//กาสัรงพคัฒม นวัาฒทนางธกรรามรเมสิื่องงแวเศดรล้ษอฐมกิจ/ อาเซียนในกลุ่มประเทศ ไทย ลาว กั ม พู ช า ม า เ ล เ ซี ย สิ ง ค โ ป ร์
ไทย การเมือง ปี 2489 หลังการเลือกตั้งใหม่แทนสภาชุด เดิมที่ยุบไปหลังสงครามยุติ ปรีดี พนม ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวซึ่งมีการปกครองในกรอบประชาธิปไตย ยงค์เห็นว่าความคิดทางการเมืองของควง ระบบรัฐสภาภายใต้ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยที่พระ เปลี่ยนไปจากคณะปฏิวัติเดิมแล้ว จึง มหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า สนับสนุนให้ดิเรก ชัยนามเป็นนายก รัฐบาล รัฐบาลไทยเป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติอยู่ รัฐมนตรี แต่แพ้เสียงควง อภัยวงศ์ กับรัฐสภาไทย ซึ่งแบ่งเป็นสองสภาได้แก่ สภาผู้แทนราษฎรและ พรรคประชาธิปัตย์จึงได้จัดตั้งรัฐบาลช่วง วุฒิสภาฝ่ายตุลาการเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ สั้น ๆระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยมีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธาน 2489 ต่อมา รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับร่าง ศาลรัฐธรรมนูญเป็นประมุขในส่วนของตน กฎหมายที่ผ่านสภา จึงลาออกจาก ตำแหน่งพรรคสหชีพ และพรรคแนว พัฒนาการด้านการเมือง รัฐธรรมนูญสนับสนุนปรีดีให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 7 หลังการปฏิวัติการปกครอง พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นการ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ทำให้กองทัพ และคณะ ราษฎรเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จากนั้นจึงมีการแต่ง ตั้งพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก แต่ใน ปีถัดมา พระยามโนปกรณ์นิติธาดาพ้นจากตำแหน่งนายก รัฐมนตรีโดยรัฐประหารครั้งแรกในสยามเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ซึ่งนำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนาหัวหน้าคณะ ราษฎร เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสมาชิกคณะราษฎร พระยาพหลพลพยุหเสนาได้ทำการยึดอำนาจและเป็นนายก รัฐมนตรีคนที่ 2 แต่การปฏิบัติหน้าที่ของเขากลับไม่ราบรื่น เนื่องด้วยประสบกับปัญหาหลายด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งการสงคราม ที่กำลังจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ สองขึ้น ทำให้เขาต้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 3 สมัย เมื่อพระยาพหลพลพยุหเสนาไม่รับตำแหน่งนายก รัฐมนตรีอีก จอมพล แปลก พิบูลสงคราม จึงสืบตำแหน่งต่อ มา ในปี 2483 และเขาเริ่มแสดงความเป็นผู้เผด็จการมากขึ้นจน เริ่มแตกแยกกับคณะราษฎรสายพลเรือน ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่สอง เขาออกประกาศรัฐนิยมหลายข้อโดยใช้แนวคิด ชาตินิยม เปลี่ยนชื่อประเทศจาก \"สยาม\" มาเป็น \"ไทย\" เขาลา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังแพ้ เสียงในสภาในร่าง กฎหมายสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์โลกขณะนั้นฝ่ายอักษะ กำลังแพ้ สงคราม
ไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. พัฒนาการด้านการเมือง 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ก่อ รัฐประหาร ในนามคณะรักษาความสงบสุขแห่ง หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2490 ชาติ(คสช.) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในวันที่ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ได้รับทาบทามกลับ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557 สภานิติบัญญัติแห่ง มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกช่วงหนึ่ง แต่ ชาติมีมติเอกฉันท์เลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์ ไม่มีฐานกำลังที่มั่นคงของตนเอง ทำให้พยายาม โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมาชิกสภานั้นถูก สร้างความชอบธรรมโดยเข้าร่วมกับสหรัฐอย่าง คณะรักษาความสงบสุขแห่งชาติเลือกมาทั้งหมด เต็มตัวในสงครามเย็น และพยายามเปลี่ยนรูป ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 พรรคพลังประชารัฐ แบบการปกครอง กระนั้นเขาพ่ายการแข่งขันชิง เสนอชื่อพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เขา อิทธิพลกับกลุ่มที่เบื่อหน่ายความเสพติดอำนาจ ได้รับคะแนนไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาจึง ของจอมพลแปลกจนพ้ นจากตำแหน่งใน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย จนกระทั่งครบวาระ รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2500 โดยการ การดำเนินงาน และเกิดการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เลือกตั้งครั้งนั้นถูกขนานนามว่าการเลือกตั้งที่ เมื่อเดือนพฤษภาคม พุ ทธศักราช 2566 สกปรกที่สุด และถูกชิงอำนาจนำโดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นับแต่นั้นเขาลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่น จนถึงแก่อสัญกรรม ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 บรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งเป็น พรรคการเมืองที่มีสมาชิกของพรรคได้รับเลือก ตั้งมากที่สุด ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ บรรหาร ได้ดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี คน ที่ 21 ของประเทศไทย และได้มีการริเริ่มการปฏิรูป การเมืองโดยให้มีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุ ทธศักราช 2540 ซึ่งถือว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งฉบับเดียวของ ประเทศไทย
ไทย สังคมและวัฒนธรรม คนไทยเน้นและให้คุณค่ารูปแบบมารยาท ภายนอกอย่างยิ่งเพื่อรักษาความสัมพันธ์ สังคม สังคม และวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ ไทยเป็นสังคมไม่เผชิญหน้าที่เลี่ยงการวิจารณ์ใน สังคมนั้นหมายถึง ชนทุกกลุ่มที่ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยมี ที่สาธารณะ จึงมุ่งประนีประนอมในสถานการณ์ วัฒนธรรมไทยเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต สังคมไทยมิได้ ลำบาก การไหว้เป็นแบบการทักทายและแสดง เน้นเฉพาะชนเชื้อชาติไทยเท่านั้น แต่รวมถึงชนกลุ่มน้อยอื่น ความเคารพของผู้น้อยต่อผู้ใหญ่ ตามประเพณี ๆ ซึ่งอาจมีเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมบางอย่างแตก คนไทยเคารพความสัมพั นธ์แบบมีลำดับชั้น ต่างกัน แต่ทุกกลุ่มยึดถือวัฒนธรรมไทยเป็นพื้นฐานในการ ความสัมพั นธ์ดังนี้ยังปรากฏในรูปของคำ ดำรงชีวิตร่วมกัน ราชาศัพท์ซึ่งเป็นคำที่ใช้แก่คนในชนชั้นต่างกัน ส่วนวัฒนธรรมนั้นหมายถึง บรรดาขนบธรรมเนียม ความสนุกเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต ประเพณี ภาษา และทุกสิ่งทุกอย่างที่คนในสังคมนั้น สร้าง ประจำวันของคนไทย คนไทยมีอารมณ์ขันใน ขึ้นมา เกือบทุกสถานการณ์ เพื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นหากไม่มีสังคม ก็จะ ไม่มีวัฒนธรรม ดังนั้นลักษณะทางสังคมไทย สามารถสรุปได้ดังนี้ โดยหลัก ๆ แล้ววัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลหลักจาก วัฒนธรรมอินเดีย จีน ขอม ตลอดจนวิญญาณนิยม ศาสนา ยึดถือพระมหากษัตริย์และนับถือพระพุ ทธ พุ ทธและศาสนาฮินดูวัฒนธรรมชาติของไทยเป็นการ ศาสนา สร้างสรรค์ใหม่ มีอายุได้เพียงประมาณหนึ่งร้อยปี วัฒนธรรม มีโครงสร้างแบบหลวม ๆ ไม่ค่อยมีการ ที่สำคัญของคนไทยคือ การยึดเอาพุ ทธศาสนาเป็นหลักในการ รักษากฎเกณฑ์ระเบียบอย่างเคร่งครัด มี ดำเนินชีวิต เช่น การผ่อนปรนใน เรื่องต่าง ๆ การใส่บาตรพระภิกษุสามเณรในเวลาเช้า การนำอาหารไป เป็นสังคมเกษตรกรรม ประชากรมีชีวิตอยู่ ถวายพระ ที่วัดทุกวันพระ นอกจากนี้ การทำบุญประจำ อย่างง่าย ๆ เทศกาล เช่น การทำบุญวันสงกรานต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ ส่วนใหญ่ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณี บรรพบุรุษผู้ล่วงลับแล้วการนำของขวัญ และน้ำอบ ไปรดน้ำ เป็นหลัก ขอพรจากญาติผู้สูงอายุ การทำบุญวันเข้าพรรษา การทอด โครงสร้างของชนชั้นยึดสถานภาพ ทรัพย์ กฐิน เป็นต้น ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. สมบัติ อำนาจ พิ บูลสงครามมีการสนับสนุนการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยกลาง เกียรติยศ คุณงามความดี เป็นเกณฑ์ การ เป็นวัฒนธรรมแห่งชาตินิยามและยับยั้งมิให้ชนกลุ่มน้อย แบ่งชนชั้น แสดงออกซึ่งวัฒนธรรมของตน วัฒนธรรมพลเมืองของ ไทยปัจจุบันนิยามว่าประเทศไทยเป็นดินแดนของคนไทยกลาง มีศาสนาเดียวคือ ศาสนาพุ ทธนิกายเถรวาท และปกครองโดย ราชวงศ์จักรี
ไทย พัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยยังปฏิบัติตามกรอบนโยบาย ในประเทศไทยได้มีการทบทวนนโยบายและระเบียบข้อ ระดับโลกอื่น ๆ รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์โลก บังคับด้านการอนุรักษ์โดยเน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่ อความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. เป็นส่วนหนึ่งของแผนพั ฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2554-2563 และเป้าหมายความหลากหลาย ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) แผนนี้ได้ให้ความสำคัญต่อการ ทางชีวภาพของไอจิ ประเทศไทยตั้งใจที่จะใช้ ปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลไทย กรอบเหล่านี้เพื่ อให้เป็นไปตามข้อตกลง สอดคล้องกับการพัฒนา การปรับปรุงและการอนุรักษ์และ ระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาการค้า พระราชบัญญัติคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2535) ระหว่างประเทศว่าด้วยสัตว์ป่าและพั นธุ์พื ช จุดมุ่งหมายของกฎหมายฉบับนี้คือการปฏิรูปการจัดการ ใกล้สูญพันธ์ (CITES) และ อนุสัญญาแรม ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ซาร์เกี่ยวกับพื้ นที่ชุ่มน้ำ โดยอาศัยการเฝ้าติดตามอย่างมีประสิทธิผล โปร่งใสและมี ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์อชา ความรับผิดชอบ พระราชบัญญัตินี้ใช้เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม นายกรัฐมนตรี ประเทศไทยมีนโยบายในการ ของประชาชนผ่านขั้นตอนการบริหารจัดการแบบกระจาย สร้างสังคมที่น่าอยู่ที่มีระบบเศรษฐกิจที่ อำนาจซึ่งนำโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยึดมั่นในหลักการ “ผู้ก่อ สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง มลพิษเป็นผู้จ่าย” เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สภาพอากาศและสร้างสังคมคาร์บอนต่ำได้ ใน แผนพั ฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีเป้าหมายที่จะใช้ (พ.ศ.2560-2564) ตอนนี้ได้พัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ระบุไว้ว่า นโยบายนี้เพื่ อผลักดันให้เป็นประเทศที่มีรายได้ “ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน” สำหรับเศรษฐกิจ สูง ความท้าทายที่จะก้าวหน้าไปจากประเทศที่ สังคมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยปรัชญา “เศรษฐกิจพอ มีรายได้ปานกลางจะเกี่ยวข้องกับการเพิ่ มขึ้น เพียง” “การเจริญเติบโตสีเขียว” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัว เพื่ อการพั ฒนาอย่างยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ ของประเทศไทยเป็นเท่าตัวจาก 6,357 สอดคล้องกับวาระ พ.ศ. 2573 ของ เป้าหมายการพัฒนา เหรียญสหรัฐต่อปีเป็น 12,236 เหรียญสหรัฐ อย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของวาระ ต่อปี โดยใช้รูปแบบของการพัฒนาทาง ดังกล่าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติของไทยได้มีการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ลดคุณค่าของ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ( พ.ศ.2560-2579) ซึ่งมีการใช้ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่ อพั ฒนากรอบนโยบายเพื่ อให้เกิดผลลัพธ์ ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น แผนจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) นโยบายนี้ เน้นถึงองค์ประกอบหลัก 4 ประการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ประกอบด้วยการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม การป้องกันและการฟื้ นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่ มประสิทธิภาพในการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติและความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ไทย เศรษฐกิจ นอกจากนั้นแล้วการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ เศรษฐกิจไทยหดตัวลงร้อยละ 6.2 ในปี 2563 ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้า เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกลดลงที่ส่งผลต่อการค้า และการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากประสบกับการหดตัว อย่างมากในการพั ฒนาสังคมและเศรษฐกิจ โดย รุนแรงที่สุดนับแต่วิกฤตการเงินเอเชียในปี 2563 เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 1.6 ในปี 2564 เศรษฐกิจของไทยเติบโตในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีโดย ท่ามกลางการแพร่ระบาดสี่ระลอก แต่ไม่น่าจะฟื้ นตัว กลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ไปจนถึงปี 2566 การ เฉลี่ยในช่วงปี 2503-2539 ที่เป็นช่วงเศรษฐกิจเฟื่ อง แพร่ระบาดนี้ยังได้ก่อให้เกิดปัญหาท้าทายเพิ่ มขึ้นมา อีกหลายประการในตลาดแรงงาน ผลกระทบสำคัญ ฟู และเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 5 ในช่วงปี 2542- เบื้องต้นคืออัตราการว่างงานที่พุ่ งขึ้นอย่างฉับพลัน ในไตรมาสแรกของปี 2564 มีงานน้อยลง 2548 หลังจากวิกฤตการเงินเอเชียหรือวิกฤตต้มยำกุ้ง 710,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับปีก่อน ประเทศไทย จึงมีเป้าหมายที่จะพั ฒนาเศรษฐกิจโดยเมื่อเดือน ซึ่งการเติบโตนี้สร้างงานหลายล้านตำแหน่งทำให้คน มกราคม 2565 ทีมสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ลงนามในกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพั ฒนาที่ หลายล้านคนพ้นจากความยากจน สวัสดิการในด้าน ยั่งยืน วาระปี พ.ศ. 2565-2569 (UNSDCF) กับ รัฐบาลไทย กรอบความร่วมมือฯ นี้แจกแจงการ ต่างๆ มีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เช่น มีเด็กจำนวนมาก สนับสนุนด้านการพั ฒนาที่ระบบสหประชาชาติมอบ ให้กับประเทศไทยเพื่ อให้บรรลุความมุ่งหมายอัน ขึ้นที่ได้รับการศึกษามากขึ้น และเกือบทุกคนในเวลานี้ได้ สูงส่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 8 มุ่งส่งเสริมการ รับการประกันสุขภาพ ขณะที่การประกันสังคมในรูปแบ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ผ่านการยก ระดับผลิตภาพแรงงานและการพั ฒนาเทคโนโลยี บอื่นๆ ก็ได้รับการขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น และนวัตกรรมเพื่อการผลิต โดยการบรรลุเป้าหมาย ดังกล่าวต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตจากแนวทางที่เน้น เป็นผู้ประกอบการ การสร้างงาน รวมถึงการดำเนิน นโยบายเพื่ อขจัดปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย การส่งออกที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโต แรงงานทาส และการค้ามนุษย์ ซึ่งจะนำไปสู่การจ้าง งานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่า ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นลดน้อยลงไปอย่าง สำหรับทุกคนภายใน ปี 2573 มาก เนื่องจากภาวะชะงักงันของการผลิต การลงทุน ภาคเอกชนลดลงจากกว่าร้อยละ 40 ในปี 2540 เป็น ร้อยละ 16.9 ของจีดีพีในปี 2562 และความคืบหน้าใน การลดความยากจนของประเทศไทยได้ชะลอตัวลง ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ซึ่งสะท้อนภาวะชะลอตัวของ เศรษฐกิจและรายได้จากการเกษตร ธุรกิจ และค่าจ้างที่ หยุดนิ่ง การสำรวจทางโทรศัพท์อย่างรวดเร็วโดย ธนาคารโลก ที่ดำเนินการช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2564 ประมาณการว่าครัวเรือนกว่าร้อยละ 70 มีรายได้ ลดลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 โดยกลุ่มเปราะบางได้ รับผลกระทบหนักที่สุด
ลาว พั ฒนาการทางด้านเศรษฐกิจของลาว พั ฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ ลาวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง คือ 1) ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (ปี 2518- กล่าวสรุปคือ มีการเน้นเสรีภาพการค้า 2528) ซึ่งความสัมพันธ์ทางการค้ามุ่งเน้นประเทศ และการลงทุนเพิ่มขึ้น มีเป้าหมายที่ชัดเจน สังคมนิยมคอมมิวนิสต์เป็นหลัก ทำให้เศรษฐกิจของลาว ในการให้ลาวเป็นศูนย์กลางการผลิต ซบเซา ประสบปัญหาความยุ่งยาก ปัญหาความยากจน กระแสไฟฟ้าเพื่อการส่งออก พัฒนา การขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค ปัญหาเงินเฟ้อ และ เกษตรกรรม การค้าและการท่องเที่ยว ปัญหาการบริหารงาน และการผลิตที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือกับประเทศสมาชิกเพื่ อน รัฐบาลจึงได้ทบทวนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ โดย บ้านในโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับแรกนั้น ลาวได้ โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ พยายามพั ฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางสังคมนิยมแบบ และการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การ โซเวียต ซึ่งผลปรากฏว่าเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย อาเซียนในปี พ.ศ.2540 รวมถึงนโยบาย การพั ฒนาการพั ฒนาลาวให้เป็น 2) ระบบเศรษฐกิจเสรีการตลาด (ปี 2529- ศูนย์กลางการค้าและคมนาคมในอนุ ปัจจุบัน) โดยหลังจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันยึดอำนาจได้ใน ภูมิภาคนี้ เนื่องจากลาวเป็นประเทศเดียว ปี พ.ศ.2518 ได้มีการปฏิรูปประเทศและเศรษฐกิจอย่าง ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่ อนบ้าน จริงจังภายใต้ “นโยบายจินตนาการใหม่” ในปี พ.ศ.2529 ถึง 6 ประเทศ ทำให้อนาคตการพัฒนา โดยเริ่มเปิดเสรีทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องตลอด เศรษฐกิจของลาวผูกพั นกับการพั ฒนา ทศวรรษ 1990 ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน ลาวมีพัฒนาการที่ดีตามลำดับในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังรวมถึงการวางเป้าหมาย ซึ่งนโยบายจินตนาการใหม่นี้อยู่ในแผนพั ฒนาเศรษฐกิจ การนำประเทศให้หลุดพ้ นจากความ และสังคม ฉบับที่ 2 ที่เป็นการหันไปเปิดประเทศ ใช้กลไก ยากจนภายในปี 2563 ตลาดสนับสนุนการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ ปฏิรูปการเองและปรับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อ ฟื้นฟู เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ส่วนแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 3 และ ฉบับที่ 4 มี ความโดดเด่นมากขึ้น คือ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา เศรษฐกิจตามแผนดังกล่าว รัฐบาลจึงได้แบ่งพื้นที่ในการ พัฒนาประเทศออกเป็น 3 เขต 6 แขวง _________________________________________________
สถานการณ์และแนวโน้มการพั ฒนา พั ฒนาการทางด้าน เศรษฐกิจของลาว ที่ผ่านมาลาวตั้งเป้า เศรษฐกิจของลาว หมายจะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวในปี 2558 ส่วนด้านธุรกิจท่องเที่ยวนั้น เมื่อปี 2556 สถานภาพทางเศรษฐกิจของลาวมีรายได้หลักมา ลาวมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวประมาณ จาก พลังงานไฟฟ้า โดยที่ลาวมีแหล่งน้ำสำหรับ 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งได้รับการคัด ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่ อใช้ในประเทศและส่งออกเป็น เลือกจากองค์การค้าและการท่องเที่ยวของ ตามนโยบายการเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าของเอเชีย กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเป็น (Battery of Asia) ส่วนภาคเกษตรกรรม ลาว ประเทศดีที่สุด้านการท่องเที่ยวและ มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 40% โดยมีพืชเกษตร วัฒนธรรมประจำปี 2556 อย่างไรก็ดี สำคัญ ได้แก่ กาแฟยางพารา ข้าว และข้าวโพด รัฐบาลอนุมัติแผนระงับการส่งออกถ่านหิน การเพาะปลูกที่สำคัญอยู่บริเวณริมฝั่ งแม่น้ำโขง ชั่วคราวตั้งแต่ปี 2558 เพื่อสำรองปริมาณ นอกจากนั้นยังมีการพั ฒนาการเกษตรแผนใหม่ ถ่านหินรองรับการบริโภคภายในประเทศ เช่น การปลูกไม้ยางพาราร่วมกับมาเลเซีย ส่วน กาแฟเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ ส่วนใหญ่ทำการ ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว : ไทย เพาะปลูกที่ภาคใต้ ถือเป็นกาแฟคุณภาพดีโดย จีน เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิต เฉพาะที่ปากช่องแขวงจำปาสัก และเนื่องจากลาว เซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สวีเดน เบลเยี่ยม มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จึงมีการทำ ตลาดนำเข้าที่สำคัญของ สปป. ลาว: ไทย จีน สัมปทานป่าไม้ เช่น ไม้สัก ไม้มะฮอกกานี ไม้ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย กฤษณา และการทำเหมืองแร่ เช่น ทองคำ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ไต้หวัน ทองแดง โพแทช บ็อกไซต์ ถ่านหิน สังกะสี และ สินค้าส่งออกที่สำคัญ: แร่อื่นๆ (ยกเว้น อัญมณีนอกจากนั้นยังมีการทำอุตสาหกรรม ทองแดง เหล็ก) ทองแดงและของใช้ที่ทำ ขนาดเล็กส่วนใหญ่อยู่บริเวณเวียงจันทน์ เช่น ด้วยทองแดง ชิ้นส่วน เครื่องบันทึกภาพ อุตสาหกรรมทอผ้าฝ้าย โรงงานผลิตเบียร์ลาว เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเครื่องใช้ เป็นต้น สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่อง ไฟฟ้า ปูนซีเมนต์ ยางพารา ปุ๋ย ยาสูบ เที่ยวตามนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ สินค้านำเข้าที่สำคัญ:เครื่องใช้ไฟฟ้าและ รัฐบาลนั้น ลาวได้ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการ อุปกรณ์การไฟฟ้า น้ำมันดีเซลเครื่องจักรกล ท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคอินโดจีน ด้วยการวางแผน อะไหล่ชิ้นส่วน เครื่องจักรกล เหล็กและ พัฒนา 5 เมืองหลักตามบริบทที่แตกต่างกันออก ผลิตภัณฑ์ สายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล เครื่อง ไป ได้แก่ (1) กรุงเวียงจันทน์ เน้นแหล่งท่อง ดื่ม อุปกรณ์สื่อสารและชิ้นส่วน พลาสติกและ เที่ยวทางประวัติศาสตร์และแหล่งช็อปปิ้ ง (2) เครื่องใช้ที่ทาด้วยพลาสติก สัตว์มีชีวิต เมืองหลวงพระบาง เน้นจุดขายธรรมชาติและ เคมีภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ (3) จำปาสัก เน้นแหล่ง ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญคือ น้ำตกคอนพะ เพ็ง และเกาะดอนโขง รวมถึงโบราณสถานเช่น ปราสาทวัดภู และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาว ลาว (4) สะหวันนะเขต เป็นศูนย์กลางการค้าการ ท่องเที่ยวระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม (5) เมือง ห้วยทรายและแขวงบ่อแก้ว เน้นจุดเชื่อมต่อการ ท่องเที่ยวกับอนุภูมิภาคในเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ
พั ฒนาการทางด้านการเมือง ตราแผ่นดิน การเมืองการปกครองของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อครั้งอดีต สมัยอาณาจกัรล้านช้างจวบจนกระทั่งสิ้นยุคที่เป็นอาณานิคมฝรั่งเศสเป็นการปกครอง ระบอบราชาธิปไตย ต่อมาเมื่อพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สหภาพโซเวียตและเวียดนามเหนือ โดยการนำของเจ้าสุภานุวงศ์ ก็ยึดอานาจรัฐ และได้ เรียกร้องให้เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาทรงยินยอมสละราชสมบัติได้สาเร็จคณะปฏิวัติ ลาวจึงประกาศสถาปนาประเทศลาวเป็น \"สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว\" และเริ่ม ปกครองในระบอบสังคมนิยมอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 2518 โดยมี พรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นพรรคการเมืองเดียว รัฐธรรมนูญเขียนขึ้นใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2534 และในปีต่อมาก็มีการเลือกตั้งสมัชชาแห่งชาติจำนวน 85 ที่นั่ง โดยมีวาระ 5 ปี สมัชชานี้มีหน้าที่ออกกฎหมายการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2549 มีจำนวนสมาชิกเพิ่ มขึ้นเป็น 115 คน ประธานประเทศ (ประธานาธิบดีและดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะบริหารงาน ศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอีกตำแหน่งหนึ่ง) ได้รับเลือกจากสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี คนปัจจุบันคือ ดร.ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและมีรองนายกรัฐมนตรี 4 คน และสภา รัฐมนตรีอีก 28 คน ทั้งหมดล้วนได้รับการแต่งตั้งจากประธานประเทศ โดยมีสมัชชาแห่ง ชาติให้การรับรอง มีวาระ 5 ปี โดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายสอนไซ สีพั นดอน แนวนโยบายแห่งรัฐกำหนดโดยคณะกรรมการกรมการเมืองหรือ โปลิตบูโรของพรรคปฏิวัติจำนวน 13 คนซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหาร และคณะกรรมการ กลางศูนย์กลางพรรคที่มีสมาชิก 71 คน การตัดสินใจที่สำคัญของรัฐ อาศัยการลงมติ ของสภารัฐมนตรี พั ฒนาการทางด้านสิ่งแวดล้อม อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศลาวนั้นไม่มีพื้นที่ติดกับมหาสมุทรเลย ทว่า อย่างไรก็ตาม ประเทศลาวยังคงมีสิ่งแวดล้อมที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่น ป่าไม้ จากการสำรวจในปีพ.ศ. พบว่าประเทศลาว มีพื้นที่ป่ามากถึง 82.1% ของพื้นที่ทั้งประเทศ ซ้ำยังมีแม่น้ำสายสำคัญอีกหลาย สายที่ใช้ในการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า อาทิ เขื่อนน้ำงึม เมืองแก้วอุดม แขวงเวียงจันทน์ ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปริมาณเพียงพอต่อการส่ง กระแสไฟฟ้าขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย และนอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอีก หลายประเภท เช่น ทองคำ ทองแดง แร่บ็อกไซต์ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต อะลูมิเนียม ทว่าถึงแม้ประเทศลาวจะมีสิ่งแวดล้อมที่มีประโยชน์มากมายดังที่ได้กล่าวไป แต่ก็ ยังหนีไม่พ้นปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง โดยจากการสำรวจพบว่า ขยะ พลาสติกในเวียงจันทน์มีปริมาณมากถึงวันละ 600 ตัน กลุ่มรัฐบาลของประเทศ ลาวจึงกำลังมุ่งแก้ไขปัญหาในส่วนนี้อย่างเร่งด่วน และอีกหนึ่งปัญหาสิ่ง แวดล้อมที่สำคัญ คือ ปัญหาสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทางประเทศลาวได้เร่งมือแก้ไขอย่างเต็มกำลัง โดยได้มีการประชุม cop26 ขึ้น ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 มีการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยกับลาว และได้ลงความเห็นตรงกันว่าควรมุ่งเน้นการยกระดับการดำเนินงานในการลด ก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การหนุนสูง ของน้ำทะเล น้ำป่าไหลหลาก เป็นต้น
พั ฒนาการทางด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสถิติในปี พ.ศ. 2548 (ตามข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศของ ไทย)ประเทศลาวประกอบด้วยชนชาติต่างๆ หลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งใน ภาษาลาวจะเรียกรวมกันว่า “ประชาชนบรรดาเผ่า” สามารถจำแนกได้ เป็น 68 ชนเผ่าโดยประมาณ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามถิ่นที่อยู่อาศัย ดังนี้ ลาวลุ่ม - ชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบ ส่วนใหญ่ได้แก่คนเชื้อ ชาติลาว ภูไท ไทดำ ฯลฯ ใช้ภาษาลาวหรือภาษาตระกูลภาษาไทเป็นหลัก มีอยู่ 68% ของจำนวนประชากรทั้งหมดและอาศัยกระจายอยู่ทั่ว ประเทศ เป็นกลุ่มชาวลาวที่จำนวนมากที่สุดในประเทศ ลาวเทิง - ชาว ลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูง เช่น ชาวบรู มะกอง งวน ฯลฯ ส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ คิดเป็น 22% ของจำนวนประชากร ทั้งหมด ลาวสูง - ชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาสูง เช่น ชาวม้ง เย้า และชาวเขาเผ่าต่างๆ ส่วนมากอาศัยอยู่ในเขตภาคเหนือของลาว เเละ ตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือ มีอยู่ 9% ของจำนวนประชากร ทั้งหมด ประเทศลาวใช้ภาษาลาวเป็นภาษาทางการทั้งในส่วนของภาษา พู ดและระบบการเขียน ส่วนในกลุ่มชาวลาวเทิงและชาวลาวสูงยังคงมี การใช้ภาษาประจำเผ่าของตนควบคู่กับภาษาลาว ส่วนภาษาต่างประเทศ อื่นที่มีการใช้ได้แก่ภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีการใช้มาตั้งแต่สมัยอาณานิคม ปัจจุบันยังคงใช้ในวงราชการและการติดต่อค้าขายบ้าง อีกภาษาหนึ่งที่ สำคัญคือภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศและการค้า ซึ่ง นับวันการศึกษาภาษาอังกฤษก็ยิ่งจะขยายตัวมากขึ้น ในด้านศาสนา ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุ ทธนิกายเถรวาทซึ่งเป็นศาสนาประจำ ชาติ (ร้อยละ 60 ของชาวลาวทั้งหมด) ควบคู่ไปกับลัทธินับถือผี บรรพบุรุษของชนชาติส่วนน้อยในแถบภูเขาสูง ส่วนชาวลาวที่นับถือ ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมีจำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก โดยศาสนา คริสต์ส่วนมากเป็นกลุ่มชาวเวียดนามอพยพและชาวลาวเชื้อสาย เวียดนาม ส่วนศาสนาอิสลามจะนับถือในหมู่ชนชาติส่วนน้อยจีนฮ่อที่ อาศัยตามชายแดนด้านติดกับประเทศพม่า และมีชุมชนมุสลิมที่มีเชื้อ สายเอเชียใต้ และจามในเวียงจันทน์ วัฒนธรรม มีความคล้ายคลึงกับ คนภาคอิสานของไทยเป็นอย่างมาก ลาวมีประเพณีทางพระพุ ทธศาสนา และอื่นๆ เช่น วันสงกรานต์ บุญเข้าประดับดิน บุญเข้าฉลาก บุญธาตุ หลวงเวียงจันทน์ ในเดือน 12 เป็นต้น พุ ทธศาสนาแบบเถรวาทนับเป็น แบบแผนหลักของวัฒนธรรมลาว ซึ่งปรากฏให้เห็นทั่วประเทศ ทั้งใน ด้านภาษา และศิลปะ วรรณคดี ศิลปะการแสดง ฯลฯ สำหรับดนตรีลาว นั้นมี แคน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ วงดนตรีของลาวก็คือวง หมอลำ มีหมอลำ และหมอแคน ท่วงทำนองของการขับลำจะแตกต่าง กันไปตามท้องถิ่น เช่น ขับงึมเวียงจันทน์ ขับพวนเซียงขวง ลำสาละวัน ของแขวงสาละวัน ลำภูไท ลำตังหวาย ลำคอนสะหวัน ลำบ้านซอกของ แขวงสะหวันนะเขต เป็นต้น และ รำวงที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของ ลาวคือ ผู้หญิงจะนุ่ง ผ้าซิ่น ( ผ้าถุง ) ผู้ชายนุ่ง โสร่ง เฉียงสไบอาหาร ของชาวลาวจะทาน ข้าวเหนียว เป็นหลักที่เป็นเอกลักษณ์คือ ลาบ แจ่ว บอง ไคแผ่น ข้าวจี่ ส้มตำ
กัมพูชา ด้านการเมือง การเมืองของกัมพู ชาถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบของ อำนาจอธิปไตย ระบอบรัฐธรรมนูญซึ่งกษัตริย์ทำหน้าที่เป็นประมุขและ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล การล่มสลายของลัทธิ อำนาจบริหารถูกใช้โดยรัฐบาลในนามของพระมหา คอมมิวนิสต์ทำให้เกิดเหตุการณ์การเคลื่อนไหวที่นำไปสู่ กษัตริย์ รัฐบาลประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีโดยมี การถอนกองกำลังทหารเวียดนามซึ่งได้เข้ามามีบทบาท นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า โดยนายกรัฐมนตรีได้รับ ในประเทศตั้งแต่การล่มสลายของเขมรแดงรัฐธรรมนูญ ความช่วยเหลือจากสมาชิกสภา เช่น รองนายก ฉบับปีพ.ศ. 2536 ซึ่งใช้บังคับในปัจจุบันได้รับการ รัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้ทรงคุณณวุฒิ และรัฐมนตรีท่า ประกาศใช้เป็นผลจากข้อตกลงสันติภาพปารีสในพ.ศ. นอื่นๆ ในขณะที่อำนาจนิติบัญญัติตกเป็นของสภา 2534 ตามมาด้วยการเลือกตั้งที่จัดขึ้นภายใต้การกำกับ นิติบัญญัติสองสภาซึ่งประกอบด้วยรัฐสภาซึ่งมี ดูแลขององค์การเปลี่ยนผ่านแห่งสหประชาชาติใน อำนาจในการลงมติในร่างกฎหมาย และวุฒิสภาซึ่งมี กัมพู ชา รัฐธรรมนูญประกาศให้กัมพู ชาเป็น \"ประเทศ อำนาจในการทบทวน เมื่อมีการตรากฎหมายผ่านสภา เอกราช อธิปไตย สันติ เป็นกลาง และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด\" ทั้งสองแล้ว จะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่ อลง รัฐธรรมนูญยังประกาศระบอบประชาธิปไตยแบบหลาย พระปรมาภิไธยและประกาศใช้ ฝ่ายตุลาการมีหน้าที่ พรรคแบบเสรีนิยม ซึ่งอำนาจดังกล่าวตกเป็นของฝ่าย คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและเป็นผู้ บริหาร ตุลาการ และสภานิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ชี้ขาดข้อพิ พาทที่เป็นกลาง ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุด ไม่มีฝ่ายค้านที่ได้ผลกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งครอง ของประเทศและรับอุทธรณ์จากศาลล่างในประเด็น อำนาจมาตั้งแต่ปี 2528 พรรคประชาชนกัมพู ชาของเขา ทางกฎหมาย มีการจัดตั้งองค์กรแยกต่างหากที่ ได้รับที่นั่งทั้งหมด 125 ที่นั่งในสภาแห่งชาติในปี 2561 เรียกว่าสภารัฐธรรมนูญเพื่ อให้การตีความ รัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเพื่ อแก้ไขข้อพิ พาทที่ ภาพเหตุการณ์เขมรเเดงบุกยึดกรุงพนมเปญ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ
กัมพูชา การสืบทอดอำนาจ เมื่อปลายเดือนธันวาคมปี 2565 พลโท ฮุน มาเนท ผู้ บัญชาการทหารบกและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพกัมพู ชา บุตรชายคนโตของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการกลางพรรคประชาชน กัมพู ชาให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในอนาคตตามที่คาด หมายกันโดยทั่วไปและรับรู้กันมาระยะหนึ่งแล้วว่า บุรุษผู้มี อำนาจมากที่สุดในกัมพู ชาในเวลานี้ต้องการให้ลูกชายของ เขาสืบทอดตำแหน่ง อำนาจ และสมบัติในประเทศนี้ ราวกับ เป็นการสืบราชสมบัติของระบอบราชาธิปไตยพรรค ประชาชนกัมพู ชามีอิทธิพลเหนือภูมิทัศน์ทางการเมืองนับ ตั้งแต่การรัฐประหารในกรุงพนมเปญ พ.ศ. 2540 ฮุน เซน อดีตนักรบปฏิวัติ ส่งลูกชายไปเรียนโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยในสหรัฐฯ ช่วงปี พ.ศ. 2533 หลังจาก กัมพู ชาสิ้นสุดยุคสงครามและได้เข้าสู่ยุคใหม่ของประวัติศาสตร์ไปแล้ว เพื่ อปูทางให้เขากลับมาเป็นผู้นำประเทศแทน เมื่อยามที่พ่ อมีความจำเป็นต้องวางมือทางการเมืองด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตอนที่มาเนทเรียนหนังสือในสหรัฐฯ นั้น อำนาจทางการเมืองของฮุน เซนไม่ได้มั่นคงเท่าใดนัก พรรคประชาชนกัมพู ชาไม่ได้มีที่นั่งมากเป็นอันดับหนึ่งในสภา และไม่ได้เป็นแกนนำในรัฐบาลหากแต่อยู่ในแบบรัฐบาลผสม จนกระทั่งเขาตัดสินใจใช้กำลังยึดอำนาจจากสมเด็จ นโรดม รณฤทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จากพรรคฟุ นซินเปก ในปี พ.ศ. 2540 และจัดการเลือกตั้งใหม่ในปีต่อมา จึงทำให้พรรคประชาชนกัมพู ชาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ หลังจากนั้นฮุน เซนจึงสามารถมีอำนาจ นำทางการเมือง รวมศูนย์อำนาจในกองทัพและเครือข่ายทางธุรกิจเข้าหาตัวเองได้จนถึงปัจจุบัน พร้อมๆ กับมาเน ทก็เติบโตอย่างรวดเร็วในกองทัพจนทำท่าว่าจะสามารถส่งต่ออำนาจทางการเมืองเป็นมรดกตกทอดให้ทายาททาง สายเลือดได้ มุมมองจากนานาชาติ การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 และระดับชาติในปี 2566 ล้วนไม่ได้รับความสนใจ จากนานาประเทศ เนื่องจากเป็นรัฐบาลเผด็จการ เเละพรรคการเมืองที่โดดเด่นอื่น ๆ ได้แก่ พรรคราชวงศ์ FUNCINPEC และพรรคกู้ชาติกัมพู ชาในอดีตซึ่งถูกยุบโดยศาลฎีกา ในปี 2560 ทำให้นักรัฐศาสตร์อย่าง Steven Levitsky และ Lucan Way ได้อธิบาย กัมพู ชาว่าเป็น \"ระบอบเผด็จการที่แข่งขันได้\" ซึ่งเป็นประเภทระบอบการปกครองแบบผสม ผสานที่มีความสำคัญ ลักษณะของทั้งประชาธิปไตยและอำนาจนิยม
กัมพูชา ประเทศกัมพู ชากำลังประสบปัญหา พัฒนาการด้านสิ่ง มลภาวะอย่างหนัก โดยค่าดัชนีประสิทธิภาพ แวดล้อม ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Per- formance lndex : EPI) ประจำปี 2020 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพู ชาประกาศใช้ประมวล จัดอันดับให้กัมพู ชาเป็นประเทศที่มีคุณภาพ กฎหมายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (Environment อากาศอยู่ในอันดับที่ 139 จาก 180 ประเทศ and Natural Resources Code หรือ ENRC) ซึ่งเป็น เป็นผลจากการจราจรที่ติดขัด หมอกฝุ่น กฎหมายฉบับบุกเบิกที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเป็นผู้นำ ควันจากการก่อสร้าง และการเผาไหม้ของ ของภูมิภาคในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการดำเนินการ เชื้อเพลิงชีวภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้านสภาพภูมิอากาศ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกัมพู ชา ของประเทศ การก่อสร้างอาคารสูงและถนน ในการสร้างอนาคตบนพื้ นฐานของความหลากหลายทาง ใหม่ รวมถึงการนำเข้ารถยนต์จากต่าง นิเวศวิทยา สุขภาพ และความเจริญรุ่งเรือง โดยให้ความ ประเทศที่เพิ่ มสูงขึ้นและควันไฟจากการ สำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ได้แก่ การ ประกอบอาหารริมทางที่ทำให้เกิดละอองจาก ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ การ เถ้าถ่านและหมอกฝุ่นควันแพร่กระจายไปใน จัดการพื้นที่คุ้มครอง (มรดกทางวัฒนธรรม การจัดการ อากาศ นำไปสู่อันตรายจากโรคทางเดิน ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การจัดการป่าไม้และการประมง รวม หายใจ ถึงการจัดการเหมืองและพลังงาน) การอนุรักษ์ป่าไม้และความ หลากหลายทางชีวภาพ การวางแผนและบริหารการใช้ที่ดิน การจัดการของเสียอันตราย รวมถึงการปรับตัวเพื่อรับมือและ บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติมุ่งส่งเสริมการรับรู้ และการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้าง ความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับความท้าทาย และโอกาสในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติของกัมพู ชา นับเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญที่เน้นย้ำให้เห็นถึงความ มุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติของกัมพู ชา และส่ง เสริมการมีส่วนร่วมภายใต้ความตกลง ปารีส (Paris Agreement)
กัมพูชา กัมพู ชาประกาศแผนการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้านสิ่ง ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยโรดแมปที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า แวดล้อม \"ยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน\" หรือ Long-term Strategy for Carbon Neutrality (LTS4CN) จัดเตรียมโดยผู้เชี่ยวชาญจาก พันธมิตรด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศแห่งกัมพู ชา หรือ Cambodia Climate Change Alliance และได้รับการนำเสนอต่ออนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC ยุทธศาสตร์นี้ได้รับการออกแบบมาให้เป็นแนวทางการ ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมทางสังคม กับการลดก๊าซเรือนกระจกและ ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชื่อว่าการปฏิรูปอุตสาหกรรมป่าไม้ การลดคาร์บอนจากระบบ ขนส่ง การส่งเสริมเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ และการสนับสนุน กระบวนการผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและความมั่งคั่งที่ยั่งยืนมากขึ้น กัมพู ชาได้ดำเนินการตามหลัก REDD ซึ่งย่อมาจาก Reducing Emissions from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries หมายถึง นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศ กำลังพัฒนา โดยกัมพู ชามุ่งมั่นลดการทำลาย ป่าลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 และบรรลุเป้า หมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ใน อุตสาหกรรมป่าไม้ภายในปี 2583 กัมพู ชาเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่าง โครงการพัฒนาพลังงานแสง กัมพู ชาได้เสนออาเซียนกรีนดีลซึ่ง ชัดเจนว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ อาทิตย์ขนาด 400 เมกะวัตต์ เป็นกรอบการทำงานระดับภูมิภาคที่ สิ่งแวดล้อมสามารถไปด้วยกันได้ โดยกัมพู ชา และลดการผลิตไฟฟ้าด้วถ่านหิน มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้อาเซียน ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนจากเศรษฐกิจ รวมถึงระงับแผนการสร้างเขื่อน บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน อิงเกษตรกรรมเป็นหลักไปสู่เศรษฐกิจที่มีความ ไฟฟ้าพลังน้ำบริเวณแม่น้ำโขง ภายในปี 2593 หลากหลาย โดยใช้หลักการ REDD
เศรษฐกิจของกัมพู ชามีการเติบโตอย่าง พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ ช้าๆในช่วง พ.ศ. 2540 – 2541 เพราะวิกฤติ ในส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจกัมพูชาได้จัดทำ เศรษฐกิจในภูมิภาคการต่อสู้ทางการเมือง แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติระยะกลาง (NationalDevelopmentPlan-NSDP)โดยระบุเป้าหมาย ภายในประเทศ การลงทุนของต่างชาติและ ที่จะดำเนินการให้เศรษฐกิจกัมพูชามีอัตราการขยายตัว โดยเฉลี่ย 7% ต่อปี โดยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ การท่องเที่ยวลดลง และเกิดภัยแล้งใน พ.ศ. มีความ หลากหลาย เน้นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรมด้วยการเพิ่ม 2541 ใน พ.ศ. 2542 แต่ในทศวรรษที่ผ่านมา ผลผลิต โดยให้ความสำคัญกับข้าวเป็นหลัก กัมพู ชามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ กัมพู ชาเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้ประกอบการ หรือ นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจในการขยับขยาย ธุรกิจด้วยค่าจ้างแรงงานที่ไม่สูงมากนัก วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร ทรัพยากรธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ รวมไป ถึงนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่ อ ดึงดูดผู้ลงทุนต่างชาติของภาครัฐ ทำให้ผู้ ประกอบการเล็งเห็นโอกาสสูงในการทำการค้า และการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น กรุงพนมเปญเมืองหลวงของกัมพู ชาซึ่งมี เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ Phnom Penh Special Economic Zone (PPSEZ) เป็น โครงการที่มีเป้าหมายเพื่ อการดึงดูดนัก ลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตใน อุตสาหกรรมแรงงานเป็นหลัก กระจาย ลงทุนอยู่ในหลายภาคธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิต อาหารสัตว์ รวมถึงธุรกิจอาหารและเครื่อง ดื่ม โดยสินค้าที่สำคัญของกรุงพนมเปญ ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า อาหารแปรรูป เฟอร์นิเจอร์ จักรยาน และ สินค้าอุปโภคและบริโภคอื่น ๆ เป็นต้น เขต เศรษฐกิจพิ เศษนี้ยังเอื้อต่อการคมนาคม ขนส่ง เมืองพระสีหนุมีการพั ฒนาหมู่บ้านชาว ประมงให้เป็นศูนย์กลางการเล่นคาสิโน และ ในอนาคตอาจพั ฒนาอย่างต่อเนื่องให้เป็น เมืองสมัยใหม่ในอนาคต ทำให้การพัฒนาที่ อยู่อาศัยที่ราคาไม่แพงมากยังคงมีความ ต้องการสูง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยหลัง เกษียณอายุ จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุน รายใหญ่ในด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจกัมพูชา ในปี 2023 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2022 เนื่องจากภาคเกษตรฟื้ นตัวโดยมีอัตราการเติบโต ประมาณร้อยละ 1.1 ในขณะที่ในปี 2022 อยู่ที่ 0.7% ส่วน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตที่สูงขึ้นและได้รับ การคาดหวังให้เท่าทันประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด
พัฒนาการด้านสังคมวัฒนธรรม วัฒนธรรมการกิน ด้านสังคมเขมร เขตรอบๆ ทะเลสาบหลวง กลุ่ม ชาติพันธุ์ที่สำคัญอีกกลุ่มคือชาว เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตภูมิ สังคมเขมรประกอบด้วยผู้คน มุสลิมเชื้อสายจาม ซึ่งอพยพจาก จากหลายชาติพันธุ์ โดยคนเชื้อสาย เวียดนามเข้ามาอาศัยอยู่ตามแนว อากาศและสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน เขมรถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวน ชายฝั่ งของแม่น้ำซาปกับแม่น้ำ มากที่สุด และมีการตั้งถิ่นฐานกระจาย โขง โดยเฉพาะในเขตตอนเหนือ ทำให้กัมพูชามีพืชพันธุ์ธัญญาหารและมี ไปทั่วทั้งประเทศ ส่วนใหญ่ประกอบ ของกรุงพนมเปญ ส่วนชาวจีนใน อาชีพทางการเกษตรและทำการประมง กัมพูชาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขต อาหารการกินคล้ายคลึงกับไทย แต่ใน โดยในช่วงหลายสิบปีมานี้ประชากรเชื้อ ตัวเมืองทั้งเล็กและใหญ่ มักจะ สายเขมรจำนวนไม่น้อยอพยพเข้ามา ประกอบอาชีพค้าขายซึ่งถือเป็นก ขณะเดียวกันก็ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรม อยู่ในเมืองใหญ่อย่างพนมเปญ พระ ลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในทาง ตะบอง กำปงโสม และกำปงจาม แม้ว่า เศรษฐกิจสำหรับกัมพูชา อาหารจากฝรั่งเศส อินเดีย จีนและ ชาวเขมรจะเป็นกลุ่มชนที่มีอิทธิต่อ การเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ ชนกลุ่มน้อยอื่ นๆนั้นประกอบ เวียดนาม มากที่สุด แต่ฐานะทางเศรษฐกิจของ ด้วยพวกขแมร์เลอ อันได้แก่ชน พวกกลับมีฐานะยากจนเมื่อเปรียบ เผ่าพื้นเมืองกว่า 30 กลุ่มใน วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารจะหาได้ เทียบกับคนเชื้อสายเวียดนามและจีน กัมพูชา กลุ่มคนเหล่านี้ตั้งถิ่นฐาน อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตามภูเขาสูง ในท้องถิ่นได้แก่พืชผักพื้นบ้าน เช่น ชาวเวียดนามจัดเป็นกลุ่มชนที่มี มีภาษา วัฒนธรรม ความเชื่อ และ จำนวนมากเป็นอันดับสองของประเทศ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ส่วนใหญ่ตั้งรกรากอยู่ในเมืองใหญ่และ ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามแต่ละ ชนเผ่า โหระพา มะกรูด และเนื้อสัตว์อย่างเนื้อปลา ปลาน้ำจืดและปลาทะเล เนื่องจากกัมพูชามี แหล่งน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อุดม ไปด้วยปลา แต่จะแห้งเหือดลงเมื่อถึง เดือนพฤศจิกายนทำให้คนกัมพูชาเรียนรู้ และปรับตัวด้วยวิธีการถนอมอาหาร เช่น การทำปลาเค็ม ปลาตากแห้ง ปลาจ่อม นอกจากนี้กัมพูชายังมีผักและผลไม้หลาก หลายชนิด จึงมีการนำผักชนิดต่างๆ มา วัฒนธรรมการแต่งกาย วัฒนธรรมดนตรีและการแสดง รับประทานในมื้ออาหารทั้งใช้เป็นส่วนผสม ผ้านุ่ง หรือ สมปต ถือเป็น การดนตรีของกัมพูชาเฟื่ องฟู เครื่องแต่งกายที่พบเห็นได้ทั่วไปใน และเครื่องเคียง มังคุดและทุเรียนนั้นถือ กัมพูชามาตั้งแต่ยุคโบราณ ซึ่งได้รับ อยู่ทั้งในราชสำนักและตามหมู่บ้าน มี อิทธิพลการแต่งกายมาจากอินเดีย เป็นผลไม้ยอดนิยมในกัมพูชา ส่วนข้าวเจ้า อาจจะมีการประยุกต์นุ่งแบบโจง ทั้งดนตรีที่ใช้เพื่องานพิธีและเพื่อ กระเบน และเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกัน นั้นถือเป็นอาหารหลักของกัมพูชา ออกไปมาทอเป็นผ้านุ่งขึ้นอยู่กับฐานะ ความบันเทิง เช่น การเล่นเพลงกอร์ ของแต่ละกลุ่มคน นอกจากนี้ก็มีก๋วยเตี่ยว เรียกว่า กุยเตียว ในงานแต่งงาน เพลงอาเรียะในการ ส่วนผ้ากรอมา ส่วนใหญ่จะทอ มรดกทางวัฒนธรรมที่กัมพูชารับมาจาก เป็นลายตารางหมากรุก โดยแต่ละ ทรงเจ้าเข้าผี การเล่นเพลงอาไย จังหวัดของกัมพูชาจะผลิตผ้ากรอมา อินเดียก็คือการใช้เครื่องเทศปรุงรสและ ออกมาในรูปแบบเฉพาะของตน ผ้า ตอบโต้กัน และการเล่าเรื่องผ่านเพลง กรอมีประโยชน์ใช้สอยมากมาย ไม่ว่าจะ ทำเครื่องแกง เช่น แกงกะหรี่ กินกับข้าว ใช้กันแดด กันลม พันแผลบริเวณส่วน เจรียงจับไปย ส่วนในราชสำนักมีระบำ ต่างๆ ของร่างกาย หรือนำมานุ่งเป็น หรือนมปังหั่น นอกจากนี้นมปังยังใช้กิน โสร่ง ห่อเด็กทารกอุ้มกระเตงไปทำงาน รำ โขน และนังซึ่งเป็นการแสดงคล้าย นำมาห่อของสำหรับการจ่ายตลาด หรือ กับปลากระป๋องและไข่เป็นอาหารเช้า หรือ แม้กระทั่งนำมาผูกขึงเป็นเปลนอน หนังใหญ่ ส่วนงานพิธีทางศาสนาจะใช้ เอาไปทำแซนด์วิซ ซึ่งเป็นอิทธิพลของ วงปินเปียต และวงโมเฮารี เล่น ฝรั่งเศส อิทธิพลจากอาหารตะวันออกโดย ประกอบ เฉพาะจีนเป็นที่มาของอาหารจำพวก นาฏศิลป์หลวงของเขมรนั้นมี ก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารผัดต่างๆ อาหาร ความคล้ายคลึงกับนาฏศิลป์ไทยใน เวียดนามนั้นก็มีอิทธิพลต่ออาหารกัมพูชา ราชสำนักมาก เนื่องจากนาฏศิลป์ของ เช่น เนียม อาหารคล้ายปอเปี๊ ยะสดและใน ทั้งสองชาติมีการแลกเปลี่ยนและส่ง ปัจจุบันด้วยอิทธิพลจากไทยทำให้มีการใช้ ต่ออิทธิพลให้กันและกันมาโดยตลอด ครีมเทียมปรุงกาแฟมากขึ้น จึงก่อให้เกิดศิลปะที่มีรูปแบบร่วมกัน ขึ้น
มาเลเซีย ด้านสังคมและวัฒนธรรม สังคมมาเลเซียมีลักษณะพหุสังคมประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้สภาพสังคมของ มาเลเซียดำเนินไปอย่างขาดเอกภาพ และความปรองดอง นำไปสู่ประเด็นทางด้านเชื้อชาติ อาจก่อ ให้เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคม แต่การที่สังคมมาเลเซียยังอยู่ได้อย่างสงบ เนื่องมาจากการ ประนีประนอมทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่ทำให้ชาวมลายูดูแลทางด้านการเมืองและชาวจีนกับชาว อินเดียดูแลทางด้านเศรษฐกิจ แต่การแบ่งผลประโยชน์เช่นนี้ได้ทำให้สถานะทางเศรษฐกิจของชาว ม ล า ยู ต ก ต่ำ อ ย่ า ง ม า ก รัฐธรรมนูญของประชาชนมาเลเซีย ให้ความคุ้มครองต่อเสรีภาพขั้นพื้ นฐานของประชาชนยกเว้น ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมของสังคม นอกจากนี้ ประชาชนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติตามกระบวนการของกฎหมาย หรือในกรณีที่ถูกควบคุม ก็จะได้ รับการแจ้งข้อกล่าวหาและสาเหตุก่อนการถูกควบคุม และยังได้รับอนุญาตให้ติดต่อที่ปรึกษาทาง กฎหมายหรือทนายความได้ ยกเว้นในภาวะฉุกเฉินที่ครอบคลุมไปถึงการจลาจล การต่อต้านประมุข และสถาบันของประเทศ ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในกรณีภาษา ได้เป็นปัญหาที่สำคัญในพหุสังคมของมาเลเซียเช่นกัน แต่จากข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ได้ทำให้ภาษามลายูเป็นภาษาประจำชาติ และเพื่ อเป็นการส่งเสริมการใช้ ภาษามลายูให้แพร่หลาย สภาภาษาได้ใช้วิธีการต่างๆ มากมายมาช่วย เช่น การจัดพิ มพ์ หนังสือ ตำรา เป็นภาษามลายู ต่อมารัฐบาลเริ่มเห็นผลเสียของการเลิกใช้ภาอังกฤษ ส่งผลต่อการพั ฒนา ด้านเศรษฐกิจระดับสากล ประชาชนจึงต้องได้รับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับศาสนา มีส่วนสำคัญอย่างมากทั้งในทางการเมือง การปกครอง และภาพลักษณ์ของ ชาติพั นธุ์ คือทางด้านชาตินิยม ความเป็นกลุ่มผลประโยชน์สำหรับพรรคการเมืองและการจัด ระเบียบการปกครอง และการเป็นชาวมลายู ซึ่งในส่วนนี้รัฐธรรมนูญของสหพั นธ์ก็ได้กล่าวไว้ว่า ช า ว ม ล า ยู เ ป็ น บุ ค ค ล ที่ นั บ ถื อ ศ า ส น า อิ ส ล า ม ทำ ใ ห้ ก า ร เ ป็ น ช า ว ม ล า ยู กั บ ก า ร นั บ ถื อ ศ า ส น า อิ ส ล า ม ดูจะแยกกันไม่ออก ซึ่งตามสภาพที่แท้จริงแล้วในสังคมมาเลเซีย มลายูเกือบทุกคนจะเป็นมุมลิม และถ้าชาวมลายูผู้ใดได้เลิกนับถือศาสนานั้น ก็จะถูกตัดออกไปจาก การเป็นสมาชิกของชนเผ่า
ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง รั ฐ บ า ล มี เ ป้ า ห ม า ย มุ่ ง ไ ป สู่ ก า ร เ ป็ น ป ร ะ เ ท ศ ที่ พั ฒนาแล้วในปี 2563 โดยเน้นการพั ฒนาโครงสร้าง ม า เ ล เ ซี ย ป ก ค ร อ ง ด้ ว ย ร ะ บ บ พื้ นฐานเพื่ อรองรับการค้า การลงทุน การรถ่ายทอด สหพั นธรัฐ ซึ่งให้อำนาจกับรัฐบาลท้องถิ่น เทคโนโลยีระดับสูงจากตะวันตก และการพั ฒนา ของแต่ละรัฐได้ปกครองกันเอง ยกเว้น ทรัพยากรมนุษย์ เพื่ อให้มาเลเซียเป็น KNOWLEDGE- อำนาจทางการทหาร การต่างประเทศและ BASED ECONOMY ในภาพรวม มาเลเซียมีสภาพ เศรษฐกิจการคลัง ทำให้การบริหารภายใน ทางเศรษฐกิจสังคมที่ผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง แต่ละพื้ นที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับ ข อ ง ก า ร ล ง ทุ น ข น า ด ใ ห ญ่ ข อ ง ภ า ค รั ฐ แ ล ะ ใ ห้ เ ส รี ภ า พ ใ น ส ภ า พ สั ง ค ม แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง แ ต่ ล ะ แ ห่ ง การลงทุนในภาคเอกชน รวมทั้งให้การส่งเสริม การ โ ด ย มิ ต้ อ ง ร อ ก า ร สั่ ง ก า ร จ า ก รั ฐ บ า ล ก ล า ง ดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ล้วนเป็นตัวเร่งการเติบโต ซึ่งอาจมีความล่าช้าและไม่ทันการณ์ ขณะที่ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ สำ คั ญ น โ ย บ า ย ท า ง สั ง ค ม แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ใ น ท้ อ ง ถิ่ น ประเทศมาเลเซียมีแผนพั ฒนาเศรษฐกิจ ราย 5 ปี ฉบับที่ 1 เริ่มเมื่อปี 2509 ปัจจุบันใช้แผนพั ฒนา เศรษฐกิจฉบับที่ 9 (ปี 2549-2553) ซึ่งเน้น 1. การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ อย่างเท่าเทียมกันเพื่ อลดช่องว่างระหว่างสังคม 2. ส่งเสริมภาคเอกชนโดยเฉพาะ SMES มีส่วนร่วมใน สาขาที่มีความสำคัญต่อการพั ฒนาประเทศในระยะ ยาว เช่น เกษตรกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ ICT สาธารณสุข การศึกษา 3. พั ฒนาทรัพยากรมนุษย์และคุณภาพชีวิต 4. ปรับปรุงการทำงานและการให้บริการของภาครัฐ แ ล ะ ล ด ต้ น ทุ น ก า ร ทำ ธุ ร กิ จ ใ น ม า เ ล เ ซี ย ด้านสิ่งแวดล้อม นั้นๆ รัฐบาลท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ มีการสร้างเครือข่ายที่เรียกว่า MALAYSIAN YOUTH เอง เนื่องจากการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น CLIMATE JUSTICE NETWORK เพื่ อสร้างความร่วม โ ด ย เ ฉ พ า ะ มุ ข ม น ต รี ซึ่ ง ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ค ะ แ น น มื อ ร ะ ห ว่ า ง เ ย า ว ช น ใ น ก า ร ผ ลั ก ดั น ก า ร ร ณ ร ง ค์ เ รื่ อ ง โ ล ก เสียงจากประชาชนในพื้ นที่ ขณะเดียวกัน ร้อนในประเทศมาเลเซีย มีการจัดค่ายสิ่งแวดล้อม โครงสร้างการเมืองระดับชาติ ได้ถูก (GREEN CAMP) ที่นำ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปกครองโดยพรรค BARISAN และมัธยมศึกษามาทำกิจกรรมร่วมกัน และยังมีการจัด NASIONAL ซึ่งปกครองมาเลเซียมาตั้งแต่ กิจกรรมสนทนาวิวาทะกับหน่วยงานระดับกระทรวงและ ปี 1973 ซึ่งเป็นกลุ่มพรรคการเมืองหลาย ทีมงานนักวิจัยเรื่องสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลด้วย พ ร ร ค ซึ่ ง ป ร ะ ก อ บ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ช า ว โดยประเด็นหลักคือ ต้องการความคิดที่สดใหม่ และ มาเลย์ จีน และอินเดีย โดยมีเป้าหมายใน เป็นการมองปัญหาไปข้างหน้า ซึ่งเยาวชนจะต้องเข้ามา การมีจุดร่วมกันทางเชื้อชาติ และศาสนา มี ส่ ว น ร่ ว ม อ ย่ า ง ห ลี ก เ ลี่ ย ง ไ ม่ ไ ด้ สำ ห รั บ กิ จ ก ร ร ม ที่ เ ค ย อย่างสงบสุข ทำให้พรรคการเมือง ดัง ปฏิบัติมาแล้ว เช่น การปลูกป่าร่วมกับบริษัทใน กล่าวผูกขาดการปกครองของประเทศนับ มาเลเซีย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเพื่ อสังคมด้วยในทางอ้อม ตั้ ง แ ต่ นั้ น ม า
สิงคโปร์ __ด_้_า_น_สิ_่ง_แ_ว__ด_ล_้อ_ม____ ความเป็นมา แนวคิด City in the garden หรือพื้นที่สีเขียวในสิงคโปร์เริ่มมาตั้งแต่ปี 1965 เมื่อครั้งที่ “ลี กวน ยู” เป็นนายกรัฐมนตรี เขามีวิสัยทัศน์ว่าอยากเห็นสิงคโปร์เต็ม ไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า เพื่อที่ประชาชนในประเทศจะมีความสุขและคุณภาพชีวิตดีขึ้น จึงได้วางกลยุทธ์และออกแบบผังเมืองให้มีพื้นที่สีเขียวตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้กลาย เป็นเมืองที่สิ่งแวดล้อมดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน • เมืองปลอดรถยนต์ ในเมืองเต็งกาห์ รถจะไม่วิ่งบนถนนง แต่ไปใช้เส้นทางใต้ดิน แทน เพื่อป้องกันมลพิษจากท่อไอเสียลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ • ระบบทำความเย็นส่วนกลาง ลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% ช่วยให้ผู้อาศัยใน แฟลตประหยัดค่าไฟ ไม่ต้องเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำ ๆ ทั้งยังลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ถึง 50 เท่า • ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ ปรับแสงสว่างอัตโนมัติตามบริเวณต่าง ๆ ตรงไหนมี แสงสว่างเพียงพอ แสงไฟจะอ่อนลง ตรงไหนมืดจะสว่างขึ้น • ระบบลำเลียงของเสียแบบนิวเมติก (PWCS) รวบรวมขยะในครัวเรือนอัตโนมัติ โดยใช้อากาศความเร็วสูงดูด ช่วยให้สภาพแวดล้อมสะอาด ลดปัญหากลิ่น ขยะ ปลิวหล่น และสัตว์หรือแมลงรบกวน • แอปพลิเคชันตรวจสอบการใช้พลังงานของตัวเอง ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน ดูได้ว่าตัวเองใช้พลังงานแต่ละวันไปเท่าไร • ส่งเสริมการเดินทางด้วยจักรยานและขนส่งรถไฟฟ้า มีทางสำหรับจักรยานและ รถไฟฟ้าดี ๆ ผู้คนสามารถเดินทางข้ามเมืองได้สะดวก • Central Park สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีทางเดินเชื่อมป่า (Forest Corridor) ทำให้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง มีทั้งพื้นที่นันทนาการ ทิวทัศน์ สวยงาม • สวนสาธารณะมากกว่า 350 แห่ง ซึ่งมากที่สุดในโลก • พื้นที่เกษตรตัดผ่านที่อยู่อาศัย เขต Plantation เป็นพื้นที่สำหรับทำสวน ทำการ เกษตรในชุมชน มีการจัดกิจกรรมให้เกษตรกรได้ขายสินค้าออร์แกนิก แผนการในอนาคต ภายในปี 2030 มีแผนจะปลูกต้นไม้เพิ่มอีก 1 ล้านต้น ขยายพื้นที่ปั่ นจักรยาน ห้าม การใช้รถที่ใช้น้ำมันดีเซลล ปี 2025 มีแผนจะลดขยะฝังกลบต่อครัวเรือน 30% และเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ รับผิดชอบต่อขยะที่ตัวเองสร้าง และเพิ้มการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์อีก 5 เท่า
สังคมและวัฒนธรรม สภาพสังคมในปัจจุบัน สภาพความเป็นอยู่ของคนสิงคโปร์เป็นพหุสังคม ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย มา เลย์ และอื่นๆ อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ไม่ค่อยมีปัญหา ความขัดแย้งทางเชื้อชาติดังเช่นประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่พัก อาศัยที่แฟลตสูงตามย่านต่างๆ ได้แก่ 1.อาหรับสตรีท (Arab Street) และกัมปง กีลาม (Kampong Glam) เป็น ย่านมาเลย์มุสลิม 2. ไชน่าทาวน์ (China Town) เป็นแหล่ง ธุรกิจของชาวจีนซึ่งมีวัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple) ของอินเดีย ตั้งอยู่ใกล้ๆ วัดจีน กลางไชน่าทาวน์ 3. ลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) เป็นย่านคนอินเดีย ที่มีศาล เจ้าและมัสยิดรวมอยู่ด้วย ชาวสิงคโปร์อยู่ในสภาวะเร่งรีบใน การเดินทางและการทำงาน ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่อยู่กับ งาน เมื่อหลังเลิกงาน ใช้เวลานอกบ้านเพื่อรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนโดยการเดินซื้อของหรือดูหนัง ฟังเพลง ส่วน การพั กผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์นิยมไปสวนสาธารณะ ชายหาด หรือเกาะเซนโตซา วัฒนธรรม ประชากรสิงคโปร์มีความหลากหลายทาง เชื้อชาติ ส่วนใหญ่ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิม แต่ บางส่วนก็หลากหลายทั้งทางด้านอาหาร การแต่งกาย ตลอดจนการเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ และความเชื่อใน องค์เทพเจ้าที่แตกต่างกันไป ชาวจีนส่วนมากบูชาเจ้าแม่กวน อิม ธิดาแห่งความสุข กวนอูเทพ เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม รวมถึงเทพเจ้าจีนองค์อื่น ๆ ขณะที่ชาวฮินดูบูชาเทพเจ้า แห่งดวงอาทิตย์ เทศกาลสำคัญก็มี เช่น เทศกาลตรุษจีน (Chinese New Year) ในเดือนกุมภาพันธ์ ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนจะจัดงาน เซ่นไหว้เทพเจ้าและงานรื่นเริงสนุกสนานอื่นๆ โดยรัฐบาล ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ จะหยุดทำการเป็นเวลา 2 วัน แต่ บางแห่งอาจหยุดนานถึง 15 วัน โดยจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ที่ไซน่าทาวน์ มีทั้งขบวนแห่งมังกร การแสดงดอกไม้ไฟ และการแสดงแสงสีเสียงต่างๆ
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ไตรมาสที่ ระบอบการปกครองของสิงคโปร์ คือ ระบอบ 1/2566 ประชาธิปไตย มีประธานาธิบดี เป็นประมุข ประธานาธิบดี GDP สิงคโปร์ไตรมาสที่ 1/2566 เติบโตเพียงร้อยละ คนปัจจุบัน คือ นางฮาลิมาห์ ยาคอบ เข้ารับตำแหน่ง 0.1 (แบบ year-on-year และร้อยละ 0.7 แบบ ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560 ส่วนนายกรัฐมนตรี quarter-on-quarter) อันเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อ คือ นายลี เซียน ลุง ในอดีต สิงคโปร์มีปัญหาเรื่องความ อุปสงค์สินค้าและบริการที่ลดลงโดยเฉพาะในเขต หลากหลายทางเชื้อชาติ รัฐบาลจึงสร้างความเป็น เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ชาตินิยมผ่านทางเศรษฐกิจ ทว่าบกพร่องในเรื่องการมี ระหว่างประเทศที่ไม่แน่นอนเนื่องจากปัจจัยทาง ส่วนร่วมทางการเมือง โดยพัฒนาทางการเมืองของ ภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ประเด็น รัสเซีย – ยูเครน ทั้งนี้ ภาค สิงคโปร์เน้นเฉพาะเรื่อง คือ เชิงโครงสร้าง-หน้าที่ และ การค้าสินค้าและการผลิตหดตัวร้อยละ -4.1 ในขณะที่ การเมืองเชิงสถาบัน ดังที่เห็นได้จากการมี ภาคบริการยังคงเติบโตร้อยละ 1.7 พรรคการเมืองเพี ยงพรรคเดียวนับตั้งแต่การเลือกตั้ง ครั้งแรกภายหลังได้รับเอกราช คือ พรรคกิจประชา ภาคเศรษฐกิจที่หดตัวสูงสุด ได้แก่ (PAP: People’ Action Party) โดยมีผู้นำ คือ ลี กวน 1. การผลิต หดตัวร้อยละ 6.0 ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ยู ภายหลังนายลียอมลงจากตำแหน่งแล้วสืบทอดอำนาจ หน้า โดยการผลิตสินค้าหดตัวเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่ม ให้คนสนิท คือ โก๊ะ จ๊ก ตง ทว่านายลียังคงมีบทบาทใน วิศวกรรมการขนส่ง (transport engineering) ทั้งนี้ การบริหารอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโส ส่วนโก๊ะ จ๊ก ภาคการผลิตคิดเป็นร้อยละประมาณ 20 – 25 ของ ตง ก็ดำเนินนโยบายในแนวทางสานต่อทางการเมืองจาก GDP ทั้งหมดของสิงคโปร์ จึงส่งผลกระทบค่อนข้าง ลี กวนยู เช่นเดิม มากต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์ ในปัจจุบัน การเมืองการปกครองสิงคโปร์ถือได้ว่ามี 2. การค้าสินค้า การขนส่ง และคลังเก็บสินค้า หดตัว เสถียรภาพมากเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเกิดจากการ ร้อยละ 1.1 โดยภาคการค้าส่งหดตัวลงอย่างมาก ที่สิงคโปร์มีรัฐบาลพรรคเดียวครองอำนาจมาเป็นเวลา เนื่องจากการส่งออกของสิงคโปร์ซบเซาลง แม้ว่าภาค นาน ชนชั้นนำที่อยู่ในอำนาจทางการเมืองสิงคโปร์กระจุก การค้าปลีก การขนส่ง และคลังเก็บสินค้าจะยังคงเติบโต อยู่พียงกลุ่มคนเดียว จนปัจจุบันมีนาย ลี เซียน ลุง ได้พอสมควร เพราะได้รับผลเชิงบวกจากการเปิด บุตรของนายลี กวน ยู มีอำนาจทางการเมืองจากการ ประเทศ และการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นจนเกือบ เลือกตั้ง เทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะการเข้ามาของนัก นอกจากนี้ ใช่ว่าการสร้างฐานอำนาจของพรรค PAP จะ ท่องเที่ยวจีนและต่างประเทศ มีแต่ความราบรื่น เนื่องด้วยพื้นที่ประชาสังคมเป็นพื้นที่ สาหรับการต่อสู้เชิงความคิด วาทกรรม ความหมาย ภาคเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี ได้แก่ อุดมการณ์ การต่อต้านด้วยแนวคิดที่แตกต่างจึงเกิดขึ้น 1. การก่อสร้าง เติบโตร้อยละ 8.5 ซึ่ง รัฐบาลสิงคโปร์ ได้ทุกที่ทุกเวลาทุกโอกาส อาจเป็นการต่อต้านในชีวิตประ ยังคงต้องการแรงงานในภาคการก่อสร้างอย่างต่อ จาวัน การต่อต้านในที่ทำงาน เช่น ต่อต้านกฎหมายที่เข้ม เนื่อง และหวังว่าอุปทานที่เพิ่มขึ้นของโครงการที่พัก งวด โดยการฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อไม่มีคนเห็น เช่น การทิ้ง อาศัยต่าง ๆ ที่จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จะช่วย ขยะในที่ห้ามทิ้ง การเขียนประณามรัฐบาลในห้องน้ำ การ บรรเทาความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ของ แอบถ่ายในลิฟท์ เป็นต้น ซึ่งกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างมาก สิงคโปร์ลงได้ (ปัจจุบันอัตราการเติบโตของตลาดค่าเช่า ในสิงคโปร์จนกระทั่งปัจจุบัน ที่พั กในสิงคโปร์สูงที่สุดในโลก) 2. ภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม บริการอาหารและ เครื่องดื่ม และบริการสนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ ยังคง เติบโตได้ดีที่ร้อยละ 6.7 3. กลุ่ม IT การเงิน ประกันภัย และบริการมืออาชีพ เติบโตร้อยละ 1.9 แบบ YoY แต่หดตัวร้อยละ 1 แบบ QoQ โดยมีข้อสังเกตว่า การชะลอทางธุรกิจของ tech firms และ digital solutions ในสหรัฐฯ เริ่มส่งผลต่อ การชะลอตัวของภาค IT ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัทข้ามชาติจากสหรัฐฯ จำนวนมาก
แหล่งที่มา ประเทศไทย ด้านสังคมและวัฒนธรรม https://th.wikipedia.org/wiki/ ประเทศไทย#วัฒนธรรม http://www.digitalschool.club/digitalschool /social2_1_1/m4_1/content/lesson2/more2_ 3/page_3.php#:~:text=ลักษณะทั่วไปของสังคม ไทย,ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นหลัก ด้านเศรษฐกิจ https://tdri.or.th/wp- content/uploads/2012/09/wb53.pdf https://thailand.un.org/th/sdgs ด้านการเมือง http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title= https://th.m.wikipedia.org/wiki/การเมืองไทย https://th.m.wikipedia.org/wiki/รายชื่อนายก รัฐมนตรีไทย ด้านสิ่งแวดล้อม https://thailand.opendevelopmentmekong. net/th/topics/environment-and-natural- resources/
แหล่งที่มา ประเทศลาว ด้านสังคมและวัฒนธรรม https://www.onep.go.th/ไทย- ลาว-สานสัมพันธ์ด้านส/ ด้านเศรษฐกิจ https://image.mfa.go.th https://www.sac.or.th ด้านการเมือง https://th.wikipedia.org/wiki/ประเทศ ลาว#:~:text=สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชน ลาวมี,ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว https://th.wikipedia.org/wiki/การเมืองลาว ด้านสิ่งแวดล้อม https://risc.in.th/th/knowledge/ป่าไม้โลก- กับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ
แหล่งที่มา ประเทศกัมพูชา ด้านสังคมและวัฒนธรรม https://www.sac.or.th/databases/southea stasia/subject.php?c_id=2&sj_id=29 https://blkp201.wordpress.com/2015/04/ 19 ด้านเศรษฐกิจ https://malaysia.mol.go.th/สถานการณ์ทาง เศรษฐกิจ-2 https://www.scb.co.th/th/personal- banking/stories/business-maker/3- cambodia-economi-cities.html ด้านการเมือง https://en.m.wikipedia.org/wiki/Politic s_of_Cambodia https://www.the101.world/royal- cambodia-armed-forces/ ด้านสิ่งแวดล้อม https://www.prd.go.th/th/content/cate gory/detail/id/9/iid/70466 https://www.prd.go.th/th/content/cate gory/detail/id/2124/iid/188365 https://www.parliament.go.th/ewtadmi n/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php ?nid=77017&filename=index
แหล่งที่มา ประเทศมาเลเซีย ด้านสังคมและวัฒนธรรม http://dc.oas.psu.ac.th/dcms/files /01555/Chapter2.pdf ด้านเศรษฐกิจ https://malaysia.mol.go.th/สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ-2 https://workpointtoday.com/thai-vs- malaysia-economy-01/ ด้านการเมือง http://prp.trf.or.th/trf-policy- brief/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B 8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B 8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B 8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B 8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B 9%87%E0%B8%88%E0%B9%83/ ด้านสิ่งแวดล้อม http://tic.car.chula.ac.th/tic- news/item/36465-2015-01-27-01-23-40
แหล่งที่มา ประเทศสิงคโปร์ ด้านสังคมและวัฒนธรรม https://www.sac.or.th/databases/south eastasia/subject.php? c_id=8&sj_id=66#:~:text=%E0%B8%A A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8 %9E%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0 ด้านเศรษฐกิจ https://thaibizsingapore.com /news/%E0%B8%82/econo mics/singapore-economic- report-q1-2023/ ด้านการเมือง https://www.baanjomyut.com/librar y_2/asean_community/singapore/02. html ด้านสิ่งแวดล้อม https://shortrecap.co/social- trend/สิงคโปร์-ประเทศรักษ์ โลก/
รายชื่อผู้จัดทำ ประเทศไทย ประเทศลาว ณิชนันทน์ ไพโรจน์สกุลสุข เลขที่ 3 หาข้อมูลสิ่งแวดล้อม สุทธดา พูลกลั่น เลขที่ 6 หาข้อมูลสังคม วัฒนธรรม ณิชาภัทร ปกรณ์สมบูรณ์ เลขที่17 หาข้อมูลการเมือง บูรณี สถาปัตยวงศ์ เลขที่ 8 หาข้อมูลเศรษฐกิจ วีรินทร์ดา เต็มบุญศรัณย์ เลขที่ 26 หาข้อมูลสังคม วัฒนธรรม ณัชชา วงษ์โชติวัฒน์ เลขที่ 15 หาข้อมูลการเมือง ชัญญา อัศวพรประดิษฐ์ เลขที่ 33 หาข้อมูลเศรษฐกิจ ศศิพร โคตรพัฒน์ เลขที่ 27 หาข้อมูลสิ่งแวดล้อม ประเทศกัมพูชา ประเทศสิงคโปร์ วีรภัทรา จิราธิยุต เลขที่ 1 หาข้อมูลเศรษฐกิจ กัญญาพัชร จริงจิตร เลขที่ 2 หาข้อมูลเศรษฐกิจ ณัฐณิชา วิรุฬหกุล เลขที่ 18 หาข้อมูลสิ่งแวดล้อม วลัยพรรณ ตรีทิพย์สกุล เลขที่ 25 หาข้อมูลการเมือง พิมพ์มาดา พยุงธรรม เลขที่ 29 หาข้อมูลสิ่งแวดล้อม กัญญาภัค กมลรัตน์ เลขที่ 39 หาข้อมูลการเมือง ปุญยวีร์ อัคนีนิโรธ เลขที่ 31 หาข้อมูลสังคม วัฒนธรรม และสังคมวัฒนธรรม ผู้ที่มีหน้าที่อื่น ๆ ประเทศมาเลเซีย เลปริกา ประชาศรัยสรเดช เลขที่ 21 จัดทำหน้าปก กัลยากร วันเกิด เลขที่ 16 หาข้อมูลสังคม วัฒนธรรม และ ใส่แหล่งที่มากับรูปภาพ เอมมิลี่ ธนะจินดาวงษ์ เลขที่ 20 หาข้อมูลเศรษฐกิจ ณัฎฐ์นิชาภ์ จิตต์ชวลิต เลขที่ 30 หาข้อมูลสิ่งแวดล้อม ณัฏฐณิชา กีรพัฒนพิบูลย์ เลขที่ 40 จัดทำ template และ ปวรา รุ่งพิริยะกุลชัย เลขที่ 36 หาข้อมูลการเมือง จัดเรียงเนื้อหา
Search
Read the Text Version
- 1 - 27
Pages: