Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ส่วนต่างๆของพืชดอก (1-2)

ส่วนต่างๆของพืชดอก (1-2)

Published by Wachita Sombatmak, 2021-08-26 04:04:31

Description: ส่วนต่างๆของพืชดอก EP1-2
ราก ลำต้น และใบ

Search

Read the Text Version

โรงเรยี นวัดเทพชมุ นมุ หนว่ ยที่ 2 สง่ิ มชี ีวิต บทท่ี 2 สว่ นต่างๆของพชื ดอก เรอื่ ง ราก ลาตน้ ใบ 26 สิงหาคม 2564 ครูผ้สู อน นางสาววาชิตา สมบตั ิมาก (ครูบวิ )

กลุ่มพืช กลุ่มพืชดอก กลุ่มพชื ไม่มดี อก (พชื ไร้ดอก) กลุ่มพืชใบเล้ยี งเด่ียว กล่มุ พชื ใบเลีย้ งคู่

ตารางสรปุ พืชใบเล้ยี งเด่ยี ว พชื ใบเลี้ยงคู่

เร่อื งทจี่ ะต้องเรยี นในบทเรียนนี้ 1. หนา้ ที่และสว่ นตา่ งๆของพชื ดอก - ราก - ลาต้น - ใบ - ดอก - ผลและเมลด็ 2. ปจั จัยสาหรับการเจริญเตบิ โตของพืช 3. การจดั กลมุ่ พืชดอก 4. วัฏจักรชวี ิตของพชื ดอก

ข้นั กระต้นุ ความสนใจ https://www.youtube.com/watch?v=1LbHmzw31rA

ข้นั สารวจและคน้ หา นักเรยี นสังเกตพืชในภาพนี้ สว่ นตา่ งๆของพืชดอก มีอะไรบ้าง

ข้นั อธบิ ายความรู้ จากการสงั เกต พืชดอกมีส่วนประกอบตา่ งๆ คอื ราก ใบ ผลและเมลด็ ลาต้น ดอก

ขั้นขยายความเขา้ ใจ หนา้ น้ีจดลงสมุดคะ่ ไม่มีข้อ ปล้อง ตา เจริญเติบโต ตามแรงดึงดูดของโลกลงสู่ดิน รากทา หน้าที่ดูดน้าและแร่ธาตุอาหารข้ึนไป ยังลาตน้ เพอ่ื เล้ียงสว่ นตา่ งๆ ของพชื และยึดลาต้นให้ตั้งอยู่ได้ รากของพืช แต่ละชนิดมีขนาด ความยาว และ ลกั ษณะท่แี ตกต่างกนั

ขั้นขยายความเขา้ ใจ รากของพืชทสี่ าคัญมี 3 ชนดิ ดงั น้ี 1. รากแก้ว เป็นรากที่งอกจากเมล็ด ราก แก้วจะมีโคนขนาดใหญ่ และค่อยๆ เรียวเล็กลงท่ีปลายของราก พบในพืช ใบเลี้ยงคู่ 2. รากแขนง เป็นรากท่ีแตกจากรากแก้ว จะแผ่ออกด้านข้าง และสามารถแตก แขนงออกไปได้ พบในพืชใบเลี้ยงคู่ 3. รากฝอย เป็นรากที่เจริญมาจากส่วน ลาต้น พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น ผกั บุ้ง หญา้ หอม

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ

ขั้นขยายความเขา้ ใจ เปน็ เส้นเล็กๆมีลกั ษณะบางและยาว มอี ย่เู ป็นจานวนมากท่รี อบๆปลายราก ทาหนา้ ทดี่ ูดน้าและแร่ธาตุ

ขั้นขยายความเขา้ ใจ รากสะสมอาหาร รากคา้ จนุ รากบางชนดิ มีการเปลีย่ นแปลงไป รากยดึ เกาะ ทาหน้าทพี่ เิ ศษอ่นื ๆ ไดแ้ ก่ 1. รากสะสมอาหาร เป็นแหลง่ เก็บสะสม อาหาร เช่น รากแคร์รอต รากมัน สาปะหลงั รากกระชาย รากมนั แกว 2. รากค้าจุน เป็นรากที่ช่วยพยุงและค้า จนุ ลาต้น เชน่ รากโกงกาง รากขา้ วโพด 3. รากยึดเกาะ เป็นรากสาหรับยึดเกาะ ลาตน้ กง่ิ ไม้ หลักหรือเสา เช่น รากพลดู ่าง รากกลว้ ยไม้

ข้ันขยายความเขา้ ใจ รากหายใจ 4. รากสังเคราะหด์ ว้ ยแสง เปน็ รากทส่ี ามารถสร้างอาหารได้ เนอื่ งจากมีสารสเี ขยี วที่ชว่ ยใน กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง เช่น รากกล้วยไม้ 5. รากหายใจ เป็นรากท่ีโผล่ขึ้นมา เหนือผิวดินหรือน้า หรือลอยอยู่ใน อากาศช่วยในการหายใจของพืช เชน่ รากแสม รากสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง

https://www.youtube.com/watch?v=WabgDKt0bqo

ขนั้ ขยายความเข้าใจ เปน็ สว่ นของพืชทอ่ี ยู่เหนือดนิ ขน้ึ มา ลาต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะเห็นข้อและปล้อง ชัดเจน เช่น อ้อย ไผ่ ข้าวโพด หญ้า ลาต้นของพืชใบเล้ียงคู่จะเห็นข้อปล้องไม่ชัดเจน เช่น มะมว่ ง มะเขอื ภายในลาต้นของพืชประกอบด้วยเน้ือเยื่อ และท่อลาเลียง ซึ่งทาหน้าท่ีลาเลียงน้า แร่ธาตุ และอาหารไปยังส่วนตา่ งๆ ของพชื



ขั้นขยายความเขา้ ใจ ลาตน้ เหนือดิน ลาต้นใตด้ ิน ลาต้นของพชื แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ ตาม ตาแหน่งทอ่ี ยู่ ดังนี้ 1. ลาต้นเหนือดิน เปน็ สว่ นของลาตน้ ท่ี เจริญเตบิ โตอยู่เหนือพ้ืนดินขนึ้ ไป เช่น ตน้ มะพรา้ ว 2. ลาตน้ ใตด้ ิน เปน็ สว่ นของลาต้นทเ่ี จริญ อยู่ใตด้ นิ ลงไป เช่น หอมแดง

ข้ันขยายความเข้าใจ หน้าที่ของลาตน้ 1. ชู กิ่ ง ก้ า น ใ บ แ ล ะ ด อ ก ใ ห้ ไ ด้ รั บ แสงอาทิตย์ 2. ท่อลาเลียงน้า (Xylem) เป็นทางลาเลียง น้าและแร่ธาตุจาก 3. ท่อลาเลียงอาหาร (Phloem) เป็นทาง ลาเลียงอาหารจาก หนา้ น้ีจดลงสมุดคะ่

ขั้นขยายความเข้าใจ นอกจากนี้ ลาตน้ ของพชื บางชนดิ ยงั ทาหนา้ ท่ีอน่ื ๆ ดังน้ี 1. ลาต้นขยายพันธุ์ พืชบางชนิดมีลาต้นท่ี สามารถใช้ในการขยายพันธุ์แทนเมล็ดได้ โดยการปักชาหรือตอนกิ่ง เช่น อ้อย พลดู ่าง มันสาปะหลงั ผักตบชวา 2. ลาต้นสะสมอาหาร พืชบางชนิดมีลาต้น ท่สี ะสมอาหารจาพวกแป้งและน้าตาล ซ่งึ ส่วนใหญ่จะเป็นลาต้นใต้ดิน เช่น เผือก ขงิ ข่า หอม

ขั้นขยายความเข้าใจ (ต่อ) นอกจากน้ี ลาต้นของพืชบางชนดิ ยัง ทาหนา้ ท่ีอนื่ ๆ ดงั น้ี 3. ลาต้นสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นลาต้นที่ มีสารสีเขียว ทาให้สามารถสังเคราะห์ด้วย แสงได้เช่นเดียวกับใบ เช่น กระบองเพชร ผักบงุ้

ข้นั ตรวจสอบผล 1. ส่วนต่างๆของพชื ดอก มีอะไรบา้ ง พชื ประกอบดว้ ย ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมลด็ 2. รากของพืช ทาหน้าทีอ่ ะไร รากทาหน้าทด่ี ดู น้าและแรธ่ าตอุ าหารขนึ้ ไปยังลาต้นเพ่ือเลย้ี งสว่ นตา่ งๆ ของพชื และยดึ ลาตน้ ใหต้ ้ังอยไู่ ด้

ข้นั ตรวจสอบผล 3. ลาตน้ ของพชื ทาหน้าทอี่ ะไร 1. ชูก่งิ ก้าน ใบ และดอก ใหไ้ ด้รบั แสงอาทติ ย์ 2. ทอ่ ลาเลียงนา้ เป็นทางลาเลยี งน้า และแร่ธาตุจากรากไปยงั ใบและ ส่วนตา่ งๆของพชื 3. ท่อลาเลียงอาหาร เปน็ ทางลาเลยี งอาหารจากใบไปสสู่ ่วนตา่ งๆ ของต้นพืช

ใบพชื มีหน้าท่หี ลกั คือ สรา้ งอาหารดว้ ยกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง นอกจากนใี้ บยงั ทาหนา้ ท่ีหายใจและคายนา้ อีกด้วย ใบ เปน็ สว่ นทเ่ี จริญเติบโตไปทางด้าน ข้างของลาต้น ใบมี เ รี ย ก ว่ า ซึ่ ง ช่ ว ย ใ น กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ใบ ของพืชแต่ละชนิดมีรูปทรง ลักษณะ สี และขนาดแตกตา่ งกนั



ใบมลี ักษณะท่ีสาคัญ ได้แก่ 1. สร้างอาหาร โดยกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสง ซ่ึงอาหารท่ีพืช สร้างข้ึน คือ น้าตาล จะเปลี่ยนไป เป็นแปง้ 2. หายใจ เพื่อสร้างพลงั งานใหพ้ ืช 3. คายน้า เพ่ือลดอุณหภูมิของใบ ช่วย ในการลาเลียงน้าและแรธ่ าตุ หนา้ น้ีจดลงสมุดคะ่

กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื



1. ช่วยยึดและค้าจนุ ลาต้น โดย เปลีย่ นไปทาหนา้ ท่ยี ดึ เกาะ เชน่ ถวั่ ลันเตา มะระ 2. ขยายพนั ธุ์ เช่น ใบของตน้ ควา่ ตาย หงายเป็น ทองสามย่านโคมญปี่ ุ่น 3. สะสมอาหารและนา้ เช่น ใบว่านหางจระเข้ กลีบหัวหอม กาบกล้วย

4. ช่วยป้องกันลาตน้ โดยเปล่ียนใบเปน็ หนามรอบลาตน้ เช่น กระบองเพชร 5. ช่วยในการผสมเกสร พืชบางชนิดใบ ประดบั มีสสี ันต่างๆ เพอ่ื ลอ่ แมลงใหม้ าชว่ ย ผสมเกสร เชน่ พวงคราม 6. กับดักแมลง เปน็ ใบทเี่ ปลี่ยนไปทาหนา้ ที่ ดักจบั แมลง หรอื สตั ว์เล็กๆ โดยมกี ารย่อย และดูดซึมแรธ่ าตไุ ปใช้ประโยชน์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง



อยา่ ลมื ทบทวนบทเรยี นบ่อยๆนะคะ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook