บทท่ี 5 ระบบบัญชีเดย่ี วแนวคิด ระบบบัญชีเด่ยี ว เป็นการบันทกึ บัญชีท่ีไม่สมบรู ณ์ ไม่ถกู ต้องตามหลักการบญั ชที ี่รับรองโดยทว่ั ไป เปน็ลักษณะเหมือนกบั การบนั ทึกความทรงจา ซึ่งกจิ การส่วนใหญท่ ี่บนั ทึกบัญชตี ามระบบบญั ชีเด่ยี วนเี้ ปน็ กจิ การทมี่ ีขนาดเล็ก หรือเปน็ กิจการพ่อคา้ คนเดียวซงึ่ เจ้าของกจิ การจะดาเนนิ การจัดทาบญั ชเี อง จะบันทกึ รายการทส่ี าคัญเกีย่ วกับการรับ - จ่ายเงินเปน็ สว่ นใหญ่ และโดยทว่ั ไปไมต่ ้องเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื การตดั สนิ ใจในการบริหารงาน เพราะเปน็ ผู้ลงมอื ปฏิบตั ิงานในการบริหารร้านค้าอยูแ่ ล้ว ทั้งผ้ทู รี่ ับผดิ ชอบเกย่ี วกับการบนั ทึกบัญชไี ม่มีความรูเ้ กี่ยวกับหลกั การบันทึกบญั ชีสาระการเรียนรู้ 1. ความหมายและลกั ษณะของระบบบญั ชเี ดยี่ ว 2. สมดุ บัญชที ่ีใช้ในระบบบญั ชีเด่ยี ว 3. งบแสดงฐานะทางการเงินของกจิ การ 4. การคานวณกาไรขาดทนุ ตามระบบบญั ชเี ดยี่ วผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั หลังจากนกั เรียนศึกษาเนอื้ หา และทากิจกรรมตามทกี่ าหนดแล้ว นกั เรยี นสามารถ 1. อธบิ ายความหมายและลักษณะของระบบบญั ชีเดีย่ วได้ 2. บอกสมดุ บญั ชที ใ่ี ช้ในระบบบญั ชเี ด่ยี วได้ 3. จดั ทางบแสดงฐานะทางการเงนิ ของกจิ การได้ 4. คานวณกาไรขาดทนุ ตามระบบบัญชเี ดย่ี วได้
2บทนา ธุรกิจการค้าโดยสว่ นใหญจ่ ะทาการบนั ทกึ บญั ชตี ามหลกั บญั ชคี ู่ (Double Entry System) ซง่ึจะบันทกึ รายการค้าทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามหลักการบัญชีท่ีรับรองโดยท่วั ไป โดยเริ่มจากการบันทกึ รายการค้าในสมดุ บันทกึ รายการข้นั ต้นแลว้ ผ่านรายการไปยงั บญั ชีแยกประเภทท่ีเก่ียวข้อง และเม่อื วันสน้ิ งวดบญั ชีจะทาการรวบรวมยอดในบัญชีแยกประเภทเพอื่ จัดทางบทดลอง และจดั ทารายงานทางการเงินของกจิ การไดโ้ ดยถกู ตอ้ งสมบูรณ์ เพ่ือเสนอตอ่ ผ้บู ริหาร เจ้าหนี้ หรอื นกั ลงทนุ เพือ่ ใช้ในการตดั สนิ ใจในการลงทุนต่อไป แตก่ ย็ งั มีกจิ การบางแหง่ ท่ีจดั ทาบญั ชไี มถ่ กู ตอ้ งตามหลกั บญั ชีค่เู น่ืองจากเจา้ ของกิจการเปน็ ผู้ดูและรบั ผิดชอบกจิ การเอง ทัง้ ผทู้ ่รี บั ผดิ ชอบเกยี่ วกับการบันทกึ บัญชีไม่มีความรู้เกยี่ วกบั หลกั การบันทกึ บัญชที ี่รบั รองโดยทว่ั ไป ซ่งึ การบนั ทึกบญั ชตี ามระบบนเ้ี รยี กวา่ “ระบบบัญชีเด่ียว”ความหมายและลกั ษณะของระบบบัญชเี ด่ยี ว ระบบบญั ชเี ดี่ยว (Single Entry System) หมายถงึ ระบบการบันทกึ บัญชที ีไ่ ม่สมบูรณไ์ ม่ถูกตอ้ งตามหลักการบนั ทกึ บญั ชที ร่ี ับรองโดยทัว่ ไป โดยจดบนั ทกึ เฉพาะรายการทสี่ าคญั ๆ เชน่ การจ่ายเงิน การรับชาระหน้ี เป็นต้น โดยรายการที่จดบันทกึ อาจบนั ทึกรายการด้านเดบติ หรือเครดิตเพยี งด้านเดียวเฉพาะบัญชที ่เี กย่ี วขอ้ งเทา่ นน้ั หรือบางรายการอาจมเี พียงการจัดทาเอกสารหลักฐานไว้เทา่ น้ันลักษณะของระบบบญั ชีเดี่ยว จากท่ไี ด้กล่าวข้างตน้ แลว้ ว่ากิจการทบ่ี ันทกึ บญั ชีตามระบบบัญชีเด่ยี วนีส้ ว่ นใหญเ่ ป็นกิจการขนาดเล็ก หรือเจ้าของกิจการเปน็ ผคู้ วบคมุ ดูแลรบั ผิดชอบกจิ การเอง ซึง่ มีรายการค้าที่เกดิ ข้นึ ไม่มากนัก หรอื อาจจะเป็นสาเหตุจากการจัดต้งั กิจการใหม่ ซึง่ ผทู้ ร่ี บั ผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารงาน และผทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบในการบนั ทึกบัญชไี ม่มีความรเู้ กี่ยวกับหลกั การบนั ทึกบญั ชีท่รี ับรองโดยทวั่ ไป หรอื อาจเนื่องจากขอ้ มลู บางสว่ นเกดิ การสูญหาย ถูกทาลาย
3สมุดบัญชีทใ่ี ช้ในระบบบญั ชีเดยี่ ว โดยท่วั ไปกจิ การที่บนั ทกึ รายการค้าตามระบบบัญชีเดยี่ วสว่ นใหญเ่ ป็นกิจการขนาดเลก็ หรอืเจา้ ของกิจการเปน็ ผูจ้ ดั ทาบญั ชเี อง จึงไม่เหน็ ความสาคญั ของการจัดทาบัญชีมากนกั อาจมีสมุดบัญชีทใ่ี ช้ดังนี้ 1. สมุดเงินสด เพ่ือใชบ้ นั ทึกรายการเกยี่ วกับการรบั เงิน – จา่ ยเงนิ ประจาวัน ตลอดจนแสดงยอดคงเหลือของเงนิ สด 2. สมุดแยกประเภท จะเปิดขึน้ เพยี งบางบญั ชีทเ่ี จา้ ของกจิ การต้องการทราบขอ้ มลู เทา่ นั้นหรือบางบญั ชที มี่ คี วามสาคญั ตอ่ การดาเนนิ งานเทา่ นั้น ไดแ้ ก่ บญั ชีลูกหน้ี บญั ชีเจ้าหนี้ บัญชีทนุ และเงนิถอน บัญชสี นิ ทรพั ย์ในหมวดทด่ี ิน อาคาร และอปุ กรณ์ เป็นตน้ นอกจากนี้กจิ การที่บนั ทึกบญั ชีตามระบบบัญชีเดยี่ วจะไมเ่ ปดิ บัญชเี ก่ยี วกับบญั ชีรายได้ และคา่ ใช้จ่าย 3. สมดุ รายวันท่วั ไป ใช้บนั ทกึ รายการทีไ่ ม่เกย่ี วกบั เงนิ สด เพ่อื ใช้สาหรบั การบันทึกบัญชีเกีย่ วกับการซอ้ื – ขายสนิ คา้ ที่เป็นเงินเชื่อ การซ้อื ทด่ี นิ อาคาร และอุปกรณ์ เปน็ ต้นงบแสดงฐานะทางการเงนิ ของกจิ การ กิจการที่บันทกึ บญั ชตี ามระบบบัญชีเดยี่ วจะบันทกึ บัญชีเก่ียวกบั บญั ชสี นิ ทรัพย์ หนีส้ ิน และทนุไม่ครบถ้วนสมบรู ณ์ ในการรวบรวมเพอื่ จดั ทารายงานทางการเงินจงึ ไดม้ าจากการตรวจสอบหลักฐาน และการสอบถามขอ้ มลู จากขั้นตอนดังนี้ 1. รวบรวมสินทรพั ย์ หน้ีสิน และทุน ณ วันต้นงวด โดยเก็บยอดจากงบดลุ ณ วนั ส้นิ งวดบัญชีกอ่ น 2. รวบรวมรายการคา้ ท่ีเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งงวด โดยรวบรวมหลกั ฐานจากสมุดเงนิ สด ซึง่ เปน็รายการทมี่ ีการรบั และจา่ ยเงนิ เชน่ การขายสินคา้ เปน็ เงินสด การรบั ชาระหนี้ด้วยเงินสด การซ้ือสินคา้ด้วยเงินสด การจ่ายชาระหน้เี ปน็ เงินสด การจ่ายค่าใช้จา่ ย เปน็ ต้น ซง่ึ จะนายอดท่ีรวบรวมไดจ้ ากหลักฐานและสมดุ เงินสดมาพจิ ารณาสรปุ เปน็ ยอดคงเหลือในวันส้ินงวดบญั ชี 3. รวบรวมสนิ ทรัพย์ หนสี้ ิน และทุน ณ วันสนิ้ งวดบญั ชี ซ่งึ จะได้จากการตรวจสอบ หลกั ฐานหรือจากการตรวจนับและตีราคา ได้แก่ ก. เงนิ สดคงเหลอื ในมอื หรอื เงนิ สดปลายงวด ได้จากยอดคงเหลอื ในสมดุ เงนิ สด หรือจากการตรวจนับเงนิ สดคงเหลือในมือวา่ มียอดคงเหลอื ตรงกันหรอื ไม่
4 ข. เงินฝากธนาคาร ไดจ้ ากการรวบรวมหลกั ฐานจาก ยอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดของธนาคาร (Bank Statement) สาเนาใบนาฝาก และต้นข้วั เชค็ แตถ่ ้าเปน็ การฝากเงินประเภทเงนิ ฝากประจา หรือเงินฝากออมทรัพย์ ก็สามารถดไู ดจ้ ากสมุดคฝู่ าก โดยนายอดดังกลา่ วเปรียบเทียบกับสมดุ เงนิ สด ค. ต๋ัวเงนิ รับ ดจู ากต๋วั เงินรับในมอื เปรียบเทยี บกับทะเบยี นตั๋วเงินรับ หรอื สอบถามจากเจา้ ของกิจการ และกิจการเปน็ ผู้มีสทิ ธิร์ ับเงินตามตว๋ั เงินนัน้ ง. ต๋ัวเงนิ จ่าย ดูจากสาเนาตวั๋ ทีย่ ังไม่ครบกาหนดชาระ สอบถามจากเจ้าของกจิ การเก่ียวกบั ภาระผกู พันท่ีกจิ การมีกับบุคคลภายนอก จ. ลูกหน้ี ทราบได้จากเอกสารเก่ียวกับการขาย ใบกากับสินค้าที่ขายค้างชาระเปรยี บเทียบกบั ยอดคงเหลอื ในบญั ชีลูกหนท้ี ีไ่ ด้จดั ทาไว้ รวมถงึ การขอคายืนยันยอดหนสี้ ินคา้ งชาระ ถา้กิจการคาดวา่ อาจจะมหี นส้ี งสยั จะสูญกจิ การก็สามารถทาประมาณการหนี้สงสยั จะสูญ เพ่อื แสดงเป็นคา่ ใชจ้ ่ายในการคานวณกาไรขาดทนุ ฉ. สินค้าคงเหลือ และวสั ดสุ านกั งาน ทราบได้จากการตรวจนบั ยอดคงเหลือและนามา ตีราคา ณ วนั สน้ิ งวด ช. รายไดค้ ้างรับ ตรวจสอบรายการรับเงินรายไดใ้ นสมดุ เงนิ สดประกอบกบั เอกสารสัญญาวา่ มียอดคงค้างเปน็ จานวนเงินเทา่ ใด ซ. ค่าใช้จ่ายจา่ ยล่วงหนา้ สอบถามจากเจา้ ของกิจการ หรือตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานท่ีเปน็ ภาระผกู พันทีท่ างกจิ การจะจา่ ยชาระ ดูว่ามีค่าใชจ้ ่ายสว่ นใดเป็นการจ่ายเงินของงวดบญั ชีต่อไป ฌ. ทด่ี ิน อาคาร และอุปกรณ์ สอบถามจากเจา้ ของกิจการ หรอื ตรวจสอบจาก เอกสารหลกั ฐาน ตรวจสอบจากทะเบียนคมุ สินทรพั ย์ โดยเปรยี บเทียบดจู ากเอกสารทมี่ ีประกอบกบั มกี ารรับ –จา่ ยเงนิ ในสมุดเกี่ยวกบั สินทรัพย์ถาวรหรือไม่ หลงั จากนัน้ ต้องคานวณค่าเสื่อมราคา ของปที ุกรายการนอกจากท่ีดนิ ท่ีไม่ต้องตง้ั ค่าเสอ่ื มราคา ญ. เจ้าหนี้ ใช้วิธีการรวบรวมยอดจากใบกากบั สินค้า ใบแจ้งหนี้ โดยรวบรวมยอดบลิ คา้ งชาระ เปรยี บเทียบกับยอดจากบัญชเี จา้ หน้รี ายตัวค้างชาระ หรอื จากทะเบียนเจ้าหน้ี และตรวจดูท่ีสมดุ เงินสดวา่ มีการจ่ายเงินระหว่างงวดหรอื ไม่ ฎ. คา่ ใชจ้ า่ ยค้างจ่าย สอบถามจากเจา้ ของกจิ การ หรอื ตรวจสอบจากเอกสารหลกั ฐานที่เปน็ ภาระผูกพันทีท่ างกิจการจะตอ้ งจา่ ยชาระ
5 ฏ. รายไดร้ บั ลว่ งหนา้ ดูจากหลักฐานว่ามีรายไดใ้ ดท่ีได้รบั เงินแล้วแตย่ ังไมไ่ ดใ้ หบ้ ริการกบัลูกค้า หรอื สงั เกตการรับเงินสด ว่ามีรายรบั สว่ นใดซงึ่ เปน็ รายได้ของงวดบญั ชีต่อไป หรืออาจไดร้ ับคาช้แี จงจากเจา้ ของกจิ การ ฐ. หนีส้ ินอื่นๆ ตรวจจากเอกสารหลกั ฐานทเ่ี ปน็ ภาระผกู พันท่ีทางกิจการจะตอ้ งจ่ายชาระ ฑ. ทนุ ได้แกผ่ ลต่างระหวา่ งสินทรพั ย์ และ หน้ีสนิ ณ วนั จดั ทางบดลุ หรือจากสมการบญั ชีสมการบัญชี = หนี้สนิ + ทุน สินทรพั ย์ดังนั้น = สนิ ทรพั ย์ - หนสี้ นิ ทนุ หรือทุนคือมลู คา่ สนิ ทรพั ย์สทุ ธิ แต่มีบางคร้ังไมเ่ ป็นไปตามสูตรดงั กลา่ ว เหตุเพราะเจ้าของกิจการมีการลงทุนเพ่ิม และระหว่างงวดมกี ารถอนเงนิ ไปใช้สว่ นตวั ถา้ เป็นเชน่ น้สี ามารถคานวณทุน ณวันสิ้นงวดบัญชีโดย ทุน ณ วันส้นิ งวด = ทนุ ณ วนั ตน้ งวด + ลงทนุ เพิ่ม – เงนิ ถอน
6ตวั อยา่ ง งบแสดงฐานะทางการเงนิ ของกจิ การ ร้านต้นน้า งบแสดงฐานะการเงนิ ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2550 สนิ ทรัพย์สนิ ทรพั ยห์ มนุ เวยี นเงินสด 26,000.00ลกู หนี้ 90,870.00 87,952.00 2,918.00 23,400.00หกั คา่ เผื่อหนี้สงสยั จะสญู 7,000.00 1,600.00สินค้าคงเหลอืวสั ดุสานกั งานค่าเบีย้ ประกนั จ่ายล่วงหนา้สินทรัพย์ไมห่ มุนเวยี นเครอ่ื งใช้สานกั งาน 30,000.00หัก ค่าเสอื่ มราคาสะสม – เครอ่ื งใช้สานักงาน 10,500.00 19,500.00เครอ่ื งตกแตง่ 16,000.00 11,050.00 30,550.00 176,502.00หกั ค่าเสอื่ มราคาสะสม – เครือ่ งตกแต่ง 4,950.00 รวมสินทรพั ย์ หนส้ี นิ และส่วนของเจา้ ของหน้ีสินหมุนเวียนเจา้ หนี้ 6,230.00 4,100.00ค่าแรงงานค้างจา่ ย 4,200.00คา่ เชา่ รับลว่ งหนา้ 100,000.00หนีส้ ินไมห่ มุนเวยี น 61,972.00 176,502.00เงนิ กู้ 15%ส่วนของเจ้าของทนุรวมหนี้สินและสว่ นของผู้ถอื หนุ้
7 จากตวั อย่างขา้ งต้นจะเหน็ ได้ว่าการจดั ทางบแสดงฐานะทางการเงินของกจิ การเหมอื นกบั การจัดทางบแสดงฐานะทางการเงินตามหลักบัญชคี ู่ ในการเก็บรวบรวมตวั เลข และบัญชีต่าง ๆ นน้ั ส่วนใหญ่ไดม้ าจากการวเิ คราะหจ์ ากหลกั ฐานที่มีอยู่แล้วนามาสรปุ รวบรวมเปน็ บญั ชีตา่ ง ๆ ดังปรากฏขา้ งตน้การคานวณกาไรขาดทุนตามระบบบัญชเี ดย่ี ว การคานวณกาไรขาดทนุ ตามระบบบัญชีเดีย่ ว คานวณได้ 2 วธิ ี คอื 1. การคานวณกาไรขาดทุนโดยการเปรียบเทียบทุน 2. การคานวณกาไรขาดทุนโดยการเปรยี บเทียบรายได้และคา่ ใช้จ่าย1. การคานวณกาไรขาดทุนโดยการเปรยี บเทียบทุน เน่อื งจากการบนั ทกึ บญั ชตี ามระบบบญั ชีเดีย่ ว เปน็ การบนั ทึกบัญชที ี่ไม่สมบรู ณ์ จงึ ไม่สามารถหาผลกาไร ขาดทนุ โดยการเกบ็ ยอดจากสมดุ บญั ชีแยกประเภทได้ ถ้าอยากทราบวา่ ในการดาเนนิ กจิ การของกจิ การมีผลการดาเนินงานเป็นอยา่ งไรต้องทาการคานวณหายอดรายได้ และค่าใชจ้ า่ ยจากหลกั ฐานท่ีกิจการได้ทาไว้ แล้วสรุปยอดตา่ ง ๆ ได้เทา่ ไร จึงจะนาผลสรปุ นั้นมาคานวณหาผลการดาเนินงานได้ แต่ถ้าในกรณที ก่ี ิจการไม่สามารถคานวณหายอดรายได้ และค่าใชจ้ า่ ยได้ กิจการกส็ ามารถคานวณหากาไรขาดทนุ จากการเปรียบเทียบจากทนุ ณ วนั ตน้ งวด และ ทนุ ณ วันส้ินงวดไดเ้ ชน่ กัน เพราะถา้ กิจการดาเนินงานแลว้ ได้ผลกาไรก็จะมผี ลกระทบทาใหท้ ุน ณ วนั สน้ิ งวดนั้นเพิม่ ขึ้น และในทานองเดียวกนั ถา้ ทุนณ วนั สน้ิ งวดลดลง ก็แสดงวา่ ผลการดาเนนิ งานของกิจการนัน้ เกิดการขาดทุน เป็นตน้ จากท่ไี ด้กล่าวมาขา้ งต้นนั้นสามารถสรุปรายการทท่ี าให้ทุนเกิดการเปล่ยี นแปลงที่มีผลตอ่ การดาเนินงาน ท่ที าใหท้ นุ ณ วนั สน้ิ งวดเพ่ิมขึน้ หรอื ลดลง ดังนี้ 1) รายการซงึ่ ทาใหท้ นุ ณ วันสิ้นงวดเพ่ิมข้นึ ได้แก่ ก. รายการเพิม่ ทุน ข. ดอกเบยี้ ซ่ึงคดิ ให้ทนุ ค. เงินเดอื นคิดใหแ้ กผ่ ูเ้ ป็นห้นุ สว่ นท่ีไดร้ บั โดยยงั ไมไ่ ดร้ บั เป็นตัวเงนิ สด ง. ผลประโยชนอ์ ืน่ ท่ไี ด้รบั โดยยงั ไมไ่ ด้รับเปน็ ตัวเงินสด ทที่ าใหท้ นุ เพม่ิ จ. กาไรสทุ ธิ
8 2) รายการซงึ่ ทาใหท้ ุน ณ วนั สิ้นงวดลดลง ได้แก่ ก. รายการถอนทุน ข. การถอนเงินกาไรไปใชล้ ่วงหน้า ค. ดอกเบย้ี ซ่งึ กจิ การคิดจากยอดการถอนทุน ง. ผลประโยชนอ์ ่ืนท่ีทาให้ทุนลด จ. ขาดทุนสุทธิ ในการคานวณกาไรขาดทนุ โดยการเปรียบเทยี บทุน สามารถคานวณไดจ้ าก 1. ทุนต้นงวด และปลายงวด 2. รายการเปลีย่ นแปลงทุนเกีย่ วกบั การเพ่มิ ทุน เงนิ ถอน และถอนทนุ ทีเ่ กดิ ขึน้ ในระหวา่ ง งวด กรณีที่ 1 ทนุ ต้นงวด และปลายงวด การคานวณกาไร (ขาดทุน) สุทธิ ประจาปี คานวณไดด้ งั น้ี กาไร (ขาดทุน) สทุ ธิ = ทุนปลายงวด – ทนุ ต้นงวดตวั อย่าง เมอื่ วันที่ 1 มกราคม 2550 กจิ การมที ุนตน้ งวดยกมา 50,000 บาท และในวนั ที่ 31 ธันวาคม 2550 กจิ การมีทุนคงเหลอื ทง้ั ส้ิน 68,000 บาท การคานวณกาไรสทุ ธิหรือขาดทนุ สทุ ธจิ ะคานวณไดด้ ังนี้ ทนุ 31 ธนั วาคม 2550 68,000 บาท หกั ทุน 1 มกราคม 2550 50,000 บาท 18,000 บาท กาไรสุทธิปี 2550หรอื ตัวอยา่ ง เมอื่ วันท่ี 1 มกราคม 2550 กจิ การมีทุนต้นงวดยกมา 50,000 บาท และในวันที่ 31 ธันวาคม 2550 กิจการมีทนุ คงเหลอื ท้งั ส้นิ 48,000 บาท การคานวณกาไรสุทธหิ รือ ขาดทนุ สทุ ธิจะคานวณไดด้ ังน้ี ทนุ 31 ธนั วาคม 2550 48,000 บาท หัก ทนุ 1 มกราคม 2550 50,000 บาท 2,000 บาท ขาดสุทธิปี 2550
9กรณีท่ี 2 มีการเปลยี่ นแปลงทนุ เกย่ี วกับการเพิ่มทนุ เงนิ ถอน และถอนทุนในระหวา่ งงวด จากตัวอยา่ งขา้ งตน้ จะเห็นไดว้ ่ากิจการจะต้องทราบทนุ ณ วันต้นงวด และ ทนุ ณ วนั สิน้ งวดเพอ่ืนาทนุ ดังกลา่ วมาคานวณหากาไรขาดทนุ ของกิจการโดยกจิ การสามารถเก็บยอดไดจ้ าก ทุน ณ วนั ต้นงวด สามารถหายอดไดจ้ ากงบแสดงฐานะทางการเงินสน้ิ งวดบัญชีก่อน ทุน ณ วันสนิ้ งวด สามารถหายอดได้จากงบแสดงฐานะทางการเงินสิน้ งวดบัญชีปัจจบุ ัน แต่ในบางครง้ั ไมเ่ ปน็ ไปตามทต่ี ัวอย่างขา้ งตน้ เพราะเจ้าของกจิ การได้มกี ารนาเงินสด หรอืสินทรพั ยอ์ ืน่ ๆ มาลงทนุ เพมิ่ หรือเจา้ ของกจิ การไดม้ ีการถอนเงนิ ทนุ เป็นต้น ถา้ เปน็ เชน่ น้สี ามารถตรวจสอบไดจ้ ากสมุดเงนิ สดวา่ มรี ายการเพิ่มทุนหรอื ถอนทุนหรือไม่ สามารถวิเคราะห์การเปลีย่ นแปลงทนุ ระหว่างงวด โดยเปิดแยกประเภทบัญชที ุน ดังน้ีถอนทนุ บญั ชีทุน XXเงินถอน (ถอนใชส้ ว่ นตวั ) XXยอดยกไป (ทุนปลายงวด) XX ยอดยกมา XX XX เพิ่มทุน XX กาไรสุทธิ XX XX ในกรณีทม่ี ีรายการเก่ยี วกับทนุ ดังกล่าวขา้ งตน้ สามารถนามาคานวณหากาไร (ขาดทุน) สทุ ธิ ในรปู สมการ สรุปไดด้ ังนี้ กาไร (ขาดทนุ ) สุทธิ = ทุนปลายงวด + ถอนทุน + เงินถอน – ทนุ ตน้ งวด – เพ่ิมทนุทนุ 31 ธันวาคม 255X XXบวก ถอนทุน XX XX XX ถอนใชส้ ่วนตวั XXหกั ทนุ 1 มกราคม 255X XX เพ่มิ ทนุ XX XX กาไร หรอื ขาดสทุ ธปิ ี 255X XX
10ตัวอย่าง กิจการแห่งหน่งึ มีสนิ ทรัพยแ์ ละหน้สี นิ ใน ดังน้ี สินทรัพย์ 1 ม.ค.255X 31ธ.ค.255X หน้ีสนิ 80,000 100,000 20,000 25,000วิธกี ารคานวณ ทนุ 31 ธันวาคม 25255X (100,000-25,000) 75,000 หกั ทุน 1 มกราคม 25255X (80,000-20,000) 60,000 15,000 กาไรสทุ ธปิ ี 25255X หรอื กรณีท่มี กี ารเปล่ยี นแปลงทุนท้ังเพิม่ ขึ้นและลดลงในงวดบญั ชี จงึ จาเป็นตอ้ งนารายการน้นัมาพจิ ารณาประกอบในการคานวณดว้ ยตวั อยา่ ง เมอื่ วันที่ 1 มกราคม 2550 กิจการมที นุ ต้นงวดยกมา 50,000 บาท และในวนั ที่ 31 ธันวาคม 2550 กจิ การมที นุ คงเหลือท้ังส้ิน 110,000 บาท ในระหว่างปีมกี ารนาเงินมา ลงทนุ เพม่ิ 30,000 บาท ถอนทนุ คืน 18,000 บาท ถอนใช้สว่ นตวั 6,000 บาท การ คานวณกาไรสทุ ธหิ รือขาดทนุ สทุ ธิจะคานวณได้ดงั นี้ ทนุ 31 ธันวาคม 2550 110,000 บวก ถอนทนุ 18,000 6,000 24,000 ถอนใชส้ ่วนตวั 134,000 หกั ทนุ 1 มกราคม 2550 50,000 เพมิ่ ทนุ 30,000 80,000 กาไรสุทธปิ ี 2550 54,000ถอนทนุ บญั ชที ุน 50,000เงินถอน 18,000 ยอดยกมา 30,000 6,000 เพ่ิมทนุ
ยอดยกไป (ทุนปลายงวด) 11 54,000 134,000 110,000 กาไรสุทธิ 134,000 สรุป ระบบบัญชเี ดี่ยว เป็นการบันทึกบญั ชที ไ่ี มส่ มบรู ณ์ ไม่ถูกต้องตามหลักการบญั ชีทรี่ บั รองโดยทวั่ ไป เป็นลกั ษณะเหมือนกบั การบนั ทกึ ความทรงจา ซ่งึ กิจการสว่ นใหญท่ ่บี ันทกึ บัญชตี ามระบบบญั ชเี ดี่ยวน้เี ปน็ กิจการท่มี ีขนาดเล็ก ท้งั ผู้ท่ีรับผดิ ชอบเก่ยี วกบั การบนั ทกึ บัญชี ไมม่ ีความรู้เกีย่ วกับหลกั การบันทกึ บัญชี ในการจัดทางบแสดงฐานะทางการเงนิ นั้นแสดงเหมือนกับงบแสดงฐานะทางการเงินของกจิ การทีบ่ ันทึกบญั ชีตามหลกั บญั ชีคู่ สาหรับการคานวณกาไรขาดทุนจากการดาเนินงานถา้ กจิ การไมส่ ามารถคานวณหารายได้ และค่าใชจ้ า่ ยได้ ก็สามารถคานวณกาไรขาดทุนจากการดาเนินงานโดยการเปรยี บเทียบทนุ
12 แบบประเมนิ ผลการเรียนร้บู ทท่ี 1ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ถี กู ที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว1. ระบบบัญชเี ดี่ยว คอื ข้อใดก. Double Entry System ข. Single Entry Systemค. Statement of Affains ง. Profit and Loss2. ระบบบญั ชเี ด่ียว หมายถึงข้อใดก. การบันทกึ บญั ชตี ามหลกั บัญชที ร่ี บั รองข. การบนั ทกึ บัญชีทั้งด้านเดบิตและเครดติค. การบันทกึ บัญชีท่ไี มส่ มบรู ณ์ง. การคานวณหายอดคงเหลือทกุ บัญชี3. สมดุ บญั ชตี ามข้อใดทีน่ ิยมใชส้ าหรบั กจิ การที่บนั ทกึ บัญชีตามระบบบญั ชเี ดีย่ วก. สมดุ รายวนั ซื้อ ข. สมดุ รายวนั ขายค. สมุดรายวนั รับเงิน ง. สมดุ เงนิ สด4. ขอ้ ใดท่ีตอ้ งจดั ทาบัญชแี ยกประเภทก. บัญชีเจา้ หน้ี ข. บัญชีรายไดต้ ่างๆค. บญั ชเี กย่ี วกบั คา่ ใชจ้ ่ายตา่ งๆ ง. บญั ชเี งินสด5. ถ้าตอ้ งการทราบยอดคงเหลอื ในบญั ชีธนาคารควรตรวจสอบตามขอ้ ใดก. รวบรวมหลักฐาน ใบแจง้ ยอดเงินฝากธนาคาร สาเนาใบนาฝาก ต้นขวั้ เช็คข. จากการตรวจนับ และ ตรี าคาค. จากการสอบถามเจ้าของกจิ การ และสาเนาตั๋วท่ยี ังไม่ครบกาหนดง. จากเอกสารเก่ียวกับใบกากบั สินค้า6. สว่ นใหญใ่ นการใชร้ ะบบบัญชเี ดย่ี วจะใชก้ บั กิจการประเภทใดมากที่สุดก. กจิ การขนาดเล็ก ข. กิจการทกุ ประเภทค. กจิ การพอ่ ค้าคนเดียว ง. ข้อ ก. และ ค. ถูกตอ้ ง7. ขอ้ ใดเป็นการคานวณหากาไรขาดทนุ ตามระบบบัญชีเดี่ยวก. ทนุ ตน้ งวด – ทนุ ปลายงวดข. ทนุ ปลายงวด – ทนุ ตน้ งวด - เพม่ิ ทุนค. ทุนปลายงวด – ทุนต้นงวด + เพม่ิ ทุน
13ง. ทนุ ปลายงวด–ทุนตน้ งวด–เพ่ิมทนุ -เงินถอน8. รายการท่ีทาใหท้ ุน ณ วนั ต้นงวดเพ่ิมข้ึนได้แก่ขอ้ ใดก. รายการเพิ่มทนุ ข. รายการถอนทุนค. ดอกเบี้ยซงึ่ กจิ การคิดจากยอดการถอนทนุ ง. การถอนเงนิ กาไรไปใช้ลว่ งหนา้9. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ต้องก. การใชร้ ะบบบัญชีเดย่ี วไมจ่ าเปน็ ต้องมีบัญชเี จา้ หน้ีข. การใช้ระบบบัญชีเด่ียวการจ่ายเงนิ ทุกครัง้ ต้องบันทกึ ท่ีสมุดเงินสดค. การใช้ระบบบญั ชีเด่ยี วเก่ยี วกับซอื้ สินคา้ หรือบรกิ าร หรอื สง่ิ ของเป็นเงนิ เชอ่ื ต้องบนั ทึกท่ีสมุดเงนิ สดง. ไมม่ ขี อ้ ใดถกู ทส่ี ุด10. กจิ การซ้อื สนิ ค้าเป็นเงนิ สดเมอ่ื ได้รบั เอกสารทางการค้าส่ิงแรกท่ีตอ้ งปฏิบตั ิก. บนั ทึกบัญชที ่ีสมดุ เงินสดข. บันทึกบญั ชีในบญั ชีแยกประเภทค. ไม่ตอ้ งบันทึกบัญชีเพราะจ่ายชาระเงินแลว้ง. ไม่มขี ้อใดถกู ทส่ี ุดตอนที่ 2 กจิ กรรมปฏบิ ัติขอ้ 1 กจิ การแห่งหนง่ึ เมอื่ วันที่ 1 มกราคม 2550 กิจการมสี ินทรพั ย์ยกมา 120,000 บาท หนีส้ นิ 26,000 บาท และในวันที่ 31 ธนั วาคม 2550 กิจการมสี ินทรพั ย์คงเหลือ 160,000 บาท หนีส้ ิน 22,000 บาทให้ทา คานวณหากาไรขาดทุนสุทธิตามระบบบัญชเี ดย่ี วข้อ 2 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 กิจการมที ุนตน้ งวดยกมา 80,000 บาท และในวนั ที่ 31 ธนั วาคม 2550 กจิ การมที นุ คงเหลอื ท้ังสิ้น 120,000 บาท ในระหว่างปีมีการนาเงนิ มา ลงทุนเพม่ิ 12,000 บาทให้ทา คานวณหากาไรขาดทุนสทุ ธติ ามระบบบญั ชีเด่ียว
14ข้อ 3 จากข้อมูลขา้ งล่างน้ใี ห้คานวณหากาไรขาดทนุ สทุ ธิตามระบบบัญชเี ด่ียว ทุนต้นงวด ทุนปลายงวด เพม่ิ ทุน ถอนทนุ ถอนใช้สว่ นตวั1. 60,000 56,000 - - -2. 80,000 100,000 20,000 50,000 -3. 100,000 170,000 30,000 - 5,0004. 200,000 300,000 50,000 45,000 15,0005. 150,000 180,000 10,000 15,000 -ข้อ 4 เม่ือวนั ท่ี 1 มกราคม 2550 กจิ การมที นุ ต้นงวดยกมา 80,000 บาท และในวนั ที่ 31 ธันวาคม 2550 กจิ การมีทุนคงเหลอื ทั้งสน้ิ 110,000 บาท ในระหวา่ งปีมีการนาเงนิ มา ลงทุนเพมิ่ 50,000 บาท ถอนทุนคนื 20,000 บาท ถอนใชส้ ว่ นตวั 10,000 บาทใหท้ า คานวณหากาไรขาดทุนสทุ ธติ ามระบบบญั ชเี ดี่ยวขอ้ 5 รา้ น นา้ ใจ มสี นิ ทรัพย์และหนี้สินดังนี้ เงนิ สด 1 ม.ค.2550 31ธ.ค.2550 ลกู หนี้ 55,000 70,000 ค่าเผือ่ หนสี้ งสัยจะสูญ 70,000 90,000 สนิ ค้าคงเหลอื (1,500) (1,800) วสั ดสุ านักงาน 47,000 30,000 คา่ เบย้ี ประกนั จ่ายลว่ งหน้า 2,000 1,200 อาคาร 8,000 800 คา่ เส่ือมราคาสะสม-อาคาร 180,000 180,000 เครอื่ งใชส้ านกั งาน (80,000) (89,000) คา่ เสอ่ื มราคาสะสม-เครอื่ งใชส้ านักงาน 23,000 23,000 เจา้ หน้ี (9,000) (13,600) เงินกู้ 12% 30,000 30,000ใหท้ า คานวณหากาไรขาดทนุ สทุ ธิตามระบบบญั ชีเด่ียว 80,000 70,000
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: