ทรัพยากรธรรมชาติ เกิดข้นึ ตามธรรมชาตใิ นสิ่งแวดล้อมท่ีค่อนข้างปลอดการรบกวนจากมนษุ ย์ ในรูปแบบของ ธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาตมิ ักมีลักษณะของปริมาณความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายของภมู ิ ประเทศในหลายระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาตมิ าจากสง่ิ แวดล้อม บางทรัพยากรสาคัญต่อการดารงชีพของมนุษย์ ขณะทีส่ ่วนใหญถ่ ูกใช้เพื่อตอบสนองความต้องการ ทรพั ยากรธรรมชาตยิ ังอาจจาแนกต่อไปไดอ้ ีกหลายวิธี เช่นการทาสง่ิ ตา่ ง ๆทเ่ี ปน็ ประโยชน์
ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ การแบง่ ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาตมิ กี ารแบง่ กนั หลายลกั ษณะ แต่ในทีน้ี แบง่ โดยใชเ้ กณฑ์ของการนามาใช้ แบ่ง ออกเปน็ 4 ประเภท ดงั นี้ 1. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ีใ่ ช้แล้วไมห่ มดส้ิน ( เปน็ ทรพั ยากรธรรมชาติทเี่ กดิ ขึ้น ก่อนท่จี ะมีมนุษย์ เม่อื มีมนุษย์เกิดขึ้นมาสิ่งเหล่านก้ี ม็ ีความจาเปน็ ต่อการดารงชีวิตของมนษุ ย์ 2. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ใี ชแ้ ล้วทดแทนได้ ( เป็นทรัพยากรธรรมชาติท่ใี ชไ้ ปแล้ว สามารถเกดิ ข้ึนทดแทนได้ ซ่ึงอาจจะเร็วหรือชา้ ขึ้นอย่กู ันชนดิ ของทรพั ยากรธรรมชาตปิ ระเภทนนั้ ทรพั ยากรธรรมชาติที่ ใชแ้ ล้วทดแทนได้ เชน่ พชื ป่าไม้ สัตวป์ ่า มนษุ ย์ ความสมบูรณ์ของดิน คุณภาพของนา้ และทศั นยี ภาพที่สวยงาม เป็นตน้ 3. ทรพั ยากรธรรมชาติทส่ี ามารถนามาใชใ้ หมไ่ ด้ ( เปน็ ทรัพยากรธรรมชาตจิ าพวกแร่ ธาตุทน่ี ามาใชแ้ ลว้ สามารถนาไปแปรรปู ใหก้ ลบั ไปสสู่ ภาพเดิมได้ แล้วนากลบั มาใช้ใหม่อกี (อู่แก้ว ประกอบไวยกิจ เวอร์ ,2525:208) เชน่ แรโ่ ลหะ แร่อโลหะ ได้แก่ เหลก็ ทองแดง อะลูมิเนยี ม แก้ว ฯลฯ 4. ทรพั ยากรธรรมชาติท่ใี ชแ้ ลว้ หมดสิ้นไป ( เปน็ ทรพั ยากรธรรมชาติทนี่ ามาใช้แล้วจะ หมดไปจากโลกน้ี หรือสามารถเกดิ ข้ึนทดแทนได้ แตต่ อ้ งใช้เวลายาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาตปิ ระเภทนี้ ไดแ้ ก่ นา้ มนั ปิโตรเลยี ม กา๊ ซธรรมชาติ และถ่านหิน เป็นต้น
ทรัพยากรธรรมชาตทิ ส่ี าคัญ เปน็ ทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่ขาดไม่ได้ตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ เพราะเป็นสิ่งจาเปน็ ตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ตลอดเวลา จึงใหค้ วามสาคญั เป็นอย่างยง่ิ และจะต้องเอาใจใส่ดูแลเพอ่ื รักษาทรัพยากรธรรมชาติน้ันใหค้ งไว้ใชไ้ ด้นาน ทรัพยากรธรรมชาตทิ วี่ า่ น้ัน ได้แก่ ทรัพยากรน้า นา้ เปน็ ทรัพยากรท่ีมคี วามสาคัญต่อชีวติ คน พชื และสตั ว์มากท่สี ุดแตก่ ็มคี ่านอ้ ย ทีส่ ุดเมอื่ เปรยี บเทียบกบั ทรัพยากรธรรมชาตอิ ื่น ๆ น้าเปน็ ปัจจัยสาคญั ในการ ดารงชีวติ ของมนุษยแ์ ละเปน็ องค์ประกอบทส่ี าคัญของสิง่ มชี วี ติ ทั้งหลาย ความสาคัญ ของทรพั ยากรนา้ ประโยชน์ของน้า น้าเปน็ แหลง่ กาเนดิ ชวี ติ ของสตั ว์และพืชคนเรามีชวี ิตอย่โู ดยขาดนา้ ได้ไม่เกนิ 3 วนั และนา้ ยงั มีความ จาเป็นทง้ั ในภาคเกษตรกรรมและอตุ สาหกรรม ซ่ึงมีความสาคญั อยา่ งยิง่ ในการพฒั นาประเทศ ประโยชน์ ของน้า ได้แก่ - นา้ เป็นส่ิงจาเปน็ ท่เี ราใช้สาหรบั การด่มื กนิ การประกอบอาหาร ชาระร่างกาย ฯลฯ - น้ามคี วามจาเป็นสาหรับการเพาะปลกู เลยี้ งสตั ว์ แหลง่ น้าเปน็ ท่อี ยู่อาศยั ของปลาและสตั วน์ า้ อื่น ๆ ซง่ึ คนเราใช้เปน็ อาหาร
การอนรุ ักษท์ รัพยากรนา้ ดงั ได้กลา่ วมาแลว้ จะเห็นว่า น้ามีความสาคญั และมปี ระโยชนม์ ากมายมหาศาล เราจงึ ควรชว่ ยกันอนุรักษ์ทรัพยากร นา้ ดงั นี้ 1. การใช้นา้ อย่างประหยัด นอกจากจะช่วยลดคา่ ใชจ้ า่ ยเก่ยี วกบั คา่ นา้ ลงได้แล้ว ยงั ทาใหป้ รมิ าณน้าเสียที่จะทงิ้ ลง แหลง่ นา้ ลดลง และป้องกนั การขาดแคลนนา้ ไดด้ ้วย 2. การสงวนนา้ ไว้ใช้ ในบางฤดหู รือในสภาวะท่มี นี า้ มากเหลอื ใช้ ควรมกี ารเกบ็ นา้ ไวใ้ ช้ เช่น การทาบ่อเก็บนา้ การ สรา้ งโอ่งน้า การขดุ ลอกแหลง่ นา้ รวมทัง้ การสรา้ งอา่ งเกบ็ น้าไวใ้ ชเ้ พ่ือการเกษตร และพลังงานแลว้ ยงั ชว่ ยป้องกนั การเกิด อทุ กภยั ป้องกันการไหลชะลา้ งหน้าดินที่อดุ มสมบรู ณแ์ ละใชเ้ ปน็ ทพี่ กั ผอ่ นหย่อนใจ 3. การพฒั นาแหลง่ นา้ ในบางพนื้ ทขี่ าดแคลนนา้ จาเป็นท่ีจะต้องหาแหล่งน้าเพิ่มเตมิ เพ่ือให้มีนา้ ไวใ้ ชท้ ้ังใน ครวั เรอื นและในการเกษตรไดอ้ ย่างเพยี งพอ ปัจจุบนั การนานา้ บาดาลขนึ้ มาใชก้ าลังแพร่หลายมาก แต่อาจมปี ัญหาเรอื่ ง แผน่ ดนิ ทรดุ เช่นในบรเิ วณกรงุ เทพ ฯ ทาให้เกิดดนิ ทรดุ ได้ จงึ ควรมมี าตรการกาหนดวา่ เขตใดควรใช้นา้ ใต้ดินได้มากน้อย เพยี งใด 4. การป้องกันน้าเสยี การไมท่ ิง้ ขยะ ส่งิ ปฏกิ ลู และสารพิษลงในแหลง่ น้า น้าเสยี ที่เกิดจากโรงงานอตุ สาหกรรม โรงพยาบาล ควรมีการบาบัดและขจัดสารพิษก่อนท่จี ะปล่อยลงสู่แหลง่ นา้ การวางท่อระบายนา้ จากบา้ นเรอื น การวางฝงั การก่อสรา้ งโดยไม่ใหน้ ้าสกปรกไหลลงส่แู ม่น้าลาคลอง 5. การนาน้าเสยี กลับไปใช้ นา้ ท่ีไมส่ ามารถใชไ้ ดใ้ นกจิ การหนึ่ง เชน่ นา้ ทิ้งจากการลา้ งภาชนะอาหาร สามารถ นาไปรดต้นไม้ โรงงานบางแหง่ อาจนาน้าทิง้ มาทาใหส้ ะอาดแลว้ นากลับมาใชใ้ หม่
ทรัพยากรดิน ดนิ หมายถึง เทหวัตถุธรรมชาติท่ปี กคลุมผวิ โลก เกดิ จากการแปรสภาพหรอื สลายตวั ของหินแร่ธาตุ และอนิ ทรีย์วตั ถุผสมคลกุ เคลา้ กนั ตามธรรมชาติรวมกนั เปน็ ชน้ั บาง ๆ เมื่อมนี า้ และอากาศทเ่ี หมาะสมก็จะทา้ ใหพ้ ืชเจรญิ เติบโตและยงั ชพี อยู่ได้ ความสาคัญของทรัพยากรดิน ดินมปี ระโยชนม์ ากมายมหาศาลตอ่ มนษุ ยแ์ ละส่ิงมชี วี ิตอืน่ ๆ คอื 1. ใชใ้ นการเกษตรกรรม ดินเป็นต้นกาเนดิ ของการเกษตรกรรม เป็นแหล่งผลิตอาหารของมนุษย์ อาหารท่ี มนุษย์เราบริโภคทกุ วันนี้มาจากการเกษตรกรรมถงึ 90 % 2. ใช้ในการเลีย้ งสตั ว์ พชื และหญา้ ทีข่ ้ึนอยบู่ นดนิ เปน็ แหลง่ อาหารสตั ว์ ตลอดจนเปน็ แหล่งท่ีอยอู่ าศัยของ สตั ว์บางชนิด เช่น งู หนู แมลง นาก ฯลฯ 3. เปน็ แหลง่ ทอ่ี ยอู่ าศัย พืน้ ดนิ เปน็ แหล่งทตี่ ้งั ของเมือง บา้ นเรือน ทาใหเ้ กดิ วัฒนธรรม และอารยธรรมของ ชุมชนตา่ ง ๆ มากมาย 4. เป็นแหลง่ กกั เก็บน้า ถ้าน้าซึ่งอยู่ในรปู ของความช้ืนในดนิ มอี ย่มู าก ๆ ก็จะกลายเปน็ น้าซมึ อยูใ่ นดิน คือน้า ใตด้ นิ นา้ เหลา่ นจี้ ะคอ่ ย ๆ ซึมลงทตี่ ่า เชน่ แม่นา้ ลาคลอง ทาใหเ้ รามีน้าใชต้ ลอดปี ประโยชนข์ องดิน
การอนรุ กั ษท์ รัพยากรดนิ ปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ จากการพังทลายหรอื การสญู เสยี ความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินน้ัน จะทาให้ เกดิ ปัญหาอื่น ๆ ติดตามมา เชน่ ดนิ ขาดความอุดมสมบรู ณ์ ทาให้เกษตรตอ้ งซอื้ ปยุ๋ เคมมี าบารุงดิน เสยี ค่าใช้จ่ายมหาศาล ตะกอนดนิ ทถี่ ูกชะล้างทาใหแ้ มน่ า้ และปากแมน่ ้าต้นื เขนิ ตอ้ งขดุ ลอกใช้เงิน เป็นจานวนมาก เราจึงควรป้องกันไม่ใหด้ นิ พงั ทลายหรอื เส่ือมโทรม ซงึ่ สามารถทาไดโ้ ดยการ อนรุ กั ษ์ดินดงั น้ี 1. การใชด้ ินอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม การปลูกพืชควรคานงึ ถึงชนดิ ของพชื ทเ่ี หมาะสมกบั คณุ สมบตั ิของดิน การปลกู พืชและการไถพรวนตามแนวระดับเพือ่ ปอ้ งกนั การชะล้างพังทลายของ หน้าดนิ 2. การปรับปรงุ บารุงดนิ การเพม่ิ ธาตอุ าหารใหแ้ กด่ นิ เชน่ การใส่ปุ๋ยพชื สด ปุ๋ยคอก การปลกู พชื ตระกลู ถ่วั การใส่ปูนขาวในดนิ ทีเ่ ปน็ กรด การแก้ไขพน้ื ทีด่ ินเคม็ ดว้ ยการระบายน้าเข้าท่ดี นิ เป็น ต้น 3. การป้องกันการเสือ่ มโทรมของดนิ ไดแ้ ก่ การปลกู พืชคลมุ ดนิ การปลกู พืชหมนุ เวียน การ ปลกู พืชบงั ลม การไถพรวนตามแนวระดบั การทาคันดินปอ้ งกนั การไหลชะล้างหนา้ ดนิ รวมทงั้ การ ไม่เผาป่าหรอื การทาไรเ่ ล่ือนลอย 4. การใหค้ วามชมุ่ ช้ืนแกด่ ิน การระบายน้าในดินท่มี ีน้าขังออก การจดั สง่ นา้ เขา้ ส่ทู ่ีดินและ การใช้วัสดุ เชน่ หญ้าหรือฟางคลมุ หน้าดินจะช่วยใหด้ นิ มีความอดุ มสมบรู ณ์
ทรพั ยากรป่าไม้ ความสาคญั ของทรพั ยากรปา่ ไม้ ปา่ ไม้มีประโยชน์มากมายต่อการดารชีวติ ของมนษุ ยท์ ง้ั ทางตรงและทางออ้ ม ดังนี้ 1. ประโยชน์ทางตรง (Direct benefits) ไดแ้ ก่การนามาใช้สนองปัจจัยพืน้ ฐานในการดารงชีวติ ของมนุษย์ 4 ประการ ไดแ้ ก่ 1. นามาสร้างอาคารบ้านเรือนและผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ เชน่ เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ ไม้ขดี ไฟ ฟนื เปน็ ตน้ 2. ใช้เป็นอาหาร 3. ใชเ้ ส้นใยทีไ่ ดจ้ ากเปลอื กไมแ้ ละเถาวัลย์ มาถักทอเปน็ เครื่องนุง่ หม่ เชอื ก และอ่นื ๆ 4. ใชท้ ายารักษาโรคตา่ ง ๆ 2. ประโยชนท์ างออ้ ม (Indirect benefits) ป่าไมเ้ ปน็ แหล่งกาเนดิ ต้นนา้ ลาธาร เพราะตน้ ไม้จานวนมากในป่า จะทาใหน้ ้าฝนทตี่ กลงมา คอ่ ย ๆ ซึมซับลงในดิน กลายเป็นนา้ ใต้ดินซงึ่ จะไหลซึมมาหล่อเลยี้ งใหแ้ มน่ ้าลาธารมีน้าไหล อยูต่ ลอดปี ป่าไม้ทาให้เกิดความชมุ ชน้ื และควบคุมสภาวะอากาศ ไอนา้ ซึ่งเกดิ จากการหายใจ ของพืชจานวนมากในปา่ ทาใหอ้ ากาศเหนอื ปา่ มีความชนื้ สงู เมื่ออณุ หภมู ลิ ดต่าลงไอนา้ เหล่านน้ั กจ็ ะกล่ันตวั กลายเป็นเมฆแล้วกลายเปน็ ฝนตกลงมา ทาให้บรเิ วณทมี่ ีพนื้ ท่ีปา่ ไม้มี ความชุมช้นื อย่เู สมอ ฝนตกต้องตามฤดูกาลและไมเ่ กิดความแหง้ แล้ง
ประเภทของป่าไมใ้ นประเทศไทย ประเภทของปา่ ไมจ้ ะแตกต่างกันไปขึน้ อยกู่ บั การกระจายของฝน ระยะเวลาที่ฝนตกรวมทงั้ ปรมิ าณน้าฝนทา ให้ปา่ แต่ละแหง่ มคี วามชมุ่ ชื้นต่างกนั สามารถจาแนกได้เปน็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1.ป่าประเภททไี่ มผ่ ลัดใบ (Evergreen) 2.ปา่ ประเภททผ่ี ลัดใบ (Deciduous) การอนุรักษป์ ่าไม้ ปา่ ไมถ้ ูกทาลายไปจานวนมาก จึงทาใหเ้ กิดผลกระทบต่อสภาพภมู อิ ากาศไปทวั่ โลกรวมท้ังความสมดุลในแง่อนื่ ด้วย ดงั นั้น การฟ้นื ฟูสภาพปา่ ไม้จึงต้องดาเนนิ การอยา่ งเร่งด่วน ทงั้ ภาครัฐภาคเอกชนและประชาชน ซงึ่ มีแนวทางในการ กาหนดแนวนโยบายดา้ นการจดั การป่าไม้ ดงั นี้ 1. นโยบายด้านการกาหนดเขตการใชป้ ระโยชน์ทด่ี ินปา่ ไม้ 2. นโยบายดา้ นการอนรุ กั ษท์ รัพยากรปา่ ไม้เก่ยี วกบั งานปอ้ งกนั รักษาปา่ การอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มและสนั ทนาการ 3. นโยบายดา้ นการจัดการทดี่ ินทากินใหแ้ ก่ราษฎรผู้ยากไรใ้ นทอ้ งถ่ิน 4. นโยบายดา้ นการพัฒนาปา่ ไม้ เชน่ การทาไมแ้ ละการเกบ็ หาของปา่ การปลูก และการบารุงป่าไม้ การคน้ ควา้ วจิ ยั และดา้ น การอตุ สาหกรรม 5. นโยบายการบริหารทวั่ ไปจากนโยบายดงั กลา่ วข้างต้นเปน็ แนวทางในการพฒั นาและการจัดการทรพั ยากรปา่ ไมข้ องชาติ ให้ไดร้ ับผลประโยชน์ ทง้ั ทางด้านการอนุรักษแ์ ละดา้ นเศรษฐกิจอยา่ งผสมผสานกัน ทั้งนี้เพอื่ ให้เกิดความสมดลุ ของ ธรรมชาตแิ ละมีทรพั ยากรปา่ ไม้ไว้อยา่ งยง่ั ยืนต่อไปในอนาคต
ทรัพยากรสตั วป์ า่ ความสาคญั ของสตั วป์ ่า 1. ด้านเศรษฐกจิ การค้าสัตวป์ ่าหรือซากของสัตว์ปา่ โดยเฉพาะหนงั สอื เกี่ยวกบั ปา่ ในปีหนง่ึ ๆ ทารายได้ใหก้ บั ประเทศและมีเงนิ ทนุ หมุนเวยี นภายในประเทศจานวนไมน่ ้อย คุณคา่ ทางดา้ นเศรษฐกจิ อาจจะรวมถงึ รายได้จากการทอ่ งเทยี่ วในการชมสัตวด์ ้วย 2. ดา้ นนันทนาการและจิตใจ ความงามเป็น สงิ่ ทมี่ นุษยป์ รารถนา ไมม่ ีใครกล้าปฏเิ สธวา่ ตนเองไมช่ อบความงาม แม้วา่ เราอาจมคี วามเหน็ ไม่ ตรงกนั ในความหมายของความงาม แต่ทีแ่ น่นอนที่สุดคอื ทกุ คนมีความเห็นตรงกันในเร่ืองความน่าเกลียดของธรรมชาติทถี่ ูกทาลาย ทัศนียภาพที่สวยงาม ตามธรรมชาตเิ ป็นสงิ่ ท่เี ราสามารถชว่ ยกันอนุรกั ษไ์ วไ้ ดถ้ ้าไมม่ ผี ้ทู ี่คดิ เหน็ แกต่ ัวจนเกนิ ไป เราอาจตกแตง่ บา้ นให้สวยงาม ด้วยเฟอร์นิเจอรร์ าคาแพง บางบา้ นมเี ขากวาง หวั สตั ว์ป่าประดบั อยตู่ ามฝาผนัง บางบา้ นมหี นังเสอื โครง่ ปปู ระดบั หอ้ งรบั แขก บางบ้านก็ สะสมสตั ว์สตาฟ จรงิ อยทู่ ี่สิ่งเหล่านเี้ พม่ิ ความงามในแงข่ องมณั ฑนศิลป์แตก่ ไ็ ม่ใชค่ วามงามตามธรรมชาติ หลายคนอาจคดิ วา่ ตนเองสามารถมี ชีวติ อยใู่ นเมอื ง ทงั้ ต้นตระกูลปยู่ า่ พ่อแมข่ องตนเองกเ็ จรญิ เตบิ โตทามาหาเลยี้ งชพี อยใู่ นเมอื ง แตถ่ า้ คดิ ให้ดีแล้วมนุษย์ในสมยั กอ่ น ประวัตศิ าสตรม์ ชี วี ิตอยูใ่ นป่ากลมกลนื กับธรรมชาติ 3. ดา้ นวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการแพทย์ สัตว์ปา่ ไม่ใชม่ แี ต่คุณค่าในแง่ ธรรมชาติเท่านน้ั สวัสดิภาพของมนุษย์ในปจั จุบนั ขึน้ อยู่กับ สตั วป์ ่าหลายชนดิ วคั ซนี ท่เี ราใช้ฉดี ป้องกันโรคต่าง ๆ ไดม้ าจากลิงริซสั คุณค่าสัตว์ปา่ ในแง่นีเ้ รียกว่า Prectical values สตั ว์ป่าหลายชนดิ กินแมลงทน่ี าโรคมาสูค่ น สัตวป์ า่ ช่วยใหช้ ุมชน (Community) มั่นคงมีเสถียรภาพเพราะเป็นส่วนท่ี ทาให้เกดิ ความหลายหลายชนดิ (Diversity) แต่ละชนดิ ท้ังสัตว์และพืชทาให้ Niche ของชุมชน เต็มช่วยใหก้ ารใช้พลงั งานเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ผลทีต่ ดิ ตามมาคือ เสถยี รภาพของทีด่ ินและแหลง่ ตน้ น้า การอนุรกั ษ์สตั ว์ป่าจึงเป็นการประกนั ความมั่นคงของชมุ ชนรวมทง้ั ชวี ติ มนุษยด์ ้วย 4. ดา้ นอาหารและยา มนษุ ยไ์ ดใ้ ช้เนื้อของสัตว์ปา่ เปน็ อาหารมาเป็นเวลาช้านานแล้วซ่งึ สตั วป์ ่าหลายชนิดกไ็ ด้พัฒนาจนกระทงั่ กลายเปน็ สัตวเ์ ลีย้ งไป สตั วป์ ่าหลายชนดิ ตามธรรมชาตคิ นกย็ ังนยิ มใช้เนื้อเปน็
การอนุรกั ษส์ ัตว์ปา่ 1. กฎหมาย กฎหมายค้มุ ครองสัตว์ปา่ ควรกว้างแต่รดั กมุ เพื่อคุม้ ครองชิวิตสตั ว์ปา่ ใหป้ ลอดภยั กฎหมายคมุ้ ครองสตั ว์ป่าของไทยทใ่ี ช้ กนั อยู่เป็นพระราชบญั ญัติ พ.ศ. 2535 ทสี่ าคัญคอื การควบคมุ ดแู ลใหเ้ กิดการปฏบิ ัตขิ องทกุ คนบคุ คลเปน็ ไปตามกฎหมาย 2. การควบคุมสตั ว์ทกี่ ินสัตว์อนื่ เปน็ อาหาร มาตรการนี้ใชป้ ฏบิ ตั ิกนั มากในระยะของการจดั การสัตว์ป่าในสหรฐั อเมรกิ า หลายครง้ั ท่มี ี การให้รางวลั สาหรบั การฆา่ สัตวท์ ก่ี นิ สัตวอ์ ืน่ 3. การพฒั นาทีอ่ ยู่อาศัย แนวทางการจดั การสัตว์ปา่ ท่ีดีทสี่ ุดในปจั จบุ นั คอื เพม่ิ ท่ีอย่อู าศยั พร้อมกบั ปรบั ปรงุ คณุ ภาพทีอ่ ยอู่ าศยั ทมี่ อี ยู่ ใหด้ ขี ้ึน เพราะว่าไม่ว่าจะออกกฎหมายคมุ้ ครองสัตว์ป่าควบคุมสตั ว์ท่กี ินสตั ว์ ขยายพนั ธ์ุเทียม หรือนาสตั ว์จากที่อื่นเขา้ มาเล้ยี ง สัตว์ ปา่ กย็ งั คงอย่ใู นอันตราย ถา้ ขาดที่อยอู่ าศยั 4. การรณรงค์เผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์ ใหเ้ ห็นความสาคญั ในการอนุรกั ษส์ ัตว์ปา่ อยา่ งจรงิ จงั 5. การไม่ลา่ สตั วป์ า่ ไมค่ วรมกี ารลา่ สตั วป์ า่ ทกุ ชนิด ทง้ั สตั วป์ ่าสงวนและสตั ว์ป่าคุ้มครอง เพราะปัจจบุ ันสตั ว์ปา่ ทกุ ชนดิ ไดล้ ดจานวน ลงอย่างมากทาใหข้ าดความสมดลุ ทางธรรมชาติ 6. การปอ้ งกันไฟป่า ไฟป่านอกจากจะทาใหป้ า่ ไม้ สตั ว์ป่าถูกทาลายแล้วยังเป็นการทาลายแหลง่ อาหารและทอี่ ยอู่ าศัยของสตั วป์ า่ ดว้ ย 7. การปลูกฝังการใหค้ วามรกั และเมตตาตอ่ สัตวอ์ ย่างถูกวธิ ี สัตวป์ า่ ทกุ ชนดิ มคี วามรักชวี ติ เหมอื นกับมนุษย์ การฆา่ สัตวป์ ่า การนาสตั ว์ ป่ามาเลี้ยงไว้ในบา้ นเปน็ การทรมานสัตว์ป่าซ่งึ มกั ไมม่ ีชวี ิตรอด 8. การเพาะพันธ์สุ ัตวป์ า่ ท่ีกาลงั จะสญู พนั ธุ์หรือมีจานวนนอ้ ยลง ควรมีการเพาะพนั ธ์ขุ ยายพนั ธ์ใุ หม้ จี านวนเพม่ิ ขน้ึ เพ่ือเปน็ การ ทดแทนและเร่งให้มสี ตั วป์ า่ เพ่มิ ขน้ึ
ทรัพยากรแรธ่ าตุ แรเ่ ป็นทรพั ยากรทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตมิ ีความสาคญั และมบี ทบาททสี่ นองความต้องการ ทางดา้ นปัจจยั ต่าง ๆ ของประชากร ทงั้ ทางดา้ นอตุ สาหกรรมและพลังงาน ความสาคัญและประโยชนข์ องแรธ่ าตุทจี่ ะนามาใชข้ นึ้ อยูก่ ับ ระยะเวลาความเจรญิ ทางเทคโนโลยี ตลอดจนความตอ้ งการในการนาไปใช้ของมนุษย์ ทรัพยากรแรธ่ าตุ ทม่ี นุษย์เราใชส้ ่วนใหญม่ าจากแผน่ ดนิ ซ่ึงคอ่ ย ๆ ลดจานวนลงทาใหม้ กี ารสารวจค้นควา้ หาแหลง่ ทรัพยากรแร่ธาตใุ หม่ ๆ อยู่เสมอ ปจั จบุ ันไดม้ ีการบุกเบกิ หาแหลง่ ทรพั ยากรแรธ่ าตใุ นทะเล เชน่ นา้ มันปโิ ตรเลยี มและ กา๊ ซธรรมชาติ ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี และระยะเวลาทาใหค้ วามสาคญั ของแรธ่ าตุเปลีย่ นแปลงไปจากชนิดหน่ึงไปใชอ้ ีก ชนิดหน่ึง เชน่ จากการใชถ้ า่ นหินมาใชน้ ้ามันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติจากการใชเ้ หลก็ มาใช้อลมู ิเนยี มแทน ประเภทของแร่ธาตุ แรเ่ ป็นทรัพยากรทม่ี นุษย์ นามาใช้ประโยชน์มากมาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. แร่โลหะ เป็นแรท่ ม่ี ีความเหนยี ว เปน็ ตวั ทนความร้อน และไฟฟา้ ไดด้ หี ลอมตวั ได้ และมคี วามทบึ แสง ไดแ้ ก่ แร่ดีบกุ เหล็ก แมงกานสี ทองแดง ตะกั่ว อลูมเิ นียม แมกนีเซียม ทองคา เงิน วุลแฟรม ฯลฯ 2. แร่อโลหะ เป็นแรท่ ไ่ี มเ่ ป็นตวั นาความร้อนมีลกั ษณะโปรง่ แสง เปราะแตกหกั งา่ ย ไดแ้ ก่ ฟลูออไรท์ ฟอสเฟส หิน ทราย เกลอื กามะถนั โปแตสเซยี ม แคลเซียม ดินขาว ฯลฯ 3. แรพ่ ลังงาน หรอื แร่เช้อื เพลงิ เปน็ แรท่ สี่ าคัญถูกนามาใชม้ ากเกดิ จากซากสง่ิ มชี วี ติ ในอดตี ไดแ้ ก่ ถ่านหิน น้ามนั ดบิ ก๊าซธรรมชาติ
ประโยชนแ์ รธ่ าตุ 1. ประโยชน์ทางดา้ นความมั่นคง และมงั่ คงั่ ของประเทศ ประเทศทมี่ ีแรธ่ าตตุ ่าง ๆ มากมายและ สามารถนาไปใช้แปรรปู เป็นผลผลิตตา่ ง ๆ ทีท่ าประโยชน์ตอ่ มนุษย์ เชน่ ด้านอาวุธ ด้านอตุ สาหกรรม 2. ประโยชน์ด้านความเปน็ อยขู่ องมนษุ ยน์ าแร่ธาตตุ า่ ง ๆ มาสรา้ งขน้ึ เป็นภาชนะใชส้ อยพาหนะทชี่ ว่ ย ในการคมนาคม อาคารบา้ นเรอื น กา๊ ซหุงตม้ พลังงานไฟฟ้า 3. ประโยชนด์ ้านการสรา้ งงานแกป่ ระชาชน ทาใหป้ ระชาชนมรี ายได้จากการขุดแร่ ไปจนถึงแปรรูป เปน็ ผลติ ภณั ฑไ์ ปส่ผู ูบ้ รโิ ภค นอกจากนี้ แรธ่ าตชุ นิดตา่ ง ๆ มีคุณสมบตั ลิ กั ษณะตา่ งกัน จงึ มีประโยชน์แตกตา่ งกนั เชน่ แรว่ ลุ แฟรม นามาทาไสห้ ลอดไฟฟ้า ใชใ้ นอุตสาหกรรมเคร่อื งแกว้ แร่พลวงนามาใชท้ าตวั พมิ พห์ นงั สือ ทาสี แบตเตอร่ี รตั นชาติ เป็นแร่ที่มีลักษณะสีสนั สวยงาม นามาใชท้ าเครือ่ งประดับต่าง ๆ มากมาย สาเหตแุ ละผลกระทบปญั หาทรัพยากรแรธ่ าตุ 1. ปญั หาสงิ่ แวดล้อมบรเิ วณที่ทา้ เหมืองแรแ่ ล้วทา้ ใหส้ ภาพดินไมอ่ ุดมสมบูรณ์ สกปรกพนื้ ทขี่ รุขระมี หลมุ บอ่ มากมายจงึ ถูกปลอ่ ยทงิ้ ใหป้ ระโยชน์ไม่เตม็ ที่ 2. ปญั หาการใชแ้ รธ่ าตุบางประเภทเปน็ จ้านวนมาก เชน่ แร่เหลก็ ถกู นา้ มาใช้มาก และแพรห่ ลายทสี่ ดุ ถ่านหนิ น้ามันปิโตรเลยี ม ดีบกุ ฯลฯ 3. ปญั หาการใชแ้ รไ่ ม่คุ้มค่า ได้แก่ พวกแรท่ ใ่ี ช้แล้วยงั เหลอื อยู่ ยงั สามารถนา้ กลับไปใชอ้ กี เชน่ เหล็ก สว่ นแรท่ ีน่ า้ ไปใชแ้ ลว้ หมดไป เชน่ ถา่ นหนิ น้ามัน ปโิ ตรเลียม กา๊ ซธรรมชาติ เราจึงตอ้ งใช้อยา่ งคุ้มคา่ และประหยดั
ทรัพยากรพลังงาน พลังงาน คอื ความสามารถทจ่ี ะทางานได้ ความสามารถดังกลา่ วนีเ้ ปน็ ความสามารถของวตั ถุใดมพี ลงั งานวัตถุ น้นั ก็สามารถทางานได้และคาว่างานในที่น้ีเป็นผลของการกระทาของแรง ซ่งึ ทาให้วตั ถเุ คลอ่ื นท่ีไปในแนวของแรงสิ่งใดก็ตามที่ สามารถทาใหว้ ตั ถุเปล่ยี นตาแหน่งหรอื เคลอ่ื นทไ่ี ปจากทเี่ ดมิ ได้สิ่งนัน้ ย่อมมพี ลังงานอยูภ่ ายใน ความสามารถที่จะทางานได้โดย อาศัยแรงงานทมี่ ีอยูแ่ ลว้ ตามธรรมชาติโดยตรง และทีม่ นุษยใ์ ช้ความร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยดี ดั แปลงใชจ้ ากพลงั งานตาม ธรรมชาติ ตามคานยิ ามของนักวิทยาศาสตร์ พลังงาน (Energy) คอื ความสามารถในการทางาน (Ability to do work) โดยการ ทางานนี้อาจจะอย่ใู นรูปของการเคลอ่ื นทห่ี รอื เปล่ียนรูปของวตั ถกุ ไ็ ด้ การอนุรกั ษพ์ ลังงาน พลงั งานเป็นทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชเ้ วลาในการเกิดยาวนาน ถา้ มนษุ ยเ์ ราใช้พลังงานกันอยา่ งฟุ่มเฟอื ยก็จะ ท้าใหพ้ ลังงานหมดไปอยา่ งรวดเรว็ และอาจท้าให้เกิดการขาดแคลนพลงั งานได้ ดงั น้นั เราจึงควรอนรุ ักษพ์ ลงั งาน เพือ่ ใหม้ ีพลังงานใชใ้ นอนาคต 1. ใชพ้ ลังงานอย่างประหยดั เชน่ การใช้พลงั งานไฟฟ้าถา้ ไม่ใชป้ ิดสวิตช์ ถอดปลัก๊ ใหเ้ รยี บร้อย 2. หาแหลง่ พลงั งานทดแทนแหลง่ พลงั งานทมี่ อี ยเู่ ดิม
ทรพั ยากรป่าชายเลน ปา่ ชายเลน เปน็ ระบบนิเวศของปา่ ชายฝัง่ ทที่ นต่อสภาพความเค็มไดแ้ ละเปน็ กลุ่มแรกของส่ิงมีชวี ิตที่ บุกเบิกชวี ติ ความเปน็ อยูล่ งไปสู่ทะเลพร้อม ๆ กับการชักนาพน้ื แผ่นดนิ ใหร้ กุ ลา้ ตามลงไปในทะเล จงึ นบั เป็นปราการด่านแรกระหว่างบกกบั ทะเล โดยจะประกอบด้วยพนั ธ์ไุ ม้ สตั วน์ านาชนิด ตลอดจน สภาพแวดล้อมอนื่ ๆ เช่น การขึน้ ลงของนา้ ทะเล ดินเลนท่มี อี นิ ทรียสารเปน็ จานวนมาก ฯลฯ อยูร่ วมกันเป็น ระบบ ความสาคัญของป่าชายเลน ปา่ ชายเลนมีความสาคัญและมปี ระโยชน์อยา่ งมหาศาลต่อมนษุ ยท์ งั้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ สังคมและทางดา้ นนิเวศวิทยา ดงั น้ี 1. การนาไม้มาใช้ประโยชน์ ไมท้ ่ีไดจ้ ากปา่ ชายเลน นอกจากนามาใช้เพ่อื การเผาถา่ นแล้วยงั สามารถใชเ้ พอ่ื เปน็ ไมฟ้ นื ไมเ้ สาเขม็ ไม้ค้า ยัน เฟอร์นเิ จอร์ 2. เปน็ ท่ีป้องกนั ชายทะเล โดยปา่ ชายเลนจะทาหน้าทีเ่ สมอื นเขอื่ นป้องกนั คลนื่ ลมพายุไม่ใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อมนษุ ยแ์ ละระบบนเิ วศอื่น ๆ 3. ทาหนา้ ที่เป็นแหล่งกักตะกอนสง่ิ ปฏิกลู และสารมลพิษตา่ ง ๆ จากบนบกไมใ่ ห้ลงสูท่ ะเล 4. ชว่ ยใหม้ กี ารงอกตัวของแผน่ ดิน จากการที่ตะกอนดินทราบซ่ึงไหลมากบั แม่น้า เมอื่ ถูกขวางก้นั ด้วยแนวป่าชายเลน ทาใหก้ ระแสดน้าลด ความเรว็ ลงเกิดตะกอนทับถม 5. นเิ วศวิทยาป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศท่ีเหมาะสมกบั การวางไข่ การหาอาหาร และการเจริญเติบโตของสัตวน์ ้าเศรษฐกจิ หลายชนดิ และเปน็ แหลง่ ชุมชมของนก สตั ว์ป่าหลายชนดิ 6. เป็นแหล่งพักผอ่ นหย่อนใจ ความสวยงานจากพรรณไม้ต่าง ๆ ต้งั แตเ่ ฟริ ์น กล้วยไม้ และตน้ ไม้ใหญท่ เี่ พิม่ ความแปลกตาแกท่ วิ ทศั น์ทางทะเล
สาเหตแุ ละผลกระทบปญั หาทีท่ รัพยากรป่าชายเลน ปจั จบุ ันป่าชายเลนของประเทศไทย ซง่ึ ข้ึนอยู่ตามบริเวณชา่ ยฝ่งั ทะเลท่ี เปน็ โคลนตมและบรเิ วณทเ่ี ชือ่ มตอ่ กับแมน่ ้าลาธารในบรเิ วณชายฝง่ั ของอ่าวไทย ชายฝัง่ ทะเลด้านตะวนั ออกและด้านตะวนั ตกของภาคใต้ นบั แต่จะลดพื้นทล่ี ง เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ทีใ่ ช้ประโยชน์พืน้ ทป่ี า่ ชายเลน จนทาให้เกิดความเสอ่ื ม โทรมทาลายปา่ ชายเลน ซ่ึงพอจะจาแนกได้ การอนุรกั ษป์ า่ ชายเลน เพอ่ื ใหก้ ารใชพ้ ้ืนที่ปา่ ชายเลนเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาเพอื่ มุ่งสปู่ ระโยชน์ การอนุรกั ษ์ป่า ชายเลน ควรมวี ิธกี ารดังนี้ 1. การใชป้ ระโยชน์อย่างยาวนาน ปจั จบุ ันพืน้ ท่ปี า่ ชายเลน ได้ถกู ทาลายลงอย่างมากโดยเฉพาะจากการตัดถนน การทานากุ้ง ดังน้นั จึงควรมีมาตรการท่ีเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ปา่ ชายเลน 2. การปลูกปา่ ควรมีการฟื้นฟูป่าชายเลนทเ่ี ส่ือมสภาพ การปลกู สร้างปา่ ชายเลนขน้ึ ใหมใ่ นบริเวณท่ี สภาพแวดล้อมเออ้ื อานวย 3. การใชป้ า่ ชายเลนอย่างผสมผสาน ในกรณีทมี่ ีความตอ้ งการใชป้ ระโยชนจ์ ากปา่ ชายเลน ควรพิจารณาอย่าง รอบคอบและใช้ใหค้ มุ้ ค่าในทรพั ยากรทมี่ ีอย่ใู นบริเวณนัน้ หลาย ๆ อยา่ งผสมผสานกันไป
ปะการงั ปะการงั (Corals) เปน็ สตั ว์ไม่มกี ระดกู สันหลัง ไฟลัมซเี ลนเตอราต้า (Phylum Coelenterata) ขนาดเล็ก มี โครงสร้างหนิ ปนู หอ้ หุ้มตวั อ่อนนุ่มไวช้ น้ั นอก ดารงชีพ 2 แบบ คือ อยู่ตัวเดีอย (Solitary) หรอื อยู่ร่วมกนั เป็นกลุ่ม (Colony) มรี ปู ทรงต่าง ๆ เป็นแผ่น เป็นก้อนหรือกิง่ ก้านซ่งึ เกิดจากปะการงั นบั ลา้ นตัวท่ีมาเกาะกันอยู่ โดยมกี ารสร้าง โครงสร้างหินปนู แผ่ขยายไปเรื่อย ๆ กลายเปน็ แนวปะการัง ปะการังจะเติบโตได้ดเี ฉพาะบริเวณทม่ี นี า้ ทะเลทม่ี ีอณุ หภมู ิ ต้ังแต่ 18-27 องศาเซลเซียส มี แสงแดดพอประมาณไมใ่ ช่แดดจดั น้าไม่ขุน่ และมคี วามของน้าไมเ่ กิน 50 เมตร ดงั นั้แนว ปะการงั จะเจรญิ เตบิ โตและมอี ยเู่ ฉพาะนา่ นนา้ เขตอบอุ่นของโลกเทา่ นัน้ ตัวประการงั มรี ูปเปน็ ทรงกระบอก มขี นาดเพียง 1 มลิ ลิ ิตร ถึง 1 เซยตเิ มตร มีสว่ นประกอบ 3 สว่ น คือ ส่วนฐานซึง่ อยูต่ ิดกับโครงสร้างแขง็ ส่วนลาตัวรูปทรงกระบอก และสว่ นปากทม่ี หี นวดลอ้ มรอบ ในตอนกลางวันปะการงั จะเก็บตัวอยู่ในโครงแขง็ พอกลางคืนกจ็ ะแผ่ขยายหนวดออก ดกั จบั เหยอ่ี ตัวเลก็ ๆ ทล่ี ่องลอยมากับกระแสน้า ความสาคัญของแนวปะการัง 1. แนวปะการังบรเิ วณชายฝั่งและแนวปะการงั แบบกาแพงจะทาหน้าท่ปี อ้ งกนั ชายฝั่งจากการกดั เซาะของคลืน่ กระแสนา้ โดยตรง ถา้ ไม่มีแนวปะการงั น้ีชายฝ่ังทะเลจะถกู คลน่ื ลมทะเลทาลายอยา่ งรนุ แรงทกุ ครง้ั 2. แนวปะการงั เป็นตวั สร้างทรายใหก้ ับชายหาด โดยเกดิ จากการสกึ กรอ่ นของโครงสรา้ งหนิ ปนู จากคลืน่ ลม และสตั ว์บางชนดิ 3. แนวปะการังเป็นแหลง่ อาหารมนุษย์ เพราะมสี ัตว์ที่อยใู่ นแนวปะการังมากมายเชน่ ปลาหมกึ หอย กุ้ง แมงกะพรุน ฯลฯ 4. สารพษิ บางอยา่ งซ่ึงสตั วท์ ะเลในแนวปะการงั สร้างเพื่อปอ้ งกนั ตัวเองนน้ั สามารถนามาสกัดใชท้ ายาได้ เชน่ ยาตา้ นมะเรง็ เปน็ ต้น 5. แนวปะการังและส่ิงมีชวี ิตทีส่ วยงามใต้ทอ้ งทะเล เป็นแหลง่ ทอ่ งเม่ียวทสี่ าคญั ยงิ่
การเสอ่ื มโทรมจากการกระทาของมนุษย์ 1. การเกบ็ ปะการงั เปน็ ท่รี ะลึก ปะการงั 1 กิ่งทถ่ี ูกหักเก็บไปเปน็ ของทร่ี ะลกึ นนั้ ตอ้ งใชเ้ วลาสรา้ งนานนบั รอ้ ยปี 2. การทิง้ สมอเรือและถอนสมอในแนวปะการังเปน็ การทาลายแนวปะการงั ทร่ี ุนแรงทสี่ ดุ เพราะสมอเรอื จะ กระแทกครดู แนวปะการังใหแ้ ตกหกั เสยี หาย 3. การปล่อยนา้ เสียจากโรงงานอตุ สาหกรรมและชมุ ชนรมิ ทะเล ทาให้นา้ ทะเลข่นุ ไม่ใส่สะอาดเปน็ เหตใุ ห้ ปะการังตาย 4. การระเบดิ ปลา เปน็ การทาลายปะการงั ทร่ี นุ แรง 5. การทิง้ ขยะในทะเล เชน่ ขวดแก้ว กระป๋อง ถุงพลาสติก ทาให้แนวปะการงั เสียหาย การอนรุ ักษ์ปะการัง 1. ไมเ่ กบ็ ปะการงั ทห่ี กั หรอื เกบ็ ขน้ึ มาจากทอ้ งทะเล ในแตล่ ะก่งิ แต่ละก้านนั้น หมายถึง ชีวิตนับร้อยนับพันชวี ติ ทต่ี ้องตายลงจากโครงสรา้ งของปะการงั ทตี่ อ้ งใช้เวลานบั รอ้ ยนับพันปใี นการเจริญเตบิ โต และการเสอ่ื มสลาย ของปะการงั นั้นนาไปสูผ่ ลของการเสื่อมสญู อาหารจากทะเลในอนาคต เพราะปะการงั เป็นทอ่ี ยอู่ าศยั ของชวี ติ จากท้องทะเล เราจึงไมค่ วรเก็บ ซ้อื ปะการงั มาเปน็ ของทร่ี ะลกึ หรอื ประดบั ตู้ปลา 2. ไมท่ งิ้ สมอเรือในแนวปะการัง การทอดสมอเรือในแนวปะการงั เพ่อื จอดเรอื ในแตล่ ะครง้ั จะสร้างความ เสยี หายให้กบั ปะการงั ปจั จุบันได้มีการแกไ้ ขโดยการวางท่นุ เพื่อผกู เรอื แทนการทอดสมอเรอื เพ่ือการคมุ้ ครอง ปะการัง กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มโดยความช่วยเหลอื ทางวชิ าการ จากมหาวทิ ยาลัยโรดสไ์ อร์แลนด์ แหง่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ไดจ้ ัดทาทุ่นเพ่อื ผกู เรอื ได้ประมาณ 2-3 ลาต่อทุ่น
◂ ◂ ◂ ◂ ◂ ◂
● ● ● ● ● ● ● ● ● ● ●
Instructions for use In order to use this template, you must credit Slidesgo by keeping the Credits slide. You are allowed to: - Modify this template. - Use it for both personal and commercial projects. You are not allowed to: - Sublicense, sell or rent any of Slidesgo Content (or a modified version of Slidesgo Content). - Distribute Slidesgo Content unless it has been expressly authorized by Slidesgo. - Include Slidesgo Content in an online or offline database or file. - Offer Slidesgo templates (or modified versions of Slidesgo templates) for download. - Acquire the copyright of Slidesgo Content. For more information about editing slides, please read our FAQs: https://slidesgo.com/faqs
Fonts & colors used This presentation has been made using the following fonts: Oswald (https://fonts.google.com/specimen/Oswald) Advent Pro (https://fonts.google.com/specimen/Advent+Pro) #434343 #999999 #f7965c #ffc39f
Use our editable graphic resources... You can easily resize these resources, keeping the quality. To change the color, just ungroup the resource and click on the object you want to change. Then, click on the paint bucket and select the color you want. Don’t forget to group the resource again when you’re done.
...and our set of editable icons You can resize these icons, keeping the quality. You can change the stroke and fill color; just select the icon and click on the paint-bucket/pen. In Google Slides, you can also use Flaticon’s extension, allowing you to customize and add even more icons.
E-Learning Icons
Business Icons
Avatar Icons
Creative Process Icons
Educational Process Icons
Help & Support Icons
Medical Icons
Nature Icons
Performing Arts Icons
SEO & Marketing Icons
Teamwork Icons
Search
Read the Text Version
- 1 - 48
Pages: