ครผู ู้สอน นางสาววาชิตา สมบัตมิ าก (ครบู วิ )
ความเปน็ มาและความสาคญั ประเพณีลอยกระทงน้ัน ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่า ประเพณีน้ีได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคาแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนว้ี า่ \"พิธีจองเปรยี ง\" หรือ \"การลอยพระประทปี “ ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของ พราหมณ์ จัดข้ึนเพ่ือบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นาพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคม เพ่ือบูชาพระบรม สารรี ิกธาตุ และลอยโคมเพ่อื บูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ตอ่ มานางนพมาศ หรอื ทา้ วศรจี ฬุ าลกั ษณ์ สนมเอกของพระรว่ งจะคิดคน้ ประดิษฐ์กระทงดอกบวั ข้ึนเป็นคนแรกแทนการลอยโคม เมือ่ สมเดจ็ พระร่วงเจ้าได้เสดจ็ ฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนาง นพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดใหถ้ อื เปน็ เยี่ยงอย่าง และใหจ้ ัดประเพณลี อย กระทงข้ึนเปน็ ประจาทกุ ปี โดยใหใ้ ชก้ ระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังพระราชดารัส ทวี่ า่ \"ตง้ั แต่นสี้ บื ไปเบอ้ื งหน้า โดยลาดบั กษตั ริย์ในสยามประเทศถงึ กาลกาหนดนกั ขตั ฤกษ์ วนั เพญ็ เดือน 12 ให้ทาโคมลอยเปน็ รปู ดอกบัว อทุ ิศสกั การบชู าพระพุทธบาทนมั มทานที ตราบเท่ากลั ปาวสาน\" พิธลี อยกระทงจงึ เปล่ยี นรูปแบบตงั้ แต่นั้นเป็นต้นมา
สาเหตทุ มี่ ีประเพณลี อยกระทงขนึ้ นัน้ เกิดจากความเชอื่ หลาย ๆ ประการของแตล่ ะทอ้ งท่ี ได้แก่ 1. เพ่อื แสดงความสา้ นกึ ถึงบญุ คุณของแม่น้าท่ีให้เราไดอ้ าศัยนา้ กิน นา้ ใช้ ตลอดจนเป็นการขอขมาตอ่ พระแม่คงคา ทไี่ ด้ ทงิ้ สิง่ ปฏิกลู ตา่ ง ๆ ลงไปในน้า อันเป็นสาเหตใุ หแ้ หลง่ นา้ ไมส่ ะอาด 2. เพ่ือเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท เมื่อคราวทีพ่ ระพุทธเจ้าเสดจ็ ไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ และไดท้ รง ประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทรายแมน่ ้านัมมทานที ซง่ึ เปน็ แมน่ า้ สายหนง่ึ อยูใ่ นแคว้นทกั ขิณาบถของประเทศอินเดีย ปจั จบุ นั เรยี กวา่ แมน่ ้าเนรพทุ ท 3. เพือ่ เป็นการสะเดาะเคราะห์ เพราะการลอยกระทงเปรียบเหมือนการลอยความทุกข์ ความโศกเศรา้ โรคภัยไข้เจ็บ และสิง่ ไม่ดตี ่าง ๆ ให้ลอยตามแมน่ า้ ไปกับกระทง คลา้ ยกับพิธลี อยบาปของพราหมณ์ 4. เพื่อเป็นการบชู าพระอุปคตุ ท่ชี าวไทยภาคเหนอื ใหค้ วามเคารพ ซ่งึ บาเพญ็ เพียรบริกรรมคาถาอยใู่ นทอ้ งทะเลลึกหรือ สะดือทะเล โดยมีตานานเลา่ วา่ พระอปุ คตุ เปน็ พระมหาเถระรูปหน่ึงที่มีอทิ ธฤิ ทธ์ิมาก สามารถปราบพญามารได้ 5. เพอื่ รักษาขนบธรรมเนยี มของไทยไวม้ ิให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยงั เปน็ การสง่ เสริมการทอ่ งเทีย่ วใหเ้ กิดขน้ึ ทั้ง ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ 6. เพื่อความบนั เทงิ เริงใจ 7. เพอื่ ส่งเสรมิ งานฝมี ือและความคิดสรา้ งสรรค์
กิจกรรมทีป่ ฏบิ ัติกันอยูใ่ นปจั จบุ ัน 1. การทาความสะอาดแม่นา้ ลาคลอง เช่น ขุด ลอก คคู ลอง 2. การทาบุญใหท้ าน 3. การปฏิบัตธิ รรม การฟงั เทศน์ 4. การประดิษฐก์ ระทงใหญ่ กระทงเลก็ 5. การจัดกิจกรรมการประกวดตา่ ง ๆ เช่น การประกวด กระทง การประกวดนางนพมาศ ประกวดโคมลอย 6. การจดั ขบวนแห่กระทง 7. การนากระทงไปลอยในแมน่ ้า 8. การปลอ่ ยโคมลอย 9. การจุดดอกไมไ้ ฟ ประทดั หรอื พลุ เพอ่ื เปน็ การ เฉลิมฉลอง 10. การละเล่นรน่ื เรงิ ตามทอ้ งถิ่นน้นั ๆ
กิจกรรมทเี่ บี่ยงเบนไป 1. การจุดดอกไม้ไฟ ประทดั หรอื พลุ โดยเฉพาะเด็กและวยั รุน่ จดุ เลน่ กนั อย่างคกึ คะนองไมเ่ ปน็ ท่ีเปน็ ทาง ไมร่ ะมัดระวงั จดุ เล่นตามถนนหนทาง โดยไม่คานึงถึงอนั ตรายทจี่ ะเกิดแก่ผูค้ น และยวดยานท่สี ัญจรไปมา และอาจเปน็ สาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ บ้านเรอื นได้ 2. การประกวดนางนพมาศ ให้ความสาคญั มากเกินไป ถือเปน็ กจิ กรรมหลักของประเพณี ซ่ึงแทท้ จ่ี ริงแล้ว ไม่ใชแ่ กน่ แทข้ องประเพณี เปน็ เพียงกิจกรรมทีเ่ สริมข้ึนมาภายหลงั เพือ่ ให้ เกดิ ความสนกุ สนานและเปน็ สิง่ ดงึ ดูดนกั ทอ่ งเทยี่ ว 3. การประดษิ ฐก์ ระทง สมยั ก่อนใชว้ สั ดุพืน้ บา้ นหรือตามธรรมชาติ เช่น ทาจากใบตอง หยวกกล้วย ซ่ึง เป็นวสั ดทุ ่ีย่อยสลายงา่ ย แต่ปจั จุบันกลับนยิ มใชว้ สั ดโุ ฟม ซึ่งย่อยสลายยาก ทาให้แมน่ า้ ลาคลอง สกปรก เน่าเหมน็ เกดิ มลภาวะเป็นพิษ
แหลง่ กาเนดิ แสงท่นี กั เรยี นสงั เกตได้ ในวนั ลอยกระทง มอี ะไรบา้ ง
จากภาพ เงาเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร
แสงไฟที่นกั เรยี นเห็นบรเิ วณผวิ น้า เกดิ ขึ้นไดอ้ ย่างไร
เพราะเหตใุ ดกระทงจงึ ลอยนา้ ได้
เพราะเหตใุ ด โคมถงึ ลอยได้
เราสามารถมองเหน็ วตั ถุตา่ งๆ ในวนั ลอยกระทงได้ เพราะเหตใุ ด
ความหมาย 5 สีดอกไมม้ งคลไทยในกระทง 1. ดอกบานไมร่ ู้โรย สีบานเย็น ชอ่ื ท่เี ป็นมงคลของดอกบานไมร่ ู้โรย จะส่งเสริมเรื่องความรักของคู่รกั ให้ ผูกพนั กนั ไปตราบนานเทา่ นาน
2. ดอกดาวเรือง ดอกไม้มงคลทน่ี ยิ มปลูกกันมาก และนิยมนามาเป็นหน่งึ ในดอกไมป้ ระดบั กระทง เชื่อกันว่าจะ สง่ เสริมใหช้ ีวิตเจริญก้าวหน้า มีเงินมที อง
3. ดอกกหุ ลาบ เป็นดอกไม้ทน่ี ยิ มนามาใช้ในเทศกาลต่างๆ ไมว่ ่าคนมีคู่หรอื ไมม่ คี ู่กส็ ามารถนามาใสก่ ระทงได้ กุหลาบสีชมพจู ะชว่ ยเสรมิ ความรักให้สมบรู ณพ์ ูนสุข
4. ดอกเข็ม เปน็ ตน้ ไมม้ งคลควรปลกู ตน้ เข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่า “จะทาใหส้ มองปลอดโปร่งเกิดความคิดความ อ่านทดี่ คี วามคิดเฉียบขาด”
5. ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ์ ดอกไมม้ งคลทีส่ งู คา่ นามาใสก่ ระทงจะช่วยเสริมให้ครอบครวั อยู่เยน็ เปน็ สุข และ กลิ่นหอมของดอกมะลิจะช่วยเสรมิ สริ ิมงคลใหค้ นในบา้ นดว้ ย
6.ดอกกลว้ ยไม้ ตามความเชื่อแบบคนโบราณมักเช่ือว่า “ดอกกล้วยไม”้ ทาใหเ้ กิดความประทบั ใจแกบ่ คุ คล ทั่วไป และทาให้คนในบา้ นมจี รยิ ธรรม
ค้นหาค้าตอบ 1. แสงเก่ียวขอ้ งกับวนั ลอยกระทงอยา่ งไร 2. ความร้อนจากการจดุ ไฟส่งผลใหเ้ กิดโคมลอยไดอ้ ยา่ งไร 3. แสงเดนิ ทางผา่ นตวั กลางชนิดใดบา้ ง 4. แสงเดนิ ทางผา่ นตัวกลางชนิดใด ทาให้เกิดเงา 5. ดอกไม้ แตล่ ะชนดิ ทน่ี ามาใส่ในกระทง มีความหมายอย่างไร
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: