ภาคผนวกทา้ ยแผน เกม เรยี งคาทาความ จดุ ประสงค์ เพ่ือให้นักเรียนสามารถหรือรู้จักนาคา หรือข้อความเรียบเรียงต่อกันเป็นเร่ืองราว ซึ่งเป็นท่ีมา ของการเขยี นเรียงความ เขียนนทิ าน อุปกรณ์ บัตรคาเขียนข้อความ จัดไว้เป็นชุดเท่ากับจานวนกลุ่มผู้เล่น – กระดาษ – ดินสอ เท่ากับ จานวนกลุ่มผเู้ ลน่ เช่นกนั – นกหวดี – นาฬิกาจบั เวลา วธิ เี ล่น ๑. แบง่ ผเู้ ลน่ ออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละประมาณ ๑๐ คน ๒. ครูอธบิ ายการเล่นให้นักเรียนฟังดังน้ี - ให้แต่ละกลุ่มรับบัตรคากลุ่มละ ๑ ชุด อย่าเพิ่งเปิดอ่านดูว่าเป็นคาอะไรจนกว่าจะให้สัญญาณ เพราะจะเป็นการเอาเปรยี บกลุม่ อน่ื - เมื่อให้สัญญาณนกหวีด แต่ละกลุ่มจะต้องช่วยกันเรียบเรียงข้อความต่าง ๆ ในกระดาษนามา เขยี นเปน็ เนอ้ื เรือ่ งให้ไดใ้ จความทถี่ กู ต้อง - ครจู ะใหเ้ วลาเพียง ๖ นาที เมอื่ ได้ยนิ เสียงนกหวดี ให้รีบหยดุ ทนั ที - ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาผลงานออกมารายงานเล่าเร่ืองราวทเ่ี รียบเรยี งได้ให้เพ่ือน ๆ ฟงั ๓. เม่อื เขา้ ใจกติกาการเล่นแล้วครใู หส้ ญั ญาณนกหวดี เรม่ิ เลน่ นักเรียนเล่นเกมหรือเรม่ิ กิจกรรมคือ ลงมอื ทันที เมอ่ื ไดย้ นิ เสยี งนกหวีดอีกครง้ั ให้หยดุ ทันที ๔. ครเู ฉลยเร่อื งใหน้ กั เรยี นฟงั ๕. ในการตัดสินให้คะแนนควรดูท่ีการลาดับเรียบเรียงใจความว่า มีความถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน เพียงใด
ภาคผนวก แม่กง เรื่องกงดูจงแจง้ ลูกมะแว้งแตงฟกั ทอง ลูกตาลึงแลหนึง่ สอง ไม้กระบองแลกระบุง ทองแท่งใหญ่ใส่ไถ้ถุง กระถางโอง่ อา่ งไห ไปเมืองกรงุ รุ่งพร่งุ นี้ ยงุ นกั ต้องกางม้งุ เรียกพวกพอ้ งแลน้องพี่ เรียกวา่ ปมี ะโรงมะเส็ง หลังโกงนงั่ หยอ่ งยอง ชกั จอ้ งหนอ่ งดงั โหนง่ เหน่ง บงึ บางคลองกว้างรี ทัง้ กางเกงแลกระทง ปลาทนู ่ึงปลากระสง ชาววงั นงั่ ในห้อง ปลาตะพงซื้อแพงจริง ตาชง่ั แลตาเต็ง ทงั้ จง้ิ จกแลแง่งขิง ฝูงค่างลิงว่ิงร้องอึง แมงป่องแมลงผง้ึ ฆ้องใหญ่กวา้ งครางห่งึ ๆ กงุ้ ก้ังทกุ งั กง ตีกระดงึ ดังกรง่ิ ๆ ตรงหน้าตา่ งไขว่หา้ งหยง่ิ องึ่ อ่างแลคางคก มือถือฉ่งิ ดีดัง ๆ นกยางย่องจกิ ปลงิ ดูเรือ่ ง กง ก กาบ้าง เบ้ืองหน้ายังจะว่ากด ระฆงั ดงั หง่าง ๆ กลองหนงั ดังตึง ๆ นักเลงร้องเพลงพลาง เอาหลงั น่ังเอยี งอิง เดก็ ๆ อย่าใหลหลง ดไู ปต้ังใจฟัง (ประถม ก กา. ฉบับหอสมุดแห่งชาติ)
ช่อื .......................................................................ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓...............เลขที่.............. คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนเรื่องจากโครงเรอ่ื ง อา่ นหนงั สือมาก มปี ระโยชน์ต่อตัวเรา ดว้ ยภาษาของ ตนเอง พรอ้ มกับระบายสีให้สวยงาม . ………………………..…………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………….……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
ชอ่ื ............................................................................................ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓.............เลขท่ี.............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนฝกึ เขียนเร่อื งจากภาพ เรอื่ ง………………………... ………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………………………………………………………….…………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………….………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….…………….………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………...……………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เรื่องแมไ่ กอ่ ยู่ในตะกรา้ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๘ เรือ่ ง การแสดงความคดิ เห็น เวลา ๑ ชวั่ โมง วันที่ ............................................................................................... ********************************************************************************* มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ ตวั ชว้ี ัด มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๓ / ๔ พดู แสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ จากเร่ืองท่ีฟังและดู สาระสาคญั ๑. คิดวิเคราะหบ์ ทเรียนได้อย่างมีเหตุผล เป็นเครือ่ งบ่งชถี้ งึ การมที ักษะในการฟงั ๒. การมที ักษะในการเขียน ทาให้คดั ลายมือได้ถูกต้อง รวดเรว็ และสวยงาม สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ความสามารถในการแก้ปญั หา จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกเหตุผลของการกระทาของตวั ละครในบทเรยี นได้ ๒. นกั เรยี นสามารถประเมนิ การกระทาของตวั ละครในบทเรียนได้ ๓. นกั เรียนสามารถกาหนดแนวปฏิบตั ติ นทเี่ หมาะสมท่ีได้จากบทเรียนได้ ๔. นักเรยี นสามารถแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั บทเรียนได้ ๔. นกั เรียนสามารถคดั ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั และครง่ึ บรรทัดได้ถูกต้องสวยงาม คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. มีจติ สานึกในความเปน็ ไทย ๒. มีความสามัคคใี นหมคู่ ณะ ๓. ใชภ้ าษาสอื่ สารไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ๔. นาขอ้ คิดมาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ๕. ประหยัดและอยู่อยา่ งพอเพียง สาระการเรยี นรู้ ๑. การวเิ คราะหบ์ ทเรียน การแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั บทเรยี น ๒. การแสดงบทบาทสมมุติ ๓. การคัดลายมือ
กระบวนการจัดการเรียนรู้ นาสูก่ ระบวนการเรยี นรู้ ครเู ลา่ นิทานเร่อื ง ม้าอารี ให้นกั เรียนฟงั (ภาคผนวก) แลว้ ทาแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ (ภาคผนวก) กระบวนการเรียนรู้ ๑. นักเรยี นประเมนิ การกระทาของตวั ละครในเร่ือง จากคาถาม แถบประโยคท่ีครแู สดงให้นกั เรยี น อ่าน (ภาคผนวก) ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงานจากการวิเคราะห์ ๓. นกั เรยี นแต่ละคนสมมตุ ติ นเองวา่ เป็นตวั ละครในเรือ่ ง แลว้ จะปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร โดยเขียนตอบลง ในสมุดนามาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เชน่ อาจเขยี นขึ้นต้นได้ดงั น้ี ถ้าฉนั เป็น.................................................ฉันจะ...................................................... .................................................................................................................................. ๔. เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั กาหนดแนวปฏบิ ัตติ น ท่ีได้จากเนอื้ เรอื่ งในบทเรียนเพอื่ นามาใชใ้ น ชวี ิตประจาวัน ๕. นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปขอ้ วเิ คราะห์ที่ได้จากนักเรยี นท้งั หมด ๖. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน เพ่ือช่วยกนั เขียนบทละคร โดยดัดแปลง ใหม้ แี นวคิดว่า “ฟ้างามไมช่ อบอา่ นหนงั สือ ท่องหนงั สือ จึงสอบตก” ๗. นักเรียนส่งผลงานให้ครูตรวจ แล้วซักซ้อมการแสดงละครหรือบทบาทสมมติท่เี ขยี น ๘. นกั เรียนนาผลงานท่ีครูตรวจแก้ไขไปซักซ้อมเพ่ือแสดง ๙. นกั เรยี นแสดงละคร หรือบทบาทสมมติ โดยใช้เวลากลุ่มละ ๕ นาที สรุปกระบวนการเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปราย และวจิ ารณก์ ารแสดงของแตล่ ะกลุม่ ๒. ครแู นะนาการคดั ลายมือแกน่ ักเรียนเกยี่ วกบั การคัดตัวอักษรใหถ้ ูกต้องและการปฏบิ ัติตนในการ เขียน ๓. นกั เรยี นเลือกข้อความจากบทเรียนตนใดตอนหน่งึ ทน่ี ักเรียนชอบแลว้ คัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทัด และคร่งึ บรรทัด ส่งครตู รวจ ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้ ๑. หนังสอื แบบเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เลม่ ๒ ชดุ วรรณคดีลานา ๒. แถบประโยคคาถาม ๓. กระเป๋าผนัง ๔. แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้ ๕.นิทานเรื่องมา้ อารี
กระบวนการวดั และประเมนิ ผล ๑ วธิ กี าร ๑.๑ สังเกต การปฏบิ ัตติ นในการฟัง การอภปิ รายแสดงความคิดเห็น การซกั ถาม การตอบคาถาม ความสนใจในการเรยี น กระบวนการทางาน ๑.๒ ตรวจ แบบฝกึ พฒั นาการเรยี นรู้ สมุดงาน / ผลงาน แบบฝึกหัด ๑.๒ เครอื่ งมือการวัดและประเมนิ ผล แบบสังเกตพฤติกรรม แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้ แบบฝึกพัฒนาการเรยี นรู้ ๑.๓ เกณฑ์การวดั และประเมินผล ใชก้ ารผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ ๗๐ ข้นึ ไป กิจกรรมเสนอแนะ -
นทิ านเร่ือง ม้าอารี ชายคนหนง่ึ มมี ้าและววั เป็นพาหนะ เจ้าของรกั ม้ามากเพราะใช้งานไดด้ ีกว่า จงึ ปลูกโรงเรือนให้ม้าอยู่ ส่วนววั ปลอ่ ยไวข้ ้างนอกให้อาศยั ร่มไม้ คนื วนั หน่งึ ฝนตกหนกั วัวทนไม่ไหวจงึ ขอแทรกอยใู่ นโรงม้าพอสบาย ม้ากย็ ินยอวัวไดใ้ จเบยี ดเขา้ ไปอย่ใู นโรงม้า ทงั้ ตวั ดว้ ยความเกรงใจและทนถูกเบียดไมไ่ หว มา้ จงึ หน้ีออกไปข้างนอก ปลอ่ ยให้วัว อยตู่ ามสบายจนสว่าง คืนตอ่ มาวัวก็รีบเข้าไปอาศัยอยใู่ นโรงเสียก่อน ม้าผใู้ จดีก็ยอมออกไป นอนข้างนอก มา้ ไดร้ ับความลาบากจนซูบผอมลง เมื่อเจ้าของร้คู วามจริงจึงเอาวัวไปผูกล่าม ไวท้ ตี่ ้นไมใ้ ห้ม้าเข้าไปอยู่ในโรงตามเดมิ
ช่อื ..........................................................................ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓..................เลขท่ี.............. คาชี้แจง นกั เรยี นฟังครูเลา่ นทิ านเร่อื ง มา้ อารี แล้วตอบคาถามใหถ้ ูกต้อง ๑. เร่อื งนเ้ี กดิ ขึ้นท่ีไหน .............................................................................................................. ................................................................ ๒. ในนิทานเรื่องน้มี ีตัวละครใครบา้ ง .............................................................................................................................................................................. ๓. ตัวละครใดเป็นผ้ปู ฏบิ ัติดี สมควรเอาเปน็ ตวั อย่าง .............................................................................................................................................................................. ๔. ตวั ละครใดเป็นผปู้ ฏบิ ัติไม่ดี สมควรเอาเป็นตวั อยา่ ง ..................................................................................................... ......................................................................... ๕. สาระสาคญั ของนิทานเรื่องน้ี คืออะไร และเรอ่ื งน้ใี หแ้ นวคดิ อย่างไร ................................................................................................................... .......................................................... ๖. ถา้ นกั เรยี นเปน็ วัว นักเรยี นจะปฏบิ ัติตัวอยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................................
ชือ่ .............................................................................ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓………...........เลขที่.............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของตัวละครต่อไปน้ี ๑.ปูช่ ม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒.ยม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๙ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ เร่ือง แมไ่ ก่อยู่ในตะกร้า เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๙ เรือ่ ง การอา่ นบทรอ้ ยกรอง เวลา ๑ ชั่วโมง วันท่ี ............................................................................................................................ ************************************************************************************************** มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง เหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ ป.๓ / ๔ ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณคา่ ตามความสนใจ สาระสาคัญ ๑. ความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับแผนบังคบั ของบทรอ้ ยกรองจะชว่ ยให้นกั เรียนสามารถอ่านและแต่งบท รอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง ๒. การรคู้ วามหมายของคาศัพท์ในบทร้อยกรอง จะช่วยให้นกั เรียนสามารถแปลความหมายของบท ร้อยกรองน้ันได้ ๓. การอ่านหนงั สอื เพ่มิ เตมิ หรืออ่านเสรมิ จะช่วยให้นักเรยี นรักการอา่ นและเกดิ นิสัยรักการอ่านตามมา ได้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพฒั นาทักษะทางภาษาและกจิ กรรมสง่ เสริมการอ่าน การอ่านเสริมบทเรยี น บทร้อยกรอง แม่ ก กา แม่ กก แม่ กง สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการแก้ปัญหา คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. มีจิตสานกึ ในความเป็นไทย ๒. มีความสามคั คีในหมคู่ ณะ ๓. ใช้ภาษาสื่อสารไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ๔. นาข้อคดิ มาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ๕. ประหยดั และอยู่อย่างพอเพยี ง สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาทักษะทางภาษาและกจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่าน - การอา่ นเสริมบทเรียน บทร้อยกรอง แม่ ก กา แม่ กก แม่ กง กระบวนการจดั การเรียนรู้
นาสู่กระบวนการเรียนรู้ ๑. นักเรยี นอา่ นในใจบทร้อยกรองเพ่ือสารวจคาท่ีอ่านไม่ได้ ๒. นักเรียนอ่านคายากในบทร้อยกรองจากบตั รคา (ภาคผนวก) กระบวนการเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนศึกษาใบความรู้ เรอื่ ง บทร้อยกรองเกีย่ วกับลักษณะของรอ้ ยแกว้ ร้อยกรอง และตัวอยา่ ง บทรอ้ ยกรอง ร่วมกนั สรปุ กับครอู ีกครัง้ จากแผนภมู ิ บทรอ้ ยกรองบนกระดานดา ๒. นกั เรยี นฟังบทร้อยกรองจากเทปบนั ทึกเสียง หรือ ครูอ่านให้ฟังเป็นจังหวะ ๓. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งตามเปน็ จงั หวะจนคลอ่ งโดยอา่ นคนละวรรค ตอ่ เนื่องกัน และอา่ นคนละบท ๔. นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย ซกั ถามเนื้อหา โดยนกั เรยี นต้ังคาถามใหเพื่อน ๆ ตอบ ๕. รว่ มกันกนั สรปุ เน้ือหาสาระการเรยี นรทู้ ้ังหมดเป็นร้อยแก้ว ๖. นกั เรยี นร่วมกนั วางแผนการอา่ นเสรมิ บทร้อยกรอง เพิ่มเติม ๗. นักเรยี นทากจิ กรรมตามแผนท่ีวางไว้ เช่น อา่ นท่บี า้ นหรืออ่านนอกเวลาหรืออา่ นในเวลาเรียน โดยกาหนดเวลาอ่านไว้ สรปุ กระบวนการเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปราย สรุปเนื้อหาการอา่ นบทรอ้ ยกรองโดยนักเรียนตั้งคาถามให้เพื่อน ๆ ตอบ แล้ววาดภาพสัตว์ตา่ ง ๆ แล้วเขยี นบรรยายเร่อื งด้วยคาพูดของตนเอง โดยมีเน้อื ความตามที่อ่าน ๒. มอบหมายใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั ทักษะภาษา หนว่ ยที่ ๓ ๓. นักเรียนทาแบบฝึกพัฒนาการเรยี นรู้ (ภาคผนวก) ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้ ๑ บัตรคายาก ๒. กระเป๋าผนัง ๓. ใบความรู้ ๔. แผนภมู บิ ทร้อยกรอง ๕. เทปบันทึกเสียง และ แถบบันทึกเสียง ๖. แบบฝกึ พัฒนาการเรียนรู้ ๗. หนังสือแบบเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เลม่ ๒ ๘. แบบฝึกหดั ทักษะภาษา หน่วยท่ี ๒ กระบวนการวัดและประเมนิ ผล ๑.๑ วธิ กี าร ๑.๑ สังเกต การอ่านทานองเสนาะ การอา่ นคายากในบทเรียน
การอภิปรายซักถาม การตอบคาถาม ความสนใจในการเรยี น กระบวนการทางาน ๑.๒ ตรวจ แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้ สมุดงาน แบบฝกึ หัด ๑.๒ เครอ่ื งมอื การวัดและประเมนิ ผล แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น แบบฝึกพฒั นาการเรียนรู้ ๑.๓ เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ ขนึ้ ไป กิจกรรมเสนอแนะ -
บัตรคายากจากบทร้อยกรอง ตะกรา้ แมก่ า แม่ไก่ เลา้ ปูแสม ปนู า ปูมา้ จระเข้ นกแสก นกกระสา น้าหมกึ หกู มะกอก หญ้าแพรก มะดูก ลูกมะแวง้ ตาลึง กง ภาคผนวก
บทรอ้ ยกรอง แม่ ก กา แมไ่ ก่อย่ใู นตะกร้า ไข่ ๆ มาสห่ี า้ ใบ อแี ม่กาก็มาไล่ อีแม่ไกไลต่ กี า หมาใหญก่ ็ไล่เห่า หมใู นเล้าแลดูหมา ปแู สมและปนู า กะปูม้าปูทะเล เต่านาและเต่าดา อยู่ในน้ากะจระเข้ ปลาทอู ย่ทู ะเล ปลาขี้เหร่ไมส่ ู้ดี ฯลฯ (ประถม ก กา. ฉบบั หอสมุดแหง่ ชาติ) แม่กก นกแสกนกกระสา แกรก ๆ มาเวลาดึก นา้ มาแลนา้ ลกึ แลนา้ หมกึ และน้าหมาก ปลาอกุ ปลาดุกดัก แลปักหลักแลครกสาก ชักเสาเอาเชือกลาก จะผกู จากให้จักตอก ปลกู กีไ่ วท้ อหูก ลกู มะดูกลูกมะกอก ไมแ้ ตกใหใ้ สป่ ลอก ไมก้ ระบอกแลดอกบุก ฯลฯ นกมีปากแลมีปีก ผา่ ไมซ้ กี ให้แตกหกั ไปปะพวกทีร่ ัก ไดร้ จู้ ักทักเรยี กแขก เดก็ ๆ ดูกระจก อยา่ ให้ตกมกั จักแตก ปลูกเผือกผักถากหญา้ แพรก หญ้าคาแฝกอยา่ ใหร้ ก เข้าเปลอื กและเข้าสกุ เลือกปลาดุกทาห่อหมก ด่าทอต่อตีชก ถกู ศอกอกหกถลา (ประถม ก กา. ฉบับหอสมุดแหง่ ชาติ)
ภาคผนวก แมก่ ง เรื่องกงดูจงแจง้ ลกู มะแว้งแตงฟักทอง ลูกตาลึงแลหนึง่ สอง ไมก้ ระบองแลกระบุง ทองแทง่ ใหญ่ใสไ่ ถ้ถงุ กระถางโอง่ อา่ งไห ไปเมืองกรุงรุ่งพรุ่งน้ี ยงุ นกั ต้องกางม้งุ เรยี กพวกพ้องแลนอ้ งพี่ เรยี กว่าปมี ะโรงมะเสง็ หลังโกงนงั่ หยอ่ งยอง ชักจอ้ งหน่องดังโหน่งเหนง่ บงึ บางคลองกว้างรี ทงั้ กางเกงแลกระทง ปลาทูน่ึงปลากระสง ชาววงั นงั่ ในห้อง ปลาตะพงซ้ือแพงจริง ตาชง่ั แลตาเตง็ ท้งั จิง้ จกแลแง่งขิง ฝูงค่างลิงวง่ิ ร้ององึ แมงป่องแมลงผง้ึ ฆอ้ งใหญ่กว้างครางหง่ึ ๆ กงุ้ ก้ังทกุ งั กง ตกี ระดงึ ดังกริง่ ๆ ตรงหน้าต่างไขว่หา้ งหยิ่ง องึ่ อ่างแลคางคก มือถือฉิ่งดดี งั ๆ นกยางย่องจกิ ปลงิ ดูเรื่อง กง ก กาบ้าง เบ้อื งหน้ายงั จะว่ากด ระฆงั ดงั หง่าง ๆ กลองหนงั ดังตึง ๆ นักเลงร้องเพลงพลาง เอาหลงั น่ังเอยี งอิง เดก็ ๆ อย่าใหลหลง ดไู ปต้ังใจฟัง (ประถม ก กา. ฉบบั หอสมุดแหง่ ชาติ)
ชอ่ื ............................................................................ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓..................เลขที่..................... คาชแี้ จง ให้นักเรียนเขียนคาจากภาพแล้วนาไปแต่งประโยคใหถ้ กู . ……………….………………………………………………………………………… ................................................................................................... …………………… .................................................................................................... .................................................................................................. …………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………
ช่ือ.......................................................................................ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓...................เลขท่ี.............. คาช้ีแจง ให้นักเรียนระบายสีให้สวยงามและเขยี นบรรยายภาพตอ่ ไปนใี้ ห้ไดใ้ จความ …………………………………….………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……………………………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………….……………………………………………………………………………………….………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………….………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………
เรอื่ ง การเขียนรายงานการอา่ นหนังสือ ชื่อ..........................................................................ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓....................เลขท.ี่ ................. คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนอ่านหนังสือแล้วเตมิ ข้อความลงในแบบรายงานการอา่ นหนังสือให้ไดใ้ จความสมบรู ณ์ แบบรายงานการอา่ นหนงั สือ เร่อื ง ………………………………….……………… ชือ่ ผแู้ ตง่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………….……. ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ……………………………………………………………………………………………………………………………………..……… เน้อื เร่ืองย่อ ………………………………………………………………………………………………………………………….………….... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…..… ตัวละครท่ีชอบมากท่ีสุด ……………………………………………………………………………………………………………………… ชอบเพราะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ตวั ละครที่ไมช่ อบมากทีส่ ุด ……………………………………………………………………………………………………………….…. ไมช่ อบเพราะ …………………………………………………………………………………………………………………………………….. ขอ้ คิดทีไ่ ด้จากเรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………………... …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… เมือ่ อ่านหนงั สอื เล่มน้ีแลว้ ชอบเพราะ …………………………………………………………………………….……………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ไม่ชอบเพราะ ………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑๐ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ เร่ืองแม่ไก่อย่ใู นตะกรา้ เวลา ๑๑ ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๐ เรอ่ื ง การอา่ นเสริมบทเรียน เวลา ๑ ชวั่ โมง วันที่ ................................................................ ************************************************************************************************** มาตรฐาน ท ๑.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คณุ คา่ และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ ตวั ชว้ี ดั มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓ / ๖ อา่ นหนังสอื ตามความสนใจอย่างสมา่ และนาเสนอเรื่องท่ีอา่ น สาระสาคญั การอา่ นหนังสอื เพิ่มเตมิ หรืออ่านเสรมิ จะช่วยใหน้ กั เรยี นรักการอ่านและเกดิ นิสัยรกั การอ่านตามมาได้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพฒั นาทักษะทางภาษา การอา่ นเสรมิ บทเรยี น เร่ือง “กนิ อยา่ งไร ทาใหแ้ ข็งแรง” จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. สามารถอ่านเรือ่ งท่ีกาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ๒. สามารถวาดภาพและเขียนบรรยายภาพสน้ั ๆ ได้ ๓. สามารถตงั้ และตอบคาถามจากเรอื่ งทอ่ี ่านได้ ๔. สามารถทางานไดอ้ ย่างเพลิดเพลนิ และมีความสุข สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการแก้ปญั หา คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รกั และช่ืนชมในเอกลักษณ์ไทย ๒. มคี วามซอื่ สัตย์สุจริต ๓. มวี นิ ยั ในตนเอง ๔. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
กระบวนการจดั การเรยี นรู้ นาสู่กระบวนการเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นเล่นเกมปรศิ นาคาทาย (ภาคผนวก) ๒. นกั เรยี นอา่ นคายากในบทอ่านเสรมิ บทเรียน เรื่อง “โอ้เอว้ ิหารราย”จากบัตรคาที่ครูแสดงใหด้ ดู ังน้ี วิหาร สมัย อยุธยา โปรดเกล้าฯ พระอโุ บสถ มหาชาติ ถวาย ธรรมเนยี ม รตั นโกสินทร์ รชั สมยั ยานี ฉบัง สุรางคนางค์ เทศกาล บรเิ วณ กระบวนการเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นร่วมกันต้ังจดุ ม่งุ หมายในการอา่ นวา่ อ่านแล้วตอบคาถาม สรุปใจความจากเร่ืองที่อา่ นได้ ๒. แบ่งกลุ่มนักเรยี นออกเป็น กลุ่มละ ๔ – ๕ คน โดยวิธีจบั ฉลากแลว้ อา่ นบทอ่าน เสรมิ บทเรียน เรื่อง “กนิ อย่างไร ทาใหแ้ ข็งแรง” ๓. นกั เรยี นเรยี นรู้หรอื อา่ นในลกั ษณะเพื่อนชว่ ยกัน คือตรวจความถูกต้องกันเอง หากใครมีปัญหาให้ คนที่เกง่ ช่วยพาอ่าน และถามตอบกันเองภายในกลมุ่ (เนน้ การอา่ นออกเสยี ง) ๔. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งตามเป็นจงั หวะจนคล่อง ๕. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย ซักถามเนอ้ื หาสาระการเรียนรู้ โดยนักเรียนตั้งคาถามใหเ้ พ่ือน ๆ ตอบ ๖. นกั เรยี นทุกคนเขยี นคาถามและคาตอบลงในสมุด (เน้นคัดสวยงาม) ๗. นักเรียนช่วยกนั สรปุ เน้ือหาสาระการเรียนรูท้ ้ังหมดอกี คร้ังหนงึ่ ๘. นกั เรยี นวาดภาพประกอบเรอ่ื งพร้อมเขียนบรรยายภาพสั้นๆและระบายสีให้สวยงาม แลว้ เก็บ รวบรวมผลงานไวเ้ ปน็ หนงั สืออ่านประจาช้นั และเก็บผลงานการตัง้ คาถามให้เก็บไวใ้ นแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) สรปุ กระบวนการเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นและครชู ว่ ยกนั สรปุ สาระสาคญั จากเร่ืองบทรอ้ ยกรองพร้อมกับ เขียนสาระสาคัญที่สรุปบนกระดานดาแลว้ นกั เรยี นคดั ลงสมุด ๒. มอบหมายใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ทกั ษะภาษา หนว่ ยท่ี ๓ (การบา้ น) ๓. นักเรียนทาแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ (ภาคผนวก) ๔. นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ๓ (ภาคผนวก) สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ ๑. ภาพจากบทเรยี น ๒. บทอา่ นเสรมิ บทเรยี นเรอ่ื ง “โอเ้ อว้ ิหารราย”
๓. แบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้ ๔.แบบทดสอบหลงั การเรยี นรู้ กระบวนการวดั ผลและประเมินผล ๑.๑ วิธีการ ๑.๑ สังเกต การอ่านออกเสียงบทอา่ นเสริมบทเรยี น การเขียนคาถามคาตอบ ความสนใจในการเรียน และกระบวนการทางาน ๑.๒ ตรวจผลงาน สมดุ งาน/แบบฝกึ หัด แบบฝึกหลังการเรียนรู้ ๑.๒ เครือ่ งมอื การวัดและประเมินผล แบบประเมนิ การอ่าน แบบฝึกหลังการเรยี นรู้ แบบทดสอบหลงั การเรยี นรู้ ๑.๓ เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ใช้การผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป
ใบความรเู้ พ่ิมเตมิ โอเ้ อว้ ิหารราย โอ้เอ้วหิ ารรายเป็นการสวดกาพย์เปน็ ทานองในสมยั อยุธยาแผ่นดินสมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม โปรดเกลา้ ฯ ให้มกี ารฝกึ ซ้อมสวดมหาชาติคาหลวงตามวหิ ารเลก็ ท่ีรายล้อมพระอุโบสถ ผ้ใู ดสวดได้ ดีจะได้รบั คัดเลอื กเข้าไปสวดถวายในพระอุโบสถวัดพระศรสี รรเพชญ์ ส่วนผู้ท่ียังสวดไม่ถึงระดบั จะใหส้ วดอยู่ตามวหิ ารราย จงึ เรียกว่า “โอ้เอ้วหิ ารราย” ส่วนธรรมเนยี มการจัดใหเ้ ด็กมาสวดตามศาลารายในวัดพระศรีรตั นศาสดารามเพิ่งมขี ้นึ ใน สมัยรตั นโกสินทรร์ ัชกาลพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา้ เจา้ อยู่หัวโปรดเกลา้ ฯ ให้จดั นักเรียนอา่ น หนังสอื สวดเรอื่ งใดกไ็ ดต้ ามที่ตนเลา่ เรยี นมา สวดในศาลารายบริเวณพระอโุ บสถวดั พระศรีรัตน ศาสดาราม เปน็ ทานองยานี ฉบงั สรุ างคนางค์ตามความถนดั คร้นั ปลายรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว เรอื่ งท่ีใชส้ วดมีเพยี งเร่ืองเดยี ว คอื กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา ของสุนทรภู่ ในปัจจบุ นั ยงั มีการจดั นกั เรียนมาสวดโอเ้ อว้ ิหารรายในวันพระ ชว่ งเทศกาลเขา้ พรรษา นอกจากน้ี “โอ้เอ้วหิ ารราย” ยังใชเ้ ป็นสานวน หมายถงึ ชักช้า อ้อยอิ่ง เถลไถล ชอ่ื .................................................................ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓.............เลขที่..............
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนระบายสใี หส้ วยงามและเขียนบรรยายภาพต่อไปน้ใี หไ้ ดใ้ จความ ……………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………….……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ช่ือ.................................................................................ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓..................เลขท่ี..............
คาชี้แจง ให้นักเรยี นเขยี นบรรยายภาพตอ่ ไปน้ใี ห้ได้ใจความพร้อมกับตง้ั ชือ่ เร่ือง ……………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………..……………………………….…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… …………………………………………………………………….…………………………………………………………………………….……… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........ ………………………………….……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
แบบทดสอบกอ่ นการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ๓ แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ************************************************************************************************** คาช้ีแจง นักเรียนทาเครือ่ งหมายกากบาททับตวั อกั ษร ก, ข, ค, ง หน้าคาตอบท่ีถกู ท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว ๑. ใครนง่ั ท่องหนงั สือมาจากแคร่ไม้ไผใ่ ต้รม่ มะมว่ ง ก. ป่ชู ม ข. ปู่ยม ค. ตาชม ง. ตายม ๒. คณุ ปู่กาลงั ทาอะไรอยู่ ก. สานตะกร้าหวาย ข. สานตะกรา้ พลาสติก ค. สานตะกรา้ ง. สานตะกรา้ ไมไ้ ผ่ ๓. ปู่น่งั ทอ่ งท่องบทกลอน “แมไ่ ก่อยู่ในตะกร้า” ซงึ่ จามาจากหนงั สอื อะไร ก. หนังสือกอ ไก่ ข. หนงั สอื ประถม ก กา ค. หนังสอื นิทานรอ้ ยบรรทดั ง. หนงั สอื จนิ ดามณี ๔. ป่ขู องมะยมมีอายกุ ่ีปี ก ๖๐ ปี ข. ๘๐ ปี ค. ๗๐ ปี ง. ๙๐ ปี ๕. หนังสอื แบบหัดอ่าน เขียนของเด็กไทยสมยั ก่อน มีชื่อวา่ อยา่ งไร ก. หนังสอื ก ไก่ ข. หนังสือ ก กา ค. หนังสือ ประถม ก กา ง. หนงั สอื หดั อ่านเร็ว ๖. ในสมยั ก่อน ๆ เดก็ ๆ จะเรียนหนงั สอื กนั ท่ีไหน ก. บา้ น ข. วัด ค. โรงเรยี น ง. ท้องนาท้องไร่ ๗. คาใดเปน็ คาในแม่ ก กา ก. ตะกรา้ แมก่ า ข. ไมไ้ ผ่ ปูแสม ค. ปนู า หมาใหญ่ ง. ถกู ทุกข้อ ๘. คาในแม่ ก กก ยกเวน้ ข้อใด ก. นกแสก นกกระสา ข. นา้ ลกึ ปูแสม ค. น้าหมึก น้าหมาก ง. จักตอก ตะกร้า ๙. คาในแม่ ก กง ยกเวน้ ข้อใด ก. โอ่ง นมะแวง้ ข. แหง้ แลง้ ของแพง ค. น้ามัน กะละมัง ง. กะละมัง ลิงคา่ ง ๑๐. ขอ้ ใดเขยี นไม่ถูกต้อง ก. แมลงปอ่ ง ข. แมลงผ้ึง ค. ปลากะพง ง. ปลากระสง
๑. ก ๒. ง เฉลย ๕. ค ๖. ข ๗. ง ๓. ค ๔. ข ๑๐. ค ๘. ง ๙. ค
ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………….…………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ………………………………………………….. ลงช่อื ……………………………………………………. (นางสวภาว์ คมุ้ สพุ รรณ.) (นางเยน็ ฤดี ค้มุ สพุ รรณ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หวั หนา้ วชิ าการระดับช้ัน ป.1-3 ……………./………………/…………….. ……………./………………/…………….. ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ านวยการโรงเรียน ……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………….…………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื …………………………………………………….. (นางลาจวน ปอ้ มบุญมี ) รองผ้อู านวยการโรงเรียนพณิ พลราษฎร์ ต้งั ตรงจติ ร 12 วนั ที่……….…เดอื น…………………..พ.ศ……….
บันทกึ ผลหลังการสอน วนั ท่ี ................ เดือน........................พ.ศ. ........................... ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกบั ผูเ้ รียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ปญั หา / อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………….. (นางเยน็ ฤดี คุม้ สพุ รรณ ) ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ วนั ที่………เดอื น…….…………..พ.ศ……….
Search