บทท่ี 3 วิธีดำเนินการ 3.1 กลุ่มเปา้ หมาย 1 เชงิ ปริมาณ - เดก็ เยาวชน และประชาชนท่ัวไป ในเขตพ้นื ทอ่ี ำเภอปง 150 คน 2 เชงิ คุณภาพ - เด็ก เยาวชน และประชาชนในเขตพ้ืนท่ีอำเภอปงได้เรียนรู้ผ่านสื่อส่งเสริมการอ่าน สร้างนิสัยรัก การอา่ น 3.2 ขัน้ ตอนดำเนนิ การ 3.2.1 ประชมุ วางแผนผทู้ ่ีเกยี่ วขอ้ ง 3.2.2 เขยี นโครงการเพือ่ ขออนมุ ัติ 3.2.3 ประสานงานภาคีเครือขา่ ยและผเู้ ก่ียวข้อง/จัดทำคำสง่ั 3.2.4 จัดเตรียมวสั ดอุ ุปกรณ์ 3.2.5 ดำเนินงานตามโครงการ 3.2.6 วดั ผลประเมินผลโครงการ/สรปุ โครงการเป็นรปู เลม่ 3.2.7 นำผลประเมินโครงการมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขในคร้งั ตอ่ ไป กิจกรรม 1 ประดิษฐ์ตุงไสห้ มู 2. วาดภาพระบายสี 3. เลา่ นทิ านให้นอ้ งฟงั 4. ประดิษฐส์ ่อื สร้างสรรคผ์ า่ นการอ่าน 5. ส่งเสริมการอา่ นสรา้ งเสริมอาชพี 3.3 เครือ่ งมือท่ใี ช้ประเมนิ 3.4 การวเิ คราะหข์ ้อมูล ผ้ปู ระเมนิ ไดใ้ ชว้ ิธีการวิเคราะหข์ ้อมลู โดยใช้โปรแกรมประมวลผลทางคอมพวิ เตอร์ เครื่องมือที่ใช้ประเมนิ ในครัง้ นี้ คือแบบประเมนิ ความพึงพอใจ 11
บทท่ี 4 ผลที่เกดิ ขึ้น ในการจัดกิจกรรม “โครงการพอ.สว.เคลือ่ นที่ กศน.นำความรู้ส่ชู ุมชน ประจำปี 2562” มวี ตั ถปุ ระสงคด์ ังนี้ 1. เพื่อส่งเสรมิ ปลกู ฝงั นิสัยรักการอ่านใหก้ ับเด็ก เยาวชน และประชาชนทวั่ ไป 2. เพ่อื เพ่มิ โอกาสและช่องทางการรบั รู้และเรียนรู้ให้กบั เยาวชนในทอ้ งถ่นิ ห่างไกลในชนบท 3. เพอ่ื เพ่ิมความหลากหลายในด้านการบรกิ ารของงานหอ้ งสมุดและตอบสนองความต้องการของ ผ้ใู ช้บริการ จากการจัดกิจกรรรมโครงการพอ.สว.เคล่ือนท่ี กศน.นำความรู้สู่ชุมชน ประจำปี 2562 เป้าหมายของ โครงการ 150 มผี ู้เขา้ ร่วมกิจกรรม 151 คน ขอ้ มูลทั่วไป ร้อยละ ตารางที่ 1 จำนวนรอ้ ยละของเพศ ผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรม 45.03 รายการ 54.97 เพศ ชาย หญงิ แผนภูมิแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม 45.03 54.97 12
ตารางที่ 2 จำนวนร้อยละของอายุของผตู้ อบแบบสอบถามในการเขา้ รว่ มโครงการ ชว่ งอายุ รายการ คิดเป็น ร้อยละ 0 - 6 ปี 4.32 7 - 15ปี 20.37 16 - 35ปี 27.78 36 – 50 ปี 22.22 51 ปขี ึน้ ไป 25.31 100 รวม แผนภมู แิ สดงช่วงอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม 25.31 4.32 20.37 22.22 0 - 6 ปี 7 - 15 ปี 16 - 35 ปี 36 - 50 ปี 51 ปี ขนึ ้ ไป 27.78 13
ตารางที่ 3รอ้ ยละของระดับการศกึ ษาช้นั สูงสดุ ของผูต้ อบแบบสอบถาม รายการ คดิ เปน็ ร้อยละ ระดับการศึกษา ต่ำกวา่ ประถมศึกษา 22.22 ประถมศึกษา 25.93 ม.ตน้ 20.99 ม.ปลาย / ปวช. 12.96 ปรญิ ญาตรี 10.49 อื่น ๆ 7.41 100 รวม แผนภูมิแสดงระดบั การศกึ ษาของผู้ตอบแบบสอบถาม 7.41 22.22 25.93 10.49 ต่ำกวำ่ ประถมศกึ ษำ ประถมศกึ ษำ 12.96 ม.ต้น ม.ปลำย / ปวช. 20.99 ปริญญำตรี อื่น ๆ 14
ตารางที่ 4 จำนวนรอ้ ยละของความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดบั รายละเอียด 54 3 21 ดีมาก ดี ปานกลาง นอ้ ย ปรบั ปรุง 1. รปู แบบการจดั กิจกรรม 69.14 19.75 11.11 - - 16.32 - - 2. ระยะเวลาของในการจดั กจิ กรรม/โครงการ 62.69 20.99 8.03 - - 3. สงิ่ อำนวยความสะดวก การบรกิ ารดา้ นสถานที่ 71.60 20.37 8.64 - - 9.88 - - หอ้ งน้ำห้องสว้ ม 11.11 - - 9.88 - - 4. การประชาสมั พันธ์กิจกรรม/โครงการ 77.16 14.20 6.17 - - 5. สถานทีจ่ ัดกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 70.37 19.75 6. การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรม 71.61 17.28 7. ประโยชนท์ ่ไี ด้รับจากการเข้ารว่ มกจิ กรรม 74.07 16.05 8. ความพงึ พอใจโดยรวมในการเขา้ ร่วมโครงการน้ี 78.40 15.43 แผนภูมแิ สดงรอ้ ยละของความพึงพอใจของผตู้ อบแบบสอบถาม มำกที่สดุ มำก 90.00 ปำนกลำง 80.00 น้อย 70.00 น้อยท่ีสดุ 60.00 50.00 40.00 30.00 20.00 10.00 0.00 15
บทท่ี 5 สรปุ อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ ในการจดั กจิ กรรม “โครงการพอ.สว.เคล่อื นที่ กศน.นำความร้สู ่ชู ุมชน ประจำปี 2562” มีวตั ถุประสงค์ดงั น้ี 1. เพอ่ื ส่งเสรมิ ปลกู ฝังนิสัยรักการอา่ นให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนท่วั ไป 2. เพอื่ เพ่มิ โอกาสและช่องทางการรบั รู้และเรยี นรู้ให้กบั เยาวชนในท้องถ่ินห่างไกลในชนบท 3. เพื่อเพิ่มความหลากหลายในด้านการบริการของงานหอ้ งสมดุ และตอบสนองความต้องการของ ผ้ใู ชบ้ ริการ สรปุ ผู้เข้าร่วมกจิ กรรม “โครงการ พอ.สว.เคล่ือนท่ี กศน.นำความร้สู ู่ชมุ ชน ประจำปี 2562” สว่ นใหญ่เป็น ประชาชนท่ัวไประดับชน้ั ประถมศึกษาท่ีได้ให้ความสนใจและร่วมมือเป็นอยา่ งดีในการทำกจิ กรรมและการเรยี นรู้ มีความกระตือรอื ร้นในการทำกิจกรรม ผลจากแบบสอบถามของผเู้ ข้าร่วมโครงการดังน้ี 1. รปู แบบการจดั กิจกรรม อยใู่ นระดบั ดมี าก คิดเปน็ ร้อยละ 69.14 2. ระยะเวลาของในการจัดกิจกรรม/โครงการ อยูใ่ นระดบั ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 62.69 3. ส่ิงอำนวยความสะดวก การบริการด้านสถานท่ี ห้องนำ้ ห้องสว้ ม อยใู่ นระดับ ดีมาก คดิ เป็นร้อยละ 71.60 4. การประชาสัมพนั ธ์กจิ กรรม/โครงการ อยใู่ นระดับ ดมี าก คดิ เปน็ ร้อยละ 77.16 5. สถานท่จี ัดกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม อยูใ่ นระดบั ดมี าก คดิ เป็นร้อยละ 70.37 6. การมีส่วนร่วมในกิจกรรม อยใู่ นระดบั ดีมาก คดิ เป็นร้อยละ 71.61 7. ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรม อยใู่ นระดบั ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 74.07 8. ความพึงพอใจโดยรวมในการเขา้ ร่วมโครงการนี้ อยูใ่ นระดบั ดมี าก คดิ เป็นร้อยละ 78.40 16
อภปิ รายผล 1. ผู้เข้าร่วมโครงการ จากเป้าหมาย 150 คน มผี ู้เขา้ รว่ มโครงการจริง รวมจำนวน 151 คน 2. ลกั ษณะทั่วไปของกล่มุ เปา้ หมาย พบวา่ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 83 คน คิดเป็นร้อยละ 54.97 เพศชาย จำนวน 68 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 45.03 3. ชว่ งอายขุ องผู้เข้าร่วมกจิ กรรมระดบั มากที่สดุ อยูใ่ นช่วงอายุระหว่าง 16-35 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ 27.78 ระดับมาก อยใู่ นช่วงอายุระหว่าง 51 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 25.31 ระดบั ปานกลาง อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 36-50 ปี คดิ เป็น ร้อยละ 22.22 ระดบั น้อย อยู่ในชว่ งอายุระหวา่ ง 7-15 ปี คิดเป็นรอ้ ยละ 20.37 ระดบั น้อยทีส่ ุด อยู่ในช่วงอายุ ระหว่าง 0-6 ปี คิดเป็นร้อยละ 4.32 4. ระดบั การศึกษาท่เี ขา้ รว่ มกิจกรรมากทสี่ ดุ อยู่ในระดบั ประถมศึกษา คดิ เป็นร้อยละ 25.93 ระดบั มาก อยู่ใน ระดับต่ำกว่าประถมศึกษา คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.22 ระดบั ปานกลาง อยใู่ นระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น คิดเป็นร้อยละ 20.99 ระดบั น้อย อยู่ในระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายคิดเปน็ รอ้ ยละ 12.96 ระดับน้อยทสี่ ุด อยูใ่ นระดับ ปริญญาตรี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 10.49 และระดับอืน่ ๆ คดิ เปน็ ร้อยละ 7.41 17
รูปกจิ กรรม วนั ที่ 21 ธันวาคม 2561 บา้ นห้วยเอย๋ี น 18
รปู กจิ กรรม วนั ท่ี 27 ธนั วาคม 2561 บา้ นน้ำคะ 19
รปู กิจกรรม วันที่ 23 มกราคม 2562 บา้ นหว้ ยกอก 20
รูปกจิ กรรม วนั ท่ี 8 มีนาคม 2562 บ้านน้ำปกุ 21
รปู กจิ กรรม วันที่ 4 มิถุนายน 2562 โรงเรยี นบ้านสันตสิ ขุ 22
ทป่ี รึกษา คณะผู้จัดทำ 1. นายรฐั วฒั นุธรรม 2. นางเยาวนนั ท์ ถูกจิตร ผูอ้ ำนวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศยั อำเภอปง ครอู าสาสมัคร กศน. คณะทำงาน 1. นายชาตรี ไชยรตั น์ ครู คศ.1 2. นางเยาวนันท์ ถูกจิตร ครอู าสาสมัคร กศน. 3. นายธีรเจต อนิ เต็ม ครอู าสาสมัคร กศน. 4. นายธีรศักด์ิ โพธิ์ธรรม ครอู าสาสมัคร กศน. 5. นายอำนาจ เลศิ คำ ครูอาสาสมัคร กศน. 6. นายนติ ิ เวยี งคำ ครูอาสาสมัคร กศน. 7. นายสมบัติ เมอื งเจียง ครอู าสาสมัคร กศน. 8. นายวฒุ พิ งษ์ พันธพ์ ัฒนกุล ครอู าสาสมัคร กศน. 9. นายชนญั ชติ ภูตวิ ธูสิริ ครูอาสาสมัคร กศน. 10 .นางสาวนาถอนงค์ ชนาทิป ครูอาสาสมัคร กศน. 11. นายวรี ยุทธ บญุ ตอ่ ครู กศน.ตำบล 12. นายถวิล จนั ทรแ์ ว่น ครู กศน.ตำบล ครู กศน.ตำบล 13. นางสาวสาธติ า วงค์ขัติย์ บรรณารักษ์อัตราจา้ ง 14. นางสาววรรณนดิ า จำรสั ผ้รู วบรวม/เรียบเรยี ง บรรณารักษ์อตั ราจ้าง นางสาววรรณนิดา จำรัส บรรณารักษ์อัตราจา้ ง บรรณารักษ์อตั ราจ้าง ผวู้ เิ คราะหข์ อ้ มูลจากแบบสอบถาม พนักงานพิมพ์ ส.3 นางสาววรรณนิดา จำรัส ศิลปกรรมและออกแบบปก นางสาววรรณนดิ า จำรัส ผ้จู ดั ทำเขา้ รูปเล่ม นายปยิ ะ ซื่อสตั ย์ 23
หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอปง ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอปง สำนักงาน กศน.จงั หวดั พะเยา
รายงานผลการดำเนนิ งาน โครงการ หอ้ งสมดุ เคลอื่ นทน่ี ำความรสู้ ชู่ ุมชน ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๒ (ระหวา่ งวนั ท่ี ๕ กรกฎาคม - ๒๓ สงิ หาคม ๒๕๖๒)
ก คำนำ เอกส ารฉบับน้ีจัดทำขึ้นเพ่ือรายงานผ ลการดำเนินงาน โครงการห้องสมุดเคล่ือนที่นำความรู้ สู่ชุมชน ปี ๒๕๖๒ โดยห้องสมุดประชาชน ได้จัดโครงการขึ้นระหว่างวันท่ี ๕ กรกฎาคม – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านพร้อมท้ังนำรถโมบาย (ห้องสมุดเคล่ือนท่ี) ไปให้บริการในเขตพื้นท่ีอำเภอปง อาทิเช่น โรงเรียนอนุบาลปง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลแม่ยม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลงิม โรงเรียนบ้านแม่ทาย เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจะปรับไปตามพ้ืนท่ีและกลุ่มเป้าหมายท่ีให้บริการ ท้ังน้ี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัยของเด็กและเยาวชน บุคคลท่ัวไปให้มีนิสัยรักการอ่าน และเพ่ือให้เด็ก มคี วามสขุ สนุกสนานเพลดิ เพลนิ ซึ่งจะชว่ ยพัฒนาความรูค้ วามสามารถของเดก็ ตอ่ ไปได้ หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารรายงานผลการดำเนินงานฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ จะได้ศึกษาคน้ คว้าตอ่ ไป ( นางสาววรรณนดิ า จำรัส ) บรรณารกั ษ์อตั ราจา้ ง
ข หนา้ สารบญั ก ข เรื่อง 3 คำนำ สารบญั 4 บทท่ี 1 บทนำ 8 - ความเปน็ มาและความสำคัญ - วตั ถุประสงค์ 9 - ขอบเขตของโครงการ 13 บทที่ 2 เอกสารทเี่ กี่ยวข้อง - ความหมายของห้องสมุดเคล่อื นที่ - ความสำคัญของห้องสมดุ - ประเภทของห้องสมุดเคลื่อนท่ี - รูปแบบและวิธดี ำเนินงานห้องสมดุ เคล่ือนที่ - รูปแบบหนังสือเคลอ่ื นท่ี บทท่ี 3 วิธีดำเนินการ - กล่มุ เปา้ หมาย - ขนั้ ตอนดำเนินการ - กิจกรรม บทที่ 4 ผลท่เี กดิ ขึ้น บทท่ี 5 สรปุ และอภิปราย ภาคผนวก - ภาพกจิ กรรม - โครงการ
บทท่ี ๑ บทนำ ๑.๑ ความเปน็ มาและความสำคัญ หอ้ งสมุดประชาชน มีหน้าที่สำคญั ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับประชาชน โดกิจกรรม ท่ีส่งเสริมการอ่านในชุมชนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัยและให้ห้องสมุดประชาชนทุกแห่งดำเนิน งานใหบ้ รกิ ารรถโมบาย เพ่ือสง่ เสรมิ การอ่านในชุมชนให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น ห้องสมุดประชาชนอำเภอปง ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ให้กับ กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อำเภอปง นอกจากจะให้บริการหนังสือน่าอ่านแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมอ่ืนๆที่น่าสนใจ เพ่ือกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ห้องสมุดประชาชนอำเภอปงจึงร่วมกับครู กศน.ตำบล ในพ้ืนท่ี จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยจัดทำโครงการห้องสมุดเคล่ือนท่ีนำความรู้ สูช่ มุ ชน ปี 2562 ขึน้ ๑.๒ วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือส่งเสริม สนับสนุน การอ่าน/การเรียนรู้ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่าง กว้างขวาง ทว่ั ถึงทุกพน้ื ท่ี 2. เพือ่ เพิ่มชอ่ งทางและโอกาสการอ่าน/การเรียนรูใ้ หก้ ล่มุ เป้าหมาย 3. เพ่ือสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และประชาสมั พนั ธ์กจิ กรรมการศกึ ษาตามอัธยาศยั อธั ยาศยั อำเภอปง ๑.๓ ขอบเขตของโครงการ ห้องสมุดประชาชนอำเภอปง สังกัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ปง รว่ มกับ กศน.ตำบล จดั โครงการหอ้ งสมุดเคลื่อนท่ีนำความรูส้ ่ชู ุมชน ปี ๒๕๖๒ พร้อมทง้ั นำรถโมบาย (ห้องสมุด เคลื่อนที่) ไปใหบ้ ริการในเขตพ้ืนที่อำเภอปง โดยมีเดก็ เยาวชน ประชาชน เขา้ รว่ มกิจกรรม จำนวน 459 คน ๑.๔ ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ - กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน/การ เรยี นรู้ อย่างกวา้ งขวาง ทวั่ ถึงทุกพืน้ ที่
บทที่ ๒ เอกสารที่เกย่ี วข้อง ความหมายของห้องสมดุ เคล่ือนที่ ห้องสมุดเคล่ือนท่ี (Mobile library) เป็นบริการสารสนเทศเคลื่อนที่ นับเป็นการจัดบริการ ในเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมการอ่าน และการให้ความรู้และความบันเทิงแก่ผู้ท่ีอยู่ห่างไกล จากแหล่งข้อมูล โดยนำทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ เช่น ส่ือสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ เกมส์ ของเล่น ฯลฯ ไปยงั ชุมชนด้วยพาหนะ ประเภทต่างๆ เช่น รถ รถไฟ เรอื ฯลฯ หรอื บางแห่งอาจใช้วธิ ีการเดินทางด้วยเท้าในกรณี ที่สามารถเขา้ ถึงด้วยพาหนะอ่นื การดำเนินการห้องสมุดเคล่ือนที่ สามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ประเภทต่างๆ บรรจุทรัพยากร สารสนเทศ เคลอ่ื นยา้ ยไปยงั สถานท่ตี า่ งๆ เช่นกลอ่ งหนงั สอื ถุงหนังสอื ย่ามหนงั สือ กระเปา๋ หนังสอื เปน็ ตน้ สว่ นใหญ่ การดำเนินการห้องสมุดเคล่ือนท่ีของประเทศไทยอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ด้านการศึกษาของรัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ รวมท้ังเป็นงานบริการประเภทหนึ่งของห้องสมุดประชาชน ย่ิงกว่านั้น ปัจจุบันห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ภาควิชาบรรรารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ รวมท้ังชมรม นักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับห้องสมุดเคลื่อนท่ี มีการจัดโครงการหลายโครงการที่ เขา้ ขา่ ยห้องสมดุ เคลอื่ นท่ี การดำเนนิ งานห้องสมุดเคล่ือนที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้น หน่วยงานที่ดำเนินการ ควรประสาน ขอความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมท้ังกลุ่มบุคคลหรือบุคคลท่ีเป็นผู้นำชุมชน เช่น พระ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น สำหรับการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเอกชน อาจเป็นการขอรับการสนับสนุน พาหนะ วสั ดุอุปกรณแ์ ละงบประมาณในการดำเนนิ งาน การจัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นการจัดบริการโดยใช้แนวคิดทั้งงานห้องสมุดและ ศูนย์ การเรียน ซึ่งอาจจัดการเรียนการสอนหลักสูตรสั้นๆ ร่วมไปกับงานบริการพ้ืนฐานของห้องสมุด เช่น บริการการอ่าน บริการยืม-คืน เป็นต้น นอกจากนี้ อาจเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการในการ ออกใหบ้ ริการหอ้ งสมดุ เคลื่อนที่แตล่ ะครั้งด้วย ความสำคญั ของห้องสมุดเคลื่อนท่ี ห้องสมุดเคล่ือนท่ีนับเป็นรูปแบบหนึ่งของการบริการความรู้สู่ชุมชน ที่มีความสำคัญในด้าน ต่างๆ ดงั นี้ 1. เป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างท่ัวถึง และส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต แก่ประชาชน เพื่อพัฒนาตนเอง สังคมประเทศชาติต่อไป ทั้งน้ีเพราะห้องสมุดเคลื่อนท่ีมีลักษณะเคลื่อนย้ายความรู้ ไปสู่พ้ืนท่ีต่างๆ ซ่ึงสอดคล้องกับแนวศึกษาสมัยใหม่ของรัฐ โดยเห็นได้จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 4 มาตราที่ 25 ระบุ ไว้ว่า “ รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดต้ังแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์กีฬาและนันทนาการ และแหล่งเรียนรู้อื่นอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ” (สำนกั คณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ 2542 : 14) 2. เป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ ทำให้ประชาชนท่ีอยู่ห่างไกลความเจริญ การคมนาคมไม่สะดวก และด้อยโอกาสในการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศได้มีโอกาสสามารถรับรู้ข่าวสารในสาขาวิชา การตา่ งๆ ได้มากข้ึน
3. เป็นการส่งเสริมการอ่านใหป้ ระชาชนได้รับความรู้ความเพลิดเพลินจากการอ่าน เหน็ คุณค่า ของการอ่าน และปลกู ฝังนสิ ัยรกั การอ่านรวมทงั้ ป้องกนั การไมร่ ูแ้ ละการลืมการรหู้ นังสือ 4. เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาตนเอง อันเป็น พ้ืนฐานท่จี ะนำไปส่คู วามก้าวหนา้ ของสังคมและประเทศชาตติ อ่ ไป ประเภทของห้องสมุดเคลือ่ นท่ี ห้องสมุดเคล่ือนท่ีสามารถดำเนินการได้ในหลายลักษณะท้ังทางบกและทางน้ำ ทั้งนี้ข้ึนอยู่กับ สภาพการคมนาคมหรอื ท้องถ่ินท่ีชุมชนตั้งอยู่ เท่าท่ีผ่านมาหน่วยงานหลายแห่งได้จัดห้องสมุดเคล่ือนท่ีในลักษณะ ตา่ งๆ ห้องสมดุ เคล่อื นที่บางแห่งยุตกิ ารดำเนินงานไปแล้ว บางแห่งยังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งเป็นจุดด้อยของห้องสมุด เคลื่อนที่ ท่ีมักดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลจากการขาดการเอาใจใส่ การขาดงบประมาณและบุคลากร ใน การดำเนนิ การอยา่ งต่อเนอ่ื งและจรงิ จัง 1. ห้องสมุดเคลอื่ นท่ีทางนำ้ เป็นการบรกิ ารที่ม่งุ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนท่ีอาศัยอยูร่ ิมนำ้ โดยใชเ้ รอื เป็นพาหนะ หรือ ที่เรียกว่าห้องสมุดเรือหรือห้องสมุดลอยน้ำ เพื่อบริการแก่ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตลุ่มน้ำหรือตามริมน้ำ เนื่องจากประชาชนท่ีอาศัยอยู่ริมน้ำ มีวิถีชีวิตและการเดินทางสัญจร โดยทางน้ำเป็นหลัก ปัจจุบันหน่วยงานที่ จดั ห้องสมุดเคลอื่ นทีท่ ่นี ่าสนใจคือ - เรือห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับความ ร่วมมือจากกองทัพเรือมอบเรือที่ปลดระวางการใช้งานแล้วและดัดแปลงเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ ทรัพยากร สารสนเทศท่ีใหบ้ ริการ ประกอบด้วยหนังสือหลากหลายประเภท วดี ีทศั นแ์ ละบทเรียนสำเรจ็ รูป บรกิ ารสารสนเทศ ท่ีจัดคือ บริการการอ่าน บริการยืม-คืน บริการจองหนังสือ ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการนั้นมีหลาย ลกั ษณะ อาทิ การแขง่ ขันตอบปัญหาชงิ รางวลั การวาดภาพ การแข่งขนั การอ่านและการเขียน เปน็ ต้น การให้บริการจะแล่นลอยลำไปให้บริการตามจุดต่างๆ ท่ีกำหนดไว้ ในแต่ละวันจอดให้บริการ ตาม ทา่ ทกี่ ำหนด ทง้ั น้จี ะมตี าราง ประชาสัมพันธก์ ารให้บริการลว่ งหนา้ - เรือนางนพมาศ ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเรือขนาด 2 ชั้น รูปแบบ ของกิจกรรมการให้บรกิ ารแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะได้แกเ่ ปน็ หอ้ งสมดุ เคลอ่ื นทีแ่ ละศูนยก์ ารเรียนเคลอ่ื นท่ีทางน้ำ การจัดบริการเรือนางนพมาศนั้น มีการจัดทรัพยากรสารสนเทศหลายประเภท โดยเน้นหนังสือ ท่มี ีเน้ือหาสอดคลอ้ ง กับชีวิตประชาชนริมน้ำที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพอนามัย กฎหมายท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายครอบครัว กฎหมายที่ดิน เป็นต้น รวมท้ังหนังสือด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ของกรุงเทพมหานคร วัฒนธรรม ประเพณี และอารยธรรมแถบลุ่มน้ำ นอกจากน้ีมีส่ือโสตทัศน์ประเภทวีดีทัศน์ และแถบเสยี งทม่ี เี นื้อหาส่งเสรมิ ดา้ นอาชพี สารคดี ธรรมะและบนั เทงิ 2. ห้องสมดุ เคลอ่ื นทท่ี างบก เป็นการจัดห้องสมุดเคลื่อนที่โดยใช้รถประเภทต่างๆ เป็นพาหนะให้บริการเคลื่อนที่ไปตาม ชุมชนในท้องทีต่ ่างๆ ทัง้ ในชนบทและในเขตเมอื ง เช่น ชุมชนแออัด เขตก่อสร้าง โรงงานเป็นต้น ห้องสมุดเคลื่อนที่ ทางบกทนี่ ่าสนใจคอื - รถห้องสมุดศูนย์การเรียนเคล่ือนที่ เป็นห้องสมุดเคล่ือนท่ีที่ใช้รถประจำทางขององค์ การขนส่งมวลชนกรงุ เทพเป็นพาหนะ และดำเนนิ การโดยกระทรวงศกึ ษาธกิ าร มีรถใช้ดำเนินการอยู่ 3 คัน รถแต่ ละคนั จัดบริการแตกต่างกัน รถคันท่ี 1 สำหรบั บรกิ ารเดก็ ในชุมชนแออัด เขตก้อสร้าง มูลนิธิสงเคราะห์ต่างๆ และ โรงเรียนท่ีขาดแคลนหนังสือ โดยจัดบริการเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร รถคันท่ี 2 บริการกลุ่มนักศึกษา การศึกษานอกระบบที่มีการจัดกิจกรรมการพบกลุ่ม โดยจัดในบริเวณโรงเรียน วัด โรงงาน ส่วนรถคันท่ี 3
สำหรับบริการประชาชนท่ัวไป โดยจัดตามสถานท่ีต่างๆ เช่นบ้านคนชราบางแค ชุมชนแออัด ฯลฯ ท้ังนี้ทรัพยากร สารสนเทศ และกิจกรรมที่จัดในรถแต่ละคันจะเลือกหนังสือและกิจกรรมที่เหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมายท่ีมา ใช้บริการ - ห้องสมุดเคลื่อนท่ีรถพ่วงขนาดเล็ก เป็นห้องสมุดที่ใช้รถพ่วงขนาดเล็กเป็นพาหนะ ดำเนินการ โดยศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยดัดแปลงภายในเป็นช้ันหนังสือ ด้านข้างของรถท้ัง 2 ด้าน เป็นบอร์ดนิทรรศการ ทรัพยากรสารสนเทศที่ให้บริการ ประกอบด้วยหนังสือที่เน้น หนังสือเด็ก หนังสือแนะนำอาชีพ วีดีทัศน์ และเกมส์ต่างๆ นอกจากบริการห้องสมุดแล้ว ยังมีการฝึกฝนอาชีพ ง่ายๆ เช่น การตัดผม การซ่อมรถ เป็นต้น การออกให้บริการจะหมุนเวียนไปในชนบทที่ขาดแคลน การรับรู้ ข่าวสารประมาณเดอื นละ 2-3 ครั้ง นอกจากน้ี การจัดห้องสมุดเคล่ือนท่ียังสามารถดำเนินการได้โดยนำทรัพยากรสารสนเทศ บรรจุใส่ ในอปุ กรณ์ประเภทตา่ งๆ นำเคลอื่ นยา้ ยออกใหบ้ ริการในสถานทตี่ ่างๆ วัสดุอุปกรณ์ทใ่ี ช้ บรรจุทรพั ยากรสารสนเทศ เคล่ือนที่ไปให้บริการในที่ต่างๆ มีหลายประเภท ตัวอย่างโครงการห้องสมุดเคล่ือนท่ีที่ใช้วัสดุ อุปกรณ์บรรจุ ทรพั ยากรสารสนเทศที่น่าสนใจ คอื - โครงการชุดความรู้สู่ชนบท ของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใช้กล่องหนังสือ เคล่ือนย้ายไปสถานท่ีต่างๆ ภายในกล่องบรรจุหนังสือ แผ่นพับ ภาพ ฯลฯ โยแต่ละกล่องมีหัวเร่ืองกำกับไว้ ชัดเจน ภายใต้ฝาเปิด - ปิด แต่ละกล่องมีการแจ้งรายการวัสดุ ท่ีอยู่ภายในกล่อง ผู้ประสงค์ใช้บริการสามารถ เลือกอ่านตามความสนใจ และความต้องการ หนังสือมีหลายประเภท เช่น หนังสือเด็ก การวางแผนครอบครัว สุขภาพอนามัย ยาเสพติด ฯลฯ โดยนำกล่องหนังสือไปไว้ ณ ที่อ่านประจำหมู่บ้าน โดยมีผู้นำชุมชนเช่น กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้รับผิดชอบในการให้บริการยืม-คืน ตลอดจนผู้ใช้สามารถ ยืมย่ามความรู้ไปอ่านท่ีบ้านได้ด้วย โดยกำหนดช่วงเวลา การยมื และการหมุนเวยี น ไปในจดุ ตา่ งๆ ตามกำหนด - โครงการส่งเสริมการอ่านของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใช้ย่ามบรรจุทรัพยากร สารสนเทศเคล่ือนย้ายไปในสถานที่ต่างๆ ย่ามความรู้จัดแจกเป็นใบๆ ตามหัวข้อเรื่องที่กำหนดผู้ใช้บริการสามารถ เลือกย่ามความรู้ในหัวข้อเร่ืองตามความสนใจ จัดให้บริการตามห้องสมุดโรงเรียนในชนบท โดยมีครูบรรณารักษ์ รับผดิ ชอบในบริการ ยืม-คืน ตลอดจนผใู้ ช้สามมารถยมื ยา่ มความรไู้ ปอา่ นทบี่ า้ นไดด้ ้วย โดยกำหนดชว่ งเวลาการยืม และการหมนุ เวยี น ทั้งนี้จะเปลี่ยนทรัพยากรสารสนเทศในยา่ มความรู้สม่ำเสมอ - ห้องสมุดเคล่ือนท่ีของศูนย์วิทยพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ปัจจุบันมีศูนย์วิทพัฒนา จำนวน 10 ศูนย์ กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆท่ัวประเทศ การให้บริการมีลักษณะเช่น ใช้กระเป๋าหนังสือทำ ด้วยไม้บรรจุทรัพยากรสารสนเทศ เคล่ือนย้ายไปสถานที่ต่างๆ ท่ีกำหนดพร้อมการทำกิจกรรมอื่นๆ ของ มหาวิทยาลัย - ห้องสมุดเคล่ือนที่ของห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จังหวัดนครราชสีมา ใช้ถุงหนังสือบรรจุ ทรัพยากรสารสนเทศเคลื่อนท่ี ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษาท้ังในและนอก ระบบโรงเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายทเ่ี ป็นกลุ่มเด็กด้อยโอกาส คนพิการ ผทู้ ี่อยู่หา่ งไกลจากห้องสมุดหรืออาจจะมาใชห้ ้องสมุด ไม่สะดวก เพื่อวัตถุประสงค์ เพื่อวัตถุประสงค์ให้ได้รับข่าวสารที่ทันสมัย รวมท้ังส่งเสริมการเรียนและการอ่าน ภายในถุงหนังสือบรรจุ หนังสือประเภทต่างๆ โดยมีอาสาสมัครบริการถุงหนังสือ เคล่ือนที่ไปบริการในชุมชน มีกำหนดระยะเวลาการเปลี่ยนทรพั ยากรสารสนเทศในถงุ
รปู แบบและวธิ ดี ำเนนิ งานหอ้ งสมดุ เคลือ่ นท่ี ห้องสมุดเคล่ือนที่ สามาดำเนินการได้ทั้งทางบกและทางน้ำโดยใช้พาหนะแตกต่างกัน ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เกวียน หรือเรือ ท้ังน้ีแล้วแต่สภาพการคมนาคมหรือท้องถ่ินท่ีชุมชนนั้นตั้งอยู่ และ เรียกชอ่ื แตกตา่ งกันออกไป เชน่ ตู้หนังสือเคล่ือนที่ หีบหนังสือส่ปู ระตบู า้ น หรอื หนงั สือมีขา เป็นต้น รูปแบบหนงั สอื เคลอ่ื นที่ ห้องสมุดเคล่อื นท่ีสามารถจดั ได้หลายรูปแบบ ทส่ี ำคญั ได้แก่ 1. กระเป๋าหนังสือเคลื่อนที่ จัดโดยการคัดเลือกหนังสือใส่กระเป๋า ซึ่งอาจทำโดยผ้าหรือไม้ขนาด ต่างๆ กันแล้วแต่ขนาดของสถานทที่ ี่จะนำออกไปให้บริการ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนที่ด้อยโอกาสในการ เข้าถึงข่าวสารและด้อยโอกาสในการศึกษา เช่น ชาวชนบท ชาวเขา ที่ดำเนินการห้องสมุดเคล่ือนที่ในรูปแบบน้ี ได้แก่ โครงการหนังสือสัญจรสำหรับผูใ้ ช้แรงงาน สโมสรเด็กเคล่ือนที่ โครงการหนังสือสัญจรเพื่อเดก็ ในชนบทและ เด็กในโรงเรียนของมูลนิธเิ พือ่ การพัฒนาเด็ก กระเป๋าหนงั สอื เคลอื่ นท่ีของสมาคมพฒั นาการอ่านของเด็ก เป็นต้น 2. หีบหนงั สือ จดั โดยการคดั เลอื กหนังสอื ประเภทตา่ งๆ ใสห่ ีบซึ่งอาจทำดว้ ยอีบกุ ไม้ หรือสังกะสี แล้วนำออกไปให้บริการแก่ประชาชนถึงท่ีอยู่อาศัย เช่น โครงการหีบหนังสือสู่ประตูบ้าน โครงการหีบอีบุกบรรจุ หนงั สือ หรือโครงการหบี หนงั สอื ซึง่ ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชนท่ัวไป 3. ถุงหนังสือ เป็นบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน ท่ีจัดขึ้นโดย ใชถ้ ุงบรรจุหนังสือประมาณ 20 เล่ม หมุนเวยี นให้ชาวบา้ นในชนบทไดอ้ า่ น โดยมีครอู าสาสมคั รเปน็ ผู้เดินแจก 4. ห้องสมุดเรือหรอื ห้องสมดุ ลอยน้ำ เปน็ บรกิ ารท่จี ดั ใหป้ ระชาชนที่ต้งั บ้านเรือนอยู่ริมแมน่ ้ำ หรือ ทะเล เช่น ห้องสมุดเรือของโครงการศึกษานอกโรงเรียน เรือควีนอลิซาเบทท่ี 2 ซ่ึงเป็นเรือโดยสารข้ามทวีป ที่มหี อ้ งสมุดอยู่บนดาดฟา้ ของเรอื 5. รถยนต์เคล่ือนที่ เป็นห้องสมุดเคลื่อนท่ีที่จัดโดยใช้รถยนต์บรรทุกหนังสือออกให้บริการแก่ ประชาชนท่ีอยู่ตามท้องถ่ินต่างๆ ทั้งในชนบทและในเมือง เช่น โครงการห้องสมุดเคล่ือนที่เพื่อชุมชนในชนบท โครงการห้องสมดุ เคลือ่ นท่ีสำหรับชุมชนชาวเขา โครงการตู้หนงั สอื เคลื่อนทส่ี ำหรบั เดก็ 6. ห้องสมุดรถไฟ เป็นการจัดบริการหนังสือให้แก่ประชาชนที่เดินทางด้วยรถไฟ เช่น โครงการ ส่งเสรมิ การอา่ นบนรถไฟ บริการห้องสมุดเคล่ือนท่ีนั้นสามารถจัดได้หลายรูปแบบแตกต่างกันตามสภาพของท้องถิ่น แต่เป้าหมายท่ีสำคัญคือ การให้ข่าวสารและความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ เพ่ือการส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา เพื่อความเพลิดเพลิน และเพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาชีพของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย หรือบุคคลอื่นๆ เพ่ือร่วมจัด กิจกรรมและเพอื่ การประชาสัมพนั ธ์
บทที่ ๓ วิธีดำเนินการ 3.1 กลุ่มเปา้ หมาย 1 เชิงปรมิ าณ - เดก็ นักเรยี น เยาวชน และประชาชนในเขตพื้นทีอ่ ำเภอปง 6 ตำบล รวม 300 คน 2 เชงิ คุณภาพ - กลุม่ เป้าหมายได้รับบรกิ ารส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน/การเรียนรู้ อยา่ งกว้างขวาง ทว่ั ถงึ และมคี ุณภาพ 3.2 ข้นั ตอนดำเนนิ การ 3.2.1 ประชุมวางแผนผ้ทู ีเ่ กยี่ วขอ้ ง 3.2.2 เขยี นโครงการเพอ่ื ขออนมุ ัติ 3.2.3 ประสานงานภาคเี ครอื ขา่ ยและผูเ้ กยี่ วขอ้ ง/จัดทำคำส่งั 3.2.4 จดั เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ 3.2.5 ดำเนนิ งานตามโครงการ 3.2.6 วดั ผลประเมินผลโครงการ/สรุปโครงการเป็นรปู เลม่ 3.2.7 นำผลประเมนิ โครงการมาปรับปรุงแก้ไขในคร้ังตอ่ ไป กจิ กรรม 1 กจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นและการเรยี นรู้ร่วมกับ กศน.ตำบล ๒ รถโมบายส่งเสริมการอา่ นเคลอ่ื นท่ี 3 รบั สมคั รสมาชิกหอ้ งสมุดประชาชนฯ ฟรี 4 กจิ กรรมเดก็ เรียน เด็กรู้ (ครเู ลา่ นทิ านใหเ้ ด็กฟัง) 5 กิจกรรมระบายสี 6 พบั กระดาษรูปสัตว์ 7 หนงั สือทฉ่ี นั ชอบมอบให้คนอ่นื อา่ น 3.3 เครอ่ื งมือที่ใชป้ ระเมนิ 3.4 การวเิ คราะหข์ ้อมูล ผปู้ ระเมนิ ไดใ้ ชว้ ิธีการวเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใช้โปรแกรมประมวลผลทางคอมพวิ เตอร์ เคร่อื งมอื ท่ีใช้ประเมินในคร้ังน้ี คอื แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
บทที่ 4 ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ ในการจัดกจิ กรรม “โครงการหอ้ งสมุดเคลอ่ื นทนี่ ำความรสู้ ชู่ ุมชน ปี 2562” มวี ัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพอ่ื สง่ เสริม สนบั สนุน การอ่าน/การเรียนรู้ และปลกู ฝังนิสยั รักการอา่ นใหก้ บั กลมุ่ เป้าหมายอย่าง กว้างขวาง ท่ัวถึงทกุ พื้นที่ 2. เพ่อื เพิ่มชอ่ งทางและโอกาสการอา่ น/การเรียนรใู้ ห้กลุม่ เป้าหมาย 3. เพ่ือสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และประชาสัมพนั ธก์ ิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศยั อัธยาศยั อำเภอปง ขอ้ มูลท่ัวไป ตารางที่ 1 จำนวนรอ้ ยละของเพศ ผู้เข้ารว่ มกิจกรรม รายการ จำนวนผเู้ ข้ารว่ ม ร้อยละ เพศ 49.67 50.33 ชาย 228 หญิง 231 แผนภมู ิแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ชาย, หญิง, 49.67 50.33
ตารางที่ 2 จำนวนรอ้ ยละของอายขุ องผ้ตู อบแบบสอบถามในการเขา้ ร่วมโครงการ ช่วงอายุ รายการ คิดเปน็ รอ้ ยละ 0 - 6 ปี 18.08 7 – 15 ปี 69.93 16 – 35 ปี 9.59 36 – 50 ปี 2.40 51 ปขี ึน้ ไป - รวม 100 แผนภูมแิ สดงชว่ งอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม 51 ปีขึ้นไป, 0 36 – 16 – 35 ปี, 9.59 50 ป,ี 2.4 0 - 6 ป,ี 18.08 7 – 15 ปี, 69.93
ตารางที่ 3ร้อยละของระดับการศึกษาชน้ั สงู สุดของผ้ตู อบแบบสอบถาม รายการ คิดเป็น รอ้ ยละ ระดับการศึกษา ต่ำกวา่ ประถมศึกษา 14.81 ประถมศึกษา 53.38 ม.ต้น 4.58 ม.ปลาย / ปวช. 5.66 ปรญิ ญาตรี 21.57 100 รวม แผนภูมิแสดงระดับการศึกษาของผูต้ อบแบบสอบถาม ๑๐.๔๙ ๑๔.๘๑ ต่ากว่าประถมศึกษา ๕.๖๖ ประถมศึกษา ม.ตน้ ๔.๕๘ ๕๓.๓๘ ม.ปลาย / ปวช. ปรญิ ญาตรี
ตารางท่ี 4 จำนวนร้อยละของความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดับ รายละเอียด 54 3 21 ดมี าก ดี ปานกลาง น้อย ปรับปรงุ 1. รปู แบบการจัดกิจกรรม 67.13 18.97 13.9 - - 2. ระยะเวลาของในการจัดกิจกรรม/โครงการ 60.11 21.08 18.81 - - 3. ส่ิงอำนวยความสะดวก การบริการด้านสถานที่ - - หอ้ งนำ้ ห้องส้วม 70.84 20.37 8.79 4. การประชาสัมพนั ธ์กจิ กรรม/โครงการ 71.31 13.05 15.64 - - 5. สถานทจ่ี ัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม 71.61 17.33 11.06 - - 6. การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม 77.16 14.2 8.64 - - 7. ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการเข้าร่วมกิจกรรม 72.22 15.43 12.35 - - 8. ความพึงพอใจโดยรวมในการเขา้ ร่วมโครงการน้ี 79.01 14.36 6.63 - - แผนภูมิแสดงรอ้ ยละของความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม มากท่สี ุด มาก 90.00 ปานกลาง 80.00 น้อย 70.00 น้อยทส่ี ุด 60.00 50.00 40.00 30.00 20.00 10.00 0.00
บทที่ 5 สรุป อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะ ในการจดั กิจกรรม “โครงการหอ้ งสมดุ เคลื่อนท่นี ำความรูส้ ู่ชุมชน ปี 2562” มีวตั ถปุ ระสงค์ดังนี้ 1. เพ่ือสง่ เสริม สนับสนุน การอา่ น/การเรียนรู้ และปลูกฝงั นิสัยรกั การอา่ นให้กบั กลมุ่ เปา้ หมายอย่าง กวา้ งขวาง ท่วั ถงึ ทุกพื้นท่ี 2. เพ่อื เพิ่มชอ่ งทางและโอกาสการอ่าน/การเรียนรใู้ หก้ ลมุ่ เปา้ หมาย 3. เพ่ือส่งเสริมความรว่ มมือ และประชาสมั พันธก์ ิจกรรมการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อัธยาศัยอำเภอปง สรุป ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการห้องสมุดเคล่ือนที่นำความรู้สู่ชุมชน ปี 2562” ส่วนใหญ่เป็นเด็ก เยาวชน ระดับชั้นประถมศึกษาที่ได้ให้ความสนใจและร่วมมือเป็นอย่างดี ในการทำกิจกรรมและการเรียนรู้มี ความกระตอื รือรน้ ในการทำกจิ กรรม ผลจากแบบสอบถามของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการดังนี้ 1. รปู แบบการจัดกิจกรรม อยใู่ นระดบั ดีมาก คดิ เปน็ ร้อยละ 67.13 2. ระยะเวลาของในการจัดกิจกรรม/โครงการ อยู่ในระดบั ดมี าก คิดเป็นร้อยละ 60.11 3. สงิ่ อำนวยความสะดวก การบริการด้านสถานที่ ห้องน้ำห้องสว้ ม อยใู่ นระดับ ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 70.84 4. การประชาสมั พนั ธก์ จิ กรรม/โครงการ อยู่ในระดบั ดมี าก คดิ เป็นร้อยละ 71.31 5. สถานที่จดั กจิ กรรมมีความเหมาะสม อยู่ในระดับ ดมี าก คดิ เปน็ ร้อยละ 71.61 6. การมสี ว่ นร่วมในกิจกรรม อยูใ่ นระดบั ดีมาก คดิ เปน็ ร้อยละ 77.16 7. ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั จากการเขา้ รว่ มกจิ กรรม อยู่ในระดับ ดมี าก คดิ เป็นร้อยละ 72.22 8. ความพงึ พอใจโดยรวมในการเขา้ รว่ มโครงการนี้ อยู่ในระดบั ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 79.01
อภิปรายผล 1. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ จากเปา้ หมาย 300 คน มีผเู้ ข้าร่วมโครงการจริง รวมจำนวน 459 คน 2. ลกั ษณะท่ัวไปของกลุ่มเปา้ หมาย พบวา่ ส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง จำนวน 231 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 50.33 เพศชาย จำนวน 228 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 49.67 3. ชว่ งอายุของผู้เข้ารว่ มกจิ กรรมระดับมากท่ีสุด อยใู่ นช่วงอายรุ ะหว่าง 7-15 ปี คดิ เปน็ ร้อยละ 69.93 ระดับ มาก อยู่ในชว่ งอายรุ ะหวา่ ง 0-6 ปี คิดเปน็ ร้อยละ 18.08 ระดบั ปานกลาง อยู่ในชว่ งอายุระหว่าง 16-35 ปี คดิ เปน็ ร้อยละ 9.59 ระดบั น้อย อยู่ในชว่ งอายุระหวา่ ง 36-50 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.40 4. ระดบั การศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมมากทีส่ ุด อยู่ในระดับ ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 53.38 ระดับมาก อย่ใู น ระดบั ปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 21.57 ระดับปานกลาง อยู่ในระดบั ต่ำกว่าประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 14.81 ระดับน้อย อยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คิดเป็นร้อยละ 5.66 ระดับน้อยที่สุด อยู่ในระดับ มัธยมศึกษา ตอนต้น คิดเป็นรอ้ ยละ 4.58 ขอ้ เสนอแนะ ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะอื่นๆ เพ่ิมเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ได้ ประมวลผลโดยนำขอ้ เสนอแนะมานำเสนอ สรุปผลได้ดงั น้ี 1. อยากใหจ้ ดั ช่วงเสาร์-อาทิตย์ 2. ตอ้ งการใหม้ กี จิ กรรมอื่นๆ เชน่ ประกวดเล่านทิ าน ประกวดวาดภาพ เปน็ ต้น
รปู กิจกรรม วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2562 ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กเทศบาลปง
รปู กิจกรรม วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 โรงเรยี นอนบุ าลปง (บา้ นนาปรงั )
รปู กิจกรรม วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 โรงเรยี นอนบุ าลปง (บา้ นนาปรงั )
รูปกจิ กรรม วนั ที่ 30 กรกฎาคม 2562 ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กองคก์ ารบริหารส่วนตำบลขุนควร
รูปกจิ กรรม วันท่ี 31 กรกฎาคม 2562 โรงเรียนอนบุ าลเทศบาลแมย่ ม
รูปกจิ กรรม วันท่ี 14 สงิ หาคม 2562 โรงเรยี นบ้านดอนเงนิ
รูปกจิ กรรม วันท่ี 14 สิงหาคม 2562 โรงเรยี นบา้ นแมท่ าย
รปู กิจกรรม วนั ที่ 16 สงิ หาคม 2562 ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลควร
รูปกจิ กรรม วนั ที่ 23 สงิ หาคม 2562 ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลงมิ
คณะผจู้ ัดทำ ท่ปี รึกษา 1. นายรฐั วฒั นธุ รรม ผอู้ ำนวยการศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและตามอัธยาศยั อำเภอปง 2. นางเยาวนันท์ ถกู จติ ร ครอู าสาสมัคร กศน. คณะทำงาน 1. นายชาตรี ไชยรตั น์ ครู คศ.1 2. นางเยาวนนั ท์ ถูกจติ ร ครอู าสาสมัคร กศน. 3. นายถวิล จันทรแ์ วน่ ครู กศน.ตำบล 4. นางสาวสาธิตา วงค์ขตั ยิ ์ ครู กศน.ตำบล 5. นางดวงสมร ตาคำ ครู กศน.ตำบล 6. นางรตั ติยา มณีชัย ครู กศน.ตำบล 7. นางสาวกฤตยาภรณ์ สนิท ครู กศน.ตำบล 8. นายพิรณุ กลุ ชวาล ครู กศน.ตำบล 9. นางธิตวิ รรณ ซื่อสตั ย์ ครู กศน.ตำบล 10. นายมานนท์ ใจมาเครือ ครู กศน.ตำบล 11. นางสาวนิษฐา มโนชยั ครู กศน.ตำบล 12. นางจรรยา ยิ่งบุญมา ครูสอนคนพิการ 13. นางสาวนภาพร สะสวย ครสู อนคนพิการ 14. นางสาววรรณนิดา จำรสั บรรณารักษอ์ ตั ราจ้าง ผรู้ วบรวม/เรยี บเรยี ง นางสาววรรณนดิ า จำรสั บรรณารักษอ์ ตั ราจ้าง ผวู้ ิเคราะห์ขอ้ มลู จากแบบสอบถาม นางสาววรรณนิดา จำรสั บรรณารักษอ์ ัตราจ้าง ศิลปกรรมและออกแบบปก นางสาววรรณนิดา จำรัส บรรณารักษอ์ ัตราจ้าง ผ้จู ัดทำเข้ารปู เล่ม นายปิยะ ซือ่ สตั ย์ พนักงานพิมพ์ ส.3
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอปง สำนักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั พะเยา สำนักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก คำนำ ห้องสมุดประชาชนอำเภอปง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปง ได้จัดโครงการส่งเสริมการอ่านเนื่องใน “วันเด็กแห่งชาติ 2562” ข้ึนในวันท่ี 12 มกราคม 2562 เพ่ือเป็น การส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ เด็ก และเยาวชนเห็นความสำคัญของการอ่าน เพื่อให้เด็กกล้าคิด กลา้ แสดงออก รวมถึงให้เด็ก เยาวชน ผ้ปู กครอง ได้ทำกิจกรรมร่วมกนั หอ้ งสมุดประชาชนอำเภอปง มกราคม 2562
ข หนา้ ก สารบญั ข 1 เรอ่ื ง คำนำ 2 สารบัญ บทที่ 1 บทนำ 7 - ความเปน็ มาและความสำคัญ 8 - วัตถุประสงค์ 12 - ขอบเขตของโครงการ บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง - ความหมายของเดก็ - ประวัติความเปน็ มาของวนั เด็กแห่งชาติ - การจัดงานวนั เดก็ ในประเทศไทย - กจิ กรรมตา่ งๆ ท่ีควรจดั ในวันเดก็ - คำขวัญวันเด็ก บทท่ี 3 วธิ ีดำเนินการ - กลุม่ เปา้ หมาย - ขัน้ ตอนดำเนินการ - กิจกรรม บทท่ี 4 ผลทเ่ี กดิ ขึ้น บทท่ี 5 สรปุ และอภปิ ราย ภาคผนวก - ภาพกิจกรรม - โครงการ
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญ เด็กซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลท่ีสำคัญยิ่งต่อประเทศชาติ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ บ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบไป เด็กจึงควรเตรียมตัวที่จะเป็นกำลังของชาติ ด้วยการขยันหมั่นศึกษา หาความรู้และใช้เวลาให้เปน็ ประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบตั ิตนอยู่ในระเบียบวินยั มีความขยันหมัน่ เพียรต้ังใจ ทำงานด้วยความรับผิดชอบยึดมั่นในความซ่ือสัตย์ สุจริต ตลอดจนมีความเมตตากรุณาช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ดังคำขวัญวันเด็กประจำปี 2562 ที่ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” ประกอบกับห้องสมุดประชาชนอำเภอปง สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศัยอำเภอปง จงั หวดั พะเยา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทางห้องสมุด ประชาชนอำเภอปง จึงได้จัดทำโครงการ “ส่งเสริมการอ่านเน่ืองในวันเด็กแห่งชาติ 2562 ”โดยสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์และนโยบายของสำนักงาน กศน. โดยการเพ่ิมอัตราการอ่านของเด็ก เยาวชน ในการทำกิจกรรม เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยใช้ห้องสมุดประชาชนเป็นกลไกของสังคมแห่งการเรียนรู้ ท้ังนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ของห้องสมุดประชาชนอำเภอปง นั้นถือได้ว่าเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็ก และเยาวชนอยา่ งแท้จรงิ 1.2 วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือเป็นการสง่ เสริมนิสยั รักการอ่านให้แกเ่ ดก็ และเยาวชน เห็นความสำคัญของการอ่านใหม้ ากข้ึน 2. เพอ่ื ใหเ้ ด็กกลา้ คิด กล้าแสดงออก 3. เพ่ือให้เด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง ได้ทำกจิ กรรมร่วมกัน 1.3 ขอบเขตของโครงการ ห้องสมดุ ประชาชนอำเภอปงอำเภอปง สังกัดศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอปง ได้จัดโครงการส่งเสริมการอ่านเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2562 ขึ้น ณ ท่ีว่าการอำเภอปง โดยมีเด็กและเยาวชน เขา้ ร่วมกิจกรรมจำนวน 174 คน 1
บทที่ 2 เอกสารท่เี ก่ยี วข้อง ความหมายของเด็ก จากคำกล่าวที่ว่า อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนหน่ึงต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพชีวติ ของเด็ก ในประเทศนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้ การพิทักษ์รักษาคุ้มครองทางด้านกฎหมาย ตลอดจนให้ ความสำคัญแก่เดก็ ๆ เพราะถือวา่ เดก็ คอื มนุษย์ที่ยังออ่ นอยู่ทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจ ตามพจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ใหค้ วามหมาย ของคำวา่ \"เดก็ \" ไว้ดงั นี้ เด็ก หมายถึง คนทมี่ ีอายยุ ังนอ้ ย ยังเลก็ เด็กชาย คือ คำนำเรียกเด็กผชู้ ายทีม่ อี ายุไมเ่ กิน 14 ปบี รบิ รู ณ์ เด็กหญิง คอื คำนำเรยี กเด็กผู้หญงิ ที่มีอายุไมเ่ กิน 14 ปบี รบิ รู ณ์ เมอ่ื ปีพทุ ธศักราช 2498 ได้เกิดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเดก็ ข้นึ โดยองค์การสหประชาชาตทิ ำให้ท่ัวโลกเกิดความ ต่ืนตัว และเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ ของตนมากข้ึน การขานรับในการนี้จากประเทศต่าง ๆ เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันน้ันเอง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศต่างก็จัดงานฉลองวัน เด็กแห่งชาติของประเทศตนข้ึน โดยกำหนดวันจันทรแ์ รกของเดือนตุลาคมของทุกปี เปน็ วันเด็กแหง่ ชาติ การจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติในแต่ละประเทศขณะน้ัน มีรูปแบบท่ีคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ โดย ยึดหลักการใหค้ วามสำคัญแก่เด็กเป็นวัตถุประสงค์หลัก โดยเปิดสถานท่ีราชการท่ีสำคัญเชน่ พิพธิ ภัณฑ์ รัฐสภา เป็น ต้น ให้เด็ก ๆได้เข้าชมและศึกษา บางแห่งจัดการแสดงมหรสพ มีการแจกอาหาร แข่งขันเกม แจกของขวัญ ฯลฯ ตอ่ มางานนี้ได้รับความสำคัญทว่ั โลกจึงได้จัดกันแพรห่ ลายมาถึงปัจจบุ นั ประวัติความเปน็ มาของวนั เดก็ แหง่ ชาติ วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยใน วันทำงานถดั ไป (วันจันทร)์ มีการใหค้ ำขวัญวนั เดก็ ทุกปโี ดยนายกรฐั มนตรีทดี่ ำรงตำแหน่งในขณะน้ัน งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เม่ือวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพ่ือให้ประชาชน เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพ่ือกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลกู ฝังให้เด็กมสี ว่ นร่วมในสังคม เตรยี มพรอ้ มใหต้ นเองเป็นกำลังของชาติ รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติข้ึนมาคณะหน่ึง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงาน ต่างๆ ท้ังภาครัฐบาลรัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติท้ังในส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพ่ือให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญ ของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ท่ีมีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ์เป็นประมขุ งานวันเด็กแห่งชาติจัดข้ึนทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เร่ิมจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปล่ียนเป็นวันเสาร์ท่ี 2 ของเดือน มกราคม เนอื่ งจากเห็นวา่ เปน็ ชว่ งหมดฤดูฝนและเป็นวนั หยุดราชการ จนถงึ ทกุ วนั น้ี Children's Day ปีพุทธศักราช 2498 อันเป็นปีท่ีทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันข้ึน ตามความเห็น คล้อยตามกับองค์การสหประชาชาติท่ีนำปัญหาเรื่องเด็กมาร่างเป็นปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็กขึ้นมาประเทศไทย ได้รับข้อเสนอของวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพ่ือสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรม 2
ประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพ่ือส่งเสริม ใหป้ ระชาชนเหน็ ความสำคัญของเดก็ ใหม้ ากข้นึ ดังทน่ี านาประเทศกำลงั ทำอยู่ ขณะนั้น สภาวัฒนธรรมแห่งชาติยังมิได้ถูกยุบเลิกไป คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงนำเร่ืองน้ี เข้าสู่ท่ีประชุมเพอื่ พิจารณา ในท่ีสุดทีป่ ระชุมไดเ้ ห็นชอบนำเร่ืองเสนอต่อคณะรฐั มนตรีในขณะน้ัน ตอ่ มาเมอ่ื วนั ท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการ ให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติข้ึน โดยมอบหมาย ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น ได้อนุมัติเงิน จากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ ดังน้ัน ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลอง วันเดก็ แห่งชาติเกิดข้ึนเป็นคร้งั แรก จากน้ันเป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวนั จันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีน้ัน มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปล่ียนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลว่า ในเดือนตุลาคม ประเทศไทยยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการ ต่อมากค็ ือ วันจันทร์เป็นวนั ปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจนการจราจร ก็ติดขดั คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามท่ีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ท่ีสองของ เดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ. 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศ เปล่ียนไดเ้ ลยวนั มาแล้วงานวนั เด็กแห่งชาติได้เริ่มจดั ขนึ้ มาใหม่อกี ครง้ั ใน พ.ศ. 2508 และจดั เร่ือยมาจนถงึ ปจั จุบัน การจดั งานวันเดก็ ในประเทศไทย ปีพุทธ ศักราช 2498 อันเป็นปีท่ีทั่วโลกเร่ิมจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันข้ึน ตามความเห็นคล้อย ตามกับองคก์ ารสหประชาชาตทิ น่ี ำปัญหาเร่อื งเดก็ มาร่างเป็น ปฏญิ ญาว่าดว้ ยสทิ ธขิ องเด็กขนึ้ มา ประเทศไทยได้รับข้อเสนอของนาย วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพ่ือสวัสดิภาพเด็กระหว่าง ประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็ก แหง่ ชาตขิ น้ึ เพือ่ สง่ เสรมิ ให้ประชาชนเหน็ ความสำคัญของเดก็ ใหม้ ากขึ้น ดังทนี่ านาประเทศกำลงั ทำอยู่ ขณะน้ัน สภาวัฒนธรรมแห่งชาติยังมิได้ถูกยุบเลิกไป คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงนำเรื่องน้ี เขา้ สทู่ ่ีประชุมเพ่อื พิจารณา ในที่สุดที่ประชุมไดเ้ หน็ ชอบนำเร่ืองเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะน้ัน ต่อมาเมอื่ วนั ท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498 ได้มีมติคณ ะรัฐมนตรีรับหลักการ ให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมาย ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงาน้ัน ได้อนุมัติเงิน จากกองสลากกนิ แบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ ดังน้ัน ในวันท่ี 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ประเทศไทย จึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนนั้ เป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวนั จันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปเี ป็นวนั เดก็ แหง่ ชาติ สำหรบั ประเทศ ไทย และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ.2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น มีความเห็นพ้อง ต้องกันว่า สมควรท่ีจะเสนอเปล่ียนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ เพ่ือความเหมาะสมด้วยเหตุผลว่า ในเดือน ตุลาคมสำหรับประเทศไทยเราเป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการต่อไปก็คือ วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจน การจราจรก็ติดขัด จึงเห็นว่าควรจะเปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมเสียทุกสิ่ง ทุกอย่างได้สะดวก สบายข้นึ และมีความเหมาะสมมากกว่า 3
จากข้อเสนอดังกล่าว คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติ เสนอ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 จึงประกาศเปล่ียนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมต้ังแต่บัดน้ีเป็นต้นมา ด้วยเหตุน้ีจึงส่งผลให้ปี พ.ศ.2507 ไม่มีงานวันเด็ก แหง่ ชาตดิ ว้ ยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแหง่ ชาติได้เริ่มจดั ข้ึนมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 และจัดเร่ือยมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาได้ ส่ีสิบกวา่ ปีแลว้ (งดจดั ในปี พ.ศ.2507 หนึ่งป)ี สำหรบั วัตถุประสงค์ของการจดั งาน วันเด็กแหง่ ชาติ เพ่ือให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือ สงเคราะหเ์ ด็กเป็นพเิ ศษ เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข เพ่ือให้เด็กรู้จักหนา้ ทข่ี องตนและอยู่ในระเบยี บวินยั อันดี เพอื่ เผยแพร่ปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิของเดก็ ปฏิญญาสากลวา่ ด้วยสิทธิเดก็ และเยาวชน ขององค์การสหประชาชาติ ขอ้ 1. เด็กและเยาวชนพึงไดร้ ับสทิ ธเิ ท่าเทยี มกันโดยปราศจากการแบ่งแยกหรอื กดี กัน ไมว่ ่าโดยวิธีใด ๆ ใน เร่ือง เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง เผ่าพันธ์ุแห่งชาติหรือสังคมทรัพย์สิน กำเนิด หรือ สถานะอน่ื ๆ ไม่วา่ จะของเดก็ หรือของครอบครัวก็ตาม ข้อ 2. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการพิทักษ์คุ้มครองเป็นพิเศษอันจะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาท้ังทางกาย ทางสมอง และจิตใจเพ่ือให้ร่วมอยู่ในสังคมได้อย่างปกติชน ขอ้ 3. เด็กและเยาวชนมสี ิทธทิ ี่จะได้มีชอ่ื และมสี ญั ชาติ แต่กำเนิด ข้อ 4. เด็กและเยาวชนพึงได้รับความม่ันคงทางสังคม และเติบโตอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นทั้งแม่และเด็กควร ไดร้ ับการดูแลและคุ้มครองเป็นพิเศษ ท้ังเม่ืออย่ใู นครรภ์ และภายหลังเมือ่ คลอดแล้วโดยได้รับสิทธิในเรือ่ งทอี่ ยอู่ าศัย ได้รบั อาหาร ได้รับการดูแลทางแพทย์ และโดยเฉพาะเด็ก ๆ ให้ได้รบั การเลน่ รน่ื เริงเพลดิ เพลนิ ดว้ ย ข้อ 5. เด็กและเยาวชนท่ีพิการทั้งทางร่างกาย สมอง และจิตใจ มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพิเศษ หมายถึง การดแู ลรักษาและการศกึ ษาที่เหมาะสมกับสภาวะของเดก็ โดยเฉพาะ ข้อ 6. เด็กและเยาวชนพึงได้รับความรัก และความเข้าใจอันจะช่วยพัฒนาบุคลิกของตน โดยเติบโตอยู่ใน ความรับผิดชอบของบิดา มารดาของเด็กเอง และในทุกกรณีเด็กจะต้องอยู่ในบรรยากาศท่ีเต็มไปด้วยความรักความ อบอุ่นปลอดภัย และไม่พลัดพรากจากพ่อแม่ในกรณีท่ีเด็กไม่มีครอบครัว หรือมาจากครอบครัวท่ียากจน และมีลูก มากกจ็ ะได้รบั ความชว่ ยเหลอื เป็นพเิ ศษ จากรฐั หรอื องค์การต่าง ๆ ข้อ 7. เด็กและเยาวชนมีสิทธิท่ีจะได้รับการศึกษาซ่ึงครูควรจะจดั ให้เปล่าอย่างน้อยในชั้นประถมศึกษา เพื่อ เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมโดยทั่ว ๆ ไป และให้เด็กเติบโตเป็นสมาชิกผู้ยังประโยชน์ต่อสังคมคนหนึ่ง การศึกษาน้ี คลุมไปถึงการแนะแนวทางชีวิต ซึ่งมีบิดามารดาเป็นผู้รับผิดชอบก่อนบุคคลอ่ืน ๆ เด็กจะต้องมีโอกาสได้รับความ สนกุ สนานเพลิดเพลนิ จากการเล่นและร่ืนเริงพร้อมกันไปดว้ ย ข้อ 8. เด็กและเยาวชนจะเปน็ บคุ คลแรกท่ไี ด้รบั การคมุ้ ครองและสงเคราะห์ในทกุ กรณี ข้อ 9. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการปกป้องให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง จากความโหดร้ายทารุณ และการถูก ขม่ เหง รังแกทุกชนิด เด็กจะต้องไม่กลายเปน็ สินค้า ไมว่ ่าในรูปใดจะต้องไมม่ ีการรับเด็กเขา้ ทำงานก่อนวัยอันสมควร 4
ไม่มีการกระทำใด ๆ อันจะมีชักจูงหรืออนุญาตเด็กให้จำต้องรับจ้างทำงาน ซ่ึงอาจะเป็นผลร้ายต่อสุขภาพของเด็ก หรอื เป็นเหตใุ ห้การพฒั นาทางกายทางสมองและทางจิตใจของเดก็ ตอ้ งเสื่อมลง ข้อ 10. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากการกระทำท่ีแสดงถึงการกีดกัน แบ่งแยกไม่ว่าทาง เชื้อชาติ ศาสนาหรือรูปใด ๆ เด็กจะต้องได้รับการเล้ียงดูให้เติบโตขึ้นมา ” ในภาวะแห่งจิตท่ีเต็มไปด้วยความเข้าอก เข้าใจ และมีการหย่อนหนักหย่อนเบามิตรภาพระหว่างชนชาติต่าง ๆ สันติภาพ และภาพสากล และด้วยการสำนึก เตม็ ท่วี ่าพละกำลงั และความสารถพเิ ศษในตัวเขา ควรจะอุทิศเพือ่ รบั ใชเ้ พือ่ นมนุษยด์ ว้ ยกนั ” กิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีควรปฏิบตั ิในวันเด็กแหง่ ชาติ - ใหเ้ ด็กได้รู้ถึงคุณคา่ บทบาท และความสำคญั ของตนเอง - เข้ารว่ มกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจัดขน้ึ ในโรงเรียน หมบู่ ้าน หรอื หน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครฐั และเอกชน เด็ก คือ ทรัพยากรท่ีสำคัญยิ่งของประเทศชาติ ซ่ึงจะเป็นกำลังท่ีสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า และม่ันคงอีกท้ังเป็นผู้ที่จะต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เพ่ือทำหน้าที่ดูแลสังคม ตลอดจนเศรษฐกิจ วฒั นธรรม ความเปล่ยี นแปลง และอืน่ ๆ ฯลฯ ดังนั้น ทุกสังคมจึงให้ความสำคัญแก่เด็ก และจัดให้มีวันเด็กขึ้นทุกปี เพ่ือให้เด็กรู้ถึงความสำคัญของตนเอง จะได้ประพฤติปฏิบัติตนให้สมกับเป็นผู้ท่ีมีความสำคัญของประเทศชาติ ด้วยการตั้งใจใฝ่ศึกษาเรียนรู้ ประพฤติ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย รู้จักการใช้เวลา ความคิด มีความขยันหม่ันเพียร มีความรับผิดชอบ และซ่ือสัตย์ สจุ ริต ฯลฯ คำขวัญวนั เดก็ คำขวัญวันเด็ก เป็น คำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เน่ืองในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดย คำขวัญวันเด็กมีขึ้นคร้ังแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ ซ่ึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คณุ ค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบ คำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ ถือเปน็ ธรรมเนยี มสืบเนื่องมาจนถึงปจั จบุ ัน 5
คำขวัญวันเด็ก 2562 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแหง่ ชาติ (คสช.) ได้มอบคำขวญั เน่ืองในวนั เดก็ แหง่ ชาติ ประจำปี 2562 คือ “เด็ก เยาวชน จิตอาสา รว่ มพัฒนาชาติ” เพลงวันเด็กแห่งชาติ เน้อื เพลงหนา้ ทีเ่ ด็ก (เดก็ เอย๋ เด็กด)ี เด็กเอย๋ เด็กดี ต้องมหี นา้ ทีส่ บิ อยา่ งด้วยกนั เดก็ เอ๋ยเด็กดี ต้องมหี นา้ ท่ีสบิ อยา่ งด้วยกัน หนง่ึ นับถอื ศาสนา สอง รักษาธรรมเนียมม่นั สาม เชอ่ื พ่อแม่ครอู าจารย์ ส่ี วาจานน้ั ต้องสุภาพอ่อนหวาน ห้า ยึดมน่ั กตัญญู หก เปน็ ผ้รู ้รู กั การงาน เจ็ด ตอ้ งศึกษาใหเ้ ช่ียวชาญ ตอ้ งมานะบากบ่นั ไม่เกยี จไมค่ รา้ น แปด รูจ้ ักออมประหยัด เก้า ตอ้ งซ่อื สัตยต์ ลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะกบั กาลสมัยชาตพิ ัฒนา สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์ร้บู าปบุญคุณโทษ สมบตั ชิ าติต้องรกั ษา เดก็ สมยั ชาตพิ ัฒนาจะเปน็ เด็กทพ่ี าชาตไิ ทยเจริญ 6
บทที่ 3 วธิ ดี ำเนินการ 3.1 กล่มุ เป้าหมาย เชงิ ปริมาณ เดก็ เยาวชนในเขตพื้นท่ีอำเภอปง จำนวน 100 คน เชิงคณุ ภาพ ผู้เข้ารว่ มกจิ กรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน มีนสิ ัยรักการอ่านมากข้นึ และมี ความกล้าคิด กลา้ แสดงออก 3.2 ขน้ั ตอนดำเนนิ การ 3.2.1 ประชุมวางแผนผทู้ ่เี ก่ียวขอ้ ง 3.2.2 จดั ทำโครงการ 3.2.3 ประสานงานผเู้ กีย่ วข้อง 3.2.4 จดั เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์ 3.2.5 ดำเนนิ งานตามโครงการ 3.2.6 วดั ผลประเมนิ ผลโครงการ/สรปุ โครงการเป็นรูปเลม่ 3.2.7 นำผลประเมินโครงการมาปรบั ปรงุ แก้ไขในครั้งต่อไป กจิ กรรม แข่งขันตอบปญั หา กจิ กรรมภาพวาดระบายสี กิจกรรมศิลปะหุ่นมือจากถงุ กระดาษ กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่าน 7
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110