แผนการจัดการเรยี นรู้แบบฐานสมรรถนะและบรู ณาการตาม ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รหสั 20105–2117 วิชา งานบริการอิเลก็ ทรอนิกส์ หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชา อุตสาหกรรม จดั ทาโดย นางสาวรตั นภรณ์ อตุ มา แผนกวชิ า อเิ ลก็ ทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
คานา แผนการสอนวิชา “งานบริการอิเล็กทรอนิกส์” รหัสวิชา 20105-2117 เรียบเรียงข้ึนตาม หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2556 ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เน้ือหาภายใน ประกอบด้วย การจัดการศูนย์บริการเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซ่อมเพาเวอร์ ซัพพลาย เครื่องเสียง เคร่ืองรับโทรทศั น์ เครอ่ื งสง่ รโี มต คอนโทรล โทรศัพทท์ ีใ่ ชใ้ นบา้ น อปุ กรณ์เครอื่ งใช้ไฟฟ้า และวิทยุ สือ่ สาร ใบปฏิบตั งิ านและใบงาน เปน็ ตน้ สาหรับเอกสารประกอบการสอนรายวิชาน้ี ผู้เรียบเรียงได้ทุ่มเทกาลังกาย กาลังใจและเวลาใน การศึกษาค้นคว้า รวบราม ปรับปรุงเน้ือหาให้เป็นปัจจุบันเพ่ือให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยมี ความมุ่งหวังที่จะให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนการสอน และเป็นแนวทางสาหรับผทู้ ี่เริ่มจะศึกษา หรือผู้ที่ ต้องการขอ้ มูลเพิม่ เตมิ เพื่อการแก้ไขปญั หาทเี่ กดิ ขึน้ ระหวา่ งการใช้งานทางดา้ นคอมพวิ เตอร์ ท้ายท่ีสุดนี้ ผู้เรียบเรียงขอขอบคุณผู้ท่ีสร้างแหล่งความรู้ และผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วน สาคัญทท่ี าให้เอกสารรายวชิ า งานบริการอเิ ล็กทรอนิกส์ เลม่ นเี้ สร็จสมบรณู เ์ ป็นท่เี รยี บรอ้ ย และหากผูท้ ่ีศึกษา พบข้อบกพร่องหรือมขี อ้ เสนอแนะประการใด ขอได้โปรดแจ้งผู้เรยี บเรียงทราบดว้ ย จกั ขอบคณุ ยิง่ รัตนภรณ์ อตุ มา
บันทึกการขออนมุ ัตกิ ารใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ ภาคเรยี นท่ี 1 / 2564 รหัสวิชา 20105–2117 วิชา งานบริการอิเล็กทรอนกิ ส์ หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช พ.ศ.2562 ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม ขออนุมตั ิการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ลงชื่อ.............................................................ครูผสู้ อน ( นางสาวรัตนภรณ์ อตุ มา ) ความเหน็ หัวหน้าแผนกวิชา ..................................................................................................................................... ............................... ลงชอ่ื ............................................................หน.แผนกฯ ( นายสิทธศิ ักด์ิ ในทอง ) ความเหน็ ของหวั หน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรยี นการสอน ............................................................................................................................. .......................................... ลงชื่อ.............................................................หน. งานฯ ( นายธนวิน สายนาค ) ความเหน็ ของรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ เหน็ ควรพจิ ารณาอนุมตั ิ ใหใ้ ช้ประกอบการเรียนการสอนได้ ลงช่อื ................................................. รองผอู้ านวยการ ( นายชาตรี สารบี ุตร ) รองผูอ้ านวยการฝ่ายวชิ าการ ความเหน็ ของผู้อานวยการ อนมุ ตั ิ ไม่อนมุ ัติ เพราะ................................................................................................................................ ลงชือ่ ................................................ ( นายลาปาง พนั ธ์เพชร ) ผู้อานวยการวทิ ยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ
โครงการสอน รหสั วิชา 20105–2117 ช่ือวชิ า งานบริการอเิ ลก็ ทรอนิกส์ จานวนหน่วยกิต(ท-ป-น) 1-3-2 จานวนชวั่ โมงสอน/สัปดาห์ 4 ช่ัวโมง ระดับชน้ั () ปวช. () ปวส. ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 กลมุ่ ท่ีเรยี น ชอ.11 จดั ทาโดย นางสาวรัตนภรณ์ อุตมา แผนกวชิ า ช่างอเิ ล็กทรอนกิ ส์ วิทยาลยั การอาชพี ขุนหาญ อาชวี ศกึ ษาจงั หวัดศรสี ะเกษ สานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
โครงการสอน รหัสวชิ า 20105-2117 ชื่อวิชา งานบริการอิเลก็ ทรอนิกส์ (ท-ป-น) 1-3-2 จานวนช่วั โมงท่ีสอน/สัปดาห์ 4 ชว่ั โมง ระดับช้ัน ( ) ปวช. ( ) ปวส. กลุ่ม ชอ.11 จานวนนักเรยี น/นักศึกษาที่สอน 29 คน ****************************************************** จดุ ประสงคร์ ายวชิ าเพ่อื ให้ 1. เพ่ือใหม้ ีความเข้าใจระบบงานบรกิ าร การจดั การศนู ย์บริการเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 2. เพ่อื ใหม้ ที ักษะในการตรวจซ่อม การดัดแปลง การบารุงรกั ษา การเขยี นบนั ทกึ ชา่ งซ่อม การเขียนคู่มือซ่อม อุปกรณ์และวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์ตา่ ง ๆ 3. เพ่อื ใหม้ กี จิ นิสยั ในการทางานด้วยความเป็นระเบียบเรยี บร้อย ประณตี รอบคอบ ปลอดภยั และมจี รรยาบรรณใน วิชาชีพ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับระบบการจดั การศนู ยบ์ รกิ ารเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2. ตรวจซ่อมและบารุงรักษาเคร่อื งใช้ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกส์ 3. ประเมินราคางานบริการอิเลก็ ทรอนิกส์ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาและปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั การจัดการศูนย์บริการเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ การรับงานส่งงาน ประมาณราคา การ อ่านคู่มือการซ่อม เทคนิคการตรวจซ่อม การแก้ไขดัดแปลง การเขียนบันทึกช่างซ่อมและบารุงรักษาอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ตา่ งๆ การถอด ซ่อม ประกอบ บารุงรักษาและการปรับแต่งตามขอ้ กาหนด รายละเอียดการสอน สัปดาหท์ ี่ สอนครั้งที่ ชว่ั โมงที่ ชอ่ื หน่วย กิจกรรมการเรียนการสอน จานวน ชั่วโมง 1 1 1-4 การจดั การศูนย์บริการเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า บรรยาย, สรุป , ฝึกปฏบิ ัติ 4 อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2 2 5-8 ซอ่ มเพาเวอร์ ซัพพลาย บรรยาย, สรปุ , ฝกึ ปฏิบัติ 4
3-4 3-4 9-17 ซ่อมเคร่ืองเสียง บรรยาย, สรปุ , ฝกึ ปฏิบัติ 8 5-8 5-8 18-26 ซ่อมเครอ่ื งรบั โทรทศั น์ บรรยาย, สรปุ , ฝึกปฏิบตั ิ 8 9 4 10-11 9 27-30 ทดสอบกลางภาค ทดสอบ 8 12-13 บรรยาย, สรปุ , ฝกึ ปฏิบตั ิ 8 14-15 10-11 31-39 ซ่อมเครื่องสง่ รีโมต คอนโทรล บรรยาย, สรปุ , ฝกึ ปฏบิ ตั ิ 8 16-17 บรรยาย, สรุป , ฝกึ ปฏบิ ัติ 4 18 12-13 40-48 ซ่อมโทรศัพท์ทีใ่ ช้ในบา้ น บรรยาย, สรปุ , ฝกึ ปฏบิ ตั ิ 4 72 14-15 49-57 ซอ่ มอปุ กรณเ์ ครื่องใช้ไฟฟา้ ทดสอบ 16-17 58-66 ซ่อมวทิ ยุส่ือสาร 18 67-72 สอบปลายภาค รวมท้ังหมด วธิ วี ัดผลการเรียนรู้ 100 เปอร์เซน็ ต์ 10 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอรเ์ ซน็ ต์ 1. 20 เปอร์เซน็ ต์ ประกอบด้วย 1.1 เวลาเรยี น 40 เปอร์เซ็นต์ 1.2 คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 10 เปอรเ์ ซ็นต์ 2. 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ ประกอบด้วย 30 เปอรเ์ ซ็นต์ 2.1 ทดสอบยอ่ ย งานมอบหมายในคาบสอน 2.2 สอบกลางภาค 2.3 สอบปลายภาค การประเมนิ ผลการเรียน เกรด 4.0 ใช้เกณฑ์คะแนนในการให้คะแนน ดงั นี้ 3.5 3.0 คะแนน 2.5 80 – 100 2.0 75 – 79 1.5 70 – 74 1.0 65 – 69 0 60 – 64 55 – 59 50 – 54 0 – 49
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 วิชา งานบริการอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รหัสวิชา 2105 - 2117 สปั ดาห์ท่ี 1 หน่วยที่ 1 ชือ่ หน่วย การจัดการศูนย์บริการเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ แนวคิด คุณสมบตั ิของช่างอิเล็กทรอนกิ สท์ ีด่ มี คี ณุ ธรรม 1. มีความรใู้ นงานทจ่ี ะทา 2. มคี ุณธรรมและจริยธรรมท่ดี ี 3. ใชห้ ลักการทางวทิ ยาศาสตร์เข้ามาแกป้ ญั หา 4. หลกั การทางด้านไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์มเี หตุและผล 5. มีมนษุ ยสมั พันธท์ ่ดี ตี ่อลกู คา้ ทีน่ าเครอื่ งมาให้ซ่อม ห้องซอ่ มเพ่อื งานบริการเครื่องอเิ ลก็ ทรอนิกส์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ สามารถสรปุ ลกั ษณะของหอ้ งซอ่ มไดด้ ังนี้ 1. ห้องซอ่ มควรมีพน้ื ทีอ่ ยา่ งนอ้ ย 2 ตารางเมตร 2. โตะ๊ ซ่อมควรจะเป็นโตะ๊ ไม้ ซ่ึงรอบ ๆ โต๊ะควรติดปลก๊ั ไฟฟ้า 200 VAC 3. สาหรับชั้นวางเครื่องที่นามาให้ซอ่ มจะต้องทนและรบั น้าหนักให้ได้ 4. ตอ้ งมพี ดั ลมระบายอากาศให้กับห้องซอ่ ม 5. การสารองอะไหลค่ วรเก็บไวใ้ นตูอ้ ย่างดี เครอื่ งมอื และอปุ กรณ์ที่จาเปน็ สาหรับงานซอ่ ม 1. มัลตมิ ิเตอรช์ นดิ เขม็ หรือมัลติมิเตอร์ชนิดตวั เลข 1 เคร่ืองพร้อมสายวัด 2. หัวแรง้ และทว่ี างหวั แร้ง 1 ชุด 3. เคร่ืองมอื พืน้ ฐานทีจ่ าเปน็ ได้ แก่ไขควงชดุ 1 ชดุ คีมตัด คมี จับและอปุ กรณ์อานวยความสะดวก อืน่ ๆ 4. แหล่งจา่ ยไฟตรงทป่ี รบั คา่ ได้ระหว่าง 0 – 30 V จานวน 1 เครอื่ ง 5. หนังสือคมู่ อื ตา่ ง ๆ ทจ่ี าเปน็ 6. แปรงปดั ฝุน่ เครอื่ งเปา่ ฝนุ่ 7. ออสซิสโลสโคปทีม่ หี น้าท่ีวัดสญั ญาณไฟฟ้ากับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การรับงาน ส่งงาน และการประมาณราคา ใหบ้ นั ทึกขอ้ มูลเพือ่ รบั งานซอ่ มดังนี้ 1. ชนิดของเครอ่ื งทน่ี ามาซอ่ มคอื อะไร 2. ยีห่ อ้ /ร่นุ คอื อะไร 3. หมายเลขเคร่อื งคอื เลขอะไร 4. อาการเสียเป็นอยา่ งไร 5. ชอ่ื ลูกค้าพร้อมท่ีอยแู่ ละเบอร์โทรศัพท์จะต้องชัดเจน 6. กาหนดนดั หมายในการรบั เครื่อง ซงึ่ ช่างจะต้องบอกวัน เวลา ใหก้ บั ลกู ค้าทราบทันที 7. การประมาณราคาล่วงหนา้ ถอื ว่ามคี วามจาเปน็ อยา่ งย่งิ 8. เม่ือช่างซอ่ มดาเนินการเสรจ็ สิ้นแล้ว ต่อมาจาเปน็ ที่จะต้องมใี บสง่ งานให้กบั ลกู คา้ รายละเอยี ดการจดั การศนู ยบ์ รกิ ารเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ อเิ ล็กทรอนกิ ส์
การจัดการศูนย์บรกิ ารเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ คือ การเปิดธุรกิจรับซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เป็นการ ใหบ้ รกิ ารตรวจสอบ และซอ่ มเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีเสียหายชารุด ใหก้ ลบั มาใช้งานได้ตามปกติ 1. วิธีการจัดตงั้ และเร่มิ ต้นธุรกจิ 2. สถานทีย่ ื่นขอจดทะเบียน 3. คา่ ธรรมเนียม 4. ภาษีเงนิ ได้ 5. ภาษีปา้ ย 6. กฎหมายและระเบยี บเฉพาะธุรกจิ 7. รายละเอียดการลงทนุ 8. การตง้ั ราคาและโครงสรา้ งราคาทเี่ ป็นธรรม 9. การบรหิ ารและการจดั การ 10. วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย โอกาสและอุปสรรค ขอ้ เสนอแนะการจัดการศูนยบ์ รกิ ารเครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 1. ด้านการบริหารและการจดั การ 2. ดา้ นการตลาด 3. ดา้ นบัญชีและการเงนิ สาระการเรียนรู้ 1. คณุ สมบตั ขิ องชา่ งอิเลก็ ทรอนิกสท์ ่ดี ีมีคณุ ธรรม 2. ห้องซ่อมเพอื่ งานบรกิ ารเครือ่ งอเิ ลก็ ทรอนิกส์อิเลก็ ทรอนิกส์ 3. เครื่องมือและอุปกรณท์ จ่ี าเป็นสาหรับงานซ่อม 4. การรบั งาน สง่ งาน และการประมาณราคา 5. รายละเอียดการจดั การศูนยบ์ รกิ ารเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอเิ ล็กทรอนิกส์ 6. ขอ้ เสนอแนะการจดั การศนู ย์บรกิ ารเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง 1. อธบิ ายคณุ สมบตั ิของช่างอเิ ล็กทรอนิกสท์ ีด่ ีมคี ุณธรรมได้ 2. บอกวิธกี ารจดั เตรียมหอ้ งซอ่ มเพอ่ื งานบรกิ ารเครื่องใช้ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนิกส์ได้ 3. จาแนกอุปกรณ์และเครอ่ื งมอื ทจี่ าเปน็ สาหรบั งานซ่อมได้ 4. บอกวธิ กี ารบนั ทึกขอ้ มลู การรับงานและการประมาณราคาในการบริการใหก้ ับลูกคา้ ได้ 5. บอกวธิ กี ารบนั ทึกขอ้ มูลการสง่ งานให้กบั ลกู คา้ 6. ซอ่ มอุปกรณ์เครอื่ งใช้ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกสใ์ ห้ทันตามที่กาหนด 7. คดิ ราคาคา่ บรกิ ารวิชาชพี อย่างสุจรติ และเที่ยงธรรมได้ 8. บอกวธิ ีการจดั ห้องซอ่ มใหด้ สู ะอาดและสวยงามได้ 9. บอกรายละเอยี ดการจดั การศูนยบ์ ริการเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกส์ได้ 10. บอกขอ้ เสนอแนะการจัดการศูนย์บริการเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ได้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูอภิปรายถึงขอบข่ายสาระการเรียนรู้ วิธีการวัดผลและแนวทางการประเมินผลการเรียนรู้ในวิชา งานบริการอิเล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 2. ครูสุ่มตัวอย่างนักเรียนให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง การจัดการศูนย์บริการเครื่องใช้ไฟฟ้า อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 3. ครูสรปุ เพ่ือนาเขา้ สูบ่ ทเรียน ขน้ั สอน 4. ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั บอกคณุ สมบัติของช่างอิเลก็ ทรอนิกสท์ ี่ดีมคี ุณธรรม จากน้ันครสู รุปอีกคร้ังโดย ใชส้ ื่อ PowerPoint แล้วตงั้ คาถามให้นักเรยี นช่วยกันตอบ 5. ครูให้นักเรียนศึกษาห้องซ่อมเพื่องานบริการเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อิเล็กทรอนิกส์ จากน้ันครูและ นักเรียนอภปิ รายรว่ มกันเพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ 6. ครูอธิบายและนาตัวอย่างเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จาเป็นสาหรับงานซ่อมมาให้นักเรียนศึกษา แล้ว ให้นกั เรียนซักถาม 7. ครูอธิบายเกี่ยวกับการรับงาน ส่งงาน และการประมาณราคา พร้อมยกตัวอย่างการบันทึกข้อมูล เพ่ืองานบริการเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ตารางแสดงราคาค่าบริการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และตารางแสดงข้อมลู การสง่ งานให้กับลกู คา้ แล้วใหน้ ักเรยี นซกั ถาม 8. ครูให้นกั เรียนฝึกเขยี นการบันทึกข้อมูลเพอื่ งานบริการเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอเิ ล็กทรอนิกส์ โดยให้นักเรียน สมมตุ ิขอ้ มลู ของตนเอง เน้นใหน้ ักเรียนนากระดาษที่ใช้แลว้ ดา้ นหน่งึ มาทางาน 9. ครูอธิบายรายละเอียดการจัดการศูนย์บริการเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ แล้วตั้งคาถามให้ นกั เรียนชว่ ยกันตอบ 10. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกข้อเสนอแนะการจัดการศูนย์บริการเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ จากน้ันครูสรุปอีกครั้งพร้อมยกตัวอย่างตารางแสดงรายละเอียดเงินลงทุนของธุรกิจซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้า และ ตารางแสดงรายละเอยี ดรายรับ – รายจา่ ยของธรุ กิจซอ่ มเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 11. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเนอื้ หาในบทเรียน 12. ครใู หน้ ักเรยี นมีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้วิธกี ารถาม – ตอบ 13. ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 14. ครูให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิใบงานท่ี 1 ซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ืน่ ๆ สอื่ การเรียนการสอน 1. PowerPoint บทที่ 1 การจัดการศูนยบ์ รกิ ารเคร่ืองใช้ไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2. ตวั อยา่ งบันทึกขอ้ มลู เพือ่ งานบริการเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 3. ตารางแสดงราคาคา่ บรกิ ารสนิ ค้าเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ ส์ 4. ตารางแสดงขอ้ มูลการสง่ งานใหก้ ับลูกค้า 5. ตารางแสดงรายละเอยี ดเงนิ ลงทนุ ของธุรกจิ ซอ่ มเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ 6. ตารางแสดงรายละเอียดรายรับ – รายจ่ายของธรุ กจิ ซ่อมเคร่ืองใช้ไฟฟา้ 7. แบบทดสอบท้ายบทที่ 1 การวัดผลและประเมินผล
วิธีวดั ผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏิบัติงาน 3. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏิบตั ิงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน รว่ มกนั ประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑ์ผา่ น 60% ขน้ึ ไป 2. แบบประเมินใบปฏิบัติงาน เกณฑผ์ า่ น 70% ขึ้นไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจรงิ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 วิชา งานบริการอิเล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สัปดาหท์ ่ี 2 หน่วยท่ี 2 ชือ่ หนว่ ย ซ่อมเพาเวอร์ ซัพพลาย แนวคดิ เพาเวอร์ ซัพพลาย (Power Supply) หมายถึง แหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง ทาหน้าที่จ่าย แรงดนั ไฟฟา้ ใหอ้ ุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจรได้ วงจรเรียงกระแสไฟฟ้าแบบบรดิ จ์ วงจรเรียงกระแสไฟฟ้าแบบบริดจ์ เรียกว่า วงจรเร็กติฟายเออร์ (Bridge Rectifier) ที่ให้แรงดันไฟตรง ออกมา 1 ชุด คอื +Vcc กับ Ground (Gnd) ซ่งึ แรงดนั ไฟตรงมีคา่ เทา่ กบั 1.414 x 24 V = 35 V ในกรณีทแี่ รงดันไฟฟา้ +35 V ไม่สามารถจะมีขึน้ ได้ มีแนวทางการตรวจซ่อมดงั นี้ 1. วงจรในตอนเริ่มต้นจะไม่ต่อเข้ากับแรงดันไฟฟ้า 220 V ให้ใช้มิเตอร์ท่ีวัดความต้านทานตั้งย่าน R x 1 Ω จากนั้นใช้โอห์มมิเตอร์วัดคร่อมที่ปล๊ักไฟ 220 V แล้วทดลองเปิดและปิดสวิตช์ S1 หากพบว่าเข็มมิเตอร์ไม่ กระดิกขน้ึ แสดงวา่ ฟวิ ส์ F1 ขาด หรอื ไม่ก็หม้อแปลงไฟฟา้ T1 เสีย 2. จ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับวงจร (ต่อวงจรให้สวิตช์ S1) จากนั้นใช้มือสัมผัสไดโอท้ัง 4 ตัวถ้าหากไดโอด เกิดความร้อน พร้อมกันทั้ง 4 ตัว น่ันแสดงว่าโหลดชอร์ต หรือไม่ก็ตัวเก็บประจุ C2 ท่ีทาหน้าที่ฟิลเตอร์เสีย หายไป 3. หม้อแปลงไฟฟา้ เกดิ ความร้อนแลว้ ครางส่ัน แสดงว่าหมอ้ แปลงไฟฟ้า T1 เสีย วงจรเรกูเลเตอรท์ ่ใี ช้ทรานซิสเตอร์ขยายกระแสไฟฟา้ ใหโ้ หลด วงจรรักษาระดับแรงดนั ไฟตรงให้คงทเ่ี รียกวา่ วงจรเรกเู ลเตอร์ (Regulator Circuits) ในกรณที แี่ รงดนั ไฟฟา้ เอาตพ์ ุต 11.35 V ไมส่ ามารถจ่ายออกไปให้โหลด มีแนวทางการตรวจซอ่ ม ดังนี้ 1. วัดแรงดันไฟฟ้าท่ีขาคอลเล็กเตอร์ของทรานซิสเตอร์ Q1 หากว่าวัดแรงดันไฟฟ้าออกมาได้เท่ากับ ศูนย์แสดงว่า วงจรบริดจ์ เร็กตฟิ ายเออร์ มีปัญหาใหต้ รวจสอบวงจรเรียงกระแสไฟฟา้ ดังกลา่ ว 2. วัดแรงดันไฟฟ้าท่ีขาเบสของทรานซิสเตอร์ Q1 เทียบกับกราวด์ที่ตาแหน่ง V2 ปกติจะมีแรงดันไฟฟ้า เท่ากบั แรงดันของซีเนอร์ไดโอด ZD1 นน่ั คอื 12 V 3. วัดแรงดันไฟฟ้าที่ขาอิมิตเตอร์ของทรานซิสเตอร์ Q1 ตาแหน่ง V3 หากวัดแรงดันไฟฟ้าออกมาได้ เท่ากบั ศนู ย์ นั่นแสดงวา่ ทรานซิสเตอร์ Q1 เสยี วงจรเรกเู ลเตอร์ 0 - 30 โวลต์ ในกรณที ี่แรงดนั ไฟฟ้าเอาตพ์ ตุ ไมส่ ามารถจ่ายออกไปให้โหลดไดน้ ัน้ มีขน้ั ตอนของการตรวจซอ่ ม ดงั นี้ 1. จ่ายแรงดันไฟฟ้าเข้าสู่วงจร วัดแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมที่ตัวเก็บประจุ C3 ปกติมีแรงดันไฟฟ้าเท่ากับ 34 โวลต์ 2. วัดแรงดันไฟฟ้าที่ขาเบสของทรานซิสเตอร์ Q1 เทียบกับกราวด์แล้วปรับพ็อต R1 สังเกต แรงดันไฟฟ้าทขี่ าเบสของ Q1 เปล่ยี นแปลงได้หรือไม่ โดยสงั เกตจากเข็มของโวลต์มิเตอร์ไฟตรง 3. ตรวจสอบการทางานของทรานซิสเตอร์ Q1โดยการวัดแรงดันไฟฟ้าที่ขาคอลเล็กเตอร์ของ Q1 เทียบกับกราวด์ วิธีการก็คือ ตั้งย่านดีซีโวลต์มิเตอร์ไปที่ 10 DCV (หรือสูงกว่า) ส่วนข้ัวลบของมิเตอร์แตะกับ กราวด์ จากนน้ั ปรับพ็อต R1 สงั เกตเุ ขม็ มเิ ตอร์สามารถท่จี ะเปลย่ี นแปลงไดห้ รอื ไม่
4. ตรวจสอบการทางานของทรานซิสเตอร์ไดรเวอร์ Q3 โดยการวัดแรงดันไฟฟ้าท่ีขาอิมิตเตอร์ของ ทรานซิสเตอร์ Q3 เทียบกับกราวด์ จากน้ันจึงปรับพ็อต R1 สังเกตเข็มมิเตอร์เกิดการเปลี่ยนแปลงของ แรงดันไฟฟา้ ไดห้ รอื ไม่ แหลง่ จ่ายไฟฟา้ ท่ีใช้งานจริง แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ใช้งานจริงเป็นภาคจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงของเคร่ืองรับวิทยุ ถ้าหากแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ ไมส่ ามารถใช้งานไดม้ ขี ั้นตอนการตรวจซอ่ ม ดังน้ี 1. ตอนนยี้ ังไม่มีการจ่ายไฟ 220 VAC เข้ามาในวงจร จากนั้นใช้โอห์มมเิ ตอร์ตัง้ ยา่ น R x 1 Ω (แล้วเซ็ต ศูนย์โอห์มให้กับมิเตอร์ดังกล่าวด้วย) ขั้นต่อมานาโอห์มมิเตอร์มาวัดความต้านทาน คร่อมปลั๊กไฟเอซีของ เครอ่ื งรบั วิทยุ จากนัน้ ใหก้ ดสวิตช์เพาเวอรท์ ่ีตัวเครอื่ งดูวา่ เข็มมิเตอรเ์ ปลีย่ นแปลงขนึ้ และลงได้หรือไม่ 2. จ่ายไฟ 220 VAC เข้าสู่ระบบ จากน้ันวัดแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมท่ีตัวเก็บประจุ C102 ส่วนข้ัวลบ มิเตอร์แตะกับกราวด์ ปกติแรงดันไฟฟ้าที่ตาแหน่งน้ีมีค่าเท่ากับ32 โวลต์ หากวัดแรงดันไฟฟ้าออกมาเป็นศูนย์ แสดงว่า ฟิวส์ F2 ขาดวงจรหรอื ไดโอดบรดิ จ์ D7 – D10 เสีย 3. วดั แรงดนั ไฟฟา้ ท่ีขาเบสของทรานซสิ เตอร์ Q13 เทียบกับกราวด์ ปกตมิ แี รงดนั ไฟฟ้าเท่ากับ 12 V สาระการเรยี นรู้ 1. วงจรเรยี งกระแสไฟฟา้ แบบบรดิ จ์ 2. วงจรเรกเู ลเตอรท์ ่ีใช้ทรานซิสเตอร์ขยายกระแสไฟฟา้ ใหโ้ หลด 3. วงจรเรกเู ลเตอร์ 0 - 30 โวลต์ 4. แหลง่ จ่ายไฟฟ้าทใี่ ช้งานจริง ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง 1. อธบิ ายและยกตัวอย่างวงจรเรยี งกระแสไฟฟา้ แบบบริดจ์ได้ 2. ออกแบบภาคจ่ายไฟฟา้ ทใ่ี ชไ้ ฟเลย้ี ง 1 ชุดและ 2 ชุดได้ 3. ตรวจซ่อมวงจรภาคจา่ ยไฟฟ้าทใ่ี ช้ไฟเล้ียง 1 ชุดและ 2 ชุดได้ 4. ทดสอบวงจรเรกเู ลเตอรท์ ่ใี ช้ทรานซิสเตอรไ์ ด้ 5. ตรวจซ่อมวงจรเรกูเลเตอรท์ ่ีใชท้ รานซสิ เตอร์ 6. ประยุกต์วงจรเรกเู ลเตอร์เพือ่ ใช้งานกบั ระบบอเิ ล็กทรอนิกส์อน่ื ๆ ได้ 7. อธิบายหลักการทางานของวงจรเรกเู ลเตอรท์ ี่ปรบั แรงดันไฟฟ้าระหวา่ ง 0 ถงึ 30 โวลตไ์ ด้ 8. ตรวจซ่อมวงจรเรกูเลเตอร์ 0 - 30 โวลตไ์ ด้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. ครทู บทวนเนอื้ หาในหน่วยที่ 1 2. ครูตัง้ คาถามให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบเก่ียวกับเรือ่ ง ซอ่ มเพาเวอร์ ซัพพลาย 3. ครูสรุปเพือ่ นาเขา้ สบู่ ทเรียน ข้ันสอน 4. ครูอธิบายวงจรเรียงกระแสไฟฟ้าแบบบริดจ์ พร้อมภาพประกอบ โดยใช้ส่ือ PowerPoint แล้วให้ นกั เรยี นซกั ถาม 5. ครูอธิบายวงจรเรกูเลเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ขยายกระแสไฟฟ้าให้โหลด พร้อมภาพประกอบ แล้ว ตั้งคาถามให้นกั เรียนช่วยกันตอบ 6. ครอู ธิบายวงจรเรกเู ลเตอร์ 0 - 30 โวลต์ พรอ้ มตารางและภาพประกอบ
7. ครูให้นักเรียนไปค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับวงจรเรียงกระแสไฟฟ้าแบบบริดจ์ วงจรเรกูเลเตอร์ที่ใช้ ทรานซิสเตอร์ขยายกระแสไฟฟ้าให้โหลด และวงจรเรกูเลเตอร์ 0 - 30 โวลต์ แล้วให้นักเรียนเขียนสรุปส่งครู โดยเนน้ ให้นากระดาษท่ีใช้แล้วดา้ นหน่งึ มาทางาน 8. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ใช้งานจริง จากน้ันครูสรุปอีกครั้งพร้อม ภาพประกอบ แล้วใหน้ กั เรียนซักถาม 9. ครูอธิบายและสาธิตการซ่อมเพาเวอร์ ซัพพลาย แล้วให้นักเรียนซักถาม จากน้ันให้นักเรียนลองฝึก ปฏิบัติ ขั้นสรุปและการประยุกต์ 10. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปเนือ้ หาในบทเรียน 11. ครใู ห้นกั เรียนมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชว้ ธิ ีการถาม – ตอบ 12. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนท่ี 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 13. ครใู ห้นกั เรยี นปฏบิ ตั ิใบงานที่ 2 ซอ่ มเพาเวอร์ ซัพพลาย สอื่ การเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทท่ี 2 ซ่อมเพาเวอร์ ซพั พลาย 2. ภาพวงจรแหล่งจา่ ยไฟฟา้ 1 ชุด ท่ใี ช้บริดจ์ เร็กติไฟเออร์ 3. ภาพวงจรแหลง่ จา่ ยไฟฟา้ 2 ชุด แบบบริดจ์ 4. ภาพเครอ่ื งจา่ ยไฟตรงท่ชี า่ งอิเล็กทรอนกิ สต์ ้องมีไว้ประจาโต๊ะซอ่ ม 5. ภาพวงจรเรกเู ลเตอรท์ ี่ใชท้ รานซสิ เตอรข์ ยายกระแสไฟฟ้าให้โหลด 6. ภาพมลั ตมิ ิเตอรแ์ บบตัวเลขทเ่ี รยี กวา่ ดิจิตอล 7. ภาพทิศทางกระแสไฟฟา้ เพ่ือทาให้แรงดันไฟฟา้ ท่ขี าอมิ ิตเตอร์ของ Q1 เทา่ กบั 11.35V 8. ภาพการตรวจซอ่ มวงจรเรกูเลเตอร์อยา่ งเปน็ ระบบ 9. ภาพชอ่ งพร้อมต้ใู ส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ สท์ ีห่ ้องซ่อมต้องมกี ารสารองอุปกรณ์ไว้ 10. ภาพวงจรเรกูเลเตอร์ปรับแรงดนั ไฟตรงไดร้ ะหว่าง 0 - 30 โวลต์ 11. ตารางแสดงรายการอุปกรณว์ งจรเรกูเลเตอร์ 0 – 30 โวลต์ 12. ภาพวงจรภาคจ่ายไฟฟา้ ของวงจรเครื่องรับวิทยุ AM/FM (ธานนิ ทร์ TF-2222) 13. ชดุ อปุ กรณ์และเคร่ืองมือช่างท่จี าเปน็ ในงานบริการเคร่ือง 14. เพาเวอร์ ซัพพลายท่ีชารดุ 15. แบบทดสอบทา้ ยบทที่ 2 การวดั ผลและประเมินผล วิธีวดั ผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน 3. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เครอ่ื งมอื วดั ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน
3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกนั ประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑผ์ า่ น 70% ขน้ึ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจรงิ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 วชิ า งานบรกิ ารอเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สปั ดาห์ที่ 3 - 4 หน่วยท่ี 3 ชอ่ื หน่วย ซ่อมเคร่อื งเสียง แนวคิด เครือ่ งเสยี ง (Amplifier) มหี นา้ ที่ขยายสัญญาณเสียงจากแหล่งกาเนิดเสยี งอินพุต หลกั การเบื้องต้นในการซอ่ มเครอ่ื งเสยี ง 1. ตรวจสอบสายไฟเอซฟี วิ ส์ และวงจรภาคจ่ายไฟใหด้ ีเปน็ ปกติ 2. จ่ายแรงดันไฟฟา้ เข้าส่เู ครื่องเสียงที่กาลงั จะซ่อม 3. เม่ือทราบวงจรขยายแต่ละชนิดแล้ว เราต้องทบทวนว่าวงจรขยายชนิดโอทีแอล จะทาให้แรงดันไฟฟ้าที่ จดุ กึ่งกลางของวงจร มีค่าเทา่ กับคร่ึงหนึ่งของแหล่งจ่ายไฟฟ้า 4. ถ้าหากเคร่อื งเสยี งเป็นวงจรขยายชนดิ โอทแี อล มขี ัน้ ตอนการปฏิบตั ดิ ังน้ี 4.1 ไม่ตอ้ งต่อลาโพงเขา้ กบั ระบบ จากนนั้ จ่ายแรงดนั ไฟฟา้ เขา้ สูว่ งจรเคร่อื งเสยี ง 4.2 ใชโ้ วลต์มิเตอรไ์ ฟตรงวดั แรงดนั ไฟฟ้าท่จี ดุ ออกลาโพง 5. ถา้ หากเครอื่ งเสียงเป็นวงจรขยายชนิดโอซีแอล มขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั ิดังน้ี 5.1 ไมต่ ้องตอ่ ลาโพงเข้ากบั ระบบ จากน้นั จ่ายแรงดันไฟฟ้าเข้าสูเ่ คร่อื งเสยี ง 5.2 ใช้โวลตม์ ิเตอร์ไฟตรงวัดแรงดันไฟฟ้าที่จดุ ออกลาโพง 6. ถา้ หากเคร่ืองเสียงเป็นวงจรขยายชนดิ บริดจ์ มวี ธิ ีการคลา้ ยกับการตรวจซ่อมวงจรขยายชนิดโอซีแอล 7. ในกรณีที่มีการถอดทรานซิสเตอร์หรือมอสเฟตที่ติดกับแผ่นระบายความร้อน ให้ตรวจสอบตัว ต้านทานดงั กล่าววา่ เกิดการขาดวงจรหรือยืดคา่ ออกไปหรอื ไม่ 8. หากวา่ วงจรขยายทใ่ี ช้เปน็ ไอซี ในการตรวจซอ่ มนน้ั กระทาไดง้ ่าย 9. เมื่อการซ่อมส้นิ สดุ ลง แล้วเรง่ โวล่มุ ผลปรากฏวา่ มีเสยี งดังโครกคราก อยา่ งน้จี าเปน็ ต้องเปลี่ยนโวลุ่ม ท่ีทาหนา้ ท่เี รง่ และลดเสียงดว้ ย เครื่องขยายเสียงชนดิ โอทีแอล วงจรเครื่องขยายเสียงชนิดโอทีแอลนี้ มีรปู แบบทีห่ ลากหลายมาก มีท้งั ทรานซิสเตอรม์ อสเฟตและไอซี เครอื่ งขยายเสยี งชนิดโอซีแอล เครื่องขยายเสียงชนิดโอซีแอล ถูกประยุกต์มาจากวงจรขยายเสียงชนิดโอทีแอล กล่าวคือ วงจรขยาย เสียงโอทีแอลย่อมมีตัวเก็บประจุอิเล็กโตรไลติกต่ออนุกรมกับลาโพง ซ่ึงถ้าหากว่ามีความถี่ต่ามาผ่านย่อมจะทา ให้ค่าคาปาซิทีฟรีแอ็กแตนซ์ (Xc, Capacitive Reactance) ของตัวเก็บประจุมีค่าสูงข้ึน นั่นแสดงว่า วงจรขยายชนิดโอทีแอลจะตอบสนองต่อความถี่ต่า (เสียงทุ้ม) ได้ไม่ดีนัก จึงมีแนวคิดที่ว่า ทาอย่างไรจึงจะให้ ความถี่เสยี ง 20 Hz – 20 kHz ผา่ นเข้าไปทีเ่ ครื่องขยายเสียงใหส้ ามารถตอบสนองต่อความถี่เสยี งได้เปน็ อย่างดี ท่ีสุด นั่นคือ ต้องตัดตัวเก็บประจุคัปปลิงเอาต์พุตทิ้ง แล้วนาลาโพงมาต่อเข้ากับจุดก่ึงกลางวงจรขยายเสียง โดยตรง จึงเรียกวงจรขยายชุดนี้ว่า เอาต์พุต คาปาซิเตอร์เลส (Output Capacitor Less) คือเป็นวงจรขยาย เสียงที่ไมม่ ตี วั เกบ็ ประจุตอ่ อยทู่ างดา้ นเอาตพ์ ตุ สาระการเรียนรู้ 1. หลกั การเบื้องตน้ ในการซอ่ มเครื่องเสยี ง 2. เครอ่ื งขยายเสยี งชนิดโอทแี อล
3. เครื่องขยายเสยี งชนดิ โอซีแอล ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง 1. อธบิ ายและยกตัวอยา่ ง ประกอบหลักการเบื้องตน้ ในการซ่อมเครอ่ื งเสยี งได้ 2. ทดสอบและตรวจซ่อมเคร่ืองขยายเสียงชนิดโอทแี อลทีใ่ ชท้ รานซิสเตอรไ์ ด้ 3. ทดสอบและตรวจซ่อมเคร่ืองขยายเสยี งชนดิ โอทีแอลทีใ่ ช้ไอซีได้ 4. ทดสอบและตรวจซ่อมเครื่องขยายเสยี งชนิดโอซีแอลได้ 5. ตรวจสอบอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ นเครอ่ื งขยายเสียงได้ 6. ประยุกตใ์ ชใ้ นการซอ่ มเคร่ืองเสียงรุ่นอ่นื ๆ ได้ 7. ระบุหลักการทางานของอุปกรณส์ ารกึ่งตวั นาในเคร่ืองขยายเสยี งได้ 8. ตรวจซ่อมวงจรขยายชนดิ บริดจแ์ อมปลิฟายเออร์ได้ 9. ตดิ ตง้ั และใช้งานเครือ่ งขยายเสียงเขา้ กับระบบเสียงอ่ืน ๆ ได้ กจิ กรรมการเรียนการสอน ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. ครทู บทวนเนอื้ หาในหน่วยที่ 2 2. ครูตั้งคาถามให้นกั เรียนช่วยกันตอบเก่ียวกับเรอื่ ง ซอ่ มเครอ่ื งเสยี ง 3. ครูสรุปเพอื่ นาเขา้ สูบ่ ทเรียน ขั้นสอน 4. ครูอธบิ ายหลักการเบ้ืองต้นในการซ่อมเครือ่ งเสียง โดยใชส้ ่ือ PowerPoint พร้อมภาพประกอบแล้ว ใหน้ กั เรยี นซกั ถาม 5. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเครื่องขยายเสียงชนดิ โอทแี อลและเครอ่ื งขยายเสียงชนดิ โอซีแอล 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่องเคร่ืองขยายเสียงชนิดโอทีแอลและเครื่องขยายเสียงชนิดโอซีแอล พร้อม ภาพประกอบ แลว้ ตัง้ คาถามให้นักเรียนช่วยกนั ตอบ 7. ครูอธิบายและสาธิตการซ่อมวงจรขยายโอทีแอลที่ใช้ทรานซิสเตอร์และการซ่อมวงจรขยายโอซีแอลท่ี ใชท้ รานซสิ เตอร์ แล้วให้นกั เรียนซกั ถาม จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นฝึกปฏบิ ัติ 8. ครูให้นักเรียนเขียนสรุปส่งครูเกี่ยวกับการซ่อมวงจรขยายโอทีแอลท่ีใช้ทรานซิสเตอร์และการซ่อม วงจรขยายโอซแี อลทใ่ี ชท้ รานซิสเตอร์ โดยเน้นให้นากระดาษทีใ่ ชแ้ ล้วดา้ นหนง่ึ มาทางาน ขั้นสรุปและการประยกุ ต์ 9. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เนอ้ื หาในบทเรยี น 10. ครใู ห้นกั เรียนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้วิธีการถาม – ตอบ 11. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 ตอนท่ี 2 และตอนท่ี 3 12. ครใู หน้ ักเรยี นปฏิบัติใบงานท่ี 3 ซ่อมเครือ่ งเสียง ส่อื การเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทที่ 3 ซอ่ มเคร่ืองเสียง 2. ภาพอปุ กรณ์สารกงึ่ ตัวนาทีใ่ ช้ในเครอ่ื งเสียงประกอบด้วยไดโอด ทรานซิสเตอร์ และไอซี 3. ภาพวงจรขยายเสียงในส่วนท่เี รียกว่า เพาเวอร์ แอมปลฟิ ายเออร์ (Power Amplifier) 4. ภาพเพาเวอร์มิกเซอร์ทส่ี ามารถใชไ้ ดท้ ัง้ ไมโครโฟนและเคร่ืองเล่น VCD/DVD
5. ภาพวงจรขยายเพาเวอร์แอมป์ 10 วตั ตใ์ ช้ทรานซสิ เตอร์จัดการขยายชนิดโอทีแอล 6. ภาพเมอ่ื จ่ายไฟ 30 V เขา้ มาท่รี ะบบจะทาใหท้ รานซสิ เตอร์ Q3 กบั Q5 ทางานได้ก่อนเป็นชุดแรก 7. ภาพทรานซิสเตอร์ Q2, Q4 และ Q6 ทางานได้ส่งผลให้แรงดันที่จุดเซนเตอร์มีค่าเท่ากับครึ่งหน่ึง ของแหลง่ จ่ายไฟฟ้าคอื 15 V 8. ภาพวงจรขยายโอทแี อลทีใ่ ชไ้ อซีเพาเวอรแ์ อมป์เบอร์ TDA 1514 9. ภาพวงจรขยายโอซีแอลท่ีใชท้ รานซสิ เตอร์ 10. ภาพทรานซสิ เตอร์ Q3 กับ Q1 ทางานส่งผลให้ Q6 หยดุ ทางาน 11. ภาพทรานซสิ เตอร์ Q7 และ Q5 นากระแสไฟฟ้า 12. ภาพทรานซิสเตอร์ Q4 กับ Q2 นากระแสไฟฟ้า ส่งผลให้ Q6 นากระแสไฟฟ้าทาให้แรงดันไฟฟ้า เซนเตอร์มคี ่าเทา่ กบั ศูนย์ 13. ชดุ อุปกรณแ์ ละเครือ่ งมือชา่ งทจี่ าเปน็ ในงานบริการเครื่อง 14. เครื่องเสยี งท่ชี ารุด 15. แบบทดสอบทา้ ยบทที่ 3 การวดั ผลและประเมินผล วิธวี ัดผล 1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท 2. ตรวจใบปฏิบตั งิ าน 3. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏิบัตงิ าน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกันประเมิน เกณฑ์การประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขนึ้ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน เกณฑผ์ ่าน 70% ข้ึนไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 วิชา งานบริการอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สปั ดาหท์ ี่ 5 - 6 หน่วยที่ 4 ช่ือหนว่ ย ซ่อมเครอื่ งรบั วทิ ยเุ ทป แนวคดิ บลอ็ กไดอะแกรมเบอ้ื งต้นของเครอ่ื งรบั วทิ ยเุ ทป การท่ีจะทาการตรวจซ่อมเคร่ืองรับวิทยุเทปให้ได้ผลสาเร็จนั้น จาเป็นต้องมีความเข้าใจเก่ียวกับ บล็อกไดอะแกรม ซ่ึงแหล่งกาเนิดเสียงอินพุตท่ีเข้ามาน้ันประกอบด้วยสัญญาณวิทยุ AM สัญญาณวิทยุ FM และจากระบบเทปคาสเซต สญั ญาณทง้ั หมดทก่ี ลา่ วมาจะถกู เลือกโดยสวิตช์ฟงั กช์ ัน (Switch Function) การซ่อมวทิ ยเุ ทปเบอ้ื งต้น เม่ือนาเคร่ืองรับวิทยุเทปธรรมดาที่ไม่ใช่วิทยุเทประบบดิจิตอลมาทาการตรวจซ่อม สิ่งท่ีต้องคานึงถึง ดังน้ี 1. วเิ คราะหอ์ าการเสียของเคร่อื งรบั วทิ ยุเทปให้ไดว้ า่ เสยี ทภี่ าคใด 2. วทิ ยเุ ทปจะมอี าการเสียอย่างไรก็ตาม จงทาใหว้ งจรภาคจ่ายไฟกับวงจรขยายเสยี งพรอ้ มลาโพงที่อยู่ ในเคร่ืองรับวิทยเุ ทปน้นั สามารถท่ีจะใชง้ านไดก้ ่อนเป็นอันดบั แรก 3. ในการตรวจซอ่ มภาคขยายเสียงในเครื่องรับวิทยุเทปมีวิธีง่าย ๆ คือ ให้เรง่ โวลุ่มไว้ที่ก่งึ กลาง จากนั้น จ่ายไฟสู่ภาคขยายเสียง แล้วใชส้ ายมเิ ตอร์เพียงเส้นเดยี วเข่ยี ไปที่ขากลางของโวลมุ่ 4. เม่ือเปิดฝาครอบวิทยุเทปออกมา จะต้องทาความสะอาดโดยการปัดฝุ่น อาจจะใช้แปรงปัดหรือ เครอื่ งดูดฝุ่นกไ็ ด้ วธิ กี ารดงั กลา่ วจะทาใหท้ ราบจุดเสีย ซงึ่ จะชว่ ยใหป้ ระหยัดเวลาและความคดิ 5. ขณะทาการตรวจซ่อม ถ้ามีการเร่งและลดเสียงท่ีโวลุ่ม แล้วผลปรากฏว่ามีเสียงดังคราก ให้ทาการ เปลย่ี นโวลมุ่ และอยา่ ใช้สเปรย์ล้างคอนแทค็ ตฉ์ ีดเขา้ ไปในตวั โวลุ่มเปน็ อันขาด เพราะจะทาให้โวลุม่ ใช้ได้ไมน่ าน 6. เมื่อเคร่ืองรับวิทยุ AM/FM รับฟังได้เป็นปกติ พอมาเล่นระบบเทปคาสเซตผลปรากฏว่า ขณะที่เร่ง โวลุ่มแรง ๆ พบว่าเสียงจากเทปมีเสยี งยาน ในทานองตรงกันขา้ มหากลดเสียงทโี่ วลุม่ ลงมาก็จะรับฟงั ไดเ้ ปน็ ปกติ คือ ไม่มีเสียงยาน อาการอย่างนี้เราถือว่าโวลุ่มที่ทาหน้าที่เร่งและลดเสียงดีปกติ ส่วนที่มีเสียงยานน้ันอาจเกิด จากภาคจ่ายไฟท่ีจ่ายไฟฟ้าให้กบั มอเตอร์ มีกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของมอเตอร์ อีกกรณีหนึ่ง คือ มอเตอรเ์ ทปที่เปน็ ตัวเสีย 7. หากภาคขยายเสียงของวิทยเุ ทปมปี ัญหา พบว่าส่วนใหญ่ไอซีจะเสีย ซ่ึงโดยมากแล้ววงจรขยายเสยี ง ในเครื่องรับวิทยุเทปเป็นชนิดโอทีแอล วิธีการวัดแรงดันไฟฟ้าเซนเตอร์ของวงจรขยายเสียง ให้สังเกตตัวเก็บ ประจุชนิดอิเล็กโตรไลติกที่ต่ออนุกรมกับลาโพง (ขั้วบวกของลาโพงต่อเข้ากับข้ัวลบของตัวเก็บประจุ คัปปลิง เอาต์พุต) วิธีการคือ ให้นาโวลต์มิเตอร์ไฟตรงวัดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วบวกของตัวเก็บประจุเทียบกับกราวด์ แล้ว ตรวจสอบดูว่าแรงดันไฟเซนเตอร์ถูกต้องหรือไม่ หากแรงดันไฟเซนเตอร์ไม่ได้ เท่ากับคร่ึงหนึ่งของแหล่งจ่าย แสดงว่าไอซเี สยี เปน็ ตน้ สาระการเรียนรู้ 1. บล็อกไดอะแกรมเบื้องตน้ ของเคร่ืองรับวิทยเุ ทป 2. การซอ่ มวิทยเุ ทปเบอ้ื งตน้ 3. ซอ่ มวทิ ยุเทปโตชบิ ารุน่ RT-SX27 4. วงจรวทิ ยเุ ทปโตชบิ ารุน่ RT-SX27
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. อธิบายและยกตวั อย่างบล็อกไดอะแกรมเบื้องตน้ ของเครื่องรบั วิทยเุ ทปได้ 2. วิเคราะหอ์ าการเสยี ของเครือ่ งรับวทิ ยเุ ทปได้ 3. ทดสอบเครอื่ งรับวิทยเุ ทปได้ 4. ตรวจซ่อมเครอ่ื งรับวิทยเุ ทปได้ 5. บอกวิธกี ารนาหลกั การไปประยุกต์ใช้กับเครื่องรบั วทิ ยเุ ทปอ่นื ๆ ได้ 6. อธบิ ายชดุ ควบคุมการทางานของระบบให้กบั เครื่องรับวิทยเุ ทปได้ 7. บอกวิธกี ารซอ่ มภาคจ่ายไฟฟ้าและภาคขยายเสยี งของเคร่ืองรับวทิ ยุเทปได้ กิจกรรมการเรียนการสอน ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครทู บทวนเนอ้ื หาในหน่วยท่ี 3 2. ครูต้งั คาถามให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบเกีย่ วกบั เรือ่ ง ซอ่ มเครือ่ งรับวิทยเุ ทป 3. ครูสรปุ เพ่ือนาเขา้ สู่บทเรยี น ข้นั สอน 4. ครูอธิบายเก่ียวกับบล็อกไดอะแกรมเบ้ืองต้นของเครื่องรับวิทยุเทป โดยใช้ส่ือ PowerPoint พร้อม ภาพประกอบ แลว้ ต้ังคาถามให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบ 5. ครอู ธบิ ายการซ่อมวิทยุเทปเบื้องตน้ แลว้ ใหน้ ักเรยี นซกั ถาม 6. ครูนาเครื่องรับวิทยุท่ีชารุดมาให้นักเรยี นศึกษา โดยให้ช่วยกันวิเคราะห์อาการเสียของวิทยุ จากน้ัน ครูและนักเรียนสรปุ ร่วมกนั 7. ครูอธิบายและสาธิตการซ่อมวิทยุท่ีชารุดดังกล่าว แล้วให้นักเรียนซักถาม จากน้ันให้นักเรียนเขียน สรุปสง่ ครู โดยเน้นให้นากระดาษทีใ่ ช้แลว้ ดา้ นหนึง่ มาทางาน 8. ครใู ห้นกั เรยี นฝึกปฏิบัตกิ ารซ่อมวทิ ยทุ ่ีชารุด โดยครูคอยให้คาแนะนา ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์ 9. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปเนอ้ื หาในบทเรยี น 10. ครใู หน้ ักเรียนมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้วธิ กี ารถาม – ตอบ 11. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 ตอนท่ี 2 และตอนที่ 3 12. ครูให้นักเรยี นปฏิบตั ิใบงานที่ 4 ซอ่ มเคร่อื งรับวิทยุเทป สอื่ การเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทท่ี 4 ซ่อมเครื่องรบั วทิ ยเุ ทป 2. ภาพบลอ็ กไดอะแกรมของเครือ่ งรบั วิทยุเทป 3. ภาพเคร่ืองเลน่ ซีดีแบบพกพาพรอ้ มภาครบั วทิ ยรุ ะบบดจิ ิตอล 4. ภาพเครอ่ื งเลน่ มนิ ิคอมโปท่ีประกอบดว้ ย วิทยุดิจิตอลและระบบ CD/VCD ท่ีฟังในบ้าน 5. ชุดอุปกรณ์และเครื่องมือช่างทจี่ าเป็นในงานบรกิ ารเครอื่ ง 6. เคร่อื งรับวทิ ยทุ ีช่ ารดุ 7. แบบทดสอบท้ายบทที่ 4 การวดั ผลและประเมินผล วธิ ีวดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน 3. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครอื่ งมอื วดั ผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกนั ประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑ์ผา่ น 70% ขนึ้ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจรงิ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 วชิ า งานบรกิ ารอเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สปั ดาห์ท่ี 7 - 8 หน่วยท่ี 5 ช่ือหน่วย ซ่อมเครือ่ งรับโทรทศั น์ แนวคิด การซ่อมโทรทศั น์เบื้องตน้ 1. เน่อื งจากเครอื่ งรับโทรทศั น์ใชแ้ รงดันไฟฟ้าสูงมาก การซ่อมตอ้ งกระทาด้วยความระมดั ระวัง เปน็ พเิ ศษ มิเชน่ น้นั อาจโดนไฟดูดถึงขั้นเสียชวี ิตได้ 2. อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการซ่อมท่ีจาเป็นต้องมีก็คือ ออสซิสโลสโคป มิเตอร์ ไขควงหัวแร้ง ที่ดูด ตะก่วั คีมตดั และคมี จับ เปน็ ตน้ 3. หนังสือคู่มือวงจรของทีวีแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อควรมีเก็บเอาไว้เพื่อเป็นแนวทางในการไล่ทิศทาง กระแสไฟฟ้าและสญั ญาณของวงจรเครื่องรบั โทรทศั น์ 4. การซ่อมเคร่ืองรับโทรทัศน์แต่ละเครื่องไม่ควรใช้เวลานาน อย่างน้อยไม่ควรเกิน 2 ช่ัวโมงต่อการ ซอ่ มเคร่อื งรบั โทรทศั น์ 1 เคร่ือง 5. ในเร่ืองที่เก่ียวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จาเป็นต้องรู้ลึก รู้รายละเอียดให้มากที่สุดเพราะ อุปกรณ์ดังกล่าวทางานเกี่ยวข้องกับความถี่สูง เวลาทดสอบการทางานของอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องทดสอบกับ แรงดันไฟฟ้าในวงจร และก็จะไม่นิยมถอดอุปกรณ์ออกมาวัดด้วยโอห์มมิเตอร์ทีละตัว เพราะโอห์มมิเตอร์ไม่ สามารถทดสอบอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ สใ์ นความถ่สี งู ได้ 6. หากสมมติว่าเปดิ ฝาหลังเครือ่ งรับโทรทัศน์ออกมาพบว่าซีเนอร์ไดโอดเกิดรอยไหม้ข้ึนและก็ไมท่ ราบ ว่าซีเนอร์ไดโอดดังกล่าวนี้เบอร์อะไร ใช้ไฟฟ้าแรงดันไฟฟ้าเท่าไร วิธีง่าย ๆ ท่ีจะบอกได้ว่าซีเนอร์นั้นใช้ แรงดันไฟฟ้ากีโ่ วลต์ นัน่ คอื ใหส้ ังเกตจากตัวเก็บประจุชนิดอเิ ล็กโตรไลตกิ ทีส่ ารองแรงดนั ไฟฟ้าให้กับซีเนอร์ 7. เมื่อเครื่องรับโทรทัศน์ถูกใช้ในระยะเวลาที่ยาวนาน เราพบว่ารอยบัดกรีอาจหลุดหลวมหรือร่อนได้ ง่าย ลายปรินท์อาจเกิดการแตกหัก สิ่งเหล่าน้ีจะต้องดูและสารวจให้ถ้วนถ่ี ถ้าจะให้ดีควรมีแว่นขยายไว้ด้วย เพอ่ื จะไดพ้ บจดุ หรอื ตวั เสียไดง้ า่ ย 8. ตาแหนง่ ขาอุปกรณ์ทีจ่ ะต้องเปลี่ยนลงไปในเครื่องน้ันต้องตรวจสอบให้ดีอยา่ ใหผ้ ิดพลาดเป็นอนั ขาด มิเช่นนั้น อาจส่งผลให้อปุ กรณใ์ นภาคอืน่ ๆ เสยี หายตามมาได้ 9. เม่อื รับเคร่อื งรับโทรทัศน์มาแล้ว ส่ิงแรกที่ต้องทาก็คือ ยังไม่ต้องเสยี บปล๊ักเครื่องรับโทรทัศน์เข้ากับ แรงดันไฟฟ้า 220 VAC 10. หากเครื่องรับโทรทัศน์มีรีโมต คอนโทรล (Remote Control) ก็ควรท่ีจะนารีโมตจากเจ้าของ เครื่องมาดว้ ย เพราะเครื่องรับโทรทัศน์ทีเ่ สยี อาจเกดิ จากการกดปุ่มรโี มตคอนโทรลแล้วผดิ พลาด อาการเสียของเคร่อื งรับโทรทัศน์ อาการเสยี ของเครอ่ื งรบั โทรทัศน์โดยรวมสามารถสรุปได้ ดงั นี้ 1. ภาพดูได้เป็นปกติแตว่ ่าไมม่ ีเสียง สาเหตุเกิดจากลาโพงขาด โวลุ่มเรง่ - ลดเสยี งขาด ไอซีขยายกาลัง เสยี เปน็ ตน้ 2. ภาพเป็นปกตแิ ตว่ ่าเสียงดังเบาและแตกบี้ สาเหตุเกิดจากกระปอ๋ ง SIF เสีย 3. ภาพเปน็ เสน้ เดยี วกลางจอทางแนวนอน สาเหตุเกิดจากไมม่ ีสญั ญาณแนวตัง้ ความถี่ 50 Hz
4. ไม่มีภาพและเสียง อาการเสียเช่นน้ีเป็นอาการพบมากที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปจะเสียที่ภาคจ่ายไฟฟ้า และฮอรซิ อนแทล 5. ไม่มีภาพ มีแต่เม็ดซ่าเต็มไปหมด แสดงว่าวงจรจูนเนอร์เสีย อาจเป็นไปได้ว่าไม่มีแรงดันไฟฟ้าจ่าย ใหก้ บั ภาคจูนเนอร์ หรอื อาจเปน็ ไปไดว้ า่ วงจรขยายไอเอฟเสีย เป็นตน้ 6. หน้าจอมีสีแปลก ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ แสดงว่าวงจรขยายสีแดง (Red, R) เขียว (Green, G) และน้า เงนิ (BIue, B) มีปญั หาก็คอื ทรานซิสเตอร์ทั้ง 3 ตัว บรเิ วณใกลก้ ับคอหลอดภาพ เป็นเหตุท่ีทาให้เสีย การตรวจ ซ่อมคอื เชค็ ไบแอสทรานซสิ เตอรท์ ั้ง 3 ตวั ดังกลา่ ว 7. ภาพไม่นิ่งเลื่อนไปมาคือล็อกภาพไว้ไม่ได้ แสดงว่า แผงกดปุ่มที่หน้าเครื่องเสียวงจรขยายไอเอฟ กระปอ๋ งไอเอฟและไอซีไมโครคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมระบบเป็นตัวท่ีมีปัญหา เป็นต้น 8. ภาพหยาบเกินไปไม่ละเอียดเท่าท่ีควร แสดงว่าจูนเนอร์ วงจรขยายไอเอฟ และวงจรขยายสัญญาณ ภาพมปี ญั หา เป็นตน้ สาระการเรยี นรู้ 1. การซอ่ มโทรทศั นเ์ บ้อื งต้น 2. อาการเสยี ของเคร่ืองรบั โทรทัศน์ 3. ภาคจา่ ยไฟฟ้าเคร่ืองรบั โทรทัศน์ย่หี อ้ ทอมสัน ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง 1. อธบิ ายและยกตวั อย่างเบ้ืองตน้ ของการซ่อมเครอ่ื งรับโทรทัศนไ์ ด้ 2. วิเคราะหอ์ าการเสยี ของเครื่องรับโทรทศั น์ได้ 3. บอกวิธกี ารทดสอบเคร่ืองรับโทรทัศน์ได้ 4. ซ่อมเคร่ืองรับโทรทัศน์ยี่ห้อทอมสันแท่นเคร่ือง TX 805 ได้ 5. บอกวธิ ีการนาหลักการไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการซ่อมเครอื่ งรับโทรทศั นย์ ่ีหอ้ อน่ื ๆ ได้ 6. ซ่อมเคร่ืองรบั โทรทัศน์ในกรณีที่ไม่มีภาพและเสยี งได้ 7. ซอ่ มเคร่ืองรับโทรทัศนใ์ นกรณีทเี่ ป็นเสน้ เดียวกลางจอทางแนวนอนได้ 8. ซ่อมเครื่องรับโทรทัศน์ในกรณที ่สี ีบนจอโทรทัศนม์ ีลกั ษณะไม่เปน็ ธรรมชาติได้ กิจกรรมการเรียนการสอน ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน 1. ครทู บทวนเน้ือหาในหนว่ ยท่ี 4 2. ครูตั้งคาถามให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบเก่ียวกบั เรือ่ ง ซ่อมเคร่อื งรบั โทรทศั น์ 3. ครูสรปุ เพ่ือนาเขา้ สู่บทเรยี น ข้นั สอน 4. ครูอธิบายเกี่ยวกับการซ่อมโทรทัศน์เบ้ืองต้น โดยใช้ส่ือ PowerPoint พร้อมภาพประกอบ แล้วให้ นกั เรยี นซักถาม 5. ครูนาเครื่องรับโทรทัศน์ที่ชารุดมาให้นักเรียนศึกษาและช่วยกันวิเคราะห์ จากน้ันครูและนักเรียน อภปิ รายรว่ มกนั เพอ่ื ให้ไดข้ ้อสรุป 6. ครูอธิบายเก่ียวกับภาคจ่ายไฟฟ้าเครื่องรับโทรทัศน์ พร้อมภาพประกอบ แล้วให้นักเรียนซักถาม จากน้ันใหน้ กั เรยี นเขยี นสรุปส่งครู โดยเนน้ ให้นากระดาษทใ่ี ชแ้ ล้วดา้ นหน่งึ มาทางาน
7. ครอู ธิบายและสาธติ วธิ ีการตรวจซอ่ มเคร่อื งรบั โทรทัศน์ทช่ี ารดุ แลว้ ให้นักเรียนซกั ถาม 8. ครใู หน้ กั เรียนลงมอื ฝึกปฏบิ ัตวิ ธิ กี ารตรวจซอ่ มเครื่องรบั โทรทศั นท์ ช่ี ารุด โดยครคู อยใหค้ าแนะนา ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์ 9. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปเนื้อหาในบทเรยี น 10. ครูให้นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้วธิ ีการถาม – ตอบ 11. ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 12. ครูให้นักเรยี นปฏบิ ัติใบงานท่ี 5 ซ่อมเคร่อื งรบั โทรทัศน์ สื่อการเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทท่ี 5 ซ่อมเครอื่ งรบั โทรทัศน์ 2. ภาพทวี จี อพลาสมา 3. ภาพทวี ีขนาด 21 น้ิว จอแบนทเ่ี ปน็ จอเอฟดี ไตรนิตรอน 4. ภาพวงจรภาคจา่ ยไฟฟ้าและระบบฮอรซิ อนแทล 5. ภาพการควบคุมระบบโดยไอซไี มโครคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของ IRO1 6. ภาพวงจรจ่ายไฟตรง 300 V และ 15 V ซ่ึงไฟตรง 15 V วงจรจ่ายไฟตรง 300 V และ 15 V ซ่ึง ไฟตรง 15 V 7. ภาพแสดงข้ันตอนการสตารต์ วงจรให้กับไอซไี มโครคอมพวิ เตอร์ 8. ภาพการโปรเท็กตโ์ ดยหยดุ การทางานภาคขยายสญั ญาณออสซิลเลเตอร์ 9. ภาพการโปรเทก็ ตโ์ ดยทาให้ IR01 หยุดทางานส่งผลใหอ้ อสซิลเลเตอร์หยุดทางาน 10. ภาพวงจรปอ้ งกนั ทางภาคขยายสัญญาณทางแนวตง้ั 11. ภาพแรงดนั ไฟโปรเท็กต์ท่ขี าเบสของ TR06 ทาให้ IR01 อยูใ่ นสภาวะสแตนดบ์ าย 12. ภาพวงจรโปรเทก็ ตท์ ี่ฟลายแบค็ ทรานส์ฟอร์เมอร์ 13. ชดุ อุปกรณแ์ ละเครอื่ งมอื ช่างท่จี าเปน็ ในงานบริการเครื่อง 14. เครอื่ งรับโทรทศั น์ทีช่ ารุด 15. แบบทดสอบท้ายบทที่ 5 การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีวัดผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน 3. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครือ่ งมือวดั ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมินใบปฏบิ ตั งิ าน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกันประเมิน เกณฑก์ ารประเมินผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑ์ผา่ น 60% ข้ึนไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏิบัติงาน เกณฑผ์ ่าน 70% ข้นึ ไป
3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมนิ ตามสภาพจริง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 วิชา งานบริการอิเล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สัปดาหท์ ี่ 9 หน่วยที่ 6 ชอ่ื หน่วย ซ่อมเครอื่ งส่งรีโมต คอนโทรล แนวคดิ รีโมต คอนโทรล (Remote Control) คือ อุปกรณ์ที่สามารถควบคุมระบบในระยะที่ไกล ๆ ได้รีโมต ดังกล่าวนี้นาไปใช้กับเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แอร์ โทรทัศน์ วิทยุดิจิตอล เคร่ืองเล่นคอมแพคดิสก์ ต่าง ๆ เช่น CD, VCD, DVD เป็นต้น นั่นหมายความว่า หากเคร่ืองส่งรีโมทต คอนโทรลเสียขึ้นมา แสดงว่าการ ควบคุมระบบให้กบั อปุ กรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกสก์ จ็ ะหยุดลง ซ่อมวงจรเครื่องสง่ รโี มต คอนโทรล 1. สารวจข้ัวแบตเตอรี่ว่าชารุด แตกหักหรือเกิดเป็นสนิมหรือไม่ จากนั้นจึงเปล่ียนแบตเตอรใี่ หม่ให้กับ เครอื่ งส่งรโี มต คอนโทรล เพราะถา้ หากวา่ กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอร่ีมนี ้อยระบบจะไม่ทางาน 2. สารวจแผ่นปรินท์ของเคร่ืองส่งรีโมตว่าเกิดการแตกหักหรือไม่ เพราะในความเป็นจริงแล้ว รีโมต คอนโทรลสามารถพกพาไปไหนกไ็ ด้ ซง่ึ บางทีอาจหลน่ แตก ทาใหเ้ คร่ืองส่งไม่ทางาน 3. ชอร์ต ขา 4 ของไอซีเข้ากับขา 10 ของตัวมันเอง จากน้ันจ่ายไฟ 3 V เข้ามาที่ระบบ ใช้ดีซีโวลต์ มิเตอร์วัดแรงดันไฟตรงท่ขี า 15 ของไอซีเทียบกับกราวด์ ปกตจิ ะมแี รงดนั ไฟฟา้ ตา่ กว่า 3 V 3.1 วัดแรงดันไฟฟ้าได้ 3 V แสดงว่าไอซีไม่ทางาน หมายความว่า ตัวเสียคือ เซรามิกฟิลเตอร์ CF และไอซี 3.2 วัดแรงดันไฟฟ้าได้ต่ากว่า 3 V แสดงว่าไอซที างานได้ หมายความวา่ Q1, Q2 และ IR LED เป็น ตวั เสีย การทดสอบเครื่องสง่ รีโมต คอนโทรล หลังจากทีม่ ีการซ่อมเคร่ืองส่งรีโมตเสรจ็ ส้ินแล้ว ขั้นต่อมาต้องมีการทดสอบเครอื่ งสง่ วา่ สามารถท่ีจะใช้ งานได้หรือไม่ โดยถ้าหากว่ามีการใส่แบตเตอรี่ที่เครื่องส่ง แล้วนาเคร่ืองส่งดังกล่าวยิงเข้าไปท่ีวงจรทดสอบ เครื่องส่งรีโมต แล้วปรากฏว่าหลอด LED ติดสว่างได้ น่ันหมายความว่า เครื่องส่งรีโมตที่ซ่อมเสร็จแล้วนี้ สามารถใช้งานได้ สาระการเรยี นรู้ 1. วงจรเครื่องสง่ รโี มต คอนโทรล 2. ซอ่ มวงจรเครือ่ งส่งรีโมต คอนโทรล 3. การทดสอบเครือ่ งส่งรีโมต คอนโทรล ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั 1. อธิบายและยกตวั อย่างวงจรเครอื่ งส่งรีโมต คอนโทรลได้ 2. บอกวธิ กี ารทดสอบเคร่ืองส่งรีโมต คอนโทรลได้ 3. บอกวิธกี ารตรวจสอบเคร่ืองสง่ รโี มต คอนโทรลได้ 4. บอกวิธกี ารสรา้ งวงจรทดสอบเคร่ืองส่งรโี มต คอนโทรลได้ 5. บอกวธิ กี ารทดสอบพร้อมตรวจซ่อมวงจรทดสอบของเครื่องส่งรโี มต คอนโทรลได้ 6. บอกวิธกี ารประยกุ ต์ใช้ตัวรับรโี มต เข้ากบั งานอเิ ล็กทรอนิกสอ์ น่ื ๆ ได้ 7. บอกวธิ ีการประยุกต์ใชโ้ ฟโต ทรานซิสเตอรเ์ ข้ากบั งานอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อน่ื ๆ ได้
8. อธิบายและยกตัวอย่างวงจรเครื่องส่งรีโมต คอนโทรลยหี่ ้ออ่นื ๆ ได้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรยี น 1. ครทู บทวนเนอื้ หาในหน่วยที่ 5 2. ครูต้งั คาถามให้นกั เรยี นช่วยกันตอบเก่ียวกบั เรอื่ ง ซ่อมเครอ่ื งสง่ รโี มต คอนโทรล 3. ครูสรุปเพือ่ นาเขา้ สูบ่ ทเรียน ข้นั สอน 4. ครูอธิบายเก่ียวกับวงจรเคร่ืองส่งรีโมต คอนโทรล โดยใช้ส่ือ PowerPoint พร้อมตาราง ภาพประกอบแล้วต้งั คาถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ 5. ครูอธิบายและสาธิตการซ่อมวงจรเครื่องส่งรีโมต คอนโทรล แล้วให้นักเรียนซักถาม จากนั้นให้ นกั เรยี นเขียนสรุปสง่ ครู โดยเน้นให้นากระดาษทใี่ ชแ้ ลว้ ดา้ นหน่งึ มาทางาน 6. ครใู ห้นักเรยี นลงมอื ฝึกปฏบิ ตั กิ ารซ่อมวงจรเครื่องส่งรีโมต คอนโทรล โดยครูคอยใหค้ าแนะนา 7. ครูอธิบายการทดสอบเคร่ืองส่งรีโมต คอนโทรล พร้อมภาพประกอบ แล้วตั้งคาถามให้นักเรียน ช่วยกนั ตอบ 8. ครูให้นักเรียนลองทดสอบเคร่ืองส่งรีโมต คอนโทรล ท่ีได้ทาการซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ อภิปรายรว่ มกันเพอื่ ใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์ 9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ เนื้อหาในบทเรยี น 10. ครูใหน้ กั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้วิธีการถาม – ตอบ 11. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนที่ 1 ตอนท่ี 2 และตอนที่ 3 12. ครูใหน้ กั เรยี นปฏิบัติใบงานท่ี 6 ซ่อมเคร่อื งสง่ รีโมท คอนโทรล สื่อการเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทที่ 6 ซอ่ มเคร่ืองสง่ รโี มต คอนโทรล 2. ภาพวงจรเครอ่ื งส่งรีโมต คอนโทรลของเครอ่ื งรับวิทยเุ ทปดจิ ิตอล 3. ภาพรโี มต คอนโทรลเพ่อื งานระบบภาพและเสียง 4. ภาพเคร่ืองเลน่ DVD ที่ใช้ในบา้ นสามารถควบคมุ ระบบดว้ ยรีโมต คอนโทรล 5. ภาพแสดงการจ่ายพัลส์ให้กบั ทรานซิสเตอร์ Q1 กับ Q2 6. ตารางแสดงค่าแรงดนั ไฟฟา้ แต่ละขาของทรานซสิ เตอร์ เมอื่ ขา 15 ของไอซีอยูใ่ นสภาวะไฮ 7. ตารางแสดงคา่ แรงดันไฟฟา้ แตล่ ะขาของทรานซสิ เตอร์ เมอื่ ขา 15 ของไอซีอยใู่ นสภาวะโลว์ 8. ภาพวงจรทดสอบเครือ่ งสง่ รโี มต คอนโทรลทกุ ย่หี ้อ 9. ภาพตวั รับรโี มทในรูปแบบตา่ ง ๆ 10. ภาพการใช้โอห์มมิเตอร์และเครื่องส่งรีโมต คอนโทรลตรวจสอบตาแหน่งขาของโฟโต ทรานซิสเตอร์ 11. ชดุ อุปกรณ์และเครอ่ื งมอื ชา่ งท่ีจาเปน็ ในงานบริการเคร่ือง 12. เครอื่ งสง่ รีโมต คอนโทรลทช่ี ารุด 13. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 6 การวดั ผลและประเมินผล วิธวี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน 3. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เครอื่ งมอื วดั ผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกนั ประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ัตงิ าน เกณฑ์ผา่ น 70% ขนึ้ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจรงิ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7 วิชา งานบรกิ ารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รหัสวิชา 2105 - 2117 สัปดาห์ที่ 10 - 11 หน่วยท่ี 7 ชอื่ หน่วย ซ่อมโทรศพั ท์ที่ใช้ในบา้ น แนวคดิ โทรศัพท์ (Telephone) เป็นอุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคมท่ีสามารถติดตอ่ ระหว่างผู้ส่งกบั ผู้รับได้ ซงึ่ โทรศพั ท์จะรับพลังงานโดยตรงจากชุมสายโทรศัพท์ กล่าวคือ ในขณะทไ่ี ม่มกี ารยกหูจะทาให้มีแรงดันไฟตรง ตกคร่อมทคี่ ู่สายโทรศัพท์เท่ากับ 48 โวลต์ แต่ถ้าหากว่ามกี ารยกหูโทรศัพทข์ ึ้นมา จะสง่ ผลใหแ้ รงดันไฟตรงที่ตก ครอ่ มโทรศพั ทน์ ้มี ีคา่ ระหวา่ ง 7 ถึง 15 โวลต์ บลอ็ กไดอะแกรมของโทรศัพท์ โทรศัพท์ใช้ในบ้านหรือที่สานักงานนั้นย่อมมีคู่สายโทรศัพท์ ซึ่งคู่สายโทรศัพท์จะรับพลังงานโดยตรง จากชมุ สายโทรศพั ท์ บล็อกไดอะแกรมของเครอ่ื งโทรศัพท์ อธบิ ายหลักการทางานของระบบไดค้ ือ 1. ในขณะที่ไม่มีการยกหูโทรศัพท์พบว่า ฮุก สวิตช์ (Switch Hook) จะทาหน้าท่ีตัดวงจรออกจาก ระบบทาให้มีแรงดันไฟตรงที่คู่สายโทรศัพท์ทิป (T, Tip) กับริง (R, Ring) เท่ากับ 48 V ซ่ึงแรงดันไฟตรง 48 V นจี้ ่ายให้กับระบบเสยี งกร่งิ (Ringer) ทาใหไ้ ด้ยินเสียงกริ่งโทรศพั ทใ์ นกรณีทมี่ ผี ู้โทรเขา้ มา 2. ในขณะท่ีมีการยกหูโทรศัพท์ ตอนน้ีฮุกสวติ ช์จะต้องทาการต่อวงจรให้กบั ระบบ สง่ ผลให้มแี รงดันไฟ ตรงระหว่าง 7 ถึง 15 โวลต์ จ่ายให้กับไดโอด บริดจ์ D1, D2, D3 และ D4 ส่งผ่าน Z1 ที่ทาหน้าที่ป้องกัน แรงดันไฟฟ้าเกินให้กับระบบ ส่งเข้าไปเล้ียงท่ีระบบปากพูด หฟู ังที่เรยี กว่า สปีช เน็ตเวิร์ค (Speech Network) กบั ระบบกดปุ่มหมายเลขโทรศพั ท์ (Keypad) ส่งผลให้เราสามารถทจ่ี ะสนทนาโตต้ อบกบั ผู้ท่โี ทรเข้ามาได้ หากเราวิเคราะห์อาการเสียของโทรศัพท์พบว่า ในกรณีที่ 1 ก็คือ เม่ือเคร่อื งโทรศัพท์ไม่สามารถมีเสียง กร่ิงได้ คือ เมอื่ มีผู้โทรเข้ามาแล้ว ผลปรากฏว่าโทรศัพท์ของเราไม่ได้ยินเสียงกร่ิง วิธีแก้คือใหต้ รวจสอบคูส่ าย T กับ R วา่ เกิดขาดหลดุ หลวมหรือไม่ ไดโอด บริดจ์เกิดการขาดวงจรชุดริงเกอรแ์ ละเพียโซเสีย หรอื กรณีที่ 2 เม่ือ มีผูโ้ ทรเข้ามา เสียงกริง่ ดงั ปกติแต่เมื่อยกหูโทรศพั ทข์ ึ้น เพ่ือคุยสนทนาแลว้ ผลปรากฏวา่ เราไมไ่ ด้ยินเสียงจากผู้ท่ี โทรเข้ามา วิธแี กก้ ็คือ ให้ตรวจซอ่ มทีภ่ าคสปชี เนต็ เวิร์คลาโพงมีปัญหา เปน็ ต้น สาระการเรยี นรู้ 1. บล็อกไดอะแกรมของโทรศัพท์ 2. วงจรใช้งานจรงิ ของโทรศพั ทบ์ ้าน 3. วิเคราะหอ์ าการเสยี เพอ่ื ตรวจซ่อมโทรศัพท์ ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั 1. อธิบายและยกตัวอย่าง ประกอบบล็อกไดอะแกรมของโทรศพั ท์ท่ีใช้ในบ้านได้ 2. ประกอบและทดสอบโทรศพั ทท์ ีใ่ ชใ้ นบ้านได้ 3. ซอ่ มโทรศพั ท์ท่ีใช้ในบา้ นได้ 4. ตรวจสอบคู่สายโทรศัพทจ์ ากชุมสายโทรศพั ท์ได้ 5. นาหลักการทางานของโทรศพั ท์ไปประยกุ ต์ใช้ในการตรวจซ่อมโทรศัพท์อน่ื ๆ ได้ 6. อธิบายวงจรใช้งานจรงิ ของโทรศัพทท์ ี่ใช้ในบา้ นได้ 7. วิเคราะห์จดุ เสียของโทรศพั ท์ท่ใี ช้ในบา้ นได้
กิจกรรมการเรียนการสอน ขัน้ นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครทู บทวนเนอื้ หาในหน่วยท่ี 6 2. ครูตงั้ คาถามให้นักเรยี นช่วยกันตอบเกย่ี วกบั เร่อื ง ซอ่ มโทรศัพท์ทใี่ ชใ้ นบา้ น 3. ครูสรปุ เพอ่ื นาเข้าสู่บทเรยี น ขน้ั สอน 4. ครูอธบิ ายเกี่ยวกบั บล็อกไดอะแกรมของโทรศพั ท์ โดยใชส้ ื่อ PowerPoint พร้อมภาพประกอบ แล้ว ใหน้ กั เรียนซักถาม 5. ครูให้นักเรียนศึกษาวงจรใช้งานจริงของโทรศัพท์บ้าน จากน้ันครูอธิบาอีกครั้ง พร้อมภาพประกอบ แล้วตั้งคาถามใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบ 6. ครูให้นักเรียนเขียนสรุปเกี่ยวกับบล็อกไดอะแกรมของโทรศัพท์ และวงจรใช้งานจริงของโทรศัพท์ บา้ น เนน้ ใหน้ ักเรยี นนากระดาษทใ่ี ช้แลว้ ดา้ นหนึง่ มาทางาน 7. ครูนาโทรศัพท์ที่ชารุดมาให้นักเรียนฝึกวิเคราะห์อาการเสียเพื่อตรวจซ่อมโทรศัพท์ จากน้ันให้ อภิปรายรว่ มกันเพ่อื ให้ได้ข้อสรปุ 8. ครอู ธิบายและสาธติ การตรวจซ่อมโทรศัพท์ใหน้ ักเรยี นดู แล้วใหน้ กั เรียนซกั ถาม 9. ครูใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติการตรวจซ่อมโทรศัพท์ โดยครคู อยให้คาแนะนา ข้นั สรปุ และการประยุกต์ 10. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในบทเรียน 11. ครูให้นักเรียนมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้วธิ กี ารถาม – ตอบ 12. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 13. ครูใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิใบงานที่ 7 ซ่อมโทรศพั ท์ท่ีใชใ้ นบ้าน สื่อการเรียนการสอน 1. PowerPoint บทที่ 7 ซอ่ มโทรศพั ทท์ ีใ่ ชใ้ นบ้าน 2. ภาพบล็อกไดอะแกรมเครื่องรับ - ส่งท่เี ป็นโทรศพั ท์เพ่ือใชใ้ นบา้ นหรอื สานักงาน 3. ภาพโทรศัพท์ทม่ี ีตัวแม่และตวั ลกู ท่ีสามารถบนั ทึกหน่วยความจาได้ถงึ 10 เลขหมาย 4. ภาพวงจรทั่วไปของโทรศัพทบ์ ้านหรอื สานกั งาน 5. ภาพบลอ็ กไดอะแกรมของระบบปากพูด หูฟังของไอซเี บอร์ MC 34014 6. ชดุ อุปกรณ์และเคร่อื งมอื ชา่ งทจี่ าเป็นในงานบริการเคร่อื ง 7. โทรศพั ทท์ ่ชี ารุด 8. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 7 การวดั ผลและประเมินผล
วิธวี ัดผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ัติงาน 3. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เครือ่ งมอื วดั ผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมินใบปฏบิ ตั ิงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกนั ประเมิน เกณฑก์ ารประเมินผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ขึน้ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏิบัตงิ าน เกณฑ์ผา่ น 70% ขึน้ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8 วชิ า งานบรกิ ารอิเล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา 2105 - 2117 สัปดาห์ที่ 12 - 13 หนว่ ยที่ 8 ชอ่ื หนว่ ย ซ่อมอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า แนวคิด เตารดี ไฟฟา้ เรียกทับศพั ทว์ ่า อิเลก็ ตริก ไอออน (Electric Iron) เปน็ อุปกรณ์เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ไว้สาหรับ รดี ผ้าใหเ้ รยี บมีอยู่ 2 ชนดิ คือ เตารดี ไฟฟ้าอัตโนมตั แิ ละเตารีดไอนา ส่วนประกอบทีส่ าคัญของเตารีดไฟฟ้า มีดงั นี 1. สายไฟ ปล๊กั และปลอกสาย 2. ด้ามจบั และฝาครอบ 3. แผน่ ความร้อนและลวดความตา้ นทาน 4. แผ่นเพมิ่ นาหนกั และแผน่ กนั ความร้อน 5. คอนแทกต์และแผน่ ไบ-เมทอลิก คอนแทกต์ อาการเสียของเตารดี ไฟฟ้า จุดเสยี และการแกไ้ ข 1. เตารดี ไมร่ อ้ น 1. ฟวิ ส์ขาด 2. เทอร์โมสตัทแตกหกั 2. เตารดี ไม่รอ้ นพอหรอื อาจจะร้อนจดั 3. สายไฟขาด 4. ลวดความรอ้ นขาด 1. เทอรโ์ มสตทั เสยี 2. ปรับเทอร์โมสตัทใหถ้ ูกตอ้ ง หมอ้ หุงขา้ วไฟฟา้ (Electric Rice Cookers) เป็นอปุ กรณท์ ่ีมีไวเ้ พอ่ื การหงุ ต้ม เชน่ การหุงขา้ ว จะใช้ เวลาไมเ่ กิน 30 นาที ส่วนประกอบทีส่ าคัญของหม้อหุงขา้ วไฟฟ้า มดี งั นี 1. อุปกรณ์ควบคุมความร้อน เรียกว่า เทอรโ์ มสตัท 2. สวติ ช์หงุ ข้าว 3. แผ่นฮตี เตอร์ สาหรบั อาการเสียของหมอ้ หุงขา้ วไฟฟ้า ใหส้ ังเกตจากส่วนประกอบเป็นสาคัญ เช่น หุงข้าวสกุ แล้ว แต่ ระบบไม่ยอมตัดไฟ แสดงว่าตัวเสียอาจจะเป็นเทอร์โมสตัท ถ้าหม้อหุงข้าวไม่ร้อน อาจเกิดจากสายไฟขาด หรอื ไม่ก็แผน่ ความรอ้ นขาด เป็นตน้ กาต้มน้าไฟฟ้า (Electric Pot) มีไว้เพ่ือชงเครื่องด่ืมหรืออาจนานาร้อนท่ีได้ไปผสมนาอาบเวลาที่ อากาศหนาวจัด กาต้มนาไฟฟ้า มี 3 แบบ คือ แบบธรรมดา แบบอัตโนมัติ และแบบที่มีฝาพลาสติกเพ่ือกดนา ออกมา อาการเสียของกาต้มนาไฟฟ้า ประการแรก คือ ต้มนาแล้วไม่ร้อน ให้สังเกตสายไฟของกาต้มนาว่าเกิด การขาดวงจร หรือหลุดหลวมหรือไม่ ประการที่ 2 เทอร์โมฟิวส์ขาด ประการสุดท้าย ลวดความร้อนเกิดขาด วงจร เปน็ ตน้ กระทะไฟฟ้า (Electric Bowls) เป็นเครือ่ งใช้ไฟฟ้าที่มีไว้เพื่อต้ม ผัด แกง ทอด อบ เป็นต้น โดยวงจร ของกระทะไฟฟา้ จะเหมือนกบั กาตม้ นาไฟฟา้ ทุกประการ แตแ่ ตกตา่ งตรงท่ีจดุ ประสงคข์ องการใช้งานเทา่ นนั
ส่วนประกอบของกระทะไฟฟ้าประกอบด้วย ตัวกระทะ ลวดความร้อนและสายไฟฟ้า หากกระทะ ไฟฟ้าไม่เกดิ ความรอ้ นให้ตรวจสอบสายไฟฟ้า ลวดความร้อน และสวิตช์ เปน็ ต้น เครื่องท้าน้าอุ่น (Electric Showers) เป็นเคร่ืองอานวยความสะดวกในกรณีท่ีอากาศเย็นจัด นาอุ่น ช่วยขจัดไขมนั ตามรูขุมขน ชว่ ยให้รา่ งกายสดชื่นกระปรีกระเปร่า สว่ นประกอบของเครื่องทานาอุ่นประกอบด้วย ลวดความร้อน หลอดไฟ สวิตช์แรงดันไฟฟ้า และ เทอร์โมสตัท ในการวิเคราะห์อาการเสียของเคร่ืองทานาอุ่นพบว่า ถ้าเครื่องทานาอุ่นไม่ตัด ให้เปลี่ยนเทอร์ โมสตทั หรือในกรณที ี่แรงดันของนามีนอ้ ยลงแตร่ ะบบไม่สามารถตัดได้ ใหเ้ ปล่ียนสวิตช์แรงดันไฟฟา้ เป็นตน้ สาระการเรยี นรู้ 1. เตารดี ไฟฟ้า 2. หม้อหงุ ข้าวไฟฟ้า 3. กาต้มนาไฟฟา้ 4. กระทะไฟฟ้า 5. เคร่อื งทานาอุ่น ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั 1. วิเคราะห์อาการเสยี ของเตารีดไฟฟ้าได้ 2. ตรวจซอ่ มเตารีดไฟฟ้าได้ 3. วิเคราะห์อาการเสยี ของหม้อหงุ ข้าวไฟฟ้าได้ 4. ตรวจซอ่ มหมอ้ หุงขา้ วไฟฟ้าได้ 5. วิเคราะห์อาการเสียของกาตม้ นาไฟฟา้ ได้ 6. ตรวจซอ่ มกาต้มนาไฟฟ้าได้ 7. วิเคราะหอ์ าการเสยี ของกระทะไฟฟ้าได้ 8. ตรวจซอ่ มกระทะไฟฟา้ ได้ 9. วิเคราะหอ์ าการเสียของเครื่องทานาอุ่นได้ 10. ตรวจซ่อมเคร่ืองทานาอุ่นได้ กิจกรรมการเรยี นการสอน ขนั น้าเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครทู บทวนเนอื หาในหนว่ ยท่ี 7 2. ครูให้นกั เรียนชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่อื ง ซอ่ มอปุ กรณ์เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า 3. ครูสรปุ เพ่ือนาเข้าสบู่ ทเรยี น ขนั สอน 4. ครูอธิบายเกี่ยวกับส่วนประกอบของอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ โดยใช้ส่ือ PowerPoint พร้อมภาพประกอบ แล้วตังคาถามใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบ 5. ครูนาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เช่น เตารีดไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กาต้มนาไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เครอ่ื งทานาอุ่น เป็นต้น ที่ชารุดมาให้นักเรียนช่วยกนั วิเคราะห์อาการเสีย จากนันครูและนักเรียน อภปิ รายรว่ มกนั เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อสรปุ 6. ครอู ธบิ ายพรอ้ มทังสาธติ วธิ กี ารซ่อมอปุ กรณเ์ คร่ืองใชไ้ ฟฟ้าประเภทต่าง ๆ แลว้ ให้นกั เรียนซักถาม
7. ครูให้นักเรียนเขียนสรุปเก่ียวกับวิธีการซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ โดยเน้นให้นา กระดาษทใ่ี ช้แลว้ ดา้ นหน่งึ มาทางาน 8. ครูใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏิบัตกิ ารซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทตา่ ง ๆ โดยครคู อยให้คาแนะนา 9. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันเปิดบริการรับซ่อมอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ภายในชุมชนที่นักเรียนอาศัย อยู่กลุ่มละ 1 ประเภท ห้ามซากัน แล้วให้เขียนรายงานผลการปฏิบัติงานส่งครู เน้นให้นากระดาษท่ีใช้แล้วด้าน หนงึ่ มาทางาน ขันสรุปและการประยกุ ต์ 10. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปเนือหาในบทเรยี น 11. ครูใหน้ กั เรยี นมสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้วธิ กี ารถาม – ตอบ 12. ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 ตอนท่ี 2 และตอนท่ี 3 13. ครูให้นักเรียนปฏิบัติใบงานท่ี 8.1 ซ่อมเตารีดไฟฟ้า ใบงานที่ 8.2 ซ่อมหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ใบงานที่ 8.3 ซ่อมกาต้มนาไฟฟ้า ใบงานที่ 8.4 ซ่อมกระทะไฟฟ้า และใบงานท่ี 8.5 ซอ่ มเครื่องทานาอุน่ สอ่ื การเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทที่ 8 ซอ่ มอปุ กรณ์เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า 2. ภาพเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าภายในบ้านประเภทตา่ ง ๆ 3. ชุดอปุ กรณ์และเครอื่ งมอื ชา่ งทีจ่ าเปน็ ในงานบรกิ ารเครื่อง 4. ตัวอยา่ งอปุ กรณ์เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าท่ีชารดุ ประเภทต่าง ๆ 5. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 8 การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ วี ดั ผล 1. ตรวจแบบทดสอบท้ายบท 2. ตรวจใบปฏิบัตงิ าน 3. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เครือ่ งมือวดั ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ัตงิ าน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน รว่ มกันประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขนึ ไป 2. แบบประเมนิ ใบปฏิบัตงิ าน เกณฑ์ผ่าน 70% ขนึ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9 วิชา งานบริการอเิ ล็กทรอนิกส์ รหัสวิชา 2105 - 2117 สัปดาหท์ ่ี 14 - 15 หนว่ ยท่ี 9 ชือ่ หนว่ ย ซ่อมวทิ ยสุ อ่ื สาร แนวคิด วิทยุสื่อสาร คือ เครื่องมือท่ีใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ ซึ่งความถี่ท่ีใช้นั้นมีรูปแบบท่ี แตกต่างกัน เชน่ 27 MHz, 104 MHz เป็นต้น เมื่อพิจารณาท่ีภาครับพบว่า สายอากาศจะทาหน้าที่รับสัญญาณคล่ืนความถี่วิทยุเข้ามา จากน้ันก็มา ผา่ นสวิตช์ ในการท่ีจะเลอื กรบั สัญญาณวิทยุดังกล่าวเข้ามาส่งไปท่ีวงจรภาครับวิทยุ ซ่ึงวงจรภาครบั วิทยุจะเป็น ชนิดทีอาร์เอฟ (TRF, Tune Radio Frequency) โดยจะทาหน้าที่ดีเท็กเตอร์ในตัว ก็คือ ทาหน้าท่ีกาจัด คลน่ื พาห์ทิ้งเหลอื เพยี งความถเ่ี สียงส่งใหก้ ับวงจรขยายเสียงออกไปที่ลาโพง เมื่อพิจารณาไปท่ีภาคส่งพบว่า สัญญาณเสียงท่ีพูดใส่ลาโพง จะส่งเข้าสู่วงจรขยายเสียง นา สญั ญาณเสียงทไ่ี ดไ้ ปผสมคลืน่ กบั ความถ่อี อสซิลเลเตอร์ ที่ภาคสง่ วทิ ยุ สง่ ให้กบั สายอากาศ ในการวเิ คราะห์อาการเสยี ของเครือ่ งรบั ส่งวิทยุสามารถวเิ คราะห์อาการเสียได้ ดังนี้ 1. วทิ ยรุ บั ส่งไมส่ ามารถส่งได้ แตภ่ าครับวิทยุทางานไดต้ ามปกติ 3. วทิ ยรุ ับสง่ ไม่สามารถทจ่ี ะรับหรอื ส่งได้ 2. วิทยรุ บั ส่งไมส่ ามารถรับได้ แต่ภาคส่งวิทยทุ างานได้ตามปกติ ตรวจซอ่ มเคร่ืองรบั สง่ วทิ ยุ 1. วิทยรุ ับสง่ ไมส่ ามารถส่งได้ แตภ่ าครบั วทิ ยทุ างานได้ตามปกติ 1.1 ตรวจสอบ L1, C1 และคริสตลั ออสซิลเลเตอร์ X-TAL1 1.2 ตรวจสอบการทางานของทรานซสิ เตอร์ Q1 1.3 ตรวจสอบสวิตช์ S1 2. วทิ ยรุ บั ส่งจะส่งคล่ืนวทิ ยไุ ดอ้ ย่างเดียว แต่รับคลน่ื วิทยไุ ม่ได้ 2.1 ตรวจสอบ L2, C6 2.2 ตรวจสอบการทางานของทรานซสิ เตอร์ Q2 2.3 ตรวจสอบสวิตช์ S1 3. วิทยรุ บั สง่ มีเสียงซา่ ตลอดเวลา ไมส่ ามารถรับและส่งคลืน่ วทิ ยไุ ด้ 3.1 ตรวจสอบออสซิลเลเตอรภ์ าครับสว่ นวงจรขยายเสยี งดเี ป็นปกติ 3.2 ตรวจสอบออสซิลเลเตอร์ภาคส่ง สาระการเรยี นรู้ 1. บลอ็ กไดอะแกรมของเคร่ืองรับส่งวทิ ยุเบ้ืองต้น 2. หลกั การทางานของวทิ ยุรบั สง่ ความถ่ี 27 MHz 3. ทิศทางกระแสไฟตรงของระบบรับสง่ วทิ ยุ 27 MHz 4. ตรวจซ่อมเครื่องรบั สง่ วทิ ยุ
ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง 1. อธบิ ายและยกตวั อย่างบล็อกไดอะแกรมของเครื่องรับส่งวิทยุเบอ้ื งต้นได้ 2. วเิ คราะหอ์ าการเสียของวิทยุส่อื สารได้ 3. อธบิ ายหลกั การทางานของวิทยรุ บั สง่ ความถี่ 27 MHz ได้ 4. ประยุกตใ์ ช้งานกับวทิ ยุสือ่ สารอน่ื ๆ ได้ 5. ประกอบ ทดสอบและตรวจซ่อมวิทยสุ ่ือสารได้ 6. บอกวิธกี ารเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมอื สื่อสารสาหรับการซอ่ มวทิ ยสุ ื่อสารได้ กจิ กรรมการเรียนการสอน ขั้นนาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครทู บทวนเนื้อหาในหนว่ ยที่ 8 2. ครูตั้งคาถามให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบเกีย่ วกับเรื่อง ซอ่ มวทิ ยสุ อ่ื สาร 3. ครูสรุปเพือ่ นาเขา้ สู่บทเรยี น ข้ันสอน 4. ครูอธิบายเก่ียวกับบล็อกไดอะแกรมของเครื่องรับส่งวิทยุเบ้ืองต้น โดยใช้ส่ือ PowerPoint พร้อม ภาพประกอบ แล้วให้นักเรยี นซกั ถาม 5. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาหลักการทางานของวิทยุรบั สง่ ความถ่ี 27 MHz จากนั้นครูอธิบายอีกครง้ั พรอ้ ม ภาพประกอบ แล้วสมุ่ ตวั อยา่ งนกั เรยี นให้ลุกขน้ึ ตอบคาถาม 6. ครูอธิบายทิศทางกระแสไฟตรงของระบบรบั ส่งวิทยุ 27 MHz พร้อมภาพประกอบ แล้วให้นักเรยี น ซักถาม 7. ครใู ห้นักเรยี นเขียนสรุปเก่ียวกับบล็อกไดอะแกรมของเคร่ืองรับสง่ วิทยเุ บื้องต้น หลักการทางานของ วทิ ยุรบั ส่งความถี่ 27 MHz และทศิ ทางกระแสไฟตรงของระบบรับส่งวทิ ยุ 27 MHz เน้นให้นากระดาษทใ่ี ช้แล้ว ดา้ นหนึ่งมาทางาน 8. ครูนาวิทยุสื่อสารที่ชารุดมาให้นักเรียนศึกษาวิเคราะห์อาการเสีย แล้วให้นักเรียนอภิปรายร่วมกัน เพอื่ หาขอ้ สรุป 9. ครูอธิบายและสาธิตการซ่อมวิทยุส่ือสาร แล้วให้นักเรียนซักถาม จากน้ันให้นักเรียนเขียนสรุป เน้น ให้นากระดาษทีใ่ ชแ้ ล้วดา้ นหน่ึงมาทางาน 10. ครูให้นกั เรียนฝกึ ปฏิบตั กิ ารซอ่ มวทิ ยุสือ่ สาร โดยครคู อยใหค้ าแนะนา ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ 11. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปเนอื้ หาในบทเรยี น 12. ครูใหน้ กั เรยี นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชว้ ธิ ีการถาม – ตอบ 13. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยบท ตอนท่ี 1 ตอนที่ 2 และตอนท่ี 3 14. ครใู ห้นักเรียนปฏบิ ตั ิใบงานที่ 9 ซอ่ มวทิ ยสุ ่อื สาร ส่อื การเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทที่ 9 ซอ่ มวิทยุสือ่ สาร 2. ภาพบล็อกไดอะแกรมของเครอ่ื งรบั สง่ วิทยุเบ้ืองต้น
3. ภาพวทิ ยสุ อ่ื สารที่ไมต่ ้องเสยี คา่ บรกิ ารรายเดือน มีกาลงั วตั ตไ์ มส่ งู มากนกั 4. ภาพวทิ ยุสื่อสารทีม่ ีกาลงั สง่ สูง 5. ภาพวงจรวทิ ยรุ ับ-ส่งความถ่ี 27 MHz 6. ภาพเสน้ ทางกระแสไฟตรงของภาครับวิทยทุ ท่ี างานโดยทรานซิสเตอร์ Q2 7. ภาพเสน้ ทางกระแสไฟตรงของภาคสง่ วิทยทุ ่ีทางานโดยทรานซสิ เตอร์ Q1 8. ภาพเส้นทางกระแสไฟตรงพรอ้ มเฟสเสียงของวงจรเครื่องขยายเสยี ง 9. ชดุ อปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมือชา่ งท่จี าเปน็ ในงานบรกิ ารเคร่อื ง 10. วทิ ยสุ ื่อสารท่ีชารุด 11. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 9 การวดั ผลและประเมินผล วิธีวัดผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏบิ ตั งิ าน 3. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เคร่ืองมือวดั ผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท 2. แบบประเมนิ ใบปฏบิ ตั ิงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกันประเมนิ เกณฑ์การประเมินผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบทา้ ยบท เกณฑผ์ ่าน 60% ขึ้นไป 2. แบบประเมินใบปฏิบตั ิงาน เกณฑผ์ า่ น 70% ขนึ้ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 10 วชิ า งานบริการอเิ ล็กทรอนิกส์ รหัสวิชา 2105 - 2117 สปั ดาห์ที่ 16 - 17 หนว่ ยท่ี 10 ชือ่ หนว่ ย ตรวจซ่อมวงจรเคร่อื งฟอกอากาศ แนวคิด วงจรเครอ่ื งฟอกอากาศหรือเครื่องผลิตอากาศบรสิ ุทธิ์นี้ จะเป็นเคร่อื งทีผ่ ลติ เนกาตีฟไอออน ออกซิเจน (Negative - Ion Oxygen) ซ่ึงเป็นออกซิเจนท่ีมีประจุไฟฟ้าลบขึ้นมา ประจุไฟฟ้าลบที่ได้จะ กาเนิดจากวงจร สวติ ชง่ิ แรงดันไฟฟ้าสูง (High Volt Switching) โดยแรงดันไฟฟา้ สงู ท่ไี ดจ้ ะต้องเปน็ แรงดันไฟฟ้าชนิดลบเท่านั้น วงจรเรยี งกระแสไฟฟา้ ผลติ แรงดันไฟตรง 12 โวลต์ วงจรเคร่ืองผลิตอากาศบริสทุ ธ์ิน้ันใชแ้ รงดันไฟแบตเตอร่ี 12 โวลต์ เหมาะสาหรับติดต้ังในรถยนต์ทีต่ ดิ เครื่องปรบั อากาศ เมอ่ื เครอ่ื งฟอกอากาศที่ใช้ทรานซสิ เตอรส์ วิตช่ิงเกิดความเสียหาย ใหท้ าการวเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบ ดงั นี้ 1. จ่ายไฟเล้ียงที่มีค่า 12 โวลต์ดีซีเข้ามายังวงจร โดยแหล่งจา่ ยไฟเลยี้ งอาจนามาจากแบตเตอรรี่ ถยนต์ 12 โวลต์ หรืออาจนามาจากแหล่งจ่ายไฟตรงที่ปรับแรงดันไฟฟ้าไว้ 12 โวลต์ โดยจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างต่า ประมาณ 1 แอมแปร์ 2. เม่ือมีแรงดนั ไฟมาเลย้ี งที่ IC1 เปน็ ปกตแิ ลว้ ให้วัดแรงดันไฟฟา้ ที่ขา 3 ของ IC1 ปกติ แรงดนั ไฟฟ้าท่ี ขา 3 ของ IC1 มีค่าแรงดันไฟฟ้าดีซีอยู่ระหว่าง 5 – 8 โวลต์ วิธีการวัดแรงดันไฟฟ้าที่ขา 3 ของไอซีดังกล่าว จะต้องต้ังยา่ นดีซโี วลต์มเิ ตอร์ไปในตาแหน่ง 10 DCV 3. ให้ตรวจสอบตัวต้านทาน R4 ว่าขาดหรือไม่ โดยต้ังย่านดีซีโวลต์มิเตอร์ไปตาแหน่ง 50 DCV ซึ่ง ข้ัวบวกของดีซีโวลต์มิเตอร์แตะไปท่ีตัวต้านทาน R4 ข้างท่ีต่อกับไฟบวก 12 โวลต์ ส่วนขั้วลบโวลต์มิเตอร์แตะ เขา้ ไปที่ R4 ข้างท่ตี อ่ เขา้ กับขดลวด L1 ซ่งึ เปน็ คอยล์จดุ ระเบิดในรถยนต์ 4. เช็คทท่ี รานซิสเตอร์ดาร์ลิงตัน Q1 กับ Q2 โดยวดั แรงดนั ไฟฟา้ ทขี่ าเบสของทรานซิสเตอร์ Q1 วงจรเครื่องฟอกอากาศทใี่ ชไ้ อซไี ทเมอร์เปน็ ตัวสวิตชิ่ง วงจรเครื่องฟอกอากาศอีกชนิดหนงึ่ ใชไ้ อซไี ทเมอร์เบอร์ 555 ทาหนา้ ที่สวิตชิง่ แหลง่ จา่ ยไฟฟา้ ในวงจร ดังกล่าวใช้แรงดันไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 12 โวลต์ โดยมีไดโอด D1 คือ เบอร์ IN4002 ทาหน้าท่ีป้องกันการจ่าย แรงดันไฟฟ้าผิดขั้ว ส่วนตัวเก็บประจุ C1 ทาหน้าที่คัปปลิง (Decoupling) ซ่ึงมีค่าเท่ากับ 47 μF ทน แรงดันไฟฟา้ ได้ 16 โวลต์ เมอ่ื เคร่อื งฟอกอากาศท่ใี ชไ้ อซสี วิตชง่ิ เกิดความเสียหาย ควรวเิ คราะห์หาตวั เสยี ตามข้ันตอนตอ่ ไปน้ี คือ 1. วัดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายเล้ียงให้กับวงจรคือ แรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์ โดยขั้วบวกของดีซีโวลต์มิเตอร์ แตะท่ีขา 4 ของ IC1 ส่วนขวั้ ลบของดซี ีโวลตม์ เิ ตอรแ์ ตะไปที่กราวด์ของวงจร 2. วัดแรงดันไฟดีซีที่ขา 3 ของ IC1 วิธีการวัดแรงดันไฟฟ้าที่จุดดังกล่าวให้ต้ังย่านดีซีโวลต์มิเตอร์ไป ตาแหนง่ 10 DCV
3. สารวจตัวต้านทาน R4 ท่ีมีคา่ ความต้านทานเท่ากับ 20 โอหม์ ถา้ หากว่า R4 เกดิ การขาดวงจร หม้อ แปลงไฟฟา้ T1 ไมอ่ าจทจี่ ะสรา้ งอานาจสนามแม่เหล็กขึ้นมาได้ สาระการเรยี นรู้ 1. วงจรเคร่ืองฟอกอากาศใช้ทรานซสิ เตอรส์ วติ ชิง่ 2. วงจรเรยี งกระแสไฟฟา้ ผลติ แรงดนั ไฟตรง 12 โวลต์ 3. เมือ่ เคร่อื งฟอกอากาศท่ีใชท้ รานซสิ เตอร์สวติ ชง่ิ เกดิ ความเสียหาย 4. วงจรเครื่องฟอกอากาศทีใ่ ชไ้ อซไี ทเมอรเ์ ปน็ ตวั สวิตชิง่ 5. เมอื่ เคร่อื งฟอกอากาศท่ใี ช้ไอซีสวติ ช่ิงเกิดความเสียหาย ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง 1. อธบิ ายและยกตวั อย่างประกอบวงจรเคร่อื งฟอกอากาศได้ 2. ทดสอบและตรวจซ่อมวงจรเคร่ืองฟอกอากาศท่ีใชท้ รานซิสเตอร์ ดารล์ ิงตนั ได้ 3. ทดสอบและตรวจซอ่ มวงจรเคร่อื งฟอกอากาศทใ่ี ช้ไอซีไทเมอรไ์ ด้ 4. คานวณความถใ่ี นวงจรเคร่อื งฟอกอากาศได้ 5. นาหลกั การไปประยุกต์ใช้กับเครอ่ื งฟอกอากาศอื่น ๆ ได้ 6. ทดสอบไอซีไทเมอร์เบอร์ 555 วา่ ดีหรอื เสยี ได้ 7. ทดสอบทรานซสิ เตอร์ว่าดหี รอื เสียได้ กิจกรรมการเรยี นการสอน ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ครทู บทวนเนอ้ื หาในหนว่ ยท่ี 9 2. ครูต้งั คาถามให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบเกี่ยวกับเรอ่ื ง ตรวจซอ่ มวงจรเคร่อื งฟอกอากาศ 3. ครูสรปุ เพื่อนาเข้าสู่บทเรียน ขนั้ สอน 4. ครูอธิบายเก่ียวกับวงจรเครื่องฟอกอากาศใช้ทรานซิสเตอร์สวิตช่ิง โดยใช้สื่อ PowerPoint พร้อม ภาพประกอบ แลว้ ให้นักเรียนซักถาม 5. ครูอธิบายเก่ียวกับวงจรเรียงกระแสไฟฟ้าผลิตแรงดันไฟตรง 12 โวลต์ พร้อมภาพประกอบ แล้วตั้ง คาถามให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบ 6. ครูให้นักเรียนเขียนสรุปเกี่ยวกับวงจรเคร่ืองฟอกอากาศใช้ทรานซิสเตอร์สวิตช่ิง และวงจรเรียง กระแสไฟฟา้ ผลติ แรงดนั ไฟตรง 12 โวลต์ เน้นให้นากระดาษที่ใชแ้ ลว้ ด้านหนึง่ มาทางาน 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเม่ือเคร่ืองฟอกอากาศที่ใช้ทรานซิสเตอร์สวิตช่ิงเกิดความ เสียหาย จากน้ันใหอ้ ภิปรายรว่ มกนั เพอ่ื ให้ไดข้ ้อสรปุ 8. ครูอธิบายเกี่ยวกับวงจรเคร่ืองฟอกอากาศที่ใช้ไอซีไทเมอร์เป็นตัวสวิตชิ่ง พร้อมภาพประกอบ แล้ว ต้งั คาถามใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ 9. ครูถามความคิดเหน็ ของนักเรียนเม่ือเครื่องฟอกอากาศท่ีใชไ้ อซีสวิตช่ิงเกิดความเสยี หาย จากน้ันครู และนกั เรยี นอภิปรายรว่ มกันเพื่อให้ได้ข้อสรปุ
10. ครูนาตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศท่ีชารุด มาให้นักเรียนศึกษาวิเคราะห์อาการเสีย จากน้ันให้ อภิปรายรว่ มกนั เพ่อื หาขอ้ สรปุ 11. ครูอธิบายและสาธิตวิธีการตรวจซ่อมวงจรเครื่องฟอกอากาศ แล้วให้นักเรียนซักถาม จากนั้นให้ นกั เรียนฝึกปฏิบตั ิ โดยครูคอยให้คาแนะนา ข้ันสรุปและการประยุกต์ 12. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปเน้อื หาในบทเรยี น 13. ครูให้นักเรยี นมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้วิธีการถาม – ตอบ 14. ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบท้ายบท ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 15. ครใู ห้นกั เรียนปฏิบัติใบงานท่ี 10 ซอ่ มวงจรเคร่อื งฟอกอากาศ สื่อการเรยี นการสอน 1. PowerPoint บทที่ 10 ตรวจซ่อมวงจรเครอื่ งฟอกอากาศ 2. ภาพวงจรเคร่อื งฟอกอากาศใชไ้ ฟตรงเล้ียง 12 โวลต์ ทใ่ี ช้ทรานซิสเตอร์ดาร์ลิงตันเปน็ ตวั สวิตชงิ่ 3. ภาพเฟสบวกของคล่ืนรูปส่ีเหลี่ยมถูกป้อนให้ทรานซิสเตอร์ Q1 ทางานทาให้ไดโอด D1 เกิดไบแอส ตรง ทาให้ C4, C5 และ C6 ชารจ์ ประจุ 4. ภาพเฟสลบของคลื่นรูปสเ่ี หลี่ยม เม่อื ปรากฏที่ขาเบสของทรานซสิ เตอร์ Q1 ส่งผลใหไ้ ดโอด D1 เกิด ไบแอสกลับ ทาให้ไม่มกี ระแสไฟฟา้ ไปประจุไฟฟา้ ที่ C4, C5 และ C6 5. ภาพวงจรภาคจา่ ยไฟฟ้า 12 โวลต์ สาหรับเครือ่ งฟอกอากาศทีใ่ ชใ้ นรถยนต์ 6. ภาพวงจรฟอกอากาศสาหรับรถยนตอ์ ีกย่หี ้อหนง่ึ ทีใ่ ช้ไอซี 555 7. ภาพเม่ือ IC1 ผลิตสัญญาณรูปส่ีเหลี่ยมเฟสบวก ส่งผลให้ขดทุติยภูมิขดบนได้รับเฟสบวก ส่วนขด ล่างไดร้ ับเฟสลบ 8. ภาพเมื่อ IC1 ผลิตสัญญาณรูปส่ีเหลี่ยมเฟสลบ ส่งผลให้ขดทุติยภูมิขดบนได้รับเฟสลบ ส่วนขดล่าง ได้รบั เฟสบวก 9. ชดุ อุปกรณแ์ ละเครื่องมอื ช่างที่จาเปน็ ในงานบริการเครอ่ื ง 10. เครอ่ื งฟอกอากาศทีช่ ารดุ 11. แบบทดสอบท้ายบทท่ี 10 การวดั ผลและประเมินผล วิธวี ัดผล 1. ตรวจแบบทดสอบทา้ ยบท 2. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 3. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เครื่องมอื วัดผล 1. แบบประเมนิ ผลการทาแบบทดสอบท้ายบท 2. แบบประเมินใบปฏบิ ัติงาน 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนักเรียน ร่วมกันประเมนิ เกณฑก์ ารประเมินผล 1. แบบประเมินผลการทาแบบทดสอบท้ายบท เกณฑผ์ า่ น 60% ข้นึ ไป
2. แบบประเมนิ ใบปฏิบตั งิ าน เกณฑผ์ ่าน 70% ข้นึ ไป 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ ประเมินตามสภาพจริง
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: