๒๙๕ ในงานทาํ บุญเรือนเป็ นตน้ ก็มีใชแ้ ต่เป็ นอยา่ งเครืองประดบั เช่น ตงั ทีวดั พระศรีรัตนศาสดาราม เมือ งานระดูหนาวเป็ นตน้ ก็มี ถา้ ใช้ตงั พระพุทธรูปตอ้ งถือวา่ ทีตงั พระเป็ นสําคญั คือ จะตงั อยา่ งไรให้ เป็ น สง่างาม เหลือทีตงั พระเท่าใด จึงจดั เครืองบูชาเขา้ ประกอบ คือ เชิงเทียนและเครืองปักดอกไม้ เป็ นตน้ ถา้ ตงั มา้ หมู่เครืองบูชาเป็นอยา่ งเครืองประดบั โดยเฉพาะมีการประกวดกนั มีเครืองกาํ หนด สาํ หรับการตดั สินวา่ ดีหรือเลว ดว้ ยหลกั ดงั อธิบายต่อไปนี ๑. ความสะอาดเป็ นขอ้ สาํ คญั อยา่ งยงิ ถึงตวั มา้ หมูแ่ ละเครืองตงั เครืองประดบั จะดีปานใด ถา้ ปล่อยใหเ้ ปื อนเปรอะสกกะปรก ก็อาจถูกตดั สินเป็ นตกไม่ไดร้ างวลั เพราะเป็ นความผดิ ของเจา้ ของ ๒. ตวั มา้ หมู่นนั ควรใชข้ องทาํ ประเทศนีถา้ ยิงฝีมือทาํ ประณีต และความคิดประกอบมา้ สูง ตาํ ให้ได้ทรวดทรงงามเพียงใด ก็นับวา่ ดีขึนเพียงนนั มา้ หมู่ทีทาํ มาขายแต่เมืองจีนไม่นับเขา้ องค์ สาํ หรับตดั สินใหร้ างวลั เพราะเป็ นของมีขายในทอ้ งตลาดดาษดืนนบั ดว้ ยร้อย หาวเิ ศษไม่ ๓. เครืองบูชาทีตงั บนมา้ หมู่จะใชเ้ ครืองแกว้ หรือเครืองถว้ ย เครืองโลหะหรือทาํ ดว้ ยสิงอนั ใดก็ไดก้ าํ หนดเลือกวา่ ดีนนั คือ เป็ นของหายากสามารถหาของประเภทเดียวกนั ไดห้ มด ยกตวั อยา่ ง ดงั เช่นวา่ ถา้ ใช้เครืองแกว้ เจยี ระไน หนามขนุน ก็ใหเ้ ป็ นเครืองแกว้ เจียระไน หนามขนุนทงั สิน หรือ ใช้เครืองแกว้ แดง ก็ให้เป็ นเครืองแก้วแดงทงั สิน ดงั นีเป็ นตวั อยา่ งสิงของทีตงั ไม่ขดั กบั เครืองบูชา ยกตวั อยา่ งขอ้ หา้ มดงั เอาชามอ่างสาํ หรับลา้ งหนา้ มาตงั หรือเอาคณฑีทีเขาทาํ สาํ หรับใส่สุรามาใชป้ ัก ดอกไม้ ดงั นีเป็ นตน้ นบั วา่ ขดั กบั เครืองบูชาอยา่ งยงิ แต่กาํ หนดเหล่านีมีการผนั ผอ่ นใหบ้ า้ ง เช่น บาง ทีคุมของทีหายาก ยกตวั อยา่ ง ดงั คุมเครืองแกว้ เจยี ระไนอยา่ งกะหลาป๋ า หาเชิงเทียนแกว้ อยา่ งนนั ไม่ มีจะใช้อย่างอืนแทนก็ไม่ติเตียน เพราะพน้ วิสัยซึงจะหาไดถ้ า้ ว่าโดยยอ่ เครืองตงั มา้ หมู่นนั ถา้ เป็ น ของหายากและไดค้ รบทงั ชุดหรือโดยมากนบั วา่ ดี ๔. กระบวนจดั ตงั ของบนมา้ หมู่เครืองบูชานนั ตอ้ งจดั ให้เห็นสง่างามแก่ตา คือ ไดช้ ่องไฟ และแลเห็นของเล็กของใหญ่ไดถ้ นดั แมใ้ นเวลากลางคืนก็ให้แสงไฟเทียนทีจดั ตงั อาจส่องกระจ่าง ทวั ทงั หม่มู า้ จึงนบั วา่ ดียงั ของซึงจดั ในเครืองบูชามีดอกไมเ้ ป็นตน้ ยงิ จดั ให้ประณีตงดงามกย็ งิ ดี ๕. สิงของสําหรับจดั ตงั เครืองบูชามา้ หมู่นนั ของทีเป็ นหลกั จะขาดไม่ได้ก็คือ เทียน ธูป ดอกไม๓้ อยา่ งนี นอกนนั เห็นอนั ใดเป็ นของสมควร ดงั เช่นผลไมเ้ ป็ นตน้ จะใชด้ ว้ ยกไ็ ดแ้ ตม่ ีขอ้ ห้าม
๒๙๖ ตามตาํ ราหลวงมิให้ใช้ดอกหรือผลไมซ้ ึงสาธุชนมกั รังเกียจกลิน ยกตวั อย่างดังเช่น ผลฝรัง ผล มะมว่ งผลจนั ทน์ทีสุกงอมนนั เป็ นตน้ ”๘ จากพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพไดท้ รงอธิบาย เกียวกบั เครืองบูชาดงั กล่าว ทาํ ให้สันนิษฐานได้ว่า การจดั โต๊ะหมู่บูชา เริมมีมาแต่รัตนโกสินทร์ ตอนต้น สืบเนืองมาแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที ๓ ได้ทรงมี พระราชดาํ ริใหจ้ ดั สร้างมา้ หมู่ขึนสําหรับตงั เครืองบูชาหนา้ พระประธานในพระอุโบสถ วดั พระเชตุ พน ซึงเป็ นมา้ หมูข่ นาดใหญ่ และมา้ หมู่ขนาดนอ้ ย ทีตงั ประจาํ วหิ ารทิศ แต่ยงั ไม่มโี ต๊ะตวั ล่างทีเป็น ฐานรองรับมา้ หมู่ ซึงเป็ นการจดั แปลงโตะ๊ เครืองบูชาอยา่ งจีนมาเป็ นอยา่ งไทย และตอ่ มามีผนู้ ิยมจดั โต๊ะเครืองบูชามา้ หมู่เพือใชเ้ ป็ นทีประดิษฐานพระพุทธรูป และมีโตะ๊ ประกอบเป็นทีตงั เครืองบูชา ในการทาํ บุญโอกาสต่าง ๆ ของพระบรมวงศานุวงศ์ และของเจา้ นายผูใ้ หญ่ในสมยั นัน ในช่วง ระยะเวลาทีถือวา่ ได้มีการพฒั นาเกียวกบั โต๊ะหมู่บูชามากทีสุดยุคหนึง ก็คือ ในการจดั พระราชพิธี พระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั รัชกาลที ๔ ทีไดท้ รงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ ให้ขอแรงพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าภาษีนายอากร พ่อค้า จดั โต๊ะเครืองบูชาเข้าไปตงั เป็ น เครืองประดบั จาํ นวน ๑๐๐ โต๊ะ ซึงเป็ นปฐมเหตุทีให้มีความนิยมในการประกวดโต๊ะเครืองบูชา ดงั นนั ในการบาํ เพญ็ กุศลคลา้ ยวนั ประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์ เจา้ นายผูใ้ หญ่ หรืองานทาํ บุญวนั คลา้ ยวนั เกิด ความคิดประกอบมา้ สูงตาํ ให้ไดท้ รวดทรงงดงาม กย็ งิ ถือเป็ นการทาํ ดว้ ยการมีความคิด ริเริมจดั แปลงให้สวยงามเหมาะสมไดส้ ัดส่วน ผูเ้ ป็ นเจา้ ของโตะ๊ หมู่ชุดนนั ก็เป็ นผูส้ มแก่รางวลั ” ที เป็ นดงั นีกเ็ พราะตอ้ งการส่งเสริมให้ช่างไมไ้ ทยไดม้ ีความคิดในการจดั แปลงและสร้างมา้ หมูอ่ นั เป็ น การแสดงออกถึงศิลปะและฝี มือเชิงช่างของนายช่างไทยทีมีลกั ษณะอนั อ่อนช้อยและสวยงามซึง เป็นการแสดงให้เห็นวฒั นธรรมทางดา้ นศิลปะของสังคมไทย ซึงเป็นประเทศทีมีเอกลกั ษณ์ในการ คิดลวดลายเป็นแบบเฉพาะของตนเอง ซึงตอ่ มามีการจดั สร้างโตะ๊ ตวั ล่างเพือเป็นฐานสําหรับรองรับ มา้ หมู่เพือให้มีความสะดวกในการจดั ตงั เนืองจากเมือนาํ มา้ หมู่ไปจดั ตงั ในสถานทีทาํ บุญบางแห่ง ซึงมีพนื ทีไมเ่ สมอกนั ก็จะตอ้ งจดั หาวสั ดุมารองรับทีฐานของมา้ หมู่ แตล่ ะตวั เพอื ใหม้ ีความเสมอกนั และสวยงามซึงทาํ ไดย้ าก เมือมีโตะ๊ ตวั ล่างสําหรับตงั เป็ นฐานไวร้ องรับกลุ่มโตะ๊ หมูห่ รือมา้ หมู่แลว้ ๘ สมเดจ็ พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ, อธบิ ายเครืองบูชา, อนุสรณ์พระราชทานเพลิง ศพพระราชภทั ราจาร (เปลง่ กวุ โม), (กรุงเทพมหานคร : พิมพท์ ี บริษทั จี.เอ. กราฟิ ค จาํ กดั , ๒๕๓๕), หนา้ ๒๓- ๒๕.
๒๙๗ สามารถทาํ ใหต้ งั โตะ๊ หมู่ไดง้ ่าย เกิดความเด่นและมีความสวยงามเพิมขึน ซึงถือเป็ นการพฒั นาดา้ น ความคิดในการจดั สร้างโตะ๊ หมูข่ องนายช่างไมข้ องไทย การจดั โตะ๊ หมู่บูชา ถือเป็ นเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมอนั สาํ คญั ประการหนึงของสังคมไทย ซึงได้มีการปฏิบตั ิสืบทอดและสืบสานกนั มาเป็ นระยะเวลาอนั ยาวนาน ตงั แต่บรรพบุรุษจนถึง ปัจจุบนั ดังนนั พระราชประเพณีหรือพระราชพิธีต่างๆ ทีเกียวกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย์ หรือ ประเพณีต่างๆ ของสังคมไทย จึงไดม้ ีการจดั โต๊ะหมู่บูชาในการประกอบพิธีต่างๆ อนั เป็ นการ แสดงออกถึงการบูชาต่อสิงอนั เป็ นทีเคารพสักการะอนั สูงยิงตามทีบรรพบุรุษได้กระทาํ เป็ น แบบอยา่ งไวด้ ว้ ยความกตญั ูกตเวทีในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ และในงานพิธีต่างๆ อุปกรณ์สาํ คญั อยา่ งหนึงทีจะขาดเสียมิได้ คือโตะ๊ หมู่บูชา งานพิธีต่างๆ ทีมีการจดั โต๊ะหมู่บูชา ศาสนพธิ ีกรจะตอ้ งมีความรู้ ความเขา้ ใจในการจดั โต๊ะหมู่บูชา ไม่ว่าจะเป็ น หมู่ ๙ หมู่ ๗ หมู่ ๕ หรือหมู่อืนๆ ซึงมีขนาดแตกต่างกนั เป็ น ๓ ขนาด คือ “ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก” ตลอดถึงสิงประกอบบนโต๊ะหมู่เหล่านนั ก็มีขนาดต่างๆ กนั ในพิธีใดตอ้ งจดั อย่างไร จะตอ้ งใชโ้ ตะ๊ หมูบ่ ูชาและสิงประกอบขนาดไหน ใชเ้ ครืองประกอบอยา่ งไร ตอ้ งดูความเหมาะสม กบั สถานทีและพิธีทีจะจดั วิธีการจดั โตะ๊ หมูบ่ ูชาในพิธีทวั ๆ ไป มี ๔ ประเภท ดงั นี ๑. การจัดโต๊ะหมู่บชู าในพธิ ีสงฆ์ การจดั โต๊ะหมู่บูชาในพิธีสงฆ์ คือ ในงานพิธีมงคล หรืองานพธิ ีอวมงคลทีนิมนตพ์ ระสงฆ์ มาสวดหรือเจริญพระพุทธมนต์ จดั แบบธรรมดา ทีจาํ เป็นตอ้ งมี คือ พระพุทธรูปขนาดพอเหมาะกบั โตะ๊ หมูบ่ ูชา พระพทุ ธรูปนีใชไ้ ดท้ ุกปาง ทีนิยมกนั มาก คือปางมารวชิ ยั กบั ปางสมาธิ ไม่นิยมนาํ พระ เครืองมาเป็ นพระประธานทีโต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูปประดิษฐานทีโต๊ะหมู่ตวั กลางแถวบน จดั ตงั กระถางธูป เชิงเทียนบูชา ทีโตะ๊ ตวั กลางแถวล่าง แจกนั ดอกไมป้ ระดบั หรือพานพ่มุ ทีวางโต๊ะต่างๆ ตามความสวยงาม การจดั โตะ๊ หมู่ในพิธีสงฆน์ นั นิยมจดั ไวด้ า้ นขวามือพระสงฆ์ ไม่ประดบั ธงชาติ และพระบรมฉายาลกั ษณ์ ๒. การจัดโต๊ะหมู่งานประชุมอบรมสัมมนา การจดั โต๊ะหมู่ในงานประชุมอบรมสัมมนานี จดั เหมือนในพิธีสงฆ์ ต่างกนั แต่เพียงเพิงธง ชาติไทยและพระบรมฉายาลกั ษณ์พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลปัจจบุ นั โดยจดั ตงั ธงชาติไว้ ดา้ นขวา และตงั พระบรมฉายาลกั ษณ์ไวด้ ้านซ้ายของพระพุทธรูป จดั ให้ธงชาติและพระบรมฉายา ลกั ษณ์ตาํ กวา่ พระพุทธรูปเล็กนอ้ ย และตงั ไวท้ างดา้ นขวาของเวที ๓. การจัดโต๊ะหมู่ถวายราชสักการะ รับเสด็จฯ งานกฐินพระราชทาน
๒๙๘ การจดั โต๊ะหมู่แบบทีสามนี ประดิษฐ์งานพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์แทน พระพุทธรูป ตงั พานเครืองราชสกั การะ (ธูปเทียนแพ กรวยดอกไมว้ างบนพาน) แทนกระถางธูป เชิง เทียนทีโต้ะหมู่ตวั กลาง แถวล่าง โต๊ะอืนทีเหลือ วางแจกันดอกไม้ พานพุ่มตามความสวยงาม สําหรับพิธีงานถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน โต๊ะตวั กลาง แถวบน ประดิษฐานพระบรมฉายา ลกั ษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบนั วางตะลุ่มหรือพานผา้ พระกฐินไวท้ ีโต๊ะหมู่ ตวั กลางแถวกลาง นอกนนั จดั เหมือนกนั ไม่นิยมประดบั ธงใดๆ ติดกบั โต๊ะหมู่ เพราะลมอาจพดั ธง สะบดั ถูกสิงของต่างๆ บนโตะ๊ หมู่ตกหล่นเสียหาย ควรประดบั ธงให้ห่างออกไปพอสมควร การจดั โต๊ะหมูถ่ วายราชสักการะนี หากถวายราชสักการะพระมหากษัติย์ทีสวรรคตแล้ว ใหใ้ ช้ เครืองทอง น้อย ตงั ทีโตะ๊ หมู่ตวั กลางแถวลา่ งแทนพานธูปเทียนแพ กรวยดอกไม้ อนึง กรวยดอกไมน้ นั หากตงั ถวายราชสักการะประจาํ ทีไม่มีพธิ ีเปิ ด เช่น การตงั ในโอกาส วนั เฉลิมพระชนมพรรษา หนา้ สถานทีราชการใหเ้ ปิ ดฝากรวยไว้ แตถ่ า้ ตงั เพอื ประกอบพธิ ีถวายพระ พรชยั มงคลตอ้ งปิ ดฝากรวยไวก้ ่อน ถึงเวลาประกอบพิธี ประธานพิธีจึงจะเปิ ด ในกรณีเครืองทอง นอ้ ยก็ปฏิบตั ิเช่นเดียวกนั ถา้ ตงั ถวายราชสักการะไม่มีพิธีอะไร ไม่ตอ้ งจุดธูปเทีย ต่อเมือมีพิธี เช่น บาํ เพญ็ กุศลอุทิศถวาย จงึ จุดธูปเทยี นี ๔. การจัดโต๊ะหม่บู ชู าหน้างานศพ การจดั โตะ๊ หมู่บูชาหนา้ งานศพ การจดั โต๊ะหมูใ่ นลกั ษณะนีไม่มีรูปแบบทีแน่นอน เพียงแต่ จดั ประดบั ดอกไมใ้ ห้สวยงาม ส่วนทีบูชาจะใช้เครืองทองน้อยหรือกระถางธูปเชิงเทียนก็ได้ งาน ใหญ่ๆ โดยเฉพาะ สําหรับงานพระสงฆน์ ิยมตงั เครืองทองนอ้ ย ๒ ชุด กล่าวคือ สําหรับบูชาศพชุด หนึง และสาํ หรับศพบูชาธรรมอีกชุดหนึง ใชโ้ ตะ๊ หมู่ ๒ ตวั สูงตาํ ลดหลนั กนั ลงมา ตวั สูงวางดา้ นใน ใช้เคร่องทองนอ้ ยสําหรับศพบูชาธรรม ตวั ตาํ วางดา้ นนอกสาํ หรับเจา้ ภาพบูชาศพ การตงั เครืองทอง น้อยนันมีข้อสังเกตง่ายๆ ว่า จะบูชาสิงใด ให้หันดอกไม้ไปทางนัน ส่วนการจดั โต๊ะหมู่บูชาอฐั ิ รูปภาพ ป้ายชือ หรือรูปหล่อ ในการทาํ บุญอุทิศใหจ้ ดั ลกั ษณะเดียวกบั โตะ๊ หมู่ถวายราชสักการะพระ มหากษตั ิรยท์ ีสวรรคตแลว้ อนึง ในงานศพทวั ไป ทีบูชามกั จะมี ๒ ประเภท คือ (๑) ทีบูชาสาธารณะ (๒) ทีบูชาในพิธี การ ประเภทที ๑ สําหรับบุคคลทวั ไปจุดบูชาศพ นิยมใช้กระถางธูปขนาดใหญ่ จุดบูชาได้ ตลอดเวลา
๒๙๙ ประเภทที ๒ ประธานพิธี หรือเจา้ ภาพจะจุดเวลาจะมีพิธี เช่น ก่อนพระสวดพระอภิธรรม เป็นตน้ การจดั โตะ๊ หมูท่ ุกประเภทตอ้ งสะอาด ไม่รกรุงรัง ไมเ่ ก็บสิงของ เช่น ซองธูป กล่องเทียน ไว้ ใตห้ รือดา้ นหลงั โตะ๊ หมู่ องค์ประกอบและรูปแบบการจัดโต๊ะหม่บู ูชาพระ นิยมใชว้ างโตะ๊ ขนาดเล็กทีมีความสูงลดหลนั กนั ไปบนโต๊ะฐาน และบูชาพระดว้ ยกระถาง ธูป 1 กระถาง เชิงเทียนอยา่ งนอ้ ย 1 คู่ แจกนั อยา่ งนอ้ ย 1 คู่ และพานดอกไมห้ รือพานพมุ่ อยา่ งนอ้ ย 1 พาน โดยรูปแบบโตะ๊ หมบู่ ูชาพระทีนิยมจดั ในบา้ นมีดงั นี โต๊ะหมู่บูชาหมู่ ๓ เป็ นโต๊ะหมู่บูชาขนาดเล็กแบบประยุกต์สําหรับบา้ นทีมีพืนทีน้อย โดยประกอบด้วยโต๊ะ ฐาน ๑ ตวั โตะ๊ เลก็ ๓ ตวั สาํ หรับวางกระถางธูป เชิงเทียน พานดอกไม้ แจกนั และพระพทุ ธรูป โต๊ะหม่บู ูชาหมู่ ๔ เป็ นโต๊ะหมู่บูชาขนาดเล็กทีประกอบดว้ ยโต๊ะฐาน ๑ ตวั โต๊ะเล็ก ๔ ตวั สาํ หรับวางเหมือน โตะ๊ หมู่บูชาหมู่ ๓ แต่อาจใชพ้ านดอกไมท้ ีใหญ่กวา่ และวางกระทงเจิมดว้ ยก็ได้ โต๊ะหม่บู ูชาหมู่ ๕ โต๊ะแบบนีเป็ นขนาดกลางทีประกอบด้วยโตะ๊ ฐาน ๑ ตวั โต๊ะเล็ก ๕ ตวั โดยสิงทีเพิมจาก โตะ๊ หมู่บูชาหมู่ ๔ คือ พานพุม่ โดยอาจวางพานดอกไม้ ๓ พาน และพานพุม่ ๒ หรือ ๔ พาน โต๊ะหมู่บูชาหมู่ ๗ โตะ๊ แบบนีเป็นขนาดใหญส่ าํ หรับบา้ น โดยประกอบดว้ ยโตะ๊ ฐาน ๑ ตวั โตะ๊ เล็ก ๗ ตวั นิยม วางพระพุทธรูป องคพ์ ระสงฆ์ หรือสิงศกั ดิสิทธิทีนบั ถือ วางพานพุ่ม และ/หรือพานดอกไมเ้ พิมเติม จากโตะ๊ หมู่บูชาหมู่ ๕ โต๊ะหมู่บูชาหมู่ ๙ โต๊ะแบบนีเป็ นขนาดใหญ่ทีประกอบด้วยโต๊ะฐาน ๑ ตัว โต๊ะเล็ก ๙ ตัว โดยมักวาง พระพุทธรูป องค์พระสงฆ์ หรือสิงศักดิสิทธิทีนับถือ เชิงเทียน พานพุ่ม และ/หรือพานดอกไม้ เพมิ เติมจากโตะ๊ หมู่บูชาหมู่ ๗ ข้อควรปฏิบัติในการจัดโต๊ะหมู่บูชาพระ โต๊ะหมู่บูชาพระควรอยู่ในห้องชนั บนสุดของบา้ น หากไม่มีชุดโต๊ะหมู่บูชาพระอย่างใน ขา้ งตน้ ก็สามารถใชโ้ ตะ๊ หรือตงั ทีมีลกั ษณะและขนาดทีเหมาะสมแทนได้ ควรจดั เครืองสกั การะบูชา
๓๐๐ ให้ครบองคป์ ระกอบ โดยใชว้ สั ดุอยา่ งดี เช่น เครืองแกว้ เครืองกระเบือง เครืองโลหะ รวมทงั จดั ให้ เป็ นระเบียบ สะอาด และสวยงามต้องมีพระพุทธรู ปเป็ นพระประธาน ซึงเป็ นตวั แทนของ พระพุทธเจา้ และบูชาทีตาํ แหน่งสูงสุดของโต๊ะหมู่บูชาพระควรจดั ลาํ ดบั องคพ์ ระอืนๆ ตามลาํ ดบั บารมี คือ องคพ์ ระอรหนั ต์ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระสิวลี ควรอยสู่ ูงกวา่ องคพ์ ระอริยสงฆ์ เช่น หลวงป่ ูทวด หลวงป่ ูโต หากบูชาพระอริยสงฆ์หลายองค์ ควรจดั ลาํ ดบั ตามความอาวุโส ทงั นี ใหว้ างองคพ์ ระลาํ ดบั จากซา้ ยมายงั ขวาของพระประธาน หากบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ควรจดั พระบรมสารีริกธาตุใหอ้ ยถู่ ดั จากหรืออยู่ ตาํ แหน่งรองจากพระพุทธรูป สําหรับพระธาตุนัน ให้จดั ตามลาํ ดบั บารมีเช่นกนั โดยบูชาถดั จาก หรืออยตู่ าํ แหน่งรองจากองคพ์ ระของพระธาตุนนั เช่นวางพระธาตุพระสิวลีไวถ้ ดั จากองคพ์ ระสิวลี ห้ามวางพานดอกไม้ พานพุม่ เชิงเทียน และกระถางธูปสูงกว่าองคพ์ ระหากบา้ นเป็ นคอนโดหรืออ พาร์ทเมนต์ ควรทาํ ฉากหรือผา้ ม่านกนั มุมโตะ๊ หมู่บูชาพระให้เป็ นสัดส่วน ๔. การเตรียมบุคลากร การเตรียมบุคลากร (บุคคลสําคญั ในงาน) เป็ นการแสดงถึงความพร้อมของผูจ้ ดั งานพิธี ต่างๆ เพือความสะดวกในการประสานงาน อนั เป็ นการแบ่งหนา้ ทีรับผิดชอบในแต่ละส่วนของ ผูป้ ฏิบัติงานและสามารถตรวจสอบไดว้ ่านิมนต์พระสงฆ์หรือยงั นิมนต์จาํ นวนเท่าใด ใครเป็ น ประธานใครรับภารกิจส่วนใด ใครเป็ นพิธีกร ใครทาํ หนา้ ทีศาสนพิธีกร เป็นตน้ บุคลากร ในทีนีคือบุคคลต่างๆ ทีเกียวขอ้ งในงานอย่างชดั เจน ทีตอ้ งปฏิบตั ิในพิธีหรือมี ส่วนร่วมในพธิ ีนนั อนั ไดแ้ ก่ พระสงฆ์ ประธานพิธี ประชาสัมพนั ธ์ ศาสนพิธีกร พธิ ีกรผูช้ ่วย ตลอด ถึงผทู้ ีจะเชิญมาร่วมงาน บุคลากรนนั จะตอ้ งเตรียมการดงั นี ๑) พระสงฆ์ต้องนมิ นต์ไว้ก่อน ตอ้ งแจง้ รายละเอียดวา่ เป็นงานอะไร แจง้ วนั ที เวลา และสถานทีจดั งานด้วย ควรจดั ทาํ บญั ชีพระสงฆใ์ นพิธี ถา้ มีหลายพิธีให้แยกบญั ชีเป็ นชุดๆ เพือ ความสะดวกในการจดั พระสงฆ์และถวายจตุปัจจยั ไทยธรรม และควรใช่เบอร์โทรศพั ท์ไวส้ าํ หรับ ติดตอ่ ดว้ ย พระสงฆก์ ารนิมนต์พระสงฆค์ วรเขียนเป็ นหนงั สือ หรือภาษาทางราชการ เรียกว่า “การวางฎีกานิมนตพ์ ระสงฆ์” เพือถวายพระสงฆ์ไวเ้ ป็ นหลกั ฐาน ซึงประกอบดว้ ยขอ้ ความสําคญั เป็ นการนมสั การให้พระสงฆท์ ราบวา่ นิมนตง์ านพิธีใด วนั เวลา และสถานทีในการประกอบพิธีอยู่ ทีไหนควรแจง้ ใหช้ ดั เจน สาํ หรับจาํ นวนพระสงฆใ์ นแต่ละพิธีไม่ไดก้ าํ หนดจาํ นวนมากไวเ้ ท่าใด แต่ มีกาํ หนดจาํ นวนขา้ งนอ้ ยไวค้ ือ ไม่ตาํ กวา่ ๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป และ ๑๐ รูป เพือจะไดค้ รบองค์ คณะ สงฆส์ ่วนงานพระราชพิธีหรือพิธีของทางราชการนิยมนิมนตพ์ ระสงฆ์ ๑๐ รูป ทงั งานมงคลและงาน
๓๐๑ อวมงคล แตถ่ า้ หากเป็ นพิธีบาํ เพญ็ กุศลสวดพระอภิธรรมศพประจาํ คืนนนั นิมนตพ์ ระสงฆส์ วดพระ อภิธรรม จาํ นวน ๔ รูป ๒) ประธานพิธี คือ บุคคลทีเจา้ ภาพเชิญมาเป็ นเกียรติแก่งานพิธีเพือทาํ หน้าทีเป็ น ประธานในพิธีซึงมีทงั แบบเป็ นทางการ คือ มีการเชิญโดยแจง้ ให้ผูท้ ีเป็ นประธานทราบล่วงหนา้ อยา่ งเป็นทางการ และแบบไม่เป็นทางการ คือ การเชิญผทู้ ีมาร่วมงานทาํ หนา้ ทีเป็นประธานโดยไม่มี การแจง้ ให้ทราบล่วงหน้า ซึงถ้าไม่เป็ นทางการก็ไม่สู้กระไรนัก แต่หากเป็ นทางการควรมีการ จดั เตรียมสถานทีให้เหมาะสมกบั ฐานะของผูท้ ีเชิญมาเป็ นประธานในพิธี เช่น การจดั ทีนังการ ตอ้ นรับ การจดั เตรียมเครืองรับรอง เป็ นตน้ อนั เป็ นการแสดงออกถึงการใหเ้ กียรติแก่ผูท้ ีรับเชิญมา ทาํ หนา้ ทีเป็ นประธานในพิธีนนั ๆ ดว้ ย และควรแจง้ กาํ หนดการของพิธีให้ผูท้ าํ หนา้ ทีเป็ นประธาน ไดท้ ราบ ตอ้ งนดั วนั เวลา และแจง้ ขนั ตอนการปฏิบตั ิในพธิ ีใหท้ ราบก่อน ๓) ศาสนพิธีกร คือ ผทู้ าํ หนา้ ทีเป็นผดู้ าํ เนินการพิธีทางศาสนา ซึงมีความรอบรู้ใน ดา้ นพธิ ีการต่างๆ ทาํ หนา้ ทีควบคุม ปฏิบตั ิการ จดั การ และประสานงานระหวา่ งผรู้ ่วมปฏิบตั ิงานพิธี ตลอดจนถึงการให้คาํ แนะนาํ ให้คาํ ปรึกษาในการดาํ เนินกิจกรรมพิธีทางพระพุทธศาสนาไดอ้ ย่าง ชดั เจนและถูกตอ้ งตามโบราณประเพณีทีได้มีการสืบทอดกนั มา และศาสนพิธีกร ตอ้ งนดั หมายวนั เวลา สถานที การแต่งกาย รายละเอียดขนั ตอนของานและมอบหมายหน้าทีของแต่ละคนให้ เรียบร้อย ๔) ผู้ร่วมงาน หรือผ้ทู จี ะเชิญมาร่วมงาน คือ ผูท้ ีเจา้ ภาพเชิญมาร่วมเป็ นเกียรติแก่ พิธีดาํ เนินกิจกรรมในพิธีร่วมกนั เช่น ร่วมฟังพระสงฆแ์ สดงพระธรรมเทศนา เจริญพระพุทธมนต์ เจา้ ภาพควรประมาณจาํ นวนผทู้ ีรับเชิญมาร่วมกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกบั สถานที ควรกาํ หนดผทู้ ีคอย ตอ้ นรับผูม้ าร่วมงาน กาํ หนดสถานทีนงั สําหรับผูเ้ ป็ นประธาน ของทีระลึก เป็นตน้ ถา้ บุคคลทีเชิญ เป็ นผูใ้ หญ่ เจา้ ภาพควรกาํ หนดให้ชัดเจนว่า ใครนังตรงไหน อย่างไร เนืองจากเมือผูร้ ับเชิญนัง เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีการเคลือนยา้ ยทีนังในภายหลงั ผูร้ ับเชิญจะเสียความรู้สึกทีดีในการเขา้ ร่วม กิจกรรม ตอ้ งเชิญไวก้ ่อนงานพอสมควร ๕) ประชาสัมพันธ์ ตอ้ งประสานในรายละเอียดของงานและกาํ หนดตวั บุคคลให้ แน่นอน ๕. การเตรียมเวลา งานทีเป็ นทางการ งานทีมีรูปแบบมีกาํ หนดการ เรืองเวลาเป็ นสิงสําคัญ ศาสนธิกรกร จะตอ้ งจดั ลาํ ดับเวลาของพิธีนนั ๆ ให้เหมาะสม เพราะบางรายงานเป็ นเวลาบงั คบั เช่น เวลาฤกษ์ เวลาพระสงฆฉ์ นั ภตั ราหาร เป็ นตน้ และตอ้ งคาํ นึงวา่ แตล่ ะขนั ตอนจะตอ้ งใชเ้ วลาเท่าไร เพือสะดวก ในการกาํ หนดเวลาเริมตน้ และเวลาสินสุด จุดใหญ่ๆ ของเวลาทีตอ้ งเตรียมคือ
๓๐๒ -เวลาเริมตน้ พิธี ผรู้ ่วมงานประชุมพร้อมกนั -เวลาทีประธานจะเดินทางถึง จุดธูปเทียน เริมเขา้ พธิ ี -เวลาฤกษข์ องพิธี เช่น เวลาวางศิลาฤกษ์ เปิ ดอาคาร -เวลาทีพระสงฆฉ์ นั ภตั ราหาร -เวลาสินสุดงาน การเตรียมเวลานี ตอ้ งเผือเหลือ และเผอื ขาดไวบ้ า้ ง เมือคาํ นวณกาํ หนดเวลาไดแ้ ลว้ ให้เขียน เวลาทีสาํ คญั ๆ ลงไวใ้ นกาํ หนดการ เช่น เวลาเริม เวลาบงั คบั เวลาสินสุด ไมค่ วรใส่เวลาทุกขนั ตอจน ของพธิ ีในกาํ หนดกาล ควรปล่อยใหย้ ดื หยนุ่ ไดต้ ามสมควร ๖. การเตรียมกาํ หนดการ การเตรียมกาํ หนดการ เป็ นสิงสําคญั ประการหนึงในการดาํ เนินพิธีต่างๆ เพราะกาํ หนดการ นนั จะเป็ นเอกสารทีบอกลกั ษณะของงาน บอกสถานที วนั เวลาในการจดั งาน บอกลาํ ดบั ขนั ตอน บอกการแตง่ กาย ตลอดถึงบอกวา่ ใครเป็ นเจา้ ของงานนนั ๆ เพอื ใหผ้ เู้ กียวขอ้ งไดเ้ ขา้ ใจตรงกนั กาํ หนดการ (รายละเอียดและขนั ตอนของงาน) คือ เอกสารทีจดั ทาํ ขึนเพือบอกลกั ษณะของ งาน เป็ นตน้ ว่า งานอะไร ใครเป็ นประธาน สถานที วนั เวลาในการจดั งาน ลาํ ดบั ขนั ตอนของงาน การแต่งกาย เพือให้ผทู้ ีร่วมในพธิ ีๆ มีความเขา้ ใจตรงกนั และทราบขนั ตอนของพิธี การจัดเตรียมกาํ หนดการนัน มี ๓ ขันตอน คือ การเขียนกาํ หนดการ การประสานงาน และ การประสานงาน ๑) การเขียนกําหนดการ คือ การจดั ทาํ เอกสารแสดงลาํ ดบั ขนั ตอนทีจะตอ้ งปฏิบตั ิ ในงานแบ่งออกเป็ น ๓ ช่วง คือ ช่วงต้น เขียนบอกชืองาน สถานที วนั เวลา ทีจะจดั งาน ช่วงกลาง เขียนลาํ ดบั ขนั ตอนการปฏิบตั ิงาน ตงั แต่เริมตน้ จนถึงสุดทา้ ยของงานนนั ช่วงท้าย เขียนบอกการ แต่งกาย และเขียนบอกชือเจา้ ของงานและบอกเบอร์โทรศพั ทต์ ิดตอ่ จะแสดงตวั อย่างพอเป็ นแนว สังเขปดงั นี กาํ หนดการ พธิ ี..................................................................................................... (ทาํ อะไร) ณ มณฑลพธิ ี....................................................................................... (ทีไหน) วนั ที .......... เดือน............................... พ.ศ. ................ เวลา............(เมือไร) เวลา............ น. –ผมู้ ีเกียรติ.......................พร้อมกนั ณ สถานทีประกอบพิธี เวลา............ น. –ประธานพิธีเดินทางถึงสถานทีประกอบพิธี –จุดธูปเทียนบูชาพระรตั นตรัย
๓๐๓ –หากเป็นงานอวมงคล จุดธูปเทียนเครืองทองนอ้ ยบูชาอฐั ิดว้ ย -เจา้ หนา้ ทีอาราธนาศีล -พระสงฆใ์ หศ้ ีล -เจา้ หนา้ ทีอาราธนาพระปริตร -พระสงฆเ์ จริญ (สวด) พระพทุ ธมนต์ เวลา ๑๑.๐๐ น. -ถวายภตั ตาหารเพลงแด่พระสงฆ์ -ถวายจตุปัจจยั ไทยธรรม (ประธานและผมู้ ีเกียรติ ทอดผา้ บงั สุกุล/ พระสงฆพ์ จิ ารณาผา้ บงั สุกุล) -พระสงฆอ์ นุโมทนา -ประธานกรวดนาํ รับพร -พระสงฆพ์ รมนาํ พระพุทธมนต์ เป็นเสร็จพิธี -รับประทานอาหารร่วมกนั เวลา ๑๒.๐๐ น. การแต่งกาย แบบสีกากีคอพบั ฝ่ ายพธิ ี กองศาสนูปถมั ภ์ ชุดสากล ชุดสุภาพ กรมการศาสนา โทร. ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๐๘ การเขียนกาํ หนดการดงั กล่าว หากมิใช่งานเสด็จฯ ไม่นิยมใส่ชือประธาน คงใชเ้ พียงว่า ทาํ อะไร ทีไหน เมือไร เท่านนั ศาสนพิธีกรตอ้ งศึกษาพธิ ีนนั ๆ ก่อนวา่ มีขนั ตอนรูปแบบอยา่ งไร จึงลง มือเขียนไปตามลาํ ดบั ขนั ตอนของงานนนั ๆ ๒) การประสานกําหนดการ คือ การแจง้ ให้ผูเ้ กียวขอ้ งทราบกาํ หนดการก่อนงาน เช่น พระสงฆ์ ประธานพธิ ี ประชาสมั พนั ธ์ (โฆษก) และศาสนพธิ ีกร เพอื ทราบลกั ษณะงานและแนว ปฏิบตั ิ ๓) การปฏิบัติกําหนดการ คือ การปฏิบตั ิพิธีโดยยึดกาํ หนดการเป็ นหลกั ไม่ตัด ทอนเพิมเติม หรือสลบั ขนั ตอน หากมีกรณีฉุกเฉิน ศาสนพิธีกรตอ้ งตดั สินใจแกป้ ัญหาทีเกิดขึนนนั และแจง้ ผเู้ กียวขอ้ งใหท้ ราบทนั ที ส่วน กําหนดการ มี ๔ ประเภท คือ ๑. หมายกาํ หนดการ ๒. หมายรับสัง ๓. พระราชกิจ ๔. กาํ หนดการ ก. หมายกาํ หนดการ หมายกาํ หนดการ เป็ นเอกสารแจง้ กาํ หนดขนั ตอนของงานพระราชพิธีโดยเฉพาะ ลกั ษณะ ของเอกสารจะต้องอ้างพระบรมราชโองการ คือ ขึนตน้ ด้วยข้อความว่า “นายกรัฐมนตรี หรือ เลขาธิการพระราชวงั รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สังวา่ ...” เสมอไป และในทางปฏิบตั ิ
๓๐๔ เจา้ หนา้ ทีจะตอ้ งส่งตน้ หมายกาํ หนดการดงั กล่าวนี เสนอนายกรัฐมนตรีหรือเลขาธิการพระราชวงั ลง นามรับสนองพระบรมราชโองการ ขอ้ สังเกต คือ เป็ นกาํ หนดการขนั ตอนพระราชพิธีซึงพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั มีพระ บรมราชโองการสังให้ทาํ และพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั จะเสดจ็ ฯ ไปทรงเป็ นประธานในพระ ราชพธิ ีนนั ๆ หากพระองคไ์ มไ่ ดท้ รงปฏิบตั ิเอง จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีผแู้ ทนพระองคซ์ ึง อาจจะเป็ นเจา้ นายหรือสามญั ชนก็ได้ และในทางปฏิบตั ิเจา้ หน้าทีจะตอ้ งส่งตน้ หมายกาํ หนดการน้ี กราบเรียนนายกรัฐมนตรี ใหล้ งนามรับสนองพระบรมราชโองการ เพอื ใหเ้ ป็นพระบรมราชโองการ ทีถูกตอ้ งตามรัฐธรรมนูญ เช่น หมายกาํ หนดวนั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวนั ทีระลึกมหาจกั รีบรมราชวงศ์ ข. หมายรับสัง หมายรับสัง เป็ นเอกสารทีออกถึงผู้มีตําแหน่งเข้าเฝ้าฯตามหมายกําหนดการ หรื อ กาํ หนดการ ทงั นีรวมถึงหมายรับสังเจา้ หนา้ ทีปฏิบตั ิการพระราชพิธีรัฐพิธีพิธีต่างๆ และผูท้ ีไดร้ ับ พระราชทานพระมหากรุณาในเรืองต่าง ๆ ตอนล่างสุดของหมายรับสังเขียนไวว้ า่ “ทังนีให้จัดการ ตามหน้าทีและกาํ หนดวันตามรับสังอย่าให้ขาดเหลือ ถ้าสงสัยให้ ถามผ้รู ับสังโดยหน้าทีราชการ” แลว้ ลงชือผรู้ ับรับสัง ผสู้ ังก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว ผูร้ ับรับสัง คือ เลขาธิการพระราชวงั หมายรับสังทีมกั พบอยเู่ สมอ เช่น หมายรับสังในการพระราชทานเพลิงศพ คาํ วา่ “กาํ หนดการ” และ “หมายกาํ หนดการ” นีมกั จะใชก้ นั ผิดเสมอ หลายคนเขา้ ใจผิดคิด วา่ คาํ ทงั ๒ คาํ นี มีความหมายเหมือนกนั สามารถใชแ้ ทนกนั ได้ จึงมกั จะเห็นป้ายปิ ดประกาศงาน ทวั ๆ ไปทีจดั ขึนใชค้ าํ วา่ “หมายกาํ หนดการ”เพือบอกกาํ หนดขนั ตอนของงานทีจะทาํ ตามลาํ ดบั ซึง ไม่ถูกตอ้ ง พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ไดใ้ ห้ความหมายของคาํ ทงั ๒ คาํ นีไว้ อยา่ งชดั เจนเพอื จะไดน้ าํ ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ดงั นี “กาํ หนดการ คือ ระเบียบการทีบอกถึงขันตอนของงานทีจะต้องทาํ ตามลําดับ ส่วน “หมายกาํ หนดการ คือ เอกสารแจง้ กาํ หนดขนั ตอนของงานพระราชพิธีทีจะตอ้ งอา้ งพระบรมราช โองการ คือขึนตน้ ดว้ ยขอ้ ความวา่ ‘นายกรัฐมนตรีหรือเลขาธิการพระราชวงั รับสนองพระบรมราช โองการเหนือเกล้าฯ สังว่า’ เสมอไป” ดังนัน คาํ ว่า “หมายกาํ หนดการ” จึงใช้เป็ นเอกสารแจง้ กาํ หนดขันตอนของงานพระราชพิธีโดยเฉพาะ ลักษณะของเอกสารจะต้องอ้างพระบรมราช โองการ และในทางปฏิบตั ิเจา้ หน้าทีจะตอ้ งนาํ หมายกาํ หนดการดงั กล่าวนีเสนอนายกรัฐมนตรีลง นามรับสนองพระบรมราชโองการ เพือให้ถูกตอ้ งตามรัฐธรรมนูญ เช่น หมายกาํ หนดการพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิติ พระบรมราชินีนาถ หมายกาํ หนดการวนั ขึนปี ใหม่
๓๐๕ ส่วนคาํ วา่ “กาํ หนดการ” ใชเ้ ป็ นเอกสารแจง้ กาํ หนดขนั ตอนของงานทวั ๆ ไปทีทางราชการ หรือส่วนเอกชนจดั ขึนเอง แมว้ า่ งานนนั ๆ จะเป็ นงานทีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวเสด็จพระราช ดาํ เนิน แต่ถา้ งานนนั มิไดเ้ ป็ นงานพระราชพิธีซึงกาํ หนดขึนโดยพระบรมราชโองการแลว้ เรียกว่า กาํ หนดการ ทงั สิน เช่น ขนั ตอนของงานสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ก็ใช้ว่ากาํ หนดการ เพราะงานนีมิใช่งานพระราชพิธีทีมีพระบรมราชโองการใหจ้ ดั ทาํ ขึน หากแตเ่ ป็ นทางราชการทหาร จดั ขึนเพือแสดงความสวามิภกั ดิตอ่ เบืองพระยคุ ลบาท การกาํ หนดความหมายและวธิ ีใชค้ าํ ทงั ๒ คาํ นี มีอยใู่ น “รวมเรืองและขอ้ ปฏิบตั ิเกียวกบั ราช สาํ นกั ” ซึงสํานกั งานเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ของชาติ สาํ นกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จดั พิมพเ์ ผยแพร่ พ.ศ. ๒๕๑๘ และสํานักพระราชวงั ไดจ้ ดั พิมพ์ขึนอีกเมือ พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงสมควรอย่างยิงทีผูท้ ี ตอ้ งการใชค้ าํ ดงั กล่าวจะไดศ้ ึกษาความหมายทีถูกตอ้ งก่อนทีจะนาํ ไปใช้ ตวั อยา่ งหมายรับสงั อาทิ หมายรับสัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต วนั พฤหัสบดีที ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร วนั ศุกร์ที ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระด้า เนินไปยงั พระทีนังพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวงั ถวายน้าสรงพระบรมศพเสร็จแลว้ เจ้า พนกั งานเชิญพระบรมศพลงสู่หีบ ทหารมหาดเล็กราชวลั ลภรักษาพระองคเ์ ชิญไปประดิษฐานหลงั พระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใตเ้ ศวตฉัตร ๙ ชนั แวดลอ้ มดว้ ยเครือง สูงหกั ทองขวาง มีชุมสายฉัตร ๕ ชนั บงั แทรก ฉตั ร ๗ ชนั ตน้ ไมท้ องเงิน ณ มุมตะวนั ตกพระทีนงั ดุสิตมหาปราสาท เสร็จแล้ว สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครืองราชสกั การะกราบถวายบงั คมพระบรมศพ สมเดจ็ พระบรมโอสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครืองนมสั การพระพุทธรูปและทรงทอดผา้ ไตร พระสงฆ์ ๑๐๐ รูป สดบั ปกรณ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนที พระแทน่ เตียงสวดพระอภิธรรมดา้ นตะวนั ออก และดา้ นตะวนั ตก เสด็จพระราชดา้ เนินกลบั การแต่งกาย แต่งเครืองแบบเตม็ ยศ ไวท้ ุกข์ สายสะพายมหาจกั รีบรมราชวงศ์ ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ประจ้าทังกลางวนั กลางคืนรับพระราชทานฉนั เชา้ วนั ละ ๘ รูป เพลวนั ละ ๘ รูป และประโคมยามกา้ หนด ๑๐๐ วนั การแต่งกาย แตง่ เครืองแบบปกติขาว ไวท้ ุกข์
๓๐๖ ค. พระราชกจิ ราชกิจ หมายถึง ธุระของพระราชา ใชว้ า่ พระราชกิจ คาํ วา่ งาน เมือเป็นราชาศพั ท์ อาจใชค้ าํ วา่ พระราชกิจ พระราชกรณียกิจ พระราชภาระ หรือพระราชภารกิจ ทุกคาํ มีความหมายกวา้ งๆ วา่ งานของ พระเจา้ แผน่ ดิน แต่มีนยั ความหมายตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย คาํ วา่ พระราชกิจ หมายถึง ชินงานทีทรงทาํ กิจทีทรงกระทาํ เช่น พระราชกิจรายวนั บางครัง โปรดเกลา้ ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงปฏิบตั ิพระราชกิจแทน พระองค.์ คาํ ว่า พระราชกรณียกิจ แปลตามศพั ท์วา่ กิจอนั พึงกระทาํ ของพระเจา้ แผน่ ดิน, มกั ใชห้ มายถึง ผลงานโดยรวม เช่น พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงมีพระราชกรณียกิจหลายดา้ น, ทรงปฏิบตั ิ พระราชกรณียกิจดว้ ยพระวริ ิยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถ, พระราชกรณียกิจทุกอยา่ งจึงสาํ เร็จ ลุล่วงไปดว้ ยดี ส่วนคาํ วา่ พระราชภาระ และ พระราชภารกิจ นนั ความหมายจะเนน้ ทีคาํ ว่า ภาระ หมายถึง งานทีทรงรับผดิ ชอบ งานหนกั ทีทรงทาํ เพราะทรงรับเป็ นภาระ คาํ ศัพท์ทใี กล้เคียงกนั ราชกิจจานุเบกษา คือ หนงั สือของทางราชการทีออกเป็ นรายสัปดาห์โดยสํานักงานราช กิจจานุเบกษา สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สําหรับลงประกาศเกียวกบั กฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ตลอดจนประกาศของกระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ รวมทงั ประกาศเกียวกบั การจดทะเบียน หา้ งหุน้ ส่วน บริษทั ราชครู คือ พราหมณ์ผูร้ ับราชการเป็ นหวั หนา้ พิธีฝ่ ายพราหมณ์ เรียกวา่ พระราชครู เช่น พระ ราชครูวามเทพมุนี (สนั สกฤต เรียกวา่ ราชคุรุ) ราชฐาน คือ ทีอยูป่ ระจาํ ของพระเจา้ แผน่ ดิน ใช้วา่ พระราชฐาน เช่นเขตพระราชฐาน แปร พระราชฐาน. ราชทณั ฑ์ คือ อาญาพระเจา้ แผ่นดิน, โทษหลวง, เช่น ตอ้ งราชทณั ฑ์, เรียกกรมทีมีหน้าที ลงโทษจาํ คุกผูก้ ระทาํ ผิดตามตวั บทกฎหมายควบคุมอบรมฝึ กวิชาชีพให้แก่ผูก้ ระทาํ ผิด พกั การ ลงโทษและคุมประพฤติและขอพระราชทานอภยั โทษ ปลดปล่อยและสงเคราะห์ผูพ้ น้ โทษเป็นตน้ วา่ กรมราชทณั ฑ์ ราชทินนาม คอื ชือบรรดาศกั ดิหรือสมณศกั ดิชนั สัญญาบตั รทีพระเจา้ แผน่ ดินพระราชทาน ราชทูต คือ ผนู้ าํ พระราชสาส์นไปประเทศอนื , ผแู้ ทนชาติในประเทศอืน,ตาํ แหน่งผแู้ ทนรัฐ ถดั จากอคั รราชทตู
๓๐๗ ราชโทรหะ คือ การทรยศตอ่ แผน่ ดิน ง. กาํ หนดการ กาํ หนดการ (Schidule, Itinerary, Program) ตาราง รายการ หรือหมายกําหนดการ คือ ระเบียบการทีบอกถึงขนั ตอนของงานทีจะตอ้ งทาํ ตามลาํ ดบั ตวั อย่างประโยค เลขานุการมีหน้าที จดั ทาํ กาํ หนดการเดินทางของเจา้ นาย กําหนดการ คือ ลาํ ดบั ขนั ตอนของงานโดยทวั ไป ทีทางราชการหรือส่วนเอกชนจดั ทาํ ชนั ้ เอง แม่วา่ งานนนั ๆ จะเป็ นงานทีเกียวขอ้ งกบั พระมหากษตั ริยแ์ ละพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น เป็ นงาน ทีเสด็จพระราชดาํ เนิน แต่ถ้างานนันมิได้เป็ นงานพระราชพิธี ซึงกาํ หนดขึนโดยพระบรมราช โองการแลว้ เรียกวา่ “กําหนดการ” เพราะไม่ใช่งานพระราชพิธีทีมีพระบรมราชโองการให้จดั ขึน หากแต่เป็นงานทีทางราชการทหารจดั ขนุ้ เพอื สดาํ รงความสวามิภกั ภิต่อเบืองพระยุคลบาท ตลอดจน งานต่างๆ ของรัฐหรือเอกชนทีกราบงั คบทูลเชิญเจา้ นายให้เสด็จพระราชดาํ เนินหรือเสด็จไปทรง เป็ นประธาน หรือไปทรงเปิ ดงาน ขนั ตอนต่างๆ ของงานทีจดั ขึน ดงั คาํ กล่าวใช้ว่า “กาํ หนดการ” ไมใ่ ช่คาํ วา่ “หมายกาํ หนดการ” ตัวอย่างกาํ หนดการเต็มรูปแบบ กาํ หนดการ บําเพญ็ กุศลเพือคามเป็ นศิริมงคลทที ํากระทรวงวฒั นธรรมแห่งใหม่ ณ ห้องประชุมกระทรง วฒั นธรรม ชัน ๑๙ อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์ วนั ที ๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. เวลา ๐๙.๐๐ น. ขา้ ราชการและผมู้ ีเกียรติพร้อมกนั ณ สถานทีประกอบพิธี เวลา ๑๐.๐๐ น. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงวฒั นธรรม ประธานพิธีเขา้ สู่สถานทีประกอบพิธี เวลา ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารร่วมกนั หมายเหตุ แตง่ ชุดสากล หรือชุดสุภาพ ฝ่ ายพธิ ี กองศาสนูปถมั ภ์ กรมการศาสนา
๓๐๘ โทรศพั ท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๐๒-๘ โทรสาร ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๐๖ กาํ หนดการประจําวนั ตลอด ๑๐๐ วนั หรือตามกาํ หนดไว้ทุกข์ เวลา ๐๖.๐๐ น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมยา่ ยาม เวลา ๐๗.๐๐ น. พระพธิ ีธรรมรับพระราชทานฉนั เชา้ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระพธิ ีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมยา่ ยาม เวลา ๑๑.๐๐ น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมฉนั เพล เวลา ๑๒.๐๐ น. พระพธิ ีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมยา่ ยาม เวลา ๑๕.๐๐ น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมยา่ ยาม เวลา ๑๙.๐๐ น. ประโคมยาํ ยาม เวลา ๒๑.๐๐น. พระพธิ ีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมยา่ ยาม การเตรียมการระยะกลาง ส่วนทีกล่าวมาขา้ งตน้ เป็นการเตรียมระยะยาว ตอ้ งเตรียมก่อนจะจดั การหลายๆ วนั แตเ่ มือ ใกล้งานเข้ามา ศาสนพิธีกรต้องเตรี ยมการอีกช่วงหนึง เช่น การทาํ ความสะอาดสถานที จัด อาสน์สงฆ์ จัดเก้าอีรับแขก ทําความสะอาดและจัดตังโต๊ะหมู่บูชา จัดวางสิงของเครืองใช้ ตวั อยา่ งเช่น -อญั เชิญพระพุทธรูป ประดิษฐานบนโตะ๊ หมู่บูชา -จดั ดอกไม้ กระถางธูป เชิงเทียน พานพุม่ ประดบั โตะ๊ หมู่บูชาใหส้ วยงาม -จดั ปอู าสนะพระสงฆ์ วางเครืองรับรอง เช่น กระถาน กระดาษเช็ดมือ แกว้ นาํ -จดั ทีตงั พดั รองให้ครบตามจาํ นวนพระสงฆ์ โดยวางไวด้ า้ นขามือของพระสงฆ์ (ยกเวน้ กรณีมีความจาํ เป็น) -วางสายสิญจน์เวียนขวาตามเขม็ นาฬิกา รวมลงดา้ นหลงั พระพุทธรูปแลว้ วงทีฐาน พระพุทธรูป เวียนขวา ๓ รอบ ให้เหลือกลุ่มสายสิญจนส์ ําหรับพระสงฆถ์ ือ ใส่พานวางไวด้ า้ นหนา้ ประธานสงฆ์ วางพานรองสายสิญจน์ไวท้ า้ ยพระสงฆด์ ว้ ย ในงานพระราชพธิ ี พระราชกุศลพธิ ี หรือ งานเสด็จพระราชดาํ เนิน ไม่วางสายสิญจน์ทีฐานพระพุทธรูป ใช้วงทีขอบโต๊ะหมู่ทีประดิษฐาน
๓๐๙ พระพุทธรูปแลว้ ผกู ยึดทีหลกั ตงั พดั ยศ พดั รอง เหลือกลุ่มสายสิญจน์สาํ หรับพระสงฆถ์ ือใส่พานวาง ไวด้ า้ นหนา้ พระสงฆ์ ส่วนในมงคลอืนๆ จะวงเช่นเดียวกบั งานหลวงกไ็ ด้ ไมม่ ีขอ้ หา้ ม -โยงสายโยง (หรือใชแ้ ถบทอง) จากศพหรือฐั ิ ภาพถ่ายป้ายอุทิศ เดินสายชิดผาผนงั ผา่ นด้านหลังโต๊ะหมู่บูชา ไม่ควรเกาะทีโต๊ะหมู่ ควรเดินสายโยงให้ตาํ กว่าพระพุทธรูปไปออก ระหวา่ งประธานสงฆ์กบั โตะ๊ หมู่บูชา แลว้ เชือมต่อทีพานภูษาโยง ซึงตงั อยูด่ า้ นหน้าประธานสงฆ์ ภษู าโยงนนั ตอ้ งวดั ความยาวทีจะใชล้ าดในพิธีแลว้ ผกู ดว้ ยเชือกหรือลวดเล็กๆ คนั ส่วนทีเหลือไว้ การเตรียมการระยะสัน การเตรียมการระยะสันนี เป็นการเตรียมการทีไมอ่ าจทาํ ไวก้ ่อนเป็ นเวลานานๆ ได้ ดว้ ยเหตุ วา่ หากเตรียมไวน้ าน สิงทีเตรียมการนนั จะใชไ้ มไ่ ดห้ รือตอ้ งเตรียมใหม่ เช่น -หาเชือชนวนทีธูปเทียนบูชา เทียนทาํ นาํ มนต์ เทียนส่องธรรม ธูปเทียนทีเครือง ทองน้อย เทียนชนวน เพือให้แน่ใจวา่ จุดติดธูปทุกดอกและเทียนทุกเล่มไดโ้ ดยง่าย ควรทาํ เชือ ชนวนไวก้ ่อนพิธีไม่เกิน ๑ ชวั โมง หากทาไวน้ านกว่านนั อาจจุดติดช้าหรือจุดไม่ติด เชือชนวน สาํ หรับทาธูป-เทียนนนั มีวิธีทาํ ดงั นี (๑) ใชข้ วดแกว้ ฝาโลหะขนาดพอสมควร ลา้ งเช็ดให้สะอาด (๒) ใชเ้ ศษเทียนขีผงึ ตดั เป็ นชินเล็กๆ ใส่ขวดพอประมาณ (๓) ใชน้ าํ มนั เบนซิน ใส่ในขาดให้ท่วม เทียน ปิ ดผาทิงไว้ ๑ คืน (๔) ใชไ้ มค้ นให้นาํ มนั กบั เทียนเขา้ กนั เป็ นเนือเดียว อยา่ ให้เหลวหรือขน้ เกินไป (๕) ปิ ดฝาเกบ็ ไวใ้ ชท้ าธูปเทียน หากนาํ มนั แหง้ เทียนแขง็ เตินาํ มนั ใชไ้ ดอ้ ีก -ใส่นาํ ในภาชนะนาํ มนต์ ภาชนะทีกรวดนาํ ก่อนจะใส่นาํ ควรตรวจทาํ ความสะอาด ใหเ้ รียบร้อย นาํ ทีใส่ควรเป็นนาํ ทีสะอาด ไม่มีสี ไมม่ ีกลิน ทีกรวดนาํ บางชนิดตอ้ งกะประมาณนาํ ให้ พอดีกบั ถว้ ยทีรองรับนาํ โดยวธิ ีใชถ้ ว้ ยตวงนาํ แลว้ เทใส่เตา้ นาํ -จดั ตงั โตะ๊ ตงั เทียนส่องธรรม เครืองทองนอ้ ดา้ นหนา้ ประธานพธิ ี กรณีมีเทศน์ -จดั พานรองคมั ภีร์เทศน์ จดั ทีวางเทียนส่องธรรม จดั ทีวางไมโครดฤนทีธรรมาสน์ -จดั วางเครืองไทยธรรม เทียนชนวน ไฟแช็ก ทีกรวดนาํ ไวท้ ีโตะ๊ ทา้ ยอาสน์สงฆ์ -จดั วางเครืองกณั ฑ์เทศน์ใส่ตะลุ่ม พานให้เหมาะสม โดยจดั วางแจกนั ดอกไม้ ผา้ ไตรไวด้ า้ นหนา้ สิงของอืนๆ เรียงใหส้ วยงาม นิยมตงั โตะ๊ กณั ฑเ์ ทศน์หนา้ ธรรมาสน์ -ในพิธีสวดพระอภิธรรม ตอ้ งจดั ตงั ตูพ้ ระอภิธรรม ตงั เครือทองนอ้ ยหรือทีบูชา ติด ธูปเทียนและทาเชือชนวนใหเ้ รียบร้อย -จดั หาใบปวารณา เขยี นจาํ นวนปัจจยั ทีจะถวายและเขียนชือเจา้ ภาพดว้ ย
๓๑๐ -ในกรณีนิมนตพ์ ระสงฆห์ ลาวดั กด็ ี นิมนตพ์ ระสงฆว์ ดั เดียวแต่รับมาก่อน ก็ดี ควร จดั หอ้ งพกั พระสงห์ไวต้ ่างหาก เมือพร้อมจะเริมพธิ ีจึงนิมนตอ์ อกไปพร้อมๆ กนั -ศาสนพิธีกร หรือศาสนพิธีผูช้ ่วย ควรสํารวจตนเองว่า การแต่งกายเรียบร้อย หรือไม่ อุปกรณ์ตา่ งๆ พร้อมใชแ้ ละใชไ้ ดด้ ีหรือไม่ เช่น ไฟแช็ก เป็ นตน้ -ประสานงานการจดั ขา้ วบูชาพระพุทธ และการจดั อาหารถวายพระสงฆ์ เพือให้ พร้อมทีจะถวาย เมือพระสงฆเ์ จริญพระพุทธมนตจ์ บ -มอบหมายหน้าทีปฏิบตั ิพิธีให้ชัดเจน เช่น ใครเชิญเทียนชนวน ให้อาราธนาศีล ฯลฯ การปฏบิ ัติการ เมือถึงเวลาจะเริมปฏิบตั ิพธิ ี ศาสนพิธีกรจะตอ้ งแบ่งงานใหแ้ ต่ละคนปฏิบตั ิในพธิ ีตา่ งๆ ใคร ทาํ หนา้ ทีอะไร จะตอ้ งทาํ หนา้ ทีนนั ตลอด เช่น เมือเชิญเทียนชนวนหรืออาราธนา จะเชิญเทียนชนวน กีครัง หรืออาราธนากีหน นิยมใชศ้ าสนพธิ ีกรคนเดิม ไมน่ ิยมเปลียนไปเปลียนมา ๙.๖ การประยกุ ต์ใช้ทักษะภาษาสําหรับศาสนพธิ ีกร ศาสนพิธีกร เป็ นบุคคลผทู้ ีมีความสําคญั ในการกาํ กบั งานให้เกิดความเรียบร้อยดงั ทีกล่าว แล้ว ภาษา ก็เป็ นสิงทีพิธีกร ควรทราบและใช้ให้ถูกตอ้ ง ในแต่ละเรือง เพราะภาษามีทงั ทีเป็ น ทางการ และไมเ่ ป็ นทางการ ภาษาทีใชข้ องพธิ ีกรมี ๕ ระดบั คือ ๑. ระดบั กนั เอง ใชใ้ นวงสนทนา ผใู้ กลช้ ิดมากๆ ๒. ระดบั สนทนา ใชใ้ นการสนทนาของบุคคลกลุม่ เล็ก ๆ เช่น การปรึกษาหารือ เป็ นตน้ ๓. ระดบั กึงทางการ ใชใ้ นการประชุมกลุ่มอภปิ ราย กลุ่มบรรยายในหอ้ งเรียนการ แสดงความคิดเห็นเชิงวชิ าการ ๔. ระดบั ทางการ ใชใ้ นการบรรยาย อภิปราย การเสนอข่าวตอ่ สาธารณชนอยา่ ง เป็ นทางการ การใช้ภาษาของพธิ ีการทวั ไปจะอยู่ในระดบั นี ๕. ระดบั พิธีการ ใชใ้ นทีประชุมจดั ขึนอยา่ งเป็นพิธี เช่น การเปิ ดประชุมรัฐสภา การกล่าวปราศรัยของบุคคลสาํ คญั ตวั อย่างภาษาทใี ช้ต่างระดบั ในการพดู ของพธิ ีกร
๓๑๑ ระดับ ๑ – ๓ ระดับ ๔ – ๕ งานแตง่ งาน งานมงคลสมรส ถึงเวลาแลว้ ไดเ้ วลาอนั สมควรแลว้ ประธานมาถึงแลว้ ประธานในพิธีไดเ้ ดินทางมาถึงบริเวณงานแลว้ พระสงฆอ์ งคเ์ จา้ พระสงฆ์ เผาศพ ฌาปนกิจศพ นอกจาก บทบาท ดงั กล่าวแลว้ พธิ ีกร ยงั มีการปรากฏตวั และการใชค้ วามพูดในแตล่ ะครัง ทีเหมาะสมกบั ในแตล่ ะงาน ทีควรเพมิ เติม ไมว่ า่ จะเป็นการกล่าวทกั ทายในทีประชุมหรือทีชุมชน ต่างๆ วา่ เป็ นหนา้ ทีของพิธีกรหรือไม่ เช่น การทกั ทายในทีประชุม ควรเป็ นการทกั ทายโดยทวั ไป เช่น ท่านผมู้ ีเกียรติทีเคารพ ไมค่ วรกล่าวเจาะจงเป็ นตาํ แหน่ง ซึงการทกั ทายแบบนนั เป็ นหนา้ ทีของ ผทู้ ีไปพดู ไมใ่ ช่หนา้ ทีของพิธีกร พธิ ีกร ไม่ไดม้ ีบทบาท ในการเป็ นผูใ้ ห้ความรู้ แต่จะเป็ นผคู้ อยเชือมโยงกิจกรรมหนึงไปสู่ กิจกรรมหนึง สําหรับผูท้ ีให้ความรู้เรียกวา่ “วทิ ยากร” หรือ “พระนกั เทศน์” หรือบุคคลอืนทีถูกเชิญ มิใช่พธิ ีกร บุคคลผูท้ าํ หนา้ ทีพธิ ีกร ไม่ควร แนะนาํ ตวั เองก่อนปฏิบตั ิหน้าที เพราะงานพิธีกรเป็ นงานที ส่งเสริมให้คนอืนเด่น มิใช่ตวั เองเด่น แต่ถา้ เป็ นคนเชิญเราออกชือให้ปฏิบตั ิหน้าทีพิธีกร ก็ดูดีขึน กว่าการทีจะแนะนาํ ตวั เองและการจะตอ้ งทกั ทายในทีประชุมมีหลกั การทกั ทาย คือ ควรทกั ทายไม่ เกิน ๓ - ๔ ชือ หรือ ๓ - ๔ ตาํ แหน่ง เรียงตามลาํ ดบั อาวโุ ส แลว้ ตามดว้ ยคาํ วา่ “และท่านผูม้ ีเกียรติ” เวลาทกั ผใู้ ด ควรหนั หนา้ ไปทางผูน้ นั จนกระทงั สบตาหรือมองไปทีใบหนา้ ของผถู้ ูกทกั ไมต่ อ้ งมีคาํ วา่ “กราบเรียน” “เรียน” “สวสั ดี” ในกรณีมีพระสงฆ์ผใู้ หญ่อยูใ่ นทีประชุมดว้ ย ควรเริมดว้ ยคาํ ว่า “นมสั การ” ตามดว้ ยสมณ ศกั ดิของท่าน และก่อนจะทกั คฤหสั ถ์ ซึงเป็ นผใู้ หญ่ อยใู่ นทีนนั จะใชค้ าํ วา่ “เรียน” คนั กลาง เพือให้ เห็นความแตกต่าง แต่ถา้ มพี ระสงฆผ์ ใู้ หญ่หลายรูป จะทกั พระสงฆท์ ีเป็นประธานก่อน แลว้ ตามดว้ ยคาํ วา่ “พระเถรานุเถระ” ตอ่ ดว้ ยความลงทา้ ยวา่ ดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง,ดว้ ยความเคารพ ตามสมณศกั ดิ ของท่าน และเมือจะกล่าวขอบคุณ หลกั การทีพธิ ีกรควรกล่าวขอบคุณทีดี ควรปฏิบตั ิ ตามแนวทาง ๑) พธิ ีกรควรหนั ไปทางทีผรู้ ับกล่าวขอบคุณ ๒) กล่าวทกั ผูร้ บั การขอบคุณ
๓๑๒ ๓) ถอ้ ยคาํ ทีใชใ้ หร้ ู้สึกวา่ กล่าวกบั ผูร้ บั การขอบคุณเท่านนั ๔) กล่าวถึงความประทบั ใจจากการฟัง การร่วมกิจกรรม ๕) ลงทา้ ยดว้ ยขอ้ ความวา่ “ในนาม.....................” ๖) ลงทา้ ยดว้ ยขอ้ ความทีมีพลงั เช่น คาํ คม กลอน หรือถอ้ ยคาํ ทีพูดแลว้ รู้สึก ประทบั ใจกวา่ ธรรมดาเพือเรียกร้องใหผ้ ฟู้ ังปรบมือโดยอตั โนมตั ิ ในการเชิญประธานขึนประกอบพธิ ี พิธีกรกล่าวนาํ ก่อนเชิญ คือ ถา้ เป็ นพิธีการทวั ไป เช่น เปิ ด ประชุมสมั มนาใชว้ า่ “บดั นีไดเ้ วลาอนั สมควรแลว้ ” ถา้ เป็ นพธิ ีการทีใหฤ้ กษ์ เช่น เปิ ดป้าย(วางศิลาฤกษ์ ใชว้ า่ “บดั นี ไดเ้ วลาอนั เป็ น มงคลฤกษแ์ ลว้ ) ส่วนวธิ ีการเชิญประธานขึนประกอบพธิ ีมีวธิ ีปฏิบัติ ๓ ประการ คือ ๑). พธิ ีการสาํ คญั มาก ไมป่ ระกาศเชิญทางเครืองขยายเสียง แต่มกี ารเตรียมการ อยา่ งดี ซกั ซอ้ มกนั อยา่ งดี ๒). ใชว้ ธิ ีบรรยาย เช่น พูดวา่ บดั นีไดเ้ วลาอนั สมควรแลว้ ทา่ นประธานในพิธีจะ ได้ ประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัย ๓). ใชว้ ธิ ีเชิญทางไมโครโฟน ซึงเป็นวธิ ีใชอ้ ยทู่ วั ไป ใชใ้ นงานทวั ๆ ไป คาํ พูดทีพธิ ีกร ควรใช้ เช่นคาํ วา่ “พระคุณท่าน” “พระคุณเจา้ ” และ “พระเดช พระคุณ” “พระคุณทา่ น” ใชก้ บั พระสงฆท์ วั ไป จนถึงพระราชาคณะชนั ธรรม “พระคุณเจา้ ” ใชก้ บั พระสงฆ์สมณศกั ดิ ชนั เจา้ คณะรอง ชนั หิรัญบฏั หรือชนั พรหม “พระเดชพระคุณ” ใชก้ บั พระสงฆร์ ะดบั พระราชาคณะ ขึนไป ขอ้ ควรรู้ทวั ไปในการเป็ นศาสนพธิ ีกร ๙.๗ ข้อควรรู้ทวั ไปของศาสนพธิ ีกร การเป็ นศาสนพิธีกรทีดีควรมีการศึกษาเพิมเตมิ ขอ้ ควรรู้ในการปฏิบตั ิบางพิธีจะมีลกั ษณะที แตกต่างกนั ออกไปทงั นี ศาสนพิธีกรจะต้องศึกษาระเบียบ ขอ้ ปฏิบตั ิตามบริบทสังคมตลอดทงั ทาํ เนียมในการปฏิบตั ินนั ๆ ดว้ ย ดงั นนั การศึกษาขอ้ ควรรู้จะเป็ นแนวทางใหก้ ารปฏิบตั หิ นา้ ทีศาสน
๓๑๓ พิธีกรมีความสมบูรณ์มากยงิ ขึนซึงไดเ้ นน้ เกียวกบั หลกั ปฏิบตั ิศาสนพิธีกรทางพระพุทธศาสนาเป็ น หลกั ดงั นี ๑. การอาราธนาศีล พิธีกรบางคนยนื บางคนนงั มีวิธีถูกตอ้ งอยา่ งไร - ถา้ พระสงฆ์ นงั บนอาสน์สงฆ์ ผรู้ ่วมพธิ ีนงั เกา้ อี พิธีกรยนื ทา้ ยอาสน์สงฆต์ รงพระ รูปที ๓ นบั จากทา้ ยสุด - ถา้ พระสงฆน์ งั ระดบั พืน ผูร้ ่วมพธิ ีนงั ระดบั พนื พธิ ีกรควรนงั คุกเขา่ หนา้ ประธาน สงฆ์ ประนมมือ กราบ ๓ ครัง แลว้ จงึ กล่าวอาราธนาศีล -ถา้ พระสงฆน์ งั บนอาสน์สงฆ์ แต่ผเู้ขา้ ร่วมพิธีนงั พืนพธิ ีกรควรนงั คุกเขา่ อาราธนาศีล เช่นกนั ๒. คําว่า “สวดมนต์” “เจริญพระพทุ ธมนต์” “สวดพระพุทธมนต์” ใช้ต่างกนั อย่างไร สวดมนต์ ใชก้ บั กิจกรรมตา่ ง ๆ เช่น นกั เรียนสวดมนต์ นายขาวสวดมนตก์ ่อนนอน เจริญพระพุทธมนต์ ใชใ้ นพธิ ีการทวั ไปทีเป็ นงานมงคล/สวดพระพทุ ธมนต์ ใชก้ บั พธิ ี อวมงคล ๓. คาํ วา่ “พระอโุ บสถ” กบั “อุโบสถ” หรือ “โบสถ์” ใช้ต่างกนั อยา่ งไร พระอุโบสถใหใ้ ชก้ บั วดั ทีเป็ นพระอารามหลวง /ส่วนวดั ราษฎร์ใหเ้ รียกวา่ อโุ บสถหรือ โบสถ์ ๔. คาํ วา่ “หมายกาํ หนดการ” กบั “กาํ หนดการ” ใชต้ ่างกนั อยา่ งไร หมายกําหนดการ เป็ นเอกสารแจง้ กาํ หนดขนั ตอนของงานพระราชพิธี โดยเฉพาะลกั ษณะของ เอกสารจะตอ้ งอา้ งพระบรมราชโองการคือขึนตน้ ดว้ ยขอ้ ความวา่ “นายกรัฐมนตรี หรือเลขาธิการพระราชวงั รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สังว่า” เสมอไป และในทางปฏิบัติเจ้าหน้าทีจะต้องส่งต้น หมายกาํ หนดการนี เสนอนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ กําหนดการ เป็ นเอกสารแจง้ กาํ หนดขนั ตอนของงานโดยทวั ไปทีทางราชการ หรือส่วน เอกชนจดั ทาํ ขึนเอง แมว้ า่ งานนนั ๆ จะเป็นงานทีเกียวขอ้ งถึงเบืองพระยุคลบาท เช่น เป็ นงานทีเสด็จ พระราชดาํ เนิน แต่ถา้ งานนันมิได้เป็ นงานพระราชพิธีซึงกาํ หนดโดยพระบรมราชโองการแลว้ เรียกวา่ กาํ หนดการทงั สิน ๕. คาํ วา่ “แขกผ้มู เี กยี รติ” กบั “ท่านผ้มู เี กยี รติ” ใชต้ ่างกนั อยา่ งไร ควรใชค้ าํ วา่ “ท่านผ้มู ีเกียรติ” เพราะเป็นคาํ ทีใชก้ บั ผูอ้ ยใู่ นทีนนั หรือกลุ่มเดียวกนั แต่ไม่ ควรใชค้ าํ วา่ “แขกผู้มเี กียรติ” ๖. เวลา ๐๙.๓๐ น. พิธีกรควรอ่านวา่ อยา่ งไร
๓๑๔ ควรอา่ นวา่ “เวลาเก้านาฬิกา สามสิบนาท”ี ไมค่ วรอา่ นวา่ “เวลาเก้าจุดสามศูนย์นอ” ๗. สิงของทีจะวายพระสงฆใ์ นพิธีการทาํ บญุ จะเรียกวา่ “ไทยทาน” หรือ “ไทยธรรม”ตอ้ ง ใชค้ าํ วา่ “ไทยธรรม” ซึงแปลวา่ ของทีถวายพระ ส่วน “ไทยทาน” นนั คอื ทานทีใหแ้ ก่คน ทวั ไป ๘. กราบเรียน ใชก้ บั บุคคล ๑๕ ทา่ น คือ ๑. ประธานองคมนตรี ๒. นายกรัฐมนตรี ๓. ประธานรัฐสภา ๔. ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ๕. ประธานวฒุ ิสภา ๖. ประธานศาลฎีกา ๗. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๘. ประธานศาลปกครองสูงสุด ๙. ประธานกรรมการเลือกตงั ๑๐. ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๑๑. ประธานกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ ๑๒. ประธานกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน ๑๓. ประธานผตู้ รวจการแผน่ ดินหรือผูต้ รวจการแผน่ ดิน ๑๔. อยั การสูงสุด ๑๕. รัฐบุรุษ นอกเหนือจาก ๑๕ ท่านข้างต้นนี ให้ใช้คําว่า \"เรียน ๙. การเกียวกบั การปฏิบตั ิ การจุดธูปเทียน เครืองทองนอ้ ย ชุดบน -ล่าง และเทียน ส่องธรรม เนืองในงานศพทีมีการแสดงธรรมดว้ ย ๔ กรณี - ศพพระ ประธานเป็นพระ - ศพพระ ประธานเป็นฆราวาส - ศพฆราวาส ประธานเป็ นพระ - ศพฆราวาส ประธานเป็ นฆราวาส แนวทางปฏิบตั ิของการจุด ๔ กรณีนี ไมเ่ หมือนกนั แต่ทีเราเห็น คือ จุดเหมือนกนั หมด เช่น กรณีศพพระ ประธานพระ มขี นั ตอนปฏิบตั ิ ดงั นี
๓๑๕ ก่อน ๑. ประธานเป็นพระ จุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย แลว้ ใหจ้ ดุ เทยี นส่องธรรม - เจา้ หนา้ ที อาราธนาศีล - ประธานพระ จจุุดดเเคครริืือองงททอองงนนออ้้ ยย ชุดหนา้ ตวั เอง (เครืองใน) - ประธานพระ ชุดหนา้ ศพ (เครืองนอก) - เจา้ หนา้ ที อาราธนาธรรม เป็ นตน้ ๒. อีก ๓ กรณี จดุ อีกแบบ ต่างกนั ทงั ๔ กรณี แตถ่ า้ ศพพระ ประธานฆราวาส แนว ทางการปฏิบตั ิของประธาน หลงั จากจดุ ธูป เทียน บูชาพระรตั นตรยั คือ ปจุดรเะคธราิือนงจทุดอเทงนียอน้ ยส่ชอุงดธหรนรา้มตวั เอง - - - เจา้ หนา้ ที อาราธนาศีล - จดุ เครืองทองนอ้ ย ชุดหนา้ ศพ - เจา้ หนา้ ที อาราธนาธรรม ตามทีกล่าวมา นนั คือบทบาทและหนา้ ทีของพิธีกร ทีมีบทบาททงั ในการกาํ กบั พิธีกรรม ให้เป็ นพิธีการ และให้เกิดความเรียบร้อย สวยงาม ในการจดั งานแต่ละครัง พิธีกร จึงควร หมนั ศึกษาเพิมเติมความรู้ให้ทนั สมยั อยู่เสมอ และพยายามพฒั นาตนเอง เพือให้เกิดประสิทธิภาพ ในการดาํ เนินงานแต่ละครัง อนั จะเป็นความงดงามของพิธีกรรม พิธีการ ดงั กล่าว สมกบั ทีเคยมีผรู้ ู้ กล่าวไวว้ า่ การเป็ นพธิ ีกร ทีเหมาะสม ควร มีการซกั ซอ้ ม ศกึ ษา ปฏิบตั ิ เพอื ใหเ้ กิดความเรียบร้อย จึง จะถือวา่ เป็นพิธีกร ทีดี สมกบั คาํ กล่าวถึงพธิ ีกร วา่ “ต้นตืนเต้น กลางกลมกลืน จบจับใจ” นนั เอง ๑๐.สรุปผลการประชุมสัมมนา เครือข่ายศาสนพธิ ีกร ทคี วรทราบ การปฏิบตั พิ ธิ ีการ ของเจา้ หนา้ ทีศาสนพธิ ีกร มแี นวทางการปฏิบตั ิทีควรทราบ จากการ ประชุมสมั มนา เครือข่ายศาสนพธิ ีกร ณ หอ้ งประชุมกรมการศาสนา ชนั ๒ กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม เมือวนั ที ๙ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๑ มีรายละเอียดเบืองตน้ ดงั นี นายชวลิต ศิริภิรมย์ ทีปรึกษากรมการศาสนา ประธานการประชุม ไดแ้ จง้ เรืองให้ ที ประชุมทราบดงั นี ๑. กรมการศาสนา มีหนังสือถึงมหาเถรสมาคม เพือขอให้กรรมการมหาเถรสมาคม เป็ นกรรมการทีปรึกษาเครือข่ายศาสนพิธีกร ๒. มติมหาเถรสมาคม ครังที ๒/๒๕๖๑ เรืองการจดั สถานทีและอุปกรณ์ในการจดั พิธี กิจกรรมทางศาสนา ขอให้ปฏิบตั ิตามมติมหาเถรสมาคมดงั กล่าว มติมหาเถรสมาคม ขอ้ ๒.๕ การ เขา้ ทีกรวดนาํ เจา้ หนา้ ทีควรทีจะเชิญทีกรวดนาํ ไปวางทีโต๊ะเคียง พึงหลีกเลียงถือทีกรวดนาํ ให้ผู้
๓๑๖ เป็ นประธานทีเป็ นคฤหัสถ์ กรณีนี ผูแ้ ทนกองพระราชพิธี สํานักพระราชวงั ให้ขอ้ สังเกตว่า พิธี ราษฎร์และพิธีหลวงมีข้อปฏิบตั ิแตกต่างกัน ในเรืองนีสํานักพระราชวงั มีขอ้ ปฏิบตั ิโดยเฉพาะ เพราะฉะนนั การปฏิบตั ิอาจแตกต่างไปจากมติมหาเถรสมาคมดงั กล่าว เรืองทีเสนอเพอื พิจารณา ๑. การใชค้ าํ วา่ “จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย” หรือ “จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย” ไดข้ อ้ สรุปวา่ ใหใ้ ชค้ าํ วา่ “จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย” การปฏิบตั ิแยกพิธีหลวง กบั พธิ ีราษฎร์ พิธีหลวง การจุดเครื องห้า (ธูป ๕ ดอก เทียน ๕ ดอก) จุดทีละคู่ จุดเทียน แลว้ จุดธูป ปฏิบตั ิอยา่ งนีจนครบ ๕ คู่ (หรือตามพระราชอธั ยาศยั ) การเขา้ เทียนชนวนสาํ หรับพิธีกร ตามปกติใหเ้ ดินจากทา้ ยอาสน์สงฆ์ ส่งทางดา้ น ขวามอื ของประธาน (ยกเวน้ สถานทีบงั คบั อาจเขา้ ทางซ้ายมือของประธานก็ได)้ การส่งเทียนชนวน ควรนงั ส่ง (ไมว่ า่ ประธานจะยนื หรือนงั กต็ าม) ส่งดว้ ยมือขวา ใหห้ นั เทียนดา้ นทีติดไฟหนั เขา้ หาตวั ผู้ ส่ง หรือเอียงไปทางขวามือ เพือไม่ใหน้ าํ ตาเทียนหยดใส่ประธาน และในขณะประธานจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย ผสู้ ่งเทยี นชนวนไม่ตอ้ งประนมมอื ผูแ้ ทนกองพระราชพธิ ี สาํ นกั พระราชวงั ไดใ้ ห้ ขอ้ สังเกตเพมิ เติมวา่ เมือส่งเทียนชนวนแลว้ ควรถอย ๒ เข่า เพือไม่ให้ใกลป้ ระธานเกินไป และเพือ ไมใ่ ห้ขวางทางกลอ้ งช่างภาพ การส่งเทียนชนวนในทีกลางแจง้ ควรใชเ้ ทียนชนวนทีมีไส้ใหญ่ หรือ ใชว้ ธิ ีการเพมิ ไส้เทียนเป็ น ๙ เส้น หรือ ๑๐ เส้น เพอื ไมใ่ หด้ บั งา่ ย ๒. การกราบพระรัตนตรัยในหอ้ งประชุมซึงมีการประดบั ธงชาติ และพระฉายาลกั ษณ์ มีการปฏิบตั ิ ๒ แนวทาง คือ ๒.๑ ขา้ ราชการทหาร ปฏิบตั ิตามระเบียบกระทรวงกลาโหม คือ กราบพระ ๓ ครัง แลว้ ลุกขึนยืน หันหน้าไปทางธงชาติ แสดงการเคารพธงชาติ แลว้ หันหนา้ ไปทางพระฉายาลกั ษณ์ ถวายความเคารพพระฉายาลกั ษณ์ ๒.๒ ขา้ ราชการพลเรือน ปฏิบตั ิตามขอ้ ปฏิบตั ิของศูนยว์ ฒั นธรรม คือ กราบพระ ๓ ครังแลว้ ลุกขึนยนื ถอยหลงั ๒ กา้ ว แสดงการเคารพ (คาํ นบั ) ตรงกลาง เป็ นการแสดงออกถึงความ เคารพตอ่ สถาบนั ทงั ๓ ๓. จดุ ยนื ของพิธีกรในพิธีการ ๓.๑ พธิ ีหลวง, พิธีทางราชการ : ยนื ดา้ นทา้ ยอาสน์สงฆ์ ๓.๒ พธิ ีราษฎร์ : ผรู้ ่วมพิธีนงั เกา้ อี / พธิ ีกร ยนื ทา้ ยอาสนส์ งฆ์ ผรู้ ่วมพธิ ีนงั กบั พนื / พิธีกร นงั คุกเข่า (นงั ในระยะใกลพ้ ระสงฆพ์ อสมควร) ๔. จาํ นวนพระสงฆใ์ นพธิ ีการ
๓๑๗ พิธีหลวง : พระ ๑๐ รูป (ทรงครองแผน่ ดินดว้ ยทศพธิ ราชธรรม) พิธีหลวงหลายพิธี : จาํ นวนพระแลว้ แต่พิธีนนั ๆ เช่น พิธีฉัตรมงคล พระ ๒๐ รูป (รัชทายาทผจู้ ะครองราชย์ ตอ้ งมีพระชนมายุ ๒๐ พรรษาขึนไป) พิธีทางราชการ : พระ ๑๐ รูป (ราชการตอ้ งมีทศพธิ ราชธรรมดว้ ย) พธิ ีราษฎร์ : พิจารณาตามความเหมาะสม เช่น ๙ รูป ๗ รูป ๕ รูป ๕. พธิ ีสงฆ์ : ตงั โตะ๊ หมู่บูชาพระอยา่ งเดียว ไมต่ งั ธงชาติ และพระฉายาลกั ษณ์ ยกเวน้ บางพิธีเช่น พิธีกระทาํ สัตยป์ ฏิญาณตนต่อธงชยั เฉลิมพลของทหาร ตงั ทงั โตะ๊ หมูบ่ ูชาพระ, ธงชาติ และพระฉายาลกั ษณ์ ๖. ผา้ ภูษาโยง ในพิธีการทงั ปวง ใชผ้ า้ ภูษาโยง เป็ นการปฏิบตั ิดว้ ยความเคารพ ไม่รีบ ร้อน เป็นความงดงามของพธิ ีการ ไมใ่ ชส้ ายแถบ (ตามแบบทีหลายวดั ใช)้ ๗. พิธีสวดพระอภิธรรม ๗.๑ พิธีทางราชการ ไม่ตอ้ งอาราธนาธรรม เช่น วดั โสมนสั วหิ าร ๗.๒ พธิ ีชาวบา้ นทวั ไป ปฏิบตั ิตามธรรมเนียมการปฏิบตั ิของถินนนั ๆ หรือกรณีที ผูใ้ หญ่ของส่วนราชการต่างๆ เป็ นประธานในพิธี อาจประสานกบั ทางวดั เพือปฏิบตั ิตามแบบพิธี ทางราชการ หรือกรณีทีทางวดั ให้ปฏิบตั ิตามธรรมเนียมการปฏิบตั ิของวดั ก็ตอ้ งปฏิบตั ิไปตามนนั โดยมุ่งประโยชนค์ ือความเรียบร้อยของพิธีการเป็นสาํ คญั ๘. การใชค้ าํ วา่ “กาํ หนดการ” และ “หมายกาํ หนดการ” ๘.๑ งานราชพธิ ี, รัฐพิธี ทีทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใชค้ าํ วา่ “หมายกาํ หนดการ” ๘.๒ งานทวั ไปทีมิได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จดั เป็ นงานของส่วนราชการ, เอกชน หรือบุคคล ทูลเชิญเสดจ็ ไปในพิธีการ ใชค้ าํ วา่ “กาํ หนดการ” ๙. การใชพ้ ดั ยศของพระสมศกั ดิ ๙.๑ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กมุ ารี ขึนไป : ใชพ้ ดั ยศ ๙.๒ พระบรมวงศานุวงศช์ นั เจา้ ฟ้าลงมา : ใชพ้ ดั รอง ๙.๓ พิธีวนั เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว และสมเด็จพระ นางเจา้ สิริกิติ ฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปี หลวง และสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระ บรมราชินี (ทุกส่วนงานจดั ) : ใชพ้ ดั ยศ (จดั ตรงวนั ) ๙.๔ พิธีวนั เฉลิมพระชนมพรรษา เช่น พิธีวนั คลา้ ยวนั เฉลิมพระชนมพรรษา ร.๙ ทีมิไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ฏิบตั ิ ส่วนราชการปฏิบตั ิเอง : ไม่ใชพ้ ดั ยศ
๓๑๘ ๙.๕ ผูแ้ ทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทีทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้เป็ น ผแู้ ทนพระองคใ์ นพธิ ีการตา่ ง ๆ : ใชพ้ ดั ยศ ข้อควรทราบ : พดั ยศ ใช้กบั พระมหากษตั ริย์ผูย้ งั ทรงพระชนม์อยู่ ไม่ใช้กับ พระมหากษตั ริยท์ ีสวรรคตแลว้ ๑๐. การแตง่ กายของประธานในพิธี ๑๐.๑ พธิ ีทีทาํ ขึนเพือถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั : ประธานในพิธี แต่ง กายชุดปกติขาว ๑๐.๒ กรณีจดั พิธีถวายราชสักการะ ในลาํ ดบั พิธีมีการเปิ ดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายราช-สกั การะ, กล่าวถวายราชสดุดี และบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี : ประธานในพิธีแต่ง กายชุดปกติขาว ๑๐.๓ พิธีบรรพชาอุปสมบทเพือถวายพระราชกุศลฯ ในลาํ ดบั พิธีมีการเปิ ดกรวย กระทงดอกไมถ้ วายราชสักการะ, กล่าวถวายราชสดุดี และบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี : ประธานในพธิ ีแตง่ กายชุดปกติขาว ๑๐.๔ กรณีจดั เดิน-วงิ เทิดพระเกียรติฯ, ปันจกั รยาน เทดิ พระเกียรติ ฯลฯ : ประธาน จดั งานแต่งกายตามรูปแบบของงานทีจดั (ไมต่ อ้ งแตง่ กายชุดปกติขาว) ๑๑. เครืองทองนอ้ ย ๑๑.๑ พุ่มดอกไมห้ นั เขา้ ดา้ นใน : ไหวบ้ ุคคลทีเราเคารพ ๑๑.๒ พุ่มดอกไมห้ นั ออกดา้ นนอก : .ใหศ้ พไหวพ้ ระ ๑๑.๓ การจุด : ใหจ้ ุดธูปก่อน แลว้ จึงจุดเทียน ๑๑.๔ ศพทวั ไป : จุดเครืองทองนอ้ ยก่อนเขา้ สู่พิธีการ ๑๑.๕ ศพพระ : สมาทานศีลแลว้ จึงจุด (เพราะพระท่านมีศีลอยแู่ ลว้ ) ๑๒. พิธีทางราชการ เมือประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแลว้ ไม่มีการกล่าวคาํ บูชาพระ,กราบพระ เริมดว้ ยการอาราธนาศีล..และเมือประธานกราบพระรตั นตรัย เมือเสร็จสินพิธี ก็ ไมม่ ีการกล่าวนาํ กราบพระ ๑๓. การจดั วางพานพุม่ ทอง-พุ่มเงิน ในการจดั โตะ๊ หมู่ถวายราชสักการะ ๑๓.๑ กรณีจดั โต๊ะหมู่ ๔ ตวั ใหว้ างพานพุ่มทองไวบ้ นโตะ๊ หมู่ดา้ นขวาของโต๊ะ หมู่ วางพานพมุ่ เงินไวบ้ นโตะ๊ หมู่ดา้ นซา้ ยของโตะ๊ หมู่ (ตามเขม็ นาฬิกา) โตะ๊ หมูต่ วั กลาง ตงั ธูปเทียน แพกรวยกระทงดอกไม้ ๑๓.๒ กรณีจดั โต๊ะหมู่ ๗ ใหว้ างพานพุม่ ทองไวบ้ นโตะ๊ หมู่ดา้ นขวาของโต๊ะหมู่ วางพานพุ่มเงินไวบ้ นโต๊ะหมู่ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่ (ตามเข็มนาฬิกา) โต๊ะหมู่ตวั สูงสุดวางพาน
๓๑๙ ดอกไม้ (กรณีพระฉายาลกั ษณ์ใหญต่ งั แยกจากโตะ๊ หมู่) โต๊ะหมู่ตวั กลาง ตงั ธูปเทยี นแพกรวยกระทง ดอกไม้ โต๊ะหมู่ด้านหน้าซ้าย – ขวา ตงั พานดอกไม้ (กรณีมีของพระราชทาน ให้ตังวางของ พระราชทานบนโตะ๊ หมตู่ วั กลาง และวางพานธูปเทียนแพกรวยกระทงดอกไมบ้ นโตะ๊ หมู่ตวั ล่างสุด) ๑๔. การจดั ขบวนแห่ศพเวียนเมรุ... ๑๕. พิธีพระราชทานเพลิงศพ ให้อ่านหมายรับสัง อ่านสาํ นึกในพระมหากรุณาธิคุณ และประวตั ิผตู้ าย ตามลาํ ดบั หมายเหตุ กรมเสมียนตรา สาํ นกั งานปลดั กระทรวงกลาโหม ไดจ้ ดั สมั มนา เครือข่ายศาสน พธิ ีกร ระหวา่ งวนั ที ๒๑-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ วดั ชิโนรสาราม กรุงเทพ แตย่ งั ไมไ่ ดข้ อ้ ยตุ ิ ที ชดั เจน จึงนาํ เสนอ แนวทางนี เพอื เป็นขอ้ ควรทราบในเบืองตน้ ก่อน ๑๑. ข้อควรรู้เกยี วกบั งานมงคล ๑๑. การจุดธูปเทียน การจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยหรืออืนใดก็ตาม จะตอ้ งจุดเทียน ก่อนเสมอ แล้วจึงจุดธูป เพราะถือว่าเทียนสูงกว่าธูป และอีกประการหนึง การจุดเทียนก่อน หาก เทียนเกิดดบั ขึนระหวา่ งกลางคนั ก็จะไดต้ อ่ ติดกนั สะดวกยงิ ขึน ๑๑.๑ การถือเชิงเทยี นชนวนสําหรับพธิ ีกร – ถือดว้ ยมือขวา โดยหงายฝ่ ามือ ใชน้ ิวมือสีนิว (เวน้ นิวหวั แมม่ ือ) รองรับฐานเชิงเทียน ใชห้ วั แมม่ ือกดฐานเชิงเทียนดา้ นบนใหแ้ น่นเขา้ ไว้ – ไมน่ ิยมจบั กึงกลางเชิงเทียน เพราะจะทาํ ใหผ้ ใู้ หญ่รับไม่สะดวก ๑๑.๒ การส่งเทยี นชนวนให้ผ้ใู หญ่สําหรับพธิ ีกร – ถึงเวลาประกอบพธิ ี จุดเทียนชนวน ถือดว้ ยมือขวา เดินเขา้ ไปหาประธานในพิธี ยืน ตรงโคง้ คาํ นบั – เดินตามหลงั ประธานในพิธีไปยงั ทีบูชา – ถา้ ประธานในพธิ ีหยดุ ยนื หนา้ ทีบูชา พิธีกรนอ้ มตวั ลงเลก็ นอ้ ยส่งเทียนชนวน (ถา้ ประธานในพิธีนงั คุกเขา่ พธิ ีกรก็นงั คุกเขา่ ตาม) แลว้ ส่งเทียนชนวนดว้ ยมือขวา มือซา้ ยแนบชิดอยู่ ขา้ งลาํ ตวั – ส่งเทียนชนวนแลว้ ถอยหลงั ออกมาห่างจากประธานในพธิ ีพอสมควร พร้อมกบั คอย สังเกต ถา้ เทียนชนวนดบั พึงรีบเขา้ ไปจุดทนั ที – เมือประธานในพธิ ีจุดธูปเทียนเสร็จแลว้ เขา้ ไปรับเทยี นชนวน โดยวธิ ียนื มือขวาแบ มือเขา้ ไปรองรับ ถอยหลงั ห่างออกไปเล็กนอ้ ย โคง้ คาํ นบั แลว้ จงึ กลบั หลงั หนั เดินออกมา
๓๒๐ ๑๑.๓ การจุดธูปเทยี นสําหรับประธานในพธิ ี – เมือพิธีกรถือเทียนชนวนเขา้ ไปเชิญประธานฯ - ประธานฯ ลุกขึนจากทีนงั เดินไปทีหน้าโต๊ะหมู่บูชา ถา้ โต๊ะหมู่บูชาตงั อยูส่ ูง พึงยนื ถา้ ตงั อยไู่ ม่สูงนกั พอนงั คุกเขา่ จุดถึง พงึ นงั คุกเขา่ ลงแลว้ รับเชิงเทียนชนวนจากพิธีกร –จดุ เทียนเล่มขวาของพระพุทธรูปก่อนแลว้ จดุ เล่มซา้ ยตอ่ ไปแลว้ จงึ จุดธูปเช่นเดียวกบั เทียน – ถา้ มีสายชนวนเชือมโยงจากธูปไปยงั เทียนทุกคู่ พึงจุดธูปเป็ นอนั ดบั แรก – ถา้ ธูปมิไดจ้ ุม่ นาํ มนั ชนวน พึงถอนธูปออกมาจุดกบั เทียนชนวน ส่งเทียนชนวนให้ พิธีกรแลว้ ปักธูปไวต้ ามเดิม โดยปักเรียงหนึงเป็ นแถวเดียวกนั หรือปักเป็ นสามเส้าก็ได้ – จดุ ธูปเทียนเสร็จแลว้ นงั คุกเข่าประนมมือ กล่าวคาํ บูชาพระรัตนตรัย โดยวา่ นโม… ๓ จบ แลว้ วา่ อิมินา … (เพยี งแต่นึกในใจ) แลว้ กราบดว้ ยเบญจางคประดิษฐ์ ขณะกราบพึงระลึกถึง พระรัตนตรัยดว้ ย เสร็จแลว้ กลบั เขา้ ไปนงั ประจาํ ที ๑๑.๒ การอาราธนาสําหรับพธิ ีกร – เมือเจา้ ภาพ หรือประธานในพิธี จดุ ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแลว้ พิธีกรเริม กล่าวคาํ อาราธนาศีล – ถา้ อาสน์สงฆอ์ ยรู่ ะดบั พนื ผรู้ ่วมพธิ ีทงั หมดนงั กบั พนื พธิ ีกรพงึ นงั คุกเข่าประนมมือ กราบ ๓ ครัง แลว้ จึงกล่าวคาํ อาราธนา ถา้ อาสนส์ งฆย์ กขึนสูงจากพนื แต่ผูร้ ่วมพธิ ีทงั หมดนงั อยกู่ บั พนื กน็ งั คุกเขา่ อาราธนาเช่นกนั – ถ้าอาสน์สงฆ์ยกสูง ผูร้ ่วมพิธีทังหมดนังเก้าอี พิธีกรพึงยืนทางท้ายอาสน์สงฆ์ ขา้ งหนา้ พระสงฆ์รูปที ๓ จากทา้ ยแถวหรือทีอนั เหมาะสม ทาํ ความเคารพประธานในพิธี แลว้ หนั หน้าไปทางประธานสงฆ์ ประนมมือ กล่าวคาํ อาราธนาศีล โดยหยุดทอดเสียงเป็ นจงั หวะ ๆ ดงั นี “มะยงั ภนั เต วิสุง วิสุง รักขะณตั ถายะ, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ, ทุตยิ มั ปิ …ฯลฯ , ตะติยมั ปิ …ฯลฯ – เมือรับศีลเสร็จแลว้ พงึ อาราธนาพระปริตรตอ่ ไป จบแลว้ ถา้ นงั คุกเขา่ กราบ ๓ ครัง ถา้ ยนื กย็ กมือไหว้ เสร็จแลว้ ทาํ ความเคารพประธานในพธิ ีอีกครังหนึง ๑๑.๓ การจุดเทยี นนํามนต์ – ประธานในพิธี หรือเจา้ ภาพ จะตอ้ งรอคอยจุดเทียนนาํ มนตอ์ ีกครังหนึง
๓๒๑ – เมือพระเจริญพระพุทธมนตถ์ ึงบทมงคลสูตร (บท อะเสวะนา จะ พาลานงั …) พธิ ีกร พงึ จุดเทียนชนวนเขา้ ไปเชิญประธานในพิธีหรือเจา้ ภาพไปจดุ เทยี นนาํ มนตย์ กภาชนะนาํ มนตถ์ วาย ประธานสงฆย์ กมือไหว้ แลว้ กลบั ไปนงั ทีเดิม ๑๑.๔ การถวายข้าวบูชาพระพุทธ – เมือพระสงฆเ์ จริญพระพุทธมนตถ์ ึงบทถวายพรพระ พิธีกรยกสํารับคาวหวานไปตงั ทีหนา้ โตะ๊ หมู่บชู าโดยตงั บนโตะ๊ ทีมีผา้ ขาวปูรอง หรือทีพนื แต่มีผา้ ขาวปูรอง – เชิญประธานในพธิ ีหรือเจา้ ภาพทาํ พธิ ีบชู า (พธิ ีกรไมค่ วรจดั ทาํ เสียเอง) – ประธานในพิธี หรือเจา้ ภาพ นงั คุกเข่า (พิธีราษฎร์จุดธูป ๓ ดอก ปักทีกระถางธูป) ประนมมือ กล่าวคาํ บูชาขา้ วพระพทุ ธจบแลว้ กราบ ๓ ครัง – กรณียกสาํ รับคาวหวานสาํ หรับพระพทุ ธและสาํ รับคาวหรือทงั คาวและหวานสาํ หรับ พระสงฆเ์ ขา้ ไปพร้อมกนั (หลงั จบบทถวายพรพระ) ประธานฯ หรือเจา้ ภาพ นงั คุกเข่ากล่าวคาํ บูชา ขา้ ว พระพุทธจบแล้ว จึงยกสํารับคาวหรือทงั คาวและหวานถวายพระสงฆ์เฉพาะรูปประธานฯ นอกนนั จะมอบให้ ผรู้ ่วมพิธีเขา้ ร่วมถวาย ก็ชือวา่ เป็นความสมบูรณ์แห่งพธิ ีการทีเหมาะสม – คาํ ถวายขา้ วพระพุทธ “อิมงั สูปะพยญั ชะนะ สัมปันนงั สาลีนงั โอทะนงั อุทะกงั วะ รัง พทุ ธสั สะ ปูเชมิฯ” (ขา้ พเจา้ ขอบูชาดว้ ยโภชนะขา้ วสาลี พร้อมดว้ ยแกงกบั และนาํ อนั ประเสริฐนี แด่พระพุทธเจา้ ) ๑๑.๕ การจัดภัตตาหารถวายพระสงฆ์ – เวลาเชา้ จดั อาหารประเภทอาหารเบา เช่น ขา้ วตม้ โจก๊ กาแฟ ขนมปัง เป็ นตน้ – เวลาเพล จดั อาหารประเภทอาหารหนกั โดยมากจดั เป็ นอาหารไทย และควรเป็ น อาหารพืนเมืองเป็นหลกั อาจมีอาหารพิเศษแทรกบา้ งก็ได้ ๑๑.๖ การประเคนของพระ – ถา้ เป็ นชาย ยกส่งใหถ้ ึงมือพระภกิ ษุผรู้ ับประเคน ถา้ เป็นหญิง วางถวายบนผา้ ที พระสงฆท์ อดรบั ประเคนและรอใหท้ ่านจบั ทีผา้ ทอดนนั ก่อน จงึ วางสิงของลงบนผา้ นนั – ถา้ พระสงฆน์ งั กบั พนื พงึ นงั คุกเข่าประเคน ถา้ พระสงฆน์ งั เกา้ อี พึงยนื ประเคน – ยกภตั ตาหารทีจะพึงฉนั พร้อมภาชนะอาหารถวายเทา่ นนั สิงของเครืองใชต้ า่ ง ๆ ไม่ ตอ้ งยกประเคนเพียงแต่วางมอบให้เทา่ นนั กพ็ อ – ภตั ตาหารทุกชนิดทีประเคนแลว้ ห้ามคฤหสั ถจ์ บั ตอ้ งอีก ถา้ เผลอไปจบั ตอ้ งเขา้ ตอ้ ง ประเคนใหม่
๓๒๒ – ประเคนครบทุกอยา่ งแลว้ ถา้ นงั คุกเข่าประเคน ก็กราบ ๓ ครัง ถา้ ยนื ประเคนกน็ อ้ ม ตวั ลงยกมือไหว้ – ลกั ษณะการประเคนทีถูกตอ้ ง ประกอบดว้ ยองค์ ๕ คือ ๑. สิงของทีจะประเคน ไมใ่ หญ่โตหรือหนกั เกินไป ขนาดปานกลางคนเดียวยกไหว และยกสิงของนนั ใหข้ ึนพน้ จากพนื ทีสิงของนนั ตงั อยู่ ๒.ผูป้ ระเคนอยหู่ ่างจากพระภิกษุผรู้ ับประเคนประมาณ๑ศอก(อยา่ งมากไม่เกิน๒ศอก) ๓. ผปู้ ระเคนนอ้ มสิงของนนั เขา้ ไปใหด้ ว้ ยกิริยาอาการแสดงความเคารพออ่ นนอ้ ม ๔. กิริยาอาการทีนอ้ มสิงของเขา้ ไปใหน้ นั จะส่งให้ดว้ ยมือกไ็ ด้ ดว้ ยของเนืองดว้ ย กาย เช่นใชท้ พั พีตกั ถวาย กไ็ ด้ ๕. พระภิกษุผรู้ ับประเคนนนั จะรับดว้ ยมือก็ได้ ดว้ ยของเนืองดว้ ยกาย เช่น จะใชผ้ า้ ทอดรับ ใชบ้ าตรรับ หรือใชภ้ าชนะรับก็ได้ ๑๑.๗ การจัดเครืองไทยธรรมถวายพระสงฆ์ – เครืองไทยธรรม คือวตั ถุสิงของต่าง ๆ ทีสมควรถวายแก่พระสงฆ์ ไดแ้ ก่ปัจจยั ๔ และสิงของทีนบั เนืองในปัจจยั ๔ – สิงของทีประเคนพระสงฆไ์ ดใ้ นเวลาเชา้ ชวั เทียง ไดแ้ ก่ ประเภทอาหารคาวหวานทุก ชนิด ทงั อาหารสด อาหารแห้ง และอาหารเครืองกระป๋ องทุกประเภท หากนาํ สิงของเหล่านีไปถวาย ในเวลาหลงั เทียงวนั แลว้ เพยี งแต่แจง้ ให้ภิกษุรับทราบ แลว้ มอบสิงของเหล่านนั แก่ศิษยข์ องทา่ นให้ เกบ็ รักษาไวท้ าํ ถวายในวนั ต่อไปก็พอ –สิงของทีประเคนพระสงฆไ์ ดต้ ลอดเวลาไดแ้ ก่ประเภทเครืองดืมเครืองยาบาํ บดั ความเจบ็ ไข้ และประเภทเภสชั เช่นนาํ ตาลนาํ ผงึ นาํ ออ้ ยหมากพลู หรือประเภทสิงของทีไม่ใช่ของสาํ หรับขบฉนั –สิงของทีไมส่ มควรประเคนพระสงฆ์ ไดแ้ ก่ เงินและวตั ถุสาํ หรับใชแ้ ทนเงินเช่นธนบตั รเป็ น ตน้ (ในการถวายควรใชใ้ บปวารณาแทนตวั เงินส่วนตวั เงินมอบไวก้ บั ไวยาวจั กรของพระภิกษุนนั ) ๑๑.๘ การกรวดนํา เมือพระสงฆเ์ ริมอนุโมทนา คือ รูปหวั หนา้ วา่ “ยถา..” กใ็ หเ้ จา้ ภาพ กรวดนาํ ทนั ที พอจบ “ ยถา..” พระสงฆร์ ูปทีสองขึนบทอนุโมทนา “สพั พ.ี .” พระสงฆน์ อกนนั สวด รับต่อพร้อมกนั ก็ใหเ้ จา้ ภาพเทนาํ ใหห้ มด แลว้ นงั ประนมมือฟังพระสงฆใ์ ห้พรตอ่ ไป จบแลว้ กราบ ๓ หน การปฏบิ ตั ใิ นการกรวดนํา – กระทาํ ในงานทาํ บุญทุกชนิด เพืออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผลู้ ่วงลบั ไปแลว้
๓๒๓ – ใชน้ าํ ทีใสสะอาดบริสุทธิ ไม่มีสิงอืนใดเจือปน – ใชภ้ าชนะสาํ หรับกรวดนาํ โดยเฉพาะ ถา้ ไม่มี ก็ใชแ้ กว้ นาํ หรือขนั นาํ แทน โดย จดั เตรียมไวก้ ่อนถึงเวลาใช้ – กรวดนาํ หลงั จากถวายเครืองไทยธรรมแลว้ – เมือประธานสงฆเ์ ริมอนุโมทนา (ยถา…) ก็เริมหลงั นาํ อุทิศส่วนกุศล – ถา้ นงั อยกู่ บั พืน พึงนงั พบั เพยี บจบั ภาชนะ สาํ หรบั กรวดนาํ ดว้ ยมือทงั สอง รินนาํ ให้ ไหลลงเป็ นสาย – ถา้ ภาชนะสาํ หรับกรวดนาํ ปากกวา้ ง เช่น ขนั หรือแกว้ ควรใชน้ ิวมือขวารองรบั สายนาํ ใหไ้ หลลงไปตามนิวชีนนั ถา้ ภาชนะปากแคบ ไมต่ อ้ งใชน้ ิวมือรองรับสายนาํ – ควรรินนาํ ใหไ้ หลลงเป็ นสาย โดยไม่ขาดตอนเป็ นระยะ ๆ พร้อมกนั นนั ควรตงั จิต อุทิศส่วนกุศลแก่ท่านผลู้ ่วงลบั ไปแลว้ – เมืออุทิศเป็นส่วนรวมแลว้ ควรอุทิศระบุเฉพาะเจาะจงชือ นามสกลุ ของผลู้ ่วงลบั ไป แลว้ อยา่ งชดั เจนอกี ครังหนึง – เมือพระสงฆร์ ูปที ๒ รับ และขึนอนุโมทนาวา่ สพั พีติโย….พึงเทนาํ ใหห้ มดภาชนะ แลว้ ประนมมือรับพรต่อไป – ขณะทีพระสงฆก์ าํ ลงั อนุโมทนา ไมพ่ ึงลุกไปทาํ ธุรกิจอืน ๆ (หากไมจ่ าํ เป็ นจริง ๆ) – พระสงฆอ์ นุโมทนาจบแลว้ พึงกราบหรือไหวต้ ามสมควรแก่สถานทีนนั ๆ – นาํ ทีกรวดแลว้ พึงนาํ ไปเทลงทีพนื ดิน โดยเทลงทีกลางแจง้ ภายนอกตวั อาคาร บา้ นเรือน หา้ มเทลงไปในกระโถน หรือในทีสกปรกเป็ นอนั ขาด ๑๑.๙ การประพรมนําพระพทุ ธมนต์ ใหก้ ระทาํ หลงั จากพระสงฆอ์ นุโมทนา (ยถา สพั พ)ี จบแลว้ จะนิมนตใ์ หพ้ ระสงฆป์ ระพรมใครหรือทีใดกน็ ิมนตท์ ่านตามประสงค์ ๑๑.๑๐ ใบปวารณา ในการทาํ บญุ มกั จะมีเงินถวายพระสงฆเ์ สมอ เพือใหท้ า่ นนาํ ไปใชจ้ า่ ย แตพ่ ระสงฆท์ า่ นจบั ตอ้ งเงินไม่ได้ จงึ ใชใ้ บปวารณาแทน และใชค้ าํ วา่ จตุปัจจยั (ปัจจยั ๔ คอื เครืองนุ่งห่ม, อาหาร, ทีอยอู่ าศยั , ยารกั ษาโรค ) แทนคาํ วา่ เงิน ๑๑.๑๑ การลาข้าวพระพุทธ – เมือพระสงฆฉ์ นั ภตั ตาหารเสร็จแลว้ เจา้ ภาพหรือพิธีกร เขา้ ไปนงั คุกเขา่ ประนมมือ กล่าวคาํ ลาขา้ วพระพุทธจบแลว้ กราบ ๓ ครัง แลว้ ยกสาํ รบั ไปได้
๓๒๔ – คาํ ลาขา้ วพระพุทธ “เสสัง มงั คะลงั ยาจามิฯ” (ขา้ พเจา้ ขอคืนเศษอนั เป็ นมงคลนี ขา้ พเจา้ ขอภตั ตท์ ีเหลือทีเป็ นมงคลดว้ ยเถิด) ๑๒.ข้อควรรู้เกยี วกบั งานอวมงคล ๑๒.๑ การตังตู้พระธรรมควรตังตรงไหน ดงั ทีสันนิษฐานว่า เดิมคงจะนิมนต์พระมา “อ่าน” พระอภิธรรมจึงตอ้ งมีตูพ้ ระธรรมตงั ไวด้ ว้ ย อีกเหตุผลหนึง อาจจะถือคติว่า พระทีมาสวดพระอภิธรรมก็คือมา “เทศน์” พระอภิธรรมนนั เอง ดาํ เนิน ตามประวตั ิทีวา่ พระพุทธองคท์ รงแสดงพระอภิธรรมคือ“เทศน์พระอภิธรรม”โปรดพระพุทธมารดาเมือเป็ น การ”เทศน์” ก็ตอ้ งถือคมั ภีร์ตามแบบแผน แต่พระ ๔ รูป จะถือคมั ภีร์เล่มเดียวกนั ก็ทาํ ไม่ได้ จะหา คมั ภีร์มาถึง ๔ ฉบบั ก็ขดั ขอ้ ง จะถือแต่รูปเดียวก็กระไรอยู่ จึงแกไ้ ขดว้ ยการเอาคมั ภีร์ตงั ไวต้ รงหนา้ ทงั ๔ รูป เป็ นนิมิตวา่ ไดส้ วดหรือเทศน์ตามคมั ภีร์นนั แลว้ ถา้ หากเผอิญว่าพระยงั สวดไม่คล่องก็จะ ไดอ้ าศยั ดูตามคมั ภรี ์ไปไดอ้ ีกดว้ ย เหตุผลทีตอ้ งตงั ตูพ้ ระธรรมน่าจะเป็นดงั ทีวา่ มานี ดงั นัน เมือว่าตามธรรมเนียมแล้ว ตู้พระธรรมนันต้องตังหน้าพระสงฆ์ ไม่ใช่ตงั โดด ๆ ออกไป เช่นตงั ถดั จากโต๊ะหมู่บูชา หรือทางหวั อาสนส์ งฆด์ งั ทีบางแห่งปฏิบตั ิ มิหนาํ ซาํ ยงั พลอยจดั เขา้ ชุดเป็น พระธรรม พระสงฆ์ แยกกนั คนละที ซึงในพิธีสวดพระอภิธรรมไม่มีธรรมเนียมทีจะตอ้ ง จดั ชุดพระรัตนตรัยเช่นนนั แต่ประการใด ๑๒.๒ ธูปเทยี นทีหน้าศพ ธูปกดี อก เทยี นกเี ล่ม แต่เดิมนนั ศพสามญั ชนทวั ไป ทีหนา้ ศพจะมีเฉพาะจุดธูป ไม่มีเทียน แต่ศพเจา้ นายจะตงั เครืองบูชาทีเรียกวา่ เครืองทองน้อย ประกอบดว้ ยเชิงเทียน ๑ เชิง เชิงธูป ๑ เชิง กรวยปักดอกไม้ ๓ กรวย ตงั ในพานปากเรียบ ต่อมาจึงมีผูใ้ ช้เทียนจุดทีหน้าศพเป็ นเครืองบูชาคู่กบั ธูป แลว้ เลยมีคาํ ถามว่า ใชธ้ ูปกีดอก เทยี นกีเล่ม คาํ ตอบ คือ ถา้ จะอนุโลมตามศพเจา้ นาย ก็ใชธ้ ูปดอกเดียว เทียนเล่มเดียว ใหต้ ่างจากเครือง บูชาพระรัตนตรัย เวลานี เห็นศพสามญั ชนก็มีเครืองบูชาจดั แบบเดียวกบั เครืองทองน้อย ซาํ มีผู้ เรียกวา่ เครืองทองนอ้ ยอีกดว้ ย ซึงอนั ทีจริงเครืองบูชาหนา้ ศพสามญั ชน มีธูปดอกเดียวก็เหมาะสม อยแู่ ลว้ เทียนกไ็ ม่จาํ เป็นดว้ ยซาํ ไป ยงิ ถา้ จดั แบบเครืองทองนอ้ ยดว้ ยแลว้ ตอ้ งถือวา่ เกินฐานะ ผดิ แบบ แผน ไม่บงั ควรเป็ นอยา่ งยงิ ในพิธีสวดอภิธรรม เป็ นการบาํ เพญ็ กุศล ตามประเพณี เพืออุทิศส่วนกศุ ล ทกั ษิณานุ ประทาน ใหก้ บั ผวู้ ายชนม์ ซึงในพิธีการนนั สามารถดาํ เนินการได้ ตามความเหมาะสมและความ
๓๒๕ สะดวกของเจา้ ภาพ เช่น สวด ๓ วนั ๕ วนั หรือสวด ๗ วนั แลว้ เกบ็ ศพไว้ ๑๐๐ วนั เพือรอประกอบ พิธีฌาปนกิจ ตอ่ ไป ก็ได้ มีแนวทางในการดาํ เนินการได้ ตามประเพณีทวั ไป ๑๒.๓ ข้อควรรู้ การทอดผ้าบังสุกุล - ถวายจตุปัจจัย ไทยธรรม เมือสวดพระอภิธรรมเสร็จ จะเป็ นขนั ตอนทอดผา้ บงั สุกุลและถวายจตุปัจจยั ไทยธรรม ปัญหาทีถามกนั กค็ ือ ทอดผา้ ก่อน หรือถวายของกอ่ น ตอบตามธรรมเนียมเดิม คือทอดผา้ ก่อน เหตุผลก็คือ การถวายของเป็ นขนั ตอนสุดทา้ ยของการบาํ เพ็ญบุญก่อนทีพระจะอนุโมทนา หมายความวา่ ทาํ กิจตามขนั ตอนต่าง ๆ จบสินแลว้ พระสงฆก์ ็จะอนุโมทนา และตามธรรมเนียมนนั พระจะอนุโมทนาหลงั จากญาติโยมถวายของ กล่าวอีกนยั หนึง เมือถวายจตุปัจจยั ไทยธรรมแลว้ กไ็ ม่ ตอ้ งทาํ กิจพธิ ีอะไรอีกนอกจากอนุโมทนา หรือจะมองแบบง่าย ๆ ก็ได้ วา่ จะใหพ้ ระอนุโมทนากต็ อ้ ง ถวายของแก่ท่านก่อน ถา้ เทียบกบั มารยาทชาวบา้ น แขกมาบา้ นมางาน เจา้ ของบา้ นหรือเจา้ ภาพก็มกั มีของติดไมต้ ิดมือ หรือ “ของแถมพก” ใหด้ ว้ ย ใหต้ อนไหน กต็ อ้ งให้ตอนแขกจะกลบั นนั เอง เรานิมนต์พระมาในพิธี ก่อนพระจะกลบั ก็ถวายของให้ท่านไปดว้ ยเช่นเดียวกนั และธรรม เนียมของพระ เมือโยมถวายของ ก็ต้องอนุโมทนา เพราะฉะนัน ถวายของกบั อนุโมทนาจึงทาํ ติดตอ่ กนั ไป คือถวายของแลว้ อนุโมทนา ไมใ่ ช่ถวายของแลว้ ทอดผา้ เหตุทียา้ ยเอาการทอดผา้ ไปทาํ ก่อนอนุโมทนาก็เนืองมาจากเกิดความคิดวา่ ในการพิจารณา ผา้ พระตอ้ งใชต้ าลปัตร อนุโมทนาก็ตอ้ งใชต้ าลปัตร ถา้ ทอดผา้ ก่อนถวายของ เมือพิจารณาผา้ เสร็จก็ ตอ้ งวางตาลปัตรมารับของ รับเสร็จแลว้ จะอนุโมทนาก็ตอ้ งหยิบตาลปัตรอีก เพือไม่ให้พระตอ้ ง หยิบ ๆ วาง ๆ ตาลปัตร จึงเอาการทอดผา้ มาทาํ ทีหลงั ถวายของ พิจารณาผา้ เสร็จก็อนุโมทนาตอ่ ไป เลย ไม่ตอ้ งวางตาลปัตร เหตุผลมีเพียงแค่นี แต่เมือแกล้ าํ ดบั ขนั ตอนแลว้ กลายเป็ นเสียธรรมเนียม ธรรมดาทาํ งานก่อนแลว้ จึงไดผ้ ลตอบแทน แต่กลายเป็ นรับผลก่อนแลว้ คอ่ ยยอ้ นไปทาํ งาน หรืออีก นยั หนึง ถวายของก่อนทอดผา้ กเ็ ปรียบเหมือนบอกลาแลว้ ยงั พดู ธุระตอ่ นนั เอง ๑๒.๔ ตัวอย่างบทพธิ ีกร งานพระราชทานเพลงิ ศพ เกรินนาํ / เข้าสู่พธิ ีการ ตามลําดับ -พิธีกร หรือเจ้าภาพ อ่านหมายรับสัง -ผ้แู ทนเจ้าภาพ อ่านสํานึกในพระมหากรุณาธิคณุ -พธิ ีกร / ผ้แู ทน นําเรียนประวตั ิ และคําไว้อาลยั
๓๒๖ ๑. ชาติภมู ิ เรียน.............................................................(ประธานพิธี และทา่ นผมู้ ีเกียรตทิ ีเคารพทุก ทา่ น ก่อนทีจะประกอบพธิ ีพระราชทานเพลิงศพ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ).............................. ใน วนั นี เพือเป็นการประกาศเกียรติคุณ และราํ ลึกถึงเป็ นวาระสุดทา้ ย กระผม (นาย, นาง, นางสาว,ยศ) พธิ ีกร....................ขอนาํ ประวตั ิและคาํ ไวอ้ าลยั ของผวู้ ายชนมม์ าเรียนใหผ้ มู้ ีเกียรติทุกทา่ นเพอื ได้ ทราบ โดยสงั เขป ดงั นี (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)..............เป็ นบุตรของ..................... และนาง................................... เกิดเมือวนั ที...................เดือน...........................พ.ศ. ..................... บา้ นเลขที..................ตาํ บล .............................อาํ เภอ...........................จงั หวดั ................................... มีพีน้องร่วมบิดามารดา รวม............................คน ๑. .........................๒. ......................................... ๒. การศึกษา (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...............สาํ เร็จการศึกษา..................จากโรงเรียน.................................. การทํางาน / การรับราชการ เมือสาํ เร็จการศึกษาแลว้ ไดเ้ ขา้ ทาํ งานเป็ น .............................. ๔. ครอบครัว(นาย,นาง,ยศ)......................ไดส้ มรสกบั ...............................(ซึงเป็ นบุตร, บุตรี) ของ..........................................มีบุตร..............คน คือ ๑. ....................๒. .................. ๕. เกยี รตคิ ุณทคี วรยกย่อง / รางวลั ทไี ด้รับ / คณุ งามความดีอืน ๆ ตาํ แหน่งสุดทา้ ย.................................. / เครืองราชอสิ ริยาภรณ์ (ถา้ มี).................................. ตามประวตั ิการปฏิบตั ิงาน (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...................................................เป็ น ผปู้ ฏิบตั ิ หนา้ ทีดว้ ยความซือสัตยส์ ุจริต เป็ นผมู้ ีความรับผิดชอบต่องานในหนา้ ทีอยา่ งสูงยิง มีอธั ยาศยั โอบ ออ้ มอารี รักหมู่คณะ รักพี รักน้อง รักผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชา และเป็ นผูใ้ ห้ความเคารพต่อผูบ้ งั คบั บญั ชา และเป็ นผูม้ ีความอ่อนน้อมต่อผูใ้ หญ่ เป็ นผูม้ ีนาํ ใจอนั ประเสริฐ ตลอดระยะเวลาอนั ยาวนานทีได้ ปฏิบัติ หน้าทีในความรับผิดชอบ ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจและสติปัญญา ทํางานเพือสร้าง คุณประโยชนต์ อ่ ประเทศชาตินบั เป็ นอเนกอนนั ต์ ในด้านศาสนาเป็ นผู้มีศรัทธาเลือมใสในพระพุทธศาสนาได้ให้การอุปถัมภ์บํารุ ง พระพทุ ธศาสนา อยเู่ นืองนิตย์
๓๒๗ ในดา้ นครอบครัวไดป้ ฏิบตั ิหนา้ ทีในฐานะเป็ นผนู้ าํ ครอบครัวอย่างดียิง เป็ นคู่ชีวิตทีดีของ (สามี, ภรรยา) ใหค้ วามห่วงใยบุตรธิดาตลอดเวลา ทาํ ใหค้ รอบครัวมีความอบอุ่นและเป็ นครอบครัว ทีมีความสุขเป็ นอยา่ งยงิ เนืองจากเป็นผูม้ ีอธั ยาศยั ร่าเริง สนุกสนาน และมองโลกในแงด่ ี ๖. การเจ็บป่ วย / การรักษา และการถึงแก่กรรม (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)..............................ไดล้ ม้ ป่ วยลงดว้ ยโรค...................................... และเขา้ รับการรักษาพยาบาลทีโรงพยาบาล......................................................และถึงแก่กรรมดว้ ย อาการอนั สงบ เมือวนั ที...................เดือน............................พ.ศ. ..................เวลา...................นาฬิกา รวมสิริอายไุ ด.้ ................ปี ๕. คําไว้อาลยั การจากไปของ (นาย, นาง, นางสาว,ยศ)............................................ในครังนี สร้างความ เศร้าโศกเสียใจแก่ (สามี, ภรรยา) บุตร - ธิดา และญาติมิตรเป็ นอยา่ งยงิ และมิใช่แต่เป็ นความสูญเสีย บุคคลอนั เป็นทีรักยิงของครอบครัว (สกลุ ).......................................เท่านนั แตน่ บั วา่ เป็ นการสูญเสีย ทรัพยากรบุคคลผทู้ รงคุณค่าของประเทศชาติอีกดว้ ย ท่านผูม้ ีเกียรติทีเคารพ ชีวิตและความตายเป็ นของคู่กนั ทีใดมีเกิดทีนนั ตอ้ งมีตาย ชีวติ ของ สัตวท์ งั หลาย ถูกความเกิด ความเจบ็ ความแก่เบียดเบียน ยอ่ มเสือมสินไปตามกาลเวลา ครังถึงกาล กาํ หนดแลว้ ก็ยอ่ มจะตอ้ งแตกทาํ ลายไป พระพทุ ธศาสนาจึงสอนใหพ้ ทุ ธศาสนิกชนพึงประกอบแต่ ความดีเป็ นนิตย์ เพือความสงบสุขของชีวิตในปัจจุบัน และเป็ นทีพึงพิงในโลกเบืองหน้าใน สมั ปรายภพ ดว้ ยอาํ นาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลคุณงามความดีที (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)........ทีไดป้ ฏิบตั ิบาํ เพญ็ มา ตลอดถึงบุญกุศลที (สามี, ภรรยา) บุตร ธิดา และญาติมิตร ไดร้ ่วม จิต บาํ เพ็ญทักษิณานุประทานอุทิศให้ในกาลครังนี จงเป็ นพลวปัจจยั ส่งให้ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)..............................ไดไ้ ปสถิตเสวยอุดมสุข ในทิพยวมิ านสุคติสถาน ในสมั ปรายภพดว้ ยเทอญ ในวาระสุดทา้ ยนี ขอเรียนเชิญทา่ นผเู้ กียรตทิ ุกทา่ นไดร้ ่วมจิตอธิษฐานเพืออุทิศส่วนกุศล ส่ง ดวงวญิ ญาณของ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...................................ให้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ดว้ ย การ ยืนไวอ้ าลยั ประมาณ ๑ นาที ดว้ ยความพร้อมเพรียงกนั ขอเรียนเชิญครับ บัดนี ได้เวลาอันสมควรของพิธี พระราชทานเพลิงศพ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)........................ ในวนั นี กระผมขอเรียนเชิญ (ประธานพิธี)............... ไดก้ รุณาทอดผา้ บงั สุกุล และเป็นประธานในการประกอบพิธีจุดเพลิงพระราชทาน เป็ นลาํ ดบั ไป ขอเรียนเชิญครับ : หมายเหตุ พธิ ีกร พจิ ารณา ปรบั ตามความเหมาะสม
๓๒๘ สรุปท้ายบท ศาสนพิธี คือพิธีทางศาสนาหรือแบบแผนแนวทางการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนา ในทางพระพุทธศาสนา พิธีกรรมเป็ นสิ งทีช่วยหล่อเลียงศาสนธรรมอันเป็ นแก่นแท้ของ พระพุทธศาสนาไว้ ดงั นนั การกระท าศาสนพิธีหรือพิธีกรรมต่างๆ ในทางพระพุทธศาสนา ควรที จะตอ้ งมีการแนะนาํ และให้ผูร้ ่วมพิธี ได้ศึกษาทาํ ความเขา้ ใจเกียวกบั พิธีต่างๆ ให้ถ่องแทต้ าม หลักการทางพิธีกรรมของพระพุทธศาสนาเพือผูป้ ฏิบตั ิ จะได้นาํ ไปปฏิบตั ิได้อย่างถูกต้องตาม จุดมุ่งหมายในศาสนพธิ ีนนั ๆ เนืองจากศาสนพิธีจดั เป็ นวฒั นธรรม และจารีตประเพณีของชาติทีมี การสืบสานกนั มาเป็ นระยะเวลาอนั ยาวนาน การปฏิบตั ิศาสนพิธีจะตอ้ งทาํ ให้มีความเป็ นระเบียบ เรียบร้อย สวยงามเป็ นไปในแนวทางเดียวกนั เพือก่อให้เกิดความเลือมใสศรัทธา ในการดาํ เนิน กิจกรรมดา้ นพิธีกรรมของศาสนพิธี ซึงถือเป็ นสิงสําคญั ของพุทธศาสนิกชนและเป็ นกา้ วแรก ทีมี ความเป็ นรูปธรรมของการกา้ วเขา้ สู่หลกั กาของพระพุทธศาสนาทีเป็ นการเสริมสร้างคุณคา่ ทางดา้ น จิตใจรวมทงั การธํารงรักษาเอกลักษณ์ของชาติและพุทธศาสนา ผูท้ าํ หน้าทีเป็ นผูน้ ําในการ ปฏิบตั ิงานศาสนพิธี จะตอ้ งมีความรู้ความสามารถและความเขา้ ใจอย่างถูกตอ้ ง เนืองจากศาสนพิธี เป็ นการสร้างระเบียบแบบแผน แบบอย่างทีพึงปฏิบตั ิในศาสนานันๆ ตามหลกั การความเชือใน ศาสนาทีตนนับถือ เมือนาํ มาใช้ในทางพระพุทธศาสนาย่อมหมายถึง ระเบียบ แบบแผน และ แบบอยา่ งทีพงึ ปฏิบตั ิในพระพุทธศาสนา ซึงบางท่านเรียกวา่ “พุทธศาสนพิธี” ศาสนพิธี หมายถึงพิธีทางศาสนา จะตอ้ งถือปฏิบตั ิให้ถาํ กต้องด้วยวตั ถุประสงค์สอง ประการ คือ หนึง เพอื ใหเ้ ขา้ ถึงสาระของศาสนา และ สองเพอื รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีทีมีมา แต่โบราณกาล การทีจะปฏิบตั ิศาสนพิธีเพือให้บรรลุวตั ถุประสงคด์ งั กล่าวมานันจาํ เป็ นจะตอ้ งมี คู่มือปฏิบตั ิ หลกั การปฏิบตั ิเพือใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ิของเจา้ หนา้ ทีใชเ้ ป็ นคูม่ ือฝึ กอบรมผทู้ ีจะตอ้ ง ปฏิบตั ิหนา้ ทีเกียวกบั พิธีกรรมทางศาสนา ซึงเรียกวา่ “ศาสนพิธีกร” คือผดู้ าํ เนินการพิธีทางศาสนา ศาสนพิธีกรนีมีหนา้ ทีควบคุม ปฏิบตั ิ จดั การ ตลอดถึงใหค้ าํ แนะนาํ ให้คาํ ปรึกษาในการจดั พิธีการ ทางศาสนา เนืองจากศาสนพิธีนนั มีทงั พิธีราษฎร์ และพิธีหลวง (ราชพิธี) ดงั นนั ผูป้ ฏิบตั ิหน้าทีจึง ตอ้ งมีทงั ความรู้และความสามารถทีตอ้ งผา่ นการฝึ กอบรมมาเป็ นอยา่ งดีและสามารถปฏิบตั ิหนา้ ทีศา สนพิธีกรได้อย่างถูกต้องและแม่นยาํ เพือให้งานศาสนพิธีนนั ๆ สําเร็จลุล่วงไปตามวตั ถุประสงค์ กาํ หนดไวด้ ว้ ยความเรียบร้อยดีงาม ดงั นนั ศาสนพิธีกรทีดีจะตอ้ งมีคุณสมบตั ิหลายประการ เป็ นตน้ วา่ มีความรอบรู้ในเรืองศาสนาพิธีอยา่ งกวา้ งขวางลึกซึง มีความสามารถในการปฏิบตั ิงาน ไม่เคาะ เขิน งนั งง ตกประหม่า มีความรอบคอบ ละเอียดถีถว้ นในเรืองอุปกรณ์และลาํ ดบั พิธี ไม่ประมาท มี กิริยา วาจา มารยาทเรียบร้อย การแต่งกาย การวางตวั เหมาะสม และมีการตดั สินใจทีฉับไวและ ถูกตอ้ ง สามารถแกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งทีเกิดขึนในพธิ ีไดท้ นั การ
๓๒๙ คาํ ถามท้ายบท ตอนที ๑ ให้นิสิตตอบคําถามต่อไปนี ๑. จงอธิบายความหมายและความสาํ คญั ของศาสนพธิ ีกร มาโดยสังเขป ๒. จงอธิบาย คุณสมบตั ขิ องศาสนพธิ ีกรได้ มาโดยสังเขป ๓. จงอธิบายจรรยาบรรณของศาสนพิธีกรและการเตรียมตวั ของพิธีกรมาโดยสังเขป ๔. จงอธิบาย การเตรียมการในพธิ ีทาํ บุญมา ๑ ตวั อยา่ ง พร้อมทงั ตวั อยา่ งการจดั สถานทีมาดว้ ย ๕. จงอธิบายบทบาทและหนา้ ทีของศาสนพิธีกร มาโดยสงั เขป ๖. จงอธิบาย ทกั ษะภาษาสาํ หรับศาสนพธิ ีกรมาโดยสงั เขป ๗. จงอธิบาย ขอ้ ปฏิบตั พิ ิธีฌาปนกิจศพ มาโดยสังเขป ๘. จงอธิบายหลกั เกณฑ์การขอพระราชทานเพลิงศพ มาโดยสังเขป ๙. จงอธิบายขอ้ ปฏิบตั ิในการจดั โตะ๊ ถวายราชสักการะ มาโดยสังเขป ๑๐.จงอธิบาย ขอ้ ควรทราบในการจดั ธูปเทียนแพ การตงั เครืองทองนอ้ ย วิธีการจุดเครืองทองน้อย และการใชเ้ ครืองทองนอ้ ยในการจดั ขบวนแห่ศพเวยี นเมรุ มาโดยสังเขป ตอนที ๒ ให้นิสิตทาํ เครืองหมาย X ทบั ข้อ ก ข ค หรือ ง ทถี ูกต้องทสี ุดเพยี งข้อเดยี ว ๑.ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของ “ศาสนพธิ ีกร” ไดถ้ ูกตอ้ งทีสุด ก. ศาสนพธิ ีกรคือนกั พูด ข. ศาสนพธิ ีกรคือนกั เทศน์ ค. ศาสนพธิ ีกรคือปาฐกถา ง. ศาสนพธิ ีกรคือผู้ดําเนินการพธิ ีทางศาสนา ๒. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของ “กุศลพิธี” ไดถ้ ูกตอ้ งทีสุด ก. พธิ ีทปี ระกอบขึนเพอื ความดี เพือสิริมงคลเฉพาะตน ข. พิธีทีประกอบขึนเพือความดี เพอื แก่ตน ครองครัว และสังคม ค. พธิ ีถวายสิงของต่างๆ ทงั ทีเป็นการถวายแก่ส่วนรวม และถวายเฉพาะบุคคล ง. พธิ ีเบด็ เตลด็ เกียวกบั มารยาทและวธิ ีปฏิบตั ิศาสนพิธี ๓. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของ “บุญพิธี” ไดถ้ ูกตอ้ งทีสุด ก. พธิ ีทีประกอบขึนเพือความดี เพอื สิริมงคลเฉพาะตน ข. พิธีทีประกอบขึนเพือความดี เพือแก่ตน ครอบครัว ญาติมิตร สถานทีหรือผู้ล่วงลับ ไปแล้ว ค. พิธีถวายสิงของตา่ งๆ ทงั ทีเป็นการถวายแก่ส่วนรวม และถวายเฉพาะบุคคล ง. พธิ ีเบ็ดเตล็ด เกียวกบั มารยาทและวธิ ีปฏิบตั ศิ าสนพิธี
๓๓๐ ๔. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของ “ทานพธิ ี” ไดถ้ ูกตอ้ งทีสุด ก. พธิ ีทีประกอบขึนเพือความดี เพอื สิริมงคลเฉพาะตน ข. พธิ ีทีประกอบขึนเพอื ความดี เพอื แก่ตน ครอบครัว ญาติมิตร สถานทีหรือผลู้ ่วงลบั ไป แลว้ ค. พธิ ีถวายสิงของต่างๆ ทงั ทเี ป็ นการถวายแก่ส่วนรวม และถวายเฉพาะบคุ คล ง. พิธีเบ็ดเตลด็ เกียวกบั มารยาทและวธิ ีปฏิบตั ิศาสนพิธี ๕. พธิ ีแบบชาวบา้ น แบบทอ้ งถิน หรือพิธีแบบทางการ มีขนั ตอนใหญ่ๆ อยา่ งไร ก. ลาํ ดบั ขนั ตอน ปฏิบตั ิการ ข. เตรียมการ ปฏิบตั กิ าร สรุปงาน ค. ระยะยาว ระยะกลาง ระยะสัน ง. ลาํ ดบั เหตุการณ์ ลาํ ดบั ขนั ตอน ลาํ ดบั กระบวนการ และลาํ ดบั ความสาํ คญั ๖. ขอ้ ใดกล่าวถึงคาํ วา่ “การเตรียมสถานที” ไดถ้ ูกตอ้ งทีสุด ก. กว้างขวาง สะอาด ไม่มสี ิงรบกวน ไม่สกปรก สะดวก และเหมาะสมกับงาน ข. จดั หาอุปกรณ์ทวั ไป และจดั หาอุปกรณ์เฉพาะพิธี ค. จดั เตรียมสถานที จดั เตรียมนิมนตพ์ ระสงฆ์ และจดั เตรียมขนั ตอนตา่ งๆ ง. วางแผนเตรียมงาน วางแผนบุคคล วางแผนสถานที และวางแผนเป้าหมาย ๗. คาํ วา่ “ฤกษย์ าม” เกียวขอ้ งกบั ขนั ตอนใด ก. การเตรียมสถานที ข. การเตรียมอุปกรณ์ ค. การเตรียมกาํ หนดการ ง. การเตรียมเวลา ๗. คาํ วา่ “การเขียนกาํ หนดการ การประสานงาน และการปฏิบตั ิการ” เกียวขอ้ งกบั ขนั ตอนใด ก. การเตรียมสถานที ข. การเตรียมอุปกรณ์ ค. การเตรียมกาํ หนดการ ง. การเตรียมเวลา ๘. การจดั จดั ทาํ เอกสารแสดงลาํ ดบั ขนั ตอน ๓ ช่วง คือ ช่วงตน้ ช่วงกลาง และช่วงทา้ ย จดั เป็ น ขนั ตอนใด ก. การเขียนกาํ หนดการ ข. การประสานงาน ค. การปฏิบตั ิการ ง. การดาํ เนินการ ๙. การแจง้ ใหผ้ เู้ กียวขอ้ งทราบกาํ หนดการก่อนงาน เป็นกระบวนการขนั ตอนใด ก. การเขียนกาํ หนดการ ข. การประสานงาน ค. การปฏิบตั ิกาํ หนดการ ง. การดาํ เนินการ
๓๓๑ ๑๐. การปฏิบตั ิการโดยยึดกําหนดการเป็ นหลัก ไม่ตัดทอนเพิมเติมหรือสลับขันตอน เป็ น กระบวนการขนั ตอนใด ก. การเขียนกาํ หนดการ ข. การประสานงาน ค. การปฏิบตั ิกาํ หนดการ ง. การดาํ เนินการ
๓๓๒ เอกสารอ้างองิ ประจาํ บท กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. การปฏบิ ตั ิศาสนพธิ ีเบืองต้น (ฉบับปรัปรุง). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , ๒๕๕๙. กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. ศาสนพิธีและมารยาทไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๖๐. กอศจ.ยศ.ทบ. รวมเรืองและข้อปฏบิ ัตเิ กยี วกบั ราชสํานัก : ทรี ะลกึ พธิ ถี วายผ้าพระกฐินพระราชทาน กองทพั บก ณ วดั สามพระยา โดย กองทพั บก, กรุงเทพมหานคร, ๒๕๕๒. กอศจ.ยศ.ทบ. คู่มือการปฏิบัติศาสนพิธี : ทีระลกึ พิธถี วายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพบก ณ วดั อาวุธวกิ สิตาราม. กรุงเทพมหานคร : กองทพั บก, ๒๕๕๘. กอศจ.ยศ.ทบ. คู่มือการปฏิบัตศิ าสนพิธี : เอกสารเผยแผ่ธรรมะ ประจําปี ๒๕๕๙. กรุงเทพมหานคร : กองอนุศาสนาจารยก์ รมยทุ ธศึกษากองทพั บก , ๒๕๕๙. ประพฒั น์ ศรีกูลกิจ และคณะ. เทศกาลและพธิ ีกรรมทางพระพุทธศาสนา.พิษณุโลก : บริษทั โฟกสั พรินติงจาํ กดั , ๒๕๕๙. นาวาเอกทองยอ้ ย แสงสินชยั . พิธีกรควรรู้. พิมพ์ครังที ๑๒. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์บริษทั สหธรรมิก จาํ กดั , ๒๕๖๑. สมเด็จพระเจา้ วรวงศ์เธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ. อธิบายเครืองบูชา. อนุสรณ์พระราชทาน เพลิงศพพระราชภทั ราจาร (เปล่ง กุวโม). กรุงเทพมหานคร : พมิ พท์ ี บริษทั จี.เอ. กราฟิ ค จาํ กดั , ๒๕๓๕. สุวรรณ กลินพงศ์ และคณะ. คู่มือการปฏิบัติศาสนาพิธี. กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. พิมพค์ รังที ๓. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จาํ กดั , ๒๕๕๒. ความรู้เบืองตน้ เกียวกบั การเป็นพธิ ีกร. [ออนไลน์]. แหล่งขอ้ มูล : https://journalspc.blogspot.com/2012/12/blog-post_25.html [๑๐ เม.ย. ๒๕๖๕].
บรรณานุกรม กฎมหาเถรสมาคมฉบบั ที ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖). การแต่งตังถอดถอนพระอุปัชฌาย์คุณสมบัติผู้ขอ บรรพชาอุปสมบทตามกฏมหาเถรสมาคม ฉบบั ที ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖). จากแถลงการณ์ คณะสงฆ์ เล่ม ๘๑ ตอนที ๓ : ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๖. กระทรวงวฒั นธรรม. พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก. กรุงเทพมหานคร : รุ่งศิลป์ การพมิ พ์ (1977) จาํ กดั , ๒๕๖๒. กระทรวงวฒั นธรรม. หนังสือประมวลความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก. จดั พิมพ์ เนืองในมหา มงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒ ระหว่างวนั ที ๔-๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, [ออนไลน]์ . แหล่งทีมา : www.m-culture.go.th[๑๙ เมษายน ๒๕๖๕] กระทรวงศึกษาธิการ. เรืองน่ารู้เกยี วกบั งานพระราชพธิ ีและพธิ ีต่างๆ. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์ การพมิ พ,์ ๒๕๒๗. กองทัพบก. ประมวลพิธีมงคลของไทย ทีระลึกพิธี ถวายกฐินพระราชทานกองทัพบก. กรุงเทพมหานคร :อรุณการพมิ พ,์ ๒๕๔๗. กองวรรณคดีและประวตั ิศาสตร์. ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์. ศิลปวฒั นธรรมไทย เล่ม ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พพ์ ฆิ เนศ, ๒๕๒๕. กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก. วชิ าการศาสนาและศีลธรรม (พระกฐินพระราชทาน ทบ. ปี ๒๕๔๔). กรุงเทพมหานคร : อรุณการพมิ พ,์ ๒๕๔๔. กิตติ ธนิกกลุ . ประเพณี พธิ ีมงคลและวนั สําคัญของไทย. กรุงเทพมหานคร : ชมรมเดก็ ๒๕๓๙. คณะกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลยั . อภิธานัปปทีปิ กา และ อภิธานัปปทีปิ กาสูจิ ตอน “รจ นะ” กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิมหามกุฏราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕. คณะกรรมการเอกลกั ษณ์ของชาติ. พระราชพธิ ี. กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั นายกรัฐมนตรี, ๒๕๒๙. คณะสงฆ์และรัฐบาล. หลักสูตรธรรมศึกษาชันตรี สนามหลวงแผนกธรรม. พิมพ์ครังที ๑. กรุงเทพมหานคร : มหามกุฏราชวิทยาลยั , ๒๕๕๘. คณ าจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระพุทธศาสนากับนิเวศวิทยา. พระนครศรีอยธุ ยา : โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๙. . พระไตรปิ ฎกภาษาไทยเล่ม ๑๑ ๒๕. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณ์ราช วทิ ยาลยั , ๒๕๓๙. ความรู้เรืองพระราชพธิ ี. ทีระลึกในการเสดจ็ พระราชดาํ เนินถวายผา้ พระกฐิน ณ วัด สุ ท ธิ วรา ราม ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๑. กรุงเทพมหานคร : กรุงเทพการพิมพ,์ ๒๕๑๑.
๓๓๔ จ.เปรียญ : (นามแฝง). ประเพณพี ธิ ีมงคลของไทย. กรุงเทพมหานคร : ธรรมบรรณาคาร, ๒๕๒๕. จนั ทร์ ไพจิตร (ป.ธ. ๙). ประมวลพธิ ีมงคลไทย. กรุงเทพมหานคร : อรุณการพมิ พ,์ ๒๕๕๗. จาํ นงค์ ทองประเสริฐ. ภาษากบั วฒั นธรรม. กรุงเทพมหานคร : วฒั นาพานิช, ๒๕๑๙. จริ วรรณ วรชาติ. สารนครศรีธรรมราช ฉบับพิเศษ “เดือนสิบ ๔๕”. กรุงเทพมหานคร : อดิสนั เพรส โปรดกั ส์. เจา้ พระยาทิพากรวงศ.์ พระราชพงศาวดาร รัชกาลที ๒. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา, ๒๕๐๔. ฉตั รบงกช ศรีวฒั นสาร. “การพระราชพธิ ีสิบสองเดือนในจิตรกรรมฝาผนงั วดั ราช ประดิษฐสถิต มหาสีมารามกรุงเทพมหานคร”. สารนิพนธ์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ. บณั ฑิตวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, ๒๕๔๖. ดนยั ไชยโยธา. ลทั ธิ ศาสนาและระบบความเชือกบั ประเพณนี ิยมในท้องถนิ . กรุงเทพมหานคร : โอ เดียนสโตร์, ๒๕๓๘. เดชบดินทร์ รัตนป์ ิ ยะภาภรณ์. ไทยศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ทริปเพิล เอดูเคชนั , ๒๕๕๐. เดือน คาํ ดี. ศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๓๗. . ศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๔๕. ถาปกรณ์ กาํ เนิดศิริ. การปฏิบัติตนในวนั สําคัญทางศาสนา. Thru ปลูกปัญญา [ออนไลน์]. แหล่งทีมา : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/๓๔๙๒๒ [๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕] ทวี ผลสมภพ. ปรัชญาศาสนา. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง, ๒๕๒๒. เทพชู ทบั ทอง. เมืองไทยในประวัติศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : เทพพทิ กั ษก์ ารพิมพ,์ ๒๕๒๔. ธนั ยชนก มูลนิลตา. \"กระบวนการสือสารอตั ลกั ษณ์ความเป็ นไทยและการรับรู้ภาพลกั ษณ์ความเป็ น ไทยของนักท่องเทียวชาวจีนผ่านสือสังคมออนไลน์\". ปริญญานิเทศศาสตรมหา บณั ฑิต. บณั ฑิตวทิ ยาลยั : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๖๑. นิยตยา บุญสิงห์. วฒั นธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : พฒั นาการศกึ ษา, ๒๕๔๖. ประพฒั น์ ศรีกูลกิจ และคณะ. เทศกาลและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา. พิษณุโลก : บริษทั โฟกสั พรินติงจาํ กดั , ๒๕๕๙. บุญมี แท่นแก้ว. ประเพณีและพิธีกรรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, ๒๕๔๗. . ประเพณีและพิธีกรรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร :โอ.เอส.พรินติง เฮา้ ส์, ๒๕๔๗. บุญลือ วนั ทายนต.์ สังคมวทิ ยาศาสนา.กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง,๒๕๑๘.
๓๓๕ บุหรง ศรีกนก.และคณะ. ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบนั : การศึกษาเชิง พัฒนาการและความเปลียนแปลง. รายงานการวิจัย.กรุ งเทพมหานคร :ศูนย์ มานุษยวทิ ยาสิรินธร (องคก์ รมหาชน), ๒๕๔๖. เบญจมาศ แพทอง. ความรู้เรื องพระราชพิธีประเพณี และและพิธีกรรม.กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั พิมพศ์ ยาม, ๒๕๕๐ ประชิด สกุณพฒั น.์ ศาสนพธิ ี. กรุงเทพมหานคร : แสงดาว, ๒๕๔๘. ประชิด สกุณะพฒั น์. วฒั นธรรมพืนบ้านและประเพณไี ทย. กรุงเทพมหานคร : ภูมิปัญญา, ๒๕๔๖. ประเวศ วะสี. การพัฒนาจิตเพือสุขภาพ สู่สุขภวะจากการมจี ิตใจสูงทงั ประเทศ. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิสดศรี สฤษดิวงส์, ๒๕๔๙. ปรีชา พนิ ทอง. สารานุกรม ภาษาอสี าน-ไทย-องั กฤษ. อุบลราชธานี : โรงพิมพศ์ ิริธรรม, ๒๕๓๕. ฝ่ายวิชาการ สํานกั พมิ พโ์ อเดียนสโตร์. สังคม วัฒนธรรม และประเพณีไทย. กรุงเทพมหานคร : โอ เดียนสโตร์, ๒๕๔๖. พระครูสังฆรักษ์จกั รกฤษณ์ ภูริป ฺโญ. สถิต ศิลปะชัย. เทศกาลและพิธีกรรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : จรัลสนิทวงศก์ ารพมิ พ,์ ๒๕๔๘. พระธรรมปิ ฎก (ป.อ. ปยตุ โต). พจนานุกรมพทุ ธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร : เอส อาร์ พรินติง แมส โปรดกั ส์ จาํ กดั , ๒๕๔๖. . การศึกษาเพืออารยธรรมทยี งั ยืน. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมิกจาํ กดั , ๒๕๓๙. . เศรษฐศาสตร์แนวพทุ ธ. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมิก, ๒๕๓๙. . หลักสูตรวชิ าประวัติพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : โรงเรียนพระพุทธศาสนา วนั อาทิตย์ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๙. พระธรรมวโรดม (บุญมา คุณสมฺปนฺโน ป.ธ. ๙) สากลทาน. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมิก จาํ กดั , ๒๕๕๙. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์. พิมพค์ รังที ๒๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ บริษทั สหธรรมิก จาํ กดั , ๒๕๕๖. . พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร : บริษทั สหธรรมิก จาํ กดั , ๒๕๕๔ . พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร : บริษทั สหธรรมิก จาํ กดั , ๒๕๕๓ . พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครังที ๑๘. กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั พิมพผ์ ลิธมั ม,์ ๒๕๕๕.
๓๓๖ . พิธีกรรมใครว่าไม่สําคญั . พมิ พค์ รังที ๖. กรุงเทพมหานคร : ธรรมทาน, ๒๕๕๑. พระภาวนาวิสุทธิคุณ (พระธรรมสิงหบุราจารย์ จรัญ ◌ิตธมฺโม). คู่มือพระวิปัสสนาจารย์ ฯ (ระเบียบปฏบิ ตั ิธรรม). กรุงเทพมหานคร : หอรัตนชยั การพมิ พ,์ ๒๕๓๓. พระมหาราชครู. ประเพณไี ทย ฉบบั พระมหาราชครู. กรุงเทพมหานคร : ลูก ส.ธรรมภกั ดี, ม.ป.ป. พระมหาสมปอง มุทิโต (ผแู้ ปล).คมั ภรี ์อภิธานวรรณา. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, ๒๕๔๒. พระอุดรคณาธิการ (ชวินทร์ สระคาํ ). ประวตั ศิ าสตร์พุทธศาสนาในอนิ เดีย. กรุงเทพมหานคร : มหา จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๘. พลตรี เฉลิมชยั เสียงใหญ่. พระสงฆ์กับภาวะผู้นํา (เอกสารประกอบการบรรยายวิชาพระสงฆก์ บั ภาวะผูน้ าํ หลกั สูตรประกาศนียบตั รการบริหารกิจการคณะสงฆ)์ วทิ ยาเขตบาฬีศึกษา พทุ ธโฆส. นครปฐม, ๒๕๔๗ . เล่าความ ถาม - ตอบ เรือง.....พระเจ้าสิบชาติ (วธิ ุรบณั ฑิต). กรุงเทพมหานคร : หจก. ประยรู สาส์นไทย การพิมพ,์ ๒๕๕๓. . ธรรมบูชา. กรุงเทพมหานคร : ไทยรายวนั การพมิ พ,์ ๒๕๕๑. . สังฆบูชา. กรุงเทพมหานคร : ประยรู สาส์นไทย การพิมพ,์ ๒๕๕๓. . รัตนตรัยบูชา เพือชีวิตพัฒนา - บริสุทธิ. กรุงเทพมหานคร : ประยรู สาส์นไทย การ พมิ พ,์ ๒๕๕๔ พิศาล แช่มโสภา. ศาสนพิธี ฉบบั กรมการศาสนา. กรุงเทพมหานคร : กรมการศาสนา, ๒๕๔๓. พูนพสิ มยั ดิสกุล.ม.จ. ประเพณพี ธิ ีไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พบ์ รรณกิจ, ม.ป.ป. ไพฑูรย์ ยมิ ทอง. ศาสนพธิ ีตามพทุ ธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : แมก็ ซ์, ๒๕๔๘. ฟื น ดอกบวั . พระพทุ ธศาสนากบั คนไทย. กรุงเทพมหานคร : ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๔๒. มณี พยอมยงค์ (ศาสตราจารย์). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนา. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์, ๒๕๓๒. . ประเพณสี ิบสองเดือนล้านนา. เชียงใหม่ : ส.ทรัพยก์ ารพิมพ,์ ๒๕๓๗. มณี พะยอมยงค.์ วฒั นธรรมล้านนาไทย. กรุงเทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๒๙. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิ ฎกภาษไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร:โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๙. . พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรง พมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๙. . พระไตรปิ ฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิ ฏกํ ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕.
๓๓๗ . พระไตรปิ ฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรง พมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕. . พระไตรปิ ฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรง พมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๓๙. มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช. ความเชือและศาสนาในสังคมไทย. นนทบุรี : สาขาวิชาศิลปะ ศาสตร์. ๒๕๓๙. . แนวคดิ ไทย, นนทบุรี : สาขาวชิ าศิลปศาสตร์, ๒๕๔๓. มิงกมล หงษาวงศ์. “พระราชพิธีตรี ยัมพวาย-ตรีปวาย : ความเชือหรืออํานาจทางการเมืองของ พระมหากษตั ริย”์ . วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัยและงานสร้างสรรค์ ราชมงคล ธัญบุรี. ปี ที ๒ ฉบับที ๑. ม.ค.-มิ.ย. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขต สกลนคร, ๒๕๕๘. รองศาสตราจารยศ์ ุภรัตน์ เลิศพาณิชยก์ ุล. ประวตั ิศาสตร์ไทย (Thai History). เอกสารการสอนชุด วิชาประวตั ิศาสตร์ไทย. นนทบุรี : สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๔. ราชบัณฑิ ตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. พิมพ์ครังที ๒. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุค๊ ส์พบั ลิเคชนั ส์, ๒๕๕๖. . พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๖). พิมพค์ รังที : ๑. พิมพ์ ลกั ษณ์. กรุงเทพมหานคร: บริษทั นานมีบุค๊ ส์พบั ลิเคชนั ส์ จากดั , ๒๕๔๖. . พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : ศิริวฒั นา อินเตอร์พรินท,์ ๒๕๔๖. . พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจา้ อยู่หวั . เนืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔. กรุงเทพมหานคร : ราชบณั ฑิตยสถาน, ๒๕๕๖. . พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒. เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเนืองในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ กรุงเทพมหานคร: ราชบณั ฑิตยสถาน, ๒๕๕๔. เริง อรรถวบิ ูลย.์ ความรู้เรืองพธิ ีธรรมเนยี มสงฆ์. นนทบุรี : มติชนปากเกร็ด. ๒๕๕๔. วิกิพีเดีย สารานุ กรมเสรี . กุมภเมลา, วิกิพีเดีย สารานุ กรมเสรี [ออนไลน์]. แหล่งที มา : https://shorturl.asia/d๑M๘G [๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕] วมิ ล จิโรจพนั ธุ์ และคณะ. ศิลปะและวฒั นธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : แสงดาว, ๒๕๔๘.
๓๓๘ วิลเลียม ธีโอดอร์ เดอ แบรี. บ่อเกิดลัทธิประเพณีอินเดีย ภาค ๑. แปลโดยจาํ นงค์ ทองประเสริฐ, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพส์ ่วนทอ้ งถิน, ๒๕๑๒. สถิต ศิลปชยั . เทศกาลและพิธกี รรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : บ.จรัลสนิทวงศก์ ารพิมพ,์ ๒๕๔๘. สนิท สมคั รการ. ความเชือและศาสนาในสังคมไทย. วเิ คราะห์เชิงสังคมมนุยวทิ ยา. กรุงเทพมหานคร : โอเดียน, ๒๕๒๙. สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส. พระปฐมสมโพธิกถา. กรุงเทพมหานคร: ธรรมบรรณาคาร, ๒๕๑๗. สมปราชญ์ อมั มะพนั ธุ์. ประเพณแี ละพธิ ีกรรมในวรรณคดีไทย. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๖. สามารถ จันทร์สูรย์ กรรณี อัญชุลี. ประเพณีไทยในปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : อักษรไทย, ๒๕๔๘. สํานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ. เทศกาลและประเพณีไทย. กรุงเทพมหานคร : โรง พมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๒๗. สํานกั งานวฒั นธรรมแห่งชาติ, กระทรวงศีกษาธิการ. วันสําคัญโครงการปี รณรงค์วัฒนธรรมไทย และแนวทางในการจัดกจิ กรรม. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา, ๒๕๓๗. สาํ นกั งานเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ของชาติ. พระราชพธิ ีสมโภชเดือนและขึนพระอู่. กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั งานเสริมสร้างเอกลกั ษณ์ของชาติ สาํ นกั งานปลดั สาํ นกั นายกรัฐมนตรี, ๒๕๕๐. สุชีพ บุญญานุภาพ. ประวัติศาสตร์ ศาสนา.พิมพ์ครังที ๔. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ์, ๒๕๒๖. สุนทร ณ รังสี. ปรัชญาอนิ เดีย : ประวัติและลทั ธิ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั , ๒๕๒๑. สุ เนตร ชุตินธรานนท์. “ลิลิตโองการแช่งนําและพระราชพิธีถือนําพิพัฒน์สัตยา”. วารสาร ธรรมศาสตร์. ๙ (๑) กรกฎาคม-กนั ยายน ๒๕๒๒. สุเมธ เมธาวทิ ยกุล. พธิ ีกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาบรรณาคาร มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลยั , ๒๕๔๗. สุเมธ เมธาวทิ ยกุล. สังกปั พธิ กี รรม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๒. สุเมธ เมธาวทิ ยกลู . พิธีกรรมไทย. สงขลา : เทมการพมิ พ,์ ๒๕๒๗. . สังกปั พธิ ีกรรม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๒. สุวรรณ เพชรนิล. วฒั นธรรมและศาสนา. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง, ๒๕๒๒.
๓๓๙ สุวทิ ย์ พวงสุวรรณ. พิธีกรรมความเชือ : ดี-ร้ายอยู่ทีการกระทํา. กรุงเทพมหานคร : บริษทั วาดศิลป์ จาํ กดั , ๒๕๔๗. เสฐียรพงษ์ วรรณปก. ‘สังคายนาครังแรก’ ในพระพุทธศาสนา. มติชนสุดสัปดาห์ [ออนไลน์]. แ ห ล่ ง ที ม า : https://www.matichonweekly.com/column/article_๒ 3 8 0 6 4 [๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕] เสถียรโกเศศ. วฒั นธรรมและประเพณตี ่างๆ ของไทย. กรุงเทพมหานคร : คลงั วทิ ยา, ๒๕๑๔. แสงอรุณ กนกพงศช์ ยั . วฒั นธรรมในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : บริษทั ธรรมดาเพรส, ๒๕๔๘. หอสมุดพระวชิรญาณ. ตําราพระราชพิธีเก่า. พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ โปรด ให้พิมพเ์ ป็ นของชาํ ร่วยรดนาํ สงกรานต.์ กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพโ์ ภณพิพรรฒธนา กร, ๒๔๖๖. ออกญา เทพพิทู(ฌืม กรอเสม). พระราชพิธีทวาทศมาสหรือพระราชพิธีสิบสองเดือนกรุงกัมพูชา ภาค ๑. กรุงเทพมหานคร : กรมสารนิเทศ. ๒๕๕๐. อุดม นิลแสง. การศึกษาไทย คณะครุศาสตร์. พระนครศรีอยธุ ยา: สถาบนั ราชภฏั พระนครศรีอยธุ ยา, ๒๕๔๓. เอม็ หิริยนั นะ. ปรัชญาอนิ เดียสังเขป. แปลโดยวจิ ิตร เกิดวศิ ษฐ์. กรุงเทพมหานคร:ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๒๐. CheapTickets บริ ษัทท่องเทียว. เทศกาลสํ าคัญของอินเดีย. CheapTickets บริ ษัทท่องเทียว [ออนไลน]์ . แหล่งทีมา : https://shorturl.asia/๘pxmb [๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕] Hall,T.wiliam. Introduction to the study of Religion. San Francisco: Harper & Row. 1817. เ ว บ ไ ซ ต์ [อ อ น ไ ล น์ ]. แ ห ล่ ง ที ม า : https://www.baanjomyut.com/library_2/royal_ceremony. [๑๙ เมษายน ๒๕๖๕]. [ออนไลน]์ . แหล่งทีมา : https://www.bbc.com/thai/thailand/BBC ไทย.[๒๑ เมษายน ๒๕๖๕]. [ออนไลน์]. แหล่งทีมา : https://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=945. [๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕] [ออนไลน์]. แหล่งทีมา : https://www.khaosod.co.th/royal-news/ข่าวสด [ออนไลน์] [๑๕ เมษายน [ออนไลน์]. แหล่งทีมา : https://www.pantown.com/board.php/สถาบนั พระมหากษตั ริยก์ บั โรงเรียน เพาะช่าง”. [๑๙ เมษายน ๒๕๖๕].
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345