วชิ าชวี วิทยา2วิชาชีววิทยา2 รหสั วชิ า ว30242 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หนว่ ยที่ 1 การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอก รหสั วชิ า ว30242 สอื่ การเรยี นรู้ E-Book : การใชป้ ระโยชนจ์ าก โครงสรา้ งตา่ งๆของผลและเมลด็ ครผู สู้ อน นางกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ จงั หวดั จนั ทบรุ ี สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาจนั ทบรุ ี ตราด กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ครูกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
วิชาชีววิทยา2 รหสั วชิ า ว30242 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยที่ 1 การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอก การใชป้ ระโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของผลและเมล็ด จากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงท่ีพชื ใช้พลังงานแสงเพ่ือสร้างสารอนิ ทรยี จ์ ากคาร์บอนไดออกไซด์กับน้า ซ่ึงจะถูกน้าไปสร้างเป็นน้าตาลหรือถูกเก็บสะสมไว้ในรูปเม็ดแป้งหรือพอลิแซ็กคาไรด์ เช่น เซลลูโลส นอกจากนี นา้ ตาลอาจถูกนา้ ไปสร้างเป็นสารอ่นื ๆ เชน่ กรดไขมัน และกรดแอมิโน ซงึ่ สารอินทรีย์เหลา่ นจี ะสะสมอยู่ในสว่ นต่าง ๆ ของพืชเพื่อใช้ในการด้ารงชีวิต เช่น ราก ล้าต้น ใบ ผล และเมล็ด มนุษย์ใช้ประโยชน์จากผลและเมล็ดในด้าน ใดบ้าง 1.1 การใช้ประโยชน์โดยใชท้ า้ อาหาร 1.2 การใชป้ ระโยชน์ดา้ นเส้นใย 1.1 การใชป้ ระโยชน์โดยใชท้ าอาหาร เมื่อสินสุดกระบวนการปฏิสนธขิ องพืช กระบวนการต่อไปคือ การเกิดผล และเมล็ด รังไข่ภายในเกสรตัว เมียจะเจริญกลายเป็นผล(Fruit) ส่วนผนังรังไข่(ovary wall) จะพัฒนาไปเป็น ผนังผลหรือ เพอริคาร์ป(pericarp) ซึ่งประกอบด้วย ผนงั ผลชันนอก(Exocarp) ผนงั ผลชันกลาง(Mesocarp) ผนังผลชนั ใน(Endocarp) เนือซงึ่ มลี กั ษณะรูปร่างต่างกันออกไป สารอินทรียท์ สี่ ะสมในผลหรือเมล็ดถูกน้ามาใช้เปน็ อาหารของมนุษย์ เช่น คาร์โบไฮเดรต ในผลมีเนือที่ผนังผลชันกลาง และ/หรือชันในเป็นเนืออ่อนนุ่มรับประทานได้ แต่ไม่รับประทาน ผนังผลชันนอกท่ีท้าหน้าที่เป็นผิวผลซ่ึงเรียกโดยทั่วไปว่าเปลือก เช่น กีวี และมะละกอ หรือผลที่รับประทานผนังผล ทงั 3 ชนั เชน่ มะเฟอื ง แตงกวา และมะเขอื ดังรูป กวี ี มะละกอ มะเฟอื ง แตงกวา มะเขือ ผลมเี น้อื ที่ผนังผลเปน็ เนื้ออ่อนนมุ่ ครูกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
วิชาชีววิทยา2 รหสั วิชา ว30242 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยท่ี 1 การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอก ผลบางชนิดมีเนือที่ไม่ได้เป็นผนังผล แต่เป็นเนือที่เกิดจากส่วนของเมล็ดหุ้มอยู่รอบนอกของเมล็ด เรียกว่า เยื่อหมุ้ เมล็ด (aril) ซึ่งเปน็ สว่ นทร่ี ับประทานได้ อย่างไรก็ตามจะมคี วามแตกต่างของเย่ือห้มุ เมล็ด กลา่ วคอื ในผลบาง ชนิด ส่วนเย่ือหุ้มเมลด็ ท่ีแยกออกจากเมล็ดได้ง่าย เนื่องจากเยื่อหุ้มเมล็ดเจริญมาจากส่วนก้านเมล็ด หรือก้านออวลุ (funiculus) เช่น ลา้ ไย ลินจ่ี และทเุ รยี น ดงั รูปแต่ในผลบางชนดิ ส่วนเย่ือหุ้มเมลด็ ท่ตี ิดกับเปลอื กเมลด็ แยกออกจาก กันไม่ได้เนื่องจากเย่ือหุ้มเมล็ดเจริญมาจาก เปลือกเมล็ด(Integument) เช่น เงาะ มังคุด กระท้อน และลางสาด ดังรปู ลา้ ไย ทเุ รยี น เงาะ กระท้อน รูป เย่อื หุ้มเมลด็ ก. เยือ่ หมุ้ เมล็ดท่ีแยกออกจากเมลด็ ได้ง่าย ข. เย่ือหุ้มเมลด็ ทแ่ี ยกออกจากเมลด็ ไม่ได้ เนือ่ งจากเจรญิ มาจากก้านออวลุ (funiculus) เนอ่ื งจากเจริญมาจากเปลือกเมล็ด(integument) โดยท่ัวไป “เนือผล” ที่เราทานก็คือส่วนของผนังผล ที่พัฒนามาจากผนังรังไข่(ovary wall) แต่ผลบาง ชนิดเราอาจทานได้ทุกสว่ น เช่นมะเขือเทศ ส่วนท่ีเราทาน คือ ผนังผลทังหมด หรือเพอริคาร์ป(pericarp) ซ่ึงก็คือ เปลอื กเหนยี วดา้ นนอกและเนอื ฉ่า้ ๆด้านใน ส้ม เราทานเฉพาะเนือส้ม ซึ่งเป็นส่วน ผนังผลชันใน หรือ เอนโดคาร์ป(endocarp) ส่วนรกส้ม เป็นผนัง ผลชันกลาง หรือ มโี ซคาร์ป(mesocarp) และ เปลือกส้ม คือผนงั ผลชันนอก หรอื อโี ซคารป์ (esocarp) มะม่วง เนือท่ีเราทานคือ ผนังผลชันกลาง หรือ มีโซคาร์ป(mesocarp) ส่วนเปลือก คือผนังผลชันนอก หรือ อโี ซคารป์ (esocarp) และเมล็ด ตรงแข็งๆดา้ นนอก คือผนงั ผลชนั ใน หรือ เอนโดคาร์ป(endocarp) เงาะ กระทอ้ น ลาไย ลนิ้ จ่ี ส่วนเปลอื กท่ีเราปอกทิงคือ pericarp ทงั หมด เนือท่ีเราทาน เป็นเนือท่ีเกิด จากส่วนเมล็ด ทีเ่ รียกเย่ือหมุ้ เมลด็ หรอื เนือหุ้มเมลด็ หรอื ท่เี รียกว่า เอริล(Aril) ซึ่งอาจเจริญมาจากส่วน funiculus หรอื integument กไ็ ด้ ดังนันเนือท่เี ราทานคอื ส่วนของเมล็ด ไมใ่ ช่ผนงั ผล สว่ นมะพร้าว เนือที่เราทาน เปน็ สว่ นของเมลด็ ทเี่ รียกเอนโดเสปริม์ (endosperm) แต่ ขนุน เนอื ท่เี ราทาน ไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ผลและเมล็ดเลย ส่วนขนุนทีเ่ ราทาน เรียก ยวงขนุน คอื สว่ น ของวงกลบี (perianth) ของดอก ครูกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
วชิ าชีววทิ ยา2 รหสั วิชา ว30242 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หนว่ ยท่ี 1 การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอก นอกจากนีมนษุ ยย์ ังนา้ ส่วนอ่นื ๆ ของเมลด็ มาเป็นอาหารได้ ซง่ึ เปน็ ส่วนที่เมล็ดพชื สะสมอาหารไว้ส้าหรบั เลยี งต้นกลา้ อาจเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตนี และลพิ ดิ เชน่ แปง้ จากข้าวชนดิ ต่าง ๆ ลกู เดือย และถวั่ เขียว ดังรูป และนา้ มนั จากเมล็ดพชื ดังรูป ข้าวเจา้ ขา้ วสาลี ลูกเดือย ถ่วั เขียว รปู เมล็ดพืชทส่ี ะสมคารโ์ บไฮเดรตและนามาผลิตแปง้ ถั่วเหลือง งา ทานตะวัน มะพร้าว รูป เมลด็ พืชท่สี ะสมลิพิดและนามาผลติ ไขมนั ผลและเมล็ดพืชบางชนิดถูกน้ามาท้าให้แห้งและใช้เป็นเคร่ืองเทศปรุงอาหารเพ่ือเพ่ิมกล่ิน สีและรสชาติได้ เช่น ผลโป๊ยก๊ัก เมล็ดพริกไทย และมล็ดจันทน์เทศ ดังรูป. นอกจากนีผลของพืชบางชนิดที่ผนังผลชันนอกจะมีต่อม ครูกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
วชิ าชีววิทยา2 รหสั วิชา ว30242 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยที่ 1 การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอก น้ามันท่ีมีน้ามันหอมระเหย เช่น มะกรูด และมะนาว ซึ่งน้ามาใช้ปรุงอาหาร ดังรูปรวมทังสามารถน้ามาสกัดน้ามัน หอมระเหยเพือ่ ใช้ประโยชน์ด้านอืน่ ๆ ได้ ผลโป๊ยกก๊ั เมลด็ พริกไทย ผลมะกรูด รปู ผลและเมล็ดพชื ท่ีมีกลิ่น เส้นใย เมลด็ พืชบางชนิดมีสว่ นที่เปน็ เส้นใยเซลลูโลส เช่น เส้นใยฝ้ายท่ีเป็นส่วนของเมลด็ ทอ่ี ยภู่ ายในผล ซง่ึ เส้นใยนีมีลักษณะแบนค่อนข้างตันและมีผนังเซลล์หนา เส้นใยเกาะพันกันท้าให้มีความเหนียวและแข็งแรง นิยม น้าไปปนั่ เป็นเสน้ ด้ายเพอ่ื ใช้ทอผา้ ดงั รูป ผลฝา้ ยที่แตกเห็นใยสีขาวที่หุ้มเลด็ เส้นด้ายจากใยฝา้ ย ผ้าฝา้ ย รูป ฝา้ ยและผลติ ภัณฑจ์ ากฝ้าย เสน้ ใยนุน่ เปน็ สว่ นของเมล็ดที่อยภู่ ายในฝักซึ่งเปน็ ผลที่มลี ักษณะปลายเรยี ว การใช้ประโยชนจ์ ะน้าส่วนที่อยู่ ภายในฝักมาแยกส่วนของส้นใยออกจากเมล็ด เส้นใยนุ่นมีลักษณะกลวงจึงมีความเหนียวน้อย นอกจากนีเส้นใยนุ่น ยังมีลักษณะของเส้นใยท่ีสันมาก ท้าให้ไม่สามารถน้าไปปั่นเป็นด้ายเพ่ือใช้ทอผ้า เส้นใยนุ่นมีน้าหนักเบาและมีไขมัน เคลือบอยู่จึงไมเ่ ปยี กน้างา่ ย นิยมใช้เสน้ ใยนุน่ ใสใ่ นหมอนและทน่ี อน ดังรูป ฝักนุ่น ใยน่นุ ใยนนุ่ ในหมอน รปู นุ่นและผลติ ภณั ฑ์จากน่นุ ครูกลุ ภสั สร์ สายทอง โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: