100 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 101 วนั หน่ึง คนื หนึ่ง ไดส้ ะสมความดอี ะไรบ้าง การปล้มื ปตี ยิ ินดีในธรรม ไดผ้ ลสมคาดปรารถนา เป็นการสร้างกุศลให้แกช่ ีวติ เรามาสวดมนตไ์ หวพ้ ระกันว่า โยโส ภะคะวา... ใจเป็นบญุ ไหม ของตน ใช่หรือไม่ สวากขาโต... สปุ ะฏปิ นั โน... ใจเปน็ บญุ ไหม ทา่ นจะฟงุ้ ซา่ นไปทางไหน ทา่ นทง้ั หลายอยา่ สรา้ งอกศุ ลกรรม สรา้ งมงคลไวเ้ ถอะ อยา่ สรา้ งอปั มงคลทกุ วนั ส�ำรวมอินทรยี ์ หนา้ ทคี่ อยระวัง เอาของจริงไปใช้ อยา่ เอาของปลอมมาใช้เลย ท�ำอะไรไมเ่ ชือ่ ฟงั นน่ั แหละเปน็ อปั มงคล เปน็ อกศุ ลกรรม เอาดีไม่ไดห้ รอกครับ ทา่ นจะเอาบุญ หรอื เอาบาป คนื หนงึ่ กบั วนั หนง่ึ ทา่ นคิดนอก ออกในอย่างไร ขอเรยี นถวายว่า ไม่จำ� เปน็ ต้องมีสตางคเ์ อาไวถ้ วายพระ ไปถวายโน่น จะรูไ้ ดด้ ว้ ยตวั ของทา่ นเองนะ ถวายน่ี แล้วก็เปน็ บุญ ไม่จริงแน่ ๆ บุญตอ้ งสะสมไวท้ ี่จติ ใจของทา่ นนะครบั ทา่ นทำ� ประโยชนอ์ ะไรในวนั นี้ เอามาตคี วาม สำ� รวมตงั้ สตไิ วก้ อ่ น วา่ ขาดทนุ พระนวกะท่รี กั ท้งั หลาย โปรดคิดความหมาย และเคร่ืองหมายแห่งความดีนกี้ อ่ น หรือไดก้ ำ� ไรชวี ิต และจะไปเรยี งสถติ ิในจิตใจเรยี กวา่ “เมตตา” แปลว่าระลึกกอ่ น ความดีเป็นเครื่องหมายของคนดี ความชั่วเป็นเครื่องหมายของคนช่ัว เมตตา แปลว่า ปรารถนาดีกบั ตวั เอง สงสารตัวเองทไี่ ดส้ รา้ งความดี หรอื ความชัว่ เครอ่ื งหมายของคนดี ดลู กั ษณะอยา่ งการบวชนเ้ี ปน็ ตน้ เราชายชาตเิ ชอื้ ดคี รง้ั เดยี ว เชน่ นี้ นะครบั คือ “บวช” เราจะไม่มีโอกาสทำ� ดีเชยี วหรือ วันนีเ้ ราดหู นงั สอื ได้อะไรบ้าง ไมจ่ ำ� เปน็ ต้องเอาสตางค์ ไปทำ� บญุ เลย ท่านออกแขกไม่ดีแล้ว ท่านจะเล่นตลอดชีพ เลวร้ายในยามแก่ก็แย่สิ วันน้ีเราอ่านหนังสือ ทอ่ งนวโกวาทได้ วนั นี้ดูธรรมะได้ วนั นท้ี อ่ งสวดมนต ์ จะเป็นอมั พาต นอนร้องครวญครางในภายหลงั นะ และอกุศลจะย้อน ทำ� ให้สรา้ ง ไหวพ้ ระได้ นน่ั แหละทา่ นจะตื้นตัน ท่านจะปีติ ทา่ นจะยนิ ดี ทอ่ี ่านหนังสอื ความดไี ม่ได้ ท่านจะไมไ่ ด้อะไรเลย ท่องบ่น ทอ่ งจ�ำ นวโกวาทได้ นั่นแหละเปน็ บุญ เป็นคณุ ประโยชนข์ องทา่ นเอง นอกเหนือจากไมไ่ ดแ้ ล้ว ต้องขาดทนุ ด้วย เสยี หายด้วย ถา้ เสมอตัวไปก็ดี ในเม่ือเป็นคุณประโยชน์ของท่านแล้ว แต่เสมอตวั มีทางขาดทุน ถา้ ได้ก�ำไรชวี ิตแล้ว กำ� ไรกจ็ ะได้งาม ท่านมีความประสงค์ ทา่ นไดอ้ ะไรตอ่ ไป เกดิ ปตี ติ อบแทน ปล้มื ใจ สิ่งใด ท่านจะได้ผลนี้เป็นประโยชนม์ าก ดีใจ อันถูกต้องเป็นมงคล ท่านนวกะวันหน่งึ และคืนหน่งึ ทา่ นไดส้ ะสมบญุ ดใี จในความสขุ ท่ีทา่ น มงคลเรียกวา่ ได้ท่องหนังสอื ได้ ทอ่ งสวดมนต์ไหวพ้ ระได้ ดใี จไหม ปลื้มปตี ิยินดี จติ ใจของท่าน ก็เบกิ บานได้ท่องหนงั สอื ได้ พิจารณาปัจจัย ๔ ได้ ท่องสวดมนต์ไหว้พระ ทำ� วตั ร เชา้ เยน็ ได้หมดแลว้ นนั่ แหละบุญ ปล้ืมปีติยินดีในจิตใจของทา่ น บวชแล้วได้ก�ำไร หรอื ขาดทุนชีวิต ถา้ ทา่ นจะคดิ วา่ บวช เดีย๋ วเดียวก็สกึ ไป อย่าคิดอยา่ งนนั้ นะท่าน
102 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 103 จะขาดทุน ไมต่ อ้ งทอ่ ง ไม่ต้องเรยี น “เด๋ียวกส็ กึ ” นน่ั แหละ กลวั้ ในจิตใจ เงาะป่าจะไดด้ ี เพราะไม่พดู มนั เป็นใบ้ มนั สวมเงาะ ท่านจะขาดทุนนะ คิดแล้วขาดทุน ท่านจะเสียใจในขณะน้ัน ถ้าท่านมีสติดี กินน้อย นอนน้อย พดู น้อย ทำ� ความเพียรมาก คือ เงาะปา่ ท่านจะร้ไู ด้วา่ ทา่ นขาดทุนหรือได้ก�ำไร ชวี ิตนีค้ ืออะไร ท่านจะตีความหมายของ ตอ่ ไปจะถอดเงาะเปน็ พระสงั ขท์ องนะ รปู ตวั เปน็ ทอง หลอ่ หลอมดว้ ยจติ ใจ ทา่ นได้ ไหน ๆ มาบวชกันไกลแสนไกลแล้ว ใหม้ นั ไดอ้ ะไรไปบ้าง มีประกายดว้ ยธรรมะ แสงระยบิ ระยับทัว่ โลก จะมแี ตค่ วามเจรญิ รงุ่ เรอื ง ฟงั อุปชั ฌายพ์ ูดบา้ ง อยา่ เอาแตอ่ ารมณ์ อยา่ เอาแตส่ ง่ิ ทไ่ี ร้สาระ อปุ ัชฌาย์ ไมเ่ หมอื นหกเขยหน้าโง่ ตากโ็ ง่ หูก็โง่ จมกู ก็โง่ ปากกโ็ งอ่ ีก ทวารหก ชอบอะไรหรอื “ชอบเอาของดใี ห”้ อย่าเอาของช่วั มาปนของดี ของดีจะเสยี “โงห่ มด” เรียกวา่ หกเขย สเู้ งาะป่าผ้เู ดียวไม่ได้เลย รจนายาใจ อยู่ปลายไร่ ทา่ นเป็นบัณฑิตแล้ว มีปรญิ ญากันทงั้ นนั้ และเปน็ ผู้มอี ายุ ไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นผใู้ หญ่ ปลายนา ยังมีความสุขความเจรญิ เป็นมหามงคลชีวติ อยู่ตรงนน้ี ะ แต่ทกุ คนไม่ ดว้ ยกนั ทุกรปู เข้าใจ ผเู้ ปน็ ใหญ่ คือ ผมู้ ีคุณธรรมแล้ว คณุ ธรรมของทา่ นผูใ้ หญ่ จะเตม็ ไปด้วย เมตตา เตม็ ไปดว้ ยความปรารถนาดี และสงสารสรรพสตั ว์ สงสารตวั เอง มมี ทุ ติ าจติ จะบวช จะสึก ดใู หด้ ี ระวัง!!! สง่ กระแสจติ ดว้ ยความดใี จ และวางอเุ บกขาบางประการ ทไ่ี มต่ อ้ งประสงค์ วางตน ที่มาบวชกันน้ี ท่านเก็บหน่วยกิตไวเ้ ถอะ ทลี่ ะหยด ทลี ะหยาด ใหเ้ ปน็ กลาง ไมป่ ลอ่ ยอารมณไ์ ปเขา้ ขา้ งโนน้ เขา้ ขา้ งนี้ และไมเ่ ขา้ ขา้ งตวั เองดว้ ย เปน็ บาป หรอื เปน็ บญุ เปน็ คณุ หรอื เปน็ ประโยชน์ ประโยชนจ์ ะพงึ ได้ เรยี กว่า “อเุ บกขาของทา่ นผู้ใหญ่” กบั ทา่ นตรงไหน ทา่ นรตู้ วั ของทา่ นเองนะครบั ผมไมไ่ ปรขู้ องทา่ นหรอก ไมอ่ ยากจะรู้ เรากเ็ ปน็ ผใู้ หญด่ ว้ ยกนั ทกุ รปู แลว้ ไมใ่ ชเ่ ดก็ มคี ณุ ธรรมสงู ทกุ องค์ มสี มบตั ิ ของใคร อยากรขู้ องตวั เองวา่ ทำ� อะไรบา้ ง มกี ำ� ไรชวี ติ อะไรบา้ ง ในวนั นี้ ทำ� ประโยชน์ มนษุ ยท์ กุ องค์ และมคี ณุ ค่าทกุ องค์ คา่ ของชวี ติ มนุษย์ มนั ตีค่าราคาไม่ไดเ้ ลย ตอ่ วดั วาอารามตรงไหน กจิ วตั รอยา่ งไร เรารตู้ วั ของเรา แจง้ แกใ่ จทกุ รปู ทกุ นามแลว้ มนั สูงท่สี ุด ชีวติ มีคา่ อยา่ งน้ี ท่านจะคดิ ได้ว่าเวลานะมีประโยชน์เหลือเกนิ นะครบั ไม่มใี ครตีตราให้ทา่ น ท่านต้อง “ตีตรา” ของทา่ นเอง ทา่ นโปรดตีความหมาย ไมใ่ ช่มาบวชกนั เลน่ สนกุ สนาน เรอื จะออก ระวัง!!! เรอื จะจอด ระวัง!!! แต่ว่งิ เสยี แล้ว มันก็ไมเ่ ป็นไร เราเปน็ ชายชาตเิ ชอื้ อยา่ เหลอื วสิ ยั ไดช้ วี ติ ครงั้ แรกคอื การบวช ทา่ นจะอวด เหมอื นเครื่องบนิ เวลา จะขึน้ จะลง ต้องรัดเข็มขัด การบวชน้กี ็เช่นเดียวกนั เขาได้ไหม น่ชี ีวิตคร้งั เดียวนะ ไมใ่ ชผ่ ลบุ เข้าผลบุ ออกเหมอื นอยา่ งเก่า บวชแล้ว “จะบวช จะสึก” ตอ้ งดูให้ดนี ะ ท่านทัง้ หลายอาจจะไมต่ ีความหมายอยา่ งนี้กไ็ ด้ บวชอกี เหมอื นบวดกลว้ ย บวดฟักทองใชไ้ ม่ได้ อยา่ คดิ ให้สั้น คดิ ใหย้ าว จะอย่แู คห่ วั บนั ได หรือประการใด โปรดท่องคำ� คมนีไ้ ว้ จะเห็นสั้นดีกว่ายาว หรือเห็นยาวดีกว่าสั้น ต้องคิดแล้วคิดอีกนะ ในโยนิโสมนสกิ ารน้ี ผมยังไมเ่ คยเหน็ ใครแผ่เมตตาไดผ้ ล เป็นตวั หนังสือเลยนะ “เงาะป่า” ถอดเงาะ เป็นพระสังขท์ อง ลมหายใจเข้าออกน่ี เป็นตัวหนังสือได้ จะสอนครูกรรมฐานก็ยังท�ำกันไม่ได้ การบวช เปน็ “ชวี ิตคร้งั แรก” ของลูกผู้ชาย ที่เรามาชบุ ตวั เอง เหมือนเงาะป่าโดดลงไปในบอ่ ทองฉะนั้น และเราก็เอาทองเกลือก
104 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 105 ยนื หนอ ๕ ครงั้ กท็ �ำกนั ไม่ได้ ยังเคลือบแคลงสงสัยวา่ ตรงไหน เปน็ อะไร ขอเรยี น หายใจยาว ๆ ตง้ั กัลยาณจติ ไว้ที่ “ลิน้ ป”่ี จะอทุ ศิ ยกจากลนิ้ ปี่ ถวายวา่ การแผเ่ มตตานีส่ ำ� คัญมาก สู่ “หน้าผาก” หายใจยาว ๆ ตง้ั กลั ยาณจติ ไวท้ ลี่ น้ิ ป่ี ไมใ่ ชพ่ ดู สง่ เดช “จำ� นะ” ทลี่ น้ิ ป่ ี สวดมนต์เพ่งกระแสจิตไปที่พระประติมากรรม เปน็ การแผ่เมตตา จะอทุ ศิ ก็ยกจากล้ินปีส่ ูห่ น้าผาก เรียกวา่ อุณาโลมา ปจชายเต เวลาเราสวดมนตต์ งั้ แต่ โยโส ภะคะวา... อะระหงั ... โปรดตง้ั ใจครบั เพ่งกระแสจิตไปท่ีพระประติมากรรม แทนองค์สมเด็จ นะ...อยู่หวั สามตัวอย่าละ นะ...อยู่ท่ีไหน ตามเอามา แล้วก ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ดว้ ยจติ เป็นสมาธิ แลว้ ร�ำลึกถงึ พระธรรมคำ� สอนของ อุทิศทันที พระพทุ ธเจา้ ดว้ ย “สมาธ”ิ ขา้ พเจา้ ประพฤตธิ รรม นกึ ถงึ พระสงั ฆะ แปลวา่ หมสู่ งฆ์ นะ...อยู่หัว สามตัวอย่าละ นะ...อยู่ที่ไหนตามเอามาให้ได้ อยู่ด้วยความสามัคคี เรียก “อาวุโส ภันเต” มีการเคารพ “พระอาวุโส” พดู อย่างนี้ทา่ นคงไม่เขา้ ใจ เพราะท่านไม่เจรญิ กรรมฐานท่ีมนั ไดผ้ ล มีการเคารพนบนอบ พระธรรมค�ำสอนอนั น้เี ปน็ ประจำ� นะ...อยู่หวั สามตัวอย่าละ นะ...อยู่ท่ไี หน ตามเอามา แล้วกอ็ ุทศิ ทันที ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระธรรมค�ำสอน พร้อมด้วย จะถงึ ตามทป่ี รารถนา ไมว่ ่าเป็นโยมพอ่ โยมแม่ จะใหน้ ้องเรียนหนังสือ จะใหพ้ ่ี พระสงั ฆะแหง่ อรยิ สงฆส์ าวกของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ โดยทว่ั หนา้ กนั แลว้ นอ้ มจติ เรียนหนงั สอื หรอื จะใหบ้ ุตรธดิ าของตน จะไดผ้ ลข้นึ มาทันที เปน็ ดวงหทัยแกว้ ใสสะอาดหมดจดในการสวดมนตภ์ าวนา ลูกว่านอนสอนยาก ลูกติดยาเสพติด ถา้ ทำ� ถูกวธิ ีแลว้ มันจะหนั เหเร่มา พุทโธ สุสทุ โธ... ทางดไี ด้ พอ่ แมก่ นิ เหลา้ เมายา เลน่ การพนนั “ลกู จะไปสอนพอ่ แมไ่ มไ่ ด”้ มที างเดยี ว รปู ํ อนจิ ฺจํ เวทนา อนจิ ฺจา สญญฺ า อนจิ จฺ า... คอื เจรญิ พระกรรมฐาน สำ� รวมจติ แผ่เมตตา อทุ ิศสว่ นกศุ ล รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วิญญาณในรา่ งกายไม่เที่ยงแท้ ไม่แนน่ อน นะ...อยู่หวั สามตวั อยา่ ละ นะ...อยู่ท่ีไหนตามเอามาใหไ้ ด้ หมายความว่า และเรากพ็ จิ ารณาในการสวดไปดว้ ย จะไดบ้ ญุ จะไดค้ ณุ ประโยชน์ และเรากร็ วบรวม กระไร ถ้าทา่ นทำ� กรรมฐาน ท่านจะทายออก นะ...ตวั น้สี ำ� คญั “บุญ” ขณะสวดมนต์ในวนั นี้ เอามาเปน็ พลวปัจจยั เวลาสดุ ทา้ ยกม็ ี นะ... มีทั้งเมตตามหานยิ ม ยาเทวะตา อมิ ินา... เป็นตน้ นะ... แปลว่า การกระท�ำอกศุ ลใหเ้ ปน็ กศุ ล และเราก็ว่าไปด้วยเสียงดังฟังชัด และน้อมนึกสรุปจบลงก็น่ังสมาธิ นะ... แปลว่า ท�ำศัตรูใหเ้ ปน็ มิตร สรา้ งชีวิตในธรรม ส�ำรวมจติ ภาวนา หลับเนตรรา่ ยเวทยพ์ ระคาถา ภาวนาอทุ ศิ เรยี กว่า “แผเ่ มตตา” แลว้ กอ็ ทุ ศิ ส่วนกุศลไป ทา่ นทำ� ได้หรือยัง ท่านเถรานุเถระ ท่านท�ำได้ไหม อยา่ ท�ำด้วยอารมณ์ อย่าทำ� ด้วยความผูกพยาบาทอาฆาตต่อกนั ละเวร ละกรรม เสยี บ้าง แลว้ จติ จะโปร่งใส ใจก็จะสะอาด แลว้ ก็อทุ ศิ ไป
106 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ 107 จิตมันไม่ติดไฟแดง จิตไม่เล้ียวซ้ายเลี้ยวขวา จิตมันทะลุฝาผนังได้ ทา่ นตรองดเู องเถอะครบั ว่า ท�ำอะไรเป็นประโยชน์แกว่ ัด อำ� นวยประโยชน์ ทา่ นเขา้ ใจคำ� นห้ี รอื ยงั จติ มนั ตรงทหี่ มาย จติ ไมม่ ตี วั ตน จติ คดิ อา่ นอารมณ์ มจี ติ โปรง่ แกป่ ระชาชน สรา้ งกุศลอะไร ทเี่ ป็นประโยชน์แก่ญาติโยมบา้ ง อย่าเข้าข้างตวั เอง ท่านจะทำ� อะไรกโ็ ลง่ ใจ สบายอกสบายใจ นะ...อย่หู ัว สามตวั อยา่ ละ เอา “นะ” นะครับ ทา่ นจะเสียศกั ด์ิศรี ไปอทุ ิศใหไ้ ด้ ทา่ นปฏบิ ตั กิ รรมฐานอยา่ งทผี่ มเรยี นถวายไดห้ รอื ไม่ รกู้ ฎแหง่ กรรมจรงิ ไหม ถา้ ทา่ นมคี รอบครวั แล้ว โปรดตั้งปฏญิ าณในใจว่า ใหบ้ ตุ รธดิ าของเรารวย รำ� ลกึ ชาตขิ องชวี ิตได้ไหม และ แก้ปัญหาไดไ้ หม มันเกดิ ขึ้นเฉพาะหนา้ มนั มา สวย เกง่ เร่งเปน็ ดอ็ กเตอร์ อย่างนี้สิ ถงึ จะถกู วิธขี องผม จากเหตผุ ลประการใด ทา่ นทราบหรอื ไม่ ถ้ารู้อย่างนจี้ ะ “เหลอื กนิ เหลอื ใช้” นะ เปน็ ประโยชน์แก่ท่านทงั้ หลายแลว้ บญุ ทีอ่ ุทิศได้ ทา่ นจะสะสมวา่ วนั น้ี ทำ� อะไรบา้ ง เชน่ วนั นข้ี า้ พเจา้ ทอ่ งหนงั สอื ได้ มีฟา้ เหนอื ฟา้ อะไรจะเหนอื กฎแห่งกรรม ทา่ นจะดใี จไหม วนั นีป้ ลกู มะมว่ งไปไดร้ อ้ ยตน้ ปลูกกล้วยไปได้ วนั นีเ้ ปน็ วันธรรมสวนะ เปน็ วันพระ เป็นวนั ทีเ่ ราจะบ�ำเพญ็ กุศล รอ้ ยตน้ “ดใี จมาก” นน่ั แหละ“อทุ ศิ ได”้ ไมต่ อ้ งนำ� สตางคไ์ ปถวายวดั โนน้ วดั นห้ี รอกนะ กันให้มาก และเปน็ วันท่ีเขาหยุดเมอื งสวรรค์ นรก ขอใหท้ า่ นนวกะ ถวายตวั เอง ท�ำความดีให้กบั ตัวเอง และเอาความดแี พร่ขยายไปถงึ จะถกู ตอ้ ง โปรดแผเ่ มตตาอทุ ศิ ให้ บรรดาญาตผิ ลู้ ว่ งลบั ไปแลว้ สสู่ มั ปรายภพ มาปรารภสามคั คี ขอฝากพระนวกะไวด้ ว้ ย ทา่ นตอ้ งการอะไร เตรยี มการ ณ บดั น้ี เขา้ พรรษา เรียกว่า สามัคคธี รรมนำ� สนั ติสุข เป็นการปรองดอง เปน็ ญาตพิ ีน่ อ้ งท้องเดียวกนั มา ๑ วนั พระแลว้ จะเรียนหนังสือ หรือไมเ่ รียน ทา่ นคิดเอาเองนะ มไี หมทีผ่ มให้ ท่านจะเกดิ ประโยชนเ์ อง ความชวั่ ทา่ น มแี ตใ่ หร้ ะเบยี บวนิ ยั ทำ� อะไรใหเ้ รยี บรอ้ ย ทำ� อะไรใหค้ ลอ้ ยตามปฏบิ ตั ติ าม อย่าลืม กฎแหง่ กรรมนะครับ ผมช่วยท่านไมไ่ ดห้ รอก “มีฟา้ เหนอื ฟา้ จะสวยนา่ รัก ขอเรยี นถวายไว้ อะไรจะเหนอื กฎแหง่ กรรม” นะครับ ต่อหนา้ ท�ำอย่างไร ลับหลังให้เป็นอย่างนั้น ผมกค็ ำ� นวณใหท้ า่ น แผเ่ มตตาใหท้ า่ นทกุ วนั ผมรนู้ ะวา่ “ทา่ นบาปหรอื บญุ ” ทำ� อะไรใหม้ ปี ระโยชนต์ อ่ สว่ นรวม รบั รองไดเ้ ลยวา่ ทา่ นจะไดอ้ านสิ งสเ์ ปน็ สงั ฆทาน แตไ่ มพ่ ูด ใครอยากพูดกพ็ ดู ไป ไมก่ ล่าวขวญั กันอีกต่อไป เปน็ สาธารณประโยชนร์ ว่ มกัน ไดอ้ านสิ งส์มาก ท่านสรุปก�ำไรชีวิตแต่ละวันเวลาของท่านไว้ บวกลบคูณหารตอนออกพรรษา ท่านจะได้ก�ำไร ท�ำอะไรมปี ระโยชน์ตอ่ กัน อย่าหวงกนั หรอื ขาดทนุ ทา่ นจะไดบ้ ญุ มาก หรอื บาปมาก ทา่ นไปขดุ น้ำ� กินเสียบ้านเดียว ทา่ นจะได้อะไรหรอื ขุดบอ่ น้�ำ ทา่ นจะรเู้ อง ไมม่ ใี ครไปบอกท่านหรอก ท่านเป็น สาธารณะกนิ ไดท้ กุ บา้ น ใครมากก็ นิ ใครมากใ็ ช้ ทา่ นไดบ้ ญุ มาก พระภิกษุผู้ประเสริฐแล้ว เป็นอุดมเพศสูงสุดแล้ว มีถนนส่วนบุคคล ท่านเดินได้เฉพาะบ้านเดียวไม่สาธารณะแก่คนทั่วไป ไมต่ ้องไปนับคะแนนกันว่า “สอบได้ หรอื สอบตก”
108 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ 109 ท่านจะได้บุญน้อยมาก มอี านสิ งสน์ อ้ ยมาก นเ่ี ปรียบเทยี บถวาย เรอื่ งจริง “ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ! น้�ำในมหาสมุทร เปน็ อยา่ งนน้ั ทำ� อะไรให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ กัน อยา่ งหวงกัน จะไดช้ ่วยกันต่อไป ย่อมมีรสเดียว คือ รสเค็ม ฉันใด ในธรรมวินัยน้ีก็ เราจะได้มีสมคั รพรรคพวกมากขน้ึ ไดพ้ ี่น้องมากขึน้ ท�ำอะไรถึงจะสำ� เรจ็ ฉนั นัน้ มรี สเดียว คือ วมิ ตุ ิรส หมายถงึ ความหลุดพ้น จากกิเลส เป็นจุดมุ่งหมายส�ำคัญ แห่งพรหมจรรย์ หายใจยาว ๆ ส�ำรวมเวลาสวดมนต์ “ได้บญุ แล้ว” ทีเ่ รา ประกาศแลว้ ” ไดบ้ รรยายใหท้ ่านฟงั วา่ แผส่ ว่ นกุศลทำ� อยา่ งไร อุทิศตรงไหน ท�ำใจตรงไหนและวางจติ ไว้ตรงไหน ถงึ จะได้ อย่าลมื นะ ท่ลี ิน้ ป่ี พทุ ธวจนะ หายใจยาว ๆ สำ� รวมเวลาสวดมนต์นน้ั นะ่ ได้บญุ แลว้ ไม่ต้องเอาสตางค์ไปถวาย องคโ์ น้น องค์นหี้ รอกแล้ว ส�ำรวมจิตส่งกระแสจิตที่ หนา้ ผาก อทุ ิศส่วนกศุ ล เวลาแผเ่ มตตาเอาไว้ที่ ลนิ้ ป่ี สำ� รวมอินทรีย์ หน้าท่ีคอยระวัง นะ อุ ออุ ะ มะ ออุ ะมะ มะอะอุ “นะ” อยตู่ รงไหน เอามาไวต้ รงไหน จบั ให้ได้แลว้ “อุทศิ ไป” เวลาจะอุทิศส่วนกุศลตรงไหน ท�ำอย่างไร ท่านจะได้นะครับ อย่าท�ำ โดยคลุมเครอื เดาสุ่มไป ท่านจะไมไ่ ดผ้ ล ท�ำอะไรไมม่ หี ลักฐาน ท�ำอะไรไมม่ ีผลงาน ไหนเลยละ่ จะเปน็ กิจกรรมของชีวิตได้ ผมทำ� มา ๔๐ กว่าปแี ลว้ ขอถวายความรู้ เป็นบญุ เปน็ กุศล ใหท้ า่ นได้บญุ อยา่ งประเสรฐิ ไป จะได้อุทศิ ใหโ้ ยมเขา เขาเป็น โรคภยั ไข้เจ็บ ถ้าไม่เหลอื วสิ ยั มนั กห็ ายได้ วนั นขี้ อจบรายการ ทไ่ี ดอ้ ตุ สา่ หถ์ วายความรทู้ า่ น โดยทผ่ี มกอ็ าพาธมากมาย แตก่ จ็ ะไมใ่ หข้ าดการถวายความร้ทู ่าน เพือ่ ไม่ให้เสยี เวลาทที่ ่านมาบวช กไ็ ด้โปรด เห็นใจ อย่าลมื วา่ ความเรยี บร้อยตอ้ งคล้อยตามนะ ถา้ อยา่ งนัน้ ไมเ่ รยี บรอ้ ยเลย ขอความสุขสวัสดีจงมีงอกงามไพบูลย์แก่ท่านพระเถระนวกะ ขอท่าน เจริญรุ่งเรือง เจริญธรรมสัมมาปฏิบัติในพระกรรมฐาน งอกงามไพบูลย์ใน พระพทุ ธศาสนา มคี วามสขุ โดยทว่ั หนา้ กนั และจงเจรญิ ดว้ ยอายุ วรรณะ สขุ ะ พละ ปฏภิ าณ ธนสารสมบตั ิ นกึ คดิ สง่ิ หนง่ึ ประการใด ใหส้ มความมงุ่ มาดปรารถนาดว้ ยกนั ทุกรปู ทุกนาม ณ โอกาสบดั น้เี ทอญ
110 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 111 วิธปี ฏิบัตกิ รรมฐานเบื้องตน้ การเดิน กำ� หนดว่า “ขวา...” “ยา่ ง...” “หนอ...” กำ� หนดในใจ ค�ำว่า “ขวา” ต้องยกส้นเท้าขวาขึ้นจากพ้ืนประมาณ ๒ นิ้ว เท้ากับใจนึกต้องให้พร้อมกัน “ย่าง” การเดินจงกรม ตอ้ งกา้ วเทา้ ขวาไปขา้ งหนา้ ชา้ ทสี่ ดุ เทา้ ยงั ไมเ่ หยยี บพนื้ คำ� วา่ “หนอ” เทา้ ลงถงึ พนื้ พรอ้ มกนั ก่อนเดินให้ยกมือไขว้หลัง มือขวาจับข้อมือซ้าย วางไว้ตรงกระเบนเหน็บ เวลายกเทา้ ซา้ ยก็เหมือนกัน ก�ำหนดว่า “ซ้าย...” “ย่าง...” “หนอ...” คงปฏบิ ัติเช่นเดียวกนั ยนื ตัวตรง เงยหนา้ หลับตา ใหส้ ติจบั อยทู่ ่ีปลายผม กำ� หนดว่า “ยนื หนอ” ช้า ๆ ๕ คร้งั กับ “ขวา...” “ยา่ ง...” “หนอ...” เร่ิมจากศีรษะลงมาปลายเท้า และจากปลายเท้าขึ้นไปบนศีรษะ กลับขึ้นกลับลงจนครบ ระยะก้าวในการเดิน ห่างกันประมาณ ๑ คืบ เป็นอย่างมากเพื่อการทรงตัว ๕ ครัง้ แต่ละครั้งแบ่งเปน็ สองชว่ ง ขณะก้าวจะได้ดีข้ึน เมื่อเดินสุดสถานที่ใช้แล้ว ให้น�ำเท้ามาเคียงกัน เงยหน้าหลับตา ช่วงแรก ค�ำว่า “ยืน” จิตวาดมโนภาพร่างกาย จากศีรษะลงมาหยุดที่สะดือ กำ� หนด “ยนื หนอ” ชา้ ๆ อกี ๕ ครง้ั ทำ� ความรสู้ กึ โดยจติ สติ รอู้ ยตู่ ง้ั แตก่ ลางกระหมอ่ ม คำ� วา่ “หนอ” จากสะดือลงไปปลายเท้า ก�ำหนดค�ำวา่ “ยืน” จากปลายเท้ามาหยดุ ท่สี ะดอื แล้วกำ� หนด “ยนื หนอ” ๕ คร้งั เบอ้ื งต�ำ่ ตง้ั แตป่ ลายผมลงมาถงึ ปลายเท้า เบือ้ งบนตง้ั แต่ คำ� ว่า “หนอ” จากสะดือขน้ึ ไปปลายผม ก�ำหนดกลับไปกลบั มา จนครบ ๕ ครัง้ ขณะน้ัน ปลายเทา้ ข้นึ มา “ยืนหนอ” ๕ ครงั้ แลว้ หลับตา ตั้งตวั ตรง ๆ เอาจติ ปกั ไวท้ ี่กระหม่อม ให้สตอิ ยู่ทรี่ ่างกาย อยา่ ใหอ้ อกไปนอกกาย เสร็จแล้ว ลมื ตาข้นึ กม้ หนา้ ทอดสายตาไป เอาสตติ าม ดงั น้ี “ยนื .....” (ถงึ สะดอื ) “หนอ.....” (ถงึ ปลายเทา้ )หลบั ตาอยา่ ลมื ตา นกึ มโนภาพ ขา้ งหน้าประมาณ ๑ ศอก สติจับอย่ทู เ่ี ทา้ เอาจิตมอง ไม่ใชม่ องเหน็ ดว้ ยสายตา “ยนื ” (จากปลายเทา้ ถึงสะดอื หยดุ ) แลว้ ก็ “หนอ..” ถงึ ปลายผม คนละครง่ึ พอท�ำไดแ้ ลว้ ภาวนา “ยนื หนอ....” จากปลายผม ถงึ ปลายเท้า ไดท้ ันที ไมต่ อ้ งไปหยดุ ท่ีสะดอื แลว้ คลอ่ งแคล่ววอ่ งไว ถูกต้องเปน็ ธรรม ขณะน้นั ใหส้ ติ อยทู่ ่ีรา่ งกายอย่าให้ออกไปนอกกาย เสรจ็ แล้วลมื ตาขนึ้ ก้มหน้า ทอดสายตาไปขา้ งหน้า ประมาณ ๑ ศอก สติจับอยูท่ ีเ่ ทา้ การเดิน ก�ำหนดวา่ “ขวา...” “ยา่ ง...” “หนอ...” กำ� หนดในใจ ค�ำว่า “ขวา” ต้องยกส้นเท้าขวาขึ้น จากพื้นประมาณ ๒ น้ิว เท้ากับใจนึกต้องให้ พร้อมกัน ค�ำว่า “ย่าง” ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า ให้ช้าท่ีสุด เท้ายังไม่เหยียบพื้น ค�ำว่า “หนอ” เท้าเหยียบพ้ืนเต็มฝ่าเท้า อย่าให้ส้นเท้าหลังเปิด
112 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ 113 เวลายกเทา้ ซา้ ยกเ็ หมือนกนั กำ� หนดคำ� วา่ “ซา้ ย...” “ย่าง...” “หนอ...” คงปฏิบัติ ใจนึกกบั ทอ้ งทยี่ บุ ต้องทนั กัน อยา่ ให้กอ่ นหรือหลังกัน เช่นเดียวกับ “ขวา...” “ยา่ ง...” “หนอ...” ระยะก้าวในการเดินห่างกันประมาณ ๑ คืบ ข้อสำ� คัญ ใหส้ ติจับอยทู่ ีพ่ อง ยุบ เทา่ น้ัน อยา่ ดูลมทจ่ี มูก อย่าตะเบง็ ท้องใหม้ ี เป็นอยา่ งมาก เพ่อื การทรงตัวขณะกา้ วจะไดด้ ขี นึ้ เมอ่ื เดนิ สดุ สถานที่ใช้เดินแล้ว พยายาม ความรสู้ ึกตามความเปน็ จรงิ ว่าทอ้ งพองไปข้างหนา้ ท้องยบุ มาทางหลัง อยา่ ให้เหน็ เป็นไป ใช้เท้าขวาเปน็ หลกั คอื “ขวา...”“ย่าง...”“หนอ...”แลว้ ตามด้วยเทา้ “ซา้ ย...”“ย่าง...”“หนอ...” ว่าท้องพองขึน้ ข้างบน ท้องยุบลงข้างลา่ ง ให้กำ� หนดเช่นนีต้ ลอดไป จนกว่าจะถึงเวลาท่ี จะประกบกันพอดี แล้วกำ� หนดวา่ “หยดุ ... หนอ...” จากนนั้ เงยหน้า หลบั ตากำ� หนด กำ� หนด “ยนื ... หนอ...” ช้า ๆ อีก ๕ คร้ัง เหมอื นกับท่ีไดอ้ ธบิ ายมาแล้ว ลืมตา กม้ หนา้ เม่ือมีเวทนา เวทนาเป็นเร่ืองส�ำคัญที่สุด จะต้องบังเกิดข้ึนกับผู้ปฏิบัติแน่นอน ท่ากลบั การกลบั กำ� หนดวา่ “กลับหนอ” ๔ คร้งั ค�ำว่า “กลับหนอ” จะตอ้ งมีความอดทน เปน็ การสรา้ งขนั ตบิ ารมีไปดว้ ย ถ้าผูป้ ฏิบัตขิ าดความอดทนเสียแล้ว คร้งั ที่หนง่ึ ยกปลายเทา้ ขวา ใช้สน้ เท้าขวาหมนุ ตัวไปทางขวา ๙๐ องศา การปฏิบัตวิ ปิ สั สนากรรมฐานน้นั กล็ ้มเหลว ในขณะที่นั่งหรอื เดนิ จงกรมอยนู่ ้ัน ถ้ามีเวทนา ครงั้ ที่ ๒ ลากเท้าซ้ายมาตดิ กบั เท้าขวา ปลายเทา้ ข้ึนมา “ยนื หนอ” ๕ ครั้ง ความเจ็บ ปวด เม่ือย คัน เกิดขนึ้ ใหห้ ยุดเดิน หรอื หยุดกำ� หนดพองยบุ ใหเ้ อาสติ แล้วหลับตา ตง้ั ตัวตรง ๆ เอาจติ ปักไว้ทีก่ ระหมอ่ ม ไปต้งั ไว้ท่เี วทนาเกิด และก�ำหนดไปตามความเปน็ จรงิ วา่ “ปวดหนอ ๆ ๆ” “เจ็บหนอ ๆ ๆ” ครง้ั ท่ี ๓ ท�ำเหมอื นคร้งั ที่ ๑ “คันหนอ ๆ ๆ” เปน็ ต้น ให้ก�ำหนดไปเรือ่ ย ๆ จนกว่าเวทนาจะหายไป เมือ่ เวทนาหายไปแล้ว ครั้งที่ ๔ ทำ� เหมอื นครัง้ ที่ ๒ กใ็ หก้ ำ� หนดน่งั หรอื เดนิ ต่อไป หากฝึกจนช�ำนาญแล้วเราสามารถก�ำหนดให้ละเอียดข้ึน โดยการหมุนตัวจาก จติ เวลานงั่ อยหู่ รอื เดนิ อยู่ ถา้ จติ คดิ ถงึ บา้ น คดิ ถงึ ทรพั ยส์ นิ หรอื คดิ ฟงุ้ ซา่ นตา่ ง ๆ ๙๐ องศา เป็น ๔๕ องศา จะเปน็ การกลับหนอทั้งหมด ๘ คร้ัง เมื่ออยใู่ นท่ากลับหลงั นานา ก็ให้เอาสติปกั ลงที่ลน้ิ ปพ่ี ร้อมกับก�ำหนดว่า “คดิ หนอ ๆ ๆ ๆ” ไปเรือ่ ย ๆ จนกวา่ แล้วตอ่ ไปก�ำหนด “ยืน... หนอ...” ช้า ๆ อีก ๕ คร้งั ลืมตา ก้มหน้า แล้วก�ำหนดเดินต่อไป จติ จะหยุดคดิ แม้ดีใจ เสยี ใจ หรอื โกรธ ก็กำ� หนด เช่นเดยี วกันวา่ “ดใี จหนอ ๆ ๆ ๆ” กระทำ� เชน่ น้จี นหมดเวลาท่ีตอ้ งการ “เสียใจหนอ ๆ ๆ ๆ” “โกรธ หนอ ๆ ๆ ๆ” เป็นตน้ การนั่ง กระท�ำต่อจากการเดินจงกรม อย่าให้ขาดตอนลง เมื่อเดินจงกรมถึงที่จะน่ัง ให้ก�ำหนด “ยนื ... หนอ...” อกี ๕ คร้งั ตามทก่ี ระท�ำมาแล้วเสยี ก่อน แลว้ กำ� หนดปล่อยมือ ลงขา้ งตัววา่ “ปล่อยมือหนอ ๆ ๆ ๆ ๆ” ชา้ ๆ จนกว่าจะลงสุดเวลานงั่ คอ่ ย ๆ ย่อตวั ลง พรอ้ มกบั ก�ำหนดตามอาการทที่ ำ� ไปจรงิ ๆ เช่น “ยอ่ ตวั หนอ ๆ ๆ ๆ” “เท้าพ้นื หนอ ๆ ๆ” “คกุ เขา่ หนอ ๆ ๆ” “นั่งหนอ ๆ ๆ” เปน็ ต้น วธิ นี ่ัง ใหน้ ั่งขดั สมาธิ คือ ขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลบั ตา เอาสติมาจับอยู่ ที่สะดือที่ทอ้ งพองยุบ เวลาหายใจเข้าทอ้ งพอง กำ� หนดว่า “พอง หนอ” ใจนกึ กับทอ้ ง ที่พองต้องใหท้ ันกัน อย่าให้ก่อนหรอื หลงั กัน หายใจออกทอ้ งยุบ ก�ำหนดวา่ “ยบุ หนอ”
114 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 115 เวลานอน ๖. ใจนึกคิดอารมณ์ ต้ังสติไวท้ ีล่ ิ้นปี่ ก�ำหนดวา่ คิดหนอ ๆ ๆ ๆ ไปเร่อื ย ๆ เวลานอนคอ่ ย ๆ เอนตวั นอนพรอ้ มกับก�ำหนดตามไปว่า “นอนหนอ ๆ ๆ ๆ” จนกวา่ ความนึกคดิ จะหายไป จนกว่าจะนอนเรียบรอ้ ย ขณะนัน้ ให้เอาสตจิ ับ อยูก่ บั อาการเคลอื่ นไหวของร่างกาย ๗. อาการบางอย่างเกิดข้นึ กำ� หนดไม่ทนั หรือก�ำหนดไม่ถกู ว่า จะกำ� หนด เมือ่ นอนเรียบร้อยแลว้ ใหเ้ อาสติมาจบั ทที่ ้อง แล้วก�ำหนดว่า “พอง หนอ” “ยบุ หนอ” อย่างไร ตัง้ สติไว้ที่ล้ินปี่ กำ� หนดวา่ รูห้ นอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ย ๆ จนกวา่ อาการนน้ั จะหายไป ต่อไปเร่อื ย ๆ ใหค้ อยสังเกตให้ดีวา่ จะหลับไปตอนพอง หรือตอนยุบ การทเี่ ราก�ำหนดจิต และตั้งสติไวเ้ ชน่ นี้ เพราะเหตวุ ่าจิตของเรา อยใู่ ต้บังคบั ของ อิริยาบถต่าง ๆ การเดินไปในที่ต่าง ๆ การเข้าห้องน้�ำ การเข้าห้องส้วม ความโลภ ความโกรธ ความหลง เช่น ตาเห็นรูป ชอบใจ เป็นโลภะ ไม่ชอบใจ เป็นโทสะ การรบั ประทานอาหาร และการกระทำ� กจิ การงานทงั้ ปวง ผปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งมสี ตกิ ำ� หนดอยทู่ กุ ขณะ ขาดสตไิ ม่ไดก้ �ำหนดเปน็ โมหะ หไู ดย้ นิ เสียง จมูกได้กล่ิน ลน้ิ ไดร้ ส กายถูกต้องสัมผสั ในอาการเหลา่ นี้ ตามความเปน็ จริง คือ มสี ติ สัมปชญั ญะ เป็นปัจจุบัน อยูต่ ลอดเวลา ก็เชน่ เดียวกนั หมายเหตุ การเดินจงกรมนน้ั กระท�ำการเดินไดถ้ งึ ๖ ระยะ แตใ่ นทีน่ อี้ ธบิ ายไว้ การปฏบิ ตั ิวิปสั สนากรรมฐาน โดยเอาสตเิ ข้าไปตงั้ กำ� กับตามอายตนะนน้ั เพียงระยะเดยี ว การเดนิ ระยะต่อไปน้นั จะตอ้ งเดินระยะที่ ๑ ให้ถูกตอ้ ง คือ ไดป้ ัจจุบนั เมือ่ ปฏบิ ัตไิ ด้ผลแก่กล้าแล้ว ก็จะเข้าตัดที่ต่อของอายตนะต่าง ๆ เหล่าน้ันมิให้ติดต่อ ธรรมจริง จึงจะเพมิ่ ระยะต่อไป ตามผลการปฏบิ ัติของแตล่ ะบคุ คล กนั ไดค้ อื วา่ เมอื่ เหน็ รปู กส็ กั แตว่ า่ เหน็ เมอ่ื ไดย้ นิ เสยี งกส็ กั แตว่ า่ ไดย้ นิ ไมท่ ำ� ความรสู้ กึ นกึ คดิ ปรุงแตง่ ให้เกิดความพอใจหรือความไม่พอใจ ในส่ิงที่ปรากฏให้เห็นและได้ยินน้ัน สรุปการกำ� หนดตา่ ง ๆ พอสังเขป ดงั นี้ รูปและเสียงทไี่ ดเ้ หน็ และไดย้ นิ นนั้ กจ็ ะดบั ไป เกดิ และดบั อยทู่ น่ี นั้ เอง ไมไ่ หลเขา้ มา ๑. ตาเห็นรูป จะหลับตาหรือลืมตาก็แล้วแต่ ให้ต้ังสติไว้ที่ตา ก�ำหนดว่า ภายใน อกศุ ลธรรมความทุกขร์ ้อนใจทีค่ อยจะตดิ ตาม รูป เสยี ง และอายตนะภายนอก เหน็ หนอ ๆ ๆ ๆ ไปเร่ือย ๆ จนกว่าจะรสู้ กึ ว่าเหน็ กส็ ักแตว่ ่าเห็น ละความพอใจและ อ่ืน ๆ เข้ามาก็เขา้ ไม่ได้ ความไมพ่ อใจออกเสยี ได้ ถา้ หลบั ตาอยู่ กก็ ำ� หนดไปจนกว่าภาพนน้ั จะหายไป สตทิ เ่ี กดิ ขนึ้ ขณะปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐานนนั้ นอกจากจะคอยสกดั กน้ั อกศุ ลธรรม ๒. หไู ดย้ ินเสียง ให้ตงั้ สตไิ วท้ หี่ ู ก�ำหนดว่า เสียงหนอ ๆ ๆ ๆ ไปเร่อื ย ๆ จนกว่า และความทุกขร์ อ้ นใจทจ่ี ะเข้ามาทางอายตนะแลว้ สตเิ พ่งอยู่ท่ี รูป นาม เมือ่ เพ่งเลง็ อยู่ จะรู้สกึ ว่าเสยี ง ก็สักแต่ว่าเสยี ง ละความพอใจและความไมพ่ อใจออกเสียได้ ก็ย่อมเห็นความเกิดดับของ รูป นาม ท่ีด�ำเนินไปตามอายตนะต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสาย ๓. จมกู ไดก้ ลน่ิ ตั้งสติไว้ทจ่ี มกู กำ� หนดว่า กลน่ิ หนอ ๆ ๆ ๆ ไปเรือ่ ย ๆ จนกวา่ การเหน็ การเกิดดบั ของรูปนามนนั้ จะน�ำไปสกู่ ารเหน็ พระไตรลกั ษณ์ คอื ความไม่เที่ยง จะร้สู กึ ว่ากลิน่ ก็สกั แตว่ ่ากลิน่ ละความพอใจและความไมพ่ อใจออกเสียได้ ความทกุ ข์ และความไม่มตี วั ตนของสังขาร หรอื อัตภาพอยา่ งแจ่มแจง้ ๔. ลน้ิ ได้รส ตัง้ สติไว้ที่ล้ิน ก�ำหนดวา่ รสหนอ ๆ ๆ ๆ ไปเร่อื ย ๆ จนกว่าจะร้สู ึก วา่ รส กส็ ักแต่ว่ารส ละความพอใจและความไมพ่ อใจออกเสียได้ จากหนังสือระเบียบปฏิบัติส�ำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ๕. การถูกต้องสมั ผัส ตง้ั สติไวต้ รงท่สี มั ผสั ก�ำหนดตามความเป็นจรงิ ที่เกิดข้ึน วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ละความพอใจและความไม่พอใจออกเสยี ได้
116 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 117 บทแผ่เมตตา บทอุทศิ ส่วนกศุ ล (บทกรวดน�้ำ) สัพเพ สตั ตา อิทงั เม มาตาปติ นู ัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปติ ะโร สตั วท์ ั้งหลาย ทเ่ี ป็นเพ่อื นทกุ ข์ เกดิ แกเ่ จ็บตาย ด้วยกันท้งั หมดทั้งส้ิน ขอสว่ นบุญนจี้ งสำ� เร็จ แกม่ ารดาบิดาของข้าพเจา้ ขอให้มารดาบดิ า ของขา้ พเจา้ จงมีความสุข อะเวรา โหนตุ อิทงั เม ญาตนี ัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย จงเปน็ สุขเป็นสุขเถิด อยา่ ไดม้ ีเวรแก่กนั และกันเลย ขอส่วนบุญนี้จงส�ำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติ ท้ังหลายของขา้ พเจา้ จงมคี วามสุข อัพยาปชั ฌา โหนตุ อทิ งั เม ครุ ปู ชั ฌายาจะรยิ านงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ ครุ ปู ชั ฌายา จะรยิ า จงเปน็ สขุ เปน็ สขุ เถดิ อยา่ ได้ พยาบาทเบยี ดเบยี นซ่งึ กนั และกันเลย ขอส่วนบุญน้ีจงส�ำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌายอ์ าจารยข์ องขา้ พเจ้า จงมีความสขุ อะนีฆา โหนตุ อิทงั สัพพะ เทวะตานงั โหตุ สขุ ิตา โหนตุ สพั เพ เทวา จงเปน็ สุขเป็นสุขเถิด อยา่ ได้มคี วามทุกขก์ าย ทุกขใ์ จเลย ขอส่วนบุญน้ีจงส�ำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดา ทงั้ หลายทง้ั ปวง จงมคี วามสขุ สุขี อตั ตานัง ปะรหิ ะรนั ตุ อทิ งั สพั พะ เปตานงั โหตุ สขุ ติ า โหนตุ สพั เพ เปตา จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนใหพ้ น้ จากทกุ ขภ์ ยั ท้งั สนิ้ เทอญ ขอสว่ นบญุ น้จี งสำ� เรจ็ แก่เปรตท้งั หลายทง้ั ปวง ขอใหเ้ ปรต ทั้งหลายทง้ั ปวง จงมคี วามสขุ อทิ ัง สพั พะ เวรนี ัง โหตุ สขุ ติ า โหนตุ สพั เพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงส�ำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายท้ังปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทง้ั หลายท้งั ปวง จงมีความสขุ อิทัง สัพพะ สตั ตานัง โหตุ สขุ ติ า โหนตุ สัพเพ สัตตา ขอส่วนบุญน้ีจงส�ำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอใหส้ ัตว์ทง้ั หลายทง้ั ปวง จงมีความสขุ
118 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ 119 หนังสือแนะนำ� ตามแนวคำ� สอนของ หนังสอื แนะนำ� ตามแนวคำ� สอนของ พระธรรมสิงหบรุ าจารย์ (หลวงพ่อจรญั ฐิตธมฺโม) พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพอ่ จรญั ฐติ ธมฺโม) วดั อมั พวัน อ.พรหมบรุ ี จ.สงิ ห์บุรี วดั อมั พวนั อ.พรหมบรุ ี จ.สิงหบ์ รุ ี รหัส ๘๗๔ รหสั ๘๗๑ รหสั ๘๗๓ รหสั ๘๘๑ แก่นแทแ้ ห่งพระกรรมฐาน แกน่ แทแ้ หง่ การสวดมนต์ แก้กรรมปัจจุบนั ใหท้ นั ชาตนิ ี้ ท�ำดีใหก้ ับดวง รหสั ๐๐๕ รหัส ๑๘๐ รหัส ๘๗๕ รหัส ๘๘๒ บทสวดมนต์ส�ำหรับคุณหนู เล้ียงกายเล้ยี งใจพอ่ แม่ ปลงใหต้ ก วางให้เป็น สามีภรรยาคู่ทกุ ขค์ ่ยู าก รหัส ๑๕๒ รหัส ๘๔๔ รหัส รหัส ทำ� ดีให้ลูกดู เกดิ มาต้องเรยี นหนังสือ เนกขมั มะ บวชแทนคา่ นำ�้ นมแม่ บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ รหสั ๘๗๒ รหสั ๘๗๖ รหัส รหัส ขายดีได้บญุ ไม่ขาดทนุ ชวี ติ ผลของงาน คอื ทนุ ของเรา สรา้ งบญุ เขา้ ตวั คน้ หาพระในใจ รกั แท.้ .. คอื เมตตา
2120 บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พอ่ 3 ค�ำปรารภ สารบญั หนังสือเล่มน้ี เกิดจากคณะผ้จู ัดท�ำได้อา่ นหนงั สอื ของวดั อัมพวนั ได้ยนิ พทุ ธวจนะ ๑๐ ไดฟ้ งั ในส่งิ ท่คี รูบาอาจารย์เทศนาสอนพระภกิ ษุ และสามเณรในระหวา่ งพรรษา ขอ้ ควรรู้ คำ� แนะน�ำ ๑๒ และนอกพรรษา จึงได้พยายามค้นคว้าหาข้อมูล และน�ำมาเก็บรวบรวม เป็นเจา้ ภาพบวชพระแลว้ พระไม่ไดเ้ ปน็ พระทดี่ ี เราจะบาปไหม ๑๒ เพื่อเปน็ ฐานข้อมลู เบ้อื งต้นสำ� หรับผทู้ ่ีสนใจใคร่ศกึ ษา เพือ่ นำ� ไปประพฤตปิ ฏิบัติ ไมม่ ีศรัทธา อยา่ บวช ๑๓ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดในการ “บวช” ครั้งหนง่ึ อนั มีความหมายส�ำคัญในชีวิต คนมีสองเพศ บวชไม่ได ้ ๑๔ ของลกู ผชู้ ายคนหนงึ่ คนท่ีบวชไมถ่ งึ ๑ เดือน วัดอัมพวันไม่รบั ๑๖ หากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด คณะผู้จัดท�ำขอรับไว้ ด้วยความ มีเวลาบวชพระ ๗ วนั ไม่ควรบวช ควรปฏบิ ัติกรรมฐาน ๑๗ ขอบพระคณุ ยงิ่ และทา่ นสามารถคน้ ควา้ หาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ไดจ้ ากหนงั สอื กฎแหง่ กรรม บวชลกู หลานทว่ี ดั อัมพวัน ไม่มกี นิ เหลา้ ๑๘ ของวัดอัมพวนั ซีดี ดวี ดี ี หรอื ส่ืออ่นื ๆ พระทบี่ วช ๓ เดอื น ๑ เดือน ควรเรียนอะไร ๒๐ คณะผจู้ ดั ทำ� เปน็ กลมุ่ ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมกลมุ่ เลก็ ๆ กลมุ่ หนง่ึ ซงึ่ ไดป้ ฏบิ ตั ธิ รรม วนั พระ พระตอ้ งอยวู่ ดั ๒๒ ตามแนวทางของวัดอัมพวนั อ.พรหมบุรี จ.สิงหบ์ ุรี ได้เล็งเหน็ คุณค่าคำ� สอน ของครูบาอาจารย์ท่ไี ด้แสดงไว้ในวาระ และโอกาสต่าง ๆ จงึ พยายามรวบรวม พทุ ธวจนะ ๒๓ เรื่องราวอันหลากหลาย นำ� มาจดั แยกไว้ให้เป็นหมวดหมู่ เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การศึกษา เปรต วัดอมั พวนั ๒๔ คน้ ควา้ ของพทุ ธศาสนกิ ชนทสี่ นใจ เพอื่ นำ� ไปศกึ ษาปฏบิ ตั ติ อ่ ไป ทา่ นสามารถเขา้ ไป เสยี งร้องประหลาด ๒๔ ดาวน์โหลดอา่ นหนงั สอื เลม่ นี้และเล่มอืน่ ๆ ได้ฟรที ี่ www.goodnessguide.com เปรตพระในวัดอัมพวัน ๒๘ ด้วยความปรารถนาดี คณะผูจ้ ดั ท�ำ
Search