Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่7

บทที่7

Published by 6032040035, 2018-09-06 03:17:08

Description: บทที่7

Search

Read the Text Version

สอื่ กลางแบบสายสญั ญาณ สายโคแอกเชียล (Coaxial) เป็นตวั กลางเชื่อมโยงท่ีมีลักษณะเช่นเดียวกับสายที่ต่อจากเสาอากาศของโทรทศั น์ สายโคแอกเชียลที่ใช้ทว่ั ไปมี 2 ชนิด คือ 50 โอห์ม ซงึ่ ใช้ส่งข้อมลู แบบดิจิตอล และ ชนิด 75 โอห์ม ซึ่งใช้ส่งข้อมลู สญั ญาณอนาล็อก สายประกอบด้วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลกั หน่ึงเส้นท่ีห้มุ ด้วยด้วยฉนวนอีกชนั้ หนึ่งเพ่ือป้องกนั กระแสไฟฟ้ารั่ว จากนนั้ จะห้มุ ด้วยตวั นาซึ่งทาจากลวดทองแดงถกั เป็นเปียเพื่อป้องกนั การรวบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสญั ญาณรวบกวนอื่นๆ ก่อนจะห้มุ ชนั้ นอกสดุ ด้วยฉนวนพลาสติก ลวดทองแดงท่ีถกั เป็นเปียนีเ้ องเป็นส่วนที่ทาให้สวยแบบนีม้ ีช่วงความถี่สญั ญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้สงู มากและนิยมใช้เป็นช่องสื่อสารสญั ญาณอนาลอ็ กเชื่อมโยงผ่านใต้ทะเลและใต้ดนิ

ข้อดีและข้อเสียของสายโคแอกเชียลข้อดี1. ราคาถกู2. มีความยืดหยนุ่ ในการใช้งาน3. ติดตงั้ ง่าย และมีนา้ หนกั เบาข้อเสยี1. ถกู รบกวนจากสญั ญาณภายนอกได้ง่าย2. ระยะทางจากดั

สายค่บู ิดเกลยี ว (Twisted pair) ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงท่ีห้มุ ด้วยฉนวนพลาสติก 2 เส้นพนั บิดเป็นเกลียว ทงั้ นีเ้ พื่อลดการรบกวนจากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในสายเดียวกันหรือจากภายนอกเน่ืองจากสายคบู่ ิดเกลียวนีย้ อมให้สญั ญาณไฟฟา้ ความถี่สงู ผ่านได้ สาหรับอตั ราการสง่ ข้อมลู ผ่านสายค่บู ิดเกลียวจะขึน้ อย่กู บั ความหนาของสายด้วย กล่าวคือสายทองแดงท่ีมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง จะสามารถส่งสญั ญาณไฟฟ้ากาลงั แรงได้ ทาให้สามารถสง่ ข้อมลู ด้วยอตั ราสง่ สงู โดยทวั่ ไปแล้วสาหรับการสง่ ข้อมลู แบบดิจิทลั สญั ญาณท่ีสง่ เป็นลกั ษณะคลื่นส่ีเหลี่ยม สายค่บู ิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมลู ได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาทีในระยะทางไม่เกินร้อยเมตรเนื่องจากสายค่บู ิดเกลียวมีราคาไม่แพงมาก ใช้สง่ ข้อมลู ได้ดีจึงมีการงานอย่างกว้างขวาง สายประเภทนีม้ ีด้วยกัน 2ชนิดคือ -สายค่บู ิดเกลียวชนิดห้มุ ฉนวน (Shielded Twisted Pair : STP) เป็นสายค่บู ิดเกลียวท่ีห้มุ ด้วยลวดถกัชนั้ นอกท่ีหนาอกี ชนั้ เพื่อปอ้ งกนั การรบกวนของคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า(นิยมนามาใช้เป็นสายโทรศพั ท์)

-สายคบู่ ิดเกลยี วชนิดไมห่ ้มุ ฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP) เป็นสายค่บู ิดเกลียวมีฉนวนชนั้ นอกที่บางอีกชนั้ ทาให้สะดวกในการโค้งงอ แต่สามารถป้องกนั การรบกวนของคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ได้น้อยกว่าชนิดแรก แต่ก็มีราคาต่ากว่า จึงนิยมใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย ตัวอย่างของสายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวนที่เห็นในชีวิตประจาวนั คือ สายโทรศพั ท์ท่ีใช้อยใู่ นบ้านข้อดีและข้อเสียของสายคบู่ ิดเกลียวข้อดี1. ราคาถกู2. มีความยืดหยนุ่ ในการใช้งาน3. ตดิ ตงั้ งา่ ย และมีนา้ หนกั เบาข้อเสยี1. ถกู รบกวนจากสญั ญาณภายนอกได้งา่ ย2. ระยะทางจากดั

เส้นใยนาแสง (Fiber Optic) มีแกนกลางของสายซึ่งประกอบด้วยเส้นใยแก้ วหรือพลาสติกขนาดเล็กหลายๆ เส้นอย่รู วมกนั เส้นใยแต่ละเส้นมีขนาดเล็กเท่าเส้นผมและภายในกลวง และเส้นใยเหลา่ นนั้ ได้รับการหอ่ หุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหน่ึง ก่อนจะห้มุ ชนั้ นอกสดุ ด้วยฉนวน การส่งข้อมูลผ่านทางสื่อกลางชนิดนีจ้ ะแตกต่างจากชนิดอื่นๆ ซง่ึ ใช้สญั ญาณไฟฟา้ ในการสง่ แต่การทางานของสื่อกลางชนิดนีจ้ ะใช้เลเซอร์ว่ิงผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้นและอาศยั หลกั การหกั เหของแสงโดยใช้ใยแก้วชนั้ นอกเป็นกระจกสะท้ อนแสง การให้แสงเคล่ือนท่ีไปในท่อแก้วสามารถสง่ ข้อมลู ด้วยอตั ราความหนาแน่นของสญั ญาณข้อมลู สงู มาก และไม่มีการก่อกวนของคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าปัจจบุ นั ถ้าใช้เส้นใยนาแสงกบั ระบบอีเทอร์เน็ตจะใช้ได้ด้วยอตั ราเร็วหลายร้อยเมกะบิต และเน่ืองจากความสามารถในการสง่ ข้อมลู ด้วยอตั ราความหนาแน่นสงู ทาให้สามารถสง่ ข้อมลู ทัง้ ตวั อกั ษร เสียง ภาพกราฟิ ก หรือวีดีทศั น์ได้ในเวลาเดียวกนั อีกทงั้ ยงั มีความปลอดภยั ในการส่งสงู แตอ่ ย่างไรก็มีข้ อเสียเนื่องจากการบิดงอสายสญั ญาณจะทาให้เส้นใยหกั จึงไมส่ ามารถใช้สือ่ กลางนีใ้ นการเดินทางตามมมุ ตกึ ได้ เส้นใยนาแสงมีลกั ษณะพิเศษท่ีใช้สาหรับเช่ือมโยงแบบจุดไปจุด ดังนัน้ จึงเหมาะที่จะใช้ กับการเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอาคารหรือระหว่างเมืองกับเมืองเส้นใยนาแสงจงึ ถกู นาไปใช้เป็นสายแกนหลกั

ข้อดีข้อเสียของสายใยแก้วนาแสงข้อดี1. สง่ ข้อมลู ด้วยความเร็วสงู2. ไมม่ ีการรบกวนทางแมเ่ หลก็ ไฟฟา้3. สง่ ข้อมลู ได้ในปริมาณมากข้อเสีย1. มีราคาแพงกวา่ สายสง่ ข้อมลู แบบสายค่ตู ีเกลียวและโคแอกเชียล2. ต้องใช้ความชานาญในการติดตงั้3. มีคา่ ใช้จา่ ยในการตดิ ตงั้ สงู กวา่ สายค่ตู ีเกลียวและโคแอกเชียล

สอื่ กลางแบบไรส้ ายการสือ่ สารข้อมลู แบบไร้สายนีส้ ามารถสง่ ข้อมลู ได้ทกุ ทิศทางโดยมีอากาศเป็นตวั กลางในการส่อื สาร1) คลื่นวิทยุ (Radio Wave) วิธี การสื่อสารประเภทนีจ้ ะใช้การส่งคล่ืนไปในอากาศ เพ่ือส่งไปยงั เครื่องรับวิทยุโดยรวมกบั คลนื่ เสียงมีความถี่เสียงท่ีเป็นรูป แบบของคลื่นไฟฟ้า ดังนนั้ การสง่ วิทยกุ ระจายเสียงจงึ ไมต่ ้องใช้สายสง่ข้อมลู และยงั สามารถส่งคลื่นสญั ญาณไปได้ระยะไกล ซ่ึงจะอยู่ในช่วงความถี่ระหว่าง 104 - 109 เฮิรตซ์ ดงั นัน้เครื่องรับวิทยจุ ะต้องปรับชอ่ งความถ่ีให้กบั คลืน่ วทิ ยทุ ่ีสง่ มา ทาให้สามารถรับข้อมลู ได้อยา่ งชดั เจน

2) สัญญาณไมโครเวฟ (Microwave) เป็นส่ือกลางในการส่ือสารที่มีความเร็วสูง ส่งข้อมูลโดยอาศัยสัญญาณไมโครเวฟ ซง่ึ เป็นสญั ญาณคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ไปในอากาศพร้อมกบั ข้อมลู ท่ีต้องการสง่ และจะต้องมีสถานีที่ทาหน้าที่สง่ และรับข้อมลู และเน่ืองจากสญั ญาณไมโครเวฟจะเดินทางเป็นเส้นตรง ไม่สามารถเลีย้ วหรือโค้งตามขอบโลกที่มีความโค้งได้ จึงต้องมีการตงั้ สถานีรับ - ส่งข้อมลู เป็นระยะๆ และส่งข้อมลู ต่อกันเป็นทอดๆ ระหว่างสถานีต่อสถานีจนกว่าจะถงึ สถานีปลายทาง และแตล่ ะสถานีจะตงั้ อยใู่ นท่ีสงู ซง่ึ จะอยใู่ นชว่ งความถ่ี 108 - 1012 เฮิรตซ์

3) แสงอินฟราเรด (Infrared) คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ท่ีมีความถี่อยใู่ นชว่ ง 1011 – 1014 เฮิรตซ์ หรือความยาวคลน่ื 10-3 – 10-6 เมตร เรียกว่า รังสอี ินฟราเรด หรือเรียกอีกอยา่ งหน่งึ วา่ คลน่ื ความถี่สนั้ (Millimeter waves)ซง่ึ จะมีย่านความถี่คาบเกี่ยวกบั ย่านความถ่ีของคล่ืนไมโครเวฟอย่บู ้าง วตั ถรุ ้อน จะแผ่รังสีอินฟราเรดที่มีความยาวคล่ืนสนั้ กว่า10-4 เมตรออกมา ประสาทสมั ผสั ทางผิวหนงั ของมนษุ ย์สามารถรับรังสีอินฟราเรด ลาแสงอินฟราเรดเดินทางเป็นเส้นตรง ไม่สามารถผ่านวตั ถทุ ึบแสง และสามารถสะท้อนแสงในวสั ดผุ ิวเรี ยบได้เหมือนกับแสงทว่ั ไปใช้มากในการสอ่ื สาร ระยะใกล้4) ดาวเทียม (satilite) ได้รับการพัฒนาขึน้ มาเพ่ือหลีกเลี่ยงข้อจากัดของสถานีรับ - ส่งไมโครเวฟบนผิวโลกวตั ถปุ ระสงค์ในการสร้างดาวเทียมเพื่อเป็นสถานีรับ - ส่งสญั ญาณไมโครเวฟบนอวกาศ และทวนสญั ญาณในแนวโคจรของโลก ในการส่งสญั ญาณดาวเทียมจะต้องมีสถานีภาคพืน้ ดินคอยทาหน้าที่รับ และส่งสญั ญาณขึน้ ไปบนดาวเทียมที่โคจรอย่สู งู จากพืน้ โลก 22,300 ไมล์ โดยดาวเทียมเหล่านนั้ จะเคลื่อนท่ีด้วยความเร็วที่เท่ากบั การหมนุของโลก จึงเสมือนกับดาวเทียมนนั้ อย่นู ่ิงอย่กู ับที่ ขณะที่โลกหมุนรอบตวั เอง ทาให้การส่งสญั ญาณไมโครเวฟจากสถานีหนึ่งขึน้ ไปบนดาวเทียมและการกระจายสญั ญาณ จากดาวเทียมลงมายังสถานีตามจดุ ต่างๆ บนผวิ โลกเป็นไปอย่างแม่นยา ดาวเทียมสามารถโคจรอย่ไู ด้ โดยอาศยั พลงั งานท่ีได้มาจากการเปลี่ยน พลงั งานแสงอาทิตย์ ด้วย แผงโซลาร์ (solar panel)

5) บลทู ธู (Bluetooth) ระบบสื่อสารของอปุ กรณ์อิเล็คโทรนิคแบบสองทาง ด้วยคล่ืนวิทยรุ ะยะสนั้ (Short-RangeRadio Links) โดยปราศจากการใช้สายเคเบลิ ้ หรือ สายสญั ญาณเช่ือมต่อ และไม่จาเป็นจะต้องใช้การเดินทางแบบเส้นตรงเหมือนกบั อินฟราเรด ซ่ึงถือว่าเพิ่มความสะดวกมากกว่าการเช่ือมต่อแบบอินฟราเรด ท่ีใช้ในการเช่ือมต่อระหว่างโทรศพั ท์มือถือ กบั อปุ กรณ์ ในโทรศพั ท์เคล่ือนท่ีรุ่นก่อนๆ และในการวิจยั ไม่ได้ม่งุ เฉพาะการส่งข้อมูลเพียงอยา่ งเดียว แต่ยงั ศกึ ษาถงึ การสง่ ข้อมลู ที่เป็นเสียง เพื่อใช้สาหรับ Headset บนโทรศพั ท์มือถือด้วยเทคโนโลยี บลทู ธูเป็นเทคโนโลยีสาหรับการเช่ือมต่ออุปกรณ์แบบไร้ สายที่น่าจับตามองเป็นอย่าง ย่ิงในปัจจุบัน ทัง้ ในเร่ืองความสะดวกในการใช้งานสาหรับผ้ใู ช้ทว่ั ไป และประสิทธิภาพในการทางาน เน่ืองจาก เทคโนโลยี บลทู ธู มีราคาถกู ใช้พลงั งานน้อย และใช้เทคโนโลยี short–range

ปัจจยั ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ การเลอื กใชส้ อื่ กลางปัจจยั ท่ีสง่ ผลกระทบต่อการเลือกใช้ส่อื กลาง หลกั การพิจารณาเลอื กใช้ส่อื กลาง การเลือกใช้งานด้านการสื่อสารข้อมลู หรือการออกแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สิ่งท่ีสาคัญท่ีควรพิจารณาคือการใช้ส่ือกลางที่เหมาะสม เพราะหากเลือกใช้สื่อไม่เหมาะสมแล้ว การเช่ือมต่อเครือขา่ ยอาจไมส่ มบรู ณ์ หรือมีปัญหาในการใช้งานให้เกิดความล้มเหลวได้ ซง่ึ ควรพจิ ารณาดงั นี ้1. ต้นทนุ- พจิ ารณาต้นทนุ ของตวั อปุ กรณ์ที่ใช้- พจิ ารณาต้นทนุ การตดิ ตงั้ อปุ กรณ์- เปรียบเทียบราคาของอปุ กรณ์ และประสทิ ธิภาพการใช้งาน2. ความเร็ว- ความเร็วในการสง่ ผา่ นสญั ญาณ จานวนบิตตอ่ วินาที- ความเร็วในการแพร่สญั ญาณ ข้อมลู ท่ีสามารถเคลือ่ นท่ีผ่านส่อื กลางไปได้

3. ระยะทาง- สอื่ กลางแต่ละชนิดมีความสามารถในการสง่ สญั ญาณข้อมลู ไปได้ในระยะทางต่างกนั ดงั นนั้ การเลือกใช้ส่ือกลางแต่ละชนิดจะต้องทราบข้อจากัดด้านระยะทาง เพ่ือที่จะต้องทาการติดตัง้ อุปกรณ์ทบทวนสญั ญาณเมื่อใช้สื่อกลางในระยะไกล4. สภาพแวดล้อม- เป็นปัจจยั สาคญั อยา่ งหนึง่ ในเลอื กใช้ส่อื กลาง เช่น สภาพแวดล้อมท่ีเป็นโรงงานอตุ สาหกรรมเครื่องจกั รกลจะมีคลนื่แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ตา่ ง ๆ ดงั นนั้ การเลอื กใช้สื่อกลางควรเลอื กสอ่ื กลางท่ีทนทานตอ่ สญั ญาณรบกวนได้ดี5. ความปลอดภยั ของข้อมลู- หากส่ือกลางท่ีเลือกใช้ไม่สามารถป้องกนั การลกั ลอบนาข้อมลู ไปได้ ดังนัน้ การสื่อสารข้อมูลจะต้องมีการ เข้ารหัสข้อมูลก่อนท่ีจะส่งไปในส่ือกลาง และผู้รับก็ต้องมีการถอดรหัสท่ีใช้หลักเกณฑ์เดียวกนั จงึ จะสามารถนาข้อมลู นนั้ ไปใช้ได้

จดั ทำโดยนำงสำวณัฐกำนต์ บำเพญ็ ผล เลขท่ี 11 ปวส.2สำขำคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ ห้อง 1


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook