แพะทุ่งครุ วิ ถี วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ชุ ม ช น
แพะทุ่งครุ: วิถี วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน ผู้เขียน: ภาสนัันทน์ อััศวรัักษ์ เขตทุ่งครุจัดเป็น 1 ใน 50 เขต การปกครองของกรุงเทพมหานคร อยู่ใน ประเภทเขตกรุงเทพฯ ชั้นกลางในกลุ่ม เขตกรุงธนใต้ สภาพแวดล้อมเดิมเป็นที่ราบโล่ง ลุ่ม มีแหล่งน้ำหลายแห่ง เหมาะแก่การเพาะปลูก เกษตรกรรม ทำสวน และมีฝีมือทางการจักสาน (ข้อมูลทั่วไปสำนักงานเขตทุ่งครุ, 2564) จากสภาพพื้นที่ราบโล่งและวิถีของคนมุสลิม ในพื้นที่ ทุ่งครุจึงเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงแพะ มากเป็นอันดับ 1 ในกรุงเทพฯ (กนกวรรณ บวรอารักษ์, 2558) ทุ่งครุเป็นพื้นที่ ที่มีเสน่ห์ เนื่องจากมีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม สะท้อนผ่านทางวัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่ ซึ่งหนึ่งในวัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่คือ การเลี้ยงแพะ
ทั้งนี้สามารถแบ่งประเภทการเลี้ยงแพะได้เป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ 1. การเลี้ยงแพะเพื่อประกอบพิธีกรรม • พิธีอากีเกาะห์เป็นแนวทางการปฏิบัติตามศาสดามูฮัมหมัด จะกระทำภายใน 7 วันหลังจากที่เด็กเกิด โดยภายในเจ็ดวันจะมีการตั้งชื่อ โกนผม และเชือดสัตว์ เป็นพลีทาน โดยจะเชือดให้กับเด็กผู้ชายคือแกะหรือแพะ 2 ตัว และให้กับ เด็กผู้หญิงคือแกะ 1 ตัว • กุรบ่าน การทำกุรบ่านเป็นการเชือดสัตว์พลีทาน เพื่อเป็นการบริจาคอาหาร ให้แก่ผู้อื่น • พิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ การแต่งงาน เป็นต้น ชาวมุสลิมเมื่อสมหวัง จากการขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาก็จะทำแกงแพะเลี้ยง แพะจึงสัตว์ที่ ใช้แทนความเชื่อความศรัทธาต่อพระเจ้า (อัลเลาะห์)
2. การเลี้ยงแพะเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การเลี้ยงแพะถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของชุมชนนี้ โดยปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงแพะถือว่าเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว การเลี้ยงแพะนั้นสามารถบริโภค ได้ทั้งนมและเนื้อ ต่อมาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มให้มีความหลากหลาย และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น โดยมีชื่อกลุ่มว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะฮ์ ให้สร้างผลิตภัณฑ์ออกมาคือ ผลิตภัณฑ์นมแพะ พวกเขาได้คิดค้นและต่อยอด แปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทอุปโภค เช่น ครีมอาบน้ำ สบู่ โลชั่น ผลิตภัณฑ์ประเภทบริโภค เช่น คุกกี้นมแพะ นมแพะ พาสเจอไรซ์ 4 รสให้ชวนมาลองดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟหรือโกโก้ รสหวานมัน อุดมไปด้วยสารอาหารโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุสูง อีกทั้งยังดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย เพราะนมแพะนั้นย่อยง่ายกว่านมวัว นอกจากนี้ยังมีโยเกิร์ตนมแพะและทองม้วนนมแพะ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ลองมาทานกัน
กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะทุ่งครุมีการเลี้ยงแพะมานานกว่า 60-70 ปีแล้ว พื้นที่เลี้ยงแพะของทุ่งครุนั้นใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพมหานคร (จากการ สำรวจของกรมปศุสัตว์ พ.ศ.2562) แสดงว่าแต่ก่อนพื้นที่นี้เคยเป็นทุ่งขนาดใหญ่ ทำเกษตร ทำไร่ ทำสวนส้ม คนเลี้ยงแพะสามารถพาแพะไปกินหญ้าตามพื้นที่สาธารณะ ที่มีทุ่งหญ้าและกินน้ำตามลำคลองท้องร่องที่สะอาด แต่ปัจจุบันพื้นที่เกษตรดั้งเดิม ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหมู่บ้านจัดสรรตามความเจริญที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันการทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์จึงเหลือเพียงแค่ร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด เกษตรกรทุ่งครุนิยมเลี้ยงแพะพันธุ์นมมากกว่าแพะพันธุ์เนื้อ แต่ก็มีเกษตรกรบางราย ที่เลี้ยงทั้งแพะนมและแพะเนื้อควบคู่กันไป ซึ่งสายพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยง จะเป็นพันธุ์ซาแนน ซึ่งเป็นแพะพันธุ์นม รองลงมาจะเป็นแพะพันธุ์ลูกผสมทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแพะพันธุ์เนื้อ นอกจากแพะทั้ง 2 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง ในกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะแล้ว ยังมีการเลี้ยงแพะที่เป็นสายพันธุ์หายาก และไม่ค่อยนิยมเลี้ยงด้วย คือ แพะพันธุ์อัลไพน์ และทอกเก็นเบอร์ก ซึ่งจะเป็น แพะพันธุ์นม จะมีสีและลักษณะที่แตกต่างจากแพะทั่วไป แพะพันธุ์นี้ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากให้นมน้อยกว่าพันธุ์ชาแนน
เมื่อสภาพพื้นที่เปลี่ยนจากพื้นที่ทุ่งเป็นพื้นที่คอนกรีตบ้านจัดสรร การเลี้ยงแพะ จึงกลายเป็นปัญหาของชุมชนเมือง จึงได้เกิดการจัดตั้งเป็นกลุ่มโดย ขอจดทะเบียนกลุ่มอาชีพกับ สำนักงานเขต กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีหน้าที่ดูแล อาชีพการเลี้ยงสัตว์โดยตรง โดยมี ชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มเกษตรกร เลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ” เพื่อแก้ปัญหา ที่เกิดจากการร้องเรียนกับเพื่อนบ้าน มีการจัดระบบการจัดการฟาร์มแพะ แบบใหม่จากการเลี้ยงแบบปล่อย ที่สร้างปัญหาเรื่องกลิ่น เสียง และโรคจากสัตว์สู่คน มาเป็นการทำ ฟาร์มแบบถูกสุขลักษณะเพื่อแก้ปัญหา ฟาร์มและพื้นที่รอบฟาร์มที่ดีขึ้น มีการอบรม ให้ความรู้จากภาครัฐ และมหาวิทยาลัยสู่กลุ่มเกษตรกร เลี้ยงแพะ ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงแพะ ยังสามารถประกอบอาชีพนี้ได้ท่ามกลาง บริบทสังคมเมือง อีกทั้งยังมี การรวมตัวกันมากขึ้น
ปัจจุบันการเลี้ยงแพะมีลักษณะการเลี้ยงแบบยืนโรงเรือน ยกพื้นสูง มุงหลังคา มีบริเวณพื้นที่ชัดเจน มีรางสำหรับให้อาหาร ซึ่งอาหารส่วนใหญ่จะเป็นข้าวโพด หญ้าแห้ง หญ้าสด เปลือกถั่ว และกระถิน เป็นต้น ในส่วนของ การดูแลจะมี การใช้ยาประเภทวิตามิน เพื่อไปเสริมวิตามินที่ขาด เพราะการให้อาหารอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยง โดยเกษตรกรเลี้ยงแพะให้วิตามิน เมื่อแพะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากปกติเช่น ถ้าแพะมีการกัดคอก กัดไม้ แสดงว่าแพะต้องการสารอาหาร จำพวกแคลเซียม
การเลี้ยงแพะในเขตทุ่งครุกลายเป็นความท้าทายใหม่ของชุมชนในประเด็น ความอยู่รอดของการเลี้ยงแพะที่ต้องปรับตามสภาพพื้นที่และวิถีสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โจทย์ใหญ่นี้คงต้องหาคำตอบร่วมกันพร้อมกับการสร้างภาคีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ และการผนวกองค์ความรู้ท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น กับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งนับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากสำหรับสังคมกึ่งชนบทที่กำลังจะกลายเป็น สังคมเมืองอย่างสมบูรณ์
บรรณานุกรม กนกวรรณ บวรอารักษ์. (2558). กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในเขตทุ่งครุ. เข้าถึงได้จากhttp://ethesisarchive.library.tu.ac.th/ thesis/2015/TU_2015_5705036175_4925_3706.pdf สำนักงานเขตทุ่งครุ. (ม.ป.ป.). ข้อมูลทั่วไป สำนักงานเขตทุ่งครุ. เข้าถึงได้จากhttp://www.oic.go.th/ FILEWEB/CABINFOCENTER9/DRAWER038/GENERAL/DATA0000/00000004.PDF
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: