Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2557_ความสัมพันธ์พุทธศาสนิกชนกูยไทย-ลาว

2557_ความสัมพันธ์พุทธศาสนิกชนกูยไทย-ลาว

Published by banchongmcu_surin, 2022-03-13 09:29:05

Description: 2557_ความสัมพันธ์พุทธศาสนิกชนกูยไทย-ลาว

Search

Read the Text Version

แจก ตลอดถึงพระสงฆสามเณรในภาคตะวันอกกเฉียงเหนือของไทยลงเกี่ยวข้าว เล่นสาดน้าสงกรานต์ สนุกสนานกับชาวบ้าน เป็นช่างบ้ังไฟ เป็นต้น แม้ว่าพระพุทธศาสนาหย่ังรากม่ันคงมาช้านานใน สปป.ลาว แต่ กบั ชนเผ่าลาวเทิงบางกลุ่ม พุทธศาสนายงั ถอื เป็นสิ่งใหม่ส้าหรับพทุ ธศาสนิกชนกลุม่ นี้ ดังจะปรากฏหลักฐานว่า กลุ่มชนชาวโอ้ยบ้านละยาวเหนือ ซึ่งเป็นชุมชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดของแขวง อยู่ห่างเทศบาลเมืองสามัคคีไช แขวง อัตตปือ พึ่งหันมานับถือพุทธศาสนาและสามารถสร้างวัดได้เมื่อ 3 ปีมาน้ีเอง ท่ีวัดบ้านกวางซี เมืองบาเจียง จะเลินสุก แขวงจ้าปาสักก็เป็นวัดใหม่เช่นเดียวกัน และเม่ือชนเผ่าเหล่านี้หันมานับถือพุทธศาสนาก็ไม่ได้ละทิ้ง ความเชอ่ื ถือด้ังเดิม ยังใหค้ วามเคารพย้าเกรงปฏิบัติต่อผีเช่นเดยี วกับชาวเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้อื่นๆ ลักษณะ วัดทางพุทธศาสนาใน สปป.ลาวโดยรวม อยู่ในช่วงก้าลังฟ้ืนฟูหลังเผชิญภัยสงครามทางการเมือง เง่ือนไขทาง การเมืองเมือง เศรษฐกิจ สังคมอาจไม่เกื้อกูลต่อพัฒนาการทางศาสนาเท่าที่ควร ดังน้ันจึงพบว่าพันธกิจด้าน ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จึงยังไม่ม่ันคงเข้มแข็งเท่าพุทธศาสนาในประเทศไทย ส้าหรับลักษณะวัดของชุมชนชาว กูยส่วนใหญ่เป็นวัดพ่ึงสร้างขึ้นใหม่ องค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะด้านศาสนวัตถุ ยังไม่มั่นคงแข็งแรงและ เพยี งพอ การจัดโครงสรา้ งทางกายภาพบรบิ ทต่างๆ ยังต้องอาศัยเวลา แต่เป็นที่สงั เกตได้ว่าในดา้ นศาสนบคุ คล กลับพบว่าวัดชุมชนชาวกูยหลายแห่งแม้จะอยู่ตามชนบทมีสามเณรจ้านวนมาก อีกอยา่ งศาสนพิธีก็ได้รับความ เอาใจใส่จากคนในชุมชนเป็นอยา่ งดี และเปน็ ที่สังเกตได้ว่าพระหนุ่มที่ไปจากชนเผา่ ได้รับการพัฒนาใหม้ ีความรู้ จนสามารถบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ระดบั แขวงได้ ในประเพณีบุญช่วงเข้าพรรษาส้าหรับชาวพุทธศาสนิกชนชาวกูยลาว มีการปฏิบัติตาม ขนบธรรมเนียมฮีตคองด้ังเดิมของประชาชนชาวลาวท่ัวไป คือ เดินทางไปท้าบุญประเพณีวันเข้าพรรษาตัก บาตรหยาดน้าที่วัด ในเดือนเก้าเดือนสิบท้าบุญข้าวประดับดินบุญข้าวสาก ในประเพณีนี้มีความเก่ียวโยงกับผี เปรตจากนรกและสวรรค์ จึงมีการน้าห่อข้าวน้อยออกมาวางตามบริเวณวัดต้ังแต่ช่วงดึก ตอนเช้าก็มาท้าบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่วัด ในช่วงออกพรรษามีบุญประเพณีไหลเรือไฟ ซ่ึงจะจัดเป็นงานใหญ่มีกิจกรรมหลาย อย่าง เช่น การประดับประดาไฟน้า ไฟโคก มีการสวงเฮือท่ีแม่น้า เป็นต้น ประเพณีบุญช่วงนอกพรรษา ประเพณีบุญเดือนอา้ ยการจดั บุญเข้ากรรม ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน เปน็ การปฏิบัติตามประเพณีนิยม เพราะไม่มี พระวิปัสสนาท่ีช้านาญในด้านน้ี ไม่จัดต่อเนื่องท้ิงช่วงห่างกันหลายปีจึงมีการจัดอีก บุญเดือนย่ีจัดพิธีสูตรขวัญ ข้าว เป็นประเพณีที่สืบสานมาแต่โบราณกาล สมัยก่อนไปสูตร(สวดมนต์)ที่ทุ่งนาปัจจุบันมาท้าพิธีกรรมที่วัด บุญข้าวจี่ประเพณีบุญเดือนสาม ยังนิยมจัดทุกชุมชนเพียงแต่วันเวลาไม่ตายตัว ส่วนใหญ่มักจัดตรงกับเพ็ญ มาฆะวันส้าคัญทางพุทธศาสนา บางพ้ืนท่ีบางปีมีการผนวกบุญประเพณีเข้าด้วยกัน คือ ท้าบุญมาฆะ บุญคูณ ลาน และบุญข้าวจ่ีท้าในวันเดียวกัน ส้าหรับประเพณีบุญผะเหวดในเดือนสี่ ถือเป็นประเพณีที่ใหญ่ ชุมชนเล็ก ชมุ ชนชาวพุทธกูยยังไม่สามารถจัดได้ แตส่ ้าหรับวัดหลวงลัตนารามในตัวเมืองสามัคคีไชแขวงอัตตปือ จัดเป็น งานใหญ่ประจา้ ปีและถือเป็นจุดเรมิ่ ต้นประเพณีบุญผะเหวดของแขวง ดังนั้นจงึ ต้องทา้ ทกุ ปีขาดไม่ได้ ประเพณี ดังกล่าวมีการผนวกเอากิจกรรมบุญหลายอย่างเข้ารว่ ม เช่น บุญเทศมหาชาติ บุญกองบวช บุญกองฮด พธิ ีแห่

องค์พระคุต ฟังเทศน์ แห่นาค สู่ขวัญนาค พิธีบวช พิธีฮด เป็นต้น เดือนห้าประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีท่ี ส้าคัญและย่ิงใหญ่จัดท่ัวประเทศ โดยมีระเบียบแบบแผนเดียวกัน คือ เริ่มตั้งแต่ภาคเช้าของวันที่ 14 เมษายน ประกอบพิธีเอาพระลง หลังจากน้ันจึงมีการสาดน้าเล่นสงกรานต์กัน ในตอนเย็นมีการแห่ดอกไม้มาบูชาพระท่ี วดั ถือเป็นเทศกาลที่สนุกสนานอย่างน้อย 3 วัน และช่วงเทศกาลดังกล่าวชุมชนชาวลาวท่ัวไปถอื เปน็ ประเพณี ทา้ บญุ อุทิศให้แก่บรรพชนของตนเอง เช่น มีการท้าความสะอาดธาตุที่เก็บกระดูกพ่อแมป่ ูย่าตายาย บงั สุกุลหา ผู้ตาย ถวายภตั ตาหารแด่พระภิกษุสามเณรภายในวดั เป็นตน้ เดือนหกประเพณีบุญบ้ังไฟชุมชนชาวกูยไม่นิยม จัดเน่ืองจากไม่มีความพร้อมหลายประการ เดือนเจ็ดประเพณีบุญช้าฮะ ชุมชนชาวกูยมีการประกอบพิธีไล่ เสนียดทุกปี เชื่อว่าจะท้าให้ชาวบ้านอยู่อย่างสงบสุข ในแต่ละพ้ืนท่ีอาจประกอบพิธีแตกต่างกันออไป แต่มี เนอ้ื หาสาระอันเดียวกนั เดอื นสิบเอ็ดสิบสองบุญออกพรรษาและบุญกฐิน ในวนั ออกพรรษาจะมีการทา้ บญุ มาก เป็นพิเศษ บางชุมชนจัดงานเฉลิมฉลองมีมหรสพเสพงันในช่วงเทศกาลออกพรรษา หลังออกพรรษาเป็น ประเพณีทอดกฐิน เน่ืองจากชุมชนชาวกูยลาวส่วนมากมีจา้ นวนพระไม่ครบองค์สงฆ์ จึงไม่มีการจัด แต่ส้าหรับ วดั ใหญ่ในตวั เมือง เช่น วัดหลวงลตั นารามทีแ่ ขวงอตั ตปือถือเป็นบุญย่ิงใหญ่ท่ีส้าคญั มาก เป็นวันทค่ี นในชุมชน รอบวัด 5 ชุมชนแข่งขันกันจองเป็นเจ้าภาพ หากปีใดมีคณะศรัทธาจากท่ีอ่ืนมาจองแล้วคนในชุมชนก็มาร่วม ท้าบุญ ให้การต้อนรับ และในปีน้ันชุมชนจะจัดกฐนิ ไปทอดวัดอืน่ ที่ตกค้าง ประเพณีทอดกฐินขึ้นอยู่กับเง่ือนไข หลายประการ เช่น จ้านวนพระภิกษทุ ่จี า้ พรรษาภายในวดั ความพร้อมของชุมชน เปน็ ตน้ 5.2.3 ความสมั พันธ์ทางวฒั นธรรมและประเพณขี องพทุ ธศาสนกิ ชนชาวพทุ ธกูยไทย-ลาว พ้ืนฐานการเป็นอย่ใู นชีวิตประจา้ วนั ของพุทธศาสนกิ ชนชาวพุทธกูยในประเทศไทยและสปป.ลาว ค่อนข้างแตกต่างกนั เนื่องจากเง่อื นไขทางการเมืองและเศรษฐกจิ เป็นส้าคัญ ท้าให้พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยมี ความเป็นอยู่ท่ีสะดวกสบายกว่า ผ่านการประยุกต์ปรับปรุงท่ีอยู่อาศัยให้มีความแข็งแรงม่ันคง ในขณะท่ี พุทธศาสนิกชนชาวกูยลาวอยู่ในช่วงก้าลังปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ วัฒนธรรมทางวัตถุ ในวิถีชีวิต พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยเป็นสังคมชนบทกึ่งเมือง อิงอาศัยบนพ้ืนฐานเศรษฐกิจทุนนิยมเต็มตัว มีความ สะดวกสบายต่างจากอดีต วัฒนธรรมการแต่งกาย สิ่งปลูกสร้าง และศิลปะเปลี่ยนแปลงตามสมัยนิยม มีความ ทันสมัย ชุดแต่งกายท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะน้ามาใช้บ้างในเทศกาลงานพิธีส้าคัญ ยังคงรักษามอแกล ออแกล เพื่อการรักษาการเจ็บป่วยจนถึงปัจจุบัน ส่วนวิถีชีวิตพุทธศาสนิกชนชาวกูยลาว เป็นสังคมชนบทอิงอาศัยวิถี ธรรมชาตกง่ึ เศรษฐกิจทุนนิยม การแต่งกายยังคงรักษารปู แบบตามฮีตคองดั้งเดิม มีความเรียบร้อยสวยงามเป็น เอกลักษณ์ สิ่งปลูกสร้างบางชุมชนยังดั้งเดิมแต่บางแห่งเริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัยมากข้ึน ใน ดา้ นบรรทัดฐานทางสังคม ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย กฎระเบียบค่อนขา้ งมีความยืดหยุ่น ขนบธรรมเนยี มด้ังเดิมได้รบั การประยกุ ต์ให้สอดคล้องกาลสมัย หลังจากกระแสระบบเศรษฐกจิ ทนุ นิยมเข้ามามี

บทบาทต่อวิถีชีวิตชาวบ้านถูกผลักเข้าสู่การแข่งขัน ความเป็นอยู่ด้ินรนมากขึ้น ความเจริญแบบสังคมเมือง กอ่ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมท้องถ่นิ อย่างมาก ปฏสิ ัมพันธ์คนในสังคมเปลย่ี นแปลงไป จุดหมายของชีวิตคือ ความมั่งคั่ง ระบบเครือญาติและคุณธรรมด้ังเดมิ หายไป ส่วนพุทธศาสนกิ ชนชาวกยู ลาว อยใู่ นรัฐที่ปกครองด้วย ระบอบคอมมูนิสต์ กฎระเบียบเข้มงวด ประชาชนยังม่ันคงในขนบธรรมเนียมดั้งเดิม มีปฏิสัมพันธ์กันในระบบ เครือญาติทุกคนรู้จักกันท้ังหมด เป็นท่ีสังเกตได้ว่าปัจจุบันระบบเศรษฐกิจทุนิยมเริ่มเข้าไปมีบทบาทต่อชุมชน สังคมลาวมากข้ึน วัฒนธรรมดั้งเดิมกา้ ลงั จะเปล่ียนแปลงไปตามเงื่อนไขของเศรษฐกิจเงนิ ตรา เงื่อนไขเหล่าน้จี ะ เปน็ ปัจจัยเปลย่ี นวิถีชีวติ พุทธศาสนิกชนชาวกูยลาวใหเ้ ป็นไปเช่นเดียวกับพุทธศาสนกิ ชนชาวกูยไทยหรอื ไม่ วัฒ ธรรมทางจิตปัญญา พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยลาวมีพ้ืนฐานทางจิตใจ อ่อนโยน รักอิสระ ชอบผจญภัย เป็น มิตร มีศรัทธาม่ันคงในพระพุทธศาสนา ฯลฯ ในด้านวิทยาการของชาวกูยไทย เป็นกลุ่มชนท่ีผ่านการพัฒนา ด้านความรู้จนได้มาตรฐานทั้งพระภิกษุและฆราวาส สามารถสร้างบทบาทในสังคม รักษาสืบต่อความรูด้ ้านคช ศาสตร์ และก้าลังประดิษฐ์คิดค้นอักษรภาษากูยขึ้น ส่วนพุทธศาสนิกชนชาวกูยลาวส่วนใหญ่มีภูมิปัญญาแบบ ชาวบ้าน บางชุมชนเร่ิมได้รับการพฒั นาแบบเมือง มพี ระสงฆช์ าวกูยบางรูปของชาวกยู ได้ผา่ นการศกึ ษาเรยี นรู้มี และมีบทบาทต่อสังคมในวงกว้าง ในด้านภาษาอาจมีค้าท่ีแตกต่างกันไปบ้างส้าหรับชนเผ่าลาวเทิง แต่ก็พอ อนมุ านไดว้ า่ เปน็ กลุ่มชาติพนั ธุ์กูยดว้ ยกัน ดังนน้ั ความสัมพันธ์ด้านภูมปิ ญั ญา วทิ ยาการ และภาษาของชาวพุทธ กยู ในประเทศไทยและลาวจึงมลี กั ษณะที่เหมือนและต่างดังท่ีกลา่ วมา พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยและลาวมีความเชื่อถือผีอย่างมาก ถือเป็นเรื่องส้าคัญ ส้าหรับชาวกูย ไทยบางชมุ ชนอาจมีข้อปฏิบัติบางประการเกยี่ วกบั ผีลดความเข้มข้นลงเม่ือเทียบกับพุทธศาสนิกชนชาวกยู ลาว ซึง่ มีความเช่ือถือและเคารพผีอย่างจริงจัง ที่ถือฮีตปฏิบัติต่อผีอย่างเข้มงวด ความเชื่อถือผีมเหสักข์(ผีวีรบุรุษ ผี แถน ผีปูต่ า ผีตาแฮก(ผีไฮ ผีนา) ฯลฯ) ของพทุ ธศานกิ ชนชาวกูยไทย มีลักษณะทีใ่ กล้เคียงกันท้งั รูปแบบ วิธีการ จุดมุง่ หมาย และวนั เวลา ซึง่ มกั จะสร้างศาลปู่ตาประจ้าหมู่บ้าน การประกอบพิธีมีเครื่องเซ่นส้าคัญ เชน่ หมาก พลู เหล้า ไก่ต้ม ฯลฯ โดยมีเฒ่าจ้าเป็นผู้น้าในการประกอบพิธี มีการก้าหนดเวลาท่ีแน่นอนในแต่ละปี ไก่ต้มท่ี นา้ มาเปน็ สว่ นประกอบในพิธกี รรมจะถูกน้าไปเป็นอุปกรณเ์ สี่ยงทายเหตุการณ์ข้างหน้า เช่นเดยี วกับพุทธศานิก ชนชาวกูยลาว ที่มีการปฏิบัตเิ ซ่นไหว้ปู่ตา หลักบ้าน หรือหอเจ้าบา้ น อาจจะแตกกันไปบ้างในรายละเอียดบาง ประการ แต่มีเน้ือหสาระอันเดียวกัน และสิ่งที่ตรงกันคือไก่ต้มที่เป็นเครื่องเซ่นหรือน้ามาประกอบอาหาร ถูก น้ามาเป็นอุปกรณ์ในการท้านายทายได้เสมอไม่ว่าที่ประเทศไทยหรือสปป.ลาว ความเชื่อถือในผีบ้านผีเรือน ผี บรรพชน เช่น ผีปู่-ย่า ผีตา-ยาย ผีพ่อ-แม่ ฯลฯ ตลอดถึงการประกอบพิธีเซ่นไหว้ ก็เป็นอีกกระบวนทรรศน์ท่ี พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยและลาวไม่มีความแตกต่างกัน ที่เชื่อว่าผีบรรพชนหรือผีประจ้าตระกูล คอยปกปัก รักษาคุ้มครองให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุข อาจแตกต่างไปบ้างในความจริงจังที่ชาวกูยลาวเข้มข้นมากกว่า ใน

ด้านการประกอบพิธีกรรม พุทธศาสนาชนชาวกูยไทย มีการรักษาคนป่วยด้วย แกลมอ ขณะที่ชาวกูยลาวบาง ชมุ ชนยงั มกี ารรา้ ผฟี ้ารักษาการเจบ็ ป่วยเช่นเดียวกัน ซ่ึงในในสมัยกอ่ นตอ้ งเดินทางไปประกอบพิธีตามทอี่ ยูข่ อง ผตี ้นเหตุ เช่น ถา้ เป็นผภี ูเขาต้องไปยังภเู ขา ผีต้นไมก้ ็ไปที่ต้นไม้ เป็นต้น ปัจจบุ ันพิธดี ังกล่าวลดความเข้มงวดลง ตัวอย่างการปฏิบัติต่อผที ี่เข้มงวดแตกต่างกันระหว่างชาวพุทธกูยไทย-ลาว เช่น การถือฮีตผีในการตอ้ นรับแขก อย่างเคร่งครัดของชาวย่าเหินแขวงอัตตปือ หรือการถือฮีตเซ่นควายบูชาเสาหลักบ้านของชุมชนชาวบ้านขวา เสด็ แขวงสาละวนั กบั ประเพณีการแหต่ ะกรวดของชาวศรีขรภมู ิ เปน็ ตน้ ความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมและประเพณีท่มี ีพื้นฐานจากศาสนาพราหมณ์ พทุ ธศาสนกิ ชนชาวกูย ไทยและลาว มีระเบียบแบบแผนเก่ียวกับพิธีพราหมณ์ส่วนใหญ่สอดคล้องกัน ท้ังรูปแบบ วิธีการ และ จุดมุ่งหมาย อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันบางประการ ดังต่อไปน้ี ในประเพณีการสู่ขวัญ มีจุดหมายเพ่ือสร้าง ขวัญและกา้ ลังใจ มีการแต่งพานบายศรี โดยหมอพราหมณ์เป็นเจ้าพิธีสูตรขวัญ และพิธีกรรมสามารถท้าได้ทุก โอกาส ในประเทศไทยมีการประยุกต์พิธีกรรมบทสูตรขวัญให้กระชบั เหมาะสมกับกาลสมัย ในขณะท่ี สปป.ลาว ส่วนใหญ่ยังยึดระเบียบแบบแผนด้ังเดิม ส่วนประเพณีลอยกระทงถือคติแตกต่างกัน เพราะท่ี สปป.ลาวไม่พบ ขอ้ มูลการจัดงานลอยกระทง แต่มีประเพณีไหลเรือไฟในวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ดวันออกพรรษา มีจุดมุ่งหมายเพ่ือ เป็นพุทธบูชา ในขณะท่ีประเทศไทยจัดประเพณีลอยกระทงในวันเพ็ญเดือน 12 และถือคติว่าเพื่อขอขมาพระ แม่คงคา เป็นหลัก ประเพณีสงกรานต์ ในด้านเน้ือหาสาระและวิธีการด้ังเดิมแทบจะไม่ความแตกต่างระหว่าง ชาวพุทธไทยและลาว เช่น การท้าบุญอุทิศท่ีวัด การสรงน้าพระพุทธรูป แห่ดอกไม้ ขนทรายเข้าวัด จัดงาน ประกวดนางสงกรานต์หรือนางสังขาร เป็นต้น ส่วนที่แตกต่างคือ ชาวไทยเริ่มประเพณีสงกรานต์ในวันที่ 13 เมษายน ขณะที่ใน สปป.ลาวเริ่มช้ากว่าหน่ึงวัน ในปัจจุบันเป็นท่ีสังเกตว่ากิจกรรมวันสงกรานต์ที่เก่ียวข้องกับ วดั วาอารามของชาวพุทธไทย ลางเลือนไปมาก ไม่วา่ จะเป็นพิธีเอาพระลง สรงน้าพระ แห่ดอกไม้บูชาพระ ขน ทรายเข้าวัด เป็นตน้ ส่วนชาวพทุ ธในสปป.ลาว ยังถือปฏิบัตเิ ป็นปกติทัว่ ไปตง้ั แต่ระดับประเทศจนถึงชมุ ชนราก หญ้า แต่ก็พบว่าชุมชนชาวกูยบ้านตะเคียน ส้าโรงทาบ สุรินทร์ และชุมชนกูยบ้านปรือคัน ขขุ ันธ์ ศรสี ะเกษ ยัง ถอื ปฏบิ ัตติ ามวัฒนธรรมประเพณโี บราณที่สืบทอดกนั อยา่ งยาวนาน ความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจากศาสนาพุทธ ลักษณะวัดของ พทุ ธศาสนิกชนชาวกยู ไทย มีศาสนวัตถุม่ันคงแขง็ แรงสวยงาม มีเทคโนโลยีและสิ่งอ้านวยความสะดวกทันสมัย แต่พุทธศาสนิกชนให้ความสนใจต่อกิจกรรมของวัดนอ้ ยลง ในขณะทีว่ ัดของพุทธศาสนิกชนชาวกูยลาว มีศาสน วัตถุไม่ม่ันคงแข็งแรงสวยงามและเป็นอยู่แบบธรรมชาติไม่มีสิ่งอ้านวยความสะดวกมากนัก แต่พุทธศาสนิกชน กลบั ให้ความสนใจในกิจกรรมของวัดมาก ในด้านศาสนบุคคล พระภิกษชุ าวกยู ไทยสว่ นใหญ่เปน็ ผู้คงแก่เรยี นมี ทง้ั คุณวุฒิและวัยวุฒิ และมบี ทบาทตอ่ คณะสงฆ์และสังคมสูง แต่เนื่องจากอ้านาจบริหารจัดการอยูท่ ่ีเจ้าอาวาส

ท้งั หมด ท้าให้พระภิกษุหนุ่มขาดโอกาสศึกษาเรียนรู้งาน ท่ีส้าคัญไมม่ ีสามเณรที่จะเป็นศาสนทายาทสืบต่อพุทธ ศาสนา พุทธศาสนิกชนชาวกูยลาวบางแห่งมีพระภิกษุหนุ่มเข้าไปช่วยบริหารกิจการคณะสงฆ์ และมีสามเณร จ้านวนมากท่ีก้าลังศึกษาในสถาบันการศึกษาคณะสงฆ์และโรงเรียนของรัฐในชุมชน ในด้านศาสนพิธี การ ประกอบกิจกรรมของวัดชาวกูยไทยหลายอยา่ งต้องประยุกต์รวบรดั เพ่ือให้สอดรับกบั วัฒนธรรมทุนนยิ ม ท่ีผลัก ให้คนสนใจต่อกิจกรรมการแสวงหาเพ่ือความอยู่รอด ขณะที่พุทธศาสนิกชนชาวกูยลาวด้ารงชีวิตแบบกึ่งทุน นิยม ยังไม่ถูกดึงออกจากวัฒนธรรมวิถีชีวิตด้ังเดิม จึงมีเวลาส้าหรับกิจกรรมของวัดได้เต็มท่ี และในด้านศาสน ธรรม พุทธศาสนิกชนชาวกูยไทยมีโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถท้ังด้านปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เน่ืองจากคณะสงฆ์ส่วนกลางมีระบบคันถธุระและวิปัสสนาธุระที่เข้มแข็งและแพร่หลาย ในขณะที่ พุทธศาสนิกชนชาวกูยลาว ยังขาดระบบปริยัติและปฏิบัติท่ีหลากหลาย โดยเฉพาะด้านปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูพัฒนา ประเพณีบุญในพรรษาของชาวพุทธกูยไทยและลาว มีระเบียบ แบบแผนปฏิบัติตรงกัน เพราะยึดถือตามประเพณีฮีต 12 เป็นหลักเสมือนปฏิทินชุมชน ตั้งแต่วันเข้าพรรษา จนกระท่ังออกพรรษา จะมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดปลีกย่อยบางประการ ส่วนประเพณีบุญนอก พรรษาก็เช่นเดียวกัน แตกต่างแต่เพียงว่าชุมชนใดยึดถือเอาประเพณีบุญใดเป็นงานใหญ่งานรอง และก้าหนด วันเวลาตามตามความเหมาะสม เช่น บางชุมชนอาจยึดเอาประเพณีสงกรานต์เป็นงานใหญ่กว่าพิธีกรรมอ่ืนๆ บางชุมชนอาจยึดบญุ ผะเหวดเป็นงานใหญส่ ุด บางชุมชนจัดงานวนั สงกรานต์ใหญ่สดุ เปน็ ต้น บางทกี ็บรู ณาการ รวมเอาบุญประเพณีหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน เช่น บุญเข้ากรรม บุญคูณลาน บุข้าวจี่ จัดรวมในวันเพ็ญเดือน มาฆะ เป็นต้น เป็นท่ีสังเกตว่าประเพณีบุญนอกพรรษาบางอย่างในประเทศไทยจืดจางไป หรือไม่ก็ประยุกต์ ตามกาลสมัย ในขณะทีพ่ ุทธศาสนกิ ชนชาวกูยลาวยังถอื ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณดี ัง้ เดิม 5.3 ขอ้ เสนอแนะ การศึกษาวิจัยการศึกษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวกูยใน ประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีข้อเสนอแนะ 2 ประการ คือ ข้อเสนอแนะ เชงิ นโยบาย และขอ้ เสนอแนะเพื่อการศกึ ษาวิจยั ดังน้ี 5.3.1 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย ในส่วนของรัฐบาล เป็นข้อมูลประกอบในจัดท้าแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศ ไทย ของการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ของรัฐไทย ตลอดถึงการก้าหนดในแผน ยุทธศาสตร์ด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN SOCIO-CULTURAL COMMUNITY หรือ ASCC) ตามเปา้ หมายที่ว่าให้อาเซียน เป็นประชาคมที่มปี ระชาชนเป็นศูนย์กลาง สังคมท่ีเอ้อื อาทรและแบ่งปัน

ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ทด่ี ี และมีการพัฒนาในทกุ ด้าน เพ่ือยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน สง่ เสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสรมิ อัตลักษณ์ของอาเซียน โดยมีแผนปฏิบัติการด้าน สังคมและวัฒนธรรมอาเซยี น ระบุอยู่ในแผนปฏิบตั ิการเวียงจนั ทน์ ในสว่ นขอคณะสงฆ์ไทย ได้ข้อมูลในการวาง นโยบาย ส้าหรับพัฒนาพุทธศาสนาในท้องถ่ินให้มีความเจริญมั่นคง คณะสงฆ์ทั้งสองประเทศระดับจังหวัด ก้าหนดเป็นนโยบายความผูกพันเชื่อมโยงโดยใช้วัฒนธรรมพุทธเป็นฐาน เป็นตัวค้ายัน ไม่ปล่อยให้ พทุ ธศาสนิกชนชาไทยไหลไปกบั กระแสทนุ นิยม ในขณะเดียวกันกเ็ ปน็ การสร้างภูมิใหก้ ับพุทธศาสนกิ ชนชาวกูย ใน สปป.ลาว รเู้ ทา่ ทันภยันตรายจากวตั ถุนยิ มที่แฝงตัวมากบั เศรษฐกิจทุนนิยมและเทคโนโลยี 5.3.2 ข้อเสนอแนะเชงิ การนาไปใช้ หน่วยงานของรัฐท่ีเก่ียวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงมนุษย์ ส้านักงาน พระพุทธศาสนา ส้านกั วัฒนธรรม เป็นตน้ สามารถน้าองค์ความรู้จากงานวิจยั นีไ้ ปเป็นข้อมูล จัดท้าแผนแม่บท การพัฒนากลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศไทย ก้าหนดนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ มาตรการ ในการบริหารจัดการ พฒั นาความรว่ มมือด้านวัฒนธรรม เพ่ือความม่ันคงของกลมุ่ ประเทศภาคีสมาชิกประชาคมอาเชียน การพัฒนา กิจการพระพุทธศาสนา ให้เกิดความม่ันคงเข้มแข็ง ตลอดถึงใชเ้ ป็นแนวปฏิบัติในการสร้างปฏิสัมพันธ์ประเทศ เพื่อบ้าน ในส่วนขององค์กรสงฆ์สามารถน้าองค์ความรู้ของงานวิจัยไปเป็นข้อมูลและกรอบในการก้าหนด นโยบาย จัดท้าแผนยุทธศาสตร์ วางมาตรการแนวทางด้าเนินงาน ตลอดถึงก้ากับ ควบคุม ติดตาม ประเมินผล ในการพัฒนาภารกิจด้าน คณะสงฆ์ในระดับจังหวัด ใช้ในเชิงนโยบายก้าหนดทิศทางและกลไกในการพัฒนา พุทธศาสนาในภูมิภาคเอชียตะวันออก หรือน้ามาใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการผูกสัมพันธไมตรีท่ีดีต่อกัน โดยใชต้ น้ ทนุ ทางวัฒนธรรมเป็นจดุ ประสาน ในลักษณะเป็นเครือข่ายเช่ือมโยง เชน่ อาจมีการจัดเทศน์มหาชาติ ร่วมกันระห่างประเทศ กฐินผ้าป่า เป็นต้น มหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย และมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันสร้างองค์ความรู้และผลิตบุคลากรทางด้าน พระพุทธศาสนาสามารถน้าเอาองค์ความรู้จากงานวิจัย ไปขยายขอบเขตความรู้ให้มีรัศมีกว้างขวางข้ึนท่ัวทั้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักวิชาการ อาจารย์ ครูผู้สอน สามารถใช้หรือน้าข้อมูลเป็นแนวทางการ ศึกษาวิจัยต่อยอด ผนวกองค์ความรู้งานวิจัย เข้าสู่บทเรียนกระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ สร้าง จิตส้านึกความรับผิดชอบและเน้นความส้าคัญของวัฒนธรรมพุทธในภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง ในกระบวนการ จัดการเรียนการสอนอาจน้านิสิตไปศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพุทธศาสนาที่อยู่ในกระแสทุนนิยมเต็มตัว กับ พุทธศาสนาที่ก่ึงกระแสทุนนิยม เพ่ือเป็นการดึงชาวพุทธให้รอดพ้นจากการพัดพาของวัตถุนิยม ตลอดถึงการ เสนอมุมมองตา่ งๆ บนพนื้ ฐานวัฒนธรรมพุทธของสองประเทศ

5.3.3 ข้อเสนอแนะการทาวิจัย จากการศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับพุทธศาสนิกชนชาวกูยโดยใช้วัฒนธรรมเป็นฐานหลัก ท้าให้ คน้ พบข้อมูลหรอื ข้อมูลบางประการส้าหรบั น้ามาเป็นประเด็นที่จะนา้ มาเป็นหัวข้อในการวิจัยครงั้ ต่อไปได้ เช่น เปรียบเทียบความเช่ือถือผี-พราหมณ์-พุทธของชุมชนชาวกูยในปะเทศไทยและ สปป.ลาว ศึกษาเปรียบเทียบ วัฒนธรรมประเพณีตามฮีต 12 คอง 14 ของพุทธศาสนิชนชาวกูยในประเทศไทยและสปป.ลาว การศึกษา เปรียบเทียบการด้ารงชีวติ ของพระสงฆ์ชาวกูยในประเทศไทยและสปป.ลาว ศกึ ษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม และประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวกูยในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ศึกษาความสัมพันธ์ทาง วัฒนธรรมและประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวกูยในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ศึกษาเชิงเปรียบเทียบ วัฒนธรรมและประเพณีของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทย – กัมพูชา – ลาว – เวียดนาม – พม่า การศึกษา วฒั นธรรมพทุ ธในพหวุ ฒั นธรรมของกล่มุ ประเทศเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น

บรรณานกุ รม 1. ภาษาบาลี – ไทย 1.1 ขอ้ มลู ปฐมภูมิ พระวนิ ัยปิฎก มหาวิภังค์, พระไตรปฎิ กภาษาไทย ฉบบั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . 2539. 1.2 ข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิ 1.2.1 หนังสือ กรมศลิ ปกร, ประวัตศิ าสตร์เมอื งสรุ ินทร์, (กรุงเทพมหานคร: สา้ นักพิมพ์พิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ กรมศิลปกร กระทรวงวัฒนธรรม, 2550 กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงมนุษย์, แผนแม่บทการพฒั นากลุ่มชาตพิ ันธุ์ ในประเทศไทย, พ.ศ.255 -25560 ชัชรนิ ทร์ ไชยวัฒน,์ สูค่ ลนื่ ลกู ท่สี ี.่ ..หลังจาก...เทคโนโลยีเปล่ยี นคนเป็นควาย พจนานกุ รม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554. พระเทพเวที (ประยทุ ธ.์ ปยตุ ฺโต), วัฒนธรรมกับการพัฒนา, พิมพ์ครั้งที่ 3; (กรงุ เทพมหานคร: บริษทั อมรินทร์ พร้ินตงิ้ กรุ๊พ จ้ากัด, 2532 พระเทพเวที (ประยทุ ธ์ ปยุตโฺ ต), พทุ ธศาสนาในอาเซีย. พมิ พ์ครง้ั ที่ 4 ; กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬา ลงกรณราชวทิ ยาลยั , 2531. พระธรรมปิฎก (ปอ.ปยุตฺโต), ภาษา วรรณกรรม และวัฒนธรรมไทย, พิมพ์คร้ังที่ 2; (กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั สหธรรมิก จา้ กดั , 253 พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต), เร่ืองเหนือสามัญวิสัย: อิทธิปฏิหาริย์-เทวดา,พิมพ์คร้ัง 5 ; กรุงเทพมหานคร: บรษิ ทั พมิ พ์สวย จา้ กดั , 2550. _________. พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. พมิ พ์คร้ังท่ี 33. กรุงเทพมหานคร : สา้ นักพมิ พผ์ ลิธมั ม,์ 2555. _________. พจนานุกรม ฉบับประมวลศัพท์, พิมพ์คร้ังท่ี 17. (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระพุทธศาสนา ของธรรมสภา, 2554. _________. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม, พิมพ์ครั้งท่ี 31; กรุงเทพมหานคร: ส้านักพิมพ์ผล ผลิธมั ม์ ในเครอื บรษิ ทั ส้านกั พิมพ์เพ็ทแอนดโ์ ฮม จา้ กัด, 255 . พระไพศาล วสิ าโล. พทุ ธศาสนาไทยในอนาคต แนวโนม้ และทางออกจากวกิ ฤต. พิมพค์ ร้ังท่ี 2;

กรุงเทพมหานคร : มลู นธิ ิสดศรี-สฤษดวิ์ งศ,์ 2546. เพญ็ ศรี กาญจโนมยั , ประวตั ศิ าสตรท์ ่วั ไปของเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้, พมิ พ์คร้ังที่ 3; (กรงุ เทพมหานคร, ร่งุ วัฒนาการพิมพ์,2533 วิลาศ โพธิสาร, การปรบั ตวั ของชาวกยู ในบริบทพหุวฒั นธรรมเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ใต้ ( ม.ป.ป.). สวิง บญุ เจมิ , ตารามรดกอสี าน, อุบลราชธาน:ี สา้ นกั พมิ พ์มรดกอสี าน, 2554. สภาวัฒนธรรมอา้ เภอส้าโรงทาบ, การศึกษาประวัตศิ าสตร์ภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ อาเภอสาโรงทาบ, 254 . เสถียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน), วัฒนธรรม, กรุงเทพมหานคร: สา้ นกั พิมพบ์ รรณาคาร, 2501 _________. อบุ ลราชธานีมาจากไหน, กรุงเทพมหานคร: สา้ นักพิมพแ์ มค่ า้ ผาง, 2555 _________. “พลงั ลาว”ชาวอีสานมาจาไหน, กรงุ เทพมหานคร:บริษัท มติชน จา้ กดั (มหาชน), 2549. สุรพล ด้ารหิ ์กลุ . แผน่ ดนิ อีสาน, มปพ.: ด่านสุทธาการพมิ พ์, 2549. สวุ ทิ ย์ ธรี ศาศวัต. ประวัตศิ าสตร์เศรษฐกิจชมุ ชนหมบู่ า้ นอสี าน 2488-2544, กรุงเทพมหานคร: ส้านักพมิ พ์สรา้ งสรรค์ จา้ กัด. 2546. ศรีศักด์ิ วัลลโิ ภดม, แอง่ อารยธรรมอสี าน, พมิ พ์ครง้ั ท่ี 4; กรุงเทพมหานคร: สา้ นกั พมิ พ์มตชิ น, 2546. 1.2.2 บทความ บัญญตั ิ สาลี, กูย : ว่าดว้ ยกลุม่ ชาตพิ นั ธุ์ ภาษา และตานาน, ภาควชิ าภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ดา้ เกงิ โถทอง, กูยบ้านตรึมอตั ลักษณแ์ ละการดารงอยู่ภายใตก้ ระแสโลกาภิวัฒน์, \"สุรินทรส์ โมสร\" ปีที่ 2 ฉบบั ที่ 7 (ตลุ าคม-ธนั วาคม 2551) วสนั ต์ ปญั ญาแกว้ . เณรพระข้ามขาติ:ขบวนการรอื้ ฟื้นและสบื สานพระศาสนาของชาวล้ือสิบสองปันนา, วารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลยั อุบลราชธาน,ี ฉบับพเิ ศษ (มกราคม 2552) 1.2.3 รายงานการวจิ ยั ปิยศักดิ์ สีดา, การบริหารจัดการการเกษตรพอเพียงของชุมชนโบราณ 4 กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, 2547. เครือจิต ศรีบุญนาค, การพัฒนาศิลปะการแสดงจากพิธีกรรมกินฮีตของชนเผ่าด้ังเดิมสายตระกูลมอญ- เขมร ในเขตอนุภาคลุ่มแมน่ า้ โขง, ปรชั ญาดุษฎีบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุรนิ ทร,์ 2550. พพิ ัฒน์ วิถี, สัญลกั ษณ์พิธกี รรมงานงานบวชกลุ่มชาติพันธ์ุไทย-เขมร กรณีศึกษาตาบลเมืองที อาเภอเมือง จังหวัดสรุ นิ ทร.์ ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ นิ ทร์, 2554.

เรณุกา ศรีผ่องงาม, การศึกษาเศรษฐกิจชุมชนที่มผี ลตอ่ วถิ ีชีวติ ชาวบ้าน กรณีศึกษาชาติพันธ์ุ เขมร ลาว กูย ในจงั หวดั สรุ ินทร์, 2547. สมบูรณ์เชน สุขคุม และธนพล วยาสิงห,์ “วัฒนธรรมอาหารพน้ื บ้านของกลุ่มชาตพิ นั ธ์ุกูยจังหวดั ศรสี ะเกษ”. มหาวทิ ยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ, 2556. ศิริ ผาสุกและคณะ, กูย (ส่วย)และการอย่รู ่วมกนั อย่างสงบสุข, สุรนิ ทร์ มรดกโลกทางวัฒนธรรมในประเทศ ไทย, ศนู ยว์ ัฒนธรรมจังหวัดสรุ นิ ทร์ ชมรมหัตถกรรมพน้ื บ้านไทย พศ.2536. อุษา หม้อทอง, การนับถือผีของกลุ่มชาติพันธ์ุกูยในประเทศไทยและส่วยในสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว, ศิลปศาสตรมหาบัณฑติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ นิ ทร,์ 2547. 1.2.5 สมั ภาษณ์ ญาท่านสีสะหวาด เทพวงสา, ประธานองคก์ ารพุทธศาสนาสมั พันธล์ าว (อพส.) แขวงอัตตปอื . สมั ภาษณ์, เมษายน 2560. นางค้าพาสุก ไชยแสง,ปราชญ์ชุมชน วัดธาตุพระไชย ต้าบลวัดธาตุ เมืองไชยเชดถา แขวงอัตตปือ. สัมภาษณ์, 8 เมษายน 2560. นางมณีวอน ศิรวิ งศ์, บา้ นขวาเสด็ เมืองเหลา่ งาม แขวงสาละวัน. สัมภาษณ์, 17 ธันวาคม 2559. นางปราณี บ้ารุงจิตร์, ปราชญ์ชุมชน บ้านตะเคียน ต้าบลส้าโรงทาบ อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. สมั ภาษณว์ นั ที่ 13 มกราคม 2560. นางละออง สมนาค, ปราชญ์ชุมชน บ้านตะเคียน ต้าบลส้าโรงทาบ อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. สมั ภาษณ์วนั ที่ 13 มกราคม 2560. นางแตว้ พา, ผใู้ กลช้ ิดวดั บา้ นกวางซี เมอื งบาเจยี งจะเลนิ สุก แขวงจา้ ปาสัก. สัมภาษณ์, 17 ธันวาคม 2559. นายเพชร คา้ พี, นายบ้าน บา้ นกวางซี เมอื งบาเจยี งจะเลนิ สุก แขวงจา้ ปาสกั . สมั ภาษณ์, 17 ธันวาคม 2559. นายเนตร มาคณู , เฒา่ จ้า บา้ นกวางซี เมืองบาเจียงจะเลินสกุ แขวงจ้าปาสกั . สัมภาษณ์, 17 ธันวาคม 2559. นายสายสมร สรุ วิ งศ์, นายบ้าน บา้ นขวาเสด็ เมืองเหลา่ งาม แขวงสาละวนั . สัมภาษณ,์ 17 ธันวาคม 2559. นายมด, บา้ นขวาเสด็ เมืองเหล่างาม แขวงสาละวัน. สัมภาษณ,์ 17 ธนั วาคม 2559. นายอฐิ พึง่ ป่า, เฒ่าจา้ บ้านเวินบกึ ต้าบลโขงเจียม อ้าเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. สมั ภาษณ์, 1 ธนั วาคม 2559. นายที ศรีพันธ์, บา้ นเวนิ บกึ ต้าบลโขงเจยี ม อา้ เภอโขงเจียม จังหวดั อบุ ลราชธาน.ี สัมภาษณ,์ 1 ธันวาคม 2559. นายธีรเกยี รติ แกว้ ใส, ผ้ใู หญ่บา้ น บา้ นท่าลง้ ตา้ บลหว้ ยไผ่ อา้ เภอโขงเจียม จงั หวัดอุบลราชธาน.ี

สมั ภาษณ,์ 1 ธนั วาคม 2559. นายวอน พึ่งป่า, เฒา่ จ้า บา้ นทา่ ลง้ ตา้ บลห้วยไผ่ อา้ เภอโขงเจียม จงั หวัดอบุ ลราชธาน.ี สมั ภาษณ,์ 1 ธนั วาคม 2559. นายสุบรรณ์ แกว้ ใส, ผู้ช่วยเฒา่ จา้ บา้ นทา่ ลง้ ต้าบลหว้ ยไผ่ อา้ เภอโขงเจยี ม จงั หวดั อบุ ลราชธาน.ี สมั ภาษณ์, 1 ธนั วาคม 2559. นายสายค้า พ่ึงป่า, บ้านทา่ ล้ง ต้าบลหว้ ยไผ่ อ้าเภอโขงเจยี ม จงั หวดั อุบลราชธานี. สมั ภาษณ,์ 1 ธนั วาคม 2559. นายเลก็ คงภงู า, ปราชญ์ชุมชน บ้านหนองเกาะ ตา้ บลตะเปยี งเตีย อ้าเภอล้าดวน จังหวัดสุรนิ ทร์. สมั ภาษณ์วนั ที่ 29 ธนั วาคม 2559. นายทนงศักดิ์ นรดี, ก้านันต้าบลกู่ บา้ นกู่ ต้าบลกู่ อา้ เภอปรางค์กู่ จงั หวัดศรีสะเกษ. สัมภาษณ์วันท่ี 12 เมษายน 2560. นายเภา แสงอุ่น, ผใู้ หญ่บ้าน บ้านโพธศ์ิ รธี าตุ ต้าบลเกาะแกว้ อา้ เภอสา้ โรงทาบ จังหวดั สรุ ินทร.์ สมั ภาษณ์วนั ท่ี 13 มกราคม 2560. นายบนั ได สัทธาธรรม, เฒ่าจ้า บา้ นโพธศ์ิ รธี าตุ ต้าบลเกาะแก้ว อา้ เภอสา้ โรงทาบ จงั หวัดสรุ ินทร์. สมั ภาษณ์วนั ที่ 13 มกราคม 2560. นายวัน ทองดาษ, ปราชญ์ชุมชน บ้านโพธิ์ศรีธาตุ ต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. สัมภาษณว์ นั ท่ี 13 มกราคม 2560. นายสุวรรณ โถทอง, ประธานสภาวัฒนธรรมต้าบลเกาะแก้ว บ้านโพธิ์ศรีธาตุ ต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรง ทาบ จังหวดั สุรนิ ทร์. สัมภาษณว์ นั ท่ี 13 มกราคม 2560. นายเลียม ทองดาษ, ปราชญ์ชุมชน บ้านโพธ์ิศรีธาตุ ต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. สมั ภาษณ์วันที่ 13 มกราคม 2560. นายเจริญ ปรอื ปรกั , ผู้ใหญ่บ้านปรอื คนั ตะวันออก ต้าบลปรอื ใหญ่ อ้าเภอขุขนั ธ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ. สัมภาษณ์, วันที่ 1 เมษายน 2560. ผศ.(พิเศษ)ชาลี ชืน่ รัมย์, นกั วชิ าการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ตา้ บลนอก เมือง อา้ เภอเมอื ง จงั หวัดสรุ นิ ทร.์ สมั ภาษณ์วนั ท่ี 29 มกราคม 2560. ผศ.กฤษนันท์ แสงมาศ, นักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรนิ ทร์ ต้าบลนอก เมือง อ้าเภอเมือง จงั หวดั สรุ ินทร์. สมั ภาษณว์ ันที่ 29 มกราคม 2560. พระจันไท โพธิราช, เจ้าอาวาสวัดไทรไชยมุงคุณ บา้ นกวางซี เมืองบาเจยี งจะเลินสกุ แขวงจา้ ปาสกั . สมั ภาษณ์, 17 ธนั วาคม 2559.

พระครชู าครธรรมคุณ, เจา้ อาวาสวัดบา้ นกู่ เจา้ คณะต้าบลกู่, อา้ เภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ. สัมภาษณ์วนั ท่ี 29 ธันวาคม 2559. พระครูอุปถัมภ์วรคุณ, เจ้าอาวาสวัดบ้านตะเคียน ต้าบลส้าโรงทาบ อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. สมั ภาษณว์ ันท่ี 13 มกราคม 2560. พระครูสมุห์หาญ ปญฺญาธโร เจ้าอาวาสวัดป่าอาเจียง, ต้าบลกระโพ อ้าเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์. สัมภาษณ์, 21 เมษายน 2560. พระครูพิศิษฎ์ธรรมานุศาสก์, เจ้าคณะอา้ เภอขุขันธ์ วดั ปรือคัน ตา้ บลปรือใหญ่ อา้ เภอขุขันธ์ จังหวดั ศรีสะเกษ. สัมภาษณ์, 18 เมษายน 2560. พระมหาสุวรรณ จนทฺ ราช, ประธานองคก์ ารพระพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว (อ.พ.ส.) วัดโพธ์ิระตะนะศาสะดาราม เมืองปากเซ แขวงจ้าปาสกั . สมั ภาษณ,์ 16 ธันวาคม 2559. พระวิเศษ จิตฺตทนฺโต, เจ้าอาวาสท่ีพักสงฆ์ศิลาตะ ต้าบลโขงเจียม อ้าเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. สัมภาษณ,์ 1 ธันวาคม 2559. พระราชธรรมสารสุธี (ธีรังกูร ธีรงฺกุโร ป.ธ.9), นักวิชาการ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธารามพระอารามหลวง รอง เจา้ คณะจังหวดั ศรสี ะเกษ ตา้ บลในเมือง อ้าเภอเมือง จงั หวดั ศรสี ะเกษ. สัมภาษณว์ ันที่ 11 มกราคม 2560. พระอาจารย์สอนไชย แก้วเมืองไต , วดั บ้านเตา้ ปนู เมอื งสาละวนั แขวงสาละวัน. สัมภาษณ์, 17 ธนั วาคม 2559. พระอาจารย์พรสวรรค์ สุจิตฺโต, รองประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว (อพส.), หัวหน้ากรรมาธิการ สาธารณูปการ แขวงอตั ตปือ. สัมภาษณ์, เมษายน 2560. พระอธกิ ารวัชระ สิรปิ ญโฺ ญ, เจ้าอาวาสวดั บ้านโพธศ์ิ รีธาตุ ต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรงทาบ จงั หวดั สรุ นิ ทร์. สัมภาษณว์ ันที่ 13 มกราคม 2560. สามเณรจันทยา พมิ วงคา , วดั ใหญส่ ีมงุ คนุ (วดั กาง) เมอื งสาละวนั แขวงสาละวนั . สัมภาษณ์, 17 ธันวาคม 2559. 2. ภาษาอังกฤษ 2.1 PRIMARY SOURCES : 2.2 SECONDARY SOURCES : 2.2.1 Books

Aruna Publications, The Collected Teaching of AJAHN CHAH, Printed in Thailand by Aksorn Sampan (1987) Co.,Ltd. Fiona Chandler. ANCIENT WORLD โลกยคุ โบราณ. แปลโดย ละอองทิพย์ อมรนิ ทรร์ ัตน์. กรงุ เทพมหานคร: สา้ นักพมิ พ์ปาเจรา, 254 . DAVID CHANDLER.A, HISTORY OF CAMBODIA, แปลโดย พรรณงาม เง่าธรรมสาร และคณะ, พมิ พค์ ร้ัง ท่ี 3;(กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2546 2.2.2 Eletronics กา้ นันทะนงศักด์ิ นรดี, หววั บุญเบกิ ฟ้ามหศั จรรยเ์ ดือนสาม ณ ปราสาทปรางคก์ ู่ ตา้ บลกู่ <https://www.youtube.com/watch?v=kLslVQ-NBJE> 13 กุมภาพนั ธ์ 2557. แกลมอ (เล่นอ้อ) บ้านหนองข้ีเหล็ก ต้าบลพระแก้ว, <https://www.youtube.com/watch?v=BI pm - q2kA>ธนั วาคม 2559. ใกล้ตาอาเซียน : รอยทางวฒั นธรรมสู่ดินแดนลาวใต้,Thai PBS,<https://www.youtube.com/watch?v =wXXje9edUNc&spfreload=10> เผยแพร่เมอื่ 13 ธันวาคม 255 . แขวงอัตตะปือ, <http://www.thaisavannakhet.com/savannakhet/th/data-service/sub- savannakhet/attapu/>ธนั วาคม 2559. โครงการสง่ เสรมิ ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ด้านภาษาและวรรณกรรมหมอพราหมณส์ ่ขู วญั “พิธพี ุทธวถิ พี ราหมณ์ หมอ พรหมณ์เชตวัน”<https://www.youtube.com/watch?v=wBjylopiUgM> มกราคม 2560. ชาตพิ นั ธุ์และชนเผา่ ตา่ งๆใน 19 จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ, ชมรมศิลปวฒั นธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จฬุ าลงกรณรมหาวิทยาลัยhttp://www.isan.clubs.chula.ac.th/webboard/ 22 มกราคม 2560. ทฤษฎีการย้ายถิ่น, <http://www.ex-mba.buu.ac.th/research/Nonthaburi/PM5/51722 40/ 05_ch2.pdf>ธันวาคม 2559. ทีวีชุมชน : ข้าวประดบั ดิน,ชดุ สารคดี \"สกั การะ\"< https://www.youtube.com/watch?v=pRU6joKzc7s> เผยแพรเ่ มื่อวันที่ 26 กนั ยายน 2559. ทีวีชมุ ชน : บญุ ขา้ วสาก, สารคดชี ุด “โนวเ์ ฮา” <https://www.youtube.com/watch?v=GVBrVrbwi6c> เผยแพร่เม่ือวันที่ 21 ธนั วาคม 255 . ที่น่บี า้ นเรา : หมอ-พราหมณ์, <https://www.youtube.com/watch> เผยแพรเ่ ม่ือ 6 พฤษภาคม255 . ท่ัวถ่นิ แดนไทย ตอน สมั ผัสวถิ ชี าวกูย บ้านตากลาง จังหวดั สรุ นิ ทร์ : ศาลปะกา้ https://www.youtube.com/

watch?v=-EwLxZwucZI>ธันวาคม 2559. นักศกึ ษาสงิ คโปร์เรียนรู้พุทธวถิ ีลาว, ThaibunterngThaiPBS,https://www.youtube.com/ เผยแพรเ่ มื่อ 1 มกราคม 2557. นธิ ิ เอยี วศรีวงศ,์ “ศาสนาผี : มติชนออนไลด์”<www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid> ธันวาคม 2559. _________, ศาสนาผ,ี <https://www.matichon.co.th>(เผยแพร่เมื่อ 23 ตุลาคม 2554 ประเพณีไทยดอทคอม \"โบล (การท้านายหาสิ่งร้าย) \"]http://www.prapayneethai.com/ ธันวาคม 559. ประเพณแี ละวฒั นธรรม : ประเทศลาว, <https://www.youtube.com/watch?v=7x6rDW5arWM> เผยแพรเ่ ม่ือ 7 เมษายน 2557. ประตสู ภู่ าคตะวันออกเฉยี งเหนือ “ประเพณีการส่ขู วญั ”<http://www.isangate.com/local/ sukwan.html> มกราคม 2560. ประนนท์ ไม้หอม ส้านักงานประชาสัมพนั ธ์จงั หวัดสรุ ินทร์, \"ประเพณีแซนโฏนตา บูชาบรรพบุรุษ ต้านานท่ีสบื ทอดนานกวา่ 1,000 ปขี องชุมชนชาวเขมรพน้ื เมืองสรุ ินทร์<http://pr.prd.go.th/surin/ ewt_news.php?nid=1 05> มกราคม 2560. ปา้ เหลยี นร้ามอ บา้ นหนองปรือ เมอื งไผ่, <https://www.youtube.com/watch?v=yczxkiXL5-A> ธันวาคม 2559. พระพรหมมังคลาจารย์ (ปญั ญานันท ภิกขุ),พระพทุ ธศาสนาในลาว, <https://www.youtube.com/ watch?v=tlKvXod4IMI>(เผยแพร่เม่ือ 21 ตลุ าคม 2556. พระพทุ ธศาสนาในประเทศลาว,วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลยั มหิดล ,https://www.youtube.com/watch?v=UTjSEI2vyvk เผยแพร่เม่ือ 26 กรกฎาคม 2556 พระครอู ุปถัมภว์ รคณุ , ประเพณขี นดินเข้าวดั ตะเคยี น<https://www.youtube.com/watch?v=- EwLxZwucZI> ธันวาคม 2559. มนตเ์ สน่ห์แหง่ วฒั นธรรมชาวกูย \"บ้านอาลึ \" : FAMILY HOLIDAY <https://www.youtube.com/ watch?v=qoV0VC5HPZQ>ธันวาคม 2559. เมฆา วิรฬุ หก, \"พระวินิจฉัย กรมพระยาดารงฯ: หนงั สอื “นางนพมาศ” แตง่ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์” <https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_4119 >มกราคม 2560. 1000 เรื่องเมืองลาว Laostar, ตอน เข้าพรรษ, https://www.youtube.com/watch?v=-Zl9zDNv2LA เผยแพร่เมื่อ 4 กรกฎาคม 2559.

_________. ตอน บุญข้าวสลาก, <https://www.youtube.com/watch?v=--IDEQX5vA4>เผยแพร่เมื่อ 4 กรกฎาคม2559. _________. ตอน บญุ ผะเหวดพระเวส, <https://www.youtube.com/watch?v=qyNZVmDIHDk> เผยแพรเ่ ม่ือ 4 กรกฎาคม2559. _________. ตอน ประเพณีทอดกฐิน งานบญุ กฐนิ , <https://https://www.youtube.com/watch? v=a9y0zyzQWvI>เผยแพร่เมื่อ 4 กรกฎาคม2559. ลาว, <http://miu.isit.or.th/MIUx/box/AEC/7/A7.pdf>ธันวาคม 2559. วัฒนธรรมทคี่ ลา้ ย “ลอยกระทง” ไทยในอาเซยี น, <http://www.aecconsultandconnect.co.th/th/fact- figure/556-fact-figure_loykratong.html>มกราคม 2560. วกิ ิพีเดยี สารานกุ รมเสรี, <https://th.wikipedia.org/wiki>ธนั วาคม 2559. _________, \"พธิ บี ายศรสี ู่ขวัญ”<https://th.wikipedia.org/wiki >มกราคม 2560. _________, \"บุญบั้งไฟ”<https://th.wikipedia.org/wiki>มกราคม 2560. _________, \"ประเพณลี อยกระทง”<https://th.wikipedia.org/wiki >มกราคม 2560. _________, \"ประเพณสี งกรานต์”<https://th.wikipedia.org/wiki >มกราคม 2560. _________, \"ฮีตสบิ สอง คลองสบิ สี่”<https://th.wikipedia.org/wiki >มกราคม 2560. _________, \"วนั มาฆบชู า”<https://th.wikipedia.org/wiki >มกราคม 2560. วิถชี าวลาว, ท่นี ี่ Thai PBS,<https://www.youtube.com/watch?v=6U_GOEe4zAI> เผยแพร่เม่ือ 11 มนี าคม 2557. ศิลป์ชยั เชาวเ์ จรญิ รตั น์, “ศาสนาผี” <http://sinchaichao.blogspot.com/2015/06/blog-post_4.html I>ธนั วาคม 2559. สารานุกรมไทยส้าหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว, \"ความเปน็ มาของ ศาสนาพราหมณ์และคณะพราหมณใ์ นสยามประเทศ”<http://kanchanapisek.or.th/ kp6/sub/book/book.php?book=34&chap=1&page=t34-1-infodetail02.html> มกราคม 2560. สา้ นกั งานผู้ชว่ ยทูตทหาร ไทย/เวยี งจันทน์, “พธิ ีบายศรสี ขู่ วัญ (BACI)”, <http://www.ounon19.com/culture1.htm> 20 มกราคม 256.

สุจติ วงษเ์ ทศ, “ผาแต้ม ในศาสนาผี ชมุ ทางนานาชาติพันธห์ุ ลายพนั ปมี าแล้ว” <http://www.matichon.co.th/news/25521>ธนั วาคม 2559. _________, “อานาจของผี, พราหมณ์, พุทธ” <https://www.youtube.com/watch?v =tP5iHZhrgxw>ธันวาคม 2559. _________, “ศาลผี ในวดั พุทธ ของศาสนาไทย”http://www.matichon.co.th/news/ 9609 ธนั วาคม 2559. _________, “รัฐเอกราชในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื นับถอื ศาสนาผี, พราหมณ์, พุทธ” <http://www.matichon.co.th/news/94062>ธนั วาคม 2559. หลวงพระบาง เมืองหลวงสงกรานต์แห่งอาเซียน, \"ASEAN insight”<http://shows.voicetv.co.th /iasean/103...>(เผยแพร่เมื่อ 20 เมษายน 2560) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, วกิ พิ ีเดีย สารานุกรมเสรี, <https://th.wikipedia.org/wiki> ธนั วาคม 2559. ศาสนาของประชาชนในประชาคมอาเซยี น, <https://aseanasean.wordpress.com/> ธนั วาคม 2559. ฮีต 12 คลอง 14 ของคนลาว , <http://www.louangprabang.net/content.asp?id=448 > 24 มกราคม2560. Spirit of Asia : เสนห่ ์เวยี งลาวใต้, Thai PBS,https://www.youtube.com/watch?v=6F5HnYhSRRg เผยแพรเ่ มื่อ 30 พฤศจิกายน 2557.

ภาคผนวก ก. กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การนาผลการวิจัยไปใชป้ ระโยชน์ ----------------------- 1) หน่วยงานของรัฐที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ส้านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ อ้าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ สภาวัฒนธรรมต้าบลเกาะแก้ว อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และสภาวัฒนธรรมต้าบลกู่ อา้ เภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้น้าผลวจิ ัยไปใช้ประโยชน์ด้านความร้ใู นพระพุทธศาสนา และใชป้ ระโยชน์ เชิงนโยบาย โดยแทรกองค์ความรู้จากการวิจัยที่สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพุทธศาสนิกชนในระดับต้าบล เพ่ือเป็นแกนหลักในการสร้างความสามัคคีของชุมชนระหวา่ งชาติพันธุ์กูย-เขมร-ลาว และโดยน้าเอาผลวิจัยมา เป็นข้อมูลในการก้าหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดถึงใช้เป็นฐานข้อมูล จัดท้าแผนแม่บท การบริหารจัดการ พัฒนาความร่วมมือด้านวัฒนธรรม เครือข่ายเชื่อมโยงทางชาติพันธุ์ เพ่ือ อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมใหเ้ กิดความม่ันคงของกลุ่มชาวกูย 2) องค์กรสงฆ์ในระดับจังหวัดและท้องถิ่น ได้แก่ ส้านักงานเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ อ้าเภอเมือง จงั หวัดสุรินทร์ วัดบ้านตะเคียน ต้าบลส้าโรงทาบ อ้าเภอส้าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และวัดป่าอาเจียง ต้าบล กระโพ อ้าเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ น้าเอาผลวิจัยใช้ประโยชน์ด้านความรู้ในพระพุทธศาสนา และน้าองค์ ความรู้ของงานวิจัยไปเป็นข้อมูลและกรอบในการก้าหนดนโยบาย จัดท้าแผนยุทธศาสตร์ วางแนวทาง ด้าเนินงาน ตลอดถึงก้าหนดทิศทางและกลไกในการบริหารจัดการ ก้ากับ ควบคุม ติดตาม ประเมินผล เพ่ือ พัฒนาพุทธศาสนาในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้ และแนวทางในการผูกสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันระหว่าง ประเทศไทยและสปป.ลาว โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเดียวกันเป็นจุดประสาน ในลักษณะเป็นเครือข่าย เชือ่ มโยง 3) การจดั การศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวทิ ยาลัยทางพุทธ ศาสนา ได้น้าผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ โดยคณาจารย์บางท่านได้น้าเอาองค์ความรู้จากงานวิจัย ไปขยายขอบเขตความรู้ด้านพระพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิด วิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ สร้างจิตส้านึกความรับผิดชอบและเน้นความส้าคัญของวัฒนธรรมพุทธในภูมิภาคลุ่ม แม่น้าโขง รวมถึงการเสนอมุมมองต่างๆ บนพื้นฐานวัฒนธรรมพุทธในพหุวัฒนธรรมของประชาคมอาเซียน ไดแ้ ก่ วิชาสถติ เิ บอ้ื งต้นและการวจิ ัย วิชาสัมมนาพระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนากับภมู ิปญั ญาไทย

ภาคผนวก ข. ตารางเปรียบเทียบวตั ถปุ ระสงค์ วตั ถปุ ระสงค์ที่ ๑ วตั ถปุ ระสงค์ท่ี ๒ วัตถปุ ระสงค์ท่ี ๓ วัฒนธรรมและประเพณีของ วัฒนธรรมและประเพณีของ ความสัมพั น ธ์ท างวัฒ น ธรรมแ ละ พุ ทธศาสนิกชน ชาวกูยใน พุ ท ธศ าสนิ กชน ชาวกูยใน ประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวกูย ประเทศไทย... วัฒนธรรมและ ป ร ะ เ ท ศ ส า ธ า ร ณ รั ฐ ไทย-ลาว... ในด้านความเป็นอยู่ใน ประเพณีเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ชีวิตประจ้าวัน พุทธศาสนิกชนไทยส่วน ในชีวิตประจ้าวัน ความเจริญ ประชาธิปไตยประชาชนลาว... ใหญ่ที่อยู่อาศัยโครงสร้างทางกายภาพมี ง อ ก ง า ม ด้ า น วั ต ถุ ป รั บ ในด้านวัฒนธรรมและประเพณี ความเป็นระเบียบแบบแผน ส่วนในสปป. โครงสร้างทางกายภาพอย่าง เก่ี ย ว กั บ ค ว า ม เป็ น อ ยู่ ใน ลาว เป็นลักษณะอยู่อย่างเรียบง่ายบน เป็นระเบียบแบบแผน มีความ ชีวิตประจ้าวัน ความเจริญงอก พ้ืนฐานวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมใกล้ชิด เป็นอยู่ทันสมัยสะดวกสบายบน งามด้านวัตถุ มีความเป็นอยู่ ธรรมชาติ ในด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม พ้ื น ฐ าน เศ รษ ฐ กิ จทุ น นิ ย ม แ บ บ เรี ย บ ง่ า ย ใก ล้ ชิ ด กั บ ไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตย ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเป็นแบบ ธรรมชาติ ขาดความทันสมัยอยู่ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม มีความ กึ่งเมืองก่ึงชนบท ความสูงส่ง สัมพันกันแบบสังคมชนบทก่ึงเมือง ส่วน ทางจิตใจเริ่มขาดความเชื่อม่ัน มาก บางแห่งทุรกันดาร แต่บาง สปป .ลาวป กครองแบบ คอมมูนิสต์ ต่อส่ิงศักดิ์สิทธิ์ท่ีมีมาแต่โบราณ ชุมชนเร่ิมพัฒนาไปสู่ความเป็น เศรษฐกิจกึ่งทุนนิยม ความสัมพันธ์ทาง กาล และความละเอียดลึกซ้ึง เมืองมากขึ้น ปฏิสัมพันธ์ทาง สังคมเป็นแบบเครือญาติ ในด้านจิตใจ แห่งภูมิปัญญา มีวิชาความรู้ สงั คมเป็นแบบชุมชนชนบท นับ ชุมชนทั้งสองประเทศมีอุปนิสัยรักอิสระ ท า ง ด้ า น ค ช ศ า ส ต ร์ รู้ วิ ธี ถือกันแบบเครือญาติ ความ ซื่อสัตย์ เท่ียงธรรม เป็นมิตร ชอบผจญ รักษาการเจ็บป่วยด้วยดนตรี มี สูงส่งทางจิตใจมีความหนักแน่น ภัย ภูมิใจในวัฒนธรรมด้ังเดิมของตนเอง ค ว า ม ร อ บ รู้ ท ฤ ษ ฎี ส มั ย ใ ห ม่ เ ป็ น ต้ น ใ น ด้ า น ภู มิ ปั ญ ญ า รู้เท่าทันการเปล่ียนแปลง มี มั่นคงต่อส่ิงศักด์ิสิทธ์ิท่ีมีมาแต่ พุ ท ธ ศ า ส นิ ก ช น ใ น ไ ท ย มี วิ ช า ค ว า ม รู้ ความรู้ด้านอักษรศาสตร์ การ โบ ราณ ก าล มี ลั ก ษ ณ ะภู มิ ทางดา้ นคชศาสตร์ รู้วธิ ีรักษาการเจ็บป่วย ป ร ะ ดิ ษ ฐ์ คิ ด ค้ น ต่ า ง ๆ ปั ญ ญ าแบ บ ช าวบ้ าน ท่ั วไป ด้วยดนตรี มีความรอบรู้ทฤษฎีสมัยใหม่ วัฒนธรรมและประเพณีท่ีมี วัฒ นธรรมและประเพณี ท่ีมี รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง มีความรู้ด้าน พ้ืนฐานจากความเชื่อเกี่ยวกับผี พ้ืนฐานจากความเชื่อเก่ียวกับผี อักษรศาสตร์ การประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ มีการปฏิบัติต่อผีบรรพบุรุษ มีการปฏิบัติต่อผีบรรพบุรุษ ในขณ ะที่ สปป.ลาวมีพ้ืนความรู้ใน อย่างสม้่าเสมอ เช่น พิธีแซ อย่างเข้มข้นจริงจัง เช่น การ ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ปั ญ ญ าแ บ บ ช าว บ้ า น นยะจู๊ฮ์ พิธีแซนโฎนตา เป็นต้น วัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจาก

แต่มีความเชื่อบางประการเร่ิม บูชาผีเจ้าหอรวมบ้าน ประเพณี ความเช่ือเกี่ยวกับผี พุทธศาสนิกชนชาว จื ด จ า ง เลื อ น ร า ง ไป เช่ น บุญฮีตบ้านท่ีพิธีฆ่าควายเซ่น กูยไทยและสปป.ลาวมีความเช่ือถือและ พิธีกรรมเกี่ยวกับตะก๊อด เป็น ห ลั ก บ้ า น เป็ น ต้ น ส่ ว น เคารพต่อผีบรรพบุรุษและผีมเหสัก ต้น ส่วนประเพณีที่มีพ้ืนฐาน ตลอดถึงมีการปฏิบัติต่อผีอย่างมีระเบียบ จากศาสน าพ ราห มณ์ เช่น ประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจากศาสนา แบบแผน ซ่ึงกลุ่มชาวกูยลาวยังมีความ ป ร ะ เพ ณี บ า ย ศ รี สู่ ข วั ญ พราหมณ์ เช่น ประเพณีบายศรี เชื่อม่ันจริง ส่วนชาวกูยไทยบางประการ ป ระเพ ณี ลอยกระท ง และ สู่ขวัญ ประเพณีสงกรานต์ ยัง เริ่มจืดจางเลือนรางไป ส่วนประเพณีท่ีมี ป ระเพ ณี ส งก ราน ต์ ยังถื อ ถือปฏิบัติตามรูปแบบพิธีกรรม พื้ น ฐาน จากศ าสน าพ ราห ม ณ์ เช่ น ปฏิบัติโดยท่ัวไป แต่ส่วนใหญ่ ด้ังเดิม วัฒนธรรมและประเพณี ประเพณี บายศรีสู่ขวัญ ลอยกระทง มั ก ได้ รั บ ก าร ป ร ะ ยุ ก ต์ จ น ที่มีพื้นฐานจากศาสนาพุทธ สงกรานต์ เปน็ ต้น พุทธศาสนิกชนท้ังสอง บางคร้ังรูปแบบพิธีการตลอดถึง ลักษณะวัดวาอารามของชาว ประเทศยังถือปฏิบัติอย่างสม่้าเสมอ ต่าง ส า ร ะ ด้ั ง เดิ ม ห ด ห า ย ไ ป แต่เพียงว่าในสปป.ลาว ยังคงรักษา วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ป ร ะ เพ ณี ท่ี มี พุทธกูยใน สปป.ลาว ส่วนใหญ่ รปู แบบพิธีกรรมดั้งเดิมเข้มข้นได้มากกว่า พ้ืนฐานจากศาสนาพุทธ มีการ เ ป็ น วั ด พึ่ ง ส ร้ า ง ใ ห ม่ ส้าหรับวันลอยกระทงนั้นถือคนละคติ ปฏิบัติอย่างเข้มข้นในบุญพิธี พุทธศาสนิกชนพึ่งมานับถือ แล ะค น ล ะวัน กั น วัฒ น ธรรม แ ล ะ ช่ ว ง เข้ า พ ร ร ษ า เช่ น บุ ญ พุทธศาสนา แต่มีการปฏิบัติ ประเพณีที่มีพ้ืนฐานจากศาสนาพุทธ เข้าพรรษา บุญข้าวประดับดิน ตามหลักฮีต 12 คอง 14 อย่าง ยึดถือตามปฏิทินบุญ 12 เดือนเป็นหลัก บุญข้าวสาก แซนโฎนตา เป็น เข้มข้น ตามปฏิทินบญุ ทั้งในช่วง เรียกว่า ฮีต 12 เช่น บุญเข้าพรรษา บุญ ต้น แต่ประเพณี การท้าบุญ ขา้ วประดบั ดิน บญุ ขา้ วสาก บุญเขา้ กรรม ในช่วงนอกพรรษา บางอย่าง เขา้ พรรษาและนอกพรรษา เช่น บญุ คูณลาน เป็นต้น พุทธศาสนิกชนชาว เร่ิมเส่ือมคลายไป เช่น บุญเข้า บุญเข้าพรรษา บุญข้าวประดับ กยู ไทยและสปป.ลาวถอื ปฏิบตั ิในลกั ษณะ กรรม บุญคูณลาน บุญข้าวจ่ี ดิน บุญข้าวสาก บุญเข้ากรรม เดียวกัน เพียงแต่บุญประเพณีบางอย่าง บุญ ผะเหวด เป็นต้น ท่ีถือ บุญคูณลาน บุญข้าวจ่ี บุญผะ ในประเทศไทยเริ่มหมดความส้าคัญและ ปฏิบตั อิ ยา่ งเข้มแขง็ คอื บุญกฐิน เหวด เปน็ ต้น หายไป ในขณะท่ี สปป.ลาวยังถือปฏิบัติ อยู่ เชน่ บญุ ผะเหวด บญุ ข้าวจี่ เป็นตน้

ภาคผนวก ค. ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบบันทกึ ขอ้ สงั เกต ------------------------- แบบบนั ทกึ การสัมภาษณก์ ารวิจยั เรอื่ ง การศึกษาความสมั พนั ธท์ างวัฒนธรรมและประเพณขี องพทุ ธศาสนิกชนชาวกยู ในประเทศไทยและประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 1.1 ชอื่ ช่อื /นามสกุล............................................................................................................................. ท่อี ยู่บา้ นเลขท.ี่ ..................... หมบู่ า้ น.................................................................................... ตา้ บล.....................................................................อา้ เภอ....................................................... จังหวดั ................................................................................ 1.2 การศึกษา ประถม................................................................................................................................... มธั ยม....................................................................................................................................... อุดม........................................................................................................................................... 1.3 อาชพี ราชการ................................................................................................................................... คา้ ขาย..................................................................................................................................... เกษตรกร................................................................................................................................ รบั จา้ ง.................................................................................................................................... อืน่ ๆ ....................................................................................................................................... 1.4 ขนาดของชมุ ชน จา้ นวนคนในชุมชนท้งั หมด..............................คน แบง่ เป็น เพศชาย........................คน เพศหญงิ ............................คน แบง่ เปน็ ผู้นา้ ชมุ ชน............................คน ศาสนสถาน...............................แห่ง สถานศกึ ษา..............................แหง่ 1.5 สถานทส่ี มั ภาษณ์ เมือง........................................................................................................................................ วันท่ี........................................................................................................................................ เวลาเรม่ิ ตน้ ..............................เวลาสิ้นสุด................................................

(ส่วนท่ีใชส้ มั ภาษณ์บคุ คลทวั่ ไป) 2.1 วัฒนธรรมและประเพณเี กยี่ วกับความเปน็ อยูใ่ นชวี ติ ประจาวนั 1) คาถาม....เกยี่ ววัฒนธรรมและประเพณีเก่ียวกับชีวิตความเป็นอยู่ในชีวิตประจ้าวนั ได้แก่ วัฒนธรรมทางวัตถุ วัฒนธรรมทางสังคม วัฒนธรรมทางจิตและปัญญา มีความเป็นมาอย่างไร ในปัจจุบันมี สภาพอยา่ งไร วฒั นธรรมทางวัตถุ (เช่น การกิน การแต่งกาย สงิ่ ปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัย ฯลฯ) .................... วัฒนธรรมทางสังคม (เช่น การปกครอง ขนบธรรมเนยี ม ความสมั พนั ธ์ ฯลฯ)...................... วัฒนธรรมทางจติ และปญั ญา(เช่น ลักษณะอปุ นสิ ยั คุณธรรมเด่น วชิ าความรู้ ภาษา ฯลฯ ).... อืน่ ๆ ......................................................................................................................................... 2) คาถาม..... คุณสามารถระบุรายละเอียดของวัฒนธรรมและประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับ ชีวิตความเปน็ อย่ใู นชวี ิตประจา้ วนั เพือ่ สรา้ งองคค์ วามรู้ และสืบต่อประเพณพี ิธีดงี ามของชุมชนไดด้ งั ต่อไปน้ี ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2.2 วัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพน้ื ฐานจากความเชอื่ เกย่ี วกบั ผี-พราหมณ์ 1) คาถาม....เก่ียววัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจากความเชื่อเกี่ยวกับผี พิธีกรรม อะไรบ้างที่ชมุ ชนปฏบิ ตั ิอยู่ และประเพณีใดบ้างทหี่ ายไปแล้ว เช่น พิธแี ซนยะจู๊ฮเ์ พรียม........................................................................................................ พธิ ีเซาะฮพ์ าแทน.................................................................................................... ........... พิธีแซนยะจู๊ฮด์ งุ ............................................................................................................ ...... พิธแี ซนปะกา้ ................................................................................................. ..................... พิธแี กลมอ.................................................................................................................... ...... พิธีกรรมเก่ียวกับตะก๊อด........................................................................... .......................... พิธกี รรมอื่นๆ ............................................................................................................... ........ 2) คาถาม....เก่ียววัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจากศาสนาพราหมณ์ ประเพณี อะไรบ้างทีช่ มุ ชนปฏิบัตอิ ยู่ และประเพณีใดบ้างท่ีหายไปแลว้ เชน่ ประเพณสี ูข่ วญั ............................................................................................................... .......... ประเพณีลอยกระทง/ไหลเรอื ไฟ............................................................................................. ประเพณสี งกรานต์.............................................................................................................. .....

พิธีกรรมอืน่ ๆ ....................................................................................................................... 3) คาถาม..... คุณสามารถระบุรายละเอียดของประเพณีพิธีกรรมที่มีพื้นฐานจากความเชื่อ เก่ียวกับผี-พราหมณ์ เพือ่ สรา้ งองค์ความรแู้ ละสืบตอ่ ประเพณีพธิ ีดีงามของชุมชนไดด้ งั ต่อไปน.้ี ............. ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2.3 วฒั นธรรมและประเพณีทม่ี พี นื้ ฐานจากศาสนาพุทธ 1) คาถาม....วัฒนธรรมและประเพณีตาม “ฮีต 12” หรือประเพณีบุญในพระพุทธศาสนา ตามปฏทิ นิ 12 เดือน มปี ระเพณีอะไรบ้างทช่ี มุ ชนปฏบิ ัตอิ ยู่ และประเพณีใดบา้ งที่หายไปแล้ว ประเพณบี ุญเดอื นอ้าย................................................................................................... ประเพณบี ุญเดือนย.่ี ................................................................................................ ....... ประเพณีบญุ เดอื นสาม.................................................................................................... ประเพณีบญุ เดือนส่.ี ....................................................................................................... ประเพณีบุญเดือนห้า.................................................................................................... ประเพณบี ุญเดือนหก.................................................................................................... ประเพณีบญุ เดือนเจด็ .................................................................................................... ประเพณีบญุ เดอื นแปด.................................................................................................... ประเพณีบญุ เดือนเกา้ ..................................................................................................... ประเพณบี ุญเดอื นสบิ ....................................................................................................... ประเพณีบุญเดอื นสิบเอ็ด.................................................................................................. ประเพณีบญุ เดอื นสิบสอง................................................................................................. 2) คาถาม....คุณสามารถระบุรายละเอียดของประเพณีพิธีกรรมตามปฏิทินบุญใน พระพุทธศาสนา เพ่อื สรา้ งองค์ความรู้ และสืบตอ่ ประเพณีพธิ ีดีงามของชมุ ชนได้ดังตอ่ ไปน้ี ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................

(สว่ นท่ใี ชส้ ัมภาษณ์เฉพาะผนู้ า้ ชุมชน นกั วิชาการ) 3.1 วฒั นธรรมและประเพณีเกีย่ วกบั ความเปน็ อยู่ในชีวิตประจาวัน 1) คาถาม....เกย่ี ววฒั นธรรมและประเพณีเก่ียวกับชีวติ ความเป็นอยู่ในชีวิตประจา้ วัน ได้แก่ วฒั นธรรมทางวตั ถุ วฒั นธรรมทางสงั คม วัฒนธรรมทางจิตใจ และวัฒนธรรมทางปัญญา มีความเป็นมาอย่างไร ในปัจจุบนั มสี ภาพอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) คาถาม..... คุณสามารถระบุรายละเอียดของวัฒนธรรมและประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับ ชีวิตความเป็นอยู่ในชีวิตประจ้าวันเพ่ือสร้างองค์ความรู้ และสบื ต่อประเพณีพธิ ดี งี ามของชุมชนได้ดงั ตอ่ ไปน้ี ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 วฒั นธรรมและประเพณีทมี่ ีพ้ืนฐานจากความเช่อื เกี่ยวกับผี-พราหมณ์ 1) คาถาม....เกย่ี ววฒั นธรรมและประเพณีท่ีมพี ื้นฐานจากความเช่ือเกยี่ วกบั ผี พธิ ีกรรม เช่น พธิ แี ซนยะจฮู๊ เ์ พรียม พธิ ีเซาะฮพ์ าแทน เปน็ ตน้ อะไรบา้ งที่ชมุ ชนปฏบิ ัตอิ ยู่ และประเพณใี ดบา้ งทหี่ ายไปแล้ว ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) คาถาม....เก่ียววัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพื้นฐานจากศาสนาพราหมณ์ ประเพณี อะไรบ้างที่ชุมชนปฏิบัติอยู่ และประเพณีใดบ้างที่หายไปแล้ว เช่น ประเพณีสู่ขวัญ ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ เปน็ ต้น ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3) คาถาม..... คุณสามารถระบุรายละเอียดของประเพณีพิธีกรรมที่มีพ้ืนฐานจากความเชื่อ เก่ยี วกบั ผี-พราหมณ์ เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามร้แู ละสืบตอ่ ประเพณีพธิ ดี ีงามของชมุ ชนไดด้ งั ต่อไปนี้.............. ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………

3.3 วฒั นธรรมและประเพณที ่มี พี นื้ ฐานจากศาสนาพทุ ธ 1) คาถาม....วัฒนธรรมและประเพณีตาม “ฮตี 12” หรอื ประเพณีบุญในพระพุทธศาสนาตามปฏิทิน 12 เดือน เช่น ประเพณบี ุญเดอื นอ้ายประเพณีบุญเดือนย่ี ประเพณบี ุญเดอื นสาม เป็นต้น มปี ระเพณีอะไรบา้ ง ที่ชุมชนปฏบิ ัติอยู่ และประเพณีใดบ้างท่หี ายไปแล้ว ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) คาถาม....คุณสามารถระบุรายละเอียดของประเพณีพิธีกรรมตามปฏิทินบุญใน พระพทุ ธศาสนา เพอ่ื สรา้ งองค์ความรู้ และสบื ตอ่ ประเพณีพธิ ดี ีงามของชุมชนไดด้ ังตอ่ ไปนี้ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 3.4 ความเชอ่ื มโยงสัมพนั ธ์กนั ของวฒั นธรรมและประเพณีของพุทธศาสนกิ ชนชาวกูย 1) คาถาม....วัฒนธรรมและประเพณีเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจ้าวันของ พทุ ธศาสนกิ ชนชาวกูย มีเน้อื หา วธิ ีการ และมีความเหมอื นกนั และแตกตา่ งกนั อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) คาถาม....วัฒนธรรมและประเพณีท่ีมีพ้ืนฐานจากความเชื่อเกี่ยวกับผี-พราหมณ์ มเี นื้อหา วธิ กี าร และมีความเหมือนกนั และแตกตา่ งกันอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3) คาถาม....วัฒนธรรมและประเพณีที่มีพ้ืนฐานจากศาสนาพุทธ มีเนื้อหา วิธีการ และมี ความเหมือนกนั และแตกต่างกันอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ........................................................... () ผู้สมั ภาษณ์ วนั ท่ี………. เดอื น …………………….......... พ.ศ. …………………….

แบบบนั ทึกการสงั เกตชมุ ชนการวจิ ัย เรอ่ื ง การศกึ ษาความสัมพนั ธ์ทางวัฒนธรรมและประเพณขี องพุทธศาสนิกชนชาวกยู ในประเทศไทยและประเทศ สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว -------------- ชมุ ชน/วดั ……..…..……...….…………................................................................................................. บา้ น…………………………………..………..……………........................................หมู่ที่……........................ ตาบล……..……………..……….........................................อาเภอ…………..………..………………….…..…… จังหวดั …….…….……….………….….................... วนั เวลาท่ีสังเกต.................................................................................................................... 1. โครงสร้างทางกายภาพของชุมชน (เชน่ ถนน สิ่งปลูกสร้าง ความมีระเบยี บ ความสะอาด ร่มร่ืนฯลฯ) ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ 2. ทรัพยากรธรรมชาตขิ องชุมชน(เชน่ แหล่งน้า ภเู ขา ป่าไม้ พืน้ ที่ทา้ การเกษตรทสี่ าธารณะ ฯลฯ) ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... 3. องค์กรสาธารณะประโยชนข์ องชุมชน(เชน่ วัดโรงเรยี น โรงงานอุตสาหกรรมสถานีอนามยั อบต.ฯลฯ) ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ 4. กล่มุ กจิ กรรมงานพัฒนาชุมชน (เชน่ กล่มุ ออมทรัพย์ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มแมบ่ ้านกลมุ่ เยาวชน ฯลฯ) ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ 5. วฒั นธรรมและประเพณีในชมุ ชนเก่ียวกบั ความเปน็ อยู่( เช่นอาหารการกิน ภาษา การแตง่ กาย ฯลฯ) ............................................................................................................................. ............................................ .........................................................................................................................................................................

6. วัฒนธรรมและประเพณีในชุมชนเกยี่ วกับความเช่อื เรื่องผี-พราหมณ์ ( เชน่ ผปี ตู่ า ผเี รอื นผีปะกา้ แก ลมอ บายศรสี ทู่ า้ ขวญั ลอยกระทง สงกรานต์ ฯลฯ) ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................. ....................................................................................... 7. วัฒนธรรมและประเพณีในชมุ ชนเก่ยี วกบั ความเช่ือในศาสนา พุทธ ( เช่น การเข้าวัดทา้ บญุ ตกั บาตร การท้าบญุ ประเพณีวันเข้าพรรษา ออกพรรษา กฐิน ผ้าป่า ฯลฯ) .................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ............................................................ ลงช่อื ............................................................................................ผบู้ นั ทกึ

ภาคผนวก ง. ภาพกจิ กรรมดาเนินการวิจยั -------------------------- กิจกรรมเก็บรวบรวมขอ้ มลู ภาคสนาม

กจิ กรรมนาเสนอผลการวจิ ัย

ประวัตผิ ู้วิจัย ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทย) : ผศ.บรรจง โสดาดี (ภาษาอังกฤษ): Asst. Prof. BANCHONG SODADEE ตาแหนง่ ปัจจบุ นั : อาจารยป์ ระจา้ สาขาวิชาพระพุทธศาสนาวทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ หน่วยงานที่อยู่ท่ีสามารถตดิ ต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตสุรินทร์ ต้าบลนอก เมือง อ้าเภอเมือง จังหวัดสุรนิ ทร์ 32000, โทรศัพท์ 044142107, 0 - 3374 741, โทรสาร 0 –3351– 3604, E-mail : [email protected] ประวตั ิการศึกษา น.ธ. เอก สา้ นกั เรียนวดั กลางกาฬสินธุ์ - พ.ศ. 2521 โรงเรยี นพุทธศาสตร์วทิ ยา วดั สุทธาวาส เขตบางกอกนอ้ ย กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ.2527 พธ.บ. (ปรชั ญา) มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ในพระบรมราชูปถมั ภ์ กรุงเทพฯ - พ.ศ. 2532 ศศ.ม. ( ปรัชญา ) มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ - พ.ศ. 2546 วชิ าการท่มี คี วามชานาญพเิ ศษ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ประสบการณท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับการบรหิ ารงานวจิ ยั - พ.ศ. 2546 เป็นผู้ร่วมโครงการวิจยั เร่อื ง การศึกษารปู แบบการจัดระเบียบสงั คมตามแนวพุทธศาสตร์ - พ.ศ. 2547 เปน็ ผรู้ ่วมโครงการวจิ ยั เรอ่ื ง การศกึ ษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการ ขาดแคลนพระสงฆ์ในเขตชายแดนไทย – กัมพชู า จงั หวดั สรุ ินทรแ์ ละบรุ ีรมั ย์ - พ.ศ. 2549 เปน็ หวั หนา้ โครงการวิจยั เรือ่ ง การศกึ ษาแนวทางพัฒนาสา้ นักปฏบิ ัติธรรมในเขต การปกครองคณะสงฆ์ ภาค 11 - พ.ศ. 2549 เป็นผรู้ ่วมโครงการวิจัยเรื่อง การศกึ ษาแนวทางพัฒนาโรงเรยี นพระปรยิ ัติธรรม แผนกสามัญศกึ ษา ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ ภาค 11 - พ.ศ. 2549 เป็นผรู้ ว่ มโครงการวจิ ัยเรอื่ ง การศกึ ษาแนวทางพฒั นาสา้ นกั เรียนพระปรยิ ตั ธิ รรม แผนกธรรมและแผนกบาลี ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ ภาค 11 - พ.ศ. 2550 เป็นผู้ร่วมโครงการวจิ ยั เร่อื ง การฆ่าตวั ตายในทัศนะของพระพทุ ธศาสนา - พ.ศ. 2551 เป็นผรู้ ่วมโครงการวิจัยเรื่อง การศกึ ษาสภาพและเนื้อหาการเรียนการสอนพระ ปริยตั ธิ รรมแผนกธรรมในเขตการปกครองคณะสงฆ์ ภาค 11 - พ.ศ. 2552 เปน็ ผูร้ ่วมโครงการวจิ ยั เรอื่ ง การใช้หลักพระพทุ ธศาสนาในการสง่ เสริมวิสาหกจิ ชมุ ชนพ่งึ ตนเองลุ่มแมน่ า้ มลู อ้าเภอท่าตมู จังหวดั สรุ ินทร์ - พ.ศ. 2554 เปน็ ผ้รู ่วมโครงการวจิ ยั เร่ือง การศึกษาความพึงพอใจของชมุ ชนท่ีมตี อ่ โครงการพระ สอนศลี ธรรมในโรงเรียน จังหวัดสรุ นิ ทรแ์ ละบุรรี ัมย์

- พ.ศ. 2555 เปน็ ผูร้ ่วมโครงการวจิ ยั คุณคา่ และอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมทม่ี ตี ่อวิถชี ีวติ ของ คนท้องถนิ่ จังหวดั สุรนิ ทร์ - พ.ศ. 2555 เป็นหวั หนา้ โครงการวจิ ัย เรือ่ ง การศึกษารูปแบบและคุณคา่ ของเหตุผลในการ สอนธรรมของพระสงฆภ์ าคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ที่มีอิทธพิ ลต่อศรัทธาของประชาชน คณะผู้วจิ ยั ชื่อ - นามสกลุ (ภาษาไทย) : พระศรีวสิ ทุ ธิคณุ , ผศ.ดร. (มานพ ปิยสโี ล/เจือจนั ทร์) (ภาษาอังกฤษ): PhraSrivisittikun, Asst. Prof.,Dr. (Manop Piyasilo/Chuechun) ตาแหนง่ ปจั จุบัน : ผ้อู ้านวยการส้านกั วิชาการวิทยาเขตสุรินทร์ หน่วยงานที่อยู่ท่ีสามารถติดต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตสุรินทร์ ตา้ บลนอก เมอื ง อ้าเภอเมือง จังหวดั สุรินทร์ 32000, โทรศัพท์มือถือ 08134705012, 087- 4472552 ประวตั ิการศกึ ษา ป.ธ. 9 ส้านักเรียนคณะจงั หวัดสุรินทร์ - พ.ศ. 2536 พธ.บ. (สงั คมวิทยา) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย - พ.ศ.2536 อ.ม. (บาลีสนั สกฤต) จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลยั - พ.ศ. 2541 พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั - พ.ศ. 2556 สาขาวิชาการที่มคี วามชานาญพเิ ศษ - พุทธศิลป์ ประสบการณท์ ี่เก่ยี วข้องกับการบรหิ ารงานวิจัย - พ.ศ. 2556 หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง พระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชา : ประวัติศาสตร์ วฒั นธรรม และความสมั พันธ์ทางสงั คม

คณะผวู้ จิ ยั ชอื่ - นามสกลุ (ภาษาไทย) : พระมหาเจริญสุข คณุ วโี ร (วงเวยี น) (ภาษาอังกฤษ): Phramahacharoensuk Kunawero (wongwian) ตาแหน่งปัจจุบนั : อาจารย์ประจ้าสาขาวิชาสังคมศกึ ษา วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ หนว่ ยงานท่ีอยู่ท่ีสามารถตดิ ต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสุรินทร์ ตา้ บลนอก เมอื ง อา้ เภอเมือง จังหวดั สรุ นิ ทร์ 32000, โทรศัพท์ 044142106 โทรศัพท์มือถือ 085-1055003 ประวัตกิ ารศกึ ษา - พ.ศ. 2543 ป.ธ. 9 - ปวค.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย - พธ.บ. (ปรชั ญา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย - ค.ม. (หลกั สูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สาขาวชิ าการทม่ี ีความชานาญพิเศษ - ธรรมนิเทศ ประสบการณท์ เ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การบริหารงานวจิ ัย - วทิ ยานิพนธ์เรอ่ื ง การพฒั นาคุณธรรมพ้นื ฐานเรื่องอกุศลกรรมบถ ๑๐ โดยใช้วธิ ีการสอนแบบอภิปราย และการแสดงบทบาทสมมติ ส้าหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านปะนอยไถง ส้านักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษาสรุ นิ ทรเ์ ขต ๑

คณะผวู้ ิจยั ชอ่ื - นามสกุล (ภาษาไทย) : พระอธิการเวียง กิตตฺ ิวณฺโณ (กิตศรีรุ่งโรจน์) (ภาษาอังกฤษ): PHRAATHIKANWEANG KITTIWANNO ตาแหนง่ ปัจจบุ ัน : อาจารยป์ ระจ้าสาขาวชิ าพระพุทธศาสนาวทิ ยาเขตสุรินทร์ หนว่ ยงานที่อยทู่ ี่สามารถตดิ ต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสุรินทร์ ตา้ บลนอก เมือง อ้าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000, โทรศัพท์ 044142107, 0 - 3374 741, โทรสาร 0 –3351– 3604, E-mail : [email protected] ประวตั กิ ารศึกษา น.ธ. เอก ส้านักเรยี นวดั บ้านโพธิ์ จังหวัดสรุ นิ ทร์ - พ.ศ. 2530 โรงเรยี นพระปริยตั ธิ รรมสามัญนครราชสีมา จังหวดั นครราชสมี า - พ.ศ.2534 พธ.บ. (การสอนสังคม) มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ในพระบรมราชูปถัมภ์ - พ.ศ. 2539 วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ พระนคร กรุงเทพมหานคร M.A. . (Pali and Buddhist Studies) Banaras Hindu University, India. - พ.ศ. 2544 Ph.D. (Pali and Buddhist Studies) Banaras Hindu University, India. - พ.ศ. 2549 สาขาวชิ าการท่ีมคี วามชานาญพิเศษ - วปิ ัสสนากรรมฐาน ประสบการณ์ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การบริหารงานวิจยั - พ.ศ. 2554 หัวหน้าโครงการวิจยั เรอื่ ง ประสิทธิผลการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูต แก่พุทธศาสนกิ ชนในเขตอา้ เภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

คณะผ้วู จิ ยั ช่อื - นามสกลุ (ภาษาไทย) : ผศ. ดร. สรเชต วรคามวิชัย (ภาษาอังกฤษ): Asst. Prof. Dr. Sorachet workmmavichaya ตาแหน่งปัจจุบัน : กรรมการสภาและอาจารย์พเิ ศษมหาวิทยาลยั ราชภัฏสรุ ินทร์ อาจารย์พิเศษมหาวทิ ยาลัยราภัฏบุรีรัมย์ อาจารยพ์ ิเศษมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ หนว่ ยงานท่ีอยู่ทส่ี ามารถติดต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ ตา้ บลนอก เมือง อา้ เภอเมือง จงั หวดั สุรนิ ทร์ 32000, โทรศพั ทม์ อื ถอื 0 1-725- 693 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2508 ป.ธ. 9, พ.ศ. 2508 ศ.บ. สภาการศกึ ษา ม.ม.ร. พ.ศ. 2513 M.A. (History) Banaras Hindu University India พ.ศ. 2523 Ph.D. (History) Banaras Hindu University India สาขาวชิ าการทม่ี คี วามชานาญพเิ ศษ - ปรชั ญา ประสบการณ์ทเ่ี ก่ยี วข้องกับการบรหิ ารงานวจิ ยั ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเขาพระวหิ าร ปราสาทเมอื งตา้่ ศวิ นาฏราช The Sanctuary Pranomrung เมืองโบราณอีสานใต้ เครื่องเคลอื บดนิ เผาบรุ รี ัมย์ นารายณ์บรรทมสนิ ธ์ุ เสน้ ทางโบราณ พนมรุ้ง-เมืองต้่า พระไตรปิฎกส้าหรบั เยาวชน ส้าหรบั พระนวกะ

คณะผู้วิจยั ชอ่ื - นามสกุล (ภาษาไทย) : ผศ.ดร.ทวีศักด์ิ ทองทิพย์ (ภาษาองั กฤษ): Asst.Prof. Dr. Taweesak Tongtip ตาแหน่งปัจจุบัน : อาจารย์ประจ้าสาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาเขตสุรินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการ ทัว่ ไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ หน่วยงานที่อยทู่ สี่ ามารถติดต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตสุรนิ ทร์ ตา้ บลนอก เมือง อ้าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000 , โทรศัพท์ 044142107, 0 1-725-8693 E-mail [email protected] ประวตั ิการศึกษา มธั ยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรยี นสติ ธรรมวิทยา เขตปอ้ มปราบฯ กรุงเทพมหานคร - พ.ศ. 2529 พธ.บ. ( ศาสนา ) มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชปู ถัมภ์ - พ.ศ.2534 วดั มหาธาตุ ท่าพระจันทร์ พระนคร กรุงเทพมหานคร ศศ.ม. ( ภาษาสันสกฤต ) มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร กรงุ เทพมหานคร - พ.ศ. 2536 พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย - พ.ศ. 2557 สาขาวชิ าการทมี่ ีความชานาญพเิ ศษ - ปรชั ญา ประสบการณท์ ี่เกีย่ วขอ้ งกบั การบรหิ ารงานวิจัย - พ.ศ. 2543 หัวหน้าโครงการวิจัยเร่ือง การศึกษาบทบาทพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม : ศึกษา เฉพาะกรณีโครงการพระสงฆร์ ่วมพฒั นาชายแดนไทย-กัมพชู า - พ.ศ. 2544 การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระบบเศรษฐกิจชุมชน : กรณีศึกษากลุ่ม สตรอี อมทรพั ย์จังหวดั สรุ นิ ทร์ - พ.ศ. 2546 การศึกษารปู แบบการจดั ระเบียบสังคมตามแนวพุทธศาสตร์ - พ.ศ. 2546 วจิ ัยและสง่ เสริมวัดเพ่ือการพัฒนาการศึกษา และเผยแผ่ศาสนธรรม : กรณีศึกษาวัด กลางสรุ ินทร์ จงั หวดั สรุ ินทร์ - พ.ศ. 2547 การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพระสงฆ์ในเขต ชายแดนไทย-กมั พชู า จงั หวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ - พ.ศ. 2549 การศึกษาแนวทางพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในเขตการ ปกครองคณะสงฆ์ ภาค 11

- พ.ศ. 2550 การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาตรรกศาสตร์เบื้องต้น เรื่อง ความเป็น ปฏิปกั ษแ์ หง่ ญตั ติของนิสิต มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ - พ.ศ. 2550 การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาตรรกศาสตร์เบ้ืองต้น เรื่อง ความเป็น ปฏิปักษ์แหง่ ญัตตขิ องนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตสุรินทร์ โดยใช้วิธีสอนแบบนิร นัย ประกอบสอื่ PowerPoint - พ.ศ. 2550 การฆา่ ตวั ตายในทัศนะของพระพทุ ธศาสนา - พ.ศ. 2552 การศึกษาประสทิ ธภิ าพเอกสารค้าสอนรายวิชา 000 210 ตรรกศาสตร์เบื้องต้น ส้าหรบั นสิ ิตช้นั ปีท่ี 2 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตสุรินทร์ - พ.ศ. 2554 การศึกษาความพึงพอใจของชุมชนท่ีมีต่อโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จังหวดั สุรนิ ทร์และบุรรี มั ย์ - พ.ศ. 2555 คณุ ค่าและอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจงั หวัดสุรินทร์

คณะผู้วิจัย ชือ่ - นามสกุล (ภาษาไทย) : นายเศรษฐพร หนนุ ชู (ภาษาองั กฤษ): Mr.Setthaporn Noonchoo ตาแหนง่ ปจั จุบัน : อาจารย์ประจ้าสาขาวิชาพระพุทธศาสนาวทิ ยาเขตสรุ นิ ทร์ หน่วยงานที่อยู่ท่ีสามารถติดต่อได้ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ตา้ บลนอกเมือง อ้าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000, โทรศัพท์มือถือ 0895823066, E-mail : [email protected] ประวตั ิการศึกษา - ปรญิ ญาตรี คบ. คณะครศุ าสตร์ วชิ าเอกบรรณารักษศาสตร์ - ปริญญาโท ศศ.ม.(รัฐศาสตร)์ สาขาวิชาการท่มี ีความชานาญพเิ ศษ - บรรณารักษ์ ประสบการณท์ ีเ่ กีย่ วข้องกบั การบริหารงานวิจัย -


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook