2.2 การลำเลียงอาหาร พืชลำเลียงอาหารที่ได้จากการ สังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช โดยใช้เนื้อเยื่อลำเลียง เรียกว่า โฟลเอ็ม ประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิดคือ เซลล์ตะแกรง และคอมพาเนียนเซลล์ ซึ่งเป็นกลุ่มของ เซลล์ที่มีชีวิต โดยเซลล์ตะแกรงเป็นเซลล์ที่มี ลักษณะเป็นแท่งยาว แต่ไม่มีนิวเคลียส หัว และท้ายเป็นรูพรุน ทำหน้าที่ลำเลียงอาหาร ส่วนคอมพาเนียนเซลล์เป็นเซลล์ที่มี นิวเคลียส และอยู่ใกล้เซลล์ตะแกรง ทำ หน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ตะแกรง พืชจะลำเลียงอาหารในรูปของ น้ำตาลซูโครส โดยน้ำตาลซูโครสที่ผลิต ขึ้นมาจากใบจะแพร่เข้าสู่โฟลเอ็ม ด้วยก ระบวนการแพร่แบบใช้พลังงาน โดย น้ำจากท่อไซเล็มจะออสโมซิสเข้าสู่ท่อ โฟลเอ็ม ทำให้เกิดแรงดันภายใน ท่อโฟลเอ็ม ส่งผลให้พืชลำเลียงน้ำตาล ซูโครสเรียกเซลล์เป้าหมายได้ เรียก กระบวนการนี้ว่า ทรานส์โลเคชั่น
เมื่อพืชสังเคราะห์ด้วยแสงจะได้น้ำตาลกลูโคสและสารชนิดอื่น ๆ กระบวนการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลกลูโคส มี 2 ลักษณะดังนี้ 1. เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เมื่อพืชเกิดการหายใจ ระดับเซลล์ น้ำตาลกลูโคสซึ่งเป็นอาหารของพืชส่วนหนึ่งจะรวมกับแก๊สออกซิเจน ที่พืชหายใจเข้าไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้สารใหม่ คือ แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และพลังงาน 2. อาหารที่ลำเลียงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช จะถูกนำไปใช้ในการสร้างเซลล์ ใหม่ ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของพืช สรุปได้ว่า อาหารที่พืชลำเลียงทางโฟลเอ็มจะนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ 1. เปลี่ยนเป็น พลังงาน เพื่อนำ 2. นำไปสร้างส่วนต่าง ๆ ของ ไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการ พืชที่กำลังเจริญเติบโต เช่น ดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต บริเวณปลายยอด ปลายราก ปลายกิ่งดอกและผล 3. นำไปสะสมในรูปของแป้ง เช่น ราก ของมันเทศ มันสําปะหลัง กระชาย และ ลำต้นของแห้ว เผือก และมันฝรั่ง
จะเห็นว่า ระบบการลำเลียงในพืช มีกลไกการทำงานที่สัมพันธ์กัน เมื่อรากพืช ดูดซับน้ำและธาตุอาหารจากดินแล้ว พืชจะลำเลียงต่อไปยังลำต้นโดยใช้ ไซเล็มใน การลำเลียงน้ำและธาตุอาหารต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำที่พืช ดูดซับมาถ้าใช้ไม่หมดพืชจะคายออกทางปากใบเพื่อเป็นการลดอุณหภูมิภายในใบ และทำให้เกิดแรงดึงน้ำในไซเลมอาหาร ที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงที่บริเวณใบ จะถูกลำเลียงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ในกิจกรรมการเจริญเติบโตและการ ดำรงชีวิตของพืชต่อไป ส่วนที่เหลือจะเก็บสะสมไว้ในรูปแบบของแป้งและน้ำตาล ต า ร า ง ที่ 2 . 1 ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ร ะ ห ว่ า ง ไ ซ เ ล็ ม แ ล ะ โ ฟ ล เ อ็ ม เกร็ดความรู้ พืชบางชนิดไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง เช่น มอส พืชเหล่านี้มีขนาดเล็ก ไม่มีราก ลำต้นและใบ เนื่องจากไม่มี เนื้อเยื่อลำเลียงอยู่ภายใน แต่มีโครงสร้างอย่างอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่คล้ายราก ลำต้นและใบ มักพบในบริเวณที่มี ความชื้นสูง
เกร็ดความรู้ อาหารสะสมของพืช อาหารที่พืชสร้างขึ้นจะสะสมไว้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน โปรตีน เป็นต้น จะถูกนำมาใช้เป็นอาหารของมนุษย์ สัตว์ เพื่อจะลำเลียงอาหารไปเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ ของพืช ดังนี้ เกร็ดความรู้ ส่วนของผลที่สะสมอาหาร ส่วนของเมล็ดที่สะสมอาหาร 1. ได้แก่ ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น 2. เช่น ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น กล้วย เงาะ เป็นต้น 1 3. ส่วนของรากที่สะสมอาหาร 4. ส่วนของลำต้นที่สะสมอาหาร เช่น ผักกาดหัว มันเทศ เช่น อ้อย เป็นต้น เป็นต้น 5. ส่วนของลำต้นใต้ดินที่สะสม อาหาร เช่น เผือก มันฝรั่ง เป็นต้น
เกร็ดความรู้ โครงสร้างของระบบลำเลียงในพืช ลำต้น ท่อไซเล็มและท่อโฟลเอ็มอยู่รวมกัน และเรียงตัวไม่เป็น ซึ่งเป็นระเบียบ เกร็ดความรู้ ซึ่งอยู่กระจัดกระจายทั่วลำต้น ภาพ ระบบลำเลียงในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ราก ท่อไซเล็มเรียงตัวรอบพิธ ส่วนท่อโฟลเอ็ม จะแทรกตัวระหว่างท่อไซเล็ม
เกร็ดความรู้ โครงสร้างของระบบลำเลียงในพืช ลำต้น ท่อไซเล็มและท่อโฟลเอ็มอยู่ด้วยกัน และ เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ มีท่อโฟลเอ็มอยู่ เกร็ดความรู้ ด้านนอก ส่วนท่อไซเล็ม อยู่ด้านใน และมี เนื้อเยื่อแคมเบียม ราก ภาพ ระบบลำเลียงในพืชใบเลี้ยงคู่ ท่อไซเล็มเรียงตัวเป็น 3-5 แฉก ออกมา จากกึ่งกลางราก ส่วนท่อโฟลเอ็มจะแทรก ตัวอยู่ระหว่างแฉกของท่อไซเล็ม
1.1 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชคือกระบวนการที่อาศัยการประกอบ ธุรกิจที่อยู่ในคลอโรพลาสต์ช่วยดูดกลืนพลังงานจากดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนให้เป็น พลังงานเคมีในรูปของสารอินทรีย์และเก็บสะสมไว้ในโครงสร้างต่าง ๆ ของพืชโดย มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเป็นสารตั้งต้นในปฏิกิริยาและแก๊สออกซิเจนเป็น ผลิตภัณฑ์โดยการออกซิเจนจะถ่ายเทออกสู่อากาศภายนอกผ่านทางปากใบของพืช สวนพืชน้ำจะออกสู่น้ำทำให้น้ำไม่เน่าเสียและทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ กระบวนการสัังเคราะห์ด้วยแสง ที่มา : ออนไลน์ (11 ตุลาคม 64)
1.2 ปัจจัยที่สำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ปัจจัยที่สำคัญที่สำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช มีดังนี้ 1. แสง เมื่อความเข้มของแสงเพิ่มขึ้นเพื่อสังเคราะห์ด้วยแสงได้มากขึ้น แต่ถ้าพืชได้รับความเข้มของแสงมากเกินไปจะส่งผลอย่างไรก็ตาม แต่ละชนิดเจริญได้ในที่ที่มีความเข้มของแสงแตกต่างกันเช่นพืชในร่ม จะเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความเข้มของแสงน้อย พืชกลางแจ้ง จะเจริญได้ดีในบริเวณที่มีความเข้มแข็งมาก ใช่ หรือ ไม่ > แสงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารของพืช พืชจึงเอนเข้าหาแสง ที่มา : ออนไลน์ (11 ตุลาคม 64) 2. คลอโรฟิลล์ เป็นรงควัตถุสีเขียวทั้งที่ติดยาเสพติดโดยที่มาใช้ใน กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
3. น้ำ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดเปิดปากใบของพืชซึ่งควบคุม อัตราการคายน้ำและปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ใบ 4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อความเข้มข้นของแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศมากขึ้นเพื่อจะมีอัตราการสังเคราะห์ ด้วยแสงเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหนึ่งแล้วจะไม่เพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากสารเคมีที่ เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่อยู่ในพืชมีจำกัด การปิดปากใบของพืช การเปิดปากใบของพืช ที่มา : ออนไลน์ (11 ตุลาคม 64) ที่มา : ออนไลน์ (11 ตุลาคม 64) กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เกร็ดความรู้ ผลของอุณหภูมิต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เนื่องจากเอนไซม์ หรือสารเคมีเป็นสารทีเกี่ยวข้องกับ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น สารที่ทำหน้าที่ตรึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะทำงานได้ดีในอุณหภูมิที่เหมาะสม หาก อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไปกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชจะชะงักลง
คำ ถ า ม ช ว น คิ ด พืชใช้กระบวนการใด ในการสร้างอาหาร 1.การสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ใช้ในการผลิตอาหารของพืช ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ แหล่งอาหารและพลังงานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ นอกจากนี้กระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพืชยังเป็นกระบวนการหลักในการสร้างแก๊สออกซิเจน ให้กับรรยากาศซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต
Search