กิิจกรรมการเรีียนรู้้� 2. หลัังจากวาดแผนที่่�แล้้วนัักเรีียนร่่วมกัันวิิเคราะห์์ว่่า มีีพื้้�นที่่�ใดบ้้างที่่�เป็็นพื้้�นที่่�สุ่�่มเสี่�่ยงต่่อ การใช้้ยาและสารเสพติดิ ของเยาวชนและคนในชุุมชน โดยให้้ทำำ�สัญั ลักั ษณ์ห์ รือื นำำ�ลููกอมไปวางไว้้บนแผนที่่� ในจุุดนั้้�นเพื่่อ� แสดงสััญลักั ษณ์์มากน้้อยตามปริิมาณความเสี่่ย� ง 3. นัักเรีียนแบ่่งกลุ่�่มเป็็น 6 กลุ่่�ม เพื่่�อร่่วมกัันอภิิปรายบทบาทของผู้�เกี่่�ยวข้้องและแนวทาง การมีีส่่วนร่่วมในการป้อ้ งกัันและแก้้ไขปััญหายาเสพติิดในชุุมชน พร้้อมทั้้�งนำำ�เสนอหน้้าชั้�นเรีียน ดัังนี้้� กลุ่ม�่ ที่่� 1 ผู้้น� ำำ�ชุุมชน กลุ่่ม� ที่�่ 2 ครูู กลุ่ม่� ที่�่ 3 ทหาร/ตำ�ำ รวจ/ฝ่่ายปกครอง กลุ่่ม� ที่�่ 4 เจ้้าหน้้าที่ส่� าธารณสุุข กลุ่ม�่ ที่่� 5 ครอบครัวั กลุ่ม่� ที่่� 6 นักั เรีียน ขั้้น� สรุุป (10 นาที)ี นัักเรีียนและครููร่่วมกัันสรุุปว่่าในชุุมชนโดยรอบโรงเรีียนมีีพื้้�นที่่�ใดบ้้างที่่�มีีความเสี่่�ยงต่่อการใช้้ยา และสารเสพติดิ ของเยาวชนและคนในชุุมชน โดยใช้้หลักั R - C - A สรุุปในประเด็น็ ดังั ต่่อไปนี้้� R : นักั เรีียนรู้ส�้ ึกึ อย่่างไรที่ใ่� นชุุมชนรอบบริเิ วณโรงเรีียนมีีพื้้น� ที่เ�่ สี่ย่� งต่่อการใช้้ยาและสารเสพติดิ C : ที่่�ผ่่านมา นัักเรีียนเคยทราบหรืือไม่่ว่่าบุุคคลต่่างๆ ในชุุมชนมีีส่่วนร่่วมในการป้้องกััน ยาและสารเสพติดิ บุุคคลเหล่่านั้้น� ทำำ�อย่่างไร A : ในฐานะที่�่นัักเรีียนเป็็นคนในชุุมชน นัักเรีียนจะมีีวิิธีีการป้้องกัันหรืือลดพื้้�นที่�่เสี่�่ยง ในชุุมชนอย่่างไร ภาระ/ชิ้้น� งาน แผนที่ค่� วามเสี่่�ยงยาเสพติดิ ของชุุมชน สื่อ�่ /แหล่่งเรีียนรู้้� 1. ภาพ/คลิิปผลกระทบของการใช้้ยาเสพติิด 2. กระดาษชาร์ท์ 3. สีี 4. ลููกอม การวัดั ผลและประเมิินผล แบบประเมินิ การทำ�ำ งานกลุ่่ม� ภาพผลกระทบของการใช้้ยาเสพติิดที่�่มีีต่่อร่่างกาย ภาพผลกระทบของการใช้ย้ าเสพติิดที่่�มีีต่่อสัังคม Be Smart Say No To Drugs 143
แบบประเมินิ การทำำ�งานกลุ่่�ม คำำ�ชี้้แ� จง ให้้ผู้้ส� อนสัังเกตพฤติกิ รรมของนักั เรีียนในระหว่่างเรีียนและนอกเวลาเรีียน แล้้วขีีด ✓ลงในช่่องว่่าง ที่ต�่ รงกับั ระดัับคะแนน ลำำ� ชื่อ-สกุล ความร่ว่ มมืือ การแสดง การรัับฟััง การตั้้�งใจ การแก้้ไข รวม ดับั ของผู้ร�้ ัับ กััน ความคิิดเห็็น ความคิดิ เห็็น ทำำ�งาน ปัญั หา/หรืือ 20 ที่่� การประเมิิน 4321 4321 4321 ปรับั ปรุงุ ผล คะ ทำำ�กิิจกรรม งานกลุ่ �ม แนน 4321 4321 144 รู้้�คิิด รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติดิ
ใบความรู้้�ที่�่ 1 โทษพิิษภััยและอันั ตรายจากยาเสพติิด สมองมนุุษย์์ สมองสว่ นคดิ (Cerebral Cortex) สมองส่่วนอยาก ( Lirnbic System) การใช้้ยาเสพติดิ จะมีีผลต่่อสมอง 2 ส่่วน คือื สมองส่่วนคิดิ และสมองส่่วนอยาก สมองส่่วนคิดิ ทำำ�หน้้าที่ค่� วบคุุมสติปิ ัญั ญา ใช้้ความคิดิ แบบมีีเหตุุผล ขณะที่ส�่ มองส่่วนอยากเป็น็ ศููนย์ค์ วบคุุมอารมณ์์ ความรู้�้สึึก เวลาคนเราเสพยาเสพติิด ตััวยาจะไปกระตุ้ �นทำ�ำ ให้้สมองส่่วนอยาก สร้้างสารเคมีีชื่่�อ “โดปามีีน” ซึ่่ง� เป็น็ สารที่ท�่ ำำ�ให้้มนุุษย์เ์ กิดิ ความรู้ส�้ ึกึ สุุข แต่่ยาเสพติดิ ทำ�ำ ให้้สมองสร้้างโดปามีีนมากกว่่า ที่�่ธรรมชาติิกำำ�หนด จนทำ�ำ ให้้รู้้�สึึกเป็็นสุุขมากขึ้้�นกว่่าปกติิ สมองจึึงมีีการปรัับตััวด้้วยการลดการหลั่�ง สารเคมีีนั้้�นลง เมื่�อหมดฤทธิ์์�ของยาเสพติิด จึึงเสมืือนว่่าร่่างกายมีีอาการขาดสารโดปามีีน ทำ�ำ ให้้มีี อาการหงุ ดหงิิด หรืือซึึมเศร้้า ส่่งผลให้้ผู้้�เสพพยายามแสวงหายามาใช้้ซ้ำำ�� ในขณะเดีียวกัันเมื่ �อใช้้ ยาเสพติิดบ่่อยๆ จะทำำ�ให้้สมองส่่วนคิิดถููกทำำ�ลาย การใช้้ความคิิดที่�่เป็็นผลจะเสีียไป แล้้วสมอง ส่่วนอยากจะอยู่�่เหนืือสมองส่่วนคิิด จนทำำ�อะไรตามใจตามอารมณ์์มากกว่่าเหตุุผล ผู้้�ที่�่ใช้้ยาจึึงมััก แสดงพฤติกิ รรมที่ไ่� ม่่เหมาะสม มีีอารมณ์ก์ ้้าวร้้าว หงุดหงิดิ ไม่่สามารถควบคุุมตัวั เองได้้ หากใช้้ยาเสพติดิ บ่่อยครั้้�ง สมองจะสููญเสีียความสามารถควบคุุมการหลั่�งโดปามีีน ทำำ�ให้้ไม่่สามารถมีีความสุุข ตามธรรมชาติิได้้ จนเกิิดอาการทุุรนทุุราย เมื่�ออยากมีีความสุุขจึึงต้้องพึ่่�งยาเสพติิด สมองจึึงจะหลั่�ง โดปามีีนมามากพอจนเกิดิ ความสุุขได้้ อาการเช่่นนี้้�เรีียกว่่า “สมองติิดยา” ในที่�่สุุดก็ห็ ้้ามตัวั เองไม่่ได้้ ต้้องทำำ�ทุุกวิิถีีทางให้้ได้้ยาเสพติิดมาเสพ ผลสุุดท้้ายจะเกิิดความสููญเสีียอย่่างรุุนแรงในด้้านต่่างๆ ของชีีวิิต ผู้้�เสพไม่่สามารถควบคุุมตนเองได้้ด้้วยสติิปััญญาหรืือความคิิดและทำ�ำ ให้้มีีอาการทางจิิต และสามารถเป็็นโรคจิติ เต็็มขั้้น� ได้้ในที่ส�่ ุุด ที่�่มา : แผ่่นพัับยาเสพติดิ ที่�แ่ พร่่ระบาดในประเทศไทย และหนัังสืือความรู้�พ้ ื้้น� ฐานเพื่่อ� การป้้องกัันยาเสพติดิ ในเยาวชน Be Smart Say No To Drugs 145
ใบความรู้้�ที่�่ 1 โทษพิษิ ภััยและอัันตรายจากยาเสพติดิ ผลกระทบของการใช้้ยาเสพติิด ผลกระทบต่อ่ ผู้เ�้ สพยาเสพติดิ 1. ผลต่่อร่่างกาย ทรุุดโทรม ใจสั่่น� หลอดเลืือดอุุดตันั ความดัันโลหิติ สููง หััวใจเต้้นเร็ว็ ผิิดปกติิ ทำ�ำ ลายหลอดเลือื ดในสมอง ระบบหายใจมีีปัญั หา ในกรณีีไอซ์ ์ ผิวิ หน้้าจะแห้้งเสีีย และเป็น็ แผลได้้ง่่าย เพราะหลอดเลือื ดเปราะบางใบหน้้าจะแก่่กว่่าวััย 2. ผลต่่อระบบประสาท ตึึงเครีียด แต่่เมื่�อหมดฤทธิ์์�ยาจะมีีอาการประสาทล้้า การตััดสิินใจ ช้้าและผิิดพลาด หากใช้้นานจะทำำ�ให้้สมองเสื่�อม ทำ�ำ ลายระบบการหายใจทำ�ำ ให้้หมดสติิและ ถึงึ แก่่ความตายได้้ 3. ผลต่่อจิติ ใจ ซึมึ เศร้้า กลายเป็น็ โรคจิติ ชนิิดหวาดระแวง มีีพฤติกิ รรมเปลี่่ย� นแปลงไป เช่่น หวาดหวั่�นหวาดกลััว ประสาทหลอน ซึ่่�งเกิิดขึ้�นแล้้ว อาการจะคงอยู่่�ตลอดไป แม้้ช่่วงที่�่ไม่่ได้้เสพยา ก็ต็ าม 4. ผลต่่อพฤติกิ รรม กระวนกระวายใจ ก้้าวร้้าวขึ้�น เมื่อ� รวมกับั โรคจิติ ชนิดิ หวาดระแวง คิดิ ว่่า จะมีีคนมาทำำ�ร้้าย มัักจะทำ�ำ ร้้ายผู้อ�ื่น� ก่่อน ผลกระทบต่อ่ ครอบครัวั 1. ขาดความรัับผิดิ ชอบต่่อครอบครััวหรืือญาติพิ ี่น�่ ้้อง ครอบครัวั หมดความสุุข และเป็็นภาระ ต่่อบุุคคลในครอบครัวั ทำ�ำ ความเดืือดร้้อนให้้ครอบครััว 2. ครอบครััวประสบปััญหาด้้านเศรษฐกิจิ ผลกระทบต่อ่ สัังคมหรืือชุมุ ชน 1. เป็็นที่ร่� ังั เกีียจของสัังคมหรือื ชุุมชนไม่่มีีใครอยากคบด้้วยเข้้าสังั คมไม่่ได้้ 2. เป็็นอาชญากรเพราะผู้�ติดิ ยาต้้องพยายามทุุกวิิถีีทางที่จ�่ ะให้้ได้้ยาเสพติิด 146 รู้�ค้ ิดิ รู้ท�้ ััน ป้้องกัันยาเสพติดิ
ใบความรู้้�ที่�่ 2 การใช้ย้ าในทางที่่�ผิดิ ยาแก้้ไอผสมโคเดอีีน ยาแก้้ไอ เดกซ์์โทรเมทอร์์แฟน ยาโรฮิบิ นอล ชื่อ� เรีียกอื่่น� : MB, ลีีน, บาร์์ ชื่�อเรีียกอื่่�น : เรดเดวิลิ , เด็ก็ ซ์์ ชื่อ� เรีียกอื่่�น : แมว ยาหลัับ สีีม่่วง ยาเมาโรเช่่ ยามิดิ าโซแลม หรืือยาโดมิคิ ุ่่�ม ยาอััลปราโซแลม ยาไดอาซีีแพม ยาไนเมตาซีีแพม ชื่อ� เรีียกอื่่�น : กุ้้ม� คุ่ม�่ ชื่�อเรีียกอื่่�น : โซแลม, ชื่อ� เรีียกอื่่�น :วาเลีียม, ชื่�อเรีียกอื่่น� : อิิริมิ ินิ 5, ยาแฮปปี้้�, ยาเสีียสาว แวเลีียม ไฟว์-์ ไฟว์์ (five - five) ยามอมยาสลัดั ผ้้ายาส่่าย ยาทรามาดอล ยาโปรเมทธาซีีน ยาเบนซ์์เฮกซอล ชื่อ� เรีียกอื่่�น :แค็็บ, แท็ก็ ซี่�,่ ชื่อ� เรีียกอื่่น� : โพโคดิลิ , ชื่อ� เรีียกอื่่�น : บีีไฟว์์,B5 เขีียวเหลืือง โปรโคดิลิ การใช้้ยาในทางที่่�ผิิด หมายถึึง การนำ�ำ ยารัักษาโรคมาใช้้โดยไม่่มีีจุุดมุ่�่งหมายทางการแพทย์์ แต่่มุ่ง�่ หวังั เพื่่อ� ตอบสนองความต้้องการบางอย่่าง เช่่น การกระตุ้น� ประสาทเพื่่อ� ให้้ร่่างกายมีีการตื่่น� ตัวั อยู่เ�่ สมอ การใช้้เพื่่อ� ความสนุุกสนาน การทำ�ำ ให้้เกิดิ ความเคลิบิ เคลิ้้ม� การหลบหนีีจากความกดดันั ของ สังั คม เป็น็ ต้้น ซึ่่ง� ทำ�ำ ให้้เกิดิ อันั ตรายต่่อร่่างกาย และจิติ ใจของผู้ใ� ช้้ยา ปัจั จุุบันั เด็ก็ และเยาวชนมีีการนำำ� ยารัักษาโรคหลายชนิิดมาใช้้ในทางที่่�ผิิด ซึ่่�งก่่อให้้เกิิดผลกระทบต่่อร่่างกายและจิิตใจ โดยยาที่่�เด็็ก และเยาวชนมัักจะนำ�ำ มาใช้้ในทางที่�่ผิิด เช่่น ยาแก้้ไอผสมโคเดอีีน ยาแก้้ไอ เดกซ์์โทรเมทอร์์แฟน ยาโรฮิิบนอล ยามิิดาโซแลมหรืือยาโดมิิคุ่�่ม ยาอััลปราโซแลม ยาไดอาซีีแพม ยาไนเมตาซีีแพม ยาทรามาดอล ยาโปรโคดิิล หรือื ยาเบนซ์เ์ ฮกซอล (บีีไฟว์)์ เป็็นต้้น Be Smart Say No To Drugs 147
ใบความรู้้�ที่่� 3 ทักั ษะการส่่งเสริิมการมีีส่ว่ นร่ว่ ม ในการป้้องกันั ยาเสพติดิ ทักั ษะในการส่ง่ เสริมิ การมีสี ่ว่ นร่ว่ มในการป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ จาก ครอบครัวั โรงเรียี น ชุมุ ชน สังั คม สร้้างพื้้น� ปลอดภัยั หมายถึงึ การดำำ�เนินิ งานเพื่่อ� ให้้ พื้้น� ที่ห่� นึ่่ง� ๆ มีีความสามารถบริหิ ารหน่่วยงาน/ องค์์กรต่่างๆ และทุุกภาคส่่วนในพื้้�นที่�่ ได้้แก่่ สถานศึึกษา สถานประกอบการ หมู่่�บ้้านชุุมชน เกิิดการดำำ�เนิินงานป้้องกัันและแก้้ไขปััญหายาเสพติิดด้้วยการมีีส่่วนร่่วมของประชากรในพื้้�นที่่�นั้้�นๆ เพื่่�อนำำ�สู่�่ความปลอดภััยจากปััญหายาเสพติิดและลดผลกระทบที่่�เกิิดขึ้ �นจากปััญหายาเสพติิด โดยครอบคลุุมใน ๓ มิติ ิสิ ำ�ำ คััญ ได้้แก่่ 1. ดููแลช่่วยเหลืือกลุ่�มที่่�มีีความเสี่ �ยงสููง เพื่่�อป้้องกัันมิิให้้เข้้าไปยุ่่�งเกี่่�ยวกัับยาเสพติิด และดููแลแก้้ไขปััญหากลุ่ม่� ที่่�ประสบปััญหา อาทิิ ผู้้�เสพ - ผู้้�ติดิ เพื่่�อลดผลกระทบต่่อครอบครััว ชุุมชน และสัังคม รวมทั้้ง� ประคัับประคองจนสามารถลดละเลิกิ ยาเสพติิดได้้ และให้้โอกาสคืนื สู่�่สังั คม 2. เพิ่่ม� ปัจั จัยั /กิจิ กรรม/พื้้�นที่่เ� ชิงิ บวก เพื่่อ� ส่่งเสริิมให้้ประชากรในพื้้�นที่�่มีีบริบิ ทแวดล้้อมที่�่ดีี สามารถมีีทางเลืือกที่่�ดีีในการใช้้ชีีวิิต ไม่่หัันไปยุ่�่งเกี่�่ยวกัับยาเสพติิด อาทิิ การจััดกิิจกรรมพััฒนา คุุณภาพชีีวิติ การฝึกึ อาชีีพ และสร้้างงานเพื่่อ� ให้้เด็ก็ และเยาวชนมีีอนาคตที่ด่� ีี การจัดั ให้้มีีพื้้น� ที่ด่� ำ�ำ เนินิ กิจิ กรรมสร้้างสรรค์์ การเสริิมสร้้างสถาบัันครอบครัวั ที่�่อบอุ่น�่ การสร้้างองค์์กรชุุมชนที่เ่� ข้้มแข็็ง 3. ขจััด หรืือ ควบคุุม เฝ้้าระวัังปััจจััยเสี่�ยง/พื้้�นที่่�เสี่�ยง อาทิิ การจััดระเบีียบสัังคม สถานบันั เทิงิ สถานบริกิ าร ตลอดจนแหล่่งมั่ว� สุ่ม�่ ต่่างๆ ในพื้้น� ที่�่ และเฝ้า้ ระวังั มีีให้้ปัจั จัยั /พื้้น� ที่เ�่ หล่่านั้้น� มีีอิิทธิิพลเหนี่ย�่ วนำำ�ประชากรเข้้าไปสู่ว่� งจรยาเสพติิด 148 รู้ค�้ ิดิ รู้�้ทััน ป้้องกันั ยาเสพติดิ
แนวทางการจัดั การเรีียนรู้้�ยาเสพติดิ ระดัับชั้้น� มัธั ยมศึกึ ษาปีีที่่� 5 เรื่อ่� ง Campaign “Say No To Drugs” (เวลา 50 นาทีี) 1. มาตรฐานการเรีียนรู้้�และตััวชี้้ว� ััด พ 5.1 ม.4 - 6/1 มีีส่่วนร่่วมในการป้อ้ งกันั ความเสี่่�ยงต่่อการใช้้ยา การใช้้สารเสพติิดและความรุุนแรง เพื่่�อสุุขภาพของตนเอง ครอบครััวและสังั คม พ 5.1 ม.4 - 6/2 วิิเคราะห์์ผลกระทบที่่�เกิดิ จากการครอบครอง การใช้้ และการจำ�ำ หน่่ายสารเสพติิด 2. สาระสำำ�คััญ ปัจั จุุบันั ปัญั หาแพร่่ระบาดยาเสพติดิ ทั้้ง� ในโรงเรีียนและนอกโรงเรีียนมีีแนวโน้้มทวีีความรุุนแรงมากยิ่่ง� ขึ้น� จึงึ ส่่งผลให้้เด็ก็ และเยาวชนมีีความเสี่ย่� งที่จ�่ ะเข้้าไปเกี่ย่� วข้้องกับั ยาเสพติดิ อย่่างง่ายดาย ไม่่ว่่าจะเป็น็ ในรููปแบบ การครอบครอง การเสพ และการจำำ�หน่่ายยาเสพติดิ ซึ่่ง� การเข้้าไปเกี่�่ยวข้้องจะสร้้างผลกระทบและเกิิดปััญหา อย่่างร้้ายแรงต่่อตััวเด็็กและเยาวชน เกิิดเป็็นปััญหาครอบครััว ปััญหาสัังคม ส่่งผลกระทบต่่อประเทศ ดัังนั้้�น เพื่่�อป้้องกัันการเกิิดปััญหาและผลกระทบดัังกล่่าว โรงเรีียนจึึงเป็็นส่่วนสำ�ำ คััญที่�่ต้้องเสริิมสร้้างการมีีส่่วนร่่วม และสร้้างจิิตสำำ�นึึกรัับผิิดชอบของนัักเรีียนในการป้้องกัันและแก้้ไขปััญหายาเสพติิดในโรงเรีียนให้้ปลอดภััย จากยาเสพติดิ จุุดประสงค์์การเรีียนรู้้� พฤติิกรรมทัักษะชีวี ิิต สาระการเรีียนรู้้� 1. นัักเรีียนมีีความรู้้�ความเข้้าใจ องค์์ประกอบที่่� 2 1. ตัวั อย่่างข่่าวยาเสพติดิ เกี่ย่� วกับั ผลกระทบจากปััญหา การคิดิ วิิเคราะห์ ์ ตััดสิินใจ ในปััจจุุบันั (ใบความรู้�้ที่�่ 1) ยาเสพติิดได้้ และแก้้ปััญหาอย่่างสร้้างสรรค์์ 2. ผลกระทบจากปััญหา 2. นักั เรีียนสามารถนำ�ำ ความรู้้� ข้้อ 1 เลืือกรัับข้้อมููลข่่าวสาร ยาเสพติิด (ใบความรู้�ท้ ี่่� 2) เกี่�่ยวกัับผลกระทบจากปััญหา อย่่างไตร่่ตรองและรู้้เ� ท่่าทััน 3. แนวทางการทำ�ำ สื่่อ� ยาเสพติิดมาออกแบบเป็็นสื่ อ� สัังคมที่่�เปลี่ย�่ นแปลง ประชาสัมั พัันธ์์ (ใบความรู้้ท� ี่่� 3) เผยแพร่่รณรงค์ส์ ร้้างการรัับรู้้�ได้้ กิิจกรรมการเรีียนรู้้� ขั้้น� นำำ�เข้้าสู่่�บทเรียี น (10 นาทีี) 1. นัักเรีียนและครููกัับร่่วมกัันสนทนาเกี่่�ยวกัับปััญหายาเสพติิดในปััจจุุบััน เช่่น ข่่าวเคนมผง หรืือข่่าวอื่�นๆ ที่ป่� รากฏในสื่อ� - นัักเรีียนคิิดว่่าหากนักั เรีียนใช้้สารเสพติดิ จะส่่งผลกระทบต่่อใคร อย่่างไรบ้้าง - นักั เรีียนคิดิ ว่่านักั เรีียนสามารถเป็น็ ส่่วนหนึ่่ง� ในการช่่วยเหลือื หรือื ป้อ้ งกันั ตนเอง ครอบครัวั สัังคม ประเทศชาติจิ ากยาเสพติดิ ได้้หรือื ไม่่ อย่่างไร 2. นักั เรีียนและครููสนทนาเกี่่ย� วกับั สื่�อรณรงค์ท์ ี่�่นักั เรีียนรู้จ้� ักั ในปััจจุุบันั (เช่่น Poster Infographic Facebook Youtube TikTok หนังั สั้น� หนัังสือื เล่่มเล็็ก เป็็นต้้น) 3. นักั เรีียนและครููร่่วมกัันสนทนาตัวั อย่่างสื่อ� รณรงค์์ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด Be Smart Say No To Drugs 149
กิิจกรรมการเรีียนรู้้� ขั้้�นกิิจกรรม (35 นาที)ี ใช้ใ้ บงาน 1. แบ่่งกลุ่ม�่ นัักเรีียน จำ�ำ นวน 4 กลุ่�่มหรืือตามความเหมาะสม โดยแต่่ละกลุ่่�มส่่ง Campaign ตััวแทนออกมาจับั ฉลากเลืือกหัวั ข้้อ ดัังนี้้� “Say No - กลุ่ม่� ที่�่ 1 ผลกระทบของยาเสพติิดต่่อตนเอง To Drugs” - กลุ่ม่� ที่่� 2 ผลกระทบของยาเสพติดิ ต่่อครอบครััว - กลุ่ม่� ที่่� 3 ผลกระทบของยาเสพติดิ ต่่อสัังคม - กลุ่ม่� ที่�่ 4 ผลกระทบของยาเสพติดิ ต่่อประเทศชาติิ 2. นักั เรีียนแต่่ละกลุ่ม่� ระดมความคิดิ รายละเอีียดเนื้้อ� หาตามหัวั ข้้อที่ไ�่ ด้้รับั และให้้แต่่ละกลุ่ม่� เลือื กรููปแบบ สื่อ� รณรงค์ท์ ี่ต�่ ้้องการออกแบบโดยไม่่ซ้ำำ�� กันั เช่่น กลุ่ม�่ ที่่� 1 เลือื กรููปแบบ Poster กลุ่ม่� อื่่น� จะต้้องเลือื กรููปแบบอื่น� เช่่น Infographic Facebook Youtube TikTok หนัังสั้�น หนัังสื่อ� เล่่มเล็ก็ เป็น็ ต้้น 3. นักั เรีียนแต่่ละกลุ่ม�่ นำ�ำ เสนอหน้้าชั้น� เรีียนเพื่่อ� แลกเปลี่ย�่ นเรีียนรู้ร�้ ่่วมกันั พร้้อมทั้้ง� จัดั แสดงผลงาน ในห้้องเรีียน โดยครููแนะนำำ�ให้้นัักเรีียนต่่อยอดนำำ�ไปใช้้ในกิจิ กรรมรณรงค์ต์ ่่อต้้านยาเสพติดิ ในโรงเรีียน ขั้้น� สรุุป (5 นาทีี) นัักเรีียนและครููร่่วมกัันสรุุปแผนรณรงค์์ของแต่่ละกลุ่่�มโดยใช้้คำำ�ถาม R - C - A R : นัักเรีียนรู้ส้� ึกึ อย่่างไรกัับรููปแบบสื่อ� รณรงค์์ที่เ่� พื่่�อนนำำ�เสนอ C : ที่ผ่� ่่านมานักั เรีียนเคยทำำ�กิจิ กรรมรณรงค์เ์ พื่่อ� ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ หรือื ไม่่ นักั เรีียนทำำ�อย่่างไร ผลเป็็นอย่่างไร A : ถ้้านัักเรีียนได้้รัับมอบหมายให้้เชิิญชวนเพื่่�อนหรืือบุุคคลทั่่�วไปเข้้ามามีีส่่วนร่่วมใน การรณรงค์ป์ ้้องกัันยาเสพติิด นักั เรีียนจะใช้้วิิธีีการใดและสื่�อชนิิดใด ภาระ/ชิ้้น� งาน รููปแบบสื่อ� รณรงค์ต์ ามหัวั ข้้อที่่�ได้้รัับมอบหมาย สื่�่อ/แหล่ง่ เรีียนรู้้� ข่่าวยาเสพติดิ ในปัจั จุุบััน การวััดผลและประเมิินผล การวัดั ผลและประเมิินผล เครื่่อ� งมืือที่่�ใช้้วััด ผลการนำ�ำ เสนอแผนผังั ความคิิด แบบประเมินิ ชิ้�นงานกลุ่่ม� คลิิปวีีดีีโอ เรื่อ่� ง เชนไดร้้ท์์โฟมตายเกลี้้�ยง 150 รู้้ค� ิิด รู้ท้� ััน ป้้องกันั ยาเสพติดิ
แบบประเมิินการทำำ�งานกลุ่่�ม กลุ่่�ม .......................................................... สมาชิกิ ในกลุ่ม�่ 1. ................................................ 2. ................................................ 3. ................................................ 4. ................................................ 5. ................................................ 6. ................................................ พฤติิกรรมที่่ส� ังั เกต คะแนน 1. ความร่่วมมือื ในการทำ�ำ งาน 321 2. ความตั้้�งใจในการทำำ�งาน 3. ความรัับผิิดชอบ คะแนน 321 รวม รายการประเมิิน สมาชิิกภายในกลุ่ม�่ สมาชิกิ ภายในกลุ่�ม่ สมาชิกิ ภายในกลุ่�่ม 1. ความร่่วมมืือในการทำ�ำ งาน ให้้ความร่่วมมืือใน ให้้ความร่่วมมืือใน ให้้ความร่่วมมืือใน การทำ�ำ งานดีีมาก การทำ�ำ งานปานกลาง การทำ�ำ งานน้้อย 2. ความตั้้�งใจในการทำ�ำ งาน สมาชิกิ ในกลุ่่�ม สมาชิกิ ในกลุ่�ม่ สมาชิกิ ในกลุ่ม�่ ไม่่มีี 3. ความรัับผิดิ ชอบ มีีการวางแผน มีีการวางแผน การวางแผนในการ ในการทำำ�งาน ในการทำ�ำ งานร่่วมกันั ทำ�ำ งานร่่วมกันั รวม ร่่วมกััน และปฏิิบััติิ และปฏิิบััติิตาม เกณฑ์ก์ ารประเมินิ ตามแผนที่่ว� างไว้้ได้้ แผนที่่ว� างไว้้แต่่ไม่่ 7 - 9 คะแนน ดีี ครบถ้้วน ครบถ้้วน 4 - 6 คะแนน พอใช้้ 1 - 3 คะแนน ควรปรับั ปรุุง มีีการแบ่่งหน้้าที่่� มีีการแบ่่งหน้้าที่�่ ไม่่มีีการแบ่่งหน้้าที่�่ ของสมาชิิกภายใน ของสมาชิิกภายใน ของสมาชิกิ ภายใน กลุ่่�มอย่่างชััดเจน กลุ่�่มแต่่ไม่่ชัดั เจน กลุ่�่มอย่่างชััดเจน และปฏิิบัตั ิิตาม หรือื สมาชิิกไม่่ได้้ และสมาชิกิ ส่่วนใหญ่่ หน้้าที่่� ปฏิิบััติิตามหน้้าที่่� ไม่่ปฏิบิ ััติิงาน ที่ไ่� ด้้รับั มอบหมาย ที่�ไ่ ด้้รัับมอบหมาย Be Smart Say No To Drugs 151
152 รู้�ค้ ิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
1. 2. 3. 4. 5. Be Smart Say No To Drugs 153
154 รู้�ค้ ิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
แนวทางการจัดั การเรีียนรู้้�ยาเสพติดิ ระดัับชั้้น� มััธยมศึึกษาปีที ี่�่ 6 เรื่อ่� ง Big Brothers พี่่ใ� หญ่ใ่ จโต (เวลา 50 นาทีี) 1. มาตรฐานการเรีียนรู้้�และตััวชี้้ว� ััด มาตรฐาน พ 5.1 ป้้องกัันและหลีีกเลี่�่ยงปััจจััยเสี่่�ยง พฤติิกรรมเสี่�่ยงต่่อสุุขภาพ อุุบััติิเหตุุ การใช้้ยา/ สารเสพติดิ และความรุุนแรง พ 5.1 ม.4 – 6 /2 วิเิ คราะห์ผ์ ลกระทบที่่�เกิดิ จากการครอบครอง การใช้้ และการจำำ�หน่่ายสารเสพติดิ 2. สาระสำำ�คััญ ปััญหายาเสพติดิ เป็็นปัญั หาสำ�ำ คัญั ประการหนึ่่ง� ของประเทศ ซึ่่�งบ่่อนทำำ�ลายทรััพยากรและความมั่่�นคง ของประเทศชาติิและสัังคมเป็็นอย่่างมาก ซึ่่�งส่่งผลกระทบต่่อชีีวิิตและอนาคต โดยการแก้้ไขปััญหายาเสพติิด ที่่�สำ�ำ คััญ คืือ การส่่งเสริิมให้้ทุุกคนได้้มีีส่่วนร่่วม มีีจิิตอาสา และมีีจิิตสำำ�นึึกในการป้้องกัันและแก้้ไขปััญหา ยาเสพติดิ ร่่วมกันั เพื่่อ� ให้้สังั คมปลอดภัยั จากยาเสพติดิ อย่่างมีีคุุณภาพโดยผ่่านโครงการ/กิจิ กรรมต่่างๆ ที่ท่� ุุกคน ที่่�มีีส่่วนเกี่่�ยวข้้อง เช่่น นัักเรีียนในโรงเรีียน (รุ่่�นพี่�่/รุ่่�นน้้อง) ครูู ฯลฯ ได้้ระดมความคิิด ออกแบบการป้้องกััน และแก้้ไขปัญั หายาเสพติดิ ได้้อย่่างตรงจุุด สามารถลดปัญั หาพฤติกิ รรมเสี่ย่� งได้้อย่่างยั่ง� ยืนื รวมถึงึ การเสริมิ สร้้าง พื้้น� ที่�่ปลอดภััยในโรงเรีียนให้้มีีความเข้้มแข็ง็ มากยิ่่ง� ขึ้น� จุุดประสงค์์การเรีียนรู้้� พฤติิกรรมทักั ษะชีวี ิิต สาระการเรีียนรู้้� 1. เพื่่อ� ส่่งเสริมิ ให้้นักั เรีียน องค์์ประกอบที่่� 4 การสร้้าง 1. ผลกระทบการใช้้ยาเสพติิด สามารถออกแบบกิจิ กรรม/ สัมั พัันธภาพที่่ด� ีีกัับผู้�อื่น� 2. โปสเตอร์์อิินโฟกราฟฟิกิ โครงการเพื่่อ� การพัฒั นาโรงเรีียน ข้้อ 4 มีีจิติ อาสาช่่วยเหลือื ผู้อ�ื่�น “ยาเสพติิดภัยั ร้้ายใกล้้ตััว” ในมิิติิต่่างๆ ได้้ 3. วิธิ ีีการเขีียนโครงการ 2. เพื่่อ� ส่่งเสริิมให้้นัักเรีียน (ใบความรู้ท�้ ี่�่ 1) มีีจิิตสาธารณะในการทำ�ำ 4. การมีีจิติ สำำ�นึึกรับั ผิดิ ชอบ คุุณประโยชน์์เพื่่�อรุ่�น่ น้้อง ต่่อสัังคมในการป้อ้ งกัันและ และโรงเรีียน การแก้้ไขปัญั หายาเสพติิด (ใบความรู้ท�้ ี่�่ 2) กิิจกรรมการเรีียนรู้้� ขั้้น� นำ�ำ เข้้าสู่่�บทเรียี น (10 นาทีี) 1. นัักเรีียนและครููร่่วมสนทนาเกี่�่ยวกัับผลกระทบของยาเสพติิดพร้้อมยกตััวอย่่างภาพประกอบ เช่่น ภาพผลกระทบของการใช้้ยาเสพติิด 2. นักั เรีียนฟัังครููอธิิบายผลกระทบของยาเสพติดิ (อิินโฟกราฟฟิิก “ยาเสพติิดภััยร้้ายใกล้้ตััว”) Be Smart Say No To Drugs 155
กิิจกรรมการเรีียนรู้้� 3. นัักเรีียนฟัังครููทบทวนความรู้้� ผลกระทบของยาเสพติิด โดยการถามตอบ หรืือใช้้เกม kahoot เป็็นตัวั วัดั ความรู้้� ขั้้น� กิิจกรรม (35 นาทีี) ใช้ใ้ บงาน 1. นัักเรีียนศึึกษาจุุดประสงค์์การเรีียนรู้�้การสำำ�รวจทำ�ำ กิิจกรรมในโรงเรีียน Big Big Brothers พี่่�ใหญ่่ใจโต ตระหนักั ถึงึ พื้้�นที่�่ปลอดภัยั ในโรงเรีียน 2. นักั เรีียนแบ่่งกลุ่ม�่ 3 กลุ่่�ม กลุ่ม่� ละเท่่าๆกััน Brothers 3. นักั เรีียนวางแผนการทำ�ำ โครงการบริิเวณภายในโรงเรีียน พี่�ใ่ หญ่ใ่ จโต 4. นัักเรีียนฟัังครููอธิิบายประเด็็นในการเขีียน Big Brothers พี่�่ใหญ่่ใจโต เพื่่�อให้้นัักเรีียนเข้้าใจ จุุดประสงค์์ และออกแบบกิิจกรรมหรืือโครงการได้้อย่่างสร้้างสรรค์์ โดยมีีประเด็็นการเขีียนโครงการ ตามใบความรู้ท�้ ี่�่ 1 ขั้้�นสรุุป (5 นาทีี) 1. นัักเรีียนและครููสรุุปกิจิ กรรมในคาบเรีียน และนำำ�เสนอโครงการหน้้าชั้�นเรีียน 2. นัักเรีียนตอบคำ�ำ ถาม R - C - A เพื่่อ� นำ�ำ ไปสู่ก�่ ารพัฒั นาทักั ษะชีีวิติ R: นัักเรีียนรู้�ส้ ึึกอย่่างไรต่่อกิจิ กรรม Big Brothers พี่่ใ� หญ่่ใจโต C: ที่ผ่� ่่านมานักั เรีียนเคยทำ�ำ กิจิ กรรมช่่วยป้อ้ งกันั หรือื แก้้ไขปัญั หายาเสพติดิ ในพื้้น� ที่โ่� รงเรีียน หรืือไม่่ ทำ�ำ กิิจกรรมใด A: ถ้้าภายในบริิเวณโรงเรีียนมีีพื้้�นที่�่เสี่�่ยงต่่อการใช้้สารเสพติิด นัักเรีียนจะใช้้วิิธีีการใด ที่�จ่ ะสร้้างพื้้น� ที่�ป่ ลอดภััยในโรงเรีียน ภาระ/ชิ้้น� งาน - กิิจกรรม Big Brothers พี่่�ใหญ่่ใจโต สื่�่อ/แหล่่งเรีียนรู้้� - สื่่อ� บุุคคล เช่่น เพื่่�อน,ครูู ฯลฯ - สื่่�ออิินเทอร์เ์ น็็ต - https://kahoot.it/ การวััดผลและประเมินิ ผล 1. แบบสัังเกตพฤติกิ รรมการทำำ�งานกลุ่่ม� 2. แบบประเมิินการสัังเกตพฤติกิ รรมนัักเรีียนรายบุุคคล 3. เกณฑ์์การวัดั และประเมิินผลการสัังเกตพฤติิกรรมนักั เรีียนรายบุุคคล (Rubric) 156 รู้ค้� ิดิ รู้ท้� ััน ป้้องกัันยาเสพติิด
แบบประเมิินการทำ�ำ งานกลุ่่�ม คำำ�ชี้้�แจง ให้้ผู้้�สอนสังั เกตพฤติกิ รรมของนักั เรีียนในระหว่่างเรีียนและนอกเวลาเรีียน แล้้วขีีด ✓ลงในช่่องว่่าง ที่่�ตรงกัับระดัับคะแนน ลำำ� ชื่อ�่ -สกุลุ ความร่่วมมืือ การแสดง การรัับฟังั การตั้้�งใจ การแก้้ไข รวม ดัับ ของผู้้ร� ับั กััน ความคิดิ เห็็น ความคิิดเห็็น ทำำ�งาน ปััญหา/หรืือ 20 ที่่� การประเมิิน 4321 4321 4321 ปรับั ปรุุงผล คะ ทำ�ำ กิิจกรรม งานกลุ่ �ม แนน 4321 4321 Be Smart Say No To Drugs 157
แบบประเมินิ การสัังเกตพฤติกิ รรมนักั เรีียนรายบุุคคล ชั้้น� มัธั ยมศึึกษาปีีที่่�........................ สังั เกตพฤติิกรรมการเรีียนรู้้�วัันที่่�.......................เดืือน..................................พ.ศ............................ ลำำ� เกณฑ์์การให้้คะแนน ดับั ความตั้้�งใจ ความสนใจ การตอบ มีสี ่่วนร่ว่ ม รวม ระดับั ที่่� ชื่่�อ – สกุลุ ในการเรียี น และการ คำำ�ถาม ในกิิจกรรม (16) คุุณภาพ (4) ซัักถาม (4) (4) (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชื่อ� ............................................................ผู้�ประเมินิ ...................../..................../................... เกณฑ์ก์ ารให้้คะแนนดัังตารางแนบท้้าย เกณฑ์์การประเมินิ ในการสังั เกตพฤติกิ รรมการเรีียนรู้ �้ ดัังนี้้� ช่ว่ งคะแนน ระดัับคุณุ ภาพ 14-16 ดีีมาก 11-13 ดีี 8-10 พอใช้้ 0-7 ปรัับปรุุง 158 รู้้�คิดิ รู้้ท� ันั ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
เกณฑ์ก์ ารวัดั และประเมินิ ผลการสังั เกตพฤติกิ รรมนักั เรีียน รายบุุคคล (Rubric) ประเด็็นการ เกณฑ์์การให้้คะแนน ประเมินิ ดีีมาก (4) ดีี (3) พอใช้้ (2) ต้้องปรัับปรุุง (1) 1. ความตั้้�งใจ สนใจในการเรีียน สนใจในการเรีียน สนใจในการเรีียน ไม่่สนใจในการเรีียน ในการเรียี น ไม่่คุุยหรืือเล่่นกันั คุุยกัันเล็ก็ น้้อย คุุยกัันและเล่่นกััน คุุยและเล่่นกััน ในขณะเรีียน ในขณะเรีียน ในขณะเรีียนเป็็น ในขณะเรีียน บางครั้้ง� 2. ความสนใจและ มีีการถามในหััวข้้อ มีีการถามในหัวั ข้้อ มีีการถามในหัวั ข้้อ ไม่่ถามในหััวข้้อ การซักั ถาม ที่ต่� นไม่่เข้้าใจทุุกเรื่อ� ง ที่�่ตนไม่่เข้้าใจ ที่�่ตนไม่่เข้้าใจ ที่ต�่ นไม่่เข้้าใจ และกล้้าแสดงออก เป็็นส่่วนมาก เป็น็ บางครั้้�ง และไม่่กล้้า และกล้้าแสดงออก และไม่่ค่่อยกล้้า แสดงออก แสดงออก 3. การตอบคำ�ำ ถาม ร่่วมตอบคำ�ำ ถาม ร่่วมตอบคำำ�ถาม ร่่วมตอบคำำ�ถาม ไม่่ตอบคำำ�ถาม ในเรื่อ� งที่ค่� รููถาม ในเรื่อ� งที่�่ครููถาม ในเรื่อ� งที่่�ครููถาม และตอบคำ�ำ ถาม และตอบคำำ�ถาม เป็็นบางครั้้�ง ถููกทุุกข้้อ ส่่วนมากถููก และตอบคำำ�ถามถููก เป็็นบางครั้้�ง 4. มีีส่ว่ นร่่วม ร่่วมมือื และ ร่่วมมือื และ ร่่วมมือื และ ไม่่มีีความร่่วมมืือ ในกิิจกรรม ช่่วยเหลืือเพื่่อ� น ช่่วยเหลืือเพื่่�อน ช่่วยเหลือื เพื่่อ� น ในขณะทำำ�กิจิ กรรม ในการทำำ�กิิจกรรม เป็็นส่่วนใหญ่่ ในการทำำ�กิจิ กรรม ในการทำำ�กิจิ กรรม เป็น็ บางครั้้�ง Be Smart Say No To Drugs 159
1. นัักเรีียนดูภู าพผลกระทบการใช้ย้ าเสพติดิ และให้้นักั เรีียนวิิเคราะห์ว์ ่่า ภาพผู้้�หญิิงคนนี้้เ� กิดิ จากสาเหตุุใด 160 รู้้ค� ิดิ รู้�ท้ ันั ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
Be Smart Say No To Drugs 161
ใบความรู้้�ที่�่ 1 ขั้้�นตอนการทํําโครงการ มีีดังั นี้้� 1.ชื่่�อโครงการ ต้้องเป็น็ ชื่�อที่่�เหมาะสม ชัดั เจน ดึงึ ดููดความสนใจ และเฉพาะเจาะจงว่่าจะทำ�ำ อะไร 2.หลักั การและเหตุผุ ล เป็น็ การแสดงถึงึ ปัญั หาความจำ�ำ เป็น็ ผู้้เ� ขีียนโครงการต้้องพยายามหาเหตุุผล ต่่างๆ เพื่่�อแสดงให้้ผู้้�พิิจารณาโครงการเห็็นความจำ�ำ เป็็น และความสำำ�คััญของโครงการ เพื่่�อที่่� จะสนับั สนุุนต่่อไป 3.วััตถุุประสงค์์/เป้้าหมาย เป็็นการแสดงถึึงความต้้องการที่่�จะกระทำำ�สิ่่�งใดสิ่ �งหนึ่่�งการเขีียน วััตถุุประสงค์์ต้้องเขีียนให้้ตรงกัับปััญหาว่่าระบุุไว้้เพื่่�อแสดงให้้เห็็นถึึงจุุดมุ่่�งหมายที่�่จะแก้้ปััญหานั้้�นๆ และต้้องกำ�ำ หนดวัตั ถุุประสงค์ใ์ นสิ่�งที่�่เป็็นไปได้้ สามารถวััดได้้ 4.วิธิ ีดี ำ�ำ เนินิ การ แสดงขั้น� ตอนภารกิจิ ที่จ�่ ะต้้องทำำ�ให้้การดำำ�เนินิ งานตามโครงการและระยะเวลาในการ ปฏิบิ ััติแิ ต่่ละขั้�นตอน เพื่่�อเป็็นแนวทางในการพิจิ ารณาความเป็น็ ไปได้้ของโครงการ 5.ระยะเวลาและสถานที่่�ดำ�ำ เนิินการ เป็็นการระบุุเวลาที่�่เริ่�มต้้นและสิ้�นสุุดโครงการและสถานที่่� ที่�่จะทำำ�โครงการเพื่่�อสะดวกในการพิิจารณาและติิดตามผลของโครงการ 6.งบประมาณ แสดงยอดรวมงบประมาณทั้้�งหมดที่่�ใช้้ในการดำ�ำ เนิินโครงการแหล่่งที่่�มาและแยก รายละเอีียดค่่าใช้้จ่่ายที่่�ชััดเจนว่่าเป็น็ ค่่าใช้้จ่่ายอะไรบ้้าง 7.ผู้�ร้ ับั ผิิดชอบโครงการ ต้้องระบุุชื่่อ� ผู้ท� ี่�่ทำ�ำ โครงการ 8.ผลที่่�คาดว่่าจะได้้รัับ เป็็นการระบุุประโยชน์์ที่่�คิิดว่่าจะได้้จากความสำำ�เร็็จเมื่ �อสิ้ �นสุุดโครงการ เป็็นการระบุุว่่าใครจะได้้รัับผลประโยชน์์และผลกระทบหรืือมีีการเปลี่�่ยนแปลงในเรื่ �องอะไรทั้้�ง เชิงิ คุุณภาพและปริิมาณและต้้องสอดคล้้องกับั วัตั ถุุประสงค์์ 9.การประเมิินผลโครงการ เป็็นการระบุุว่่าหากได้้มีีการดำ�ำ เนิินโครงการแล้้ว จะมีีการติิดตาม ดููผลได้้อย่่างไร เมื่อ� ใด 162 รู้ค้� ิิด รู้ท�้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
ใบความรู้้�ที่�่ 2 การมีีจิิตสำ�ำ นึกึ รับั ผิดิ ชอบต่อ่ สัังคมในการป้อ้ งกันั และแก้้ไขปัญั หายาเสพติิด จิิตสาธารณะ (Public mind) หมายถึึง จิิตสำำ�นึึกเพื่่�อส่่วนรวม เพราะคำ�ำ ว่่า “สาธารณะ” คืือ สิ่ �งที่�่มิิได้้เป็็นของผู้ �หนึ่่�งผู้ �ใด จิิตสาธารณะจึึงเป็็นความรู้้�สึึกถึึงการเป็็นเจ้้าของในสิ่ �งที่�่เป็็นสาธารณะ ในสิิทธิิและหน้้าที่่�ที่�่จะดููแลและบำำ�รุุงรัักษาร่่วมกััน เช่่น การช่่วยกัันดููแลรัักษาสิ่�งแวดล้้อม โดยการ ไม่่ทิ้้ง� ขยะลงในแหล่่งน้ำ�ำ� การดููแลรักั ษาสาธารณะสมบัตั ิิ เช่่น โทรศัพั ท์ส์ าธารณะ หลอดไฟที่ใ่� ห้้แสงสว่่าง ตามถนนหนทาง แม้้แต่่การประหยััดน้ำ�ำ� ประปา หรือื ไฟฟ้้า ที่่เ� ป็น็ ของส่่วนรวม โดยให้้เกิดิ ประโยชน์์ คุ้ �มค่่าตลอดจนช่่วยดููแลรัักษาให้้ความช่่วยเหลืือผู้ �ทุุกข์์ได้้ยาก หรืือผู้ �ที่่�ร้้องขอความช่่วยเหลืือเท่่าที่�่ จะทำำ�ได้้ ตลอดจนร่่วมมืือกระทำ�ำ เพื่่�อให้้เกิิดปััญหาหรืือช่่วยกัันแก้้ปััญหา แต่่ต้้องไม่่ขััดต่่อกฎหมาย เพื่่อ� รักั ษาประโยชน์ส์ ่่วนร่่วม จิติ สาธารณะเพื่�อ่ ส่่วนรวม จิิตสำำ�นึึกเพื่่�อส่่วนรวมนั้้น� สามารถกระทำ�ำ ได้้ โดยมีีแนวทางเป็น็ 2 ลัักษณะ ดัังนี้้� 1. โดยการกระทำ�ำ ตนเอง ต้้องมีีความรัับผิิดชอบต่่อตนเอง เพื่่�อไม่่ให้้เกิิดผลกระทบและ เกิดิ ความเสีียหาย 2. มีีบทบาทต่่อสัังคมในการรัักษาประโยชน์์ของส่่วนรวม เพื่่�อแก้้ปััญหา สร้้างสรรค์์สัังคม ซึ่ง� ถือื ว่่าเป็น็ ความรับั ผิิดชอบต่่อตนเองและสัังคม ความรับั ผิดิ ชอบต่่อสัังคม เป็็นการช่่วยเหลือื สัังคม ไม่่ทำำ�ให้้ผู้้�อื่น� หรือื สัังคมเดืือดร้้อนได้้รัับความเสีียหาย เช่่น 1. มีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อครอบครัวั เช่่น เชื่อ� ฟังั พ่่อแม่่ ช่่วยเหลือื งานบ้้าน ไม่่ทำำ�ให้้พ่่อแม่่เสีียใจ 2. มีีความรัับผิิดชอบต่่อโรงเรีียน ครููอาจารย์์ เช่่น ตั้้�งใจเล่่าเรีียน เชื่�อฟัังคำ�ำ สั่่�งสอนของครูู อาจารย์์ปฏิิบัตั ิิตามกฎระเบีียบวินิ ััยของโรงเรีียน ช่่วยรักั ษาทรัพั ย์์สมบัตั ิขิ องโรงเรีียน 3. มีีความรัับผิิดชอบต่่อบุุคคลอื่่�น เช่่น ให้้ความช่่วยเหลืือ ให้้คำำ�แนะนำ�ำ ไม่่เอาเปรีียบ เคารพสิทิ ธิซิึ่ง� กันั และกันั 4. มีีความรัับผิิดชอบในฐานะพลเมืือง เช่่น ปฏิิบััติิตามกฎระเบีียบของสัังคม ปฏิิบััติิตาม กฎหมาย รักั ษาสมบัตั ิขิ องส่่วนรวม ให้้ความร่่วมมืือต่่อสัังคมในฐานะพลเมืืองดีี ให้้ความช่่วยเหลือื Be Smart Say No To Drugs 163
164 รู้�ค้ ิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
1ตอนที่่� สาระการเรีียนรู้้�ยาเสพติิดศึกึ ษา 1. รู้้�จัักยาเสพติิด ยาเสพติิด หมายถึงึ สารเคมีี วัตั ถุุชนิดิ ใดๆ ซึ่่ง� เมื่�อเสพเข้้าสู่ร่� ่่างกายไม่่ว่่าจะโดยรัับประทาน ดม สููบ ฉีีด หรือื ด้้วยประการใดๆ แล้้วทํําให้้เกิดิ ผลต่่อร่่างกายและจิติ ใจในลักั ษณะสํําคัญั เช่่น ต้้องเพิ่่ม� ขนาดการเสพเรื่อ� ยๆ มีีอาการถอนยาเมื่อ� ขาดยา มีีความต้้องการเสพทั้้ง� ร่่างกายและจิติ ใจอย่่างรุุนแรงอยู่ต�่ ลอดเวลา และสุุขภาพโดยทั่่ว� ไป จะทรุุดโทรมลง และให้้รวมถึงึ พืชื หรือื ส่่วนต่่างๆ ของพืชื ที่เ�่ ป็น็ หรือื ให้้ผลผลิติ เป็น็ สารเสพติดิ ให้้โทษ หรือื อาจใช้้ ผลิติ เป็น็ สารเสพติดิ ให้้โทษ และสารเคมีีที่ใ�่ ช้้ในการผลิติ สารเสพติดิ ให้้ โทษ ตามกฎหมายว่่าด้้วยสารเสพติดิ ให้้โทษ วััตถุุออกฤทธิ์์� ต่่อจิิตประสาท และ สารระเหย สุุราหรืือแอลกอฮอล์์ เป็็นสารเสพติิดที่ม�่ ีีทั้้�งคุุณและโทษ เมื่�อดื่�มแล้้วจะทำำ�ให้้เกิิดผลต่่อระบบประสาท ส่่วนกลางโดยโทษของสุุรานั้้น� อาจมีีตั้้ง� แต่่ขั้้น� เบา ไปจนถึงึ ขั้น� รุุนแรงอย่่างเช่่น เสีียการทรงตัวั พููดไม่่ชัดั และที่ร�ุุ่นแรง คืือหมดสติิ ดังั นั้้�นสุุราจึึงถููกควบคุุมทั้้�งการจำำ�หน่่าย และการผลิิต จากกฎหมายอย่่างเคร่่งครััด Be Smart Say No To Drugs 165
“บุุหรี่”่� คือื “ยาสููบ” หรือื “ผลิติ ภัณั ฑ์์ ยาสููบ” หมายความว่่า ผลิติ ภัณั ฑ์ท์ ี่ม่� ีีส่่วน ประกอบของใบยาสููบ หรือื พืชื นิโิ คเทีียนาทา แบกกุ้้ม� (Nicotiana tabacum) และให้้ความหมายรวมถึงึ ผลิติ ภัณั ฑ์อ์ื่น� ใดที่ม่� ีีสารนิโิ คตินิ เป็็นส่่วนประกอบ ซึ่่ง� บริโิ ภคด้้วยวิธิ ีี สููบ ดููด ดม อม เคี้ย� ว เป่า่ กิิน หรือื พ่่นเข้้าไปในปาก จมููก ทา หรืือโดยวิธิ ีี อื่�นใด เพื่่อ� ให้้ได้้ผลเช่่นเดีียวกันั (ตามพระราชบััญญััติ ิ ควบคุุมผลิิตภััณฑ์์ยาสููบ พ.ศ.2560) บุุหรี่่�มีีคุุณสมบััติิเป็็นยาเสพติิด ผลิิตมาจากใบยาสููบตากแห้้ง มีีชื่่�อทางวิิทยาศาสตร์์ว่่า Nicotiana tabacum เป็็นพืืชในตระกููล Solanaceae นำำ�ไปผ่่านกระบวนการทางเคมีี และมีีการเพิ่่�มสารอื่่�นๆ โดยมีี ส่่วนประกอบของ “นิโิ คตินิ ” นิโิ คตินิ ในควันั บุุหรี่ท�่ ี่ผ�ู่้ส� ููบได้้รับั เข้้าไปในร่่างกายทำำ�ให้้เกิดิ การเสพติดิ เช่่นเดีียวกับั เฮโรอีีน เมื่อ� มีีการสููดควันั บุุหรี่เ�่ ข้้าไป นิโิ คตินิ จะถููกดููดซึมึ อย่่างรวดเร็ว็ เข้้าสู่ก�่ ระแสเลือื ด และสมองภายใน 10 วินิ าทีี โดยจะกระตุ้�นให้้หลั่�งสารสื่่�อประสาทในสมอง คืือ dopamine ทำ�ำ ให้้เกิิดอารมณ์์แห่่งความสุุข และ Norepinephrine ทำำ�ให้้เกิิดการตื่่�นตััว มีีพลััง มีีสมาธิิ ลดความรู้้�สึึกซึึมเศร้้า เมื่�อหยุุดสููบบุุหรี่�่ปริิมาณของ สารสื่่�อประสาทเหล่่านี้้�จะลดลง ทำำ�ให้้อารมณ์์แห่่งความสุุขของผู้ �สููบบุุหรี่�่หายไป จึึงเกิิดความต้้องการเสพ ทั้้�งทางร่่างกายและจิิตใจโดยไม่่สามารถหยุุดเสพได้้ (dependence) ดัังนั้้�นผู้ �สููบจึึงต้้องแสวงหาบุุหรี่่� มาสููบต่่อไปเรื่อ� ยๆ (craving) เพื่่อ� บรรเทาอาการถอนนิโิ คตินิ (withdrawal symptoms) ได้้แก่่ กระวนกระวาย หงุดหงิดิ ง่าย ไม่่มีีสมาธิิ หิวิ บ่่อย น้ำ�ำ�หนัักขึ้้�น และต้้องเพิ่่ม� ปริมิ าณการสููบมากขึ้้�นจึึงให้้ผลเท่่าเดิมิ (tolerance) นอกจากนี้้�ภาวะการเสพติิดทางจิิตใจ คืือ ทััศนคติิ ความเชื่�อ ความรู้�้สึึกที่�่มีีต่่อการสููบบุุหรี่�่ว่่าบุุหรี่่�ทำ�ำ ให้้ คลายความเครีียด ลดความวิิตกกัังวล ทำ�ำ ให้้มีีสมาธิิ และภาวะการเสพติิดทางสัังคม หรืือนิิสััยความเคยชิิน เกิิดจากการที่่�ผู้�สููบบุุหรี่�่ได้้สร้้างความสััมพัันธ์์ระหว่่างกิิจกรรมประจำ�ำ วัันกัับการสููบบุุหรี่่� กระทรวงสาธารณสุุข ของประเทศสหรััฐอเมริิกา จััดบุุหรี่�่เป็็นยาเสพติิดประเภทหนึ่่�ง แต่่ปััจจุุบัันประเทศไทยยัังไม่่ได้้จััดบุุหรี่�่ให้้เป็็น ยาเสพติิดให้้โทษ แต่่เป็น็ ยาเสพติิดที่ถ�่ ููกกฎหมาย ที่่�มา : เพจ สสส. 166 รู้ค้� ิิด รู้�ท้ ันั ป้้องกันั ยาเสพติิด
2. รู้้�จักั ประเภทของยาเสพติิด 2.1 แบ่่งตามแหล่ง่ ที่่เ� กิิด แบ่่งเป็น็ 2 ประเภท คือื 2.1.1 ยาเสพติิดธรรมชาติิ คืือ ยาเสพติดิ ที่�่ผลิิตมาจากพืืช เช่่น ฝิ่่น� กระท่่อม กัญั ชา เป็น็ ต้้น 2.1.2 ยาเสพติิดสัังเคราะห์์ คืือ ยาเสพติิดที่่�ผลิิตขึ้้�นด้้วยกรรมวิิธีีทางเคมีี เช่่น เฮโรอีีน ยาบ้้า (แอมเฟตามีีน) ยาอีี คีีตามีีน ไอซ์์ เป็น็ ต้้น 2.2 แบ่่งตามการออกฤทธิ์์�ต่่อระบบประสาทส่่วนกลาง แบ่่งเป็น็ 4 ประเภท ได้้แก่่ 2.2.1 ยาเสพติิดประเภทกดประสาท เช่่น ฝิ่่�น มอร์์ฟีนี เฮโรอีีน สารระเหย เป็็นต้้น 2.2.2 ยาเสพติดิ ประเภทกระตุ้น� ประสาท เช่่น ยาบ้้า (แอมเฟตามีีน) ไอซ์์ ยาอีี กระท่่อม โคเคน เป็น็ ต้้น 2.2.3 ยาเสพติดิ ประเภทหลอนประสาท เช่่น แอลเอสดีี เห็็ดขี้�ควาย สารระเหย เป็น็ ต้้น 2.2.4 ยาเสพติิดประเภทออกฤทธิ์์�ผสมผสาน กล่่าวคืือ ในช่่วงแรกออกฤทธิ์์�กระตุ้�นประสาท เมื่อ� เสพมากขึ้้�นจะออกฤทธิ์์ก� ดประสาทและทำ�ำ ให้้ประสาทหลอน ซึ่่�งได้้แก่่ กััญชา ยาเสพติดิ ที่�แ่ พร่่ระบาดในปััจจุุบันั ยาเสพติิดประเภทกดประสาท ได้้แก่่ ฝิ่น่� ชื่อ� เรีียกอื่่น� : หมูู (ฝิ่�นที่่�คลุุกยาฉุุน ยาเส้้น ยาสููบ หรืือกััญชา) อาการ : ง่่วง ซึมึ แก้้วตาหรี่ ่� พููดจาวกวน ความคิดิ เชื่อ� งช้้า ซููบผอม ขี้้�เกีียจ มีีอาการเสพติิดทั้้ง� ทางร่่างกายและจิติ ใจ มีีอาการขาดยาทางร่่างกาย หากเสพเกิินขนาดจะทำำ�ให้้กดระบบการหายใจ ทำำ�ให้้เสีียชีีวิติ ได้้ มอร์ฟ์ ีีน ชื่อ� เรีียกอื่่�น : - อาการ : คลื่่น� ไส้้ อาเจีียน ท้้องผููก คันั หน้้า ตาแดง ซึึมง่่วงนอน หายใจลำ�ำ บาก ไม่่สนใจสิ่่ง� แวดล้้อม เฮโรอีีน ชื่อ� เรีียกอื่่�น : ผงขาว แป้้ง อาการ : ดวงตาเหม่่อลอย เคลิบิ เคล้้ม เซื่อ� งซึึม เชื่อ� งช้้า ร่่างกายซููบผอม ซีีด สมองเสื่อ� ม ถ้้าเสพเกินิ ขนาดอาจทำำ�ให้้เสีียชีีวิติ ได้้ การขาดยาจะมีีอาการ ทุุรนทุุราย หงุดหงิิด เหงื่�อออกมาก ปวดกล้้ามเนื้้อ� ปวดท้้อง อาเจีียน รายที่ร�่ ุุนแรงมาก อาจถ่่ายเป็็นเลือื ดที่เ่� รีียกว่่า ลงแดง Be Smart Say No To Drugs 167
ยาเสพติดิ ประเภทกระตุ้้�นประสาท ได้้แก่่ ยาบ้้า ชื่อ� เรีียกอื่่�น : เมท ตััวเล็็ก Amphetamine อาการ : หัวั ใจเต้้นเร็็ว ความดัันโลหิิตสููง ประสาทตึึงเครีียด เมื่ อ� หมดฤทธิ์์ย� า จะรู้้ส� ึึกอ่่อนเพลีียมากกว่่าปกติิ เมื่�อใช้้ยาบ้้าไประยะหนึ่่ง� จะเกิดิ อาการดื้้�อยา ผู้เ� สพต้้องเพิ่่ม� ปริิมาณและเสพบ่่อยขึ้น� ทำำ�ให้้สมองเสื่�อม ไอซ์์ ชื่อ� เรีียกอื่่�น : น้ำ��ำ แข็็ง เกล็็ด ตััวใหญ่่ อาการ : บดบังั ความรู้ส�้ ึึกเหนื่่อ� ยล้้า รู้�ส้ ึึกเคลิ้้ม� ฝันั อยู่น�่ ิ่่ง� ไม่่ได้้ ก้้าวร้้าว เชื่อ� มั่น� ในตนเองมากเกิินไป มีีอาการเสพติิดทางจิิตใจ ภููมิิต้้านทานถดถอย และการทำ�ำ งานของตัับ ไตและปอดเสื่อ� มลง โคเคน ชื่อ� เรีียกอื่่�น : โค๊๊ก อาการ : ทำำ�ให้้อารมณ์์ ครื้้�น มืือสั่�น หัวั ใจเต้้นเร็็ว ความดันั เลืือดสููง บางรายชักั เลืือดออกในสมอง เนื้้�อสมองตายบางส่่วน กล้้ามเนื้้�อหัวั ใจเสื่อ� ม หัวั ใจล้้มเหลว ถ้้าเสพมากเกินิ ขนาดอาจจะเสีียชีีวิิตได้้ ยาอีี ชื่�อเรีียกอื่่�น : ยาเลิฟิ เอ็็คช์์ตาซี่่� ยากอด ยาส่่ายหัวั ขนม อาการ : กระตุ้น� ประสาทในระยะสั้น� ๆ และออกฤทธิ์์ห� ลอนประสาท อย่่างรุุนแรง ทำ�ำ ให้้ผู้้�เสพรู้�ส้ ึกึ ร้้อน เหงื่�อออกมาก หััวใจเต้้นเร็็ว ความดััน โลหิติ สููง การได้้ยิินเสีียงและการมองเห็น็ ผิิดไปจากความเป็็นจริงิ เคลิบิ เคลิ้้ม� ทำ�ำ ลายระบบภููมิคิุ้ม� กััน และสมอง กระท่อ่ ม ชื่อ� เรีียกอื่่�น : ท่่อม กระทุ่่ม� โคก อีีถ่่าง อาการ : กระตุ้�นระบบประสาทเมื่อ� ใช้้ปริิมาณน้้อยและกดประสาทเมื่�อใช้้ ปริิมาณมาก ขึ้้น� กับั ปริิมาณที่่�ใช้้ ทำำ�ให้้มึึนชา คอแห้้ง คลื่่�นไส้้ อาเจีียน ผิิวหน้้าแห้้งเกรีียม เนื่่อ� งจากไม่่มีีความรู้ส�้ ึึกร้้อนเวลาโดนแดดแรงๆ แต่ม่ ักั จะหนาวสั่�นเมื่�่ออากาศชื้้น� 168 รู้ค้� ิดิ รู้�้ทันั ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
ยาเสพติิดประเภทหลอนประสาท ได้้แก่่ เห็ด็ ขี้้�ควาย ชื่อ� เรีียกอื่่�น : เห็็ดโอสถ หลวงจิติ อาการ : ทำ�ำ ให้้รู้ส�้ ึกึ สนุุกสนาน อารมณ์์เปลี่�่ยนแปลงเร็ว็ ควบคุุมตนเองไม่่ได้้ หััวใจเต้้นเร็ว็ ความดัันโลหิติ สููง มีีไข้้ สำ�ำ หรับั ผู้�ที่่เ� ป็็นโรคหัวั ใจ อาจส่่งผล รุุนแรงถึึงขั้�นเสีียชีีวิติ ได้้ แอล เอส ดีี ชื่อ� เรีียกอื่่น� : กระดาษมหัศั จรรย์์ อาการ : รููม่่านตาขยาย อุุณหภููมิริ ่่างกายสููงขึ้น� ความดันั โลหิิตสููง หััวใจเต้้นเร็็ว เหงื่�อออก เบื่่อ� อาหาร นอนไม่่หลับั ปากแห้้ง คีีตามีีน ชื่�อเรีียกอื่่น� : ยาเค เคตาลา เคตาวา แครกซ์์ Super K อาการ : จัดั อยู่ใ่� นกลุ่่ม� ยาสลบ ทำำ�ให้้รู้ส�้ ึึกเคลิิบเคลิ้้ม� ความคิิดสัับสน การรับั รู้แ้� ละตอบสนองต่่อสิ่ง� แวดล้้อมทั้้ง� ภาพ แสง สีี เสีียง จะเปลี่ย่� นแปลงไป ตาลาย ร่่างกายเคลื่่อ� นไหวไม่่สัมั พัันธ์ก์ ันั หากใช้้ปริิมาณมากจะเกิดิ การหายใจติิดขัดั ยาเสพติดิ ประเภทออกฤทธิ์์�ผสมผสาน คืือ กดประสาท กระตุ้น� ประสาท และหลอนประสาท ได้้แก่่ กัญั ชา ชื่อ� เรีียกอื่่�น : เนื้้�อ ปุ๊๊�น อาการ : ในช่่วงแรกผู้้เ� สพจะมีีอาการคล้้ายเมาเหล้้า เมื่อ� เสพปริมิ าณที่ม�่ ากขึ้้น� ทำ�ำ ให้้ความคิดิ อ่่านช้้า สับั สน หููแว่่ว ประสาทหลอน ควบคุุมตนเองไม่่ได้้ ร่่างกายเสื่�อมโทรม สมองและความจำ�ำ เสื่�อม Be Smart Say No To Drugs 169
ข้อ้ เท็็จจริิงของกััญชา ปัจั จุุบัันกััญชาเป็็นยาเสพติดิ ผิดิ กฎหมายหรืือไม่่ ? กััญชายัังเป็็นยาเสพติิดให้้โทษ ประเภท ๕ ปลููกและขายไม่่ได้้ ผิิดกฎหมาย แต่่สามารถทำ�ำ ได้้ในกรณีีจำำ�เป็็น เพื่่อ� ประโยชน์ท์ างราชการ การแพทย์ ์ การรักั ษาผู้ป� ่ว่ ย การศึกึ ษาวิจิ ัยั และพัฒั นา ทั้้ง� นี้้�ต้้องได้้รับั อนุุญาตจากเลขาธิกิ าร อย. โดยความเห็็นชอบของคณะกรรมการควบคุุมยาเสพติิดให้้โทษ กััญชาเป็น็ ยาครอบจักั รวาลสามารถรัักษาได้้สารพัดั โรคจริิงหรืือไม่่ ? ไม่่เป็็นความจริิง สารสกััดกััญชาที่่�ได้้ประโยชน์์ในการรัักษา และมีีข้้อมููลวิิชาการที่่�สนัับสนุุนชััดเจน ได้้แก่่ 1. ภาวะคลื่่น� ไส้้ อาเจีียนในผู้ป� ่ว่ ยที่ไ�่ ด้้รัับยาเคมีีบำ�ำ บัดั 2. โรคลมชัักที่่�รัักษายากและดื้อ� ยา 3. ภาวะกล้้ามเนื้้อ� หดเกร็็ง ในผู้�ป่่วยปลอกประสาทเสื่�อมแข็็ง และ 4. ภาวะปวดประสาทส่่วนกลางที่�่ใช้้วิิธีีการรัักษาอื่�นๆ แล้้วไม่่ได้้ผล ทั้้�งนี้้� ต้้องอยู่่ใ� นการดููแลของแพทย์์ หลัังจากกฎหมายมีีผลบังั คัับใช้ป้ ระชาชนทั่่�วไปปลููกกััญชาได้ห้ รืือไม่่ ? ประชาชนทั่่ว� ไปจะได้้รับั อนุญุ าตให้้ปลููกกัญั ชาได้้ต่อ่ เมื่อ่� ...เป็น็ เกษตรกรที่ร่� วมกลุ่ม่� เป็น็ วิสิ าหกิจิ ชุุมชน หรือื สหกรณ์์ การเกษตรที่่�จดทะเบีียน และร่่วมดำำ�เนิินการกัับหน่่วยงานรััฐหรืือสถาบัันการศึึกษา จึึงจะสามารถขออนุุญาต ปลููกกัญั ชาได้้ 170 รู้ค�้ ิดิ รู้้ท� ััน ป้้องกันั ยาเสพติิด
ความรู้้�เรื่�่องสารเสพติิด บุุหรี่่� รายละเอีียด การออกฤทธิ์์�/อาการ ยาเส้้นหรืือยาปรุุง ซึ่่�งม้้วนด้้วย กระตุ้้�นระบบประสาท โดย กระดาษหรืือวััตถุุที่�่ทำำ�ขึ้้�นใช้้แทน นิโิ คตินิ กระตุ้น� หัวั ใจให้้ทำ�ำ งาน กระดาษ หรืือใบยาแห้้ง หรือื ยาอัดั หนััก ผู้้�สููบจะมีีอาการตาแห้้ง ตาแดง ริิมฝีีปากแห้้งเขีียว เล็็บเหลืือง ฟัันมีีคราบดำ�ำ ลม ห า ย ใ จมีีกลิ่่� น เ ห ม็็ น หลอดลมอัักเสบ เสีียงแหบ บุุหรี่่ไ� ลท์์/บุุหรี่่�ไมลด์์ รายละเอีียด การออกฤทธิ์์�/อาการ บุุหรี่�่ที่่�มีีการใส่่สีีและสารปรุุงแต่่ง ออกฤทธิ์์�เหมือื นกัับบุุหรี่่� กลิ่่�นเพิ่่�มเติิม เพื่่�อโฆษณาว่่าเป็็น บุุหรี่ช�่ นิดิ รสอ่่อน มีีอันั ตรายน้้อยกว่่า บุุหรี่ธ�่ รรมดา แต่่จากการวิจิ ัยั พบว่่า บุุหรี่ไ่� ลท์/์ บุุหรี่ไ่� มลด์์ ไม่่ได้้มีีอันั ตราย น้้อยกว่่าบุุหรี่่�ธรรมดา เพีียงแต่่มีี รสชาติิที่แ่� ตกต่่างกันั เท่่านั้้น� บุุหรี่�ม่ ืือสอง รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ การสููดดมควันั บุุหรี่่�จากผู้้อ�ื่�น โดยที่�่ ออกฤทธิ์์เ� หมือื นกับั บุุหรี่ �่ซึ่่ง� ผู้ท� ี่่� เราไม่่ได้้เป็็นผู้ �สููบบุุหรี่�่ ซึ่่�งในควััน ได้้รัับควัันบุุหรี่่� สามารถเกิิด บุุหรี่น�่ี้้ม� ีีสารเคมีีชนิดิ ต่่างๆ ปนอยู่ถ่� ึงึ โรคต่่างๆ เช่่นเดีียวกัับผู้�สููบ ประมาณ 7,000 ชนิิด และเป็็น บุุหรี่�่ แต่่ในอััตราที่�่สููงกว่่า สารก่่อมะเร็็งประมาณ 70 ชนิิด เนื่่�องจากผู้้�สููบบุุหรี่่�มืือสอง สูู ด ด มควัั น เ ข้้ า ไ ปลึึ กม า ก โดยไม่่มีีการพ่่นออกมา Be Smart Say No To Drugs 171
บุุหรี่ม�่ ืือสาม รายละเอีียด การออกฤทธิ์์�/อาการ ล ะ อ อ ง ส า รพิิ ษ จ า กควัั น บุุ ห รี่�่ ออกฤทธิ์์�เหมืือนกับั บุุหรี่�่ ซึ่ � ง ตกค้้ า ง เ ก า ะ ติิ ด ต า มสิ่่� ง ต่่ า ง ๆ ในสถานที่ท�่ ี่ม่� ีีการสููบบุุหรี่่� เช่่น เสื้อ� ผ้้า เส้้นผม ผิิวหนััง ผ้้าม่่าน พรม เบาะ ที่่�นอน ช่่องแอร์์ เป็น็ ต้้น ซึ่่�งรู้�้สึึกได้้ จากกลิ่่น� ที่ย�่ ังั อวลอยู่ใ�่ นห้้อง หรือื จาก ตัวั ผู้ส� ููบเอง สารในควันั บุุหรี่ม่� ือื สาม เป็น็ สารพิษิ ร้้ายแรง โลหะหนักั เช่่น ตะกั่�ว ไซยาไนต์์ นิิโคติิน สารหนูู และยัังมีีฝุ่่�นละออง 2.5 PM ที่่�ถููก ปล่่อยออกมาปริิมาณมาก ซึ่่�งก่่อ มะเร็ง็ ได้้ โดยกลุ่�่มที่�ม่ ีีความเสี่ย่� งสููง คืือ เด็็กเล็็ก ที่่�มีีโอกาสซึึมซัับฝุ่่�น ละอองและสารพิษิ มากกว่่าผู้ใ� หญ่่ถึงึ 2 เท่่า เนื่่�องจากเด็็กเล็็กมัักหายใจ ใกล้้พื้้�นผิิวสิ่ �งของต่่างๆ คลานเล่่น ตามพื้้�นที่�่มีีสารพิิษ หรืือนำำ�สิ่่�งของ สกปรกเข้้าปาก จึึงเสี่่�ยงได้้รัับ อนุุภาคโลหะหนััก สารก่่อมะเร็็ง แ ล ะ ส า ร กัั มมัั น ตรัั ง สีี ซึ่่� ง เ ป็็ น อันั ตรายอย่่างยิ่ง� บุุหรี่่�ไฟฟ้้า รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ เป็็นยาสููบชนิิดใหม่่ โดยผู้ �สููบจะได้้ กระตุ้้�นระบบประสาท จาก รัับสารนิิโคติินเหลวที่่�ระเหยด้้วย นิิ โ ค ติิ น เ ห ล ว ทำำ� ใ ห้้ เ กิิ ด ความร้้อนจากไฟฟ้้าเข้้าสู่่�ร่่างกาย อ า ก า รมึึ น ง ง กร ะ ตุ้ � น อัั ตร า การสููบบุุหรี่่�ไฟฟ้้า เป็็นการนำ�ำ สาร การทำ�ำ งานของหััวใจ ทำ�ำ ให้้ เสพติิดเข้้าสู่�่ร่่างกายเช่่นเดีียวกัับ หัั ว ใ จต้้ อ ง ทำำ� ง า น ห นัั กขึ้้� น การสููบบุุหรี่�่ แต่่ไม่่มีีการเผาไหม้้ และเกิิดภาวะหััวใจวายได้้ ยาสููบ นอกจากนี้้บ� ุุหรี่ไ่� ฟฟ้้าจััดเป็น็ เส้้นเลือื ดในสมองแตก มีีความ อุุปกรณ์์อิิเล็็กทรอนิิกส์์ชนิิดหนึ่่�ง ผิิดปกติิทางอารมณ์์ สมาธิิ 172 รู้้�คิดิ รู้�้ทััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
บุุหรี่ไ่� ฟฟ้้า รายละเอีียด การออกฤทธิ์์�/อาการ บารากู่่� ซึ่�งใช้้แบตเตอรี่่�ในการทำ�ำ งาน แ ล ะ ค ว า มคิิ ด ปัั ญ ห า ข อ ง เพื่่�อสร้้างความร้้อนให้้กัับน้ำำ�� ยา ระบบภููมิิคุ้ �มกัันของร่่างกาย บุุหรี่ไ่� ฟฟ้า้ (E-Liquid หรือื E-Juice) นอกจากนี้้�การใช้้บุุหรี่่�ไฟฟ้้า จนเกิดิ ไอน้ำ�ำ� ที่ป�่ ระกอบด้้วยสารต่่างๆ อาจมีีอัันตรายหากผู้้�ใช้้ได้้รัับ เช่่น นิิโคติิน โพรไพลีีนไกลคอล ปริิ ม า ณ นิิ โ ค ติิ น เ กิิ น ข น า ด กลีีเซอรีีน น้ำ��ำ สารแต่่งกลิ่่น� และรส รวมทั้้�งการระเบิิดของบุุหรี่่� เ มื่ � อ เ ปิิ ด เ ครื่่� อ ง จ ะ มีี ไ ฟ สีี แ ด ง ขึ้ � น ไฟฟ้้าที่�่ปรากฏเพิ่่�มขึ้้�นตาม พร้้อมกัับการทำ�ำ งานของแบตเตอรี่่� สื่�อต่่างๆ และการได้้รัับสาร ทำำ�ให้้เกิิดความร้้อนจ น น้ำำ�� ย า ปนเปื้้�อนจากโลหะหนััก เช่่น ที่่� บรรจุุ อยู่่� ภาย ในระเหย ขึ้ �นมา นิิกเกิิล ดีีบุุก ตะกั่�ว ของ เป็็นควััน เมื่�อสููบเข้้าไปในปอด อุุปกรณ์์ ตลอดจนสารเคมีี ร่่างกายจะรัับนิิโคติินก่่อนที่�่จะถููก ที่�่เป็็นอัันตราย เช่่นสารหนูู พ่่นออกมา ปัจั จุุบันั ศููนย์ค์ วบคุุมโรค ฟอร์์มาร์์ลดีีไฮด์์ ไดอะซิิทิิล ของประเทศสหรััฐฯ (CDC) พบว่่า ซึ่ �งล้้วนเป็็นอัันตรายจนถึึงแก่่ การเจ็็บป่่วยด้้วยโรคปอดอัักเสบ ชีีวิติ ได้้ รุุนแรงสัมั พันั ธ์ก์ ับั การสููบบุุหรี่ไ�่ ฟฟ้า้ ถึึง 450 ราย การสููบบุุหรี่่�ไฟฟ้้า จึึงอัันตรายไม่่แตกต่่างจากบุุหรี่่� ธรรมดา รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ เป็็นการสููดควัันผ่่านน้ำ�ำ�จากยาเส้้น ออกฤทธิ์์�เหมืือนกัับบุุหรี่่� และ หมัักร่่วมกัับสารที่�่มีีความหวาน บุุหรี่่�ไฟฟ้้า เช่่น น้ำำ�� ผึ้้�ง กากน้ำำ��ตาล หรืือผลไม้้ ตากแห้้งโดยใช้้อุุปกรณ์ท์ ี่ม�่ ีีรููปลักั ษณ์์ คล้้ายแจกััน เรีียกว่่า ฮุุคคา โดยมีี สายที่เ�่ ป็น็ ท่่อเพื่่อ� สููบควันั ขึ้น� มาจาก เตา ประเทศไทยเรีียกว่่าเตาบารากู่่� การสููบยาสููบโดยใช้้อุุปกรณ์์นี้้�เป็็น วัฒั นธรรมแถบตะวันั ออกกลาง Be Smart Say No To Drugs 173
บารากู่่�ไฟฟ้้า รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ เป็็นอุุปกรณ์์เลีียนแบบการสููบบุุหรี่่� มีีการอ้้างว่่าบารากู่ไ่� ฟฟ้า้ ไม่่มีี ชนิิดใหม่่ มีีลัักษณะเป็็นแท่่งยาว สารนิิโคติิน ซึ่่�งอาจจะจริิง ภายในมีีสายพลาสติิกขนาดเล็็ก หรืือไม่่จริิงก็็ได้้ นอกจากนี้้� ต่่อกัับแบตเตอรี่�่เพื่่�อทำ�ำ ให้้เกิิด จากการแกะแท่่งบารากู่ไ�่ ฟฟ้า้ ละอองฝอยจากแผ่่นใยสัังเคราะห์์ แยกส่่วนประกอบ พบว่่าน้ำ��ำ ยา ที่�่ชุุบน้ำ��ำ ยาปรุุงแต่่งกลิ่่�น ซึ่่�งน้ำ��ำ ยามีี ที่่�ทำ�ำ ให้้เกิิดกลิ่่�นผลไม้้ภายใน ลักั ษณะเป็น็ น้ำ��ำ มันั เคมีีสังั เคราะห์ใ์ ห้้ แท่่งบารากู่ไ่� ฟฟ้า้ มีีกลิ่่น� ฉุุนติดิ มีีกลิ่่น� ผลไม้้ชนิดิ ต่่างๆ มีีกลิ่่น� ฉุุนแรง นิ้้�วมือื ที่�่สััมผัสั น้ำ�ำ�ยา ล้้างออก มีีสารประกอบ เช่่นโพรไพลีีนไกลคอล ยากมาก กลิ่่น� ติดิ นิ้้ว� มือื ข้้ามคืนื สารปรุุงแต่่งกลิ่่�น และสารพิิษกลุ่�่ม จึึงน่่าจะอนุุมานได้้ว่่าสารเคมีี โลหะหนััก การทำำ�งานของบารากู่่� ที่เ�่ ป็น็ ไอน้ำำ��จากการสููบบารากู่�่ ไฟฟ้า้ เหมือื นกับั บุุหรี่ไ�่ ฟฟ้า้ แต่่บารากู่�่ ไฟฟ้้า จะตกค้้างอยู่�่ในปอด ไฟฟ้้า เมื่�อใช้้แบตเตอรี่่�และน้ำำ�� ยา ของผู้�สููบ เป็็นอัันตรายต่่อ หมดในแต่่ละมวนจะไม่่มีีการเติิม หลอดลมและปอด และอาจมีี น้ำ��ำ ยา หรืือชาร์์ตแบตเตอรี่�่ใหม่่ สารเคมีีอัันตรายที่�่ถููกดููดซึึม โดยสรุุปคืือ บารากู่�่ไฟฟ้้ากัับบุุหรี่่� เข้้าสู่ร�่่่างกายผ่่านปอด ซึ่่ง� ทำ�ำ ลาย ไฟฟ้้ามีีอุุปกรณ์์การสููบที่�่ทำ�ำ งานใน อวััยวะต่่างๆ ทั่่�วร่่างกาย ลัักษณะเดีียวกััน แต่่น้ำำ��ยาที่�่ใช้้ เหมืือนกรณีีสารพิิษจากการ แตกต่่างกันั ถ้้าน้ำ��ำ ยาที่ใ�่ ช้้กับั บารากู่่� สููบบุุหรี่ธ�่ รรมดาได้้ ไฟฟ้้า มีีสารนิิโคติินผสมอยู่�่ด้้วยก็็ อาจเรีียกได้้ว่่าเป็น็ “บุุหรี่ไ�่ ฟฟ้า้ ชููรส” คืือ เป็็นบุุหรี่ไ่� ฟฟ้้าที่ป�่ รุุงแต่่งให้้เกิดิ กลิ่่น� และรสชาติติ ่่างๆ โดยส่่วนใหญ่่ เป็็ นรสผลไม้้ นอกจากนี้้� บารากู่่� ไฟฟ้้ายัังไม่่มีีการอนุุญาตให้้ขาย อย่่างถููกต้้องตามกฎหมายอีีกด้้วย เครื่อ�่ งดื่ม�่ รายละเอีียด การออกฤทธิ์์�/อาการ แอลกอฮอล์์ (สุุรา, เบีียร์,์ ไวน์,์ เป็น็ เครื่่อ� งดื่ม� ที่เ่� กิดิ จากการหมักั ผักั กดระบบประสาทส่่วนกลาง สาโท ฯลฯ) ผลไม้้ หรืือผลิิตภัณั ฑ์์พืืชชนิดิ ต่่างๆ ก ด จิิ ต ใ ต้้สำำ�นึึ กที่่� ค ว บ คุุม แล้้วแต่่งกลิ่่�น เป็็นเครื่่�องดื่�มที่่�มีี ตนเอง ทำ�ำ ให้้ไม่่สามารถ เอทิลิ แอลกอฮอล์์ผสมอยู่่� ยัับยั้ �งตนเองได้้จึึงอาจแสดง อาการบางอย่่างออกมา เช่่น 174 รู้้ค� ิดิ รู้้�ทันั ป้้องกันั ยาเสพติิด
เครื่่อ� งดื่ม�่ รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ แอลกอฮอล์์ (สุุรา, เบีียร์,์ ไวน์,์ ดุุร้้าย พููดมาก ทะเลาะวิิวาท สาโท ฯลฯ) นอกจากนี้้ย� ังั มีีอาการหน้้าแดง ตััวแดง ความดัันโลหิิตสููง หััวใจเต้้นแรง และหากดื่่�ม ในปริิมาณมากแอลกอฮอล์์ จะกดสมองบริเิ วณอื่น� ๆ ทำำ�ให้้ เสีียการทรงตััว พููดไม่่ชััด หมดสติิ ถ้้าบริิโภคต่่อเนื่่�อง เป็็นระยะเวลานานจะทำำ�ให้้ เกิดิ การเสพติดิ ทั้้ง� ทางร่่างกาย และจิิ ตใจ เป็็ นโรคพิิ ษสุุรา เรื้�อรััง ทำ�ำ ลายตัับและสมอง สติปิ ัญั ญาเสื่อ� ม จิติ ใจผิดิ ปกติิ กระเพาะอาหารอักั เสบ ร่่างกาย สููบผอม และเป็น็ โรคตับั แข็ง็ ได้้ สารระเหย รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ สารที่�่ได้้มาจากกระบวนการผลิิต กระตุ้้�นประสาท หลอน น้ำ�ำ�มัันปิิโตรเลีียม มีีลัักษณะเป็็น ประสาทและกดประสาท ไ อ ร ะ เ ห ย ไ ด้้ร ว ด เ ร็็ ว ใ น อ า ก า ศ กล่่าวคือื ผู้้ท� ี่เ�่ สพสารระเหยใน ซึ่ �งสารระเหยจะพบเห็็นอยู่�่ในรููป ระยะแรกจะมีีอาการตื่่�นเต้้น ผลิติ ภัณั ฑ์ส์ ำ�ำ เร็จ็ รููปต่่างๆเช่่น ทินิ เนอร์์ ร่่าเริงิ เหมือื นคนเมาสุุราแต่่ไม่่มีี แลคเกอร์์ สีีพ่่น กาวน้ำำ�� กาวยาง กลิ่่�นสุุรา พููดไม่่ชััด ความคิิด น้ำำ��ยาล้้างเล็็บ ซึ่่�งมีีลัักษณะเป็็น สัับสน ควบคุุมตนเองไม่่ได้้ ของเหลวเฉพาะตััวระเหยได้้ดีี เกิิดอาการระคายเคืืองเยื่ �อบุุ สามารถดููดซึึมได้้รวดเร็็วนิยิ มนำำ�มา ในปากและจมููก ตาไวต่่อแสง เสพโดยวิิธีีการสููดดมเข้้าสู่�่ร่่างกาย หูู แ ว่่ ว กล้้ า ม เ นื้้� อ ทำำ� ง า น ไม่่ประสานกััน นอนไม่่หลัับ มีีอาการเพ้้อฝััน หลัังจากนั้้�น จะเกิิดอาการเหม่่อ ซึึม ง่่วง Be Smart Say No To Drugs 175
สารระเหย รายละเอีียด การออกฤทธิ์์/� อาการ หาวนอน หัวั ใจเต้้นเร็ว็ ผิดิ ปกติิ ไอ คลื่่�นไส้้ ใจสั่่�น ชัักเกร็็ง จนหมดสติิได้้ หากสููดดมใน ปริิมาณที่�่มากขึ้้�นจะออกฤทธิ์์� ไปกดศููนย์์การหายใจ ทำำ�ให้้ หััวใจทำ�ำ งานผิิดปกติิ อาจถึึง ขั้น� เสีียชีีวิติ ผู้้ท� ี่ส่� ููดดมต่่อเนื่่อ� ง เป็็นเวลานาน ระบบอวััยวะ ต่่างๆ จะถููกทำ�ำ ลาย ก่่อให้้เกิดิ โรคร้้ายแรง เช่่น โรคไต หลอดลม อักั เสบ มะเร็ง็ ปอด การทำำ�งาน ของหััวใจผิิดปกติิ ที่่�สำำ�คััญ สารพิษิ จะทำ�ำ ลายระบบประสาท และสมอง ทำำ�ให้้สมองเสื่ �อม ความจำ�ำ เสื่อ� ม หลงลืมื อาจถึงึ ขั้�นพิิการทางสมอง เป็็นโรค “สมองฝ่่อถาวร” ซึ่่�งปััจจุุบััน วงการแพทย์ไ์ ด้้ยืนื ยันั ว่่า ยังั ไม่่มีี ย า ห รืื อ วิิ ธีีก า ร ใ ด ๆ ที่�่ จ ะ สามารถรัักษาโรคสมองฝ่่อให้้ หายเป็น็ ปกติไิ ด้้ ที่ม�่ า คู่่�มืือการดำ�ำ เนินิ งานด้้านการป้อ้ งกันั และแก้้ไขปััญหายาเสพติดิ สำ�ำ หรัับอาสาสมัคั รสาธารณสุุขกรุุงเทพมหานคร 176 รู้ค�้ ิดิ รู้้ท� ันั ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
3. โทษพิิษภัยั และอันั ตรายจากยาเสพติดิ สมองสว่ นคิด (Cerebral Cortex) สมองส่วนอยาก ( Lirnbic System) การใช้้ยาเสพติดิ จะมีีผลต่่อสมอง 2 ส่่วน คือื สมองส่่วนคิดิ และสมองส่่วนอยาก สมองส่่วนคิดิ ทำ�ำ หน้้าที่่� ควบคุุมสติปิ ัญั ญา ใช้้ความคิดิ แบบมีีเหตุุผล ขณะที่ส่� มองส่่วนอยากเป็น็ ศููนย์ค์ วบคุุมอารมณ์ค์ วามรู้ส้� ึกึ เวลาคนเรา เสพยาเสพติิดตััวยาจะไปกระตุ้ �นทำำ�ให้้สมองส่่วนอยากสร้้างสารเคมีีชื่่�อโดปามีีน ซึ่่�งเป็็นสารที่่�ทำ�ำ ให้้มนุุษย์์ เกิดิ ความรู้ส�้ ึกึ สุุข แต่่ยาเสพติดิ ทำำ�ให้้สมองสร้้างโดปามีีนมากกว่่าที่ธ�่ รรมชาติกิ ำำ�หนดจนทำ�ำ ให้้รู้ส้� ึกึ เป็น็ สุุขมากขึ้้น� กว่่าปกติิ สมองจึึงมีีการปรัับตััวด้้วยการลดการหลั่�งสารเคมีีนั้้�นลง เมื่�อหมดฤทธิ์์�ของยาเสพติิด จึึงเสมืือนว่่า ร่่างกายมีีอาการขาดสารโดปามีีนทำำ�ให้้มีีอาการหงุ ดหงิิด หรืือซึึมเศร้้า ส่่งผลให้้ผู้้�เสพพยายามแสวงหายา มาใช้้ซ้ำ�ำ� ในขณะเดีียวกัันเมื่�อใช้้ยาเสพติิดบ่่อยๆ จะทำ�ำ ให้้สมองส่่วนคิิดถููกทำ�ำ ลาย การใช้้ความคิิดที่�่เป็็นผล จะเสีียไป แล้้วสมองส่่วนอยากจะอยู่เ่� หนือื สมองส่่วนคิดิ จนทำ�ำ อะไรตามใจตามอารมณ์ม์ ากกว่่าเหตุุผล ผู้้ท� ี่ใ�่ ช้้ยา จึึงมัักแสดงพฤติกิ รรมที่�ไ่ ม่่เหมาะสม มีีอารมณ์ก์ ้้าวร้้าว หงุดหงิิด ไม่่สามารถควบคุุมตััวเองได้้ หากใช้้ยาเสพติิด บ่่อยครั้้�ง สมองจะสููญเสีียความสามารถควบคุุมการหลั่�งโดปามีีน ทำ�ำ ให้้ไม่่สามารถมีีความสุุขตามธรรมชาติิได้้ จนเกิิดอาการทุุรนทุุราย เมื่�ออยากมีีความสุุขจึึงต้้องพึ่่�งยาเสพติิด สมองจึึงจะหลั่�งโดปามีีนมามากพอ จนเกิดิ ความสุุขได้้ อาการเช่่นนี้้เ� รีียกว่่า “สมองติดิ ยา” ในที่ส�่ ุุดก็ห็ ้้ามตัวั เองไม่่ได้้ ต้้องทำำ�ทุุกวิถิ ีีทางให้้ได้้ยาเสพติดิ มาเสพ ผลสุุดท้้ายจะเกิดิ ความสููญเสีียอย่่างรุุนแรงในด้้านต่่างๆ ของชีีวิติ ผู้้เ� สพไม่่สามารถควบคุุมตนเองได้้ด้้วย สติปิ ัญั ญาหรืือความคิิดและทำ�ำ ให้้มีีอาการทางจิติ และสามารถเป็็นโรคจิติ เต็็มขั้้น� ได้้ในที่�่สุุด ที่ม่� า : จากแผ่่นพับั ยาเสพติิดที่่�แพร่่ระบาดในประเทศไทย และหนัังสือื ความรู้�พ้ ื้้น� ฐานเพื่่อ� การป้อ้ งกัันยาเสพติิดในเยาวชน Be Smart Say No To Drugs 177
178 รู้�ค้ ิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
ผลกระทบต่่อผู้เ้� สพยาเสพติิด 1. ผลต่่อร่่างกาย ทรุุดโทรม ใจสั่่�น หลอดเลืือดอุุดตััน ความดันั โลหิติ สููง หััวใจเต้้นเร็ว็ ผิิดปกติิ ทำ�ำ ลาย หลอดเลืือดในสมอง ระบบหายใจมีีปััญหา ในกรณีีไอซ์์ ผิิวหน้้าจะแห้้งเสีีย และเป็็นแผลได้้ง่่าย เพราะหลอด เลือื ดเปราะบาง ใบหน้้าจะแก่่กว่่าวััย 2. ผลต่่อระบบประสาท ตึงึ เครีียด แต่่เมื่อ� หมดฤทธิ์์ย� าจะมีีอาการประสาทล้้า การตัดั สินิ ใจช้้าและผิดิ พลาด หากใช้้นานจะทำ�ำ ให้้สมองเสื่�อม ทำำ�ลายระบบการหายใจทำ�ำ ให้้หมดสติแิ ละถึงึ แก่่ความตายได้้ 3. ผลต่่อจิติ ใจ ซึึมเศร้้า กลายเป็น็ โรคจิติ ชนิดิ หวาดระแวง มีีพฤติกิ รรมเปลี่่ย� นแปลงไป เช่่น หวาดหวั่น� หวาดกลัวั ประสาทหลอน ซึ่่�งเกิดิ ขึ้น� แล้้ว อาการจะคงอยู่ต่� ลอดไป แม้้ช่่วงที่ไ�่ ม่่ได้้เสพยาก็็ตาม 4. ผลต่่อพฤติิกรรม กระวนกระวายใจ ก้้าวร้้าวขึ้�น เมื่�อรวมกัับโรคจิิตชนิิดหวาดระแวง คิิดว่่าจะมีีคน มาทำ�ำ ร้้าย มักั จะทำ�ำ ร้้ายผู้�อื่น� ก่่อน ที่่�มา : แผ่่นพับั ยาเสพติิดหยุุดได้้ถ้้ารู้�้ทันั ผลกระทบต่่อร่่างกาย สมอง : สมองส่่วนอยากมีีอิทิ ธิพิ ลมากกว่่าสมองส่่วนเหตุุผล ความคิดิ อ่่านช้้าลง หลงลืมื ง่่าย ควบคุุมตัวั เองไม่่ได้้ ทำำ�สิ่่�งเลวร้้ายที่�ไ่ ม่่ควรทำำ� จิติ ใจ : นอนไม่่หลับั ฉุุนเฉีียว ก้้าวร้้าว ความคิดิ สัับสน ประสาทหลอน หวาดระแวง คลั่่ง� ซึึมเศร้้า ตา : รููม่่านตาขยาย ตาพร่่ามัวั จมููก : สููญเสีียการดมกลิ่่น� ปาก : ปากแห้้ง เหม็น็ มีีปััญหาในช่่องปาก ฟััน : ขบฟัันตลอดเวลา ฟัันสึกึ กร่่อน ผุุ ปอด : หายใจขััด หายใจถี่่� หลอดลมอับั เสบเรื้�อรังั หัวั ใจ : หััวใจเต้้นไม่่สม่ำ�ำ� เสมอ เจ็บ็ หน้้าอก หัวั ใจวาย กระเพาะอาหาร : เบื่่อ� อาหาร ท้้องผููก มีีโรคแทรกซ้้อนทางกระเพาะอาหารและลำ�ำ ไส้้ ผิวิ หนััง : เหงื่�อออกง่่าย และมาก ชาตามผิิวหนััง เป็น็ ฝีี เนื้้�อเยื่อ� อ่่อนติิดเชื้�อง่าย กล้้ามเนื้้อ� : กระตุุก ชักั ทำำ�งานไม่่ประสานกันั ตัับ : โรคตัับอัับเสบ ไต : ไตไม่่ทำำ�งาน ระบบไหลเวีียนโลหิติ : ความดันั โลหิติ สููง เส้้นเลืือดเป็็นแผล อุุดตััน แข็็งตัวั ระบบภููมิคิ ุ้้�มกััน : บกพร่่อง ติิดเชื้อ� ง่าย ระบบสืบื พัันธุ์์� : เสื่อ� มสมรรถภาพทางเพศ แท้้ง หรือื คลอดก่่อนกำำ�หนด คลอดลููกออกมาพิิการ ที่่�มา : แผ่่นพัับยาเสพติดิ หยุุดได้้ถ้้ารู้�้ทันั Be Smart Say No To Drugs 179
4. ผลกระทบจากปัญั หายาเสพติิด (ครอบครัวั /สังั คม) 1. การสููญเสีียด้้านบุุคลิกิ ภาพและจิติ ใจ เยาวชนย่่อมมีีบุุคลิกิ ภาพที่่�กำ�ำ ลังั เจริญิ เติิบโต มีีการสร้้างประสบการณ์์ต่่างๆ และหัดั วิิธีีการและชั้น� เชิงิ ในการผจญปััญหา หรืือกระทำำ�การ เพื่่�อให้้บรรลุุเป้้าหมาย การแก้้ปััญหาย่่อมต้้องอาศััยกระบวนการทางจิิต หลายประการ เช่่น ความอดกลั้้�น การควบคุุมอารมณ์์ การแสดงอารมณ์์ตามความเหมาะสม การใช้้ความคิิด และประมาณการตลอดจนการหาวิธิ ีีแก้้ปััญหาให้้เกิดิ ผลดีีที่ส่� ุุด หากเยาวชนใช้้และติิดยาเสพติิดโดยอาศััยเป็็นทางหนีีจากความทุุกข์์ยากหรืือปััญหาต่่างๆ แล้้ว บุุคลิกิ ภาพของผู้น�ั้้น� ก็ย็ ่่อมหยุุดเจริญิ แทนที่จ�่ ะหาทางแก้้ปัญั หาที่เ่� หมาะสมกลับั หันั ไปใช้้ยาแทน เยาวชนที่ต�่ ิดิ ยา จึึงมีีบุุคลิิกภาพใหม่่ที่ม่� ีีความอดทนน้้อย ระแวง และหาความสุุขจากชีีวิติ ธรรมดาที่่ไ� ม่่ใช้้ยาเสพติิดไม่่ได้้ หากผู้้�นั้้�นได้้ผ่่านการรัักษาหลายครั้้�งและเลิิกได้้ไม่่นานก็็ต้้องกลัับไปใช้้อีีก ความเชื่�อมั่ �นในตนเอง และความหวัังว่่าจะเลิิกจากยา ก็ค็ ่่อยๆ หายไปทุุกทีี หากผู้้�นั้้�นถููกจัับและติิดคุุกหลายๆ ครั้้�ง ความกลััวคุุกตะรางและการลงโทษต่่างๆ ตลอดจนความไม่ดี ในสายตาของสัังคม ก็็ค่่อยลดเสื่�อมและชิินชาไป การติิดคุุกตะราง หรืือการถููกลงโทษทางกฎหมายกลาย เป็็นเรื่ �องเล็็ก ค่่านิิยมของเขาก็็เปลี่่�ยนไป ความดีีกัับความชั่่�ว ตามแนวคิิดปกติิก็็เลืือนไปความสุุขที่่�เกิิดจาก การกระทำำ� ความดีีก็็ถอยไป นัับได้้ว่่า เป็น็ การเสื่อ� มสลายของสภาพจิติ เมื่อ� เยาวชนคนหนึ่่ง� คนใดติดิ ยาเสพติดิ และมีีบุุคลิกิ ภาพเปลี่ย�่ นแปลงไปจนถึงึ ขั้น� นี้้ � ก็จ็ ะเป็น็ พลเมือื งดีีไม่่ได้้ ไม่่สามารถใช้้ชีีวิติ ที่เ�่ ป็น็ ประโยชน์ก์ ับั ตนเอง และผู้อ�ื่น� ได้้ กลับั เป็น็ ผู้ก� ่่อให้้เกิดิ ปัญั หาสำ�ำ หรับั ตนเอง ครอบครัวั และสังั คม จึงึ นับั ว่่า เป็น็ การสููญเสีียทรัพั ยากร มนุุษย์์ของชาติ ิ ซึ่่ง� เป็น็ การสููญเสีียที่ส�่ ำ�ำ คัญั ที่ส่� ุุด 2. การสููญเสีียทางสุุขภาพอนามัยั ผู้ท� ี่่ต� ิิดยาเสพติดิ อาจเกิดิ ปัญั หาทางสุุขภาพ อนามััย หรือื โรคต่่างๆ ได้้หลายอย่่าง ได้้แก่่ 2.1 การใช้้ยาเกิินขนาด โดยที่่�การใช้้ยาเปลี่�่ยนแปลงอยู่�่เรื่�อยๆ ผู้้�ที่�่พยายามเลิิกยาหรืือเข้้ารัับ การรัักษาความด้้านยาจะลดลง ประกอบกัับยาที่่ไ� ด้้จากการลักั ลอบค้้าไม่่ได้้มีีการควบคุุมมาตรฐาน ความแรง อาจเปลี่ย่� นแปลงได้้อยู่เ�่ สมอ เพราะมีีการเจือื ปนสารชนิดิ อื่น� เข้้าไป ก่่อนนำ�ำ ออกจำ�ำ หน่่ายผู้ต� ิดิ ยาจึงึ อาจใช้้ยาเกินิ ขนาด และเป็็นอัันตรายได้้ ยิ่่�งเป็็นการใช้้ยาที่�่ฉีีดเข้้าหลอดเลืือดแล้้วยิ่ �งมีีโอกาสเกิินขนาดได้้มากยาที่�่มีีฤทธิ์์�กดระบบ ประสาทกลาง เมื่อ� ใช้้เกินิ ขนาดจะทำ�ำ ให้้ไม่่รู้ส�้ ึกึ ตัวั การหายใจลดลง และอาจเป็น็ อันั ตรายเสีียชีีวิติ ได้้ ในบางราย อาจเกิดิ การบวมของปอด ทำ�ำ ให้้หายใจหอบและเสมหะเป็็นฟองได้้ ที่่�มา : https://shorturl.asia/NsSYh 180 รู้�้คิดิ รู้้�ทันั ป้้องกัันยาเสพติิด
2.2 อาการจากการขาดยา อาการถอนยาที่เ�่ กิดิ ขึ้น� ในผู้ต� ิดิ ยาบางคนที่ต่� ิดิ อย่่างรุุนแรงและสุุขภาพไม่่ดีี อาจเป็็นอัันตรายได้้ โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งการติิดยานอนหลัับ อาจเกิิดอาการไข้้สููง ชััก และไม่่รู้�้สึึกตััวได้้ ผิิวหนัังอัักเสบเนื่่�องจากติิดเชื้�อจากเข็็มฉีีดยา ในบางรายอาจมีีอาการถอนยาที่�่ปรากฏคล้้าย โรคทางกาย เช่่น อาการปวดท้้องอย่่างรุุนแรง เหมืือนการอุุดตัันของลำำ�ไส้้ ทำ�ำ ให้้ได้้รัับการผ่่าตััดแก้้ไข โดยวิินิิจฉััยผิิดได้้อาการ ถอนยาที่่เ� กิิดในเด็็กแรกเกิดิ เนื่่อ� งจากมารดาติิดยาเสพติิดและใช้้ยาในระยะก่่อนคลอดจะทำำ�ให้้เด็็กไม่่แข็ง็ แรง หายใจน้้อย และเสีียชีีวิติ ได้้ง่่าย ที่่�มา https://shorturl.asia/QgxdC 2.3 พิิษจากยาเสพติิด ยาเสพติิดบางชนิดิ เช่่น แอมเฟตามีีน กััญชา โคเคน และแอลเอสดีี มีีผลทำ�ำ ให้้ เกิดิ อาการทางจิติ ได้้ บางรายอาจคลุ้้ม� คลั่่�ง วิกิ ลจริติ ไปเป็น็ ระยะเวลานาน ยาแอมเฟตามีีน ทำ�ำ ให้้เกิดิ อาการ ระแวงอย่่างรุุนแรง คิิดว่่าผู้�อื่�นจะมาทำำ�ร้้ายจึึงอาละวาดและทำ�ำ ร้้ายผู้�อื่�นได้้ ในยาเสพติิดที่่�ลัักลอบขายกััน อาจมีีสารอื่่น� เจืือปน เพื่่อ� ให้้ได้้ปริมิ าณมากขึ้้น� เช่่น สารหนูู และ สตริิกนิิน (strychnine) เป็น็ ต้้น ซึ่่ง� เป็น็ ยาพิษิ ทำ�ำ ให้้เป็น็ อัันตรายได้้ ที่�่มา https://www.tcijthai.com/news/2016/18/scoop/6305 Be Smart Say No To Drugs 181
2.4 อัันตรายจากการฉีีดยาที่่�ไม่่สะอาด ผู้้�ติิดยาที่�่ใช้้ยาฉีีดเข้้าหลอดเลืือดหรืือเข้้ากล้้ามเนื้้�อ มัักไม่่ได้้ ทำำ�ความสะอาดหลอดฉีีดยาให้้ปราศจากเชื้อ� เสีียก่่อน น้ำ��ำ ที่ใ�่ ช้้ละลายยาเพื่่อ� ฉีีดก็ไ็ ม่่สะอาด จึงึ อาจฉีีดเอาเชื้อ� โรค ต่่างๆ เข้้าไปในร่่างกายได้้ ทำำ�ให้้เกิิดการอัักเสบของผิิวหนัังและเนื้้�อเยื่�อบริิเวณที่่�ฉีีดเกิิดเป็็นฝีีหรืือเนื้้�อตายได้้ อาจลุุกลามเกิิดการอักั เสบของหลอดเลืือด หรือื โลหิิตเป็็นพิษิ ได้้ ในบางรายเชื้�อโรคอาจเข้้าไปยังั อวััยวะภายใน เช่่น หััวใจ ปอด สมอง และกระดููก ทำ�ำ ให้้เกิิดลิ้�นหััวใจอัักเสบ และฝีีตามอวััยวะต่่างๆ ผู้้�ที่�่ฉีีดยาหลายคน อาจใช้้เข็็มฉีีดยาร่่วมกันั ทำำ�ให้้โรคจากคนหนึ่่�งติดิ ไปยังั คนอื่น� ๆ ได้้ เช่่น โรคตับั อัักเสบ เป็น็ ต้้น ผู้้�ติิดยามีีอััตรา การเป็น็ โรคนี้้� มากกว่่าบุุคคลทั่่ว� ไป และอาจเกิดิ การระบาดเป็็นโรคทีีละหลายๆ คนได้้ 2.5อันั ตรายจากการฉีดี ยาที่่ไ� ม่เ่ หมาะสมเข้้าร่่างกาย ผู้ต� ิดิ ยาอาจใช้้ยาเม็ด็ มาละลายน้ำ�ำ� ฉีีดเข้้าหลอดเลือื ด โดยไม่่ทราบว่่า ในยาเม็็ดมีีแป้้งพวกทััลคััม (talcum) อยู่�่ด้้วย บางทีีก็็ใช้้สำำ�ลีีกรองน้ำ��ำ ยาก่่อนจะใช้้ฉีีด แป้้ง และใยสำ�ำ ลีีจะเข้้าไปติิดอยู่�่ตามหลอดเลืือดฝอยของปอด เกิิดโรคปอดแข็็งทำำ�ให้้การหายใจลำ�ำ บากเรื้�อรััง และไม่่มีีวิิธีีรัักษาในบางกรณีียาอาจจะละลายไม่่ดีี มีีเกล็็ดหรืือผลึึกของยาเข้้าไปในหลอดเลืือด ไปอุุด หลอดเลืือดต่่างๆ เช่่น ที่่�สมอง เกิิดเป็็นอัมั พาตได้้ 2.6 โรคบางชนิิดที่่�พบร่่วมกัับการติิดยาเสพติิด ผู้้�ติิดยาเสพติิดมัักมีีสุุขภาพไม่่ดีี อาหารไม่่เพีียงพอ และการดููแลสุุขภาพอนามััย ตลอดจนการรัักษาความสะอาดของร่่างกายไม่่ดีี จึึงมีีโรคต่่างๆ เกิิดได้้มาก เช่่น วััณโรคของปอด โรคผิิวหนัังต่่างๆ เป็็นต้้น มีีผู้้�รายงานว่่า พบโรคบางชนิิดร่่วมกัับการติิดยาเสพติิด โดยความสััมพัันธ์์และวิิธีีการเกิิดยัังไม่่ได้้เป็็นที่่�เข้้าใจชััดเจน เช่่น โรคเนื้้�อเยื่�อกล้้ามเนื้้�อละลายตััว (rhabdo- myolysis) มีีอาการปวดกล้้ามเนื้้�อ และอ่่อนเพลีีย ขยัับเขยื้�อนลำ�ำ บาก มีีการสลายตััวของเซลล์์กล้้ามเนื้้�อ ทำ�ำ ให้้มีีสารไมโอโกลบินิ เข้้าไปในเลือื ดและขับั ถ่่ายออกไปในปัสั สาวะ(myoglobinemia,myoglobinuria)เห็น็ เป็น็ ปััสสาวะสีีดำ�ำ รอยแผลเป็็นจากเข็็มฉีีดยา โรคไตอัักเสบ และโรคเส้้นประสาทอัักเสบ ก็พ็ บได้้ในผู้�ติดิ ยาเสพติิด 3. การสูญู เสีียทางเศรษฐกิิจ 3.1 ค่า่ ใช้้จ่า่ ยในการใช้้ยา ผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ ย่่อมต้้องใช้้จ่่ายเงินิ ในการซื้้อ� ยามาใช้้ ยิ่่ง� ติดิ มากขึ้้น� ยิ่ง� จำำ�เป็น็ ต้้องใช้้ปริิมาณยามาก เพราะเกิิดการด้้านยาดัังได้้กล่่าวแล้้ว โดยเฉลี่�่ยเมื่�อ พ.ศ. 2522 ผู้้�ที่�่ติิดเฮโรอีีนใช้้เงิิน ซื้�อยาราววัันละ 55 บาท ซึ่่�งนัับว่่าเป็็นค่่าใช้้จ่่ายที่�่สููงมาก ผู้้�ที่�่สููบฝิ่�นหากมีีฐานะไม่่ค่่อยดีีนัักก็็จำ�ำ เป็็นต้้องขาย ทรัพั ย์์สมบัตั ิติ ่่างๆ เพื่่อ� ใช้้ในการสููบฝิ่น� จึงึ ทำำ�ให้้มีีฐานะยากจนลง ผู้้�ที่่�ยากจนอยู่�่แล้้วและต้้องรับั จ้้างหาเงิินยิ่�งมีี ความลำำ�บากในการยังั ชีีพและเลี้ย� งดููครอบครัวั หากพิจิ ารณาการสููญเสีียทั้้ง� ประเทศซึ่่ง� มีีผู้้ต� ิดิ ยาอยู่ม�่ าก ผู้้ต� ิดิ ยา เฮโรอีีน 100,000 คน จะใช้้ยามีีมููลค่่าถึงึ วันั ละ 5.5 ล้้านบาท หรืือปีลี ะ 2,000 ล้้านบาท 3.2 การขาดงาน ผู้้�ติิดยาเสพติิดบางคนอาจสามารถปรัับการใช้้ยาได้้และสามารถทำำ�งานได้้ตาม ปกติิ บางคนใช้้ยาขนาดน้้อย ๆ ในเวลาเช้้าและกลางวััน เพื่่�อไม่่ให้้เกิิดอาการถอนยาและสามารถทำำ�งานได้้ แล้้วใช้้ยามากในตอนเย็น็ หรือื กลางคืนื ผู้้ต� ิดิ ยาส่่วนใหญ่่เมื่อ� ติดิ งอมแงมแล้้วจะไม่่สามารถทำ�ำ งานได้้ เพราะจะมีี ผลต่่อร่่างกายและจิติ ใจที่ข่� ัดั กับั การทำำ�งาน เมื่อ� ใช้้ยามากในเวลากลางวันั ก็ม็ ีีอาการซึมึ สะลึมึ สะลือื ความคิดิ ช้้า ทำ�ำ งานได้้ลำำ�บาก เมื่�อยาหมดฤทธิ์์�ก็็เกิิดอาการถอนยา คืือ กระวนกระวาย และปวดเมื่�อยตามตััว ฤทธิ์์�ของ ยาและอาการถอนยานี้้�เกิิดสลัับกัันอยู่�่ทั้้�งวััน จนไม่่สามารถทำ�ำ งานหรืือเรีียนหนัังสืือได้้ นอกจากนี้้�ยัังมีีความ จำำ�เป็็นต้้องใช้้เวลาในการไปหายามาเพื่่อ� ใช้้ในคราวต่่อไป และหาที่ซ่� ุุกซ่่อนเพื่่อ� ใช้้ยาสิ่ง� ต่่างๆ เหล่่านี้้ � จะรบกวนและ ขัดั ขวางการทำำ�งาน ทำ�ำ ให้้ประสิทิ ธิิภาพลดลงจนอาจต้้องออกจากงาน 3.3 ค่่าใช้้จ่่ายในการจััดการแก้้ปััญหาของรััฐและเอกชน ทั้้�งในด้้านการปราบปราม การลัักลอบ ค้้ายาเสพติิด การให้้บริิการบำำ�บััดรักั ษาและการป้อ้ งกััน ทำำ�ให้้สููญเสีียงบประมาณและทรััพยากรไปไม่่น้้อย 182 รู้้ค� ิดิ รู้�ท้ ันั ป้้องกันั ยาเสพติดิ
4. การสูญู เสีียทางสัังคม 4.1 การเสีียชื่่อ� เสียี งและฐานะทางสัังคม ของผู้�ติดิ ยา ผู้้ต� ิิดยาย่่อมเป็น็ ที่่ร� ังั เกีียจของสังั คม 4.2 ปััญหาในครอบครััว การติิดยาเสพติิดทำ�ำ ให้้คนในครอบครััวได้้รัับความลำ�ำ บากทั้้�งด้้านจิิตใจ และฐานะการเงิิน มีีผลให้้เกิิดความแตกแยกในครอบครัวั ได้้ ดัังนั้้�นจะเห็็นได้้ว่่าผู้ต� ิดิ ยามีีอัตั ราการหย่่าร้้างสููง 4.3 ปััญหาอาชญากรรม ผู้�ติิดยาจำ�ำ เป็็นต้้องใช้้เงิินจำ�ำ นวนมากในการซื้้�อยามาใช้้ ประกอบกัับ ความอยากยารุุนแรงทำำ�ให้้ขาดการยั้้�งคิิด จึึงเกิิดอาชญากรรมต่่างๆ ขึ้้�นได้้ ในชุุมชนใดที่่�มีีผู้้�ติิดยาเสพติิดอยู่่� โอกาสที่จ่� ะเกิิดการลัักขโมยมีีมากขึ้้�น นอกจากนี้้� ปััญหายาเสพติิดอาจเป็็นปััญหาทางการเมืืองในประเทศหรืือระหว่่างประเทศ และมีี ผลกระทบต่่อความมั่่น� คงของชาติไิ ด้้ ที่�่มา : http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=9&chap=13&page=t9-13-infodetail04.html มููลนิิธิสิ ารนุุกรมไทยสำำ�หรัับเยาวชน Be Smart Say No To Drugs 183
5. การใช้ย้ าในทางที่�่ผิิด การใช้้ยาในทางที่�่ผิิด หมายถึึง การนำ�ำ ยารัักษาโรคมาใช้้โดยไม่่มีีจุุดมุ่่�งหมายทางการแพทย์์ แต่่มุ่่�งหวััง เพื่่อ� ตอบสนองความต้้องการบางอย่่าง เช่่น การกระตุ้น� ประสาทเพื่่อ� ให้้ร่่างกายมีีการตื่่น� ตัวั อยู่เ�่ สมอ การใช้้เพื่่อ� ความสนุุกสนาน การทำ�ำ ให้้เกิิดความเคลิิบเคลิ้้�ม การหลบหนีีจากความกดดัันของสัังคม เป็็นต้้น ซึ่่�งทำำ�ให้้เกิิด อัันตรายต่่อร่่างกาย และจิิตใจของผู้ใ� ช้้ยา ปััจจุุบัันเด็็กและเยาวชนมีีการนำำ�ยารัักษาโรคหลายชนิิดมาใช้้ในทางที่�่ผิิด ซึ่่�งก่่อให้้เกิิดผลกระทบ ต่่อร่่างกาย และจิติ ใจ โดยยาที่เ�่ ด็็กและเยาวชนมัักจะนำ�ำ มาใช้้ในทางที่�่ผิิด มีีดัังนี้้� ชนิดิ ของยา ลกั ษณะของยา ลักษณะการน�ำมาใช้ การออกฤทธิ์/ผลตอ่ จติ ประสาท ในทางที่ผิด 1. ยาแก้้ไอผสม โคเดอีีนผลิติ จากฝิ่่น� ใช้้ปริมิ าณมาก ออกฤทธิ์์ต� ่อ่ ระบบประสาท โคเดอีีน และถููกนำำ�มาผลิิต เพื่่อ� มุ่�่งหวัังให้้เกิดิ ส่ว่ นกลางมีีอาการคลื่่น� ไส้้ ชื่�อ่ เรีียกอื่่�น : MB, เป็็นส่่วนผสมของ อาการเคลิ้้�มสุุข อาเจีียน ง่่วงซึมึ ท้้องผููก ใจสั่่�น ลีีน, บาร์์ ยาแก้้ไอในรููปแบบ โดยการ หััวใจเต้้นเร็ว็ กล้้ามเนื้้�อแข็ง็ เกร็็ง ต่่างๆ - ดื่่ม� โดยไม่่ผสม พููดไม่่ชััด เคลิบิ เคลิ้้�ม มึนึ งง ได้้แก่่ ยาแก้้ไอ กับั อะไรเลย ประสาทหลอน การใช้้ในขนาด ชนิดิ เม็ด็ ยาแคปซููล - ผสมกบั น�้ำอดั ลม ที่ส่� ููงมาก ทำำ�ให้้กดศููนย์ค์ วบคุมุ และยาน้ำำ�� เชื่อ� ม และใสน่ �้ำแขง็ ดื่ม การหายใจ ช็อ็ ก และอาจถึึง - ผสมกับยาบางชนิด แก่่ชีีวิิตได้้ การใช้้ติิดต่่อ เป็็นเวลานานทำำ�ให้้เกิดิ การติิดยา ได้้ทั้้ง� ทางร่่างกายและจิติ ใจ อีีกทั้้ง� มีีอาการถอนยาเมื่�อขาดยา 2. ยาแก้้ไอ เปน็ ยาลดอาการไอ ใช้้ปริิมาณมาก ออกฤทธิ์์�ต่อ่ ระบบประสาท เดกซ์โ์ ทรเมทอร์แ์ ฟน แบบไม่มีเสมหะมี ทำำ�ให้้เกิิดอาการเมา การใช้้ยาเกินิ ขนาดจะทำ�ำ ให้้ ชื่่อ� เรียี กอื่�น่ : ลกั ษณะเป็นยาเมด็ เคลิิบเคลิ้้�ม ลดความ มีีอาการ คลื่่น� ไส้้ อาเจีียน เรดเดวิิล,เด็ก็ ซ์์, และยาน�้ำเชอ่ื ม เจ็็บปวด โดยการ เวีียนศีีรษะ มึนึ งง ง่่วงนอน DXM, CCC, robo - ยาเม็็ดนำ�ำ ไปบดเป็็น กล้้ามเนื้้อ� ทำำ�งานไม่่ประสานกััน ผงเพื่่อ� สููดเข้้าทางจมููก พููดไม่่ชัดั ม่่านตาขยาย เคลิบิ เคลิ้้ม� หรือื ใส่่แคปซููล หััวใจเต้้นเร็ว็ ความดันั โลหิิตสููง รับั ประทาน กัังวล หงุ ดหงิิด ประสาทหลอน - ยาน้ำ��ำ นำ�ำ ไปผสมกัับ กระวนกระวายสั่�น ชััก น้ำำ��อัดั ลม เสีียความทรงจำ�ำ หมดสติิ กดการหายใจ และอาจถึึงแก่่ชีีวิติ ได้้ 184 รู้้ค� ิดิ รู้�้ทันั ป้้องกันั ยาเสพติิด
ชนิิดของยา ลักั ษณะของยา ลักั ษณะการนำำ�มาใช้้ การออกฤทธิ์์/� ผลต่อ่ จิติ ประสาท ในทางที่่ผ� ิิด 3. ยาโรฮิิบนอล ชื่่อ� เรียี กอื่�่น : แมว เป็น็ ยานอนหลัับ นำำ�ไปผสมเครื่่อ� งดื่�ม ออกฤทธิ์์ก� ดระบบประสาท ยาหลัับ สีีม่่วง มีีลักั ษณะเป็็นยาเม็ด็ โดยเฉพาะเครื่่�องดื่ �ม ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม มึึนงง ปวดศีีรษะ ยาเมาโรเช่่ รููปวงรีีขนาดใหญ่่ ที่่�มีีแอลกอฮอล์์ ความทรงจำ�ำ ในระหว่่างที่�่ได้้รัับยา สีีเขีียวขี้ �ม้้า เพื่่อ� ให้้ออกฤทธิ์์แ� รงขึ้น� ลดลง ประสาทหลอน พฤติิกรรม 4. ยามิดาโซแลม โดยหวัังผลในการ ผิิดปกติิ การใช้้ติิดต่่อกััน หรอื ยาโดมคิ ุม่ ก่่ออาชญากรรม เช่่น เป็็นเวลานานทำำ�ให้้เกิดิ ภาวะ ชื่อเรียกอื่น : การปลดทรััพย์์ พึ่่�งพิิงได้้ พึ่่�งยา ทั้้ง� ทางร่่างกาย กุ้มคมุ่ ยามอมยา การลวนลาม และจิติ ใจ เมื่อ� หยุุดยาจะทำ�ำ ให้้เกิดิ สลัดผ้ายาส่าย การข่่มขืืน เป็น็ ต้้น อาการถอนยา เช่่น คลื่่น� ไส้้ อาเจีียน เปลือื กตากระตุุก สั่่น� เป็น็ ต้้น กรณีีใช้้ร่่วมกับั เครื่่�องดื่ม� แอลกอฮอล์์จะมีีความเสี่�่ยง ต่่อการเสีียชีีวิิตสููง เพราะ แอลกอฮอล์์จะเสริมิ ฤทธิ์์� ทำำ�ให้้กดประสาทมากขึ้้�น และอาจกดศููนย์์ควบคุุม การหายใจ เป็็นยานอนหลัับ นำำ�ไปใช้้ในการ ออกฤทธิ์์�กดระบบประสาท มีีทั้้ง� ยาเม็ด็ และยาฉีีด ก่่ออาชญากรรม ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม เดินิ เซ เพ้้อ มึึนงง โดยยาเม็็ดมีีสีีฟ้า้ โดยการมอมเมาเหยื่ อ� สัับสน พููดไม่่ชััด คลื่่�นไส้้ อาเจีียน ด้้านหนึ่่ง� มีีตััวอักั ษร เป้้าหมาย หากได้้รับั ยาติดิ ต่่อกันั เป็น็ เวลานาน ส่่วนอีีกด้้านหนึ่่ง� มีีขีีด ที่เ�่ ป็็นหญิงิ สาว อาจทำำ�ให้้เกิดิ ภาวะพึ่่ง� ยา แบ่่งครึ่่�งเม็ด็ ทั้้ง� ทางร่่างกาย และจิิตใจได้้ เมื่อ� หยุุดยากะทันั หันั อาจก่่อให้้เกิดิ อาการถอนยา คืือ นอนไม่่หลัับ Be Smart Say No To Drugs 185
ชนดิ ของยา ลักั ษณะของยา ลัักษณะการนำ�ำ มาใช้้ การออกฤทธิ์์/� ผลต่่อจิิตประสาท ในทางที่ผ�่ ิดิ 5. ยาอลั ปราโซแลม เป็็นยารัักษาอาการ นำำ�ไปใช้้เป็็น ออกฤทธิ์์�กดประสาทส่่วนกลาง ชื่อ�่ เรีียกอื่�่น : วิติ กกัังวล สงบ ยานอนหลัับอย่่างแรง ทำ�ำ ให้้มีีอาการง่่วงซึึม อ่่อนแรง โซแลม, ซาแนก, ประสาท และช่่วยให้้ หรืือผสมในเครื่่�องดื่ม� เดินิ เซ หลงลืมื โดยจะจำ�ำ เหตุุการณ์์ ยาแมว, ยาแฮปปี้้,� นอนหลัับ เป็็นยาเม็็ด แอลกอฮอล์์ ต่่างๆ หลัังรับั ประทานยาไม่่ได้้ ลููกเม็็ด, เอ็็ม 10, มีีทั้้ง� สีีขาว สีีชมพูู เพื่่อ� ล่่วงละเมิดิ ทางเพศ จึงึ เป็น็ ที่่ม� าของการนำำ�ยามาใช้้ ยาเสียสาว และสีีม่่วง โดยสีีม่่วง และใช้้ผสมยาแก้้ไอ ในทางที่่�ผิิด นอกจากนี้้ก� ารใช้้ยา 6. ยาไดอาซีแพม จะมีีความแรงมาก หรือื น้ำำ��ต้้มใบกระท่่อม ติิดต่่อกันั เป็น็ เวลานาน ทำำ�ให้้เกิดิ ชื่อเรียกอื่น : ที่่�สุุด ซึ่่�งการใช้้ยานี้้� แล้้วดื่�มเพื่่อ� ให้้เกิดิ การติดิ ยาได้้ทั้้�งทางร่่างกาย วาเลีียม, แวเลีียม ต้้องสั่ �งจ่่ายโดยแพทย์์ ความมึึนเมา และจิิตใจ ซึ่่ง� ถ้้าหยุุดยาทันั ทีี เท่่านั้้�น อาจเกิดิ อาการขาดยา หรืือถอนยา เช่่น คลื่่น� ไส้้ นอนไม่่หลับั มือื สั่น� หัวั ใจเต้้นเร็ว็ ชักั ซึมึ เศร้้า อาจเป็น็ โรคจิติ ได้้กรณีี ใช้้ร่่วมกับั เครื่่�องดื่�มแอลกอฮอล์์ จะมีีความเสี่�ย่ งต่่อการเสีียชีีวิติ สููง เพราะแอลกอฮอล์์จะเสริมิ ฤทธิ์์� ทำำ�ให้้กดประสาทมากขึ้้น� และอาจ กดการหายใจจะทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิิตได้้ เป็น็ ยาคลายกัังวล - ใช้ยาในปรมิ าณมาก ออกฤทธิ์์�ต่อ่ ระบบประสาท หรือื ยากล่่อมประสาท - ใช้้ยาติดิ ต่่อกััน ส่ว่ นกลางทำำ�ให้้ง่่วงซึมึ อ่่อนเพลีีย ทำำ�ให้้กล้้ามเนื้้อ� เป็็นระยะเวลานาน กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง มีีอาการคล้้าย คลายตัวั และระงัับ - ใช้้ยาร่่วมกับั ยา อาการเมาค้้าง ปวดศีีรษะ คลื่่น� ไส้้ อาการชััก มีีลักั ษณะ แก้้ปวดที่่�สกัดั จากฝิ่่�น อาเจีียน ปากแห้้งหากใช้้ปริมิ าณมาก เป็น็ ยาเม็ด็ ยาแคปซููล - ใช้้ยาร่่วมกัับ ทำ�ำ ให้้มีีอาการง่่วงนอนมาก สับั สน และยาฉีีด เครื่่�องดื่ม� แอลกอฮอล์์ หายใจลำำ�บาก ไม่่รู้ส้� ึกึ ตัวั นอกจากนี้้� ซึ่ง� การใช้้ยานี้้� โดยมุ่งหวงั ใหเ้ กดิ การใช้้ยาต่่อเนื่่อ� งเป็น็ ระยะเวลานาน ต้้องมีีใบสั่�งจากแพทย์์ ความผอ่ นคลาย และ อาจทำ�ำ ให้้ติิดยาได้้ทั้้�งทางร่่างกาย และอยู่่ภ� ายใต้้ เคลิบเคลิ้ม และจิติ ใจ ซึ่่�งหากหยุุดใช้้ทัันทีี การควบคุุมของแพทย์์ อาจเกิดิ อาการขาดยาหรือื ถอนยา เท่่านั้้�น เช่่น คลื่่น� ไส้้ นอนไม่่หลัับ มือื สั่น� หััวใจเต้้นเร็ว็ ชักั ซึึมเศร้้า เป็็นโรคจิติ ได้้ 186 รู้�ค้ ิดิ รู้�้ทััน ป้้องกัันยาเสพติิด
ชนิดของยา ลักษณะของยา ลกั ษณะการน�ำมาใช้ การออกฤทธ์/ิ ผลต่อจติ ประสาท ในทางที่ผิด 7. ยาไนเมตาซแี พม เป็็นยานอนหลับั - ใช้้ยาในปริิมาณมาก ออกฤทธิ์์ก� ดประสาท มีีอาการ ชื่อเรียกอื่น : และคลายเครีียด - ใช้้ยาติิดต่่อกันั ง่วงซึึม มึึนงง สับั สน สููญเสีีย อิริมนิ 5, ซึ่ง� ใช้้ภายใต้้การควบคุุม เป็็นระยะเวลานาน การทรงตัวั และสููญเสีียความทรงจำ�ำ ไฟว-์ ไฟว์ ของแพทย์์เท่่านั้้น� แต่่ - ใช้้ยาร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่ม� หากหยุุดยาทันั ทีีหลังั ได้้รับั ยา (five - five), ยาไนเมตาซีีแพมนี้้� แอลกอฮอล์์ เพื่่�อให้้ ขนาดสููง หรือื เป็น็ ระยะเวลานาน กิฟมีไฟว,์ ไม่่มีีการอนุุมัตั ิทิ ะเบีียน เกิดิ อาการเคลิ้้ม� ฝันั อาจเกิดิ อาการถอนยา อีีกทั้้ง� ถ้้าใช้้ แฮปปี้ 5 ตำ�ำ รับั ยาในประเทศไทย - ใช้้เป็น็ ยาที่ท�่ ำ�ำ ให้้หลับั ร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่ม� แอลกอฮอล์์ หรือื 8. ยาทรามาดอล ยาที่�่พบจึึงเป็็น หลังั จากการใช้้ยาอีี สารที่่�มีีฤทธิ์์ก� ดระบบประสาท ชื่อ่� เรีียกอื่�่น : การลักั ลอบนำ�ำ เข้้า และยาบ้้า ส่่วนกลาง เช่่น ยาแก้้ปวดที่ส่� กัดั แค็็บ,แท็็กซี่่,� มาจำำ�หน่่ายจาก ใช้้ยาปริมิ าณมาก โดย จากฝิ่่�น หรือื ยาแก้้ปวดอื่�นๆ เขียี วเหลืือง ต่่างประเทศ ใช้้ครั้้ง� ละหลายๆ เม็ด็ อาจทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ ได้้ มีีลัักษณะเป็็นยาเม็็ด ต่่อเนื่่อ� งกันั หรือื นำ�ำ ไป ออกฤทธิ์์ก� ดการทำำ�งานของระบบ เป็น็ ยาบรรเทาอาการ ใช้้ร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่�ม ประสาทเช่่นเดีียวกัับมอร์ฟ์ ีีน ปวดระดัับปานกลาง ที่ม�่ ีีแอลกอฮอล์์ ทำ�ำ ให้้คลื่่�นไส้้ อาเจีียน ง่่วงซึึม ถึงึ ระดับั รุุนแรง เครื่่อ� งดื่�มชููกำำ�ลััง หรืือ มึนึ งง ปวดศีีรษะ ชััก การใช้้ยา ทั้้ง� ชนิิดเฉีียบพลััน น้ำ�ำ�อััดลม โดยหวัังผล เกินิ ขนาด ทำ�ำ ให้้กดศููนย์ค์ วบคุมุ และเรื้อ� รังั มีีทั้้ง� ยาเม็ด็ ให้้รู้�ส้ ึึกสบาย และ การหายใจ การหายใจช้้า ง่่วงซึึม ยาน้ำ�ำ� ยาเหน็็บทวาร เคลิ้้�มสุุขได้้แรงอย่่าง หากรุุนแรงจะหมดสติิถึึงขั้ �นโคม่่า ยาฉีีด และยาแคปซููล รวดเร็็ว ส่่งผลให้้เกิิด กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง อาจมีีอาการ สีีเขีียวเหลืือง ความต้้องการ ชักั หัวั ใจเต้้นช้้า ความดันั โลหิติ ต่ำ�ำ� ใช้้ยาทุุกวััน และหััวใจอาจจะหยุุดเต้้น ทำำ�ให้้ เสีียชีีวิิตได้้ Be Smart Say No To Drugs 187
ชนิดของยา ลัักษณะของยา ลัักษณะการนำำ�มาใช้้ การออกฤทธิ์์�/ผลต่อ่ จิิตประสาท ในทางที่ผ�่ ิิด 9. ยาโปรเมทธาซนี เป็น็ ยาใช้้เพื่่�อบรรเทา นำำ�ไปผสมกับั ออกฤทธิ์์�กดระบบประสาท ชื่่�อเรีียกอื่่�น : อาการแพ้้ชนิดิ น้ำ��ำ เครื่่�องดื่ม� น้ำ�ำ� แข็็ง ส่ว่ นกลางทำำ�ให้้ง่่วงซึมึ ปากแห้้ง โพโคดิิล, โปรโคดิลิ สำ�ำ หรัับเด็็กป้้องกััน หรือื ยาชนิดิ ต่่างๆ เช่่น มองเห็น็ ภาพไม่่ชััด หัวั ใจเต้้นเร็็ว อาการคลื่่�นไส้้ น้ำำ��อััดลม น้ำ��ำ ผลไม้้ ปวดศีีรษะ ปัสั สาวะขััด ท้้องผููก อาเจีียน มีีลัักษณะ ยาแก้้ปวด หากใช้้ยาในขนาดที่�่สููง ทำำ�ให้้ เป็น็ ยาน้ำำ�� เชื่�อมใส ยาทรามาดอล กระสับั กระส่่าย ชักั เกร็็ง สีีน้ำำ�� ตาล มีีรสหวาน น้ำำ��ต้้มใบกระท่่อม หัวั ใจเต้้นผิดิ ปกติิ ประสาทหลอน โดยหวังั ผลให้้ หวาดกลัวั อย่่างควบคุุมไม่่ได้้ เกิิดอาการมึึนเมา กดศููนย์ค์ วบคุุมการหายใจ คล้้ายดื่ม� เหล้้า หมดสติิ กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง หยุุดหายใจชั่่�วคราว และเสีียชีีวิติ ได้้ 10. ยาเบนซ์เ์ ฮกซอล เป็็นยารักั ษา นำำ�ไปใช้้ร่่วมกับั ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม คลื่่�นไส้้ อาเจีียน ชื่อเรยี กอื่น : โรคพาร์์กิินสันั ยาหลอนประสาท บวมบริเิ วณหน้้า ริมิ ฝีีปาก ลิ้้�น บไี ฟว,์ B5 รักั ษาอาการสั่่�นที่่�มีี ตััวอื่น� ๆ โดยหวัังผล ประสาทหลอน ซึึมเศร้้า มีีผื่่�นแดง สาเหตุุมาจาก ให้้เกิดิ ความเคลิบิ เคลิ้้ม� คััน ผื่่น� ลมพิษิ มีีอาการสับั สน การรัับประทานยา เป็น็ เวลานานๆ การใช้้ปริมิ าณมาก และใช้้ร่่วมกัับ บางชนิิด และบรรเทา ยาหลอนประสาทตััวอื่น� ๆ อาการข้้างเคีียง จะทำ�ำ ให้้หััวใจเต้้นเร็็ว จากการกิินยา ไม่่เป็็นจัังหวะ หายใจลำ�ำ บาก ทางจิติ เวช มีีลัักษณะ และชักั ได้้ เป็น็ ยาเม็ด็ กลมสีีขาว ที่่�มา : คู่่�มือื การดำ�ำ เนินิ งานด้้านการป้้องกันั และแก้้ไขปััญหายาเสพติดิ สำ�ำ หรับั อาสาสมัคั รสาธารณสุุขกรุุงเทพมหานคร 188 รู้ค�้ ิดิ รู้ท้� ััน ป้้องกัันยาเสพติิด
สาเหตุุที่่�เยาวชนใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด ไม่่มีีเหตุุผลข้้อหนึ่่�งข้้อใดโดยเฉพาะว่่าทำำ�ไมเยาวชนใช้้ยาในทางที่่�ผิิด ตััวผู้�ใช้้ยาและครอบครััวมัักจะ ถููกกล่่าวโทษก่่อน แต่่จริิงๆ แล้้วยัังมีีปััจจััยอื่�นๆ อีีกมากมายที่่�นำ�ำ ไปสู่่�การใช้้ยาในทางที่�่ผิิด เช่่น ปััจจััย ทางสัังคมและสภาพแวดล้้อม การที่�่หายาได้้ง่่าย และความขาดแคลน หรืือไม่่สามารถเข้้าถึึงการสนัับสนุุน ทางสัังคม ปััจจััยอีีกปััจจััยหนึ่่�งที่�่นำำ�ไปสู่�่การใช้้ยาเสพติิดที่่�มัักจะไม่่ค่่อยนึึกถึึงกัันก็็คืือ องค์์ประกอบด้้านศรััทธา ความเชื่อ� (Spiritual component) ในขณะที่ส่� ังั คมและสิ่ง� แวดล้้อมเป็น็ ปัจั จัยั ภายนอกที่น่� ำ�ำ ไปสู่ก�่ ารใช้้ยาเสพติดิ การไม่่มีีความตระหนักั ในคุุณค่่าของตนเอง และขาดศรัทั ธาความเชื่อ� ในทางบวก มีีผลทำำ�ให้้ไม่่สามารถเผชิญิ หน้้า กัับความท้้าทายต่่างๆ ในชีีวิติ และเป็็นความเสี่ย่� งต่่อการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด องค์์ประกอบทั้้�ง 4 คืือ คน สิ่่�งแวดล้้อม สัังคม และศรััทธาความเชื่�อ เป็็นองค์์ประกอบที่�่กำำ�หนดหรืือ มีีอิทิ ธิพิ ลต่่อการใช้้หรือื ไม่่ใช้้ยาเสพติิดของคนเรา ศรัทั ธาความเชื่อ่� สัังคม สิ่ง� แวดล้้อม คน องค์์ประกอบเหล่่านี้้�มีีการปฏิิสััมพัันธ์์กัันตลอดเวลา โดยเฉพาะแต่่ละตััวมีีผลต่่อการเติิบโต และพัฒั นาการของแต่่ละบุุคคล การขาดหรือื ปราศจากองค์ป์ ระกอบตัวั ใดตัวั หนึ่่ง� ส่่งผลถึงึ พัฒั นาการของบุุคคล และทำำ�ให้้ทัักษะทางสัังคมและการเผชิิญหน้้ากัับปัญั หาต่่างๆ ลดลง คน ช่่วงวัยั รุ่น�่ เป็น็ ช่่วงเวลาของการเปลี่ย่� นแปลงทางร่่างกายและอารมณ์อ์ ย่่างมหาศาล วัยั รุ่น�่ มักั จะรู้ส้� ึกึ กระอัักกระอ่่วนและกัังวลเกี่่�ยวกัับตนเอง และบางทีีรู้้�สึึกว่่าตนเองต้้องเลืือกระหว่่างการดำ�ำ เนิินตามแบบแผน กัับความต้้องการที่่�จะแตกต่่าง วััยรุ่่�นอาจจะไม่่มีีทัักษะ ประสบการณ์์ และการสนัับสนุุนเพื่่�อจััดการ กัับความเครีียดและแรงกดดัันในชีีวิิตเสมอไป ทั้้�งๆ ที่่�วััยรุ่�่นมีีจุุดอ่่อนในเรื่ �องเหล่่านี้้�มาก ปััจจััยด้้านตััวคน รวมถึึงการมีีทัักษะทางสัังคมที่่�เข้้มแข็็ง สภาพแวดล้้อมทางครอบครััวที่�่เกื้�อหนุุนและพื้้�นฐานทางศรััทธา ความเชื่ �อในทางบวก หากขาดองค์์ประกอบตััวใดตััวหนึ่่�งไป เยาวชนอาจจะหัันไปยาเสพติิดเพื่่�อเป็็นหนทาง ในการเผชิิญกับั ปัญั หาต่่างๆ Be Smart Say No To Drugs 189
ศรััทธาความเชื่่�อ เป็็นตััวกำ�ำ หนดคุุณธรรมและจริิยธรรมของแต่่ละคน ศรััทธาความเชื่�อมัักถููกเข้้าใจ ว่่าเป็็นความเชื่ �อทางศาสนาหรืือความเลื่ �อมใสศรััทธา ทั้้�งๆ ที่�่ความจริิงแล้้ว ศรััทธาความเชื่ �อเป็็นการเชื่ �อ ในพลัังอำำ�นาจที่�่สููงกว่่าหรืือแหล่่งของพลัังที่�่คนแต่่ละคนสามารถพึ่่�งพาได้้ ในเวลาที่�่พบกัับความยุ่่�งยากลำำ�บาก สำำ�หรัับเยาวชนการมีีพื้้�นฐานความเชื่ �อที่�่เข้้มแข็็งจะช่่วยให้้สามารถเผชิิญกัับความขััดแย้้ง ความท้้าทาย และความเข้้าใจจากเพื่่อ� น สื่่อ� มวลชน และสังั คม ดังั นั้้น� ในการพยายามเผชิญิ หน้้ากับั ชีีวิติ การขาดความตระหนักั ในศรัทั ธาความเชื่�อและพลัังของตนเอง อาจนำ�ำ เยาวชนบางคนไปสู่่�การใช้้ยาในทางที่ผ่� ิิด สังั คม เยาวชนเป็น็ ส่่วนประกอบที่ม�่ ีีคุุณค่่าของสังั คม และมีีบทบาทสำ�ำ คัญั ในการมีีส่่วนช่่วยจัดั รููปสังั คม ของเรา ข่่าวสารที่�่ผสมผสานจากสื่่�อ เพื่่�อน พ่่อแม่่ ผู้้�ปกครอง สถานศึึกษาและที่่�ทำำ�งาน มัักจะสวนทางหรืือ ขััดแย้้งกัับประสบการณ์์ของเยาวชน ซึ่่�งสื่ �อให้้เห็็นว่่าเยาวชนได้้รัับข้้อมููลป้้อนกลัับทั้้�งที่�่เป็็นการส่่งเสริิมและ ยัับยั้�งการใช้้ยาเสพติิด ในบางสัังคมเยาวชนอาจรู้้�สึึกถููกกดดัันให้้ใช้้ยาเสพติิดเพื่่�อให้้ได้้เป็็นส่่วนหนึ่่�งของกลุ่�่ม ดังั นั้้น� การใช้้ยาในทางที่ผ่� ิดิ จึงึ มักั ถููกมองว่่าให้้ผลเป็น็ ความบันั เทิงิ ที่ด่� ีีสำ�ำ หรับั เยาวชน โดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� ในกรณีีที่�่ ขาดกิิจกรรมทางเลือื กที่เ�่ หมาะสมอื่่น� ๆ สภาพแวดล้้อม ปัจั จััยด้้านสภาพแวดล้้อมที่่�มีีอิทิ ธิิพลต่่อการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด รวมถึึงการโฆษณาและ ส่่งเสริิมการใช้้ยา ซึ่่�งมัักพุ่่�งเป้้าไปที่�่เยาวชน ยิ่่�งกว่่านั้้�นการที่่�หายาเสพติิดได้้ง่่ายและมีีอยู่�่พร้้อมในบางชุุมชน ทำำ�ให้้เยาวชนเข้้าสู่ว่� งจรยาเสพติดิ ได้้ง่่ายขึ้น� สภาพที่ไ�่ ม่่มั่่น� คงในครอบครัวั รวมทั้้ง� ความสัมั พันั ธ์ท์ ี่ไ่� ม่่ดีีที่โ่� รงเรีียน หรืือที่่�ทำำ�งานเป็็นสภาพแวดล้้อมอีีกแบบหนึ่่�งที่�่อาจทำ�ำ ให้้เกิิดการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด การประมาณการจำ�ำ นวน การใช้้ยาในทางที่่ผ� ิดิ ในกลุ่�มเยาวชน ทำ�ำ ได้้ยากด้้วยสาเหตุหุ ลายประการ ผลที่่เ� กิดิ จากการใช้้ยาแตกต่า่ งกันั ไป ในแต่ล่ ะคนและการใช้้ยาเสพติิดของแต่ล่ ะคนจะแตกต่่างกัันไปในแต่่ละช่่วงเวลา 190 รู้้�คิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
ข้้อบ่ง่ ชี้้�ที่่�แสดงว่่าเยาวชนอาจมีีการใช้้ยาในทางที่�่ผิดิ สััญญาณและอาการของการใช้้ยาในทางที่่ผ� ิิด การระบุุสัญั ญาณที่แ่� น่่นอนว่่าเยาวชนมีีการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิดิ ไม่่ใช่่เรื่อ� งง่าย สัญั ญาณต่่างๆ เหล่่านี้้� หลายตัวั เป็น็ เพีียงกระบวนการปกติขิ องการเติบิ โตในช่่วงวัยั รุ่น�่ แต่่ในขณะที่ย่� ังั ไม่่มีีสัญั ญาณเตือื นที่แ่� น่่นอนว่่ามีีการใช้้ยา ในทางที่�่ผิิด มีีข้้อบ่่งชี้ �บางอย่่างที่�่อาจแสดงถึึงปััญหาดัังกล่่าว ถึึงกระนั้้�นการที่�่สัังเกตเห็็นสััญญาณเหล่่านี้้� ก็อ็ าจจะไม่่ได้้หมายความว่่าคนนั้้�นใช้้ยาเสพติิด สััญญาณทางร่า่ งกาย - คััดจมููกหรือื น้ำ��ำ มููกไหลตลอดเวลา ของการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด - ตาแดง (มัักสวมแว่่นดำำ�เพื่่อ� อำำ�พราง) - ไอและหอบ สัญั ญาณทางพฤติิกรรม - รอยช้ำ�ำ�ดำ�ำ ที่ม�่ องเห็็นได้้ตามแขนและขา ของการใช้ย้ าในทางที่่ผ� ิดิ - พููดไม่่เป็็นคำ�ำ - คลื่่�นไส้้และอาเจีียน สััญญาณทางสภาพแวดล้้อม - เดิินโซเซและปฏิิกิิริยิ าช้้า ของการใช้้ยาในทางที่่�ผิดิ - ลมหายใจมีีกลิ่่�นแอลกอฮอล์์ - ไม่่สนใจตัวั เอง - เหนื่่�อยง่าย อ่่อนเพลีีย - ขาดเรีียน ผลการเรีียนหรือื การทำำ�งานตกต่ำำ��ลง - ปลีีกตััวหรืือหลบเลี่�่ยงคนอื่ �นๆ - หดหู่�่ และ/หรืือกระวนกระวาย - ใช้้จ่่ายเงินิ มากเป็็นประจำ�ำ หรือื อยู่�ๆ่ ก็ม็ ีีเงิินมาก - เปลี่ย่� นกลุ่ม่� เพื่่อ� น - เปลี่่ย� นนิสิ ััยการกินิ การนอน - อารมณ์์แปรปรวนตลอดเวลา ก้้าวร้้าว และมีีแนวโน้้ม ใช้้ความรุุนแรง - มีีความลัับเกี่ย่� วกัับการกระทำ�ำ ที่่�อยู่่� หรือื ทรััพย์ส์ ิิน - ขาดความสนใจในสภาพของตนเองและสุุขอนามััย - ใช้้น้ำ�ำ�หอม โคโลญจน์์ หรือื น้ำ��ำ ยาปรัับอากาศมากขึ้้�น - อยู่่น� อกบ้้านจนดึึก หรือื ไม่่กลับั บ้้านหลายวัันบ่่อยๆ - พบยาหรือื อุุปกรณ์ก์ ารเสพยา - ทรัพั ย์์สินิ มีีค่่าในบ้้านหายไป สาเหตุุที่�่เยาวชนยัังคงใช้้ยาในทางที่�่ผิิดต่่อไปเมื่�อไม่่สามารถแก้้ปััญหาหรืือไม่่ได้้รัับความช่่วยเหลืือ เมื่�อเกิิดปััญหา อย่่างไรก็็ตาม การใช้้ยาเสพติิดหรืือใช้้ยาในทางที่่�ผิิดต่่อเนื่่�องนี้้�มัักจะมีีความซัับซ้้อนเพิ่่�มขึ้้�น เนื่่อ� งจากปัจั จััยทางชีีววิทิ ยา ทางสังั คม และปััจจัยั ส่่วนตััว Be Smart Say No To Drugs 191
การใช้้ยาเสพติิดอย่่างต่่อเนื่่�องมัักจะมีีปััจจััยเสริิมจากสถานการณ์์ทางสัังคม เช่่น อิิทธิิพลของเพื่่�อน สััญญาณอีีกอย่่างหนึ่่�งของการใช้้ยาเสพติิดต่่อเนื่่�องคืือ สภาพแวดล้้อมทางครอบครััว ความสััมพัันธ์์ระหว่่าง พ่่อแม่่กับั ลููกที่ก�่ ดดันั หรือื ไม่่ดีี หรือื พ่่อแม่่ที่ด่�ื่ม� จัดั หรือื ใช้้ยาเสพติดิ มักั จะเป็น็ เครื่่อ� งชี้ว� ่่าเยาวชนมีีปัญั หาการใช้้ยา ในทางที่�่ผิิด เยาวชนใช้้ยาเสพติิดชนิิดเดีียวกัับผู้�ใหญ่่ทั้้�งที่่�เป็็นยาเสพติิดถููกกฎหมาย เช่่น สุุรา บุุหรี่�่ กาแฟ ยารัักษาโรค และยาต่่างๆ ทั้้�งที่่�ถููกกฎหมายและผิิดกฎหมายสามารถก่่อให้้เกิิดอัันตราย โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง ถ้้าใช้้เป็น็ ประจำ�ำ หรืือใช้้ติิดต่่อกันั เป็็นเวลานาน ซึ่่ง� นำำ�ไปสู่�่การติิดยาทางร่่างกายและจิติ ใจ การรัับรู้�้ของสาธารณชนทั่่�วไป คืือ การใช้้ยาเสพติิดของวััยรุ่่�นเป็็นความไม่่ปกติิโดยแท้้ แม้้จะเป็็น การรัักษาโรค จากความคิิดนี้้�นำำ�ไปสู่�่ทััศนะว่่าการใช้้ยาเท่่าการใช้้ในทางที่่�ผิิดหรืือติิดยา จึึงจำำ�เป็็นอย่่างยิ่ �ง ที่จ�่ ะต้้องแยกแยะระหว่่างเยาวชนที่ใ่� ช้้ยาอย่่างเป็น็ อัันตรายหรือื เป็น็ ภััยกัับเยาวชนที่�ไ่ ม่่ได้้ใช้้ยาในทางที่ผ่� ิดิ ที่ม่� า : คู่่�มืือ “เทคนิคิ การจััดกิิจกรรมเพื่่อ� สอนทักั ษะชีีวิติ สำ�ำ หรับั เยาวชน” สนับั สนุุนโดยโครงการที่่�ปรึกึ ษาด้้านยาเสพติดิ สำำ�นัักงานแผนโคลัมั โบ จัดั ทำ�ำ โดย สำำ�นัักงาน ป.ป.ส. การใช้ย้ า “อย่า่ งปลอดภััย” “ยา” แม้้สามารถใช้้รัักษาทำำ�ให้้หายป่่วยและร่่างกายรู้�้สึึกดีีขึ้้�นได้้ แต่่สิ่่�งสำ�ำ คััญที่�่ควรตระหนัักไว้้เสมอ คืือ ยาทั้้�งหลายล้้วนแล้้วแต่่มีีอัันตรายเฉกเช่่นเดีียวกัับที่�่มีีคุุณประโยชน์์ ฉะนั้้�น ทำำ�อย่่างไรจึึงปลอดภััย จากการใช้้ยา... “ประโยชน์์ของยา” มาจากฤทธิ์์�ของยาตามวััตถุุประสงค์์ที่�่ใช้้ เช่่น ช่่วยลดความดัันโลหิิต ช่่วยรัักษา การติิดเชื้อ� บรรเทาอาการปวดหรือื ลดไข้้ ซึ่่�งทราบได้้จากสรรพคุุณหรืือข้้อบ่่งใช้้ของแต่่ละตัวั ยา “อันั ตรายจากยา” ก็ส็ ามารถเกิดิ ขึ้น� ได้้ตลอดเวลาเช่่นกันั เริ่ม� จากอาการไม่่พึงึ ประสงค์์ หรือื ผลข้้างเคีียง ของยา ซึ่่ง� มีีทั้้ง� ที่ไ่� ม่่รุุนแรง เช่่น คลื่่�นไส้้ กระสัับกระส่่าย นอนไม่่หลับั หรืือง่วงนอน จนกระทั่่�งรุุนแรงถึึงแก่่ชีีวิติ เช่่น การทำ�ำ ลายตัับ หรืือทำ�ำ ให้้เกิิดอาการหายใจไม่่ออก เป็น็ ต้้น อันั ตรายจากยายังั อาจเกิดิ ขึ้น� ได้้จากสาเหตุุอื่่น� เช่่น เกิิดจากปฏิิกิิริิยาระหว่่างยาตั้�งแต่่ 2 ชนิิดขึ้�นไป (drug interaction) ปฏิิกิิริิยาระหว่่างยากัับอาหาร เครื่่อ� งดื่ม� หรือื อาหารเสริิม (เช่่น วิิตามิิน หรือื สมุุนไพร) ที่�่รัับประทานระหว่่างการใช้้ยา โดยอาจส่่งผลให้้ยา ที่ร�่ ับั ประทานบางชนิดิ มีีประสิทิ ธิภิ าพลดลงหรือื ออกฤทธิ์์ร�ุุนแรงเกินิ ไป เกิดิ ผลข้้างเคีียงนอกเหนือื ความคาดหมาย หรือื อาจเกิดิ สารเคมีีตััวใหม่่ที่ม่� ีีอัันตรายสููง แม้้ว่่าการใช้้ยามีีอันั ตรายควบคู่ไ่� ปกับั คุุณประโยชน์ก์ ็ต็ าม แต่่ท่่านสามารถที่จ�่ ะปฏิบิ ัตั ิติ น เพื่่อ� ลดอันั ตราย จากการใช้้ยาได้้อย่่างไม่่ยาก ซึ่่ง� ประโยชน์ท์ ี่่�ได้้รับั จะคุ้ม� ค่่าเป็น็ อย่่างยิ่�ง คำ�ำ แนะนำำ�เบื้้�องต้้นสำำ�หรัับ การใช้้ “ยา” อย่่างปลอดภััย คืือ การทำำ�ให้้ความเสี่�่ยงจากการใช้้ยาลดลง และได้้รัับประโยชน์จ์ ากยาสููงสุุด มีี 5 ประการ ได้้แก่่ 1. คุุยกัับแพทย์์ เภสััชกร บอกเล่่ารายละเอีียดเกี่่ย� วกับั ตัวั ท่่านเองให้้มากที่ส่� ุุด เช่่น - ท่่านมีีประวัตั ิิการแพ้้ยาอะไรหรือื ไม่่ - รับั ประทานยาหรือื อาหารเสริมิ อื่่น� ๆ อยู่�ห่ รืือไม่่ อะไรบ้้าง - ข้้อจำ�ำ กััดบางประการต่่อใช้้ยา (เช่่น มีีปััญหาการกลืืนยา หรืือ ต้้องทำ�ำ งานกัับเครื่่�องจัักร ที่่�เป็น็ อัันตรายไม่่สามารถทานยาที่่�ทำ�ำ ให้้ง่่วงได้้) - อยู่�ใ่ นระหว่่างการตั้้ง� ครรภ์์หรือื ให้้นมบุุตร (กรณีีของผู้ห� ญิิง) 192 รู้�้คิดิ รู้�้ทันั ป้้องกัันยาเสพติิด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259