การสอ่ื สารขอ้ มูลและเครอื ข่าย บทที่ 9 เครอื ข่ายไรส้ ายจดั ทาโดยนางสาวจุฑามาศ แก่นจนั ทร์เลขท่ี 2 ปวส.2 คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ หอ้ ง 2
ความหมายของเครอื ขา่ ยไรส้ าย คือ ระบบการสื่อสารขอ้ มูลที่นามาใชท้ ดแทน หรือเพิ่มต่อกบั ระบบเครือขา่ ยแลนใชส้ ายแบบด้งั เดิมโดยใชก้ ารสง่ คลน่ื ความถ่ีวทิ ยุในยา่ นวทิ ยุ RF และคลืน่ อินฟราเรดในการรบั และสง่ ขอ้ มลู ระหวา่ งคอมพิวเตอรแ์ ต่ละเครื่องผ่านทางอากาศ ทะเล กาแพง เพดาน หรือสิ่งก่อสรา้ งอ่ืนๆ โดยปราศจากความตอ้ งการของการเดินสายสือ่ กลางประเภทไรส้ ายการส่อื สารขอ้ มลู แบบไรส้ ายน้ ีสามารถสง่ ขอ้ มลู ไดท้ ุกทิศทางโดยมีอากาศเป็ นตวั กลางในการสือ่ สาร 1) คลน่ื วทิ ยุ (Radio Wave) วธิ ี การสื่อสารประเภทน้ ีจะใชก้ ารสง่ คล่ืนไปในอากาศ เพื่อส่งไปยงั เครื่องรบั วิทยุโดยรวมกบัคลน่ื เสียงมีความถ่ีเสยี งที่เป็ นรปู แบบของคล่นื ไฟฟ้ า ดงั น้ันการสง่ วทิ ยุกระจายเสียงจึงไม่ตอ้ งใชส้ ายส่งขอ้ มลู และยงั สามารถส่งคลื่นสญั ญาณไปไดร้ ะยะไกล ซ่ึงจะอยใู่ นช่วงความถี่ระหว่าง 104 - 109เฮิรตซ์ ดังนั้ัน เครื่องรบั วิทยุจะตอ้ งปรบั ช่องความถี่ใหก้ ับคล่ืนวิทยุท่ีส่งมา ทาใหส้ ามารถรบั ขอ้ มลู ได้อยา่ งชดั เจน
2) สญั ญาณไมโครเวฟ (Microwave) เป็ นสอื่ กลางในการสื่อสารที่มีความเรว็ สงู ส่งขอ้ มูลโดยอาศยั สญั ญาณไมโครเวฟ ซ่ึงเป็ นสญั ญาณคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้ าไปในอากาศพรอ้ มกบั ขอ้ มูลท่ีตอ้ งการสง่ และจะตอ้ งมีสถานีท่ีทาหนา้ ท่ีสง่และรบั ขอ้ มลู และเนื่องจากสญั ญาณไมโครเวฟจะเดินทางเป็ นเสน้ ตรง ไมส่ ามารถเล้ ยี วหรือโคง้ ตามขอบโลกที่มีความโคง้ ได้ จึงตอ้ งมีการต้งั สถานีรบั - สง่ ขอ้ มลู เป็ นระยะๆ และส่งขอ้ มูลต่อกันเป็ นทอดๆระหว่างสถานีต่อสถานีจนกว่าจะถึงสถานีปลายทาง และแต่ละสถานีจะต้งั อยู่ในท่ีสูง ซ่ึงจะอยู่ในชว่ งความถ่ี 108 - 1012 เฮิรตซ์3) แสงอินฟราเรด (Infrared) คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ าท่ีมคี วามถ่ีอยใู่ นชว่ ง 1011 – 1014 เฮิรตซ์ หรอื ความยาวคล่นื 10-3 –10-6 เมตร เรียกวา่ รงั สอี ินฟราเรด หรอื เรยี กอีกอยา่ งหน่ึงวา่ คลื่นความถ่ีสน้ั (Millimeter waves)ซ่ึงจะมียา่ นความถี่คาบเก่ียวกบั ยา่ นความถ่ีของคลน่ื ไมโครเวฟอยบู่ า้ ง วตั ถุรอ้ น จะแผ่รงั สีอินฟราเรดท่ีมีความยาวคลน่ื ส้นั กวา่ 10-4 เมตรออกมา ประสาทสมั ผสั ทางผิวหนังของมนุษยส์ ามารถรบั รงั สีอินฟราเรด ลาแสงอินฟราเรดเดนิ ทางเป็ นเสน้ ตรง ไม่สามารถผ่านวตั ถุทึบแสง และสามารถสะทอ้ นแสงในวสั ดุผิวเรยี บไดเ้ หมือนกบั แสงทวั่ ไปใชม้ ากในการสอ่ื สาร ระยะใกล้
4) ดาวเทียม (satilite) ไดร้ บั การพัฒนาข้ ึนมาเพื่อหลีกเล่ียงขอ้ จากัดของสถานีรับ - ส่งไมโครเวฟบนผิวโลกวตั ถุประสงค์ในการสรา้ งดาวเทียมเพ่ือเป็ นสถานีรับ - ส่งสัญญาณไมโครเวฟบนอวกาศ และทวนสญั ญาณในแนวโคจรของโลก ในการสง่ สญั ญาณดาวเทียมจะตอ้ งมีสถานีภาคพ้ ืนดินคอยทาหน้าที่รบัและสง่ สญั ญาณข้ ึนไปบนดาวเทียมที่โคจรอยสู่ ูงจากพ้ ืนโลก 22,300 ไมล์ โดยดาวเทียมเหล่าน้ัน จะเคล่ือนที่ดว้ ยความเร็วที่เท่ากับการหมุนของโลก จึงเสมือนกับดาวเทียมน้ันอยนู่ ่ิงอยู่กบั ท่ี ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ทาใหก้ ารส่งสัญญาณไมโครเวฟจากสถานีหนึ่ งข้ ึนไปบนดาวเทียมและการกระจายสญั ญาณ จากดาวเทียมลงมายงั สถานีตามจุดต่างๆ บนผิวโลกเป็ นไปอยา่ งแม่นยา ดาวเทียมสามารถโคจรอยู่ได้ โดยอาศัยพลังงานที่ไดม้ าจากการเปล่ียน พลงั งานแสงอาทิตย์ ดว้ ย แผงโซลาร์ (solarpanel)5) บลทู ธู (Bluetooth) ระบบสื่อสารของอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคแบบสองทาง ดว้ ยคลื่นวิทยุระยะส้นั (Short-RangeRadio Links) โดยปราศจากการใชส้ ายเคเบ้ ิล หรือ สายสญั ญาณเชื่อมต่อ และไม่จาเป็ นจะตอ้ งใชก้ ารเดินทางแบบเสน้ ตรงเหมือนกับอินฟราเรด ซ่ึงถือว่าเพ่ิมความสะดวกมากกว่าการเช่ือมต่อแบบอินฟราเรด ที่ใชใ้ นการเชื่อมตอ่ ระหวา่ งโทรศพั ทม์ ือถือ กบั อุปกรณ์ ในโทรศพั ท์เคล่ือนที่รุ่นก่อนๆ และในการวิจยั ไม่ไดม้ ุง่ เฉพาะการสง่ ขอ้ มลู เพยี งอยา่ ง
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: