บทที่ 5การแทนค่าข้อมูล ชนิดของข้อมูล และสัญญาณการส่ือสารข้อมูล
แบบฝึ กหดั เร่ือง ข้อมูลและสัญญาณการส่ือสารข้อมูล ---------------------คาชีแ้ จง ให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลแล้วตอบคาถามโดยอธิบายเป็ นข้อ ๆ ใน MS Wordแล้วส่งในรูปแบบไฟล์ .pdf ใน Classroom1. จงบอกความแตกต่างระหวา่ งขอ้ มูลและสญั ญาณ ? ตอบ ในการส่ือสารขอ้ มูลเราจะไม่ทาการส่งขอ้ มูลผา่ นสื่อกลางโดยตรง แต่จะตอ้ งมีแปลงขอ้ มูลให้ อยใู่ นรูปสญั ญาณก่อน (Modulate) เพราะในการสื่อสารระยะทางไกล ๆ ขอ้ มูลที่ส่งจะถูกรบกวน ไดง้ ่ายเน่ืองจากมีพลงั งานต่า ดงั น้นั จึงตอ้ งทาใหอ้ ยใู่ นรูปสญั ญาณขอ้ มูล จะทาใหไ้ ปไดไ้ กลข้ึน และมีพลงั งานในการเดินทางมากข้ึน - ช่องทางการสื่อสาร (Channel) เป็นเสน้ ทางการเคล่ือนยา้ ยขอ้ มูล ขา่ วสารหรือสญั ญาณจากจุด หน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึง - อตั ราเร็วการส่งขอ้ มูล (Bit rate) คือ จานวนขอ้ มูลหน่วยเป็นบิตที่ถูกส่งออกไปภายในระยะเวลา หน่ึงวนิ าที หน่วยเป็นบิตต่อวนิ าที (bps) - แบนดว์ ิดท์ (Bandwidth, B) คือ ความกวา้ งของช่องสญั ญาณ วดั เป็นแถบความถี่ หน่วยเป็นเฮิรตซ์ (Hertz, Hz) - ความถี่ (Frequency, f) คือ จานวนรอบสญั ญาณในหน่ึงวนิ าที หน่วยเป็นเฮิรตซ์ (Hertz, Hz) - คาบของสญั ญาณ (Period, T) คือ ระยะเวลาที่สญั ญาณเดินทางครบหน่ึงรอบหน่วยเป็นวนิ าที (s) - ความเร็วสัญญาณ (Velocity, v) คือ ระยะทางท่ีสญั ญาณเดินทางไดใ้ นหน่ึงวนิ าที หน่วยเป็นเมตร ต่อวนิ าที (m/s) จากการวดั เราพบวา่ คล่ืนแสงมีความเร็วเท่ากบั 3 x108 m/s - ความยาวคลื่น (Wave length, λ) คือ ระยะของคลื่นขนาดหน่ึงรอบ2. จงบอกคุณลกั ษณะสาคญั ของสญั ญาณแอนะลอ็ ก ? ตอบ สญั ญาณแอนะลอ็ ก (Analog Signal) เป็นสญั ญาณแบบต่อเน่ือง มีลกั ษณะเป็นคลื่นไซน์ (sine wave) โดยท่ีแต่ละคล่ืนจะมีความถี่และความเขม้ ของสญั ญาณที่ต่างกนั เมื่อนาสัญญาณขอ้ มูล
เหล่าน้ีผา่ นอุปกรณ์รับสญั ญาณและแปลงสญั ญาณกจ็ ะไดข้ อ้ มูลที่ตอ้ งการ ตวั อยา่ งของการส่ง ขอ้ มูลที่มีสญั ญาณแบบแอนะลอ็ ก คือ การส่งผา่ นระบบโทรศพั ท์ สญั ญาณแอนะลอ็ กเป็นสญั ญาณท่ีมกั เกิดข้ึนในธรรมชาติเป็นสญั ญาณท่ีมีความต่อเนื่อง ไม่ไดม้ ี การเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว สญั ญาณแบบน้ี เช่น เสียงพดู เสียงดนตรี เป็นตน้3. จงบอกคุณลกั ษณะสาคญั ของสญั ญาณดิจิตอล ? ตอบ สญั ญาณดิจิทลั (องั กฤษ: digital signal) เป็นสญั ญาณทางกายภาพท่ีเป็นตวั แทดบั ของค่าที่ แยกจากกนั (สญั ญาณท่ีมีปริมาณไม่ต่อเนื่องในแกนเวลา) เช่น กระแสบิตที่ไม่มีหลกั เกณฑห์ รือ สญั ญาณแอนะลอ็ กที่ถูกทาเป็นบิตสตรีม (องั กฤษ: digitized) (ถูกสุ่มเลือกและแปลงจากแอนะลอ็ ก ใหเ้ ป็นดิจิทลั ) สญั ญาณดิจิทลั สามารถอา้ งถึงอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงต่อไปน้ี รูปคล่ืนสญั ญาณตามแกนเวลาที่ต่อเนื่องใด ๆ ท่ีใชใ้ นการส่ือสารแบบดิจิทลั โดยเป็นตวั แทนของ กระแสบิตหรือลาดบั อื่น ๆ ของคา่ ไม่ต่อเน่ือง ขบวนสญั ญาณกระตุกท่ีสลบั ไปมาระหวา่ งจานวนไม่ต่อเน่ืองของระดบั แรงดนั ไฟฟ้า หรือ ระดบั ของความเขม้ ของแสง ที่รู้กนั วา่ เป็นสญั ญาณท่ีเขา้ รหสั (องั กฤษ: line coded signal)หรือการส่ง สญั ญาณเบสแบนด์ ตวั อยา่ งเช่น สญั ญาณที่พบในอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ดิจิทลั หรือในการส่ือสาร แบบอนุกรม หรือ pulse code modulation (PCM) ท่ีเป็นตวั แทนของสัญญาณแอนะลอ็ กท่ีถกู digitized สญั ญาณที่ถกู สร้างข้ึนโดยวธิ ีการกล้าสญั ญาณ (องั กฤษ: modulation) แบบดิจิทลั แบบหน่ึง (การ ส่งผา่ นแบบ passband ดิจิทลั ) ที่จะถูกโอนยา้ ยระหวา่ งโมเดม็ จะอยใู่ นกรณีแรกและจะถือไดว้ า่ เป็น สญั ญาณดิจิทลั ส่วนในกรณีท่ีสองเป็นการแปลงสญั ญาณจากแอนะลอ็ กใหเ้ ป็นดิจิทลั4. จงสรุปขอ้ ดีและขอ้ เสียของสญั ญาณแอนะลอ็ กและสญั ญาณดิจิตอล ? ตอบ ขอ้ เปรยี บเทยี บ ระบบอนาล็อก ระบบดจิ ติ อลความคมชดั ของ ความคมชดั ปกติ (SD) ความคมชดั ปกติ (SD) และความคมชดั สงูภาพ (HD) - ไมม่ ปี ัญหาเรอื่ งสญั ญาณ แมอ้ ยใู่ นพน้ื ทท่ี มี่ ี -สญั ญาณไมด่ ี ถา้ อยใู่ นพน้ื ทท่ี มี่ ี ตกึ สงู หรอื ภเู ขาบงั สญั ญาณโทรทศั น์การรบั สญั ญาณ ตกึ สงู หรอื ภเู ขาบงั การรบั - ไมเ่ กดิ ปัญหาภาพซอ้ น แมม้ สี ญั ญาณอนื่ สญั ญาณโทรทศั น์ สง่ มารบกวน
- เกดิ ภาพซอ้ น หากมสี ญั ญาณอน่ื สง่ มารบกวน - สญั ญาณรบกวนนอ้ ย เพราะระบบจะไม่ ขยายสญั ญาณ แตจ่ ะทบทวนสญั ญาใหมใ่ ห ้ - เกดิ สญั ญาณรบกวน (Noise) ได ้ กลบั มาเหมอื นเดมิ เมอ่ื สญั ญาณถกู ขยาย - ภาพไมค่ มชดั หากอยใู่ กล ้ - ไมม่ ปี ัญหาเรอื่ งความคมชดั หากอยใู่ กล ้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า หรอื แมเ่ หล็ก อปุ กรณ์ไฟฟ้า หรอื แมเ่ หล็กการสง่ สญั ญาณ - สง่ จากเสาอากาศ ดงั นัน้ เครอื่ ง - สง่ จากดาวเทยี ม เครอ่ื งโทรทศั นไ์ มส่ ามารถ โทรทศั นส์ ามารถรบั สญั ญาณได ้ รบั สญั ญาณไดโ้ ดยตรง ตอ้ งมจี าน หรอื กลอ่ ง เลย แปลงสญั ญาณเขา้ กบั ทวี กี อ่ น จงึ รบั ชมได ้ - สง่ สญั ญาณขอ้ มลู ไดร้ วดเร็วและมากกวา่ - สง่ สญั ญาณขอ้ มลู ไดช้ า้ และนอ้ ย อนาล็อก กวา่ ระบบอนาล็อกการบบี อดั บบี อดั สญั ญาณไมไ่ ด ้ จงึ ตอ้ งใช ้ มรี ะบบการบบี อดั สญั ญาณ ทําใหส้ ามารถสง่สญั ญาณ ความถม่ี ากในการสง่ ทําใหม้ ี รายการไดม้ ากขน้ึ เชน่ 1 ชอ่ ง สามารถสง่ สถานนี อ้ ย เชน่ 1 ชอ่ ง ก็ใชไ้ ด ้ 1 ทางภาคพนื้ ดนิ ไดถ้ งึ 4-6 รายการ และผา่ นจานวน รายการเทา่ นัน้ ดาวเทยี มไดถ้ งึ 8-10 รายการชอ่ งสญั ญาณการรบั ชม มนี อ้ ย เพราะบบี อดั สญั ญาณ มไี ดม้ าก เพราะบบี อดั สญั ญาณได ้รายการขณะ ไมไ่ ด ้เคลอื่ นท่ี ไมส่ ามารถรบั ชมได ้ รับชมขณะอยใู่ นพาหนะเคลอื่ นทไ่ี ด ้ความประหยดั เสยี คา่ ใชจ้ า่ ยมากกวา่ ระบบ ประหยดั พลงั งานและคา่ ใชจ้ า่ ยกวา่ ระบบจานวนชอ่ งท่ี ดจิ ติ อล อนาล็อก เพราะเครอ่ื งสง่ 1 เครอ่ื ง สง่ ได ้ออกอากาศ หลายรายการระบบเสยี ง ฟรที วี ี 6 ชอ่ ง (3, 5, 7, 9, NBT,ขนาดภาพ Thaipbs) ฟรที วี ี 48 ชอ่ ง (6 ชอ่ งเดมิ จากอนาล็อก+42 ชอ่ งใหม)่การพฒั นาในอนาคต Stereo Surround 5.1 4:3 16:9 ไมส่ ามารถพัฒนาประสทิ ธภิ าพให ้ สามารถพัฒนาประสทิ ธภิ าพเพมิ่ ขนึ้ ได ้ เพอ่ื เพมิ่ ขนึ้ ได ้ จงึ ไมเ่ พยี งพอการใช ้ รองรับโทรทศั นใ์ นอนาคต เชน่ โทรทศั นจ์ อ งานทมี่ กี ารเตบิ โตขน้ึ เรอื่ ย ๆ กวา้ ง, HDTV5. ส่วนประกอบพ้ืนฐานหลกั ๆ ของสญั ญาณแอนะลอ็ กมีอะไรบา้ ง จงอธิบาย ตอบ สญั ญาณ Analog โดยทวั่ ไปจะประกอบดว้ ยส่วนพ้นื ฐาน 3 ประการ ดงั น้ี 1. แอมพลิจูด (Amplitude) สญั ญาณแอนะลอ็ ก ที่มีการเคลื่อนที่ในลกั ษณะเป็นรูปคลื่นข้ึนลงสลบั กนั และกา้ วไปตามเวลา แบบสมบูรณ์น้นั เรียกวา่ คล่ืนซายน์ (Sine Wave)
แอมพลิจูดจะเป็นค่าที่วดั จากแรงดนั ไฟฟ้า ซ่ึงอาจเป็นระดบั ของคลื่นจุดสูงสุด (High Amplitude) หรือจุดต่าสุด (Low Amplitude) และแทนดว้ ยหน่วยวดั เป็นโวลด์ (Volt) 2. ความถี่ (Frequency) หมายถึง อตั ราการข้ึนลงของคลื่น ซ่ึงเกิดข้ึนจานวนก่ีรอบใน 1 วนิ าที โดยความถ่ีน้นั จะใชแ้ ทน หน่วยวดั เป็นเฮิรตซ์ (Hertz : Hz) 3.คาบ (Period) เป็นระยะเวลาของสญั ญาณท่ีเปลี่ยนแปลงไปจนครบรอบ โดยจะมีรูปแบบซ้าๆ กนั ในทุกช่วงเวลา โดยหน่วยวดั ของคาบเวลาจะใชเ้ ป็นวนิ าที และเม่ือคลื่นสญั ญาณทางาน ครบ 1 รอบ จะเรียกวา่ Cycle6. Bit Interval กบั Bit Rate คืออะไร ใชก้ บั สญั ญาณอะไร และนามาเทียบเคียงกบั หน่วยวดั ใดของ สญั ญาณแอนะลอ็ ก ? ตอบ bit interval หมายถึง เวลาที่ตอ้ งใชใ้ นการส่งขอ้ มูล 1 บิต มีหน่วยเป็นวนิ าที Bitrate (บิทเรท) คืออะไร Bit บิท คือหน่วยของสญั ญาณดิจิตอล การท่ีจะประมวลผลสญั ญาณดว้ ย ความเร็วเท่าไหร่น้นั จึงเรียกวา่ “บิทเรท” โดยปกติไฟลว์ ดี ีโอจะใชห้ น่วยความเร็วเป็นวนิ าที ยกตวั อยา่ ง เช่น Kbps (KiloBit per second) หรือ Mbps (MegaBit per second) **หมายเหตุ 1 Megabit = 1,000 Kilobit7. จงสรุปความหมายของ Bit Rate และ Baud Rate พร้อมกบั ยกตวั อยา่ งประกอบ ? ตอบ bit interval หมายถึง เวลาท่ีตอ้ งใชใ้ นการส่งขอ้ มูล 1 บิต มีหน่วยเป็นวนิ าที bit rate หมายถึง อตั ราการส่งขอ้ มูลบิตขอ้ มูลใน 1 วนิ าทีมีหน่วย bps(bits per second) อตั ราการส่งขอ้ มูลในช่องส่ือสาร ข้ึนอยกู่ บั 3 องคป์ ระกอบคือ - แบนดว์ ดิ ธ์ - ระดบั ของสญั ญาณ - คุณภาพช่องสญั ญาณ (วดั จารระดบั การรบกวน)8. การมอดูเลต (Modulate) คืออะไร จงอธิบาย ? ตอบ คือ การจะส่งสญั ญาณเสียงหรือขอ้ มูลผา่ นช่องทางการส่ือสารจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่จะตอ้ งอาศยั พลงั งานไฟฟ้าช่วยพาสญั ญาณเหล่าน้นั ใหเ้ คล่ือนยา้ ยจากที่หน่ึงไปยงั อีกท่ีหน่ึงขบวนการหรือข้นั ตอ้ นในการเพ่มิ พลงั งานไฟฟ้าดงั กล่าวเราเรียกวา่ การมอดูเลต(Modulation) พลงั งานไฟฟ้าซ่ึงมี
ความถ่ีสูงและคงท่ีรวมท้งั มีแอมปลิจูด(ขนาด) สูงดว้ ยน้นั เราเรียกวา่ สญั ญาณคล่ืนพาห์ (SignalCarrier) อปุ กรณ์สาหรับมอดูเลตสัญญาณ(Modulator) จะสร้างสญั ญาณคล่ืนพาห์และ รวมเขา้ กบั สัญญาณขอ้ มูลเพ่อื ใหส้ ญั ญาณมีความแรงพอที่จะส่งผา่ นส่ือกลางไปยงั อีกจุดหน่ึงท่ีอยู่ ไกลออกไปไดแ้ ละเมื่อถึงปลายทางกจ็ ะมีอุปกรณ์ซ่ึงทาหนา้ ที่แยกสญั ญาณคล่ืนพาห์ออกใหเ้ หลือ เพยี งสญั ญาณขอ้ มูลเราเรียกวธิ ีการแยกสญั ญาณน้ีวา่ การดีมอดูเลต(Demodulation)เร่ืองการมอดู เลตสัญญาณเป็นเรื่องที่สาคญั มากในการสื่อสารขอ้ มูลการเลือกวิธีการมอดูเลตและการดีมอดูเลตท่ี เหมาะสมจะช่วยใหท้ ่านทาการส่งขอ้ มูลขา่ วสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ อปุ กรณ์สาหรับมอดูเลตสญั ญาณ (Modulator) จะสร้างสญั ญาณคล่ืนพาห์ และรวมเขา้ กบั สญั ญาณ ขอ้ มูลเพอ่ื ใหส้ ญั ญาณมีความแรงพอที่จะส่งผา่ นส่ือกลางไปยงั อีกจุดหน่ึง เม่ือถึงปลายทางจะมี อุปกรณ์ในการแยกสญั ญาณคล่ืนพาห์ออก เรียกวธิ ีการแยกสญั ญาณน้ีวา่ “การดีมอดูเลต” (Demodulation)9. คุณสมบตั ิสาคญั ของสญั ญาณพาหะ (Carrier Signal) คืออะไร นาไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไร ? ตอบ มีคุณสมบตั ิพิเศษคือสามารถส่งออกไดใ้ นระยะไกล ๆ และผา่ นตวั กลางได้ และเม่ือมีการนา คล่ืนพาหะมารวมกบั สญั ญาณเสียง10. จงอธิบายความแตกต่างระหวา่ งการมอดูเลตทางขนาด(AM)และการมอดูเลตทางความถี่ (FM) มา พอเขา้ ใจ? ตอบ การมอดูเลตทางแอมปลิจูด (AM) สญั ญาณของคล่ืนพาห์จะมีความถี่สูงกวา่ ความถ่ีของสัญญาณขอ้ มูล เพ่ือใหส้ ามารถพา สญั ญาณขอ้ มูลไปไดไ้ กล ๆ สญั ญาณ AM ท่ีมอดูเลตแลว้ จะมีความถี่เท่ากบั ความถ่ีของสญั ญาณคลื่นพาห์ โดยมีขนาดหรือแอม ปลิจูดของสญั ญาณเปลี่ยนแปลงไปตามแอมปลิจูดของสญั ญาณดว้ ย ขอ้ เสียของการมอดูเลตแบบ AM คือ 1. แบนดว์ ดิ ทข์ องสญั ญาณ AM เป็นยา่ นความถี่ท่ีไม่สูง ทาใหม้ ีสญั ญาณรบกวนจากภายนอกเขา้ มา ไดง้ ่าย 2. การส่งสญั ญาณแบบ AM สิ้นเปลืองพลงั งานมาก พลงั งานส่วนใหญ่ใชใ้ นการส่งคลื่นพาห์ การมอดูเลตทางความถ่ี (FM)
สญั ญาณ FM ท่ีมอดูเลตแลว้ จะมีแอมปลิจูดคงที่ แต่ความถี่ของสญั ญาณจะไม่คงที่เปลี่ยนแปลงไป ตามแอมปลิจูดของสญั ญาณขอ้ มูล ขอ้ เสียของการมอดูเลตแบบสญั ญาณ FM คือ 1. ตอ้ งการแบนดว์ ดิ ทท์ ี่มีขนาดกวา้ ง เนื่องจากสัญญาณขอ้ มูลมีหลายความถี่ 2. คุณภาพดีกวา่ การมอดูเลตแบบ AM แต่การทางานจะซบั ซอ้ นกวา่ การมอดูเลตทางเฟส (PM) การมอดูเลตแบบ PM จะใหค้ ร่ึงรอบของสัญญาณเป็นมุม 180 องศา และเมื่อครบ 1 รอบ จะเป็น 360 องศา สัญญาณมอดูเลตจะมีการเปลี่ยน (กลบั ) มุมเฟสทุกคร้ังท่ีมุมเฟสของสญั ญาณขอ้ มูลต่าง จากมุมเฟสของสญั ญาณคล่ืนพาห์เท่ากบั 180 องศา การมอดูเลตแบบ PM นิยมใชใ้ นการแพร่ภาพสีทางทีวี แต่ AM กบั FM นิยมใชใ้ นการกระจายเสียง วทิ ยกุ ารมอดูเลตแบบ PM เป็นวธิ ีการท่ีดีแต่วงจรค่อนขา้ งจะซบั ซอ้ นจึงไม่นิยมใชส้ ่งสญั ญาณ ขอ้ มูลอะนาลอ็ ก การมอดูเลตแบบ PM มกั จะนามาใชใ้ นการส่งสญั ญาณขอ้ มูลคอมพิวเตอร์ที่ ตอ้ งการความเร็วในการส่งขอ้ มูลสูง11. การมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล ประกอบดว้ ยเทคนิคใดบา้ ง จงอธิบาย ? ตอบ เทคนิค หลกั การมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล คือ การใชส้ ญั ญาณพาห์ (Carrier Signal)12. รหสั ขอ้ มูลคืออะไร มีรหสั ใดบา้ ง จงสรุปมาใหเ้ ขา้ ใจ ? ตอบ รหสั แทนขอ้ มูล หมายถึง รหสั ท่ีใชแ้ ทนตวั อกั ขระ ซ่ึงประกอบดว้ ยตวั อกั ษร ตวั เลข หรือ สญั ลกั ษณ์พเิ ศษอ่ืน ๆ ที่ใชใ้ นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เพราะวา่ ขอ้ มูลที่เกบ็ ไวใ้ นหน่วยความจาของ คอมพวิ เตอร์จะแทนดว้ ยรหสั เลขฐานสองที่มีเลข ๐ กบั ๑ วางเรียงกนั ซ่ึงรหสั ขอ้ มูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี คือ 1. รหสั ภายนอกเครื่อง (External Code) หมายถึง รหสั ท่ีใชส้ าหรับการบนั ทึกขอ้ มูลท่ีอยภู่ ายนอก เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การบนั ทึกขอ้ มูลบนบตั รเจาะรู โดยใชส้ ญั ลกั ษณ์การเจาะรูแต่ละแถวแทน ขอ้ มูล 1 ตงั อกั ษร 2. รหสั ภายในเคร่ือง (Internal Code) หมายถึง รหสั ที่ใชแ้ ทนขอ้ มูลที่ถูกอ่านและบนั ทึกอยใู่ น หน่วยความจาของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ซ่ึงรหสั ที่ใชแ้ ทนขอ้ มูลภายในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงมีหลาย รูปแบบ
13. มีปัจจยั อะไรบา้ งที่ก่อใหเ้ กิดความสูญเสียของสญั ญาณจากการส่งผา่ นขอ้ มูล ? ตอบ ปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความเร็วในการส่งขอ้ มูล จานวนโหนดท่ีเช่ือมต่อ (Number of Receivers) ความสูญเสียต่อการส่งผา่ น (Transmission Impairments) คือการอ่อนตวั ของสญั ญาณ จะเกี่ยวขอ้ ง กบั ระยะทางในการส่งผา่ นขอ้ มูล การรบกวนของสญั ญาณ (Interference) คือ การรบกวนของสญั ญาณภายนอก อาจส่งผลใหเ้ กิด การบิดเบือนของสญั ญาณได้ แบนดว์ ดิ ธ์ (Bandwidth) คือ ความกวา้ งของช่องสญั ญาณ บอกถึงความสามารถของการส่งขอ้ มูล ยง่ิ กวา้ งยงิ่ ส่งขอ้ มูลไดเ้ ร็ว เปรียบไดก้ บั ความกวา้ งของถนน14. สญั ญาณท่ีเบาบางลงหมายถึงอะไร สามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยวธิ ีใด ? ตอบ ความตอ้ งการส่งผา่ นขอ้ มูลจากจุดหน่ึงไปยงั จุดหน่ึงผา่ นสายส่ือ สารหรือคลื่นวทิ ยขุ อ้ มูลที่ ตอ้ งการส่งน้นั จะตอ้ งไดร้ ับการแปลงใหอ้ ยใู่ นรูปแบบของสญั ญาณท่ีเหมาะสมกบั ระบบส่ือสาร น้นั ๆ เสียก่อน ดงั น้นั ความหมายของสญั ญาณกค็ ือปริมาณใด ๆ ท่ีสามารถเปลี่ยนแปลงและ สมั พนั ธ์ไปกบั เวลา โดยสญั ญาณท่ีใชใ้ นระบบส่ือสารกค็ ือกระแสไฟฟ้า (Electric) หรือคลื่น แม่เหลก็ ไฟฟ้า (Electromagnetic Wave) เช่น คลื่นวทิ ยุ คล่ืนแสง เป็นตน้ และต่อไปน้ีจะเป็น ตวั อยา่ งของสญั ญาณ15. การส่งผา่ นขอ้ มูลบนสายส่ง ทาใหอ้ ณุ หภูมิสูงข้ึนไดอ้ ยา่ งไร จงอธิบาย ? ตอบ Thermal Noise เป็นสญั ญาณรบกวนที่เกิดจากความร้อน เน่ืองจากสญั ญาณที่วง่ิ ผา่ นส่ือกลาง จะมีความตา้ นทานในตวั เอง ทาใหอ้ ณุ หภูมิสูงข้ึน16. จงสรุปสญั ญาณรบกวนชนิด Thermal Noise,Impulse Noise, Crosstalk , Echo และ Jitter มาใหพ้ อ เขา้ ใจ พร้อมวธิ ีแกไ้ ข ตอบ สญั ญาณรบกวน เป็นปัจจยั สาคญั อยา่ งหน่ึงท่ีทาใหฝ้ ่ังรับไดร้ ับสญั ญาณขอ้ มูลที่ผดิ เพ้ียนไป จากเดิม ไม่เหมือนกบั ขอ้ มูลท่ีส่งมาจากผสู้ ่ง และเม่ือมีสญั ญาณรบกวนชนิดต่าง ๆ ท่ีทาใหเ้ กิด ขอ้ ผดิ พลาดในขอ้ มูล ระบบการส่งผา่ นขอ้ มูลแทบทุกระบบจึงจาเป็นตอ้ งมีการป้องกนั สญั ญาณ รบกวน อยา่ งไรกต็ าม แนวทางท่ีดีกค็ ือ หากสามารถลดสญั ญาณรบกวนก่อนท่ีจะส่งไปยงั ระบบส่ือสาร โดยเทคนิคต่อไปน้ีจะช่วยลดสญั ญาณรบกวนได้ ซ่ึงประกอบดว้ ย
- Thermal Noise เป็นสญั ญาณรบกวนที่เกิดจากความร้อน เน่ืองจากสญั ญาณท่ีวง่ิ ผา่ นสื่อกลางจะมีความตา้ นทานในตวั เอง ทาใหอ้ ณุ หภูมิสูงข้ึน- Impulse Noise เป็นสญั ญาณรบกวนท่ีเกิดข้ึนแบบทนั ทีทนั ใด ซ่ึงอาจเกิดจากฟ้าแลบ ฟ้าผา่สญั ญาณรบกวนชนิดน้ีสามารถลบลา้ งสญั ญาณตน้ ฉบบั ทาใหไ้ ม่สามารถแยกแยะเพือ่ การกคู้ ืนได้- Crosstalk เป็นสญั ญาณรบกวนท่ีเกิดจากการเหนี่ยวนาของสนามแม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยเฉพาะสายสญั ญาณที่มีการนามามดั รวมกนั ซ่ึงหากไม่มีฉนวนป้องกนั จะทาใหเ้ กิดการรบกวนซ่ึงกนั และกนั ได้- Echo เป็นสญั ญาณสะทอ้ นกลบั ทาใหโ้ หนดใกลเ้ คียงไดย้ นิ และพลนั นึกวา่ สายส่งขอ้ มูลในขณะน้นั ไม่วา่ ง แทนที่จะสามารถส่งขอ้ มูลได้ กน็ ึกวา่ มีโหนดอื่นใชง้ านอยู่- Jitter ส่งผลใหค้ วามถ่ีของสญั ญาณมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งต่อเนื่อง สญั ญาณถูกเลื่อนเฟสไปเป็นคา่ อื่น ๆ ---------------------------------------------
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: