Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่6

บทที่6

Published by 6032040035, 2018-09-06 03:16:15

Description: บทที่6

Search

Read the Text Version

สาย LANสายแลนคืออะไรสายแลน (Lan Cable) เป็นสายนาสญั ญาณที่ใช้ต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอย่าง Switchหรือ Hub และสายแลนก็ใช้ต่อกบั โมเดม็ เราเตอร์เพื่อเช่ือมตอ่ สญั ญาณอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย การสง่ ข้อมลู ระหว่างคอมพวิ เตอร์กบั คอมพิวเตอร์โดยตรงก็สามารถท่ีจะใช้สายแลนในการเช่ือมตอ่ ได้เชน่ กนั การเลือกซือ้ สายแลนนัน้ เราควรเลือกซือ้ ให้เข้ากับอุปกรณ์เช่ือมต่อ อาทิ Switch HUB Modem Router โดยส่วนใหญ่แล้วอปุ กรณ์เหล่านีจ้ ะมีอตั ราความเร็วในการโอนถ่ายข้อมลู อย่ทู ี่ประมาณ10/100/1000 Mbps ซงึ่ สายแลนที่นิยมใช้งานมากที่สดุ จะเป็นสายแบบ UTP (UNSHIELD TWISTED PAIR) คือ สายตีเกลียวที่ไมม่ ีตวัปอ้ งกนั โดยสายแลนต้องมีการเข้าหวั ต่อเพ่ือเชื่อมเข้าอปุ กรณ์ ซ่ึงหวั นี ้เรียกวา่ RJ45

สายแลนมีกี่ประเภทสายแลนแบง่ ออกได้เป็นหลายประเภทขนึ ้ อยกู่ บั ลกั ษณะของสายแลน1.แบ่งตามการใช้ภายนอกและภายในอาคาร โดยที่สายภายนอกอาคารจะมีปลอกหุ้มที่แข็งกว่าและหนากว่าสายภายในเพ่ือให้ทนตอ่ สภาพอากาศภายนอกอาคาร2.แบง่ ตามลกั ษณะการห้มุ ฉนวน มีตงั้ แตฉ่ นวนอยา่ งเดียวไม่มีฟอยล์ มีฟอยล์นอก และมีฟอยล์ห้มุ ทงั้ หมด3. แบง่ ตามคณุ ภาพความถ่ีที่รองรับได้– ประเภทท่ีหนึง่ คือ UTP UTP CAT5 คือ สายแลน ท่ีเป็นสายทองแดงที่มีความเร็วที่ต่า ความเร็วสงู สดุ อยทู่ ่ี 100Mbps สายชนิดนีไ้ มเ่ ป็นที่นิยมใช้งานกนั ซกั เทา่ ไรเนื่องด้วยอความเร็วในการถา่ ยโอนข้อมลู ที่ต่า– ประเภทท่ีสอง UTP CAT5e คือ สายแลนท่เี ป็นสายทองแดงที่มีความเร็วทต่ี ่า ความเร็วสงู สดุ อยทู่ ่ี 1 Gpbs– ประเภทที่สาม UTP CAT6 คือ สายแลนที่เป็นสายทองแดงที่มีความเร็วท่ีต่า ความเร็วสงู สดุ อย่ทู ่ี 10 GpbsBANWIDTH อยทู่ ี่ 250MHz– ประเภทท่ีสี่ UTP CAT7 คือ สายแลนที่เป็นสายทองแดงท่ีมีความเร็วท่ีต่า ความเร็วสงู สดุ อย่ทู ี่ 10 GpbsBANWIDTH อยทู่ ี่ 600MHz

4. แบง่ ตามการเข้าหวั ของสายแลนตามลกั ษณะการใช้งานสายแลน เป็นสายนาสญั ญาณท่ีเราควรเลือกให้เหมาะกบั อปุ กรณ์ท่ีเช่ือมต่อและการเข้าหวั ของสายแลนก็มีส่วนสาคญั อีกส่วนหนึ่งท่ีจะทาให้การเช่ือมต่อมีความเสถียรภาพและการส่งข้อมลู ท่ีล่ืนไหลมากยิ่งขึน้ ทงั้ นีท้ งั้ นนั้ การเลอื กใช้งานสายแลนเราก็ควรเลือกตามลกั ษณะงานทีเ่ ราจะใช้งานด้วยเช่นกนั

การด์ ทใี่ ชใ้ นการเชอื่ มตอ่ เครอื ่่ายการ์ดเชื่อมตอ่ เครือขา่ ย (NIC: Network Interface Card) การ์ดเช่ือมต่อเครือข่าย หรือเรียกว่าการ์ด LAN เป็นการ์ดสาหรับต่อเครื่องพีซี เข้ากบั สายเคเบิล ดงั นัน้ จึงต้องมีพอร์ตสาหรับเสยี บสายแบบใดแบบหนง่ึ ที่จะใช้ หรืออาจมีพอร์ตสาหรับสายหลายแบบก็ได้ เช่น มีพอร์ตสาหรับสายโคแอกเชียล และสาหรับสายคู่ตีเกลียว แต่สาหรับการ์ดรุ่นใหม่ๆ มักจะเหลือแต่พอร์ตสาหรับสายคู่ตีเกลียวเพราะปัจจบุ นั กาลงั เป็นท่ีนิยม นอกจากนีย้ งั มีการ์ดท่ีทามาสาหรับใช้ต่อกบั สายใยแก้วนาแสงซึงมกั จะมีราคาแพงและใช้เฉพาะบางงานการ์ด LAN จะมีสลอ็ ตท่ีใช้อยู่ 2 ชนิดคือ ISA 8 และ 16 บิต การ์ดแบบนีจ้ ะสามารถรับส่งข้อมลู กบัเคร่ืองพีซีได้ทีละ 8 หรือ 16 บิตท่ีความถี่ประมาณ 8 MHz เท่านนั้ โดยผา่ นบสั และสลอ็ ตแบบ ISA ตวั อย่างเช่น การ์ด NE1000 และ NE2000ท่ีผลติ ตามแบบของบริษัท Novell เป็นต้น ซึ่งความเร็วในการทางานจะต่ากวา่ แบบ PCI ซง่ึ ในปัจจบุ นั แทบจะไมพ่ บแล้ว

PCI 32 บิต เป็นการ์ดที่ใช้อย่ทู วั่ ไปในปัจจบุ นั ซง่ึ สามารถรับสง่ ข้อมลู ได้ทีละ 32 บิตผ่านบสั แบบ PCI ด้วยความเร็วสงู ถงึ 33 MHz ปัจจบุ นั การ์ดแบบสลอ็ ต PCI ราคาลดลงมาก ทรานซีฟเวอร์ (transceiver) เป็นสว่ นหนง่ึ ของการ์ด LAN โดยจะทาหน้าท่ีแปลงสญั ญาณของคอมพิวเตอร์เป็นสญั ญาณท่ีใช้ในเครือข่าย ทรานซีฟเวอร์รุ่นเก่า ๆ จะเชื่อมตอ่ กับสายเคเบิลและการ์ด LAN แตใ่ นปัจจบุ นั จะนาทรานซีฟเวอร์นีบ้ รรจเุ ข้าไปในตวั การ์ด LAN เลย บนการ์ด LAN บางแบบจะมีที่เสยี บชิปหน่วยความจา ROM เป็นซอ็ คเก็ตว่าง ๆ ทิง้ ไว้ สาหรับใช้ในกรณีที่ต้องการให้เคร่ื องท่ีใช้การ์ดนัน้ สามารถบูตจากหน่วยความจาของเครื่องท่ีเป็นเซิร์ฟเวอร์ในระบบ LAN ได้ ซง่ึ ก็จะต้องมี ROM ท่ีมีโปรแกรมพิเศษมาใส่ในซ็อคเก็ตว่างนี ้เรียกว่าเป็น bootROM โดยโปรแกรมในROM ดงั กล่าวจะอยู่ในตาแหน่งแอดเดรสท่ีซีพียูจะเรียกใช้ในตอนที่บูตเคร่ืองเช่นเดียวกบั ROM บนเมนบอร์ดนน่ั เอง เมื่อมีโปรแกรมดงั กลา่ วเพิ่มเข้ามา ก็จะทาให้ซีพียูไปทาการบูตเครื่องผ่านการ์ด LAN และหน่วยความจาของเครื่องท่ีเป็นเซิร์ฟเวอร์ แทนที่จะบตู จากหน่วยความจาของเคร่ืองนนั้ ๆ ตามปกติ เช่น ในกรณีที่ต้องการใช้งานพีซีนนั้ ในลกั ษณะเครื่องลกู ขา่ ยท่ีไมม่ ีราร์ดดิสก์ เป็นต้น

อปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการเชอื่ มโยง1. เครื่องทวนสญั ญาณ (Repeater)เป็นอปุ กรณ์ท่ีทาหน้าท่ีขยายหรือเพิม่ ระยะทางการสอื่ สารของเครือขา่ ยในการสง่ ข้อมลู ในระบบเครือข่ายตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น ในมาตรฐานการสง่ ข้อมลู ในระบบเครือขา่ ยใช้ 10BaseT ซง่ึ มีข้อกาหนดของมาตรฐานการเช่ือมต่อระบบได้ในระยะทางไม่เกิน 100 เมตร ถ้าความยาวของระบบมากกว่า 100เมตร ต้องมีเครื่องทวนสญั ญาณในการขยายสญั ญาณเพ่ือให้เป็นระบบเครือข่ายเดียวกนั

2. บริดจ์ (Bridge)เป็นอปุ กรณ์ที่ใช้เชื่อมตอ่ ระบบ LAN เข้าด้วยกนั โดยออกแบบมาเพื่อใช้ติดต่อระหวา่ งเครือข่ายท้องถ่ิน LAN จานวน2 เครือข่ายที่มีโปรโตคอลเหมือนกนั หรือตา่ งกนั เพ่ือให้สามารถขยายขอบเขตของ LANออกไปได้ โดยประสทิ ธิภาพในทางรวมลดลงไม่มากเนื่องจากการติดต่อของเคร่ื องอยู่ใน เซกเมนด์ เดียวกันจะไม่มีการส่งผ่านต่าง เซกเมนด์(Segment)3. รบั (Hub)เป็นอปุ กรณ์ท่ีทาหน้าที่กระจายช่องทางการสื่อสารข้อมลู ได้หลายช่องทางในระบบเครือข่าย โดยการขยายสญั ญาณท่ีส่งผ่านมา ทาให้สามารถเชื่อมต่ออปุ กรณ์ต่างๆ ผ่านสายเคเบิลได้ใกล้ขึน้ และใช้ กบั ระบบเครือข่ายแบบ Starในปัจจบุ นั Hub มีความเร็วในการส่ือสารแบบ 10 และ 100 Mbps ลกั ษณะการทางานของ Hubจะแบ่งความเร็วตามจานวนช่องสัญญาณ (Port) ท่ีใช้งานตามมาตรฐานความเร็วเช่น ระบบเครือข่ายใช้มาตรฐานความเร็วเป็นแบบ10 Mbpsและมีเครื่องคอมพวิ เตอร์ที่ตอ่ ในระบบ 5 เคร่ืองแตล่ ะเครื่องสามารถสื่อสารกนั ภายในระบบโดยใช้ความเร็วเทา่ กบั 10/5 คือ 2Mbps

4. สวิตช์ (Switch)สวิตซ์หรือ อีเธอร์เนตสวิตช์ (Ethernet Switch)เป็นอปุ กรณ์ท่ีทาหน้าที่กระจายช่องทางการสื่อสารข้อมลู หลายช่องทางในระบบเครือข่าย คล้ายกบั Hubตา่ งกนั ตรงที่ลกั ษณะการทางานและความสามารถในเรื่องของความเร็วการทางานของSwitch ไม่ได้แบ่งความเร็วตามจานวนช่องสญั ญาณ (port)ตามมาตรฐานความเร็วเหมือน Hubโดยแต่ละช่องสัญญาณ (port)จะใช้ความเร็วเป็นอิสระต่อกันตามมาตรฐานความเร็ว เช่นระบบเครือข่ายใช้มาตรฐานความเร็วเป็นแบบ 100 Mbpsและมีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีตอ่ ในระบบ 5 เครื่องแต่ละเคร่ืองก็จะส่ือสารกันภายในระบบโดยใช้ความเร็วเทา่ กบั 100 Mbps

5. เราท์เตอร์ (Router)เป็นอปุ กรณ์ที่ทาหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือขา่ ยตา่ งชนิดกนั หรือใช้ โปรโตคอลต่างกัน เข้ าด้ วยกัน คล้าย ๆ กับ Bridgeแต่ลักษณะการทางานของ Router นัน้ จะซับซ้ อนกว่าเพราะนอกจากจะเช่ือมตอ่ แล้วยงั เก็บสภาวะของเครือข่ายแต่ละสว่ น(Segment)ด้วย และสามารถทาการกรอง (Filter)หรือเลือกเฉพาะชนิดของข้อมูลท่ีระบุไว้ว่าให้ ผ่านไปได้ทาให้ช่วยลดปัญหาการจราจรที่คับค่ังของข้ อมูลและเพ่ิมระดับความปลอดภยั ของเครือข่ายซง่ึ สภาวะของระบบเครือข่ายท่ีเชื่อมต่อกันนี ้ Routerจะจัดเก็บในรูปของตารางท่ีเรียกว่า RoutingTable ซ่ึงตาราง Routing Tableนีจ้ ะมีประโยชน์ในด้านของความเร็ วในการหาเส้ นทางการส่ือสารข้ อ มูลระหว่างระบบเครือข่ายโดยเฉพาะกับระบบเครือข่ายที่ซับซ้อนมาก ๆ เช่นระบบ MAN, WANหรือ Internet เป็นต้น

6. เกตเวย์ (Gateway)เป็นอปุ กรณ์ที่ทาให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 เครือข่ายหรือมากกว่าท่ีมีลกั ษณะไม่เหมือนกันสามารถติดต่อกันได้เหมือนเป็นเครือข่ายเดียวกนั เปรียบเสมือนเป็นประตทู างผ่านในการส่ือสารข้อมลู ระหว่างคอมพิวเตอร์ต่างชนิดกันเช่น ระหวา่ งเครื่องไมโครคอมพวิ เตอร์ทว่ั ๆไปกบั เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ หรือเมนเฟรมซง่ึ เป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นต้น อปุ กรณ์ท่ีทาหน้าท่ีเป็นGateway นนั้ อาจจะใช้คอมพิวเตอร์เคร่ืองใดเครื่องหนง่ึ ทาหน้าท่ีก็ได้7. โมเดม็ (Modem)เป็นอปุ กรณ์ที่ทาหน้าท่ีในการแปลงสญั ญาณจากดิจิตอล (Digital)ให้เป็นสญั ญาณอนาล็อก (Analog) และจากสญั ญาณอนาล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิตอลโมเด็มเป็นอุปกรณ์ท่ีมีความสาคัญ ในการส่ือสารบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะโมเด็มทาหน้าท่ีในการแปลงสญั ญาณคอมพิวเตอร์ให้ เป็นสญั ญาณที่อปุ กรณ์สื่อสารอ่ืน ๆ ในระบบเครือข่ายสามารถเข้าใจได้หลังจากนัน้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รับข้ อมูลต้องมีโมเด็มเพื่อแปลงสญั ญาณจากอุปกรณ์ ส่ือสารให้ เป็ นสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ สามารถเข้ าใจได้ ซ่ึงค วามสามารถของโมเด็มสามารถวัดได้ จากความเร็วในการรับสง่ ข้อมลู จานวน 1บิตตอ่ 1 วินาที (บิตต่อวินาที) หรือ bps (bit per second) ปัจจบุ นั Modemมีสองประเภท คือ โมเด็มท่ีติดตงั้ ไว้ในเครื่อง (Internal Modem)และโมเด็มที่ไม่ได้ติดตงั้ ไว้ในเคร่ือง (ExternalModem)ซง่ึ ผ้ใู ช้สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

เครอื่ งคอมพวิ เตอรท์ ใี่ ชใ้ นระบบคอมพิวเตอร์แมข่ ่าย เครอื ่่ายคอมพิวเตอร์แม่ข่าย หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทาหน้าท่ีเป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซ่ึงได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจา หน่วยความจาสารอง ฐานข้อมลู และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถ่ิน (LAN) มกั เรียกวา่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือมินิคอมพิวเตอร์เป็นศนู ย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกวา่ Host Computer และเรียกเครื่องท่ีรอรับบริการวา่ ลูกขา่ ยหรือสถานีงานชอ่ งทางการสอื่ สาร ช่องทางการสื่อสาร หมายถึง ส่ือกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ(Receiver) และผ้สู ง่ ข้อมลู (Transmitter) ปัจจบุ นั มีช่องทางการส่อื สาร สาหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศพั ท์แบบสายคตู่ ีเกลยี วไมม่ ีฉนวนห้มุ (UTP) สายค่ตู ีเกลียว แบบมีฉนวนห้มุ (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนาแสง คลนื่ ไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น

ซอฟตแ์ วรเ์ ครอื ่่าย ซอฟต์แวร์เครือข่าย Cisco (IOS, XE, XR และ NX-OS) เป็นซอฟต์แวร์เครือข่ายที่ถกู ใช้อย่างแพร่หลายที่สดุ ในโลก ผสานรวมเทคโนโลยีใหมล่ า่ สดุ บริการธรุ กิจที่สาคญั และสนบั สนนุ แพลตฟอร์มราร์ดแวร์ในวงกว้าง คณุ สามารถได้รับประโยชน์ของซอฟต์แวร์ท่ีแบ่งปันและความสามารถในการรักษาความคงท่ีด้วยโค้ดท่ีใช้ซา้ ได้ทวั่ ทงั้ เครือข่าย ช่วยให้คณุ สง่ มอบบริการได้เร็วขนึ ้ และได้พฒั นานวตั กรรมระบบซอฟต์แวร์เครือข่ายIOSผสานรวมเทคโนโลยี บริการธุรกิจ และสนบั สนนุ ด้านราร์ดแวร์ลดค่าใช้จา่ ยในการดาเนินงานปรับผลตอบแทนในการลงทนุ อยา่ งเหมาะสมปรับปรุงประสทิ ธิผลทางธุรกิจ

IOS XEสนบั สนนุ แพลตฟอร์มยคุ ใหม่ใช้งานเสมือนระบบเดี่ยวภายในระบบปฏิบตั กิ าร Linux ท่ีทนั สมยัแยกระบบข้อมลู และระบบควบคมุ ออกจากกนัการผสานรวมบริการเข้าด้วยกนั ท่ีปรับปรุงแล้วIOS XRมงุ่ เน้นที่ความต้องการของผ้ใู ห้บริการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการใช้งานเครือข่ายแบบไดนามกิ สาหรับการบริการการกาหนดคา่ แบบไดนามิกท่ีควบคมุ โดยระบบได้อยา่ งยืดหยนุ่NX-OSโครงสร้างพืน้ ฐานศนู ย์ข้อมลู แบบโมดลู ควบคมุ โดยระบบ และเป็นแบบเปิดการปรับศนู ย์ข้อมลู ทงั้ แบบกายภาพและเสมือนให้เหมาะสมการทางานของระบบตอ่ เนื่องทเี่ ช่ือถือได้สงู ชว่ ยเพ่มิ เวลาการใช้งานให้เหมาะสม

โปรโตคอล โปรโตคอล คือ ข้อกาหนดหรือข้อตกลงในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ หรือภาษาสื่อสารที่ใช้เป็นภาษากลางในการส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน การท่ีเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบจะสามารถติดตอ่ สื่อสารกนั ได้นนั้ จาเป็นจะต้องมีการสือ่ สารที่เรียกวา่ โปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกบั คนเราที่ต้องมีภาษาพดู เพ่ือให้ส่ือสารเข้าใจกนั ได้ โปรโตคอลช่วยให้ระบบคอมพวิ เตอร์สองระบบ ที่แตกต่างกนั สามารถสื่อสารกนั อย่างเข้าใจได้ คือข้อตกลงท่ีกาหนดเก่ียว กับการสื่อสารระหว่างเคร่ืองคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทัง้ วิธีการส่งและรับข้อมูล วิธีการตรวจสอบข้อผดิ พลาดของการสง่ และรับข้อมลู การแสดงผลข้อมลู เมื่อสง่ และรับกันระหวา่ งเคร่ืองสองเครื่อง ดงั นนั้ จะเห็นได้ว่าโปรโตคอลมีความสาคญั มากในการสื่อสารบนเครือข่าย หากไม่มีโปรโตคอลแล้ว การส่ือสารบนเครือข่ายจะไม่สามารถเกิดขนึ ้ ได้

ตวั อยา่ งของโปรโตคอล1. โปรโตคอล HTTP หรือ Hypertext Transfer Protocol จะใช้เมื่อเรียกโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser)2. โปรโตคอล TCP/IP หรือ Transfer Control Protocol/Internet Protocolคือเครือข่ายโปรโตคอลที่สาคญั มากที่สดุ เนื่องจากเป็นโปรโตคอลท่ีใช้ในระบบเครือข่าย Internet รวมทงั้ Intranet ซึง่ ประกอบด้วย 2 โปรโตคอลคือTCP และ IP3. โปรโตคอล SMTP หรือ Simple Mail Transfer Protocol คือ โปรโตคอล ท่ีใช้ในการรับส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์บนเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต นอกจากโปรโตคอลท่ีกลา่ วมาข้างต้นแล้ว ยงั มีโปรโตคอลต่างๆอีกมากมาย เช่น การโอนย้ายแฟ้มระหว่างกนั ใช้โปรโตคอลช่ือ FTP หรือ File Transfer Protocol การโอนย้ายข่าวสารระหว่างกันก็ใช้โปรโตคอลช่ือ NNPหรือ Network News Transfer Protocol และยงั มีโปรโตคอลท่ีสาคญั สาหรับการสอบถามข้อมลู ข่าวสารระหวา่ งกนั ซง่ึ เป็นโปรโตคอลที่มีประโยชน์มาก โปรโตคอลนีม้ ีชอว่า ICMP หรือ Internet Control Message Protocolเป็นต้น

โมเดม็ เป็นอปุ กรณ์สาหรับคอมพิวเตอร์อย่างหน่ึงที่ช่วยให้คณุ สมั ผสั กบั โลกภายนอกได้อยา่ งง่ายดาย โมเด็มเป็นเสมือนโทรศพั ท์สาหรับคอมพิวเตอร์ท่ีจะชว่ ยให้ระบบคอมพวิ เตอร์ของคณุ สามารถส่อื สารกบั คอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทวั่โลก โมเด็มจะสามารถทางานของคุณให้สาเร็จได้ก็ด้วยการเช่ือมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าคู่สายของโทรศพั ท์ธรรมดาค่หู น่ึงซงึ่ โมเด็มจะทาการแปลงสญั ญาณดิจิตอล (digital signals) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสญั ญาณอนาลอ็ ก (analog signals) เพื่อให้สามารถสง่ ไปบนคสู่ ายโทรศพั ท์ คาว่า โมเด็ม(Modems) มาจากคาว่า (modulate/demodulate) ผสมกนั หมายถงึ กระบวนการแปลงข้อมลู ข่าวสารดิจิตอลให้อย่ใู นรูปของอนาลอ็ กแล้วจงึ แปลงสญั ญาณกลบั เป็นดิจิตอลอีกครัง้ หน่งึ เม่ือโมเด็มของคณุตอ่ เข้ากบั โมเดม็ ตวั อ่ืนความแตกตา่ งของโมเดม็ แตล่ ะประเภท

โมเดม็ แตล่ ะประเภทจะมีคณุ ลกั ษณะที่แตกตา่ งกนั ดงั นี ้1. ความเร็วในการรับ–สง่ สญั ญาณ ความเร็วในการรับ - สง่ สญั ญาณ หมายถงึ อตั รา (rate) ท่ีโมเดม็ สามารถทาการแลกเปลี่ยนข้อมลู กบั โมเด็มอื่นๆมีหน่วยเป็น บิต/วินาที (bps) หรือ กิโลบิต/วินาที (kbps) ในการบอกถงึ ความเร็วของโมเดม็ เพ่ือให้ง่ายในการพดู และจดจา มกั จะตดั เลขศนู ย์ออกแล้วใช้ตัวอกั ษรแทน เช่น โมเด็ม 56,000 bps จะเรียกว่าโมเดม็ ขนาด 56 K2. ความสามารถในการบีบอดั ข้อมลู ข้อมลู ข่าวสารที่สง่ ออกไปบนโมเด็มนัน้ สามารถทาให้มีขนาดกะทดั รัดด้วยวิธีการบีบอดั ข้อมลู (compression) ทาให้สามารถส่งข้อมลู ได้ครัง้ ละเป็นจานวนมากๆ เป็นการเพิ่มความเร็วของโมเด็มในการรับ - สง่ สญั ญาณ3. ความสามารถในการใช้เป็นโทรสาร โมเดม็ รุ่นใหมๆ่ สามารถสง่ และรับโทรสาร (Fax capabilities) ได้ดีเช่นเดียวกบัการรับ - สง่ ข้อมลู หากคณุ มีซอฟท์แวร์ที่เหมาะสมแล้วคณุ สามารถใช้แฟคซ์โมเดม็ เป็นเครื่องพิมพ์(printer)ได้เม่ือคณุพมิ พ์เข้าไปที่แฟคซ์โมเดม็ มนั จะสง่ เอกสารของคณุ ไปยงั เครื่องโทรสารที่ปลายทางได้

4. ความสามารถในการควบคมุ ความผิดพลาด โมเด็มจะใช้วิธีการควบคมุ ความผดิ พลาด (error control)ต่างๆมากมายหลายวิธีในการตรวจสอบเพ่ือการยืนยนั ว่าจะไม่มีข้อมลู ใดๆสูญหายไประหว่างการส่งถ่ายข้อมลู จากคอมพวิ เตอร์เคร่ืองหนง่ึ ไปยงั อีกเครื่องหนงึ่5. ออกแบบให้ใช้ได้ทงั้ ภายในและภายนอก โมเดม็ ที่จาหน่ายในท้องตลาดทวั่ ๆ ไปจะมี 2 รูปแบบ คือ โมเด็มแบบตดิ ตงั้ ภายนอก (external modems) และ แบบติดตงั้ ภายใน (internal modems)6. ใช้เป็นโทรศพั ท์ได้ โมเด็มบางรุ่นมีการใส่วงจรโทรศพั ท์ธรรมดาเข้ าไปพร้อมกับความสามารถในการรับ - ส่งข้อมลู และโทรสารด้วย

ใช้โมเดม็ ทาอะไรได้บ้าง การเลอื กซือ้ โมเดม็เราสามารถใช้โมเดม็ ทาอะไรตา่ งๆ ได้หลายอยา่ ง เช่น สิ่งท่ีควรพจิ ารณาในการเลอื กซือ้ โมเดม็ มาใช้งาน เช่น1. พบปะพดู คยุ 1. เข้ากนั ได้กบั ระบบคอมพวิ เตอร์ของคณุ2. ใช้บริการต่างๆ จากที่บ้าน 2. เข้ากนั ได้กบั ระบบทางาน OS ของคอมพิวเตอร์ของ3. ทอ่ งไปบนอินเทอร์เน็ต คณุ4. เข้าถงึ บริการออนไลน์ได้ 3. ความเร็วในการรับ - สง่ สญั ญาณ5. ดาวน์โหลดข้อมลู ,รูปภาพและโปรแกรมแชร์แวร์ได้ 4. เป็นโมเดม็ ภายนอกหรือภายใน6. สง่ - รับโทรสาร 5. การบีบอดั ข้อมลู7. ตอบรับโทรศพั ท์ 6. ความสามารถในการควบคมุ ความผิดพลาด 7. รับ - สง่ โทรสารได้ 8. ซอฟท์แวร์สือ่ สาร

สง่ิ ที่ต้องใช้ร่วมกบั โมเดม็การที่สามารถใช้โมเดม็ ให้เกิดประโยชน์จากแหลง่ ข้อมลู นนั้ จะต้องตรวจสอบวา่ มีสงิ่ เหลา่ นีพ้ ร้อมหรือไม่1. ซอฟท์แวร์สอ่ื สาร2. พอร์ทอนกุ รม (serial port)3. fast UART เป็นซิฟตวั หนึง่ ที่ติดตงั้ บนพอร์ทอนกุ รมของคอมพิวเตอร์ เพ่ือควบคมุ การไหลของข้อมลู เข้าและออกจากพอร์ทอนกุ รม4. serial cable เป็นสาย cable ท่ีนามาต่อโมเด็มกบั พอร์ทอนกุ รมของคอมพิวเตอร์ (ต้องตรวจสอบดวู ่าเป็นconnector แบบ 9 ขา หรือ 25 ขา)5. expansion slot ถ้าโมเด็มเป็นแบบติดตัง้ ภายในจะต้องมี expansion slot ใช้งานโดยจะต้องถอดฝาครอบตวั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ออกและตดิ ตงั้ โมเดม็ ลงไปบน expansion slot

จดั ทำโดยนำงสำวณฐั กำนต์ บำเพญ็ ผล เลขท่ี 11 ปวส.2 สำขำคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook