Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คุณภาพสร้างชีวิต

คุณภาพสร้างชีวิต

Published by Guset User, 2021-11-04 04:06:49

Description: คุณภาพสร้างชีวิต

Search

Read the Text Version

ปกหลงั ใน

ปกรองใน

อญั ชษิ ฐา ศรีชยั มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู กต็

สารบญั ลเิ กป่า………………………………….. ประพนั ธ์เพลงนทิ าน…………………….. นทิ านบ่อนา้ ศกั ดิ์สิทธ์ิ……………………. ความตาย……………….................. มโนราห์………………………………….

ชาวภเู ก็ต เรียก ลเิ กป่ า ว่า ยเ่ี กรามะนา เป็นการละเลน่ พ้ืนบา้ นนาน มาแลว้ แตไ่ ม่สามารถหาหลกั ฐานไดแ้ น่ชดั วา่ นานเทา่ ใด ปัจจบุ นั ยี่เก รามะนา กาลงั จะสูญหายไปจากทอ้ งถน่ิ จนแทบจะหาดูไม่ไดอ้ ีกแลว้ เน่ืองจากเยาวชนรุ่นหลงั ไม่ให้ความสาคญั และความสนใจในศลิ ปะการ ร่ายราแขนงน้ี ลิเกป่ า ลเิ กป่ า ประวตั คิ วามเป็นมาและววิ ฒั นาการของยเ่ี กรามะนาประสิทธิ ชิณการณ์ สนั นิษฐานว่ายเ่ี กรามะนา มีตน้ กาเนิดมาจากเกาะชวา ท้งั น้ีสงั เกตจาก ลลี าการการเตน้ และการราของตวั ละครของลเิ กรามะนา มีแนวโนม้ ไป ทางชวามากกวา่ ของไทย เช่นการเตน้ ของตวั ละครท่ีแสดงเป็น “แขก” ซ่ึงเป็นตวั เอกของยเ่ี กและการร่ายราของตวั “อาจิ” ซงึ่ เป็นตวั เอกของ เร่ือง

เครื่องดนตรีท่ีใชป้ ระกอบในการแสดงย่ีเกรามะนา ไดแ้ ก่ กลองรามะนา ฆอ้ ง กรับ ฉิ่งฉบั ซ่ึงเป็นเครื่องดนตรีของปักษใ์ ตใ้ นแหลมมลายู โดยเฉพาะ บางคร้ังกม็ ี ปี่ ขลยุ่ และซอดว้ ง นกั ดนตรี ววิ ฒั นาการของยเ่ี กรามะนา แรกเริ่มคงจะแสดงเป็นภาษาชวา แลว้ ค่อย ๆ ปรับตวั เองเขา้ เป็นภาษาไทย แตย่ งั คงตน้ แบบในการเตน้ และการ ขบั ร้องบางบทบางตอนไวใ้ นรูปเดิม คอื ภาษายาวี โดยเฉพาะตวั ท่ีแสดง เป็น “แขก”

นกั แสดง ผทู้ ี่นายี่เกรามะนา เขา้ มาสู่เกาะภูเก็ต เขา้ ใจว่าเป็นกปั ตนั ฟรานซิส ไลท์ ซ่ึงเป็นนายทหารนอกราชการขององั กฤษมาเดินเรือคา้ ขายระหว่างเมือง โคลมั โบ เบงกอล ตะนาวศรี เกาะถลาง ไทรบุรี และเกาะสุมาตรา เมอื่ คริสตศตวรรษท่ี ๑๘ จนมคี วามสนิทสนมกบั เจา้ พระยาถลางในยคุ น้นั มากจนกระทงั่ มาแต่งงานกบั สุภาพสตรีชาวตะกว่ั ทงุ่ ตอ่ มากปั ตนั ฟราน ซิส ไลท์ ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ด์ิจากสมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน เป็นที่ หลวงยอดอาวธุ เจา้ เมอื งปี นงั และไดร้ บั เลือ่ นเป็นพระยาราชกปิ ตนั ใน รชั กาลท่ี ๑ แห่งกรุงรตั นโกสินทร์ เมอื่ กปั ตนั ฟรานซิส ไลท์ มาเกาะ ภเู กต็ คงจะนาเอาศลิ ปะการแสดงยเี่ กรามะนามาเผยแพร่ โดยตอนแรก ๆ กข็ บั ร้องตามภาษาด้งั เดิมและคอ่ ย ๆ เปล่ียนเป็นภาษาไทยมากข้ึน แต่ เนื่องจากครูเดิมของยี่เกรามะนาเป็นแขก คนไทยท่ีรับช่วงศิลปะประเภท น้ีมาจึงไม่ทอดทิ้งเคา้ โครงเดิม คือตอ้ งวางวธิ ีการแสดงท้งั หมดท่ีจะ ดาเนินตลอดไปน้นั แสดงโดยแขกเจา้ เก่าท้งั ส้ินเร่ืองราวต่าง ๆ ที่ยเ่ี ก รามะนานามาแสดงในสมยั ด้งั เดิมน้นั สันนิษฐานว่าคงจะเป็นเร่ือง นิทานต่าง ๆ ของชวาและเร่ืองรามเกียรต์ิ อนั เป็นนิยายด้งั เดิมของ ดินแดนคาบสมทุ รอินเดีย ซ่ึงประเทศอนิ เดีย พม่า ไทย เขมร และ อินโดนีเซีย ตา่ งก็ตกอยใู่ นอทิ ธิพลของวรรณคดีเร่ืองรามเกียรต์ิท้งั สิ้น ต่อมากค็ ่อยเปล่ียนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามความตอ้ งการของผแู้ สดงและ ผชู้ ม

วิธีเล่นย่เี กรามะนา ยี่เกรามะนาจะเริ่มเรื่องจบั ตอนฝรง่ั (คือตวั แขกแดง) มาสู่เมืองไทย รับ ภรรยา (อาจิ) ลงเรือล่องไปตามทะเลหลวงแลว้ เป็นอนั จบรายการย่ีเก รามะนา ถดั จากน้นั ไปจะเล่นเรื่องสุวรรณหงส์ มโนราห์ หรือพระราม รบทศกณั ฐ์ กแ็ ลว้ แต่ผชู้ มจะขอร้อง สาหรับผูร้ ่วมแสดงยีเ่ กรามะนาทกุ คนมกั จะร้องลาขบั ของย่ีเกรามะนาไดด้ ว้ ย เสมอื นหน่ึงว่าการแสดง ประเภทน้ีจะเป็นการร่วมกนั ระหว่างผูช้ มกบั ผแู้ สดง โดยไม่จากดั จานวน แต่จะมีตวั เอกท่ีสาคญั อยู่ ๔ ตวั คอื วธิ ีเลน่ ๑. ตวั ออกแขก เรียกวา่ เทศ ๒. ตวั ยายี เรียกวา่ ตวั ท่ีเป็นเมียแขก ๓. เจา้ เมอื ง ๔. เสนา ข้นั ตอนในการแสดงยี่เกรามะนา

๑. ข้นั ออกเทศ มีการโหมโรงก่อนประมาณ ๓๐ นาที หลงั จากโหม โรงเสร็จกจ็ ะมกี ารข้ึนตน้ บทรับ เพื่อประกาศให้รู้ว่าต่อไปน้ีจะเริ่ม รายการแสดงแลว้ ข้นั ท่ี ๑. จะมกี ารขบั บอกบท ข้นั ที่ ๒. ข้นั ไหวค้ รู ข้นั ที่ ๓. ข้นั เตรียมออกเทศ จะมีการขบั เพลงวงก่อน คือเพลงที่ใช้ สาหรบั โหมโรงก่อนท่ีจะเปิ ดการแสดง โดยให้ผูท้ ่ีแสดงมานง่ั ร้องขบั เพลงสลบั กนั ไปทีละคน ไปจนครบตามจานวนพอเหมาะ หลงั จากจบ เพลงวงแลว้ เทศกอ็ อก เม่ือเทศออก คนที่ร้องเพลงวงทกุ คน ก็เตรียมตวั ท่ีจะไปแสดง ข้นั ที่ ๔. เรียกวา่ ข้นั เริ่มแสดง แบบปรายหนา้ บทเทศ หรือบทโหมโรง เพอื่ บอกให้ผชู้ มทราบวา่ เทศมาแลว้ และจะนารายการแสดงต่าง ๆ มาสู่ ผชู้ ม ซ่ึงมีอยถู่ งึ ๑๒ ชุด หรือ ๑๒ บท ส่วนจะแสดงชุดใด แขกกจ็ ะบอก เป็นการเกริ่นเรื่อง ดงั น้ี ชุดที่ ๑. จะบอกให้แจง้ เล่นเร่ือง แขกแดงรดน้ามนตอ์ อกมาเที่ยวเล่น เตน้ ๆ รน ๆ จะบอกใหค้ นท้งั หลายเขา้ ใจ(ลกู ค่รู บั )

ชุดท่ี ๒. แขกแดงเสง่ียม เลน่ ตามธรรมเนียมแต่เก่าก่อน ไม่ปล้ินไม่ ปลน้ ไมห่ ลอกไมห่ ลอน ไม่ใช่เอากลอนของใครมาว่า ชุดท่ี ๓ ยงั ไม่งามดีท่ีแขกคนน้ีออกมาราเทียน ผูค้ นท้งั หลายอยา่ ไดต้ ิ เตยี น ที่แขก ราเทียนผุดข้ึนมาใหม่ ชุดท่ี ๔ ยงั มบี งั กาหลี ออกมาเที่ยวเตน้ เลน่ ราทาทา่ บรรดาที่มา ผมบอก ให้เขา้ ใจ ชุดท่ี ๕ พม่ามายนื ยาวหนุ่มๆ สาว ๆ แสแรแท้ ยงั มนี างรูปสวย อยดู่ ว้ ย พ่อแม่ ให้คนไปแลมผี วั สองคน ชุดท่ี ๖ ตกท่ีเมย้ เจิง เป็นเมียมะเท่ิงงามสภา ไปขายแป้งน้ามนั ขยนั นกั หนา พญานอ้ ยมาพาตวั นางไป ชุดที่ ๗ สุวรรณหงส์ ถูกตอ้ งหอกยนต์ มามว้ ยบรรลยั ฝ่ายขา้ งพอ่ ตา มา ใชเ้ สนาใน ใหพ้ าตวั ไปทิ้งลงในนที

ชุดท่ี ๘ แม่ทรามสงวน ห่มแพรสีนวลเดินลอยหนา้ นางชื่อสาวนอ้ ย แม่ สร้อยระยา้ มีวาสนาไดผ้ วั ลิเก ชุดที่ ๙ ผมจะเลา่ ยบุ ล เมอื่ พระศรีสุธนเท่ียวตามแม่นางมโนราห์ มา พกั อยใู่ ตต้ น้ พฤกษา แลว้ ข้ึนไปหาพญาอินทรีย์ ชุดที่ ๑๐ ผมประดิษฐใ์ ห้ฟัง ยงั มีนายฝร่ังสร้างแตง่ เรือรบ เท่ียวจบ ลาดตระเวนนอ้ ยหรือเจนจบ เรือรบมีพวงมาลยั ชุดท่ี ๑๑ เลน่ เบด็ เตล็ด เลา่ เร่ืองนายทุน เป็นคนสาคญั พาลกู จรจรลั ไป ให้ลิงไพร ชุดที่ ๑๒ บอกพี่นอ้ ง ผมตอ้ งขอลา พาแมย่ ายีแมศ่ รีสุดไปลงนาวา กลบั ไปเมอื งไกล......... ครบ ๑๒ ชุดพออุดม เลา่ แต่เน้ือความไปตาม นิยม ขอให้งามสม คนไดแ้ จง้ ใจเอย ข้นั ท่ี ๕. ข้นั แสดงเรื่องหลงั จากท่ีออกเทศเป็นการเสร็จเรียบร้อย กจ็ ะ แสดงไปตามเน้ือเรื่องในชุดหน่ึงชุดใดใน ๑๒ ชุด หรือผกู เร่ืองข้ึนแสดง โดยไมเ่ อาใน ๑๒ ชุดกไ็ ด้ สุดแตผ่ แู้ สดงจะตกลงกนั แสดงเรื่องอะไร

สถานที่การแสดงของยเ่ี กรามะนา ตามบา้ น การแสดงย่เี กรามะนา จดั แสดงไดท้ ้งั บนเวที พ้นื ดิน โดยใชข้ นาดโรง ประมาณ ๔X๔ เมตร ภายในตวั โรงจดั ทาห้องไวส้ าหรับผูแ้ สดงอยู่ เพื่อ เตรียมการแสดงเหมอื นกบั มโนราห์อยหู่ ลงั ม่าน แต่ย่ีเกรามะนา ไม่มี ม่าน ไมม่ รี ะบาย ไวเ้ ป็นที่หลบซ่อนของผแู้ สดง ผแู้ สดงจึงอยภู่ ายในม่าน จานวนคนแสดงและคนร่วมคณะ จานวนคนแสดงและคนร่วมคณะ แยกเป็น ๒ พวก คือ พวกแสดงกบั พวกดนตรี สาหรบั ตวั แสดงก็จะแสดงไปตามบทบาท แต่ถา้ คนใดใน ขณะที่กาลงั แสดงไมถ่ งึ ควิ ท่ีจะแสดง กไ็ ปนง่ั ตเี คร่ืองดนตรีประกอบการ แสดง พอถึงคิวแสดงกล็ ุกข้นึ มาแสดงต่อตามทอ้ งเร่ืองที่กาหนดให้ โดย สับเปลี่ยนกบั ผทู้ ี่หมดคิวแสดงในบทตอนน้นั และทาการเช่นน้ีสลบั กนั ไป ดงั น้นั ในยเ่ี ก ๑ คณะ ไม่จาเป็นตอ้ งมีคนมาก ๆ คณะหน่ึงมปี ระมาณ ๕-๘ คน หรือ ๘-๑๒ คน กเ็ พยี งพอสาหรบั การแสดง เพราะทุกคนมี

ความสามารถแสดงไดท้ กุ บทบาท ไม่วา่ ในกรณีท่ีจะเป็นนกั ดนตรีหรือ จะเป็นนกั แสดง ผแู้ สดงย่เี กป่ าจะตอ้ งมีความสามารถทาไดท้ ้งั สองอยา่ ง ในคณะนกั แสดงมกั จะเป็นผชู้ ายมากกว่าผหู้ ญิง การใชต้ วั แสดงใน บางคร้ัง ใชผ้ ชู้ ายแทนผหู้ ญิง เคร่ืองดนตรี ใชส้ าหรับบอกจงั หวะมีอยู่ ๒ อยา่ ง คอื ๑. รามะนา ๓ ใบ ๒. ฆอ้ ง ๑ ใบ เครื่องดนตรี เคร่ืองดนตรี การแตง่ ตวั ของยี่เกรามะนา แตง่ ตวั ไปตามบทบาทท่ีถูกกาหนดข้ึนไปตามทอ้ งเรื่อง เช่น ตวั พระก็ จะตอ้ งใส่มงกฎุ ตวั อืน่ ๆ กแ็ ตง่ ไปตามสภาพสมจริง เท่าท่ีจดั เคร่ืองแต่ง

กายได้ ถา้ หากสมมตุ ิเป็นสัตวก์ ็ใชเ้ สียงและทา่ ทางลกั ษณะของสตั วน์ ้นั ๆ สานวนและบทขบั ร้อง สานวนและบทขบั ร้องท่ีใชใ้ นการขบั บทแสดงมี ๒ ลกั ษณะ คือ บท ร้อง และ บทเจรจา บทร้องส่วนมากใชเ้ ป็นการบรรยายเร่ือง และ พรรณนาความ ใชว้ ธิ ีนาคามาผกู เป็นคาสานวน คลอ้ งจองมากกว่าการ ผกู เป็นบทกลอน ส่วนใหญ่ทานองการร้องมลี กั ษณะไปในเชิงบทร้อง เพลง การผกู บทไมส่ ามารถบอกไดว้ า่ ใชค้ ากาพยก์ ลอนแบบใด เพราะ การผกู บทกลอนไมม่ แี บบแผนท่ีตายตวั บทร้องจึงขบั ร้องไปตามบทท่ี ตนแสดง การเลน่ ย่ีเกรามะนา สมยั เร่ิมแรกจะใชป้ ฏิภาณในการขบั ร้องลายเี่ ก เช่นเดียวกบั มโนราห์ท่ีใชป้ ฏภิ าณ หรือ “มุตโต” (วตุ โตทยั ) ดงั น้ันบท คาร้องของยเ่ี กรามะนาจึงไม่มกี ารจดบนั ทึกเพื่อการถา่ ยทอดไวแ้ กช่ นรุ่น หลงั ตวั ละครท่ีเล่นเป็น “แขกแดง” และ “อาจิ” ซ่ึงเป็นตวั พระ ตวั นาง ใน ยเี่ กรามะนาน้นั จะตอ้ งมปี ฏภิ าณในการขบั ร้องมาก เพราะท้งั คู่จะตอ้ งขบั

ร้องโตต้ อบกนั เป็นเวลานานดว้ ยการซกั ถามขอ้ สงสยั และช้ีชวนชมนก ชมไม้ ชมเดือนชมดาว ระหวา่ งเดินทางออกทะเลหลวงเรื่อยไป จนกว่า จะถึงเมอื งกลั กตั ตา หรือสิงหะปรุ ะ (สิงคโปร์) ปัญหาใดที่อาจิถามแลว้ อาบงั (แขกแดง) ตอบไมไ่ ด้ คนดกู ห็ วั เราะวา่ แขกแดงแพอ้ าจิ หรือเม่อื แขกแดงตอบปัญหาแรกตกไปแลว้ อาจิคิดถามปัญหาใหมไ่ ม่ทนั ตอ้ ง ร้องซ้าบทเดิมอีกคร้ังหน่ึง คนดหู วั เราะว่าอาจิแพอ้ าบงั แขกแดง บทร้องยเ่ี กรามะนา จะมลี ลี าการขบั ร้องหลายแบบนบั ต้งั แต่บทโหม โรง บทไหวค้ รู บทกราวหนา้ พาทย์ บทออกแขก บทเก้ียวพาราสี บทชม ธรรมชาติและบทซกั ถาม ซ่ึงแต่ละบทแตล่ ะทานองก็มีความไพเราะใน ลลี าการขบั ร้องที่ไมซ่ ้ากนั ควรแกก่ ารอนุรกั ษแ์ ละเผยแพร่ให้เป็นท่ีรู้จกั มากข้ึน

คาแลภาพ : นางสาวอญั ชิษฐา ศรีชยั สภท.๑๐๙๘ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

มาตรา ๒๖๘ ประพนั ธ์แปลงนิทานถนิ่ อญั ชิษฐา ศรีชยั : ผเู้ สนอ บทเปิ ด : อยา่ กงั วลกบั สิ่งที่ยงั มาไมถ่ งึ แต่ให้คานึงถึงส่ิงท่ีกาลงั ทา บทนา : นิทานเป็นเรื่องเล่าสืบตอ่ กนั มา กลา่ วไดว้ ่าเป็นวรรณกรรมท่ี เกา่ แกท่ ่ีสุด เน้ือหาสาระ : เรื่อง ตานานเขาชา้ ง (จ.พงั งา) บทสนทนา นิดกบั คุณยายในขณะที่เลา่ นิทาน นิด : คณุ ยายค่ะ คณุ ยายเล่านิทานให้นิดฟังไดไ้ หมคะ คุณยาย : ไดซ้ ิเด๋ียวยายจะเล่าตานานเรื่องหน่ึงใหฟ้ ัง นิด : นุย้ = หนูชอบตานานเร่ืองเล่าท่ีสุดเลยคะคุณยาย คณุ ยาย : ง้นั มาฟังกนั เลยนะ

นิด : ค่ะคณุ ยาย คุณยาย : นานมาแลว้ เขาเลา่ กนั วา่ มีพีน่ อ้ ง 2 คน ที่มบี า้ นอยจู่ งั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ มชี ่ือวา่ ยมดึง เป็นผชู้ าย และยมโดย เป็นผหู้ ญิง พอมา วนั หน่ึงนางยมโดยตาย นายยมดึงร้องไห้เสียใจมาก เลยทิ้งบา้ นเกิดแลว้ เดินทางไปเร่ือยจนมาถึงจงั หวดั สุราษฏร์ธานี และมาอยกู่ บั ตาที่ชื่อโจง โดง ตาโจงโดงแกเห็นวา่ นายยมดึงขยนั เลยยกลูกสาวใหเ้ ป็นเมีย “ก๊าบ ก๊าบ กา๊ บ” เสียงเป็ด “กุ๊ก กุ๊ก กกุ๊ ” เสียงไก่ จู้ ๆ เสียงไก่และเป็ดของคุณยายก็ดงั ข้ึน เพราะความเนือย = หิว นิดเลย อาสานาอาหารไปให้สัตวก์ ิน คณุ ยาย : เกง่ มาก ๆ เลยหลานยาย นิด : ขอบคณุ คะ่ คุณยาย คณุ ยายเล่าตอ่ ไดเ้ ลยคะ่ คุณยาย : มีอยวู่ นั หน่ึงชา้ งป่ าเขา้ มาทาลายไร่ขา้ วและผกั และลกู ไม้ = ผกั ผลไมข้ องตายมดึง แลว้ ตายมดึงไล่ชา้ งป่ าพวกน้ีไปแต่กก็ ลบั มากินอกี ตายมดึงจึงรู้สึกโกรธมากจะฆา่ ชา้ งป่ าพวกน้ีใหห้ มด

URL : https://images.app.goo.gl/tTnUKkuTvadY mv4v6 “จาไวน้ ะ ขา้ จะตอ้ งฆา่ ชา้ งป่ าตวั น้นั ให้ได”้ “ทาไมเอง็ จะตอ้ งฆ่าชา้ งป่ าตวั น้นั ดว้ ยละ” เสียงขนุ่ ของผเู้ ป็นแม่ “ช่างประไรล่ะกม็ นั มาทาลายไร่ขา้ วของขา้ ” “แลว้ เอง็ จะฆา่ ให้มนั เป็นบาปทาไมว่ะ” “ขา้ ไมส่ นโวย๊ ขา้ จะตอ้ งฆ่าไอชา้ งน้นั ให้ได”้ “เอา้ ! เอง็ น่ีวอนหาเร่ืองใส่ตวั เสียจริง ๆ” แต่กม็ ีตางมุ้ ท่ีเป็นชาวบา้ น มชี า้ ง 2 ตวั ท่ีคอยเป็นท่ีพ่งึ พาอาศยั ของแก ตา งุม้ แกทาอาชีพคา้ ขายในตอนที่น่งั พกั กม็ ชี า้ งที่ตายมดึงไลผ่ า่ นมาพอดี “เอง็ มาทาอะไรที่น้ีวะ่ ” เสียงยายแก่ชราถามข้นึ “ขา้ มาตามไอชา้ งป่ าท่ีมาทาลายไร่ของขา้ ”

จนทาให้ตายมดึงไล่ชา้ งผดิ ตวั และตามไปจนถงึ ในป่ าท่ีไกลมาก ๆ ตา ยมดึงชกั ปื นมายิงชา้ ง แต่กต็ อ้ งแคน้ หนกั กวา่ เดิมเพราะยิงไมโ่ ดน ตายม ดึงเหน่ือยมากที่ตอ้ งว่ิงไลช่ า้ งป่ า ว่ิงไลไ่ ปจนเกือบทนั ชา้ งป่ าตวั น้นั จน ทาใหช้ า้ งตวั น้นั หมดแรงที่จะหนีต่อไปและในท่ีสุดก็หนีไมร่ อด ตระแตร้น ตระแตร้น ตระแตร้น เสียงชา้ งร้องดว้ ยความกลวั “ฮา่ ๆ ๆ ตายมหวั เราะดว้ ยความสะใจ ในท่ีสุดเอง็ ก็หนีขา้ ไม่พน้ หรอก เจา้ ชา้ ง” พอตายมดึงมาเห็นชา้ งหมดแรงเลยเอามีดฆา่ ชา้ งจนตาย จนเป็นที่มาของ สถานท่ีที่มีชื่อวา่ “ถ้าพุงชา้ ง” “ฮ่า ๆ ๆ มายงุ้ กบั ของ ของขา้ มนั กต็ อ้ งเจอแบบน้ีแหละวะ่ ” แตต่ ายมดึงแคน้ ชา้ งป่ าตวั น้นั มากเลยเอาไส้ของชา้ งมาทาเป็นอาหาร กิน จนหมดแลว้ โยนลงวงั ใกล้ ๆ ต่อมาเลยมีชื่อสถานท่ีน้นั ว่า “วงั หมอ้ แกง” “ในท่ีสุดขา้ กแ็ กแ้ คน้ เอง็ ไดส้ าเร็จ”

ท่ีอยใู่ กลก้ บั ตลาดพงั งาแตก่ อ่ นที่จะเป็นช่ือพงั งา ช่ือเดิมคือ พิงงา บาง ตานานเลา่ วา่ ชา้ งของตางมุ้ เป็นชา้ งพงั และมีงาเล็ก ๆ เม่ือถกู งาออกจึง เรียกว่า \"พงั งา\" นี่แหละคอื ตานานของจงั หวดั “เอง็ จงจาไวว้ า่ น่ีมนั คือบาปหนาของเอง็ แมม้ นั เป็นสัตวก์ ็ไมค่ วรลงมือ กบั มนั จนมนั ตอ้ งตายแบบทรมาน” เสียงยายชรากล่าวข้ึน บทปิ ด : โลกใบน้ีเต็มไปดว้ ยความมหศั จรรย์ ถา้ ไมอ่ อกเดินทางก็ไมม่ ี วนั คน้ พบ

สภท.๑๐๙๘ อญั ชิษฐา ศรีชยั คตชิ นวิทยา ภาษาไทย มรภ.ภูเกต็ วนั ที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๖๔

ภาพนิทาน อา้ งอิงภาพ บทเปิ ด เลา่ นิทานสู่จินตนาการ ณ ที่น้ีมีภเู ขาเต้ยี ลูกหน่ึงบทเขามีสระน้า เป็นน้าเขาใสสะอาดเยน็ ชื่นใจ และมตี ายายสองคนผวั เมยี คู่หน่ึง มีบา้ นอยบู่ นเขา เป็นคนยากจน อาศยั เก็บผกั เก็บฟื นขาย หรือแลกเปล่ยี นขา้ วปลาอาหารจากชาวบา้ น บางคร้ัง กฆ็ ่าสัตวเ์ ลก็ ๆ มากินเป็นอาหาร และตายายสองคนน้ีเป็นโรคเร้ือน ตาม

ร่างกายเป็นแผลพพุ องที่ไม่รู้จกั หาย มีน้าเหลืองไหลเยิม้ อยตู่ ลอดเวลา เขาบอกว่าโรคน้ีถา้ ใครเป็นแลว้ รกั ษาไม่หาย เพราะยงั ไมเ่ จริญ ถา้ เป็น นานอาการเขา้ ข้นั รุนแรงอาจทาให้ตาบอด มือกดุ เทา้ กุด บทเสริม โอย้ พ่อเห้อ เราจะรอดกนั ไหมนิ เห็นแลว้ น่าสงสารตวั เองจริง ๆ ตา : ไม่เป็นไรนะยายนะ ยงั ไงเราตอ้ งรอดไปดว้ ยกนั เราจะอยกู่ นั ไป นาน ๆ เลยนะยาย ยาย : ตาออกไปหาของกินไดแ้ ลว้ นะ เด๋ียวจะค่า อนั ตราย ตา : ตาไปหาของกินกอ่ นนะตา

พบวา่ กระต่ายกระโดดลงไปในสระน้าดงั เมื่อกระต่ายข้นึ จากสระ บาดแผลกห็ าย และสามารถวิ่งหนีไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วเหมือนไมเ่ คยถกู ยิง บาดเจบ็ มากอ่ น ตาเห็นแปลกจึงลงไปแช่น้าในสระ เม่ือข้นึ มาจากสระ ความตกใจน้นั ก็บงั เกิดข้นึ คอื แผลพุพองตา่ ง ๆ ก็หายไปส้ิน น้าเหลืองที่ เคยไหลเยิม้ ก็แหง้ สนิท จึงมาบอกยายดว้ ยความดีใจ และเม่ือพายายไป อาบน้าในสระ แผลพุพองของยายก็หายเช่นเดียวกนั ในไม่ชา้ ข่าวน้ีก็

กระจายไปอยา่ งรวดเร็วราวกบั ลม รู้ถึงหูชาวบา้ นก็พากนั มาดชู ม และ พสิ ูจน์เห็นกบั ตาแลว้ ผใู้ หญก่ ็รายงานไปยงั เมอื ง คือเมอื งให้ทราบว่าได้ พบสระน้าศกั ด์ิสิทธ์ิข้นึ อกี แห่งแลว้ ภายหลงั เจา้ หนา้ ท่ีผูเ้ ก่ียวขอ้ งเขา้ ใจวา่ เป็นฤาษี ประจาราชสานกั กาหนดใหน้ ้าสระแกว้ แห่งน้ีไปรวมกบั น้า ศกั ด์ิสิทธจ์ ากแหลง่ อื่น ๆ สาหรับทาเป็นน้าเทพมนต์ใชเ้ พื่อปัดเป่ าสิ่ง ชวั่ ร้าย บ่อน้าศกั ด์ิสิทธ์ิ บทปิ ด คนดียอ่ มไดร้ ับผลที่ดี สภท.๑๐๙๘ อญั ชิษฐา ศรีชยั คติชนวทิ ยา ภาษาไทย มรภ.ภเู ก็ต วนั ท่ี ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔

ชื่อเร่ือง ชีวติ แห่งความตาย ช่ือผทู้ า อญั ชิษฐา ศรีชยั บทนา ความตาย ตามความหมายของพทุ ธศาสนา กค็ อื ความดบั หรือ การดบั ไปของขนั ธ์ 5 นน่ั เอง แต่เราไม่สามารถท่ีจะเอาเป็นตวั การตายที่ปรากฏ ในคมั ภรี ์พระพุทธศาสนาน้นั มี รายละเอียดความตาย ตามความหมาย ของพระพทุ ธศาสนา แบง่ ออกเป็น 2 ความหมาย คือ ความตายทาง กายภาพ กค็ อื ความดบั หรือ การดบั ไปของขนั ธ์ 5 อกี อยา่ ง คือ ความ ตายทาง จิตวญิ ญาณ link เน้ือหาสาระ ความตายในคมั ภีร์พระพทุ ธศาสนาเถรวาท ความตายเป็นส่ิงท่ีทกุ คน จะตอ้ งเผชิญ

อยา่ งหลีกเลย่ี งไมไ่ ด้ ไม่มใี ครที่จะสามารถลว่ งพน้ ความตายไปได้ แต่ถึง กระน้นั เมื่อความตาย กาลงั เขา้ มาถึง มนุษยท์ ุกคนกลบั สะดุง้ กลวั ต่อความตายเกิดความ หวาดหวน่ั เศร้าโศก เม่ือตอ้ ง ประสบกบั ความพลดั พรากจากบคุ คลผูเ้ ป็นที่รกั ของตนส่ิงที่ไดส้ ร้างส่ัง สมไวร้ ะหวา่ งมีชีวิต หาก มนุษยร์ ู้และเขา้ ใจความหมายที่แทจ้ ริง ความตายเป็นปรากฎการณ์ท่ี เป็นไปตามธรรมชาตขิ อง ชีวิต สตั วโ์ ลกท่ียงั มกี ิเลสอนั เป็นประดจุ ยางเหนียวในเมล็ดพืช ซ่ึงมี อวชิ ชาเป็นตน้ เคา้ อยนู่ ้นั ยงั ตอ้ งเวียนว่ายตายเกิดอยใู่ นภพชาติน้นั ๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรมดี กรรมชวั่ ที่ไดท้ าไว้ ส่งผล ใหไ้ ปเกิดภพน้นั ๆ กล่าวคือ ภูมิ หมายถงึ ช้นั ของจิต ระดบั ชีวติ ภพ ที่ สัตวโ์ ลกตอ้ งเวยี นว่าย ตายเกิดถา้ กลา่ วถงึ ช้นั ของจิตมี 4 ภูมิ คือ กามภมู ิ รูปภมู ิ อรูปภมู ิ และโล กตุ ตรภูมิ แนวทางปฏิบตั ิต่อความตายในคมั ภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ความตาย เป็ นอาการ หรือ ปรากฏการณ์ที่เกิดข้นึ เป็นปกติสาหรับชีวิต เมอ่ื พจิ ารณาโดยไม่ข้นึ ต่อความรู้สึกของมนุษย์

ความตายจึงเป็นเพยี งธรรมดา ๆ แตท่ ี่เป็นธรรมดาน้ีเอง เพราะความรู้สึก ยึดถือและไมร่ ู้เขา้ ใจ วธิ ีการเตรียมตวั ตายเพ่ือไปสู่สุคติ พระพุทธองคต์ รัสสอนวิธีการเตรียม ตวั ตายไวใ้ นมหา ปรินิพพานสูตร สาหรับบคุ คลทวั่ ไป ถึงแมจ้ ะยงั ไม่สามารถปฏิบตั ิจนถึง ข้นั ละการเวียนว่ายตาย เกิดได้ แต่ก็สามารถนามาปฏิบตั เิ ป็นการเตรียมพร้อมสาหรับความตายที่ จะมาถงึ และเพ่อื มงุ่ สู่ ชีวิตหลงั ความตายท่ีเป็นสุคตภิ มู ิ link พระไตรปิ ฎก (:) ใหแ้ นวทางมาสร้างคาถามเกี่ยวกบั ความตาย ๑.ตายแลว้ ไปไหน ตอบ วิญญาณจะถูกส่งไปยงั ยมทตู โลก ๒.คนตายจะรู้ตวั ว่าตงั เองตายก่ีวนั ตอบ ๗ วนั ๓.ความตายมีก่ีประเภท ตอบ ๒ ประเภท คอื ความตายของชีวติ หรือความตายทางร่างกาย ๔.ความตายในรูปแบบการเปล่ยี นแปลงอยใู่ นหลกั ธรรมเรื่องใด ตอบ ไตรลกั ษณ์ ๕.ตายกอ่ นตายหมายถงึ

ตอบ การละกิเลสส่วนท่ีเป็นความยึดมน่ั สรุป เม่ือมีใครเจ็บป่ วย ให้ไปเย่ียมอาการ ขอพรให้และใหก้ าลงั ใจ หากเป็น คนฐานะยากจน ก็ช่วยเหลือเขาตามความสามารถ บทสรุป ฟอร์มเจา้ ของเรื่อง สภท ๑๐๙๘นางสาว อญั ชิษฐา ศรีชยั วนั ท่ี เมอ่ื วนั ท่ี ๖ ตลุ าคม ๒๕๖๔

มโนราห์, มโนห์รา หรือโดยยอ่ ว่า โนรา เป็นช่ือศิลปะการแสดง พ้นื เมืองอยา่ งหน่ึงของภาคใต้ มีรากศพั ทท์ ี่มาจากคาว่า “นระ” เป็นภาษา บาลี – สนั สกฤต แปลว่ามนุษย์ เพราะการร่ายราแตเ่ ดิมแลว้ การราโนรา จะราใหเ้ สมอื นกบั ทา่ ร่ายราของเทวดา มโนราห์ มโนราหม์ แี มบ่ ททา่ ราอยา่ งเดียวกบั ละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ ขบั ร้องตอ้ งใชป้ ฏภิ าณไหวพริบ สรรหาคาให้สัมผสั กนั ไดอ้ ยา่ งฉบั ไว มี ความหมายท้งั บทร้อง ทา่ ราและเคร่ืองแต่งกายเครื่องดนตรี ประกอบดว้ ย กลอง ทบั คู่ ฉ่ิงโหม่ง ปี่ นอก หรือ ปี่ ใน และ กรบั ปัจจบุ นั พฒั นาเอาเครื่องดนตรีสากลเขา้ ร่วมดว้ ย เดิมนิยมใชผ้ ชู้ าย ลว้ นแสดง แตป่ ัจจบุ นั มีผหู้ ญิงเขา้ ไปแสดงดว้ ย[1]

บรรณานุกรม

นายสมพงษ์ ศรีชยั ภมู ลิ าเนาจงั หวดั กระบี่ อยทู่ ี่ 14 หมู่ 7 ตาบลพรุดนิ นา อาเภอคลองทอ่ ม จงั หวดั กระบ่ี โทร 0636059632 นางสาวกัณฐิกา ชนะเมือง ภมู ิลาเนาจงั หวดั กระบ่ี อย่ทู ่ี 14 หมู่ 7 ตาบลพรุดนิ นา อาเภอคลองท่อม จงั หวดั กระบี่ โทร 0872842793 นางกลั ยา จนั ทร์สง่ แสง ภมู ลิ าเนาจงั หวดั กระบี่ อย่ทู ี่ 28 หมู่ 10 ตาบลพรุดินนา อาเภอคลองท่อม จงั หวดั กระบี่ โทร 0857678943

นามานุกรม

นายสมพงษ์ ศรีชยั ภมู ิลาเนาจงั หวดั กระบี่ อยทู่ ่ี 14 หมู่ 7 ตาบลพรุดินนา อาเภอคลองทอ่ ม จงั หวดั กระบี่ โทร 0636059632 นางสาวกณั ฐิกา ชนะเมือง ภมู ิลาเนาจงั หวดั กระบี่ อย่ทู ี่ 14 หมู่ 7 ตาบลพรุดนิ นา อาเภอคลองทอ่ ม จงั หวดั กระบ่ี โทร 0872842793 นางกลั ยา จนั ทร์สง่ แสง ภมู ลิ าเนาจงั หวดั กระบี่ อย่ทู ี่ 28 หมู่ 10 ตาบลพรุดนิ นา อาเภอคลองท่อม จงั หวดั กระบี่ โทร 0857678943

ชือ่ -สกลุ อญั ชิษฐา ศรีชยั ช่ือเลน่ ฟิวส์ บ้านเลขท่ี 44 หมู่ 7 ตาบลพรุดนิ นา อาเภอคลองทอ่ ม จงั หวดั กระบ่ี วนั /เดือน/ปี 04/10/44 สญั ชาตไิ ทย เชอื ้ ชาตไิ ทย นบั ถอื ศาสนาพุทธ ชอ่ งทางการตดิ ตอ่ Facebook : Anchitta srichai




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook