เทคโนโลยีดีจิทนั เพอื่ การจดั การอาชีพ เสนอ อาจารย์ เกสร เทยี นใต้ จดั ทำโดย นาย อดิเทพ แซม่ ้า นกั ศกึ ษาลาดบั ชนั้ ปวส 1 สาขาไฟฟ้ ากาลงั รายงานเลม่ นีเ้ป็นสว่ นหน่งึ ของวิชาเทคโนโลยีดิจิทลั เพ่อื การ จดั การอาชีพ รหสั วชิ า 3001-2001 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ศษา 2563 วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาเถินเทคโนโลยี อ.เถิน จ.ลาปาง
ก คานา ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเป็นปัจจัยท่ีมีความสาคัญอย่างย่ิงในการดาเนินชีวิตของ มนษุ ย์ มกี ารนามาใชง้ านกนั อยา่ งแพรห่ ลายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพ่ือเพ่ิมประสิทธภิ าพและผลผลิตในการ ดาเนินงาน ระบบสื่อสารโทรคมนาคมมีความก้าวหน้ามากทาให้ข้อมูลข่าวสารเกิดการแพร่กระจายอย่าง รวดเร็วเข้าสู่ยุคสังคมสารสนเทศอย่างไร้ขีดจากัดก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและ ย่ังยืน ซึ่งในการดาเนินการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดทัดเทียมสู่ระดับสากลได้น้ัน จาเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรบุคคลซ่ึงเป็นรากฐานที่สาคัญในการผลักดันและขับเคล่ือนกลไกต่างๆให้เกิด ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ระบบการศึกษาซ่ึงเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศจึงจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งปรับเปล่ียน ให้ทันยุคสมัยทันเพื่อพร้อมท่ีจะก้าวเข้าสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ท่ีแท้จริงการเตรียมคนเข้าสู่ยุ ค เทคโนโลยีสารสนเทศจาเป็นต้องมีกลไกต่างๆเพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารอย่างเท่าเทียม และท่ัวถึงโดยเฉพาะข้อมูลความรู้ท่ีผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร (Digital Divide) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการ พฒั นานกั เรียนเกิดองค์ความรใู้ หมแ่ ละสามารถนามาประยุกตใ์ ช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุดตอ่ การเรีย จดั ทาโดย (นายอดิเทพ แซม่ า้ )
ข หน้า สารบญั 1-2 8-10 เร่ือง 11-15 แสดงความรู้เก่ียวกบั หลกั การและกระบวนการ ใช้คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณ์โทรคมนาคมในการสืบคน้ 16-20 จดเกบ็ คน้ คืน สง่ ผา่ นและจดั ดาเนินการข้อมูลสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ นาเสนอและสื่อสารข้อมูลสารสนเทศในงานอาชพี โดยประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมสาเร็จรูป ค อ้างองิ
1 การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในยคุ Digital เขา้ มาช่วยในการจดั ทากลยทุ ธ์ดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในยคุ Digital เข้ามาชว่ ยในการจดั ทากลยทุ ธ์ด้านเทคโนโลยี สารสนเทศได้อย่างไร เน่ืองจากเทคโนโลยีที่มีพฒั นาการเร็วทาให้การลงทนุ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับ องค์กร มีมากขนึ ้ ดงั นนั้ ในการจดั ทากลยทุ ธ์ทางด้านด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจงึ จาเป็นต้องมีการพฒั นา ตามไปด้วยเพ่ือให้ทนั กบั สารสนเทศในยคุ ดจิ ิตอลตามไปด้วย ประเดน็ สำคัญท่ตี ้องมีกำรศกึ ษำเทคโนโลยีสำรสนเทศกับกำรวำงแผนกลยทุ ธ์ขององค์กร เร่ืองเกี่ยวกบั นโยบายและการวางแผนงานสาหรับการจดั การสารสนเทศสาหรับองค์กร โดยเน้นการทางาน ภายใน และการทางานร่วมกนั ระหวา่ งกนั ยทุ ธศาสตร์การวางแผนจากการที่อปุ กรณ์ ICT ถกู ลง และอินเทอร์เน็ตก้าวหน้า การวางแผนสร้างอานาจการแขง่ ขนั ด้วย e-Model เรื่องเก่ียวกบั e-model ท่ีมีความสมั พนั ธ์กบั information technology การวางแผนทางานร่วมกนั Collaboration Business IT solution ท่ีนามาใช้ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ให้สอดคล้องกบั กลยทุ ธ์ Value Chain Model มองแนวโน้มของ New economy โลกใหมข่ องการดาเนินการใน e-Business แรงกดดนั ท่ีสาคญั ตอ่ การเปล่ียนแปลงองค์กรและการพฒั นาระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารในองค์กร การวางแผนโดยใช้ IT/IS SCM CRM และ e-Business ความสาคญั ของธุรกิจในยคุ e-Age ประเดน็ เหลา่ นีล้ ้วนสง่ ผลตอ่ การศกึ ษาเทคโนโลยีสารสนเทศกบั การวางแผนกลยทุ ธ์ขององค์กรทงั้ สนิ ้ ยุทธศำสตร์ทำงเทคโนโลยีสำรสนเทศท่สี ำคัญขององค์กร o การเข้าใจส่ิงแวดล้อมและการเปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็ว o การทางานร่วมกนั และ ยทุ ธศาสตร์การใช้สารสนเทศในการรวมกนั เพื่อการแขง่ ขนั o Business Value Chain Model o E-Business ขององค์กรบน พืน้ ฐาน C-Business o New IT solution และ กลยทุ ธ์การใช้ไอซีทีภายใต้ข้อจากดั ขององค์กร เทคโนโลยีที่มีพฒั นาการอยา่ งรวดเร็วทาให้เกิดการลงทนุ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับ องคก์ รได้แก่
2 เทคโนโลยีการประมวลผล เทคโนโลยีการจดั เก็บข้อมลู เทคโนโลยีการส่ือสารข้อมลู เทคโนโลยีการแสดงผลและการพมิ พ์ พฒั นาการของไอที และ อนิ เทอร์เน็ตและแนวโน้มในยคุ Digital ได้แก่ พฒั นาการเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์(ไมโครโปรเซสเซอร์) ฮาร์ดแวร์พฒั นาให้มีขนาดเลก็ ลง เร็วขนึ ้ แนวโน้มประสิทธิภาพสงู ขนึ ้ ราคาลดลง ผลิตมากขนึ ้ ใช้พลงั งานไฟฟ้ าน้อยลง การพฒั นาไปสกู่ ารเชื่อมโยงอปุ กรณ์และระบบตา่ งๆเข้าด้วยกนั Internet of Thing (IoT) แนวโน้มเข้ำสู่ระบบ เศรษฐกิจใหม่ Digital Economy (New Economy) ระบบเศรษฐกิจท่ีพง่ึ พาข้อมลู ขา่ วสาร เอกสารและ ส่งิ พมิ พ์ แบบดจิ ิตอล(electronics document) ทกุ อณขู องส่งิ ท่ีเป็นขา่ วสารกาลงั แปรเปล่ียนเป็นดจิ ิตอล เศรษฐกิจดจิ ิตอลจงึ เก่ียวโยงกบั ยคุ ของ e e-Business - การทาธรุ กรรม การแลกเปล่ียนข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ (EDI) e-Commerce - การค้าขายผา่ นเครือขา่ ย(virture shopping) e-Thailand - e-Wisdom e-Planing e-Meeting etc. e-Cash - การใช้เงินตราอเิ ล็กทรอนิกส์ e-Money,e-Banking, e-Book, e-Library, e-Classroom, e-Learning, e-Magazine, e-Journal, etc. แรงกดดนั ท่ีทาให้ต้องจาเป็นต้องมีการวางแผนกลยทุ ธ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แรงกดดันทำงเทคโนโลยี • นวตั กรรมทางเทคโนโลยีตา่ งๆ รวมถึงทางด้านไอทีด้วยทาให้เทคโนโลยีปัจจบุ นั เกิดความล้าหลงั เพ่ือให้ แขง่ ขนั กบั คตู่ อ่ ส้ไู ด้ องค์กรจงึ อาจจาเป็นต้องรับเอานวตั กรรมทางเทคโนโลยีหนงึ่ มาใช้งานเพื่อให้สามารถ แขง่ ขนั ได้กบั ผ้อู ่ืน • ปริมาณข้อมลู อนั มากมายมหาศาล ต้องมี Information Management ที่ดี แรงกดดันทำงกำรตลำด • เศรษฐกิจในปัจจบุ นั เป็นเร่ืองระดบั โลก (Globalization) – อนิ เตอร์เน็ตซง่ึ เป็นสว่ นหนงึ่ ของอีคอมเมิร์ชเป็นปัจจยั อนั หนง่ึ ท่ีทาให้การแขง่ ขนั เข้มข้นและรุนแรงมากยง่ิ ขนึ ้
3 – ลกู ค้าที่ชาญฉลาด รู้จกั เลือกหาสินค้าที่เหมาะสม แรงกดดันทำงสังคม • ความสมั พนั ธ์ระหว่างองค์กรกบั สงั คม อาทิ การเพิ่มหรือตดั งบประมาณของรัฐบาลจะมีผลตอ่ องค์กรใน ภาครัฐ จริยธรรมทางสงั คม ไอทีสนับสนุนงำนท่สี ำคัญ เน่ืองจากแรงกดดนั จงึ ต้องมีแรงต้าน IT ชว่ ยสร้างฐานการตอ่ ต้านการกดดนั ได้ดี เพ่ิมขีด ความสามารถในเร่ืองการแข่งขนั โดยการเทคโนโลยรสารสนเทศมาใช้สนบั สนนุ ทกุ สว่ นงานขององค์กรเพื่อ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการวางแผนกลยทุ ธ์ในการดาเนินงานขององคก์ รทงั้ หมดนนั่ เอง นอกจากนีก้ ารพฒั นาของเทคโนโลยีสาระสนเทศในยคุ ดจิ ิตอลยงั ทาให้เกิดผลท่ีตามมาคอื ลดคนกลาง หรือตวั กลาง ลดขนั้ ตอนลง ลดระยะเวลา การดาเนินการตรง และการดาเนินการแบบร่วมมือกนั แลกเปล่ียนขา่ วสารโดยตรง ระบบ online เข้ามามีบทบาทมากขนึ ้ Integration System การรวมระบบการทางานบางสว่ นเข้าด้วยกนั งานสว่ นใหญ่ใช้พืน้ ฐานทางด้านไอที ดงั นนั้ จงึ ต้องมีความรู้ และใช้งานได้ เพ่ือเพิ่มประสทิ ธิภาพของงาน วำงแผนยุทธศำสตร์สำหรับเทคโนโลยสี ำรสนเทศยุคใหม่ มีความต้องการใช้วธิ ีการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างกลยทุ ธ์สารสนเทศแนวใหม่ ให้ความสาคญั ในเรื่อง web-based IT เพ่ือรองรับงานทางด้านสารสนเทศ มีการแขง่ ขนั ในระดบั Global competition บนพืน้ ฐานการให้บริการ มีการพฒั นาทางด้านสารสนเทศ ต้องมีขนึ ้ ตลอดเวลา
4 o ต้องให้ความสาคญั ของอินเทอร์เน็ต สาหรับการประยกุ ต์ระบบโลกาภิวตั น์ o Web-based applications สาหรับการให้บริการลกู ค้า Ubiquatous เพื่อเช่ือมโยงได้ทกุ ท่ี o ต้องการสร้างนวตั กรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ แนวโน้มของกำรใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศในยุค Digital การเจริญเตบิ โตของเทคโนโลยี ICTที่มีความก้าวหน้ารวดเร็วมาก แรงขบั ดนั จากเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตและ www สงั คมดจิ ติ อลและ digital divide ทาให้เกิดความกงั วลในเรื่องความแตกตา่ ง ทางด้านการใช้ขา่ วสาร ความสามารถของการแขง่ ขนั ตา่ งกนั มาก สาหรับผ้มู ีเทคโนโลยีในมือ การทางานร่วมกนั เพ่ือผลประโยชน์ร่วมกนั (รูปแบบการทางานในทกุ องค์กร c-Business (Collaboration Business Model, Value Chain Model) เกิดสภาพการทางานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดมิ โดยใช้ไอซีที่เป็นเคร่ืองมือหลกั ในการดาเนนิ การ การเตบิ โตของ Web Technology, EDI และการใช้ประโยชน์จาก Web Serviceให้การทางานแบบ Virtual มี โมเดลใหมข่ องกระบวนการทางธุรกิจ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตทาให้เกิดระบบเศรษฐกิจใหม่ และ c-Commerce ดงั นนั้ จงึ ต้องมีการปรับตวั ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยร่วมกบั การวางแผนทางด้านกลยทุ ธ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
5 รูปแสดงกำรจัดกำรทำงด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศสำหรับองค์กร รูปแสดงกำรวำงแผนเช่ือมโยงระบบสำรสนเทศเพ่ือกำรบริหำรองค์กรยุคใหม่
6 รูปแสดงกำรใช้งำนบนเครือข่ำยระบบสำรสนเทศท่ีเพ่มิ มำกขนึ้ รูปแสดงตวั อย่ำงกำรเช่ือมโยงระหว่ำงองค์กรและลูกค้ำบนเครือข่ำย กำรทำงำนร่ วมกันระหว่ ำงองค์ กรโดยกำรใช้ งำนผ่ ำนระบบสำรสนเทศ ในปัจจบุ นั การเชื่อมโยงการทางานระหวา่ งองค์กรมีการเชื่อมโยงโดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการเชื่อมโยงการทางานระหวา่ งองค์กรดงั นี ้ รูปแสดงกำรทำงำนร่วมกันแบบหน่ึงไปหน่ึง (one to one) โดยผ่ำนระบบอินเตอร์เน็ต
7 รูปแสดงกำรทำงำนร่วมกันแบบหน่ึงไปหลำย (one to many) โดยผ่ำนระบบโครงข่ำยสำรสนเทศ รูปแสดงกำรทำงำนร่วมกันแบบหลำยไปหน่ึง (many to one) โดยผ่ำนระบบโครงข่ำยสำรสนเทศ รูปแสดงกำรทำงำนร่วมกันแบบหลำยไปหลำย (many to many) โดยผ่ำนระบบโครงข่ำย สำรสนเทศโดยอำศัยกำรสร้ ำงระบบเว็บเซอร์ วิส
8 สว่ นการทางานร่วมกนั แบบสหกิจ จะเป็นการใช้งานร่วมกนั โดยแบง่ กนั ใช้ทรัพยากรและบคุ ลากรร่วมกนั ยุทธศำสตร์นำเทคโนโลยีสำรสนเทศในยคุ ดจิ ิตอลไปใช้ใน องค์กร IT สร้างการประยกุ ต์งานด้านตา่ งๆที่สร้างความได้เปรียบการแขง่ ขนั IT เป็นอาวธุ ที่สาคญั IT สนบั สนนุ การสร้างกลยทุ ธ์ท่ีมีการเปลี่ยนแปลง , e.g, re-engineering IT สร้างเครือขา่ ยการดาเนินการระหวา่ งกนั IT ทาให้ต้นทนุ โดยรวมลดลง IT สร้างปัญญาให้กบั องค์กร
9 แรงขบั ดนั เพ่ือการแขง่ ขนั ของ องคก์ รทาให้ต้องมีปรับตวั ทางด้านการวางแผนกลยทุ ธ์ทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศได้แก่ ภยั คกุ คามจาก new competitors พลงั อานาจการตอ่ รองของ suppliers พลงั อานาจการตอ่ รองของ customers (buyers) ภยั คกุ คามจาก substitute products or services การแขง่ ขนั จาก existing firms in the industry กลยทุ ธ์กำรตอบสนองทำงด้ำนสำรสนเทศเพ่ือกำรแข่งขัน ระบบกำรประยกุ ต์สำรสนเทศยุคดจิ ติ อลเพ่อื กำรวำงกลยุทธ์ระบบสำรสนเทศในองค์กร การสร้างกิจกรรมในองค์กรเพื่อเพิ่มคณุ คา่ เรียกวา่ “Value System” ทาให้เกิดการทางานร่วมกบั suppliers ท่ีจะเป็น inputs และเพม่ิ คณุ คา่ ด้วย value chains ประยกุ ตไ์ อทีเพื่อใช้เพมิ่ คณุ คา่ ของสินค้าและบริการทงั้ ในสว่ นภายในและภายนอก จดั เป็นพืน้ ฐานของการทา Supply Chain Management มีขบวนการหลายอยา่ งท่ีอยใู่ นองคก์ รที่ทาได้ กรรมวิธีการทางานด้วย transaction และใช้ eDocument สร้างคณุ คา่ เพม่ิ เชน่ ใช้เครือขา่ ยเพ่ือการส่ือสาร email, eSchedule ขบวนการรือ้ ปรับระบบโดยใช้ไอทีนา (BPR) การสร้างความสมั พนั ธ์ลกู ค้า สร้างความสมั พนั ธ์ซพั พลายเออร์ ทำไมต้องทำ BPR (รือ้ ปรับระบบ)และกำรวำงกลยุทธ์ในระบบสำรสนเทศขององค์กร เสริมความต้องการลกู ค้า สร้างอานาจการแขง่ ขนั เปลี่ยนแปลงสภาพการทางานให้ได้ประสิทธิภาพ
10 ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ การร่วมกนั ทางานในองค์กรและประสานการทางาน นวัตกรรมใหม่โดยใช้ระบบสำรสนเทศขององค์กร สร้างรูปแบบการบริการและผลติ ภณั ฑ์ใหม่ โดยใช้ไอที เพ่มิ ขีดความสามารถและขยายการบริการที่ดี สร้างส่งิ บริการท่ีแตกตา่ งจากผ้อู ื่น สร้างการบริการแบบ super system ให้บริการลกู ค้าแบบ customer terminal สามารถสง่ แบบ electronic ได้ ใช้คอมพวิ เตอร์สนบั สนนุ การขาย ใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บกบั งานขาย กำรสร้ำงควำมรอบรู้เพ่ือกำรแข่งขันของ องค์กร ปัจจบุ นั อนิ เทอร์เน็ตเป็นถนนข้อมลู ข่าวสาร เช่ือมทกุ หนแหง่ สร้ างความร้ ูความสามารถในการดาเนินการโดยใช้ ไอที แหลง่ ขา่ วสารมีอยทู่ วั่ ไปที่ต้องรับรู้เร็ว รับรู้ได้มาก และทนั กบั สถานการณ์ ทาให้ต้นทนุ โดยรวมถกู ลง สร้างความแปลกแตกตา่ ง พงุ่ เป้ าสจู่ ดุ มงุ่ หมายท่ีสาคญั วางกลยทุ ธ์โดยใช้ไอทีในการดาเนินการ ให้บริการลกู ค้าท่ีดี สร้างสายใย Supply Chain สร้างสายใยเร่ือง CRM ความสมั พนั ธ์กบั ลกู ค้า สนบั สนนุ การดาเนินการและกิจกรรม ภายในองค์กร ขยายความร่วมพนั ธมติ ร กำรวำงแผนกลยทุ ธ์ไอทีกับแรงกดดันทำงธุรกิจ
11 กำรวำงแผนกลยทุ ธ์ไอทกี ับแรงผลักดันท่มี ีต่อองค์กร • ทศิ ทางของ (กลยทุ ธ์) ไอทีจะต้องสนบั สนนุ และสอดคล้องกบั ทิศทางของ (กลยทุ ธ์) ธุรกิจ โดยมีเง่ือนไขทาง ธุรกิจมาจากดั ขอบเขต • แรงกดดนั เป็นตวั กาหนดสิ่งท่ีจะต้องทา (ทศิ ทางของธรุ กิจ) • เงื่อนไขเป็นตวั จากดั สงิ่ ท่ีสามารถทาได้จริง • แผนกลยทุ ธ์ไอทีเป็นตวั อธิบายวา่ จะทาได้อยา่ งไร ภายใต้เงื่อนไขท่ีมีอยนู่ นั้ กำรกำหนดวสิ ัยทัศน์ไอที • วิสยั ทศั น์ คือภาพของอนาคตท่ีต้องการ • องค์กรต้องกาหนดวสิ ยั ทศั น์ด้านไอทีของตนให้ชดั เจน • วสิ ยั ทศั น์ไอทีต้องสอดคล้องและสนบั สนนุ วิสยั ทศั น์ขององค์กร กำรกำหนดวัตถุประสงค์/เป้ ำหมำย(กำรประยุกต์ไอทใี นองค์กร) • เพ่ือเพ่มิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ทางธรุ กิจ และทาให้การทางานมีผลติ ภาพสงู ขนึ ้ • เพ่ือทาการวิเคราะห์สถานการณ์ในอดีต และทาการวางแผนปรับเปล่ียนองคก์ ร • เพื่อลดขนั้ ตอนในการทางาน และลดขนาดขององคก์ รลง (Downsizing) CIO มีบทบำทหน้ำท่อี ย่ำงไร • เพ่ือกาหนดนโยบายและวิสยั ทศั น์ไอทีขององค์กร • เพ่ือสนบั สนนุ การจดั ทาแผนแมบ่ ทไอที • เพื่อสนบั สนนุ การใช้ทรัพยากรสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ • เพ่ือสง่ เสริมการมีและการใช้ไอที และระบบสารสนเทศในองค์กรอย่างแพร่หลาย และตอ่ เน่ือง กำรอนุมัตแิ ละจัดสรรงบประมำณ • CIO กากบั ให้หนว่ ยงานมีแผนแมบ่ ทด้านไอที
12 • CIO สนบั สนนุ และผลกั ดนั ให้จดั สรรงบประมาณและทรัพยากรอ่ืนๆ ให้เป็นไปตามแผนแมบ่ ทไอที • CIO จดั ทางบประมาณและปรับเปล่ียนให้สอดคล้องกบั สภาพแวดล้อมทงั้ ภายในและภายนอกขององค์กร กำกับกำรพฒั นำระบบสำรสนเทศ • สนบั สนนุ การทางานตามแผนปฏิบตั กิ ารและ สนบั สนนุ ให้มีการปรับปรุงแผนทุกปี • ตดิ ตามความก้าวหน้าของการพฒั นาระบบสารสนเทศขององค์กร • ศกึ ษาสาเหตขุ องปัญหาการพฒั นาระบบและหาแนวทางแก้ไข 1. ควำมหมำยของระบบสำรสนเทศเชิงกลยทุ ธ์ ระบบสำรสนเทศเชงิ กลยุทธ์ (Strategic Information System – SIS) คือ – ระบบสารสนเทศเชิงกลยทุ ธ์ (SIS) คอื ระบบคอมพิวเตอร์ในระดบั ใดก็ตามขององค์การซงึ่ สามารถ เปล่ียนแปลงวตั ถปุ ระสงค์ การดาเนินงาน ผลผลิต การบริการหรือความสมั พนั ธ์กบั สงิ่ แวดล้อมตา่ ง ๆ ของ องค์การ เพื่อท่ีจะสร้างความได้เปรียบในการแขง่ ขนั กบั องคก์ าร (Laudon & Laudon, 1995) – ระบบสารสนเทศเชิงกลยทุ ธ์ (SIS) คอื ระบบสารสนเทศที่สนบั สนนุ หรือสร้างตวั แปรและกลยทุ ธ์ความ ได้เปรียบในการแขง่ ขนั SIS อาจจะเป็นระบบสารสนเทศแบบใดก็ได้ TPS, MRS, DSS, ฯลฯ ท่ีชว่ ยทาให้ ความได้เปรียบในการแขง่ ขนั เพิ่มขนึ ้ ลดความเสียเปรียบในการแขง่ ขนั หรือชว่ ยในการบรรลผุ ลด้านกลยทุ ธ์ อื่น ๆ (Normann, 1994) ระบบสารสนเทศทกุ ชนิดเชน่ EIS, OIS, TPS, KMS—เป็นสว่ นที่ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลง เป้ าหมาย กระบวนการ ผลผลิต หรือสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบตอ่ องค์กร ที่ทาให้ได้เปรียบในการแขง่ ขนั หรือข้อเสียในการแขง่ ขนั • ข้อดีในการแขง่ ขนั – ข้อดีเหนือคแู่ ขง่ ขนั อื่นๆ บางครัง้ เราได้เชน่ ต้นทนุ คณุ ภาพ ความเร็ว – ความแตกตา่ งข้อมลู ของห่วงโซค่ ณุ คา่ – ผลผลิตของพนกั งาน – การปฏิบตั งิ านท่ีมีประสิทธิภาพ Information Technology – Supports Strategic Management Innovative applications: ประยกุ ต์การใช้นวตั กรรมเพ่ือสนบั สนนุ กลยทุ ธ์โดยตรง เพ่ือให้เป็นข้อได้เปรียบ ขององค์กร. Competitive weapons: ระบบสารสนเทศจะชว่ ยให้เป็นอาวธุ ของการแขง่ ขนั ขององค์กร Changes in processes: ไอทีสนบั สนนุ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจท่ีแปลกลยทุ ธ์ให้เป็ นข้อ ได้เปรียบ Links with business partners: ไอทีเป็นตวั เช่ือมให้พนธมติ รทางการค้าได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและ ประสทิ ธิผล.
13 Cost reductions: ไอทีสามารถทาให้บริษทั ลดต้นทนุ . Relationships with suppliers and customers: ไอทีสามารถใช้สร้างความสมั พนั ธ์ของผ้คู ้าสง่ และลกู ค้า เพ่ือสร้ างราคาที่เปลี่ยนแปลง. New products: องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนการลงทนุ ด้านไอทีเพ่ือสร้างผลิตภณั ฑ์ใหมท่ ี่เป็นความต้องการ ของตลาด. Competitive intelligence: ไอทีสามารถสร้างความฉลาดทางธรุ กิจโดยการรวบรวม วิเคราะห์สารสนเทศท่ี เกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑ์ของตลาด คแู่ ขง่ ขนั และสภาพแวดล้อมท่ีเปล่ียนแปลง. กรอบแนวคดิ เร่ืองระบบสำรสนเทศเชงิ กลยุทธ์ ในการนาระบบสารสนเทศมาใช้ในเชิงกลยทุ ธ์ ผ้บู ริหารจาเป็นต้องเข้าใจวา่ IT ไมใ่ ชแ่ คเ่ ครื่อง คอมพวิ เตอร์ ระบบสารสนเทศจะต้องมีองค์ประกอบท่ีสาคญั คือ ข้อมลู หรือ สารสนเทศท่ีป้ อนเข้าสรู่ ะบบ คอมพวิ เตอร์, ฮาร์ดแวร์, ซอฟตแ์ วร์, และเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยต้องพจิ ารณาประกอบกบั ส่ิงแวดล้อม , ความสามารถ, กระบวนการในการทางาน, และระดบั ของการใช้กลยทุ ธ์ในองคก์ รด้วย ความสมั พนั ธ์ของกลยทุ ธ์ด้านตา่ งๆ กลยุทธ์ของธุรกจิ เป็นกรอบสาหรับกลยทุ ธ์ขององคก์ รและกลยทุ ธ์สารสนเทศ, เป็นตวั กาหนดทิศทางของธรุ กิจ, เป็น ตวั กาหนดแผนเพ่ือตอบสนองตอ่ พลงั ของตลาด ความต้องการของลกู ค้าและความสามารถของ องค์กร กลยทุ ธ์ขององค์กร เป็นกลยทุ ธ์ท่ีเก่ียวข้องกบั การออกแบบองคก์ ร ควบคมุ การดาเนินงานขององคก์ รให้บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ ตามกลยทุ ธ์ของธรุ กิจได้ กลยุทธ์ด้ำนสำรสนเทศ ใช้ในการสนบั สนนุ กลยทุ ธ์ของธรุ กิจ และกลยทุ ธ์ขององค์กร และสร้างความได้เปรียบในการแขง่ ขนั Competitive Intelligence ความสาคญั อีกประการหนงึ่ ของการพฒั นาข้อได้เปรียบในการแขง่ ขนั คอื ความต้องการสารสนเทศที่ดี และกิจกรรมของคแู่ ขง่ ขนั . • สารสนเทศจะเป็นตวั ขบั เคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพทางธรุ กิจ
14 – โดยการเพมิ่ ความรู้ด้านการตลาด – บริหารจดั การความรู้ – เพมิ่ คณุ ภาพของการวางแผนกลยทุ ธ์ ผลกระทบของสำรสนเทศต่อกำรแข่งขันในยคุ ดจิ ิตอล กำรแข่งขันจำกคู่แข่ง การแขง่ ขนั จากคแู่ ขง่ เป็นปัจจยั สาคญั ประการหนงึ่ ท่ีทาให้บริษทั ต้องแสวงหาความได้เปรียบใน การแขง่ ขนั ในอตุ สาหกรรมที่มีการแขง่ ขนั อยา่ งรุนแรง ดไู ด้จากต้นทนุ คงที่ท่ีเข้าไปหรือออกไปจาก อตุ สาหกรรม ความแตกตา่ งของผลิตภณั ฑ์มีน้อย การแขง่ ขนั จานวนมาก ความสามารถในการเข้าถึง ชอ่ งทางกระจายสินค้า นโยบายของรัฐบาล ซงึ่ ภายใต้สถานการณ์ดงั กลา่ วบริษัทต้องมงุ่ ปกป้ องสว่ นแบง่ การตลาดของตน ในตลาดท่ีมีการแขง่ ขนั อยา่ งรุนแรง แรงกดดันจำกคู่แข่งขันรำยใหม่ แรงกดดนั จากคแู่ ขง่ ขนั รายใหมเ่ ป็นอีกปัจจยั หนงึ่ ที่ทาให้บริษทั ย่งิ ต้องสร้างความได้เปรียบในการ แขง่ ขนั แรงกดดนั นีจ้ ะเกิดขนึ ้ เม่ือการเข้าและออกจากอตุ สาหกรรมมีต้นทนุ ต่าและเทคโนโลยีที่ใช้ในการ เร่ิมต้นและดาเนินการทางธรุ กิจมีอยทู่ ว่ั ไป ดงั องคต์ ้องสร้างสิ่งกีดขวางในการเข้ามาสตู่ ลาดของคแู่ ขง่ ราย ใหม่ เชน่ การควบคมุ การเข้าถึงชอ่ งทางทางการจาหนา่ ยด้วย แรงกดดันจำกสินค้ำและบริกำรทดแทน เม่ือมีสนิ ค้าหรือบริการอ่ืนที่คล้ายกนั ในการตอบสนองความต้องการของลกู ค้าเกิดขนึ ้ มาก เทา่ ไร บริษทั ต้องยิ่งสร้างความได้เปรียบให้ได้มากขนึ ้ เทา่ นนั้ อำนำจกำรต่อรองจำกลูกค้ำขององค์กร ลกู ค้าจะมีอานาจการตอ่ รองในการซือ้ สินค้ามากขนึ ้ เนื่องจาก ปริมาณสนิ ค้าชนิดเดียวกนั ในตลาด มีมาก คณุ ภาพเทา่ ๆ กนั และสามารถหาซือ้ ได้ทว่ั ไป อำนำจกำรต่อรองจำกซัพพลำยเออร์ อานาจการตอ่ รองของซพั พลายเออร์ ขนึ ้ อยกู่ บั หลายประการ เชน่ จานวนซพั พลายเออร์ ลกั ษณะเฉพาะของผลติ ภณั ฑ์ ความสมั พนั ธ์ของผ้ซู ือ้ ท่ีมีตอ่ ซพั พลายเออร์ โครงสร้ำงพนื้ ฐำนและสถำปัตยกรรมของระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ บริการและการจดั การที่รองรับทรัพยากรในองค์กร องค์ประกอบที่ สาคญั ได้แก่ • Computer Hardware • General-purpose Software • Networks and Communication Facilities • Database
15 • Information Management Personal IT Planning การวางแผน IT มีความสาคญั ตอ่ ผ้ใู ช้ด้วยเหตผุ ลดงั นี ้ 1. ผ้ใู ช้จะต้องกาหนดการวางแผนในหนว่ ยงานตนเอง 2. ผ้ใู ช้จะต้องมีสว่ นร่วมในการวางแผน IT ฉะนนั้ ผ้ใู ช้จะต้องเข้าใจกระบวนการวางแผน 3. การวางแผนร่วมกนั ทา่ นจะต้องศกึ ษา ITInfrastructure และมองอนาคตของแตล่ ะหนว่ ยใน องคก์ ร กำรวำงแผนกลยุทธ์ การวางแผนกลยทุ ธ์เป็ นการวางแผนระยะยาว มีรูปแบบดงั นี ้ • พิจารณาจากการประยกุ ต์ใช้งาน • การปฏิบตั งิ านในด้านเพ่มิ ผลการผลิต • การวางแผนด้านบริการ • การจดั การด้านปัญหา • การจดั การเปล่ียนแปลง • การวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพ • การวางแผนเครือขา่ ย • การวางแผนทรัพยากร • การวางแผนอปุ กรณ์ • การวางแผนพืน้ ที่ • การวางแผนบคุ ลากร • การวางแผนงบประมาณ • กิจกรรมผ้บู ริหาร • การวางแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ • การพฒั นาระบบคอมพวิ เตอร์ • การพฒั นาระบบสื่อสาร • กำรวำงแผนเทคโนโลยีสำรสนเทศ ได้กาหนดแนวคดิ ไว้วา่ การวางแผนเทคโนโบยีสารสนเทศนนั้ ผ้วู างแผนจะต้องเข้าใจวตั ถปุ ระสงค์ ภารกิจ กลยทุ ธ์ นโยบาย และวสิ ยั ทศั น์ สภาพแวดล้อมขององค์กรทงั้ ทางด้านกฏหมายและเศรษฐกิจ งบประมาณ เพ่ือศกึ ษาวา่ องค์กรเราอยใู่ นระดบั ใด เป้ าหมายเป็นอยา่ งไร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบสารสนเทศที่เก่ียวข้องกบั ข้อมลู และสารสนเทศในองคก์ ร เพื่อให้ผ้บู ริหารได้รับข้อมลู และสารสนเทศ อยา่ งรวดเร็ว ถกู ต้อง สามารถนาไปใช้ในการบริหารงานได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
16 องค์ประกอบของแผนเทคโนโลยสี ำรสนเทศ • แผนพฒั นาระบบคอมพวิ เตอร์ • แผนพฒั นาระบบสารสนเทศ • แผนการตดิ ตงั้ อปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์และซอฟตแ์ วร์ • แผนการตดิ ตงั้ เครือขา่ ยการสื่อสารและซอฟตแ์ วร์ • แผนพฒั นาบคุ ลากรและโครงสร้างของหนว่ ยงาน • แผนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรด้านสารสนเทศ • แผนการศกึ ษาอบรมบคุ ลากรในหนว่ ยงาน • แผนการดาเนนิ งานด้านพฒั นาบคุ ลากรด้านไอที • แผนงบประมาณประกอบด้วย • งบประมาณด้านพฒั นาระบบสารสนเทศ • งบประมาณด้านอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟตแ์ วร์ • งบประมาณด้านเครือขา่ ยการสื่อสารและซอฟต์แวร์ รูปแสดงแผนเทคโนโลยีสารสนเทศแผนกลยทุ ธ์และสว่ นตา่ งๆท่ีเกี่ยวข้อง เทคโนโลยีสำรสนเทศกับองค์กร องค์กรสมยั ใหมท่ ่ีนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยกุ ตใ์ ช้ ทาใหล่ กั ษณะโครงสร้างและการดาเนินงานท่ี แตกตา่ งกบั องค์กรแบบเดมิ อยา่ งชดั เจนเช่น
17 • กำรตดิ ต่อส่ือสำรและกำรไหลเวียนของข้อมูลผ่ำนเครือข่ำย สร้างความสะดวกและรวดเร็ว ถกู ต้อง ไม่ ซบั ซ้อน ทาให้ลดจานวนงานลง จะเป็นโครงสร้างแบบแนวราบ ( Flat Structure) • ระบบสำรสนเทศมีประสิทธิภำพช่วยลดลำดับชัน้ ในกำรจัดกำร และทาให้การควบคมุ กว้างขนึ ้ • ระบบส่ือสำรโทรคมนำคมท่ที ันสมัย ทาให้บคุ ลากรทางานคนละท่ี ซง่ึ จะลดการตดิ ตอ่ ส่ือสารแบบ เผชิญหน้าโดยตรง จงึ ต้องอาศยั ความเช่ือถือระหวา่ งองค์กรและบคุ ลากร ตลอดจนใช้อานาจในการ ตดั สนิ ใจ • กำรประยุกต์ใช้ไอทีในองค์กร สง่ ผลให้บคุ ลากรมีการทางานท่ีมีประสิทธิภาพมากขนึ ้ ดาเนินไปอยา่ ง รวดเร็วและถกู ต้อง • กำรประยกุ ต์ใช้ไอทใี นองค์กร สง่ ผลให้มีการปรับองคก์ รในการใช้อปุ กรณ์สานกั งานและการสญู เสีย ทรัพยากรน้อยลงเชน่ สานกั งานไร้กระดาษ กำรประยกุ ต์เทคโนโลยีสำรสนเทศกับกลยุทธ์ Scott Morton ได้กลา่ ววา่ เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างแรงผลกั ดนั ท่ีมีตอ่ องค์กร 5 ประการดงั นี ้ 1. เทคโนโลยี (Technology) 2. บทบาทของคณุ ( Individuals and Roles ) 3. โครงสร้าง ( Structure ) 4. กระบวนการจดั การ ( Management Process) 5. กลยทุ ธ์ ( Strategy) ระดบั ของกำรประยกุ ต์เทคโนโลยสี ำรสนเทศเชิงกลยุทธ์ จาแนกออกเป็น 3 ระดบั 1. อสิ ระตอ่ กนั ( Independent) 2. ร่วมกาหนดนโยบาย (Policy Formulation) 3. การกาหนดนโยบายร่วมกนั (Policy Execution) ระบบสารสนเทศกบั การธารงรักษาความได้เปรียบทางธรุ กิจในการแขง่ ขนั มี 4 วิธีดงั นี ้ 1. ดาเนนิ การก่อน (First Mover) 2. เป็นผ้นู าทางด้านเทคโนโลยี ( Technological Leadership) 3. เสริมสร้างนวตั กรรมอยา่ งตอ่ เน่ือง (Continuous Innovation ) 4. สร้างต้นทนุ ที่สงู ในการเปล่ียนแปลง ( Create High Switching Cost) บทบำทของผู้บริหำรท่มี ีต่อกลยทุ ธ์ด้ำนสำรสนเทศขององค์กรในยุคดจิ ติ อลดงั ต่อไปนี้ 1. กำรผลิตและกำรดำเนินงำน ผ้บู ริหารต้องหาแนวทางในการประยกุ ต์ใช้ไอที ในการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ หรือ งานบริการท่ีมีคณุ ภาพ ตลอดจนสนบั สนนุ โครงสร้างองค์กร ให้ทางานร่วมกนั ในการใช้ทรัพยากร
18 2. กำรตดิ ต่อส่ือสำร การส่ือสารในปัจจบุ นั ท่ีมีประสทิ ธิภาพเป็นส่งิ สาคญั ในการดาเนินการทางธรุ กิจ ผ้บู ริหาร ต้องสนบั สนนุ การนาไอทีมาใช้ในการสื่อสารทงั้ ภายในและภายนอกองคก์ ร 3. กระบวนกำร การนาไอที่มาประยกุ ต์ใช้ในองค์กรทาให้ต้องมีการปรับกระบวนการทางานเพื่อให้ลด ขนั้ ตอน การทางานท่ีล้าสมยั และเพื่อให้องคก์ รทางานอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เพ่ือให้ได้เปรียบในการแขง่ ขนั 4. กำรวำงแผน ความสาเร็จของการใช้ไอทีเกิดจากการพฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐาน ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ และกลยทุ ธ์ขององค์กร ในสว่ นนีต้ ้องอาศยั การสนบั สนนุ จากผ้บู ริหารระดบั สงู และต้องสร้างความกลม เกลียวระหว่างไอที องค์กร และกลยทุ ธ์ สรุป ระบบสารสนเทศเชงิ กลยทุ ธ์ (Strategic Information System : SIS) ในยคุ ดจิ ิตอล คือ ระบบ สารสนเทศที่ชว่ ยสนบั สนนุ การสร้างความได้เปรียบในการแขง่ ขนั ขององค์การ กรอบแนวคดิ เร่ือง SIS มี 2 โมเดล คือ โมเดลของพลงั การแขง่ ขนั (Competitive Forces Model) และโมเดลของโซข่ องคณุ คา่ (Value Chain Model) โมเดลของพลงั การแขง่ ขนั ประกอบด้วยพลงั 5 ปัจจยั คือ การแขง่ ขนั ของผ้แู ขง่ ขนั แรงกดดนั จากคแู่ ขง่ ขนั รายใหม่ แรงกดดนั จากสนิ ค้า/บริการทดแทน อานาจตอ่ รองของลกู ค้า อานาจพลงั ต่อรองของ ซพั พลายเออร์ การสร้างความได้เปรียบทางการขา่ งขนั อาจใช้ กลยทุ ธ์ต้นทนุ ตา่ กลยทุ ธ์สร้างความ แตกตา่ ง กลยทุ ธ์เน้นกลมุ่ เป้ าหมาย ในการจดั การกบั พลงั ทงั้ ห้านนั่ เอง เทคโนโลยสี ำรสนเทศในยุค Digital กับกำรวำงแผนกลยทุ ธ์ในระบบสำรสนเทศของไทย สาหรับประเทศไทย กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร จงึ ได้จดั ทาแผนพฒั นา ดจิ ิทลั เพื่อเศรษฐกิจและสงั คมขนึ ้ เพ่ือใช้เป็นกรอบในการผลกั ดนั ให้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เป็ นกลไก สาคญั ในการ พฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ ซง่ึ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนทศั น์ทางความคดิ ใน ทกุ ภาคส่วน การปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจ การผลิต การค้า และการบริการ การปรับปรุง ประสทิ ธิภาพการบริหาร ราชการแผน่ ดนิ และการ ยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของประชาชน อนั จะนาไปสู่ ความมน่ั คง มง่ั คง่ั และยงั่ ยืน ของประเทศไทยตาม นโยบายของรัฐบาลใน วสิ ยั ทศั น์ ดจิ ิทลั ไทยแลนด(์ Digital Thailand) หมายถงึ ประเทศไทยท่ีสามารถสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั อยา่ งเตม็ ศกั ยภาพในการพฒั นา
19 โครงสร้างพืน้ ฐาน นวตั กรรม ข้อมลู ทนุ มนษุ ย์ และ ทรัพยากรอ่ืนใด เพื่อขบั เคลื่อนการพฒั นาเศรษฐกิจ และ สงั คมของประเทศ ไปสคู่ วามมน่ั คง มงั่ คงั่ และ ยงั่ ยืน โดยแผนพฒั นาดิจิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสงั คม จะมี เป้ าหมายในภาพรวม 4 ประการดงั ตอ่ ไปนี ้ • เพม่ิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ทาง เศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการใช้นวตั กรรมและ เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เป็ นเคร่ืองมือหลกั ในการสร้างสรรคน์ วตั กรรมการผลิต การบริการ • สร้างโอกาสทาง สงั คมอยา่ งเทา่ เทียม ด้วยข้อมลู ขา่ วสารและบริการตา่ งๆ ผา่ นสื่อดจิ ทิ ลั เพื่อ ยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของประชาชน • เตรียมความพร้อมให้บคุ ลากรทกุ กลมุ่ มีความรู้และทกั ษะที่เหมาะสมตอ่ การดาเนนิ ชีวิตและ การ ประกอบอาชีพในยคุ ดจิ ิทลั • ปฏิรูปกระบวนทศั น์การทางานและการ ให้บริการของภาครัฐ ด้วยเทคโนโลยีดจิ ิทลั และการใช้ ประโยชน์จากข้อมลู เพ่ือให้การปฏิบตั งิ านเกิดความ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และประสทิ ธิผล การพฒั นา ดจิ ทิ ลั เพื่อเศรษฐกิจและสงั คมของ ประเทศไทย มงุ่ เน้นการพฒั นาระยะยาวอยา่ งยงั่ ยืน สอดคล้องกบั การ จดั ทายทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แตเ่ นื่องจากเทคโนโลยีดิจิทลั มีการเปล่ียนแปลงอยา่ ง รวดเร็ว ดงั นนั้ แผนพฒั นาดจิ ทิ ลั เพ่ือเศรษฐกิจและสงั คมฉบบั นี ้ จงึ กาหนดภมู ทิ ศั น์ดจิ ิทลั เพื่อกาหนด ทิศทางการพฒั นา และเป้ าหมายใน 4 ระยะ ดงั นี ้๑ ปี ๖ เดือน ๑๐ ปี ๕ ปี ๑๐ - ๒๐ ปี ภมู ิทัศน์ดจิ ทิ ัลของไทยในระยะเวลำ 20 ปี ระยะที่ 1 Digital Foundation ประเทศไทยลงทนุ และสร้าง ฐานรากในการพฒั นาเศรษฐกิจ และ สงั คมดจิ ิทลั ระยะท่ี 2 Digital Thailand I: Inclusion ทกุ ภาคสว่ นของประเทศไทย มีสว่ นร่วมในเศรษฐกิจและ สงั คม ดจิ ิทลั ตามแนวทางประชารัฐ ระยะที่ 3 Digital Thailand II: Full Transformation ประเทศไทยก้าวสดู่ จิ ิทลั ไทยแลนด์ ท่ีขบั เคล่ือน และใช้ประโยชน์จากนวตั กรรมดจิ ทิ ลั ได้อยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ
20 ระยะที่ 4 Global Digital Leadership ประเทศไทยอยใู่ นกลมุ่ ประเทศท่ี พฒั นาแล้ว สามารถใช้ เทคโนโลยี ดจิ ทิ ลั สร้างมลู คา่ ทางเศรษฐกิจ และคณุ คา่ ทางสงั คมอยา่ งยงั่ ยืน เพ่ือให้วิสยั ทศั น์และเป้ าหมายในการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมด้วยเทคโนโลยีดจิ ิทลั บรรลผุ ล แผนพฒั นาดจิ ิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสงั คมจงึ ได้กาหนดกรอบยทุ ธศาสตร์การพฒั นา 6 ด้านคอื ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 พฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานดจิ ทิ ลั ประสิทธิภาพสงู ให้ครอบคลมุ ทวั่ ประเทศ จะมงุ่ พฒั นา โครงสร้างพืน้ ฐานดจิ ิทลั ประสทิ ธิภาพสงู ที่ประชาชนทกุ คนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้แบบทกุ ท่ี ทกุ เวลา โดยกาหนดให้ เทคโนโลยีที่ใช้มีความเร็วพอเพียงกบั ความต้องการ และให้มีราคาคา่ บริการที่ไมเ่ ป็น อปุ สรรคในการเข้าถงึ บริการของประชาชนอีกตอ่ ไป นอกจากนี ้ในระยะยาว โครงสร้างพืน้ ฐานอินเทอร์เนต็ ความเร็วสงู จะ กลายเป็ นสาธารณปู โภคขนั้ พืน้ ฐาน เช่นเดยี วกบั ถนนไฟฟ้ า นา้ ประปา ที่สามารถรองรับ การเช่ือมตอ่ ของ ทกุ คน และทกุ สรรพส่งิ โดยยทุ ธศาสตร์นีป้ ระกอบด้วย แผนงานเพื่อขบั เคล่ือน ยทุ ธศาสตร์ 4 ด้าน คือ 1. พฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานอนิ เทอร์เนต็ ความเร็วสงู ให้ครอบคลมุ ทว่ั ประเทศ มีความทนั สมยั มี เสถียรภาพ ตอบสนองความต้องการใช้งานของทกุ ภาคสว่ น ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม 2. ผลกั ดนั ให้ประเทศไทยเป็ นหนงึ่ ในศนู ย์กลาง การเชื่อมตอ่ และแลกเปล่ียนข้อมลู ของอาเซียน โดยเป็น เส้นทางผา่ นการจราจรของข้อมลู ในภมู ิภาค และเป็น ที่ตงั้ ของผ้ปู ระกอบการเนือ้ หารายใหญ่ของ โลก 3. จดั ให้มีนโยบายและแผนบริหารจดั การโครงสร้างพืน้ ฐานคลื่นความถ่ี และการหลอมรวมของ เทคโนโลยีในอนาคตเพ่ือให้เกิดการใช้ทรัพยากรของ ประเทศอยา่ งมีประสทิ ธิภาพสงู สดุ 4. ปรับรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมให้เหมาะสมกบั สถานการณ์และความก้าวหน้าของอตุ สาหกรรม ดจิ ทิ ลั เพื่อให้เทา่ ทนั การเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ค อ้างอิน 1. www.lib.ru.ac.th 2. http://www.mict.go.th/assets/portals/1/files/590613_4Digital_Economy_Plan-Book.pdf 3. https://itgthailand.wordpress.com/tag/เศรษฐกิจดจิ ิตอล/ 4. https://www.23perspective.com/news-update-detail/4_เมกะเทรนด์ไอทีโลก_ดนั ธรุ กิจปรับกลยทุ ธ์_ ก้าวสยู่ คุ _“นวตั กรรมดจิ ติ อล”_ปี _2559 5. http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639646
ง
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: