Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การปลูกมังคุด

การปลูกมังคุด

Published by samanung2514, 2020-09-23 02:56:12

Description: นายมหามัดอนูวา สามานุง

Search

Read the Text Version

การปลกู มงั คดุ มงั คดุ เป็ นไมผ้ ลเมอื งรอ้ นทเ่ี จรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลติ ไดด้ ใี นประเทศไทย เป็ นผลไมท้ ม่ี รี สชาตอิ ร่อย เป็ นทน่ี ยิ มชมชอบของผบุ ้ รโิ ภคทงั้ ชาวไทยและ ชาวตา่ งประเทศจนไดร้ ับนามวา่ เป็ นราชนิ แี หง่ ผลไมเ้ มอื งรอ้ น ปัจจบุ นั มังคดุ จดั วา่ เป็ นผลไมท้ ตี่ ลาด มคี วามตอ้ งการสงู เพราะนอกจากตลาดภายใน ประเทศแลว้ ยังมกี ารสง่ ออกทงั้ ในรูปของผลสด และแชแ่ ข็ง ทารายไดเ้ ขา้ สู่ ประเทศปีละ หลายสบิ ลา้ นบาท สภาพดนิ ฟ้ าอากาศ มังคดุ เจรญิ เตบิ โตไดใ้ นดนิ เกอื บทกุ ชนดิ แตด่ นิ ทเี่ หมาะสมควรเป็ นดนิ เหนยี วปนทราย ทม่ี คี วามอดุ ม สมบรู ณส์ งู สามารถอมุ ้ น้าและระบาย น้าไดด้ ี มคี วามเป็ นกรดออ่ น ๆ คอื มคี า่ ความ เป็ นกรดดา่ งของดนิ (คา่ pH) ประมาณ 5-6 สว่ นดนิ ทมี่ สี ภาพเป็ นดา่ ง มงั คดุ จะเจรญิ เตบิ โต ไดช้ า้ (สถาบนั วจิ ัยพชื สวน, 2532) พนื้ ทท่ี เี่ หมาะสมตอ่ การปลกู มังคดุ ควรมสี ภาพภมู อิ ากาศรอ้ นและชมุ่ ชนื้ คอื มอี ณุ หภมู สิ มา่ เสมออยใู่ นชว่ ง 25-30 องศาเซลเซยี ส เกอื บตลอดปี มฝี นตกชกุ สมา่ เสมอ ปรมิ าณน้าฝนไมน่ อ้ ยกวา่ 1,300 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี และทส่ี าคญั ตอ้ งเป็ นพนื้ ทที่ ม่ี แี หลง่ น้า เพยี งพอทจี่ ะใหก้ บั ตน้ มังคดุ ไดใ้ นฤดแู ลง้ การนามังคดุ ไปปลกู ในสภาพอากาศแหง้ แลง้ และมี อณุ หภมู สิ งู หรอื ตา่ เกนิ ไปจะพบปัญหาเรอ่ื งใบไหม ้ และการเจรญิ เตบิ โตชา้ สภาพดนิ ฟ้ าอากาศ มังคดุ มอี ยพู่ ันธเุ์ ดยี วเรยี กกนั วา่ เป็ นพันธพุ์ นื้ เมอื ง เพราะมงั คดุ เป็ นพชื ทปี่ ลกู ดว้ ยเมลด็ และเมล็ดมงั คดุ ไมไ่ ด ้ เกดิ จากการผสมเกสร จงึ แทบจะไมม่ ี โอกาสกลายพันธเุ์ ลย แมจ้ ะพบวา่ มังคดุ สายพันธจุ์ ากเมอื ง นนท์ มผี ลเล็กและเปลอื กบาง มงั คดุ ปักษ์ใตเ้ ปลอื กหนา แตย่ งั ไมม่ กี ารศกึ ษาเปรยี บเทยี บใหเ้ ห็นชดั เจน พอทจ่ี ะแยก เป็ นพันธไุ์ ด ้ การขยายพนั ธุ์ สามารถขยายพันธไุ์ ดห้ ลายวธิ ี เชน่ การเพาะเมลด็ เสยี บยอด และทาบกง่ิ แตว่ ธิ ที น่ี ยิ ม ปฏบิ ตั กิ นั อยู่ คอื การเพาะเมลด็ โดยตรง เพราะสามารถทาไดส้ ะดวกรวดเร็ว ตน้ มงั คดุ ทไ่ี ดไ้ มก่ ลายพันธุ์ แตม่ ขี อ้ เสยี คอื ตอ้ งใชเ้ วลาประมาณ 7-8 ปีกวา่ จะใหผ้ ลผลติ ถา้ มกี ารบารุงรักษาเป็ นอยา่ งดกี ็อาจเร็วกวา่ นไ้ี ดเ้ ลก็ นอ้ ย สว่ นการขยายพันธดุ์ ว้ ยวธิ เี สยี บยอดทน่ี าพันธดุ์ จี ากตน้ ทเี่ คยใหผ้ ลมาเป็ นวธิ ที ช่ี ว่ ยใหม้ งั คดุ ใหผ้ ลผลติ ไดเ้ ร็วขนึ้ การเพาะเมล็ด เมลด็ มังคดุ ทน่ี ามาเพาะควรไดจ้ ากผลมังคดุ ทแี่ กจ่ ัดและเป็ นผลทย่ี ังสดอยเู่ พราะ จะงอกไดด้ กี วา่ เลอื ก เมลด็ ทมี่ ขี นาดใหญล่ า้ งเนอื้ และเสน้ ใยออกใหส้ ะอาดแลว้ รบี นาไปเพาะ แตถ่ า้ ไมส่ ามารถ เพาะไดท้ นั ที ให ้ ผงึ่ เมลด็ ทท่ี าความสะอาดแลว้ ใหแ้ หง้ (ผงึ่ ลม) เก็บเมลด็ ไวใ้ นถงุ พลาสตกิ แชต่ เู ้ ย็นไวจ้ ะเกบ็ ไว ้ ไดน้ านขน้ึ การเพาะเมลด็ สามารถเพาะลงในถงุ พลาสตกิ ไดโ้ ดยตรง แตถ่ า้ ทาในปรมิ าณมาก ๆ กค็ วรเพาะใน แปลง เพาะชาหรอื กระบะเพาะชา สาหรับวสั ดเุ พาะชาจะใชข้ เี้ ถา้ แกลบลว้ น ๆ ขเ้ี ถา้ แกลบผสมทรายหรอื ดนิ รว่ น ผสมทรายกไ็ ด ้ แปลงเพาะชาตอ้ งมวี สั ดพุ รางแสง และรดน้าใหว้ สั ดเุ พาะมคี วามชนื้ อยู่เสมอ หลงั จากเพาะ จะ ใชเ้ วลาประมาณ 15-20 วนั เมล็ดจงึ เรมิ่ งอกจากนัน้ กค็ ดั เลอื กตน้ กลา้ ทมี่ คี วามสมบรู ณ์ยา้ ยจากแปลง เพาะไป ปลกู ในถงุ บรรจดุ นิ ผสมป๋ ยุ คอก ใชถ้ งุ ขนาด 4-5 นว้ิ การยา้ ยควรทาในชว่ งทตี่ น้ กลา้ มอี ายไุ มเ่ กนิ 1 เดอื น เพราะ ระบบรากยงั ไมแ่ ผก่ ระจาย ตน้ กลา้ จะไมก่ ระทบกระเทอื นมาก แตต่ อ้ งระวงั ลาตน้ หักเพราะ ยงั ออ่ นอยู่ ตอ้ งมกี าร พรางแสงและใหน้ ้ากบั ตน้ กลา้ เชน่ เคย เมอ่ื ตน้ โตขนึ้ กเ็ ปลยี่ นเป็ นถงุ ทม่ี ขี นาดใหญ่ ขนึ้ การเปลยี่ นถงุ ตอ้ ง ระมัดระวงั อยา่ ใหก้ ระทบกระเทอื นระบบรากเดมิ ควรเปลยี่ นถงุ บอ่ ย ๆ สกั 5-6 เดอื น ตอ่ ครัง้ เพราะจะทาใหม้ ังคดุ มกี ารเจรญิ เตบิ โต ดขี น้ึ และไมม่ ปี ัญหาเรอ่ื งรากขดงอกน้ ถงุ เมอื่ มังคดุ มอี ายุ ประมาณ 2 ปี มคี วามสงู ราว 30-35 เซนตเิ มตร มยี อด 1-2 ฉัตร ก็พรอ้ มทจี่ ะปลกู ในแปลงได ้ การเสยี บยอด

ตน้ ตอทใ่ี ชใ้ นการเสยี บยอด นอกจากจะใชต้ น้ ตอจากการเพาะเมล็ดมงั คดุ แลว้ อาจใชต้ น้ ตอจากพชื ชนดิ อน่ื ทอ่ี ยใู่ นตระกลู เดยี วกนั เชน่ ชะมวง มะพดู ป่ า พะวา รง ซง่ึ ใชไ้ ดช้ น่ กนั ตน้ ตอทเ่ี หมาะสม ควรมอี ายปุ ระมาณ 2 ปี หรอื มี ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของลาตน้ ประมาณ 1-1.5 เซนตเิ มตร ยอดพันธดุ์ ตี อ้ งเป็ นยอดจากตน้ ทสี่ มบรู ณใ์ หผ้ ลผลติ มาแลว้ และควรเป็ นยอดจาก กงิ่ ทช่ี ต้ี งั้ ขน้ึ เพอื่ ใหไ้ ดต้ น้ มังคดุ ทม่ี ที รงตน้ ตรงสวยงาม รวมทงั้ จะตอ้ งเป็ นยอดทมี่ ขี นาดใกลเ้ คยี งกบั ขนาด ของตน้ ตอ วธิ กี ารเสยี บยอดมังคดุ (สถาบนั วจิ ยั พชื สวน, 2532) มดี งั น้ี ตดั ตน้ ตอสงู จากพนื้ 20-25 เซนตเิ มตร และตดั เหนอื ขอ้ ใบประมาณ 1-2 เซนตเิ มตร แลว้ ผา่ กลางตน้ ลกึ เลยขอ้ ไป 1-2 เซนตเิ มตร ตดั ยอดกง่ิ พันธใุ์ หเ้ หลอื ใบไว ้ 2 ชนั้ ใบนับจากตายอดหรอื มจี านวนใบ 4 ใบ บรเิ วณทตี่ ดั อยใู่ ต ้ ขอ้ ใบคลู่ า่ ง 1-2 เซนตเิ มตร ตดั คใู่ บบนออกครง่ึ ใบ เฉอื นยอดกงิ่ พันธใุ์ หเ้ ป็ นรปู ลม่ิ โดยเฉอื นดา้ นทม่ี ี ใบตดิ ทงั้ สองขา้ ง ใหข้ อ้ ใบอยบู่ รเิ วณสว่ นกลาง ของรอยแผล 1. นายอดพันธเุ์ สยี บลงในแผลตน้ ตอให ้ ขอ้ ของยอดพันธตุ์ รงกบั ขอ้ ของตน้ ตอ แลว้ พันดว้ ย พลาสตกิ จากดา้ นลา่ งขน้ึ บนใหแ้ น่น เพอื่ ป้องกนั น้าเขา้ 2. ใชถ้ งุ พลาสตกิ ขนาดใหญค่ ลมุ โดยผกู ปากถงุ เพอื่ รักษาความชนื้ แลว้ เก็บไวใ้ นเรอื นเพาะชา 3. ใชเ้ วลา 10-15 วนั ถา้ ยอดพันธไุ์ มเ่ หยี่ วแสดงวา่ การเสยี บยอดไดผ้ ล ปลอ่ ยทง้ิ ไวป้ ระมาณ 40-60 วนั ทาการเปิดถงุ พลาสตกิ นาไปดแู ลรักษาจน แข็งแรงแลว้ นาไปปลกู ตอ่ ไป การเตรยี มพน้ื ที่ การปลกู มงั คดุ ก็เชน่ เดยี วกบั การปลกู ผลไมย้ นื ตน้ ทวั่ ๆ ไปคอื ควรจะปลกู ในตอนตน้ ฤดฝู น เพราะ ไมต่ อ้ งคอยดแู ลเรื่องการรดน้ามากนัก และทาใหต้ น้ มงั คดุ ตงั้ ตวั และเจรญิ เตบิ โตใน ระยะแรกได ้ เร็วขนึ้ ดงั นัน้ จงึ ควรเตรยี มพน้ื ทปี่ ลกู ไว ้ ตงั้ แตฤ่ ดแู ลง้ ซง่ึ จะทางานไดส้ ะดวก และลงมอื ปลกู ได ้ ทนั ในตน้ ฝน โดยในพน้ื ทท่ี เ่ี ป็ นแอง่ มที ลี่ มุ่ น้าขงั มเี นนิ หรอื จอมปลวก มตี อไมอ้ ยใู่ นพนื้ ที่ ตอ้ งไถ บกุ เบกิ กาจดั ตอไมอ้ อกใหห้ มด ปรับสภาพพนื้ ทใ่ี หเ้ รยี บ แตถ่ า้ เป็ นพน้ื ทรี่ าบอยแู่ ลว้ แคไ่ ถพรวน กาจัดวชั พชื อยา่ งเดยี วกเ็ พยี งพอ หากตอ้ งการสรา้ งสวนทมี่ ขี นาดใหญ่ ควรจัดแบง่ พน้ื ทเี่ ป็ น แปลงยอ่ ย เวน้ พนื้ ทข่ี อบแปลงเป็ นถนน เพอ่ื ประโยชนใ์ นการขนยา้ ยวสั ดตุ า่ ง ๆ ภายในสวนและ ขนยา้ ยผลผลติ ออกจากสวน ระยะปลกู ระยะปลกู ทเี่ หมาะสมอยใู่ นชว่ ง 9-10 X 9-10 เมตร ในพน้ื ที่ 1 ไร่ จะปลกู มังคดุ ได ้ ประมาณ 16-20 ตน้ ในกรณีทป่ี ลกู ดว้ ยตน้ เสยี บยอด ซงึ่ ใหผ้ ลผลติ ได ้ ตงั้ แตอ่ ายุ 3-4 ปี อาจใช ้ ระยะปลกู 5X5 เมตร เมอื่ ตน้ มังคดุ มขี นาดใหญข่ นึ้ มที รงพมุ่ ชนกนั ใหต้ ดั ตน้ มงั คดุ ออกตน้ เวน้ ตน้ จะทาใหต้ น้ ทเี่ หลอื มี ระยะปลกู เป็ น 10X10 เมตร

การเตรยี มหลมุ ปลกู หลมุ ทปี่ ลกู มงั คดุ ควรมขี นาดไมน่ อ้ ยกวา่ 50X50X50 เซนตเิ มตร ใหใ้ ชป้ ๋ ยุ หนิ ฟอสเฟตประมาณ1/2 กระป๋ องนม หรอื ประมาณ 100-150 กรัมตอ่ หลมุ และป๋ ยุ คอก เกา่ ทสี่ ลายตวั แลว้ ประมาณ 1 บงุ ้ ก๋ี คลกุ เคลา้ กบั ดนิ บนใหท้ ว่ั แลว้ กลบกลบั คนื ลงไปในหลมุ ให ้ ระดบั ดนิ สงู กวา่ เดมิ เล็กนอ้ ยเผอ่ื ไวส้ าหรับดนิ ยบุ ตวั ในภายหลงั การปลกู ตน้ กลา้ ทน่ี ามาปลกู ควรมคี วามสมบรู ณ์ โดยใบคสู่ ดุ ทา้ ย ควรจะเป็ นใบทแี่ กเ่ ต็มท่ี แลว้ และ ควรเป็ นตน้ กลา้ ทม่ี ีอายปุ ระมาณไมเ่ กนิ 2 ปี มรี ะบบรากแผก่ ระจายดี ไมข่ ดมว้ นงออยู่ กน้ ถงุ กอ่ นปลกู ควรตดั ใบใหเ้ หลอื ครงึ่ ใบทกุ ๆ ใบ เพอ่ื ลดการคายน้า นาตน้ กลา้ ไปปลกู ตรง กลางหลมุ ปลกู ใหล้ กึ เทา่ กบั ระดบั ดนิ เดมิ แลว้ พูนดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหเ้ ป็ นเนนิ สงู ขนึ้ มาเล็กนอ้ ย ใชไ้ มป้ ักเป็ นหลกั ผกู ยดึ ตน้ มังคดุ ไวก้ บั หลกั เพอื่ ป้องกนั ลมพัดโยก หลงั จากนัน้ ตอ้ งรดน้าตาม ทนั ทเี พอื่ ชว่ ยใหเ้ ม็ดดนิ กระชบั ราก การปลอ่ ยใหต้ น้ ไมท้ ย่ี ังไมต่ งั้ ตวั ถกู ลมพัดโยกไปมา โดยไมม่ ี หลกั ยดึ จะทาใหร้ ะบบรากไมเ่ จรญิ และตน้ มงั คดุ จะชะงกั การเจรญิ เตบิ โตมเี ปอรเ์ ซนต์ การตายสงู นอกจากนแี้ ลว้ ตน้ มังคดุ ทเี่ พงิ่ ปลกู จะไมท่ นตอ่ แสงแดด และความรอ้ นสงู ตอ้ งใชท้ างมะพรา้ ว หรอื จากชว่ ยพรางแสงแดดใหก้ บั ตน้ มงั คดุ จนกวา่ จะมขี นาดโตพอประมาณและตงั้ ตวั ไดแ้ ลว้ จงึ คอ่ ยปลดออก ซง่ึ จะกนิ เวลาประมาณ 2 ปี ในระหวา่ งทร่ี อมงั คดุ ใหัผลผลติ ในระยะ 1-4 ปีแรก อาจจะปลกู พชื แซมเพอื่ เสรมิ รายได ้ โดยการ ปลกู พชื ผักหรอื ไมผ้ ลอายสุ นั้ เชน่ กลว้ ย มะละกอ สบั ปะรด เป็ นตน้ ในสวนทไี่ มไ่ ดป้ ลกู พชื แซม ควรปลอ่ ยให ้ มหี ญา้ ขน้ึ ตามธรรมชาตแิ ละคอยควบคมุ โดยการตดั หรอื อาจจะปลกู พชื คลมุ ดนิ เพอื่ เป็ นการรักษาหนา้ ดนิ และ ความชน้ื ภายในดนิ เชน่ ถ่ัวลาย เพอราเลยี คดุ ชู (หรอื ซลี เู รยี ม) กไ็ ด ้ โดยหวา่ นเมล็ดพันธใุ์ นอตั รา 2-3 กก./ไร่ และตอ้ งคอยคมุ ไมใ่ หเ้ ถาเลอื้ ยพันตน้ มงั คดุ การใหน้ า้ ตน้ มังคดุ ปลกู ใหมใ่ นระยะแรก จะขาดน้าไมไ่ ด ้ ตอ้ งคอยดแู ลรดน้า ใหด้ นิ มคี วามชน้ื อยเู่ สมอ หาก ฝนไมต่ ก หลงั จากนัน้ เมอ่ื ตน้ มังคดุ ตงั้ ตวั ไดด้ แี ลว้ อาจเวน้ ระยะหา่ งออกไปบา้ ง ปรมิ าณและ ความถี่ ของการใหน้ ้าขนึ้ กบั สภาพความชนื้ ของดนิ และเมอ่ื เขา้ สฤู่ ดแู ลง้ ควรหาวสั ดุ เชน่ หญา้ แหง้ ฟางแหง้ คลมุ บรเิ วณ โคนตน้ เพอ่ื รักษาความชน้ื ใหก้ บั ดนิ

สาหรับมังคดุ ตน้ โตและใหผ้ ลผลติ แลว้ ยังจาเป็ นตอ้ งดแู ลเรอื่ งการใหน้ ้าอยา่ งสมา่ เสมอ แต่ ในชว่ ง ปลายฤดฝู นยา่ งเขา้ สฤู่ ดหู นาวฝนจะตกนอ้ ยลงตอ้ งดแู ลเป็ นพเิ ศษ (ประมาณเดอื น พฤศจกิ ายน ในภาคตะวนั ออกและเดอื นมกราคมในภาคใต)้ เพราะชว่ งนมี้ ังคดุ ตอ้ งการสภาพ แหง้ แลง้ เพอื่ พักตวั และสะสมอาหารเตรยี ม การออกดอก ใหก้ าจัดวชั พชื และทาความสะอาด บรเิ วณโคนตน้ เพอื่ ชว่ ยใหด้ นิ แหง้ เร็วขน้ึ ควบคมุ การใหน้ ้าโดย ใหใ้ นปรมิ าณเพยี งเลก็ นอ้ ย แต่ ตอ้ งระวงั อยา่ งดน้าจนใบมังคดุ เหยี่ วเฉา และเมอ่ื ตน้ มังคดุ ผา่ นสภาวะแหง้ แลง้ มาไดร้ ะยะหนง่ึ มังคดุ จะเรม่ิ ทะยอยออกดอกและตดิ ผลในเวลาตอ่ มาตลอดชว่ งการเจรญิ ของผลมังคดุ ตอ้ ง ดแู ล ใหน้ ้าอยา่ งสมา่ เสมออาจจะใหว้ นั เวน้ วนั หรอื วนั เวน้ สองวนั เพอ่ื ใหม้ งั คดุ เจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว และ ป้องกนั ปัญหาเรอ่ื งผลแตกยางไหล ในกรณีทใี่ หน้ ้าโดยการลากสายยางรดควรพ่นน้าเ ขา้ ไป ในทรงพุ่มใหท้ วั่ จะชว่ ยลดการทาลายของเพลยี้ ไฟและไรแดง ไดบ้ า้ ง ระบบการใหน้ ้าถา้ เป็ นสวนไมใ่ หญน่ ักอาจจะ ใชว้ ธิ ลี ากสายยางรดน้าได ้ แตถ่ า้ เป็ นสวนขนาด ใหญค่ วรมกี ารวางระบบการใหน้ ้าในแตล่ ะตน้ ดว้ ย หัวเหวย่ี งขนาดเลก็ กจ็ ะสะดวกขน้ึ และเป็ นการ ประหยัดเวลาและ แรงงานในการใหน้ ้า ตลอดจนประหยดั น้าไดเ้ ป็ นอยา่ งดี การใสป่ ๋ ยุ การใสป่ ๋ ยุ มังคดุ ทย่ี ังไมไ่ หผ้ ล ใหใ้ สป่ ๋ ยุ บวั ทพิ ย์ สตู ร 2 ในตน้ มังคดุ ทมี่ ี อายุ 1-2 ปี ใหใ้ สป่ ๋ ยุ ประมาณ 1/2-1 กโิ ลกรัม/ตน้ และเพมิ่ ขน้ึ ประมาณ 1/2 กโิ ลกรัม/ตน้ /ปี โดยแบง่ ใส่ 2 ครัง้ ใน ตอนตน้ และปลายฤดฝู น ใหใ้ สป่ ๋ ยุ หลงั จากตดั แตง่ กง่ิ และกาจดั วชั พชื แลว้ และใสร่ ่วมกบั ป๋ ยุ อนิ ทรยี ์ การใสป่ ๋ ยุ มังคดุ ทใี่ หผ้ ลแลว้ ปรมิ าณการใสป่ ๋ ยุ ใหพ้ จิ ารณาจากอายตุ น้ ความอดุ มสมบรู ณข์ องตน้ ชนดิ ของดนิ และปรมิ าณผลผลติ ทเี่ กบ็ เกย่ี วในฤดทู ผี่ า่ นมา โดยจะใหใ้ น 3 ชว่ ง ดงั นี้ การใสป่ ๋ ุยหลงั เก็บผลเสร็จแลว้ จะตอ้ งรบี ตดั แตง่ กง่ิ และกาจดั วชั พชื โดยเร็ว และใหใ้ ส่ ป๋ ยุ บวั ทพิ ย์ สตู ร2 ตน้ ละ 2-3 กโิ ลกรัม และป๋ ยุ อนิ ทรยี ์ เชน่ มลู สตั วเ์ กา่ ตน้ ละ 2-3 ป๊ ีบ การใสป่ ๋ ยุ ครัง้ นจ้ี ะตรงกบั ชว่ งฤดฝู น เพอื่ ป้องกนั น้าฝนชะพาใหป้ ๋ ยุ สญู เสยี ควรใสป่ ๋ ยุ เป็ นหลมุ ๆ โดยใช ้ จอบขดุ ดนิ เป็ นหลมุ หยอดป๋ ยุ แลว้ กลบปิด ปากหลมุ ทาเป็ นระยะ ๆ รอบทรงพ่มุ หลงั จากนัน้ แลว้ มังคดุ จะเรมิ่ แตกใบออ่ น ซงึ่ ลกั ษณะการแตกใบออ่ นในสภาพ ธรรมชาตนิ ัน้ มังคดุ จะทะยอยแตก ใบออ่ น จะไมแ่ ตกพรอ้ มกนั ในทเี ดยี ว ซง่ึ เกษตรกรจะตอ้ งคอยระมัดระวงั ตรวจดกู ารทาลายของ โรคแมลง และทาการป้องกนั กาจัดอยา่ งเหมาะสม เพอื่ ใหใ้ บออ่ นของมงั คดุ ไดพ้ ัฒนา ไปเป็ นใบ แกท่ สี่ มบรู ณ์ตอ่ ไป ตามปกตมิ งั คดุ จะแตกใบออ่ น 1-2 ครัง้ กอ่ นทจี่ ะเขา้ สรู่ ะยะพักตวั เพอื่ ออก ดอก ในรอบตอ่ ไป การใสป่ ๋ ุยกอ่ นการออกดอก ชว่ งปลาย ๆ ฝน เมอ่ื ฝนเบาบางลงหรอื ฝน เรมิ่ ทง้ิ ชว่ ง ให ้ ใสป่ ๋ ยุ เพอ่ื ชว่ ยในการออกดอกหรอื ทเ่ี รียกวา่ ป๋ ยุ เรง่ ดอก ซง่ึ เป็ นป๋ ยุ ทม่ี ธี าตฟุ อสฟอรัสสงู คอื ป๋ ยุ บวั ทพิ ย์ สตู ร 2 ประมาณ 2-3 กโิ ลกรัม/ตน้ การใสป่ ๋ ุยเมอื่ ตดิ ผลแลว้ หลงั จากดอกบานและตดิ ผลเลก็ ๆ นอกจากจะตอ้ งใหน้ ้าอยา่ ง 2 ปรมิ าณ 1-2 กโิ ลกรัม/ตน้ เพอื่ ชว่ ยในการ สมา่ เสมอแลว้ จะตอ้ งใหป้ ๋ ยุ บวั ทพิ ย์ สตู ร เจรญิ เตบิ โตของผล และเมอ่ื ผลมงั คดุ มอี ายปุ ระมาณ 4-5 สปั ดาหห์ ลงั ดอกบานควรใสป่ ๋ ยุ บวั ทพิ ย์ สตู ร 2 อตั รา 1-2 กโิ ลกรัม/ตน้ เพอื่ เป็ นการบารงุ เนอื้ และผลใหม้ คี ณุ ภาพดขี นึ้ การใสป่ ๋ ยุ ในครัง้ นี้ จะ ใสใ่ นชว่ งฤดแู ลง้ ไมม่ ปี ัญหาเรอ่ื งน้าฝนชะพาป๋ ยุ สญู เสยี จงึ ใสป่ ๋ ยุ ไดโ้ ดยการหวา่ นลงทว่ั บรเิ วณทรงพมุ่ แลว้ ใหค้ ราดกลบบาง ๆ และรดน้าเพอ่ื ชว่ ยใหป้ ๋ ยุ ละลายซมึ ลงดนิ สว่ นในกรณีท่ี ตน้ มงั คดุ ขาดความสมบรู ณ์ ซงึ่ สงั เกตไดจ้ ากลกั ษณะของใบทม่ี ขี นาดคอ่ นขา้ งเล็ก สสี นั ของใบ ไมเ่ ขยี วเป็ นมนั สดใสหรอื ในกรณที ตี่ น้ มังคดุ ตดิ ผลมากก็ควรใหป้ ๋ ยุ ทางใบเสรมิ โดยฉดี พ่นในชว่ ง สปั ดาหท์ ่ี 4-8 หลงั ดอกบาน เพราะชว่ งนเี้ ป็ นชว่ งทผี่ ล มงั คดุ มกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว ตอ้ งการอาหารมากการเสรมิ ป๋ ยุ ทางใบจะชว่ ยเพม่ิ ขนาดของผลมงั คดุ ใหใ้ หญข่ น้ึ การตดั แตง่ กง่ิ ในชว่ งแรกหลงั จากปลกู มังคดุ ไมต่ อ้ งการ การตดั แตง่ กงิ่ มากนัก สาหรับ ตน้ ทใ่ี ห ้ ผลแลว้ นอกจากการตดั แตง่ กง่ิ ทถ่ี กู โรคแมลงทาลาย กงิ่ แหง้ ตายกง่ิ ฉกี หักเสยี หายทง้ิ แลว้ ควรมกี ารตดั แตง่ ปลายกงิ่ ทท่ี รงพ่มุ มาชนกนั ตดั แตง่ ปลายกง่ิ ทเี่ บยี ดกนั ในทรงพมุ่ ออกบา้ ง เพอื่ ใหท้ รงพุ่มโปรง่ และชว่ ยให ้ แสงแดดสอ่ งเขา้ ไปในทรงพุ่มได ้ เพราะกง่ิ ใหญ่ ๆ ทอ่ี ยใู่ นทรง พุ่มเมอ่ื ไดร้ ับแสงแดดจะมโี อกาสแตกกง่ิ เพราะ นอกจากจะชว่ ยลดการระบาดของโรคและแมลง แลว้ กงิ่ ใหญท่ อ่ี ยใู่ นทรงพุม่ เมอื่ ไดร้ ับแสงแดดจะมโี อกาสแตก กง่ิ เลก็ ๆ ขน้ึ มา ซงึ่ กงิ่ เหลา่ น้ี

ตอ่ มาจะออกดอกใหผ้ ลไดเ้ ชน่ เดยี วกบั กงิ่ ทอี่ ยนู่ อกทรงพ่มุ และผลทเี่ กดิ ขน้ึ ทก่ี ง่ิ ภายในทรงพุม่ นจี้ ะมคี ณุ ภาพดมี ผี วิ นวล สวยรวมทงั้ การเก็บเกยี่ วจะทาไดส้ ะดวก การป้ องกนั กาจดั วชั พชื การกาจดั วชั พชื นอกจาก จะตอ้ งกระทาทกุ ครัง้ กอ่ นการใส่ป๋ ยุ แลว้ ยงั จาเป็ น ตอ้ งคอย ดแู ลอยตู่ ลอดเวลาป้องกนั ไมใ่ หว้ ชั พชื ขนึ้ ในสวนอยา่ ง หนาแน่น เพราะนอกจากจะไปแยง่ อาหารจาก มงั คดุ แลว้ ยัง เป็ นแหลง่ สะสมของโรคและแมลงอกี ดว้ ย วธิ ปี ้องกนั กาจัดจะ ใชร้ ถตดั หญา้ หรอื ใชส้ ารเคมคี วบคมุ กไ็ ด ้ โรคแมลงและการป้ องกนั กาจดั อาการผดิ ปกตทิ เี่ กดิ กบั สว่ นตา่ ง ๆ ของมงั คดุ อาจจะมสี าเหตมุ าจากการทาลาย ของโรค แมลง หรอื อาจจะเกดิ จากสภาพแวดลอ้ มไมเ่ หมาะสม ซงึ่ มผี ลโดยตรงตอ่ ปรมิ าณและคณุ ภาพของ ผลผลติ โรคแมลงและอาการผดิ ปกตทิ ส่ี าคญั ไดแ้ ก่ 1. หนอนชอนใบ เป็ นหนอนของผเี สอ้ื ชนดิ หนง่ึ ตวั หนอนมขี นาดเล็กยาวประมาณ 3 มลิ ลเิ มตร ตวั สขี าวนวลปนแดง จะกนิ อยใู่ ตผ้ วิ ใบทงั้ สองดา้ นและเห็นเป็ นทางสขี าวคดเคยี้ วไปมา ใบทถี่ กู ทาลาย จะมรี ูปร่างบดิ เบย้ี วใบไมเ่ จรญิ และมขี นาดเล็ก หนอนชนดิ นจ้ี ะทาลายเฉพาะใบ ออ่ นเทา่ นัน้ รวมทงั้ ตน้ กลา้ มังคดุ ทอ่ี ยใู่ นเรอื นเพาะชา มกั จะพบการทาลายของหนอนชอนใบ ดว้ ย การป้องกนั กาจดั ในระยะทม่ี งั คดุ เรมิ่ แตกใบออ่ น ถา้ พบการทาลายใหพ้ น่ ดว้ ย สารป้องกนั กาจัด แมลงในกลมุ่ คารบ์ ารลิ ทกุ 7 วนั เมอ่ื ใบแกแ่ ลว้ กห็ ยดุ พ่น 2. หนอนกนิ ใบ เป็ นหนอนของผเี สอื้ ชนดิ หนงึ่ ขนาดของตวั หนอนยาวประมาณ 2-2.5 เซนตเิ มตร สขี องตวั หนอนเหมอื นกบั สขี องใบอ่อนมงั คดุ (เขยี วแกมเหลอื ง) ถา้ หากไมส่ งั เกตดี ๆ จะมองไมเ่ ห็น ตวั หนอนจะกดั กนิ แตใ่ บออ่ นเทา่ นัน้ ลกั ษณะการทาลายทาใหใ้ บเวา้ ๆ แหวง่ ๆ เหลอื แตก่ า้ นใบทาใหม้ งั คดุ ขาด ความสมบรู ณ์ การป้องกนั กาจดั หมัน่ ตรวจดตู ามใบมงั คดุ หากพบการทาลายใหห้ าเศษหญา้ แหง้ กองรอบโคน ตน้ มงั คดุ พอตอนสาย ๆ ใหร้ อ้ื กองหญา้ ทาลายหนอนหรอื ใหพ้ ่นสารประเภทดดู ซมึ เชน่ คารบ์ า รลิ ในอตั รา 60 กรัม/น้า 20 ลติ ร ทกุ ๆ 5-7 วนั 3. เพลย้ี ไฟ เป็ นแมลงขนาดเล็ก เคลอ่ื นไหวตวั ไดร้ วดเร็วระบาดในชว่ งทอ่ี ากาศ แหง้ แลง้ ตดิ ตอ่ กนั นาน ๆ โดยทงั้ ตวั ออ่ นและตวั แกข่ องศตั รชู นดิ นจี้ ะดดู กนิ น้าเลยี้ งจากยอดออ่ นดอกออ่ น และผลออ่ นของมังคดุ ถา้ หากเป็ นยอดออ่ นจะทาใหย้ อดแหง้ สาหรับดอกออ่ นและผลออ่ นจะทา ใหด้ อกร่วง และผลมรี อยสนี ้าตาลกรา้ นมยี างไหลและจะทาใหผ้ ลรว่ งได ้ ศตั รูชนดิ นน้ี ับเป็ นศตั รู สาคญั ทมี่ ผี ลกระทบในการ สง่ ออกมังคดุ เป็ นอยา่ งมาก การป้องกนั กาจดั เมอ่ื มังคดุ เรมิ่ ตดิ ดอกใหห้ ม่นั ตรวจดดู อกมังคดุ ถา้ หากพบวา่ มเี พลย้ี ไฟอยตู่ าม โคนกา้ นดอกหรอื ตามกลบี ดอกใหฉ้ ดี พน่ สารเคมปี ระเภทดดู ซมึ เชน่ สารโมโนโครโตฟอส เมทธิ โอคารบ์ หรอื คารโ์ บซลั แฟน หลงั พ่นสารเคมแี ลว้ 5-7 วนั ใหต้ รวจดอู กี หากยงั พบอยใู่ หพ้ น่ ซา้ การป้องกันกาจดั เพลย้ี ไฟ ใหไ้ ดผ้ ลดี ควรทาพรอ้ มกนั กบั สวนขา้ งเคยี งเพอ่ื ป้องกนั การ เคลอื่ นยา้ ยของแมลง

4. ไรแดง เป็ นแมลงทมี่ ขี นาดเล็กมากมองดว้ ยตาเปลา่ แทบไมเ่ ห็ น ตวั โตเต็มวยั มรี ูป ร่าง กลมหรอื รูปไข่ มสี แี ดง เคลอื่ นไหวไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว มักอยรู่ วมเป็ นกลมุ่ และระบาดควบคไู่ ปกบั เพลยี้ ไฟ โดยไรแดงจะดดู กนิ น้าเลย้ี งทด่ี อกและผลออ่ น ทาใหด้ อกและผลออ่ นแหง้ รว่ งหลน่ ไป หรอื ทาใหผ้ ลไมเ่ จรญิ เปลอื กมผี ดิ ตกกระ เป็ นขยุ เป็ นอปุ สรรคตอ่ การส่งออกเชน่ เดยี วกนั กบั เพลยี้ ไฟ การป้องกนั และกาจดั ใหห้ มน่ั ตรวจดใู นระยะทม่ี ังคดุ กาลงั ออกดอกและตดิ ผล ถา้ พบใหพ้ น่ ดว้ ย กามะถนั ผงหรอื สารไดโคโพลทกุ 7-10 วนั 5. โรคใบจดุ เกดิ จากการทาลายของเชอ้ื รา เชอ้ื ราเขา้ ทาลายใบเกดิ เป็ น รอยแผลไหมส้ ี น้าตาลมขี อบแผลสเี หลอื ง รปู รา่ งของแผลไมแ่ น่นอน ทาใหใ้ บเสยี เนอื้ ทใี่ นการสงั เคราะหแ์ สง ความสมบรู ณ์ของตน้ ลดลง และถา้ ระบาดรนุ แรงใบจะแหง้ ทงั้ ใบและร่วงหลน่ ทาใหผ้ ลมงั คดุ ไมม่ ี ใบปกคลมุ ผวิ ของผลมังคดุ จะกรา้ นแดดไมส่ วย การป้องกนั กาจดั ฉดี พ่นดว้ ยสารเคมี เชน่ คอปเปอรอ์ อกซคี ลอไรด์ แมนโคเซบ คารเ์ บนดาซมิ หรอื เบนโนมลิ เป็ นตน้ 6. โรคใบแหง้ และขอบใบแหง้ เกดิ จากสภาพแวดลอ้ มไมเ่ หมาะสม คอื แสงแดด จัด ความชนื้ ตา่ ทาใหน้ ้าระเหยออกจากขอบใบมาก จนกระทง่ั ขอบใบแหง้ ทาใหม้ ังคดุ เจรญิ เตบิ โตชา้ ตน้ ขาดความสมบรู ณ์ใหผ้ ลผลติ นอ้ ย จงึ ควรหลกี เลยี่ งการปลกู มงั คดุ ในสภาพทม่ี ี ภมู อิ ากาศไมเ่ หมาะสม และโดยทว่ั ไปกม็ กั จะพบอาการใบไหมข้ อบใบแหง้ ในชว่ งฤดแู ลง้ ซง่ึ ตรง กบั ชว่ งทผี่ ลมงั คดุ กาลงั ออกดอก ตดิ ผลพอดี เมอ่ื ใบมงั คดุ ขาดความสมบรู ณจ์ ะทาใหผ้ ลมังคดุ ขาดความสมบรู ณต์ ามไปได ้ การป้องกนั กาจัด ควรดแู ลใหต้ น้ มงั คดุ ไดร้ ับน้าอยา่ งสมา่ เสมอและพอเพยี ง 7. อาการยางไหลทผี่ วิ จะพบไดท้ งั้ ระยะผลออ่ นและผลแก่

ยางไหลระยะผลออ่ น เกดิ จากเพลยี้ ไฟดดู กนิ น้าเลยี้ งระยะผลออ่ น จะทาใหเ้ กดิ ยาง ไหลออกมาจากผวิ เปลอื กเป็ นสีเหลอื ง ทาใหผ้ ลมกี ารเจรญิ เตบิ โตชา้ การป้องกนั กาจัดอาการ ยางไหลของ ผลออ่ น โดยการป้องกนั กาจดั เพลยี้ ไฟ ตงั้ แตม่ ังคดุ เรมิ่ ออกดอก ยางไหลระยะผลขนาดใหญ่ จะพบอาการยางไหลในขณะผลใกลแ้ ก่ แตย่ งั มสี เี ขยี วอยู่ ยงั ไมพ่ บสาเหตทุ แี่ น่นอน สนั นษิ ฐานวา่ เกดิ จากมงั คดุ ไดร้ ับน้ามากเกนิ ไป ทาใหป้ รมิ าณน้ายางใน ผลมมี าก และปะทอุ อกมาเอง หรอื อาจมแี มลงไปทาใหเ้ กดิ บาดแผลทาใหย้ างไหลออกมาได ้ ซงึ่ ภายหลงั จากการเกบ็ เกย่ี ว ก็สามารถขดู ยางเหลา่ นอี้ อกได ้ โดยผลไมเ่ สยี หายแตจ่ ะสนิ้ เปลอื ง เวลาและแรงงาน 8. อาการเนอื้ แกว้ เป็ นอาการของเนอ้ื มงั คดุ ทม่ี สี ขี าวใสในบางกลบี โดยมากจะเป็ นกบั กลบี ทม่ี ขี นาดใหญ่ ในบางครัง้ กเ็ ป็ นเนอ้ื แกว้ ทงั้ ผล อาการเนอ้ื แกว้ นจ้ี ะสงั เกตไดจ้ ากลกั ษณะ ภายนอก โดย พบวา่ ผลทมี่ รี อยรา้ วอยทู่ ผ่ี วิ มกั จะมอี าการเนอ้ื แกว้ ดว้ ย แตใ่ นบางครัง้ ลกั ษณะ ภายนอกเป็ นปกติ เมอื่ ผา่ ดกู ็อาจพบอาการเนอ้ื แกว้ ไดเ้ ชน่ กนั อาการยางไหลภายในผล พบยางสเี หลอื งอยตู่ รงกลางระหวา่ งกลบี ผล มกั จะพบคกู่ บั อาการเนอื้ แกว้ หรอื อาจจะพบแตอ่ าการยางไหลเพยี งอยา่ งเดยี วก็ได ้ อาการเนอื้ แกว้ และยางไหลภายในผล ยังไมพ่ บสาเหตทุ แ่ี น่ชดั แตจ่ ะพบมากในมังคดุ ทข่ี าดการ ดแู ลรักษา เชน่ ไดร้ ับน้าไมส่ มา่ เสมอ หรอื ขาดน้าเป็ นเวลานาน ๆ เมอ่ื ไดร้ ับน้าจากฝนทตี่ กชกุ ในชว่ งผลใกลแ้ ก่ ผลมังคดุ ไดร้ ับน้าอยา่ งกระทนั หนั เปลอื กขยายตวั ไมท่ นั เกดิ รอยรา้ ว ทอ่ น้ายาง ภายในผล ก็ไดร้ ับน้ามากเชน่ กนั เกดิ แรงดนั มากจงึ ปะทแุ ตก มนี ้ายางไหลออกมา นอกจากนัน้ แลว้ การบารงุ รักษาไมถ่ กู ตอ้ ง มงั คดุ ไดร้ ับธาตอุ าหารไมเ่ พยี งพอ อาจจะเป็ นสาเหตหุ นง่ึ ทท่ี าให ้ มกี ารเจรญิ เตบิ โต ผดิ ปกตเิ กดิ เป็ นเนอ้ื แกว้ ได ้

การเก็บเกยี่ ว โดยทวั่ ไปมงั คดุ เรม่ิ ออกดอกเมอื่ ปลกู ไปไดป้ ระมาณ 7-8 ปี และไดผ้ ลผลติ เต็มทเ่ี มอื่ มอี ายุ ประมาณ 12 ปีขนึ้ ไป การออกดอกของมงั คดุ จะไมอ่ อกพรอ้ มกนั ในทเี ดยี วจะทะยอยออกอยนู่ าน ราว 40 วนั เป็ นผลให ้ การเกบ็ เกย่ี วมงั คดุ ตอ้ งทะยอยเกบ็ เกย่ี วไปดว้ ยเชน่ กนั ดชั นกี ารเก็บเกย่ี ว หลงั จากมังคดุ เรม่ิ ตดิ ผลประมาณ 11-12 สปั ดาหก์ ็ทะยอยเกบ็ เกยี่ ว ได ้ การทจี่ ะพจิ ารณาเกบ็ เกยี่ วมังคดุ ในระยะไหน กข็ น้ึ อยกู่ บั ระยะทางในการขนสง่ โดย คาดการณ์ใหผ้ ลมังคดุ สกุ หรอื มสี มี ว่ งแดงพอดี เมอ่ื ถงึ ผูบ้ รโิ ภคหรอื ถงึ โรงงานแชแ่ ข็ง แนะนาให ้ เกบ็ เกยี่ วมงั คดุ โดยสงั เกตจากสขี องเปลอื ก โดยการเก็บเกยี่ วเมอ่ื เปลอื กมงั คดุ เรม่ิ มสี ายเลอื ด หรอื เกดิ จดุ แตม้ หรอื รอยประสชี มพูเขม้ (ภาพประกอบ) แต่ ระยะนยี้ ังไมเ่ หมาะตอ่ การบรโิ ภค เพราะเนอื้ แยกตวั จากเปลอื กไดย้ าก และยังมยี างสเี หลอื งอยภู่ ายในเปลอื ก จากระยะนี้ ใชเ้ วลา ประมาณ 4 วนั เปลอื กจะเปลย่ี นเป็ นสมี ว่ งแดง ซงึ่ เป็ นระยะทใี่ ชบ้ รโิ ภคได ้ และหลงั จากนัน้ อกี 1 วนั ผลมงั คดุ ก็จะเปลย่ี นเป็ นสมี ว่ งเขม้ หรอื มว่ งดา ซงึ่ เป็ นระยะทเี่ หมาะสมตอ่ การบรโิ ภคทสี่ ดุ การเก็บเกย่ี ว ถงึ แมว้ า่ ผลมงั คดุ มเี ปลอื กหนากต็ าม แตเ่ ปลอื กจะไมท่ นทานตอ่ การกระทบ กระแทก เปลอื กจะชา้ และแขง็ บไิ มอ่ อกในเวลาตอ่ มา สว่ นเปลอื กดา้ นในจะเปลย่ี นเป็ นสนี ้าตาล แดงและลามไปถงึ เนอ้ื อยา่ งรวดเร็ว การเกบ็ เกยี่ วมงั คดุ มหี ลายวธิ โี ดยมเี งอื่ นไขวา่ จะตอ้ งเก็บ เกย่ี วอยา่ งระมัดระวงั อยา่ ใหผ้ ลมังคดุ ตกกระแทก 1. ใชแ้ รงงานเด็กปีนขนึ้ ไปเก็บใสถ่ งุ หรอื ตะกรา้ วธิ นี จี้ ะมกี ารสญู เสยี นอ้ ยแตส่ น้ิ เปลอื งเวลาและ แรงงานสงู 2. การเกบ็ เกย่ี วโดยใชต้ ะกรอ้ (แบบถงุ กาแฟมเี ขย้ี ว) ซงึ่ ออกแบบพัฒนาโดยคณุ นวิ ฒั น์ พน้ ชวั่ แหง่ สวนลงุ สนุ จ.ระยอง จะเกบ็ เกยี่ วไดป้ ระมาณ 360 ผล/ชว่ั โมง ความสญู เสยี เชน่ ผลหลน่ นอกตะกรอ้ บา้ งเล็กนอ้ ย 3. ใชเ้ ครอ่ื งมอื เกบ็ เกยี่ วมังคดุ กวศ. 4 ซงึ่ ออกแบบโดยกองเกษตรวศิ วกรรม กรมวชิ าการเกษตร ซง่ึ มอี ตั ราการเก็บเกย่ี ว 501 ผลตอ่ ชว่ั โมง ใชง้ านไดส้ ะดวก และไมพ่ บความ สญู เสยี ทเี่ กดิ จากผลหลน่ ออกนอกตะกรา้ วธิ เี ก็บเกยี่ ว 1. เสยี บใหผ้ ลมงั คดุ เขา้ ไปในเครอ่ื งมอื ซงึ่ ขวั้ ผลมงั คดุ จะอยรู่ ะหวา่ งชอ่ งฟันเสร็จแลว้ บดิ เครอ่ื ง มอื เลก็ นอ้ ยผลมังคดุ จะหลดุ และร่วงลงถงุ รองรับ 2. เมอื่ ผลมังคดุ เต็มถงุ (5-10 ผล) ยกถงุ หยอ่ นลงมาทภ่ี าชนะรองรับ (เขง่ หรอื ตะกรา้ ) พยายาม วางใหอ้ ปุ กรณต์ า่ ทสี่ ดุ เทา่ ทจี่ ะทาไดแ้ ลว้ ปลดลอ็ คคอ่ ย ๆ ยกอปุ กรณข์ นึ้ ผลมังคดุ จะไหลลง ภาชนะอยา่ งนุ่มนวล การปฏบิ ตั หิ ลงั การเก็บเกยี่ ว 1. ขนยา้ ยหรอื ลาเลยี งจากสวนไปยงั โรงเรอื นคดั บรรจหุ รอื แหลง่ รวบรวมผลผลติ ภาชนะทใี่ ช ้ ใน การขนยา้ ยตอ้ งสามารถปกป้องผลมงั คดุ จากการกระทบกระแทกหรอื เกดิ รอยขดู ขดี และ ไมค่ วรวางผล ซอ้ นทบั กนั เกนิ 30 เซนตเิ มตร เพอ่ื ไมใ่ หผ้ ลมงั คดุ ทอ่ี ยลู่ า่ งสดุ ไดร้ ับแรง กดทบั มากเกนิ ไป 2. คดั คณุ ภาพโดยคดั เอาเฉพาะผลทม่ี คี ณุ ภาพดี คอื ไมม่ รี อยรา้ วรอยบบุ ทผี่ วิ ผวิ เกลย้ี ง ปราศจาก รอยแผลกรา้ นจากการทาลายของเพลยี้ ไฟ ไรแดง และใหแ้ ยกผลมังคดุ ออก จากกนั ตามสแี ละขนาดของผลไป พรอ้ ม ๆ กนั ดว้ ย 3. ทาความสะอาดผล ใชม้ ดี ขดู ยางทตี่ ดิ อยตู่ ามผวิ ออกใหห้ มด โดยดาเนนิ การไปพรอ้ ม ๆ กบั ขนั้ ตอนท่ี 2 หลงั จากนัน้ จงึ ทาความสะอาดใตก้ ลบี เลย้ี งโดยใชล้ มเป่ าเพอ่ื กาจดั ฝ่ นุ ผง และไลม่ ด แมงมมุ หรอื แมลงชนดิ อน่ื ทอี่ าจเขา้ ไปอาศยั อยู่

4. คดั ขนาดหรอื น้าหนักของมังคดุ แบง่ เป็ นเกรด ๆ ตามความตอ้ งการของลกู คา้ ผลมงั คดุ เพอ่ื การสง่ ออกควรมขี นาดประมาณ 70-100 กรัมตอ่ ผล สาหรับผลที่ มขี นาดเล็กบรรจกุ ลอ่ งขายตลาดภายในก็จะ ไดร้ าคาสงู ขน้ึ 5. การบรรจหุ บี หอ่ บรรจผุ ลมงั คดุ ทมี่ คี วามแกใ่ นวยั เดยี วกนั ในกลอ่ งเดยี วกนั โดยเรยี งผลมงั คดุ ลงในกลอ่ งโดยตรงหรอื มกี ระดาษลกู ฟกู กนั้ เป็ นชอ่ ง ๆ 1 ชอ่ ง ตอ่ 1 ผล หรอื จะบรรจใุ นถาดโฟมถาดละ 4 ผล หมุ ้ พลาสตกิ พวี ซี ี กจ็ ะ ชว่ ยใหผ้ ลมังคดุ มกี ลบี เลยี้ งสดอยไู่ ดน้ านขนึ้ การเก็บรักษา ผลมงั คดุ จะเรมิ่ เปลย่ี นสไี ป จนมสี มี ว่ งเขม้ หรอื มว่ งดา กนิ เวลาประมาณ 7 วนั และจะเก็บผล มงั คดุ ไวใ้ นอณุ หภมู หิ อ้ งระหวา่ ง 25-30 องศาเซนเซยี ส ซงึ่ จะเก็บไดน้ านประมาณ 7 วนั ผล มงั คดุ จะเรม่ิ เสอ่ื มคณุ ภาพ การขนสง่ และเก็บรักษาผลมงั คดุ ในสภาพทเ่ี หมาะสม คอื ใชอ้ ณุ หภมู ิ ประมาณ 13 องศาเซนเซยี ส และบรรจผุ ลมังคดุ ในถงุ พลาสตกิ เจาะรู จะทาใหม้ งั คดุ คงสภาพดี อยไู่ ดป้ ระมาณ 4 สปั ดาห์ ดาวน์ โหลด 35 คาถามกบั การปลกู มงั คดุ ไดท้ น่ี ี่ : ทมี่ า : http://www.doae.go.th


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook