การเปลย่ี นแปลงของสาร ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (เชาวนปรีชาอุทศิ )
สมบตั ิของสาร สมบัตขิ องสารแบงออกเปน 2 ชนิด ดังนี้ สมบัตทิ างกายภาพ สมบัตทิ างเคมี สมบัติทางกายภาพเปนสมบตั ทิ สี่ ามารถสงั เกตไดจากภายนอก สมบตั ทิ างเคมีเปนสมบตั ทิ ีเ่ กิดจากการทาํ ปฏิกิรยิ าเคมี ซงึ่ ทําให ของสาร เชน สี กล่นิ รส การละลาย ความแข็ง การนาํ ไฟฟา เกดิ สารใหมท ่มี อี งคป ระกอบภายในและภายนอกเปล่ยี นแปลงไป จุดเดอื ด ความหนาแนน เปน ตน เชน การเกดิ สนิม การเผาไหม ความเปน กรด-เบสของสาร เปนตน เพชรมีความแขง็ มากทีส่ ดุ น้ําแข็งมคี วามหนาแนน เงินนาํ ไฟฟา ไดดที ส่ี ุด การเผาไหม การเกิดสนิมเหล็ก น้ํามะนาวมฤี ทธเิ์ ปนกรด นอ ยกวา นา้ํ ทะเล
การจําแนกสาร การจาํ แนกสารเพื่อระบุวาสารน้ันๆ เปนสารชนดิ ใด มีเกณฑใ นการจําแนก ดงั นี้ 1. การใชสถานะเปนเกณฑ เปนการจาํ แนกสารโดยใชสมบัตทิ างกายภาพของสาร ซึ่งสารแตละชนดิ มรี ปู รา งและปรมิ าตรตางกนั เน่ืองจาก การจดั เรียงอนภุ าคภายใน ทาํ ให แรงยึดเหนย่ี วระหวา งโมเลกุล สงผลให อนุภาคของสารเคลือ่ นท่ี สารแตล ะชนิดไมเ หมือนกนั ของสารแตล ะชนิดไมเทา กัน แตกตา งกัน
สารแบง ออกไดเปน 3 สถานะ ดงั นี้ แกส ของเหลว อนภุ าค : อยหู า งกันมาก อนภุ าค : อยูใกลกัน แรงยึดเหน่ียว : นอยทสี่ ดุ แรงยึดเหนีย่ ว : ปานกลาง การเคลอื่ นท่ี : เคลื่อนที่ไดอ ยา งอิสระ การเคลือ่ นท่ี : เคลื่อนท่ไี ด แตไมอ ิสระ รปู รา ง : ไมค งที่ รูปราง : ไมคงท่ี ปรมิ าตร : ไมคงที่ ปริมาตร : คงที่ ของแขง็ อนภุ าค : เรยี งชิดกัน แรงยดึ เหน่ยี ว : มากที่สุด การเคลอ่ื นท่ี : สั่นอยกู ับท่ี รปู ราง : คงท่ี ปรมิ าตร : คงท่ี
2. การใชเน้อื สารเปนเกณฑ จาํ แนกสารออกไดเ ปน 2 กลมุ ดงั นี้ สารเนื้อเดียว สารเน้อื ผสม สารเนื้อเดยี ว หมายถงึ สารท่ีมีเน้ือสารเหมือนกันทกุ สว น สารเน้อื ผสม หมายถึง สารที่มีเน้อื สารแตกตางกนั ทาํ ใหสาร ทาํ ใหส ารมีสมบตั เิ หมือนกันตลอดทกุ สว น เชน น้าํ เกลอื มสี มบตั ิไมเหมอื นกนั ตลอดทุกสวน เชน น้ําอบไทย นา้ํ คลอง ทองคาํ เปนตน สมตาํ เปน ตน นํา้ เตา หเู ปน สารเน้ือเดยี ว สลัดเปน สารเนื้อผสม
3. การใชขนาดของอนุภาคเปนเกณฑ จาํ แนกสารออกไดเปน 3 ประเภท ดังน้ี สารแขวนลอย คอลลอยด สารละลาย สารผสมทีป่ ระกอบดว ยอนภุ าคท่ีมีเสน สารผสมท่ีประกอบดวยอนุภาคทมี่ เี สน สารผสมทปี่ ระกอบดวยอนภุ าคที่มเี สน ผานศนู ยก ลางมากกวา 10−4 เซนติเมตร ผา นศูนยกลางระหวา ง 10−4- 10−7 ผา นศูนยก ลางนอ ยกวา 10−7 เซนตเิ มตร เชน น้ําโคลน น้ําแปง เปนตน เซนตเิ มตร เชน น้ํานม หมอก เปน ตน เชน น้ําเกลอื น้ําหวาน น้ําทะเล เปนตน นํ้าโคลนเปน สารแขวนลอย นํา้ นมเปนคอลลอยด นํา้ ทะเลเปน สารละลาย
การเปลี่ยนแปลงของสาร การเปล่ยี นแปลงทางกายภาพ : คอื สารบางชนดิ มีสี กลิน่ รปู ราง หรือสถานะเปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ โดยไมเกดิ เปนสารใหม การเปล่ยี นแปลงทางเคมี : คือ การเปลยี่ นแปลงของสารบางชนดิ ทม่ี ผี ลตอ องคป ระกอบเคมีภายใน ทาํ ใหเกิดเปนสารใหม พลังงานความรอ นเปน ปจจยั หนึ่งท่สี งผลใหสมบตั ิทางกายภาพหรอื สถานะของสารเปล่ียนแปลง ดงั นี้ ของแขง็ >> ของเหลว ของเหลว >> แกส แกส >> ของเหลว ของเหลว >> ของแขง็ เรียกอุณหภูมินี้วา จุดเยอื กแขง็ เรยี กอุณหภูมนิ วี้ า จุดหลอมเหลว เรียกอณุ หภูมิน้วี า จุดเดือด เรยี กอุณหภมู นิ ้ีวา จุดควบแนน (ซงึ่ เปนอุณหภมู ิเดียวกับจดุ หลอมเหลว) การหลอมเหลวของนํ้าแข็ง การเดอื ดของนํา้ กลายเปน ไอ ไอน้ําควบแนนกลายเปน นาํ้ น้าํ แข็งตวั กลายเปนน้ําแขง็
การเยอื กแข็ง ของแขง็ การหลอมเหลว ของเหลวเปลยี่ นสถานะเปนของแขง็ ท่ีอุณหภูมิหนึ่ง แข็งตวั หลอมเหลว ของแขง็ เปลยี่ นสถานะเปน ของเหลวทอ่ี ุณหภูมหิ นึง่ เรียกวา จุดเยอื กแข็ง เรียกวา จุดหลอมเหลว ของเหลว ควบแนน ระเหย การควบแนน การเดอื ด แกส เปลย่ี นสถานะเปน ของเหลวท่อี ณุ หภูมิหนึง่ ของเหลวเปลี่ยนสถานะเปน แกส ที่อุณหภูมิหนึ่ง เรียกวา จดุ ควบแนน เรียกวา จุดเดือด แกส
การเปลย่ี นสถานะของนาํ้ ในธรรมชาติ 2 เมื่อไอนํ้าในอากาศมอี ุณหภูมติ ํา่ ลง จะควบแนนกลายเปน ละอองน้ํา 1 เมือ่ นาํ้ ในแหลงนํ้าไดร บั ความรอนจาก และรวมตัวกนั เปนเมฆ ดวงอาทิตย นาํ้ จะระเหยกลายเปนไอนํ้า 3 เม่อื ละอองนาํ้ ในช้ันเมฆตกลงมาเปน ลอยขึน้ ไปในอากาศ หยดนํ้า กระทบกบั อากาศทม่ี ีอณุ หภมู ิ ตาํ่ ทาํ ใหห ยดนํ้ากลายเปน ลูกเห็บ 4 เม่อื ลูกเห็บไดรบั ความรอนจาก ดวงอาทิตย ลูกเห็บจะหลอมละลาย กลายเปน นาํ้ แลว ไหลลงสูน ํ้า
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: