํานวนทีม่ ี ลกั ษณะเมล็ดเรยี บแบบฮอมอไซกัสจากลกู ทั้งหมด 1,024 เมลด็ (มอ.2550) 1. 128 เมลด็ 2. 256 เมล็ด 3. 512 เมล็ด 4. 768 เมลด็ 27. สามีภรรยาคู่หน่ึงเป็นพาหะของธาลัสซีเมียท่ีเหมือนกัน โอกาสที่ลูกคนแรกจะเป็นธาลัสซีเมียมีเท่าใด (A-net’ 49) 1. 1/2 2. 1/3 3. 1/4 4. 3/4 28. ครอบครัวหนึ่งทง้ั พอ่ แม่เป็นพาหะของโรค sickl cell anemia หากครอบครัวน้ีต้องการมีลูก 3 คน โอกาส ท่ลี กู ทงั้ 3 คนจะไม่เป็นโรคน้ี มีค่าเทา่ ไร (A-net’ 2551) 1. 1/64 2. 3/64 3. 9/64 3. 27/64 29. สามีภรรยาคหู่ นึ่งมผี ิวปกติ แต่พ่อหรือแมข่ องเขาท้ังสองมีลักษณะผิวเผือก โอกาสที่ลูกคนแรกมีผิวปกติและคนท่ี สองมผี ิวเผอื กเปน็ เทา่ ใด (Ent’ มีนา 46) 1. 18% 2. 25% 3. 50% 4. 75% 30. ลักษณะตาสีดําหรือสีนํ้าตาลในมนุษย์เป็นลักษณะเด่น (A) ข่มลักษณะตาสีฟ้า (a) จีนคู่น้ีอยู่ในออโทโซม สามีภรรยาคู่หน่ึงตาสีน้ําตาล แต่บุตรสาวมีตาสีฟ้า โอกาสที่สามีภรรยาคู่นี้จะมีบุตรคนต่อไป เป็นบุตรชายตาสี น้าํ ตาล จะมอี ยเู่ ท่าใด (Ent’ 37) 1. 1/4 2. 1/8 3. 3/4 4. 3/8 31. สมมติว่ายีน A นําลักษณะตาสีดํา ข่มยีน a ท่ีนําลักษณะตาสีฟ้าได้อย่างสมบูรณ์ จากการแต่งงานระหว่าง หญิงชายที่มีจีโนไทป์ Aa x Aa มีลูก 3 คน โอกาสท่ีลูก 2 คน จะมีตาสีดํา และลูกอีก 1 คน จะมีตาสีฟ้าคือ ขอ้ ใด (Ent’ มนี า 48) 1. 9/16 2. 9/64 3. 18/64 4. 27/64 67

Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ 32. ยีนท่ีควบคุมตาสีนํ้าตาล เป็นลักษณะเด่นต่อยีนตาสีฟ้า หากพ่อแม่ที่มีจีโนไทป์ของสีตาเป็นเฮทเทอไรไซกัส แต่งงานกัน จะมโี อกาสไดล้ ูกตาสฟี า้ 2 คน และตาสีน้าํ ตาล 1 คน เปน็ เท่าใด (PAT-2 ตลุ าคม 2552) 1. 1/4 2. 1/16 3. 1/32 4. 3/64 33. ผสมพันธ์ุระหว่างหนูขนสีขาวจากครอกที่ 1 กับหนุขนดําให้ลุกขนสีขาวทุกตัว แต่เม่ือนําหนูขนขาวจากครอกท่ี 2 ผสมกบั หนขุ นสดี าํ กลบั ใหล้ กู หนขู นสีดํา 6 ตัว และขนสขี าว 5 ตวั จีโนไทป์ของหนูขนสีขาวในครอกท่ี 1, หนูขน สขี าวในครอกที่ 2 และหนูขนสดี ําเปน็ แบบใดตามลําดับ (Ent’ มนี า 42) 1. Aa, AA, aa 2. aa, aa, Aa 3. aa, Aa, AA 4. AA, Aa, aa 34. ลกั ษณะที่ขาดคลอโรฟลิ ลข์ องใบข้าวโพดถกู ควบคุมดว้ ยจีนด้อย ถ้าผสมข้าวโพดที่จโี นไทปเ์ ฮทเทอโรไซโกตสําหรับ จนี นไ้ี ด้เมลด็ จาํ นวน 800 เมลด็ เมอื่ นาํ ท้งั หมดไปปลกู ควรไดข้ ้าวโพดลกั ษณะเผือกเท่าใด (Ent’36) 1. 400 2. 300 3. 200 4. 100 35. สามีภรรยาลักษณะปกติ ให้กําเนิดฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง แฝดชายมีอาการตาบอดสีและทาลัสซีเมีย โอกาสที่ แฝดหญงิ จะเป็นทาลัสซีเมียร้อยละเทา่ ใด (Ent’ ตุลา 41) 1. 0 2. 25 2. 50 4. 100 36. ในประเทศไทย ลักษณะผิวเผือกพบประมาณ 1/12,000 นาย ก มีลักษณะผิวเผือก แต่พ่อและแม่มีผิวปกติ โอกาสท่นี ้องของนาย ก จะมีลักษณะผิวเผือกเป็นเท่าใด (Ent’ ตุลา 46) 1. 1 2. 1 3. 1 x 1 4. 1 68

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 37. ลกั ษณะเตี้ยแคระ (Achondroplasia) ควบคมุ โดยจีนเด่นบน autosome สามีภรรยาเป็นคนเตี้ยแคระทั้ง คแู่ ตม่ าจากครอบครับทีไ่ ม่เคยมีประวัติทางพันธุกรรมเช่นน้ีมาก่อนเลย จงหาโอกาสท่ีบุตรคนแรกจะเป็นชายและแสดง ลักษณะเต้ยี แคระ (Ent’ เมษา 41) 1. 25% 2. 37% 2. 50% 4. 75% 38. ผสมพชื ดอกสีสมพู 2 ต้น ได้ต้นลุก ดอกสแี ดง : ดอกสีชมพู : ดอกสขี าว = 1 : 2 : 1 เม่ือนําต้นดอกสีชมพู ผสมดอกสีขาว จะไดล้ ุกพันธแุ์ ท้สอี ะไร รอ้ ยละเท่าใด (Ent’ ตลุ า 46) 1. สีชมพู 50 2. สีแดง 50 3. สีขาว 50 4. สขี าว 25 39. ในพืชชนิดหนง่ึ เมอื่ ผสมกันระหวา่ งพันธุ์ดอกสีม่วงและดอกสีน้ําเงิน จะได้ลูกมีดอกสีม่วง และสีนํ้าเงินจํานวนเท่าๆ กัน และเมอ่ื ผสมกันระหว่างดอกสีน้ําเงนิ และดอกสนี ้ําเงนิ ลกุ ทไ่ี ด้จะมีดอกสีนํ้าเงินทั้งหมด จีโนไทป์ของพืชนี้มีลักษณะ อย่างไร (Ent’ 38) 1. ดอกสมี ว่ งเป็นลกั ษณะเด่นแบบโฮโมไซกัส ดอกสนี ํา้ เงินเป็นลักษณะด้อยแบบโฮโมไซกัส 2. ดอกสมี ว่ งเป็นลกั ษณะด้อยแบบโฮโมไซกสั ดอกสนี ํา้ เงินเปน็ ลักษณะเดน่ แบบโฮโมไซกสั 3. ดอกสมี ่วงเป็นเฮเทอโรไซกัส ดอกสนี าํ้ เงินเป็นลักษณะเด่นแบบโฮโมไซกสั 4. ดอกสีม่วงเป็นเฮเทอโรไซกสั ดอกสีน้าํ เงินเปน็ ลักษณะดอ้ ยแบบโฮโมไซกสั 40. หากผสมพืชโอโมไซกัสดอกสีน้ําเงิน กับพืชโฮโมไซกัสดอกสีขาวได้ลูกทั้งหมดก่ีเกิดข้ึนมีดอกสีฟ้าหากต้องการเก็บ เมลด็ พนั ธ์ทุ จ่ี ะใหด้ อกสีฟ้าอย่างเดยี ว จะตอ้ งเกบ็ เมลด็ พันธจ์ุ ากพชื ในข้อใด (Ent’ มีนา 45) 1. ต้นทีม่ ีดอกสีฟา้ 2. ตน้ ดอกสฟี ้าทีถ่ กู ผสมจากดอกสนี า้ํ เงิน 3. ตน้ ดอกสีฟา้ ท่ถี ูกผสมจากดอกสีขาว 4. ตน้ ดอกสีขาวทีถ่ ูกผสมจากดอกสีน้ําเงิน 69

Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ 41. ผสมพันธ์ุถั่วความสูง 60 ซม. กบั 40 ซม. ได้ลกู รุ่น F1 มีความสูง 50 ซม. กราฟใดแสดงการกระจายฟีโน ไทป์ (Phenotype) ของลกู ร่นุ F2 ไดถ้ กู ตอ้ ง (x = ความสูง, y = จํานวนตน้ ) (Ent’ ตุลา 41) 1. 2. 3. 4. 42. เมื่อผสมต้นถ่ัวต้นสูงพันธ์ุแท้ที่สูง 100 ซม. กับต้นเตี้ยพันธุ์แท้ที่สูงเพียง 60 ซม. รุ่น F1 มีความสูงเฉล่ีย 80 ซม. ขอ้ ใดแสดงความผันแปรในรุ่นหลาน F2 (Ent’ 39) 1. 2. 3. 4. 70

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ 43. ข้อใดเป็นตน้ ลิ้นมังกรทีผ่ สมแล้วให้เมลด็ เมื่อนําเมล็ดไปปลูกแลว้ จะไดด้ อกสชี มพทู ้ังหมด (มข.2551) 1. ตน้ พ่อทใ่ี ห้ดอกสีแดง ผสมกบั ตน้ แมท่ ี่ให้ดอกสีชมพู 2. ต้นพอ่ ที่ใหด้ อกสีแดง ผสมกับต้นแมท่ ่ใี ห้ดอกสขี าว 3. ตน้ พ่อทใี่ ห้ดอกสีชมพู ผสมกับตน้ แมท่ ี่ให้ดอกสีชมพู 4. ตน้ พ่อท่ใี ห้ดอกสีชมพู ผสมกับตน้ แมท่ ่ใี หด้ อกสีขาว 44. ลกั ษณะขนสดี ําในสุนัขเป็นลกั ษณะเด่น ข่มลักษณะขนสีขาว ถ้านําสุนัขพันธ์ุแท้ขนสีดําผสมกับสุนัขขนสีขาวแล้ว นาํ ลกู ที่ได้ไปทําการผสมทดลอง (Test cross) จะได้สดั ส่วนของจโี นไทป์และฟีโนไทป์ในลูกผสมดังกล่าวเป็นจํานวน เท่าใด (Ent’ มนี า 44) 1. สดั สว่ นของจีโนไทป์ 1 : 2 : 1 ฟโี นไทป์ 3 : 1 2. สดั ส่วนของจโี นไทป์ 1 : 2 : 3 ฟโี นไทป์ 1 : 2 : 3 3. สัดสว่ นของจโี นไทป์ 1 : 1 ฟโี นไทป์ 1 : 1 4. สัดส่วนของจโี นไทป์ 1 : 2 : 1 ฟีโนไทป์ 1 : 2 : 1 45. เมอื่ ผสมพืชดอกสีส้มกับดอกสีส้มได้ต้นลูกมีดอกสีแดง : สีส้ม : สีเหลืองเท่ากับ 1 : 2 : 1 ถ้านําต้นท่ีมีดอกสี แดงไปผสมกับตน้ ดอกสสี ้ม ต้นดอกพืชทไ่ี ดจ้ ะมลี ักษณะอย่างไร (Ent’ ตุลา 45) 1. ดอกสสี ้ม : ดอกสแี ดง เท่ากับ 1 : 1 2. ดอกสสี ้ม : ดอกสีแดง เท่ากบั 3 : 1 3. ดอกสสี ม้ : ดอกสเี หลือง เท่ากับ 3 : 1 4. เอกสีสม้ ทั้งหมด 46. ถา้ ดอกสมี ่วงเปน็ ลกั ษณะเดน่ ดอกสีขาวเปน็ ลกั ษณะดอ้ ย การทดลองในขอ้ ใดทาํ ให้ทราบว่าต้นสีม่วงเป็นพันธุ์แท้ (Ent’ ตลุ า 44) ก. ทําให้เกดิ การถ่ายเทละอองเรณภู ายในดอกเดียวกัน ข. นาํ ไปผสมกบั ต้นสีขาว ค. นาํ ไปผสมกบั ต้นดอกสีม่วง 1. ก 2. ก ข 2. ข ค 4. ก ข ค 47. ใหก้ ระต่ายขนสีดําเป็นลักษณะเด่น ขนสีนํ้าตาลเป็นลักษณะด้อย ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมตามกฎของเมนเดล การทดลองทสี่ ามารถทดสอบไดว้ ่า กระต่ายขนสีดาํ ทีม่ ีอย่เู ป็นพันธุแ์ ท้ คอื ขอ้ ใด (PAT-2 มีนาคม 2552) 1. ผสมกับกระตา่ ยจนสีดําทแ่ี น่ใจว่าเปน็ พนั ธ์แุ ท้ ถ้ากระต่ายทม่ี ีอยเู่ ปน็ พันธ์ุแท้ จะไดล้ ุกขนสดี าํ :สีนาํ้ ตาล=1:1 2. ผสมกับกระตา่ ยจนสีนํา้ ตาลท่ีแน่ใจว่าเป็นพันธแุ์ ท้ ถ้ากระต่ายทม่ี ีอยเู่ ป็นพันธ์แุ ท้ จะไดล้ ูกขนสีดาํ :สีนาํ้ ตาล= 1:1 3. ผสมกบั กระตา่ ยจนสีดําทแ่ี นใ่ จว่าเปน็ เฮเทอโรไซกสั ถ้ากระตา่ ยท่มี ีอยูเ่ ป็นพันธแุ์ ท้ ได้ลกู ขนสีดาํ :สนี ํ้าตาล= 1:1 4. ผสมกับกระตา่ ยจนสดี าํ ทีแ่ นใ่ จวา่ เปน็ เฮเทอโรไซกัส ถ้ากระตา่ ยทีม่ ีอยเู่ ปน็ พันธ์ุแท้ จะได้ลูกขนสีดําท้ังหมด 71

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 48. การแต่งงานระหว่างชายหญิงในข้อใดท่ีจะไม่มีโอกาสไดล้ กู สาวศรี ษะลา้ นเลย (Ent’ มีนา 43x2) 1. ชายศรี ษะล้านเอทเทอโรไซกัส กับ หญงิ ศรี ษะลา้ น 2. ชายศีรษะลา้ นเอทเทอโรไซกัส กับ หญิงศรี ษะไมล่ ้านโฮโมไซกัส 3. ชายศีรษะลา้ นโฮโมไซกัส กับ หญงิ ศีรษะลา้ น 4. ชายศีรษะไมล่ ้าน กับ หญงิ ศีรษะล้าน 49. การแต่งงานระหวา่ งชายหญงิ ในขอ้ ใดที่สามารถมีโอกาสไดล้ กู ชายศรี ษะไม่ล้าน (Ent’ มีนา 44) 1. ชายศีรษะลา้ นเอทเทอโรไซกัส กับ หญิงศีรษะลา้ น 2. ชายศรี ษะล้านเอทเทอโรไซกัส กับ หญงิ ศรี ษะไม่ลา้ นโฮโมไซกสั 3. ชายศรี ษะลา้ นโฮโมไซกสั กับ หญงิ ศีรษะล้าน 4. ชายศีรษะไมล่ ้าน กับ หญิงศรี ษะล้าน 50. ข้อใดอธิบายลักษณะศีรษะล้านของลูกของครอบครัวนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อพ่อมีศีรษะล้าน แต่ย่าศีรษะไม่ล้าน และครอบครัวของย่าไม่เคยมีใครศีรษะล้านมาก่อน และแม่มาจากครอบครัวท่ีไม่เคยมีศีรษะล้านมาก่อนมีลูกสองคน เปน็ ชายหนึ่งคนและหญงิ หน่งึ คน (มข. 2551) 1. ทัง้ ลกู ชายและลูกสาวทกุ คนศรี ษะไมล่ ้าน 2. ทงั้ ลูกชายและลกู สาวมีโอกาสศรี ษะล้านเท่าๆ กนั 3. ลูกชายอาจจะศรี ษะล้านหรอไม่ล้านก็ได้ แต่ลกู สาวศีรษะจะไม่ลา้ น 4. ลกู ชายทกุ คนศีรษะไมล่ า้ น แต่ลกู สาวอาจจะมศี ีรษะลา้ นหรือไมล่ ้านก็ได้ 51. หญงิ ศรี ษะไม่ล้าน แตม่ พี ่อศรี ษะลา้ น แต่งงานกบั ชายศีรษะล้าน ไดล้ กู 2 คน ลูกชายคนแรกศีรษะล้านและลูก คนท่ี 2 เป็นหญิง จงคาํ นวณโอกาสท่เี ปน็ ไปได้ที่ลูกสาวคนน้ีจะมศี รี ษะไม่ล้าน (มอ.2550) 1. รอ้ ยละ 12.5 2. ร้อยละ 25 3. รอ้ ยละ 60 4. รอ้ ยละ 75 52. ลักษณะของไก่หางสนั้ (H) และขนหางยาว (h) ซ่งึ จดั เป็นพันธุกรรมจํากดั เพศ เมื่อผสมไก่ท่ีมีจีโนไทป์ XYHh x XXhh จะได้ลกู ร่นุ F1 มลี กั ษณะอยา่ งไร (มอ.2552) 1. ขนหางสัน้ ทง้ั หมด (ท้ังตวั ผู้และตวั เมยี ) 2. ขนหางสั้น 3 สว่ น (ตัวผู้ 2/3, ตวั เมีย 1/3) ขนหางยาว 1 ส่วน 3. ขนหาง 3 ส่วน ขนหางส้ัน 2 ส่วน 4. ขนหางสน้ั 3 ส่วน (ตัวผู้ 1/3, ตวั เมีย 2/3) ขนหางยาว 1 สว่ น 53. นักวิทยาศาสตร์นําข้าวสองต้นผสมกัน โดยต้นเพศเมียจีโนไทป์เป็น aa ส่วนตัวเพศผู้จีโนไทป์ Aa ผลจากการ ผสมน้จี ะทําให้ได้จีโนไทปข์ องเอนโดสเปิร์มแบบใดบ้าง ในอตั ราสว่ นเทา่ ใด (A-net 2550) 1. 1 Aaa : 1 aaa 2. 3 Aaa : 1 aaa 3. 1 AAa : 1 aaa 4. 3 AAa : 1 aaa 72

Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ 54. หากต้องการข้าวโพดที่เอนโดสเปิร์มของทุกเมล็ดในต้นแม่มีจีโนไทป์ Aaa จะต้องผสมกับต้นข้าวโพดในแบบใด (A-net 2552) ตน้ แม่ ต้นพ่อ 1. aa 2. Aa AA 3. Aa Aa 4. AA AA 55. สามีและภรรยา aa เ ค ย มี อ า ก า ร Erythroblastosis fetalis เมอ่ื เป็นทารก ท้งั คู่มโี อกาสมบี ุตรท่ีจะเปน็ ดรคนี้เปน็ ร้อยละเทา่ ใด (Ent’ ตุลา 43) 1. 100 2. 50 3. 25 4. 0 56. สามี-ภรรยาคู่ใดทม่ี ีหมเู่ ลอื ดทเ่ี สยี่ งต่อการให้กําเนินบุตรท่ีเป็นโรคเม็ดเลือดแดงแตก หรือ Erythroblastosis fetalis มากท่ีสดุ (Ent’ มีนา 44) สามี ภรรยา 1. ฮอมอไซกัส Rh+ Rh- 2. ฮอมอไซกสั Rh+ ฮอมอไซกสั Rh+ 3. ฮอเทอไซกัส Rh+ Rh- 4. Rh- ฮอมอไซกัส Rh+ 57. ลักษณะตาบอดสีพบในเพศชายมากกวา่ เพศหญงิ เพราะเหตใุ ด (A-net’49) 1. ลกั ษณะตาบอดสีเกดิ จากยนี ด้อยบนโครโมโซม X และเพศชายมโี ครโมโซม X เพยี ง 1 โครโมโซม 2. ลกั ษณะตาบอดสเี กิดจากยีนเด่นบนโครโมโซม X และเพศชายมีโครโมโซม X เพยี ง 1 โครโมโซม 3. ลกั ษณะตาบอดสีเกดิ จากยนี ด้อยบนโครโมโซม Y และแสดงออกเม่อื มีฮอรโ์ มนเพศชาย 4. ลกั ษณะตาบอดสีเกดิ จากยีนเด่นบนโครโมโซม Y และแสดงออกเมือ่ มฮี อร์โมนเพศชาย 58. เด็กชายคนหน่ึงตาบอสสี มีพ่อตาบอสสี แต่แม่ตาปกติ เด็กชายคนน้ีได้รับตาบอดสีมาจากใคร ( Ent’ ตุลา 41) 1. พอ่ 2. ตา 3. ปู่ 4. ทวด (พอ่ ของปู)่ 59. ยีนท่ีทําให้เกิดโรคฮีโมฟีเลียเป็นยีนด้อยบนโครโมโซม X หากครอบครัวหน่ึงมีแม่เป็นโรคฮีโมฟีเลียและพ่อมี ลกั ษณะเปน็ ปกติ ขอ้ ใดถูกตอ้ ง (PAT-2 ตุลาคม 2552) 1. พอ่ อาจเป็นพาหะโรคฮโี มฟเี ลยี 2. ลูกชายทุกคนจะเป็นโรคฮีโมฟเี ลยี 3. ลกู สาวทกุ คนจะเป็นโรคฮโี มฟเี ลยี 4. ลกู ชายทุกคนจะเปน็ พาหะโรคฮีโมฟีเลยี 73

Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ 60. หญงิ ที่มีตาปกติแต่มีพ่อตาบอดสี แต่งงานกับชายตาบอสสี เม่ือตั้งครรภ์ได้ทําการตรวจโครโมโซมของทารกจาก เซลล์ในถุงนํ้าครํ่า พบว่าเมื่อจับคู่แท่งโครโมโซมตามขนาดรูปร่าง และตามตําแหน่งของเซนโทรเมียได้ 23 คู่ ดังนั้น โอกาสทล่ี ูกในครรภเ์ กิดมาจะตาบอดสรี ้อยละเทา่ ใด (Ent’ 39) 1. 0 2. 25 3. 50 4. 100 61. ครอบครัวหนงึ่ มีบตุ ร 4 คน เปน็ ชาย 2 คน และหญิง 2 คน แต่มีบุตรชายคนหน่ึงมีอาการแพ้ยาและอาหาร บางชนิดจโี นไทป์ของพ่อและแม่ควรเป็นแบบใด (Ent’ มีนา 48) 1. XgY XgXg 2. XGY XGXG 3. XGY XGXg 4. XGY XGXg 62. ชายคนหนึ่งตาบอดสี แต่งงานกับหญิงตาปกติ ยีนท่ีนําลักษณะตาบอสสีจะมีแบบแผนการถ่ายทอดจากชายคน น้ีไปยงั ผใู้ ด (Ent’ มนี า 43) 1. ลกู สาวและลกู ชายโดยตรง 2. หลานชายโดยผา่ นทางลกู สาว 2. หลานชายโดยผ่านทางลูกชาย 4. หลานท้ังสองเพศโดยผ่านทางลูก 63. พอ่ -แมใ่ นขอ้ ใดท่ีมโี อกาสใหล้ ูกชายทุกคนตาบอดสแี ละลูกสาวทกุ คนตาปกติ (Ent’ มนี า 46) 1. แมต่ าปกติ พ่อตาปกติ 2. แม่ตาปกติ พอ่ ตาบอดสี 3. แมต่ าบอดสี พ่อตาปกติ 4. แมต่ าบอดสี พอ่ ตาบอดสี 64. ชายปกติแต่งงานกับหญิงที่เป็นพาหะของโรคฮีโมฟีเลีย มีบุตรชาย 2 หญิง 2 เป็นปกติ บุตรชายคนหนึ่ง แตง่ งานกบั หญิงท่เี ปน็ พาหะของโรคน้ี บุตรทีเ่ กิดมามโี อกาสเปน็ โรคนี้เท่าใด (Ent’ มนี า 48) 1. ชาย 50% หญงิ 50% 2. ชาย 50% หญิง 0% 2. ชาย 25% หญิง 25% 4. ชาย 25% หญงิ 0% 65. พอ่ มีอาการของโรคฮีโมฟีเลียซึ่งควบคุมด้วย X-linked gene อยากทราบว่าลูกสาวที่เกิดจากแม่ที่เป็นพาหะ ของโรคน้จี ะมโี อกาสเปน็ พาหะเท่าใด (มอ. 2552) 1. 1/2 2. 1/4 3. 1/6 4. 1/8 66. ข้อใดไม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกับลกั ษณะตาบอดสเี ขยี วสีแดง (Ent’ มนี า 48) 1. ลกู สาวตาบอดสตี อ้ งมพี อ่ ตาบอดสี 2. แมป่ กติจะมลี กู สาวปกตเิ สมอ 2. แมต่ าปกตอิ าจจะมีลูกชายตาบอดสี 4. แมต่ าบอดสจี ะมลี กู ชายตาบอสสเี สมอ 74

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ 67. หญิงคนหนึ่งมีพ่ีชายท่ีเสียชีวิตจากโรคทางพันธุกรรมซึ่งเกิดจากยีนด้อยท่ีเก่ียวเน่ืองกับโครโมโซม X เป็นผลให้ ผ้ปู ่วยเสยี ชีวติ ก่อนวยั เจริญพนั ธ์ุ โอกาสทหี่ ญงิ คนน้ีจะมลี ูกเป็นโรคนเี้ ปน็ เทา่ ใด (A-net 2552) 1. 1/2 2. 1/4 2. 1/8 4. 1/16 68. สามภี รรยาคู่หนึง่ มีลกู สาวและลูกชายตาปกติ ต่อมาลูกสาวไปแต่งงานกับชายคนหน่ึง มีลูกชาย 2 คน คนหนึ่ง ตาบอดสี อีกคนหนงึ่ ตาปกติ จโี นไทป์ของสามภี รรยา (พอ่ แมค่ ่แู รก) นา่ จะเปน็ แบบใด (Ent’ มีนา 48) 1. XcY XcXc 2. XcY XcXc 3. XcY XcXc 4. XcY XcXc 69. ไก่พนั ธขุ์ นสดี ําซ่ึงควบคมุ โดยยนี เดน่ บนโครโมโซมเพศ การผสมพันธรุ์ ะหว่างไก่ตัวเมียขนสีดํา และไก่ตัวผู้ขนสีขาว จะไดล้ กู ไก่มีลักษณะตามขอ้ ใด (Ent’ ตุลา 41) 1. ตัวเมียขนสีขาวจาํ นวนเท่ากับตวั ผู้ขนสดี าํ 2. 2. ตวั เมยี ขนสดี าํ จาํ นวนเทา่ กับตวั ผขู้ นสีขาว 3. ตวั เมยี ขนสดี าํ จาํ นวนมากกวา่ ตวั ผู้ขนสีดํา 4. 4. ลูกไกท่ กุ ตัวมขี นสดี าํ 70. ในไก่ จีนท่ีควบคุมลักษณะขนลายสลับคํา (B) และขนลายปกติ (b) อยู่บนโครโมโชมเพศการผสมพันธ์ุไก่ท่ี มีฟิโนไทปต์ ามข้อใดที่สามารถบอกเพศลูกไกไ่ ดโ้ ดยคูจากลกั ษณะขนเท่านั้น (Ent’ 38) 1. พ่อขนลายสลบั ดํา x แม่ขนลายสลับคํา 2. พอ่ ขนลายปกติ x แมข่ นลายสลับคํา 3. พอ่ ขนลายสลบั คาํ x แม่ขนลายปกติ 4. พอ่ ขนลายปกติ x แมข่ นลายปกติ 71. ข้อใดไม่ถกู ต้องเก่ยี วกับ มัลตเิ ป็ดเอลดลี (Ent’ ตลุ า 44) ก. ยีนเดียวควบคมุ หลายลกั ษณะ ข ลักษณะหนึ่งถูกควบคุมโดยหลายยืน ค. กลุม่ ของยืนที่ควบคุมลกั ษณะหนึ่ง 1. ก 2. ก ข 3. ข ค 4. ก ข ค 72. ขอ้ ใคจดั วา่ เป็นมลั ตเิ พลิ แอลลีล (Ent’ มีนา 48) 1. ในครอบครัวหน่ึงพอ่ เป็น AA แม่เปน็ aa ลูกเปน็ Aa 2. คนในตําบลหนง่ึ มีจโี นไทป์ PP, Pp, PP’ และ P’P” 3. คน ๆ หน่งึ มีจโี นไทปเ์ ป็น CcDdeeFf 4. ตน้ ถ่ัว PpYy แสดงลกั ษณะดอกสมี ว่ งและเมล็ดสเี หลอื ง 75

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 73. ยีนควบคุมลักษณะสีดอกของพืชชนิดหนึ่งมี 4 อัลลีล คือ A1, A2, A3 และ A4 อยากทราบว่าโครโมโซม 1 แทง่ และโครโมโซม 1 คู่ จะมียนี นีอ้ ยู่กอ่ี ัลลลี (Ent' ตุลา 43) 1. 2,4 2. 4,4 3. 4,8 4. 1, 2 74. ลักษณะสีขนของกระต่ายถูกควบคุมด้วย 4 อัลลีล อัอลีลท่ีควบคุมสีขนในเซลล์ผิวหนังและเซลล์สืบพันธุ์ มจี าํ นวนเท่าใด (Ent’ มีนา 45) 1. 4 และ 2 2. 2. 2 และ 2 3. 2 และ 1 4. 4. 4 และ 4 75. ลักษณะสีขนของกระต่ายควบคุมโดยจีน 4 อัลลีล คือ A, a1, a2 และ a3 จีนท้ัง 4 อัลลีลข่มกันอย่างเป็น ลําดับ คือ A> a1 > a2 > a3 จํานวนจีโนไทป์ท่แี ตกตา่ งกนั ในประชากรกระตา่ ยมคี ่าเท่าใด (Ent’ 38) 1. 6 2. 2. 8 3. 10 4. มากกว่า 16 76. ยืนสห์ นึง่ เปน็ มลั ติเพถิ อัลถืลส์ (Multiple aleles) และมลี ําดบั การขม่ กันคงั นี้ A1 > A2 >A3> A4 ไทป์ (genotype) ทเ่ี กดิ จากการรวมตัวแบบสมุ ของมลั ตเิ พลิ อลั ลสเ์ หลา่ น้ีจะมกี ีแ่ บบ (Ent' ตุลา 14) 1. 4 2. 8 3. 10 4. 16 77. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมชนิดหนึ่งถูกควบคมุ 5 อลั ลลี จาํ นวนจโี นไทป์ของลกั ษณะดงั กล่าวมีก่แี บบ (Ent’ มีนา 44) 1. 5 2. 10 3. 15 4. มากกวา่ 15 76

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ 78. ลกั มณะทางพันธุกรรมรนดิ หนึง่ ถูกควบคมุ ดว้ ย5 อลั ลลี A1,A2 และ a โดย A1 ขม่ A2 ไดไ่ มส่ มบูรณ์ แต่ ตา่ งก็ขม่ a ได้สมบูรณ์ข้อใดแสดงจํานวนจโี นไทป์ฟโี นไทป์ไดถ้ กู ต้องตามลาํ ดบั (Ent’ 44) 1. 3 และ 3 2. 3 และ 4 3. 6 และ 3 4. 6 และ 4 79. เลือดแระบบ ABO ควบคมุ โดยยนี 3 อัอลลลี ระบบ Rh ควบคุมโดยยนี 2 ออั ลลีล (การข่มเปน็ การข่ม แบบสมบรู ณ์) ระบบ MN ควบคุมโดย 2 อัลลลี (การขม่ เป็นแบบไมส่ มบูรณ)์ ถา้ พจิ ารณาเลือดท้งั สามระบบไป พรอ้ มๆกันจะมฟี โิ นไทป์ใดม้ ากท่ีสดุ ก่แี บบ (Ent' ตลุ า 47) 1. 6 แบบ 2. 9 แบบ 3. 16 แบบ 4. 24 แบบ 80. หมเู่ ลือดของพ่อแมค่ ู่ใดทีล่ กู ทุกคนจะมหี มู่เลือดเดยี วกนั (O-net 2550) 1. A x A 2. B x B 3. AB x AB 4. O x O 81. ขอ้ ใคไม่ใช่ป่ขู องชายต่อไปน้แี น่นอน เพราะชายคนหน่งึ มเี ลอื ดหมู่ B มบี ิดาเลอื ดหมู่ AB และมารดามหี มู่เดอื ด O (มข. 2551) 1. นายสวุ รรณมีหมเู ลอื ด A 2. มายพงษศ์ กั ด์ิ มีหมเู่ ลอื ด AB 3. นายปลืม้ กมอ มีหมู่เลือด O 4. นายวรพล มีเลือดหมู่ B 82. จากกรณีตอ่ ไปนนี้ กั เรยี นคิดว่าชาชในขอใคทไ่ี มใ่ ช่พอ่ ของเค็ก (มอ. 2552) 1. แมม่ หี มเู่ ลอื ด O ลูกมหี มูเ่ ลอื ด O พอ่ มีหมเู ลอื ด A 2. แมม่ ีหมูเดือด A ลูกมีหมู่เลอื ด O พ่อมีหมเู ลอื ด A 3. แม่มีหมเู่ ลอื ด AB ลูกมีหมเู ลอื ด B พ่อมหี มูเลือด O 4. แม่มหี มูเลือด B ลูกมีหมเู่ ลือด AB พอ่ มีหมูเลือด B 83. พ่อมีหมูเ่ ลือด 0 แม่มหี มู่เลอื ด AB ลูกของพ่อแมค่ นู่ จ้ี ะมีหมูเ่ ลอื ดใดได้บ้าง (A-ne' 49) 1. หมู่ A หรือหมู่ AB 2. หมู่ B หรอื หมู่ AB 3. หมู่ A หรือหมู่ B 4. หมู 0 หรอื หมู AB 77

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ 84. พ่อมีเถือดหมู่ B แมม่ ีเลอื ดหมู่ มีลกู ชายมีเลือดหมู่ O จะมโี อกาสไดถ้ ูกสาวทม่ี เี ลือดหมู่ O เทา่ ใด (Eat ตุลา) 1. 1/2 2. 1/4 3. 1/8 4. 1/16 85. จากการตรวจหมเู่ ลือดพบว่า เลอื ดของพอ่ ตกตะกอนกบั แอนตบิ อดี A และ B ส่วนเลอื คแมไ่ มต่ กตะกอนกับท้งั แอนดบิ อดี A และ B โอกาสทีพ่ อ่ แม่คู่นี้จะมีลูกซ่งึ มหี มเู่ ลือดทจ่ี ะถา่ นให้แกแ่ ม่ได้นั้นมีที่เปอรเ์ ซ็นต์ (Ent’40 ) 1. 0 2. 25 3. 50 4. 100 86. ชบามีเลือดกลุ่ม AB คลอดถกู ผูช้ าย 1 คน มีเลือดกลมุ่ B พ่อของเด็กควรมกี ล่มุ เลือดในขอ้ ใด (Ent' มีนา 45) 1. กลุ่ม A 2. กลุ่ม B 3. กลุ่ม AB 4. A หรอื AB 87. จากการตรวจสอบหมเู่ ลอื ดของนายสมรวา่ เลือดตกตะกอนทง้ั ใน anti-A และ anti-B ขอ้ ใดคือหม่เู ลอื ดที่ เปน็ ไปได้ของพ่อและแมน่ ายสมร (PAT-2 มีนาคม 2553) ก. A x B ข. AB x A ค. AB x B ง.AB x O 1. ก และ ง 2 .ข ค และ ง 3. ก ข และ ค 4. ก ข ค และ ง 88. พ่อและแมม่ ีหมเู ลือดคนละหมู ลูก ๆ 50 % รบั เลือดจากพอ่ ได้ หมเู ลอื ดของพ่อแม่มีจโี นไทปแ์ บบใด (Ent' ตุล 1 45) 1. พอ่ = IAIO แม่ = IBIO 2. พ่อ = IOIO แม่ = IAIB 3. พอ่ = IOIO แม่ = IAIO 4. พ่อ = IAIB แม่ = IAIO 78

Facebook : ทีเชอร์ทิว ติวเตอร์ 89. ถกู 3 คน มีลักษณะเลอื กตามตาราง พ่อและแมค่ วรมีจไี นไทปแ์ บบใด (Ent’ มีนา 42 x 2) ลกู คนท่ี เลือด + แอนตบิ อดี A เลอื ด + แอนตบิ อดี B 1 ตกตะกร ไมต่ กตะกร 2 ตกตะกร ตกตระกร 3 ไมต่ กตะกร ตกตระกร ก. IAIB x IAIO ข. IAIA x IBIO ค. IAIO x IBIO 1. ก หรือ ข 2. ข หรือ ค 3. ก หรอื ค 4. ก หรอื ข หรือ ค 90. นาง ก ข และ ไปคลอดทโี่ รงพยาบาลเคยี วกันในเวลาใกล้เคยี งกนั ปรากฎวา่ เกิดวามสับสนระหว่างแมล่ กู ทั้ง 3 คู่ ผลการตรงเลอื ดของนาง ก ข และ ค พรอ้ มสามีและเด็กทงั้ สามคนดงั ตาราง ขอ้ ใดแสดงความสัมพันธ์ ระหวา่ งแม่และลกู ได้ถูกต้อง (Ent' มึนา 46) คู่สามี - ภรรยา เด็ก หมู่เลือด ก ข ค I II III A,A A,B B,O B O AB 1. 2. 3. 4 91. ชายยคนหนึ่งมีเลือดหมู่ B มีลูกชาย 2 คน เม็ดเลือดแดงของพ่อตกตะกอนกับพลาสมาของลูกท้ังสองคเม็ด เลือดของถูกคนโตไม่ทําปฏกิ ริ ยิ ากับพลาสมาของพ่อ แต่เม็ดเลือดของถูกคนเล็กดกตะก่อนกับพถาสมาพอหมู่เลือดของ แม่ ลกู คนไตและลูกคนเล็ก เป็นหมู่ใด (Ent' มนี า 44) 1. AB A O 2. O AB A 2. A O A 4. A AB A 79

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ 92. ตารางลักษณะตา่ งๆ ที่ควบคุมดว้ ยมลั ตเิ ปิลแอลลีล จาํ นวนยีนท่คี วบคมุ ก. 1 คู่ ข. หลายคู่ ลักษณะที่แสดงออก ค. มีความแต่งตา่ งกนั อยา่ งชดั เจน ง. มีความแตง่ ต่างกนั เลก็ น้อย การควบคุมลักษณะ จ. ยีนหลายแอลลีลในตําแหน่ง ฉ. จ. ยีนหลายแอลลีลในตําแหน่ง เดยี วกนั บนฮอมอโลกสั โครโมโซม เดยี วกนั บนฮอมอโลกัสโครโมโซม ผลกระทบจากสงิ่ แวดลอ้ ม ช. มี ซ. มีนอ้ ยมาก ลักษณะทีค่ วบคุมดว้ ยมลั ติเปลิ แอลลีลมลี กั ษระตรงกบั ข้อใด (PAT-2 ตลุ าคม 2552) 1. ก ค จ และ ซ 2. ก ง จ และ ช 3. ข ค ฉ และ ซ 4. ข ง ฉ และ ซ 93.ลักษณะในข้อใดถกู ควบคมุ ด้วยกลไกทางพนั ธุกรรมแบบเดยี วกนั (PAT-2 มีนาคม 2552) 1.สีตาของคน และ หมูเ่ ลอื ดระบบ ABO 2.ตาบอดสีในคน และ สีตาของแมลงหวี่ 3.ดาวนซ์ นิ โดรม และ โรคธาลัสซีเมีย 4.โรคธาลัสซีเมยี และ โรคฮีโมฟเี ดยี 94. การแบ่งนิวเคลียสระยะใดสอดคลอ้ งตามกฎการรวมกล่มุ อย่างอสิ ระของเมนเดล (Ent' ดลุ า1 45) . แอนาเฟส I 1. เมทาเฟส I 2. แอนาเฟส II 3. เมทาเฟส II 4.แอนาเฟส II 95. ข้อใคสอดคลอ้ งกับกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอสิ ระของยืน (Ent' มนี 1 46) 1. การสรา้ งเซลล์สืบพนั ธขุ์ องจีโนไทป์ Aa Bb 2. การสรา้ งเซลลส์ บื พันธุ์ของ Aa หรือ Bb 3. การรวมกนั ของเซลล์สบื พันธุ์ AB และ ab 4. การรวมกันของเซลล์สืบพนั ธุ์ Aa และ Bb 96. ข้อใคอธิบายกฎขอ้ ท่ี 2 ของเมน่เคถได้ถกู ต้อง (Ent' มนี า 47) 1. ผู้ชายมี 46 โครโมโซม อสุจมิ ี 23 โครโมโซม โดยอสุจิมีจีโนไทปห์ ลายแบบ 2. ตน้ ไมท้ มี่ ีโนไทป AaBb เมือ่ นําก่ึงไปปยาํ จะไดต้ น้ ใหม่มจี โี นไท AaBb 3. สง่ิ มชี ีวิต Dyสร้างเซลลส์ ืบพนั ธไ์ุ ด้ 2 แบบ – 4. สงิ่ มีชีวิต Mm Nn สร้างเซลล์สืบพันธไ์ ด้ 4 แบบ ในอัตราสว่ น 1 : 1: 1 : 1 80

Facebook : ทีเชอร์ทิว ติวเตอร์ 97. เซลลใ์ นข้อใดท่ีแบง่ เซลลแ์ ลว้ ได้อสจุ ิทีมีจีโนไทป์ท่ี แดกต่างกนั มากท่สี ุด (Ent' ดุลา 47) 2. 1. 3. 4. 98. สง่ิ มีชีวติ จีโนไทป์ AaBbcc ซึ่งยืนทั้งสามอยู่บนโครโมโซมต่างแท่งกัน ในกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธ์ุ จะมี การเขา้ ค่กู นั ของฮอมอโลกสั โครโมโซม (Homologus chromosome) ในไมโอชสิ I ได้กแี่ บบ (มอ. 2551) 1. 2 2. 3 3. 4 4. 8 99. ข้อใดไม่ใชเ่ ซลลส์ บื พันธ์ (gametes) ที่เกดิ จากจีโนไทป์ IAIB BB nn XH Xh (มข.2551) 1. IABn Xh, IBBn XH 2. IABn XH, IBbn Xh 2. IBBn Xh, IABn Xh 3. IABn XH, IBBn XH 100. ส่ิงมีชีวิตชนิดหนึ่งพบว่าสามารถสร้างเซลล์พันธ์ได้แตกต่างกันมากถึง 16 ชนิด ส่ิงมีชีวิตน้ีน่าจะมีจีโนไทป์ ลักษณะใด (Emt’43) 1. Aa Bb DD EE 2. Aa Bb CC Dd Ee FF 3. Aa Bb CC Dd Ee Ff 4. AA Bb CC Dd Ee 81

Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 101. ส่งิ มชี วี ติ ชนดิ หนงึ่ มโี ครโมโซม 3 คู่ แถะโครโมโซมทมี่ าจากพอ่ และแม่คือ P Q R และ P' O' R' ตามลําดับ สปีชสี ์ กมีโครโมชมเปน็ PP' QQ' RR' โอกาถท่สี ปีชีต์ ก จะสร้างเซลลส์ บื พนั ธุท์ ่ีมีโครโมโซม 2 เส้นมาจากพ่อ และ 1 เส้นมาจากแม่ จะมีค่าเท่าใด (Ent' มีนา 46) 1. 1/8 2. 2/8 3. 3/8 4. 4/8 102. สง่ิ มีชวี ติ ทีม่ ีโครโมโจม 20-4 มจี โี นไทป์เป็น AaBBCc เมอื่ เสร็จสน้ิ การแบง่ เชลลแ์ บบโมโคซิส เซลลไ์ ขจ่ ะมี โครโมโซมแบบใด (Ent' ตุลา 46) 1. 2. 3. 4. 103. จโี นไทปใดต่อไปนี้ที่สามารถสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธห์ ล่าน้ีได้ AbCd, AbCD, AbCd (มข.2552) ก. AABbCCDd ข. AaBBCCDd ค. AaBbCcDd 1. ก 2. ข และ ค 3. ก และ ค 4. ก,ข และ ค 82

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 104. จีน 3 มคี ุณสมบตั เิ ปน็ independent-assorment ถา้ เกิดการผสมพันธรุ ะหว่างจไี นไทป์ AabbCe x AaBbCc โอกาสท่ีจะไดถ้ กู ท่ีเป็น homorygote ของจนี ท่ีควบคุมลักษณะด้อยมอี ยูเ่ ท่าใด (Ent' เมษา 41) 1. 1/8 2. 1/16 3. 1/32 4. 1/64 105. ถ้าผสมสิ่งมีชวี ติ ทม่ี จี โี นไทป์ LI Mm NN กับ LI mm Nn โอกาศของลูกทม่ี ีฟิในไทป์เด่นในจนี ท้งั 3 คู่เป็น เทา่ ใดv(Ent' 36) 1. 1/64 2. 27/64 3. 1/64 4. 9/64 106. พชื ท่ีมจี โี นไทป์ Aa bb ผสมกบั Aa Bb โอกาสที่จะไดล้ กู เป็นพนั ธแ์ุ ท้ร้อยละเท่าใด (Ent' ตลุ า 43) 1. 12.5 2. 25.0 3. 37.5 4. 75.0 107. จากการผสมระหว่าง Aa BB Cc Dd กับ Aa bb Cc DD โอกาสทจ่ี ะไดถ้ ูกมีฟิโนไทป์เดน่ ทงั้ หมด เทา่ ใด (Ent' มนี า 45) 1. 3/16 2. 4/17 3. 9/16 3. 15/16 108. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลูกท่เี กดิ จาดพ่อแม่คู่น้ี พอ่ Aa Bb DD x aa Bb Dd แม่ (มข.2551) 1. aa BB dd 2. Aa bb DD 3. Aa Bb Dd 4. aa bb Dd 109. พ่อแมค่ ูใ่ ดตอ่ ไปนี้ สามารถให้ลกู ที่มีจโี นไทป์ Aa BB cc Dd (มข.2550) 1. AA Bb Cc x Aa Bb Dd DD 2. Aa BB Cc DD x aa bb Cc dd 3. aa BB cc dd x Aa Bb Cc Dd 4. aa Bb DD x AA Bb CC Dd 83

Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ 110. เม่อื นําสตั ว์เพศผู้ทมี่ จี โี นไทป์เปน็ AaBB'CC มาผสมกบั สตั วเ์ พศเมียที่มจี ีในไทป์ AABBCC’โดยกําหนด ปฏิสมั พันธ์ระหวางอลั ลลี เปน็ ดังตาราง Aขม a สมบูรณ์ B ขม B' ไมส่ มบูรณ์ C ขม C' ไมส่ มบูรณ์ ลกู ทมี่ ีปีโนไทปเ์ หมือนฝา่ ยพ่อจะมีอตั ราสว่ นเท่าไร (A-net 2551) 1. 3/4 2. 1/8 3. 9/64 1.3/16 111. ต้นถวั่ เฮโรไซกสั ทีม่ ีลกั ษณะสงู เละเมลด็ สีเหลอื ง มโี นไทป์เป็น Tt Yy เกิดการผสมภายในต้นเดียวกันโอกาลท่ีจะ เกิดลูกเป็น ตน้ สงู เมลด็ สีเหลอื ง หรือ ต้นเตี้ยเมลด็ สเี หลือง เป็นเทา่ ใด (PAT-2 ตุลาคม 2552) 1. 1/2 2. 3/4 3. 3/16 4. 9/16 112. ลักษณะดอกสีแดง (A) และลกั ชณะเมล็ดกลม (3) ของถั่วลันเตาเป็นลักษณะเด่นข่มลักษณะดอกสีขาว (a) และเมล็ดย่น (b) ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อทําการผสมพันธุระหว่าง AaBb x AaBb โอกาสได้ลูกพันธุ์แท้ทั้งสอง ลักษณะเปน็ เท่าใด (Ent' ดุลา 47) 1. 1/6 2. 2/16 3. 3/16 4. 4/16 113. ถั่วลนั เดามจี ีนควบคุมเมลด็ กถม (R), เมลด็ ย่น (r) / ตน้ สูง (T). ต้นเตีย้ (t) / ฝักเขยี ว (G), ฝกึ เหลอื ง (g) ในการผสมระหว่างจีโนไทป์ Rr TT Gg กับ แ T: Gg ไดถ้ กู จาํ นวน 200 ตน้ จะได้ตน้ ทม่ี ี ลกั ษณะเมลด็ กลม ต้นสงู ฝักเหลืองประมาณท่าใด (Ent' 37) 1. 25 ตน้ 2. 50 ตน้ 3. 100 ต้น 4. 150 ตน้ 84

Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ 114. หากทําการผสมจีโนไทป์ Aa Bb Ce กบั A2 B8 C& จะมโี อกาสทไี่ ดล้ กู เป็นจใี นไทป MA BB CC เป็นเท่าไค(PAT-2 ตลุ าคม 2553) 1. 1/64 2. 2/64 3. 3/64 3. 64 115. ในการผสมถั่วลนั เดา ต้นแมม่ ีลกั ษณะดอกสีมว่ งและฝักสเี ขยี ว มีลกั ษณะเปน็ เฮทเทอไรไ่ ซกสั จโิ นไทปถ์ ้าตอ้ งการ ต้นท่ีมีลักษณะดอกสมี ่วงและฝักสเี หลอื ง, ตน้ ทม่ี ลี ักษณะดอกสีม่วงและฝักสีเขียวตน้ ท่ีมีลักษณะดอกสขี าวฝกั สีเขียว และตน้ ทีม่ ีลกั ขณะดอกสขี าวและฝกั สเี หลอื ง ในอตั ราสว่ นเท่า ๆ กนั อยากทราบวา่ ตอ้ งนําเกสรจากตน้ ใดมาผสม (มข. 2552) 1. ต้นทมี่ ลี ักษณะดอกสีขาวและฝกั สีเขยี ว 2. ตน้ ทม่ี ีลักษณะดอกสีม่วงและฝักสีเขียว 3. ตน้ ทีม่ ีลักษณะดอกสีม่วงและฝักสเี หลือง 4 .ตน้ ที่มีลักาณะดอกสีขาวและฝกั สีเหลอื ง 116. ในต้นบานเย็นดอกสีแดงเป็นลักษณะเคนไม่สมบูรณ์ต่อดอกสีขาว เมื่อผสมกันจะได้ถูกผสมดอกสีชมพูและ ลักษณะใบกว้างเป็นลักษณะเคนไม่สมบูรณ์ต่อลักษณะใบแคบ เม่ือผสมกันจะใด้ลูกผสมใบกว้างปานกลางถ้าผสม ระหว่างดอกสีแดง-ใบกว้าง กับดอกสีขาว-ใบแคบ แล้วใหรุน F1 ผสมกันเองจะได้ถูกผสมรุ่น F2 ท่ีมีลักษณะดอกสี ชมพ-ใบกวา้ งปานกลางเทา่ ใด (Ent' 38) 1. 12.5% 2. 25% 3. 50% 3. 62.5% 117. สามีภรรยามีบุตร 4 คน โคยมีจีโนไทป์เป็น aaBBCc, AaBbcc, aaBBcc และ AabbCc จีโนไทป์ ของสามภี รรยาคู่น้ีเปน็ อย่างไร (Ent' ตลุ า 43) 1. aaBBCc x Aa bb Cc 2. Aa Bb Cc และ aa Bb Cc 3. Aa BB Cc และ Aa bb Cc 4. Aa bb Cc และ Aa bb Cc 85

Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ 118. ถั่วเหลืองดอกสีม่วงข่มลักษณะดอกสีขาวได้อย่างสมบูรณ์ ลักษณะใบกว้างข่มใบแคบได้ไม่สมบูรณ์ยีนท้ังสองดูน้ี เปน็ อิสระต่อกัน เมื่อนําถ่ัวเหลืองดอกสีม่วงพันธ์ุแท้ใบปานกลางผสมพันธุ์กันเองข้อใดบอกสัดส่วนของจํานวนฟีโนไทป์ ของลูกไดถ้ ูกต้อง (Ent' ตุลา 42) 1. ดอกสมี ่วง ใบกวา้ ง : ดอกสีม่วง ใบปานกลาง : ดอกสีม่วง ใบแคบ = 1 : 2 : 1 2. ดอกสมี ่วง ใบกว้าง : ดอกสีมว่ ง ใบปานกลาง : ดอกสมี ่วง ใบแคบ = 1 : 1 : 1 3. ดอกสมี ว่ ง ใบกว้าง : ดอกสมี ่วง ใบแคบ = 3 : 1 4. ดอกสมี ว่ ง ใบกว้าง : ดอกสีมว่ ง ใบแคบ = 1 : 1 119. ในต้นลิ้นมังกร ลักษณะต้นสูงเป็นลักษณะเด่นสมบูรณ์ต่อลักษณะต้นเต้ียและมีลักษณะดอกสีแดงเป็นลักษณะ เด่นไมส่ มบรู ณ์ต่อลกั ษณะดอกสขี าว โดยต้นเฮตเทอโรไซกสั มดี อกสชี มพถู า้ ผสมพนั ธรุ ะหว่างสิน้ มงั กรต้นสูงถูกผสมดอก สชี มพสู องต้นโอกาสท่จี ะได้ ถกู ตน้ เตีย๋ พันธุ์แท้ดอกสแี ดงกีเ่ ปอรเ์ ซน็ ต์ (อตั นยั A-net' 49) 120. นักพันธุศาสตร์นําเรญูจากพืชซ่ึงไม่ทราบจีโนไทป์ ไปผสมกับพืชอีกต้นที่มีลักษณะต้นเต้ียและดอกสีขาวเมื่อ วเิ คราะห์ฟโี นไทป์ของถูกจาํ นวน 1000 ตน้ ได้ผลดังนี้  ต้นสูง ดอกสีแดง จํานวน 250 ต้น  ต้นสูง ดอกสีขาว จาํ นวน 252 ตน้  ตน้ เตี้ย ดอกสีแคง จํานวน 249 ตน  ต้นเตย้ี ดอกสีขาว จํานวน 249 ตน้ ถ้ากําหนดลักษณะต้นสูง(T) และดอกสีแดง(R) เป็นลักษณะเด่น จีโนไทป์ของพืชต้นพ่อคือข้อใด (A-net 2552) 1. TTRR 2. TtRr 2. TTRr 3. TtRR 121. ถ้า ลักษณะเมลด็ ผวิ เรยี บเปน็ ลักษณะเด่น และเมล็ดผิวขรุขระเป็นลักษณะดอ้ ย ลักษณะเมล็ดสีเหลอื งเป็นลักษณะเดน่ และเมลด็ สเี ขียวเปน็ ลักษณะด้อย เม่อื มผสมต้นถ่วั เมล็ดผวิ เรยี บสเี หลอื ง กับ ตน้ ถว่ั เมลด็ ผิวขรขุ ระสเี ขียวจะมีโอกาสได้ลกู เมล็ดผิวเรียบสีเหลือง : เมล็ดผิว เรียบสีเขยี ว : เมดผวิ ขรุขระสีเหลอื ง : เมลด็ ผิวขรุขระเป็นอัตราส่วนเทา่ ใด (Ent' มีนา 43) ก. 1 : 1 : 1 : 1 ข. 1 : 0 : 1 : 1 ค. 9 : 3 : 3 : 1 1. ก 2. ข 3. ก และ ข 4. ก และ ค 86

Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ 122. ถ้าปล่อยให้พืชท่ีมีจีโนไทป์ Aa BB cc Dd เกิดการถ่ายละอองเรณูภายในดอกเดียวกันจะได้ต้นถูกที่มี อัตราส่วนฟโี นไทป์ตามขอ้ ใด (Ent' มนี า 48) 1. 12 : 3 : 1 2. 9 : 3 : 3 : 1 3. 9 : 3 : 4 4. 9 : 6 : 1 123. ดอกสีมว่ งถูกควบคุมด้วยยีน P เเละดอกสีขาว (p) ลกั ษณะใบเรยี บ (s) และใบหงกิ (s) เม่อื ทาํ การผสมได้ ลูกทีม่ ี ดอกสมี ว่ งใบเรียบ : ดอกสีม่วงใบหงิก : ดอกสีขาวใบเรียบ : ดอกสีขาวใบหงิกในอัตราส่วน 3 : 3 : 1 : 1 จงหาจีโนไทป์ของพอ่ และแม่ (มอ. 2552) 1. พอ่ PpSs x แม่ PPSs 2. พ่อ PPSs X แม Ppss 3. พ่อ PpSs x แม่ Ppss 4. พอ่ PpSS x แม่ PpSs 124. เมื่อทําการผสมพันธ์ุโดยพิจารณาสองลักษณะ (Dihybrid cross) ได้ถูกในอัตราส่วน 3: 3: 1 :1 ท่าน คิดวา่ โนไทป์ของพ่อแมน่ ่าจะตรงตามขอใด (Ent' มนี า 46) 1. Aa Bb x Aa Bb 2. Aa Bb x BB 3. Aa Bb x Aa bb 4. AaBb x aa bb 125. ถ้าลักษณะความสูงและลักษณะต้านทานโรคของมะเขือเทศถูกควบคูมด้วยยีนเด่น 2 คู่และ 1 คู่ตามลํากับ การผสมพันธ์ุแท้ต้นสูงแต่ไม่ต้านทานโรค (AA BB rr) กับพันธ์ุแท้ต้นเตี้ยแต่ต้านทานโรค (aa bb RR) ต้อง ปลกู มะเขือเทศรนุ่ ท่ี 2 (F2) ประมาณกีต่ ้น จึงจะมีโอกาสพบลักษณะต้นสงู และตา้ นทานโรคพนั ธ์ุแท้ 2 ต้น (Ent' มึนา 42) 1. 16 ตน้ 3. 35 ต้น 3. 70 ต้น 4. 140 ตน้ 126. สามีภรรยามีหมู่เถือด A, Rh+ ส่วนดูกมีเลือดหมู่ต่าง ๆ ดังนี้ 3/4 หมู่ A, Rh+ และ 1/4 หมู่ O Rh+ จงบอกจีโนไทป์ของสามภี รรยาคนู่ ี้ (Ent' ตถุ า1 43) 1. Aa, DD และ Aa, Dd 2. AA, Dd และ Aa, Dd 3. AA, Dd และ AA, Dd 4. Aa, Dd และ Aa, Dd 87

Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ 127. สามีภรรยามีหมู่เลือด Rh+และหมู่ O ภรรยามีหมู่เลือด Rh+ และหมู่เลือด AB โอกาสที่สามีภรรยาคู้น้ีจะมี เลือดหมู่ Rh+ และหมู่ A รอ้ ยละเทา่ ใด (Ent’48) 1. 12.5 2. 25 3. 50 4. 75 128. จากตารางแสดงปฏิกิริยาการตกตะกรของเลือดสามี-ภรรยาและเด็ก 4 เด็กคนใดเป็นบุตรของสามีภรรยาคู่นี้ (Ent’43) ปฏกิ ิรยิ าตกตะกอนกลับ สามี + + - ภรรรยา - - + เด็กคนที่ 1 + + + 2++- 3-++ 4--+ + หมายถึง การตกตะกอน - หมายถงึ ไมเ่ กิดการตกตะกอน 1. เดก็ คนที่ 1 2. เด็กคนที่ 2 3. เดก็ คนที่ 3 3. เดก็ คนที่ 4 129. ถ้าพ่อมีลักษณะผมหยกิ และมหี ม่เู ลอื ด AB และแมม่ ลี ักษณะผมเหยยี ดตรงและมีหมเู ลือด Q อยากทราบว่า เด็กคนใดบา้ งท่อี าจะเป็นดกู ของพ่อแมค่ ู่นี้ (มข. 2550) ก. กบเปน็ เด็กผูช้ ายท่ีมีลักษณะผมหยักศกและมีเลือดหมู่ A ข.เขยี วเป็นเดก็ ผ้หู ญงิ ที่มผี มหยกั ศกและมเี ลือดหมู่ AB ก. เคนเป็นเด็กผ้ชู ายทีม่ ีผมหยกิ และมีเลอื ดหมู่ AB ง. งามเป็นเด็กผหู้ ญิงท่ีมผี มเหยยี ดตรงและมีเลือดหมู่ O จ. โจเปน็ เดก็ ผูช้ ายทม่ี ผี มหยกั ศกและมเี ลอื ดหมู่ B 130. ถา้ ผหู้ ญิงตาบอคดีมหี มเู่ ลือด O แต่งงานกบั ผู้ชายตาปกตมิ ีหมเู่ ลือด AB ลูกทเ่ี กิดมาจะมลี ักษณะอย่างไร (Ent' 38) 1. ลกู หญิงตาปกติ เลอื ดหมู่ A หรือ B ลกู ชายตาบอดสี เลือดหมู่ A หรอื B 2. ลูกหญงิ ตาบอดสี เลอื ดหมู่ A หรือ B ลกู ชายตาปกติ เลอื ดหมู่ A หรือ B 3. ลกู หญิงตาปกติ เลอื ดหมู A ลูกชายตาบอดสี เลือดหมู่ B 4. ลกู หญิงตาบอดสี เลอื ดหมู่ B ลูกชายตาปกติ เลือดหมู A 88

Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ 131. หญิงตาสีนาํ้ ตาล ตาปกติ แต่งงานกับชายตาสีน้ําตาล ตาปกตมี ถี ูกชายคนแรกตาสฟี ้า ตาบอดสี ดงั นน้ั จโี น ไทปข์ องหญงิ ชายคนู่ ีต้ ามลาํ ดบั คอื ของใด (Ent' ตุลา 44) 1. BbXcXc BbZcY 2. BbXcXc BbXcY 3. BBXcXc BbXcY 4. BbCc BbCc 132. สามี-ภรรยามตี าปกตสิ นี ้ําตาล มีลูกชายคนแรกตาบอดสีฟา้ ตาบอกสี ดงั นน้ั จโี นไทป์ของชายหญิงค่นู ้ี ตามลาํ ดบั คอื ขอ้ ใด (Emt’44) BbXCY 1. BbXCXc x BbXCY 2. BbXCXC x BbXCY 3. BBXCXc x BBXCY 4. BbXCXc x 133. ลกั ษณะ อโี มฟีเลยี ควบคมุ ดว้ ยยืนด้อย (h) บนโครโมโซมเพศ ถนัดขวาควบคุมดว้ ยยืนเดน่ (R) บนโครโมโซมรา่ งกายการ แต่งงานระหว่างชายปกตนิ ัคซ้าย กับ หญงิ ปกติถนัดขวบ เตม่ บี ิดาถนัดซา้ ยและเป็นโรคฮีโมเลียเดียวโอกาสท่บี ุตรเพศ ใดท่เี ปน็ โรคฮีโมพีเลยี และโอกาสทบี่ ุตรคนท่เี ป็นโรคจะถนัดขวาอตั ราส่วนเทา่ ใด (Ent' ตลุ า 43) 1. ชาย 1/2 2. หญงิ 1/2 3. ชาย 1/4 4. หญงิ 1/4 134. หญิงปกตหิ มเู่ ลอื ด A มพี ่อเปน็ ฮโี มฟีเดยี -หมู่เลอื ด O แตง่ านกบั ชายปกติ หมเู่ ลือด AB โอกาสทีล่ กู จะมจี ี โนไทป์เหมือนพอ่ เป็นเท่าใด (Ent' มนี า 47) 1. 1/4 2. 1/16 3. 3/4 4. 3/8 89

Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 135. จากภาพข้างร่าง แสดงจีโนไทป์ท่ีไดจ้ ากกการปฏสิ นธซิ ้อน อยากทราบวา่ จโี นไทป์ของพอ่ และแมค่ อื ขอ้ ใด(มอ. 2551) 1. AAbb (พ่อ) aaBb (แม)่ 2. AaBb (พ่อ) AaBB (แม่) 2. aabb (พอ่ ) 3. aaBB (พ่อ) AaBb (แม่) Aabb (แม่) 136. ข้อใคไม่ใชค่ ุณสมบตั ขิ องพอลิจนี ึกเทรด (polygenic trait) (มช. 2550) 1. เปน็ ลักษณะทมี่ คี วามแตกตา่ งกนั เพียงเลก็ น้อยถดหลน่ั กนั ไป 2. ฟิโนไทป์กระจายอย่างตอ่ เน่ืองหรอื กระจายแบบโค้งปกติ 3. เป็นลกั ษณะทถ่ี กู ควบคมุ ด้วยยนื หลายคู่ แต่ละมีคมู่ ีผลตอ่ ฟีโนไทป์นอ้ ย 4. ยนื ทค่ี วบคมุ นี้มหี ลายอลั ลลี และแตล่ ะอัลลลี ใหผ้ ลต่อฟิโนไทป์ท่ีแตกต่างกันเล็กน้อย เช่นลักษณะสตี า ของคน 137. ขอใดไม่ใช่คณุ สมบตั ขิ องลักษณะท่ีเป็นพอดีจีนิก เทรต (Polygenic trait) (มข. 2552) 1. ถกู ควบคุมดว้ ยยืนหลายตาํ แหน่ง 2. ฟโี นไทป์มกี ารกระจายแบบโค้งปกติ 3. ถกู ควบคมุ ด้วยยนื ตาํ แหน่งเดียว แต่มีหลายรูปแบบ 4. เป็นลักษณะทางพนั ธุกรรมท่มี ีการแปรผนั อย่างต่อเนื่อง 138. นํา้ หนักผลมะเขือเทศ เป็นลกั ษณะทางพันธุกรรมทม่ี ีการแปรผนั ตอ่ เน่อื ง จากการศึกษานํ้าหนักผล มะเขือเทศ 16.384 ผล พบวา่ มี 16 ผลที่มนี ้ําหนักน้อยที่สุด จงคาํ นวณหาจํานวนคู่ยืนท่คี วบคุมลักษณะน้าํ หนกั ผลมะเขอื เทศ (มอ. 2550) 1. 58 คู่ 2. 9 คู่ 3. 12 คู่ 4.16 คู่ 90

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ 139. การผสมพันธรุ ะหวา่ งนางพญาผงึ้ และผู้ตวั ผู้ค่หู นงึ่ ได้ลูกทม่ี จี ีโนไทป์ต่าง ๆ ดังน้ี ตวั เมีย ตวั ผู้ AABB AABb AaBB AaBb AB Ab ab aB จโี นไทปข์ องนางพญาผึ้ง เปน็ แบบใค (Ent' 40) 1. AB 2. AABb 3. AaBb 4. AaBB หรอื AABb 140. พืชสายพนั ธห์ นง่ึ มีฟีในไทป์ของสเมลด็ เป็นสเี ขยี วเขม้ (A) และ สีเขยี วอ่อน (a) นําไปผสมข้ามสายพนั ธกุ์ ับ พืชอีกสายพันธ์ุนึง่ ท่มี ฟี ใี นไทป์เป็นเมล็ดเรยี บ (B) และเมล็ดออ่ น (b) อยากทราบวา่ ลักษณะใดไมน่ ่าจะเกิดข้ึนในชวั่ รุ่นลกู หากลกั ษณะฟีโนไทปข์ องจีน B ถูกควบคมุ ด้วยลักษณะดอ้ ยของจีน A (PAT-2 มนี าคม 2553) 1. เมลด็ เรียบสเี ขียวเข้ม 2. เมล็ดเรียบสเี ขียวอ่อน 3.เมล็ดชนสีเขียวเข้ม 4. เมลด็ ยน่ สเี ขยี วอ่อน 141. พืชถายพันธ์ A เปน็ ชวั่ รุ่นลูกทเ่ี กดิ จากการผสมข้ามพันธุ์ของ พชื สายพนั ธ์ุ R ทีม่ จี ีนควบคุมลักษณะปลายใบแหลมและปลายในตดั โคยปลายใบแหลม เปน็ ลักษณะเดน่ กบั พชื สายพันธ์ุ V ท่มี ีจีนควบคมุ ขนยาวและขนสัน้ โดยขนยาวเป็นลักษณะเด่นหากพชื ลายพันธ์ุ A มลี ักษณะด้อยของจนี ลักษณะขนควบคุมการแสดงออกของจีนเด่นลกั ษณะปลายใบลักษณะใดไม่น่าจะพบในพืชสาย พนั ธุ์ A (PAT-2 ตลุ าคม 2553) 1. ปลายใบแหลมขนยาว 2. ปลายใบแหลมขนสัน้ 3. ปลายใบตดั ขนยาว 4. ปลายใบตดั ขนส้ัน 142.กําหนดให้จีน A และ B อยบู่ นโคโมโซมที่ 2 ของแมลงหวี่ และเกิด crossing over ระหว่างจนี ทงั้ สอง 20% ทาํ การผสมพนั ธ์รุ ะหว่างแมลงหวี่ตัวเมยี Ab/aB กับตวั ผู้ ab/ab แกมตี ตวั เมียมกี ช่ี นดิ และมสี ดั สว่ นเท่าใด (Ent' 38) 1. Ab : aB : AB : ab = 0.4 : 0.4 : 0.1 : 0.1 2. Ab : aB : AB : ab = 0.1 : 0.1 : 0.4 : 0.4 3. Ab : aB = 1 : 1 4. AB: ab = 1 : 1 91

Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 143. ยนื ท่ีควบคุมลักษณะต้นสูง (T) ข่มยนี ทีค่ วบคมุ ลักษณะตน้ เตยี้ (t) ยนื ทีค่ วบคุมลกั ษณะผลกลม (R) ขม่ ยีนที่ควบคมุ ลกั ษณะผลรี (r) โดยยนี ทั้งสองยนื น้ชี ิดกันมาในโครโมโซม เมื่อผสมพันธรุ ะหว่างมะเขอื เทศ Tt Rr x tt rr คาดว่าถกู ผสมทมี่ ีลกั ษณะต้นเต้ีย ผลรี อย่ปู ระมาณร้อยละทําท่าใด (Ent' 40) 1. 25 2. 50 3. 75 4. 100 144. ถ้า ปกี ขาวของแมลงหวีเ่ ป็นลกั ษณะเดน่ ปกี ส้นั เปน็ ลักษณะคอ้ ย ลาํ ตัวสเี ทา้ เป็นลกั ษณะเดน่ และลําตัวสดี ําเปน็ ลักษณะดอ้ ย ในการผสมพนั ธุระหวา่ งแมลงหวี่ปีกยาวตัวสีเทา และแมลงหวปี่ กี สน้ั ลาํ ตัวสดี าํ ใหล้ กู ทง้ั หมด 48 ตัวเปน็ ลักษณะปกี ยาวดําควั สีเทา 26 ตัว ดาควา่ จะมีถกู ลกั ษณะปีกสัน้ ลาํ ตวั สคี ําประมาณกตี่ ัว (PAT-2 กรกฎาคม 2552) 1.13 ตวั 2.9 ตวั 3.3 ตัว 4. 1 ตวั 145. แมลงพนั ธแ์ มลงหว่ีตาสแี ดงปกี ยาวกบั แมลงหว่ตี าสีขาวปีกสั้น อัดราสว่ นฟีในไทปร์ ุ่น F2 ของการทดลองชดุ ใดท่ี แสดงว่ายนื ท่คี วบคมุ ท้ังสองลักษณะเปน็ ยนื ท่เี กี่ยวเน่ืองกนั (Linked gene) (Ent' ตลุ า 41) การทดลองชดุ ตาสแี ดงปกี ยาว ฟีในไทป์รุ่น F2 (รอ้ ยละ) ตาสีขาวปกี สั้น ตาสแี ดงปกี สั้น ตาสขี าวปีกขาว 1 56 22 16 6 2 48 4 3 45 3 26 25 23 26 4 10 36 15 12 146. ยนี กู่ A,a และซนี คู่ B,b มีตําแหนง่ ใกล้ชดิ กันมากในออโทโซมแท่งเดียวกันนกั พันธศุ าสตรผ์ สมระหว่าง AA bb กบั aa BB แลว้ นาํ F1 ทไี่ ด้มาผสมกันเอง จากนั้นจบั จํานวนลูกในรุ่น F2 จากนนั้ นับจํานวนลกู ในรุ่น F2 จี โนไทป์ในรนุ่ F2 ข้อใดท่รี ่วมกนั แลว้ มจี าํ นวนมากท่ีสุด (Ent 37) 1. AABB, Aa Bb 2. AA Bb, Aa Bb 3. AA bb, aa BB 4. AA bb,Aa Bb 92

Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ 147. จากการผสมมะเขอื เทศตน้ สูง - ไมม่ ีขน ( TtSs ) กบั มะเขอื เทศต้นเตีย้ - มขี น (ttss) ต้นลกู ตน้ สงู -ไม่ มขี น 54 ตน้ และตน้ เตย้ี -มขี น 58 ต้น มะเขอื เทศตน้ สงู -ไมม่ ขี น เป็นจี่โนไทป์แบบใด (Ent' ตลุ า 45) 1. T S 2. T S ts Ss Ts 4. T S 3. 148. กtารผสมSพันธุระหว่างจโี มไทปใ์ นขอ้ ใคตามารถบอกไดว้ ่ายีนคู่ A แลtะ B แsยกออกจากกันอยา่ งอิสระ (Ent' ตุลา 43) (Ent' ตุลา 47) 1. AaBb x aabb 2. AABB x aabb 3. Aabb x aaBb 4. AAbb x aaBB 149. นําแมลงหวี่ตัวเมียทมี่ ลี กั ษณะตัวสนี ้าํ ตาลปีกตรงมาผสมทดสอบ (test cross) ปรากฎวา่ ไดล้ ูกทั้งหมด 4 ลักษณะคือ ตัวสนี า้ํ ตาลปกี ตรง 965 ตัว ตัวสีดาํ ปกี โคง้ 944 ตัว ตัวสดี ําปีกตรง 206 ตัว ตัวสดี าํ ปีกโคง 185 ตัว ขอ้ ใคสรปุ ได้ถูกตอ้ ง (มอ. 2551) 1. ยีนสีตัวและปีก มกี ารถ่ายทอดเปน็ อสิ ระต่อกัน 2. จีโนไทปข์ องพ่อคือ ฮอมอไซกัสโดมแิ นนท์ (homozygous dominant) 3. เกดิ ครอสซิงโอเวอร์ (crossing over) ในขณะทเ่ี ซลล์แมม่ กี ารแบง่ ไมโอชสิ 4. ลูกแมลงหวลี่ กั ษณะสนี า้ํ ตาลปีกโคง้ มจี ํานวนน้อยที่สุด เพราะเป็นลักษณะท่ถี กู ควบคมุ ด้วยยืนดอ้ ย 150. การผสมพนั ธพุ์ ืชระหวา่ งตน้ พอ่ และตน้ แมพ่ นั ธ์ุแท้ท่ีมีฟิโนไทปต์ ่างกนั พบวา่ ถกู ในรุ่นที่ 2 มลี กั ษณะเหมือนพ่อ หรอื แมป่ ระมาณร้อยละ ลกั ษณะดังกลา่ วควบคมุ โดยยนื กีค่ ู่ และเป็นแบบใด (Ent' มนี า 42) 1. 2 คู่ อิสระต่อกัน 2. 2 คู่ อย่บู นโครโมโซมเดยี วกนั 3. 3 คู่ อสิ ระตอ่ กนั 4. 3 คู่ อยู่บนโครโมโซมเดยี วกัน 93

Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 151. พอ่ แสดงลักษณะพรอ่ งเอนไซมก์ ลโู ศส - 6 - ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส และแม่เปน็ พาหะของโรคฮีโมฟเี ลีย โอกาสท่ีลกู จะเปน็ ปกติเป็นเท่าใด (Ent' เมบา 41) 1. 3/4 2. 1/2 3. 1/4 4. 0 152. หญิงปกติ มพี อ่ ตาบอคสี แม่มีอาการพร่องเอนไซม์ A ซ่งึ ควบคมุ ดว้ ยยืนค้อยบนโครโมโซม X หญงิ คนนี้ แตง่ งานกันกับชายลกั ษณะปกติ โอกาสท่จี ะมีลูกชายตาบอดสีและพรอ่ งเอนไซม์ X ร้อยละเท่าใด (ถ้าไม่มีการ แลกเปล่ยี นระหวา่ งจนี ทัง้ ค่)ู (Ent' มนี า 44) 1. 0 2. 25 3. 50 4. 100 153. จายคนหนึ่งมีลักษณะน้วิ เกิน แต่งานกับหญิงทม่ี ีนิว้ ปกติ มบี ุตรชาย 1 คนท่มี ีจํานวนนี้ปกติและบตุ รสาว 1 คนท่ีมลี กั ษณะน้ิวเกนิ บตุ รชายแต่งานกบั หญิงทม่ี ีจํานวนน้วิ ปกติและมบี ุตรชาย 2 คนท่มี จี าํ นวนนวิ้ ปกติ ข้อใดคอื เพคดกิ รีของครอบครวั นี้ (A-ner' 49) 1. 2. 3. 4. 94

Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ 154. ถา้ ชายคนหนงึ่ มลี กั ษณะขนงอกจากใบหู ลกั ษณะนเ้ี ปน็ ยนื ที่เก่ียวเนอ่ื งกับโครโมโชม Y ถ้าขายคนน้ีแต่งงานกบั ผู้หญิงที่ปกติ คอื ไมม่ ขี นงอกจากใบหู ซึ่งไม่มใี ครในครอบครวั มีขนงอกจากใบหเู ลยอยากทราบว่าลกู ทเ่ี กดิ ระหว่างชาย หญิงคูน่ ี้จะเป็นอยา่ งไร (มข. 2552) 1. ลูกทุกคนมีขนงอกจากใบหู 2. ถกู ทุกคนปกติ คอื ไมม่ ขี นงอกจากใบหเู ลย 3. ลูกชายทุกคนไม่มีขนงอกจากใบหู แต่ลกู สาวทกุ คนมขี นงอกจากใบหู 4. ถูกชายทกุ คนมีขนงอกจากใบหู แต่ลกู สาวทุกคนจะไมม่ ีขนงอกจากใบหู 155. สามกี รรยาคหู่ น่งึ สามมี ีลกั ษณะมขี นท่ีใบหู ภรรยามีลักษณะไมม่ ีขนท่ใี บหู ลูกของสามีภรรยาคูน่ ีจ้ ะมีลักษณะ เช่นใด(PAT-2 กรกฎาคม 2553) 1. ท้งั ลูกสาวและลูกชายมีขนทใ่ี บหู 2. ทั้งลูกสาวและลูกชายไม่มีขนที่ใบหู 3. ลูกสาวมขี นทใี่ บหู ลูกชายไมม่ ขี นท่ใี บหู 4. ลกู สาวไม่มขี นทีใ่ บหู ลูกชายมขี นที่ใบหู 156. แบบแผนใดทีแ่ สดงได้เหมาะสมกบั เพคดีกรขี องครอบครัวท่แี สดง (Eกt' มนี า 45) 1. Autosomal recessive 2. Autosomal dominant 3. Sex-linked recessive 4. Sex-linked dominant 157. ขอ้ ใดเปน็ คําอธบิ ายการถา่ ยทางลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของโรคน้ี โดยพิจารณาจากสายพันธุป์ ระวตั ใิ นรูปน(ี้ มข. 2551) 1. ยนื เดน่ บนโครโมโชมร่างกาย 2. ยืนด้อยบนโครโมโซมร่างกาย 3. ยนื เคนบนโครโมโชมเพศ 4. ยนื ดอ้ ยบนใครโบโซมเพศ 95

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ 158. ลักษณะขนสดี ํา (แรเงา) ของสัตว์ในภาพ ถูกควบคมุ ด้วยยีนในขอ้ ใด (Ent' ดุถา 45) 1. ยนื เดน่ บนโครโมโซมเพศ 2. ยนื ดอยบนโครโมโซมเพศ 3. ยนื ดอยบนออโตโซม 4. ยนื เคนบนออโตโชม 159. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของเพคดกี รีนี้ มีการถา่ ยทอดพันธุกรรมเป็นแบบขอ้ ใด (มข. 2550) 1. ลกั ษณะเด่นบนออโทโซม 2. ลกั ษณะดอยบนออโทโซม 3. ลักษณะเด่นบนโครโมโชมเพศ 4. ลกั ษณะด้อยบนโครโมโซมเพศ 96

Facebook : ทีเชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ 160.จากเพดดีกรี ลักษณะผดิ ปกติทแี่ สดงออกในเพคดีกรี นา่ จะเกดิ จากการถา่ ยทอดพนั ธกุ รรมแบบใด (PAT-2 มีนาคม 2552) 1. autosomal dominant 2. autosomal recessive 3. x-linked inheritance 4. multiple alleles 161. การถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมชนดิ หนงึ่ ทีป่ รากฏในประวตั ิของครอบครวั มีลกั ษณะดังนี้ การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมน้มี ีแบบแผนอยา่ งไร (A-net 2550) 1. การถา่ ยทอดยีนทไี่ ม่เก่ียวเนื่องกบั เพศ และลักษณะทผ่ี ิดฟกตเิ ป็นลักษณะด้อย 2. การถา่ ยทอดยนี ทไ่ี มเ่ กีย่ วเนื่องกบั เพศ และลักษณะทีผ่ ดิ ฟกตเิ ป็นลกั ษณะเดน่ 3. การถ่ายทอดยนี ทีไ่ ม่เกย่ี วเน่ืองกับ X (X-inked gene) และลักษณะทผี่ ดิ ปกตเิ ป็นลักษณะคอย 4. การถ่ายทอคยนี ทเ่ี กยี่ วเน่ืองกบั X (X-linked gene) และลกั ษณะท่ผี ดิ ปกติเปน็ ลกั ษณะเด่น 97

Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ 162. เพดดกี รีในขอ้ ใดแสดงการถา่ ยทอดลักษณะที่เกิดจากยนี ด้อยบนโคโมโซม X (A-net’ 49) 1.. 2. 4. 3. 163. เพดดีกรตี าบอดสีตอ่ ไปน้ี ขอ้ ใด คอื จโี นโทป์ของบคุ คลที่ 2 ในรุ่นที่ 1 (O-net’2550) 1. XCXC 2. XCXc 3. XCY 3. XcY 164. จากภาพพนั ธป์ ระวัตแิ สดงลักษณะตาบอดสีและตาปกติ จงหาจโี นไทป์ของหมายเลข 1-4 ตามลาํ ดบั คําตอบคอื (มอ.2552) 2. XCXc, XCY, XCY, XcY 1. XcY,XCXC,XcXc, XcXc 4. XCXC, XcY, XcY, XcY 3. XCY, XCXc, XCXC, XCXc 98


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook