ใบงาน ชดุ ที่ ๑๑ คาอ่าน คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเขียนคาอา่ นของคาต่อไปนี้ ขอ้ คา ๑ ทลาย ๒ ชวา ๓ สมาธิ ๔ แสดง ๕ ผกา ๖ ไผท ๗ ทยอย ๘ พญา ๙ พลงั งาน ๑๐ พยุง ชื่อ..............................................................เลขที่ ..................... ชนั้ ...............
ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๒ คาอา่ น คาชีแ้ จง ให้นักเรียนเขียนคาอ่านของคาต่อไปน้ี ข้อ คา ๑ ดาริ ๒ ตารวจ ๓ ประวัติ ๔ สาเรจ็ ๕ ปรศิ นา ๖ วาสนา ๗ สริ ิ ๘ รษิ ยา ๙ ศักราช ๑๐ ประโยชน์ ช่ือ..............................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรื่อง พลังงานคือชีวติ เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เรื่อง คาขวัญ เวลา ๒ ชั่วโมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ ตวั ช้วี ดั ท ๔.๑ ป.๓ / ๖ แตง่ คาคล้องจองและคาขวญั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนบอกความหมายของคาขวญั ได้ ๒. นกั เรียนบอกรูปแบบของคาขวัญได้ สาระสาคญั คาขวญั เป็นข้อความสน้ั ๆ กะทดั รดั มักนิยมให้คลอ้ งจองกันเพ่อื ใหจ้ าไดง้ ่าย มีความหมายไปในทาง ทด่ี ี จูงใจ ให้ข้อคิด มคี ตเิ ตือนใจในเร่ืองใดเร่ืองหนง่ึ ซางนาไปใช้ประกอบได้ทั้งการพูดและการเขยี น สาระการเรียนรู้ คาขวญั ความหมายและลักษณะของคาขวัญ การเขียนคาขวัญ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รักความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี ินยั ๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
ชน้ิ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน ๒. การทาใบงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แตล่ ะกลมุ่ ประกอบไปด้วยนักเรยี นท่ีมีระดับภมู ิ ปัญญาสูง กลาง และตา่ ให้แตล่ ะกลุม่ เลือกหวั หน้ากลุ่ม รองหวั หนา้ กลุ่ม และเลขานุการกลุ่ม ควรใช้กล่มุ เดิมตลอดบทท่ี ๖ ๒. ครนู าแผนภมู ิตัวอย่างคาขวญั ที่รวบรวมไวใ้ ห้นักเรยี นอ่านพร้อมกัน เด็กดีเปน็ ศรีแก่ชาติ เดก็ ฉลาดชาตเิ จริญ เดก็ ไทยคือหัวใจของชาติ เด็กจะเจรญิ ต้องรักเรยี น เพียรทาดี เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะบากบ่ัน และสามัคคี เดก็ ในวันน้ี คอื ผใู้ หญ่ท่ดี ใี นวันหนา้ เรียนให้สนุก เล่นให้ได้ความรู้ จากนน้ั ร่วมกนั สนทนาถงึ เรื่องคาขวัญ ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกันคดิ คาขวญั เกี่ยวกบั โรงเรยี น ๑ คาขวัญ ๓. นักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั เขียนคาขวญั รณรงค์ให้ตระหนกั หรือเชญิ ชวนใน เร่อื งต่อไปนม้ี าหวั ขอ้ ละ ๑ คาขวัญ การสวมหมวกนริ ภยั ขับข่รี ถจักรยานยนต์ การขา้ มถนนโดยใชส้ ะพานลอย การอ่านหนังสือ การใช้ไฟฟ้าหรือใช้นา้ อย่างประหยดั เขียนเสรจ็ แลว้ ส่งครตู รวจ ครูคดั เลือกคาขวัญท่ดี ีเขยี นไว้ท่ีปา้ ยประกาศ ๔. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๑๓ ( ท้ายแผน ) ชุด คัดลอกคาขวญั หรือแตง่ ขนึ้ เอง เกี่ยวกับหัวขอ้ ที่กาหนดให้ เสรจ็ แลว้ นาส่งครู ร่วมกันตดั สนิ หาคาขวญั ท่ดี ีท่ีสดุ ของหัวขอ้ ต่างๆ ตดิ ไว้ท่ปี ้าย นิเทศหนา้ ชัน้ เรยี น ๕. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน( ทา้ ยแผน ) ประจาบทเรียนที่ ๖ พลงั งานคือชีวติ เสร็จแล้ว นาส่งครคู รเู ฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง
สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการส่อื กิจกรรมที่ใช้ แหล่งท่ไี ดม้ า ๑ รปู ภาพ ครใู ช้ประกอบคาอธบิ าย ครจู ัดเตรียม ๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๑๓ นักเรยี นทาใบงาน ครูจดั ทา ๓ หนังสือพมิ พ์ นติ ยสาร นกั เรยี นคัดลอกคาขวัญ ครจู ัดทา ๔ หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นักเรยี นอ่านเร่ือง ครจู ดั ทา ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครูจัดทา ๖ แบบทดสอบหลังเรยี น นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น ครูจดั ทา ๗ แบบประเมินผลงานรายกล่มุ ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครจู ดั ทา ๘. แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรม บันทกึ การสังเกตพฤติกรรม และ ครูจัดทา และแบบประเมินผลงานรายบุคคล บนั ทกึ ผลงานรายบคุ คล วัดผลประเมนิ ผล กิจกรรมท่ปี ระเมิน เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ น วธิ กี ารประเมิน เกณฑ์การประเมิน การประเมิน ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก คุณลกั ษณะอันพงึ พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประสงค์ ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. การเขยี นคาขวัญ แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายกลุม่ ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ๓. นักเรยี นทาใบงาน ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ชดุ ที่ ๑๓ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ แบบประเมนิ การสังเกต ๔. นกั เรียนทาแบบทดสอบ พฤติกรรม และแบบประเมนิ ผล ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก หลังเรยี น งาน ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ แบบประเมนิ การสงั เกต ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง พฤตกิ รรม และแบบประเมนิ ผล ตรวจงานรายบคุ คล ๑๑ - ๑๕ = ดีมาก งาน ๙ – ๑๐ = ดี ๘ = พอใช้ ต่ากว่า ๘ = ปรบั ปรงุ
การประเมิน ด้านทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั งิ านตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบยี บ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลกิ ในการพูด ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไมม่ ีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน ซือ่ สัตย์สุจริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรับใน ขอ้ ผิดพลาดและ ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสง่ิ ท่ตี นมี ค่อยพอใจในสิ่งทต่ี นมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รูจ้ กั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่รูจ้ ักควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ติ นอย่ใู นระเบยี บ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ัติตนอยใู่ นระเบยี บ วนิ ัย แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่คอ่ ย วนิ ยั นอ้ ยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรียน มีความมานะม่งุ มั่นใน มคี วามมานะม่งุ ม่นั ใน ไม่มีความมานะมุง่ มัน่ ใน การทางานทไ่ี ด้รบั การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานท่ีได้รับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศกึ ษา ดว้ ยตนเองทางานเสรจ็ ดว้ ยตนเองเป็นบางครง้ั ค้นคว้าด้วยตนเอง ทนั เวลาและถูกตอ้ ง ทางานเสร็จทนั เวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทันเวลา บางครั้ง ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอปุ กรณก์ ารเรยี น ใชว้ สั ดุอปุ กรณก์ ารเรยี น ทรี่ าคาถูกและใช้อย่าง ท่ีราคาค่อนข้างแพงและ ทรี่ าคาค่อนข้างแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใชจ้ นหมด ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่ ค่อยซ้ือใหม่ หมดแล้วซอื้ ใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่ือ มคี วามเสยี สละเพ่ือ ไม่ค่อยเสยี สละเพือ่ สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรียบ ส่วนรวมเป็นบางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คนอ่ืน ค่อนข้างเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เป็นอย่างดี ตวั ไมค่ อ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
ใบความรเู้ รอ่ื ง การเขียนคาขวัญ ความหมายของ “คาขวัญ” “คาขวญั ” พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หนา้ ( ๒๕๓๙ : ๑๘๖) ได้ให้ ความหมายไวว้ ่า “ ถอ้ ยคาที่แตง่ ขน้ึ เพื่อเตือนใจหรือใหเ้ ป็นสิริมงคล” จุดมุ่งหมายในการเขียนคาขวัญ ๑. เพ่อื แสดงจุดมุง่ หมาย หรืออดุ มคตหิ รือแนวทางปฏิบัติของกลุ่มบคุ คล หรอื สถาบนั ใดๆ เช่น กลุ่ม อาชีพตา่ งๆ พรรคการเมือง มูลนธิ ิ ชุมนุม ชมรมตา่ งๆ เป็นตน้ กลุม่ บุคคลหรือสถาบนั เหล่านี้ จะไดค้ าขวัญเปน็ หลักยดึ เหนย่ี ว หรอื เตือนใจหมู่คณะของตน หรืออาจเพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบถึงจดุ ม่งุ หมายของกลุ่ม ตนกไ็ ด้ ตัวอย่าง เพื่อความสขุ ของปวงประชา ( หน่วยกาชาด ) ประชาอุ่นใจท่ัวกนั ( ตารวจ ) กาชาดบรรเทาทุกข์ เพอื่ คคู่ ิด มิตรคูบ่ า้ น ( ธนาคาร ) ตารวจอยู่ไหน ชอ่ ง สี ทีวีเพื่อคณุ ( โทรทัศน์ ) ธนาคารกรงุ เทพ จรงิ ใจพฒั นา ( พรรคการเมือง ) โทรทศั น์ พรรคนาไทย ๒. เพอื่ เตอื นใจใหต้ ระหนกั ถงึ ภยั อนั ตราย ตระถึงประโยชนห์ รอื คณุ ค่า ตระหนักถึงความเปน็ จรงิ และ เป็นการเตอื นสติเตือนใจในเรื่องหน่งึ ตัวอย่าง เม่ือสิ่งแวดล้อมเปน็ พษิ ชีวติ จะมภี ัย ขับรถใหเ้ ตือนตน ขา้ มถนนใหเ้ ตือนตา ชาตอิ ยู่รอด ถ้าปลอดคอร์รปั ชนั รกั ษาชีวิต ดีกวา่ พิชิตเวลา เมือ่ ใช้ยาเสพตดิ ชีวิตรอความตาย ยาบ้าอนั ตราย คนเสพถึงตาย คนขายตดิ คุก
ตวั อยา่ ง ๓. เพือ่ เรียกรอ้ ง เชิญชวน จงู ใจให้เช่อื ม่นั หรือปฏบิ ัตใิ นเรื่องใดเร่ืองหน่ึง บรจิ าคไดม้ หากุศล ไทยช่วยไทย คนละบาท ชาติอยไู่ ด้ ยง้ั คดิ ก่อนซ้ือ ยั้งมอกอ่ นส่ัง ของนอกยบั ยั้งใช้แต่ของไทย รกั ไทย นิยมไทยร่วมกันใช้ของไทยทา ภูมิใจไทยทา ดีใจไทยใช้ มุ่งประหยดั เรง่ รดั นิยมไทย ร่วมใจสง่ ออก อ่านหนังวนั ละหน้า เพิ่มคุณคา่ แกช่ ีวติ ออกกาลังกายทุกวัน สร้างสรรคบ์ ุคลิก สุขภาพเปน็ นิจสขุ จติ พาเพลนิ หม่ันเดินหมน่ั ว่ิง น้ามันมนี อ้ ย ใช้สอยอย่างประหยดั ไทยทา ไทยขาย ไทยใช้ ไทยเจริญ ถ้ารกั ประชาธิปไตย ตอ้ งไปเลือกตั้ง เลอื กผแู้ ทนทั้งที อยา่ ใหม้ ีคนซ้อื หลกั ในการเขียนคาขวญั ๑. เขียนให้ตรงจุดมุ่งหมายทต่ี ้องการ น้ันคือ ก่อนท่ีจะเขยี นคาขวัญใดๆ เราต้องพจิ ารณาถึง จุดหมายให้ดเี สียก่อน วา่ เราเขียนคาขวญั นั้นเพ่ืออะไร จะได้เขยี นตรงจดุ มงุ่ หมายทต่ี ้องการ ๒. ต้องเขยี นให้เป็นข้อความสั่นๆ กะทัดรดั มหี ลายลกั ษณะดังน้ี ๒.๑. เปน็ กลุม่ คา เช่น ไมม่ ปี ่า ไมม่ ีฝน ไมม่ คี น ไม่มสี ัตว์ ๒.๒. เป็นประโยคเพยี งประโยคเดียว เช่น น้ามันมนี อ้ ย ใชส้ อยจงประหยดั ๒.๓. เปน็ ประโยคสองประโยคทีมคี วามสัมพันธ์กนั หรอื เป็นเหตุเป็นผลกนั เชน่ เมอ่ื ปา่ ไมถ้ ูกทาลายความตายจะมาเยอื น ๓. ต้องเขียนให้มีใจความสมบรู ณ์ แจ่มแจ้ง ไม่คลุ มเครือ เม่ือผู้อ่าน อา่ นแลว้ สามารถเขา้ ใจได้ ทันที เช่น ยัง้ คดิ ก่อนซ้ือ ย้ังคิดก่อนสงั่ ของยอกยับย้ัง ใช้แต่ของไทย ๔. ควรเขียนให้มชี ว่ งจงั หวะเหมาะสม และมีสมั ผัสคล้องจองกันระหวา่ งช่วงจังหวะ หรอื ระหวา่ ง ประโยคเพื่อให้ผู้อา่ นประทบั ใจ และสามารถจาคาขวญั น้นั ได้ง่าย ชว่ งจงั หวะ หมายถงึ ช่วงที่ ๑ เวน้ ระยะในการอา่ น เพราะเวลาอ่านจริงๆ คนเรามักจะอ่านไม่ต่อกันเป็นพดื ไป เช่น รักไทย นิยมไทย รว่ มกนั ใช้ของไทยทา ชว่ งจังหวะในการอ่านอย่ทู ่ี รักไทย/นยิ มไทย/ชว่ ยกนั ใช/้ ของไทยทาฉะนัน้ การเวน้ ช่วงจงั หวะทเ่ี หมาะสม จงชว่ ยให้ผอู้ า่ นอา่ นได้คล่องปาก ไม่ขัดหู และจดจาไดง้ า่ ย
ใบงาน ชดุ ที่ ๑๓ คาชี้แจง ให้นกั เรยี นคัดลอกคาขวญั จากแหล่งตา่ งๆหรือแตง่ ขนึ้ เองเกีย่ วกบั หัวขอ้ ทีก่ าหนดให้ตอ่ ไปน้ี คาขวัญเก่ียวกับการรักษาความสะอาด ............................................................................................................ คาขวัญเกยี่ วกบั การศกึ ษาเลา่ เรยี น ............................................................................................................ คาขวัญเกย่ี วกบั การเกี่ยวกับความพยายาม ............................................................................................................ คาขวญั เกย่ี วกับการทางาน ............................................................................................................ ชื่อ.............................................................................เลขท่ี ....................... ชั้น..................
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ………………………………………………….. ลงชอ่ื ……………………………………………………. (นางสวภาว์ คมุ้ สุพรรณ.) (นางเยน็ ฤดี คมุ้ สพุ รรณ) หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย หัวหนา้ วชิ าการระดบั ชั้น ป.1-3 ……………./………………/…………….. ……………./………………/…………….. ความคิดเหน็ ของรองผอู้ านวยการโรงเรียน ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ …………………………………………………….. (นางลาจวน ปอ้ มบญุ มี ) รองผอู้ านวยกาพิณพลราษฎร์ ต้งั ตรงจติ ร 12 วันท…ี่ …….…เดอื น…………………..พ.ศ……….
บันทึกผลหลงั การสอน วนั ท่ี ................ เดอื น........................พ.ศ. ........................... ผลการเรียนรทู้ ่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา / อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ …………………………………….. (นางเยน็ ฤดี คุม้ สพุ รรณ ) ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ วันที่………เดอื น…….…………..พ.ศ……….
Search