Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือบริหารงบประมาณ

คู่มือบริหารงบประมาณ

Published by bansayaschool, 2023-08-13 05:03:52

Description: รร. บ้านสยะ ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจ เป้าหมาย อัตลักษณ์ และเอกลักษณข์ องสถานศกึ ษา วสิ ยั ทศั นโ์ รงเรยี นบา้ นสายะ (VISION) โรงเรียนจดั การศกึ ษาทมี่ คี ุณภาพ ผเู้ รียนมคี ุณธรรม และมสี มรรถนะท่ีจำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 พันธกิจโรงเรยี นบา้ นสายะ 1.ยกระดบั คณุ ภาพผ้เู รียนใหม้ ีความรแู้ ละทกั ษะตามมาตรฐานการศกึ ษา 2.ปลกู ฝงั ผเู้ รยี นใหม้ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมท่ีดงี ามตามหลักศาสนา สามารถนำไปใชใ้ น ชวี ิตประจำวนั 3.พฒั นาการบรหิ ารจัดการ สง่ เสรมิ สนบั สนุนความรว่ มมอื ระหวา่ งโรงเรยี น ชมุ ชนและองค์กร ภายนอก 4.สง่ เสรมิ และพัฒนาครใู หจ้ ดั การเรยี นการสอนตามมาตรฐานการศกึ ษา มีสมรรถนะใหมๆ่ ท่สี อดรบั กบั การเปลีย่ นแปลงในศตวรรษที่ 21 เปา้ ประสงค์โรงเรยี นบ้านสายะ 1.ผู้เรยี นทกุ คนมคี วามร้ตู ามมาตรฐานการศึกษา และมีทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2.ผู้เรยี นทกุ คนมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มที่ดงี ามตามหลักศาสนา 3.โรงเรียนมกี ารบรหิ ารจัดการท่มี ีคุณภาพ ภาคีเครอื ขา่ ยมสี ่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา 4.ครูทุกคนจดั การเรยี นการสอนเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ปรชั ญาของโรงเรยี น “มงุ่ มั่นในการพัฒนาศกั ยภาพของผเู้ รยี น ยึดม่ันในศาสนา” คำขวัญ “เรียนดี มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้” สีประจำโรงเรยี น “สชี มพู เทา” เอกลกั ษณ์ “โรงเรียนส่งเสรมิ วิถีอสิ ลาม” อตั ลกั ษณ์ “ประหยัด อดออม” สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นครเู ชยี งราย (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช 2562) ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั นี้ 1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการใชภ้ าษา ถา่ ยทอดความคดิ ความรูค้ วามเข้าใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเองเพ่อื แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รองเพ่อื ขจัดและลด ปญั หาความขดั แยง้ ต่าง ๆ การเลือกรบั หรือไมร่ ับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลกั เหตผุ ลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการ เลอื กใช้วธิ กี ารสอ่ื สาร ทม่ี ีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพือ่ นำไปสู่การสร้างองค์ความรูห้ รอื สารสนเทศ เพอ่ื การตดั สินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่ีเผชิญได้ อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธ์และการ เปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา และมกี ารตัดสนิ ใจทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ีเกิดข้นึ ต่อตนเอง สงั คมและส่งิ แวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ ดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อยา่ งต่อเนอื่ ง การทำงาน และการอยู่ร่วมกนั ในสังคม ดว้ ยการสรา้ งเสรมิ ความสัมพนั ธอ์ ันดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขดั แย้งต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตวั ให้ทนั กบั การเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรูจ้ ักหลกี เลยี่ ง พฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ น่ื 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี ้านตา่ งๆ และ มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพือ่ การพัฒนาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้ การสอื่ สาร การ ทำงาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนครเู ชยี งราย (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2562) ตามหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 มงุ่ พฒั นาผู้เรียนใหม้ คี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เพอ่ื ใหส้ ามารถอยู่ ร่วมกบั ผู้อ่นื ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สัตยส์ ุจริต 3. มวี ินยั 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. ม่งุ มั่นในการทำงาน 7. รักความเปน็ ไทย 8. มจี ิตสาธารณะ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. 1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. ซ่อื สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นส่งิ ทีด่ งี ามเพอื่ ส่วนรวม 3. กตญั ญตู อ่ พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครูบาอาจารย์ 4. ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศึกษาเล่าเรียนท้ังทางตรง และทางอ้อม 5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม

6. มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผอื่ แผ่และแบ่งปนั 7. เขา้ ใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุขทถ่ี ูกตอ้ ง 8. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรู้จกั การเคารพผใู้ หญ่ 9. มสี ติรูต้ ัว รู้คิด ร้ทู ำ รปู้ ฏิบตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั 10. รจู้ กั ดำรงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาท สมเด็จพระ เจา้ อยู่หวั รจู้ กั อดออมไว้ใชเ้ มอื่ ยามจำเปน็ มไี ว้พอกนิ พอใช้ ถา้ เหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมท่ีจะขยาย กิจการเม่อื มคี วามพร้อม เมอื่ มีภูมคิ ุม้ กนั ทด่ี ี 11. มีความเข้มแขง็ ทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อำนาจฝ่ายต่ำ หรือกเิ ลสมีความละอายเกรง กลวั ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา 12. คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง การบริหารงบประมาณ การบริหารและการจัดการศกึ ษาของโรงเรียนนติ ิบคุ คล มวี ัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ใหโ้ รงเรยี นจัดการศกึ ษา อย่างเปน็ อิสระ คลอ่ งตัว สามารถบรหิ ารการจัดการศึกษาไดส้ ะดวด รวดเรว็ มีประสทิ ธภิ าพและมีความ รบั ผิดชอบ โรงเรยี นนติ ิบคุ คล นอกจากมีอำนาจหนา้ ทต่ี ามวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว ยงั มีอำนาจหนา้ ท่ีตามที่ กฎระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ดว้ ยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏบิ ัติหน้าทขี่ องโรงเรียนขนั้ พืน้ ฐาน ท่ีเป็นนติ ิบุคคลสังกัดเขตพ้ืนที่การศกึ ษา พ.ศ 2546 ลงวนั ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ จงึ กำหนดให้ โรงเรยี นนติ ิบุคคลมอี ำนาจหนา้ ที่ ดงั น้ี 1. ให้ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเป็นผ้แู ทนนิตบิ คุ คลในกิจการทั่วไปของโรงเรียนทเ่ี ก่ียวกบั บคุ คลภายนอก 2. ให้โรงเรียนมอี ำนาจปกครอง ดูแล บำรุง รักษา ใชแ้ ละจัดหาผลประโยชนจ์ ากทรัพยส์ นิ ทม่ี ีผู้ บริจาคให้ เว้นแต่การจำหนา้ ยอสังหารมิ ทรพั ย์ท่ีมีผู้บริจาคใหโ้ รงเรยี น ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานของโรงเรยี น 3. ให้โรงเรียนจดทะเบยี นลขิ สิทธิห์ รอื ดำเนินการทางทะเบียนทรพั ย์สินต่างๆ ท่มี ผี อู้ ุทิศให้หรือ โครงการซือ้ แลกเปลี่ยนจากรายไดข้ องสถานศึกษาให้เป็นกรรมสิทธ์ิของสถานศกึ ษา 4. กรณโี รงเรยี นดำเนินคณดีเป็นผูฟ้ อ้ งรอ้ งหรอื ถูกฟอ้ งร้อง ผบู้ ริหารจะตอ้ งดำเนนิ คดแี ทน สถานศึกษาหรือถูกฟ้องร่วมกับสถานศึกษา ถ้าถูกฟ้องโดยมิไดอ้ ยูใ่ นการปฏบิ ัตริ าชการ ในกรอบ อำนาจ ผู้บริหารต้องรบั ผิดชอบเปน็ การเฉพาะตัว 5. โรงเรยี นจัดทำงบดุลประจำปแี ละรายงานสาธารณะทกุ สน้ิ ปีงบประมาณ

งบประมาณทีส่ ถานศึกษานำมาใช้จ่าย 1. แนวคดิ การบริหารงานงบประมาณของสถานศกึ ษามุง่ เน้นความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการมีความ คล่องตวั โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยดึ หลกั การบริหารม่งุ เนน้ ผลสัมฤทธ์ิและบรหิ ารงบประมาณแบบมงุ่ เน้น ผลงาน ใหม้ กี ารจดั หาผลประโยชน์จากทรพั ยส์ ิทของสถานศกึ ษา รวมทั้งจดั หารายได้จากบริการมาใช้บรหิ าร จัดการเพอ่ื ประโยชน์ทางการศกึ ษา ส่งผลใหเ้ กดิ คุณภาพท่ีดขี ึน้ ตอ่ ผู้เรียน 2. วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษาบรหิ ารงานดา้ นงบประมาณมคี วามเป็นอิสระ คล่องตัว โปรง่ ใสตรวจสอบได้ 1. เพื่อให้ไดผ้ ลผลติ ผลลัพธ์เปน็ ไปตามขอ้ ตกลงการใหบ้ รกิ าร 2. เพอ่ื ให้สถานศกึ ษาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรท่ีไดอ้ ยา่ งเพยี งพอและประสทิ ธภิ าพ 3. ขอบขา่ ยภารกจิ 3.1 กฎหมาย ระเบียบ และเอกสารทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 1. พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) 2. พระราชบญั ญัตบิ รหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2546 3. ระเบียบว่าดว้ ยการบรหิ ารงบประมาณ พ.ศ. 2545 4. หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 5. แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาและสถานศกึ ษาตาม กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวธิ ีการกระจายอำนาจการบรหิ ารและการจัด การศึกษา พ.ศ. 2550 รายจ่ายตามงบประมาณ จำแนกออกเปน็ 2 ลักษณะ 1. รายจ่ายของสว่ นราชการและรัฐวสิ าหกิจ • งบบุคลากร • งบดำเนินงาน • งบลงทนุ • งบเงินอดุ หนนุ • งบร่ายจา่ ยอ่ืน งบบคุ ลากร หมายถึง รายจ่ายท่ีกำหนดให้จ่ายเพ่อื การบรหิ ารงานบุคคลภาครฐั ได้แก่รายจ่ายท่ีจ่าย ในลกั ษณะเงนิ เดอื น คา่ จ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว และค่าตอบแทนพนักงานราชการ รวมถึงราจจา่ ยท่ี กำหนดให้จา่ ยจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะราจจ่ายดังกลา่ งบดำเนินงาน หมายถึง รายจา่ ยที่กำหนดให้จา่ ยเพ่ือการบริหารงานประจำ ได้แก่ รายจา่ ยท่ีจ่ายใน ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวสั ดุ และคา่ สาธารณูปโภค รวมถึงราจา่ ยทก่ี ำหนดใหจ้ ่ายจากงบรายจา่ ย อืน่ ใดในลักษณะรายจ่ายดงั กล่าว

งบลงทนุ หมายถงึ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพ่อื การลงทุน ได้แก่ รายจา่ ยที่จา่ ยในลักษณะคา่ ครภุ ัณฑ์ คา่ ทด่ี นิ และส่งิ กอ่ สร้าง รวมถึงรายจ่ายท่ีกำหนดใหจ้ ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่าย ดังกล่าว งบดำเนินงาน หมายถึง รายจา่ ยทกี่ ำหนดให้จ่ายเพอื่ การบรหิ ารงานประจำ ไดแ้ ก่ รายจา่ ยทจี่ ่ายใน ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวสั ดุ และค่าสาธารณปู โภค รวมถงึ รายจ่ายทีก่ ำหนดให้จ่ายจากงบ รายจ่ายอน่ื ใดในลกั ษณะรายจา่ ยดงั กล่าว งบลงทุน หมายถงึ รายจ่ายทกี่ ำหนให้จา่ ยเพ่ือการลงทนุ ไดแ้ ก่ รายจ่ายทจ่ี า่ ยในลักษณะคา่ ครภุ ณั ฑ์ คา่ ทดี่ ินและสงิ่ ก่อนสรา้ ง รวมถึงรายจา่ ยทีก่ ำหนดใหจ้ า่ ยจากงบรายจ่ายอืน่ ใดในลกั ษณะรายจา่ ย ดงั กล่าว งบเงนิ อดุ หนุน หมายถงึ รายจา่ ยทกี่ ำหนดให้จา่ ยเป็นคา่ บำรงุ หรือเพือ่ ช่วยเหลอื สนับสนนุ งานของ หนว่ ยงานอสิ ระตามรัฐธรรมนูญหรอื หนว่ ยงานของรฐั ซึง่ มิใชส่ ่วนกลางตาม พ.ร.บ. ระเบยี บบริหารราชการ แผน่ ดิน หนว่ ยงานในกำกบั ของรฐั องคก์ ารมหาชน รัฐวิสาหกิจ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน รวมถงึ เงนิ อดุ หนนุ งบพระมหากษตั ริย์ เงินอุดหนุนศาสนา งบรายจา่ ยอนื่ หมายถึง รายจ่ายทไ่ี มเ่ ขา้ ลกั ษณะประเภทงบรายจา่ ยใดงบรายจา่ ยหน่ึง หรอื รายจ่าย ทสี่ ำนกั งานงบประมาณกำหนดใหใ้ ชจ้ ่ายในงบรายจา่ ยน้ี เชน่ เงินราชการลับ เงนิ ค่าปรบั ที่จ่ายคืนให้แก่ ผูข้ ายหรือผ้รู ับจ้าง ฯลฯ อตั ราเงนิ อดุ หนนุ รายหัวนักเรยี นตอ่ ปกี ารศกึ ษา ระดับก่อนประถมศึกษา 1,734 บาท ระดับประถมศกึ ษา 1,938 บาท ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ 3,570 บาท ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 3,876 บาท การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหวั นักเรยี น แบ่งการใชต้ ามสัดสว่ น ด้านวชิ าการ : ด้านบรหิ าร ท่วั ไป : สำรองจา่ ยทง้ั 2 ดา้ นคือ 1. ด้านวชิ าการ ให้สัดส่วนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 นำไปใช้ไดใ้ นเร่ือง 1. จัดหาวัสดุและครุภัณฑ์ทจ่ี ำเปน็ ต่อการเรียนการสอน 2. ซ่อมแซมวัสดอุ ปุ กรณ์ 3. การพัฒนาบคุ ลาการด้านการสอน เชน่ ส่งครูเข้าอบรมสมั มนา ค่าจ้างช่วั คราวของครู ปฏิบัตกิ ารสอน ค่าสอนพิเศษ 2. ด้านบรหิ ารทั่วไป ให้สัดส่วนไมเ่ กินรอ้ ยละ 30 นำไปใชไ้ ดใ้ นเรื่อง 1. ค่าวสั ดุ ครภุ ัณฑ์และค่าทีด่ ิน สงิ่ ก่อสรา้ ง ค่าจา้ งชว่ั คราวทีไ่ ม่ใช่ปฏิบัตกิ ารสอน คา่ ตอบแทน ค่าใช้สอย 2. สำรองจ่ายนอกเหนือด้านวชิ าการและด้านบริหารทัว่ ไป ให้สัดสว่ นไมเ่ กนิ ร้อย ละ 20 นำไปใช้ในเรือ่ งงานตามนโยบาย

เงินอุดหนนุ ปัจจยั พน้ื ฐานสำหรบั นกั เรยี นยากจน 1. เปน็ เงนิ ที่จัดสรรใหแ้ ก่สถานศกึ ษาที่มนี กั เรียนยากจน เพ่อื จัดหาปจั จยั พืน้ ฐานท่ีจำเป็นต่อการ ดำรงชวี ติ และเพ่มิ โอกาศทางการศึกษา เปน็ การชว่ ยเหลอื นักเรยี นนท่ียากจน ชน้ั ป.1 ถึง ม.3 ให้มี โอกาสได้รับการศึกษาในระดับท่ีสงู ข้ึน (ยกเว้นสถานศกึ ษาสงั กัดสำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ) 2. นกั เรียนยากจน หมายถึง นักเรียนทผี่ ู้ปกครองมรี ายไดต้ อ่ ครัวเรือน ไมเ่ กนิ 40,000 บาท 3. แนวการใช้ให้ใชใ้ นลักษณะ ถวั จ่าย ในรายการต่อไปนี้ 1. ค่าหนังสอื และอุปกรณก์ ารเรยี น(ยมื ใช้) 2. ค่าเสื้อผา้ และวสั ดเุ ครอื่ งแตง่ กายนกั เรียน(แจกจา่ ย) 3. ค่าอาหารกลางวัน (วัตถุดบิ จ้างเหมา เงนิ สด) 4. คา่ พาหนะในการเดินทาง (เงินสด จา้ งเหมา) 5. กรณจี า่ ยเปน็ เงนิ สด โรงเรยี นแตง่ ตงั้ กรรมการ 3 คน ร่วมกนั จา่ ยเงนิ โดยใช้ใบสำคญั รับ เงินเป็นหลักฐาน 6. ระดับประถมศกึ ษา คนละ 1,000 บาท/ปี 7. ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ คนละ 3,000 บาท/ปี รายจา่ ยงบกลาง 1. เงินสวัสดิการคา่ รักษาพยาบาล/การศกึ ษาบุตร/เงนิ ช่วยเหลือบุตร 2. เงินเบ้ยี หวดั บำเหนจ็ บำนาญ 3. เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยข้าราชการ 4. เงนิ สมทบของลกู จ้างประจำ 1. รายจ่ายงบกลาง หมายถงึ รายจ่ายทต่ี ้ังไว้เพ่ือจัดสรรใหส้ ว่ นราชการและรัฐวสิ าหกจิ โดยท่วั ไปใชจ้ ่าย ตามรายการดงั ต่อไปนี้ 2. “เงินเบี้ยหวดั บำเหนจ็ บำนาญ” หมายความวา่ รายจ่ายที่ตั้งไว้เพือ่ จา่ ยเป็นเงินบำนาญ ข้าราชการ เงนิ บำเหนจ็ ลูกจา้ งประจำ เงนิ ทำขวัญข้าราชการและลกู จ้าง เงินทดแทนขา้ ราชการวิสามญั เงิน ค่าทดแทนสำหรบั ผู้ไดร้ ับอนั ตรายในการรักษาความม่นั คงของประเทศ เงินช่วยพิเศษขา้ ราชการบำนาญเสยี ชวี ติ เงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเน่ืองจากการช่วยเหลอื ขา้ ราชการ การปฏบิ ตั งิ านของชาตหิ รอื การปฏิบัตติ ามหนา้ ที่มนุษยธรรม และเงินชว่ ยคา่ ครองชีพผู้รบั เบี้ย หวดั บำนาญ 3. “เงินช่วยเหลือขา้ ราชการ ลูกจา้ ง และพนักงานของรฐั ” หมายความวา่ รายจ่ายทต่ี ้งั ไวเ้ พือ่ จ่ายเปน็ เงินสวัสดกิ ารช่วยเหลือในด้านตา่ งๆ ให้แก่ขา้ ราชการ ลกู จา้ ง และพนักงานของรฐั ไดแ้ ก่ เงิน ชว่ ยเหลอื การศึกษาของบตุ ร เงนิ ชว่ ยเหลอื บตุ ร และเงินพิเศษในการณีตายในระหว่างรับราชการ 4. “เงินเลอ่ื นขั้นเล่ือนอนั ดับเงินเดือนและเงนิ ปรบั วฒุ ขิ ้าราชการ หมายความว่ารายจ่ายท่ตี ง้ั ไว้ เพ่ือจา่ ยเป็นเงินเลอ่ื นขั้นเล่ือนอันดบั เงินเดอื นขา้ ราชการประจำปี เงนิ เลือ่ นข้นั เลื่อนอันดับเงนเดือนข้าราชการ ที่ได้รับเลื่อนระดบั และหรือแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่งระหวา่ งปีและเงนิ ปรับวุฒขิ า้ ราชการ

5. “เงนิ สำรอง เงนิ สมทบ และเงนิ ชดเชยของข้าราชการ” หมายความว่า รายจ่ายทต่ี ง้ั ไว้เพ่อื จ่ายเป็นเงินสำรอง เงนิ สมทบ และเงนิ ชดเชยที่รัฐบาลนำสง่ เข้ากองทนุ บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ 5. “เงินสมทบของลูกจ้างประจำ” หมายความวา่ รายจ่ายท่ีตง้ั ไว้เพ่ือจา่ ยเป็นเงนิ สมทบที่ รัฐบาลนำส่งเขา้ กองทุนสำรอง เลยี้ งชีพลกู จา้ งประจำ 6. “คา่ ใช้จ่ายเก่ยี วกับการเสด็จพระราชดำเนและตอ้ นรบั ประมขุ ตา่ งประเทศ หมายความว่า รายจ่ายท่ตี ั้งไว้เพือ่ เปน็ ค่าใช้จา่ ยสนบั สนนุ พระราชภารกิจในการเสด็จพระราชดำเนินภายในประเทศ และหรอื ต่างประเทศ และคา่ ใชจ้ ่ายในการตอ้ นรบั ประมขุ ต่างประเทศทีม่ ายาเยือนประเทศไทย 7. “เงนิ สำรองจา่ ยเพื่อกรณฉี ุกเฉินหรอื จำเป็น” หมายความวา่ รายจา่ ยท่ตี ง้ั สำรองไวเ้ พื่อจดั สรรเปน็ คา่ ใช้จ่ายในกรณฉี ุกเฉินหรอื จำเป็น 8. “ค่าใช้จ่ายในการดำเนนิ การรักษาความมั่นคงของประเทศ” หมายความวา่ รายจา่ ยที่ตง้ั ไว้ เพือ่ เป็นค่าใช้จา่ ยในการดำเนินงานรกั ษาความมน่ั คงของประเทศ 9. “เงินราชการลบั ในการรักษาความมัน่ คงของประเทศ” หมายความวา่ รายจา่ ยทต่ี ้ังไว้เพ่อื เบิกจ่ายเป็นเงินราชการลับในการดำเนินงานเพ่ือรกั ษาความมน่ั คงของประเทศ 10. “คา่ ใช้จ่ายตามโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ” หมายความว่า รายจา่ ยที่ตัง้ ไว้เพื่อ เป็นคา่ ใชจ้ ่าในการดำเนนิ งานตามโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ 11. “คา่ ใช้จ่ายในการรำษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจา้ ง และพนักงานของรฐั ” หมายความวา่ รายจา่ ยทตี่ ัง้ ไว้เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายในการช่วยเหลือคา่ รักษาพยาบาลข้าราชการ ลกู จ้างประจำ และพนกั งานของรัฐ เงนิ นอกงบประมาณ 1. เงินรายไดส้ ถานศกึ ษา 2. เงนิ ภาษหี ัก ณ ท่ีจา่ ย 3. เงนิ ลกู เสอื เนตรนารี 4. เงินยุวกาชาด 5. เงินประกนั สัญญา 6. เงินบรจิ าคท่ีมวี ตั ถปุ ระสงค์ เงนิ รายไดส้ ถานศึกษา หมายถงึ เงนิ รายไดต้ ามมาตรา 59 แหง่ พ.ร.บ. การศกึ ษา แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเกดิ จาก 1. ผลประโยชน์จากทรัพย์สนิ ท่ีเปน็ ราชพัสดุ 2. ค่าบริการและค่าธรรมเนยี ม ทไี่ ม่ขัดหรอื แย้งนโยบาย วัตถุประสงค์และภารกจิ หลกั ของสถานศึกษา 3. เบีย้ ปรับจากการผิดสัญญาลาศึกษาต่อและเบยี้ ปรับการผดิ สัญญาซ้อื ทรัพยสนิ หรอื จา้ งทำของจากเงนิ งบประมาณ 4. คา่ ขายแบบรูปรายการ เงินอุดหนุน อปท. รวมเงนิ อาหารกลางวัน 5. คา่ ขายทรพั ย์สินทไี่ ด้มาจากเงินงบประมาณ

งานพัสดุ “การพัสดุ” หมายความว่า การจัดทำเอง การซ้อื การจา้ ง การจา้ งที่ปรกึ ษา การจ้างออกแบบ และควบคมุ งาน การแลกเปลี่ยน การเชา่ การควบคุม การจำหน่าย และการดำเนนิ การอ่นื ๆ ที่กำหนดไว้ ในระเบียบนี้ “พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ท่ดี นิ และส่ิงกอ่ สรา้ ง ที่กำหนดไว้ในหนงั สือ การจำแนก ประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ หรือการจำแนกประเภทรายจา่ ย ตามสญั ญาเงนิ กู้ จากตา่ งประเทศ “การซอ้ื ” หมายความว่า การซือ้ พัสุทุกชนิดทงั้ ท่มี กี ารตดิ ต้งั ทดลอง และบริการทเ่ี ก่ยี วเนือ่ ง อ่นื ๆ แตไ่ ม่รวมถึงการจัดหาพสั ดใุ นลักษณะการจา้ ง “การจา้ ง” ให้หมายความรวมถงึ การจา้ งทำของและการับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณชิ ย์ และการจา้ งเหมาบริการ แตไ่ มร่ วมถึงการจา้ งลูกจา้ งของส่วนราชการตามระเบียบของ กระทรวงการคลัง การับขนในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการ การจ้างที่ปรึกษ การจ้างออกแบบและควบคมุ งาน และการจา้ งแรงงานตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ขอบข่ายภารกจิ 1. กฎหมาย ระเบียบ และเอกสารท่ีเกีย่ วข้อง 2. ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพ่มิ เตมิ 3. ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรวี า่ ด้วยการพัสดุดว้ ยวิธกี ารทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 4. แนวทางการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการพสั ดดุ ว้ ยวธิ ีการทาง อิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. 2549 หนา้ ทแี่ ละความรับผดิ ชอบ 1. จัดวางระบบและปฏิบัตงิ านเกีย่ วกับจัดหา การซ้ือ การจ้าง การเก็บรักษา และการเบกิ พสั ดุ การ ควบคมุ และการจำหน่ายพัสดุให้เป็นไปตามระเบียบทเ่ี กีย่ วขอ้ ง 2. ควบคุมการเบิกจ่ายเงนิ ตามประเภทเงนิ ให้เปน็ ไปตามแผนปฏิบัติราชการรายปี 3. จัดทำทะเบียนท่ีดนิ และสิง่ กอ่ สรา้ งทกุ ประเภทของสถานศึกษา 4. ประสานงานและวางแผนในการใชพ้ น้ื ท่ขี องสถานศึกษา ใหเ้ ป็นไปตามแผนพัฒนาการศึกษา 5. กำหนดหลักเกณฑ์วธิ กี ารและดำเนินการเกย่ี วกบั การจดั หาประโยชน์ท่ีราชพัสดุการใชแ้ ละการขอใช้ อาคารสถานท่ีของสถานศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายและระเบยี บทเี่ ก่ยี วขอ้ งควบคุม ดู ปรบั ปรุง ซอ่ มแซม บำรุงรกั ษาครุภัณฑ์ ให้อย่ใู นสภาพเรียบร้อยตอ่ การใช้งานและพัฒนาอาคาร สถานท่ี การอนุรักษ์พลังงาน การรักษาสภาพแวดลอ้ ม และระบบสาธารณูปโภคของสถานศึกษาให้ เป็นระเบียบและสวยงาม 6. จดั เวรยามดูแลอาคารสถานท่ีของสถานศึกษาใหป้ ลอดภัยจากโจรภยั อคั คภี ยั และภัยอนื่ ๆ

7. จดั วางระบบและควบคุมการใช้ยานพาหนะ การเบิกจา่ ยน้ำมนั เชอ้ื เพลิงการบำรุงรกั ษาและการพัสดุ ตา่ งๆ ที่เกี่ยวกบั ยานพาหนะของสถานศึกษาใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บท่ีเกี่ยวขอ้ ง 8. ใหค้ ำแนะนำ ช้ีแจง และอำนวยความสะดวกแกบ่ คุ ลากรในสถานศกึ ษาเก่ยี วกับงานในหนา้ ที่ 9. เกบ็ รกั ษาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ไว้เพื่อการตรวจสอบและดำเนินการทำลายเอกสารตามระเบียบ ท่เี กย่ี วข้อง 10. ประสานงานและให้ความรว่ มมอื กับหนว่ ยงานต่างๆ ทงั้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา 11. เสนอโครงการและรายงานการปฏิบัติงานในหนา้ ทตี่ ามลำดบั ขั้น 12. ปฏบิ ตั อิ ื่นตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย สวสั ดกิ ารและสิทธปิ ระโยชน์ 1. คา่ ใช้จา่ ยในการเดินทางไปราชการ 1. กฎหมายและระเบยี บทีเ่ กีย่ วข้อง 2. พระราชกฤษฎกี าคา่ ใช้จา่ ยในการเดนิ ทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เตมิ 3. ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วยการเบกิ ค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2550 2. คา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ การอนุมตั ิเดินทางไปราชการ ผูม้ ีอำนาจอนุมตั ใิ ห้เดนิ ทางไปราชการ อนมุ ัตริ ะยะเวลาในการเดนิ ทาง ล่วงหน้า หรือระยะเวลาหลงั เสรจ็ สิน้ การปฏิบัติราชการไดต้ ามความจำเปน็ 3. การนับเวลาเดนิ ทางไปราชการเพื่อคำนวณเบ้ยี เล้ียง กรณีพกั คา้ ง 1. ใหน้ บั 24 ชัว่ โมงเปน็ 1 วนั 2. ถา้ ไมถ่ งึ 24 ช่วั โมงหรือเกิน 24 ช่วั โมง และส่วนที่ไมถ่ ึงหรือเกนิ 24 ช่ัวโมง นบั ได้ เกิน 12 ชว่ั โง ใหถ้ ือเปน็ 1 วนั 4. การนับเวลาเดินทางไปราชการเพื่อคำนวณเบย้ี เล้ียงเดินทาง กรณีไม่พกั ค้าง 1. หากนับไดไ้ ม่ถึง 24 ชั่วโมงและสว่ นทไี่ มถ่ ึงนบั ไดเ้ กนิ 12 ช่ัวโมง ใหถ้ ือเปน็ 1วนั 2. หากนบั ได้ไม่เกนิ 12 ชั่วโมง แตเ่ กิน 6 ชัว่ โมงขึ้นไป ใหถ้ อื เป็นครง่ึ วนั 5. การนบั เวลาเดนิ ทางไปราชการเพ่ือคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทาง 6. กรณีลากิจหรอื ลาพักผอ่ นก่อนปฏิบตั ิราชการ ให้นับเวลาตงั้ แตเ่ รมิ่ ปฏิบัติราชการเปน็ ตน้ ไป 7. กรณลี ากจิ หรือลาพักผ่อนหลังเสรจ็ สิน้ การปฏบิ ัติราชการ ใหถ้ ือวา่ สิทธใิ นการเบกิ จ่ายเบี้ยเลี้ยง เดนิ ทางส้นิ สุดลงเมือ่ สิ้นสุดเวลาการปฏิบัติราชการ 8. หลกั เกณฑ์การเบิกค่าเชา่ ที่พกั ในประเทศ การเบกิ ค่าพาหนะ 1. โดยปกติให้ใช้ยานพาหนะประจำทางและให้เบิกค่าพาหนะโดยประหยัด 2. กรณีไมม่ ยี านพาหนะประจำทาง หรือมแี ตต่ อ้ งการความรวดเร็ว เพ่อื ประโยชนแ์ ก่ทางราชการ ให้ ใช้ยานพาหนะอน่ื ได้ แตต่ อ้ งช้แี จงเหตุผลและความจำเปน็ ไวใ้ นหลักฐานขอเบิกค่าพาหนะน้นั 3. ขา้ ราชการระดับ 6 ขน้ึ ไป เบิกค่าพาหนะรบั จา้ งได้ ในกรณตี ่อไปนี้

4. การเดินทางไป-กลับ ระหวา่ งสถานที่อยู่ ท่ีพัก หรือสถานทปี่ ฏบิ ัติราชการกับสถานี ยานพาหนะประจำทาง หรือสถานทจี่ ัดพาหนะท่ีใช้เดนิ ทางภายในเขตจงั หวัดเดียวกัน 2. การเดนิ ทางไป-กลับ ระหวา่ งสถานทอี่ ยู่ ทพี่ ัก กับสถานท่ีปฏิบัติราชการภายในเขตจงั หวัด เดียวกนั วนั ละไม่เกนิ 2 เท่ยี ว 5. การเดนิ ทางไปราชการในเขตกรงุ เทพมหานคร กรณีเปน็ การเดนิ ทางข้ามเขตจงั หวดั ใหเ้ บิก ตามอัตราทกี่ ระทรวงการคลังกำหนด คอื ให้เบกิ ตามทีจ่ ่ายจรงิ ดังน้ี ระหว่างกรงุ เทพมหานครกบั เขตจังหวัดติดตอ่ กรุงเทพมหานคร ไมเ่ กนิ เท่ียวล่ะ 400 บาท เดนิ ทางข้ามเขตจงั หวัดอืน่ นอกเหนือ กรณดี ังกล่าวขา้ งต้นไมเ่ กินเท่ยี วละ 300 บาท 6. ผ้ไู มม่ ีสทิ ธิเบกิ ถ้าตอ้ งนำสมั ภาระในการเดินทาง หรือส่งิ ของเคร่ืองใชข้ องทางราชการไปดว้ ย และเปน็ เหตใุ ห้ไม่สะดวกท่ีจะเดินทางโดยยานพาหนะประจำทาง ใหเ้ บิกค่าพาหนะรบั จา้ งได้(โดย แสดงเหตุผลและความจำเป็นไว้ในรายงานเดนิ ทาง) 7. การเดินทางลว่ งหน้า หรอื ไมส่ ามารถกลับเมอื่ เสร็จสน้ิ การปฏบิ ัตริ าชการเพราะมเี หตุส่วนตัว (ลากิจ - ลาพักผ่อนไว้) ใหเ้ บกิ ค่าพาหนะเทา่ ท่ีจ่ายจรงิ ตามเส้นทางท่ไี ดร้ บั คำสัง่ ให้เดินทางไป ราชการ กรณีมีการเดินทางนอกเส้นทางในระหวา่ งการลานนั้ ให้เบกิ คา่ พาหนะไดเ้ ทา่ ท่ีจา่ ยจริงโดย ไมเ่ กินอตั ราตามเสน้ ทางทไี่ ดร้ ับคำส่งั ให้เดนิ ทางไปราชการ 8. การใช้ยานพาหนะสว่ นตัว (ให้ขออนุญาตและไดร้ ับอนญุ าตแล้ว) ใหไ้ ดร้ ับเงนิ ชดเชย คือ รถยนตก์ ิโลเมตรละ 4 บาท ค่าใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม การฝึกอบรม หมายถึง การอบรม ประชุม/สัมมนา (วิชาการเชงิ ปฏิบัตกิ าร) บรรยาย พิเศษ ฝกึ งาน ดงู าน การฝึกอบรม ประกอบดว้ ย 1. หลกั การและเหตุผล 2. โครงการ/หลกั สตู ร 3. ระยะเวลาจดั ที่แน่นอน 4. เพอ่ื พัฒนาหรือเพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการปฏบิ ตั ิงาน ค่ารักษาพยาบาล คา่ รกั ษาพยาบาล หมายถึง เงินที่สถานพยาบาลเรยี กเกบ็ ในการรักษาพยาบาลเพื่อใหร้ า่ งกายกลับสู่ สภาวะปกติ (ไมใ่ ชเ่ ป็นการป้องกันหรอื เพ่ือความสวยงาม) 1. ระเบยี บและกฎหมายท่ีเกีย่ วข้อง 1. พระราชกฤษฎกี าเงินสวสั ดิการเกี่ยวกบั การรักษาพยาบาล พ.ศ. 2523 และแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ( 8 ฉบบั ) 2. ระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการเบิกจา่ ยเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกับการ รักษาพยาบาล พ.ศ. 2545

2. ผูท้ ีม่ สี ิทธิรบั เงนิ คา่ รักษาพยาบาล คอื ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว 1. บิดา 2. มารดา 3. คูส่ มรสท่ีชอบด้วยกฎหมาย 4. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึง่ ยังไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะ หรือบรรลุนิตภิ าวะแล้ว แต่เป็นคนไร้ ความสามารถ หรือเสมือนคนไรค้ วามสามารถ(ศาลสง่ั ) ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรอื บุตรซ่ึงไดย้ ก เปน็ บุตรบุญธรรมบคุ คลอ่นื แลว้ 3. ผู้มสี ทิ ธิ หมายถงึ ข้าราชการ ลกู จ้างประจำ ผุ้รบั เบีย้ หวัดบำนาญ และลูกจ้างชาวต่างประเทศซ่ึง ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณ ค่ารักษาพยาบาบ แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทไข้นอก หมายถงึ เขา้ รับการรักษาในสถานพยาบาลของทางราชการโดยไม่ได้นอนพัก รักษาตวั นำใบเสร็จรับเงนิ มาเบิกจ่าย ไมเ่ กนิ 1 ปี นบั จากวันทจี่ า่ ยเงิน ประเภทไขใ้ น หมายถึง เข้ารบั การรักษาในสถานพยาบาลของเอกชน หรือสถานพยาบาลของทาง ราชการ สถานพยาบาลเอกชน ใชใ้ บเสรจ็ รับเงินนำมาเบิกจ่ายเงิน พร้อมให้แพทย์รับรอง “หากผู้ป่วยมไิ ด้ เจ้ารบั การรกั ษาพยาบาลในทันทีทนั ใด อาจเปน็ อันตรายถึงชวี ติ ” และสถานพยาบาลทางราชการ ใชห้ นังสอื รบั รองสิทธิ กรณยี ังไม่ไดเ้ บกิ จ่ายตรง การศึกษาบตุ ร คา่ การศกึ ษาของบตุ ร หมายความว่า เงินบำรุงการศกึ ษา หรือเงนิ คา่ เลา่ เรียน หรอื เงนิ อื่นใดที่ สถานศกึ ษาเรียกเกบ็ และรฐั ออกใหเ้ ปน็ สวัสดกิ ารกบั ข้าราชการผู้มีสทิ ธิ 1. ระเบยี บและกฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ ง 1. พระราชราชกฤษฎกี าเงนิ สวสั ดิการเกีย่ วกับการศึกษาของบตุ ร พ.ศ. 2523 2. ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยการเบิกจ่ายเงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั การศกึ ษาของ บุตร พ.ศ. 2547 3. หนงั สอื เวยี นกรมบญั ชีกลาง กค 0422.3/ว 161 ลง วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เร่อื ง ประเภทและอัตราเงนิ บำรุงการศึกษาในสถานศึกษาของ ทางราชการ และคา่ เล่าเรียนในสถานศกึ ษาของเอกชน และกรมบญั ชีกลาง ท่ี กค 0422.3/ ว 226 ลงวันท่ี 30 มิถุนายน 2552 เรือ่ งการเบกิ งินสวสั ดกิ ารเกยี่ วกับการศกึ ษ่าของบตุ ร 2. ผ้ทู ม่ี สี ิทธิรบั เงินค่าการศกึ ษาของบตุ ร 1. บตุ รชอบโดยกฎหมายอายุไม่เกนิ 25 ปีบริบรู ณ์ ในวนั ท่ี 1 พฤษภาคมของทุกปี ไม่รวมบุตร บุญธรรม หรอื บุตรซ่งึ ไดย้ กให้เป็นบตุ รบญุ ธรรมคนอน่ื แล้ว 2. ใชส้ ิทธิเบิกได้ 3 คน เว้นแตบ่ ตุ รคนที่ 3 เป็นฝาแฝดสามารถนำมาเบกิ ได้ 4 คน 3. เบิกเงนิ สวัสดกิ ารเก่ียวกับศึกษาบตุ รภายใน 1 ปี นับตงั้ แต่วนั เปิดภาคเรยี นของแต่ละภาค

จำนวนเงินทเ่ี บกิ ได้ 1. ระดบั อนบุ าลหรือเทียบเท่า เบกิ ไดป้ ีละไมเ่ กิน 4,650 บาท 2. ระดบั ประถมศึกษาหรอื เทียบเทา่ เบกิ ได้ปลี ะไมเ่ กิน 3,200 บาท 3. ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ /มัธยมศึกษาตอนปลาย/หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ(ปวช.) หรือ เทียบเท่า เบิกได้ปลี ะไมเ่ กิน 3,900 บาท 4. ระดับอนุปริญญาหรอื เทียบเทา่ เบกิ ไดป้ ีละไมเ่ กนิ 11,000 บาท ค่าเช่าบา้ น 1. ระเบยี บและกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้อง 1. พระราชกฤษฎีกาคา่ เช่าชา้ นข้าราชการ พ.ศ. 2550 2. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบกิ จา่ ยเงินคา่ เช่าบ้าน พ.ศ. 2549 2. สิทธกิ ารเบกิ เงินคา่ เช่าบ้าน 1. ไดร้ บั คำสั่งใหเ้ ดินทางไปประจำสำนกั งานใหม่ในต่างท้องที่ เว้นแต่ 1. ทางราชการได้จดั ที่พักอาศยั ให้อย่แู ล้ว 2. มเี คหสถานเป็นของตนเองหรอื คู่สมรส 3. ไดร้ บั คำสงั่ ให้เดนิ ทางไปประจำสำนักงานใหม่ในต่างทอ้ งทีต่ ามคำร้องขอของตนเอง 2. ข้าราชการผไู้ ดร้ ับคำสง่ั ให้เดนิ ทางไปประจำสำนักงานในท้องที่ทีร่ บั ราชการครงั้ แรกหรือท้องท่ีท่ี กลบั เข้ารับราชการใหม่ ใหม้ ีสทิ ธิไดร้ ับเงินค่าเช้าบ้าน (พระราชกฤษฎีกาเช่าบา้ น 2550 (ฉบับ ที่ 2) มาตรา 7) 3. ข้าราชการมีสิทธไิ ด้รับเงินค่าเช่าบา้ นตั้งแตว่ ันที่เช่าอยจู่ ริง แตไ่ ม่กอ่ นวนั ท่ีรายงานตัวเพื่อเขา้ รับ หน้าที(่ พระราชกฤษฎีกาคา่ เชา่ บ้าน 2547 มาตรา 14) 4. ข้าราชการซึ่งมสี ทิ ธิได้รบั เงนิ คา่ เช่าบา้ นได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงนิ กเู้ พ่อื ชำระราคาบา้ นที่คา้ ง ชำระอยู่ ในท้องที่ท่ไี ปประจำสำนักงานใหม่ มสี ิทธนิ ำหลักฐานการชำระคา่ เชา่ ซ้อื หรอื ค่าผ่อน ชำระเงินกฯู้ มาเบกิ ได้ (พระราชกฤษฎกี าคา่ เช่าบา้ น 2547 มาตรา 17) กองทนุ บำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ (กบข.) 1. กฎหมายท่ีเกย่ี วขอ้ ง 1. พ.ร.บ.กองทนุ บำเหนจ็ บำนาญขา้ ราชการ พ.ศ. 2539 มาตรา 3 ในพระราชบัญญตั นิ ้ี (สว่ นที่เกยี่ วข้อง) บำนาญ หมายความว่า เงนิ ทีจ่ ่ายใหแ้ ก่สมาชิกเปน็ รายเดอื นเมื่อสมาชกิ ภาพของสมาชิกสิ้นสดุ ลง บำเหน็จตกทอด หมายความว่า เงนิ ทจ่ี ่ายให้แก่สมาชกิ โดยจา่ ยให้คร้ังเดยี วเมอื่ สมาชิกภาพ ของสมาชกิ ส้นิ สุดลง บำเหนจ็ ตกทอด หมายความวา่ เงนิ ทจ่ี า่ ยใหแ้ ก่ทายาทโดยจา่ ยให้ครงั้ เดยี วในกรณีท่ีสมาชิก หรอื ผ้รู บั บำนาญถงึ แก่ความตาย

2. พ.ร.บ.กองทนุ บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ. 2542 3. ข้าราชการทุกประเภท (ยกเว้นราชการทางการเมอื ง) มีสทิ ธสิ มัครเป็น สมาชิก กบข. ได้แก่ ขา้ ราชการครู ข้าราชการใหม่ ได้แก่ ผซู้ ึ่งเขา้ รบั ราชการหรือโอนมาเป็นราชการต้ังแตว่ นั ท่ี 27 มนี าคม 2540 เป็น ตน้ จะต้องเปน็ สมาชกิ กบข. และสะสมเงินเข้ากองทนุ สมาชิกท่ีจา่ ยสะสมเขา้ กองทุนในอัตราร้อย ละ 3 ของเงินเดอื นเปน็ ประจำทุกเดอื น รัฐบาลจะจา่ ยเงนิ สมทบให้กบั สมาชกิ ในอัตรารอ้ ยละ 3 ของ เงินเดือนเป็นประจำทุกเดือนเชน่ เดียวกัน และจะนำเงินดงั กล่าวไปลงทุนหาผลประโยชนเ์ พือ่ จา่ ยให้กบั สมาชกิ เมอ่ื ออกจากราชการ ระเบียบสำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดภิ าพครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาวา่ ด้วยการ ฌาปนกจิ สงเคราะหเ์ พอื่ นครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา(ช.พ.ค.) ในระเบียบนี้ ช.พ.ค. หมายความวา่ การฌาปนกจิ สงเคราะหช์ ่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการ ศึกษาการจดั ต้ัง ช.พ.ค. มคี วามม่งุ หมายเพ่อื เป็นการกศุ ลและมีวตั ถุประสงค์ใหส้ มาชกิ ไดท้ ำการสงเคราะหซ์ ่งึ กันและกันในการจัดการศพและสงเคราะหค์ รอบครัวของสมาชกิ ช.พ.ค. ท่ีถงึ แกก่ รรมหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการ จ่ายเงินคา่ จัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครวั ใหเ้ ป็นไปตามท่ีคณะกรรมการ ช.พ.ค. กำหนด ครอบครัวของสมาชิก ช.พ.ค หมายถึง บุคคลตามลำดับ ดงั นี้ 1. คู่สมรสทช่ี อบด้วยกฎหมาย บุตรท่ชี อบดว้ ยกฎหมาย บตุ รบุญธรรม บตุ รนอกสมรสท่บี ดิ ารบั รอง แล้ว และบดิ ามารดาของสมาชิก ช.พ.ค. 2. ผ้อู ยใู่ นอปุ การะอย่างบตุ รของสมาชิก ช.พ.ค. 3. ผอู้ ปุ การะสมาชกิ ช.พ.ค. ผู้มีสทิ ธิไดร้ ับการสงเคราะห์ตามวรรคหน่ึงยงั มชี ีวิตอยู่ หรอื มีผรู้ บั มรดกยงั ไม่ขาดสายแล้วแต่กรณใี น ลำดับหนงึ่ ๆ บุคคลท่ีอยู่ในลำดบั ถัดไปไมม่ ีสทิ ธไิ ดร้ บั เงินสงเคราะหค์ รอบครวั ระเบียบน้ี การสงเคราะหค์ รอบครวั ของสมาชิก ช.พ.ค. สำหรบั บุตรให้พิจารณาให้บุตรสมาชิก ช.พ.ค. ได้รับ ความช่วยเหลอื เปน็ เงินทุนสำหรบั การศกึ ษาเลา่ เรยี นเปน็ ลำดบั แรก สมาชกิ ช.พ.ค. ตอ้ งระบุบุคคลใดบุคคลหนึง่ หรือหลายคน เปน็ ผู้มีสทิ ธิรับเงนิ สงเคราะห์ สมาชิก ช.พ.ค. มีหน้าทีด่ ังตอ่ ไปนี้ 1. ตอ้ งปฏิบตั ิตามระเบียบน้ี 2. สง่ เงินสงเคราะหร์ ายศพ เม่ือสมาชิก ช.พ.ค. อ่ืนถงึ แกก่ รรมศพละหนง่ึ บาทภายใต้เงอื่ นไขดงั ต่อไปนี้ 3. สมาชิก ช.พ.ค. ท่ีเป็นขา้ ราชการประจำ ข้าราชการบำนาญและผู้ทม่ี เี งินเดือนหรอื รายได้ ราย เดือน ตอ้ งยินยอมให้เจ้าหน้าทผี่ ู้จ่ายเงนิ เดอื นหรอื เงินบำนาญเป็นผหู้ กั เงินเพ่ือชำระเงินสงเคราะห์ รายศพ ณ ที่จ่ายตามประกาศรายชือ่ สมาชกิ ช.พ.ค. ท่ีถงึ แก่กรรม

คำจำกัดความ แผนการปฏิบัตงิ าน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หมายถงึ แผนแสดงรายละเอียดการ ปฎิบัตงิ าน และแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายตามแผนการปฏบิ ัตงิ านของโรงเรยี นบา้ นห้วง ปลาไหล “สิงหะวิทยา” ในรอบปงี บประมาณ การใชจ้ ่ายงบประมาณ หมายถงึ การใชจ้ า่ ยงบประมาณรายจ่ายของโรงเรียนบ้านหว้ งปลาไหล “สิง หะวทิ ยา” เพื่อดำเนินตามแผนการปฏบิ ัติงานในรอบปี การจดั สรรงบประมาณ หมายถึง การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบญั ญตั งิ บประมาณ รายจ่ายประจำปี หรือพระราชบญั ญัติงบประมาณรายจา่ ยเพิม่ เตมิ ใหส้ ่วนราชการใชจ้ า่ ยหรือก่อหน้ี ผกู พัน ทัง้ นี้ อาจดำเนนิ การโดยใช้การอนุมตั เิ งินประจำงวดหรือโดยวธิ กี ารอื่นใดตามทส่ี ำนกั งบประมาณ กำหนด เปา้ หมายยุทธศาสตร์ หมายถงึ ผลสัมฤทธ์ิที่การใชจ้ ่ายงบประมาณต้องการจะให้เกดิ ตอ่ นกั เรียน บุคลากรโรงเรยี นบ้านห้วงปลาไหล “สิงหะวทิ ยา” แผนการปฏบิ ตั ิงาน หมายถงึ แผนการปฏบิ ตั งิ านของโรงเรยี นบ้านห้วงปลาไหล “สิงหะวทิ ยา” ใน รอบปงี บประมาณ แผนการใช้จา่ ยงบประมาณ หมายถงึ แผนแสดงรายละเอยี ดการใช้จ่ายงบประมาณรายจา่ ยสำหรบั โรงเรียนบ้านหว้ งปลาไหล “สิงหะวทิ ยา” เพอื่ ดำเนนิ งานตามแผนการปฏิบตั ิงานในรอบปีงบประมาณ โครงการ หมายถงึ โครงการทก่ี ำหนดข้นึ เพอื่ ใช้จ่ายเงนิ เปน็ ไปตามในระหวา่ งปีงบประมาณ งบรายจ่าย หมายถงึ กล่มุ วตั ถุประสงค์ของรายจา่ ย ท่กี ำหนดให้จ่ายตามหลักการจำแนกประเภท รายจ่ายตามงบประมาณ จำแนกงบรายจ่ายตามหลักจำแนกประเภทงบประมาณตามงบรายจ่าย ดังน้ี งบบุคลากร หมายถงึ รายจ่ายทกี่ ำหนดให้จ่ายเพ่อื การบริหารงานบคุ คลภาครัฐ ได้แก่ รายจา่ ยใน ลักษณะเงินเดอื น ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชัว่ คราว และคา่ ตอบแทนพนกั งานราชการ รวมถงึ รายจ่ายท่กี ำหนดให้ จา่ ยจากงบรายจ่ายอืน่ ในลักษณะดังกลา่ ว งบดำเนนิ งาน หมายถึง รายจ่ายท่ีกำหนดใหจ้ า่ ยเพอ่ื การบรหิ ารงานประจำ ไดแ้ ก่รายจ่ายทจ่ี ่ายใน ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใชส้ อย ค่าวสั ดุ ค่าสาธารณูปโภค งบลงทนุ หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดใหจ้ ่ายเพื่อการลงทนุ ไดแ้ ก่ รายจา่ ยในลักษณะ ค่าครุภัณฑ์ คา่ ทีด่ นิ และสิง่ กอ่ สรา้ ง งบเงนิ อดุ หนนุ หมายถงึ รายจ่ายทีก่ ำหนดใหจ้ า่ ยเป็นค่าบำรุง หรอื เพอื่ ชว่ ยเหลือสนบุ สนนุ การ ดำเนินงานของหน่วยงานองค์กรตามรัฐธรรมนญู หรอื หนว่ ยงานของรัฐซง่ึ มใิ ชส่ ่วนราชการส่วนกลางตาม พระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน หน่วยงานในกำกบั ของรัฐองค์การมหาชน รฐั วสิ าหกจิ องคก์ ร ปกครองส่วนท้องถิ่น สภาตำบล องคก์ ารระหว่างประเทศบติ บิ ุคคล เอกชนหรอื กิจการอนั เปน็

สาธารณประโยชน์ รวมถงึ เงินอดุ หนนุ งบพระมหากษัตรยิ ์ เงินอดุ หนนุ การศาสนา และรายจา่ ยที่สำนัก งบประมาณกำหนดให้จา่ ยในงบรายจ่ายนี้ งบรายจ่ายอน่ื หมายถึง รายจา่ ยทไ่ี มเ่ ขา้ ลกั ษณะประเภทงบรายจ่ายใดงบรายจา่ ยหนึง่ หรือรายจ่าย ที่ สำนกั งบประมาณกำหนดใหใ้ ช้จา่ ยในงบรายจ่ายนี้ เชน่ 1. เงินราชการลบั 2. เงนิ คา่ ปรับท่จี ่ายคืนให้แก่ผู้ขายหรอื ผู้รับจา้ ง 3. คา่ จา้ งที่ปรกึ ษาเพอื่ ศกึ ษา วจิ ยั ประเมนิ ผล หรือพัฒนาระบบตา่ งๆซง่ึ มใิ ช่เพือ่ การจัดหา หรือ ปรบั ปรุงครุภณั ฑ์ทดี่ นิ หรือส่งิ ก่อสรา้ ง 4. ค่าใช้จา่ ยในการเดนิ ทางไปราชการต่างประเทศช่ัวคราว 5. คา่ ใช้จ่ายสำหรับหนว่ ยงานองคก์ รตามรัฐธรรมนญู (ส่วนราชการ) 6. ค่าใช้จ่ายเพ่อื ชำระหนเี้ งนิ กู้ 7. คา่ ใช้จ่ายสำหรบั กองทนุ หรือเงนิ ทุนหมุนเวยี น หน้าท่คี วามรบั ผิดชอบ กลมุ่ การบริหารงบประมาณ .................................. ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่หัวหนา้ กลุ่มบริหารงบประมาณ มีหน้าทด่ี แู ล กำกบั ตดิ ตาม กล่นั กรอง อำนวยความสะดวก ใหค้ ำแนะนำปรกึ ษาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าทีท่ ี่ปฏิบัตงิ านในกลมุ่ บรหิ าร งบประมาณ ตามขอบขา่ ยและภารกิจการบรหิ ารงบประมาณ ปฏิบัตหิ น้าทท่ี ี่เก่ียวขอ้ งกับการจัดระบบบรหิ าร องคก์ รการประสานงานและให้บรกิ ารสนบั สนุน สง่ เสริมใหฝ้ ่ายบรหิ ารงบประมาณต่างๆ ในโรงเรยี นสามารถ บริหารจัดการและดำเนินการตามบทบาทภารกจิ อำนาจหน้าทด่ี ว้ ยความเรียบรอ้ ยตลอดจนสนบั สนนุ และ ให้บรกิ ารข้อมูล ขา่ วสาร เอกสาร สื่อ อุปกรณ์ทางการศกึ ษาและทรพั ยากรท่ีใช้ในการจัดการศึกษาแกเ่ จา้ หน้าท่ี ของแต่ละฝ่ายงานเพ่อื ใหฝ้ ่ายงานบรหิ ารจดั การได้อย่างสะดวกคลอ่ งตัวมคี ุณภาพและเกิดประสทิ ธผิ ล ขอบขา่ ยกลุ่มการบริหารงบประมาณ มีดังนี้ 1. การจัดทำแผนงบประมาณและคำขอต้ังงบประมาณเพอ่ื เสนอต่อเลขาธกิ ารคณะกรรมการศึกษาข้ัน พืน้ ฐาน ผู้รับผดิ ชอบ ......................................... หน้าทรี่ บั ผิดชอบปฏบิ ัติงานดงั น้ี 1) จัดทำขอ้ มูลสารสนเทศทางการเงินของสถานศกึ ษา ได้แก่ แผนชน้ั เรยี น ขอ้ มลู ครนู ักเรยี น และส่งิ อำนวยความสะดวกของสถานศกึ ษา โดยความร่วมมอื ของสำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา 2) จัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้า และแผนงบประมาณ 3) เสนอแผนงบประมาณขอความเห็นชอบตอ่ คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานเพอ่ื ใช้ เปน็ คำขอตง้ั งบประมาณตอ่ สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา

2. การจัดทำแผนปฏิบัตกิ ารใชจ้ า่ ยเงนิ ตามที่ได้รับจดั สรรงบประมาณจากสำนกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานโดยตรง ผู้รบั ผดิ ชอบ .................................. หนา้ ที่รบั ผิดชอบปฏิบัติงานและผูร้ ับผิดชอบ โครงการฯ ดงั น้ี 1) จัดทำแผนปฏิบัตกิ ารประจำปีและแผนการใช้จา่ ยงบประมาณภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา 2) ขอความเหน็ ชอบแผนปฏบิ ัติงานและแผนการใชจ้ ่ายงบประมาณต่อคณะกรรมการ สถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 3. การอนมุ ตั กิ ารใชจ้ ่ายงบประมาณทีไ่ ดร้ บั จัดสรร ผรู้ ับผิดชอบ .................................. หนา้ ท่รี ับผิดชอบเสนอโครงการดงั น้ี - ผ้อู ำนวยการสถานศึกษาอนุมัติการใชจ้ ่ายงบประมาณตามงาน/โครงการทก่ี ำหนดไวใ้ น แผนปฏบิ ัตกิ ารประจำปี และแผนการใชจ้ า่ ยเงินภายใตค้ วามรว่ มมอื ของสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา 4. การขอโอนและการขอเปลีย่ นแปลงงบประมาณ ผรู้ ับผิดชอบ ........................................ หน้าที่รบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั งิ านดงั นี้ 1) ตรวจสอบรายละเอยี ดรายการงบประมาณทีจ่ ำเปน็ ตอ้ งขอโอนหรือเปลย่ี นแปลง เช่นเดยี วกับสถานศกึ ษาประเภทที่ 1 เสนอความเห็นชอบคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน แล้ว เสนอ ขอโอนหรอื เปล่ยี นแปลงรายการงบประมาณต่อสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา เพอ่ื ดำเนินการตอ่ ไป 5. การรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ผู้รับผดิ ชอบ ...................................... หน้าทีร่ บั ผดิ ชอบปฏบิ ัตงิ านดังน้ี 1) รายงานผลการดำเนินงาน ผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี ไปยังสำนกั งาน เขต พืน้ ที่การศกึ ษา 6. การตรวจสอบ ตดิ ตามและรายงานการใชง้ บประมาณ ผู้รบั ผดิ ชอบ ................................ หน้าทรี่ บั ผิดชอบปฏิบตั งิ านดงั น้ี 1) จัดการให้มีการตรวจสอบและติดตามให้ กลุ่ม ฝา่ ยงาน ในสถานศกึ ษา รายงานผลการ ปฏิบัตงิ านและผลการใช้จ่ายงบประมาณ เพ่อื จดั ทำรายงานผลการปฏบิ ตั ิงานและผลการใชจ้ ่ายงบประมาณ ตามแบบทสี่ ำนักงบประมาณกำหนด และจัดสง่ ไปยงั สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาทุกไตรมาส ภายในระยะเวลา ที่สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษากำหนด 2) จัดทำรายงานประจำปที ่ีแสดงถึงความสำเร็จในการปฏิบัติงาน และจดั สง่ ให้สำนักงานเขต พืน้ ท่ีการศกึ ษาภายในระยะเวลาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษากำหนด 7. การตรวจสอบ ตดิ ตามและรายงานการใชผ้ ลผลิตจากงบประมาณ ผรู้ บั ผดิ ชอบ ................................... หนา้ ท่ีรับผิดชอบปฏิบัติงานดงั น้ี 1) ประเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ัติงานตามท่ไี ดร้ บั มอบหมาย 2) วางแผนประเมนิ ประสทิ ธภิ าพ และประสิทธิผลการดำเนนิ งานของสถานศกึ ษา

3) วิเคราะหแ์ ละประเมินความมีประสทิ ธภิ าพ ประหยัด และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร ของหนว่ ยงานในสถานศกึ ษา 8. การระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพ่อื การศกึ ษา ผ้รู ับผดิ ชอบ ..................................... หนา้ ทร่ี ับผิดชอบปฏิบัติงานดงั น้ี 1) วางแผน รณรงค์ ส่งเสรมิ การระดมทนุ การศกึ ษาและทนุ เพื่อการพฒั นาการศกึ ษาให้ ดำเนนิ งานได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผล ค้มุ คา่ และมีความโปร่งใส 2) จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และระบบการรบั จ่ายทุนการศึกษาและเพือ่ การพัฒนาการศกึ ษา ใหด้ ำเนนิ งานได้อย่างมีประสทิ ธิภาพและเกิดประสทิ ธิผล คมุ้ ค่า และมคี วามโปรง่ ใส 3) สรุป รายงาน เผยแพร่ และเชิดชเู กยี รติผสู้ นบั สนนุ ทนุ การศกึ ษาและทนุ เพ่อื การพฒั นา สถานศกึ ษา โดยความชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน 9. การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรเพื่อการศึกษา ผูร้ ับผดิ ชอบ .................................... หน้าทรี่ ับผดิ ชอบปฏิบตั งิ านดงั น้ี 1) จัดทำรายการทรัพยากรเพ่ือเป็นสารสนเทศไดแ้ ก่แหล่งเรยี นรภู้ ายในสถานศกึ ษา แหลง่ เรยี นร้ใู นท้องถิ่นท้งั ท่เี ปน็ แหลง่ เรียนรธู้ รรมชาติและภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน แหล่งเรียนรูท้ เ่ี ป็นสถานประกอบการ เพอื่ การรับรู้ของบคุ ลากรในสถานศึกษา นักเรียนและบคุ คลทัว่ ไปจำได้เกดิ การใชท้ รพั ยากรรว่ มกนั ในการจัด การศึกษา 2) วางระบบหรอื กำหนดแนวปฏิบตั ิการใช้ทรัพยากรรว่ มกันกบั บุคคล หนว่ ยงานรฐั บาลและ เอกชนเพ่ือใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุด 3) กระตนุ้ ใหบ้ ุคคลในสถานศึกษาร่วมใช้ทรัพยากรภายในและภายนอก รวมท้งั ให้บริการการ ใชท้ รัพยากรภายในเพอ่ื ประโยชนต์ อ่ การเรยี นรแู้ ละสง่ เสริมการศกึ ษาในชมุ ชน 4) ประสานความร่วมมอื กับผู้รับผิดชอบแหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรทมี่ นุษย์สร้าง ทรพั ยากรบคุ คลทม่ี ีศกั ยภาพใหก้ ารสนับสนุนการจัดการศกึ ษา 5) ดำเนนิ การเชิดชูเกียรติบคุ คลและหน่วยงานท้งั ภาครัฐและเอกชน ทีส่ นับสนุนการใช้ ทรัพยากรร่วมกันเพ่อื การศึกษาของสถานศึกษา 10. การวางแผนพัสดุ ผู้รบั ผดิ ชอบ ......................................... หนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบปฏบิ ัติงานดงั นี้ 1) การวางแผนพัสดุลว่ งหน้า 3 ปี ใหด้ ำเนนิ การตามกระบวนการของการวางแผน งบประมาณ 2) การจดั ทำแผนการจดั หาพัสดใุ ห้ฝ่ายทท่ี ำหน้าท่จี ดั ซือ้ จดั จา้ งเปน็ ผดู้ ำเนินการ โดยให้ ฝ่าย ทตี่ อ้ งการใช้พสั ดุ จัดทำรายละเอยี ดพัสดทุ ่ีต้องการ คอื รายละเอยี ดเกี่ยวกบั ปริมาณ ราคา คณุ ลักษณะเฉพาะ หรอื แบบรปู รายการและระยะเวลาทีต่ อ้ งการนีต้ อ้ งเปน็ ไปตามแผนปฏิบัตกิ ารประจำปี (แผนปฏบิ ตั ิงาน) และตามทร่ี ะบไุ วใ้ นเอกสารประกอบพระราชบญั ญตั งิ บประมาณรายจา่ ยประจำปี ส่งให้ฝา่ ยท่ี ทำหน้าท่จี ัดซือ้ จดั จ้างเพือ่ จดั ทำแผนการจดั หาพสั ดุ

3) ฝ่ายทจ่ี ัดทำแผนการจดั หาพัสดุทำการรวบรวมขอ้ มูลรายละเอียดจากฝ่ายท่ีตอ้ งการใช้ พัสดุโดยมีการสอบทานกับแผนปฏบิ ัติงานและเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และความเหมาะสมของวิธกี ารจดั หาว่าควรเปน็ การซ้ือ การเช่าหรือการจัดทำเองแลว้ จำนำข้อมลู ท่สี อบทาน แลว้ มาจดั ทำแผนการจัดหาพัสดใุ นภาพรวมของสถานศกึ ษา 11. การกำหนดแบบรปู รายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑห์ รอื ส่ิงก่อสร้างท่ใี ชเ้ งินงบประมาณ เพ่อื สนองต่อเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ผรู้ บั ผิดชอบ .......................................... หน้าทรี่ บั ผดิ ชอบปฏบิ ตั ิงานดงั นี้ 1) กำหนดแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะเพอ่ื ประกอบการขอต้ังงบประมาณ สง่ ให้ สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา 2) กรณที ีเ่ ป็นการจัดหาจากเงินนอกงบประมาณใหก้ ำหนดแบบรปู รายการหรือคณุ ลักษณะเฉพาะได้โดยให้พจิ ารณาจากแบบมาตรฐานก่อนหากไม่เหมาะสมก็ใหก้ ำหนดตามความตอ้ งการโดยยดึ หลกั ความโปร่งใส เป็นธรรมและเปน็ ประโยชน์กบั ทางราชการ 12. การจดั หาพสั ดุ ผู้รบั ผดิ ชอบ ............................................ หนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบปฏิบัตงิ านดังนี้ 1) การจัดหาพัสดุถอื ปฏบิ ัติตามระเบียบว่าดว้ ยการพสั ดุของสว่ นราชการและคำสั่งมอบ อำนาจของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน 2) การจัดทำพัสดุถอื ปฏบิ ัติตามระเบยี บกระทรวงศึกษาว่าดว้ ยการใหส้ ถานศึกษารับจดั ทำ รับบริการ 13. การควบคุมดแู ล บำรงุ รักษาและจำหน่ายพสั ดุ ผู้รับผดิ ชอบ ........................................... หน้าทรี่ บั ผดิ ชอบปฏิบตั ิงานดงั น้ี 1) จัดทำทะเบียนคุมทรพั ยส์ นิ และบญั ชีวัสดไุ มว่ ่าจะได้มาดว้ ยการจัดหาหรือการรับบรจิ าค 2) ควบคมุ พัสดุให้อยใู่ นสภาพพรอ้ มการใชง้ าน 3) ตรวจสอบพัสดปุ ระจำปี และใหม้ ีการจำหนา่ ยพัสดทุ ่ชี ำรุด เสือ่ มสภาพหรือไม่ใชใ้ น ราชการอกี ตอ่ ไป 4) พสั ดทุ ีเ่ ปน็ ท่ีดินหรอื ส่งิ กอ่ สร้าง กรณที ี่ได้มาดว้ ยเงินงบประมาณใหด้ ำเนนิ การขน้ึ ทะเบียน เป็นราชพัสดุ กรณีท่ไี ด้มาจากการรบั บริจาคหรือจากเงนิ รายไดส้ ถานศกึ ษาให้ข้นึ ทะเบยี นเปน็ กรรมสทิ ธ์ขิ องสถานศึกษา 14. การรบั เงิน การเก็บรักษาเงิน และการจ่ายเงนิ ผรู้ ับผิดชอบ ................................... หนา้ ที่รบั ผดิ ชอบปฏิบตั งิ านดังน้ี 1) การปฏิบัตเิ กย่ี วกบั การรับเงนิ และการจา่ ยเงินใหป้ ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บที่กระทรวงการคลงั กำหนดคอื ระเบยี บการเกบ็ รักษาเงินและการนำเงินสง่ คลงั ในหนา้ ท่ีของอำเภอ พ.ศ. 2520 โดยสถานศึกษา สามารถกำหนดวธิ ีปฏบิ ัตเิ พ่มิ เตมิ ได้ตามความเหมาะสมแตต่ ้องไมข่ ดั หรอื แยง้ กับระเบยี บดงั กลา่ ว

2) การปฏิบัตเิ กยี่ วกับการเกบ็ รักษาเงินให้ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บท่ีกระทรวงการคลงั กำหนด คือระเบยี บการเกบ็ รักษาเงินและการนำเงนิ ส่งคลงั ในสว่ นของราชการ พ.ศ. 2520 โดย อนโุ ลม 15. การนำเงินสง่ คลัง ผู้รบั ผดิ ชอบ .......................................... หนา้ ท่รี ับผิดชอบปฏิบัติงานดังน้ี 1) การนำเงินสง่ คลังใหน้ ำส่งต่อสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาภายในระยะเวลาทกี่ ำหนดไว้ ตามระเบยี บการเก็บรักษาเงนิ และการนำเงินส่งคลังในหนา้ ที่ของอำเภอพ.ศ. 2520 หากนำสง่ เป็นเงนิ สดใหต้ ้ัง คณะกรรมการนำสง่ เงนิ ดว้ ย 16. การจดั ทำบญั ชกี ารเงิน ผู้รับผดิ ชอบ .......................................... หนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบปฏิบัตงิ านดงั น้ี 1) ให้จดั ทำบญั ชีการเงนิ ตามระบบทเ่ี คยจัดทำอยเู่ ดมิ คือ ตามระบบที่กำหนดไว้ในคู่มอื การ บัญชหี นว่ ยงานยอ่ ย พ.ศ. 2515 หรอื ตามระบบการควบคมุ การเงนิ ของหนว่ ยงานยอ่ ย พ.ศ. 2544 แล้ว แต่ กรณี 17. การจดั ทำรายงานทางการเงินและงบการเงิน ผู้รับผดิ ชอบ ....................................... หนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบปฏบิ ัตงิ านดังนี้ 1) จัดทำรายงานตามทีก่ ำหนดในคู่มอื การบัญชีสำหรบั หน่วยงานย่อย พ.ศ. 2515 หรือ ตาม ระบบการควบคุมการเงนิ ของหน่วยงานย่อยพ.ศ. 2515 แลว้ แต่กรณี 2) จัดทำรายงานการรับจ่ายเงินรายได้สถานศกึ ษา ตามทส่ี ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ขั้นพนื้ ฐานกำหนด คือ ตามประกาศสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานวา่ ด้วยหลักเกณฑ์ อตั ราและ วธิ กี ารนำเงนิ รายได้สถานศกึ ษาไปจา่ ยเปน็ ค่าใช้จ่ายในการจดั การศึกษาของสถานศกึ ษาที่เป็นนติ ิบุคคลรายได้ สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จา่ ยในการจัดการของสถานศกึ ษาท่ีเปน็ นิติบคุ คลในสังกดั เขตพ้นื ที่การศึกษา 18. การจัดทำและจดั หาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบยี นและรายงาน ผรู้ บั ผิดชอบ .......................................... หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบปฏิบตั ิงานดงั นี้ 1) แบบพิมพ์บัญชี ทะเบียนและแบบรายงานใหจ้ ดั ทำตามแบบทกี่ ำหนดในคูม่ ือการบัญชี สำหรบั หน่วยงานยอ่ ย พ.ศ. 2515 หรือตามระบบการควบคมุ การเงนิ ของหน่วยงานยอ่ ย พ.ศ. 2544


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook