Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore o-net-150201010335-conversion-gate01

o-net-150201010335-conversion-gate01

Published by Maneerattob1104, 2017-08-26 23:35:32

Description: o-net-150201010335-conversion-gate01

Search

Read the Text Version

ชุดท่ี 1 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเตรียมสอบ O-NET กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6ส่วนท่ี 1 แบบปรนยั 4 ตวั เลือก แตล่ ะขอ้ มีคำตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคำตอบเดียว จำนวน 32 ขอ้ (ขอ้ 1-32) ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 32 คะแนนตวั ชี้วดั เขียนและอ่ำนตวั เลขฮินดูอำรบิก ตวั เลขไทย และตวั หนงั สือแสดงจำนวนนบั ศูนย์ เศษส่วน และ ทศนิยมหน่ึงตำแหน่ง (ค 1.1 ป.4/1)1. 521.6 เขียนเป็นคำอ่ำนไดต้ ำมขอ้ ใด 1 หำ้ สองหน่ึงหก 2 หำ้ ร้อยยส่ี ิบหน่ึงกบั หก 3 หำ้ ร้อยสองสิบหน่ึงจุดหก 4 หำ้ ร้อยยส่ี ิบเอด็ จุดหกตวั ชี้วดั เปรียบเทียบและเรียงลำดบั เศษส่วนและทศนิยมไม่เกินสำมตำแหน่ง (ค 1.1 ป.6/2)2. เศษส่วนในขอ้ ใดเรียงลำดบั จำกนอ้ ยไปมำก 1 34, 65 , 32, 38 2 32, 38 , 65, 34 3 83, 23, 43 , 56 4 56, 34, 38, 32ตัวชี้วดั บวก ลบ คูณ หำร และบวก ลบ คูณ หำรระคนของเศษส่วน จำนวนคละ และทศนิยม พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงควำมสมเหตุสมผลของคำตอบ (ค 1.2 ป.6/1)3. 2 13  27 + 53 มีค่ำเท่ำใด 1 1145 2 1145 3 2 67 4 11141

ตัวชี้วดั บอกคำ่ ประมำณใกลเ้ คียงจำนวนเตม็ หลกั ต่ำง ๆ ของจำนวนนบั และนำไปใช้ (ค 1.3 ป.6/1)4. ผลต่ำงของ 563,821 กบั 67,403 มีค่ำประมำณใกลเ้ คียงจำนวนเตม็ หม่ืนอยเู่ ท่ำใด 1 630,000 2 620,000 3 500,000 4 490,000ตวั ชี้วดั บอกค่ำประมำณของทศนิยมไม่เกินสำมตำแหน่ง (ค 1.3 ป.6/2)5. 325  8 = □ เขียนผลหำรเป็นทศนิยมสองตำแหน่งไดต้ ำมขอ้ ใด 1 40.65 2 40.63 3 40.62 4 40.60ตัวชี้วดั ใชส้ มบตั ิกำรสลบั ที่ สมบตั ิกำรเปลี่ยนหม่แู ละสมบตั ิกำรแจกแจงในกำรคิดคำนวณ (ค 1.4 ป.6/1)6. ประโยคใดแสดงควำมสมั พนั ธ์ของสมบตั ิกำรแจกแจงไดถ้ ูกตอ้ ง 1 (25 + 17)  9 = (9 + 25)  (9 + 17) 2 (25  17) + 9 = (25  9) + (17  9) 3 25 + (17 9) = (25 + 17)  (25 + 9) 4 25  (17 + 9) = (25  17) + (25  9)ตวั ชี้วดั หำ ห.ร.ม. และค.ร.น. ของจำนวนนบั (ค 1.4 ป.6/2)7. ผลตำ่ งของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของ 7, 21 และ 42 คือขอ้ ใด 1 84 2 63 3 42 4 21

ตัวชี้วดั บอกควำมสมั พนั ธ์ของหน่วยกำรวดั ควำมยำว น้ำหนกั ปริมำตรหรือควำมจุ และเวลำ (ค 2.1 ป.4/1)8. แกว้ ออกกำลงั กำยวนั ละ 2 ชวั่ โมง ในเวลำ 3 เดือน แกว้ ใชเ้ วลำออกกำลงั กำยเป็นเวลำเท่ำใด 1 7 วนั 5 ชวั่ โมง 2 7 วนั 12 ชว่ั โมง 3 5 วนั 5 ชวั่ โมง 4 5 วนั 12 ชวั่ โมงตวั ชี้วดั บอกเวลำบนหนำ้ ปัดนำฬิกำ อ่ำนและเขียนเวลำโดยใชจ้ ุดและบอกระยะเวลำ (ค 2.1 ป.4/3)9. คุณพอ่ ขบั รถออกจำกบำ้ นเวลำ 6.45 น. ถึงท่ีทำงำนเวลำ 7.25 น. คุณพอ่ ใชเ้ วลำเดินทำงจำกบำ้ น ไปถึงท่ีทำงำนนำนเท่ำใด 1 1 ชวั่ โมง 25 นำที 2 1 ชวั่ โมง 5 นำที 3 40 นำที 4 35 นำทีตวั ชี้วดั หำควำมยำวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม รูปสำมเหล่ียม (ค 2.1 ป.5/2)10. รูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ มีควำมยำวรอบรูป 87 เซนติเมตร ถำ้ ดำ้ นกวำ้ ง ยำว 15.5 เซนติเมตร ดำ้ นยำวยำวกวำ่ ดำ้ นกวำ้ งก่ีเซนติเมตร 1 12.5 เซนติเมตร 2 25 เซนติเมตร 3 28.5 เซนติเมตร 4 56 เซนติเมตรตัวชี้วดั หำพ้ืนท่ีของรูปส่ีเหล่ียมมุมฉำก และรูปสำมเหลี่ยม (ค 2.1 ป.5/3)11. รูปสำมเหลี่ยมมุมฉำกรูปหน่ึง มีดำ้ นประกอบมุมฉำกยำว 24 เซนติเมตร และ 27 เซนติเมตร รูปสำมเหล่ียมน้ีมีพ้นื ท่ีเท่ำไร 1 648 ตำรำงเซนติเมตร 2 324 ตำรำงเซนติเมตร 3 51 ตำรำงเซนติเมตร 4 39 ตำรำงเซนติเมตร

ตัวชี้วดั หำปริมำตรหรือควำมจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก (ค 2.1 ป.5/5)12. ถงั เกบ็ น้ำทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉำกมีควำมยำวดำ้ นละ 4 เมตร สูง 90 เซนติเมตร ถงั เกบ็ น้ำมีควำมจุเท่ำไร 1 144,000 ตำรำงเซนติเมตร 2 36,000 ตำรำงเซนติเมตร 3 360 ตำรำงเมตร 4 14.4 ตำรำงเมตรตัวชี้วดั อธิบำยเส้นทำงหรือบอกตำแหน่งของสิ่งต่ำง ๆ โดยระบุทิศทำงและระยะทำงจริง จำกรูปภำพ แผนที่ และแผนผงั (ค 2.1 ป.6/1) มำตรำส่วน 1 ซม. : 250 ม.13. ป้ ำนงคข์ บั รถจำกบำ้ นมำรับลูกท่ีโรงเรียน แลว้ ไปซ้ือของที่ตลำด จำกน้นั จึงกลบั บำ้ น ป้ ำนงคข์ บั รถ เป็นระยะทำงท้งั หมดเท่ำไร 1 2 กิโลเมตร 375 เมตร 2 3 กิโลเมตร 375 เมตร 3 4 กิโลเมตร 125 เมตร 4 4 กิโลเมตร 750 เมตร

ตัวชี้วดั หำพ้นื ที่ของรูปส่ีเหล่ียม (ค 2.1 ป.6/2)14. รูปส่ีเหล่ียมขนมเปี ยกปนู รูปหน่ึงมีเส้นทแยงมุมยำว 12.4 เซนติเมตร และ 9.6 เซนติเมตร รูปสี่เหลี่ยม- ขนมเปี ยกปนู น้ีมีพ้ืนท่ีเท่ำไร 1 119.04 ตำรำงเซนติเมตร 2 59.52 ตำรำงเซนติเมตร 3 29.76 ตำรำงเซนติเมตร 4 17.56 ตำรำงเซนติเมตรตวั ชี้วดั หำควำมยำวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปวงกลม (ค 2.1 ป.6/3)15. วงกลมท่ีสำมำรถบรรจุในรูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสที่มีควำมยำวรอบรูป 84 เซนติเมตร จะมีพ้ืนท่ีเท่ำไร (กำหนดค่ำ   272 ) 1 66 ตำรำงเซนติเมตร 2 132.4 ตำรำงเซนติเมตร 3 346.5 ตำรำงเซนติเมตร 4 1,386 ตำรำงเซนติเมตรตัวชี้วดั เขียนแผนผงั แสดงตำแหน่งของส่ิงตำ่ ง ๆ และแผนผงั แสดงเส้นทำงกำรเดินทำง (ค 2.2 ป.6/3)16. แนนเขียนรูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ กวำ้ ง 1.8 เซนติเมตร ยำว 4.4 เซนติเมตร แทนสนำมกีฬำที่มีควำมกวำ้ ง 450 เมตร ยำว 1,100 เมตร ลงในแผนผงั แนนใชม้ ำตรำส่วนตำมขอ้ ใดในกำรเขียนแผนผงั น้ี 1 1 : 200 2 1 : 250 3 1 ซม. . 200 ม. 4 1 ซม. : 250 ม.ตัวชี้วดั บอกชนิดของมุม ชื่อมุม ส่วนประกอบของมุม และเขียนสญั ลกั ษณ์ (ค 3.1 ป.4/1)17. จำกภำพ ขอ้ ใดเขียนช่ือมุมโดยใชส้ ัญลกั ษณ์ไดถ้ ูกตอ้ ง 1 มชพ 2 ชมพ 3 พชม 4 มพช

ตัวชี้วดั บอกไดว้ ำ่ รูปเรขำคณิตสองมิติรูปใดเป็นรูปท่ีมีแกนสมมำตร และบอกจำนวนแกนสมมำตร (ค 3.1 ป.4/5)18. รูปเรขำคณิตสองมิติในขอ้ ใดมีแกนสมมำตรมำกท่ีสุด 1 รูปวงกลม 2 รูปวงรี 3 รูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส 4 รูปหกเหลี่ยมตวั ชี้วดั บอกลกั ษณะ ควำมสัมพนั ธ์และจำแนกรูปสี่เหลี่ยมชนิดต่ำง ๆ (ค 3.1 ป.5/2)19. รูปส่ีเหลี่ยมในขอ้ ใดที่มีดำ้ นขนำนกนั สองคู่ มุมแตล่ ะมุมไม่เป็นมุมฉำก1 รูปส่ีเหลี่ยมรูปวำ่ ว รูปสี่เหลี่ยมดำ้ นขนำน2 รูปส่ีเหลี่ยมขนมเปี ยกปูน รูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส3 รูปสี่เหลี่ยมผนื ผำ้ รูปส่ีเหลี่ยมรูปวำ่ ว4 รูปสี่เหลี่ยมดำ้ นขนำน รูปส่ีเหลี่ยมขนมเปี ยกปนูตวั ชี้วดั บอกลกั ษณะ ส่วนประกอบ ควำมสมั พนั ธ์ และจำแนกรูปสำมเหล่ียมชนิดตำ่ ง ๆ (ค 3.1 ป.5/3)20. ม พ กำหนดให้ มร เป็นฐำน รจำกภำพ มุมยอด คือขอ้ ใด 1 พมร 2 พรม 3 มพร 4 รมพตวั ชี้วดั บอกชนิดของรูปเรขำคณิตสองมิติท่ีเป็ นส่วนประกอบของรูปเรขำคณิตสำมมิติ (ค 3.1 ป.6/1)21. รูปวงกลม เป็นส่วนประกอบของรูปเรขำคณิตสำมมิติใด 1 ทรงกลม 2 พีระมิด 3 กรวย 4 ปริซึม

ตวั ชี้วดั บอกสมบตั ิของเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมชนิดตำ่ ง ๆ (ค 3.1 ป.6/2)22. รูปส่ีเหล่ียม STAR มีเส้นทแยงมุมแบ่งคร่ึงซ่ึงกนั และกนั และตดั กนั เป็นมุมฉำก รูปส่ีเหลี่ยม STAR คือรูปส่ีเหลี่ยมในขอ้ ใด 1 รูปสี่เหลี่ยมขนมเปี ยกปูน 2 รูปสี่เหล่ียมดำ้ นขนำน 3 รูปส่ีเหล่ียมผนื ผำ้ 4 รูปส่ีเหล่ียมรูปวำ่ วตัวชี้วดั บอกไดว้ ำ่ เส้นตรงคู่ใดขนำนกนั (ค 3.1 ป.6/3)23. จำกรูป เหตุผลในขอ้ ใดท่ีทำใหส้ รุปวำ่ รส // มอ 1 3 +2 = 180๐ 2 2 +5 = 180๐ 3 5 + 6 = 180๐ 4 8 +2 = 180๐ตวั ชี้วดั สร้ำงรูปสี่เหลี่ยมมุมฉำก รูปสำมเหล่ียม และรูปวงกลม (ค 3.2 ป.5/2)24. เก่งกลำ้ ตอ้ งกำรสร้ำงรูปวงกลมที่มีเส้นผำ่ นศนู ยก์ ลำงยำว 7.4 เซนติเมตร โดยใชว้ งเวยี น เขำตอ้ งปฏิบตั ิ ตำมขอ้ ใด จึงจะไดร้ ูปวงกลมตำมท่ีตอ้ งกำร 1 กำงวงเวยี นใหม้ ีระยะ 14.8 เซนติเมตร แลว้ เขียนรูปวงกลม 2 กำงวงเวยี นใหม้ ีระยะ 10.5 เซนติเมตร แลว้ เขียนรูปวงกลม 3 กำงวงเวยี นใหม้ ีระยะ 7.4 เซนติเมตร แลว้ เขียนรูปวงกลม 4 กำงวงเวยี นใหม้ ีระยะ 3.7 เซนติเมตร แลว้ เขียนรูปวงกลม

ตัวชี้วดั ประดิษฐท์ รงส่ีเหล่ียมมุมฉำก ทรงกระบอก กรวย ปริซึม และพรี ะมิด จำกรูปคล่ีหรือ รูปเรขำคณิตสองมิติที่กำหนดให้ (ค 3.2 ป.6/1)25. รูปเรขำคณิตสองมิติในขอ้ ใดท่ีสำมำรถนำมำประดิษฐ์เป็ นพีระมิดฐำนหำ้ เหลี่ยมได้ 12 34ตวั ชี้วดั บอกรูปและควำมสมั พนั ธ์ในแบบรูปของรูปท่ีกำหนดให้ (ค 4.1 ป.4/2)26. จำกแบบรูปที่กำหนดให้ รูปในลำดบั ตอ่ ไปอีก 2 รูป คือรูปในขอ้ ใด ตำมลำดบั 12 34ตัวชี้วดั บอกจำนวนและควำมสัมพนั ธ์ในแบบรูปของจำนวนที่กำหนดให้ (ค 4.1 ป.5/1)27.83 90 99 110 123 จำกแบบรูปที่กำหนดให้ จำนวนที่อยลู่ ำดบั ถดั ไปอีก 2 จำนวนตำมลำดบั คือจำนวนในขอ้ ใด 1 134, 149 2 138, 155 3 136, 149 4 138, 153

ตัวชี้วดั เขียนสมกำรจำกสถำนกำรณ์หรือปัญหำ และแกส้ มกำรพร้อมท้งั ตรวจคำตอบ (ค 4.2 ป.6/1)28.ร้ำนคำ้ ซ้ือผงซกั ฟอกรำคำกล่องละ 95 บำท จำนวน A กลอ่ ง รวมเป็นเงิน 2,660 บำท ร้ำนคำ้ ซ้ือผงซกั ฟอกท้งั หมดก่ีกล่อง จำกโจทยป์ ัญหำควรหำคำตอบดว้ ยวธิ ีใดจึงจะเหมำะสมที่สุด 1 นำ 2,660 คูณจำนวนท้งั สองขำ้ งของเคร่ืองหมำยเท่ำกบั ของสมกำร 2 นำ 2,660 หำรจำนวนท้งั สองขำ้ งของเครื่องหมำยเท่ำกบั ของสมกำร 3 นำ 95 คูณจำนวนท้งั สองขำ้ งของเครื่องหมำยเทำ่ กบั ของสมกำร 4 นำ 95 หำรจำนวนท้งั สองขำ้ งของเคร่ืองหมำยเท่ำกบั ของสมกำรตวั ชี้วดั เขียนแผนภูมิรูปภำพและแผนภูมิแทง่ (ค 5.1 ป.4/3)29.ก๊ิบสำรวจน้ำหนกั ของเพื่อน 3 คน ดงั น้ี เพอื่ น อ๋มุ หนิง ปอ น้ำหนกั (กิโลกรัม) 35 40 25 กิ๊บนำขอ้ มูลท่ีสำรวจมำนำเสนอดว้ ยแผนภมู ิแท่ง ขอ้ ใดถูกตอ้ ง1 น้ำหนกั ของเพือ่ น 3 คน 2 น้ำหนกั ของเพื่อน 3 คน3 น้ำหนกั ของเพอ่ื น 3 คน 4 น้ำหนกั ของเพื่อน 3 คน

ตัวชี้วดั เขียนแผนภูมิแท่งท่ีมีกำรยน่ ระยะของเส้นแสดงจำนวน (ค 5.1 ป.5/1)30. กำรเขียนแผนภูมิแท่งท่ีมีกำรยน่ ระยะของเส้นแสดงจำนวน เหมำะกบั ขอ้ มูลที่มีลกั ษณะตำมขอ้ ใด 1 ขอ้ มูลมีปริมำณมำก 2 ขอ้ มูลมีปริมำณนอ้ ย 3 ขอ้ มลู มีจำนวนหลำยชุด 4 ขอ้ มูลมีควำมแตกต่ำงกนั มำกตัวชี้วดั เขียนแผนภมู ิแท่งเปรียบเทียบและกรำฟเส้น (ค 5.1 ป.6/2)31.ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั กำรในกำรเขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ 1 รูปส่ีเหลี่ยมที่แสดงขอ้ มลู แต่ละรำยกำรตอ้ งมีควำมกวำ้ งเท่ำกนั 2 เขียนตวั เลขกำกบั ไวท้ ี่ส่วนปลำยสุดของรูปส่ีเหลี่ยมแตล่ ะรูป 3 ระบำยสีรูปสี่เหลี่ยมท่ีแสดงขอ้ มลู ชุดเดียวกนั ดว้ ยสีเดียวกนั 4 เขียนช่ือแผนภมู ิกำกบั ไวท้ ่ีดำ้ นล่ำงสุดของแผนภมู ิตัวชี้วดั อธิบำยเหตุกำรณ์โดยใชค้ ำที่มีควำมหมำยเช่นเดียวกบั คำวำ่ (ค 5.2 ป.6/1) เกิดข้ึนอยำ่ งแน่นอน อำจจะเกิดข้ึนหรือไม่กไ็ ด้ ไมเ่ กิดข้ึนอยำ่ งแน่นอน32. ในถุงใบหน่ึงมีผำ้ เช็ดหนำ้ สีขำว 3 ผนื สีชมพู 5 ผนื และสีฟ้ ำ 1 ผนื ลินดำสุ่มหยบิ ผำ้ เช็ดหนำ้ 1 ผนื โดยไม่มอง ขอ้ ใดกล่ำวถูกตอ้ ง 1 เหตุกำรณ์ท่ีจะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีขำว เป็นเหตุกำรณ์ที่เกิดข้ึนอยำ่ งแน่นอน 2 เหตุกำรณ์ที่จะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีชมพู เป็นเหตุกำรณ์ท่ีอำจจะเกิดข้ึนหรือไมก่ ็ได้ 3 เหตุกำรณ์ที่จะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีฟ้ ำ เป็นเหตุกำรณ์ท่ีไมเ่ กิดข้ึนอยำ่ งแน่นอน 4 เหตุกำรณ์ท่ีจะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีแดง เป็ นเหตุกำรณ์ท่ีอำจจะเกิดข้ึนหรือไม่ก็ได้

ส่วนที่ 2 แบบระบำยตวั เลข จำนวน 9 ขอ้ (ขอ้ 33-41) ขอ้ ละ 2 คะแนน รวม 18 คะแนนตัวชี้วดั วเิ ครำะห์และแสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทยป์ ัญหำและโจทยป์ ัญหำระคนของจำนวนนบั เศษส่วน จำนวนคละ ทศนิยม และร้อยละ พร้อมท้งั ตระหนกั ถึงควำมสมเหตุสมผลของคำตอบ และสร้ำง โจทยป์ ัญหำเก่ียวกบั จำนวนนบั ได้ (ค 1.2 ป.6/2)33. แม่คำ้ ซ้ือแตงโม 150 ผล รำคำ 3,600 บำท แลว้ นำไปขำยผลละ 30 บำท เม่ือขำยหมดแม่คำ้ ไดก้ ำไร ก่ีเปอร์เซ็นต์ตวั ชี้วดั แกป้ ัญหำเก่ียวกบั กำรวดั ควำมยำว กำรชงั่ กำรตวง เงิน และเวลำ (ค 2.2 ป.4/1)34. พอ่ คำ้ มีทุเรียนทอด 124 กิโลกรัม นำมำแบ่งใส่ถุง ถุงละ 0.8 กิโลกรัม แลว้ นำไปขำยถุงละ 45 บำท ถำ้ ขำยหมดพอ่ คำ้ จะไดเ้ งินก่ีบำทตัวชี้วดั แกป้ ัญหำเกี่ยวกบั พ้ืนที่ ควำมยำวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉำกและรูปสำมเหล่ียม (ค 2.2 ป.5/1)35. กระดำษรูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ กวำ้ ง 1.75 เมตร ยำว 2.50 เมตร นำมำตดั เป็นรูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสซ่ึงมีพ้นื ท่ี 1,750 ตำรำงเซนติเมตร จะไดร้ ูปสี่เหล่ียมจตั ุรัสกี่รูปตวั ชี้วดั แกป้ ัญหำเก่ียวกบั พ้ืนท่ี ควำมยำวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียมและรูปวงกลม (ค 2.2 ป.6/1)36. ลุงเพมิ่ ตอ้ งกำรทำทำงเดินรอบที่ดินรูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส โดยวดั จำกขอบที่ดินเขำ้ ไปดำ้ นละ 1 เมตร ถำ้ ที่ดิน มีควำมยำวดำ้ นละ 17 เมตร ทำงเดินมีพ้นื ท่ีก่ีตำรำงเมตรตวั ชี้วดั แกป้ ัญหำเก่ียวกบั ปริมำตรและควำมจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก (ค 2.2 ป.6/2)37. สระน้ำทรงส่ีเหล่ียมมุมฉำก กวำ้ ง 18 เมตร ยำว 23 เมตร ลึก 5.5 เมตร มีน้ำอยู่ 32 ของสระน้ำ น้ำในสระ มีปริมำตรก่ีลูกบำศกเ์ มตรตวั ชี้วดั แกป้ ัญหำเก่ียวกบั แบบรูป (ค 4.1 ป.6/1)38. โตะ๊ อำหำรแต่ละตวั จดั ท่ีนงั่ ได้ 8 ที่นง่ั เม่ือนำโตะ๊ 2 ตวั มำต่อกนั จะจดั ที่นงั่ ไดด้ งั รูป ถำ้ นำโตะ๊ มำต่อกนั8 ตวั จะจดั ท่ีนงั่ ไดก้ ี่ที่นงั่ตวั ชี้วดั อ่ำนขอ้ มูลจำกแผนภูมิรูปภำพ แผนภมู ิแท่งและตำรำง (ค 5.1 ป.4/2)

39. สินค้าทลี่ ดราคาของร้านขายเคร่ืองใช้ไฟฟ้ า สินค้า ราคาปกติ (บาท) ราคาลดแล้ว (บาท)ตเู้ ยน็ 8,490 7,990เตำรีดไอน้ำ 1,790 1,190โทรทศั น์สี 9,990 7,990พดั ลม 1,398 898จำกตำรำง ถำ้ รุ่งซ้ือตูเ้ ยน็ และโทรทศั นส์ ี รุ่งจ่ำยเงินนอ้ ยลงกี่บำทตัวชี้วดั อ่ำนขอ้ มูลจำกแผนภมู ิแทง่ เปรียบเทียบ (ค 5.1 ป.5/2)40. ปริมำณกำรส่งออกถวั่ เหลืองและพริกแหง้ ของไทยในเดือนตุลำคมถึงเดือนธนั วำคม พ.ศ. 2555เดือนตุลำคมและเดือนธนั วำคมส่งออกถว่ั เหลืองต่ำงกนั เท่ำไร

ตวั ชี้วดั อ่ำนขอ้ มูลจำกกรำฟเส้น และแผนภมู ิรูปวงกลม (ค 5.1 ป.6/1)41. อำหำรไทยท่ีนกั ท่องเที่ยวชอบรับประทำน ถำ้ มีนกั ท่องเท่ียว 120 คน มีนกั ทอ่ งเที่ยวท่ีชอบรับประทำนผดั ไทยก่ีคน

วธิ ีการตอบ ใหใ้ ชป้ ำกกำหรือดินสอเขียนตวั เลขท่ีเป็ นคำตอบลงในช่องวำ่ ง ใหต้ รงกบั หลกั เลข ใหค้ รบท้งั สี่หลกั ระบำยตวั เลขในวงกลมใหค้ รบทุกหลกั เช่น คำตอบคือ 250 ตอ้ งระบำย 0250 33 34 35 36 37 38 39 40 41

ชุดท่ี 1 เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเตรียมสอบ O-NET กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6ส่วนที่ 11. เฉลย 4 แนวคิด กำรอ่ำนทศนิยม 1) อ่ำนตวั เลขหนำ้ จุดทศนิยมแบบเดียวกบั กำรอ่ำนจำนวนนบั 2) อ่ำนตวั เลขหลงั จุดทศนิยมแบบเรียงตวั 521.6 อ่ำนวำ่ หำ้ ร้อยยส่ี ิบเอด็ จุดหก2. เฉลย 3 แนวคิด ทำเศษส่วนใหม้ ีตวั ส่วนเท่ำกนั โดยหำ ค.ร.น. ของตวั ส่วนทุกจำนวน ค.ร.น. ของ 3, 4, 6, 8 เท่ำกบั 24 ทำเศษส่วนท่ีกำหนด ใหม้ ีตวั ส่วนเป็น 24 38 = 38  33 = 294  23 = 23  88 = 2146  43 = 34  66 = 1248  56 = 56  44 = 2204  เรียงลำดบั จำกนอ้ ยไปมำกได้ 38 , 32 , 43 , 563. เฉลย 1 2 13  27 + 53 = 73  27 + 53แนวคิด = 32 + 35 1119501+5 9 = = = 1145

4. เฉลย 3แนวคดิ 563,821 – 67,403 = 496,418 496,418 อยรู่ ะหวำ่ ง 500,000 และ 490,000 496,418 มีค่ำใกลเ้ คียง 500,000 มำกกวำ่ 490,000 ดงั น้นั ค่ำประมำณใกลเ้ คียงจำนวนเตม็ หม่ืนของ 496,418 คือ 500,0005. เฉลย 2แนวคดิ 325  8 = 40.625 40.625 เป็นทศนิยมที่อยกู่ ่ึงกลำงระหวำ่ ง 40.63 และ 40.62 ใหป้ ระมำณค่ำใกลเ้ คียงทศนิยมสองตำแหน่งที่มำกกวำ่ ดงั น้นั คำ่ ประมำณใกลเ้ คียงทศนิยมสองตำแหน่งของ 40.625 คือ 40.636. เฉลย 4แนวคิด กำรคูณจำนวนที่หน่ึงกบั ผลบวกของจำนวนที่สองและจำนวนที่สำม จะไดผ้ ลลพั ธ์เทำ่ กบั ผลคูณของจำนวนที่หน่ึงกบั จำนวนที่สอง บวกกบั ผลคูณของจำนวนท่ีหน่ึงกบั จำนวนที่สำม เรียกสมบตั ิน้ีวำ่ สมบตั ิกำรแจกแจง 25  (17 + 9) = 25  26 (25  17) + (25  9) = 425 + 225 = 650 = 650 ดงั น้นั 25  (17 + 9) = (25  17) + (25  9)7. เฉลย 3แนวคิด ห.ร.ม. ของ 7, 21 และ 42 คือ 21 ค.ร.น. ของ 7, 21 และ 42 คือ 63 63 – 21 = 428. เฉลย 2แนวคดิ ควำมสมั พนั ธ์ของหน่วยเวลำ 1 เดือน เท่ำกบั 30 วนั 3 เดือน เทำ่ กบั 3 30 = 90 วนั ดงั น้นั ออกกำลงั กำยใชเ้ วลำ 90  2 = 180 ชว่ั โมง 24 ชว่ั โมง เท่ำกบั 1 วนั 180 ชวั่ โมง เทำ่ กบั 180  24 = 7 วนั 12 ชว่ั โมง ดงั น้นั แกว้ ใชเ้ วลำออกกำลงั กำยเป็นเวลำ 7 วนั 12 ชวั่ โมง

9. เฉลย 3แนวคดิ 6.45 น. 15 นำที 7.00 น. 25 นำที 7.25 น. รวมเป็ นเวลำ 40 นำที10. เฉลย 1แนวคิด รูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ มีดำ้ นท่ีอยตู่ รงขำ้ มยำวเทำ่ กนั ดำ้ นที่ยำวกวำ่ เรียกวำ่ ดำ้ นยำว ดำ้ นท่ีส้ันกวำ่ เรียกวำ่ ดำ้ นกวำ้ ง ดำ้ นกวำ้ งยำวดำ้ นละ 15.5 เซนติเมตร ดำ้ นกวำ้ ง 2 ดำ้ นยำว 15.5 + 15.5 = 31 เซนติเมตร ดำ้ นยำว 2 ดำ้ นยำว 87 – 31 = 56 เซนติเมตร ดำ้ นยำว ยำวดำ้ นละ 56  2 = 28 เซนติเมตร ดงั น้นั ดำ้ นยำว ยำวกวำ่ ดำ้ นกวำ้ ง 28 – 15.5 = 12.5 เซนติเมตร11. เฉลย 2 1 2แนวคิด พ้นื ท่ีรูปสำมเหลี่ยม =  24  27 ตำรำงเซนติเมตร = 324 ตำรำงเซนติเมตร12. เฉลย 4แนวคดิ  ทำหน่วยใหเ้ ป็นเมตร ถงั เก็บน้ำสูง 0.90 เมตร ถงั เก็บน้ำมีควำมจุ 4  4  0.90 = 14.4 ตำรำงเมตร  ทำหน่วยใหเ้ ป็นเซนติเมตร ถงั เกบ็ น้ำมีควำมยำวดำ้ นละ 400 เซนติเมตร ถงั เก็บน้ำมีควำมจุ 400  400  90 = 14,400,000 ตำรำงเซนติเมตร13. เฉลย 4แนวคิด ระยะทำงจำกบำ้ นถึงโรงเรียน 6.5  250 = 1,625 เมตร ระยะทำงจำกโรงเรียนถึงตลำด 9.5  250 = 2,375 เมตร ระยะทำงจำกตลำดถึงบำ้ น 3  250 = 750 เมตร รวมเป็ นระยะทำง 1,625 + 2,375 + 750 = 4,750 เมตร หรือ 4 กิโลเมตร 750 เมตร14. เฉลย 2แนวคิด หำพ้นื ที่ของรูปส่ีเหล่ียมโดยใชส้ มบตั ิของเส้นทแยงมุมสองเส้นตดั กนั พ้ืนที่รูปส่ีเหล่ียมขนมเปี ยกปูน = 12  6.2  9.6 + 21  6.2  9.6 ตำรำงเซนติเมตร = 29.76 + 29.76 ตำรำงเซนติเมตร = 59.52 ตำรำงเซนติเมตร

15.เฉลย 3 แนวคิด รูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสยำวดำ้ นละ 84  4 = 21 เซนติเมตร 21ซม. 21ซม. รัศมีของรูปวงกลม 21  2 = 10.5 เซนติเมตร พ้ืนท่ีของรูปวงกลม  272  10.5  10.5 ตำรำงเซนติเมตร  346.5 ตำรำงเซนติเมตร16.เฉลย 4 แนวคิด มำตรำส่วน 1 ซม. : 250 ม. หมำยควำมวำ่ ควำมยำวในรูป 1 เซนติเมตร แทนควำมยำวจริง 250 เมตร ควำมกวำ้ ง 1.8 เซนติเมตร แทนควำมยำวจริง 1.8  250 = 450 เมตร ควำมยำว 4.4 เซนติเมตร แทนควำมยำวจริง 4.4  250 = 1,100 เมตร หรือ ควำมกวำ้ งจริง 450 เมตร แทนควำมกวำ้ งในรูป 450  250 = 1.8 เซนติเมตร ควำมยำวจริง 1,100 เมตร แทนควำมกวำ้ งในรูป 1,100  250 = 4.4 เซนติเมตร17.เฉลย 2 แนวคิด มุม ชมพ เขียนแทนดว้ ย ชม∧พ หรือ มุม พมช เขียนแทนดว้ ย พม∧ช18.เฉลย 1 แนวคดิ รูปวงรี มีแกนสมมำตร 2 แกน รูปวงกลม มีแกนสมมำตร หลำยแกน รูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส มีแกนสมมำตร 4 แกน รูปหกเหลี่ยม มีแกนสมมำตร 6 แกน19.เฉลย 4 แนวคิด  รูปสี่เหลี่ยมดำ้ นขนำน มุมแตล่ ะมุมไมเ่ ป็นมุมฉำก ดำ้ นตรงขำ้ มยำวเทำ่ กนั มีดำ้ นขนำนกนั สองคู่  รูปสี่เหล่ียมขนมเปี ยกปนู มุมแตล่ ะมุมไม่เป็นมุมฉำก ดำ้ นท้งั สี่ดำ้ นยำวเท่ำกนั มีดำ้ นขนำนกนั สองคู่

20. เฉลย 3 แนวคิด มุมยอดคือมุมท่ีอยตู่ รงขำ้ มกบั ฐำน จำกรูป มร เป็นฐำน มุมท่ีอยตู่ รงขำ้ มกบั ฐำน (มร) คือ มพ∧ร21. เฉลย 3 แนวคิด กรวย มีฐำนเป็ นรูปวงกลม มียอดแหลมซ่ึงไมอ่ ยบู่ นระนำบเดียวกนั กบั ฐำน22. เฉลย 1 แนวคิด สมบตั ิของเส้นทแยงมุมของรูปส่ีเหล่ียมขนมเปี ยกปนู  เส้นทแยงมุมแต่ละเส้นแบ่งรูปสี่เหล่ียมเป็นรูปสำมเหล่ียมสองรูป  เส้นทแยงมุมแบง่ คร่ึงซ่ึงกนั และกนั  เส้นทแยงมุมตดั กนั เป็นมุมฉำก23. เฉลย 2 แนวคดิ พจิ ำรณำเส้นขนำนโดยอำศยั ผลบวกของมุมภำยในท่ีอยบู่ นขำ้ งเดียวกนั ของเส้นตดั เป็ น 180 องศำ โดย เส้นตรงเส้นหน่ึงตดั เส้นตรงคู่หน่ึง แลว้ ทำใหม้ ุมภำยในท่ีอยบู่ นขำ้ งเดียวกนั ของเส้นตดั รวมกนั เทำ่ กบั 180 องศำ เส้นตรงคู่น้นั จะขนำนกนั รส // มอ มี ยล เป็นเส้นตดั 2 และ 5, 3 และ 8 เป็นมุมภำยในที่อยบู่ นขำ้ งเดียวกนั ของเส้นตดั 2 + 5 = 180๐ 3 + 8 = 180๐

24. เฉลย 4 แนวคิด กำรสร้ำงรูปวงกลม โดยใชว้ งเวยี น กำงวงเวยี นใหม้ ีระยะเท่ำกบั ควำมยำวรัศมีของรูปวงกลม แลว้ เขียนรูปวงกลม ควำมยำวรัศมี = เส้นผำ่ นศูนยก์ ลำง  2 7.4  2 = 3.7 รัศมี เท่ำกบั 3.7 เซนติเมตร25. เฉลย 3 แนวคิด พีระมิดฐำนหำ้ เหล่ียม มีฐำนเป็นรูปหำ้ เหล่ียม มีหนำ้ ขำ้ งเป็ นรูปสำมเหล่ียม26. เฉลย 1แนวคิด รูป เรียงตำมลำดบั ดงั น้นั รูปตอ่ ไปคือ และ27. เฉลย 2แนวคิด +7 +9 +11 +13 83 90 99 110 123 แบบรูปมีควำมสัมพนั ธ์ของจำนวนแบบเพ่ิมข้ึนทีละ 7, 9, 11, 13, ... ดงั น้นั 123 + 15 = 138 138 + 17 = 15528. เฉลย 4แนวคิด ร้ำนคำ้ ซ้ือผงซกั ฟอกรำคำกล่องละ 95 บำท จำนวน A กล่อง รวมเป็ นเงิน 2,660 บำท เขียนเป็นสมกำรได้ A  95 = 2,660 บำท นำ 9 หำรจำนวนท้งั สองขำ้ งของเครื่องหมำยเท่ำกบั ของสมกำร A 9595 = 2,660 95 A = 28

29. เฉลย 3 แนวคิด กำรแบง่ เส้นตำมแนวต้งั ซ่ึงเป็ นเส้นแสดงจำนวนตอ้ งแบ่งออกเป็นช่วง ๆ ช่วงละเทำ่ ๆ กนั เร่ิมจำก 0 ใหเ้ กินจำนวนสูงสุด ดงั น้นั จำกแผนภูมิแทง่ เส้นแสดงจำนวนแบง่ เป็นช่วงละ 5 เร่ิมจำก 0 ถึง 4530. เฉลย 1 แนวคิด กำรยน่ ระยะของเส้นแสดงจำนวน เหมำะกบั ขอ้ มลู ท่ีแตล่ ะรำยกำรมีปริมำณมำก หรือมีปริมำณใกลเ้ คียงกนั31. เฉลย 4 แนวคิด กำรเขียนชื่อแผนภมู ิ เพ่ือให้รู้วำ่ เป็นแผนภมู ิที่นำเสนอขอ้ มูลเก่ียวกบั อะไร ตอ้ งเขียนไวด้ ำ้ นบน ของแผนภมู ิเสมอ32. เฉลย 2 แนวคิด ลินดำสุ่มหยบิ ผำ้ เช็ดหนำ้ 1 ผืน โดยไมม่ อง เหตุกำรณ์ที่จะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีขำวหรือสีชมพู หรือสีฟ้ ำ เป็นเหตุกำรณ์ท่ีอำจจะเกิดข้ึน หรือไม่ก็ได้ เพรำะในถุงมีผำ้ เช็ดหนำ้ สีขำว 3 ผนื สีชมพู 5 ผนื และสีฟ้ ำ 1 ผนื เหตุกำรณ์ท่ีจะหยบิ ไดผ้ ำ้ เช็ดหนำ้ สีแดง เป็ นเหตุกำรณ์ท่ีไมเ่ กิดข้ึนอยำ่ งแน่นอน เพรำะในถุง มีผำ้ เช็ดหนำ้ สีขำว 3 ผนื สีชมพู 5 ผนื และสีฟ้ ำ 1 ผนื เท่ำน้นัส่วนท่ี 233. เฉลย 25% แนวคิด ขำยแตงโมไดเ้ งิน 150  30 = 4,500 บำท ขำยแตงโมไดก้ ำไร 4,500 – 3,600 = 900 บำท ดขำงั ยนแ้นั ตขงโำมยแไตดงก้ โำมไรไดก้ ำไ3ร9,6020050เปอ1ร0์เ0ซ็น=ต์25 บำท34. เฉลย 6,975 บำท แนวคิด (124  0.8)  45 = 155  45 = 6,975 บำท ดงั น้นั ถำ้ ขำยหมดพอ่ คำ้ จะไดเ้ งิน 6,975 บำท35. เฉลย 25 รูป แนวคดิ 1.75 เมตร เท่ำกบั 175 เซนติเมตร 2.50 เมตร เทำ่ กบั 250 เซนติเมตร พ้ืนที่รูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ = 175  250 ตำรำงเซนติเมตร = 43,750 ตำรำงเซนติเมตร จะไดร้ ูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส 43,750  1,750 = 25 รูป

36. เฉลย 64 ตำรำงเมตร แนวคิด พ้นื ที่ท้งั หมด = 17 17 ตำรำงเมตร = 289 ตำรำงเมตร พ้ืนท่ีหลงั ทำทำงเดิน = 15  15 ตำรำงเมตร = 225 ตำรำงเมตร พ้ืนที่ทำงเดิน = 289 – 225 = 64 ตำรำงเมตร37. เฉลย 1,518 ลูกบำศกเ์ มตร แนวคิด ควำมจุของสระน้ำทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉำก = 18  23  5.5 ลูกบำศกเ์ มตร = 2,277 ลูกบำศกเ์ มตร มีน้ำอยใู่ นสระ 2,277  32 =1,518 ลูกบำศกเ์ มตร38. เฉลย 50 ที่นงั่ แนวคดิ โตะ๊ 1 ตวั จดั ท่ีนง่ั ได้ 8 ที่นงั่ = (1  6) + 2 = 8 โตะ๊ 2 ตวั จดั ที่นงั่ ได้ 14 ที่นงั่ = (2  6) + 2 = 14 โตะ๊ 3 ต... วั จดั ที่นงั่ ได้ ... ที่นง่ั = (3  6) + 2 = 20 โตะ๊ 8 ตวั จดั ที่นงั่ ได้ ... ท่ีนงั่ = (8 6) + 2 = 50 ดงั น้นั โตะ๊ 8 ตวั ต่อกนั จะจดั ที่นง่ั ได้ 50 ที่นง่ั39. เฉลย 2,500 บำท แนวคิด ตเู้ ยน็ 8,490 – 7,990 = 500 โทรทศั นส์ ี 9,990 – 7, 990 = 2,000 รุ่งจ่ำยเงินนอ้ ยลง 500 + 2,000 = 2,50040. เฉลย 3,704 กิโลกรัม แนวคดิ 123,800 – 120,096 = 3,70441. เฉลย 42 คน แนวคดิ 13050  120 = 42 0


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook