วฏั จักรน้าํ นางสาวจตพุ ร บวั ทองสิงห์ 62010444426 สาขาวทิ ยาศาสตรท์ วั ไป และชวี วทิ ยา
วัฏจักรของน้ำ คือ การเกิดและการหมนุ เวียนของน้ำที่อยใู่ นโลกนัน่ เอง การหมุนเวียนของนำ้ เปน็ Cycle อาจเร่ิมนบั ได้จากมหาสมุทร เมือ่ น้ำระเหยจาก มหาสมุทรไปสบู่ รรยากาศ เป็นไอน้ำแล้ว ความ แปรปรวน ของลมฟ้าอากาศจะทำให้เกดิ ฝนตกลงสู่ผิวโลก ในทะเลบ้าง บนผวิ ดินบ้าง นำ้ ฝนท่ตี กบน ดนิ กจ็ ะเกิดการสญู เสยี ดูดซึมลงดนิ เสียเป็นส่วนใหญ่ และด้วยเหตุอน่ื บ้างเลก็ น้อย เช่น ระเหย ขงั ในท่ี ลุ่ม พชื ดูดไปใช้ สว่ นทีเ่ หลือกจ็ ะไหลเป็นนำ้ ท่าลงแมน่ ้ำลำธารออกทะเล สว่ นที่ซึมลงดนิ นั้นก็จะค่อยๆ ซึมออกสแู่ ม่นำ้ ลำธาร และไหลออกทะเลไปเชน่ กัน แตอ่ าจช้ากวา่ มากซึง่ จะเห็นได้ว่าสดุ ทา้ ย นำ้ จะ ระเหยกลายเป็นไอสบู่ รรยากาศ วัฏจกั รของนำ้ จึงไม่มเี รม่ิ ตน้ ไมม่ ที ี่สนิ้ สดุ หมนุ เวยี นอยู่เชน่ น้ี ตลอดเวลา ปรมิ าณในขัน้ ตอนตา่ งๆ น้นั อาจผนั แปรมากนอ้ ยไดเ้ สมอ ซ่งึ ขนึ้ อยู่กบั ปจั จยั ตา่ งๆที่ ควบคุม ในข้ันตอนเหล่านั้น ความชน้ื ในบรรยากาศ (Atmospheric Moisture) ความชื้นทกุ ชนดิ ทม่ี นุษยเ์ กี่ยวข้องอยู่โดยทางปฎบิ ัติ สันนษิ ฐานว่าเรม่ิ ต้นมาจากความชื้น ในบรรยากาศ ท่เี ป็นจุดเร่ิมตน้ ที่จะสะดวกในการตามหาเสน้ ทางวฏั จักรของน้ำให้ครบวงจร ความชืน้ ในบรรยากาศ เพราะกระบวนการระเหยจากดินหรอื ผิวดนิ เมฆและหมอกเกิดข้ึนโดยการกลั่นตัว ของไอน้ำทีเ่ กาะตัวบนอณูเล็กๆ ในบรรยากาศ เช่น อนุภาคของเกลอื หรอื ฝุ่น
หยาดน้ำฟา้ (Precipitation) เม่ือไอนำ้ ในอากาศถูกความเย็นทำให้เกิดการกล่ันตัวกลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ เม่อื รวมตัว กนั จนมขี นาดใหญ่ พวกมัน กจ็ ะตกลงมาในรปู ของ \"ฝน\" ถ้าเม็ดฝนนัน้ ตกผ่านโซน ตา่ งๆ ของอณุ หภูมิ เช่น อณุ หภูมทิ ่ตี ำ่ กว่าจดุ เยอื กแขง็ ก็จะกลายเปน็ ลกู เหบ็ ถา้ การกล่ันตัวนนั้ เกิดขึ้นในทซ่ี ่ึงอณุ หภมู ติ ่ำ กวา่ จุดเยือกแขง็ มันก็จะก่อตวั เปน็ หิมะ ถา้ การกลน่ั ตวั ของน้ำ เกดิ ข้นึ โดยตรงบนผวิ พ้ืนทีเ่ ย็นกวา่ อากาศ ก็จะเกดิ เป็นไดท้ ง้ั น้ำคา้ งแข็ง ขน้ึ อยู่กับว่า อณุ หภูมิของพื้นผิวน้นั สูง หรือต่ำกว่าจดุ เยือกแข็ง การซึมลงดนิ (Infiltration) ฝนหรือหิมะท่ีละลายในตอนแรกมีแนวโนม้ ทจี่ ะเตมิ ความชื้นให้กบั ผิวดนิ ก่อน จากน้นั ก็จะ เคล่ือนเข้าสชู่ ่องว่าง ท่ีมีอย่ใู นเนอื้ ดิน กระบวนการนเี้ รียกว่าการซึมน้ำผ่านผิวดิน (Infitration) สัดส่วนต่าง ๆ ของน้ำกจ็ ะถูกจัดการต่างกนั ไป ตามลักษณะช่องเปดิ ของผวิ ดิน อุณหภมู ิ รวมถงึ ปรมิ าณน้ำท่ีมีอยู่ในดินก่อนหนา้ นนั้ แลว้ ถา้ หากผวิ ดนิ จบั ตวั แขง็ หรอื อมิ่ นำ้ อยู่กอ่ นแลว้ มนั กจ็ ะรบั นำ้ ใหมเ่ ขา้ ไปเพิ่มได้เพียงเล็กนอ้ ยน้ำทง้ั หมดก็จะถูดดูดซึม บางส่วนจะไหลซึมลงไป เปน็ ส่วนของนำ้ ใต้ ดนิ บางส่วนถูกพืชดดู ไปใช้ประโยชน์แล้วคายระเหย คืนสู่บรรยากาศ บางส่วนถกู บังคับให้ระเหย ไป ด้วย แรงยดึ เหนีย่ ว (Capillary) ของชอ่ งวา่ งในดิน ในภูมปิ ระเทศท่มี ีความลาดเท และชน้ั ผวิ ดินบาง นำ้ ที่ถูกดดู ซมึ อาจไหลย้อนสูผ่ ิวดินได้ โดยการเคล่อื นทไ่ี ปขา้ งหน้า เรยี กว่าน้ำไหลใตผ้ ิวดิน (Sub- surface runoff)
การไหลของน้ำบนผิวดิน (Surface Runoff) เมื่อน้ำฝนทต่ี กลงมามีมากเกนิ กว่าจะไหลซึมลงในดนิ ไดห้ มด กจ็ ะกลายเปน็ น้ำบ่า หน้า ดินหรือน้ำทา่ เมือ่ มนั ไหลไปเตมิ พ้ืนผิวทเ่ี ป็นแอ่งลุ่มตำ่ จนเตม็ แล้ว มนั กจ็ ะไหลไปบนผวิ ดินต่อไป จน ไปบรรจบกับระบบร่องน้ำในทีส่ ดุ แลว้ ก็ไหลตามเสน้ ทางของลำน้ำ จนกระทัง่ ลงสู่มหาสมุทร หรือ แหลง่ นำ้ ในแผ่นดนิ บางแหง่ ในระหว่างทางนม้ี ันก็จะสูญเสยี ไปด้วยการระเหยสบู่ รรยากาศ และการ ไหลซึมลงตามของตลงิ่ และท้องน้ำ ซึ่งในสว่ นนี้อาจจะเป็นไปได้ ตง้ั แต่ 0 ไปจนถงึ 100 % ของจำนวน ทงั้ หมด การระเหย (Evaporation) นำ้ ในสถานะของเหลว เม่อื ถกู ความรอ้ นจากพลังงานแสงอาทิตย์หรอื แหลง่ อ่นื จะเปลี่ยน ไปสู่สถานะก๊าซหรือเรียกปรากฏการณ์น้ีวา่ \"การระเหย\" การคายน้ำของพืช (Transpiration) หนา้ ทีพ่ ้นื ฐานอย่างหนึ่งในกระบวนการดำเนินชวี ติ ของพืช กค็ ือการนำเอานำ้ จากในดิน ผ่านเข้ามาทางระบบราก ใชป้ ระโยชนใ์ นการสร้างความเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชพี น้ำจะถกู ปลอ่ ย คืนสูบ่ รรยากาศ ทางรูพรุน ทป่ี ากใบในรปู ของไอน้ำ กระบวนการคืนความช้นื ของดนิ ใหแ้ ก่ บรรยากาศนเ้ี รียกว่า การคายน้ำ (transpiration) ปริมาณของหยดน้ำฟ้าที่กลับคืนสู่บรรยากาศน้ีจะ มากน้อยตา่ งกนั ไปตามลักษณะของพืชและความชืน้ ทีม่ อี ยบู่ รเิ วณระบบรากของมัน
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: