หนวยที่ 2 การประมงนาํ้ จืด รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
แหลง ทาํ การประมงนํ้าจืด ประเทศไทยมแี หลงนาํ้ ธรรมชาติทม่ี คี วามสาํ คญั ทางการประมง โดยในทกุ ภาคของ ประเทศจะมแี หลง นา้ํ ทส่ี าํ คญั ๆ หลายแหลง ซึง่ มรี ายละเอยี ดดงั ตอ ไปน้ี รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
แหลงทําการประมงนํา้ จดื แหลง ทําการประมงนา้ํ จดื จาํ แนกไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คอื 1. แหลงน้าํ ธรรมชาติ แบง ออกไดเ ปน 3 ประเภท 1.1 แมน ้าํ และลําธาร 1.2 แหลง น้ําทว มหรอื ที่ลมุ นาํ้ ขงั (wet land) 1.3 ทะเลสาบ หนอง บงึ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
2. แหลง นา้ํ ท่ีมนษุ ยส รา งขนึ้ แบง ออกเปน 2 ประเภท คอื 2.1 เขอื่ นและอา งเกบ็ น้าํ 2.2 สถานทเี่ พาะเลย้ี งสตั วน าํ้ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
สตั วน าํ้ จดื ท่ีสําคัญทางเศรษฐกิจ สตั วน ํา้ จดื ทสี่ ําคญั ของไทยมจี าํ นวน 560 ชนดิ แตท ีม่ คี วามสาํ คญั ทางเศรษฐกจิ และนาํ มาเลยี้ งกนั แพรหลายทว่ั ไปมี 11 ชนิด คอื รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
1. ปลานลิ เปน ปลาทน่ี ยิ มเลยี้ งกนั มากทสี่ ดุ มลี กั ษณะคลา ยปลาหมอเทศแพรพ ันธไุ ดเ รว็ อตั ราการเจรญิ เตบิ โตสงู รสชาติดี นยิ มเลยี้ งในบอ ระดบั นํา้ ลกึ ประมาณ 1 เมตร อาหารท่ี ใชเ ล้ยี งไดแ ก รํา ปลายขา ว กากถั่ว แหน ปรมิ าณการผลติ ปลานลิ เพมิ่ ขน้ึ ทกุ ป ภาคกลาง นับเปน แหลง เลยี้ งปลานลิ ทสี่ าํ คญั รองลงมาคอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
2. ปลาไน เปน ปลาทจี่ ดั อยใู นพวกปลาตะเพยี น อดทนตอ สภาพแวดลอ มท่ี เปลย่ี นแปลงไดด ีเจรญิ เตบิ โตไดด ใี นนา้ํ ทมี่ สี ภาพเปนดา งออ นๆเปนปลากนิ พชื ตะไครน าํ้ ไรน้ํา แหน กากถว่ั ราํ ปลายขา วตม ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื นับเปน แหลง เลยี้ งปลาไนทส่ี าํ คญั รองลงมาคอื ภาคเหนอื ปลาไน รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
3.ปลาตะเพยี นขาว เปน ปลากนิ พืชทข่ี ยายพนั ธไุ ดรวดเรว็ มี ความเปน อยคู ลา ยกบั ปลานลิ เปน ปลาทม่ี ผี บู ริโภคนยิ มมาก ชนดิ หนึง่ ภาคกลางเปน แหลง เลยี้ งปลาตะเพยี นมากทส่ี ดุ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
4. ปลาสลดิ เปน ปลาท่มี รี ปู รา งคลา ยปลากระดแี่ ตม ขี นาดโตกวา ชอบ อาศยั ในแหลง น้าํ นงิ่ จงึ เจรญิ เตบิ โตไดดใี นบอ และในนาจัดเปน ปลากิน พืช พวกแหน ตะไครน าํ้ ผักบุง รํา ปลายขา วตม ภาคกลางเปน แหลง เลย้ี งทส่ี ําคญั สวนภาคอน่ื ๆมกี ารเลยี้ งบา งเลก็ นอ ย การบรโิ ภคปลา สลิดนิยมบรโิ ภคในรปู ของปลาสลดิ แหง เปน สว นใหญ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
5. ปลาจนี เปน ปลาที่มแี หลงกาํ เนดิ มาจากประเทศจนี ท่ีนยิ มเลยี้ งมี 3 ชนดิ คอื ปลากนิ หญา (เฉาฮอ้ื ) ปลาเกลด็ เงิน (ลิน่ ฮอ้ื ) ปลาหวั โต (ปลาซง ) ปลา ดงั กลาวจัดเปน ปลาพวกเดยี วกนั กบั ปลาตะเพยี น แตม ลี ักษณะแตกตา งกนั ดังน้ี ปลาเฉา ลาํ ตัวกลมยาว สคี อนขา งเขยี ว หากนิ ผิวนาํ้ ปลาลิน่ ตวั แบน เกล็ดละเอยี ดสเี งนิ หากนิ บรเิ วณกลางนาํ้ สว นปลาซง มลี กั ษณะคลา ยปลา ล่ินแตม ีหวั โตกวา หากนิ ตามพนื้ กน บอ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
อาหารของปลาจนี คอื พืชผัก หญา ไรนํา้ ปลายขา วตม โดยเฉพาะปลาเฉา ตอ งการผกั หญา มากวา ปลาชนดิ อน่ื มูลของปลาเฉาเปนปุยและอาหารของ ปลาล่ินและปลาซง จงึ สามารถนาํ มาเลย้ี งรวมกนั ได ภาคกลางเปนแหลง เลย้ี ง ทส่ี าํ คญั สวนภาคอนื่ มกี ารเลย้ี งบางไมม ากนกั รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
6. ปลาดกุ เปน ปลานาํ้ จืดทน่ี ยิ มมากของคนไทย เน้ือมรี สชาตดิ ี ความตอ งการ ของตลาดสงู มรี าคาดี ปจ จบุ นั พนั ธปุ ลาดกุ ทเี่ ลย้ี งในประเทศไทยมหี ลายพันธุ คอื ปลาดกุ ดา น ปลาดกุ อยุ ปลาดกุ เทศ และปลาดกุ อยุ เทศ นิยมนาํ มาเลย้ี งใน บอดนิ เปนปลาทก่ี นิ เนอื้ เปน อาหาร อาหารทส่ี าํ คญั ไดแ ก แมลง เศษเนอ้ื สตั ว ปลาปน เปนตน แหลง เลย้ี งทส่ี ําคญั คอื ภาคกลาง รองลงมา คือ ภาคใต รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
7. ปลาชอ น เปนปลาทนี่ ยิ มของผบู รโิ ภคอกี ชนดิ หนงึ่ ปจ จุบันจบั ไดจ าก แหลง ธรรมชาตไิ ดน อ ยลง จึงมีผนู าํ ปลาชอ นมาเลยี้ งในบอ เลยี้ งทดแทน เปน ปลากนิ เนอ้ื เชน เดยี วกบั ปลาดกุ แหลง เลยี้ งทสี่ าํ คญั คอื ภาคกลาง สว นภาคอนื่ มกี ารเลย้ี งบางเลก็ นอ ย รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
8. ปลาสวาย เปนปลานาํ้ จดื ขนาดใหญ ไมมีเกลด็ มคี วามอดทนตอ สภาพแวดลอมไดด ี กินอาหารงา ย ชอบทัง้ อาหารประเภทเนอ้ื สัตวแ ละพชื รวมทง้ั มลู สตั วบ างชนดิ คอื สกุ รและไก จึงมีการนาํ มาเลยี้ งรว มกนั แบบ ผสมผสาน แหลง เลย้ี งทีส่ าํ คญั คอื ภาคกลาง รองลงมาคอื ภาคเหนอื ตอนลา ง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
9. ปลาบู เปน ปลาท่ไี มค อ ยนยิ มบรโิ ภคในหมคู นไทยมากนกั แตต ลาด ตา งประเทศตอ งการมาก ราคาดี นยิ มนาํ มาเลย้ี งในกระชงั ในแมน า้ํ ทม่ี คี วาม ขนุ กระแสนา้ํ คอ นขา งแรง ปลาบจู ะเจรญิ ไดดี จดั เปน ปลากนิ เนอ้ื เชน ปลา สด ปลาเปด แหลง เล้ยี งทส่ี าํ คญั คอื ภาคกลาง และภาคเหนอื ตอนลาง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
10. ปลาย่ีสกเทศ หรอื ปลาโรฮู เปนปลาทีม่ ีกาํ เนดิ มาจากประเทศอนิ เดยี ปจจบุ นั นยิ ม นํามาเลย้ี งในบอ เลี้ยง กนิ พชื เปน อาหารรวมทัง้ แพลงกต อนพชื ชนดิ ตา งๆ แหลง เลย้ี งที่ สาํ คัญคอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือรองลงมาคอื ภาคกลาง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
11. กุง กา มกราม เปน กงุ นา้ํ จดื ทม่ี ขี นาดใหญท ส่ี ดุ อาศยั ในแหลง นา้ํ จดื ทมี่ ที าง ติดตอกบั แมน าํ้ หรอื ทะเล เพราะตอนวางไขแ ละระยะวยั ออ นตอ งอาศยั อยใู นนาํ้ กรอย ปจ จบุ ันนยิ มนาํ มาเลย้ี งในบอ เลย้ี งทดแทนผลผลติ ในธรรมชาติ เนือ้ รสชาติดี ราคาคอ นขา งสงู อาหารทนี่ าํ มาเลยี้ งสวนใหญเ ปน อาหารเมด็ สาํ เรจ็ รปู แหลง เลยี้ งทส่ี าํ คญั คอื ภาคกลาง รองลงมาคอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครอื่ งมอื ประมงนา้ํ จดื เครอ่ื งมอื จบั สตั วน าํ้ ในแหลง นาํ้ จดื มมี ากมายหลายชนดิ ซง่ึ อาจเปลยี่ นแปลงไปตาม สภาพของแหลงนาํ้ เชน แหลง นาํ้ ไหล แหลงนาํ้ นงิ่ แหลงนํา้ ทว ม ตลอดจนแหลง นา้ํ ขนาดใหญ แตล กั ษณะของเครอื่ งมอื ประมงในแหลงนาํ้ จดื มกั เปนเครอื่ งมอื ขนาดเลก็ ทําดวยวสั ดใุ นทอ งถนิ่ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครื่องมอื ประมงนาํ้ จดื ปจจุบันมีการพัฒนาปรบั ปรงุ เครอ่ื งมอื ใหม ปี ระสทิ ธภิ าพสงู ขนึ้ บาง เชน การนาํ วสั ดุ สงั เคราะหม าทดแทน ไดแก วสั ดพุ วกไนลอน โปลเี อทะลีน หรือพลาสติก มาประกอบ กนั เปนเครอื่ งมอื ทมี่ คี วามแขง็ แรง ทนทานหรอื มขี นาดใหญข น้ึ อยางไรกต็ าม สามารถ จัดแบงประเภทของเครอ่ื งมอื ประมงในแหลง นา้ํ จืดไดเปน 2 ประเภทคอื รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครอ่ื งมอื ประมงนํา้ จดื 1. เคร่อื งมอื ประจาํ ที่ หมายถึง เครอื่ งมอื ทข่ี ณะทาํ ประมงจะตดิ ต้ังประจาํ ท่ี ซมุ รอ ดกั กางกน้ั สตั วน า้ํ เขามา ตวั อยางเครอื่ งมอื เชน ลอบ ไซ เบ็ดตก เบด็ ราว ตมุ อีจู ลัน ยอ โปง จิบ ล่ี ขา ย โพงพาง รว้ั ไซมาน เปนตน รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงนํ้าจดื แบบประจาํ ที่ ลอบ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงนํา้ จดื แบบประจาํ ที่ ไซ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงน้ําจดื แบบประจาํ ที่ เบด็ ตก รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครอ่ื งมอื ประมงนา้ํ จดื แบบประจาํ ที่ เบด็ ราว รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่ืองมอื ประมงนํา้ จดื แบบประจาํ ที่ ตมุ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครื่องมอื ประมงนํา้ จดื แบบประจาํ ที่ อจี ู รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงนํา้ จดื แบบประจาํ ที่ ลนั รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงนํา้ จดื แบบประจาํ ที่ ยอ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงน้ําจดื แบบประจาํ ที่ โพงพาง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครื่องมอื ประมงน้าํ จดื แบบประจาํ ท่ี โพงพางปก (รวั้ ไซมาน) รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
2. เคร่อื งมอื เคลอ่ื นที่ หมายถงึ เครื่องมอื ทข่ี ณะทําประมง จะเคลอ่ื นทตี่ อนไลส ตั วน า้ํ ใหเ ขา เครื่องมอื มหี ลายชนดิ เชน สวงิ แห อวนทับตลง่ิ อวนลอย ชอ น เปน ตน รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เครือ่ งมอื ประมงนํา้ จดื แบบเคลอื่ นที่ สวิง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่ืองมอื ประมงนา้ํ จดื แบบเคลื่อนท่ี แห รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เคร่อื งมอื ประมงน้าํ จดื แบบเคลื่อนที่ อวนลอมจบั รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญ หาและอปุ สรรคของการประมงน้ําจดื การประมงนา้ํ จดื ในปจ จุบนั มปี ญ หาและอปุ สรรคอยู 2 ประการคอื รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญ หาและอปุ สรรคของการประมงนา้ํ จดื 1. ปญ หาแหลง ประมงนา้ํ จดื เสื่อมโทรมและมจี าํ นวนนอ ยลงหรอื ถูกบกุ รกุ ปญ หานเี้ ปน ผลมาจากการเปลีย่ นแปลงสง่ิ แวดลอมของแหลง นาํ้ เนอื่ งจากมี ประชากรเพม่ิ ขนึ้ โดยการสรา งบา นเรอื นชมุ ชน การสรา งถนน และการสรา ง เขอื่ นตา งๆทาํ ใหส ภาพแวดลอ มเปลยี่ นแปลงเกดิ ภาวะเปน พษิ ซง่ึ มสี าเหตมุ าจาก รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญ หาและอปุ สรรคของการประมงนํ้าจืด 1.1 เกดิ จากสิ่งปฏกิ ลู หรอื ของเหลอื หรอื ของเสยี จากแหลงชุมชน โรงงานอตุ สาหกรรมบางประเภท ทต่ี ัง้ อยใู กลแหลง นา้ํ ปลอยของเหลือ หรือของเสยี ลงแหลง นาํ้ ซง่ึ มสี ารพษิ ทเ่ี ปน อนั ตรายตอ สุขภาพของสตั วน าํ้ และทาํ ใหแ หลงนาํ้ เนา เสยี ปริมาณกา ซออกซเิ จนนอ ยลง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญหาและอปุ สรรคของการประมงน้ําจดื 1.2 เกดิ จากการใชย าฆา แมลงและยาปราบศตั รพู ชื ในการทาํ เกษตร เมอื่ ฝนตกหรอื นาํ้ ทวม ยาพษิ ดังกลา วจะถกู ชะลา งไหลลงสแู หลง นา้ํ ทําอนั ตรายโดยตรงตอ สตั วน าํ้ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญ หาและอปุ สรรคของการประมงน้ําจืด 1.3 เกิดจากการเปลย่ี นแปลงสิ่งแวดลอ มทางกายภาพ เชน การสรา งเขอ่ื น การสรา งถนน ซึ่งทาํ ใหเ กดิ การเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาติ โดยปดกนั้ การ อพยพของสตั วน า้ํ ในการหาอาหาร และแพรข ยายพนั ธุ ทาํ ใหเ กดิ ผลเสยี หาย ตอการเจรญิ เตบิ โต จํานวนประชากรของสตั วน าํ้ ลดลง รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญหาและอปุ สรรคของการประมงนํา้ จืด 1.4 การเปลย่ี นแปลงสภาพปา ตน นาํ้ ลําธาร โดยการลกั ลอบตดั ไม ทําลายปา ทาํ ใหแ หลง นา้ํ เกดิ ผลกระทบคอื ปริมาณไมไ มส มา่ํ เสมอ แหง แลง หรอื เกดิ นาํ้ ทว มอยา งรนุ แรง นอกจากนยี้ งั มตี ะกอนดินมาก ทําใหเ กดิ การตน้ื เขินของแหลง นาํ้ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญหาและอปุ สรรคของการประมงนํ้าจดื 2. ปญหาทรพั ยากรสัตวน าํ้ จดื ถูกใชมากเกนิ ไป มสี าเหตุดงั น้ี 2.1 ประชากรเพมิ่ มากขนึ้ ความตองการอาหารมมี ากขึน้ สัตวน้ําจดื เปนทรพั ยากรทสี่ ามารถเกบ็ เกย่ี วมาใชป ระโยชนไ ดง าย ไมตอ งลงทนุ มากจึงถกู นาํ มาใช ประโยชนก นั มาก รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
ปญหาและอปุ สรรคของการประมงนํ้าจืด 2.2 มกี ารละมดิ กฎหมายการประมง เชน การใชย าเบอื่ เมา กระแสไฟฟา วตั ถุ ระเบิดจบั ปลาในแหลง นาํ้ รวมถงึ การละเมดิ ลกั ลอบจับปลาในฤดู วางไข ซง่ึ ผลกระทบในปจจบุ นั คือ สัตวน าํ้ จดื ทจี่ บั ไดใ นธรรมชาตมิ ปี รมิ าณลดลง อยา งรวดเรว็ รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
รวบรวมโดยครูนุสราสินี ณ พทั ลุง ครูชาํ นาญการ วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: