Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 4 การจัดการห้องพัก

บทที่ 4 การจัดการห้องพัก

Published by ซา เบียะ, 2020-10-25 17:10:35

Description: บทที่ 4 การจัดการห้องพัก

Search

Read the Text Version

41 บทที่ 4 การจัดการหอ้ งผ้า สาระสาคญั ห้องผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสาคัญในแผนกแม่บ้าน เป็นสถานที่เก็บ เบิก -จ่ายผ้าทุกชนิดที่ใช้ หมุนเวียนอยู่ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูทีน่ อน ผ้าปูโต๊ะ ผ่าขนหนู ต่าง ๆ เป็นตน้ รวมทั้งยนู ฟิ อรม์ หรอื เครอ่ื งแบบของพนกั งานท้งั โรงแรม เนอ่ื งจากหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบท่ีครอบคลุมมากมาย แลผา้ ตา่ ง ๆ มีราคา แพง จึงจาเป็นต้องมกี ารควบคุมดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้โดยเฉพาะจึงมีการมอบหมายให้พนักงานที่เรียกว่า “หัวหนา้ หอ้ งผ้า” และมีผ้ชู ว่ ยในห้องผา้ เรยี กว่า “พนกั งานประจาห้องผ้า” ขน้ึ มา เรอื่ งท่ีจะศกึ ษา 1. การบรกิ ารซกั รีด 2. สัญลักษณ์ในเน้ือผ้า 3. การขจดั รอยเปอ้ื น 4. ข้ันตอนการบริการซกั รีด 5. การจดั การผา้ โรงแรม จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. บริการซกั รดี ได้ 2. แยกแยะสัญลกั ษณ์ 3. สาธิตวิธกี ารขจดั รอยเปื้อนได้ 4. ตรวจสอบขน้ั ตอนการบริการซักรดี ได้ 5. จัดการผ้าโรงแรมได้ สมรรถนะประจาบท บริหารจดั การห้องผ้าโรงแรม

42 บทที่ 4 การจัดการห้องผ้า 1. การบรกิ ารซักรดี (Laundry Service) การบริการซกั รีด เปน็ การทาความสะอาดผา้ ให้สะอาดปราศจากสงิ่ สกปรก และทาใหผ้ า้ นัน้ เรียบร้อย โดยใช้เตารีดหรือเครื่องรีดผ้า โดยผ้าที่ซักรีดจะเป็นผ้าของโรงแรมและผ้าของแขก การซักรีดประกอบด้วย ขน้ั ตอน 3 ข้ันตอน ดังนี้ 1. การกาจัดคราบ 2. การซกั รวมไปถงึ การตากหรืออบแหง้ 3. การซกั แหง้ รวมไปถึงการรดี ผา้ ทจ่ี ะต้องซักบอ่ ย ๆ น้ันจะเกา่ เรว็ มากกวา่ การหมดอายุการใชง้ านตามปกติ อายใุ ช้งานของผ้าฝ้ายที่ ใช้ทาผา้ ปทู ี่นอนจะถกู กาหนดด้วยการซัก 200-250 คร้งั มากกว่าการจะถกู กาหนดด้วยระยะเวลา เช่น 2 หรอื 3 ปี แตอ่ ายุการใช้งานของผา้ ก็ข้ึนอยุ่กับวิธีการใชง้ านและการดูแลรกั ษา นอกจากนี้คุณภาพของผ้าก็เป็นสิ่งที่ ต้องพจิ ารณา ผา้ ทม่ี ีคณุ ภาพดยี ่อมจะมีอายุการใช้งานไดน้ านกว่าผ้าที่มคี ณุ ภาพด้อยกวา่ 1.1 วิธีการซกั รีดท่ดี ีมีขัน้ ตอน ดงั นี้ 1. จับผ้าถกู วธิ ี รวมถึงการขนย้ายผ้า 2. เนือ้ ผา้ ไม่ถกู ทาลาย ไม่ใช้สารเคมีที่ทาลายเน้ือผา้ 3. ผ้าขาวตอ้ งใหข้ าวอยู่เสมอ ถ้าปลอ่ ยให้ดาจะเปน็ คราบฝังแนน่ 4. ต้องกาจดั คราบทกุ คร้งั ท่ไี ด้รับการบอกเล่า หรอื ตรวจสอบ 5. ผา้ จะต้องไม่เสยี เพราะใช้นา้ ยากาจัดคราบมากเกนิ ไป 6. การทางานตอ้ งเปน็ ไปอย่างรวดเรว็ มกี ารรว่ มมือในการปฏบิ ัตงิ านอย่างดี เพ่อื ป้องกนั ความเสยี หาย และการสญู เสีย

43 1.2 การซกั แหง้ นา้ ยาซักแหง้ ไมท่ าให้เกิดผลเสียกบั เน้อื ผา้ เช่นเดยี วกับน้า ดงั นั้น จึงไมท่ าใหเ้ กิดการหด การ ยับ ผ้าเสยี รปู ทรงหรือสีตก อาจจะมกี ารหดบ้างเนื่องจากการปั่น หรือเพราะมีน้าหลงเหลืออยู่ หลังจากได้ทา ความสะอาดตามกรรมวิธีการซักแล้วกจ็ ะนามาป่นั แห้งเพอื่ จะให้หมดคราบนา้ ยา แล้วจงึ นามาเป่าแห้งด้วยไอ อุ่น ๆ ผา้ สีจะสามารถนามาซักรวมได้ แต่โดยปกตแิ ลว้ เราจะแยกสีไวเ้ ปน็ ประเภท เชน่ สีขาว สีออ่ น และสีแก่ เพื่อจะไม่ให้สีตกใส่ผ้าชิน้ อ่ืน นอกจากนี้ยังต้องแบ่งผา้ ที่เป้ือนมาก เปื้อนน้อย โดยไม่นามาซกั ปนกันอีกดว้ ย หลงั จากน้ันจะนาผ้าทัง้ หมดมาซกั ดว้ ยนา้ ยาซกั แหง้ ในเครื่องซักผา้ ซึง่ มตี ง้ั แตก่ ารซกั การกาจัดคราบ และเป่า ใหแ้ ห้งในเครอ่ื งเดียวกัน เกร็ดความรู้ การซักแห้งเป็นเร่อื งท่คี นสว่ นมากยังไมร่ ทู้ าใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผิดระหวา่ งผู้ให้บริการและลูกค้า คาวา่ ซกั แหง้ (Dry-cleaning) เปน็ การบัญญัติศัพทน์ ้ขี ึ้นมาโดยคนท่ีคน้ พบการซักแบบนีค้ ร้ังแรก การซักแหง้ ที่ใช้น้าและน้ายาพิเศษเป็นตัวขจัดรอยเปื้อนนั้นใช้กับเสื้อผา้ ที่ต้องการถนอมเปน็ พเิ ศษให้มอี ายุการใชง้ านนานขึ้น หรอื เสื้อผ้าทีอ่ าจเสียหายได้ถา้ ซักด้วยนา้ กับผงซักฟอก 1.3 ประเภทของเคร่อื งมือซกั รีด เครื่องมอื ซักรีด จะเป็นเครื่องซักรีดทีใ่ ช้ไฟฟ้าเป็นส่วนมากผู้ใช้ควรรู้จักวิธีการใช้และบารุงรักษาให้ เหมาะสม ซ่ึงมเี ครอื่ งมอื ในการซักรดี ดังน้ี 1. เครือ่ งสลดั น้า (Hydro Extractor Spin Drier) ประกอบด้วยเครอื่ งรปู ทรงกระบอกเจาะรูตั้งตรง ซงึ่ ปัน่ ดว้ ย ความเร็วสูงเพ่ือกาจดั นา้ ออก เคร่อื งชนดิ น้ีมอี ตั ราความจุวัดไดจ้ าก 2-100 กโิ ลกรมั ความจุใหก้ ารเป่าแหง้ ได้ถงึ ประมาณ 600 กโิ ลกรัมตอ่ ชว่ั โมง

44 2. เครอ่ื งซกั ผ้าและเป่าแหง้ (Wash Extractor) เคร่อื งเปน็ รูปกลองตามยาว ทาใหห้ มุนและการปนั่ นา้ ของผา้ มขี นาดซักและลา้ ง เพือ่ จะบีบน้าออกจาก ผ้า ปั่นด้วยความเร็วสงู ใส่ผ้าทางประตูเครื่องด้านหน้า อัตราความจุอยุ่ระหว่าง 10-600 กิโลกรัม ในการเปา่ แหง้ ต่อช่วั โมง สามารถตัง้ โปรแกรมสาหรับชนดิ การซกั ต่าง ๆ การลา้ งและวงจรการกาจดั คราบไดต้ ามต้องการ นอกจากนี้ยงั สามารถตั้งโปรแกรมเลือกอณุ หภมู ิของน้าในการซักลา้ ง และระดับของการปั่น การซักล้าง และ เวลาในการชาระคราบได้เช่นกัน 3. เครอื่ งซักผา้ ระบบแบบเป็นชุดต่อเน่อื ง (Tunnel Wash) เครื่องระบบน้ีจะติดตั้งในห้องซักซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ๆ และประกอบดว้ ยเครื่องเป็นตอน ๆ เป็นชุด ตดิ กันใสผ่ า้ ทงั้ หมดด้านหน่ึงและเอาออกจากเคร่อื งอกี ด้านหนงึ่ เคร่ืองซักผา้ ระบบนส้ี ามารถทางานได้ในอัตรา 250-2000 กิโลกรมั ในการปั่นแหง้ ตอ่ ชวั่ โมง ทง้ั นขี้ น้ึ อยู่กับการติดตง้ั เครือ่ งซักผ้า 4. เครื่องอบผ้า (Tumbler Driers) เครอ่ื งประเภทนป้ี ระกอบด้วยเครือ่ งทมี ีลักษณะเปน็ รปู ทรงกระบอกเจาะรู ตง้ั ตามความยาว และเป่า ด้วยความรอ้ น เครื่องจะหมุนแบบเปลี่ยนทิศไปมา เพื่อให้ผ้าได้รับความร้อนทั่วถึงและป้องกันเกดิ การพันกนั ปรมิ าณความจเุ คร่ืองนว้ี ดั ไดท้ ี่ 5-50 กิโลกรัม ในการปน่ั แห้ง

45 คาถาม : เครอื่ งอบผา้ มี คาตอบ : การทางานของเครื่องอบผ้าคือ นาลมร้อนซึ่งได้จาก หลกั การทางานอยา่ งไร ห้องเผาไหม้ผ่านเข้ามาในห้องอบผ้า โดยห้องอบผ้าจะมีการ หมนุ เพ่ือให้ความร้อนกระจายเข้าถึงผ้าทัง้ หมด จากนน้ั ลมร้อน จะถูกพาออกไปพร้อมน้าที่ระเหยออกทางเข้าลมรอ้ นทิ้ง โดย สว่ นใหญจ่ ะตอ่ ทอ่ ลมทิ้งออกนอกครวั อาคาร เครอื่ งอบผ้าจะใช้ อยู่ตามห้องพักที่ไม่มีพื้นที่รับแดด หรือตามอาคารประเภท โรงแรมและโรงพยาบาล 5. เครื่องรีดผา้ แบบลูกกล้งิ (Calendar or Ironing Machines or Flat Finisher) เคร่อื งชนิดน้ีมีขนาดใหญ่มาก และประกอบดว้ ยลกู กล้ิงซึง่ ร้อนและบุด้วยผ้าหรือวัสดุอย่างดีซ่ึงจะทา การรีดไปมาด้วยเครื่อง จะรีดได้เฉพาะผา้ ที่ไมม่ มี ุม เช่น ผ้าปูที่นอน เครื่องชนดิ น้ีใหญพ่ อท่ีจะรับผ้า 2 ผืนได้ แต่ไม่เหมาะกบั ผ้าห่มหรอื ผา้ นวม หลงั จากรีดแลว้ เครื่องบางชนดิ จะผบั ผา้ ให้อัตโนมตั ิ แล้วจงึ แยกจาพวก ห่อ แล้วนาไปสง่ ตามแตล่ ะแผนก 6. เครอ่ื งรดี ผ้า (Presser) เครื่องชนดิ นปี้ ระกอบด้วยแผน่ บคุ วามรอ้ น 2 แผ่น โดย วางผา้ ทีจ่ ะต้องรีดบนแผ่นบุตวั ล่าง และกดลงด้วยแผน่ บตุ ัวบน สว่ นใหญ่จะเป็นชนิดมุมรอบ (Scissor Presser) เครอื่ งรัดแบบ กด (Presser) จะถูกอออกแบบไวส้ าหรับรดี ผ้าหลาย ๆ ชนิด เช่น เส้ือเชิ้ต กางเกง หรือเส้อื โค้ท

46 7. เตารีดมอื (Hand Irons) เปน็ เครอื่ งท่ปี ระกอบดว้ ยแผ่นทาความรอ้ นชนิดใช้มือจับเตารดี ไอนา้ จะมีทใ่ี สน่ า้ เพ่อื ผลติ ไอนา้ และจะ มีปมุ่ ปรบั ความร้อนดว้ ย 8. เคร่อื งซกั แห้ง (Dry Clean Machines) คล้ายกับเครอ่ื งซักผา้ และเปา่ แหง้ (Wash Extractor) ตา่ งกันทีจ่ ะตอ้ งใส่น้ายาลงในกระบอกตามขวาง ซึ่งหมนุ ในลักษณะกลบั ไปกลับมา เครื่องจะป่ันผ้าให้แห้งแล้วจึงเป่าแห้งอีกคร้ังหนึ่ง น้ายาจะถูกกรองออกใน ขณะที่กาลังบีบนา้ และนากลับมาใช้ไดอ้ กี 1.4 เคร่อื งใช้อ่นื ๆ (Other Equipment) เปน็ อุปกรณท์ ใ่ี ช้สาหรับการซกั รดี รวมถงึ 1. กระดานสาหรบั ทาความสะอาดเฉพาะจุด (Spotting Board) 2. เครือ่ งทาเครอื่ งหมายเสื้อผา้ 3. รถเขน็ ใสผ่ า้ 4. โตะ๊ สาหรบั คัดแยกเสอื้ ผา้ 5. ชน้ั วางของซึ่งเล่อื นได้ 6. อา่ งซกั ผา้ 7. ปา้ ยบอกการดแู ลรักษาผ้า

47 เสื้อผ้าทีม่ ีป้ายบอกการดูรักษาผ้าติดอยู่ ทาให้ทราบไดง้ า่ ยว่าต้องทาการซักรีดด้วยวิธีใด บนป้ายจะ ประกอบด้วยสัญลักษณ์บอกวธิ ีการซักรีด สัญลกั ษณ์จะถูกเย็บติดไว้กับเส้ือผ้า และบอกวิธีการซัก การทาให้ แหง้ หรือวิธีการรีดท่ีถกู ต้อง ในกรณีในการซักด้วยเครอื่ งก็มจี ะสัญลักษณ์บอกการตงั้ โปรแกรมของเคร่อื งซักไว้ ด้วย เกรด็ ความรู้ สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย (Symbol) โดยพื้นฐานหมายถึงสิ่งที่ใช้แทนความหมายของอกี สิ่งหนง่ึ หรอื ถา้ จะกล่าวลงลึกไปอีก สัญลักษณ์ หมายถึง วัตถุ อกั ษร รูปร่าง หรอื สีสัน ซ่ึงใช้ในการส่ือ ความหมายหรอื แนวความคิดให้มนุษยเ์ ข้าใจไปในทางเดียวกัน อาจจะเปน็ รูปธรรมหรอื นามธรรมก็ได้ ในทางปรัชญามักมีคานิยามว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาติหรือแม้ในจักรวาลสามารถแทนได้ด้วย สัญลกั ษณท์ ั้งส้นิ 2. สญั ลักษณ์ในเนือ้ ผ้า หลายคร้ังที่หอ้ งผา้ ของโรงแรมไมใ่ ส่ใจในสญั ลกั ษณ์หรือเครื่องหมายช้แี นะ หรอื ระบุถงึ การเก็บรักษา เสื้อผ้า หรืออาจจะเป็นเพราะไมร่ ู้ ไม่เข้าใจเพียงพอ ทาให้เสื้อผ้าของแขกที่สง่ มาซกั รดี โดยเฉพาะเสื้อมาจาก ต่างประเทศ ถ้าไม่ไดร้ บั การดแู ละรักษาทด่ี ีพอจะเกิดชารุดเสียหายได้ 2.1 สัญลักษณส์ ากลของป้ายสาหรับการดูแลรกั ษาเสื้อผ้า ป้ายหรือฉลากสนิ คา้ ท่ตี ิดมากับเส้ือผ้าเป็นส่ิงสาคัญอย่างยงิ่ สาหรบั ผู้ปฏบิ ัตกิ ารซกั รีด เพราะโดยทว่ั ไป ปา้ ยหรือฉลากสินค้าจะบ่งบอกช่อื ย่หี ้อ ชอ่ื ทางการคา้ ชนดิ ของเส้นใย เปอร์เซ็นของเส้นใยประสม แหล่งผลิต ขนาด คาแนะนาในการใช้ และการดูแลรักษา ซึ่งข้อความเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติการซักรีด โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในการดูแลรกั ษา ผู้ปฏิบัตกิ ารซักรีดควรจะอา่ นทาความเขา้ ใจและปฏบิ ัตติ ามปา้ ยหรือฉลาก สินค้าอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเวลาซักหรือรีดผ้า รวมท้ังช่วยให้เสื้อผ้ามีอายุการใช้งานท่ี ยาวนานขึ้น โดยทั่วไปป้ายหรือฉลากสินค้าทีต่ ิดมากับเสื้อผ้านิยมเขียนเป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บรรยายสั้น ๆ ด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้ปฏิบัติการซักรีดที่ไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษดีพอ อาจจะทาให้เสื้อผ้าเสื่อมสภาพก่อน เวลาอันควร ข้อความที่มกั เขยี นหรอื พบเหน็ บ่อย ๆ บนป้ายหรือฉลากสินค้าท่ตี ิดมากบั เสื้อผ้ามีดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์ รูป 48 อา่ งสาหรับซักผา้ สามเหล่ยี ม ความหมาย แสดงกระบวนการซักโดยใช้มือ เตารดี หรือเคร่อื งซักผา้ ก็ได้ วงกลม แสดงการฟอกขาวโดยใช้คลอรนี วงกลมในสีเ่ หลีย่ ม แสดงกระบวนการรีดผา้ แสดงกระบวนการซกั แห้ง แสดงกระบวนการทาให้ผ้าแห้ง หลังจากซักรีด เกร็ดความรู้ ชื่อทางการค้า หมายถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น โกดัก ฟูจิ เป็นต้น สิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์และสามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจาก แหล่งภูมิศาสตร์นั้นเป็นสินค้าที่มีคณุ ภาพที่มีชือ่ เสียง หรือคุณลกั ษณะเฉพาะของแหล่งภูมศิ าสตร์นน้ั เชน่ มีดอรญั ญิก สม้ บางมด ผา้ ไหมไทย แชมเปญ ดอนญกั เป็นต้น 2.2 การเรียงลาดับสญั ลกั ษณ์บนปา้ ย สาหรบั การดแู ลรักษาเสอ้ื ผา้ บนปา้ ยแตล่ ะอัน จะตอ้ งเรยี งลาดับจากบนลงมาลา่ งเสมอ สญั ลักษณ์ ความหมาย ถา้ มเี ครอื่ งหมายกากบาทบนสัญลกั ษณใ์ ด ๆ ก็ตามจะมคี วามหมายวา่ หา้ ม สาหรับคาขยาย ตา่ ง ๆ จะตอ้ งส้นั ท่ีสุดเท่าท่ีทาได้ 2.3 สญั ลักษณส์ ากลของกระบวนการซัก สญั ลกั ษณ์ ความหมาย ซักผ้าฝ้าย สัญลักษณ์จะมีขีดด้านล่าง หมายถึง กระบวนการซักด้วนเครื่องแบบปกติ และ กระบวนการปัน่ ผ้าให้แห้งแบบปกติ ซกั ผ้าใยสงั เคราะห์ สัญลกั ษณ์มขี ดี 1 ขีด หมายถงึ กระบวนการซกั ผ้าแบบระมดั ระวัง และกระบวนการปน่ั ผา้ ใหแ้ ห้งแบบระมดั ระวงั ซักผา้ ใยขนสัตว์ สญั ลกั ษณ์มขี ีด 2 ขีด หมายถงึ กระบวนการซกั ผ้าและปนั่ แหง้ ทีต่ ้องใช้ ความระมดั ระวงั อยา่ งยิง่

49 2.4 สัญลักษณท์ ่ีแสดงถึงอณุ หภูมทิ เ่ี หมาะสมสาหรบั การรดี ผ้า สัญลกั ษณ์ ความหมาย ซกั ผา้ ฝา้ ยสขี าวและผ้าลนิ นิ สขี าว ปราศจากการตกแต่งชนดิ อนื่ ๆ ซกั ผา้ ลนิ นิ หรือวิสโคส ปราศจากการตกแต่งชนิดอน่ื ๆ เมอ่ื สีที่ย้อมทนทานได้ท่ี อุณหภมู ิ 60 องศาเซลเซยี ส ซกั ผ้าไนลอน ผ้าใยผสมฝ้ายกบั พอลเิ อสเตอร์ ผ้าฝา้ ยหรอื ผ้าวิสโคส ทมี่ กี ารตกแตง่ พิเศษ ผ้าใยผสมฝ้ายกบั อะครีลิก ซักผ้าฝา้ ย ลนิ ิน หรือวสิ โคส เม่ือสีท่ยี ้อมทนทานได้อุณภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่ไม่ใช่ 0 องศาเซลเซียส ซักผ้าขนสตั ว์ ผา้ ใยผสมขนสัตว์กบั ใยไหม ห้ามซกั เครือ่ งซักผา้ ซักด้วยมอื แทน 2.5 สญั ลักษณ์สากลของกระบวนการฟอกขาวโดยใชค้ ลอรีน คาว่า CL ที่ปรากฏภายใต้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม แสดงให้ทราบว่า สามารถที่ใช้สารฟอกขาวที่มีคลอรีนเปน็ องค์ประกอบ สาหรบั ตวั อกั ษรอน่ื ๆ จะแสดงใหท้ ราบวา่ ใช้สารฟอกขาวตัวอื่น ๆ สญั ลักษณ์ อณุ หภูมิ ชนดิ ของผา้ คาทอ่ี าจจะใช้แทนสัญลกั ษณ์ 200′C ผ้าฝา้ ย ผา้ ลนิ ิน Hot iron 150′C ผา้ ใยผสมโพลเิ อสเตอร์ ผ้าขนสตั ว์ Warm iron 110′C ผ้าอะครีลกิ ผ้าไนลอน ผ้า อะซิเตด Cool iron ผ้าโพลิเอสเตอร์ หา้ มรดี ด้วยเตารดี เส้นใยถกู ทาลาย Do no iron 2.7 สัญลักษณส์ ากลของกระบวนการซกั แหง้ สัญลักษณ์รูปวงกลมต้องมีตัวอักษรอยู่ภายในทุกครั้ง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าเสื้อผ้าสาเร็จรูปช้ิน ดังกลา่ วจะตอ้ งซักแหง้ สญั ลักษณ์ อุณหภมู ิ เสื้อผ้าสาเร็จรูปน้ีสามารถจะซักแหง้ ไดใ้ นตัวทาละลายทกุ ชนดิ เส้ือผ้าสาเรจ็ รปู นส้ี ามารถจะซกั แหง้ ใด้ เปอร์คลอโรเอทธีลีน ตวั ทาละลาย R113 น้ามันก๊าด และตัวทาละลาย R11 เสื้อผ้าสาเร็จรูปนี้จะมีความว่องไวกับตัวทาละลายที่กล่าวไว้ในสัญลักษณ์ตัวที่สอง (P) แต่ จะตอ้ งระมดั ระวังการเติมนา้ ในการซัก ห้ามซักแหง้ โดยเดด็ ขาด

50 คาถาม : ตัวทาลายอนิ ทรยี ใ์ ช้ คาตอบ : ตัวทาลายอินทรีย์ใช้ประโยชน์ทวั่ ไปดงั น้ี ทาประโยชนอ์ ะไรไดบ้ ้าง • ซกั แห้ง (dry cleaning) เช่น เตตราคลอโรเอ ทลิ ีน (Tetrachloroethylene) • ใชเ้ จอื จางสี (paint thinner) เชน่ โทลูอีน (toluene) น้ามนั สน (turpentine) • ยาลา้ งเล็บและตัวทาลายกาว เช่น อะซีโตนเมทิล อาซีเทตเอทลิ อาซเี ทต (petrolether) • สารชาระลา้ ง เช่น ซติ รสั (citrus) เทอรป์ ีน (terpene) • นา้ หอม เช่น เอทานอล • เคมีสงั เคราะห์ 2.8 สัญลกั ษณส์ ากลของกระบวนการทาใหแ้ หง้ ผา้ จานวนมากมายหลายชนดิ สามารถจะทาให้แห้งได้โดยใชเ้ คร่ืองอบผ้า สัญลักษณ์ ความหมาย อบผ้าด้วยเคร่ืองอบความร้อนสงู อบผ้าดว้ ยความรอ้ นตา่ หา้ มอบผ้าดว้ ยเครือ่ งอบแหง้

51 3. การขจดั รอยเปอ้ื น รอยเปื้อน สิ่งสกปรกที่เกิดบนผ้า ทั้งเกิดก่อนซักและหลังซัก ผู้ที่ทางานห้องผ้าจึงควรรู้วิธีขจัดรอย เปอื้ นบนผ้า ซึ่งมวี ธิ กี ารดังนี้ รอยเป้อื น วิธกี ารขจัดรอยเปอ้ื น เชด็ ด้วยแอมโมเนยี ไฮดโดรเจนเปอรอ์ อกไซดห์ รือ 1. เปอ้ื นเลือด โซเดยี มไฮโปรคลอไรด์ หรือน้าสบผู่ สมน้าอ่นุ เช็ดด้วยโซเดียมไฮโปรคลอไรด์ หรือแอมโมเนียไฮดร 2. เปอ้ื นยาระงบั กล่นิ ตวั อกไซด์ เชด็ ดว้ ยคารบ์ อนเตตระคลอไรด์ หรอื แช่ในนา้ รอ้ น 3. เป้อื นเทียนไข หรือพาราฟิน 5-10 นาที ใช้แอลกอฮอล์ 1 ส่วน ผสมน้า 1 สว่ น หรอื ใช้ 4. เป้ือนสีของกระดาษคารบ์ อน แอมโมเนียไฮดรอกไซด์ แช่ผงซกั ฟอกไว้ 1 คนื ใชส้ าลชี ุบไขมันแตะซบั ออก 5. เปอ้ื นเนย แลว้ ล้างออกด้วยโซเดยี มไฮโปรคลอไรด์ ใชอ้ ะซิโตนเอมิลอะซเี ตต หรอื ทนิ เนอร์ เช็ดหรอื ลา้ ง 6. เป้อื นน้ายาลบคาผิด กระดาษไข ออก อยา่ รบี รอ้ นเชด็ ออกเพราะยาทาเลบ็ จะเปอื้ นขยาย 7. เปื้อนน้ายาทาเลบ็ วงกว้างออกไป นา้ ยาทาเลบ็ น้จี ะติดทนกบั เสอื้ ผา้ รบี ไปท่ีร้านขายยา ซอ้ื น้ายาเคมที ่ีเรียกวา่ “อะซิ 8. เปื้อนเครือ่ งสาอาง โตน” มาหยอดตรงรอยเป้อื น จะทาให้คราบรอย เปอื้ นหายไป แล้วนามาซักลา้ งดว้ ยวธิ ีธรรมดา หรอื เช็ดดว้ ยแอลกอฮอล์ หรือทินเนอร์ ใช้สาลีชบุ น้าสบู่ถูไปมาแรง ๆ หรือใชต้ วั ทาละลาย ไขมนั เชด็ ออกหรือลา้ งออก

52 9. เปื้อนหมากฝร่ัง เอามีดขูดตรงรอยเป้อื น ฟอกดว้ ยไข่ขาว ซักดว้ ย นา้ ยาซกั ฟอก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตระคลอไรด์ แช่ 10. เปอ้ื นรอยไหมจ้ ากเตารดี นา้ มันสนหรอื ใชน้ ้ามนั ใสผ่ สมทาตรงรอยเปื้อน แลว้ 11. เปอื้ นสที าบา้ น ซักดว้ ยวิธีธรรมดา ถ้าเปน็ ผ้าที่ซักไมไ่ ด้ใหท้ านา้ แขง็ ตรงรอยเป้อื นแลว้ ขดู ออก เชด็ ด้วยคารบ์ อนเตตระ 12. เปอื้ นนา้ มันเคร่ือง คลอไรด์ 13. เปอื้ นสนมิ โลหะ แชใ่ นนา้ ยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรอื น้าส้มสายชู 14. เปอ้ื นมสั ตาร์ด ถา้ เปน็ สนี ้ามันใชน้ ้ามนั ก๊าด นา้ มันสน นา้ มันลินสดี 15. เปือ้ นเชอ้ื รา หรือน้ามันเบนซนิ เช็ดออก ถา้ เปน็ สพี ลาสตกิ ใช้ทิน 16. เปอ้ื นยางไมต้ า่ ง ๆ เนอรเ์ ช็ดออก ใช้น้ามนั เบนซนิ หรือทนิ เนอรล์ า้ งออก 17. เปอ้ื นน้าหมึก ใช้นา้ มะนาว มะกรูด หรือนา้ สม้ สายชลู า้ งออก เป้อื นเสื้อผา้ ทสี่ วมใสใ่ หเ้ อาไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ หรือนา้ สม้ สายชู ถูแล้วนาไปซกั ด้วยวธิ ีธรรมดา เปอ้ื นน้อยซกั ดว้ ยน้าเปลา่ แตถ่ า้ มากและนานใหใ้ ช้ น้ายาฟอกขาว หรือโซเดียมไฮโปคลอไรด์ล้างออก ใชแ้ อลกอฮอลแ์ ตะไว้ให้ชุ่ม แล้วนาน้ามะนาวหรอื นา้ สม้ สายชลู า้ งออก ถ้าไมอ่ อกใช้นา้ ยาฟอกขาวเช็ด เพ่ิมเตมิ ถ้าสามารถนาออกซักไดท้ ันทจี ะทาใหร้ อยเปอ้ื นจาง ลง วธิ ีซีกนา้ หมกึ นัน้ ซกั ไดห้ ลายวิธี ตอ้ งทาซ้า ๆ จงึ จะหมด เช่น ใช้เกลอื โรยแลว้ บบี มะนาวตรงรอย เปอื้ น ใชไ้ ฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์และนา้ ยาของออก ซาริกแอซดิ องั บนไอนา้ เดือดแลว้ นาไปซกั ด้วยวิธี ธรรมดา ถ้าเป็นผา้ ทซี่ กั ไม่ไดใ้ ช้แป้งโรยบนรอยเปื้อน แลว้ แปรงออกหรือใชเ้ ครอ่ื งดูดฝุ่นออก ทาซ้าหลาย ๆ คร้งั สขี องน้าหมึกจะจางลง หรอื ใช้แป้งขาวโรย ตรงรอยเปือ้ นกลบใหก้ ลมกลนื

53 4. ขน้ั ตอนการบริการซักรดี 1. การรับบรกิ ารซักรดี ไมว่ า่ จะเป็นซกั นา้ ซกั แหง้ หรือรีดตอ้ งมีเอกสารบนั ทกึ สาหรับลงรายการ และ รายละเอยี ดกาหนดส่งผ้า เวลาส่งผ้ากลบั เขา้ หอ้ งพกั ราคาคา่ ซักรดี ทุกชนดิ รวมถึงคาชแ้ี จงบางอย่าง เช่น ไม่ รับรองเรอ่ื งสผี า้ ตก หรือไม่รับซกั รดี ผ้าทมี่ รี อยชารดุ มาก ๆ 2. เมื่อรบั ผ้าที่ส่งซกั มาแล้วกรอกรายการให้ถูกต้อง ลงรายละเอียดให้มากท่ีสุดในสมดุ ทะเบียนรับ-ส่ง ผ้า ควรตรวจตามกระเป๋าเส้ือไมใ่ หม้ ขี องมคี ่าหรือไม่มีคา่ ติดมา และถา้ ตรวจพบผา้ ชารดุ มาก ๆ ตอ้ งแจง้ ให้แขก ทราบทันทเี พ่ือปอ้ งกนั การโต้เถยี งในภายหลัง 3. ต้องจัดทาระเบียบคุมรายการ การบรกิ ารซกั รีดตา่ ง ๆ ของผ้าท่สี ่งซักอย่างละเอยี ดท่สี ดุ เพ่อื ปอ้ งกนั การผิดพลาดหรือสับสนในภายหลัง 4. ผ้าทกุ ชนดิ ต้องใส่ถุงซักผา้ ที่ทางโรงแรมจดั ไวใ้ ห้ เพอ่ื ปอ้ งกนั ความสกปรก และปอ้ งกนั สาหรับผา้ ชนิ้ เล็ก ๆ ซึ่งอาจตกหล่นกลางทางได้ 5. ห้ามแตะต้องผา้ ทกุ ช้ินท่ไี มม่ ีรายการสง่ ซกั รีดโดยเดด็ ขาด 6. ถ้าพบวา่ ผ้าชารดุ เล็กน้อย เชน่ กระดุมเส้ือหลดุ ตะเขบ็ ปริ ต้องชว่ ยซอ่ มแซมให้ ถา้ ขาดมากหรือมี รอยไหม้ ต้องแจ้งใหเ้ จ้าของทราบทนั ที ซึ่งเจา้ ของอาจสง่ ซอ่ มกอ่ นซัก 7. ของมีค่าหรือของไม่มีค่าอาจติดมาในกระเป้เส้ือผา้ เช่น เงิน แหวน ต่างหู เข็มกลัด เศษกระดาษ ฯลฯ ตอ้ งรบี แจง้ ให้หัวหนา้ ทราบทนั ทีเพอ่ื นาสง่ คืนยังห้องพกั 8. เม่อื รับผา้ ทสี่ ่งซักรดี คนื จากห้องซักรดี ต้องตรวจดูจานวน รายละเอยี ดอ่ืน ๆ และความเรยี บรอ้ ยให้ ตรงกนั ทุกครงั้ กอ่ นนาสง่ คืนยังหอ้ งพัก 9. ถ้าพบว่าเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วเกิดชารุด ยืด หรือหดจากเดิมที่ได้จดบันทึกไว้ในทะเบียนรับหรือสง่ ตอ้ งรบี แจ้งทางโรงซักรดี ให้ทราบไวเ้ ปน็ หลักฐาน และต้องพยายามพบแขกเพื่อแจง้ ให้ทราบอย่าปิดบัง เพราะ จะทาให้แขกไมพ่ อใจอย่างมากถ้าทราบภายหลงั 10. เมอื่ ตรวจความเรียบรอ้ ยครบถ้วน ถกู ต้องตามลกั ษณะตา่ ง ๆ ม่ีจดบันทึกไว้ ใหจ้ ดนาส่งห้องพักให้ ถูกต้อง ควรนาส่งโดยตรงใหแ้ ขกตรวจรบั เสยี กอ่ น หรอื วางไว้ให้แขกเหน็ ชดั เจน ซงึ่ โดยปกติจะวางไว้หรือแขวน ผ้าท่ที าการซกั รดี แลว้ ในตูเ้ ส้ือผ้า ส่วนผ้าที่พบั จะวางไวบ้ นเตยี ง

54 5. การจัดการผ้าโรงแรม (Linen Operation) ผ้าท่ีใช้สว่ นต่าง ๆ ของโรงแรม ได้แก่ ผา้ ของหอ้ งพัก ผา้ สาหรับหอ้ งอาหาร ผา้ สาหรับงานจดั เลีย้ ง ผ้า สาหรบั ทาความสะอาดต่าง ๆ ดงั น้ัน การจัดการผ้าโรงแรมสามารถดาเนินการได้ดังนี้ฃ 4.1 ห้องผ้าของโรงแรม (Linen Room) เป็นที่จัดเก็บรกั ษาผทุกชนิดท่ีใช้อยู่ภายในโรงแรม เช่นผ้าปู ทีน่ น ปลอกหมอน ผ้าปูโตะ๊ ผา้ เช็ดปาก เนื่องจากห้องผ้าเป็นส่วนงานทสี่ าคญั ของงานแมบ่ ้าน และผา้ ทตี่ ้องใช้ ในโรงแรมมีจานวนมากและราคาสงู จงึ ต้องมีพนกั งานควบคมุ ดแู ลรบั ผดิ ชอบในเร่ืองผ้าโดยเฉพาะ พนักงานที่ รับผดิ ชอบงานในส่วนนีม้ หี น้าท่ีความรบั ผดิ ชอบดังนี้ 1. หน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของหัวหน้าห้องผา้ (Linen Supervisor) • จา่ ยผา้ ท่ีอยใู่ นสภาพทดี่ ใี หก้ บั ส่วนงานทเี่ ก่ียวขอ้ ง • รบั ผ้าที่ใช้แล้วจากแผนกอื่นเพื่อส่งซกั • ควบคมุ จานวนผา้ ทถี่ ูกเบิกไป • ตรวจเชก็ จานวนผ้าทีร่ บั ผดิ ชอบทงั้ หมด • ซ่อมและทาเครื่องหมายผา้ 2. หนา้ ที่ของพนักงานเย็บผา้ (Seamstress) ทาหน้าที่ซ่อมแซม เย็บผา้ และดัดแปลงสภาพผา้ ไปใช้เพ่ือประโยชนอ์ ืน่ 2.1 การคัดเลือกผา้ พนักงานห้องผ้าควรจะคัดแยกผา้ สกปรกมากออกมาจากผา้ ธรรมดา เช่น ผ้าเปื้อนคราบเลือด ไขมัน และเศษอาหาร เพื่อที่ได้ใช้น้ายากาจัดคราบสกปรก (Spotting) ออกจากเสื้อผา้ ก่อน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการทางานของห้องซักรีด รวมทั้งไม่ทาให้ผา้ ชารดุ กอ่ นเวลาอันควร 2.2 การชารดุ ของผ้า เกิดจากสาเหตกุ ารใชผ้ ้าผดิ ประเภท ขาดความระมดั ระวงั เกี่ยวกับผ้าชื้น ผ้าสกปรก จากขาดความระมัดระวังจากการปฏิบัติงาน ใช้ผงซักฟอกมากเกินความจาเป็น ขาดการป้องกนั เวลาเก็บผ้า ขากชดการตรวจตรา ขาดการใช้ผ้าหมุนเวยี น ขาดความระมดั ระวังในการเคลอ่ื นยา้ ย 2.3 การสง่ ผ้า หลังจากท่ีแผนกซกั รีดได้ซักผ้าตา่ ง ๆ เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ขนั้ ตอนตอ่ ไปคือนาผ้า ทสี่ ะอาดมาคืนตามคืนตามหอ้ งผา้ ตามจานวนทสี่ ง่ ซัก ก่อนทีพ่ นักงานหอ้ งผา้ จะนาผ้าสะอาดวางบนชั้น ควรจะ ตรวจดูรายละเอียด เช่น รอยชารดุ ของผ้า ความสกปรกตา่ ง ๆ รอยพับของผ้าแต่ละชนิดถูกต้องหรือไม่ ผ้าที่ ไม่ใช่ของโรงแรม สว่ นผ้าที่ชารุดหรือผ้าท่ีมรี อยเปือ้ น ควรแยกออกเป็นผ้าท่ไี ม่ไดใ้ ช้แล้ว และนาไปดัดแปลงเป็น ผา้ อยา่ งอน่ื ได้ เชน่ ผ้าปทู ี่นอนดัดแปลงเปน็ ปลอกหมอน หรือผ้าทาความสะอาด 2.4 การตรวจนับผ้า (Inventory) การตรวจนับผ้ามีความสาคัญมาก เพราะจะได้ทราบว่า ขณะนีม้ ผี า้ เพยี งพอทีจ่ ะหมุนเวยี นหรอื ไม่ หรอื สมควรจะส่งั ซอื้ ใหม่ และเปน็ การตรวจนับจานวนผ้าท่ีสูญหาย ด้วย

55 การตรวจนับผ้าบางแห่งอาจทาเดือนละ 1 ครั้ง หรือทุก ๆ 3 เดือน และต้องตรวจนับให้เสร็จ ภายในวันเดียวเพ่อื ป้องกนั การสบั สนด้านตัวเลข ผา้ ทกุ ชน้ิ จะต้องถกู นบั รวมถึงผา้ ทีอ่ ยู่ในที่จดั เก็บทกุ แหง่ ผา้ ท่ี กาลังใช้งานอยู่ และผ้าท่กี าลงั ซักอยใู่ นห้องซกั รีด 2.5 การเก็บผ้า การเก็บผ้าท่ีถูกวิธีจะทาให้ผา้ มคี ุณภาพดี และยืดอายุการใชง้ าน การปฏิบตั มิ ี ดังนี้ • ผ้าทใี่ ช้นาน ๆ คร้งั ควรจะมผี า้ สะอาดคลมุ กนั ฝนุ่ • ผ้าที่เก็บเป็นผ้าสารองไว้ในห้องควรเก็บห่อไว้ด้วยกระดาษเดิมหลังจากผ่านการ ตรวจเช็คแลว้ • ควรใชผ้ ้าผา้ ชนิ้ แบบหมุนเวียน • เพอ่ื ใหก้ ารนบั ผ้างา่ ยขึน้ ใหว้ างผ้าทางดา้ นพบั ออก 2.6 ผ้าท่ีใช้ในห้องพักแขก ผา้ ชนดิ ตา่ ง ๆ ทีใ่ ชใ้ นหอ้ งพักแขก และตอ้ งหมุนเวยี นทกุ วนั มีดงั นี้ • ผ้าปทู นี่ อน (Bed Sheet) • ปลอกหมอน (Pillow Case) • ผา้ เช็ดตัว (Bath Tower) • ผา้ เชด็ หนา้ (Face Tower) • ผ้าเช็ดเทา้ (Bate Tower) • ปลอกผ้านวม (Duvet Cover) • เสอ้ื คลมุ อาบน้า (Bathrobe)

56 ผ้าที่ใช้ในห้องพักแขกนี้ ขนาดและน้าหนักของผ้าทางโรงแรมจะเป็นผู้กาหนดว่าตอ้ งการขนาดและ น้าหนกั เทา่ ใด ซ่งึ ตามมาตรฐานของนา้ หนกั ผ้าท่ัวไปไดม้ กี าหนดไวแ้ ล้ว 2.7 ผา้ ที่ใช้สาหรับฝ่ายอาหารและเครือ่ งดม่ื ส่วนใหญจ่ ะเป็นผา้ ท่ตี อ้ งลงแปง้ เพือ่ ความแข็งตัวในการ จดั วางให้ได้รปู ทรงที่สวยงาม ไดแ้ ก่ ผ้าปโู ต๊ะ (Table cloth) ผา้ เชด็ ปาก (Napkin) ผ้าปูรองจาน (Place Mat) ผา้ ระบาย (Skirting) ผ้าสาหรับหอ้ งอาหารควรมีระบบการแลกเปลย่ี นเสอื้ ผ้าทใ่ี ชแ้ ลว้ กบั ผ้าทสี่ ะอาดรดั กมุ เพื่อให้จานวนผา้ มีเพยี งพอตอ่ การใชง้ าน คอื 1. แต่ละหอ้ งอาหารควรมที ่ีเก็บผ้าให้เพยี งพอตลอด 2. การนับผา้ หอ้ งซักรีด ควรนบั ส่งเม่อื ส้นิ สดุ การใชผ้ า้ แตล่ ะมอ้ื อาหาร 3. ผ้าชารดุ และผา้ เปื้อนควรนับแยกส่งคนื ห้องผ้าทนั ที 4. การส่งผ้าซกั ควรตรวจนับอกี คร้งั หนง่ึ ระหว่างผ้สู ง่ ผ้าและผู้รับผ้าประจาห้องผา้ และควรมหี ลักฐาน การรับผ้าส่งคืน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook