Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คอมพิวเตอร์เเละเทคโนโลยีในอนาคต-ทศวรรษที่-2021-2025

คอมพิวเตอร์เเละเทคโนโลยีในอนาคต-ทศวรรษที่-2021-2025

Description: คอมพิวเตอร์เเละเทคโนโลยีในอนาคต-ทศวรรษที่-2021-2025

Search

Read the Text Version

ก รายงานเล่มนี้ จัดทาข้ึนเพื่อใช้ประกอบการเรียนวิชา รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ ผู้เรียนเข้าใจถึงความสาคัญของเทคโนโลยี และสื่อสาร เพ่อื นาไปใชป้ ระกอบการเรยี นของตนเอง ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็น ประโยชน์แก่ผู้ศึกษาข้อมูล หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องของ อภยั ณ ที่นี้ นางสาววรรณา สงิ หโ์ ตทอง ผู้จดั ทา

เร่ือง ข คานา สารบญั หนา้ AI ก IOT ข Hologram 1 AR & VR 3 Cloud computing 5 Applic 7 8 10

1 คอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีในอนาคตในศตวรรษ ที่ 2021-2025 1. AI AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence คือ ปัญญาประดิษฐ์ โปรแกรมที่ถูกเขียน และพัฒนาให้มีความฉลาด มีความสามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้ จากการประมวลผลของฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และยังสามารถดัดแปลงการประมวลผล ประยกุ ต์ ใหเ้ ปน็ ไปตามสถานการณ์ต่างๆ AI ทาอะไรไดบ้ า้ ง AI เป็นเทคโนโลยีท่ีจะเข้ามามีบทบาทกับหลากหลายอุตสาหกรรม และคาดว่า จะเป็นเทคโนโลยีท่ีเข้ามามีบทบาทและมีความสาคัญในการทางานและการใช้ชีวิตใน ยุคดิจิทัลอย่างมาก ดังนั้นความสามารถของ AI ล้วนไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ท้ังเร่ือง การประมวลผลข้อมูลท่ีรวดเร็วและแม่นยา การเข้ามาช่วยเรื่องการลงทุน คิดแทน มนุษยใ์ นบางเร่ือง ช่วยตดั สินใจ เปน็ ตน้ ทาไมภาพจา AI คือ หุ่นยนต์ ถ้าใครพอจาได้เม่ือหลายปกี อ่ น จนี เปิดตวั ผู้ประกาศข่าว AI คนแรกของโลก รวมถึง โซเฟยี หุน่ ยนต์ AI ตวั แรกของโลกท่ไี ดร้ บั สทิ ธเิ์ ป็นพลเมอื ง หรือแม้แตโ่ อกาสท่ี หนุ่ ยนต์ AI จะเขา้ ไปแทนทแี่ รงงานในบางอตุ สาหกรรม ซงึ่ น่าจะเปน็ เหตุผลท่ที าให้ ภาพจาของใครหลายคนจาว่า AI คอื หนุ่ ยนต์เท่านนั้

1.AI/ต่อ 2 แล้ว AI บนโทรศัพทม์ อื ถอื ละ่ นา่ จะเปน็ เร่อื งใหม่สาหรบั ยคุ ปัจจุบนั เพราะความสามารถของ AI สามารถเขา้ มาชว่ ย พัฒนาสมาร์ตโฟนได้หลากหลายมากมาย โดยส่งิ แรกทีเ่ ห็นไดช้ ัดเจน คงหนีไม่พ้นเรอ่ื ง ของการใช้ AI เข้ามาช่วยเพม่ิ ประสิทธภิ าพกลอ้ งถ่ายรปู ท่ีเพิม่ ข้ึน ช่วยจบั ไดว้ ่ารูปภาพ ท่กี าลังถา่ ยนนั้ คอื อะไร หรือ การสแกนใบหน้า Face ID ท่ีมีอย่ใู น IPhone รนุ่ ใหม่ รวมถงึ Huawei P30 เปน็ ตน้ AI ยงั ถูกนาไปใช้กับอุตสาหกรรมด้านอนื่ ๆ จริงๆ แล้ว AI ไม่ได้ถูกใชเ้ พียงแค่ขา้ งตนั ทีเ่ รากลา่ วมา แต่ AI ยังถูกนาไปใช้ใน อตุ สาหกรรมอ่นื ๆ อีกมากมาย อยา่ งเช่น เร่ืองของการลงทนุ ท่ใี ห้ AI เป็นตัวช่วยใน การประมวลผล ส่งคาสง่ั ซื้อ หรือ ช่วยเทรด เป็นตน้ นอกจากน้ใี นวงการแพทย์ , การเกษตร , ประกันภยั , การขนสง่ , การกอ่ สรา้ ง และการผลติ ก็ล้วนนา AI เข้าไป ช่วยทางาน สรุป AI นบั เป็นเทคโนโลยที ่ีอาจจะมาเปล่ยี นแปลงโลกของการทางานหรอื อตุ สาหกรรมต่างๆ ในอนาคตอีกมากมาย เพราะวา่ ในปจั จุบันเริ่มเหน็ เปน็ ทช่ี ดั เจนแล้ว วา่ AI เขา้ มามีบทบาทที่สาคญั ในหลายๆ ด้าน และหลายอุตสาหกรรมก็เร่ิมใช้ AI ใน การประกอบธุรกิจ และอนาคต มนษุ ยอ์ าจจะหมดความจาเป็นในอาชีพ หรือ ใน อตุ สาหกรรมต่างๆ กเ็ ป็นได้...

3 2. IOT IOT ย่อมาจาก Internet of Things (IoT) คืออะไร Internet of Things (IoT) คือ\" อินเตอร์เน็ตในทุกส่ิง\" หมายถึง การที่อุปกรณ์ต่างๆ สิ่งต่างๆ ได้ถูกเชื่อมโยงทุกส่ิงทุกอย่างสู่โลก อินเตอร์เน็ต ทาให้มนุษย์สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า (การส่ังการเปิดไฟฟ้าภายในบ้านด้วยการเช่ือมต่ออุปกรณ์ ควบคุม เช่น มือถือ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต) รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เคร่ืองมือสื่อสาร เคร่ืองมือทาง การเกษตร อาคาร บา้ นเรือน เครอ่ื งใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ตา่ งๆ ผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เตอรเ์ น็ต เป็นต้น IoT มีชือ่ เรยี กอีกอยา่ งว่า M2M ยอ่ มาจาก Machine to Machine คือเทคโนโลยอี นิ เตอร์เน็ตท่ีเชื่อมต่อ อปุ กรณก์ ับเครือ่ งมอื ตา่ งๆ เข้าไวด้ ว้ ยกนั เทคโนโลยี IoT มีความจาเป็นต้องทางานร่วมกับอุปกรณ์ประเภท RFID และ Sensors ซึ่งเปรียบเสมือนการเติมสมองให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ขาดไม่คือการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อให้อุปกรณ์ สามารถรับส่งข้อมูลถึงกันได้ เทคโนโลยี IoT มีประโยชน์ในหลายด้าน แต่ก็มาพร้อมกับความเส่ียง เพราะหากระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไม่ดีพอ ก็อาจทาให้มีผู้ไม่ ประสงค์ดีเข้ามาขโมยข้อมูลหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของเราได้ ดังน้ันการพัฒนา IoT จึงจาเป็นต้อง พัฒนามาตรการ และระบบรกั ษาความปลอดภยั ไอทคี วบคูก่ ันไปดว้ ย loT Internet Of Things คืออะไร Internet of Things (IoT) คืออะไร Internet of Things (IoT) คือ \"อินเตอร์เน็ตในทุกส่ิง\" หมายถึง การท่ีอุปกรณ์ต่างๆ สิ่งต่างๆ ได้ถูกเช่ือมโยงทุกสิ่งทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทาให้มนุษย์ สามารถส่ังการควบคุมการใชง้ านอปุ กรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอนิ เตอรเ์ นต็ เชน่ การเปดิ -ปิด อุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า (การส่ังการเปิดไฟฟ้าภายในบ้านด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม เช่น มือถือ ผ่านทาง อินเตอร์เน็ต) รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เคร่ืองมือส่ือสาร เครื่องมือทางการเกษตร อาคาร บ้านเรือน เคร่อื งใชใ้ นชีวติ ประจาวันต่างๆ ผา่ นเครือข่ายอนิ เตอร์เนต็ เป็นต้น

4 2. IOT/ตอ่ IoT มีชอ่ื เรียกอกี อยา่ งว่า M2M ย่อมาจาก Machine to Machine คือเทคโนโลยี อนิ เตอรเ์ น็ตที่เชอ่ื มต่ออุปกรณก์ บั เครอื่ งมอื ต่างๆ เข้าไวด้ ว้ ยกนั เทคโนโลยี IoT มีความจาเป็นต้องทางานร่วมกับอุปกรณ์ประเภท RFID และ Sensors ซ่ึง เปรียบเสมือนการเติมสมองให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีขาดไม่คือการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อให้ อุปกรณ์สามารถรับส่งข้อมูลถึงกันได้ เทคโนโลยี IoT มีประโยชน์ในหลายด้าน แต่ก็มาพร้อมกับ ความเสี่ยง เพราะหากระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไม่ดีพอ ก็อาจทาให้มีผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาขโมยข้อมูลหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของเราได้ ดังน้ันการ พฒั นา IoT จงึ จาเป็นต้องพฒั นามาตรการ และระบบรักษาความปลอดภัยไอทคี วบคูก่ นั ไปดว้ ย แบง่ กลมุ่ Internet of Things ปจั จุบันมกี ารแบ่งกลุ่ม Internet of Things ออกตามตลาดการใชง้ านเป็น 2 กลุม่ ได้แก่ Industrial IoT คอื แบง่ จาก local network ทีม่ ีหลายเทคโนโลยที ่แี ตกตา่ งกนั ในโครงขา่ ย Sensor nodes โดยตัวอปุ กรณ์ IoT Device ในกล่มุ นีจ้ ะเชอื่ มต่อแบบ IP network เพอ่ื เข้าสู่ อินเตอรเ์ นต็ Commercial IoT คอื แบ่งจาก local communication ทีเ่ ป็น Bluetooth หรือ Ethernet (wired or wireless) โดยตัวอุปกรณ์ IoT Device ในกลมุ่ นจ้ี ะส่อื สารภายในกลุม่ Sensor nodes เดยี วกันเท่านนั้ หรือเป็นแบบ local devices เพยี งอยา่ งเดียวอาจไมไ่ ด้เชื่อมสู่ อินเตอรเ์ น็ต

5 3.Hologram ฮอโลแกรม (Hologram) คือ ฮอโลแกรมถูกสร้างข้ึนด้วยกระบวนการที่ เรยี กว่า ฮอโลกราฟี (Holography) โดยฮอโลกราฟีเป็นเทคนิคที่ช่วยให้แสงกระจาย จากวัตถทุ จี่ ะบนั ทกึ และได้ถูกสร้างข้ึนใหม่ เพ่ือให้ปรากฏเป็นวัตถุอยู่ในตาแหน่งเดิม เมื่อเทียบกับการบันทึก การเปล่ียนแปลงรูปแบบตาแหน่งและทิศทางของระบบการ มองเห็นเป็นไปอย่างถูกต้องเหมือนกับว่าวัตถุก็ยังคงเป็นปัจจุบันจึงทาให้ภาพที่ บันทึกปรากฏเป็นสามมิติ ฮอโลแกรม 3 มิติ เป็นเทคโนโลยีรูปแบบหน่ึงที่ใช้เป็น เครื่องมือในการสื่อสารระยะไกลระหว่างบุคคลต้นทางและปลายทางท่ีอยู่ต่าง สถานทีก่ นั สามารถโตต้ อบแบบตวั ตอ่ ตัว ฮอโลแกรมแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ white-light hologram ซึ่งภาพฮอโลแกรมที่บันทึกน้ัน สามารถมองเห็นได้ด้วยการส่องสว่าง ด้วยแสงสว่างจากธรรมชาติ และอีกประเภทหน่ึงคือ ภาพฮอโลแกรม ท่ีต้องถูกส่อง สว่างด้วยแสงเลเซอร์ หรือแสงที่มีสภาพหน้าคลื่นสอดคล้องกันในระดับหนึ่ง ถึงจะมองเห็นภาพ 3 มิตไิ ด้

6 3.Hologram/ต่อ หลักการของ Hologram ฮอโลแกรม เป็นภาพท่ีมีลักษณะ 3 มิติ ซึ่งแตกต่างจากภาพ 2 มิติ แต่ภาพ ฮอโลแกรมจะใช้หลักการสร้างภาพใหม้ ีการแทรกสอดของแสงที่มากระทบรปู ภาพ โดย การฉายแสงเลเซอร์จากแหลง่ เดียวกัน แยกเปน็ 2 ลาแสง ลาแสงหนึ่งเป็นลาแสงอ้างองิ เลง็ ตรงไปทีแ่ ผน่ ฟลิ ม์ อีกลาแสงหนึง่ เล็งไปทวี่ ตั ถุและสะท้อนไปยังฟิล์ม แสงจากทั้งสอง แหลง่ จะถกู บันทกึ ไว้บนฟลิ ม์ ในรปู แบบของการแทรกสอด (Interference Pattern) ซ่ึง มองไม่คล้ายกับรูปของวัตถุต้นแบบ ก่อให้เกิดภาพเสมือน (Virtual image) ขึ้นมาตาม มุมของแสงที่มาตกกระทบ ทาให้ตาของเรารับแสงอีกด้านหนึ่งของแผ่น Hologram เกิดเหน็ ภาพ 3 มิติขึ้น การสรา้ งฮอโลแกรมแบ่งออกเป็น 2 ข้ันตอน ดังน้ี(1) การ บันทึกภาพ (recording of image) เป็นการบันทึกแถบการสอดแทรกเชิงซ้อน (Complex interference patterns) ซ่ึงเกิดจากที่แต่ละแสงเลเซอร์ 2 ลาแสงซ้อนทับ กันอยู่ (Superposition) แถบการสอดแทรกเชิงซ้อนน้ีจะถูกบันทึกไว้บนฟิล์มถ่ายรูป (Photographic film) (2) การสรา้ งภาพ (reconstruction of image) เป็นการสรา้ ง ภาพ 3 มิติ ขึน้ จากแผ่น

4.AR & VR Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) คอื เทคโนโลยโี ลกเสมือนท่ีออกแบบมา เพ่ือเสรมิ สร้างประสบการณ์ใหแ้ ก่ผู้ใชโ้ ดยมจี ดุ ประสงคแ์ ตกตา่ งกนั ไปข้นึ อยู่กบั ลักษณะการใช้งาน และใน ฐานะผู้บริโภค AR และ VR ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจาวันโดยเราไม่ทันรู้ตัว อีกท้ังธุรกิจต่างๆ เริ่มให้ความสนใจในการนาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานมากข้ึน ทาให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกเสมือน กลายเปน็ ท่ีน่าจับตามองจากหลายฝ่าย ในบทความน้ีเราจะมาทาความรู้จักและเรียนรู้ความแตกต่างของ AR และ VR รวมถงึ การนาเทคโนโลยีโลกเสมอื นไปใช้งานจริงในโลกธุรกิจ Augmented Reality (AR) Augmented Reality หรือ AR คือการรวมวัตถุเสมือนเข้ากับสภาพแวดล้อมจริงที่อยู่รอบตัวเรา โดยวัตถุเสมือนนอ้ี าจเปน็ ได้ทั้งภาพ วิดโี อ หรอื เสยี งท่ปี ระมวลผลมาจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ส่ือสาร เคล่ือนท่ี เช่น มือถือ หรือแท็บเล็ท เทคโนโลยี AR จึงไม่ใช่การสร้างสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการ พยายามสอดแทรกเทคโนโลยีเขา้ ไปในสภาพแวดล้อมจริง Virtual Reality (VR) ขณะท่ีลักษณะการใช้งานของเทคโนโลยี AR คือการพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในส่ิงแวดล้อม ของผู้ใช้งาน ส่วน Virtual Reality หรือ VR กลับพยายามสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนขึ้นมาใหม่เพ่ือตัด ขาดผู้ใชง้ านออกจากโลกความจริง โดยสิ่งแวดล้อมเสมือนนี้อาจเป็นได้ทั้งภาพและเสียง และอาจดูคล้าย หรือแตกตา่ งกบั ความเป็นจรงิ อย่างส้ินเชงิ การใช้งานเทคโนโลยี VR จึงจาเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ซ่ึงก็ คือ VR Headset เพื่อเข้าถึงโลกเสมือนท่ีสร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์และเนื่องจาก VR มีคุณสมบัติเด่นใน การสร้างสภาพแวดล้อมเสมือน อุตสาหกรรมเกมในปัจจุบันจึงหันมาให้ความสนใจและใช้เทคโนโลยีใน การพฒั นาเกม VR เพ่อื ส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมแบบใหมใ่ ห้กับผบู้ ริโภค สุดท้ายน้ี AR และ VR จึงไม่ใช่ส่ิงใหม่สาหรับเราอีกต่อไป แต่หากกาลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีท่ี ถูกนามาใช้งานมากขึ้นในธุรกิจต่างๆ ดังน้ันการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้และการนามาใช้จึง จาเปน็ อยา่ งยิ่งในการใช้ชวี ติ ในโลกอนาคต

8 5.Cloud computing Cloud Computing คือ การใชซ้ อฟต์แวร์ ระบบ และทรัพยากรของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของ ผู้ให้บริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้เลือกกาลังการประมวลผล เลือกจานวนทรัพยากร ได้ตามความ ต้องการในการใช้งาน ทาให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลบน Cloud จากท่ีไหนก็ได้ นี่คือความหมายท่ี ชดั เจนท่ีสุดของสิ่งท่ีเรียกว่า Cloud Computing ซ่ึงระดับการใช้งาน Cloud Computing สามารถ แบง่ ไดด้ ังน้ี IaaS หรือ Infrastructure-as-a-Service : บรกิ ารนีค้ ณุ สามารถเลอื กระบบปฏิบัติการ และ โปรแกรมต่าง ๆ ตามท่ตี ้องการใช้ได้ทั้งหมด ทาให้ปรบั แต่งได้ตามตอ้ งการ PaaS หรือ Platform-as-a-Service : บริการนค้ี ณุ ไมต่ ้องมาจดั เตรยี ม ตัง้ ค่า และดูแล ระบบปฏบิ ตั ดิ การอีกต่อไป ระบบมีความพรอ้ มใหค้ ุณมาพฒั นา Application และ Data ไดเ้ ลย SaaS หรอื Software-as-a-Service : บรกิ ารน้ีคุณสามารถนาไปใชง้ านได้เลย ไม่ต้องติดต้ัง หรอื ตัง้ ค่าบนระบบเพิ่มเตมิ สามารถนาไปให้ผใู้ ช้งานใชไ้ ดเ้ ลย ซง่ึ ทุกคนคุน้ เคยกันในรูปแบบ อีเมล หรือ พน้ื ท่จี ดั เก็บข้อมลู

9 5.Cloud computing/ตอ่ ประโยชน์ของการใช้ Cloud Computing 1. ลดต้นทนุ และคา่ ใชจ้ า่ ยท่ไี มจ่ าเป็น : การใช้ Cloud Computing ประหยัดค่าใช้ได้มหาศาล หาก คุณเลือกระบบ PaaS หรือ SaaS ผู้ให้บริการจะลงทุนกับทรัพยากร IT ให้เอง อาทิเช่น ฮาร์ดแวร์, การวางโครงสร้างพ้ืนฐาน และการดูแลและสนับสนุนจากระบบตา่ ง ๆ 2. เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน : น่ีเป็นข้อดีของ Cloud ท่ีทุกคนให้การยอมรับ เพราะ Cloud ให้ความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน หมดข้อจากัดเรื่องสถานท่ี เวลา หรืออุปกรณ์ แค่มี อินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ เช่น การประชุม Video Conference การแชร์ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ไดอ้ ย่างไร้ขอ้ จากดั ไม่ว่าจะเปน็ ผ่าน Notebook, Tablet หรือสมารต์ โฟน 3. เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยก่อนใคร : บริษัทที่ใช้ Cloud Computing มีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรม ใหม่ ๆ ได้มากกว่า เน่ืองจากผู้ให้บริการ Cloud จะทาหน้าที่อัพเกรดระบบและสรรหาเทคโนโลยีท่ี ทนั สมัย เชน่ Blockchain, Virtual Machine หรือ Application ใหม่ ๆ เพอ่ื นามาพฒั นาใชร้ ่วมกบั ระบบ Cloud พรอ้ มนาเสนอ Solutions ที่เป็นประโยชน์กบั แต่ละธรุ กิจอยา่ งเหมาะสมอยู่เสมอ 4. จัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย : ด้วยการใช้ระบบ Cloud กับผู้ให้บริการท่ีมี Data Center อยู่ใน ประเทศไทยที่ผ่านการรับรองระดับมาตรฐานสากล อาทิ ISO, PCI DSS หรือ CSA-STAR ช่วยให้ คุณม่ันใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะจัดเก็บไว้ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยท่ีรัดกุม ข้อมูลสาคัญจะ ไมถ่ ูกนาไปแสวงหาผลประโยชน์อยา่ งแน่นอน

6. Application 10 Application (แอพพลิเคชั่น) หรือที่ทุกคนเรียกกันส้ันๆ ว่า App (แอพ) มันคือ โปรแกรมที่ อานวยความสะดวกในด้านต่างๆ ท่ีออกแบบมาสาหรับ Mobile (โมบาย) Teblet (แท็บเล็ต) หรือ อุปกรณ์เคลื่อนที่ ท่ีเรารู้จักกัน ซ่ึงในแต่ละระบบปฏิบัติการจะมีผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นข้ึนมามากมาย เพ่ือให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซ่ึงจะมีให้ดาวน์โหลดทั้งฟรีและจ่ายเงิน ท้ังในด้านการศึกษา ดา้ นกรสื่อสารหรอื แม้แต่ด้านความบนั เทิงต่างๆ เป็นตน้ โมบายแอพฯ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Native Application, Hybrid Applicationและ Web Application 1. Native App (เนทีฟ แอพ) คือ Application ท่ีถูกพัฒนามาด้วย Library (ไลบราร่ี) หรือ SDK (เอส ดี เค) เครื่องมือท่ีเอาไว้สาหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพิเคช่ัน ของ OS Mobile (โอ เอส โม บาย) นั้นๆโดยเฉพาะ อาทิ Android (แอนดรอยด์) ใช้ Android SDK (แอนดรอยด์ เอส ดี เค), IOS (ไอ โอ เอส) ใช้ Objective c (ออปเจคทีฟ ซี), Windows Phone (วินโดว์ โฟน) ใช้ C# (ซีฉาบ) เป็น ต้น 2. Hybrid Application (ไฮบริด แอพพลิเคชั่น) คือ Application ที่ถูกพัฒนาข้ึนมาด้วยจุดประสงค์ ที่ต้องการให้สามารถ รันบนระบบปฏิบัติการได้ทุก OS โดยใช้ Framework (เฟรมเวิร์ก) เข้าช่วย เพ่ือใหส้ ามารถทางานไดท้ ุกระบบปฏิบตั ิการ 3. Web Application (เว็บ แอพพลิเคชั่น) คือ Application ท่ีถูกเขียนข้ึนมาเพ่ือเป็น Browser (บราวเซอร์) สาหรบั การใชง้ านเว็บเพจต่างๆ ซึ่งถูกปรับแตง่ ให้แสดงผลแต่ส่วนที่จาเป็น เพื่อเป็นการลด ทรัพยากรในการประมวลผล ของตวั เครอื่ งสมาร์ทโฟน หรือ แทบ็ เล็ต ทาให้โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น อีกทัง้ ผู้ใชง้ านยงั สามารถใชง้ านผ่าน อินเตอร์เน็ตและอนิ ทราเน็ต ในความเรว็ ต่าได้