ความสาํ คญั ของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรใ์ น สมยั อยธุ ยา พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบบั หลวงประเสรฐิ เป็นพระราชพงศาวดารไทยซึง หลวงประเสรฐิ อกั ษรนิติ (แพ ตาละลกั ษมณ)์ พบตน้ ฉบบั ทีบา้ นราษฎรแหง่ หนึง และนาํ มาใหห้ อพระสมดุ วชิรญาณใน พ.ศ. หอพระสมดุ จงึ ตงั ชือวา่ ฉบบั หลวงประเสรฐิ ใหเ้ ป็นเกียรตแิ กผ่ พู้ บ บานแผนกของพงศาวดารกล่าวว่า พงศาวดารนีเกิดจากการทีมรี บั สงั ใน จ.ศ. (พ.ศ. ) ใหค้ ดั จดหมาย เหตตุ า่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั และนกั ประวตั ศิ าสตรเ์ หน็ ว่า ผมู้ รี บั สงั คือ สมเด็จพระ นารายณม์ หาราชแห่งกรุงศรอี ยธุ ยา เพราะปีทีระบไุ วต้ รงกบั รชั สมยั ของพระองค์ นอกจากนี พงศาวดารไมไ่ ดเ้ อย่ ถงึ ผแู้ ตง่ แต่นกั ประวตั ิศาสตรช์ าวตะวนั ตกบาง คนเชือว่า เป็นผลงานของโหรหลวงทีมีบรรดาศกั ดิว่า \"โหราธิบด\"ี เนือหาของ พงศาวดารว่าดว้ ยเหตกุ ารณเ์ กียวกบั กรุงศรอี ยธุ ยา ตงั แตก่ ารสรา้ งพระพทุ ธรูป เจา้ พแนงเชีงใน จ.ศ. (พ.ศ. ) ตามดว้ ยการสถาปนากรุงศรอี ยธุ ยาใน จ.ศ. (พ.ศ. ) มาจนคา้ งทีรชั กาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคราวทีทรง ยกทพั ไปองั วะใน จ.ศ. (พ.ศ. ) ตน้ ฉบบั มเี นือหาเทา่ นี แต่สมเดจ็ พระ เจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ ทรงเชือว่า น่าจะมีตอ่ จงึ ทรงเพียร หา กระทงั ทรงไดฉ้ บบั คดั ลอกในสมยั กรุงธนบรุ ีมาเมือ พ.ศ. ซงึ มีเนือหา เทา่ กนั จงึ ทรงเหน็ ว่า เนือหาทเี หลือคงสญู หายมาตงั แต่สมยั กรุงธนบรุ เี ป็นอย่าง
นอ้ ยแลว้ พงศาวดารนีเป็นทีเชือถือดา้ นความแมน่ ยาํ เหตกุ ารณแ์ ละวนั เวลาที ระบไุ วส้ อดคลอ้ งกบั เอกสารตา่ งประเทศทงั ใหข้ อ้ มลู ทไี ม่ปรากฏในพงศาวดาร สมยั หลงั นอกจากนี ยงั เขยี นโดยใชศ้ ิลปะทางภาษานอ้ ยทีสดุ และหลีกเลียงการ แทรกความคดิ ความรูส้ กึ ส่วนตวั ของผแู้ ตง่ ลงไปอยา่ งไรก็ดี เนือหาทเี ขียนแบบยอ่ ๆ ไม่ลงรายละเอียด และไมพ่ รรณนาเหตกุ ารณใ์ หส้ มั พนั ธก์ นั นัน ถกู วจิ ารณว์ ่า เขา้ ใจยากและแทบไม่เป็นประโยชนต์ อ่ นกั ประวตั ศิ าสตรท์ ีพยายามจาํ ลองภาพ ในอดีตของไทย
จดหมายเหตโุ หร เป็นงานของโหรประจาราชสานกั บนั ทกึ พระราชกรณียกิจและเหตกุ ารณส์ าคญั ในบา้ นเมืองตามลาดบั วนั ทเี กิดเหตกุ ารณ์ โดยสรุปสนั ๆเช่นการบนั ทกึ การเกิด สรุ ยิ ปุ ราคา หรอื การเกดิ เหตกุ ารณส์ าํ คญั ตา่ งๆในชีวติ ทาํ ใหน้ กั วิทยาศาสตรร์ ูว้ า่ เกิดเหตกุ ารสาํ คญั ทางวิทยาศาสตรต์ อนไหน หรอื รูว้ า่ ในอดตี เกิดอะไรขึนบา้ ง และรูถ้ ึงชีวิตของคนในอดีต
บนั ทกึ สยาม ของชาวตา่ งชาติ หนงั สอื ทีชาวตา่ งชาติบนั ทึกเกียวกบั ประเทศสยาม ตงั แต่ในอดีตนนั จดั เป็น สิงพมิ พท์ หี ายากประเภทหนึงเพราะเป็นหลกั ฐานสาํ คญั ขนั ตน้ ทีทาํ ใหเ้ ราไดเ้ รียนรู้ ประวตั ศิ าสตรข์ องประเทศสยามในอดีต โดยผ่านขอ้ เขียนของชาวตา่ งชาติ เหล่านนั ประเทศสยามมคี วามสมั พนั ธก์ บั ประเทศต่าง ๆ มาชา้ นานแลว้ ตงั แต่ ครงั กรุงศรอี ยธุ ยาเป็นราชธานี จากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรพ์ บวา่ ชาว โปรตเุ กสเป็นฝรงั พวกแรกทีเขา้ มาในประเทศสยามโดยไดส้ ง่ ทตู มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรใี นสมยั สมเด็จพระรามาธิบดที ี จากนนั กม็ อี งั กฤษ ฮอลนั ดา ฝรงั เศสเขา้ มาคา้ ขายและสง่ ทตู มายงั กรุงศรอี ยธุ ยาเนือง ๆ สยามก็ไดส้ ่งทตู ไปยงั ประเทศต่าง ๆ หลายครงั ครงั สาํ คญั ทีจารกึ ไวอ้ กี หนา้ หนงึ ของประวตั ิศาสตร์ ไดแ้ ก่ ครงั ทีสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชทรงสง่ ออกญาวิสตู รสนุ ทร (โกษาปาน) เป็นราชฑตู ไปยงั สาํ นกั พระเจา้ หลยุ สท์ ี ประเทศฝรงั เศส ชาวตา่ งชาตทิ ีเขา้ มา ประเทศสยาม สว่ นใหญเ่ ขา้ มาติดต่อสมั พนั ธไมตรี คา้ ขาย การเผยแพรศ่ าสนา หรอื แอบแฝงดว้ ยการลา่ อาณานคิ ม และแสวงหาผลประโยชนต์ า่ ง ๆ จาก ประเทศสยาม ชาวตา่ งชาติเหล่านีมีอปุ นิสยั รกั การเขยี นบนั ทกึ สิงทีไดพ้ บเห็นใน ดนิ แดนทีเขาเดินทางอย่างละเอยี ด รวมทงั ภาพวาด ถ่ายภาพ แสดงความคิดเหน็ ความชืนชอบและไม่ชอบไวใ้ นบนั ทกึ เหล่านัน เมือบนั ทกึ ไดร้ บั การพิมพเ์ ผยแพร่ ทาํ ใหป้ ระเทศต่าง ๆ รูจ้ กั สยามมากขึน และชาวสยามรุน่ หลงั ไดท้ ราบขอ้ มลู
เกียวกบั ประเทศของเราในแงม่ มุ ละเอยี ดซงึ ไมส่ ามารถพบเห็นในหนงั สอื และ เอกสารของเราเอง ชาวตา่ งชาตใิ นสมยั กรุงศรีอยธุ ยาทีบนั ทึกเรอื งราวเกียวกบั ประเทศสยาม เชน่ ชาวโปรตเุ กส เช่น จดหมายเหตขุ องโทเม ปิเรส์ จดหมายเหตุ ของบรซั อลั บแู ครก์ จดหมายเหตกุ ารณเ์ ดินทางของเฟอรน์ นั ด์ เมนเดส ปินโต ชาวฮอลนั ดา เช่น จดหมายเหตขุ องนายสเคาเตน นายเยเรเมียส ฟาน ฟลที จดหมายเหตขุ องหมอแกมป์ เฟอรช์ าวฝรงั เศส
จดหมายเหตลุ าลแู บร์ เป็นจดหมายเหตพุ งศาวดารทีกล่าวถึงราชอาณาจกั รสยามในปลายรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช พ.ศ. 2230 โดยซมี ง เดอ ลา ลแู บร์ อคั รราชทตู ของพระเจา้ หลยุ สท์ ี 14 แห่งฝรงั เศส ซึงเขา้ มาทลู พระราชสาสน์ ณ ประเทศ สยาม ไดพ้ รรณนาถึงกรุงศรอี ยธุ ยาไวอ้ ย่างกวา้ งขวาง แมว้ า่ เจา้ ตวั จะอยเู่ พยี ง 3 เดอื น 6 วนั จงึ ตอ้ งอาศยั ความรูจ้ ากหนงั สือทีชาวตะวนั ตกซงึ มากรุงสยามแต่ กอ่ นแต่งไวอ้ ยา่ งคลาดเคลือนบา้ ง สอบถามจากคนทีไมม่ ีความรูบ้ า้ ง ฟังจากคาํ บอกเลา่ ซึงจรงิ บา้ งไมจ่ ริงบา้ ง บางเรืองก็คาดเดาเอาเอง จดหมายเหตลุ าลแู บร์ ฉบบั แปลในประเทศไทยมอี ยู่ 2 ฉบบั คือ ฉบบั ทีพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองค์ เจา้ วรวรรณากร กรมพระนราธิปประพนั ธพ์ งศ์ ทรงพระนพิ นธแ์ ปล โดยทรงแปล มาจากฉบบั ภาษาองั กฤษ และฉบบั แปลของสนั ต์ ท.โกมลบตุ ร จากตน้ ฉบบั ภาษาฝรงั เศส ซีมง เดอ ลา ลแู บร์ ไดอ้ อกเดนิ ทางจากท่าเรอื เมืองแบรส็ ต์ เมือ วนั ที 1 มนี าคม พ.ศ. 2230 ถึงกรุงศรอี ยธุ ยาเมือวนั ที 27 กนั ยายน พ.ศ. 2230 เดินทางกลบั เมือวนั ที 3 มกราคม พ.ศ. 2231 ขึนบกทีท่าเรอื แบรส็ ตม์ ือวนั ที 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ความม่งุ หมายในการเขยี น เพง่ เลง็ ในดา้ นอาณาเขต ความอดุ มสมบรู ณ์ คณุ ภาพของดินในการกสิกรรม ภมู ิอากาศเป็นประการแรก ต่อมาเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีโดยทวั ๆ ไป รวมถึงคาํ ศพั ทห์ รอื สรรพนาม
เรยี กขานบคุ คลต่าง ๆ ทีผคู้ นในกรุงสยามใชก้ นั ในขณะนนั ดว้ ย โดยแบง่ ออกเป็น หมวดหม่ตู า่ ง ๆ และเฉพาะเรืองเฉพาะรายละเรืองเกียวกบั รฐั บาลและศาสนาจะ กล่าวในตอนทา้ ย และไดร้ วบรวมบนั ทกึ ความทรงจาํ เกียวกบั ประเทศนีทเี จา้ ตวั ไดน้ าํ ตดิ ตวั มาดว้ ยไปผนวกไวต้ อนทา้ ย และเพือใหผ้ อู้ ่านไดร้ ูจ้ กั ชาวสยามโดย แจ่มชดั จงึ ไดเ้ อาความรูเ้ กียวกบั อนิ เดียและจีนหลายประการมาประกอบดว้ ย นอกจากนนั ยงั ไดแ้ ถลงว่าจะตอ้ งสบื เสาะใหร้ ูเ้ รืองราว พจิ ารณาสอบถาม ศกึ ษา ใหถ้ งึ แก่นเท่าทีจะทาํ ได้ ก่อนเดินทางไปถึงประเทศสยาม ไดอ้ ่านจดหมายเหตทุ ัง เกา่ และใหม่ บรรดาทีมีผูเ้ ขียนขนึ ไวเ้ กียวกบั ประเทศตา่ ง ๆ ในภาคพืนตะวนั ออก ถา้ ไมม่ ีสิงดงั กลา่ ว ลาลแู บรอ์ าจใชเ้ วลาสกั สามปี ก็คงไม่ไดข้ อ้ สงั เกตและรูจ้ กั ประเทศสยามดี
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: