Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 5ราชบุรี_คู่มือการประชุม final

5ราชบุรี_คู่มือการประชุม final

Published by ci ji, 2023-07-27 05:24:13

Description: 5ราชบุรี_คู่มือการประชุม final

Search

Read the Text Version

1

คานา เอกสารประกอบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่นภูมิปัญญาพื้นบ๎าน ภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชาเพ่ือการเรียนร๎ูตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เอกสารเลํมน้ีได๎จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและการนาไปใช๎ให๎เกิดประโยชน๑และ เกิดคุณคําแกํเด็ก เยาวชน และคนในพื้นที่จังหวัดในพ้ืนท่ีภาคกลางให๎เกิดประสิทธิภาพและ ประสทิ ธิผลอยํางสร๎างสรรค๑ การพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่นน้ีเป็นหลักสูตรการเรียนรู๎ท่ีจัดเรียบเรียงขึ้น แบบมสี วํ นรํวมจากหลายสวํ นเชงิ พื้นที่จากภูมิปัญญาตามสาระในหลักสูตรท่ีชํวยอานวยความสะดวก ตํอการเข๎าถึงข๎อมูลการเรียนรู๎ท่ีชํวยให๎ผู๎เรียนสามารถศึกษาด๎วยตนเองได๎ตลอดเวลา การพัฒนา หลกั สูตรท๎องถ่ินยังได๎เน๎นอัตลักษณ๑เดํนในพื้นที่ภาคกลาง และยังเป็นเครื่องมือในการเรียนรู๎วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีให๎เกิดการตํอยอดและดารงอยํูในท๎องถิ่นอยํางยาวนาน หลักสูตรท๎องถ่ิน ที่จัดทาข้ึนได๎นาเข๎าในระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู๎ท่ีสะดวกรวดเร็ วและสามารถเรียนรู๎ได๎ ตลอดเวลา สาระท๎องถ่ินมีหลายสํวนท่ีจัดเสริมให๎แกํผ๎ูเรียนได๎ความรู๎ ทักษะกระบวนการ ท่ีผู๎เรียน สามารถเรยี นร๎ูได๎ตลอดเวลาผํานการเรียนร๎ูในระบบเทคโนโลยีดิจิทัลและหลักสูตรท๎องถิ่นน้ีสามารถ เช่ือมโยงเรียนรู๎หลายสํวนท้ังระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ที่สามารถนาผลการเรียนรู๎ไปเทียบโอนกับรายวิชาในระดับชั้นเรียนท่ีผู๎เรียนได๎เรียนรู๎ สาระหลักสูตร ท๎องถ่ินคณะพัฒนาโครงการได๎น๎อมนาศาสตร๑พระราชารํวมประยุกต๑ใช๎ในการจัดการเรียนร๎ูและ แทรกเสริมให๎ผ๎ูเรียนได๎เรียนร๎ูรํวมกับสาระท๎องถ่ินเพื่อสร๎างจิตสานึกแกํ ผ๎ูเรียนน๎อมสานึก พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่พระองค๑ได๎วาง แนวทางหลกั คิดหลักปฏบิ ตั แิ ละพฒั นาประเทศมาอยํางยาวนาน ซ่ึงปรากฏจากโครงการพระราชดาริ เป็นจานวนมากตลอดการครองราชย๑ของสมเดจ็ พระเจ๎าอยูหํ ัวในรชั การท่ี 9 และสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว ในรัชกาลที่ 10 พระองค๑ได๎สืบสานพระปณิธานและพระองค๑ได๎มีหลักการทรงงานท่ีควรคําแกํการ เรียนรแ๎ู ละน๎อมนาเปน็ แนวปฏิบัตใิ นชีวิตประจาวัน ซง่ึ เป็นการบรู ณาการองค๑ความรู๎สาระท๎องถ่ินและ ศาสตร๑พระราชาผํานการเรียนรู๎ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการเชื่อมโยงการจัดการศึกษา ทุกระบบและการเรียนรต๎ู ลอดชวี ิตของผู๎เรยี น สุดท๎ายน้ีหวังเอกสารเลํมนี้จะสร๎างคุณประโยชน๑กับวงการศึกษา และรํวมอนุรักษ๑มรดก ภมู ปิ ัญญาและตํอยอดอยาํ งสร๎างสรรค๑ สงํ ผลตํอความเจริญงอกงามกับเยาวชน คณะผว๎ู ิจยั 2

กาหนดการ การจัดประชุมการใชห้ ลักสูตรทอ้ งถิน่ ภมู ปิ ัญญาพ้ืนบา้ นภาคกลางโดยประยุกตใ์ ช้ ศาสตรพ์ ระราชาเพ่อื การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทลั พ้นื ท่ี จังหวัดราชบุรี รนุ่ ท่ี 1 วนั ท่ี 24 มกราคม 2565 และรุ่นท่ี 2 วันท่ี 10 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ห้องประชุมโงเรยี นราชโบริกานเุ คราะห์ อาเภอเมอื ง จังหวดั ราชบรุ ี -------------------------------------------------------------------------- 08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน 09.00 – 09.20 น. ประธานในพืน้ ท่ีแตํละจงั หวดั กลําวเปดิ /ถ๎าตอ๎ นรบั ผู๎อานวยการสถานศกึ ษา และผ๎แู ทนโรงเรยี นแกนนา 09.30 – 10.30 น. สาระกรอบหลกั สตู รทอ๎ งถ่นิ ภมู ิปญั ญาพื้นบา๎ นภาคกลาง โดยประยุกตใ๑ ช๎ ศาสตร๑พระราชาด๎วยระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ัล โดย อ.ประภาช ววิ รรธมงคล/ รศ.ดร.กรัณยพ๑ ล วิวรรธมงคล และคณะ 10.30 – 120.00 น. การใชร๎ ะบบเทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนร๎ขู องนักเรยี นในหลกั สตู รฯ โดย อาจารย๑ประภาช วิวรรธมงคล และคณะ 12.00 – 13.00 น. รบั ประทานอาหารกลางวนั 13.00 – 14.30 น. การแบํงกลุํม วางแผนและแนวทางการใช๎ ระบบเทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู๎ ของโรงเรียนแกนนา โดย อาจารยป๑ ระภาช ววิ รรธมงคล และคณะ 14.30 – 16.00 น. การแบํงกลํุม วางแผนและแนวทางการใช๎ ระบบเทคโนโลยเี พือ่ การเรยี นร๎ู ของโรงเรยี นแกนนา (ตํอ) โดย อาจารย๑ประภาช ววิ รรธมงคล และคณะ 16.00 น. เดินทางกลับบ๎านโดยสวสั ดิภาพ หมายเหตุ -กาหนดการอาจมีการเปลยี่ นแปลงตามความเหมาะสมกบั สถานการณ๑การแพรํ ระบาดของไวรสั โควิด 19 -เวลารับประทานอาหารวําง 10.30 – 10.45 น. และ 14.30 – 14.45 น. 3

สารบญั หนา้ คานา 2 กาหนดการ 3 สารบัญ 4 ตอนท่ี 1 บทเกร่ินนาการพฒั นาหลกั สตู รท๎องถนิ่ 5 ที่มาและความสาคญั 5 วัตถุประสงค๑โครงการวจิ ัย 10 เปาู หมายหลกั ของโครงการวิจยั 11 กลมํุ เปาู หมายการวิจยั 11 ประเด็นการพัฒนาฯ และกิจกรรมในหลักสตู ร 12 พื้นทีก่ ารพฒั นาหลักสูตร 12 กระบวนการวิจยั และพฒั นาหลักสูตร 12 ผลผลิต (Output) / ตวั ชวี้ ัดผลผลิต 13 แนวการประยุกตใ๑ ช๎ศาสตรพ๑ ระราชาและการพัฒนาทกั ษะชวี ติ และการทางาน 15 ศาสตร๑พระราชา 15 แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนร๎บู รู ณาการศาสตร๑พระราชา 15 2 กรอบหลักสูตรทอ๎ งถนิ่ ภมู ปิ ญั ญาพ้นื บ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา เพ่อื การเรียนร๎ตู ลอดชวี ติ ดว๎ ยระบบเทคโนโลยีดิจิทลั 22 หลกั สูตรท๎องถนิ่ ภมู ปิ ัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลาง 27 โครงสรา๎ งหลักสตู รทอ๎ งถนิ่ ภมู ิปญั ญาพ้ืนบา๎ นภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตรพ๑ ระราชา เพอื่ การเรียนร๎ตู ลอดชวี ติ ด๎วยระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ัล 26 3 การใช๎ระบบเทคโนโลยีดจิ ิทลั เพือ่ การเรียนรตู๎ ลอดชวี ติ 36 คณะทางานจัดทาหลักสูตรทอ๎ งถน่ิ ภูมปิ ัญญาพน้ื บ๎านภาคกลางโดยประยกุ ต๑ใช๎ศาสตรพ๑ ระราชา เพือ่ การเรยี นรตู๎ ลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล จงั หวัดราชบุรี หลกั สูตรรายวชิ า แหลงํ เรยี นรู๎ศาสตร๑พระราชา 50 4

ตอนท่ี 1 บทเกร่ินนาการพัฒนาหลักสูตรท้องถิน่ 1.1 ทม่ี าและความสาคญั การศึกษานับเป็นหัวใจสาคัญของการเตรียมความพร๎อม การสร๎างและพัฒนาคนเพ่ืออนาคต ของประเทศไทย โดยหลกั การคือรัฐต๎องดูแลและให๎การศึกษาแกํคนทุกกลุํมทุกวัยต้ังแตํเด็ก เยาวชน วัยรนํุ วยั ผู๎ใหญจํ นถึงวัยสงู อายุ โดยดาเนนิ การปฏบิ ัตอิ ยาํ งท่ัวถึงและเทําเทียม ซึ่งการศึกษาได๎รับการ คาดหวังจากสังคมในการทาหน๎าท่ีสร๎างคุณภาพคน ตั้งแตํชํวยให๎อํานออกเขียนได๎และคิดเป็น โดยเฉพาะสร๎างความคิดท่ีเป็นระบบ มีเหตุผลนึกถึงประเทศชาติกํอน สร๎างคุณธรรมจริยธรรม วัฒนธรรมความเป็นพลเมืองไทยท่ีดี การสร๎างจิตสานึก อุดมการณ๑ ความรักและความภาคภูมิใจ ในความเป็นชาติ การสร๎างความรักความตระหนักและปกปู องสถาบันชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย๑ ตลอดจนการสร๎างความรู๎ ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค๑ อันจะ สํงผลดแี กํการพัฒนาสงั คมประเทศไทยโดยตรง ซง่ึ มคี วามสาคัญอยาํ งยง่ิ ทคี่ วรบรรจุเขา๎ ไปในการเรียน การสอน (อษุ า ชูชาต,ิ ลดั ดา อนิ ทร๑พมิ พ,๑ 2558: ผดงุ ชยั ภพู ฒั น๑และคณะ, 2561) ปญั หาการปฏริ ปู การจัดการศกึ ษาทีเ่ น๎นการเรยี นการสอนหรอื ชน้ั เรยี นเปน็ ฐานเป็นเปูาหมาย ทีส่ าคญั หน่ึงทีม่ ํุงเปูาหมายไปทีผ่ ๎เู รียนไดเ๎ กิดสมรรถนะการเรียนรูห๎ รือศักยภาพในการเรยี นร๎ูโดยปัญหา ในการปฏิรูปการจัดการศึกษาสามารถสรุปได๎ดังตํอไปนี้ 1) ปัญหาด๎านการพัฒนาครู การพัฒนา ขีดความสามารถในการจัดการเรียนการสอนยงั ไมสํ อดคล๎องกับวิถีชีวิตของผู๎เรียน การให๎ความสาคัญ กระบวนการเรียนรอ๎ู ยํางมีคุณคําและเกิดคุณภาพตํอตัวเด็ก ปลูกฝังและเพาะบํมคํานิยมท่ีเป็นทักษะ ชวี ิตให๎เด็กเข๎าใจ ซึมซับและถือเป็นหลักปฏิบัติสามารถประยุกต๑ใช๎การดาเนินชีวิตประจาวันได๎ยังให๎ ความสาคัญนอ๎ ยมากในการลงปฏิบตั ิของผู๎สอน อีกประการหนึ่งความสัมพันธ๑อันดีระหวํางผ๎ูเรียนกับ ชุมชน ภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณีเริ่มหํางหายและลดลงในแตํละวันเนื่องด๎วยเทคโนโลยีเข๎ามา ปรบั เปลีย่ นแนวปฏบิ ตั วิ ิถีชวี ติ จนทาให๎ฐานภูมปิ ัญญาในท๎องถิ่นด๎อยคําลงตํอการเรียนร๎ูในวิถีชีวิตของ ผู๎เรียนและให๎ความสาคัญ 2) ปัญหาการใช๎เทคโนโลยีและส่ือการเรียนร๎ู สาระสาคัญของปัญหา เกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษายังขาดประสิทธิภาพ รวมถึงสื่อการเรียนร๎ูยังเป็นส่ือท่ีเชื่อมโยงกับ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท๎องถิ่นและบทเรียนในระบบการศึกษาได๎น๎อย ทาให๎ส่ือเทคโนโลยีที่สร๎างขึ้น มีเน้ือหาท่ีไมํตํอเน่ืองและไมํมีระบบท่ีดีเพียงพอตํอการนามาพัฒนาผ๎ูเรียนให๎เกิดศักยภาพอยํางเป็น 5

รูปธรรม 3) ปัญหาการมีสํวนรํวมในการจัดการศึกษา การจัดการศึกษาตั้งแตํอดีตจนถึงปัจจุบันต๎อง เนน๎ เครอื ขาํ ยทุกภาคสวํ นของสังคมการสงํ เสริมการบรู ณาการเครือขํายการเรียนรู๎ทุกภาคสํวนรํวมจัด การศึกษาด๎วยความรํวมมืออยํางกลมกลืนท้ัง 4 ฝุาย คือ สถานศึกษา ชุมชน สื่อมวลชนและ สถาบนั การศกึ ษาในทอ๎ งถ่ินรํวมขับเคลื่อนภูมิปัญญา ผู๎เช่ียวชาญนามาสร๎างคุณคําแกํการเรียนร๎ูและ สร๎างการเรียนรู๎จากรากฐานภูมิปัญญาให๎เกิดผลและทรงคุณคําอยํางยาวนาน 4) ปัญหาหลักสูตร การเรียนใหมํไมํเหมาะสมกับวัยของผู๎เรียน เนื่องจากหลักทางวิชาการในยุคปัจจุบันที่เน้ือหาเป็น จานวนมากท่ใี ห๎นักเรียนทอํ งจานาไปใช๎การสร๎างทักษะการเรียนร๎ู หรือองค๑ความรู๎ที่ผู๎เรียนควรได๎รับ นั้นอาจยงั ไมํสอดคล๎องกับบรบิ ท การเช่อื มโยงศาสตร๑ภูมปิ ญั ญาทอ๎ งถิ่นที่จะมาใช๎ในการจัดการเรียนรู๎ มีจานวนน๎อยมากสาหรบั การที่ผ๎ูเรียนจะได๎เรียนร๎ูและโดยเฉพาะเพลงพื้นบ๎านที่หลายสถานศึกษาใน พนื้ ทภี่ าคกลางไมํไดน๎ ามาใช๎ในการจัดการเรียนรู๎เลยทาให๎ภูมิปัญญาอันทรงคุณคําเหลํานี้เร่ิมลดน๎อย ถอยลงไปทุกขณะและยากท่ีจะหาคนสืบทอดในรํุนตํอๆ ไปและคาดการณ๑ได๎วําจะสูญหายไป ตามกาลเวลาหรือมีการสืบทอดในผู๎ที่สนใจกลุํมน๎อยเทําน้ัน ซึ่งสภาพปัญหาการพัฒนาการจัด การศึกษาในปจั จุบันมมี ากมายนกั ตามสภาพการเปลี่ยนแปลงโลกและเศรษฐกิจในการดาเนินชีวิตของ มนษุ ย๑และการดาเนนิ การจดั การศึกษา สภาพปัญหาการจัดการเรียนร๎ูในยุคปัจจุบันเป็นยุคแหํงการปรับตัวการเรียนร๎ู ( New normal) การเรียนร๎ูในยุคปฏิรูปทุกระดับช้ันต๎องการมีการปรับเปล่ียนวิธีการให๎เหมาะสมกับ ระยะเวลา รวมถึงการตอบสนองกับภัยทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน การเรียนร๎ูที่เน๎นการ ปฏิรูปการศึกษาผํานเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องท่ีครูไทย ผ๎ูปกครองและผู๎เรียนต๎องปรับตัวอยํางยิ่งเนื่อง ด๎วยความล๎าหลังการจัดการเรียนร๎ูผํานเทคโนโลยีออนไลน๑หรือการเรียนร๎ูผํานระบบเครือขํายนั้น จะ พบเพยี งแคํบางกลุํมเทํานั้น ส่ิงท่ีเป็นปัญหาท่ีสาคัญอยํางย่ิงในการจัดการศึกษายุคหลังโควิด 19 นั้น สถานศึกษาต๎องมีการปรับตัวครั้งใหญํในการเตรียมความพร๎อมพัฒนาผู๎เรียนผํานระบบเครือขําย ออนไลนแ๑ ละเทคโนโลยี การตระเตรียมหลักสตู รในระบบออนไลน๑ยังไมํเพียงพอตํอการเรียนการสอน ของผ๎เู รียน แนวการจัดการศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธกิ ารได๎แบํงสดั สวํ นการจัดการศกึ ษา 70 : 30 คอื 70 เป็นการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู๎และสาระที่กระทรวงกาหนดแตํละระดับชั้นเรียน ซ่ึง ทางกระทรวงศึกษาธิการได๎วางแผนและดาเนนิ การจัดการรํวมกับสถานศึกษาและมีการติดตามอยําง ตอํ เนื่องตามระบบเครอื ขํายท่ไี ด๎กาหนดไว๎ แตํสํวน 30 เป็นการจัดการศึกษาตามบริบทท๎องถิ่นและ การจัดการศึกษาทส่ี ร๎างทักษะการเรยี นรูแ๎ ละทกั ษะชีวิตให๎แกํผเู๎ รยี น ซึง่ ในการจัดการศกึ ษา ในบริบท 6

พื้นท่ีน้ีโดยเฉพาะอัตราสํวน 30 ท่ีกระทรวงศึกษาให๎อานาจแกํท๎องถิ่นในการจัดรายวิชาเพ่ิมเติมนั้น โรงเรียนแตํละพ้ืนท่ียังไมํสามารถจัดเตรียมหลักสูตรการเรียนรู๎ได๎ทันตํอการเปล่ียนแปลง ในสถานการณ๑ท่ีเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาและแนวทางการจัดการเรียนร๎ูท่ีเหมาะสมกับท๎องถ่ิน หากการจัดการศึกษาเพิกเฉยการจัดการเรียนรู๎ในสํวนอัตราสํวน 30 หลังแล๎ว อาจสํงผลให๎ผ๎ูเรียน ขาดทักษะความร๎ู ความสามารถท่ีเป็นไปตามโครงสร๎างหลักสูตรและการพัฒนาศักยภาพของผ๎ูเรียน ทไ่ี ด๎เรยี นรเู๎ ปน็ ไปตามวยั อกี ทงั้ สาระความรทู๎ ผ่ี ู๎เรียนควรได๎รับจากหลักสูตรท่ีจะนาองค๑ความร๎ูไปปรับ ใช๎ในระดับท่ีสูงข้ึนนั้นอาจด๎อยถอยลงเน่ืองจากไมํได๎รับการเรียนร๎ูเพิ่มเติมในชํวยสถานการณ๑ การจดั การเรยี นร๎ูผาํ นออนไลน๑ได๎ นบั วาํ เปน็ เร่ืองทส่ี าคญั อยํางยิ่งทส่ี ถาบันการศึกษาจะมีสํวนชํวยการ จัดการศกึ ษาในระดับการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานให๎มีทางเลือกในการเรียนรู๎และเสรมิ ความเข๎มแข็งในการจัด การศึกษาเชิงพ้ืนท่ี รวมท้ังเปิดโอกาสให๎ผ๎ูเรียนได๎ใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน๑ในการศึกษาตาม หลกั สูตรท๎องถิน่ ในระหวาํ งการเรียนร๎ูอยทํู ีบ่ า๎ นของตนเองไดอ๎ ยาํ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สภาพการจัดหลักสูตร ท๎อง ถิ่น ท่ีพบอยํูในปัจจุบัน สถานศึกษาจัดหลัก สูตรท๎องถ่ินมีความ แตกตํางและหลากหลายแตํในความหลากหลายนั้นยังไมํลึกซ้ึงในกระบวนการและการประยุกต๑ใช๎ใน วถิ ีชีวิตประจาวันและการเรียนร๎เู น๎นการสาธติ และให๎ปฏบิ ัติตามการใช๎แนวคิดการเรียนรู๎ท่ีเน๎นผู๎เรียน เป็นสาคัญ แตํอยํางไรก็ตามผ๎ูเรียนก็ได๎เรียนในรายวิชาเพ่ิมเติมหรือกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนตาม หลักสูตรสถานศึกษา สิ่งที่สะท๎อนจากการเรียนรู๎ผ๎ูเรียนไมํสามารถนาความรู๎ประยุกต๑ใช๎ได๎ ในชีวิตประจาวนั และสถานศึกษายงั ไมํปรบั หลักสูตรการเรียนรู๎ปรับประยุกต๑ทันตํอการเปล่ียนแปลง โลกและสภาวการณ๑ของปัญหาปัจจุบันท้ังด๎านความก๎าวหน๎าเทคโนโลยีดิจิทัลและผลกระทบตํางๆ ทส่ี ํงผลตํอการเปล่ยี นแปลงกบั ตัวผู๎เรยี น และการดาเนินการหลักสูตรท๎องถิ่นโดยสํวนใหญํถูกเพิกเฉย และให๎ความสาคัญในการเน๎นย้าแกํผ๎ูเรียน เน่ืองจากสังคมให๎ความสาคัญตํอรายวิชาเพ่ิมเติมหรือ หลักสูตรท๎องถิ่นอยํูในกลํุมวิชารองโดยเน๎นวิชาพ้ืนฐานหรือวิชาหลักในการเรียนตามหลักสูตร แกนกลางทก่ี าหนดให๎เพียงเทําน้ันเพ่ือนาความรู๎ได๎สอบระดับชาติ ทาให๎การจัดการหลักสูตรท๎องถ่ิน ที่เกดิ ขึ้นเป็นเพียงไมป๎ ระดับในการเรียนรแ๎ู ละหลกั สตู รท๎องถนิ่ ในแตํละสถานศึกษายังไมํชํวยให๎ผู๎เรียน ไดเ๎ ลือกเรยี นตามความถนดั หรือความสนใจ รวมถึงการมีสํวนรํวมในการจัดการศึกษาจากผู๎ร๎ู ปราชญ๑ ท๎องถิ่นหรือการท่ีผ๎ูเรียนได๎เรียนร๎ูกับเจ๎าของภูมิปัญญา และปัญหาท่ีสาคัญคือการเดินทาง จานวน ผู๎เรยี นมีจานวนมากในแตลํ ะช้นั เรียนทาให๎การจัดการศึกษาหลักสูตรเพ่ิมเติมหรือหลักสูตรท๎องถิ่นได๎ เรียนร๎ูกับครูในโรงเรียนเทําน้ัน อีกท้ังการจัดรายวิชาบังคับเรียนตามระดับชั้นปีท่ีทางโรงเรียน 7

กาหนดให๎ ซงึ่ ในเชงิ การปฏิบตั ิโรงเรียนสามารถจัดรายวชิ าท่ีหลากหลายท่ีผเู๎ รยี นสามารถเลือกเรียนได๎ ตามความถนัดและเหมาะสมเพ่ือความรู๎ไปใช๎ในชีวิตประจาวัน และการเรียนร๎ูสาระเพิ่มเติมหรือ หลักสูตรท๎องถ่ินนั้นเป็นยังไมํตอบสนองด๎านข๎อมูลการสืบค๎นหรือกิจกรรมท่ีผู๎เรียนสามารถศึกษาได๎ หลงั จากการเรยี นรูใ๎ นช้ันเรียน การเรียนรู๎เรื่องราวตามหลักสูตรท๎องถิ่นถูกเลําขานจากการสอนแบบ บรรยายหรอื สาธติ และจบไปตามระยะเวลาของหลักสตู รผ๎เู รยี นไมสํ ามารถทบทวนหรือศึกษาย๎อนหลัง องค๑ความรู๎เหลําน้ันได๎ ซึ่งการศึกษาและการฝึกซ๎อมอยํางตํอเนื่องของผ๎ูเรียนเป็นสิ่งท่ีสาคัญ และการเรียนสาระท๎องถ่ินบางเร่ืองเป็นไปได๎ยากที่จะได๎เรียนกับปราชญ๑ท๎องถิ่นหรือผู๎ร๎ูในท๎องถ่ิน อยาํ งสม่าเสมอ เนื่องจากทุกทาํ นท่กี ลําวมามภี ารกิจในชีวติ ประจาวัน การจดั กิจกรรมการเรียนร๎ูในช้ัน เรียนบํอยครั้งอาจไมสํ ะดวกและอีกท้ังงบประมาณในการสนับสนุนการดาเนินการไมํเพียงพอตํอการ ดาเนินการ อีกท้ังส่ือเทคโนโลยีดิจิทัลท่ีมีอยํูในปัจจุบันน้ันได๎มีการจัดทาและบันทึกข๎อมูลเป็นสํวนๆ ตอนๆ หรือการขมวดองค๑ความรู๎ในระยะเวลาสั้นทาให๎ผ๎ูเรียนศึกษาได๎แตํยังไมํลึกซ้ึงกับสาระปฏิบัติ ในหลักสูตร อีกทงั้ ยังไมํไดม๎ กี ารนามาเรยี บเรียงองคค๑ วามร๎หู รือจดั เรียงสาระต้ังแตํต๎นจนตามหลักสูตร กระบวนการการเรียนร๎ูท่ีควรจะเป็นตามวัยตามหลักสูตรท๎องถิ่นแตํละหมวดวิชา และจากปัญหา ดังกลําวนี้หากพิจารณาประเด็นปัญหาแล๎วนับวําเป็นเรื่องที่สาคัญแ ละต๎องได๎รับการสํงเสริมอยําง ฉับพลนั โดยเฉพาะในยุคการจัดการศึกษาด๎วยเทคโนโลยีและรัฐบาลได๎สํงเสริมการเรียนร๎ูอยํูกับบ๎าน (Education from home) หรือการปรับตัวจากการเรียนรู๎ในยุคหลังการแพรํระบาดของไวรัสโควิด 19 ทาให๎สถานศกึ ษาทกุ สถานศึกษาต๎องปรบั การเรียนเปลี่ยนการสอนโดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตร ทอ๎ งถิ่นในรายวิชาเพ่ิมเติมที่สรปุ รวบรวมองค๑ความรู๎จากภมู ิปญั ญาให๎แกํผ๎ูเรียนได๎เรียนรู๎ตามหลักสูตร และเป็นชํองทางการเรียนร๎ูบูรณาการให๎เกิดองค๑ความร๎ูเช่ือมโย งองค๑ความรู๎ด๎วยระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล และหากผเู๎ รียนมิได๎รับการพัฒนาการจัดการศึกษาในลักษณะน้ีแล๎วองค๑ความร๎ูที่ควรจะได๎รับ ความรู๎ตามหลักสูตรท๎องถิ่นสํงผลให๎ผ๎ูเรียนขาดความรู๎ ทักษะและเจตคติตามวัยของการเรียนรู๎ ใน สาร ะ ส่ิง แว ดล๎อมร อบตัว และ สาร ะ สา คัญ ใน ร าก เหง๎ าคว ามเป็น ไ ทยท่ีจะ เชื่อม โยง บูร ณากา ร กบั การดารงชีวิตและการประยกุ ตใ๑ ช๎ในชีวติ ประจาวันและอาจสํงผลตํอการเรียนร๎ูในระดับการเรียนรู๎ ทส่ี งู ข้ึนด๎วย การพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่น เป็นหลักสูตรการเรียนร๎ูท่ีจัดเรียบเรียงขึ้นแบบมีสํวนรํวม จากหลายสํวน การพฒั นาแตลํ ะหลักสูตรด๎วยดาเนินการศึกษาจากเอกสาร ตารา วิจัยและการศึกษา เชิงพนื้ ท่จี ากภมู ิปัญญา การถํายทอดและการบันทกึ ขอ๎ มูลดว๎ ยระบบเทคโนโลยีดิจทิ ลั จัดเรยี บเรียงเป็น 8

สวํ นๆ ตามสาระในหลักสูตรและสะดวกตํอการเข๎าถึงข๎อมูลการเรียนรู๎ท่ีชํวยให๎ผ๎ูเรียนสามารถศึกษา ด๎วยตนเองได๎ตลอดเวลา การพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่นยังได๎เน๎นอัตลักษณ๑เดํนในพื้นท่ีภาคกลาง แตํละสํวนของภูมิปัญญาคัดสรรมาด๎วยกระบวนการประชุมและสัมภาษณ๑ ถอดบทเรียนเพื่อให๎ไ ด๎ หลักสูตรทีเ่ หมาะสมกับผูเ๎ รียนและวัยของผู๎เรียนการเรยี นร๎รู วมถึงการพฒั นาสมรรถนะการเรียนร๎ูของ ผ๎ูเรียนและสาระหลักสูตรท๎องถิ่นยังสามารถตํอยอดองค๑ความร๎ูจากเจ๎าของภูมิปัญญายังเป็นการ สืบสานและการประยุกต๑ให๎สอดคล๎องกับท๎องถ่ินท่ีอยูํและยังเป็นเครื่องมือในการเรียนรู๎วิถีชีวิต วฒั นธรรมและประเพณีใหเ๎ กดิ การตอํ ยอดและดารงอยูํในท๎องถิ่นอยํางยาวนาน โดยหลักสูตรท๎องถิ่น ท่ีจัดทาข้ึนได๎นาเข๎าในระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนร๎ูท่ีสะดวกรวดเร็วและสามารถเรียนรู๎ ได๎ตลอดเวลา ในสาระท๎องถ่ินมีหลายสํวนที่จัดเสริมให๎แกํผ๎ูเรียนได๎ความรู๎ ทักษะกระบวนการ สมรรถนะการเรียนรู๎และเจตคติ จึงมีความสาคัญอยํางย่ิงในการเรียนร๎ูยุคปัจจุบันน้ีเป็นการศึกษา เรียนร๎ูตลอดชีวิตที่ผ๎ูเรียนสามารถเรียนร๎ูได๎ตลอดเวลาผํานการเรียนรู๎ในระบบเทคโนโลยีดิจิทัลและ หลักสูตรท๎องถิ่นน้ีสามารถเชื่อมโยงเรียนร๎ูหลายสํวนท้ังระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน การศึกษา นอกระบบและตามอัธยาศัยที่สามารถนาผลการเรียนร๎ูไปเทียบโอนกับรายวิชาในระดับชั้นเรียน ที่ผ๎ูเรียนได๎เรียนร๎ูในแตํละระบบทั้งการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย อีกทั้งแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ในหลักสูตรท๎องถ่ิน คณะพัฒนาโครงการได๎น๎อมนา ศาสตร๑พระราชารํวมประยุกต๑ใช๎ในการจัดการเรียนร๎ูและแทรกเสริมให๎ผู๎เรียนได๎เรียนร๎ูรํวมกับสาระ ท๎องถิ่นเพ่ือสร๎างจิตสานึกแกํผ๎ูเรียนน๎อมสานึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว ในรัชกาลท่ี 9 และรัชกาลท่ี 10 ที่พระองค๑ได๎วางแนวทางหลักคิดหลักปฏิบัติและพัฒนาประเทศ มาอยาํ งยาวนาน ซง่ึ ปรากฏจากโครงการพระราชดารเิ ป็นจานวนมากตลอดการครองราชย๑ของสมเด็จ พระเจา๎ อยํูหวั ในรชั การที่ 9 และสมเดจ็ พระเจ๎าอยํูหัวในรัชกาลที่ 10 พระองค๑ได๎สืบสานพระปณิธาน และพระองค๑ไดม๎ หี ลักการทรงงานที่ควรคําแกํการเรียนร๎แู ละนอ๎ มนาเปน็ แนวปฏิบตั ใิ นชวี ติ ประจาวนั ศาสตร๑พระราชาเป็นศาสตร๑แหํงการพัฒนาประเทศ พัฒนาชีวิตของประชาราษฎร๑ตลอด ระยะเวลากวาํ หกทศวรรษ พระองค๑ทรงเป็นศูนย๑รวมจิตใจและด๎วยปณิธานอันแนํวแนํที่ทรงเสียสละ ประโยชน๑สุขสํวนพระองค๑เพื่อพสกนกิ รชาวไทย ทงั้ 2 พระองค๑ทรงเปน็ นกั พัฒนา บาบัดทุกข๑บารุงสุข ให๎แกพํ สกนกิ รท้ังแผํนดินได๎มีชีวิตที่ดีขึ้น ทรงทุํมเทพระวรกายตรากตราและมํุงม่ันพัฒนาคิดค๎นคว๎า แก๎ไขบรรเทาความเดือดร๎อนไมํวาํ จะเชื้อชาติใด ศาสนาใดหรืออยํูหํางไกลสักเพียงใดพระองค๑ก็มิทรง ยํอทอ๎ พระองคท๑ รงสงํ เสริมทุกๆ ด๎าน ท้ังด๎านการศึกษา ส่ิงแวดล๎อม ฯลฯ ทรงคิดค๎นแก๎ปัญหาอยําง 9

เป็นระบบมีแบบแผนมีฐานข๎อมูลที่ประจักษ๑ชัดและผลงานเชิงประจักษ๑แกํประ ชาชนชาวไทยและ ชาวโลก หลักการทรงงานของพระองค๑เป็นการดาเนินในลักษณะทางสายกลางท่ีสอดคล๎องกับวิถีชีวิต และภูมิปัญญาของสังคมไทยและสามารถปฏิบัติได๎จริง โดยพระองค๑ได๎ทรงเน๎น “การพัฒนาคน” เป็นหลักและยึดหลักผลประโยชน๑ของปวงชนและการมีสํวนรํวมตัดสินใจของประชาชนแตํละพ้ืนที่ ตลอดจนภูมิสังคมท่ีแตกตํางกันปฏิบัติงานด๎วยความรอบคอบระมัดระวังและทาตามลาดับขั้นตอน อยํางบูรณาการ ซึ่งต๎องเข๎าใจ เข๎าถึง พัฒนาและการรู๎รักสามัคคีของทุกฝุาย การใช๎เทคโนโลยี เป็นเครือ่ งมอื ในการพฒั นาความเจริญงอกงามทุกพน้ื ท่ีให๎เกิดการพฒั นาอยํางย่ังยืนรวมถึงการจัดสรร ทรัพยากรอยํางย่ังยืนอันนาไปสํูสังคมที่เข๎มแข็งและสันติสุข ศาสตร๑พระราชาเป็นสาระที่ทรงคุณคํา แกํการปลูกฝังเด็ก เยาวชนและคนในทุกพื้นที่น๎อมนาศาสตร๑พระราชามาประยุกต๑ใช๎ในกิจกรรม การเรียนร๎ใู นหลักสูตรทอ๎ งถ่นิ เป็นการปลกู ฝังต้งั แตํเริ่มต๎นในวัยเรียนเม่ือเข๎าสํูวัยผู๎ใหญํหรือวัยทางาน จะไดน๎ าองคค๑ วามร๎ูไปประยกุ ตใ๑ ชไ๎ ดอ๎ ยํางเหมาะสม ดงั นั้นคณะผู๎ดาเนนิ การจดั ทาโครงการวิจัยมีความ สนใจท่ีจะดาเนินการพัฒนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาเพื่อการเรียนร๎ูตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นการบูรณาการองค๑ความร๎ูสาระ ท๎องถิ่นและศาสตร๑พระราชาผํานการเรียนรู๎ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเชื่อมโยงการจัด การศกึ ษาทุกระบบและการเรียนรูต๎ ลอดชีวิตของผูเ๎ รยี น 1.2 วตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา เพ่อื การเรียนรตู๎ ลอดชวี ิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทลั 2. เพ่ือดาเนินการฝึกอบรมการนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลาง โดยประยกุ ตใ๑ ช๎ศาสตรพ๑ ระราชาเพ่ือการเรียนร๎ตู ลอดชวี ติ ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช๎แกํผู๎บริหาร และครูผ๎รู ับผดิ ชอบในการจดั การเรยี นการสอน 3. เพื่อติดตามการนาหลักสูตรท๎องถิ่นภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาเพอ่ื การเรียนรตู๎ ลอดชีวิตดว๎ ยระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัลไปใช๎ในสถานศึกษา 4. เพ่ือประเมินการใช๎หลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาเพอื่ การเรียนรู๎ตลอดชีวติ ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล 10

1.3 เปา้ หมายหลักของโครงการวจิ ยั การพัฒนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา เพื่อการเรียนร๎ูตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ผ๎ูดาเนินการพัฒนาได๎กาหนดเปูาหมายหลักไว๎ ดงั นี้ 1. จานวนหลักสูตรท๎องถิ่นภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา เพื่อการเรียนร๎ูตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ได๎แกํ ด๎านแหลํงเรียนร๎ูและสถานท่ีสาคัญทาง ประวตั ศิ าสตร๑ ด๎านวิถีชวี ติ และภูมิปญั ญา ดา๎ นศาสตร๑พระราชาและโครงการพระราชดาริ ด๎านอาชีพ และเทคโนโลยีท๎องถิ่น โดยจาแนกหลักสูตรให๎ครอบคลุมทุกด๎านดังนี้ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1-6 โดยครอบคลมุ 9 จงั หวดั ภาคกลาง รวม 30 หลักสตู ร 2. จานวนโรงเรียนในภาคกลาง 9 จังหวัด รวมจานวน 200 โรงเรียนท้ังในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานและการศึกษาตามอัธยาศัย ได๎นาพัฒนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลาง โดยประยกุ ต๑ใชศ๎ าสตรพ๑ ระราชาเพอื่ การเรียนรตู๎ ลอดชวี ติ ดว๎ ยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช๎ 3. จานวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ชั้น ม.1-ม.6 ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานและ การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยในพื้นที่ภาคกลางจานวน 10,000-15,000 คน ได๎เข๎าศึกษา ในหลักสูตรท๎องถิ่นออนไลน๑ภูมิปัญญาท๎องถิ่นพ้ืนบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา สาหรบั นกั เรียนระดบั มัธยมศกึ ษาด๎วยระบบเทคโนโลยดี จิ ิทัล 1.4 กลมุ่ เปา้ หมายการวจิ ยั 1. กลุ่มเป้าหมายหลัก โรงเรียนในภาคกลางจานวน 200 โรงเรียนท้ังในระดับการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานและการศึกษาตามอัธยาศัยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ได๎นาพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชาเพ่ือการเรียนรู๎ตลอดชีวิตด๎วยระบบ เทคโนโลยดี ิจทิ ัลไปใช๎ 2. กลุ่มเป้าหมายรอง นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ชั้น ม.1-ม.6 ทั้งในระดับการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานและการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยในพื้นที่ภาคกลางจานวน 10,000-15,000 คน ได๎เข๎าศึกษาในหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยการประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา สาหรับนักเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษา และสามารถนาผลไปเป็นสํวนหน่ึงของการเรียนรู๎ในระดับช้ันนั้นๆ ได๎ตามบรบิ ท 11

1.5 ประเดน็ การพัฒนาฯ และกจิ กรรมในหลกั สูตร การดาเนินกิจกรรมการพัฒนาหลักสูตรคณะผู๎วิจัยได๎ดาเนินการกาหนดขอบเขตการพัฒนา หลกั สตู รไว๎ 4 กลมุํ ได๎แกํ 1. กลมุํ แหลงํ เรยี นรู๎และสถานทีส่ าคญั ทางประวัตศิ าสตร๑ 2. กลํุมวิถชี วี ติ และภมู ิปญั ญา 3. กลุมํ ศาสตรพ๑ ระราชาและโครงการพระราชดาริ 4. กลุํมอาชีพและเทคโนโลยีท๎องถ่ินและการดาเนินการจัดกิจกรรมเน๎นการบูรณาการ ศาสตร๑พระราชาในสาระทอ๎ งถิน่ 1.6 พืน้ ท่กี ารพัฒนาหลักสตู รฯ การดาเนินการใช๎หลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาได๎กาหนดพืน้ ทก่ี ารดาเนินการจานวน 9 จังหวดั ได๎แกํ 1. จงั หวดั ชัยนาท 2. จังหวดั อํางทอง 3. จงั หวดั ลพบุรี 4. จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี 5. จังหวดั ราชบรุ ี 6. จงั หวัดสมทุ รสงคราม 7. จงั หวดั สิงห๑บุรี 8. จังหวดั นครปฐม 9. จงั หวดั กาญจนบุรี 1.7 กระบวนการวจิ ยั และพฒั นาหลกั สูตร การดาเนนิ การพฒั นาหลักสูตรได๎ดาเนินการด๎วยกระบวนการวจิ ยั และพัฒนามี 4 ข้ันตอน ข้ันท่ี 1 การศึกษาเอกลักษณ๑ ความต๎องการและกรอบแนวทางการพัฒนาหลักสูตร ท๎องถนิ่ ข้ันที่ 2 การพัฒนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาดว๎ ยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ขั้นท่ี 3 การนาหลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพื้นบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจทิ ลั ไปใช๎ 12

ข้ันที่ 4 การประเมินผลการใช๎หลักสูตรท๎องถิ่นภูมิปัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลางโดย ประยกุ ตใ๑ ชศ๎ าสตรพ๑ ระราชาด๎วยระบบเทคโนโลยดี ิจิทัล ผลผลิต (Output) / ตวั ชี้วัดผลผลิต ตารางท่ี 1.1 ผลผลิต (Output) / ตัวชี้วัดผลผลิต ผลผลติ (Output) ตวั ช้ีวดั ผลผลติ / คาํ เปาู หมาย ระยะที่ 1 การวจิ ัย (Research) ตัวชี้วัดเชิงปรมิ าณ การจดั ทาฐานข๎อมูลภมู ิปญั ญาทอ๎ งถิ่น 1.สาระข๎อมลู ท๎องถ่ินเพ่อื การจัดทาหลกั สูตรจานวน 30 ข๎อมลู เพลงพ้นื บ๎านสาหรับการพฒั นาหลักสูตร ตัวชวี้ ดั เชงิ คณุ ภาพ ทอ๎ งถ่นิ ในระดับขน้ั พนื้ ฐาน 2.ฐานขอ๎ มูลภมู ิปญั ญาท๎องถิน่ พื้นบ๎านภาคกลางทเ่ี หมาะแกกํ าร 1.ฐานข๎อมลู ภมู ิปัญญาท๎องถนิ่ พ้นื บา๎ น เรยี นร๎ขู องนกั เรียน/นักศึกษา/ผเ๎ู รยี น ภาคกลาง ตวั ช้วี ดั เชิงเวลา 1.การศกึ ษาข๎อมูลพืน้ ฐานภายในระยะเวลา 2-3 เดอื น ตัวชี้วัดเชงิ ต๎นทุน 1.คาํ ใช๎จาํ ยเปน็ ไปตามงบประมาณที่ไดร๎ บั การจดั สรร ระยะที่ 2 การพัฒนา (Development) ตัวชี้วดั เชิงปริมาณ การพัฒนาหลักสูตรทอ๎ งถน่ิ ภูมิปัญญา 1.จานวนหลกั สตู รท๎องถน่ิ ภูมิปญั ญาพน้ื บ๎านภาคกลาง พื้นบา๎ นภาคกลางโดยประยกุ ต๑ใชศ๎ าสตร๑ โดยประยกุ ต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชา 30 หลักสูตร พระราชาเพือ่ การเรยี นร๎ูตลอดชวี ติ 2.จานวนเครือขาํ ยรวํ มพฒั นาหลักสูตร 5 เครอื ขาํ ย ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล 3.จานวนระบบเทคโนโลยเี พื่อการเรียนรู๎ตลอดชีวิต 1 ระบบ 2.1 หลกั สูตรทอ๎ งถิน่ ภมู ปิ ัญญาพนื้ บา๎ น ตัวชว้ี ัดเชิงคณุ ภาพ ภาคกลางโดยประยุกตใ๑ ช๎ศาสตร๑ 4.หลักสตู รทอ๎ งถน่ิ ฯ มคี ุณภาพและประสิทธภิ าพ พระราชา ตัวชว้ี ดั เชงิ เวลา 2.2 ระบบเทคโนโลยเี พ่ือการเรยี นร๎ู 1.การศึกษาขอ๎ มูลพื้นฐานภายในระยะเวลา 2-3 เดือน ตลอดชีวติ ตัวช้วี ัดเชิงต๎นทุน 2.3 คุณภาพและประสทิ ธิภาพหลกั สตู ร 1.คําใชจ๎ ํายเป็นไปตามงบประมาณทีไ่ ดร๎ ับการจัดสรร ทอ๎ งถนิ่ ภูมิปัญญาพน้ื บ๎าน 13

ตารางที่ 1.1 ผลผลิต (Output) / ตวั ชวี้ ัดผลผลิต (ตํอ) ผลผลติ (Output) ตวั ชี้วดั ผลผลติ /คาํ เปูาหมาย ระยะท่ี 3 การวิจยั (research) การนา ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ หลักสูตรท๎องถิ่นภมู ปิ ัญญาพ้นื บา๎ น 1.จานวนเครือขาํ ยความรํวมมอื ในการเชือ่ มโยงหลกั สูตรตลอด ภาคกลางโดยประยุกตใ๑ ช๎ศาสตร๑ ชีวติ 3 เครอื ขาํ ย พระราชาเพ่ือการเรยี นรตู๎ ลอดชีวติ 2.จานวนสถานศกึ ษานาหลกั สูตรไปใช๎ จานวน 200 โรงเรียน ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช๎ ตัวชีว้ ัดเชงิ คณุ ภาพ 3.1 จานวนโรงเรยี นทเี่ ขา๎ รวํ มการพัฒนา 3.ขัน้ ตอน / วิธกี ารติดตามการใช๎หลักสตู รสอดคลอ๎ งกบั บริบท 3.2 จานวนนักเรยี นท่เี ขา๎ ศึกษาเรยี นรู๎ สถานศกึ ษา 3.3 ผลการเรียนรู๎จากการเรียนรู๎ ตัวชว้ี ดั เชงิ เวลา หลกั สูตร 1.การศึกษาขอ๎ มลู พ้นื ฐานภายในระยะเวลา 5-6 เดอื น 3.4 การตดิ ตามการใช๎หลกั สูตรฯ ตวั ชี้วดั เชงิ ต๎นทุน เชงิ พ้ืนทภ่ี าคกลาง 9 จงั หวดั 1.คาํ ใชจ๎ าํ ยเป็นไปตามงบประมาณทไี่ ด๎รบั การจัดสรร ระยะที่ 4 การพฒั นา (Development) ตวั ชว้ี ดั เชิงปรมิ าณ การประเมนิ ผลการใชห๎ ลักสูตรท๎องถิน่ 1.มรี ูปแบบการประเมินการใช๎หลกั สูตรท่เี หมาะสมกับพืน้ ที่ ภูมิปญั ญาพ้ืนบ๎านภาคกลาง จานวน 1 รูปแบบ โดยประยุกต๑ใช๎ศาสตรพ๑ ระราชาเพ่ือการ 2.เครอื ขาํ ยการขยายผลการใชห๎ ลักสูตรฯด๎วยระบบเทคโนโลยี เรียนรู๎ตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยี ดิจทิ ัล จานวน 200 โรงเรียน ดจิ ทิ ัล ตัวชี้วดั เชิงคุณภาพ 4.1 ผลการประเมินการใชห๎ ลกั สูตร 3.หลักสูตรฯ ทนี่ าไปใชม๎ ีการแลกเปลีย่ นเรียนร๎ูผลการใช๎ ดว๎ ยเทคโนโลยดี จิ ิทลั จากผ๎ูใช๎ 4.มีการยืนยันผลการใชห๎ ลกั สตู รเพอ่ื ปรับแกไ๎ ขกํอนนาไป 4.2 เครือขาํ ยการขยายผลหลกั สตู ร ขยายผล ท๎องถิน่ ฯ 5.สถานศึกษาเห็นความสาคญั ในการศกึ ษาเรยี นร๎ูตลอดชวี ิต ด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจทิ ลั ตวั ชว้ี ัดเชงิ เวลา -การศึกษาขอ๎ มูลพ้ืนฐานภายในระยะเวลา 1-2 เดือน ตวั ช้ีวัดเชงิ ต๎นทุน -คําใชจ๎ าํ ยเป็นไปตามงบประมาณที่ไดร๎ บั การจัดสรร 14

แนวการประยกุ ต์ใช้ศาสตร์พระราชาและการพฒั นาทักษะชีวิตและการทางาน การเรียนรู๎บูรณาการผสมผสานรํวมมือรํวมใจและสร๎างกระบวนการเรียนรู๎ตลอดชีวิตของ ผ๎เู รยี นจะชวํ ยเสรมิ สร๎างการเรียนรู๎อยํางยั่งยืน และการเรียนร๎ูท่ีสํงเสริมให๎ผู๎เรียนเกิดทักษะชีวิตและ การทางาน สิ่งสาคัญเหลําน้ีจะชํวยสํงผลตํอการดาเนินชีวิตที่มีคุณคําในชิตประจาวัน การนาหลัก ศาสตรพ๑ ระราชาไปประชุกใช๎มีหลานแนวทางที่ชํวยเสริมสร๎างการเรียนร๎ูให๎แกํผ๎ูเรียนและสร๎างเสริม ศกยภาพใหเ๎ หมาะสมกบั บริบทชมุ ชนและท๎องถน่ิ 2.1 ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตร๑พระราชาของในหลวงรัชกาลท่ี 9 และรัชกาลที่ 10 เป็นองค๑ความร๎ูของพระราชา ที่พระองค๑ทรงได๎ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการผํานโครงการพระราชดาริ ทุกกระบวนการ และไปปฏิบัติให๎ประชาชนทุกหมูํเหลําได๎เรียนรู๎และแนวคิดท่ีทุกคนควรให๎ความตระหนักและนาไป ประยกุ ต๑ใช๎ทง้ั ในการจดั กิจกรรมการเรียนร๎ู และฝึกให๎ผู๎เรียนได๎ฝึกฝนปฏิบัติตามแนวคิดและหลักคิด จนเกิดเป็นกิจนิสัยและเกิดความอยํูดีมีสุข การประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชาเพ่ือการเรียนร๎ูมีแนว ทางการดาเนินการดังนี้ แนวทางท่ี 1 การใช้ศาสตร์พระราชาเป็นฐานการเรียนรู้ เป็นการนาองค๑ความร๎ูของ พระราชาท่ีมีนักวิชาการได๎สรุปองค๑ความรู๎ของพระองค๑ไว๎ตามเอกสาร งานวิจัยรวมถึงองค๑ความร๎ูท่ี คณะกรรมการองค๑คณะตํางๆ และคณะองคมนตรีได๎สรุปรวบรวมไว๎เป็นสํวนๆ อาทิ หลักปรัชญา แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียง ศาสตร๑พระราชามิติหลักการทรงงาน แนวทางการทรงงานตามรอย เบ้ืองพระยุคลบาท (SAPAE) ซ่ึงสรุปแนวทางการทรงงานของในหลวงรัชการท่ี 10 โดยนายแพทย๑ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นต๎น ซ่ึงผ๎ูนาไปใช๎นาองค๑ความรู๎ไปสอนให๎เกิดหลักองค๑ความร๎ู กระบวนการทางานและกลวิธกี ารนาไปใชแ๎ ละการประยุกต๑ใช๎ในสถานการณ๑ที่เกิดขนึ้ ในชีวิตประจาวนั อาทิ หลักการทรงงานท่ีสานักงานคณะกรรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจาก พระราชดาริ (กปร.) ไปศึกษาและถอดบทเรียนจากการทรงงานได๎จานวน 23 หลักการทรงงาน โดยมี รายละเอียดดังน้ี (สานกั คณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงํ ชาติ, 2551) 1. ศกึ ษาข๎อมูลอยาํ งเปน็ ระบบ 2. ระเบิดจากขา๎ งงใน 3. แกป๎ ญั หาท่ีจดุ เล็ก 4. ทาตามลาดบั ข้นั ตอน 5. ภมู สิ ังคม 6. องค๑รวม 15

7. ไมํติดตารา 8. ประหยัดเรียบงาํ ย ได๎ประโยชน๑สงู สุด 9. ทาใหง๎ ําย 10. การมสี วํ นรํวม 11. ประโยชนส๑ ํวนรวม 12. บรกิ ารท่จี ดุ เดียว 13. ทรงใชธ๎ รรมชาตชิ ํวยธรรมชาติ 14. ใช๎อธรรมปราบอธรรม 15. ปลูกปาุ ในใจคน 16. ขาดทนุ คือกาไร 17. การพ่ึงตนเอง 18. พออยํูพอกิน 19. เศรษฐกิจพอเพียง 20. ความซือ่ สตั ย๑ สุจริต จริงใจตอํ กนั 21. ทางานอยาํ งมคี วามสขุ 22. ความเพยี ร 23. ร๎ู รัก สามัคคี จากตัวอยํางองค๑ความร๎ูศาสตร๑พระราชาในการนาไปประยุกต๑ใช๎ในการเรียนร๎ูนั้น สามารถนาเสนอแผนภาพความสมั พันธก๑ ารเรยี นรู๎ไดด๎ งั นี้ 16

หลักการ/แนวคดิ ศาสตรพ๑ ระราชา แนวทางการทรงงาน หลกั ปรัชญา การนาองคค๑ วามรไ๎ู ปบูรณาการและถาํ ยทอดตามหลกั การ แนวคดิ หลัก ปรัชญา และแนวทางการทรงงานไปประยุกตใ๑ ช๎ในการเรียนรู๎ ผสู๎ อนนาองค๑ความร๎ูศาสตร๑พระราชาปรบั ประยุกต๑การเรยี นร๎ูโดยใชใ๎ น รปู แบบเอกสาร/นวตั กรรมการเรยี นร๎ู อาทิ หลักสูตรศาสตรพ๑ ระราชา เอกสารการเรียนรู๎ หนงั สอื นทิ าน สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส๑ ฯลฯ เพ่ือถาํ ยทอดศาสตรพ๑ ระราชาไปยงั ผู๎เรยี นในการเรียนร๎ู ผเ๎ู รยี นศกึ ษาหลกั การ แนวคดิ หลกั ปรัชญาองคค๑ วามรศ๎ู าสตรพ๑ ระราชา ด๎วยวิธกี ารท่ีหลากหลายผาํ นสื่อและนวตั กรรมการเรยี นร๎ู ผเู๎ รียนฝึกหดั ตรวจสอบองค๑ความรใ๎ู นตนและทดลองฝกึ การนาองค๑ความรู๎ ไปปรบั ประยกุ ต๑ใช๎ในการดาเนินชีวิต แผนภาพที่ 2.1 การใช๎ศาสตรพ๑ ระราชาเป็นฐานการเรยี นรู๎ แนวทางท่ี 2 การศึกษาโครงการ/พระราชกรณียกิจและถอดบทเรียนองค์ความรู้ของ พระราชา การดาเนนิ การเรยี นรู๎ในสวํ นนใ้ี ชก๎ ระบวนการปฏิบตั ิงานของพระราชาสูํการศึกษาและการ ถอดบทเรียนซึ่งผู๎จัดกิจกรรมสามารถนาพระราชกรณียกิจ จากโครงการตํางๆ นามาให๎ผ๎ูเรียนได๎ เรยี นรูแ๎ ละถอดบทเรียนกระบวนการศาสตร๑พระราชาที่พระองค๑ได๎เลือกนามาใช๎ในการพัฒนาแตํละ 17

โครงการ ทาใหผ๎ ู๎เรยี นไดเ๎ รียนร๎กู ารพัฒนางานของพระองค๑อยํางเปน็ ระบบ ซง่ึ การเรียนรู๎ในแนวทางนี้ มีดังน้ี โครงการพระราชดาริ/พระราชกรณียกิจท่ีพฒั นา แกพํ สกนิกรชาวไทย ศกึ ษาขั้นตอนและกระบวนการของการพฒั นางานจากโครงการ พระราชดาริ/พระราชกรณียกิจ วิเคราะห๑กระบวนการและขน้ั ตอน ผลลัพธ๑การดาเนินการจาก ข้นั ตอนทท่ี าการศึกษา การเชื่อมโยงผลการวเิ คราะห/๑ ขอ๎ มูลที่ได๎สูํหลักการ แนวคิดของ พระองคไ๑ ด๎ทรงปฏิบตั แิ ละสรปุ แนวคิด หลักการที่ทรงเลือก นามาพัฒนา ผ๎เู รยี นสรุปองค๑ความร๎ูและฝึกปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรใ๎ู น สถานศึกษา สูํการปรบั ประยุกต๑ใชใ๎ นการดาเนินชีวติ แผนภาพท่ี 2.2 การศกึ ษาโครงการ/พระราชกรณยี กิจและถอดบทเรียนองค๑ความร๎ูของพระราชา แนวทางที่ 3 การใชศ้ าสตร์พระราชาเปน็ การฝกึ ฝนการปฏบิ ตั งิ านและบรู ณาการเชอ่ื มโยง กับวิถีชีวิตการเรียนรู้ การดาเนินการในโครงการนี้เป็นการนาศาสตร๑พระราชามาประยุกต๑ใช๎อยําง การประยกุ ต๑ใช๎บูรณาการในลักษณะการปฏิบัติงานของทั้งผ๎ูปฏิบัติและผู๎รับการปฏิบัติ โดยการศึกษา ลักษณะน้ีเป็นการใช๎ศาสตร๑พระราชาเป็นกระบวนการปฏิบัติงานและศึกษาการเรียนร๎ูในเร่ืองหน่ึง ซึ่งการดาเนินการในลักษณะน้ีเป็นที่นิยมทั่วไปท่ีนามาประยุกต๑ใช๎ในกระบวนการ ท้ังนี้จะมากหรือ นอ๎ ยขน้ึ อยํูกับความตระหนกั และความเขา๎ ใจลึกซง้ึ ในแตํละบคุ คลหรือสถานการณ๑ภารกจิ การเรียนร๎ูใน 18

ครง้ั นั้น อาทิ การนาแนวทางการทรงงานตามรอยเบอื้ งพระยคุ ลบาท (SAPAE) เป็นกระบวนการศกึ ษา เรียนร๎ู สามารถนาไปใช๎ในการจัดกิจรรมการเรียนร๎ูท่ีหลากหลายความเหมาะสมมีข้ันตอนดังนี้ (ศภุ ลักษณ๑ สตั ยเ๑ พรศิ พราย และคณะ,2554) 1.1) การสารวจปัญหา (Survey) การศกึ ษาเชงิ พื้นทดี่ ๎วยพระองค๑เอง และการศึกษา เอกสาร รวมถึงการศึกษาอยําเป็นกระบวนการ ศึกษาสภาพจริง ศึกษาปัญหาเชิงลึก ศึกษากรอบ รายละเอยี ดผาํ นกลุํมเปูาหมาย เมอื่ ดาเนนิ การพฒั นางานสามารถเกดิ ผลได๎ตรงเปาู ประสงคข๑ องปญั หา 1.2) การวิเคราะห๑ข๎อมูล (Analysis) การศึกษาข๎อมูลในบริเวณพ้ืนท่ีและประเด็น ตามบริบทภมู ิสังคมถึง จดุ เดํน วิเคราะห๑ข๎อมูลจากการลงพื้นที่ ข๎อดี ข๎อเสีย โอกาส ปัญหา อุปสรรค โดยสอบถามผ๎มู สี ํวนเก่ยี วข๎องทุกฝาุ ยเพอื่ ให๎ได๎ข๎อมลู ท่ีเหมาะสมและตรงประเด็นพัฒนา 1.3) การวางแผนงานและศึกษาเรียนรู๎ (Planning) เม่ือได๎ดาเนินการศึกษาข๎อมูล และทรงได๎ข๎อมูลจากพ้ืนที่แล๎ว ต๎องปรึกษากับหนํวยงานตํางที่เก่ียวข๎องถึงความเหมาะสม เพ่ือ ประกอบการวางแผนจัดทาโครงการให๎เป็นไปตามแผน อยาํ งไรก็ตามกํอนนาไปใช๎ต๎องทบทวนหลายๆ ครัง้ ตามหลักวิชาการให๎รอบคอบกํอนลงพื้นทจี่ ริงเพ่ือประโยชน๑สูงสดุ 1.4) การดาเนนิ กจิ กรรมศึกษาตามแผน (Action) เมื่อโครงการที่จัดทาข้ึนนั้นเป็นท่ี เรยี บร๎อยแล๎ว และได๎ผํานการตรวจสอบจากหลายฝุายแล๎ว และได๎รับอนมุ ัตโิ ครงการจากผู๎มีอานาจใน สายงานน้ัน ให๎ลงมือทาตามแผนงานและเหมาะสมกับพื้นท่ีตามวิธีการทางวิชาการและใน กระบวนการลงมือปฏบิ ตั ิให๎มีการประชมุ ทบทวนอยาํ งตํอเนือ่ งใหเ๎ กดิ ผลอยํางมปี ระสทิ ธภิ าพ 1.5) การประเมินผล (Evaluation) การประเมินผลดาเนินการประเมิน 2 รูปแบบ 1)การประเมนิ ผลระหวาํ งปฏบิ ตั ิงานเป็นการประชุมติดตามและทบทวนการปฏิบัติงานเพ่ือนาปัญหา มาปรับแก๎ไขให๎เหมาะสมกับพื้นที่มากที่สุดในการพัฒนา 2)การประเมินเม่ือสิ้นสุดโครงการ และเม่ือ สิน้ สดุ โครงการแล๎วกย็ ังมีการเฝูาตดิ ตามอยํูเปน็ ระยะๆ หากทปี ัญหาระหวาํ งการใช๎และหลักจากส้ินสุด การพัฒนางานก็สามารถหาท่ีปรึกษาคอยชี้แนะ โดยปกติในหลวงรัชกาลท่ี 9 พระองค๑จะทรงให๎ คาปรึกษาเสมอๆ การปฏิบตั ิของพระองคใ๑ นการช้แี นะตดิ ตามชํวยเหลือให๎บรรลุเปูาหมายน่ันก็คือการ เป็นพ่ีเลย้ี ง (Mentor & Coach) นั่นเอง โดยภาพรวมการดาเนนิ การตามรอยเบ้อื งพระยคุ ลบาทของในหลวงรชั กาลท่ี 9 (SAPAE) เป็น กระบวนการสากลเม่ือเชื่อมโยงกับกระบวนการอื่นแล๎วมีความใกล๎เคียงมากท่ีสุด อาทิ วงจรการ ทางานเดมมิ่ง (Plan Do Check Action) กระบวนการวิจัยแบบมีสํวนรํวม (Participatory action Research; PAR) ดงั ภาพตํอไปนี้ 19

ตารางท่ี 2.1 การเปรียบเทียบแนวทางการทรงงานตามรอยเบือ้ งยุคลบาทกับกระบวนการอน่ื ๆ แนวทางการทรงงานตารมรอบ วงจรการทางานเดมมิ่ง กระบวนการวิจัยปฏบิ ตั กิ าร เบอื้ งพระยุคคลบาท (SAPAE) (PDCA) แบบมสี ํวนรํวม (PAR) 1) การสารวจปัญหา (Survey) 1.ขั้นวางแผน (Plan) 1.การสารวจปัญหา (Survey) 2) การวิเคราะห๑ขอ๎ มลู (Analysis) 3.การวางแผนงานและศึกษา 2.ขัน้ ดาเนนิ การ (Do) 2.การวางแผนงานและจัดทา เรียนร๎ู (Planning) โครงการ (Planning) 4.การดาเนินกจิ กรรมตามศึกษา 3.ข้ันตรวจสอบการปฏิบัติงาน 3.การประเมินผล (Evaluation) ตามแผน (Action) (Check) 5.การประเมินผล (Evaluation) 4.ขั้นประเมนิ สกูํ ารปฏิบัติ 4.การประเมินผล (Evaluation) (Evaluation) ท่มี า : ศภุ ลักษณ๑ สตั ยเ๑ พรศิ พราย,พรชยั หนูแกว๎ และปรเมศร๑ กล่ินหอม,(2554). การประยุกต๑ใช๎ แนวทางการทรงงานตามรอยพระยุคคลบาท (SAPAE) เพือ่ พฒั นาพฤติกรรมเศรษฐกิจพอเพียง และพฤตกิ รรมใฝรุ ู๎ของครูและนกั เรยี นโรงเรียนตารวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จังหวัด กาญจนบรุ ี.คณะครศุ าสตร๑,มหาวิทยาลยั ราชภัฏกาญจนบรุ ี. การประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชาเพ่ือการเรียนรู๎ ในการวิจัยคร้ังน้ีผ๎ูวิจัยได๎เน๎นการพัฒนา การเรียนร๎ูให๎เกิดผลอยํางยั่งยืนและเกิดทักษะชีวิตเพื่อการตํอยอดและการเรียนรู๎ที่บรรลุเปูาหมาย โดยการประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑พระราชานี้จะเป็นไปตามบริบทท๎องถิ่น/ แหลํงเรียนร๎ู/ภูมิปัญญาใน การศึกษาค๎นคว๎าและเรียนรู๎ให๎บรรลุผลการเรียนร๎ู ซึ่งมีกระบวนการหรือแนวทางการประยุกต๑ใช๎ ศาสตรพ๑ ระราชาเพอื่ การเรียนร๎ูได๎ตามแผนภาพดังนี้ 20

ภูมิปญั ญาทอ๎ งถน่ิ / แหลํงเรียนรูใ๎ นท๎องถิน่ / ศาสตรค๑ วามรจ๎ู าก ท๎องถ่ิน วิเคราะห๑เลอื กศาสตร๑พระราชาเป็นหลักแนวทาง/เครอ่ื งมือใน การศกึ ษาความร๎หู รอื การสบื ค๎นคาตอบ ประยุกต๑ใช๎กระบวนการเรยี นร๎ตู ามศาสตรพ๑ ระราชาเปน็ เครื่องมือในการศึกษาคาตอบ/องคค๑ วามรู๎ ผูเ๎ รยี นสรุปองคค๑ วามรแู๎ ละฝึกปฏิบัติกจิ กรรมการเรยี นรูใ๎ นสถาน กรณีอ่นื ๆ สู๐คาตอบท่ตี อ๎ งการจะศึกษา การประยุกต๑องคค๑ วามรทู๎ ี่ไดจ๎ ากการศกึ ษาไปปรับประยกุ ต๑ใชใ๎ น การดาเนินชวี ติ ของผูเ๎ รียน แผนภาพที่ 2.3 กระบวนการหรอื แนวทางการประยุกต๑ใชศ๎ าสตรพ๑ ระราชาเพือ่ การเรียนรู๎ การวิจัยในครั้งน้ีผู๎วิจัยได๎เน๎นการผสมผสานทั้ง 3 แนวมาผสมผสานการพัฒนาหลักสูตร เพ่ือให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎สาระสาคัญของศาสตร๑พระราชาที่พระองค๑ได๎ทรงปฏิบัติและพัฒนาเพ่ือพสก นิกรชาวไทยของพระเจ๎าอยํูหัวในรัชกาลที่ 9 รวมถึงหลักการดาเนินการจัดการศึกษาในรัชกาลท่ี 10 และการเรียนรภ๎ู มู ปิ ัญญาท๎องถิ่นในแตลํ ะบรบิ ทของภาคกลาง 9 จงั หวดั นามาเรยี งร๎อยรงั สรรค๑จนเป็น หลักสตู รท๎องถนิ่ ภูมปิ ัญญาพนื้ บ๎านภาคกลางโดยประยุกตใ๑ ช๎ศาสตร๑พระราชาเพื่อการเรียนรู๎ตลอดชีวิต และนาสาระหลกั สูตรทีเ่ รียงร๎อยในแตลํ ะหลกั สตู รดาเนินการถํายทาเพอ่ื ใหอ๎ งคค๑ วามรู๎ในท๎องถ่ินแตํละ จงั หวัดทีเ่ ปน็ เอกลักษณ๑เดํนได๎กลับมีชีวิตอีกคร้ังโดยบรรจุข๎อมูลเพ่ือการเรียนร๎ูของผ๎ูเรียนด๎วยระบบ เทคโนโลยีดจิ ิทัล ซ่ึงแนวทางการเรยี นร๎ูเสรยี คุ ใหมํของผเู๎ รยี นและเปน็ เปน็ ทางเลอื กของการเรียนรู๎และ ความรํวมมือจากหนํวยงานในพ้ืนที่แตํละจังหวัดท่ีรํวมอนุรักษ๑ภูมิปัญญาท๎องถิ่นผํานการเรียนร๎ูด๎วย กระบวนการเรยี นรูต๎ ามศาสตร๑พระราชาและสํงเสริมการเรียนรู๎ตลอดชีวติ ของผ๎เู รยี น 21

ตอนที่ 2 กรอบหลักสูตรท้องถิ่นภูมิปัญญาพน้ื บา้ นภาคกลางโดยประยุกตใ์ ชศ้ าสตรพ์ ระราชา เพอื่ การเรียนรู้ตลอดชวี ิตดว้ ยระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ลั การดาเนินการพัฒนาหลักสูตรท๎องถิ่นภูมิปัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลางผู๎วิจัยได๎เน๎นเอกลักษณ๑ เดนํ ของภูมิปัญญาในแตํละจังหวัดที่แสดงถึงเอกลักษณ๑เดํนในแตํละจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดให๎เกิดความ เหมาะสมในการนาเสนอเพ่ือการเรียนร๎ูและการสืบทอดของคนรุํนหลังและนามาเชื่อมโยงกับ องคค๑ วามร๎ูศาสตร๑พระราชาผาํ นระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ 1. กรอบจานวนหลักสูตรท้องถ่ินภูมิปัญญาพ้ืนบ้านภาคกลางโดยประยุกต์ใช้ศาสตร์ พระราชาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวติ ด้วยระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั กร อบจาน วน หลักสูตร ท๎อง ถ่ิน ภูมิปัญ ญ าพ้ื น บ๎าน ภาคกล าง ที่ผู๎วิจัยไ ด๎ ทาการ ศึกษ า ได๎คัดสรรกรอบการพัฒนาหลักสูตรจานวน 5 ด๎านที่แตํละจังหวัดสามารถเลือกและคัดสรรนามา พฒั นาผ๎ูเรยี นไดต๎ ามความเหมาะสมโดยมแี ตํละด๎านดังนี้ 1.1 ดา๎ นแหลงํ เรียนรู๎และสถานที่สาคัญทางประวัตศิ าสตร๑ 1.2 ดา๎ นวถิ ชี ีวติ และภมู ปิ ัญญาในท๎องถน่ิ 1.3 ดา๎ นศาสตรพ๑ ระราชาและโครงการพระราชดาริ 1.4 ดา๎ นอาชีพและเทคโนโลยที ๎องถนิ่ ที่ จังหวดั จานวนหลกั สตู ร ระดบั มธั ยมศึกษา 1-6 1 ชัยนาท 2 อํางทอง 3 3 ลพบุรี 3 4 สพุ รรณบุรี 3 5 ราชบรุ ี 4 6 สมทุ รสงคราม 3 7 สิงห๑บุรี 3 8 นครปฐม 3 9 กาญจนบุรี 4 4 รวม 30 22

2. กรอบร่างสาระการพัฒนาหลกั สูตรทอ้ งถิน่ ภูมิปัญญาพน้ื บา้ นภาคกลางโดยประยกุ ต์ใช้ ศาสตรพ์ ระราชาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยระบบเทคโนโลยดี จิ ิทัล การดาเนินการพฒั นาหลกั สตู รแตํละหลักสูตรทไี่ ดพ๎ ฒั นาขึ้นผูว๎ ิจัยได๎กาหนดกรอบการพัฒนา เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรภูมิปัญญาท๎องถ่ินท่ีเหมาะสมกับการเรียนร๎ูสาหรับผู๎เรียน ทกุ จงั หวัดท้ัง 9 จงั หวัดเปาู หมาย โดยมแี ตํละสวํ นดังนี้ 2.1 หนํวยท่ี 1 กาหนดกรอบเนื้อหาสาระเกี่ยวกับพระราชากับพระกรณียกิจในจังหวัด นั้นท่พี ระองค๑ไดท๎ รงปฏิบัติพระราชกรณียกจิ ของในหลวงรัชกาลท่ี 9 และ 10 (อาทิ การสํงเสริมอาชีพ และภูมิปัญญาหรือโครงการพระราชดาริที่สํงผลตํอการดารงคงอยูํของภูมิปัญญาให๎ดารงคงอยูํถึง ทุกวนั น้ีและคงดาเนินตํอไป) และแบบฝกึ หดั ทบทวน 2.2 หนํวยท่ี 2 ข๎อมลู พ้ืนฐานของภูมิปัญญาท๎องถ่ินในแตํละจังหวัดท่ีได๎คัดสรรท่ีนามาสูํ การเรยี นร๎สู าหรบั ผูเ๎ รยี นและแบบฝึกหดั ทบทวน 2.3 หนวํ ยที่ 3 สาระการเรยี นรู๎ทางภมู ปิ ญั ญาท๎องถ่ินในแตํละจังหวัดท่ีได๎คัดสรรท่ีนามา สูํการเรยี นร๎สู าหรับผเู๎ รยี นและแบบฝกึ หัดทบทวน 2.4 หนํวยท่ี 4 กระบวนการเรียนร๎ูทางภูมิปัญญาท๎องถ่ินในแตํละจังหวัดท่ีได๎คัดสรร ทน่ี ามาสูํการเรยี นรูส๎ าหรับผู๎เรยี นและแบบฝึกหัดทบทวน 2.5 หนํวยที่ 5 แนวทางการอนุรักษ๑และตํอยอดภูมิปัญญาท๎องถิ่นในแตํละจังหวัดท่ีได๎ คดั สรรท่ีนามาสูํการเรียนรู๎สาหรับผ๎ูเรียนและแบบฝึกหดั ทบทวน 2.6 หนํวยท่ี 6 ทดสอบผลการเรยี นรจู๎ ากการเรียนรู๎ในหลักสูตรทอ๎ งถิ่นภูมิปญั ญาพนื้ บ๎าน ภาคกลางโดยประยุกต๑ใชศ๎ าสตรพ๑ ระราชาที่แตํละจังหวัดคัดสรร และการประเมินเจตคติตํอภูมิปัญญา พน้ื บ๎านภาคกลางและศาสตรพ๑ ระราชา หมายเหตุ การออกแบบสาระการเรียนรู๎ในแตํละหลักสูตรจะแปรเปล่ียนไปตามบริบทและสังคม ชุมชนและท๎องถ่ินในการรํวมกาหนดให๎เนื้อหาสาระน้ันมีความสนใจและตามความ ตอ๎ งการและเกิดประโยชนส๑ ูงสุดแกํคนในท๎องถิ่น 23

2.2 หลักสตู รทอ้ งถิ่นภูมิปัญญาพนื้ บ้านภาคกลาง จังหวัด ช่อื หลกั สตู ร จานวน (ชวั่ โมง) 20 แหลงํ เรียนรู๎ศาสตร๑พระราชา 20 20 ชัยนาท ภูมิปัญญาชัยนาทบ๎านเรา 20 20 จากอดตี ถึงปจั จบุ ัน 20 20 อาํ งทองแตํกอํ นกาล 20 20 อาํ งทอง แหลํงเรียนรดู๎ า๎ นศาสตร๑พระราชาเมืองอาํ งทอง 20 20 หัตถศลิ ปพ์ ืน้ ถนิ่ เมืองอํางทอง 20 20 ละโว๎ธานีสํูลพบุรีอนั ลอื เลือ่ ง 20 20 ลพบรุ ี ลพบรุ ีมหานครแหงํ การเรยี นรู๎ 20 20 สบื สานภูมิปญั ญาทอ๎ งถิน่ 20 20 ประวตั ศิ าสตร๑เมอื งสุพรรณ 20 20 สพุ รรณบุรี ศลิ ปินถ่นิ สพุ รรณ 20 ภมู ศิ าสตร๑ศลิ ปถ์ ่นิ สุพรรณ เทย่ี วไปในสุพรรณ ราชบุรีเมืองแหงํ พระราชา ราชบุรี หตั ถศลิ ปส์ ร๎างหตั ถกรรม ตะลอนทวั ร๑ทวั่ ราชบรุ ี วิถีวฒั นธรรมลานาเมอื งสามน้า สมทุ รสงคราม อาชพี เมืองสามนา้ สามอาเภอ เลาํ เรือ่ งเมืองสามน้า รากฐานตานานแหํงกาลเวลาเมืองสิงห๑ สิงห๑บรุ ี ชาตพิ นั ธเ๑ุ มอื งสงิ ห๑ อาชีพจากภมู ิปญั ญาท๎องถนิ่ สิงหบ๑ รุ ี 24

2.2 หลักสตู รทอ้ งถิ่นภูมิปญั ญาพื้นบา้ นภาคกลาง (ตอ่ ) จงั หวัด ชือ่ หลักสูตร จานวน (ชวั่ โมง) 20 ยอ๎ นรอยปฐมนคร 20 20 นครปฐม เลศิ รสปฐมนคร 20 วัฒนธรรมประเพณีชาวนครปฐม 20 20 เทย่ี วรอบรูเ๎ มืองนครปฐม 20 20 มนตเ๑ สนํหเ๑ มืองกาญจน๑ กาญจนบรุ ี หลากชาตพิ ันธ๑ปุ ระเพณี คนดศี รชี ยั สิงห๑ หตั ถศลิ ปถ์ ่นิ เมอื งกาญจน๑ 25

โครงสร้าง หลักสตู รทอ้ งถ่นิ ภมู ิปญั ญาพื้นบา้ นภาคกลางโดยประยกุ ตใ์ ชศ้ าสตร์พระราชา เพอ่ื การเรยี นรูต้ ลอดชีวิตดว้ ยระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ัล หลกั สูตรรายวชิ าราชบรุ เี มอื งแหงํ พระราชา จังหวดั ราชบรุ ี ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-6 จานวน 20 ชัว่ โมง ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นร้/ู สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั คะแนน ท่ี จดุ ประสงค์ (ช่ัวโมง) (100 คะแนน) การทดสอบกอํ นเรยี น - 10 1 เมอื งแหงํ พระราชา 1. บอกความเป็นมา ภูมิศาสตร๑ท่สี ามารถบํง 5 20 - ประวัตคิ วามเป็น ของประวัตศิ าสตร๑ บอกจงั หวดั ราชบุรไี ด๎ มาเมืองพระราชา และภมู ิศาสตร๑ ดังน้ี ท่ตี ้ัง การแบํง - ลกั ษณะภูมศิ าสตร๑ จงั หวดั ราชบรุ ี อาณาเขต ลักษณะ ของจังหวัดราชบุรี 5. ประยุกต๑ใชอ๎ งค๑ ภมู อิ ากาศ ลักษณะพื้นท่ี ความรู๎และปฏิบตั ิ ท่มี วี ิวฒั นาการทาง ตามขนั้ ตอนกิจกรรม ประวตั ิศาสตรอ๑ นั เกําแกํ การเรียนร๎ูไดส๎ าเร็จ ด๎วยตนเองผําน ระบบเทคโนโลยี อยํางสร๎างสรรค๑ 6. ใฝุรู๎และตระหนกั คณุ คําข๎อมูลทาง ประวัตศิ าสตรแ๑ ละ ภมู ิปัญญาพื้นบา๎ น จังหวัดราชบรุ ี 26

ลาดบั ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู/้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั คะแนน ที่ จดุ ประสงค์ (ช่ัวโมง) (100 คะแนน) 2 เมืองโบราณของ 2. ระบุที่มาและ โบราณสถานทาง 5 20 พระราชา ความสาคญั ของ ประวตั ิ ศาสตร๑ ได๎แกํ - เหมืองลุงสงิ ห๑ โบราณสถานจงั หวัด เหมอื งลงุ สงิ ห๑ - บ๎านหนองบัว ราชบรุ ี โบราณคดีบา๎ นหนอง - โคกพลบั 5. ประยุกต๑ใชอ๎ งค๑ บัว โบราณคดโี คก - เมอื งโบราณคูบวั ความรูแ๎ ละปฏบิ ัติตาม พลบั เมืองโบราณ - สระน้า ขนั้ ตอนกจิ กรรมการ คูบวั โกสินารายณ๑ เรียนรูไ๎ ด๎สาเร็จดว๎ ย สระนา้ โกสินารายณ๑ - วัดมหาธาตุ ตนเองผาํ นระบบ และวดั มหาธาตุ วรวิหาร เทคโนโลยอี ยําง วรวิหาร ทบ่ี งํ บอก สรา๎ งสรรค๑ หลักฐานอนั สาคัญของ 6. ใฝุรูแ๎ ละตระหนกั พระราชาเมืองราชบรุ ี คุณคาํ ขอ๎ มูลทาง ในสมยั กอํ น ประวตั ศิ าสตรแ๑ ละ ภูมิปญั ญาพ้ืนบ๎าน จังหวดั ราชบรุ ี 3 ราชาผ๎สู ร๎างเมอื ง 3. ระบชุ ่ือและผลงาน พระราชประวัตแิ ละ 5 20 ผลงานของพระ ราชบรุ ี ของพระมหากษัตริย๑ มหากษตั ริย๑องค๑สาคญั เปน็ วรี ชนผส๎ู รา๎ งและ - สมเดจ็ พระบรมไตร จังหวัดราชบุรี ปกปูองเมืองราชบรุ ี โลกนาถ 5. ประยกุ ต๑ใช๎องค๑ - สมเด็จพระเจ๎าตาก ความรู๎และปฏิบัติตาม สิน ข้นั ตอนกจิ กรรมการ - พระบาทสมเดจ็ เรยี นรูไ๎ ด๎สาเรจ็ ดว๎ ย พระพทุ ธยอดฟูาจุฬา ตนเองผํานระบบ โลกมหาราช เทคโนโลยีอยําง - พระบาทสมเด็จ สรา๎ งสรรค๑ พระพุทธเลศิ หล๎า 6. ใฝุร๎ูและตระหนกั นภาลยั คุณคําขอ๎ มูลทาง - พระบาทสมเดจ็ ประวัตศิ าสตร๑และ พระจุลจอมเกล๎า ภูมปิ ัญญาพื้นบา๎ น เจา๎ อยํหู ัว จงั หวดั ราชบรุ ี 27

ลาดับ ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้/ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั คะแนน ที่ จดุ ประสงค์ (ชัว่ โมง) (100 คะแนน) 4 วิถีชมุ ชนคนราชบรุ ี 4. บอกทีม่ าและความ วฒั นธรรมประเพณี 5 20 - ไหวผ๎ มี อญ สาคัญของวฒั นธรรม ทอ๎ งถ่นิ ได๎แกํ ไหวผ๎ ี - เล้ียงผเี ฮอื น ประเพณเี กําแกํชาว มอญ เลยี้ งผีเฮือน - ไหว๎ต๎นไม๎ ราชบรุ ี ไหว๎ต๎นไม๎ ปาดตง - ปาดตงขา๎ วเมาํ 5. ประยุกต๑ใช๎องค๑ ขา๎ วเมาํ และทาบญุ - ทาบญุ กลางบา๎ น ความรแู๎ ละปฏบิ ัตติ าม กลางบ๎าน ฯลฯ บงํ - ทาบญุ สลากภัต ข้ันตอนกจิ กรรมการ บอกถงึ วถิ ีชมุ ชน - ตักบาตเขา๎ พรรษา เรยี นรไ๎ู ดส๎ าเร็จดว๎ ย หลากหลายชาติพันธุ๑ - กินเจ ตนเองผํานระบบ ของคนในจงั หวัด เทคโนโลยีอยําง ราชบุรี สร๎างสรรค๑ 6. ใฝุร๎แู ละตระหนกั คณุ คําข๎อมูลทาง ประวตั ศิ าสตรแ๑ ละ ภมู ปิ ญั ญาพื้นบา๎ น จังหวดั ราชบรุ ี การทดสอบหลังเรียน - 10 รวม 20 100 หมายเหตุ: - การทดสอบกอํ นเรยี น/หลังเรยี นไมํนับในจานวนช่ัวโมงการจัดการเรยี นรู๎ - เขยี นแผนการจดั กจิ กรรมตามจานวนหนํวยการเรยี นรทู๎ ี่กาหนดในหลกั สูตร 28

โครงสร้าง หลักสตู รท้องถน่ิ ภมู ปิ ญั ญาพนื้ บา้ นภาคกลางโดยประยกุ ตใ์ ชศ้ าสตร์พระราชา เพ่อื การเรียนรตู้ ลอดชวี ติ ดว้ ยระบบเทคโนโลยดี ิจิทัล หลกั สตู รรายวิชาหัตถศิลปส์ รา๎ งหตั ถกรรม จงั หวัดราชบรุ ี ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-6 จานวน 20 ช่วั โมง ลาดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนร้/ู สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน ท่ี จดุ ประสงค์ (ช่วั โมง) (100 คะแนน) ผา๎ ตีนจกคบู วั ราชบรุ ี การทดสอบกอํ นเรียน เปน็ เอกลักษณ๑ - 10 วัฒนธรรมของชาวไทย 4 15 1 พระผสู๎ ร๎างงาน 1. บอกที่มาและ วนด๎านเครื่องแตงํ กาย การทอผ๎าตีนจกคูบัวมี หัตถศิลป์ ความสาคัญของ หลากลวดลายเพอ่ื ใช๎ใน ครัวเรอื นและใชค๎ ลมุ - ผา๎ ตนี จกคูบวั ของ โครงการ หรือปกศีรษะนาค ราชวงศไ๑ ทย พระราชดารหิ ัต - โครงการพระราช กรรมทอผา๎ จงั หวดั ดาริศูนย๑ศิลปาชพี ทอ ราชบรุ ี ผา๎ 2. ระบุแนวทางการ - การอนุรกั ษ๑ผ๎าไทย อนรุ ักษผ๑ า๎ ไทย ทอ๎ งถ่นิ จังหวัด ราชบุรี 9. ประยกุ ตใ๑ ช๎องค๑ ความรู๎และปฏิบตั ิ ตามข้ันตอนกจิ กรรม การเรียนรไ๎ู ด๎สาเร็จ ดว๎ ยตนเองผาํ น ระบบเทคโนโลยี อยาํ งสรา๎ งสรรค๑ 10. ใฝรุ แู๎ ละ ตระหนักคณุ คํา ขอ๎ มูลทางหัตถกรรม ท๎องถน่ิ ราชบรุ ี 29

ลาดับ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนร้/ู สาระสาคญั เวลา นา้ หนักคะแนน ที่ จดุ ประสงค์ (ช่วั โมง) (100 คะแนน) 2 ผ๎าพื้นถิน่ ราชบุรี 3. บอกความเป็นมาของ ผา๎ ตนี จกคูบวั ผา๎ 4 15 - ผา๎ ตีนจกคบู ัว ผ๎าทอพนื้ ถิ่นจังหวัด ไทยทรงดาปากทอํ - ผา๎ ไทยทรงดา ราชบรุ ี ผ๎ากระ เหรีย่ งสวน ปากทอํ 4. ระบลุ วดลายของผ๎า ผง้ึ และผ๎าขาวมา๎ - ผา๎ กะเหร่ียงสวนผง้ึ ทอพ้ืนถ่ินจงั หวดั ราชบุรี บา๎ นไรํ เป็นผ๎า - ผา๎ ขาวมา๎ บา๎ นไรํ 9. ประยกุ ตใ๑ ชอ๎ งค๑ พ้นื เมืองจงั หวดั ความร๎แู ละปฏบิ ัติตาม ราชบรุ ี เป็นภมู ิ ขน้ั ตอนกจิ กรรมการ ปัญญาทอ๎ งถนิ่ และ เรยี นรูไ๎ ด๎สาเรจ็ ดว๎ ย มรดกทางวฒั นธรรม ตนเองผาํ นระบบ มคี วามหลากหลาย เทคโนโลยอี ยาํ ง ในการถกั ทอเสน๎ ใย สรา๎ งสรรค๑ ศลิ ปะลวด ลาย 10. ใฝุร๎ูและตระหนัก อยาํ งประณตี คุณคําขอ๎ มูลทาง หัตถกรรมท๎องถน่ิ ราชบุรี 3 มังกรดีเมืองปน้ั โองํ 5. บอกทมี่ าและประเภท โองํ มังกรมตี น๎ กาเนดิ 3 15 - โรงโองํ รัตน ลวดลายโอํงพนื้ ถิน่ จากเมืองจีน และ โกสนิ ทร๑ จังหวดั ราชบรุ ี เปน็ สินคา๎ ทีท่ าจาก - โรงโองํ เถ๎าฮงไถํ 6. ระบุวสั ดุและข้ันตอน มอื ทีม่ เี อกลกั ษณ๑ การปั้นโอํงพื้นถิน่ จังหวดั เฉพาะ ตัว โองํ มังกร ราชบุรี นยิ มวาดลายมงั กร 9. ประยุกตใ๑ ชอ๎ งค๑ ตามความเช่อื ของ ความรูแ๎ ละปฏบิ ตั ติ าม คนจีน มงั กรถอื เป็น ขน้ั ตอนกิจกรรมการ สัตวช๑ นั้ สงู และเปน็ เรียนรูไ๎ ด๎สาเร็จด๎วย สง่ิ มงคลเสริมดวง ตนเองผํานระบบ ชะตาให๎แกชํ วี ติ เทคโนโลยอี ยาํ ง สร๎างสรรค๑ 10. ใฝรุ ๎ูและตระหนกั คุณคาํ ข๎อมูลทาง หัตถกรรมทอ๎ งถิ่นราชบุรี 30

ลาดับ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้/ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน ท่ี จดุ ประสงค์ (ชวั่ โมง) (100 คะแนน) 4 ศลิ ปจ์ รรโลงวดั ขนอน 7. บอกทมี่ าและประเภท หนังใหญวํ ัดขนอน 5 20 - ประวัติความเป็นมา หนังใหญพํ นื้ ถิ่นจงั หวดั ได๎มกี ารสรา๎ งในสมัย วัดขนอน ราชบรุ ี พระบาทสมเด็จพระ - องคป๑ ระกอบการ 9. ประยุกตใ๑ ชอ๎ งค๑ จุลจอมเกล๎า แสดงหนงั ใหญํ ความร๎ูและปฏบิ ัตติ าม เจ๎าอยํหู ัว และเปน็ - ขั้นตอนวิธีการทา ขั้นตอนกิจกรรมการ มหรสพของวดั มีตวั และประเภทหนัง เรยี นรไู๎ ดส๎ าเรจ็ ดว๎ ย หนงั และคณะหนัง ใหญํ ตนเองผาํ นระบบ หนงั ใหญเํ ป็นการ - การแสดงหนังใหญํ เทคโนโลยีอยาํ ง แสดงทร่ี วมศิลปะท่ี สรา๎ งสรรค๑ ทรงคณุ คําหลาย 10. ใฝรุ แู๎ ละตระหนกั แขนง ได๎แกดํ า๎ น คุณคาํ ข๎อมลู ทาง ศลิ ปะการออกแบบ หัตถกรรมทอ๎ งถน่ิ ราชบุรี ลวดลายไทยเชิง จติ รกรรมที่มคี วาม วิจิตรบรรจง ผสม กับฝีมือชํางแกะสลัก ท่ปี ระณตี เมอื่ แสดง มกี ารนาศิลปะทาง นาฏศลิ ป์ การละคร ที่เคลื่อนไหวตาม อารมณ๑ของเนือ้ เร่อื ง และบทพากย๑ทาให๎ เกดิ ความเข๎าใจใน เรือ่ งราวและให๎อรถ รสทางศลิ ปะแกผํ ูช๎ ม 31

ลาดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนร/ู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั คะแนน ท่ี จุดประสงค์ (ชว่ั โมง) (100 คะแนน) 5 ลือขจรงาน 8. ระบคุ วามสาคัญและ การออกแบบ 4 15 หัตถกรรม แนวทางสํงเสรมิ สร๎างสรรค๑ผลติ ภณั ฑ๑ - การใชเ๎ ทคโนโลยี เศรษฐกจิ หัตถกรรม จากผ๎าพน้ื เมอื ง โอํง ออกแบบผลิตภัณฑ๑ ท๎องถน่ิ ราชบรุ ี มังกร และหนังใหญํ หัตถกรรม 9. ประยกุ ตใ๑ ช๎องค๑ ให๎เป็นรูปแบบท่ี - การสงํ เสริม ความรแ๎ู ละปฏบิ ตั ติ าม ทันสมยั มีประโยชน๑ เศรษฐกจิ ชมุ ชน ข้นั ตอนกิจกรรมการ การใช๎สอยและความ เรียนรู๎ได๎สาเรจ็ ดว๎ ย สวยงามมากขึน้ เพือ่ ตนเองผาํ นระบบ เพิม่ มูลคาํ ของ เทคโนโลยีอยาํ ง ผลติ ภณั ฑ๑ และสรา๎ ง สรา๎ งสรรค๑ รายไดใ๎ หก๎ ับชุมชน 10. ใฝุรูแ๎ ละตระหนกั โดยมีการวางแผน คุณคาํ ขอ๎ มลู ทาง การตลาดตามหลกั หตั ถกรรมทอ๎ งถ่ิน เศรษฐศาสตรโ๑ ดยนา ราชบรุ ี เทคโนโลยดี ๎านสือ่ ออนไลน๑มาสงํ เสริม การขาย การทดสอบหลังเรียน - 10 รวม 20 100 หมายเหตุ: - การทดสอบกอํ นเรยี น/หลังเรียนไมนํ ับในจานวนชว่ั โมงการจัดการเรยี นร๎ู - เขยี นแผนการจดั กิจกรรมตามจานวนหนํวยการเรียนร๎ูทีก่ าหนดในหลกั สูตร 32

โครงสร้าง หลกั สตู รทอ้ งถน่ิ ภูมปิ ัญญาพนื้ บ้านภาคกลางโดยประยุกตใ์ ชศ้ าสตรพ์ ระราชา เพ่ือการเรียนรู้ตลอดชวี ิตด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล หลกั สูตรรายวชิ าตะลอนทวั ร๑ทั่วราชบรุ ี จังหวัดราชบุรี ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-6 จานวน 20 ชว่ั โมง ลาดับ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรยี นร/ู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน ท่ี จุดประสงค์ (ชั่วโมง) (100 คะแนน) การทดสอบกอํ นเรยี น - 10 1 เมืองคูบัวมรดกศิลป์ 1. บอกความ โบราณสถานบา๎ นคบู ัว 5 20 - พพิ ิธภัณฑ๑จปิ าถะ เป็นมาและลักษณะ แหํงนี้เป็นเมอื งทาํ ท่ี บ๎านคบู วั วิถีชุมชนคูบัว เจริญรุงํ เรืองในยุคทวาร - วัดโขลงสวุ รรณครี ี 2. ระบุท่มี าและ วดี วัดโขลงสวุ รรณครี อี ยํู - กาดวิถีชมุ ชนคบู ัว ความ สาคัญของวดั ภายในบรเิ วณเมือง โขลงสุวรรณครี ี โบราณบ๎านคูบัวเคยเป็น 8. ประยกุ ต๑ใช๎องค๑ ทอ่ี ยอูํ าศัยของชาวไท- ความร๎ูและปฏิบัติ ยวน กาดวิถชี ุมชนคูบัว ที่ ตามขนั้ ตอน เท่ียวตามวถิ ีชุมชนคบู วั กจิ กรรมการเรยี นร๎ู เกาํ แกจํ งั หวัดราชบุรี ได๎สาเร็จด๎วยตนเอง และพิพธิ ภัณฑ๑จปิ ะถะ ผํานระบบ ห๎องศิลปะ มีวตั ถโุ บราณ เทคโนโลยอี ยําง หอ๎ งหนํุ ข้ีผ้ึงจาลองตาม สรา๎ งสรรค๑ วถิ ชี วี ิตชุมชนชาวไท-ยวน 9. ใฝรุ ๎ูและ ตระหนกั คุณคาํ ทาง สถานทีท่ ํองเท่ียว และภมู ิปัญญา พน้ื บ๎านจังหวดั อํางทอง 33

ลาดับ ชอื่ หน่วยการ ผลการเรียนร/ู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนักคะแนน ที่ เรยี นรู้ จดุ ประสงค์ (ชว่ั โมง) (100 คะแนน) 2 เยือนถิ่นถา้ งาม 3. บอกความเป็นมาและ ถ้าจอมพล เป็นนามท่ี 5 20 - ถ้าจอมพล ลักษณะของประเพณปี นี พระบาทสมเด็พระ - ประเพณปี นี เขา เขาถ้าจอมพล จุลจอมเกล๎าเจ๎าอยหํู วั ถ้าจอมพล 4. ระบคุ วามสาคญั ของ รัชกาลท่ี 5 พระ ราช - ถา้ ค๎างคาวเขา การฟน้ื ฟดู ินของถ้า ทานในคราวท่ีเสด็จ ชํองพราน คา๎ งคาว ประพาสถา้ แหํงนม้ี ี 8. ประยกุ ต๑ใชอ๎ งค๑ความรู๎ ลกั ษณะคล๎ายอินทร ธนู และปฏบิ ัติตามขน้ั ตอน ของนายพล และสืบสาน กจิ กรรมการเรยี นร๎ูได๎ ตานานถา้ ด๎วยประเพณี สาเรจ็ ดว๎ ยตนเองผาํ น ปีนเขาเข๎าถ้า และถ้า ระบบเทคโนโลยีอยําง ค๎างคาวเขาชํองพราน สรา๎ งสรรค๑ เปน็ ถ้าทมี่ ีคา๎ งคาว 9. ใฝุรูแ๎ ละตระหนกั จานวนมากเป็นแหลํง คุณคําทางสถานที่ ผลติ มลู คา๎ งคาวท่ใี ช๎ ทํองเท่ยี วและภมู ปิ ญั ญา ประโยชนส๑ าหรบั ทาปุ๋ย พนื้ บา๎ นจังหวดั อํางทอง บารงุ ดนิ ตามโครงการ พระราช ดาริ 3 ทอํ งตลาดนา้ 5. บอกที่มาและจดุ เดํน คลองดาเนนิ สะดวก 5 20 ดาเนิน ของตลาดน้าเหลาํ ตก๊ั ลกั เป็นนาพระราชทานจาก - ตลาดนา้ เหลํา และสวนน้าตาลบงั เลาะ รัชกาลที่ 5 เป็นคลองที่ ต๊กั ลกั 6. บอกที่มาและ ขุดเช่ือมตํอระหวาํ ง - สวนน้าตาลบัง ความสาคญั ของลอํ งเรือ แมํน้าแมํกลองและแมํ เละ คลองดาเนินสะดวก นา้ ทาํ จีน เพื่อประโยชน๑ - ลอํ งเรอื คลอง 8. ประยุกต๑ใชอ๎ งคค๑ วามร๎ู ในการคมนาคม การคา๎ ดาเนินสะดวก และปฏบิ ตั ิตามขัน้ ตอน ขายทางนา้ ท่ีตลาดต๊ักลัก กิจกรรมการเรยี นรไ๎ู ด๎ และการเกษตรน้าตาล สาเร็จด๎วยตนเองผําน บงั เละ ระบบเทคโนโลยีอยําง สร๎างสรรค๑ 9. ใฝุร๎ูและตระหนัก คุณคําทางสถานที่ ทอํ งเที่ยวและภูมปิ ญั ญา พน้ื บา๎ นจงั หวัดอํางทอง 34

ลาดับ ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนร้/ู สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั คะแนน ท่ี เรียนรู้ จุดประสงค์ (ชว่ั โมง) (100 คะแนน) 4 เพลนิ ธรรมชาติ 7. สืบค๎นและระบุ ภมู ปิ ระเทศของสวนผึง้ 5 20 ณ สวนผงึ้ ความสาคญั ของสถานที่ ขนาบด๎วยเทือกเขา - แกํงสม๎ แมว ทอํ งเทย่ี วธรรมชาติ ตะนาวศรเี ปน็ พรมแดน - น้าตกเกา๎ โจน สวนผ้ึง ตะวันตกมปี ุาเขา นา้ ตก - ธารน้ารอ๎ นบอํ 8. ประยุกต๑ใช๎องคค๑ วามรู๎ เก๎าโจน ธารน้าภาชี คลึง และปฏบิ ัติตามข้นั ตอน หรอื แกงํ ส๎มแมว สวนปาุ - บ๎านหอมเทียน กจิ กรรมการเรียนรูไ๎ ด๎ สมเดจ็ พระนางเจา๎ สิริกติ ิ์ - ตลาดวิถีชมุ ชน สาเรจ็ ด๎วยตนเองผําน เปน็ ศนู ยร๑ วมพันธ๑ไุ ม๎ โอะ๏ ปอุ ย ระบบเทคโนโลยีอยาํ ง นานาชนดิ อันมีคาํ ทาง สรา๎ งสรรค๑ เศรษฐกจิ และเป็น 9. ใฝุร๎แู ละตระหนัก แหลงํ ทอํ งเท่ยี วทาง คณุ คาํ ทางสถานท่ี ธรรม ชาติ และแหลํง ทํองเทยี่ วและภมู ปิ ญั ญา ทํองเทย่ี วทางวัฒนธรรม พื้นบ๎านจังหวดั อํางทอง ตามวิถีชมุ ชนคนโบราณ ได๎แกํ บ๎านหอมเทยี น และตลาดโอ๏ะปอุ ย การทดสอบหลังเรียน - 10 รวม 20 100 หมายเหตุ: - การทดสอบกํอนเรียน/หลงั เรยี นไมํนบั ในจานวนชัว่ โมงการจดั การเรียนร๎ู - เขยี นแผนการจัดกิจกรรมตามจานวนหนํวยการเรยี นรู๎ท่กี าหนดในหลกั สูตร 35

ตอนที่ 3 การใช้ระบบเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพอ่ื การเรียนรตู้ ลอดชีวิต การดาเนินการใช๎หลักสูตรท๎องถ่ินภูมิปัญญาพ้ืนบ๎านภาคกลางโดยประยุกต๑ใช๎ศาสตร๑ พระราชาเพ่ือการเรียนรู๎ตลอดชีวิตด๎วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล มีขั้นตอนการดาเนินงานและ รายละเอียดท่ีผูใ๎ ช๎งานจะตอ๎ งดาเนินการศึกษาตามระบบและวธิ ีการดงั ตํอไปน้ี 3.1 ระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล การเข้าใช้หลกั สูตรภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน ฯ การใช๎ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ผ๎ูดาเนินการวางระบบได๎แสดงระบบการใช๎ตามลาดับข้ันตอน ตํอไปน้ี 1. ค๎นหาระบบ โดยพมิ พ๑ www.cklled-kru.com 2. กรอก Username และ Password เพ่ือเขา๎ ใช๎งาน 3. จะพบหลกั สูตร 9 จงั หวดั เลือกเรยี นจังหวดั ใดกไ็ ด๎ตามเปาู หมายของโรงเรยี น 4. เมื่อเลือกในแตํละจังหวัดจะพบกับหลักสูตรการเรียนร๎ู ต๎องศึกษาให๎ครบหลักสูตร ทกี่ าหนดไว๎ตามเปาู หมาย 5. เม่ือผู๎เรียนเข๎าไปเรียนร๎ูในแตํละหลักสูตร จะพบกับหนํวยการเรียนร๎ูยํอย ๆ ตามแตํ หลกั สูตรท่ปี รากฏไว๎ในระบบฯ 6.ทาการทดสอบหลังเรียน ด๎วยแบบทดสอบจานวน 20 ข๎อ โดยไมํนับผลการเรียนร๎ูใน บทเรียน แตํเป็นการทดสอบเบอื้ งต๎นกอํ นการเรียนรเ๎ู ทํานนั้ 7. รายละเอียดในแตํละหนํวยการเรียนร๎ู จะประกอบด๎วย ใบความร๎ู วีดีโอ ใบงาน ผเู๎ รียนต๎องทาใบกจิ กรรม โดยผําน 70% ทุก ๆ ชนิ้ งาน 8. ทาการทดสอบหลงั เรยี น ดว๎ ยแบบทดสอบจานวน 20 ข๎อ และผาํ น 70% 9. เม่อื ศึกษาครบทุกหนวํ ยการเรียนร๎แู ล๎ว จะมีปมุ ดาวนโ๑ หลดหรือปริ้นวฒุ ิบตั รการสาเร็จ ตามหลักสตู รที่กาหนดให๎ผู๎เรียนไดเ๎ ขา๎ เรียนตามเปาู หมาย 36

จากระบบขน้ั ตอนดังกลําวสามารถแสดงเปน็ แผนภาพของระบบเพ่ือสร๎างความเข๎าใจใน รายละเอยี ดการเรียนร๎ขู องผู๎ใช๎ระบบดังน้ี 37

ภาพรวมของระบบ 38

3.2 ข้ันตอนการเข้าเว็บไซตก์ ารใช้หลกั สูตร ฯ 1) กรอก URL www.cklled-kru.com ลงไปในเวบ็ เบราว๑เซอร๑ของคุณ กรอกลิ้งเว็บลงไป 2) คน๎ หา cklled-kru บน Google พมิ พ๑ cklled-kru เพือ่ ค๎นหา คลิกเลือกลิ้งคแ๑ รก คลกิ ลง้ิ คแ๑ รกจะพบหน๎าเวบ็ ไซต๑ 39

3.3 ขน้ั ตอนการสมคั รสมาชิก 1) คลิกเข๎าไปที่ ลงทะเบยี น (Register) แล๎วจะพบหน๎าสมคั รสมาชิก ให๎กรอกขอ๎ มลู ลงไป ใหค๎ รบถว๎ น แล๎วกดบันทกึ เลอื กคานาหนา๎ กรอกช่อื และเลขบัตรประชาชน เลอื กเพศ ใสวํ ันเดอื นปีเกดิ เลือกระดับการศกึ ษา ใสรํ หัสโรงเรียน ต้ัง Password (หา๎ มลืม) 3.4 ขั้นตอนการล็อคอิน เขา้ สู่ระบบ 1) คลกิ ปมุ เขา๎ สูํระบบ (Login) 2) เลือกประเภทผ๎ูใช๎งานเปน็ นกั เรยี น/ผู้ใช้งานระบบ/ผดู้ แู ลระบบ ตามแตํหน๎าที่ ทไ่ี ด๎รับ มอมหมาย เลอื กประเภทผ๎ูใชง๎ าน 40

3) กรอก Username และ Password ให๎ครบถ๎วน แลว๎ กดเขา๎ สูํระบบ Username คือ รหัสบัตรประชาชน Password คือ รหสั ที่นักเรียนต้ัง ตอนสมัครสมาชิก กรอก Username, Password - Username คอื เลขบตั รประชาชน - Password คอื รหัสท่ีผเู๎ รยี นตั้ง 4) ขั้นตอนการเขา๎ ระบบการเรียนรู๎ เลอื กจังหวดั ที่ตอ๎ งการศึกษา 41

5) เมอื่ เขา๎ มาแล๎วจะพบคาอธบิ ายของจังหวดั ใหเ๎ ลอื กปุม เขา้ เรยี น คลิก เข๎าเรยี น เพือ่ เรยี นร๎ู 6) จะพบหลักสตู รประจาจังหวัด เลอื กเรียนหลกั สูตรใดกอํ นกไ็ ด๎ แตตํ ๎องศกึ ษาให๎ครบทกุ หลกั สูตร - คลิก หนว่ ยการเรยี นรู้ ท่ีตอ๎ งการศกึ ษา เลอื กหนวํ ยการเรียนรทู๎ ต่ี อ๎ งการ จะเรยี นโดยเร่ิมเรียนหนวํ ยใดกอํ นก็ได๎ แตํต๎องเรยี นใหค๎ รบทุกหนํวย 42

7) เมอื่ เข๎าหลกั สูตรท่ีต๎องการศึกษาแลว๎ จะพบหนวํ ยการเรียนร๎ทู ตี่ ๎องศกึ ษา - ผูเ๎ รียนตอ๎ งทาแบบทดสอบกอํ นเรยี น โดยการคลิก เขา้ เนอ้ื หา เพื่อทาแบบทดสอบ - เมื่อทาแบบทดสอบกอํ นเรียนแลว๎ ปุม เขา้ เนื้อหา ในหนวํ ยท่ี 1 ถงึ จะเด๎งขน้ึ มา หากผูเ๎ รียนไมํทาแบบทดสอบกํอนเรยี น จะไมสํ ามารถศกึ ษาในหนํวยท่ี 1 ได๎ - เมื่อผ๎ูเรียนเข๎าเรยี นหนํวยที่ 1 แล๎ว ผ๎เู รยี นตอ๎ งทาคะแนนให๎ได๎มากกวํา 70% ถงึ จะสามารถไปเรยี นหนวํ ยตํอไปได๎ - เมอื่ ผูเ๎ รียนผํานทุกหนํวยการเรียนรแู๎ ล๎ว ให๎ทาแบบทดสอบหลังเรียนใหไ๎ ด๎มากกวํา 70% ผ๎เู รยี นถึงสามารถไปศึกษาหลกั สูตรตอํ ไปได๎ คลิกเข๎าเนื้อหา เพ่ือท่ีจะเรยี นรู๎ และทาใบงาน 43

8) เมอื่ คลิกเข๎า ในหนวํ ยการเรยี นรู๎ท่ี 1 จะพบกบั เนื้อหาความร๎ู และใบงานที่นกั เรยี นตอ๎ งทา ทกุ อัน - หากผ๎เู รียนตอ๎ งการดูใบความรู๎ใหค๎ ลกิ ดเู นอ้ื หา - หากผเ๎ู รียนตอ๎ งการตอบคาถามกิจกรรมการเรียนร๎ใู ห๎คลิก ทาใบงาน คลกิ เข๎าเนื้อหา เพือ่ ศกึ ษา ความรู๎ คลิกทาใบงาน เพ่อื ผําน บทเรยี น 9) การออกและเข๎าใหมํ ตอํ เนอื่ งการเรียนออนไลน๑ - ออกจากระบบด๎วยการคลิกปมุ ออกจากระบบ (Logout) - ขน้ั ตอนการเขา๎ ระบบ กลับไปดหู ัวขอ๎ ท่ี 3.4 44

10) ระบบเครอ่ื งมือสื่อสารที่สามารถเข๎าเรยี นได๎ - คอมพวิ เตอร๑ โทรศพั ทม๑ อื ถือ ไมวํ ําจะเปน็ IOS Android กส็ ามารถเขา๎ เรยี นได๎ 11) ลักษณะกิจกรรมบทเรยี นในระบบสารสนเทศ 1) ถูกผดิ 2) ปรนยั 45

3) จับคํู 12) การปร้ินทว๑ ฒุ ิบัตรหลงั จบการเรียนร๎ู 1) ผเ๎ู รยี นต๎องผํานทุกหนวํ ยการเรยี นร๎ู และทาแบบทดสอบหลังเรยี นผาํ น 70% 2) จะมปี มุ พมิ พใ์ บเกยี รติบตั ร ขึน้ มาใหผ๎ ู๎เรยี นสามารถดาวน๑โหลด และปร้ินไดเ๎ ลย คลิกพมิ พ๑ใบเกียรตบิ ตั รเพอื่ เป็น หลักฐานจบการเรียนรู๎ 46

13) ชํองทางการสอบถาม/ติดตอํ Admin 1) ไลนก๑ ลุํมประจาจงั หวัด 2) Facebook: สดช.หลกั สูตรภมู ปิ ญั ญาพ้ืนบา๎ น ด๎วยศาสตร๑พระราชา 14) การสํงขําวสารการขับเคล่ือนการจัดกิจกรรมของโรงเรยี น 1) สามารถสํงเป็นจดหมายขําว หรอื สงํ รปู ภาพพรอ๎ มอธิบายกจิ กรรม มาทีไ่ ลน๑ประจา จงั หวัด 2) Facebook: สดช.หลกั สูตรภมู ิปญั ญาพื้นบา๎ น ดว๎ ยศาสตรพ๑ ระราชา 15) การตรวจสอบคะแนน/บุคคลเข๎าเรยี น 1) เลือกประเภทผูใ๎ ชง๎ านเป็น ผใ๎ู ชง๎ านระบบ เลือกประเภทผู๎ใชง๎ าน 16) กรอก Username และ Password ให๎ครบถ๎วน แลว๎ กดเขา๎ สรูํ ะบบ กรอก Username, Password - Username ทผ่ี ู๎ออกแบบระบบต้งั ให๎ - Password ที่ผ๎อู อกแบบระบบตั้งให๎ 47

17) เมือ่ Login เข๎ามาแล๎ว ใหก๎ ดปมุ ผลู้ งทะเบยี น 18) ในหนา๎ ตาํ งผลู๎ งทะเบียน จะพบกับรายชอื่ นักเรียนประจาโรงเรียน - ต๎องการดูขอ๎ มูลของเดก็ คนไหน ให๎คลกิ ทช่ี อ่ื ของเดก็ คนนั้น เลอื กช่อื ที่ตอ๎ งการจะตรวจสอบ 48

19) เม่ือคลกิ เข๎ามาแล๎วจะพบกบั ประวตั กิ ารทาใบงาน และประวตั ิการใชง๎ านระบบ ประวตั ิการทางาน แสดงถงึ หลกั สูตร ที่ผเู๎ รียนได๎ศึกษาไปแล๎ว ประวัตกิ ารเขา๎ ใช๎งานระบบ แสดงถึง เวลาท่ีผเ๎ู รยี นไดศ๎ ึกษา 20) ในประวตั ิการทางานจะแจ๎งวําผเู๎ รยี นได๎ศกึ ษาหลกั สูตรท่ีเทําไร จังหวัดอะไร และ สถานการณ๑การเรยี นของผู๎เรียนวาํ ผํานการเรียนรห๎ู รือไมํ - P = ผาํ น - F = ไมํผาํ น 21) ตวั อยํางปุมล้งิ คเ๑ ขาระบบ 49

คณะทางานจดั ทาหลกั สตู รท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาพ้ืนบ้านภาคกลางโดยประยุกต์ใช้ ศาสตรพ์ ระราชาเพ่ือการเรียนร้ตู ลอดชวี ิตดว้ ยระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั จงั หวดั ราชบรุ ี หลักสูตรรายวชิ าราชบรุ เี มอื งแห่งพระราชา ที่ปรกึ ษากติ ติมศักดิ์ อธิการบดมี หาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาญจนบุรี ดร.ณรงคเ๑ ดช รัตนานนท๑เสถียร อาจารย๑ประจาคณะศกึ ษาศาสตร๑ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร ศาสตราจารย๑ ดร.รัตนะ บัวสนธ๑ ผทู้ รงคณุ วฒุ ติ รวจสอบหลกั สูตรฯ จังหวัดราชบรุ ี ศาสตราจารย๑ ดร.รัตนะ บวั สนธ๑ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองศาสตราจารย๑ ดร.มารตุ พฒั ผล มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ กรรมการ กรรมการ ผชู๎ วํ ยศาสตราจารย๑ ดร.มาเรยี ม นิลพนั ธุ๑ มหาวิทยาลยั ศิลปากร กรรมการ ผู๎ชวํ ยศาสตราจารย๑ ดร.เอ้ือมพร หลินเจรญิ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ดร.สรยี า โชติธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ บางเขน ผู้ทรงคณุ วฒุ ิตรวจสอบระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา๎ พระนครเหนอื ศาสตราจารย๑ ดร.มนต๑ชยั เทียนทอง มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร รองศาสตราจารย๑ ดร.เอกนฤน บางทําไม๎ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลา๎ ธนบรุ ี รองศาสตราจารย๑ ดร.สุรพล บุญลอื คณะผู้วจิ ยั หลักสตู รฯ จังหวัดราชบุรี สงั กดั สาขาวิชาหลกั สตู รและการจัดการเรียนรู๎ รองศาสตราจารย๑ ดร.กรัณย๑พล ววิ รรธมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี รองคณบดี คณะศึกษาศาสตรแ๑ ละพัฒนาศาสตร๑ ศาสตราจารย๑ ดร.สมุ ติ ร สุวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ วิทยาเขตกาแพงแสน ขา๎ ราชการบานาญ สังกัดสาขาวชิ าหลกั สตู รและการจดั การเรยี นร๎ู รองศาสตราจารย๑ ดร.พรชยั หนแู กว๎ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาญจนบรุ ี ข๎าราชการบานาญ สังกัดสาขาวชิ าหลกั สตู รและการจดั การเรียนร๎ู รองศาสตราจารย๑ ดร.ศภุ ลักษณ๑ สัตย๑เพริศพราย มหาวิทยาลยั ราชภฏั กาญจนบรุ ี รองคณบดี คณะมนุษยศาสตรแ๑ ละสงั คมศาสตร๑ ดร.สัมพนั ธ๑ สกุ ใส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภมู ิ วิทยาเขตหันตรา อาจารยค๑ ณะครศุ าสตร๑ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมํบู า๎ นจอมบึง อาจารย๑ ประภาช วิวรรธมงคล นักวิชาการชานาญการ สถาบันวิจยั และพัฒนา นายเรวตั ตะ กิจจานุลักษ๑ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั กาญจนบุรี 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook