Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2-แนวนโยบายและแนวปฏิบัติกรมฯ-62

2-แนวนโยบายและแนวปฏิบัติกรมฯ-62

Published by ketphunt1, 2020-06-18 05:06:14

Description: 2-แนวนโยบายและแนวปฏิบัติกรมฯ-62

Search

Read the Text Version

(๔) ก�ำหนดขน้ั ตอนปฏบิ ตั ิในการส�ำรองขอ้ มูลและทดสอบกคู้ ืนขอ้ มูลทสี่ �ำรองไว้ (๕) ก�ำหนดช่องทางในการติดต่อกับผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการเครือข่ายฮาร์ดแวร์ ซอฟตแ์ วร์ เปน็ ต้น เม่อื เกิดเหตุจ�ำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งติดตอ่ (๖) การสร้างความตระหนักหรือให้ความรู้แก่เจ้าหน้าท่ีผู้ท่ีเก่ียวข้องกับข้ันตอนการปฏิบัติ หรอื สง่ิ ที่ต้องท�ำเมอ่ื เกิดเหตุเรง่ ดว่ น เป็นต้น ๓.๒ ทบทวนเพื่อปรับปรุงแผนเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินดังกล่าวให้สามารถปรับใช้ได้ อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการใชง้ านตามภารกจิ อยา่ งน้อยปีละ ๑ ครง้ั ๔. หนา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากรซง่ึ ดแู ลรบั ผดิ ชอบระบบสารสนเทศ ระบบส�ำรองและการจดั ท�ำแผน เตรยี มพรอ้ มกรณที ไี่ มส่ ามารถด�ำเนนิ การดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การจดั องคก์ รปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ และก�ำหนด ผู้รับผดิ ชอบในระบบสารสนเทศกรมการพัฒนาชุมชนเม่อื เกดิ เหตุฉกุ เฉิน ดังน้ี ๔.๑ ระดับนโยบาย ไดแ้ ก่ (๑) ผู้บริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศระดบั สูง (Chief Information Officer: CIO) (๒) ผู้อ�ำนวยการศนู ย์สารสนเทศเพ่อื การพฒั นาชมุ ชน รับผดิ ชอบ ในการก�ำหนดนโยบาย ให้ข้อเสนอแนะ ค�ำปรึกษาตลอดจน ตดิ ตาม ก�ำกับ ดูแล ควบคมุ ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ในระดบั ปฏบิ ตั ิ ผรู้ บั ผดิ ชอบ ๔.๒ ระดับอ�ำนวยการ ไดแ้ ก่ ผู้อ�ำนวยการศนู ย์สารสนเทศเพ่ือการพฒั นาชุมชน รับผดิ ชอบ - เปน็ ผู้บังคบั บญั ชาสูงสดุ ในการควบคมุ และปฏิบตั ิการฉุกเฉินระบบสารสนเทศ - มอี �ำนาจสั่งการให้ทกุ หนว่ ยหยุดหรอื ปฏิบตั ิการระงบั เหตุฉกุ เฉินที่เกดิ ขึน้ ในระบบสารสนเทศ กรมการพัฒนาชมุ ชน - ก�ำหนดจุดปลอดภัยส�ำหรับบคุ คลและวสั ดอุ ุปกรณต์ า่ งๆ ในสถานที่ทเี่ หมาะสม - ประชุมหารอื กับผู้จัดการฐานขอ้ มลู - ประเมนิ สถานการณแ์ ละส่งั การใหป้ รับเปลย่ี นแผนฯ ตามความเหมาะสม - รายงานขอ้ มูลและผลการปฏิบัติงานใหผ้ ู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดบั สงู (CIO) ทราบ ๔.๓ ระดับประสานงานเหตุฉุกเฉิน ไดแ้ ก่ (๑) ผอู้ �ำนวยการกลมุ่ งานพฒั นาระบบเทคโนโลยี (๒) ผูอ้ �ำนวยการกลุ่มงานพฒั นาระบบเครอื ข่าย รับผดิ ชอบ - วเิ คราะหส์ ถานการณใ์ นทเี่ กดิ เหตแุ ลว้ แจง้ เหตตุ อ่ ผอู้ �ำนวยการศนู ยส์ ารสนเทศเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน เพ่ือระงับเหตุฉุกเฉนิ - มอี �ำนาจสง่ั การใหใ้ ชแ้ ผนปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ ขนั้ ตน้ จนกวา่ ผอู้ �ำนวยศนู ยส์ ารสนเทศเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน จะมาถงึ ทเ่ี กดิ เหตุ - มอี �ำนาจสง่ั การแทนผอู้ �ำนวยการศนู ยส์ ารสนเทศเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน ในกรณที ผ่ี อู้ �ำนวยการ ศูนยส์ ารสนเทศเพอ่ื การพัฒนาชุมชน ไมส่ ามารถส่งั การได้ - ส่งั การใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีผเู้ กีย่ วข้องมาปฏิบตั ิการตามแผนฯ 51

- พิจารณาขั้นตอนและวิธีการป้องกนั ชวี ติ ทรพั ย์สนิ ให้เสียหายนอ้ ยทสี่ ดุ - ก�ำหนดอตั ราก�ำลังพล วัสดอุ ุปกรณ์และเครื่องมือจ�ำเปน็ ตอ้ งขอเพม่ิ เติมในอนาคต ๔.๔ ระดับหวั หน้าส่ังการ ณ ทเ่ี กดิ เหตุ (๑) ผอู้ �ำนวยการกลุ่มงานพัฒนาระบบเครือขา่ ย (๒) ผอู้ �ำนวยการกล่มุ งานระบบสารสนเทศชุมชน (๓) ผอู้ �ำนวยการกลมุ่ งานพฒั นาระบบเทคโนโลยี รับผดิ ชอบ - ก�ำกบั ดแู ล การปฏบิ ตั งิ านของผปู้ ฏบิ ตั ิ ศกึ ษา ทบทวน วางแผนตดิ ตาม การบรหิ ารความเสยี่ ง และระบบรักษาความปลอดภยั ฐานขอ้ มลู และเทคโนโลยสี ารสนเทศ - แจง้ เหตฉุ กุ เฉนิ และเคลอื่ นยา้ ยตนเอง ผอู้ น่ื ตลอดจนทรพั ยส์ นิ ออกจากทเ่ี กดิ เหตไุ ปเกบ็ รกั ษา ณ จุดปลอดภัยโดยเร็ว - ให้ข้อมูลเก่ียวกับสถานที่เกิดเหตุแก่ผู้อ�ำนวยการศูนย์สารสนเทศเพ่ือการพัฒนาชุมชน และเจา้ หน้าทีป่ ระสานงานรกั ษาความปลอดภยั ทราบ - น�ำทรัพย์สินท่ีขนย้ายออกมาเก็บเข้าท่ีโดยต้องตรวจสภาพและรายงานเสนอผู้บังคับบัญชา ตามล�ำดบั ขนั้ ๔.๕ ระดับทีมงานท่เี กีย่ วขอ้ งกบั แผน (๑) ทมี รบั ผดิ ชอบดแู ลบ�ำรงุ รกั ษาขอ้ มลู สารสนเทศ มหี นา้ ทเี่ ฝา้ ระวงั และตรวจสอบ บ�ำรงุ รกั ษา แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งตา่ ง ๆ ของขอ้ มลู พนื้ ฐาน รวมทงั้ การท�ำส�ำเนาและกคู้ นื ขอ้ มลู พน้ื ฐาน ผอู้ �ำนวยการกลมุ่ งานขอ้ มลู พ้นื ฐานการพัฒนาชนบทรับผดิ ชอบก�ำกบั ดแู ล (๒) ทมี รบั ผดิ ชอบดแู ลระบบโปรแกรมสารสนเทศ มหี นา้ ทเี่ ฝา้ ระวงั และตรวจสอบบ�ำรงุ รกั ษา แกไ้ ข ข้อบกพร่องต่างๆ ของระบบโปรแกรมสารสนเทศ รวมทั้งท�ำส�ำเนาและกู้คืนฐานข้อมูลสารสนเทศ ผู้อ�ำนวยการ กล่มุ งานระบบสารสนเทศชุมชนรบั ผิดชอบก�ำกบั ดูแล (๓) ทมี รบั ผดิ ชอบดแู ลระบบเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ มหี นา้ ทเ่ี ฝา้ ระวงั และตรวจสอบบ�ำรงุ รกั ษา แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ ของระบบเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ รวมทง้ั ด�ำเนนิ ตามแผนรองรบั สถานการณฉ์ กุ เฉนิ ผอู้ �ำนวยการ กล่มุ งานพัฒนาระบบเทคโนโลยีรบั ผิดชอบก�ำกบั ดูแล (๔) ทมี รบั ผดิ ชอบดแู ลระบบเครอื ขา่ ย มหี นา้ ทเี่ ฝา้ ระวงั และตรวจสอบบ�ำรงุ รกั ษา แกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่างๆ ของระบบเครือข่าย รวมท้ังการท�ำส�ำเนาและกู้คืนฐานข้อมูลบนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ผอู้ �ำนวยการกลมุ่ งานพัฒนาระบบเครอื ข่ายรับผดิ ชอบก�ำกบั ดูแล ๕. ทดสอบและทบทวนสภาพพรอ้ มใชง้ านของระบบสารสนเทศ ระบบส�ำรองและระบบแผนเตรยี มพรอ้ ม กรณีฉกุ เฉนิ สภาพความเสี่ยงท่ียอมรบั ได้ของแต่ละหน่วยงาน อย่างนอ้ ยปีละ ๑ คร้ัง 52

ส่วนท่ี ๓ และประเมนิ ควานมโเยสบี่ยางยดก้าานรสตารรวสจนสเทอบศ วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพอื่ ให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสีย่ งของระบบสารสนเทศ ๒. เพ่ือเป็นการปอ้ งกนั และลดระดับความเสย่ี งทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ กับระบบสารสนเทศ ผ้รู ับผิดชอบ ๑. ผูบ้ รหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศระดบั สูง (CIO) กรมการพัฒนาชมุ ชน ๒. ผอู้ �ำนวยการศนู ยส์ ารสนเทศเพ่ือการพฒั นาชุมชน กรมการพฒั นาชมุ ชน ๓. ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) หรือผู้ตรวจสอบจากภายนอก (External Auditor) ๔. ผดู้ ูแลระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรท์ ี่ได้รบั มอบหมาย อา้ งองิ มาตรฐาน - มาตรฐานการรกั ษาความมัน่ คงปลอดภัยในการประกอบธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (เวอร์ชั่น ๒.๕) แนวปฏบิ ตั ิ ๑. ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงดา้ นสารสนเทศ โดยมีเนอื้ หาอย่างน้อย ดังน้ี ๑.๑ ตรวจสอบและประเมนิ ความเสยี่ งดา้ นสารสนเทศทอี่ าจเกดิ ขน้ึ กบั ระบบสารสนเทศ (Information Security Audit and Assessment) อยา่ งน้อยปีละ ๑ ครั้ง ๑.๒ ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงท่ีด�ำเนินการโดยผู้ตรวจสอบภายในของหน่วยงาน (Internal Auditor) หรอื โดยผตู้ รวจสอบอสิ ระดา้ นความมนั่ คงปลอดภยั จากภายนอก (External Auditor) เพอื่ ใหห้ นว่ ยงาน ไดท้ ราบถึงระดบั ความเสย่ี งและระดับความม่นั คงปลอดภยั สารสนเทศ ๒. แนวทางในตรวจสอบและประเมินความเสย่ี งท่ตี ้องค�ำนงึ ถึง อยา่ งน้อยดงั นี้ ๒.๑ ใหท้ บทวนกระบวนการบริหารจดั การความเส่ียง อย่างน้อยปลี ะ ๑ คร้งั 53

๒.๒ ใหท้ บทวนนโยบายและมาตรการในการรักษาความม่ันคงปลอดภยั ด้านสารสนเทศ อยา่ งน้อย ปลี ะ ๑ ครง้ั ๒.๓ ให้ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ เพ่ือการธ�ำรงไว้ ซง่ึ ความลบั (Confidentiality) ความถูกตอ้ ง (Integrity) ความพรอ้ มใช้ (Availability) และให้จดั ท�ำรายงาน พร้อมขอ้ เสนอแนะต่อผู้บรหิ าร อยา่ งนอ้ ยปลี ะ ๑ คร้ัง ๒.๔ มาตรการในการตรวจประเมินระบบสารสนเทศ อย่างนอ้ ย ดงั นี้ (๑) ก�ำหนดให้ผ้ตู รวจสอบสามารถเขา้ ถึงขอ้ มูลที่จ�ำเปน็ ตอ้ งตรวจสอบได้แบบอา่ นได้อย่างเดยี ว (๒) ในกรณีทจ่ี �ำเปน็ ต้องเขา้ ถึงขอ้ มลู ในแบบอืน่ ๆ ให้สร้างส�ำเนาส�ำหรับข้อมูลนัน้ เพอ่ื ให้ผู้ตรวจสอบ ใชง้ าน รวมทง้ั ควรท�ำลายหรือลบโดยทนั ทที ต่ี รวจสอบเสรจ็ หรอื ตอ้ งจดั เกบ็ ไวโ้ ดยมีการปอ้ งกันเปน็ อยา่ งดี (๓) ก�ำหนดใหร้ ะบแุ ละจดั สรรทรพั ยากรทจี่ �ำเปน็ ตอ้ งใชใ้ นการตรวจสอบระบบบรหิ ารจดั การ ความมน่ั คงปลอดภยั (๔) ให้เฝ้าระวังการเข้าถึงระบบโดยผู้ตรวจสอบ รวมท้ังบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) แสดงการเขา้ ถึงน้นั ซง่ึ รวมถึงวนั และเวลาทเ่ี ข้าถึงระบบงานท่ีส�ำคัญ ๆ จดั เก็บข้อมลู ตามขอ้ ๑๔ (๕) ในกรณีทม่ี เี คร่อื งมือส�ำหรบั การตรวจประเมนิ ระบบสารสนเทศ ควรก�ำหนดให้แยกการติดตั้ง เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการตรวจสอบ ออกจากระบบใหบ้ รกิ ารจรงิ หรอื ระบบทใี่ ชใ้ นการพฒั นาและมกี ารจดั เกบ็ ปอ้ งกนั เคร่อื งมอื นัน้ จากการเข้าถึงโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต 54

ส่วนท่ี ๔ ในการใชร้ ะบนบโสยาบราสยนกเาทรศสแรลา้ งะคระวบามบรคู้คอวมาพมิวเขเตา้ อใจร์ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพื่อสร้างความรู้ความเขา้ ใจในการใชง้ านระบบสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอรใ์ หก้ ับผูใ้ ช้งานของ กรมการพฒั นาชมุ ชน ๒. เพื่อเปน็ การป้องกันการกระท�ำผดิ ทเ่ี กิดจากการรเู้ ทา่ ไม่ถงึ การณข์ องผูใ้ ช้งาน ๓. เพื่อให้การใช้งานระบบสารสนเทศและระบบคอมพวิ เตอรม์ คี วามมนั่ คงปลอดภัย ผรู้ ับผิดชอบ ๑. ผบู้ รหิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศระดบั สูง (CIO) กรมการพัฒนาชมุ ชน ๒. ผ้อู �ำนวยการศูนย์สารสนเทศเพ่อื การพฒั นาชมุ ชน กรมการพัฒนาชุมชน ๓. ผู้อ�ำนวยการสถาบนั การพัฒนาชมุ ชน ๔. ผดู้ ูแลระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรท์ ่ไี ด้รบั มอบหมาย อ้างอิงมาตรฐาน - มาตรฐานการรักษาความมน่ั คงปลอดภัยในการประกอบธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (เวอร์ช่นั ๒.๕) แนวปฏบิ ตั ิ ๑. จัดฝึกอบรมการใช้งานระบบสารสนเทศของหน่วยงาน อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง หรือทุกคร้ังที่มี การปรบั ปรุงและเปลยี่ นแปลงการใชง้ านของระบบสารสนเทศ ๒. จัดท�ำค่มู อื การใช้งานระบบสารสนเทศและมีการเผยแพรท่ างเวบ็ ไซตข์ องหนว่ ยงาน ๓. จัดฝึกอบรมแนวปฏิบัติตามนโยบายอย่างสม่�ำเสมอ โดยการจัดฝึกอบรมอาจใช้วิธีการเสริมเนื้อหา แนวปฏบิ ตั ิตามแนวนโยบายเขา้ กบั หลกั สตู รอบรมต่าง ๆ ตามแผนการฝกึ อบรมของหน่วยงาน 55

๔. จดั สมั มนาเพอื่ เผยแพรแ่ นวนโยบายและแนวปฏบิ ตั ใิ นการรักษาความม่ันคงปลอดภยั ดา้ นสารสนเทศ และเสรมิ สรา้ งความตระหนกั ถงึ ความส�ำคญั ของการปฏบิ ตั ใิ หก้ บั ผใู้ ชง้ าน โดยการจดั สมั มนาควรจดั ปลี ะไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ครั้ง โดยอาจจัดร่วมกับการสัมมนาอื่นด้วยก็ได้และอาจเชิญวิทยากรจากภายนอกท่ีมีประสบการณ์ ด้านการรกั ษาความมั่นคงปลอดภยั ด้านสารสนเทศมาถ่ายทอดใหค้ วามรู้ ๕. ตดิ ประกาศประชาสมั พนั ธใ์ หค้ วามรเู้ กย่ี วกบั แนวปฏบิ ตั ใิ นลกั ษณะเกรด็ ความรู้ หรอื ขอ้ ระวงั ในรปู แบบ ท่ีสามารถเขา้ ใจและน�ำไปปฏบิ ัติได้ง่าย โดยมกี ารปรับปรุงความรู้อยู่เสมอ ๖. ระดมการมีส่วนร่วมและภาคปฏิบัติดว้ ยการก�ำกับ ตดิ ตาม ประเมินผลและส�ำรวจความต้องการของ ผู้ใชง้ าน 56

ส่วนท่ี ๕ และกการาดรพ�ำเิจนาินรกณาารคทวาางมวินผดิัย ความผดิ ผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์กรมการพัฒนาชุมชน ที่มีเจตนาฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมการพัฒนาชุมชน แม้ว่าการฝ่าฝืนนั้นจะกระท�ำไม่บรรลุผล โดยสมบูรณก์ ็ให้ถอื วา่ มคี วามผิดโดยสมบูรณ์ การลงโทษ ความผิดเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กรมการพฒั นาชมุ ชน ใหล้ งโทษผ้มู เี จตนาฝ่าฝืนตามระเบียบและกฎหมายที่เกีย่ วข้อง การบงั คับใช้ ก�ำหนดใหผ้ ู้บริหารระดับสงู สดุ ของหน่วยงาน (Chief Executive Officer : CEO) เปน็ ผบู้ ังคับใชน้ โยบายนี้ โดยใหผ้ ใู้ ชง้ าน ผดู้ แู ลระบบและบคุ คลภายนอกทปี่ ฏบิ ตั งิ านใหก้ บั หนว่ ยงาน ตอ้ งยดึ ถอื แนวนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิ ในการรกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ดา้ นสารสนเทศของกรมการพฒั นาชมุ ชน เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั งิ านโดยเครง่ ครดั กรณี ระบบคอมพวิ เตอร์หรือขอ้ มลู สารสนเทศเกดิ ความเสียหายหรืออนั ตรายใด ๆ แกอ่ งค์กร หรือผู้หน่งึ ผู้ใด อันเนื่องมากจากความบกพร่อง ละเลย หรอื ฝ่าฝนื การปฏบิ ัตติ ามแนวนโยบายและแนวปฏิบตั ใิ นการรกั ษาความ ปลอดภยั ดา้ นสารสนเทศ ก�ำหนดใหผ้ บู้ รหิ ารระดบั สงู สดุ ของหนว่ ยงาน (Chief Executive Officer : CEO) เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ ตอ่ ความเสยี่ ง ความเสียหาย หรอื อันตรายที่เกิดข้นึ 57







ภาคผนวก ก วิธปี ฏิบตั ิในการท�ำลายข้อมูล อุปกรณส์ �ำหรับจัดเก็บ วิธที �ำลายขอ้ มลู แผ่นดิสก์ ใช้วิธกี ารหนั่ ด้วยเครือ่ งท�ำลายเอกสาร เทป ใช้วธิ กี ารทบุ หรอื บดให้เสยี หายหรือเผาท�ำลาย ฮาร์ดดิสก์ ใช้การท�ำลายขอ้ มูลอยา่ งน้อยตามมาตรฐาน DOD ๕๒๒๐.๒๒ M (การเขียนทับขอ้ มูลเดิมเป็นจ�ำนวนหลาย ๆ รอบ) อุปกรณ์ส�ำหรับจัดเก็บท่ีไม่สามารถ ใชว้ ิธีการทุบหรอื บดใหเ้ สียหายหรอื เผาท�ำลาย ลบข้อมูลได้ เช่น แผ่นซีดีรอม ส�ำหรับอา่ นอยา่ งเดียว หมายเหตุ : ในกรณีที่ต้องการท�ำลายข้อมูลในอุปกรณ์ส�ำหรับจัดเก็บนอกเหนือจากตารางข้างต้น ให้แจ้ง ศูนย์สารสนเทศเพ่ือการพัฒนาชุมชนเพ่ือขอค�ำแนะน�ำในการท�ำลายข้อมูลท่ีเหมาะสมเพ่ือให้ม่ันใจได้ว่าข้อมูล ถูกเขียนทับจนไม่สามารถกู้คนื ข้อมูลเดมิ ได้อีก 61











เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๔ ก หนา ๑ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา พระราชกฤษฎีกา กาํ หนดหลกั เกณฑและวธิ ีการในการทําธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สภ าครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙ ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ ๒๖ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๙ เปนปท ี่ ๖๑ ในรัชกาลปจจุบนั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวา โดยทเี่ ปนการสมควรกําหนดหลกั เกณฑและวธิ กี ารในการทาํ ธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสภ าครฐั อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๖ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ และมาตรา ๓๕ วรรคหน่ึง แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชกฤษฎีกาข้ึนไว ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกวา “พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการ ในการทาํ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ สภ าครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานีใ้ หใชบังคับต้ังแตวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป มาตรา ๓ ในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภ าครฐั หนวยงานของรัฐตองจัดใหมีระบบ เอกสารทท่ี ําในรูปของขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สในลักษณะ ดงั ตอ ไปนี้ 67

เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๔ ก หนา ๒ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา (๑) เอกสารท่ีทําในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสน้ันตองอยูในรูปแบบที่เหมาะสม โดยสามารถ แสดงหรืออางอิงเพ่ือใชในภายหลังและยังคงความครบถวนของขอความในรูปแบบของขอมูล อเิ ล็กทรอนกิ ส (๒) ตองกําหนดระยะเวลาเริ่มตนและส้ินสุดในการย่ืนเอกสารท่ีทําในรูปของขอมูล อิเล็กทรอนิกส โดยปกติใหยึดถือวันเวลาของการปฏิบัติงานหนวยงานของรัฐนั้นเปนหลัก และอาจ กําหนดระยะเวลาในการดําเนินการพิจารณาของหนวยงานของรัฐดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสไวดวย ก็ได เวนแตจ ะมีกฎหมายในเรื่องน้นั กาํ หนดไวเ ปนอยางอืน่ (๓) ตองกําหนดวิธีการที่ทําใหสามารถระบุตัวเจาของลายมือช่ือ ประเภท ลักษณะหรือ รปู แบบของลายมอื ชือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส และสามารถแสดงไดว าเจาของลายมอื ช่อื รับรองขอความในขอ มลู อิเลก็ ทรอนิกส (๔) ตองกําหนดวิธีการแจงการตอบรับดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือดวยวิธีการอ่ืนใด เพื่อเปนหลกั ฐานวา ไดมีการดาํ เนนิ การดวยวิธกี ารทางอเิ ล็กทรอนกิ สไปยงั อกี ฝายหนึ่งแลว มาตรา ๔ นอกจากที่บัญญัติไวในมาตรา ๓ ในกรณีที่หนวยงานของรัฐจัดทํากระบวนการ พิจารณาทางปกครองโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ระบบเอกสารที่ทําในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส ตอ งมีลักษณะดังตอ ไปนด้ี ว ย เวน แตจะมกี ฎหมายในเร่ืองน้ันกําหนดไวเ ปน อยางอ่ืน (๑) มีวิธีการสื่อสารกับผูย่ืนคําขอในกรณีที่เอกสารมีขอบกพรองหรือมีขอความที่ผิดหลง อันเห็นไดชัดวาเกิดจากความไมรูหรือความเลินเลอของผูยื่นคําขอ หรือการขอขอเท็จจริงเพิ่มเติม รวมท้ังมีวิธีการแจงสิทธิและหนาท่ีในกระบวนการพิจารณาทางปกครองตามความจําเปนแกกรณี ในกรณที ี่กฎหมายกาํ หนดใหต องแจงใหค กู รณีทราบ (๒) ในกรณีมีความจําเปนตามลักษณะเฉพาะของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐใด หนวยงานของรัฐนั้นอาจกําหนดเง่ือนไขวาคูกรณียินยอมตกลงและยอมรับการดําเนินการพิจารณา ทางปกครองของหนว ยงานของรัฐโดยวธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนิกส มาตรา ๕ หนวยงานของรัฐตองจัดทําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ เพ่ือใหการดําเนินการใด ๆ ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสกับหนวยงานของรัฐ หรอื โดยหนว ยงานของรฐั มีความม่นั คงปลอดภัยและเชอ่ื ถือได แนวนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิอยางนอยตอ งประกอบดว ยเนื้อหา ดังตอ ไปน้ี (๑) การเขา ถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศ 68

เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๔ ก หนา ๓ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา (๒) การจัดใหมีระบบสารสนเทศและระบบสํารองของสารสนเทศซ่ึงอยูในสภาพพรอมใชงาน และจัดทําแผนเตรียมพรอมกรณีฉุกเฉินในกรณีท่ีไมสามารถดําเนินการดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เพอ่ื ใหส ามารถใชง านสารสนเทศไดตามปกติอยา งตอเนื่อง (๓) การตรวจสอบและประเมนิ ความเส่ยี งดานสารสนเทศอยา งสมํา่ เสมอ มาตรา ๖ ในกรณีท่ีมีการรวบรวม จัดเก็บ ใช หรือเผยแพรขอมูล หรือขอเท็จจริงท่ีทําให สามารถระบุตัวบุคคล ไมวาโดยตรงหรือโดยออม ใหหนวยงานของรัฐจัดทําแนวนโยบายและ แนวปฏิบตั กิ ารคุม ครองขอมูลสว นบุคคลดวย มาตรา ๗ แนวนโยบายและแนวปฏิบัติตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ใหหนวยงานของรัฐ จัดทําเปนประกาศ และตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหนวยงานที่คณะกรรมการ มอบหมาย จึงมีผลใชบงั คบั ได หนวยงานของรัฐตองปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่ไดแสดงไว และใหจัดใหมีการ ตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามแนวนโยบายและแนวปฏิบตั ิท่ีกาํ หนดไวอ ยางสม่ําเสมอ มาตรา ๘ ใหคณะกรรมการหรือหนวยงานที่คณะกรรมการมอบหมายจัดทําแนวนโยบาย และแนวปฏิบัติหรือการอ่ืนอันเก่ียวกับการดําเนินการตามพระราชกฤษฎีกาน้ี ไวเปนตัวอยางเบ้ืองตน สําหรับการดําเนินการของหนวยงานของรัฐในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ และหากหนวยงาน ของรัฐแหงใดมีการปฏิบัติงานตามกฎหมายท่ีแตกตางเปนการเฉพาะแลว หนวยงานของรัฐแหงนั้นอาจ เพิ่มเติมรายละเอียดการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่แตกตางนั้นไดโดยออกเปนระเบียบ ท้ังน้ี โดยให คาํ นึงถึงความถูกตองครบถวน ความนา เชื่อถือ สภาพความพรอมใชงาน และความม่ันคงปลอดภัยของ ระบบและขอมูลอิเล็กทรอนกิ ส มาตรา ๙ การทําธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสภาครฐั ตามหลักเกณฑและวิธีการตามพระราชกฤษฎีกาน้ี ไมมีผลเปนการยกเวนกฎหมายหรือหลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายในเร่ืองนั้นกําหนดไวเพื่อการ อนุญาต อนุมตั ิ การใหค วามเห็นชอบ หรอื การวนิ ิจฉัย มาตรา ๑๐ ใหนายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามพระราชกฤษฎกี าน้ี ผรู ับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สรุ ยุทธ จลุ านนท นายกรฐั มนตรี 69

เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๔ ก หนา ๔ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบบั นี้ คอื เนอ่ื งจากประเทศไทยไดเ รมิ่ เขา สูย คุ สังคมสารสนเทศ ซง่ึ มีการทําธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สภ าครฐั มากข้นึ สมควรสนบั สนุนใหหนวยงานของรัฐมีระบบการบริการของตน โดยการประยุกตใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือใหสามารถบริการประชาชนไดอยางท่ัวถึง สะดวก และรวดเร็ว อันเปนการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหนวยงานของรัฐ พรอมกับใหหนวยงานของรัฐสามารถพัฒนา การทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐภายใตมาตรฐานและเปนไปในทิศทางเดียวกัน และสรางความเช่ือมั่น ของประชาชนตอการดําเนินกิจกรรมของรัฐดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ประกอบกับมาตรา ๓๕ วรรคหน่ึง แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ บัญญัติวา คําขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คําสง่ั ทางปกครอง การชาํ ระเงิน การประกาศหรอื การดําเนินการใด ๆ ตามกฎหมายกับหนว ยงานของรัฐหรือโดยหนวยงาน ของรัฐ ถา ไดกระทําในรูปของขอ มูลอิเล็กทรอนิกสตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาแลว ใหถอื วามผี ลโดยชอบดวยกฎหมายเชนเดียวกับการดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกําหนด จงึ จาํ เปน ตอ งตราพระราชกฤษฎีกานี้ 70





เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๑ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา ประกาศคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏบิ ัติในการรกั ษาความมนั่ คงปลอดภยั ดา นสารสนเทศ ของหนว ยงานของรฐั พ.ศ. ๒๕๕๓ ดว ยปญหาดา นการรักษาความมนั่ คงปลอดภัยใหก ับสารสนเทศมีความรุนแรงเพ่ิมข้ึนท้ังในประเทศ และตางประเทศ อีกทั้งยังมีแนวโนมท่ีจะสงผลกระทบตอภาครัฐและภาคธุรกิจมากข้ึน ทําให ผูประกอบการ ตลอดจนองคกร ภาครัฐ และภาคเอกชนที่มีการดําเนินงานใด ๆ ในรูปของขอมูล อิเล็กทรอนิกสผานระบบสารสนเทศขององคก ร ขาดความเชอื่ ม่ันตอ การทาํ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ในทุกรูปแบบ ประกอบกับคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตระหนักถึงความจําเปน ที่จะสงเสริมและผลักดันใหประเทศสามารถยกระดับการแขงขันกับประเทศอื่น ๆ โดยการนําระบบ สารสนเทศและการส่ือสารมาประยุกตใชประกอบการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสอยางแพรหลาย จึงเหน็ ความสําคญั ทีจ่ ะนาํ กฎหมาย ขอบงั คับตาง ๆ มาบังคับใชกับการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ทัง้ ในสวนทต่ี องกระทาํ และในสว นทต่ี องงดเวน การกระทาํ เพอื่ ชวยใหการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ของหนวยงานของรัฐมคี วามมนั่ คงปลอดภัยและมคี วามนาเชอื่ ถอื เพ่ือใหการดําเนินการใด ๆ ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสกับหนวยงานของรัฐ หรือโดย หนว ยงานของรฐั มคี วามมน่ั คงปลอดภยั และเช่อื ถือได ตลอดจนมมี าตรฐานเปนที่ยอมรับในระดบั สากล คณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส จงึ เห็นควรกาํ หนดแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษา ความมน่ั คงปลอดภัยดา นสารสนเทศของหนว ยงานของรฐั อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ แหงพระราชกฤษฎีกากําหนด หลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการ ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกสจึงไดจัดทําประกาศฉบับน้ี เพ่ือเปนแนวทางเบ้ืองตนใหหนวยงานของรัฐ ใชในการกําหนดนโยบาย และขอปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัยดานสารสนเทศ ซ่ึงอยางนอย ตองประกอบดว ยสาระสําคัญ ดังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ในประกาศนี้ (๑) ผูใชงาน หมายความวา ขาราชการ เจาหนาที่ พนักงานของรัฐ ลูกจาง ผูดูแลระบบ ผูบริหารขององคก ร ผูรับบรกิ าร ผูใชง านทว่ั ไป 73

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๒ ๒๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา (๒) สทิ ธขิ องผูใ ชง าน หมายความวา สิทธิทั่วไป สิทธิจําเพาะ สิทธิพิเศษ และสิทธิอื่นใด ที่เก่ียวขอ งกบั ระบบสารสนเทศของหนวยงาน (๓) สินทรัพย (asset) หมายความวา สิง่ ใดก็ตามท่มี ีคณุ คาสําหรับองคก ร (๔) การเขาถงึ หรือควบคมุ การใชง านสารสนเทศ หมายความวา การอนุญาต การกําหนดสิทธิ หรือการมอบอํานาจใหผูใชงาน เขาถึงหรือใชงานเครือขายหรือระบบสารสนเทศ ท้ังทางอิเล็กทรอนิกส และทางกายภาพ รวมท้ังการอนญุ าตเชนวาน้ันสําหรับบุคคลภายนอก ตลอดจนอาจกําหนดขอปฏิบัติ เกีย่ วกับการเขา ถงึ โดยมิชอบเอาไวดว ยกไ็ ด (๕) ความม่ันคงปลอดภัยดานสารสนเทศ (information security) หมายความวา การธํารงไว ซึ่งความลับ (confidentiality) ความถกู ตอ งครบถวน (integrity) และสภาพพรอ มใชงาน (availability) ของสารสนเทศ รวมท้ังคุณสมบัติอ่ืน ไดแกความถูกตองแทจริง (authenticity) ความรับผิด (accountability) การหา มปฏเิ สธความรับผดิ (non-repudiation) และความนาเช่ือถือ (reliability) (๖) เหตุการณดานความม่ันคงปลอดภัย (information security event) หมายความวา กรณีที่ระบุการเกิดเหตุการณ สภาพของบริการหรือเครือขายท่ีแสดงใหเห็นความเปนไปไดที่จะเกิด การฝา ฝนนโยบายดานความม่นั คงปลอดภัยหรอื มาตรการปอ งกันท่ลี ม เหลว หรือเหตุการณอันไมอาจรู ไดว า อาจเกย่ี วของกับความมนั่ คงปลอดภัย (๗) สถานการณด า นความมั่นคงปลอดภัยที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด (information security incident) หมายความวา สถานการณด านความมนั่ คงปลอดภัยทไี่ มพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด (unwanted or unexpected) ซึ่งอาจทาํ ใหระบบขององคกรถูกบุกรุกหรือโจมตี และความม่ันคง ปลอดภัยถกู คุกคาม ขอ ๒ หนวยงานของรัฐตองจัดใหมีนโยบายในการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ดานสารสนเทศของหนวยงานเปนลายลักษณอักษร ซ่ึงอยา งนอ ยตองประกอบดวยเนือ้ หา ดงั ตอ ไปน้ี (๑) การเขาถงึ หรือควบคมุ การใชงานสารสนเทศ (๒) จัดใหมีระบบสารสนเทศและระบบสํารองของสารสนเทศซึ่งอยูในสภาพพรอมใชงาน แ ล ะ จั ด ทํ า แ ผ น เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร อ ม ก ร ณี ฉุ ก เ ฉิ น ใ น ก ร ณี ที่ ไ ม ส า ม า ร ถ ดํ า เ นิ น ก า ร ด ว ย วิ ธี ก า ร ทางอิเลก็ ทรอนกิ สเพือ่ ใหสามารถใชงานสารสนเทศไดต ามปกติอยางตอเนอื่ ง (๓) การตรวจสอบและประเมนิ ความเสยี่ งดานสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ 74

เลม ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๓ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา ขอ ๓ หนวยงานของรัฐตองจัดใหมีขอปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ดา นสารสนเทศของหนว ยงาน ซง่ึ อยางนอยตอ งประกอบดวยกระบวนการ ดังตอ ไปน้ี (๑) หนวยงานของรัฐตองจัดทําขอปฏิบัติท่ีสอดคลองกับนโยบายการรักษาความม่ันคง ปลอดภยั ดานสารสนเทศของหนว ยงาน (๒) หนวยงานของรัฐตองประกาศนโยบายและขอปฏิบัติดังกลาว ใหผูเก่ียวของท้ังหมดทราบ เพ่อื ใหสามารถเขาถงึ เขาใจ และปฏบิ ัติตามนโยบายและขอปฏิบตั ิได (๓) หนว ยงานของรฐั ตอ งกาํ หนดผูร ับผดิ ชอบตามนโยบายและขอ ปฏบิ ตั ิดังกลา วใหช ัดเจน (๔) หนวยงานของรฐั ตองทบทวนปรับปรุงนโยบายและขอ ปฏบิ ตั ใิ หเปน ปจ จุบันอยเู สมอ ขอ ๔ ขอ ปฏบิ ตั ิในดานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตองมีเนื้อหาอยางนอยครอบคลุม ตามขอ ๕ - ๑๕ ขอ ๕ ใหมีขอกาํ หนดการเขาถึงและควบคุมการใชงานสารสนเทศ (access control) ซึ่งตอ งมีเน้ือหาอยางนอย ดงั น้ี (๑) หนวยงานของรัฐตอ งมีการควบคมุ การเขา ถึงขอมูลและอุปกรณใ นการประมวลผลขอมูล โดยคาํ นึงถงึ การใชง านและความม่ันคงปลอดภัย (๒) ในการกําหนดกฎเกณฑเก่ียวกับการอนุญาตใหเขาถึง ตองกําหนดตามนโยบาย ท่เี กี่ยวขอ งกับการอนุญาต การกําหนดสทิ ธิ หรือการมอบอํานาจของหนวยงานของรัฐนั้น ๆ (๓) หนวยงานของรฐั ตอ งกําหนดเกย่ี วกับประเภทของขอมูล ลําดับความสําคัญ หรือลําดับ ช้ันความลับของขอมูล รวมท้งั ระดบั ช้ันการเขาถึง เวลาทไ่ี ดเขาถึง และชองทางการเขาถึง ขอ ๖ ใหมีขอกําหนดการใชงานตามภารกิจเพื่อควบคุมการเขาถึงสารสนเทศ (business requirements for access control) โดยแบง การจัดทําขอ ปฏบิ ัติเปน ๒ สว นคอื การควบคุมการเขาถึง สารสนเทศ และการปรับปรุงใหสอดคลองกับขอกําหนดการใชงานตามภารกิจและขอกําหนด ดานความมนั่ คงปลอดภัย ขอ ๗ ใหมีการบริหารจัดการการเขาถึงของผูใชงาน (user access management) เพ่อื ควบคมุ การเขาถึงระบบสารสนเทศเฉพาะผูท่ีไดรับอนุญาตแลว และผานการฝกอบรม หลักสูตร การสรางความตระหนักเร่ืองความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (information security awareness training) เพื่อปองกนั การเขาถึงจากผูซ ่ึงไมไดร บั อนุญาต โดยตองมีเน้อื หาอยางนอย ดังนี้ 75

เลม ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๔ ๒๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา (๑) สรางความรูความเขาใจใหกับผูใชงาน เพ่ือใหเกิดความตระหนัก ความเขาใจถึงภัย และผลกระทบที่เกิดจากการใชงานระบบสารสนเทศโดยไมระมัดระวังหรือรูเทาไมถึงการณ รวมถึง กาํ หนดใหมีมาตรการเชงิ ปองกันตามความเหมาะสม (๒) การลงทะเบียนผใู ชงาน (user registration) ตอ งกําหนดใหมขี ั้นตอนทางปฏิบัติสําหรับ การลงทะเบียนผูใชงานเม่ือมีการอนุญาตใหเขาถึงระบบสารสนเทศ และการตัดออกจากทะเบียน ของผูใชง านเมอื่ มีการยกเลิกเพกิ ถอนการอนุญาตดังกลา ว (๓) การบริหารจัดการสิทธิของผูใชงาน (user management) ตองจัดใหมีการควบคุม และจาํ กดั สิทธิเพือ่ เขาถึงและใชงานระบบสารสนเทศแตล ะชนิดตามความเหมาะสม ทั้งน้ีรวมถึงสิทธิจําเพาะ สทิ ธพิ ิเศษ และสทิ ธอิ นื่ ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ งกับการเขาถึง (๔) การบรหิ ารจดั การรหัสผา นสําหรับผใู ชงาน (user password management) ตองจัดใหมี กระบวนการบริหารจดั การรหัสผานสาํ หรบั ผูใ ชงานอยางรดั กุม (๕) การทบทวนสิทธิการเขาถึงของผูใชงาน (review of user access rights) ตองจัดใหมี กระบวนการทบทวนสิทธกิ ารเขาถึงของผูใชง านระบบสารสนเทศตามระยะเวลาท่กี ําหนดไว ขอ ๘ ใหมีการกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบของผูใชงาน (user responsibilities) เพื่อปองกันการเขาถึงโดยไมไดรับอนุญาต การเปดเผย การลวงรู หรือการลักลอบทําสําเนาขอมูล สารสนเทศและการลักขโมยอปุ กรณป ระมวลผลสารสนเทศ โดยตอ งมเี นอ้ื หาอยางนอย ดงั น้ี (๑) การใชงานรหัสผา น (password use) ตองกาํ หนดแนวปฏบิ ัติที่ดีสําหรับผูใชงานในการ กาํ หนดรหัสผาน การใชง านรหัสผาน และการเปลย่ี นรหัสผานทีม่ ีคุณภาพ (๒) การปอ งกันอปุ กรณใ นขณะท่ีไมมีผูใชงานท่ีอุปกรณ ตองกําหนดขอปฏิบัติท่ีเหมาะสม เพอื่ ปอ งกนั ไมใ หผไู มมสี ทิ ธิสามารถเขาถงึ อปุ กรณของหนวยงานในขณะที่ไมม ผี ูด แู ล (๓) การควบคุมสินทรัพยสารสนเทศและการใชงานระบบคอมพิวเตอร (clear desk and clear screen policy) ตองควบคุมไมใหสินทรัพยสารสนเทศ เชน เอกสาร สื่อบันทึกขอมูล คอมพิวเตอร หรอื สารสนเทศ อยูใ นภาวะซ่ึงเส่ียงตอการเขาถึงโดยผูซ่ึงไมมีสิทธิ และตองกําหนดให ผูใ ชงานออกจากระบบสารสนเทศเมือ่ วางเวน จากการใชงาน 76

เลม ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๕ ๒๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา (๔) ผูใชงานอาจนําการเขารหัส มาใชกับขอมูลท่ีเปนความลับ โดยใหปฏิบัติตามระเบียบ การรกั ษาความลับทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ขอ ๙ ใหมีการควบคุมการเขาถึงเครือขาย (network access control) เพื่อปองกัน การเขาถึงบรกิ ารทางเครอื ขายโดยไมไ ดรับอนญุ าต โดยตองมีเน้ือหาอยางนอย ดังน้ี (๑) การใชงานบริการเครือขาย ตองกําหนดใหผูใชงานสามารถเขาถึงระบบสารสนเทศ ไดแ ตเพยี งบริการทไ่ี ดรบั อนุญาตใหเ ขาถึงเทา นั้น (๒) การยนื ยนั ตัวบุคคลสําหรับผูใชท่ีอยูภายนอกองคกร (user authentication for external connections) ตองกาํ หนดใหม กี ารยืนยนั ตัวบคุ คลกอนท่จี ะอนุญาตใหผ ใู ชท่อี ยูภายนอกองคกรสามารถ เขา ใชงานเครือขา ยและระบบสารสนเทศขององคกรได (๓) การระบุอุปกรณบนเครือขาย (equipment identification in networks) ตองมีวิธีการ ทีส่ ามารถระบอุ ปุ กรณบ นเครอื ขายได และควรใชการระบอุ ปุ กรณบนเครอื ขายเปนการยนื ยนั (๔) การปองกันพอรตที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ (remote diagnostic and configuration port protection) ตอ งควบคุมการเขาถงึ พอรต ทีใ่ ชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ ทง้ั การเขาถึงทางกายภาพและทางเครอื ขา ย (๕) การแบงแยกเครือขาย (segregation in networks) ตองทําการแบงแยกเครือขาย ตามกลมุ ของบรกิ ารสารสนเทศ กลุมผใู ชง าน และกลมุ ของระบบสารสนเทศ (๖) การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย (network connection control) ตองควบคุม การเขาถึงหรือใชงานเครือขายที่มีการใชรวมกันหรือเชื่อมตอระหวางหนวยงานใหสอดคลองกับ ขอ ปฏบิ ัติการควบคมุ การเขา ถึง (๗) การควบคมุ การจดั เสน ทางบนเครือขาย (network routing control) ตองควบคุมการจัด เสนทางบนเครือขายเพื่อใหการเชื่อมตอของคอมพิวเตอรและการสงผานหรือไหลเวียนของขอมูล หรอื สารสนเทศสอดคลอ งกบั ขอปฏิบตั ิการควบคมุ การเขาถงึ หรอื การประยุกตใชง านตามภารกจิ ขอ ๑๐ ใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (operating system access control) เพื่อปองกันการเขา ถงึ ระบบปฏบิ ตั ิการโดยไมไดรับอนุญาต โดยตอ งมีเนอ้ื หาอยา งนอ ย ดงั น้ี (๑) การกําหนดขั้นตอนปฏิบัติเพื่อการเขาใชงานที่มั่นคงปลอดภัย การเขาถึงระบบ ปฏบิ ัตกิ ารจะตอ งควบคมุ โดยวธิ ีการยืนยนั ตัวตนที่มนั่ คงปลอดภยั 77

เลม ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๖ ๒๓ มิถนุ ายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา (๒) การระบุและยืนยันตัวตนของผูใชงาน (user identification and authentication) ตอ งกําหนดใหผูใชงานมีขอมูลเฉพาะเจาะจงซึ่งสามารถระบุตัวตนของผูใชงาน และเลือกใชข้ันตอน ทางเทคนคิ ในการยนื ยันตัวตนท่เี หมาะสมเพ่อื รองรับการกลา วอางวาเปน ผูใชงานทีร่ ะบุถึง (๓) การบริหารจัดการรหัสผาน (password management system) ตองจัดทําหรือจัดใหมี ระบบบริหารจัดการรหัสผานที่สามารถทํางานเชิงโตตอบ (interactive) หรือมีการทํางานในลักษณะ อัตโนมตั ิ ซง่ึ เอื้อตอการกําหนดรหสั ผา นทม่ี ีคุณภาพ (๔) การใชง านโปรแกรมอรรถประโยชน (use of system utilities) ควรจํากัดและควบคุม การใชงานโปรแกรมประเภทอรรถประโยชน เพ่ือปองกันการละเมิดหรือหลีกเล่ียงมาตรการ ความมั่นคงปลอดภัยที่ไดก าํ หนดไวห รือท่ีมีอยแู ลว (๕) เมือ่ มกี ารวางเวนจากการใชง านในระยะเวลาหน่ึงใหยุติการใชงานระบบสารสนเทศน้ัน (session time-out) (๖) การจํากัดระยะเวลาการเช่ือมตอระบบสารสนเทศ (limitation of connection time) ตองจํากัดระยะเวลาในการเชื่อมตอเพื่อใหมีความม่ันคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นสําหรับระบบสารสนเทศ หรอื แอพพลเิ คชัน่ ทีม่ ีความเส่ียงหรือมีความสาํ คัญสูง ขอ ๑๑ ใหมีการควบคุมการเขาถึงโปรแกรมประยุกตหรือแอพพลิเคช่ันและสารสนเทศ (application and information access control) โดยตองมีการควบคมุ ดังน้ี (๑) การจาํ กัดการเขาถึงสารสนเทศ (information access restriction) ตอ งจาํ กัดหรือควบคุม การเขา ถึงหรอื เขา ใชงานของผใู ชง านและบุคลากรฝายสนับสนนุ การเขาใชงานในการเขาถึงสารสนเทศ และฟงกชัน (functions) ตาง ๆ ของโปรแกรมประยุกตหรือแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้โดยใหสอดคลอง ตามนโยบายควบคมุ การเขา ถึงสารสนเทศที่ไดกําหนดไว (๒) ระบบซึ่งไวตอการรบกวน มีผลกระทบและมีความสําคัญสูงตอองคกร ตองไดรับ การแยกออกจากระบบอ่ืน ๆ และมีการควบคุมสภาพแวดลอมของตนเองโดยเฉพาะ ใหมีการควบคุม อปุ กรณค อมพิวเตอรและส่ือสารเคลื่อนท่ีและการปฏิบัติงานจากภายนอกองคกร (mobile computing and teleworking) (๓) การควบคุมอุปกรณคอมพิวเตอรและสื่อสารเคล่ือนท่ี ตองกําหนดขอปฏิบัติ และมาตรการท่ีเหมาะสมเพ่ือปกปองสารสนเทศจากความเส่ียงของการใชอุปกรณคอมพิวเตอร และสอ่ื สารเคล่อื นท่ี 78

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๗ ๒๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา (๔) การปฏิบัติงานจากภายนอกสํานักงาน (teleworking) ตองกําหนดขอปฏิบัติ แผนงาน และข้นั ตอนปฏบิ ัติเพอ่ื ปรับใชส ําหรบั การปฏิบัตงิ านขององคกรจากภายนอกสํานกั งาน ขอ ๑๒ หนว ยงานของรัฐทมี่ รี ะบบสารสนเทศตอ งจัดทาํ ระบบสาํ รอง ตามแนวทางตอ ไปนี้ (๑) ตองพิจารณาคัดเลือกและจัดทําระบบสํารองที่เหมาะสมใหอยูในสภาพพรอมใชงาน ทเ่ี หมาะสม (๒) ตอ งจดั ทาํ แผนเตรยี มความพรอ มกรณฉี ุกเฉนิ ในกรณีท่ีไมสามารถดําเนินการดวยวิธีการ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส เพอ่ื ใหส ามารถใชงานสารสนเทศไดตามปกติอยางตอเน่ือง โดยตองปรับปรุงแผน เตรียมความพรอ มกรณฉี ุกเฉนิ ดงั กลาวใหสามารถปรับใชไดอยางเหมาะสมและสอดคลองกบั การใชงาน ตามภารกิจ (๓) ตองมีการกําหนดหนาท่ีและความรับผิดชอบของบุคลากรซ่ึงดูแลรับผิดชอบระบบ สารสนเทศ ระบบสาํ รอง และการจดั ทําแผนเตรียมพรอมกรณีฉุกเฉินในกรณีที่ไมสามารถดําเนินการ ดวยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส (๔) ตองมีการทดสอบสภาพพรอมใชงานของระบบสารสนเทศ ระบบสํารองและระบบแผน เตรยี มพรอ มกรณีฉกุ เฉนิ อยางสม่าํ เสมอ (๕) สาํ หรบั ความถขี่ องการปฏบิ ัติในแตละขอ ควรมกี ารปฏิบตั ิท่เี พียงพอตอสภาพความเสี่ยง ที่ยอมรบั ไดของแตละหนว ยงาน ขอ ๑๓ หนว ยงานของรัฐตองจัดใหมีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงดานสารสนเทศ โดยตองมีเน้อื หาอยางนอย ดงั นี้ (๑) หนว ยงานของรฐั ตอ งจัดใหมกี ารตรวจสอบและประเมนิ ความเส่ียงดานสารสนเทศที่อาจ เกิดข้นึ กบั ระบบสารสนเทศ (information security audit and assessment) อยางนอยปล ะ ๑ ครง้ั (๒) ในการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงจะตองดําเนินการ โดยผูตรวจสอบภายใน หนวยงานของรัฐ (internal auditor) หรอื โดยผูตรวจสอบอิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก (external auditor) เพือ่ ใหหนว ยงานของรัฐไดท ราบถึงระดบั ความเส่ียงและระดับความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศของหนว ยงาน ขอ ๑๔ หนวยงานของรัฐตองกําหนดความรับผิดชอบท่ีชัดเจน กรณีระบบคอมพิวเตอร หรอื ขอ มลู สารสนเทศเกดิ ความเสยี หาย หรืออันตรายใด ๆ แกองคกรหรือผูหน่ึงผูใด อันเน่ืองมาจาก 79

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๘ ง หนา ๑๓๘ ๒๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา ความบกพรอง ละเลย หรือฝา ฝนการปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภยั ดานสารสนเทศ โดยกาํ หนดใหผ ูบริหารระดับสูง ซ่ึงมีหนาที่ดูแลรับผิดชอบดานสารสนเทศ ของหนวยงานของรัฐเปน ผูรับผิดชอบตอความเสี่ยง ความเสยี หาย หรอื อันตรายทเ่ี กิดข้นึ ขอ ๑๕ หนวยงานของรัฐสามารถเลือกใชขอปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ดานสารสนเทศ ที่ตางไปจากประกาศฉบับนี้ได หากแสดงใหเห็นวา ขอปฏิบัติท่ีเลือกใชมีความ เหมาะสมกวา หรือเทียบเทา ขอ ๑๖ ประกาศน้ใี หใชบ งั คบั ตั้งแตว ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป ประกาศ ณ วันท่ี ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ รอยตรหี ญงิ ระนองรกั ษ สุวรรณฉวี รฐั มนตรวี า การกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร ประธานกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส 80





เลม่ ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๒๑ ง หน้า ๕๒ ๑๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ ง แนวนโยบายและแนวปฏิบตั ิในการรกั ษาความม่ันคงปลอดภัย ดา้ นสารสนเทศของหน่วยงานของรฐั (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ดา้ นสารสนเทศของหน่วยงานของรฐั ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนด หลักเกณฑ์และวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการธุรกรรมทาง อิเลก็ ทรอนิกส์จึงออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศน้เี รียกวา่ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง แนวนโยบาย และแนวปฏบิ ัตใิ นการรักษาความม่นั คงปลอดภัยดา้ นสารสนเทศของหนว่ ยงานของรัฐ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖” ขอ้ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื ง แนวนโยบายและแนวปฏิบัตใิ นการรกั ษาความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๓ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน “ขอ้ ๑๔ หน่วยงานของรฐั ต้องกําหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน กรณีระบบคอมพิวเตอร์หรือ ขอ้ มูลสารสนเทศเกดิ ความเสยี หาย หรืออันตรายใด ๆ แก่องค์กรหรือผู้หน่ึงผู้ใด อันเน่ืองมาจากความบกพร่อง ละเลย หรอื ฝา่ ฝนื การปฏิบตั ิตามแนวนโยบายและแนวปฏิบตั ใิ นการรกั ษาความม่ันคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ทั้งนี้ ใหผ้ ู้บรหิ ารระดับสูงสุดของหนว่ ยงาน (Chief Executive Officer : CEO) เป็นผู้รับผิดชอบต่อความเส่ียง ความเสยี หาย หรอื อันตรายที่เกดิ ข้ึน” ข้อ ๓ ประกาศนีใ้ หใ้ ชบ้ ังคบั ตั้งแต่วนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป ประกาศ ณ วันท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 83

ทป่ี รึกษา อธิบดกี รมการพัฒนาชมุ ชน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองอธิบดกี รมการพฒั นาชุมชน นายทวปี บุตรโพธ์ิ รองอธิบดกี รมการพัฒนาชมุ ชน นายสมหวัง พว่ งบางโพ รองอธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน นายโชคชยั แก้วปอ่ ง คณะผ้จู ดั ท�ำ ผอู้ �ำนวยการศูนยส์ ารสนเทศเพ่อื การพฒั นาชุมชน นายชยั ยา ข�ำสะอาด ผู้อ�ำนวยการกลุ่มงานระบบสารสนเทศชมุ ชน นางกาญจนวรรณ ช่วยม่ันคง ผ้อู �ำนวยการกลมุ่ งานข้อมูลพน้ื ฐานการพฒั นาชนบท นางสาวทิพพรรณ ไชยปู ถมั ภ์ ผ้อู �ำนวยการกลมุ่ งานพัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ นายอดิศร สุทธเิ ลศิ ผู้อ�ำนวยการกลมุ่ งานพัฒนาระบบเครือขา่ ย นายชาคริต ถริ ะสาโรช ผู้อ�ำนวยการกลุ่มงานประสานแผนและข้อมูล นายสรุ ยิ า บุญเรืองยศศิริ นกั วิชาการพฒั นาชุมชนช�ำนาญการ นางสาวปวีณรัตน์ บตุ รวงศ์ นักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ช�ำนาญการ นายยทุ ธชัย เครือแกว้ นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชนช�ำนาญการ นางสาวกัญธชิ า ปัสวาส นกั วิชาการพฒั นาชมุ ชนช�ำนาญการ นายกฤชณัท เพญ็ ภกั ดิ์ นักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ (พนกั งานราชการ) วา่ ที่ ร.ต.ศรายุทธ พทิ ูรสกุล นักวิชาการคอมพวิ เตอร์ (พนักงานราชการ) นายภาคภมู ิ บวั ตูม กลมุ่ งานพฒั นาระบบเครือขา่ ย ผตู้ รวจสอบรปู แบบและเนอ้ื หา




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook