Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือสรุปสารสนเทศทางการศึกษา ปี 2565

หนังสือสรุปสารสนเทศทางการศึกษา ปี 2565

Published by Aisara Deemak, 2022-10-11 02:19:16

Description: หนังสือสรุปสารสนเทศทางการศึกษา ปี 2565

Search

Read the Text Version

จากตารางท่ี 27 เมื่อพจิ ารณาข\\อมูลโรงเรยี นจำแนกขนาดตามจำนวนนกั เรียนทงั้ 4 ขนาด 45 ต้ังแตปX 5การศจ�กึ กษตา�2ร5�ง6ท1่ี 2–72 5เม65อื่ พพิจบำวรณXา ำจขำ้อนมวลูนโนรงกั เเรรียยี นนจข�ำนแานดกทขี่น1ำดมตีจำำมนจวำ� นนมวานกนทกั ีส่ เรุดียนรอทง้ั ล 4ง มขานคำือดข ตน้ังาแดตท่ปี่ ีก2ำรศึกษำ 2ส5Xว6น1ข –น า2ด5ท6่ี55 พขบนวา่ำด จทำ�่ี น3วแนลนะักขเรนียานดขทน่ี 4ำดมทจี ี ่ ำ1น มวจี นำ� นนักวเนรมียำนกใทกี่สลดุเ\\ ค รียองงกลันงมำคือขนำดที่ 2 ส่วนขนำดที่ 5 ขนำดที ่ 3 และ ขนำดท่ี 4 มจี �ำนวนนกั เรียนใกล้เคียงกนั แผนภแูมผิทน่ี ภ3ูม2ิที่เ3ป2รียบเปเทรียียบบเขท\\อยี มบลู ขโ\\อรงมเลูรยีโรนงจเรำยีแนนจกำตแานมกขตนาามดขปน5กาดารปศ5กกึ าษราศ2ึก5ษ6า12–562156–52565 4000 3750 3615 3500 3000 3419 3480 2500 2000 3214 1500 1000 1275 1640 1575 1240 1602 500 420 413 559 424 352 585 615 864 609 610 0 422 558 326 411 329 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ขนาดทีI 1 ขนาดทีI 2 ขนาดทีI 3 ขนาดทีI 4 ขนาดทีI 5 ตาราตงทารี่ 2า8งท่ีจ2ำ8นวจนำนนกั วเนรียนนักจเรำยีแนนจกำรแานยชกน้ัราปยชก5 ้ันารปศ5กึกาษราศ2ึก5ษ6า12–562156–52565 256225062 ปWก2า5รปศ6กW3กึ 2าษ5ร0าศ63กึ ษา 256425064 รายกราารยการ 256125061 256425064 อนบุ าล 1 0 645 0 650 0 620 0 666 0 594 อนบุ าอลน1บุ าล 1 อนบุ าอลน1บุ าล 2 645 750 650 669 620 665 666 639 594 675 อนุบาปปลรระะ2รวถถมมมศศกรึกึกอK วษษนมาาปกปปรอK ท5ท5ะนถี่่ี 21ปมระถม 17359051883209895 16361991773981269 16268551762838865 16330951663890345 16276591762076959 ประถปมรศะกึ ถษมาศปกึ 5ทษ่ี 1าป5ท่ี 3 829 778 782 809 686 761 684 741 679 700 ประถปมรศะกึ ถษมาศปกึ 5ทษี่ 2าปท5 ี่ 4 808 783 796 779 738 788 693 758 705 745 ประถปมรศะกึ ถษมาศปกึ 5ทษี่ 3าป5ที่ 5 778 817 809 775 761 769 741 789 700 759 ประถปมรศะึกถษมาศรปกึวท5 ษมี่ 4ปาปร5ทะถ่ี 6มศึกษา 872 817 769 779 786 ประถมมธั ศยกึ มษศาึกปษ5ทา่ี ป5ท5 ี่ 1 783 4887 779 4758 788 4524 758 4444 745 4347 817 209 775 168 769 187 789 182 759 173 ประถมมธั ศยึกมษศากึ ปษ5ทา่ี ป6ท5 ่ี 2 872 194 817 208 769 162 779 186 786 171 มธั รยวมมศปกึ รษะาถปม5ทศ่ี ึก3ษา 4887 184 4758 194 4524 197 4444 148 4347 184 มธั ยมศึกษราวปม5ทมี่ ธั1ยมรศวกึ มษาตอนต4น 587 570 546 516 528 มธั ยมศึกษาอปตัท5 รี่ 2าการลดลง(คน) 209 6869 168 6647 187 6355 182 6265 173 6171 194 160 208 222 162 292 186 90 171 94 จากตารางที่ 28 อตั รารอ\\ ยละของการลดลงของจำนวนนกั เรียนทงั้ หมดในปก5 ารศึกษา

46 184 194 197 148 184 มธั ยมศึกษาปท5 ี่ 3 รวมมธั ยมศกึ ษาตอนตน4 587 570 546 516 528 รวม 6869 6647 6355 6265 6171 อตั ราการลดลง(คน) 160 222 292 90 94 จ�กต�ร�งท่ี 28 อัตรำร้อยละของกำรลดลงของจ�ำนวนนักเรียนทั้งหมดในปีกำรศึกษำ 2561 – 2565 พจบาไกดต้วา่ำลราดงลทงี่ท2ุก8ปีออยัต่ำรงาตร่ออ\\ เยนล่ือะงของการลดลงของจำนวนนักเรยี นทงั้ หมดในป5การศึกษา 2561 – 2565 พบไดว\\ Xา ลดลงทกุ ปอ5 ยาX งตXอเนื่อง แผนภแแูมผผทินน่ีภภ3มููม3ิิททเี่ี่ป33ร33ยี บเเปปเทรรยยีี บบเเจททำีียยนบบวจจนำำนนนักววเนนรียนนนักักทเเรรง้ั ียียหนนมททดงง้้ัั หหปมมก5 ดดารปปศ55กกึ าาษรราศศ2กกึึ 5ษษ6าา122–552665116––522556655 7000 6869 แแนนววโโนนมม้้ จจํําานนววนนนนัักกเเรรยยีี นน 76080000 6869 66860000 ปปีี 22556611 6647 6355 6265 6171 66460000 6647 6355 6265 6171 66240000 ปปีี 22556622 66020000 ปปีี 22556633 ปปีี 22556644 ปปีี 22556655 ปปีี 22556666 ปปีี 22556677 65080000 55680000 55640000 55240000 55020000 5000 ปใีกนำทรกุศใใปึกนนก5ษททจาำุกกุ ราจปปศก�ก55กึแกจจาาษผแรราาานศศผกกภึกึกแแนมูษษผผภิทาานนูมี่ภภิท3ูมูม่ี33ิททิ 3่ีี่เ33ม เ33่อืมพื่อเเจิพมมาิจือ่่อื รำพพณรจจิิ ณาาาขรรำ\\อณณขม้อาาลู มขขยูลอ\\\\อ\\อยมมน้อลลูู หนยยลอ\\\\อหงั นนล5หหัง ลล5ปงงัั 5 ปพ55ี บพปปวบ55Xาพพวจ่ำบบ ำววจนXาาX�ำวนจจนวำำนนนกั นววเนนักรียนนเรนักักียไเเนรรดยีียไ\\ลดนนด้ลไไลดดง\\ลล\\อดดงยอลลXายงงออต่ำงยยอX ตาXาXเนงง่อตตอ่ืเนอXอXงื่อเเนนงออ่ืื่ ใงงนทุก แผแนผภนแแมูผผภิทนนูมี่ภภิท3มููมี่43ิทิท4เ่ีี่ป33เร44ปียรบเเีปปยเบทรรยีียเทบบียเเจททบำียียจนบบ�ำวนจจนำำวนนนกั ววนเนนรักียนนเรนักกั ียเเจรรนียียำ แจนนน�ำจจแกำำนตแแกานนมตกกรำตตะมาาดรมมบัะรรดกะะับาดดรกบบััศำกกึราาษศรรึกาศศษปึกึกำษษก5 าปารีกปปศำก55กึ ราาษศรราึกศศษ2กึึกำ5ษษ 6าา215226–551662 115–6 ––2552265566555 6000 4887 4758 4524 4444 4347 65000000 4887 4758 4524 4444 4347 54000000 43000000 1395 1319 1285 1305 1269 32000000 1395 1319 1285 1305 1269 21000000 10000 587 570 546 516 528 0 ปป5ีี8ZZ7[[\\\\UU ปป5ีี 7ZZ0[[\\\\ZZ ปป5ีี 4ZZ6[[\\\\]] ปปีี5ZZ1[[6\\\\^^ ปปีี ZZ[[5\\\\2[[8 กก่่ออนนปปรระะถถมม ปปรระะถถมมศศกกึึ ษษาา มมธธัั ยยมมศศกกึึ ษษาาตตออนนตต้้นน มแี นวโน\\มลดลจจงาาแกกตแแรXผผะนนดภภบั ูมูมมิททิ ัธี่ี่ย33ม44ตเเน\\ มมืือ่่อมพพแี ิจิจนาาวรรโณณน\\มาาเรรพาาิ่มยยรรขะะ้ึนดดบบัั กกาารรศศึกึกษษาา พพบบววXาาX รระะดดบับั ปปรระะถถมมศศกึกึ ษษาาแแลละะกกXอXอนนปปรระะถถมมศศึึกกษษาา

47 จ�กแผนภูมิท่ี 34 เมื่อพิจำรณำรำยระดับกำรศึกษำ พบว่ำระดับประถมศึกษำและก่อนประถมศึกษำ มีแนวโน้มลดลง แต่ระดับมัธยมต้น มีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน แผนภแมู ผทิ น่ี 3ภ5ูมเิทป่ี ร3ยี 5บเเปทรียียบบอเตั ทรียาบกอารัตลรดำลกงำขรลองดจลำงนขวอนงนจ�ำกั นเรวยี นนนักเรียน อตั ราการลดลง(คน) 350 222 292 90 94 ปี Z[\\\\ ปี Z[\\_ 300 ปี Z[\\Z ปี Z[\\] ปี Z[\\^ ปี Z[\\[ 250 200 160 150 100 50 0 ปี Z[\\U

48 ภ�คผนวก ค�ำ นยิ �ม โรงเรยี น หมำยถึง โรงเรียนในสังกดั สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำน วนั ที่ต้งั โรงเรียน หมำยถงึ วนั ทกี่ ่อตัง้ โรงเรียนน้ ี ซึง่ ได้บันทกึ ไวใ้ นสมดุ หมำยเหตรุ ำยวนั เขตท่ีตัง้ ของโรงเรยี น หมำยถึง ท่ตี ้ังของโรงเรียนว่ำอยใู่ นเขตใด แบ่งเปน็ 3 ลักษณะ คือ 1) เขตกำรปกครอง หมำยถงึ สถำนทที่ ต่ี งั้ ของโรงเรยี นทตี่ ง้ั อยใู่ นเขตกำรปกครองตำมทกี่ ระทรวง มหำดไทยประกำศ 2) ที่ตั้งทำงภูมิศำสตร์ หมำยถึง สถำนท่ีต้ังของโรงเรียนต้ังอยู่ในพื้นท่ีหรือบริเวณสภำพทำง ภมู ิศำสตร์ 3) โรงเรียนที่ต้งั อยใู่ นบริเวณเดยี วกับวัด เขตบรกิ �รของโรงเรยี น หมำยถงึ เขตพนื้ ทบ่ี รกิ ำรของโรงเรยี นทคี่ ณะกรรมกำรเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำกำ� หนด พ้ืนท่ีโรงเรียน หมำยถึง ขนำดของท่ีดินที่เป็นที่ต้ังของโรงเรียน ที่ดินท่ีโรงเรียนมีสิทธิ์ครอบครองหรือใช้ ประโยชนใ์ นกำรจดั กำรศึกษำจำกที่ดนิ น้ัน ซ่งึ อำจะมจี ำนวนหลำยแปลง รวมถงึ ลักษณะกำรถือครองที่ดิน ในแต่ละแปลงในลกั ษณะตำ่ ง ๆ ดังน้ ี 1) ทปี่ ำ่ สงวน เปน็ ทด่ี นิ ทอ่ี ยใู่ นควำมดแู ลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ ์ และไดร้ บั ควำมยนิ ยอม ให้จดั ตัง้ โรงเรียนเพอื่ จัดกำรศกึ ษำใหบ้ ตุ รหลำนของประชำชนท่อี ำศัยอยใู่ นเขตนน้ั เล่ำเรียน 2) ทธ่ี รณีสงฆ์ เป็นทดี่ ินที่อยใู่ นควำมดแู ลของวัดหรอื กรมกำรศำสนำ และได้รบั ควำมยินยอมให้ จัดตงั้ โรงเรียนเพ่ือจดั กำรศึกษำให้บุตรหลำนของประชำชนท่อี ำศยั อย่ใู นเขตนน้ั เลำ่ เรยี น 3) ท่ีรำชพัสดุ เป็นทด่ี ินที่อยใู่ นควำมดูแลของรัฐ และยนิ ยอมให้จัดต้งั โรงเรยี นเพอ่ื จดั กำรศกึ ษำ ใหบ้ ุตรหลำนของประชำชนท่ีอำศยั อยใู่ นเขตนน้ั เลำ่ เรยี น 4) ท่ีดินเชำ่ ผู้อนื่ เป็นที่ดินท่โี รงเรยี นเช่ำจำกบุคคลอ่นื เพอ่ื ท�ำประโยชนใ์ นดำ้ นกำรจัดกำรศกึ ษำ 5) ที่ทรัพย์สินส่วนพระมหำกษัตริย์ ที่ยินยอมให้จัดตั้งโรงเรียนเพื่อจัดกำรศึกษำให้บุตรหลำน ของประชำชนท่อี ำศยั อยใู่ นเขตนั้นเล่ำเรยี น 6) ทีไ่ ด้รับบริจำค และ/หรอื ใหใ้ ชป้ ระโยชน์ หมำยถงึ ทีด่ นิ ท่ีโรงเรียนไดร้ บั บริจำคหรอื ใหท้ ำ� ประโยชน์ด้ำนกำรจดั กำรศกึ ษำจำกทด่ี ินผืนนั้น 7) ท่สี ำธำรณประโยชน์ 8) ท่ี ส.ป.ก. โรงเรียนส�ข� หมำยถึง โรงเรียนท่ีจัดต้ังขึ้นเพ่ือรองรับควำมต้องกำรของชุมชนหรือท้องถิ่นที่ต้องกำร ให้บุตรหลำนได้ศึกษำเล่ำเรียนในโรงเรียน ที่ต้ังอยู่ในท้องถิ่นของตนเอง แต่ไม่มีโรงเรียนตั้งอยู่ก่อนได้รับ อนุญำตให้เปิดเปน็ โรงเรยี นสำขำแล้ว หนว่ ยง�นท�งก�รศกึ ษ� หมำยถงึ หน่วยงำนทม่ี หี น้ำทีจ่ ดั กำรเรียนร ู้ และ / หรอื ดูแลรับผดิ ชอบเก่ยี วข้อง กบั กำรจัดกำรศึกษำ เชน่ มหำวทิ ยำลยั วิทยำลยั ชุมชน

ประเภทโครงก�รอ�ห�รกล�งวนั แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท 49 ประเภทที่ 1 หมำยถึง โรงเรียนท่ีสำมำรถบริหำรจัดกำรให้นักเรียนทุกคนมีอำหำรกลำงวัน รบั ประทำนทกุ วนั โดยขอรับเงนิ งบประมำณสนับสนนุ จำกรฐั ประเภทที่ 2 หมำยถึง โรงเรียนสำมำรถบริหำรจัดกำรให้นักเรียนทุกคนมีอำหำรกลำงวัน รบั ประทำน ทกุ วนั โดยได้รับเงินงบประมำณสนบั สนุนจำกรัฐ ประเภทท่ี 3 โรงเรยี นท่นี ักเรียนจำ� นวนหน่งึ ไม่ไดร้ ับประทำนอำหำรกลำงวนั ถงึ แม้จะได้รบั เงิน งบประมำณสนับสนนุ ตำมท่รี ัฐจดั ให ้ จำ� แนกเปน็ 3.1) หมำยถึง โรงเรียนที่มีนักเรียนจ�ำนวนหนึ่งไม่ได้รับประทำนอำหำรกลำงวันแม้โรงเรียน พยำยำมจัดอำหำรกลำงวนั ใหก้ บั นักเรยี นไดม้ ำกกว่ำงบประมำณที่ไดร้ ับจัดสรรแลว้ ก็ตำม 3.2) หมำยถงึ โรงเรยี นทม่ี นี กั เรยี นจำ� นวนหนงึ่ ไมไ่ ดร้ บั ประทำนอำหำรกลำงวนั และโรงเรยี นกไ็ ด้ พยำยำมจัดอำหำรกลำงวันให้กบั นกั เรยี นได้เท่ำกับงบประมำณทไ่ี ดร้ บั จัดสรรเทำ่ นัน้ นกั เรียนพกิ �ร หมำยถงึ บุคคลที่มคี วำมบกพร่องทำงรำ่ งกำยและจติ ใจ แบ่งเปน็ 9 ประเภท ได้แก่ 1) คนทมี่ คี วำมบกพรอ่ งทำงกำรเหน็ หมำยถงึ บคุ คลทสี่ ญู เสยี กำรเหน็ ตง้ั แตร่ ะดบั เลก็ นอ้ ยจนถงึ บอดสนิทอำจแบ่งได ้ 2 ประเภท คือ คนตำบอดสนทิ และคนเหน็ เลือนลำง 2) คนทีม่ คี วำมบกพรอ่ งทำงกำรไดย้ ิน หมำยถึง คนท่สี ูญเสยี กำรได้ยินตั้งแต่ระดบั รุนแรง จนถงึ ระดบั นอ้ ยอำจแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ คนหูหนวก และคนหตู งึ 3) คนที่มคี วำมบกพรอ่ งทำงสตปิ ัญญำ หมำยถึง คนทีม่ พี ัฒนำกำรช้ำกว่ำคนปกติท่วั ไปเม่ือวดั สติปัญญำ โดยใช้แบบทดสอบมำตรฐำนแล้ว มีสติปัญญำต�่ำกว่ำบุคคลปกติและควำมสำมำรถในกำร ปรบั เปล่ียนพฤติกรรม ต่�ำกว่ำเกณฑป์ กติอย่ำงนอ้ ย 2 ทักษะ หรือมำกกว่ำ เช่น ทกั ษะกำรสื่อควำมหมำย ทักษะทำงสังคม ทักษะกำรใช้ สำธำรณสมบตั ิ กำรดูแลตนเอง กำรด�ำรงชีวติ ในบ้ำน กำรควบคุมตนเอง สุขภำพอนำมัยและควำมปลอดภัย กำรเรียนวิชำเพื่อชีวิตประจ�ำวัน กำรใช้เวลำว่ำงและกำรท�ำงำน ซึ่งลักษณะควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ จะแสดงอำกำรก่อนอำยุ 18 ปี อำจแบ่งควำมบกพร่อง ทำงสติปญั ญำออกเป็น 2 ระดับ ดงั น้ี (1) เด็กปัญญำอ่อนท่ีเรียนหนังสือได้ หมำยถึง เด็กปัญญำอ่อนท่ีมีระดับสติปัญญำอยู่ระหว่ำง 50 – 70 วดั โดยใช้แบบทดสอบมำตรฐำน มีสตปิ ญั ญำและควำมเฉลยี วฉลำดไม่เทำ่ เทียมกับเด็กปกติในวัย เดยี วกันและมพี ฤติกรรมทำงสังคมไม่เหมำะสมกับวยั (2) เดก็ ปญั ญำออ่ นทฝ่ี กึ ได ้ หมำยถงึ เดก็ ปญั ญำออ่ นทม่ี รี ะดบั สตปิ ญั ญำอยรู่ ะหวำ่ ง 35 – 49 โดย ประมำณ เปน็ เดก็ ปญั ญำออ่ นขนั้ ปำนกลำงทม่ี สี ตปิ ญั ญำและพฤตกิ รรมเปน็ อปุ สรรคตอ่ กำรเรยี นรขู้ องเดก็ 4) คนท่ีมีควำมบกพรอ่ งทำงร่ำงกำยหรือสุขภำพ หมำยถึง คนทม่ี อี วยั วะไมส่ มส่วน อวัยวะสว่ น ใดสว่ นหนง่ึ หรือหลำยสว่ นขำดหำยไป กระดกู และกล้ำมเนอื้ พิกำรเจ็บป่วยเรอ้ื รัง รุนแรง มคี วำมพิกำรของ ระบบประสำท มีควำมลำ� บำกในกำรเคล่อื นไหวซ่ึงเปน็ อปุ สรรคตอ่ กำรศึกษำในสภำพปกติ ทัง้ น ้ี ไม่รวมคน ทมี่ คี วำมบกพรอ่ งทำงประสำทสัมผสั ได้แก ่ ตำบอด หูหนวก อำจแบง่ ไดเ้ ปน็ ประเภท ดงั นี้

50 โรคของระบบประสำท โรคทำงระบบกลำ้ มเนอ้ื กระดูก กำรไม่สมประกอบมำแต่ก�ำเนิด สภำพควำมพิกำร และควำมบกพรอ่ งทำงสุขภำพ อื่น ๆ 5) คนทม่ี ปี ญั หำทำงกำรเรยี นร ู้ หมำยถงึ คนทมี่ คี วำมบกพรอ่ งอยำ่ งใดอยำ่ งหนงึ่ หรอื หลำยอยำ่ ง ทำงกระบวนกำรพื้นฐำนทำงจิตวิทยำท่ีเก่ียวกับควำมเข้ำใจหรือกำรใช้ภำษำ อำจเป็นภำษำพูดและหรือ ภำษำเขยี น ซง่ึ สง่ ผลทำใหม้ ปี ญั หำในกำรฟงั กำรพดู กำรคดิ กำรอำ่ น กำรเขยี น กำรสะกด หรอื กำรคำ� นวณ รวมท้งั สภำพควำมบกพร่องในกำรรบั รู้ สมองไดร้ บั บำดเจ็บ กำรปฏิบตั งิ ำนของสมองสูญเสียไป ซ่ึงทำ� ใหม้ ี ปญั หำในกำรอ่ำน และปัญหำในกำรเขำ้ ใจภำษำ ทั้งน้ี ไม่รวมคนท่มี ีปญั หำทำงกำรเรียน เนื่องจำกสภำพ ควำมบกพรอ่ งในกำรรบั ร ู้ สมองไดร้ บั บำดเจบ็ กำรปฏบิ ตั งิ ำนของสมองสญู เสยี ไป ซงึ่ ทำ� ใหม้ ปี ญั หำในกำรอำ่ น และปญั หำในกำรเขำ้ ใจภำษำ ทง้ั น ี้ ไมร่ วมคนทมี่ ปี ญั หำทำงกำรเรยี น เนอ่ื งจำกสภำพบกพรอ่ ง ทำงกำรเหน็ กำรได้ยินกำรเคล่ือนไหว ปัญญำอ่อน ปัญหำทำงอำรมณ์ หรือควำมด้อยโอกำสเน่ืองจำกส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมหรอื เศรษฐกิจ 6) คนท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรพูดและภำษำ หมำยถึง บุคคลที่มีควำมบกพร่องในเรื่องของ กำรออกเสยี งพูด เช่น เสยี งผิดปกต ิ อตั รำควำมเร็วและจังหวะกำรพดู ผิดปกติหรอื คนท่ีมีควำมบกพรอ่ งใน เรื่องควำมเข้ำใจและกำรใช้ภำษำพูด กำรเขียน และหรือระบบสัญลักษณ์อื่นที่ใช้ในกำรติดต่อสื่อสำร ซ่ึงอำจเกี่ยวกบั รปู แบบของภำษำเนอื้ หำของภำษำและหน้ำท่ีของภำษำ 7) คนที่มปี ัญหำทำงพฤติกรรมหรอื ทำงอำรมณ์ หมำยถึง คนทม่ี ีพฤติกรรมเบ่ียงเบนไปจำกปกต ิ เป็นอย่ำงมำก และปัญหำทำงพฤติกรรมน้ันเป็นไปอย่ำงต่อเน่อื ง ไมเ่ ป็นท่ยี อมรบั ทำงสงั คมหรอื วฒั นธรรม 8) คนออทสิ ตกิ หมำยถงึ บุคคลทมี่ คี วำมบกพรอ่ งทำงพฒั นำกำรดำ้ นสงั คม ภำษำและกำรส่อื ควำมหมำย พฤตกิ รรมอำรมณ์ และจินตนำกำร ซง่ึ มสี ำเหตเุ นื่องมำจำกกำรทำ� งำนในหนำ้ ท่บี ำงสว่ นของ สมองผิดปกตไิ ป และควำมผิดปกติน้ีพบได้ก่อนวัย 30 เดือน ลักษณะของบุคคลออทิสตกิ สรุปได้ดงั น้ี (1) มีควำมบกพรอ่ งทำงปฏสิ ัมพันธ์ทำงสังคม (2) มีควำมบกพร่องทำงกำรสื่อสำร ท้ังด้ำนกำรใช้ภำษำพูด ควำมเข้ำใจภำษำกำรแสดงกริยำ สอื่ ควำมหมำย (3) มีควำมบกพรอ่ งด้ำนพฤติกรรมและอำรมณ ์ บำงคนมพี ฤตกิ รรมชำ้ ๆ ผดิ ปกติ (4) มคี วำมบกพร่องด้ำนกำรรับร้ทู ำงประสำทสมั ผัส กำรใช้ประสำทสัมผัสทง้ั 5 (5) มคี วำมบกพรอ่ งดำ้ นกำรใชอ้ วยั วะตำ่ ง ๆ อยำ่ งประสำนสมั พนั ธ ์ กำรใชส้ ว่ นตำ่ ง ๆของรำ่ งกำย (6) มีควำมบกพร่องด้ำนกำรจินตนำกำร ไม่สำมำรถแยกเรื่องจริงเรื่องสมมุติ หรือประยุกต์วิธี จำกเหตกุ ำรณห์ นง่ึ ไปยงั อีกเหตุกำรณ์หนึ่งได ้ (7) มคี วำมบกพรอ่ งดำ้ นสมำธิ มคี วำมสนใจทสี่ ้นั วอกแวกงำ่ ย (9) คนท่ีมีควำมพิกำรซ้อน หมำยถึง คนท่ีมีสภำพควำมบกพร่องหรือควำมพิกำรมำกกว่ำหนึ่ง ประเภทในบคุ คลเดียวกนั

51 นักเรียนข�ดแคลน หม�ยถึง 1) นกั เรยี นทขี่ ำดเครอ่ื งแบบนกั เรยี น หมำยถงึ นกั เรยี นทบี่ ดิ ำ มำรดำมฐี ำนะยำกจน มเี ครอื่ งแบบ นักเรียนสวมใส่มำโรงเรยี นไมเ่ พยี งพอ 2) นักเรียนที่ขำดแคลนเคร่ืองเขยี น หมำยถงึ นักเรียนที่บดิ ำ มำรดำมีฐำนะยำกจนไมม่ ีเงินซื้อ เคร่ืองเขียน ให้นกั เรยี นใช้ประกอบกิจกรรมกำรเรยี นรู ้ 3) นักเรียนท่ีขำดแคลนแบบเรียน หมำยถึง แบบเรียนหนังสือยืมเรียนส�ำหรับนักเรียนทุกคน มีไม่เพียงพอกับควำมต้องกำรของนักเรียน ท�ำให้นักเรียนบำงคนไม่มีแบบเรียนใช้ประกอบกิจกรรม กำรเรียนรู้ 4) นักเรียนทีข่ ำดแคลนอำหำรกลำงวัน หมำยถึง นกั เรยี นทีบ่ ดิ ำมำรดำมฐี ำนะยำกจน ไม่มเี งิน ซอื้ อำหำรกลำงวันให้เด็กรับประทำน นกั เรยี นทมี่ คี ว�มส�ม�รถพเิ ศษด�้ นต�่ ง ๆ หมำยถงึ นกั เรยี นทแี่ สดงออกถงึ ควำมสำมำรถอนั โดดเดน่ หรอื แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ศกั ยภำพทจ่ี ะสำมำรถพฒั นำควำมสำมำรถไดอ้ ยำ่ งเปน็ ทปี่ ระจกั ษ ์ เมอื่ นำ� มำเปรยี บเทยี บกบั เดก็ อน่ื ๆ ทอ่ี ยใู่ นวยั เดยี วกนั ทมี่ สี ภำพแวดลอ้ มหรอื ประสบกำรณร์ ะดบั เดยี วกนั ควำมสำมำรถในทนี่ ้ี ไดแ้ ก ่ ควำมสำมำรถในดำ้ นสตปิ ญั ญำ ควำมเปน็ เลศิ ทำงวชิ ำกำรสำขำใดสำขำหนง่ึ พฤตกิ รรมดงั กลำ่ วแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ศักยภำพทจี่ ะพฒั นำควำมสำมำรถไดอ้ ย่ำงเป็นท่ีประจักษ ์ ซึ่งจำ� แนกไดด้ ังน้ี 1) ดำ้ นวิทยำศำสตร์ / ดำ้ นคณิตศำสตร ์ หมำยถึง มีควำมเข้ำใจ มองเห็นมติ ิสัมพนั ธ์สิ่งที่เปน็ นำมธรรม ใชจ้ ำ� นวนไดร้ วดเรว็ มที กั ษะกำรคดิ วเิ ครำะห ์ อยำ่ งมเี หตผุ ล สรำ้ งและสรปุ ควำมคดิ ปรบั เปลย่ี น ระบบและวธิ ีกำรอย่ำงหลำกหลำยไดเ้ รว็ กวำ่ เดก็ ในวัยเดียวกัน 2) ด้ำนภำษำ หมำยถึง เป็นผู้มีทักษะและควำมคิดสร้ำงสรรค์ในกำรใช้ภำษำเพ่ือกำรส่ือสำร ไดด้ ีกวำ่ เด็กในวัยเดียวกนั 3) ด้ำนดนตร ี หมำยถึง ผู้ท่มี ีควำมสำมำรถและมีจนิ ตนำกำรในกำรแสดงหรอื เลน่ ดนตรอี ยำ่ งมี สุนทรยี ภำพ 4) ดำ้ นกฬี ำ หมำยถงึ ผมู้ คี วำมสำมำรถ มที กั ษะ มพี รสวรรค ์ ในกำรออกกำ� ลงั กำยไดเ้ ปน็ อยำ่ งดี และโดดเดน่ ในกำรแขง่ ขันกีฬำ 5) ด้ำนทัศนศิลป์ และด้ำนศิลปะกำรแสดง หมำยถึง ผู้มีจินตนำกำรและควำมคิดสร้ำงสรรค์ ในกำรถ่ำยทอดสิ่งท่ีประทับใจจำกธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม มำเป็นผลงำนศิลปะของตนเองอย่ำงเด่นชัด กว่ำเดก็ ในวยั เดยี วกัน นกั เรยี นพกั นอนประจ�ำ หมำยถึง นักเรียนท่มี ถี นิ่ ท่ีอย่ไู ม่สะดวก ห่ำงไกล กันดำร ทำ� ใหเ้ ปน็ อปุ สรรคต่อ กำรเดินทำงไป – กลบั ระหวำ่ งถ่ินทอี่ ยู่กบั โรงเรียน จำ� เปน็ ต้องพักอำศยั ในสถำนท่ีที่โรงเรยี นจดั ใหห้ รือท่ี ซ่ึงที่โรงเรยี นสำมำรถด�ำเนนิ กำรควบคมุ ดแู ลได้ เช่น 1) บำ้ นพกั ครู หมำยถึง บ้ำนพกั ครทู ี่ให้นกั เรยี นพกั นอนประจ�ำ ท้ังนี้นกั เรยี นอำจจะอำศัยอยูร่ วม กับครู หรอื อยู่เฉพำะนกั เรยี นกไ็ ด้

52 2) ท่ีพักนักเรียน หมำยถึง บ้ำนพัก / หอนอน ท่ีโรงเรียนสร้ำงขึ้นโดยเงินงบประมำณหรือ เงนิ บรจิ ำคส�ำหรบั ให้นกั เรยี นพักนอนประจ�ำ 3) พักรวมกับชุมชน/อ่ืน ๆ หมำยถึง บ้ำนพักในชุมชนหรือวัด ท่ีชุมชนหรือวัดให้ควำมร่วมมือ ให้นักเรียนที่อำศัยพักนอนประจ�ำ นักเรยี นดอ้ ยโอก�ส หมำยถึง นักเรยี นในโรงเรยี นทด่ี อ้ ยโอกำสทำงกำรศึกษำ จ�ำแนกไดด้ งั น ้ี 1) นกั เรยี นถกู บงั คบั ใหข้ ำยแรงงำน หรอื แรงงำนเดก็ หมำยถงึ เดก็ ทต่ี อ้ งทำ� งำนหรอื ถกู บงั คบั ให้ ท�ำงำนหำรำยได้ด้วยกำรขำยแรงงำนก่อนถึงวัยอันสมควร ถูกเอำรัดเอำเปรียบจำกนำยจ้ำง ไม่มีโอกำส ได้รบั กำรพัฒนำให้เป็นไปตำมหลกั พัฒนำกำรอนั เหมำะสมกบั วัย 2) นักเรียนท่ีอยู่ในธุรกิจบริกำรทำงเพศ หรือโสเภณีเด็ก หมำยถึง เด็กท่ีมีควำมสมัครใจหรือ ถูกบังคับล่อลวงให้ขำยบริกำรทำงเพศ หรือถูกชักจูงให้ต้องตกอยู่ในสภำพที่เส่ียงต่อกำรประกอบอำชีพ ขำยบรกิ ำรทำงเพศ 3) นกั เรยี นทถี่ กู ทอดทงิ้ หมำยถงึ เดก็ ทมี่ ำรดำคลอดทงิ้ ไวใ้ นโรงพยำบำล หรอื ตำมสถำนทต่ี ำ่ ง ๆ รวมไปถงึ เดก็ ทพ่ี อ่ แมป่ ลอ่ ยทง้ิ ไวใ้ หม้ ชี วี ติ อยตู่ ำมลำ� พงั หรอื กบั บคุ คลอนื่ โดยไมไ่ ดร้ บั กำรเลยี้ งดจู ำกพอ่ แม่ ทงั้ น้ ี อำจมีสำเหตุมำจำกปัญหำกำรหย่ำร้ำง หรอื ครอบครวั แตกแยก มสี ภำพชีวิตอยู่ทำ่ มกลำงควำมสบั สน ขำดควำมรัก ควำมอบอุน่ ตลอดถึงเด็กทขี่ ำดผ้อู ปุ กำระเลยี้ งด ู อันเน่อื งมำจำกสำเหตอุ นื่ ๆ 4) นักเรียนท่ีอยู่ในสถำนพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน หมำยถึง เด็กท่ีกระท�ำผิดและถูก ควบคมุ อยใู่ นสถำนพนิ จิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยำวชน ตำมกฎหมำย ตลอดถงึ เดก็ หญงิ ทต่ี งั้ ครรภน์ อกสมรส ซงึ่ มีแนวโนม้ ท่ีจะกอ่ ให้เกิดปัญหำตำ่ ง ๆ เชน่ กำรท�ำแทง้ กำรฆำ่ ตวั ตำย กำรทอดทงิ้ ทำรก 5) นักเรยี นเร่รอ่ น หมำยถึง เดก็ ทไี่ มม่ ที ่อี ยู่เป็นหลกั แหลง่ แนน่ อน ด�ำรงชีวิตอยอู่ ย่ำงไร้ทศิ ทำง ขำดปจั จยั พนื้ ฐำนในกำรดำ� รงชีวิต เสีย่ งตอ่ กำรประสบอันตรำย และเป็นปัญหำสงั คม 6) นักเรยี นทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบจำกโรคเอดส ์ หรอื โรคตดิ ตอ่ รำ้ ยแรงทส่ี งั คมรงั เกยี จ หมำยถงึ เด็ก ท่ีติดเชื้อเอดส์ หรือมีพ่อแม่เจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ เป็นเด็กท่ีมักถูกมองอย่ำงรังเกียจจนไม่สำมำรถเข้ำรับ กำรศกึ ษำหรือบริกำรอนื่ ๆ ร่วมกบั เดก็ ปกติท่ัวไปได ้ 7) นกั เรยี นทเ่ี ปน็ ชนกลมุ่ นอ้ ย หมำยถงึ เดก็ ทเ่ี ปน็ บตุ รหลำนของบคุ คลทมี่ วี ฒั นธรรมแตกตำ่ งไป จำกประชำชนสว่ นใหญข่ องประเทศ มปี ญั หำเกยี่ วกบั กำรถอื สญั ชำตไิ ทยจนเปน็ เหตใุ หไ้ มม่ โี อกำสไดร้ บั กำร ศกึ ษำหรือบริกำรอ่นื ๆ ส่วนใหญอ่ พยพเขำ้ มำต้งั หลักแหลง่ อยตู่ ำมบรเิ วณชำยแดนของประเทศไทย 8) นักเรียนที่ถกู ท�ำรำ้ ยทำรุณ หมำยถงึ เดก็ ทีถ่ ูกล่วงละเมิดทำงร่ำงกำย ทำงเพศ หรอื ทำงจติ ใจ มีชีวิตอยู่อย่ำงไม่เป็นสุข ระแวง หวำดกลัว เน่ืองจำกถูกท�ำร้ำยทำรุณ ถูกบีบคั้นกดดันจำกพ่อแม ่ หรือผู้ปกครอง ซึ่งมีสภำพจิตใจหรืออำรมณ์ไม่เป็นปกติหรือถูกล่วงละเมิดทำงเพศในลักษณะต่ำง ๆ จำก บคุ คลทอี่ ยใู่ กลต้ วั 9) นักเรียนยำกจน (มำกเป็นพิเศษ) หมำยถึง เด็กซึ่งเป็นบุตรหลำนของคนยำกจนท่ีมีรำยได้ ไมเ่ พยี งพอ ตอ่ กำรเลยี้ งชพี (ครอบครวั มรี ำยไดเ้ ฉลย่ี ไมเ่ กนิ 40,000 บำทตอ่ ป)ี ครอบครวั อยรู่ วมกนั หลำยคน ขำดแคลนปจั จยั พื้นฐำน มีชวี ิตอยูอ่ ยำ่ งยำกลำ� บำกรวมถงึ เด็กในแหลง่ ชุมชนแออดั หรือบตุ รของกรรมกร

53 กอ่ สรำ้ ง หรือเดก็ จำกครอบครัวท่ีอยู่ในถ่นิ ทรุ กันดำร ขำดโอกำสทจี่ ะไดร้ บั กำรศกึ ษำและบรกิ ำรอ่ืน ๆ 10) นกั เรยี นทมี่ ปี ญั หำเกยี่ วกบั ยำเสพตดิ หมำยถงึ เดก็ ทต่ี ดิ สำรระเหยหรอื ยำเสพตดิ ใหโ้ ทษ หรอื เดก็ กลมุ่ เสย่ี งกำรถกู ชกั นำ� ใหป้ ระพฤตติ นไมเ่ หมำะสม เกย่ี วขอ้ งผกู พนั อยกู่ บั กลมุ่ มจิ ฉำชพี ผมู้ อี ทิ ธพิ ลหรอื บคุ คลทแี่ สวงหำผลประโยชนจ์ ำกกำรประกอบอำชพี ผดิ กฎหมำย เปน็ เดก็ ดอ้ ยโอกำสทม่ี แี นวโนม้ สงู ตอ่ กำร ก่อปญั หำในสงั คม 11) อนื่ ๆ หมำยถงึ นกั เรยี นในโรงเรยี นทด่ี อ้ ยโอกำสทำงกำรศกึ ษำนอกเหนอื จำก 10 ประกำร ขำ้ งตน้ นักเรียนท่ีออกกล�งคัน หมำยถึง นักเรียนที่ออกจำกระบบโรงเรียนระหว่ำงปี โดยไม่สำมำรถกลับเข้ำ มำเรยี นได้ ซง่ึ เกดิ จำกสำเหตดุ ังน ้ี 1) ฐำนะยำกจน 2) มปี ัญหำครอบครวั 3) สมรสแล้ว 4) มปี ญั หำในกำรปรบั ตัว 5) ต้องคด/ี ถูกจบั 6) เจ็บปว่ ย/อุบัตเิ หต ุ 7) อพยพตำมผู้ปกครอง 8) หำเลีย้ งครอบครัว 9) กรณอี ่นื ๆ ข�้ ร�ชก�รครตู �ม (จ.18) หมำยถึง ข้ำรำชกำรครูท่กี �ำหนดไวต้ ำม จ.18 ของโรงเรียน ซ่งึ อำจจะมำกหรอื น้อยกว่ำจ�ำนวนข้ำรำชกำรครูท่ีสอนในโรงเรียนจริง เนื่องจำกมีข้ำรำชกำรครูบำงส่วนไปช่วยรำชกำรท่ี โรงเรยี นอืน่ หรือศึกษำตอ่ หรอื ข้ำรำชกำรครูจำกโรงเรยี นอ่นื มำชว่ ยรำชกำร ข�้ ร�ชก�รครทู ปี่ ฏบิ ตั งิ �นจรงิ ในสถ�นศกึ ษ� หมำยถงึ ขำ้ รำชกำรครทู ปี่ ฏบิ ตั งิ ำนสอนในสถำนศกึ ษำนนั้ ๆ จรงิ ซงึ่ อำจจะมำกหรอื นอ้ ยกวำ่ จำ� นวนขำ้ รำชกำรครตู ำมกรอบอตั รำกำ� ลงั เนอื่ งจำกมขี ำ้ รำชกำรครบู ำงสว่ น ไปช่วยรำชกำรท่โี รงเรยี นอืน่ หรอื ลำศกึ ษำตอ่ หรอื ข้ำรำชกำรครูจำกโรงเรยี นอืน่ มำชว่ ยรำชกำร ครูผู้ชว่ ย หมำยถงึ ขำ้ รำชกำรครูทอี่ ยใู่ นระหว่ำงกำรทดลองปฏบิ ตั ิรำชกำร ครู หมำยถงึ ขำ้ รำชกำรครู คศ.1 และ ครู คศ.2 ที่ยังไม่ได้รับกำรประเมนิ วิทยฐำนะ ครูชำ�น�ญก�ร หมำยถึง ขำ้ รำชกำรครทู ีไ่ ดร้ บั เงนิ เดือน คศ.2 และได้รับเงินวิทยฐำนะ 3,500 บำท ครูช�ำ น�ญก�รพิเศษ หมำยถึง ขำ้ รำชกำรครูท่ีได้รบั เงนิ เดือน คศ.3 และไดร้ ับเงินวิทยฐำนะ 5,600 บำท ครูเชย่ี วช�ญ หมำยถึง ขำ้ รำชกำรครทู ไี่ ดร้ ับเงินเดือน คศ.4 และได้รบั เงนิ วทิ ยฐำนะ 9,900 บำท ครูเชยี่ วช�ญพเิ ศษ หมำยถึง ขำ้ รำชกำรครทู ่ไี ดร้ บั เงนิ เดอื น คศ.5 และไดร้ บั เงินวิทยฐำนะ 13,000 บำท ครูอัตร�จ้�งช่ัวคร�ว หมำยถึง ครูที่จ้ำงชั่วครำวด้วยงบประมำณในโครงกำรต่ำง ๆ จำกส่วนรำชกำร ที่จดั สรรให ้ และจำกงบประมำณอน่ื

54 ลูกจ�้ งประจำ� หมำยถึง ลูกจ้ำงประจ�ำท่ีได้รับเงินเดือนจำกเงินงบประมำณของทำงรำชกำรหมวดลูกจ้ำง ประจ�ำ ลกู จ�้ งชวั่ คร�ว หมำยถงึ ลกู จำ้ งทจ่ี ำ้ งชวั่ ครำวดว้ ยเงนิ งบประมำณของทำงรำชกำร และจำกงบประมำณอน่ื พนกั ง�นร�ชก�ร หมำยถงึ บุคคลซ่งึ ได้รบั กำรจำ้ งตำมสญั ญำจำ้ ง โดยได้รับคำ่ ตอบแทนจำกงบประมำณ ของสว่ นรำชกำร เพอื่ พนักงำนของรฐั ในกำรปฏิบัตงิ ำนให้กบั ส่วนรำชกำรนัน้ โปรแกรมที่ใชใ้ นกำรบรหิ ำรกำรศกึ ษำในสว่ นของขอ้ มูลโรงเรียน นกั เรยี น และสงิ่ ก่อสรำ้ ง โปรแกรมบรหิ ำรสถำนศกึ ษำ เปน็ โปรแกรมทส่ี ำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำนพฒั นำ ขนึ้ มำ เพอื่ ใชใ้ นกำรจดั เกบ็ ขอ้ มลู พนื้ ฐำนกำรศกึ ษำ ขอ้ มลู สถำนศกึ ษำ ขอ้ มลู นกั เรยี นรำยบคุ คล และขอ้ มลู บุคลำกร มีดงั น้ี - ระบบสำรสนเทศเพือ่ กำรบริหำรกำรศกึ ษำ (Education Management Information System : EMIS) - ระบบจัดเกบ็ ข้อมลู สิ่งกอ่ สรำ้ ง ( B-OBEC ) - ระบบจัดเกบ็ ข้อมลู นกั เรียนรำยบคุ คล ( Data Management Center : DMC ) - ระบบคัดกรองนกั เรียนยำกจน (CCT) - ระบบบรหิ ำรจดั กำรขอ้ มูล โรงเรียนเรียนรวม ( SET ) วิธดี �ำ เนินก�รจดั ทำ�ส�รสนเทศท�งก�รศึกษ�และแหล่งข้อมูล ขอบเขตของข้อมลู กำรจดั เกบ็ และรวบรวมขอ้ มลู ดำ้ นกำรศกึ ษำ และขอ้ มลู ทวั่ ไป ในเอกสำรขอ้ มลู สำรสนเทศดำ้ น กำรศกึ ษำ ไดร้ วบรวมขอ้ มลู เฉพำะอ�ำเภอทอ่ี ย่ใู นควำมรับผิดชอบของสำ� นักงำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศึกษำประถม ศกึ ษำลำ� ปำง เขต 3 ไดแ้ ก่ อ�ำเภอแจ้ห่ม อ�ำเภอวังเหนือ อ�ำเภอเมอื งปำน ขอ้ มูลโรงเรยี น ได้จำกสถำนศึกษำในสังกดั จำ� นวนทั้งสนิ้ 93 แหง่ ข้อมลู ดำ้ นประชำกร กำรปกครอง ใช้ขอ้ มูล ณ วันที่ 31 ธันวำคม 2563 ขอ้ มลู ด้ำนกำรศึกษำ ใชข้ อ้ มลู (DMC) ณ วนั ท่ ี 25 มิถนุ ำยน 2564 ขอ้ มลู ดำ้ นสงิ่ ก่อสรำ้ งของโรงเรียน ใชข้ อ้ มลู ณ วนั ที่ 25 มถิ นุ ำยน 2564 ข้อมูลด้ำนครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ ใชข้ อ้ มลู ณ วนั ท ี่ 25 มถิ นุ ำยน 2564 แหล่งท่มี �ของข้อมูล 1.ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ประชำกร ไดจ้ ำกสำ� นกั บรหิ ำรกำรทะเบยี น กรมกำรปกครองระบบสถติ ทิ ำงกำร ทะเบยี น 2. ข้อมลู เก่ยี วกับนักเรียน ได้จำก โปรแกรม Data Management Center ( DMC ) ของ สพฐ. 3. ขอ้ มลู สิ่งกอ่ สรำ้ งของโรงเรยี น ไดจ้ ำกโปรแกรม B-OBEC ของ สพฐ. 4. ขอ้ มูลครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ไดจ้ ำกระบบ EMIS ของ สพฐ. 5. ข้อมลู นกั เรียนพิกำรเรียนรวม ระบบ SET สพฐ.

รายชือ่ กลม+ุ โรงเรยี นในสงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาลำปาง เขต 3 55 กลุม+ ที่ ชอื่ กลม+ุ โรงเรยี น ชอื่ โรงเรียน ตำบล อำเภอ 1 กลม&ุ เครือขา& ยเจ1าพอ& พญา 1.โรงเรยี นชุมชนบา1 นสา บ1านสา แจ1หม& คำลอื 2.โรงเรียนบ1านแปBน บ1านสา แจ1หม& จำนวน 10 โรงเรียน 3.โรงเรียนบา1 นสาแพะ บ1านสา แจห1 &ม 4.โรงเรียนบ1านใหมผ& 1าขาว วิเชตนคร แจ1ห&ม 2 กลม&ุ เครอื ขา& ยชาวเขอ่ื น 5.โรงเรยี นบา1 นสันมะเกลอื วิเชตนคร แจ1หม& จำนวน 12 โรงเรยี น 6.โรงเรยี นอนบุ าลแจ1หม& แจ1ห&ม แจห1 ม& 7.โรงเรยี นบ1านหนองนาว แจ1หม& แจ1หม& 3 กลมุ& เครือข&ายพอ& ขุนจเรปาน 8.โรงเรยี นบา1 นสบฟBา แจห1 ม& แจห1 ม& จำนวน 11 โรงเรยี น 9.โรงเรยี นบ1านฮ&องล่ี แจห1 &ม แจ1หม& 10.โรงเรยี นไผง& ามวิทยา เมืองมาย แจ1หม& 1.โรงเรียนบ1านแมส& กุ แมส& ุก แจห1 &ม 2.โรงเรียนทงุ& คาวิทยา แม&สุก แจห1 &ม 3.โรงเรยี นบ1านศรีบญุ เรือง แมส& กุ แจ1ห&ม 4.โรงเรียนผาชอ& วทิ ยา แมส& กุ แจ1ห&ม 5.โรงเรียนบา1 นแม&ตา ปงดอน แจห1 &ม 6.โรงเรยี นบ1านเปWยงใจ ปงดอน แจ1ห&ม 7.โรงเรยี นบ1านเลาสู ปงดอน แจ1ห&ม 8.โรงเรียนบ1านทุง& ผึง้ ทง&ุ ผง้ึ แจ1ห&ม 9.โรงเรยี นบ1านหวั ฝาย ทง&ุ ผงึ้ แจ1ห&ม 10.โรงเรยี นแจค1 อนวทิ ยา ทุ&งผงึ้ แจห1 ม& 11.โรงเรยี นบา1 นท&ุงฮา1 ง ทง&ุ ผง้ึ แจห1 ม& 12.โรงเรียนบ1านชอ& ฟBา ทงุ& ผงึ้ แจห1 ม& 1.บ1านน้ำจำ เมืองปาน เมอื งปาน 2.บา1 นแพะ เมอื งปาน เมืองปาน 3.บา1 นท&ุงโปง] เมืองปาน เมอื งปาน 4.บ1านดอนแก1ว เมืองปาน เมืองปาน 5.บ1านขอวิทยา บ1านขอ เมอื งปาน 6.บ1านป]าเหว บ1านขอ เมืองปาน 7.บา1 นปางดะ บ1านขอ เมืองปาน 8.บา1 นท&งุ สะแกง บา1 นขอ เมืองปาน

56 บ1านขอ เมอื งปาน ทุง& กว^าว เมอื งปาน 9.บ1านมว& ง ท&ุงกว^าว เมอื งปาน 10.อนบุ าลเมืองปาน แจ1ซอ1 น เมอื งปาน หวั เมอื ง เมอื งปาน 11.ปลายนาวทิ ยา หัวเมอื ง เมอื งปาน หวั เมอื ง เมืองปาน 4 กลม&ุ เครอื ขา& ยหวั เมืองแจซ1 อ1 น 1.โรงเรียนบ1านใหมพ& ฒั นา หวั เมือง เมอื งปาน หัวเมือง เมอื งปาน จำนวน 12 โรงเรยี น 2.โรงเรียนบ1านขาม แจซ1 อ1 น เมอื งปาน แจ1ซอ1 น เมืองปาน 3.โรงเรยี นบ1านต1นงุน1 แจ1ซอ1 น เมอื งปาน แจ1ซอ1 น เมอื งปาน 4.โรงเรยี นบ1านไร& แจซ1 อ1 น เมอื งปาน แจซ1 อ1 น เมืองปาน 5.โรงเรยี นบ1านกล1วย ร&องเคาะ วงั เหนือ 6.โรงเรยี นบ1านหัวเมือง รอ& งเคาะ วงั เหนือ ร&องเคาะ วงั เหนือ 7.โรงเรียนบา1 นหลวงแจซ1 อ1 น วังทรายคำ วงั เหนือ วังทรายคำ วงั เหนือ 8.โรงเรียนแจซ1 1อนวทิ ยา วงั ทรายคำ วงั เหนือ วงั เหนือ 9.โรงเรยี นบ1านสบลี วังใต1 วงั เหนือ วงั ใต1 วงั เหนือ 10.โรงเรียนบา1 นแม&แจ^ม วงั ทอง วังเหนือ วงั ทอง 11.โรงเรียนบา1 นทุ&ง วังเหนอื วังแกว1 วังเหนือ 12.โรงเรยี นบา1 นป]าเหม้ยี ง ทุ&งฮวั้ วังเหนือ ทง&ุ ฮว้ั วังเหนือ 5 กลุ&มเครอื ขา& ยเมืองวงั 1.โรงเรยี นบา1 นวังใหม& ทุ&งฮัว้ วังเหนือ วังเหนอื วังเหนือ จำนวน 10 โรงเรยี น 2.โรงเรยี นรอ& งเคาะวิทยา วังเหนือ วังเหนอื วงั ซ1าย วงั เหนอื 3.โรงเรียนบา1 นดอนแกว1 วงั ซ1าย 4.โรงเรยี นบา1 นกอ& 5.โรงเรยี นบ1านทง&ุ ฮี 6.โรงเรยี นวังทรายคำวิทยา 7.โรงเรยี นบา1 นแมพ& รกิ 8.โรงเรียนบ1านวงั โปง] 9.โรงเรียนวงั ทองวิทยา 10.โรงเรยี นบ1านเมอื งตงึ 6 กลุ&มเครอื ข&ายขนุ วัง 1.วงั แกว1 วิทยา จำนวน 12 โรงเรยี น 2.ท&ุงฮวั้ วิทยา 3.บา1 นวังมน 4.บ1านทัพปา] เสา1 5.ชุมชนบา1 นใหม& 6.อนุบาลวงั เหนอื 7.บา1 นปา] แขม 8.บ1านแมส& ุขใน

9.บา1 นหวั ทุ&ง 57 10.บา1 นแม&สขุ วงั เหนือ 11.บา1 นปงถำ้ วงั ซ1าย วงั เหนอื 12.บา1 นแมเ& ยน็ วังซ1าย วงั เหนอื วังทอง วงั เหนอื วังทอง วังเหนือ

58 คณะผจู้ ดั ทำ� ท่ปี รึกษ� ผอู้ ำ� นวยกำรส�ำนักงำนเขตพืน้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำล�ำปำง เขต 3 นำยประพันธ์ รนิ พล นำยจักรำวธุ วิจบ รองผ้อู ำ� นวยกำรสำ� นักงำนเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำประถมศกึ ษำล�ำปำง เขต 3 นำยกำนต์เลิศ ก้อนหิน รองผู้อ�ำนวยกำรสำ� นกั งำนเขตพ้นื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำล�ำปำง เขต 3 นำยกฤษณะ ทองย่ิง รองผู้อำ� นวยกำรส�ำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำลำ� ปำง เขต 3 คณะท�ำ ง�น นำยจกั รำวธุ วจิ บ รองผอู้ ำ� นวยกำร สำ� นกั งำนเขตพนื้ ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำ� ปำง เขต 3 นำงสำวสุวำรณิ ี โยยำนะ นักวิเครำะหน์ โยบำยและแผนช�ำนำญกำรพเิ ศษ ปฏบิ ตั ิหนำ้ ที ่ ผู้อ�ำนวนกำรกลมุ่ สง่ เสริมกำรศึกษำทำงไกล เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร นำยนพดล ด้วงธิวงศ์ นักวเิ ครำะหน์ โยบำยและแผนช�ำนำญกำร นำยอิสระ ดมี ำก เจ้ำหนำ้ ทีโ่ สตทศั นูปกรณ์ รวบรวมข้อมลู โดย กลุม่ สง่ เสรมิ กำรศึกษำทำงไกล เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอื่ สำร สำ� นักงำนเขตพ้ืนท่กี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำ� ปำง เขต 3 ส�ำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

59

60


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook