1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ ความเร็วชัตเตอร์ 44
ความเร็วชัตเตอร์ 2. กดปุ่มQเพื่อตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ หมายเลข 1 สำหรับการใช้โหมด creative zone ตั้งค่าด้วยปุ่ม เลื่อนปรับค่าชัตเตอร์ที่ต้องการกด Set 45
ความเร็วชัตเตอร์ Speed Shutter ความเร็วชัตเตอร์ Speed Shutter คือ ระยะเวลาที่กล้องควบคุมให้แสงผ่านไปยัง เซ็นเซอร์ หรือ ระยะเวลาเปิด-ปิดม่านชัตเตอร์ โดยจะมีหน่วยเป็นวินาที จะมีผลต่อการ จับความเคลื่อนไหวของตัวแบบ ดังภาพ 46
ความเร็วชัตเตอร์ เคล็ดลับน่ารู้ จะใช้กับโหมด Tv ซึ่งเป็นการเลือกปรับ สปีดชัตเตอร์เอง โดยที่ค่า รูปรับแสงกล้องจะคำนวณให้สอดคล้องกับค่า Normal ใน การวัด แสง ในการใช้สำหรับมือใหม่ สปีดชัตเตอร์จะใช้ในเวลาที่ ถ่ายภาพ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ถ้าต้องหยุดสิ่งที่เคลื่อนไหวก็ให้ใช้ สปีดที่เร็ว หรือถ้าต้องการจะแพนนิ่ง ( การจับภาพตามวัตถุให้ดู เหมือนวัตถุ กำลังเคลื่อนไหว ) ก็ใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำประมาณ 30-60 โดยลั่นชัตเตอร์ในโหมด ถ่ายภาพต่อเนื่องแล้วแพนกล้อง ตามวัตถุที่เคลื่อนไหว หรือในบางสถานการณ์เพื่อลด ปัญหาในการ ถ่ายภาพเบลอในภาพที่มีการเคลื่อนไหว แต่อย่างไรก็ตามการสั่งส ปีดชัตเตอร์ ไวมากๆจะต้องคำนึงถึงสภาพแสงด้วย มิเช่นนั้นภาพ จะออกมาดำมืดไปเลย ถ้าจำเป็นให้เพิ่ม ISO 47
แบตเตอรี่ Battery ระดับแบตเตอรี่ กล้องจะแสดงระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ด้วยรูปไอคอน ภาพนี้แสดงสถานะเมื่อ แบตเตอรี่เต็ม และจะเปลี่ยนไปเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลง 48
จำนวนภาพ จำนวนภาพที่ยังถ่ายได้ เป็นการบ่งบอกจำนวนภาพที่ยังถ่ายได้ จำนวนนี้จะเปลี่ยนไปตามความจุของการ์ด ความจำที่ใช้ รวมถึงคุณภาพการบันทึกภาพที่เลือกด้วย 49
1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ รูปแบบและคุณภาพการบันทึกภาพ 2. กดปุ่มQเพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 7 สำหรับการใช้โหมด creative zone ตั้งค่าด้วยปุ่ม เลื่อนปรับค่ารูปแบบที่ต้องการกด Set 50
รูปแบบและคุณภาพการบันทึกภาพ จะแสดงคุณภาพการบันทึกภาพที่เลือกไว้ในปัจจุบัน ภาพไอคอนนี้เป็นการระบุว่าได้ตั้ง ค่ากล้องให้บันทึกภาพในรูปแบบ JPEG ขนาดใหญ่ รูปแบบจะมีสองประเภท คือ RAW และ JPEG มีขนาด S เล็ก M กลาง L ใหญ่ 51
เคล็ดลับน่ารู้ รูปแบบและคุณภาพการบันทึกภาพ ความแตกต่างระหว่างไฟล์ RAW และ JPEG ความจริงแล้วการ ถ่ายภาพเป็นไฟล์ RAW แทบจะไม่มีความแตกต่างกับไฟล์ JPEG เลยอย่างไรก็ตามคุณอาจสังเกตเห็นได้จากตอนบันทึกภาพไฟล์ RAW ลงในการ์ดหน่วยความจำว่ามันจะใช้เวลานานกว่าความแตก ต่างและประโยชน์ที่สำคัญจะเด่นชัดขึ้นเมื่อคุณถ่ายโอนภาพลง เครื่องคอมพิวเตอร์คุณจะพบว่าภาพไฟล์ RAW ต้องประมวลผล ด้วยคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เฉพาะทางเสียก่อนจึงจะดูและสั่ง พิมพ์ได้ในขณะที่ภาพไฟล์ JPEG ได้รับการประมวลผลเบื้องต้น แล้วโดยกล้องทำให้มันง่ายที่จะดูภาพและสั่งพิมพ์อย่างไรก็ตาม กล้อง DSLR บางรุ่นก็ช่วยทำให้ง่ายขึ้นด้วยระบบประมวลผลภาพ ไฟล์ RAW ในตัวกล้องโดยกล้องจะบันทึกภาพทั้งรูปแบบไฟล์ RAW และ JPEG สำหรับภาพเดียวกันด้วยวิธีนี้คุณจึงสามารถดูภาพจาก ไฟล์ JPEG บนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องลง ซอฟต์แวร์ใด ๆ ก่อน 52
1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ ความไวแสง 2. กดปุ่มQเพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 3 สำหรับการใช้โหมด Creative Zone หมุนปุ่ม เพื่อเลือกความไวแสงนั้นจากกดปุ่ม < Set > 53
ความไวแสง คำว่า ISO หรือ International Standards Organization หมายถึงค่าความไวต่อแสง ของเซ็นเซอร์รับภาพยกตัวอย่างเช่นค่า ISO ต่ำ ๆ อย่าง ISO 100 จะมีความต้องการ แสงมากเพื่อให้ภาพถ่ายใต้แสงที่พอดีในขณะที่ค่า ISO สูง ๆ อย่าง ISO 800 ต้องการ การรับแสงที่น้อยกว่า 54
ความไวแสง การถ่ายภาพที่มีแสงจ้าต้องใช้ค่าความไวแสงหรือ ISO ต่ำ ซึ่งจะทำให้รูปถ่ายมีคุณภาพ ดีกว่าโดยไม่เห็นแตกเป็นเส้น ค่าอัตราความไวแสงสูงมาก ๆ จะใช้ได้ดีเมื่อต้องการจะจับภาพเคลื่อนไหว รูปถ่ายด้วยค่า ISO 100 55
ความไวแสง รูปถ่ายด้วยค่า ISO 800 56
ความไวแสง ภาพถ่ายเวลากลางคืนต้องใช้ค่าความไวแสงสูงๆ ทำให้ภาพละเอียด รูปถ่ายด้วยค่า ISO 1600 57
ความไวแสง เคล็ดลับน่ารู้ การถ่ายภาพกลางวันกับกลางคืนใช้ค่า ISO ที่ต่างกัน แสงในเวลากลางวันและกลางคืนนั้นต่างกันทำให้การใช้ค่า ISO สำหรับกลางวันและกลางคืนจึงต่างกันด้วยการถ่ายภาพในเวลา กลางวันต้องใช้ค่า ISO ต่ำเพราะเซนเซอร์สามารถจับแสงที่มีอย่าง เพียงพอได้ในขณะการถ่ายภาพในเวลากลางคืนต้องใช้ค่า ISO สูง เพราะเซนเซอร์ไม่สามารถจับแสงที่มีอยู่ได้เพียงพอ 58
ค่ารูรับแสง 1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ 2. กดปุ่มQเพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 3 สำหรับการใช้โหมด Creative Zone หมุนปุ่ม เพื่อเลือกความไวแสงนั้นจากกดปุ่ม < Set > 59
ค่ารูรับแสง ค่ารูรับแสง มีหน้าที่ของรูรับแสงนั้นจะเกี่ยวข้องกับปริมาณแสงที่ผ่านเลนส์มายังเซ็นเซอร์กล้อง โดยตรง ถ้ารูรับแสงกว้างก็จะได้ปริมาณแสงเยอะ ก็จะได้ภาพที่สว่าง และถ้ารูรับแสง เล็กลงเรื่อยๆ ภาพก็จะมืดลงเช่นกัน โดยรูรับแสงที่กว้างนั้นจะแทนด้วยค่าตัวเลขที่น้อย (F1.4,1.8) ส่วนรูรับแสงแคบจะแทนด้วยตัวเลขที่ 60
1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ สีของสมดุลสีขาว 61
2. กดปุ่มQเพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 4 สีของสมดุลสีขาว สำหรับการใช้โหมด Creative Zone หมุนปุ่ม เพื่อเลือกความไวแสงนั้นจากกดปุ่ม < Set > 62
สีของสมดุลสีขาว สีของสมดุลสีขาว สมดุลสีขาวคือความถูกต้องของสีที่แสดงในรูปภาพ การปรับตั้งสมดุล สีขาว (White balance) จะเป็นตัวช่วยให้สีออกมาสมจริง สมดุลสีขาวอัตโนมัติ AWB 4 โหมดนี้กล้องจะปรับตั้งสมดุลสีขาวให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพถ่ายมีสีสันสมจริงที่สุดด้วยการปรับสมดุลแบบภาพต่อภาพเป็นโหมดที่ ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ 63
สีของสมดุลสีขาว ตัวอย่างรูปถ่ายสมดุลสีขาวอัตโนมัติ 64
สีของสมดุลสีขาว แสงแดด สีภายใต้แสงอาทิตย์เที่ยงวันอาจ แสงจากหลอดไฟฟลูออเรชเซ้นต์ แสงจาก แตกต่างจากช่วงเวลาอื่นของวันการถ่ายภาพ หลอดไฟ สำหรับดวงตาของคนเราสีสันภาย ในโหมดนี้จะทําให้ได้สีสันของภาพตามแบบที่ ใต้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์มองดูปกติ แต่ มันเป็นในแสงตอนกลางวัน สำหรับกล้องแล้วมันให้โทนสีเขียวโหมดนี้จะ ช่วยชดเชยสีให้โทนสีเขียวและทำให้ภาพถ่ายดู อบอุ่นขึ้น 65
สีของสมดุลสีขาว ตัวอย่างรูปถ่ายสีแสงแดด ตัวอย่างรูปถ่ายสีแสงจาหลอดไฟ 66 ฟลูออเรชเซ้นต์
สีของสมดุลสีขาว มีเมฆครึ้ม เนื่องจากก้อนเมฆจะบดบังแสง ในร่มเงา แสงภายใต้ร่มเงามักให้โทนสีที่เย็น จากดวงอาทิตย์และทำให้ทุกอย่างดู กว่าการถ่ายภาพที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ หม่นหมองมืดมัวโหมดช่วยเพิ่มโทนสีเหลืองลง (โทนสีน้ำเงิน) ดังนั้นการใช้โหมดนี้จะช่วยให้ ไปเล็กน้อยเพื่อชดเชยกับโทนสีน้ำเงิน ภาพดูมีโทนสีอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย 67
สีของสมดุลสีขาว ตัวอย่างรูปถ่ายมีเมฆครึ้ม ตัวอย่างรูปถ่ายในร่มเงา 68
สีของสมดุลสีขาว แสงจากหลอดไฟตังสเตน โหมดนี้มักใช้กับ แฟลช แสงแฟลชจากกล้องสามารถทำให้ การถ่ายภาพในร่มโดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้ ภาพมีโทนสีที่เย็นไปโหมดนี้จะช่วยเพิ่มโทนสี แสงจากหลอดไฟทังสเตนมันจะช่วยทำให้โทน ร้อนให้ภาพถ่ายของคุณ สีของภาพเย็นลง 69
สีของสมดุลสีขาว ตัวอย่างรูปถ่ายแสงจากหลอด ตัวอย่างรูปถ่ายแฟลช ไฟตังสเตน 70
สีของสมดุลสีขาว เคล็ดลับน่ารู้ ใช้ระบบสมดุลสีขาวอัตโนมัติเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สำหรับคนที่ยังไม่มีความมั่นใจพอที่จะปรับตั้งโหมดสมดุลสีขาว ใหม่ด้วยตัวเองไม่ต้องกังวล! ใช้ระบบสมดุลสีขาวอัตโนมัติ (Auto White Balance: AWB) เพื่อให้ระบบทำงานรวดเร็วและง่ายดาย ในการเก็บสีสันที่สวยงามไม่ว่าจะอยู่ในแสงประเภทไหนโดยทั่วไป แล้วการเลือกใช้ AWB จะทำให้ภาพถ่ายมีสีสันเป็นธรรมชาติ 71
1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ โหมดวัดค่าความสว่างของแสง 72
2. กดปุ่ม Q เพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 5 โหมดวัดค่าความสว่างของแสง สำหรับการใช้โหมด Creative Zone หมุนปุ่ม เพื่อเลือกความไวแสงนั้นจากกดปุ่ม < Set > 73
โหมดวัดค่าความสว่างของแสง โหมดวัดค่าความสว่างของแสง การวัดค่าความสว่างของแสง หมายถึง การให้แสงที่พอดีแก่ภาพถ่ายโดยวัดจากค่า ความสว่างของแสงที่เข้ามาในตัวกล้อง สำหรับกล้องถ่ายภาพ DSLR การกดชัตเตอร์ ลงครึ่งหนึ่งนอกจากเป็นการโฟกัสภาพแล้วยังเป็นการวัดค่าแสงไปด้วย โหมดการวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ Evaluative metering เป็นพื้นฐานของกล้องเกือบทุกรุ่นที่ตั้งค่าให้วัดแสงแบบ อัตโนมัติเพื่อให้แสงเหมาะกับฉากและวัตถุในภาพถ่ายใช้โหมด นี้ได้เกือบทุกทัศนียภาพ (Evaluative metering) เหมาะสำหรับ การถ่ายภาพวัตถุหรือภาพวิวส่วนใหญ่ 74
โหมดวัดค่าความสว่างของแสง โหมดการวัดแสงเฉพาะส่วน หรือ Partial Metering จะทําการวัดแสงกินบริเวณกว้างกว่าโหมดการวัดแสงเฉพาะจุดมักใช้เมื่อบริเวณรอบ กรอบภาพทั้งความมืดและสว่างกว่าปกติ เหมาะกับภาพที่มีพื้นที่สว่างและพื้นที่มืด 75
โหมดวัดค่าความสว่างของแสง โหมดการวัดแสงเฉพาะจุด Spot metering ให้พื้นที่ในกรอบวงกลมที่มีการวัดแสงแม่นยำมาก มักจะประมาณ 4% ของ จุดศูนย์กลางช่องมองภาพ โหมดนี้ใช้ได้ดีสำหรับวัตุที่มีแสงสวางจ้าจากด้านหลัง 76
โหมดวัดค่าความสว่างของแสง โหมดการวัดแสงเฉลี่ยหนักตรงกลางภาพ Ceter - Weight Metering จะวัดแสงจากบริเวณพื้นที่ตรงกลางของภาพถ่ายโดยการวัดแสงแบบนี้จะไม่ค่อยได้ รับผลกระทบจากการที่พื้นที่เล็ก ๆ บางส่วนในภาพมีค่าความสว่างแตกต่างกันอย่าง มาก ใช้เมื่อวัตถุที่ต้องการถ่ายอยู่ตรงกลาง 77
1. กดปุ่มดูภาพหน้าจอ การลั่นชัตเตอร์ 78
2. กดปุ่ม Q เพื่อตั้งค่ารูปแบบ/คุณภาพการบันทึกภาพหมายเลข 6 การลั่นชัตเตอร์ สำหรับการใช้โหมด Creative Zone หมุนปุ่ม เพื่อเลือกค่าโหมดการลั่นชัตเตอร์กดปุ่ม < Set > 79
การลั่นชัตเตอร์ เลือกรูปแบบการลั่นชัตเตอร์ ลักษณะการกดชัตเตอร์ ซึ่งการใช้ปุ่มนี้ จะมี 3 ลักษณะให้เลือก คือ การกดชัตเตอร์ถ่าย ทีละภาพ (กล้องถ่ายภาพหนึ่งภาพแต่ละครั้งที่กดปุ่มกดชัตเตอร์) , การถ่ายภาพต่อ เนื่อง(กล้องจะถ่ายภาพหลายๆ ภาพในแต่ละครั้งที่กดปุ่มกดชัตเตอร์) , การตั้ง เวลา ถ่ายรวมอยู่กับการสั่งลั่นชัตเตอร์ทางรีโมท 80
เลนส์ เลนส์ คือกุญแจสำคัญ เลนส์ต่างประเภทกันช่วยให้มองเห็นฉากเดียวกันในมุมมองที่ต่างออกไป เลนส์ซูมมาตรฐาน ( เลนส์ที่มากับกล้องDSLR ) เลนส์เหล่านี้ครอบคลุมช่วงทางยาวโฟกัส 50 มม. (เทียบเท่าฟอร์แมตฟิล์ม 35 มม.) ซึ่งให้ ระยะชัดลึกเท่ากับสายตาของมนุษย์ จึงสามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์อย่างมาก 81
เลนส์ เลนส์มุมกว้าง สามารถถ่ายระยะชัดลึกได้กว้างกว่าที่ตาของคนเรามองเห็น จึงมักใช้เลนส์ชนิดนี้ถ่าย ภาพทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ อีกทั้งยังให้มุมมองเปอร์สเป็คทีฟเกินจริง เช่น สามารถทำให้ วัตถุที่อยู่ใกล้ดูมีขนาดใหญ่ขึ้นและใกล้ขึ้น และวัตถุที่อยู่ไกลดูมีขนาดเล็กลงและอยู่ห่าง มากขึ้น จึงนิยมใช้คุณลักษณะนี้ในการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมเพื่อทำให้อาคารดูน่า สนใจมากขึ้น (เลนส์ที่ถือว่าเป็นเลนส์มุมกว้างคือ เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสไม่เกิน 35 มม.) 82
เลนส์มาโคร เลนส์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายภาพต้นไม้ แมลง อาหาร ของตกแต่งชิ้นเล็กและเครื่อง ประดับ รวมถึงตัวแบบอื่นที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากมี ระยะโฟกัสใกล้มาก หมายความว่าคุณสามารถถ่ายภาพตัวแบบโดยวางเลนส์ไว้ ใกล้ตัวแบบมากๆ ได้ อัตราขยายภาพอย่างน้อย 1:1 หมายความว่าคุณจะยังคงได้ภาพระยะใกล้ขนาดเท่า จริงโดยที่ตัวแบบยังคงเต็มเฟรม เลนส์มาโครมีระยะชัดลึกที่ตื้นมาก หมายความว่าตัวแบบที่ใกล้กับกล้องมากๆ จะดู คมชัดและอยู่ในระยะโฟกัส ส่วนบริเวณรอบๆ จะอยู่นอกโฟกัสและเบลอ ทำให้เรา นิยมใช้เลนส์มาโครในการถ่ายภาพพอร์ตเทรต 83
เลนส์ เลนส์เทเลโฟโต้ ช่วย \"ดึง\" ตัวแบบที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้ขึ้น และทำให้ตัวแบบดูมีขนาดใหญ่และใกล้ขึ้น กว่าความเป็นจริง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสัตว์ป่า กีฬา รถยนต์ และการแข่งขัน จักรยาน รวมถึงตัวแบบอื่นๆ ที่ถ่ายในระยะใกล้ได้ยากและขึ้นชื่อในเรื่องเอฟเฟ็กต์การ บีบภาพที่ทำให้ตัวแบบดูใกล้กันมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์มาตรฐาน (ปกติ) เลนส์ เทเลโฟโต้สามารถถ่ายภาพให้มีแบ็คกราวด์เบลอมากๆ ได้ เนื่องมาจากเหตุผลสอง ประการคือ 1) ระยะชัดลึกที่ตื้นขึ้น 2) วัตถุนอกโฟกัสที่อยู่ห่างไกลถูก \"ดึง\" ให้เข้ามาใกล้และขยายใหญ่ขึ้นจนส่วนที่เบลอดู มีขนาดใหญ่ขึ้น 84
เลนส์ เราจึงสามารถใช้คุณลักษณะเฉพาะนี้เบลอองค์ประกอบในแบ็คกราวด์ที่ดึงความสนใจ ไปจากภาพและนำความสนใจของผู้ชมไปสู่ตัวแบบของคุณ คุณสมบัติพิเศษประการที่สี่ของเลนส์เทเลโฟโต้คือ ทำให้ภาพบิดเบี้ยวน้อยลงเมื่อเทียบ กับเลนส์ประเภทอื่นอย่างเลนส์มุมกว้าง จึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต 85
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 86
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 87
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 4. เส้นผ่านศูนย์กลางเลนส์ เส้นผ่านศูนย์กลางเลนส์ คือ ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเลนส์เมื่อวัตถุส่วนหน้าสุดของเลนส์ ตัวเลขนี้สำคัญมากเมื่อต้องเลือกซื้อฝาครอบ เลนส์หรือฟิลเตอร์ให้พอดีกับเลนส์ที่มีอยู่ 88
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 89
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 5. แหวนโฟกัส แหวนโฟกัส คือ วงแหวนบนตัวเลนส์ซึ่งทำหน้าที่ขยับองค์ประกอบ ภายในเลนส์เพื่อให้ภาพถ่ายที่ออกมาอยู่ในโฟกัสชัดเจน คุณสามารถปรับโฟกัสได้โดย การหมุนแหวนโฟกัส แต่มีข้อแม้ว่าโหมดโฟกัสอัตโนมัติจะต้องปิดอยู่ถึงแม้ว่าเลนส์ส่วน ใหญ่จะมาพร้อมกับสมบัติโฟกัสอัตโนมัติ แต่คุณสามารถควบคุมการโฟกัสของกล้อง ด้วยตัวเองโดยใช้แหวนโฟกัส หากต้องการหารโฟกัสที่เหมาะกับตัวแบบให้หมุนแหวน โฟกัสตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกา 6. ระบบภาพกันสั่น ระบบภาพกันสั่นจะมีประโยชน์มากสำหรับการถ่ายภาพด้วยมือใน บริเวณที่มีแสงน้อย (ในร่มหรือกลางแจ้งตอนกลางคืน) ในสถานที่ที่ห้ามใช้แฟลชหรือไม่ สามารถตั้งค่าความไวชัตเตอร์เร็วๆ ได้ 90
องค์ประกอบต่างๆ ของเลนส์กล้อง DSLR 7. AF/M-F ย่อมาจากโฟกัสอัตโนมัติและโฟกัสแบบแมนวล โดยฟังก์ชั่นโฟกัสอัตโนมัติ จะปรับเลนส์กล้องให้โฟกัสตัวแบบที่คุณกำลังถ่ายโดยอัตโนมัติ ส่วนโฟกัสแบบแมนวลจะ ช่วยให้คุณถ่ายรายละเอียดของภาพถ่ายในระยะใกล้ได้ คุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ฟังก์ชัน โฟกัสแบบแมนวลง่ายๆ เพียงแค่กดสวิตซ์บนกระบอกเลนส์แล้วหมุนแหวนโฟกัสเพื่อปรับ โฟกัส 8. สเกลบอกระยะ สเกลบอกระบบจะบอกระยะห่างจากเลนส์ของตัวแบบที่จะปรากฎใน โฟกัส หากระยะห่างมากๆสเกลบอกระยะจะแสดงค่าเป็นอินฟินิตี้ สเกลบอกระยะมี ประโยชน์ตอนที่ตัวแบบอยู่ใกล้มากๆ ซึ่งแทนที่จะหมุนแหวนโฟกัสเพื่อหาระยะโฟกัสที่ เหมาะสมให้คุณปรับระยะห่างหรือระยะถ่ายภาพมาโครใหต่ำเข้าไว้ซึ่งจะช่วยลดภาระใน การปรับโฟกัสของคุณได้ 91
ขั้นตอนการถ่ายรูป ขั้นตอนการถ่ายรูป 1.เปิดกล้อง ปุ่มเปิดปิดกล้อง 2. ตั้งค่าตามความต้องการ 3. กดชัตเตอร์ลงครึ่งนึงเพื่อโฟกัส 4. กดอีกครั้งเพื่อถ่าย 92
แนะนำอุปกรณ์เสริมเบื้องต้น ของกล้อง DSLR
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151