Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงาน Coding กันตชาติ กุดนอก สพป.นครพนม 2

รายงาน Coding กันตชาติ กุดนอก สพป.นครพนม 2

Published by Kantachart Kudnok, 2022-08-02 07:23:16

Description: รายงาน Coding กันตชาติ กุดนอก สพป.นครพนม 2

Search

Read the Text Version

1 หน้าปก เอกสารประกอบการพจิ ารณาขอรับรางวลั การคดั เลือกผลงานดเี ด่น Coding “CODING Achievement Awards” ประเภทรายการผลงานครูดเี ด่น Unplugged/Plugged Coding ระดับ ประถมศกึ ษา/มธั ยมศกึ ษา ผขู้ อรับประเมนิ นายกันตชาติ กดุ นอก โรงเรยี นบา้ นศรีเวนิ ชยั สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครพนม เขต 2

ก2 คำนำ วิทยาการคำนวณ (Computing science) เป็นวิชาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนให้เด็กสามารถคิดเชิงคำนวณ (Computational thinking) มีความรู้พ้ืนฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital technology) และมพี น้ื ฐานการรู้เท่าทันส่ือ และข่าวสาร (Media and information literacy) ซึ่งการเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การคิดให้ เหมอื นคอมพิวเตอรเ์ ทา่ น้นั และไม่ได้จำกดั อยเู่ พยี งการคิดในศาสตร์ของนกั วิทยาการคอมพวิ เตอร์ แต่จะเป็นกระบวนการ ความคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้แก้ปญั หาของมนษุ ย์ โดยเป็นการสั่งให้คอมพวิ เตอร์ทำงานและช่วยแก้ไขปัญหาตามท่ี เราต้องการได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ การจดั การเรียนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณ มเี ปา้ หมายท่ีสำคัญในการพัฒนาผู้เรยี น กลา่ วคือเพื่อให้ผู้เรียนมี ความสามารถในการใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอยา่ งเป็นข้นั ตอนและเปน็ ระบบ มที กั ษะใน การค้นหาขอ้ มูลหรอื สารสนเทศ ประเมิน จดั การ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และนำสารสนเทศไปใช้ในการแก้ปญั หา สามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้ดา้ นวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดจิ ิทัล เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ในการแก้ปญั หาในชวี ิตจริง การทำงานร่วมกนั อย่างสรา้ งสรรคเ์ พ่ือประโยชนต์ ่อตนเองหรอื สงั คม และสามารถใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร อย่างปลอดภัย รู้เท่าทนั มีความรบั ผดิ ชอบมีจรยิ ธรรม เอกสารฉบับนีไ้ ด้จัดทำขนึ้ เพ่อื เปน็ การรายงานผลงานดเี ด่นด้าน Coding \"CODING Achievement Awards\" ซ่งึ ได้รายงานถึงการจดั การเรยี นการสอนท่ีส่งเสรมิ ทกั ษะของ Coding จงึ เป็นการเตรยี มความพร้อมของนกั เรียน ในการเป็น พลเมืองที่มีทักษะที่จำเป็นและสำคัญในโลกอนาคต ช่วยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพในศตวรรษท่ี 21 รวมทั้งมี ความรู้ ความเข้าใจ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการฝึกแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ และสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการใช้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งได้รายงานผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธิ์ประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความสำเร็จ การเผยแพร่ผลงาน การได้รับการยอมรับ และภาพกิจกรรม เพื่อเป็น เอกสารประกอบกิจกรรมการประเมินผลงานดีเดน่ ดา้ น Coding \"CODING Achievement Awards\" ผู้นำเสนอหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้คงจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการประเมินผลงาน ดีเด่นด้าน Coding \"CODING Achievement Awards\" ได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณ ว่าที่ร้อยตรีวาว พูลหนองกุง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นศรเี วินชัยและผูม้ สี ่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่สนับสนุน ช่วยเหลือ และให้กำลังใจ ทุกท่านที่มีสว่ น รว่ มในการจดั ทำรายงานผลบรรลุวัตถุประสงค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ นายกนั ตชาติ กุดนอก ผู้จัดทำ

สารบญั ข3 คำนำ หน้า สารบัญ ก ประเดน็ ท่ี 1 การวิเคราะห์การดำเนนิ การจดั การเรยี นรู้ Coding อยา่ งเปน็ ระบบ ข ประเดน็ ที่ 2 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่เี ปน็ แบบอยา่ งท่ดี ี 1-20 ประเดน็ ที่ 3 หลักฐานการจัดการเรยี นรู้ Coding 21-30 ประเดน็ ท่ี 4 หลกั ฐานผลท่เี กิดจากการจดั การเรียนรู้ Coding 31-36 ภาคผนวก 37-41 42

1 ประเดน็ ท่ี 1 การวิเคราะหก์ ารดำเนนิ การจดั การเรยี นรู้ Coding อยา่ งเปน็ ระบบ

2 ประเด็นที่ 1 การวเิ คราะห์การดำเนนิ การจดั การเรียนรู้ Coding อย่างเปน็ ระบบ 1. วเิ คราะห์ปัญหา/ความจำเปน็ ในการจดั การเรียนรู้ 1.1 ขอ้ มลู สถานศึกษา/ท่ีตง้ั /บรบิ ทสถานศึกษา โรงเรยี นบา้ นศรีเวินชัย ตั้งอยู่เลขท่ี ตง้ั อยเู่ ลขท่ี 153 หมู่ท่ี 6 ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จงั หวัด นครพนม รหัสไปรษณีย์ 48150 โทรศัพท์ 092-574-7834 E-mail: [email protected] โทรศพั ท์ 092-574-7834 ในพื้นทเี่ ขตบรกิ ารประกอบดว้ ยบ้านศรเี วินชยั หมู่ 6 และ 13 บรเิ วณท่ีใกล้เคยี งรอบโรงเรยี น ไดแ้ ก่ วัดพระ เนาว์ วัดศรีวิชัย ทุ่งนา ร้านค้าชุมชน ป่าชุมชน สวนยางพารา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ สภาพ ภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม ดินเป็นดินร่วนปนทราย ภาพรวมชุมชนในพื้นที่การบริการมีสภาพปัจจุบันปัญหาและความ ต้องการด้านต่างๆ คือ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจโดยประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา และเมื่อว่างจากฤดูกาล แล้วจะไปทำงานในต่างจงั หวัด ทำใหเ้ กดิ ปัญหาคอื การปลอ่ ยใหบ้ ตุ รหลานอยกู่ ับตายาย หรอื ผูป้ กครอง ทำให้เกิดปญั หา เด็กขาดความอบอนุ่ ขาดความเขา้ ใจภายในครอบครัว ปัญหาครอบครวั แตกแยก เปน็ ต้น โดยความตอ้ งการของชุมชน ที่สถานศึกษาสามารถตอบสนองได้ คอื การจดั การศกึ ษามุ่งพัฒนานักเรียนใหม้ คี วามรู้คูค่ ุณธรรม เป็นคนดี คนเก่ง และ อยู่ร่วมกันในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข และส่งเสริมการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น อยู่ในเขตบริการขององคก์ รปกครอง ส่วนตำบลสามผง ปจั จบุ ันโรงเรยี นบ้านศรีเวินชัย เป็นโรงเรยี นขนาดเล็ก เปดิ ทำการสอน 2 ระดบั คือ ระดบั กอ่ นประถมศึกษา และระดับประถมศกึ ษา ภาพประกอบท่ี 1 แผนทหี่ มบู่ ้านศรเี วินชยั

3 1.2 ผลการทดสอบระดบั ชาติของผูเ้ รยี นโรงเรยี นบ้านศรเี วนิ ชัย ปกี ารศึกษา 2564 1.2.1 ผลการประเมินความสามารถดา้ นการอา่ นของผู้เรียน (RT) ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 คะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมนิ ความสามารถดา้ นการอา่ นของ ผเู้ รยี น (Reading Test: RT) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 ้รอยละ 100% 80% 60% อ่านรู้เร่อื ง รวม 2 สมรรถนะ 40% 20% 0% อ่านออกเสยี ง ระดบั โรงเรียน 87% 67% 77% ระดบั เขตพนื้ ท่ี 64% 69% 67% ระดับประเทศ 69% 72% 71% ระดบั ระดับโรงเรียน ระดบั เขตพืน้ ที่ ระดับประเทศ ภาพประกอบท่ี 2 ผล RT ป.1 ปีการศึกษา 2564 1.2.2 ผลการประเมินความสามารถด้านการอา่ นของผู้เรียน (RT) ปกี ารศกึ ษา 2561 – 2564 คะแนนเฉล่ยี ร้อยละผลการประเมินความสามารถดา้ นการอา่ นของผเู้ รยี น (Reading Test: RT) ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2561-2564 100 90 81.92 81.71 81.82 81.89 87.42 87.33 80 70.81 82.71 77.22 70 78 67.11 60 59.73 50 การอ่านออกเสียง การรเู้ ร่ือง 40 รวม 2 สมรรถนะ 30 20 10 0 พ.ศ.2562 พ.ศ.2563 พ.ศ2564 พ.ศ.2561 ภาพประกอบท่ี 3 คะแนนเฉลยี่ RT ป.1 ปีการศึกษา 2561 - 2564

4 1.2.3 ผลการประเมินคุณภาพผูเ้ รยี น (NT) ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 ผลประเมินคุณภาพผูเ้ รียน (NT) ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2564 100.00% 63.36% 90.00% 38.34% 80.00% 70.00% 48.73% 60.00% 49.44% 50.00% 40.00% 62.68% 30.00% 45.59% 20.00% 10.00% 55.48% 0.00% 56.14% ระดบั โรงเรยี น 63.02% 41.97% ระดบั เขตพืน้ ท่ี 52.11% ระดบั สพฐ. 52.80% ระดับประเทศ ความสามารถดา้ นภาษาไทย ความสามารถดา้ นคณิตศาสตร์ รวมสองความสามารถ 63.36% 62.68% 63.02% 38.34% 45.59% 41.97% 48.73% 55.48% 52.11% 49.44% 56.14% 52.80% ระดับโรงเรียน ระดับเขตพืน้ ที่ ระดบั สพฐ. ระดบั ประเทศ ภาพประกอบท่ี 4 คะแนน NT ป.1 ปกี ารศึกษา 2564 1.2.4 คะแนนเฉลยี่ ร้อยละของจำนวนนักเรียนทม่ี ีผลการประเมนิ คุณภาพผูเ้ รยี น (NT) ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 ปกี ารศึกษา 2561-2564 คะแนนเฉลี่ยร้อยละของจำนวนนกั เรยี นท่ีมีผลการประเมินคุณภาพผเู้ รียน (NT) 70 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ปกี ารศึกษา 2561-2564 63 62 63 60 50 44 35 ความสามารถดา้ นภาษาไทย 43 30 ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ 25 รวม 2 ดา้ น 40 20 18 30 24 20 20 10 0 พ.ศ.2562 พ.ศ.2563 พ.ศ.2564 พ.ศ.2561 ภาพประกอบที่ 5 คะแนนเฉล่ีย NT ป.1 ปกี ารศึกษา 2561 - 2564

5 1.2.5 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พืน้ ฐาน (Ordinary National Educational Test: O - NET) ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ น้ั พ้นื ฐาน (O - NET) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ปีการศึกษา 2564 100% ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ 90% 56% 29% 38% 43% 80% 54% 28% 37% 38% 70% 51% 26% 34% 33% 60% 54% 29% 38% 34% 50% 40% 30% 20% 10% 0% ระดบั ประเทศ ระดับสงั กดั สพฐ. ระดบั เขตพืน้ ที่ ระดับโรงเรียน รวม ระดับประเทศ ระดับสงั กดั สพฐ. ระดับเขตพืน้ ท่ี ระดับโรงเรียน รวม ภาพประกอบที่ 6 คะแนน ONET ป.6 ปีการศึกษา 2564 1.2.6 ผลการประเมนิ การทดสอบทางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2561 – 2564 กลมุ่ สาระฯ 2561 ปกี ารศกึ ษา 2564 เฉลยี่ 2562 2563 ภาษาไทย 53.86 45.05 54.83 50.79 51.13 คณิตศาสตร์ 45.63 30.91 29 39.63 36.29 วิทยาศาสตร์ 40.44 36.02 38.87 35.42 37.69 ภาษาอังกฤษ 31.56 29.77 34 34.38 32.43 ตารางที่ 1 คะแนนเฉลย่ี ONET ป.6 ปีการศกึ ษา 2561 - 2564

6 1.3 การวเิ คราะห์ผเู้ รียนรายบุคคล เพ่อื จดั การเรียนรใู้ ห้เหมาะสมกับผู้เรียน การวเิ คราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์สิง่ แวดลอ้ ม วิเคราะห์งานเพื่อการ ปัญหาการเรียนการสอน การเรียนรู้ เรยี นรู้ -นักเรียนส่วนใหญ่มี ฐานะยากจน พ่อแม่ -นกั เรียนชนั้ เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิง นักเรยี นไม่เห็นประโยชน์ แยกกันอยู่ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 คำนวณในการแก้ปญั หาที่ ของการเรยี นกับการ -ความรใู้ นรายวิชาอยูใ่ น จำนวน 14 คน พบในชวี ิตจรงิ อยา่ งเปน็ แก้ปัญหาในชวี ติ ประจำวนั เกณฑป์ านกลางถึงต่ำ -สื่อการสอนแบบ ขนั้ ตอนและเป็นระบบ มี Unplugged Coding การแก้ปัญหาได้อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทนั และ มีจริยธรรม ภาพประกอบที่ 7 ปกรูปเล่มรายงานการวิเคราะห์ผู้เรยี นรายบุคคล ปกี ารศกึ ษา 2564

7 1.3 การวิเคราะห์ผ้เู รียนรายบคุ คล เพ่อื จดั การเรยี นรใู้ หเ้ หมาะสมกับผู้เรยี น 1.3.1 วตั ถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล วิเคราะห์แยกแยะความพร้อมของผู้เรียนรายบุคคล ระดับช้ัน ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรยี นบา้ นศรีเวนิ ชัย ปกี ารศึกษา 2564 2) เพื่อหาแนวทางการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้เรียน รายบคุ คลให้สามารถพัฒนาตามธรรมชาติของแต่ละบุคคลเตม็ ตามศักยภาพ และหาทางช่วยเหลือผู้เรียนท่ีมีข้อบกพร่อง ให้มีความพร้อมท่ดี ขี ้นึ 1.3.2 ประโยชน์ท่ีไดร้ บั 1) ได้ข้อมูลพนื้ ฐานของนกั เรียน ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นบา้ นศรีเวนิ ชยั ปกี ารศกึ ษา 2564 2) ได้ข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงนักเรียน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านศรีเวินชัย ปี การศึกษา 2564 3) ไดแ้ นวทางการออกแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลในการจัดการ เรยี นรูท้ ม่ี ีประสทิ ธภิ าพและเหมาะสมตามจุดเนน้ คณุ ภาพผเู้ รียน 1.3.3 กลุ่มเป้าหมาย กลมุ่ เปา้ หมายท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ไดแ้ ก่ 1) ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านศรเี วินชยั จำนวน 12 คน 1.3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ประกอบด้วย 1) ดา้ นประวัตสิ ่วนตวั นักเรียน 2) ดา้ นสุขภาพ 3) ดา้ นเก่ียวกับสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรยี น และทางบา้ น 4) ด้านเกยี่ วกบั การเรียน 5) ดา้ นเกยี่ วกับมนุษยสมั พันธ์ และบุคลิกภาพ 6) ดา้ นเกย่ี วกบั สขุ ภาพจติ และค่านยิ ม 7) ดา้ นเกีย่ วกับปัญหาท่ขี ้าพเจ้าประสบอยู่ในขณะน้ี 1.3.5 เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ประกอบดว้ ย แบบกรอกขอ้ มลู ระเบยี นสะสม และวิเคราะห์ผเู้ รียน รายบุคคล

8 1.3.6 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู การวิเคราะหข์ อ้ มลู ผู้เรียนรายบคุ คล ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านศรี เวนิ ชัย จำนวน 12 คนโดยวิเคราะห์ตามประเด็นการวิเคราะหผ์ ู้เรยี น นำเสนอตามลำดับ ดงั น้ี 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ด้านประวตั สิ ่วนตัวนกั เรยี น ตารางท่ี 2 แสดงผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลสถานภาพบิดา มารดา สถานภาพบิดา มารดา สถานภาพบิดา มารดา อยดู่ ว้ ยกนั แยกกนั อยู่ หย่ารา้ ง บิดาเสียชีวิต มารดาเสยี ชวี ิต 6 -- จำนวน/คน 42 ตารางท่ี 3 แสดงผลการวเิ คราะห์รายไดค้ รอบครวั จำนวนนักเรียน คิดเป็นรอ้ ยละ รายไดค้ รอบครวั 9 75 2 16 น้อยกวา่ 5,000 บาทต่อเดอื น 1 9 5,001-15,000 บาทต่อเดอื น ตั้งแต่ 15,001 บาทขนึ้ ไป ตารางท่ี 4 แสดงผลการวเิ คราะห์ด้านการเดนิ ทางมาโรงเรียน เดินทางมาโรงเรยี นโดย จำนวนนักเรยี น คิดเปน็ รอ้ ยละ 16 เดนิ 2 75 - รถจกั รยาน 9 - 9 รถจกั รยานยนต์ - รถรับจา้ ง - ผู้ปกครองมาสง่ 1

9 ตารางท่ี 5 แสดงตารางงานอดเิ รกของนักเรยี น จำนวนนกั เรยี น คดิ เป็นร้อยละ รายการ 4 33.33 1 8.33 ดสู ตมี เมอร์ 3 12 อ่านนิยาย แต่งนยิ าย 4 33.33 เล่นกฬี า เลน่ เกม 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดา้ นสขุ ภาพ จำนวนนกั เรยี น คดิ เปน็ ร้อยละ 4 33.33 ตารางท่ี 6 แสดงข้อมลู นำ้ หนกั /สว่ นสงู 3 12 น้ำหนัก 4 33.33 1 8.33 น้อยกวา่ 39 - - 40-49 - - 50-59 - - 60-69 70-79 จำนวนนกั เรียน คิดเปน็ ร้อยละ 80-89 8 66.66 90 ข้ึนไป 4 33.33 - - สว่ นสงู - - น้อยกว่า 159 160-169 *ขอ้ มลู ณ วันที่ 7 มิถนุ ายน 2564 170-179 180 ขน้ึ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ 66.66 ตารางท่ี 7 แสดงข้อมลู โรคประจำตัว จำนวนนักเรยี น 16.66 โรคประจำตัว 8 - 2 16.66 ไมม่ ี - ภมู แิ พ้ 2 โรคธาลัสซีเมีย หอบ

10 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ดา้ นเกี่ยวกับสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี น และทางบ้าน ตารางท่ี 8 แสดงข้อมูลบรรยากาศในโรงเรยี น จำนวนนกั เรยี น คดิ เปน็ ร้อยละ โรงเรียนของข้าพเจ้า 4 33.33 8 66.66 อบอุน่ มาก - - อบอ่นุ พอควร ห่างเหนิ กัน คดิ เป็นรอ้ ยละ 66.66 ตารางท่ี 9 แสดงขอ้ มลู บรรยากาศในโรงเรยี น จำนวนนักเรียน 33.33 โรงเรียนของขา้ พเจ้า 8 - 4 สามัคคี - ต่างคนตา่ งอยู่ แยกกนั หลายหมู่ ตารางท่ี 10 แสดงขอ้ มลู บรรยากาศของบ้านขา้ พเจ้า บรรยากาศของบ้านขา้ พเจา้ จำนวนนักเรียน คิดเปน็ ร้อยละ 75 สามัคคี 9 8.33 8.33 ตา่ งคนตา่ งอยู่ 1 8.33 ไม่ลงรอยกนั 1 เงียบเหงาน่าเบ่ือ 1

4. ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลดา้ นเก่ียวกบั การเรียน จำนวนนกั เรียน 11 2 ตารางท่ี 11 แสดงข้อมูลด้านปัญหาการเรยี น 2 คิดเป็นรอ้ ยละ ด้านปัญหาการเรียน 2 8.33 - 8.33 เรียนไมเ่ ขา้ ใจ 2 8.33 เบ่ือเรยี นบางวิชา 4 - เรียนไมท่ ันเพือ่ น 8.33 อยากเลิกเรียน 33.33 ต้องการใหเ้ พ่อื นชว่ ย ตอ้ งการครูทเี่ ขา้ ใจและเปน็ ท่ีปรกึ ษาได้ ตารางท่ี 12 แสดงขอ้ มูลรูปแบบการจัดการเรียนรูท้ ีผ่ ู้เรยี นตอ้ งการ รปู แบบการจัดการเรียนรู้ท่ีผเู้ รยี นตอ้ งการ จำนวนนักเรยี น คิดเปน็ รอ้ ยละ - บรรยายถกู ต้องตามเนอ้ื หา - 8.33 ฝกึ การทำงานเปน็ กลมุ่ 1 - อธิบายชดั เจน เข้าใจงา่ ย - 8.33 - เรยี นรู้จากประสบการณต์ รง เชน่ การไปทศั นศกึ ษา 1 83.33 คน้ ควา้ สืบเสาะหาความรใู้ นรปู แบบโครงงาน - เรียนรภู้ าษาผ่านเกม 10 5. ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลด้านเกยี่ วกบั มนุษยสัมพนั ธ์ และบคุ ลิกภาพ ตารางท่ี 13 แสดงขอ้ มูลเมอ่ื อยูใ่ นกลมุ่ เพอื่ น ข้าพเจา้ มักเป็น เม่ืออยใู่ นกลุม่ เพอ่ื น ขา้ พเจ้ามักเป็น จำนวนนกั เรยี น คิดเปน็ ร้อยละ 10 ผ้นู ำ 2 35 55 ผู้ตาม 7 ผ้นู ำและผตู้ ามบางโอกาส 11

ตารางท่ี 14 แสดงข้อมลู เม่ือมีกิจกรรมกลมุ่ ข้าพเจ้ามกั จะ จำนวนนักเรียน 12 เมื่อมีกจิ กรรมกล่มุ ขา้ พเจา้ มกั จะ 2 13 คิดเป็นร้อยละ ทำงานมากกว่าเพอ่ื น 5 10 ทำงานเทา่ กบั เพื่อน 65 ทำงานนอ้ ยกวา่ เพื่อน 25 6. ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลด้านเกย่ี วกับสขุ ภาพจติ และค่านิยม คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ตารางท่ี 15 แสดงขอ้ มูลข้าพเจา้ คดิ ว่าโลกนี้ จำนวนนักเรียน - ขา้ พเจ้าคดิ ว่าโลกน้ี 12 - คดิ เป็นร้อยละ น่าอยู่ 100 ไม่น่าอยู่ - ตารางท่ี 16 แสดงขอ้ มูลขา้ พเจา้ รสู้ กึ ว่าตัวเอง จำนวนนักเรยี น ขา้ พเจา้ รู้สกึ วา่ ตวั เอง 12 - มีคา่ ไมม่ คี ่า ตารางท่ี 17 การแบ่งกลมุ่ ผูเ้ รียนตามระดับผลสัมฤทธิ์ กลุ่มท่ี 1 : กล่มุ เก่ง เกรด 3.00 ขนึ้ ไป ชือ่ - สกุลผ้เู รยี น ท่ี กลุ่มท่ี 1 : กลุ่มเก่ง ผลสมั ฤทธ์ิ แนวทางการพฒั นาในการจัดกิจกรรม ฯ เกรด 3.00 ขน้ึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ 83 * กลุ่มเก่ง เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมในการจัด กิจกรรมการเรยี นการสอนเปน็ แกนทีค่ อยช่วย 1 เดก็ หญงิ วรญั ญา พ่ึงบุญ 4.00 เสริมเพื่อนในการทำการทดลอง / การทำใบ งาน / ชิ้นงาน / ผลงานโดยการกระจาย 2 เด็กหญงิ ศริ ประภา ใสเย็น 3.91 หลีกเลี่ยงการเกาะกลุ่ม มากที่สุดสามารถ แก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นตัวอย่างและ 3 เดก็ หญิงภรณพ์ ิวรรณ เกตุจติ ร์ 3.87 สามารถแนะนำ หรืออธบิ ายเพื่อนๆ ได้ 4 เดก็ หญิงพชั ราภา รัฐพงศ์จาตภุ ัทร 3.74 5 เด็กหญิงชญั ญา ชายคำ 3.52 6 เด็กหญงิ ประภัสศร แสนป้อง 3.33 7 เด็กชายธรี โชติ สุนทรวสิ ัย 3.13 8 เด็กชายดานุพงษ์ วงษา 3.13 9 เดก็ ชายผลติ โชค ทิธรรมมา 3.13 10 เดก็ ชายอภิสทิ ธ์ิ ปทุมมากรณ์ 3.07

13 กลุม่ ที่ 2 : กลุ่มอ่อน ระหวา่ ง 2.50-2.99 ผลสมั ฤทธิ์ แนวทางการพฒั นาในการจัดกิจกรรม ฯ ชอื่ - สกลุ ผู้เรยี น 2.96 * กลุ่มปานกลาง : เปน็ กลุ่มทีม่ คี วามพร้อมใน ท่ี กลมุ่ ที่ 2 : กลุ่มปานกลาง 2.89 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นบาง เกรด 2.50-2.99 คดิ เป็นรอ้ ยละ 17 เรื่องในการทำการทดลอง /การทำใบงาน / 1 เดก็ ชายศรณั ยภ์ ทั ร กนิ รา ชิ้นงาน / ผลงานตอ้ งอาศยั คำอธบิ ายเพิ่มเติม 2 เดก็ หญงิ อรนดิ า ภาวะโคต เป็นบางครัง้ จากตารางท่ี 17 ผลจากการศกึ ษาและวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ปกี ารศึกษา 2564 มี นักเรยี นท้งั สน้ิ 12 คน มคี วามแตกต่างกนั ดังนี้ นักเรยี นทม่ี ผี ลการเรยี นอยู่ในกลมุ่ เกง่ (เกรด 3.00 ขน้ึ ไป) จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 83 นักเรยี นทม่ี ผี ลการเรยี นอยู่ในกลมุ่ ปานกลาง (เกรด 2.50-2.99) จำนวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 17

14 ตารางที่ 18 แสดงผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ดา้ น วชิ าท่ีชอบ วิชาท่ีควรพัฒนา แนวทางพัฒนา และ ความสามารถพเิ ศษ เลขที่ ชอ่ื -สกลุ วิชาที่ชอบ วชิ าทค่ี วร แนวทางการพฒั นา ความสามารถ พฒั นา พิเศษ 1 เด็กชายดานุพงษ์ วงษา พละ คณติ ศาสตร์ สร้างเจตคติที่ดีต่อวิชา แนะนำความสำคญั เลน่ กีฬา ของรายวิชานน้ั ฟตุ บอล 2 เด็กชายธีรโชติ สุนทรวิสยั คณติ ศาสตร์ ภาษาองั กฤษ สร้างเจตคติทีด่ ตี อ่ วชิ า แนะนำความสำคัญ ของรายวิชาน้ัน เลน่ เกม 3 เด็กชายวิทวสั ผงทอง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ สรา้ งเจตคติที่ดีตอ่ วิชา แนะนำความสำคัญ ฟุตบอล ของรายวิชานน้ั ฟตุ บอล 4 เดก็ ชายอภิสทิ ธิ์ ปทมุ มากรณ์ คอมพวิ เตอร์ ภาษาอังกฤษ สร้างเจตคติทด่ี ตี อ่ วชิ า แนะนำความสำคญั ของรายวิชาน้นั ไมม่ ี 5 เดก็ ชายผลิตโชค ทิธรรมมา พละ วทิ ยาศาสตร์ สรา้ งเจตคติทด่ี ีตอ่ วิชา แนะนำความสำคญั อา่ นหนงั สือ ของรายวิชานั้น อ่านหนังสือ 6 เดก็ ชายศรณั ยภ์ ัทร กนิ รา คอมพิวเตอร์ ภาษาองั กฤษ สร้างเจตคติท่ีดีต่อวิชา แนะนำความสำคญั ของรายวิชานน้ั เล่นเกม 7 เดก็ หญงิ วรัญญา พ่งึ บญุ พละ ภาษาอังกฤษ สร้างเจตคตทิ ีด่ ตี อ่ วิชา แนะนำความสำคัญ เลน่ เกม ของรายวชิ านัน้ วาดรูป,แตง่ 8 เด็กหญงิ ชัญญา ชายคำ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สร้างเจตคติที่ดีตอ่ วิชา แนะนำความสำคัญ นิยาย ของรายวิชานั้น ไม่มี 9 เดก็ หญิงประภสั ศร แสนปอ้ ง ไม่มี ภาษาอังกฤษ สรา้ งเจตคตทิ ี่ดีต่อวชิ า แนะนำความสำคัญ ของรายวชิ านน้ั 10 เดก็ หญงิ ภรณ์พิวรรณ เกตุจิตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาองั กฤษ สร้างเจตคติที่ดีต่อวิชา แนะนำความสำคัญ ของรายวชิ านั้น 11 เดก็ หญงิ ศิรประภา ใสเย็น ศลิ ปะ วิทยาศาสตร์ สร้างเจตคติท่ดี ตี อ่ วิชา แนะนำความสำคัญ ของรายวิชาน้ัน 12 เดก็ หญงิ พชั ราภา รัฐพงศ์จาตุภัทร ชอบทุกวิชา ไม่มี สรา้ งเจตคตทิ ่ดี ตี อ่ วชิ า แนะนำความสำคัญ ของรายวิชาน้ัน

15 1.4 การวเิ คราะห์เพ่ือออกแบบการจัดการเรยี นรู้ Coding สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่พี บในชีวิตจริงอย่างเปน็ ข้นั ตอนและเป็น ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างมี ประสิทธภิ าพ ร้เู ทา่ ทัน และมีจริยธรรม ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้ 1. ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา การ อธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธจ์ าก ➢ การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะชว่ ยให้แกป้ ญั หา ปัญหาอย่างง่าย ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรม อย่างงา่ ย ➢ การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์ หรือเง่อื นไขท่ี เพอ่ื แก้ปญั หาใน ชีวติ ประจำวนั ตรวจหา ครอบคลุมทุกกรณมี าใช้พิจารณาในการแกป้ ญั หา ข้อผดิ พลาดของโปรแกรม และแกไ้ ข ➢ แนวคิดของการทำงานแบบวนซำ้ และเง่อื นไข ➢ การพจิ ารณากระบวนการทำงานที่มีการทำงานแบบ วนซำ้ หรือเงอื่ นไขเปน็ วธิ ีการทจี่ ะชว่ ยใหก้ ารออกแบบวธิ ีการ แก้ปัญหาเปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ ➢ ตัวอย่างปญั หา เชน่ การค้นหาเลขหน้าทตี่ อ้ งการให้ เร็วทีส่ ุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูก ภายใน 20 คำถาม การคำนวณเวลาในการเดินทางโดยคำนงึ ถึง ระยะทาง เวลาจดุ หยุดพกั ➢ การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็นข้อความ หรอื ผังงาน ➢ การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมกี ารใช้ตวั แปร การวนซำ้ การตรวจสอบเง่อื นไข ➢ หากมขี ้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำส่ัง เม่ือพบ จุดทีท่ ำให้ผลลัพธไ์ ม่ถูกตอ้ ง ใหท้ ำการแก้ไขจนกว่าจะได้ ผลลพั ธท์ ี่ถูกต้อง ➢ การฝกึ ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่นจะชว่ ย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปญั หาไดด้ ียิ่งขน้ึ

16 ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้ 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรม อย่างง่าย เพ่ือแกป้ ัญหาใน ชีวิตประจำวนั ตรวจหา ตวั อย่างปัญหาเช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น ขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม และแก้ไข เกมฝกึ พิมพ์ 3.ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หา ข้อมูลอย่างมี ประสทิ ธภิ าพ ซอฟตแ์ วร์ที่ใช้ในการเขยี นโปรแกรมเชน่ Scratch, logo 4.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ทำงานรว่ มกัน การคน้ หาอยา่ งมีประสิทธภิ าพ เป็นการค้นหาขอ้ มลู ที่ได้ตรง อยา่ งปลอดภัยเขา้ ใจสิทธแิ ละหน้าท่ขี องตน ความต้องการในเวลารวดเร็วจากแหลง่ ข้อมูลทีน่ ่าเชือ่ ถอื เคารพในสทิ ธขิ องผอู้ น่ื แจ้งผเู้ ก่ียวขอ้ งเม่อื หลายแหลง่ และขอ้ มูลมีความสอดคล้องกัน พบข้อมูล หรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม การใชเ้ ทคนคิ การค้นหาขน้ั สูงเชน่ การใช้ตวั ดำเนินการ การระบรุ ปู แบบของข้อมลู หรอื ชนดิ ของไฟล์ การจดั ลำดบั การคน้ หาของโปรแกรมค้นหา การเรียบเรยี งสรปุ สาระสำคญั (บรู ณาการกบั วิชาภาษาไทย) ➢ อนั ตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทางอินเทอรเ์ นต็ แนวทางในการปอ้ งกัน ➢ วิธกี ำหนดรหัสผ่าน ➢ การกำหนดสทิ ธิก์ ารใช้งาน(สิทธ์ใิ นการเข้าถึง) ➢ แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ ➢ อันตรายจากการติดต้งั ซอฟต์แวร์ท่ีอยู่บนอนิ เทอร์เน็ต

17 คำอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้โปรแกรม Scratch ศึกษาการ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การประเมิน ความน่าเชื่อถือ ศึกษาการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี โดยอาศัย กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) และวัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5Es Intructional Model) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรยี นรู้ และสร้างองค์ความรูใ้ หมด่ ้วยตนเองผ่าน กระบวนการคดิ และปฏบิ ตั ิ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพอื่ ให้ผ้เู รียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจ มที กั ษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวเิ คราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบ้ืองต้นในการ แก้ปัญหาที่พบในชีวติ จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และนำ เทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการ ตัดสนิ ใจ และเป็นผทู้ ีม่ จี ติ วิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ชวี้ ัด ว 4.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 รวม 4 ตวั ชี้วดั จากการศกึ ษาหลักสูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช 2560) ของโรงเรียนบ้านศรีเวินชัย ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า โรงเรียนบ้านศรีเวินชัยมุง่ เน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ที่กำหนด ทั้งด้าน ร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบ อาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิต โดยม่งุ เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั สง่ เสรมิ และพฒั นาผเู้ รียนทุกคนให้สามารถเรยี นรู้ และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพอย่างหลากหลาย ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดสมรรถนะที่สำคัญ 5 ประการ อันได้แก่ ความสามารถในการส่ือสารความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถใน การใช้ทักษะชวี ิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และจากการศึกษาโครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ มาตรฐานและตวั ชี้วดั การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยโรงเรยี นบ้านศรีเวนิ ชัย มีการจัดทำโครงสรา้ งหลักสตู รทสี่ อดคล้องกบั สภาพบรบิ ทของโรงเรยี นและสาระการเรยี นรู้แกนกลางท่กี ำหนด

18 ในการศกึ ษาครัง้ นผี้ ้รู ายงานซึ่งรบั ผิดชอบสอนในรายวิชา ว16101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ได้ทำการวเิ คราะหค์ ำอธบิ ายรายวชิ าและจัดทำโครงสร้างรายวิชาและวิเคราะหเ์ น้ือหา สาระการเรียนรู้ จำนวน 4 หน่วยการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ หนว่ ยที่ 1 การแกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ หนว่ ยที่ 2 การออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย หนว่ ยท่ี 3 การใชง้ านอินเทอรเ์ น็ต อย่างมปี ระสิทธิภาพ หน่วยท่ี 4 ความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ การออกแบบเกมเพอื่ การศึกษา SMEs Srivernchai Version1 ได้แนวคดิ มาจากกาiจำลองผ้เู ล่น เป็นเจ้าของรา้ นคา้ ผู้เล่นต้องบริหารจดั การรา้ นค้าของตนเองให้ประสบความสำเร็จมากทส่ี ดุ โดยผ่านการเล่น เกม ช่วยให้ผเู้ รยี นเรยี นรู้ ผ่านการลงมอื ปฏิบัตติ ามกตกิ าเพ่ือเรียนรู้และแสดงพฤตกิ รรมจากการปฏิบัตติ าม วิธกี ารเลน่ อย่างสนกุ สนาน ท้าทายความสามารถ และนำผลจากการเลน่ เกมมาอภปิ รายเพ่ือสรุปความรู้ SMEs Srivernchai Version1 (นำมาใช้สอนจริงแลว้ ในแผนน้ี) SMEs Srivernchai Version2 To be continued… (อย่รู ะหว่างการดำเนินการ) โปรเจคต่อไปในการตอ่ ยอดสือ่ การเรียนร้ชู ุด “SME Srivernchai” ผจู้ ัดทำจะนำ OTOP ทั้ง 10 อย่างของ หมู่บ้านศรเี วินชยั ซงึ่ ได้วเิ คราะหบ์ ริบทจรงิ และนำชดุ เด่นใน ชมุ ชน มาเปน็ ส่วนประกอบหลักในการทำเกมการเรียนรชู้ ุด ต่อไป (อยใู่ นระหวา่ งการดำเนนิ การ)

หน่วยการเรยี นรู้เร่ือง การแกป้ ัญ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศ ช้ันประถมศกึ ษ ท่ี ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรู้ 1 ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะใน การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นขน้ั ตอนจะชว่ ยให้แก้ปัญหา การแก้ปญั หา การอธบิ ายการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะเปน็ ทำงาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ จาก การนำกฎเกณฑ์ หรือเงือ่ นไขท่คี รอบคลุมทกุ กรณี ปัญหาอย่างง่าย มาใชพ้ จิ ารณาในการแก้ปัญหา 2 ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ การแก้ปญั หาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ัญหา ในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการ ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จาก การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ ปัญหาอย่างงา่ ย

ญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 19 ศาสตร์และเทคโนโลยี ษาปีที่ 6 สาระสำคญั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เวลา (ชว่ั โมง) เหตุผลเชิงตรรกะกบั การแก้ปัญหา เป็น 1. อธิบายกระบวนการแก้ปญั หาใน 2 น การนำหลกั การ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขท่ี ชวี ติ ประจำวันได้ โดยใช้เหตผุ ลเชงิ ครอบคลมุ ทุกกรณมี าใช้พจิ ารณาในการ ตรรกะ (K) แกป้ ญั หา การอธบิ ายการทำงาน หรือการ 2. นักเรียนสามารถเขยี น คาดการณ์ผลลัพธ์ สถานะเริม่ ตน้ ของการ กระบวนการแก้ปัญหาใน ทำงานทแี่ ตกตา่ งกันจะให้ผลลพั ธท์ ี่ ชวี ิตประจำวนั ได้ (P) แตกตา่ งกนั 3. เหน็ ประโยชนข์ องการใชเ้ หตุผล เชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา (A) เหตผุ ลเชงิ ตรรกะกบั การแกป้ ัญหา เปน็ 1. อธิบายกระบวนการแก้ปญั หาใน 2 การนำหลกั การ กฎเกณฑ์หรอื เง่อื นไขที่ เกม SMEs Srivernchai (K) ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ 2.แก้ปัญหาและใหเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ แกป้ ญั หา การอธบิ ายการทำงาน หรือการ ในการบรหิ ารรา้ น SMEs คาดการณ์ผลลพั ธ์ Srivernchai (P) 3.ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาโดยใช้ แนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ใน ชวี ติ ประจำวนั ได้ (A)

ท่ี ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้ 3 ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ ในการแก้ปญั หา การอธบิ ายการ เงือ่ นไขทคี่ รอบคลมุ ทุกกรณีมาใช้พจิ ารณาในการ ทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จาก แกป้ ญั หา ปัญหาอยา่ งง่าย 4 ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ อัลกอรทิ ึม (Algorithm) ในการแกป้ ญั หา การอธบิ ายการ ช่วยทำให้ไม่สับสนกบั วธิ ีดำเนนิ งาน ทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก เพราะทกุ อยา่ งจะถกู จัดเรยี งเปน็ ขน้ั ตอน ปัญหาอย่างง่าย มีวิธีการและทางเลือกไว้ เมอื่ นำมาใช้จะทำใหก้ ารทำงานสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทำใหป้ ญั หาลดลง หรือสามารถค้นหาต้นเหตขุ องปญั หาได้อย่างรวดเร็ว เน่อื งจากกระบวนการถูกแยกแยะกจิ กรรม ขน้ั ตอน และความสัมพนั ธ์ ออกมาใหเ้ หน็ อย่างชัดเจน

20 สาระสำคญั จุดประสงค์การเรยี นรู้ เวลา (ชว่ั โมง) แนวคดิ ในการแกป้ ัญหา คอื แนวคดิ ที่ใช้ใน 1. อธบิ ายกระบวนการทำงานหรือ 2 การพิจารณากระบวนการทำงานหรอื การ การแก้ปญั หา โดยใช้แนวคดิ แบบ 2 แกป้ ญั หา ตา่ ง ๆ ได้ (K) ต่าง ๆ อยา่ งเป็นข้นั ตอน ช่วยใหก้ าร 2. ออกแบบกระบวนการทำงาน ทำงานและการแก้ปัญหาสามารถทำได้ หรือการแกป้ ญั หา โดยใชแ้ นวคิด งา่ ยและมปี ระสิทธิภาพ โดยแนวคิดใน แบบต่าง ๆ ได้ (P) การแกป้ ญั หามี 3 รูปแบบคือ แนวคดิ การ 3. ยกตวั อย่างการแกป้ ญั หาโดยใช้ ทำงานแบบลำดบั แนวคิดการทำงานแบบ แนวคดิ การทำงานแบบตา่ ง ๆ ใน วนซำ้ และแนวคิดการทำงานแบบมี ชีวติ ประจำวนั ได้ (A) เงอ่ื นไข เหตผุ ลเชิงตรรกะกับการแกป้ ัญหา เป็น 1. เขา้ ใจขนั้ ตอนการแสดง การนำหลักการ กฎเกณฑ์หรอื เง่ือนไขท่ี อลั กอริทึมในการทำงานและการ ครอบคลมุ ทกุ กรณีมาใช้พจิ ารณาในการ แกป้ ญั หาได้ (K) แกป้ ญั หา 2. แสดงอลั กอรทิ ึมในการทำงาน และการแกป้ ัญหาได้ (P) 3. เหน็ ประโยชนข์ องการแสดง ว อัลกอรทิ มึ ในการทำงานและการ น แก้ปญั หาได้ (A)

21 ประเดน็ ที่ 2 แผนการจดั การเรียนรู้ทีเ่ ปน็ แบบอย่างท่ีดี

22 2.1 การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ การกำหนดจุดประสงคการเรียนรู้(Objectives) เป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนบรรลุซ่ึง มีท้ัง ด้านความรู้ทักษะและเจตคติ จุดประสงค์การเรียนรู้จะได้มาจากระดับของหลักสูตรคือตั้งแต่จุดหมายของ หลักสูตรจุดประสงค์ของสาขาวิชามาตรฐานวิชาชีพสาขาวิชาและสาขางานจนถึง ระดับรายวิชา คือ จดุ ประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชาและคำอธบิ ายรายวิชา ท่ตี ้องการจัดการเรยี นรู้เพอื่ มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ผล ตามจดุ ประสงคร์ ะดับหลักสตู ร เขยี นใหค้ รอบคลมุ พฤตกิ รรมท้ัง 3 ด้านดงั กลา่ ว 1. อธบิ ายกระบวนการแกป้ ัญหาในเกม SMEs Srivernchai (K) ระดับพฤตกิ รรม ตวั อยา่ ง ความเขา้ ใจ สามารถอธิบายกระบวนการแก้ปญั หาใน เกม SMEs Srivernchai ได้ 2. แกป้ ัญหาและใหเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการบริหารร้าน SMEs Srivernchai (P) ระดับพฤตกิ รรม ตัวอยา่ ง การปฏบิ ัติงาน โดยการลองผิดลองถกู แกป้ ัญหาและให้เหตุผลเชิงตรรกะในการ บริหารร้าน SMEs Srivernchai ได้ 3. ยกตวั อยา่ งการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดการทำงานแบบตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวันได้ (A) ระดบั พฤตกิ รรม ตวั อย่าง การเห็นคณุ ค่า นำแนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ใน ชวี ติ ประจำวนั ได้

23 2.2 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ ใชเ้ กมเปน็ ฐาน (Game-based Learning) เป็นการออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้หรือสื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ความรู้ ทักษะ เจตคติตามที่ได้กำหนดวัตถุประสงค์การ เรยี นรู้ไว้ ช่วยสร้างแรงจงู ใจในการเรียนรูแ้ ละกระตุ้นใหเ้ กดิ การแสดงพฤตกิ รรมผา่ นกลไลท่สี ร้างความร้สึกผ่อน คลายและสนุกสนาน การใชเ้ กมชว่ ยสนับสนนุ ให้ผู้เรียนเกิดปฏิสมั พนั ธ์ตอ่ ปญั หาหรอื สถานการณ์ท่ีถูกสร้างขึ้น โดยผู้เลน่ ต้องแกไ้ ขปัญหาตามกติกาท่วี างไว้ และไดร้ บั การสะทอ้ นผลเพือ่ ปรบั ปรุงการเรยี นรู้ของตนเองเน้นให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) ซึ่งผู้เรียนฝึกปฏิบัติ สร้างองค์ความรู้ และได้สืบค้นข้อมูลด้วยตนเองมี ลักษณะพเิ ศษคอื มคี วามสนุกสนานและท้าทายไปพร้อมๆ กับการเรยี นรู้ ทง้ั สามารทำให้ผู้เรยี นสนใจสามารถ ช่วยเหลือในเรื่องของการสื่อสารระหว่างกันของผู้เรียนการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบและความคิด สรา้ งสรรคไ์ ด้ (คูม่ อื การจดั การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาแนวคิดเชิงคำนวณโดยใช้เกมเปน็ ฐาน สถาบันเทคโนโลยีพระ จอมเกล้าเจ้าคณุ ทหารลาดกระบัง, 2563, หน้า 6) ภาพประกอบท่ี 8 ผลกระทบด้านบวกของ Game-Based Learning

24 ภาพประกอบที่ 9 การออกแบบการเรียนรโู้ ดยใชเ้ กมเป็นฐาน ขอขอบคณุ แนวคิดการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชเ้ กมเปน็ ฐาน จากคู่มอื การจดั การเรียนรู้ เพ่อื พัฒนา แนวคดิ เชิงคำนวณโดยใชเ้ กมเป็นฐาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคณุ ทหารลาดกระบัง ท่เี ป็นแนวทาง ให้แก่ขา้ พเจ้าในการจดั การเรียนการสอนวชิ าวทิ ยาการคำนวณ ปรับประยกุ ต์แนวคิด เพอื่ มาส่หู ้องเรียนทำให้ ผเู้ รียน มีความสนใจ กระตนุ้ การคดิ ขัน้ สงู ส่งเสริมการสือ่ สาร การรว่ มมือระหวา่ งผู้เรียน เพอื่ ให้บรรลุ เปา้ ประสงคก์ ารจัดการเรียนรตู้ อ่ ไป

25 2.3 การออกแบบวัดและประเมนิ ผล หน่วยการเรยี นรู้เรอ่ื ง การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 เรื่อง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัดและ ประเมิน ประเมนิ ผล 1. อธิบายกระบวนการทำงานหรือ แบบประเมนิ การแกป้ ัญหา โดยใช้แนวคดิ แบบ ประเมิน ชนิ้ งาน ผา่ นระดับคณุ ภาพ ต่าง ๆ ได้ (K) ดี ขึน้ ไป 2. นักเรียนสามารถเขียน ประเมนิ การใช้ กระบวนการแกป้ ัญหาใน แบบประเมนิ ผา่ นระดับคณุ ภาพ เหตุผลเชงิ ชวี ติ ประจำวันได้ (P) ช้นิ งาน ดี ขนึ้ ไป ตรรกะ 3.เห็นยกตัวอย่างการแก้ปัญหา โดยใช้แนวคิดการทำงานแบบต่าง แบบสังเกตฯ ผา่ นระดบั คณุ ภาพ ๆ ในชีวิตประจำวนั ได้ (A) ดี ขึ้นไป

26 ตัวอย่างแผนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน 1 แผน ตามรูปแบบของสถานศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ วชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว16101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 8 ชั่วโมง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ วลาเรยี น 2 ชวั่ โมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 SMEs Srivernchai ช่อื ผู้สอน นายกันตชาติ กดุ นอก วนั ทีส่ อน......./......../........ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ญั หาท่พี บในชวี ิตจรงิ อย่างเปน็ ขั้นตอน และเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ ร้เู ท่าทัน และมีจรยิ ธรรม 2. ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ ผลลพั ธ์ จากปญั หาอยา่ งงา่ ย จดุ ประสงค์ 1.อธิบายกระบวนการแก้ปัญหาในเกม SMEs Srivernchai (K) 2.แก้ปัญหาและให้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการบรหิ ารรา้ น SMEs Srivernchai (P) 3. ยกตวั อยา่ งการแกป้ ัญหาโดยใชแ้ นวคิดการทำงานแบบตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจำวันได้ (A) 3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เหตุผลเชงิ ตรรกะกับการแก้ปญั หา เปน็ การนำหลักการ กฎเกณฑ์หรอื เงื่อนไขท่ีครอบคลมุ ทกุ กรณีมา ใชพ้ จิ ารณาในการแกป้ ญั หา การอธิบายการทำงาน หรอื การคาดการณ์ผลลัพธ์ สถานะเริ่มตน้ ของการทำงานที่ แตกตา่ งกันจะใหผ้ ลลพั ธ์ทแ่ี ตกต่างกนั 4. สาระการเรยี นรู้ 1. การแก้ปัญหาอยา่ งเป็นขนั้ ตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ญั หาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ 2. การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขทคี่ รอบคลมุ ทุกกรณีมาใชพ้ จิ ารณา ในการแกป้ ญั หา 3. แนวคดิ ของการทำงาน และเงื่อนไข

27 5.สมรรถนะสำคัญ 1. ทักษะการสือ่ สาร 2. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 3. ทักษะการแก้ปัญหา 6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ :เกมเปน็ ฐาน (Game-based Learning) ขั้นนำ (10 นาที) 1. นกั เรยี นดู VDO เรอื่ ง “CentralLab For SMEs” https://www.youtube.com/watch?v=8g6XOMMFekI (3นาท)ี 2. รว่ มกันอภิปราย แนวคิดทไี่ ด้จากการรับชม VDO 3. ถามนักเรียนว่าในทอ้ งถน่ิ ของนกั เรยี นมรี ้านอะไรบ้าง และเปน็ รา้ นทค่ี า้ ขายอะไร แนวคำตอบ รา้ นคา้ ในชมุ ชน เช่น รา้ นโชหว่ ย ร้านขายอาหารตามสง่ั ร้านขายผลไม้ ฯลฯ 4. อธิบายหลกั การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจทอ้ งถิน่ และความหมายของ SMEs ใหน้ กั เรียนฟัง ว่า SME เป็นการดำเนินทางธุรกิจขนาดย่อม เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ จากผู้ ประกอบธุรกิจไปสกู่ ลุม่ คนตา่ ง ๆ และธรุ กจิ ขนาดย่อมน้ี เป็นฐานส่ธู ุรกิจขนาดใหญ่ต่อไป ขนั้ สอน (90 นาที) 1. อธบิ ายใบกจิ กรรมท่ี 1 “เคล็ดลับความสำเร็จ”ตอบจุดประสงค์ การแก้ปญั หาและให้ เหตุผลเชิงตรรกะในการบริหารรา้ น SMEs Srivernchai และใบกจิ กรรมที่ 2 “ผพู้ ิชติ ธรุ กิจ SMEs Srivernchai” ตอบจดุ ประสงค์ อธบิ ายกระบวนการแกป้ ญั หาในเกม SMEs Srivernchai 2. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 2-3 คน

28 3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มจะได้รบั คู่มอื การเลน่ และอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการเล่นเกม ได้แก่ 3.1 แผนผงั รา้ นคา้ - แผนผังรา้ นค้า 1 แผ่น 3.2 เงินตั้งต้นรา้ น 500 รูปัง 3.3 การด์ ทรพั ยากรตั้งตน้ ร้าน 3 ใบ การด์ การ์ด การ์ด การด์ การ์ด ตูแ่ ชเ่ ย็น เครอื่ งด่มื ช้ันวาง ขนมถงุ พิเศษ

29 4. อธบิ ายกตกิ า เงื่อนไข การเล่นเกม SMEs Srivernchai 5. นักเรยี นเริ่มเลน่ เกม โดยครูเป็นผู้ใหค้ ำแนะนำในการเล่น ระหวา่ งเลน่ ใหบ้ นั ทกึ ใบกิจกรรมท่ี 1 “เคล็ดลบั ความสำเรจ็ ” 6. เมื่อจบเกม ใหน้ ักเรียนสรปุ คะแนนที่ได้ และบันทกึ ใบกจิ กรรมที่ 2 “ผู้พิชิตธรุ กจิ SMEs Srivernchai” ขั้นสรปุ (20 นาท)ี 1. นกั เรยี นกลมุ่ ที่สามารถบรหิ ารจัดการรา้ นได้ประสบความสำเรจ็ ลำดบั ท่ี 1-3 (ถ้ามเี วลา เพยี งพอสามารถนำเสนอแนวคดิ ไดม้ ากกว่า 3 ลำดับ) ออกมานำเสนอแนวคิด และเหตผุ ลการ วางแผน การเลน่ เกม โดยให้เพื่อนในหอ้ งมสี ว่ นร่วมในการอภิปรายและแสดงความคิดเห็น 2. อธิบายเพิม่ เติมเกย่ี วกบั หลกั การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา เพื่อนำไปสูช่ ยั ชนะ ในการเลน่ เกม พร้อมทั้งสรุปและเชื่อมโยงการแก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั ร่วมกับนักเรียน 8. ส่อื การเรยี นรู้ 1. VDO เร่ือง “CentralLab For SMEs” https://www.youtube.com/watch?v=8g6XOMMFekI 2. ใบกิจกรรมท่ี 1 “เคลด็ ลบั ความสำเร็จ” 3. ใบกิจกรรมที่ 2 “ผู้พิชติ ธุรกิจ SMEs Srivernchai” 4. แบบแบบประเมนิ พฤตกิ รรม 5. PPT แนะนำเกม SMEsSrivernchai 6. ชดุ เกม SMEs Srivernchai 0

30 9. การวดั และประเมนิ ผล ประเดน็ ประเมิน วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื การวัด เกณฑ์การผา่ นการ และประเมิน ประเมิน 1. อธบิ ายกระบวนการ ตรวจคำตอบจาก 1. แบบประเมินใบกจิ กรรมที่ 2 นักเรยี นได้คะแนน 7 แกป้ ัญหาในเกม SMEs ใบกิจกรรมที่ 2 ผู้พชิ ิตธรุ กิจ คะแนน ขนึ้ ไป Srivernchai (K) “SMEs Srivernchai” ระดบั คุณภาพ “ด”ี ขึน้ ไป 2. แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ตรวจคำตอบจาก 2. แบบประเมินใบกจิ กรรมที่ 1 นกั เรยี นได้คะแนน 15 เชิงตรรกะในการบรหิ ารร้าน ใบกิจกรรมท่ี 1 คะแนน ขนึ้ ไป SMEs Srivernchai (P) เคล็ดลบั ความสำเรจ็ ระดับคุณภาพ “ด”ี ขึ้นไป 3.ยกตวั อย่างการแก้ปัญหา ตรวจจากแบบประเมิน แบบประเมนิ พฤติกรรม คุณภาพอยู่ในระดบั 9 โดยใชแ้ นวคดิ การทำงาน พฤติกรรม คะแนน ข้นึ ไป แบบตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำวัน ระดบั คณุ ภาพ “ด”ี ได้ (A) ขึ้นไป

31 ประเด็นท่ี 3 หลกั ฐานการจัดการเรียนรู้ Coding

32 ภาพประกอบท่ี 10 บนั ทกึ ขอ้ ความขออนุมตั ิใช้ส่อื

33 ภาพประกอบท่ี 11 บันทกึ ขอ้ ความรบั รองความถกู ต้องของเนอ้ื หา

34 3.1 ผลท่ีเกดิ กบั ผเู้ รียน ภาพประกอบที่ 12 แบบบันทึกหลงั สอน

35 ภาพประกอบที่ 13 แบบประเมนิ กจิ กรรม

36 3.2 ความพงึ พอใจในผลการจดั การเรียนรู้ Coding ของนกั เรยี น และผู้ปกครอง ผลการประเมนิ การสอนของครูโดยนกั เรยี น (หลกั ฐานแสดงความพึงพอใจตอ่ การเรียนการสอน) กจิ กรรม ระดบั การประเมนิ X คณุ ภาพ 1. ครูแจง้ ผลการเรยี นรู้ชดั เจน 4.75 มากท่ีสดุ 2. กจิ กรรมการเรยี นรู้สนุกและนา่ สนใจ 4.83 มากท่สี ดุ 3. เนอ้ื หาท่ีสอนทันสมัยเสมอ 4.50 มากที่สดุ 4. ครใู ช้ส่ือประกอบการสอน 5.00 มากที่สดุ 5. ครใู ช้คำถามถามนักเรยี นบอ่ ย ๆ 4.42 มากที่สดุ 6. ครูประยกุ ตส์ าระท่ีสอนเข้ากับเหตกุ ารณป์ จั จุบนั /สภาพแวดลอ้ ม 4.83 มากที่สดุ 7. ครูสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนคิดรเิ ร่ิมและร้จู ักวพิ ากษ์วิจารณ์ 4.33 มากทส่ี ุด 8. ครยู อมรบั ความคดิ เห็นของนักเรียนทต่ี า่ งไปจากครู 4.83 มากที่สุด 9. ครูให้นักเรยี นทำงานร่วมกันท้ังเป็นกลุ่มและรายบุคคล 4.83 มากทส่ี ดุ 10. ครูให้นกั เรยี นแสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 3.58 มาก 11. ครูให้โอกาสนักเรยี นซกั ถามปัญหา 4.42 มากที่สดุ 12. ครคู อยกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นตน่ื ตัวในการเรยี นเสมอ 4.58 มากที่สุด 13. ครใู ห้ความสนใจนกั เรยี นขณะสอนทวั่ ถึงทกุ คน 4.50 มากทส่ี ดุ 14. ครูให้ความช่วยเหลือหรอื อำนวยความสะดวกแกน่ ักเรียนในการเรียน 4.83 มากทส่ี ุด 15. นักเรยี นทราบเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลล่วงหน้า 3.67 มาก 16. นกั เรียนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผลการเรียน 3.33 ปานกลาง 17. ครูประเมินผลการเรียนอย่างยตุ ธิ รรม 5.00 มากที่สุด 18. ครูมคี วามต้ังใจในการสอน 5.00 มากที่สุด 19. บคุ ลิกภาพ การแต่งกายและการพดู จาของครเู หมาะสม 4.92 มากทีส่ ดุ 20. ครเู ขา้ สอนและออกตรงตามเวลา 4.75 มากทีส่ ดุ 4.75 มากที่สดุ รวม จากผลการประเมินการสอนของนักเรยี นตอ่ การสอนของครู พบว่าอยู่ในระดบั มากท่ีสุด ร้อยละ 75 ขึ้นไป

37 ประเดน็ ท่ี 4 หลักฐานผลท่ีเกดิ จากการจดั การเรยี นรู้ Coding

38 4.1 แบบอยา่ งทีด่ ี ในการเผยแพร่ความรู้ วิชาวิทยาการคำนวณ ภาพประกอบที่ 10 รายงานการปฏบิ ัตหิ นา้ ทว่ี ทิ ยากรแกนนำ

39 4.1.1 การเผยแพรค่ วามรสู้ เู่ พอ่ื นครภู ายในโรงเรยี น วิธีดำเนนิ การ ประชุมกลมุ่ ยอ่ ยกับเพอ่ื นครภู ายโนโรงเรียน 4.1.2 การเผยแพร่ความรสู้ ู่เพอ่ื นครู ในเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2

40

41 4.1.3 การเผยแพร่นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ “SMEs Srivernchai” ในโครงการการอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารหลกั สูตรการจัดการเรียนรวู้ ทิ ยาการคำนวณสำหรับวิทยากรแกนนำ (Coding Core Trainer : CCT) รุ่นที่ ๒ กับเพือ่ นครนู อกเขตพน้ื ที่การศกึ ษา แผนการจัดการเรียนรู้ “SMEs Srivernchai” ได้รับคัดเลอื กใหน้ ำเสนอแผนการจัดการ เรยี นรู้ 6 แผนทดี่ ีท่ีสดุ จาก 366 แผนการจัดการเรียนรู้ ในการอบรมเชงิ ปฏิบัติการ หลกั สูตรการ จดั การเรยี นรวู้ ิทยาการคำนวณสำหรบั วทิ ยากรแกนนำ (Coding Core Trainer : CCT) รุ่นท่ี ๒ ระหว่างวนั ท่ี 24-30 พฤษภาคม 2564 จัดโดย สสวท.

42 ภาคผนวก

43

44


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook