Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้ 1 ความสำคัญและพัฒนาการของสารชีวภาพ

ใบความรู้ 1 ความสำคัญและพัฒนาการของสารชีวภาพ

Published by narumonsi.kk, 2018-05-09 01:06:34

Description: ใบความรู้ 1 - Copy

Search

Read the Text Version

ใบความรทู ่ี 1 ความสําคญั และพฒั นาการผลติ สารชวี ภาพเพื่อการเกษตรสาระสําคญั ความสําคัญสารชีวภาพเพ่ือการเกษตร สารชีวภาพเพ่อื การเกษตรมคี วามสาํ คัญกบั ระบบเกษตรกรรมในยุคปจจุบันนี้ เพ่ือนํามาใชทดแทนสารเคมีทางการเกษตร เปน การทาํ การเกษตรกรรมทางเลอื กอยางหนึ่งท่ีประยุกตใ ชกลมุ จลุ ินทรียที่มีประโยชนทางการเกษตรมาใช ทาํ ใหส ามารถผลิตอาหารท่ีปลอดภัยกับผูบริโภค และชวยฟนฟู บํารุง รักษาระบบสง่ิ แวดลอ มใหค งอยูในสภาพทีส่ มดุลตลอดไป ซงึ่ สามารถสรปุ ความสําคญั ไดดังนี้ 1. ความสําคัญตอ ระบบสง่ิ แวดลอม 1.) ชว ยหมนุ เวียนธาตุอาหารในดิน สารชีวภาพทางการเกษตรเปนการนํากลุมจุลินทรียที่มีประสทิ ธิภาพสงู และมีประโยชนน าํ มาใชในการผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะการผลิตพืช ซ่ึงจัดวาพืชเปนผผู ลติ ในระบบนิเวศท่สี าํ คญั ท่ตี อ งอาศยั ดินเปน ที่เกาะยึด เปนแหลงอาหาร แหลงนํ้า และแหลงอากาศโดยเฉพาะธาตุอาหารพืชน้นั ในสภาพธรรมชาติจะถกู ปลดปลอ ยออกมาจากดินในรูปของสารอนินทรีย และถูกปลดปลอ ยออกมาจากชิ้นสวนของพชื สตั วและจลุ นิ ทรยี ท ต่ี าย ในรูปของสารอินทรีย ใหพืชดูดไปใช ซ่ึงจุลนิ ทรียดินจดั วาเปน ส่งิ มีชวี ิตในดนิ ทมี่ บี ทบาทตอ การยอยสลายสารอินทรียเหลา นนั้ ทาํ ใหเกิดการหมุนเวียนธาตอุ าหารในวฏั จักรคารบอน วัฏจกั รไนโตรเจน วฏั จกั รฟอสฟอรัส และวฏั จักรกํามะถัน ท่ีมีสว นสาํ คัญที่ทําใหธาตอุ าหารพชื ดงั กลาวออกมาเปนประโยชนกับพืช ดังนั้นหากดินมีสารพิษตกคางจากการใชสารเคมีทางการเกษตรก็ยอ มทาํ ใหจ ุลนิ ทรียด นิ ที่มีประโยชนในวัฏจักรตาง ๆ ลดจํานวนลงหรือไมมี ก็ยอมทําใหการหมุนเวีย นธาตุอา หา รใน ดิน ที่เปน ปร ะโยชนกับพืชหยุดชะงัก พืชก็ยอมไมเจ ริญเติบโตตามวงจ รชวี ิต จําเปนตองใชป ุย เคมีในการเพม่ิ ธาตุอาหารซึ่งหากใชตดิ ตอกนั ยอมทําใหด นิ เส่อื มโทรมในทส่ี ดุ 2) ทําใหดนิ มชี ีวติ การใชส ารชีวภาพทางการเกษตรในดนิ ทีม่ ีคุณสมบตั ทิ างชีวภาพที่ดี กลาวคือดินท่ีมีสิ่งมีชีวิตใน ดินจํานวนมากทั้งชนิดและปริมา ณก็ยอมไมมีผลกระทบกับส่ิงมีชีวิตเหลาน้ันเพรา ะสารชีวภาพไมม ีผลตกคางในส่งิ แวดลอ ม แตทําใหส ิ่งมชี ีวิตในดนิ เพม่ิ จาํ นวนตามธรรมชาติไดมากข้ึน เพราะมีแหลงอาหารท่ีสมบูรณ สวนการใชส ารชีวภาพทางการเกษตรในดนิ ท่เี ส่ือมโทรมรวมกับการใสอินทรียวัตถุ ก็ยอ มชว ยฟน ฟดู นิ ใหม สี ่งิ มชี ีวติ ในดินเพ่มิ จาํ นวนมากข้ึน ซงึ่ จะสงผลตอ การชวยหมุนเวียนธาตุอาหารพืชในที่สุดทาํ ใหด นิ บรเิ วณนน้ั มคี วามอดุ มสมบรู ณตามสภาพธรรมชาติ 3) ชว ยลดผลกระทบสงิ่ แวดลอ มจากการทําการเกษตรการปลกู พชื การเลยี้ งสตั วและการประมงทําใหเกดิ กลนิ่ เหมน็ จากการเลยี้ งสัตว นา้ํ เนาเสยี จากการประมง ดงั น้นั หากนําสารชีวภาพทางการเกษตรที่มีคณุ สมบตั ิในการชวยลดกลนิ่ และชวยบาํ บดั น้ําเสยี กย็ อมทาํ ใหลดผลกระทบจากสาเหตุดังกลาวไดเปนอยางดีนอกจากนป้ี ญหาสารพษิ ตกคางในดนิ และน้าํ ก็ลดนอยลงเชนเดียวกัน 2. ความสาํ คญั ตอสภาพเศรษฐกิจ 1) ลดตนทนุ ในการผลิต การใชสารชีวภาพทางการเกษตร สามารถใชทดแทนสารเคมีทางการเกษตรในระยะยาวไดเ ปน อยางดี หากผใู ชเขาใจหลักการผลิตและการใชท ถ่ี กู ตอง ทาํ ใหช วยลดคา ใชจายในการซื้อสารเคมที างการเกษตรที่มีราคาแพงมาใช สง ผลตอตน ทุนการผลติ ท่ลี ดลงลดความเส่ียงตอการขาดทุน จากราคาผลผลิตทไ่ี มแนนอนไดเ ปน อยางดี 2) สรางอาชีพการผลิตสารชีวภาพเชิงธุรกิจ ในสภาพปจจุบันน้ีการใชสารชีวภาพทา งการเกษตร เปน ทางเลอื กหนึ่งของการทําการเกษตรอินทรยี  หรือเกษตรผสมผสานหรอื เกษตรทฤษฎีใหม ท่ีคํานงึ ถึงความปลอดภัยของผลผลิตเปน สาํ คญั ทดแทนการทาํ การเกษตรสมัยใหมทเ่ี นน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวท่ี

ใชสารเคมที างการเกษตรในกระบวนการผลติ ทําใหผ ลผลติ อาจมสี ารพิษตกคาง ดังนั้นผูผลิตสารชีวภาพทางการเกษตรจึงสามารถพัฒนาผลติ ภัณฑใหตรงกบั ความตองการของตลาด เปน การสรางงาน สรางอาชีพ และสรา งรายได ใหก บั ครวั เรือน หรือชมุ ชน อกี ทางเลอื กหนึง่ 3) เปน พืน้ ฐานในการสรา งเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง พระราชดํารสั เกี่ยวกับแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงท่ีดําริถึงกา รพัฒนาท่ีตั้งอยูบนพ้ืน ฐานของทางสายกลางและไมประมาท โดยคํานึงถึงควา มพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา งภมู ิคุมกนั ท่ีดีในตัว ตลอดจนใชความรูความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสนิ ใจและการกระทาํ นน้ั หากประชาชนชาวไทยนํามาประยกุ ตใชใ นการประกอบอาชีพทางการเกษตร ก็ตองพิจาร ณาแน วทา งการ ผลิต ที่ตองผลิตแบบพึ่งพา ตนเอง ผลิตไวใชในครัวเรอื น หากมีเหลอื ก็แจกจา ยหรือขาย สวนการพิจารณาปจจยั การผลิต ก็เชน เดียวกัน คอื ตองเปนปจจัยทีพ่ ึ่งตนเอง ดังน้นั การนําสารสารชีวภาพทางการเกษตรมาใชจ ึงเปน พื้นฐานสําคัญของการพึ่งตนเอง 3. ความสําคญั ตอสภาพทางสังคม 1) สรา งภูมคิ ุมกันสขุ ภาพอนามัยใหกบั ผผู ลติ และผบู ริโภค การใชสารชีวภาพทางการเกษตรเปนการสรางภูมคิ ุมกนั สุขภาพอนามยั ใหกบั ผูผลิตและผูบริโภคท่ีสําคัญ เพราะสารชีวภาพทางการเกษตรไมมีสารพิษ หรือเช้ือโรคทีเ่ ปน สาเหตทุ าํ ใหม นุษยเ จบ็ ปว ย ดังน้นั ผผู ลิตจึงมคี วามปลอดภัยในการใช สวนผูบริโภคก็ไดอาหารที่ปลอดภยั บริโภค ทําใหภ าระในการดแู ลผูป ว ยลดนอ ยลง 2) สรา งความเขมแขง็ ใหค รัวเรอื นและชุมชน การใชส ารชวี ภาพทางการเกษตรในการเพาะปลูกพืชเล้ียงสตั ว และการประมง ยอมตอ งอาศัยภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ โดยเฉพาะการใชสารชีวภาพเพ่ือปองกันศัตรูพืชและสัตว ท่ตี องใชพืชสมนุ ไพรในทอ งถิ่นมาใชใ นการผลติ การหาแหลงเรยี นรูในชุมชนจึงเปนสิ่งสําคัญ ดังน้ันสงั คมไทยจงึ ควรหนั กลบั มามองตน ทุนทางทรพั ยากร ทางสังคม และวัฒนธรรม ท่ีส่ังสมมาในชุมชนแตละชมุ ชน เพอื่ การผลิตแบบพ่ึงตนเอง สิ่งเหลาน้ีหากมีกระบวนการขับเคล่ือนจากทุกภาคสวนก็ยอมทําใหครวั เรือนและชมุ ชนมีความเขม แข็งมากขึ้น สามารถลดการพ่ึงพาปจ จยั การผลิตจากภายนอกได พฒั นาการผลิตสารชีวภาพเพื่อการเกษตร 1. พัฒนาดานชวี ินทรยี เ พอื่ ปอ งกนั และกําจัดศตั รูพชื การนําเขา ยาปราบศัตรพู ืชของไทยมีมลู คา เพมิ่ ขนึ้ ทุกป โดยในป พ.ศ. 2546-2548 สาํ นกั งานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานวา ประเทศไทยนําเขายาปราบศตั รพู ชื มากกวา 10,000 ลา นบาทตอ ป การใชสารเคมีฉีดพนในแปลงเกษตรกร และสารเคมีตกคางในผลผลติ ทางการเกษตร สง ผลกระทบทัง้ ทางตรงและทางออมตอเกษตรกรและ ผูบ รโิ ภค รฐั บาลจึงมนี โยบายลดการใชสารเคมีทางการเกษตร ต้ังแตแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาตฉิ บับท่ี 7 (พ.ศ. 2535-2539) เปน ตน มา โดยสนบั สนุนการวจิ ัยเพ่ือหาสง่ิ ทดแทนเพอ่ื ลดการใชส ารเคมกี าํ จัดศตั รูพชื ศตั รูพืชมที ้ังแมลงศตั รพู ชื และจลุ ินทรยี ทท่ี าํ ใหเกดิ โรค ตวั อยา งแมลงศัตรพู ชื เชน หนอนเจาะสมอฝาย หนอนใยผัก จลุ นิ ทรียทท่ี ําใหเกดิ โรคพืช มีทงั้ เชือ้ รา และแบคทีเรยี เชน เช้อื ราที่ทําใหเกดิ โรคไหมใ นขา วและโรคเห่ียวในมะเขือเทศ เปนตน สารเคมีทีใ่ ชจ ึงมที ั้งสารเคมีฆา แมลง และสารเคมียบั ยั้งเชือ้ รา โดยท่ัวไปในระบบนิเวศวิทยาท่สี มดุล ศตั รูพืชถกู ควบคุม หรอื มีศตั รธู รรมชาติอยูแลว ตวั อยางเชน หนอนกอออ ย ถกูควบคุมดว ยแตนเบียน หรือ ราแมลงเปนราทท่ี ําใหเกิดโรคในแมลง ทําใหแ มลงตาย มีการพบราแมลงทีเ่ ขาทาํ ลายแมลงหลายชนิด เชน เพลยี้ มด และหนอนผีเส้ือ การนาํ สง่ิ มชี วี ติ (หรือผลติ ภณั ฑจ ากสิง่ มีชีวิต) ท่ีมอี ยูในธรรมชาตเิ หลาน้ี มาเพาะเล้ยี ง และนํากลับไปใชใ นการควบคุมศตั รพู ืช เรียกวา การใชช ีวนิ ทรีย การใชชวี ินทรยี มจี ุดประสงคเ พ่ือลดหรือควบคุมประชากรศัตรูพืช ใหอยูในระดับท่ีไมก อ ใหเ กดิ ผลกระทบกับพชื

งานวิจยั และพัฒนาดา นชีวนิ ทรียเ พ่อื ปอ งกันและกําจดั ศัตรูพชื ศูนยพ ันธวุ ศิ วกรรมและเทคโนโลยชี ีวภาพแหงชาติ (ไบโอเทค) สนบั สนุนงานวิจัย และพฒั นาดานชวี ินทรียเ พื่อปอ งกันและกาํ จดั ศตั รพู ชื โดยมงุ เนน การคนหาจลุ ินทรียสายพันธทุ มี่ ศี กั ยภาพจากธรรมชาติ นํามาเพาะเลี้ยง พฒั นาเปน สูตรสาํ เรจ็ ในลกั ษณะสูตรผง หรอื น้ํา เพื่อใหส ะดวกตอการใชง าน เกบ็ รักษาไดเปนเวลานาน โดย ประสทิ ธิภาพการเขา ทาํ ลายศตั รูพชื ไมลดลง ตลอดจนใหอ อกฤทธิไ์ ดเ ร็วขึ้น (ใชเ วลาไมน านในการเขาทาํ ลายศตั รูพืช) จนถึงปจ จบุ ัน ไดมีผลิตภัณฑแบคทเี รียบที ี ควบคุมหนอนใยผกั หนอนคบื กะหลํ่า หนอนกระทูหอมและหนอนแปะใบสม ซงึ่ ไดถ ายทอดไปใหบริษทั ที เอฟ ไอ กรนี ไบโอเทค จาํ กัด (ผลงานของ ศ.ดร. อมเรศ ภูมิรตั น มหาวิทยาลัยมหดิ ล โดยการสนบั สนนุ จาก ไบโอเทค และ สํานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวิจยั ) ซึ่งไดรับการขึน้ ทะเบียนผลิต และจาํ หนา ยจากกรมวิชาการเกษตรเรียบรอ ยแลว ผลิตภณั ฑบีที อกี สายพนั ธุหนึ่ง เปนผลงานทไี่ บโอเทค สนับสนนุ กรมวชิ าการเกษตร ในการพัฒนาความสามารถการผลิตบที ี และการทาํ สตู รสําเร็จ และไดถ า ยทอดเทคโนโลยใี หบ ริษทั อะโกรไบโอเมท จํากดั นอกจากแมลงแลว ไสเ ดอื นฝอยนบั เปน ศัตรูพืชท่สี าํ คญั ไบโอเทค สนบั สนุน ดร.สบื ศักดิ์ สนธริ ตั นมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร สาํ รวจ และรวบรวมเช้ือรา ในแหลง ปลกู พชื ทกุ ภาคของประเทศทม่ี ีไสเดอื นฝอยรากปมระบาด และทดสอบประสทิ ธิภาพเช้ือรา ในการควบคุมไสเดือนฝอยรากปม รวมทงั้ พัฒนาสตู รอาหารเทยี มเลี้ยงเชื้อราทีเ่ หมาะสมได ผลติ ภณั ฑเ ชื้อราเพซิลโลมัยซสี ไลลาซินัส ใชก ําจัดไสเดอื นฝอย ซงึ่ เปน ศตั รขู องพชื เศรษฐกิจที่สําคัญหลายชนดิ เชน มนั ฝร่ัง มะเขอื เทศ ปทุมมา และกลวยไม สามารถเขาทําลายไขไสเดอื ยฝอยรากปมไดดี จงึ ถายทอดเทคโนโลยี การผลติ เชอื้ ราควบคุมไสเดอื ยฝอยรากปม ใหก บั บริษัท อะโกรไบโอเมท จํากัด นาํ ไปผลติ เปน การคา ในป พ.ศ.2548 2. พัฒนาผลิตภัณฑปยุ ชีวภาพ ในสภาวะทม่ี ีแนวโนม วา ตน ทนุ คา ปยุ เคมีจะเพม่ิ สงู ขึน้ และเพื่อใหเกิดระบบการผลิตพืชท่ียั่งยืนและปลอดภัยภายในประเทศ รวมท้งั เปนการสนบั สนนุ นโยบายการเปนครวั ของโลกของรฐั บาล การผสมผสานการใชปยุ ชวี ภาพรว มกับปุยเคมีและปุยอนิ ทรยี ใ นการผลิตพชื อยางเหมาะสมในอนาคตน้ันมีความสําคัญ เพราะนอกจากปุย ชีวภาพจะเปนแหลง ใหธ าตอุ าหารทส่ี าํ คัญกบั พืชท่มี ีประสิทธิภาพสูงแลว ปุยชีวภาพบางชนิดยังชว ยเพม่ิ ประสิทธิภาพการใชป ุยเคมแี ละปุยอินทรยี ดว ยทาํ ใหส ามารถลดปริมาณการใชปุยเคมีบางชนิดลงไดอยา งมีประสิทธภิ าพ ดงั น้ันเพอ่ื ใหการใชป ยุ ในอนาคตเปนไปในแนวทางที่ถูกตอง ผูท่ีเก่ียวของทุกฝายควรทําความเขา รายละเอียดของปุย ชวี ภาพใหช ัดเจน จนสามารถจดั จาํ แนกประเภท กลุม หรือชนิดปุยชีวภาพได รูประโยชนและวธิ กี ารนาํ ไปใชท ีถ่ กู ตอ ง เพอื่ จะไดเลือกใชใหเ หมาะสมกับการผลิตพืชแตละชนิด จะไดชวยลดตน ทุนการผลิต เพม่ิ คณุ ภาพและปริมาณผลผลิตพชื ทาํ ใหเ กษตรกรมีกาํ ไรเพ่ิมมากขึ้น เสริมสรางศักยภาพในการแขง ขนั ใหกับเกษตรกรไทย เพือ่ เปนครัวของโลกอยางย่ังยนื ปจ จบุ นั กรมวิชาการเกษตรสามารถวจิ ัยพัฒนาผลิตภัณฑปุยชีวภาพเพื่อใชเปนปุยในการผลิตพืช 4ประเภท คือ ปยุ ชีวิภาพไรโซเบียม ปุยชวี ภาพพีจพี ีอาร 1 ปุยชวี ภาพไมโคไรซา และปยุ ชีวภาพจลุ ินทรียละลายหินฟอสเฟต

กรมพัฒนาท่ดี ิน ไดด ําเนนิ การสง เสรมิ การใชสารอินทรยี ลดการใชป ุยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรอยา งตอเนือ่ งโดยมีการศกึ ษาวิจยั ดา นเทคโนโลยีชวี ภาพทางดินเพอื่ คัดเลอื กจลุ นิ ทรียท ่ีมปี ระสิทธิภาพในการใชป ระโยชนท างการเกษตรและผลิตเปน ผลติ ภัณฑจลุ นิ ทรีย ซึง่ ใชช ่ือวา “สารเรง พด.” ผลติ ภณั ฑแรกทผ่ี ลิตและสงเสริมสเู กษตรกร ในป 2529 คอื สารเรง พด.1 ชวยเรงการยอ ยสลายวสั ดอุ ินทรยี เ พอ่ื ผลิตปยุ หมักในระยะเวลาอันสนั้ และไดมีการศึกษาวิจัยอยางตอ เน่ือง เพือ่ ผลติ ผลติ ภณั ฑจลุ ินทรีย สารเรง พด. ชนิดใหม หรือ นวตั กรรมจุลนิ ทรยี  พด. ในป 2545 ผลติ สารเรง พด.2 จลุ ินทรียผ ลติ นํ้าหมักชีวภาพ สารเรง พด.3 จุลินทรียปอ งกนั โรครากเนาและโคนเนา ของพืช สารเรง พด.5 จุลนิ ทรยี ท ี่มีความสามารถในการผลิตกรดและฮอรโ มนสงู ใชก าํ จดั วชั พชื สารเรง พด.6 ผลติ สารบาํ บดั น้าํ เสียและขจดั กล่ินเหมน็ สารเรง พด.7 จลุ ินทรยี ผ ลติ สารปอ งกันแมลงศตั รพู ืช ในป 2548 ไดมีการผลติ สารเรง พด.8 จลุ ินทรียเพมิ่ ความเปนประโยชนของฟอสฟอรัสในดนิ กรด สารเรง พด.9จุลนิ ทรียเพ่ิมความเปนประโยชนข องฟอสฟอรสั ในดินเปรี้ยวนอ ย อยา งไรกต็ ามบางผลติ ภณั ฑม ขี อ จํากดั ในการนาํ ไปใชประโยชนเชน สารเรง พด.5 ท่ีจะตองผลิตนํ้าหมกั ชวี ภาพจากปลาเทา นน้ั จึงจะไดส ารกาํ จัดวชั พืชทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ รวมท้งั ตองใชในขณะทีม่ ีแดดจัดๆ ถา อยใู นสภาพทีม่ ีน้าํ ขังหรอื ฝนตก ประสิทธภิ าพการใชจะลดลง สารเรง พด.8 ประสทิ ธภิ าพลดลง เมื่อใชประโยชนในดนิกรดท่มี คี วามเปน กรดเปนดางตํา่ กวา 5.0 ดังนัน้ ต้ังแตป 2550 กรมพฒั นาท่ดี ินจงึ ไดม กี ารพัฒนาตอยอดผลิตภัณฑเดิมใหม ีประสิทธภิ าพในการใชงานมากขน้ึ ซึ่งผลิตภณั ฑจลุ ินทรียที่มีการเผยแพรแ ละสงเสรมิ สูเกษตรกรในปจจุบันมที ั้งสิน 8 ผลิตภัณฑ ซงึ่ กระบวนการศกึ ษาและวิจยั นวตั กรรมจลุ นิ ทรียนน้ั จะตอ งทาํ การแยกและคดั เลือกจุลนิ ทรยี ต ามธรรมชาตทิ อ่ี าศยั อยใู นดนิ ตามกลมุ จลุ นิ ทรียทีต่ อ งการนํามาใชประโยชนทางการเกษตร เมอื่ คดั เลือกไดจ ลุ นิ ทรยี ที่มปี ระสทิ ธิภาพแลวจงึ ทําการศกึ ษาเพื่อเพ่ิมปริมาณจุลนิ ทรียแ ละผลิตเปนผลติ ภัณฑจ ลุ นิ ทรยี ช นดิ ตา ง ๆ ไดแ ก สารเรง ซปุ เปอร พด.1 สาํ หรบั ผลติ ปุยหมัก สารเรงซปุ เปอร พด.2 สาํ หรับผลิตนาํ้ หมกั ชวี ภาพ จลุ ินทรียค วบคุมเช้ือสาเหตโุ รคพืชสารเรง ซปุ เปอร พด.3 สารเรงซุปเปอร พด.6 สําหรับผลติ สารบาํ บดั นํ้าเสียและขจัดกล่ินเหม็น

สารเรงซปุ เปอร พด.7 สําหรบั ผลติ สารควบคมุ แมลงศตั รพู ืชจลุ นิ ทรียซปุ เปอร พด.9 เพิ่มความเปนประโยชนของฟอสฟอรสั ในดินกรด ดินเปร้ยี วจลุ ินทรยี สําหรับพืชปรับปรุงบํารงุ ดนิ พด.11(โสนอฟั รกิ ัน ปอเทือง และถ่วั พรา )ป๋ ยุ ชวี ภาพ พด. 124. การใชส มุนไพรปองกนั กําจดัสมนุ ไพรปองกนั และกาํ จดั ศัตรูพชืสมนุ ไพร คอื พชื ทัง้ สดและแหง ทยี่ ังมไิ ดแ ปรรูปทมี่ ีคุณสมบัติทางยาสมนุ ไพรปอ งกนั และกําจัดศตั รพู ชื คือ พชื ทง้ั สดและแหงทยี่ งั มิไดแ ปรรูปที่มคี ุณสมบตั ิใชในการปองกันกาํ จดั หรอื ควบคุมศตั รพู ืชได พิษของสมนุ ไพรทม่ี ตี อ ศตั รพู ชื๑. มพี ษิ ฆา ศัตรพู ชื โดยตรง เมือ่ ศตั รกู ินหรอื ไดรับสมนุ ไพรเขาสูร า งกาย แลวทําใหแมลงตาย๒. มผี ลตอ การทํางานของระบบประสาทของศัตรูพชื ทาํ ใหศตั รูพชื เปนอัมพาตและตาย เชน ยาสูบมีสารนิโคตนิสะเดา มีสารอะซาดิแรคติน ฯลฯ๓. มผี ลตอระบบหายใจ ทําใหศัตรพู ืชขาดออกซเิ จน และตาย เชน ดอกไพรีทรัม(เบณจมาศ) มีสารไพรที รนิ มพี ิษทาํ ใหพฤติกรรมศตั รูพชื เปล่ยี นไปเม่อื ศตั รพู ืชกนิ หรอื ไดร บั สมุนไพรเขา ไปแลวทาํ ใหพฤตกิ รรมศตั รพู ชืเปลย่ี นไปไดห ลายรปู แบบเชน๑. ยบั ย้งั การกนิ อาหาร๒. ยับยง้ั การเจริญเติบโต๓. ยับยง้ั การการสรา งฮอรโมน๔. ลดการวางไข และการฟกไข

๕. เปน สารขบั ไล หรอื ดงึ ดูดศตั รูพืชขอดขี องสมนุ ไพร๑. ปลอดภัยตอคนและสตั วเลยี้ ง๒. ไมกอ ใหเกดิ มลเปน พิษ หรือสารพษิ ตกคา ง๓. ศตั รูพชื สรางความตา นทานนอ ยกวาสารเคมี๔. เปน พิษตอ ศัตรูพืชหลายดา น แตเ ปนพิษตอ ศัตรูธรรมชาตนิ อย๕. หางา ย ประหยัด ราคาถกู สามารถเตรยี มเองไดการใชส มนุ ไพรปอ งกันและกําจัดศัตรพู ืช การใชสมุนไพรปอ งกนั และกาํ จัดศตั รพู ชื นนั้ เราจะตองรจู ัก๑. ศัตรูพชื ที่เราจะทาํ การควบคุม๒. สมนุ ไพรชนิดไหนสามารถควบคมุ ไดบ าง๓. รจู กั วิธีการใชสมนุ ไพรแตล ะชนดิการสกัดสารจากสมนุ ไพรการหมัก เปนการหมกั สมนุ ไพรดว ยตวั ทําละลาย เชน น้ําการกวนหรือปน เปน การสกัดสมนุ ไพรดวยการหมุนแรงๆ หรือการปน มาชว ยใหสารจากสมุนไพร ออกมาไดเ ร็วข้นึ แตม ีขอควรระวังเน่อื งจากจะเกดิ ความรอ น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook