ใบความรทู ่ี 1 ความสําคญั และพฒั นาการผลติ สารชวี ภาพเพื่อการเกษตรสาระสําคญั ความสําคัญสารชีวภาพเพ่ือการเกษตร สารชีวภาพเพ่อื การเกษตรมคี วามสาํ คัญกบั ระบบเกษตรกรรมในยุคปจจุบันนี้ เพ่ือนํามาใชทดแทนสารเคมีทางการเกษตร เปน การทาํ การเกษตรกรรมทางเลอื กอยางหนึ่งท่ีประยุกตใ ชกลมุ จลุ ินทรียที่มีประโยชนทางการเกษตรมาใช ทาํ ใหส ามารถผลิตอาหารท่ีปลอดภัยกับผูบริโภค และชวยฟนฟู บํารุง รักษาระบบสง่ิ แวดลอ มใหค งอยูในสภาพทีส่ มดุลตลอดไป ซงึ่ สามารถสรปุ ความสําคญั ไดดังนี้ 1. ความสําคัญตอ ระบบสง่ิ แวดลอม 1.) ชว ยหมนุ เวียนธาตุอาหารในดิน สารชีวภาพทางการเกษตรเปนการนํากลุมจุลินทรียที่มีประสทิ ธิภาพสงู และมีประโยชนน าํ มาใชในการผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะการผลิตพืช ซ่ึงจัดวาพืชเปนผผู ลติ ในระบบนิเวศท่สี าํ คญั ท่ตี อ งอาศยั ดินเปน ที่เกาะยึด เปนแหลงอาหาร แหลงนํ้า และแหลงอากาศโดยเฉพาะธาตุอาหารพืชน้นั ในสภาพธรรมชาติจะถกู ปลดปลอ ยออกมาจากดินในรูปของสารอนินทรีย และถูกปลดปลอ ยออกมาจากชิ้นสวนของพชื สตั วและจลุ นิ ทรยี ท ต่ี าย ในรูปของสารอินทรีย ใหพืชดูดไปใช ซ่ึงจุลนิ ทรียดินจดั วาเปน ส่งิ มีชวี ิตในดนิ ทมี่ บี ทบาทตอ การยอยสลายสารอินทรียเหลา นนั้ ทาํ ใหเกิดการหมุนเวียนธาตอุ าหารในวฏั จักรคารบอน วัฏจกั รไนโตรเจน วฏั จกั รฟอสฟอรัส และวฏั จักรกํามะถัน ท่ีมีสว นสาํ คัญที่ทําใหธาตอุ าหารพชื ดงั กลาวออกมาเปนประโยชนกับพืช ดังนั้นหากดินมีสารพิษตกคางจากการใชสารเคมีทางการเกษตรก็ยอ มทาํ ใหจ ุลนิ ทรียด นิ ที่มีประโยชนในวัฏจักรตาง ๆ ลดจํานวนลงหรือไมมี ก็ยอมทําใหการหมุนเวีย นธาตุอา หา รใน ดิน ที่เปน ปร ะโยชนกับพืชหยุดชะงัก พืชก็ยอมไมเจ ริญเติบโตตามวงจ รชวี ิต จําเปนตองใชป ุย เคมีในการเพม่ิ ธาตุอาหารซึ่งหากใชตดิ ตอกนั ยอมทําใหด นิ เส่อื มโทรมในทส่ี ดุ 2) ทําใหดนิ มชี ีวติ การใชส ารชีวภาพทางการเกษตรในดนิ ทีม่ ีคุณสมบตั ทิ างชีวภาพที่ดี กลาวคือดินท่ีมีสิ่งมีชีวิตใน ดินจํานวนมากทั้งชนิดและปริมา ณก็ยอมไมมีผลกระทบกับส่ิงมีชีวิตเหลาน้ันเพรา ะสารชีวภาพไมม ีผลตกคางในส่งิ แวดลอ ม แตทําใหส ิ่งมชี ีวิตในดนิ เพม่ิ จาํ นวนตามธรรมชาติไดมากข้ึน เพราะมีแหลงอาหารท่ีสมบูรณ สวนการใชส ารชีวภาพทางการเกษตรในดนิ ท่เี ส่ือมโทรมรวมกับการใสอินทรียวัตถุ ก็ยอ มชว ยฟน ฟดู นิ ใหม สี ่งิ มชี ีวติ ในดินเพ่มิ จาํ นวนมากข้ึน ซงึ่ จะสงผลตอ การชวยหมุนเวียนธาตุอาหารพืชในที่สุดทาํ ใหด นิ บรเิ วณนน้ั มคี วามอดุ มสมบรู ณตามสภาพธรรมชาติ 3) ชว ยลดผลกระทบสงิ่ แวดลอ มจากการทําการเกษตรการปลกู พชื การเลยี้ งสตั วและการประมงทําใหเกดิ กลนิ่ เหมน็ จากการเลยี้ งสัตว นา้ํ เนาเสยี จากการประมง ดงั น้นั หากนําสารชีวภาพทางการเกษตรที่มีคณุ สมบตั ิในการชวยลดกลนิ่ และชวยบาํ บดั น้ําเสยี กย็ อมทาํ ใหลดผลกระทบจากสาเหตุดังกลาวไดเปนอยางดีนอกจากนป้ี ญหาสารพษิ ตกคางในดนิ และน้าํ ก็ลดนอยลงเชนเดียวกัน 2. ความสาํ คญั ตอสภาพเศรษฐกิจ 1) ลดตนทนุ ในการผลิต การใชสารชีวภาพทางการเกษตร สามารถใชทดแทนสารเคมีทางการเกษตรในระยะยาวไดเ ปน อยางดี หากผใู ชเขาใจหลักการผลิตและการใชท ถ่ี กู ตอง ทาํ ใหช วยลดคา ใชจายในการซื้อสารเคมที างการเกษตรที่มีราคาแพงมาใช สง ผลตอตน ทุนการผลติ ท่ลี ดลงลดความเส่ียงตอการขาดทุน จากราคาผลผลิตทไ่ี มแนนอนไดเ ปน อยางดี 2) สรางอาชีพการผลิตสารชีวภาพเชิงธุรกิจ ในสภาพปจจุบันน้ีการใชสารชีวภาพทา งการเกษตร เปน ทางเลอื กหนึ่งของการทําการเกษตรอินทรยี หรือเกษตรผสมผสานหรอื เกษตรทฤษฎีใหม ท่ีคํานงึ ถึงความปลอดภัยของผลผลิตเปน สาํ คญั ทดแทนการทาํ การเกษตรสมัยใหมทเ่ี นน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวท่ี
ใชสารเคมที างการเกษตรในกระบวนการผลติ ทําใหผ ลผลติ อาจมสี ารพิษตกคาง ดังนั้นผูผลิตสารชีวภาพทางการเกษตรจึงสามารถพัฒนาผลติ ภัณฑใหตรงกบั ความตองการของตลาด เปน การสรางงาน สรางอาชีพ และสรา งรายได ใหก บั ครวั เรือน หรือชมุ ชน อกี ทางเลอื กหนึง่ 3) เปน พืน้ ฐานในการสรา งเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง พระราชดํารสั เกี่ยวกับแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงท่ีดําริถึงกา รพัฒนาท่ีตั้งอยูบนพ้ืน ฐานของทางสายกลางและไมประมาท โดยคํานึงถึงควา มพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา งภมู ิคุมกนั ท่ีดีในตัว ตลอดจนใชความรูความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสนิ ใจและการกระทาํ นน้ั หากประชาชนชาวไทยนํามาประยกุ ตใชใ นการประกอบอาชีพทางการเกษตร ก็ตองพิจาร ณาแน วทา งการ ผลิต ที่ตองผลิตแบบพึ่งพา ตนเอง ผลิตไวใชในครัวเรอื น หากมีเหลอื ก็แจกจา ยหรือขาย สวนการพิจารณาปจจยั การผลิต ก็เชน เดียวกัน คอื ตองเปนปจจัยทีพ่ ึ่งตนเอง ดังน้นั การนําสารสารชีวภาพทางการเกษตรมาใชจ ึงเปน พื้นฐานสําคัญของการพึ่งตนเอง 3. ความสําคญั ตอสภาพทางสังคม 1) สรา งภูมคิ ุมกันสขุ ภาพอนามัยใหกบั ผผู ลติ และผบู ริโภค การใชสารชีวภาพทางการเกษตรเปนการสรางภูมคิ ุมกนั สุขภาพอนามยั ใหกบั ผูผลิตและผูบริโภคท่ีสําคัญ เพราะสารชีวภาพทางการเกษตรไมมีสารพิษ หรือเช้ือโรคทีเ่ ปน สาเหตทุ าํ ใหม นุษยเ จบ็ ปว ย ดังน้นั ผผู ลิตจึงมคี วามปลอดภัยในการใช สวนผูบริโภคก็ไดอาหารที่ปลอดภยั บริโภค ทําใหภ าระในการดแู ลผูป ว ยลดนอ ยลง 2) สรา งความเขมแขง็ ใหค รัวเรอื นและชุมชน การใชส ารชวี ภาพทางการเกษตรในการเพาะปลูกพืชเล้ียงสตั ว และการประมง ยอมตอ งอาศัยภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ โดยเฉพาะการใชสารชีวภาพเพ่ือปองกันศัตรูพืชและสัตว ท่ตี องใชพืชสมนุ ไพรในทอ งถิ่นมาใชใ นการผลติ การหาแหลงเรยี นรูในชุมชนจึงเปนสิ่งสําคัญ ดังน้ันสงั คมไทยจงึ ควรหนั กลบั มามองตน ทุนทางทรพั ยากร ทางสังคม และวัฒนธรรม ท่ีส่ังสมมาในชุมชนแตละชมุ ชน เพอื่ การผลิตแบบพ่ึงตนเอง สิ่งเหลาน้ีหากมีกระบวนการขับเคล่ือนจากทุกภาคสวนก็ยอมทําใหครวั เรือนและชมุ ชนมีความเขม แข็งมากขึ้น สามารถลดการพ่ึงพาปจ จยั การผลิตจากภายนอกได พฒั นาการผลิตสารชีวภาพเพื่อการเกษตร 1. พัฒนาดานชวี ินทรยี เ พอื่ ปอ งกนั และกําจัดศตั รูพชื การนําเขา ยาปราบศัตรพู ืชของไทยมีมลู คา เพมิ่ ขนึ้ ทุกป โดยในป พ.ศ. 2546-2548 สาํ นกั งานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานวา ประเทศไทยนําเขายาปราบศตั รพู ชื มากกวา 10,000 ลา นบาทตอ ป การใชสารเคมีฉีดพนในแปลงเกษตรกร และสารเคมีตกคางในผลผลติ ทางการเกษตร สง ผลกระทบทัง้ ทางตรงและทางออมตอเกษตรกรและ ผูบ รโิ ภค รฐั บาลจึงมนี โยบายลดการใชสารเคมีทางการเกษตร ต้ังแตแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาตฉิ บับท่ี 7 (พ.ศ. 2535-2539) เปน ตน มา โดยสนบั สนุนการวจิ ัยเพ่ือหาสง่ิ ทดแทนเพอ่ื ลดการใชส ารเคมกี าํ จัดศตั รูพชื ศตั รูพืชมที ้ังแมลงศตั รพู ชื และจลุ ินทรยี ทท่ี าํ ใหเกดิ โรค ตวั อยา งแมลงศัตรพู ชื เชน หนอนเจาะสมอฝาย หนอนใยผัก จลุ นิ ทรียทท่ี ําใหเกดิ โรคพืช มีทงั้ เชือ้ รา และแบคทีเรยี เชน เช้อื ราที่ทําใหเกดิ โรคไหมใ นขา วและโรคเห่ียวในมะเขือเทศ เปนตน สารเคมีทีใ่ ชจ ึงมที ั้งสารเคมีฆา แมลง และสารเคมียบั ยั้งเชือ้ รา โดยท่ัวไปในระบบนิเวศวิทยาท่สี มดุล ศตั รูพืชถกู ควบคุม หรอื มีศตั รธู รรมชาติอยูแลว ตวั อยางเชน หนอนกอออ ย ถกูควบคุมดว ยแตนเบียน หรือ ราแมลงเปนราทท่ี ําใหเกิดโรคในแมลง ทําใหแ มลงตาย มีการพบราแมลงทีเ่ ขาทาํ ลายแมลงหลายชนิด เชน เพลยี้ มด และหนอนผีเส้ือ การนาํ สง่ิ มชี วี ติ (หรือผลติ ภณั ฑจ ากสิง่ มีชีวิต) ท่ีมอี ยูในธรรมชาตเิ หลาน้ี มาเพาะเล้ยี ง และนํากลับไปใชใ นการควบคุมศตั รพู ืช เรียกวา การใชช ีวนิ ทรีย การใชชวี ินทรยี มจี ุดประสงคเ พ่ือลดหรือควบคุมประชากรศัตรูพืช ใหอยูในระดับท่ีไมก อ ใหเ กดิ ผลกระทบกับพชื
งานวิจยั และพัฒนาดา นชีวนิ ทรียเ พ่อื ปอ งกันและกําจดั ศัตรูพชื ศูนยพ ันธวุ ศิ วกรรมและเทคโนโลยชี ีวภาพแหงชาติ (ไบโอเทค) สนบั สนุนงานวิจัย และพฒั นาดานชวี ินทรียเ พื่อปอ งกันและกาํ จดั ศตั รพู ชื โดยมงุ เนน การคนหาจลุ ินทรียสายพันธทุ มี่ ศี กั ยภาพจากธรรมชาติ นํามาเพาะเลี้ยง พฒั นาเปน สูตรสาํ เรจ็ ในลกั ษณะสูตรผง หรอื น้ํา เพื่อใหส ะดวกตอการใชง าน เกบ็ รักษาไดเปนเวลานาน โดย ประสทิ ธิภาพการเขา ทาํ ลายศตั รูพชื ไมลดลง ตลอดจนใหอ อกฤทธิไ์ ดเ ร็วขึ้น (ใชเ วลาไมน านในการเขาทาํ ลายศตั รูพืช) จนถึงปจ จบุ ัน ไดมีผลิตภัณฑแบคทเี รียบที ี ควบคุมหนอนใยผกั หนอนคบื กะหลํ่า หนอนกระทูหอมและหนอนแปะใบสม ซงึ่ ไดถ ายทอดไปใหบริษทั ที เอฟ ไอ กรนี ไบโอเทค จาํ กัด (ผลงานของ ศ.ดร. อมเรศ ภูมิรตั น มหาวิทยาลัยมหดิ ล โดยการสนบั สนนุ จาก ไบโอเทค และ สํานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวิจยั ) ซึ่งไดรับการขึน้ ทะเบียนผลิต และจาํ หนา ยจากกรมวิชาการเกษตรเรียบรอ ยแลว ผลิตภณั ฑบีที อกี สายพนั ธุหนึ่ง เปนผลงานทไี่ บโอเทค สนับสนนุ กรมวชิ าการเกษตร ในการพัฒนาความสามารถการผลิตบที ี และการทาํ สตู รสําเร็จ และไดถ า ยทอดเทคโนโลยใี หบ ริษทั อะโกรไบโอเมท จํากดั นอกจากแมลงแลว ไสเ ดอื นฝอยนบั เปน ศัตรูพืชท่สี าํ คญั ไบโอเทค สนบั สนุน ดร.สบื ศักดิ์ สนธริ ตั นมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร สาํ รวจ และรวบรวมเช้ือรา ในแหลง ปลกู พชื ทกุ ภาคของประเทศทม่ี ีไสเดอื นฝอยรากปมระบาด และทดสอบประสทิ ธิภาพเช้ือรา ในการควบคุมไสเดือนฝอยรากปม รวมทงั้ พัฒนาสตู รอาหารเทยี มเลี้ยงเชื้อราทีเ่ หมาะสมได ผลติ ภณั ฑเ ชื้อราเพซิลโลมัยซสี ไลลาซินัส ใชก ําจัดไสเดอื นฝอย ซงึ่ เปน ศตั รขู องพชื เศรษฐกิจที่สําคัญหลายชนดิ เชน มนั ฝร่ัง มะเขอื เทศ ปทุมมา และกลวยไม สามารถเขาทําลายไขไสเดอื ยฝอยรากปมไดดี จงึ ถายทอดเทคโนโลยี การผลติ เชอื้ ราควบคุมไสเดอื ยฝอยรากปม ใหก บั บริษัท อะโกรไบโอเมท จํากัด นาํ ไปผลติ เปน การคา ในป พ.ศ.2548 2. พัฒนาผลิตภัณฑปยุ ชีวภาพ ในสภาวะทม่ี ีแนวโนม วา ตน ทนุ คา ปยุ เคมีจะเพม่ิ สงู ขึน้ และเพื่อใหเกิดระบบการผลิตพืชท่ียั่งยืนและปลอดภัยภายในประเทศ รวมท้งั เปนการสนบั สนนุ นโยบายการเปนครวั ของโลกของรฐั บาล การผสมผสานการใชปยุ ชวี ภาพรว มกับปุยเคมีและปุยอนิ ทรยี ใ นการผลิตพชื อยางเหมาะสมในอนาคตน้ันมีความสําคัญ เพราะนอกจากปุย ชีวภาพจะเปนแหลง ใหธ าตอุ าหารทส่ี าํ คัญกบั พืชท่มี ีประสิทธิภาพสูงแลว ปุยชีวภาพบางชนิดยังชว ยเพม่ิ ประสิทธิภาพการใชป ุยเคมแี ละปุยอินทรยี ดว ยทาํ ใหส ามารถลดปริมาณการใชปุยเคมีบางชนิดลงไดอยา งมีประสิทธภิ าพ ดงั น้ันเพอ่ื ใหการใชป ยุ ในอนาคตเปนไปในแนวทางที่ถูกตอง ผูท่ีเก่ียวของทุกฝายควรทําความเขา รายละเอียดของปุย ชวี ภาพใหช ัดเจน จนสามารถจดั จาํ แนกประเภท กลุม หรือชนิดปุยชีวภาพได รูประโยชนและวธิ กี ารนาํ ไปใชท ีถ่ กู ตอ ง เพอื่ จะไดเลือกใชใหเ หมาะสมกับการผลิตพืชแตละชนิด จะไดชวยลดตน ทุนการผลิต เพม่ิ คณุ ภาพและปริมาณผลผลิตพชื ทาํ ใหเ กษตรกรมีกาํ ไรเพ่ิมมากขึ้น เสริมสรางศักยภาพในการแขง ขนั ใหกับเกษตรกรไทย เพือ่ เปนครัวของโลกอยางย่ังยนื ปจ จบุ นั กรมวิชาการเกษตรสามารถวจิ ัยพัฒนาผลิตภัณฑปุยชีวภาพเพื่อใชเปนปุยในการผลิตพืช 4ประเภท คือ ปยุ ชีวิภาพไรโซเบียม ปุยชวี ภาพพีจพี ีอาร 1 ปุยชวี ภาพไมโคไรซา และปยุ ชีวภาพจลุ ินทรียละลายหินฟอสเฟต
กรมพัฒนาท่ดี ิน ไดด ําเนนิ การสง เสรมิ การใชสารอินทรยี ลดการใชป ุยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรอยา งตอเนือ่ งโดยมีการศกึ ษาวิจยั ดา นเทคโนโลยีชวี ภาพทางดินเพอื่ คัดเลอื กจลุ นิ ทรียท ่ีมปี ระสิทธิภาพในการใชป ระโยชนท างการเกษตรและผลิตเปน ผลติ ภัณฑจลุ นิ ทรีย ซึง่ ใชช ่ือวา “สารเรง พด.” ผลติ ภณั ฑแรกทผ่ี ลิตและสงเสริมสเู กษตรกร ในป 2529 คอื สารเรง พด.1 ชวยเรงการยอ ยสลายวสั ดอุ ินทรยี เ พอ่ื ผลิตปยุ หมักในระยะเวลาอันสนั้ และไดมีการศึกษาวิจัยอยางตอ เน่ือง เพือ่ ผลติ ผลติ ภณั ฑจลุ ินทรีย สารเรง พด. ชนิดใหม หรือ นวตั กรรมจุลนิ ทรยี พด. ในป 2545 ผลติ สารเรง พด.2 จลุ ินทรียผ ลติ นํ้าหมักชีวภาพ สารเรง พด.3 จุลินทรียปอ งกนั โรครากเนาและโคนเนา ของพืช สารเรง พด.5 จุลนิ ทรยี ท ี่มีความสามารถในการผลิตกรดและฮอรโ มนสงู ใชก าํ จดั วชั พชื สารเรง พด.6 ผลติ สารบาํ บดั น้าํ เสียและขจดั กล่ินเหมน็ สารเรง พด.7 จลุ ินทรยี ผ ลติ สารปอ งกันแมลงศตั รพู ืช ในป 2548 ไดมีการผลติ สารเรง พด.8 จลุ ินทรียเพมิ่ ความเปนประโยชนของฟอสฟอรัสในดนิ กรด สารเรง พด.9จุลนิ ทรียเพ่ิมความเปนประโยชนข องฟอสฟอรสั ในดินเปรี้ยวนอ ย อยา งไรกต็ ามบางผลติ ภณั ฑม ขี อ จํากดั ในการนาํ ไปใชประโยชนเชน สารเรง พด.5 ท่ีจะตองผลิตนํ้าหมกั ชวี ภาพจากปลาเทา นน้ั จึงจะไดส ารกาํ จัดวชั พืชทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ รวมท้งั ตองใชในขณะทีม่ ีแดดจัดๆ ถา อยใู นสภาพทีม่ ีน้าํ ขังหรอื ฝนตก ประสิทธภิ าพการใชจะลดลง สารเรง พด.8 ประสทิ ธภิ าพลดลง เมื่อใชประโยชนในดนิกรดท่มี คี วามเปน กรดเปนดางตํา่ กวา 5.0 ดังนัน้ ต้ังแตป 2550 กรมพฒั นาท่ดี ินจงึ ไดม กี ารพัฒนาตอยอดผลิตภัณฑเดิมใหม ีประสิทธภิ าพในการใชงานมากขน้ึ ซึ่งผลิตภณั ฑจลุ ินทรียที่มีการเผยแพรแ ละสงเสรมิ สูเกษตรกรในปจจุบันมที ั้งสิน 8 ผลิตภัณฑ ซงึ่ กระบวนการศกึ ษาและวิจยั นวตั กรรมจลุ นิ ทรียนน้ั จะตอ งทาํ การแยกและคดั เลือกจุลนิ ทรยี ต ามธรรมชาตทิ อ่ี าศยั อยใู นดนิ ตามกลมุ จลุ นิ ทรียทีต่ อ งการนํามาใชประโยชนทางการเกษตร เมอื่ คดั เลือกไดจ ลุ นิ ทรยี ที่มปี ระสทิ ธิภาพแลวจงึ ทําการศกึ ษาเพื่อเพ่ิมปริมาณจุลนิ ทรียแ ละผลิตเปนผลติ ภัณฑจ ลุ นิ ทรยี ช นดิ ตา ง ๆ ไดแ ก สารเรง ซปุ เปอร พด.1 สาํ หรบั ผลติ ปุยหมัก สารเรงซปุ เปอร พด.2 สาํ หรับผลิตนาํ้ หมกั ชวี ภาพ จลุ ินทรียค วบคุมเช้ือสาเหตโุ รคพืชสารเรง ซปุ เปอร พด.3 สารเรงซุปเปอร พด.6 สําหรับผลติ สารบาํ บดั นํ้าเสียและขจัดกล่ินเหม็น
สารเรงซปุ เปอร พด.7 สําหรบั ผลติ สารควบคมุ แมลงศตั รพู ืชจลุ นิ ทรียซปุ เปอร พด.9 เพิ่มความเปนประโยชนของฟอสฟอรสั ในดินกรด ดินเปร้ยี วจลุ ินทรยี สําหรับพืชปรับปรุงบํารงุ ดนิ พด.11(โสนอฟั รกิ ัน ปอเทือง และถ่วั พรา )ป๋ ยุ ชวี ภาพ พด. 124. การใชส มุนไพรปองกนั กําจดัสมนุ ไพรปองกนั และกาํ จดั ศัตรูพชืสมนุ ไพร คอื พชื ทัง้ สดและแหง ทยี่ ังมไิ ดแ ปรรูปทมี่ ีคุณสมบัติทางยาสมนุ ไพรปอ งกนั และกําจัดศตั รพู ชื คือ พชื ทง้ั สดและแหงทยี่ งั มิไดแ ปรรูปที่มคี ุณสมบตั ิใชในการปองกันกาํ จดั หรอื ควบคุมศตั รพู ืชได พิษของสมนุ ไพรทม่ี ตี อ ศตั รพู ชื๑. มพี ษิ ฆา ศัตรพู ชื โดยตรง เมือ่ ศตั รกู ินหรอื ไดรับสมนุ ไพรเขาสูร า งกาย แลวทําใหแมลงตาย๒. มผี ลตอ การทํางานของระบบประสาทของศัตรูพชื ทาํ ใหศตั รูพชื เปนอัมพาตและตาย เชน ยาสูบมีสารนิโคตนิสะเดา มีสารอะซาดิแรคติน ฯลฯ๓. มผี ลตอระบบหายใจ ทําใหศัตรพู ืชขาดออกซเิ จน และตาย เชน ดอกไพรีทรัม(เบณจมาศ) มีสารไพรที รนิ มพี ิษทาํ ใหพฤติกรรมศตั รูพชื เปล่ยี นไปเม่อื ศตั รพู ืชกนิ หรอื ไดร บั สมุนไพรเขา ไปแลวทาํ ใหพฤตกิ รรมศตั รพู ชืเปลย่ี นไปไดห ลายรปู แบบเชน๑. ยบั ย้งั การกนิ อาหาร๒. ยับยง้ั การเจริญเติบโต๓. ยับยง้ั การการสรา งฮอรโมน๔. ลดการวางไข และการฟกไข
๕. เปน สารขบั ไล หรอื ดงึ ดูดศตั รูพืชขอดขี องสมนุ ไพร๑. ปลอดภัยตอคนและสตั วเลยี้ ง๒. ไมกอ ใหเกดิ มลเปน พิษ หรือสารพษิ ตกคา ง๓. ศตั รูพชื สรางความตา นทานนอ ยกวาสารเคมี๔. เปน พิษตอ ศัตรูพืชหลายดา น แตเ ปนพิษตอ ศัตรูธรรมชาตนิ อย๕. หางา ย ประหยัด ราคาถกู สามารถเตรยี มเองไดการใชส มนุ ไพรปอ งกันและกําจัดศัตรพู ืช การใชสมุนไพรปอ งกนั และกาํ จัดศตั รพู ชื นนั้ เราจะตองรจู ัก๑. ศัตรูพชื ที่เราจะทาํ การควบคุม๒. สมนุ ไพรชนิดไหนสามารถควบคมุ ไดบ าง๓. รจู กั วิธีการใชสมนุ ไพรแตล ะชนดิการสกัดสารจากสมนุ ไพรการหมัก เปนการหมกั สมนุ ไพรดว ยตวั ทําละลาย เชน น้ําการกวนหรือปน เปน การสกัดสมนุ ไพรดวยการหมุนแรงๆ หรือการปน มาชว ยใหสารจากสมุนไพร ออกมาไดเ ร็วข้นึ แตม ีขอควรระวังเน่อื งจากจะเกดิ ความรอ น
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: